คลังเก็บป้ายกำกับ: SOFTWARE-DEFINED_NETWORKING

ขอเชิญร่วมงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress วันที่ 15 พ.ย. 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น.

ในยุคที่ความต้องการความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลสูงขึ้น (Data Protection) การเลือกโซลูชันการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันกับความต้องการเครื่องมือที่สามารถมองเห็นเครือข่ายแบบรอบด้าน (Network Visibility) ที่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทุกองค์กรมองหา ร่วมอัปเดตและสัมผัส Software ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพร้อมพูดคุยกับ Progress และ Net Bright ภายในงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress 

ชื่องาน : Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress
วันที่ : วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น. (เรียนเชิญรับประทานอาหารกลางวัน)

อำนวยความสะดวกให้ท่านสามารถเลือกเข้าร่วมงานในช่องทางที่ท่านสะดวก ณ โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel หรือเข้าร่วมแบบออนไลน์ผ่าน Webex 

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่นี่ :   https://www.readyregister.com/edm/2022/202211_end2end/

Product Highlight

พบกับ IT Infrastructure Observability and Security ซอฟท์แวร์ Network Visibility Tools You can’t protect What you can’t see จะจัดการประสบการณ์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการและเครือข่ายมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างไร เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการใช้ระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น วิธีใดที่จะทำให้ทีมไอทีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

พบกับ Secure & Manage File Transfer ซอฟท์แวร์ Data Security x Workflow Automation Know That Your File Arrived เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายโอนไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ และลด Human Error ด้วยการทำงานอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์

กำหนดการ

09:00             ลงทะเบียน

09:30             Welcome Speech | About Net Bright & Progress

09:40             Highlight Product: WhatsUp Gold | IT Infrastructure Observability and Security (Network Visibility: You can’t protect What you can’t see) อัพเดทคุณสมบัติพิเศษของ WhatsUp Gold ที่เข้ามาช่วยให้การ Monitoring นั้นง่ายดายมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งการเสริม ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ Flowmon ที่ตอบโจทย์กับหลายองค์กร โดยคุณศราวุธ สำเภาทอง, Product Specialist, Net Bright

10:40             Highlight Product: MOVEit | Managed File Transfer and Workflow Automation (Security Rule #1: Keep your files safe) เตรียมพร้อมรับมือ เสริมความปลอดภัยทางด้าน Managed File Transfer ข้อมูลสำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์กับ WS-FTP และ MOVEit โดยคุณจักรินทร์ งามเลิศ, Product Specialist, Net Bright

11:40             Customer Testimonial with Software แนวทางการนำ Software ไปพัฒนาใช้ในองค์กรเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยรองศาสตราจารย์ ดร.เอกรัฐ บุญเชียง รองคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

12:10             ถาม – ตอบ และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล

12:20             รับประทานอาหารกลางวัน

ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณพรธิดา พาเวียง
เบอร์โทรศัพท์ 095-9528607 หรืออีเมล porntida@fdc.co.th

 

from:https://www.techtalkthai.com/netbright-seminar-progress-day-2022-end-to-end-solution-for-business-by-progress-15-11-2565/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/

[Guest Post] เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิวัติธุรกิจ 5G ผ่านงาน BYOND MOBILE วันที่ 28-29 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ

ธุรกิจในปัจจุบันต่างหันมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำธุรกิจ 5G และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ IoT เช่นกับการรุกของระบบอินเทอร์เน็ตของภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณค่าของ 5G เป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าเดิม เมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เครือข่ายไร้สายนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญใหม่ในการอำนวยความสะดวกของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นใหม่ในทุกอุตสาหกรรม

จากผลการวิจัยของ  Component (Equipment Platform) เผยให้เห็นว่า ตลาด 5G ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 38.7% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 129.9 พันล้านดอลลาร์ในปีพ.ศ. 2565-2574 โดยมีปี 2564 เป็นพื้นฐาน

จากความสำคัญดังกล่าว วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค พร้อมเปิดตัวงานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุด BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจเครือข่ายแห่งอนาคต การประชุมและนิทรรศการสองวันจะรวบรวมผู้นำธุรกิจจากกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ เกษตรกรรม การผลิต เมืองอัจฉริยะ และการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ทางอินเทอร์เน็ต การสื่อสารเคลื่อนที่ และไอที

