คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

ดาวน์โหลด WHITEPAPER ฟรี: การสร้างรากฐานที่จำเป็นสำหรับ SMART HEALTHCARE

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้งในหน้าสื่อเกี่ยวกับธุรกิจคือการที่โรคระบาดโควิด 19 ได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการปฏิรูปทางดิจิทัลสำหรับองค์กรในทุกภาคส่วน คำพูดเหล่านี้จริง ทว่าแม้ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ขึ้น อาจกล่าวได้ว่าหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพนั้นตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีกว่าองค์กรประเภทอื่นๆ

รายงานที่เพิ่งถูกเผยแพร่ออกมาเร็วๆนี้โดย McKinley & Co เผยว่าอุตสาหกรรมสาธารณะสุขในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกได้ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากหลายทิศทางใหญ่ให้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ความยากลำบากในการตอบสนองต่ออุปสงค์ของผู้เข้ารับบริการ ภาระค่าใช้จ่ายในการให้บริการสุขภาพที่สูงขึ้น และความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการที่มีมากกว่าเดิม

แรงกดดันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผลักดันการพัฒนาสภาพแวดล้อมการให้บริการด้านสุขภาพที่มีผู้เข้ารับบริการเป็นศูนย์กลางซึ่งประกอบไปด้วยการให้บริการในรูปแบบต่างๆ เช่น การเพิ่มการให้บริการด้านสุขภาพในชั้นปฐมภูมิ การเร่งความเร็วในการให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน การบริหารและติดตามอาการป่วย และการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ในเชิงรุกเพื่อตรวจสอบปัญหาสุขภาพในเบื้องต้นที่อาจลุกลามเป็นอาการที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา

ดาวน์โหลด Whitepaper ฉบับนี้เพื่อเรียนรู้ถึงแนวโน้มของ Smart Healthcare และวิธีการเตรียมตัวที่เหมาะสมสำหรับหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล https://go.techtalkthai.com/2022/09/free-whitepaper-building-the-essential-foundations-of-smarter-healthcare/

from:https://www.techtalkthai.com/free-whitepaper-building-the-essential-foundations-of-smarter-healthcare/

พลิกโฉมธุรกิจสู่ดิจิทัลอย่างเรียบง่าย สู่ทุกความเป็นไปได้เท่าทวีกับ G-Able | Possible. Simple.

หลายองค์กรอาจมองว่า Digital Transformation เป็นเรื่องยุ่งยากและมีเพียงฝ่ายไอทีเพียงฝ่ายเดียวที่ต้องรับผิดชอบ ทว่าเคยฉุกคิดหรือไม่ว่าชุดความคิดนั้นกลายเป็นตัวฉุดรั้งทำให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ดิจิทัลไม่สัมฤทธิ์ผลดังหวัง

G-Able ผู้นำด้าน Tech Enabler พร้อมพาทุกองค์กรปรับเปลี่ยนชุดความเชื่อเดิม ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลด้วยการสานฝันให้ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้โดยง่ายดายกับความเชื่อครั้งใหม่ “Possible. Simple.”

องค์ประกอบสำคัญใดที่ G-Able มองว่ามีส่วนช่วยให้การทำ Digital Transformation เป็นจริงได้ แล้วอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า G-Able มีศักยภาพนำพาองค์กรทวีคูณทุกความเป็นไปได้ทางธุรกิจอย่างราบรื่น ร่วมค้นหาโอกาสครั้งใหม่ไปด้วยกันในบทความนี้

รู้จัก G-Able ผู้นำด้าน Technology Enabler 

เชื่อว่าผู้ทำงานฝั่งไอทีคงรู้จักคุ้นเคยกับบริษัท G-Able เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนทำงานทั่วไปนอกเหนือจากฝ่ายไอทีอาจยังไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ วันนี้จึงขอพาทุกท่านไปรู้จักกันให้มากขึ้น

G-Able เป็นผู้ให้บริการด้านระบบ IT และโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาตลอด 3 ทศวรรษ ทำให้มีโซลูชันหลากหลายตั้งแต่ Cyber Security Solution, Digital Business and Application, Cloud and Data Center Modernization, Data & Analytics ไปจนถึง Managed Tech Services

นอกจากนี้ G-Able ยังผนึกกำลังเป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกกว่า 50 ราย ในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions อีกด้วย จึงทำให้ลูกค้าองค์กรชั้นนำจากภาคเอกชนต่างมอบความไว้วางใจใช้บริการด้านไอทีและดิจิทัลโซลูชันในฐานะ “Tech Enabler” ชั้นนำของไทยมาโดยตลอด และปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่การเป็น Possibility Multiplier ทวีคูณทุกความเป็นไปได้สำหรับทุกองค์กร 

ทลายทุกข้อจำกัด ทวีทุกขีดความสามารถด้วยแนวคิด “Possible. Simple.”