แบรนด์ผู้บุกเบิก 5G ชั้นนำและสตาร์ทอัพภายใต้การจัดงานเดียวกัน

งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี 5G จะมีการนำเสนอบริษัทชั้นนำของ blue-chip ตลอดจนสตาร์ทอัพที่มาจากสายเทคโนโลยีทั้งหมด บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. งาน BYOND MOBILE จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น 5G จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ อาทิ Nokia, RV Connex, True Corporation และ BD Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือและโซลูชันระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และหุ่นยนต์ ตลอดจน AR/VR แมชชีนเลิร์นนิง และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)

ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ อย่าง Nokia กล่าวว่า ในบูธของ Nokia เราจะจัดแสดงการสาธิตการใช้งาน 5G และโซลูชันเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับเครือข่ายมือถือ บริการคลาวด์และเครือข่าย ตลอดจนโครงสร้างเครือข่ายพื้นฐาน  นอกจากนี้ เรายังมองหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการนำ 5G สู่ภาคอุตสาหกรรมระดับองค์กรในด้านโลจิสติกส์ การผลิต การขนส่ง และพลังงาน พร้อมด้วยนวัตกรรมเครือข่ายที่สำคัญมากมาย และใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงจากเครือข่ายไร้สายส่วนตัวมากกว่า 485 เครือข่ายของ Nokia

2 ประเทศไฮไลท์ : ประเทศสหราชอาณาจักร และ ประเทศไทย

พาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ในนามของกรมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พร้อมนำผู้ประกอบการชั้นนำมาจัดแสดงภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Astrazeneca (โซลูชั่นสุขภาพแบบดิจิทัล), British Telecom (โทรคมนาคม), Air for Life (เทคโนโลยีด้านสุขภาพ), Albeego (โซลูชันบรอดแบนด์), Awen Collective (ความปลอดภัยทางไซเบอร์), British Telecoms (โทรคมนาคม), Electronic Media Services (โซลูชั่นการเชื่อมต่อ) และ Graphcore (เซมิคอนดักเตอร์) จะแสดงผลิตภัณฑ์และบริการ 5G ล่าสุดของพวกเขาภายในงาน

พบที่ปรึกษาเพื่อสร้างเครือข่ายใหม่กับสมาคมและสถาบันการศึกษาในอุตสาหกรรม 5G

ขยายความรู้ของคุณและค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดผ่านการเชื่อมต่อกับสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนภายในงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย (DITP), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT), สมาคมการค้าและสถาบันการศึกษา โดยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (AIEAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (Atsi), สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT), สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไฮไลท์หัวข้องานสัมมนา 5G ที่น่าสนใจ

ในส่วนของงานสัมมนาเวทีหลักภายในฮอลล์นั้น มีผู้นำทางความคิดมากกว่า 40 ท่านร่วมกล่าวถึงบรรยาย เสวนา และอภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจ เมื่อสิ้นสุดวันแรกของการจัดงาน สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะผ่านการคัดเลือกให้มานำเสนอนวัตกรรมต่อหน้าผู้ตัดสินระดับแนวหน้าในวงการ ผ่านการแข่งขัน Start-Up Challenge ผู้เข้าชมงานจะได้รับความรู้เชิงลึกผ่านชั้นเรียนรู้และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากบริษัท และหน่วยงานต่างๆ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ดังนี้

Status of the 5G Economy in Thailand

Dr. Supakorn Siddhichai. EVP of DEPA

5G the Game Changer

Tawatchai Lerksumrand, Deputy Director, Mobile

Business and 5G Service Innovation, True Corporation

How Urban Data Platforms revolutionize Smart

Cities

Shannon Kalayanamitr, CEO & Founder,

5G Catalyst Technologies

Connected world: An evolution in connectivity

beyond the 5G revolution

Igor Maurell, President, Ericsson Thailand

5G vision: Life in 2030

Dr Mike Short CBE, DIT Chief Scientific Adviser

5G Connectivity and the Future of Mobility

Roland Bock, Global Director Advanced Development – Enabling Technologies, Continental

A playbook for Accelerating 5G in SEA

Thomas Sennhauser, CT and Business LEAD APJ, Intel Corporation

The Status of Tech in SEA

Amarit (Aim) Charoenphan, Angel Investor | Advisor | VC | Techstars Community All-Stars

5G NR device testing: R&S®ATS1800C Compact 3GPP-compliant OTA chamber for 5G NR

mmWave signals

Günter Pfeifer, Product Manager Mobile Radio Test

Signaling, Rohde & Schwarz

 

Future Frontiers: Unlocking the Power of 5G

Technologies

Lalita Linhavetss, Department for International Trade, British Embassy Bangkok

Dr. Mike Short, Chief Scientific Adviser, Department for International Trade, UK

Feat. representatives of British Telecom, Graphcore,

and AstraZeneca

5G, Next-gen mobile networks, AR/VR and the

Metaverse

Terence Mccabe, Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, Nokia

Obodroid: Service Robot and IT adoption

Obotrons: Building Transformation

Lertluck Leela-amornsin (Senior Engineer)

Sisilpa Srisukson (Innovation Project Manager)

5G & Automation & Robotics

Kanlayanee Kongsomjit, President at TKK Corporation, a MARA member GreetBot, LuckiBot, Robot X, Autonomous Vehicle

BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) เป็นเวทีเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าอันเป็นสะพานที่เชื่อมระดับโลกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้บริการกลุ่มประเทศ 11 ประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก แล้วพบกัน ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เปิดโลกการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายไร้สายแห่งอนาคต!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ทาง https://byondmobile.asia/
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T98EF  [ไม่มีค่าใช้จ่าย]

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค อีเมล communications@vnuasiapacific.com
โทร. 02-1116611 ต่อ 330, 335

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-byond-mobile-28-29-sep-22-bkk/

รายงานเผย SmartNIC เตรียมครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026

Dell’Oro ออกรายงาน คาดการณ์ SmartNIC จะครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 5 พันล้านเหรียญ

Credit: ShutterStock.com

SmartNIC มีการเติบโตในกลุ่ม Hyperscale และ High-performance Application ค่อนข้างมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องการการเชื่อมต่อความเร็วสูงในระดับ 100 Gbps โดย Dell’Oro ได้ออกคาดการณ์การเติบโตของ Ethernet Adapter และ SmartNIC ใน 5 ปีหลังจากนี้ คาดว่า SmartNIC จะกินส่วนแบ่งตลาด Ethernet Controller ประมาณ 38% ภายในปี 2026

SmartNIC นั้นมีความสามารถมากกว่า Ethernet Adapter ทั่วไป โดยมีความพิเศษตรงที่มีหน่วยประมวลผล Embedded CPU ขนาดเล็ก ซึ่งอาจเป็น FPGA หรือ ASIC คอยทำหน้าที่ในการประมวลผล ช่วย Offload การทำงานบางอย่าง หรือต่อยอดไปใช้งานเป็น Software-defined Networking ทำให้กลุ่มลูกค้าในตลาด Tier 2 Cloud, Enterprise Datacenter และ Telecoms มีความสนใจและนำมาทดลองใช้งานกันแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเริ่มใช้งาน SmartNIC นั้นไม่ได้ง่ายดายเสมอไป เนื่องจากยังมีราคาสูง และอาจทำให้ระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้ผลิตแต่ละรายจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาในจุดนี้เสียก่อน SmartNIC จึงจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ที่ผ่านมา ตลาด SmartNIC มีการเติบโตประมาณ 21% ในระยะเวลา 5 ปี หรือคิดเป็น 5% ของยอดขาย Traditional Network Adapter นอกจากนี้ ภายในระยะเวลา 5 ปีหลังจากนี้ Adapter ที่มีความเร็ว 100Gbps ขึ้นไปจะกินส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 44% และจะกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ให้บริการ Hyperscale Cloud รายใหญ่ อย่าง Amazon, Google, Meta และ Microsoft

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/08/11/smartnics_network_market/

from:https://www.techtalkthai.com/report-forcast-smartnic-to-account-for-38-percent-of-market-in-2026/

เจาะกลยุทธ์ AIS Business : ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2022 ไปกับ Intelligence Network

หากพูดถึงภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ คงไม่เกินจริงไปนักถ้าจะกล่าวว่ามีความท้าทายเกิดขึ้นมากมาย และยังไม่มีใครรู้ได้ว่าอนาคตที่น่าหวาดหวั่นจะจบลงอย่างไร แต่ที่แน่ๆสิ่งที่องค์กรเข้าใจดีแล้วในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาก็คือการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลให้สามารถแข่งขันได้ผ่านออนไลน์ หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

หนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบดิจิทัลก็คือ ‘การเชื่อมต่อ’ ที่ต้องมีประสิทธิภาพและสเถียรภาพโดย 1 ใน 5 กลยุทธ์ของ AIS Business ที่สอดคล้องกับการฝ่าวิกฤติให้ธุรกิจไทยได้ก้าวต่อไปก็คือเรื่อง Intelligence Network ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างยืดหยุ่นและชาญฉลาดกว่าเดิม วันนี้ทีมงาน TechTalkThai ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกกลยุทธ์นี้กันครับ

6 บริการสำคัญของ Intelligence Network จาก AIS Business

 1.) Corporate Internet

เมื่อพูดถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกคนคงนึกถึงการติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเดินสายเคเบิ้ลเข้ามาที่องค์กรเป็นอันดับแรก ซึ่งก็คือ Corporate Internet นั่นเอง เพียงแต่ว่าในมุมมองระดับองค์กรลิงก์นี้จะได้รับเงื่อนไขพิเศษ การันตีความเป็นส่วนตัว มีการติดตามประสิทธิภาพ พร้อมได้รับเลขหมายไอพีเฉพาะขององค์กร แม้ฟังดูธรรมดาแต่เชื่อหรือไม่ว่ามีความท้าทายซ่อนอยู่ไม่น้อย เช่น ประเด็นของสัมปทานเส้นทางการเดินสายเข้าอาคารและพื้นที่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทีมงาน AIS ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วด้วยจำนวนลูกค้าองค์กรมากมาย หรือประเด็นของการดูแลหลังการขายที่ AIS มีการปรับปรุงคุณภาพเสมอมา เพราะทีมงานเข้าใจดีว่าหากเกิดเหตุลิงก์เสียองค์กรจะมีผลกระทบมากเพียงใด 

2.) 5G Fixed Wireless Access (FWA)

5G เป็นการเปิดประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยคุณสมบัติที่มีความเร็วสูงหลายสิบเท่าเทียบกับ 4G รองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้นทำให้การทำงานกับระบบ IoT เป็นไปได้ รวมถึงยังมีความหน่วงต่ำตอบโจทย์แอปพลิเคชันต่างๆ เมื่อประกอบกับการใช้ใน 3 ย่านความถี่ (Low Band, Mid Band และ High Band) 5G จึงสามารถใช้ในพื้นที่ได้หลากหลายขนาด ด้วยเหตุนี้เองแนวทางการใช้งาน 5G เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเชื่อมต่อขององค์กรจึงเป็นไปได้ ภายใต้โซลูชัน 5G Fixed Wireless Access

5G Fixed Wireless Access ทำให้องค์กรมีทางเลือกใช้ช่องทางไร้สายทดแทนหรือใช้ควบคู่กับโซลูชันเดินสายก็ได้ ประโยชน์ประการแรกคือองค์กรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่ในอาคารที่มีข้อจำกัดก็สามารถอาศัย 5G แทน ประการที่สอง ใช้เป็นทางเลือกสำรองกรณีที่มีการเดินสายอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงการพึ่งพาลิงก์ที่มีโอกาสชำรุดได้ ประการที่สามใช้ในองค์กรที่ต้องการความคล่องตัวหรือมีการเคลื่อนย้ายบ่อยเพียงแค่มีอุปกรณ์รับสัญญานเริ่มต้นได้ทันที ซึ่งในมุมของ AIS Business เองยังมีแพ็กเกจย่อยที่องค์กรสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการได้เช่น 5G FWA Broadband, 5G FWA Corporate Internet และ 5G FWA MPLS เป็นต้น

3.) Bandwidth on Demand (BoD)

การคิดค่าบริการของการเชื่อมต่อนั้นเดิมทีมักถูกจำกัดด้วยขนาดของแบนวิดธ์ แต่บ่อยครั้งที่องค์กรเองอาจจะมีความต้องการเพิ่มขนาดชั่วคราว เช่น มีการออกแคมเปญใหม่ทำให้ช่วงนั้นมีอัตราการใช้งานสูง จำเป็นต้องมีการขยายท่อเชื่อมต่อ แต่มักทำได้ยากไม่ทันความต้องการ ซึ่ง AIS เองได้เล็งเห็นถึงข้อจำกัดนี้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของ Bandwidth on Demand ที่เป็นการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถร้องขอเพิ่มขนาดของแบนวิดธ์ได้โดยง่ายด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ แถมเลือกได้ในช่วงเวลาที่ต้องการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

 4.) Software Defined WAN (SD-WAN)

SD-WAN เป็นโซลูชันสำคัญที่จะช่วยบูรณาการการเชื่อมต่อทุกช่องทางให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยรองรับได้ทั้ง 4G/5G, MPLS, Corporate Internet และ Broadband ทำให้องค์กรสามารถทำ QoS ให้กับการให้บริการได้เช่น แอปพลิเคชันสตรีมมิงให้ใช้ช่องทาง A และอีเมลใช้ช่องทาง B เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า SD-WAN เป็นสามารถเข้าใจทราฟฟิคได้ในระดับแอปพลิเคชัน 

นอกจากการบริหารจัดการลิงก์แล้ว SD-WAN ยังทำให้การส่งทราฟฟิคข้ามผ่าน WAN มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยอัลกอริทึมพิเศษ รวมไปถึงการให้ความสามารถเรื่อง Security ที่ทำให้การเดินทางของทราฟฟิคเป็นไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทางแม้ท่านจะต้องใช้งานลิงก์ร่วมกับผู้อื่น

 โดย SD-WAN นี้เหมาะสมกับองค์กรที่มีสาขาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำงานก็ง่ายเนื่องจากโดยหลักการของ Software-defined เป็นการแยกหน้าที่ระหว่าง Control Plane และ Data Plane ออกจากกันโดยตัวอุปกรณ์ทำหน้าเป็นเพียงฟังก์ชันที่จัดการข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ความชาญฉลาดจะอยู่ส่วนกลาง ด้วยเหตุนี้หากท่านมีสาขาที่อยู่ห่างไกลไร้ผู้เชี่ยวชาญเพียงแค่หาคนติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับช่องทางอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอแล้วที่จะเริ่มต้นไปกับโซลูชันนี้ 

5.) Domestic / International Data Circuit

จำนวนโหนดการเชื่อมต่อคือสิ่งหนึ่งบ่งบอกศักยภาพในการให้บริการของ ISP ได้ ในมุมของ AIS ที่มีประสบการณ์เป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของประเทศไทย จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อของลูกค้าทุกรายได้อย่างมั่นใจ ไม่เพียงเท่านั้น AIS ยังมีลิงก์ออกสู่ภายนอกประเทศอีกหลายจุดไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักรฯ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงค์โปร์ ฮ่องกง หรือกล่าวได้ว่ามีช่องทางการเชื่อมต่อได้หลายทางลดความเสี่ยงพร้อมเลือกเส้นทางที่เหมาะสม ดังนั้นไม่ว่าองค์กรจะมีความต้องการเชื่อมต่อภายในหรือนอกประเทศ AIS ก็พร้อมให้ความมั่นใจกับท่านได้ทั้งสิ้น

6.) Cloud Express Connect

ปัจจุบันแทบทุกองค์กรต้องมีการใช้บริการคลาวด์อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น IaaS, PaaS หรือ SaaS (Office 365, Gmail, Salesforce และอื่นๆ) แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าบริการส่วนใหญ่นี้อยู่นอกประเทศไทย ซึ่งหลายองค์กรกังวลในเรื่องประสิทธิภาพการใช้ ด้วยเหตุนี้เองหนึ่งในโซลูชันที่ผู้ให้บริการรายใหญ่ทำคือเปิดให้สร้างท่อตรงระหว่างผู้ให้บริการในประเทศต่างๆสู่ดาต้าเซนเตอร์ของตน โดย AIS Business เองก็มีความร่วมมือในโครงการของ Azure Express Route ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือถ้าองค์กรต้องการเชื่อมต่อกับ Google Cloud หรือ AWS ก็ทำได้เช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น AIS Business ยังมีผู้เชี่ยวชาญกับผู้ให้บริการคลาวด์รายหลักทั้ง AWS และ Microsoft Azure ที่พร้อมให้คำปรึกษาในการวางแผนและดำเนินงานให้โครงการของท่านเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนี้ AIS Business เองยังมีบริการ Cloud Enterprise ที่เป็นบริการคลาวด์ในประเทศให้ผู้สนใจเข้ามาใช้งานกันได้ ซึ่งท่านจะได้เห็นในหัวข้อต่อไปในแกนของ Digital Infrastructure

บทส่งท้าย

องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถทำงานร่วมกันโดยสรุปได้ก็คือองค์กรมีทางเลือกทั้ง Wire และ Wireless ด้วย Corporate Internet และ 5G Fixed Wireless Network ซึ่งสามารถใช้ควบคู่กันการรันตีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยภายใต้โซลูชัน SD-WAN รวมถึงตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นได้ภายใต้แพ็กเกจ Bandwidth on Demand 

เมื่อทราฟฟิคขององค์กรเข้าสู่โครงข่ายของ AIS แล้ว โครงข่าย Data Circuit ที่มีอยู่ทั่วไทยและลิงก์สู่ทั่วโลกก็พร้อมที่จะพาทราฟฟิคเหล่านั้นไปยังจุดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากองค์กรต้องการใช้งานผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ท่านก็จะได้รับบริการเหนือระดับอีกขึ้นด้วย Cloud Express Connect ด้วยเหตุนี้เองจึงการันตีได้ว่าทุกการเชื่อมต่อของท่านนั้นจะไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง 

ความพร้อมของ AIS Business ที่ต้องการเป็นพาร์ทเนอร์เพื่อพาธุรกิจไทยฝ่าวิกฤตินี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืนแต่ผ่านการบ่มเพาะเรียนรู้ความต้องการของลูกค้ามานับ 10 ปี จนกลายเป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุม ประกอบกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอทำให้โครงข่ายของ AIS มีความชาญฉลาดรู้จักและรับทราบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น AIS Business จึงขออาสาพาท่านฝ่าฟันภาวะวิกฤตินี้ไปด้วยกันครับ

AIS Business พาร์ตเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-2022-intelligence-network-062022/

[Video] ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นใหม่……กับความปลอดภัยจาก Aruba Dynamic Segmentation

สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้ ทั้งแบบมีสาย และ ไร้สาย

เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการได้อย่างยืดหยุ่น
ให้ #ArubaDynamicSegmentation มอบประสบการณ์ด้านความปลอดภัยสำหรับเครือข่ายที่เหนือกว่า

#HPE #Aruba #HPEAruba #ITGreen #ArubaNetwork #ArubaTH #DynamicSegmentation #ออกแบบเครือข่าย #ปลอดภัย

from:https://www.techtalkthai.com/video-aruba-dynamic-segmentation/

[Guest Post] NSX Advanced Load Balancer (Avi) Modern Load Balancing ที่ตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบ Digital Transformation by VST ECS

NSX Advanced Load Balancer (Avi) ถือเป็น Modern Load Balancing ที่ตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบ Digital Transformation รวมถึงการทำงาน หรือ Application ต่างๆ สามารถ Run ได้บนทุกๆที่ และบริหารจัดการได้ง่าย ด้วยความสามารถในการปรับใช้อย่างรวดเร็ว เช่น การอัพเดทแอพพลิเคชัน จำเป็นต้องส่งมอบประสิทธิภาพของโมเดลปฏิบัติการบนคลาวด์แพลตฟอร์มที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์นำเสนอแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์, Bare Metal, Virtualization และ Container เพื่อให้มั่นใจว่า Application จะ Run ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย เรียกได้ว่า NSX Advanced Load Balancer (Avi) เหมาะสำหรับทุกธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

Why Avi

  • 90% เวลาในการProvisioning เร็วขึ้น หมดปัญหาเสียเวลาการ upgrade สร้างVirtual Service ง่ายแค่คลิก จัดสรร VIP และ map DNS ให้อัตโนมัติ
  • Feature ครบครันในตัวเดียว รองรับทุกworkload (VM, BareMetal, Container) ทั้ง On-Prem และ On cloud

โดยบริหารจัดการผ่านController จากส่วนกลางเดียวกันทั้งหมด

  • Solution เดียวที่สเกลอัตโนมัติได้ทั้งบน on prem และ On cloud โดยจาก 0 ถึง 1M SSL TPS ภายในไม่ถึงนาที
  • 41% เวลาในการ Trouble shooting เร็วขึ้น ไม่ต้องใช้ TCP dumps ใช้งานง่าย แก้ปัญหาเร็ว ลด Downtime
  • 30% TCO ลดลง จ่ายตามที่ใช้ ไม่ต้องเผื่อ HA ไม่ต้อง Oversizing สำหรับอนาคตหลายปี ลดค่าใช้จ่ายการดูแลจัดการระบบ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ VMWARE@VSTECS.CO.TH 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-nsx-advanced-load-balancer-by-vst-ecs-avi/

[Guest Post] NSX Advance Load Balancer Web Application Firewall (WAF) by VST ECS

ทุกวันนี้ WAF Application ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดย WAF

โดย Avi Web Application ได้มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันพฤติกรรมจากการโจมตี Web Application และป้องกันจากส่วนอื่นๆที่ผิดปกติ แต่ตามข้อมูลพบว่า90% ของการทำ WAF นั้นก็ยังมีความยากอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่แบ่งการเซตอัพโซลูชั่นที่ยากเหล่านี้โดยแบ่งเป็น3หัวข้อหลักๆ

  1. Complex Rules โดยตัว WAF ทุกวันนี้มีความซับซ้อน ทั้งยังต้องอาศัยความรู้ของผู้บริหารจัดการระบบเพื่อที่จะทำนโยบายขึ้นมา การปรับจูนก็สำคัญไม่แพ้กัน อีกทั้งยังไม่รวมถึงการ Customize ในแต่ละ Application อีกด้วย
  2. No Visible or Intelligence ทุกวันนี้แทบจะทุก WAF ยังขาดในส่วนนี้ ทำให้ผู้ดูแลระบบทำงานได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการการจัดกลุ่ม หรือการเรียนรู้ Application ได้เอง ดังนั้นเมื่อกฏถูกเซตขึ้นมา ทำให้มีความยากในการอัพเดท หรือการตรวจสอบ และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโต้ตอบในแบบทันทีที่ต้องการ เมื่อเจอกับช่องทางโจมตีใหม่ๆ
  3. Slow to Scale พื้นฐานปกติของ WAF คือไม่มีความยืนหยุ่นอยู่แล้ว และไม่สามารถขยายงานบริการของตัวมันเองได้รวดเร็วสักเท่าไร เช่น การเพิ่มช่องทางของการเข้ารหัสข้อมูล หรือการโหลดข้อมูลต่างๆ ฮาร์ทแวร์ที่ทำหน้าที่ WAF นั้นต้องมีการลงทุนและไม่ทันเวลา อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคอยู่เสมอ

OPERATIONAL INTELLIGENCE THROUGH MACHINE LEARNING

แต่คุณสมบัติของ AVI  คือการเป็น WAF ที่มีความฉลาดในเรื่องการกระจายโครงสร้างของ Application ด้วยความที่เป็น Software Define เพื่อสนองในการทำเรื่องระบบความปลอดภัยผ่านการวิเคราะห์และเรียนรู้ของ AI (Machine Learning). และ Built-In Solution ที่มีมาให้ทำให้ทีมความปลอดภัยรวมถึงทีมงานระบบเครือข่ายทำงานได้ ด้วย Stack Security ที่ใส่มาให้เสร็จสรรพ เช่น WAF, DDoS , Rate Limiting, SSL/TLS , การยืนยันผู้ใช้ , ACL และพวก Bot Management เป็นต้น ซึ่งทำให้การเขียน Policy นั้นง่ายมากยิ่งขึ้น และยังสามารถขยายงานบริการได้อย่างอัตโนมัติข้ามได้หลากหลายแพลตฟอร์ม และยังครอบคลุมถึงเรื่องการทำ OWASP CRS, PCI DSS, HIPPA และ GDPR เป็นต้น

 

เลเยอร์ในการป้องกัน Application Security/WAF

 

และ AVI ยังเสนอระบบป้องกันมัลแวร์ และระบบคลีนข้อมูลเช่นรูปที่ 2 ผ่าน ICAP กับระบบที่รองรับได้ด้วย ซึ่งระบบป้องกันที่รวมถึง OPSWAT และ LASTLINE (ปัจจุบัน VMware ได้ซื้อกิจการเรียบร้อยแล้ว) ICAP Integration ด้วยการตรวจจับทั้งมัลแวร์และช่องโหว่ที่วิ่งผ่าน Web . ส่วนตัว Policy จะทำการเซตอัพ Workflow นั้นช่วยให้สามารถทำการบล็อกไฟล์และลบพวกข้อมูลสำคัญก่อนที่จะออกจากเครือข่ายได้

ระบบ Antivirus Malware Protection

 

ทาง AVI WAF เองก็ยังให้ผู้ดูแลระบบสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ของผู้ใช้งานและเหตุการณ์ต่างๆ ภายใน Dashboard เพียงตัวเดียว ทั้งยังสั่งงานต่างๆได้โดยตรง ด้วย Avi PLUSE Service ซึ่งเป็นตัวคอยอัพเดท IP Reputation, Signature จากหลายๆผู้นำธุรกิจ ซึ่งทำให้มันสามารถป้องกันแอพริเคชันจากช่องโหว่ที่พบบ่อยๆ เช่น SQL Injection , Cross-site Scriptiong เพื่อแยกให้เห็นซึ่งพฤติกรรมที่ดี หรือเป็นลักษณะการโจมตีของการใช้งานแอพริเคชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานแบบ Real-Time ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

AVI WAF Security Pipeline Optimization

 

 

ทางลูกค้า VSTECS สนใจสินค้า หรือมีข้อสงสัย สอบถามมาได้ที่ VMWARE@VSTECS.CO.TH

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-vmware-web-application-firewall-by-vst-ecs/

[Guest Post] NSX Advance Load Balancer Web Application Firewall (WAF) by VST ECS

ทุกวันนี้ WAF Application ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดย WAF

โดย Avi Web Application ได้มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันพฤติกรรมจากการโจมตี Web Application และป้องกันจากส่วนอื่นๆที่ผิดปกติ แต่ตามข้อมูลพบว่า90% ของการทำ WAF นั้นก็ยังมีความยากอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่แบ่งการเซตอัพโซลูชั่นที่ยากเหล่านี้โดยแบ่งเป็น3หัวข้อหลักๆ

  1. Complex Rules โดยตัว WAF ทุกวันนี้มีความซับซ้อน ทั้งยังต้องอาศัยความรู้ของผู้บริหารจัดการระบบเพื่อที่จะทำนโยบายขึ้นมา การปรับจูนก็สำคัญไม่แพ้กัน อีกทั้งยังไม่รวมถึงการ Customize ในแต่ละ Application อีกด้วย
  2. No Visible or Intelligence ทุกวันนี้แทบจะทุก WAF ยังขาดในส่วนนี้ ทำให้ผู้ดูแลระบบทำงานได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการการจัดกลุ่ม หรือการเรียนรู้ Application ได้เอง ดังนั้นเมื่อกฏถูกเซตขึ้นมา ทำให้มีความยากในการอัพเดท หรือการตรวจสอบ และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโต้ตอบในแบบทันทีที่ต้องการ เมื่อเจอกับช่องทางโจมตีใหม่ๆ
  3. Slow to Scale พื้นฐานปกติของ WAF คือไม่มีความยืนหยุ่นอยู่แล้ว และไม่สามารถขยายงานบริการของตัวมันเองได้รวดเร็วสักเท่าไร เช่น การเพิ่มช่องทางของการเข้ารหัสข้อมูล หรือการโหลดข้อมูลต่างๆ ฮาร์ทแวร์ที่ทำหน้าที่ WAF นั้นต้องมีการลงทุนและไม่ทันเวลา อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคอยู่เสมอ

OPERATIONAL INTELLIGENCE THROUGH MACHINE LEARNING

แต่คุณสมบัติของ AVI  คือการเป็น WAF ที่มีความฉลาดในเรื่องการกระจายโครงสร้างของ Application ด้วยความที่เป็น Software Define เพื่อสนองในการทำเรื่องระบบความปลอดภัยผ่านการวิเคราะห์และเรียนรู้ของ AI (Machine Learning). และ Built-In Solution ที่มีมาให้ทำให้ทีมความปลอดภัยรวมถึงทีมงานระบบเครือข่ายทำงานได้ ด้วย Stack Security ที่ใส่มาให้เสร็จสรรพ เช่น WAF, DDoS , Rate Limiting, SSL/TLS , การยืนยันผู้ใช้ , ACL และพวก Bot Management เป็นต้น ซึ่งทำให้การเขียน Policy นั้นง่ายมากยิ่งขึ้น และยังสามารถขยายงานบริการได้อย่างอัตโนมัติข้ามได้หลากหลายแพลตฟอร์ม และยังครอบคลุมถึงเรื่องการทำ OWASP CRS, PCI DSS, HIPPA และ GDPR เป็นต้น

 

เลเยอร์ในการป้องกัน Application Security/WAF

 

และ AVI ยังเสนอระบบป้องกันมัลแวร์ และระบบคลีนข้อมูลเช่นรูปที่ 2 ผ่าน ICAP กับระบบที่รองรับได้ด้วย ซึ่งระบบป้องกันที่รวมถึง OPSWAT และ LASTLINE (ปัจจุบัน VMware ได้ซื้อกิจการเรียบร้อยแล้ว) ICAP Integration ด้วยการตรวจจับทั้งมัลแวร์และช่องโหว่ที่วิ่งผ่าน Web . ส่วนตัว Policy จะทำการเซตอัพ Workflow นั้นช่วยให้สามารถทำการบล็อกไฟล์และลบพวกข้อมูลสำคัญก่อนที่จะออกจากเครือข่ายได้

ระบบ Antivirus Malware Protection

 

ทาง AVI WAF เองก็ยังให้ผู้ดูแลระบบสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ของผู้ใช้งานและเหตุการณ์ต่างๆ ภายใน Dashboard เพียงตัวเดียว ทั้งยังสั่งงานต่างๆได้โดยตรง ด้วย Avi PLUSE Service ซึ่งเป็นตัวคอยอัพเดท IP Reputation, Signature จากหลายๆผู้นำธุรกิจ ซึ่งทำให้มันสามารถป้องกันแอพริเคชันจากช่องโหว่ที่พบบ่อยๆ เช่น SQL Injection , Cross-site Scriptiong เพื่อแยกให้เห็นซึ่งพฤติกรรมที่ดี หรือเป็นลักษณะการโจมตีของการใช้งานแอพริเคชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานแบบ Real-Time ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

AVI WAF Security Pipeline Optimization

 

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นของ NSX Advanced Load Balancer (Avi) ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/3kitgZ34c8xLuDiV9

ทางลูกค้า VSTECS สนใจสินค้า หรือมีข้อสงสัย สอบถามมาได้ที่ VMWARE@VSTECS.CO.TH

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-vmware-nsx-advanced-load-balancer-by-vst-ecs/