โดยทั่วไป Digital Transformation ในทางปฏิบัติอาจยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่คิดเนื่องด้วยหลายปัจจัย ทั้งวิธีการเก็บและจัดการข้อมูลแบบเดิม ๆ ระบบเครื่องมือที่ล้าสมัย ระบบการทำงานที่ไม่เชื่อมต่อถึงกัน รวมไปถึงตัวพนักงานผู้ใช้งานในองค์กรเองที่ขาดความรู้ด้านเทคโนโลยี กลัวการใช้งานเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย จนไม่สามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากเทคโนโลยีนั้นออกมาได้เต็มที่ ดังนั้น โจทย์สำคัญของการทำ Digital Transformation คือ ทำอย่างไรให้คนกับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกอุปสรรคของการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล G-Able จึงเชื่อมั่นในแนวคิด “Possible. Simple.” ว่าความร่วมมืออันหลากหลายของคนในองค์กรจะเป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่ทุกความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะอยู่ในตำแหน่งไหนขององค์กร ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้ด้วยการปลดปล่อยขีดความสามารถของตนอย่างเต็มศักยภาพ

เมื่อองค์กรแข็งแกร่ง พร้อมมุ่งหน้าตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งเป้าไว้ สิ่งที่เข้ามาเสริมแกร่งให้องค์กรพัฒนาอย่างก้าวกระโดด คือ เทคโนโลยีที่ดี ซึ่ง G-Able มุ่งมั่นสร้างเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชัน และพร้อมเป็น “Trusted Tech Enabler Partner for Business Resilience” พาร์ตเนอร์ที่องค์กรมั่นใจได้ในการช่วยผลักดันขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงปลอดภัยในโลกดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดสำหรับทุกองค์กรและนำพาไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่าทวีคูณ

จากจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นสู่จุดหมายปลายทางของการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจแบบทวีคูณ G-Able จึงมีความเชื่ออย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญที่เอื้อให้เป้าหมายความสำเร็จเป็นจริงได้ ได้แก่

  1. Technology

เทคโนโลยีที่ดีควรเป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ปัญหาและเป็นโซลูชันที่ใช้งานง่าย  ใช้ได้จริงกับทุกธุรกิจ ในทุกรูปแบบการทำ Digital Transformation

  1. Corporation

เมื่อองค์กรมีวิสัยทัศน์และอนาคตที่ชัดเจน จะนำพาองค์กรไปสู่การมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและพร้อมช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้อย่างมีทิศทางที่แน่ชัดและตรงเป้าหมาย

  1. People

การพัฒนาขีดความสามารถและการร่วมมือกันของคนในองค์กรจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้อย่างไม่จำกัด

ทั้ง 3 องค์ประกอบสำคัญนี้เองจึงเป็นคุณค่าที่ G-Able ยึดมั่นเชื่อถือ อันนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กร และเข้าใจผู้ใช้งาน จนเกิดเป็นโซลูชันที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนสำหรับทุกฝ่าย และตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อระหว่างคนกับเทคโนโลยี ก่อเกิดเป็นผลลัพธ์นับทวี เปิดรับทุกความเป็นไปได้ทางธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด ดั่งความเชื่อ “Possible. Simple.” นี้เอง

ต่อยอดทุกความเป็นไปได้ มั่นใจใน G-Able

พันธกิจหลักของ G-Able คือ การสร้างเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันที่ช่วยให้ทุกองค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงปลอดภัยในโลกดิจิทัล ดังนั้น G-Able จึงพร้อมให้บริการโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจรเพื่อช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ตั้งแต่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การออกแบบระบบ และการใช้งานระบบ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย การจัดการ Storage ด้วย G-Solutions ทั้ง 5 ได้แก่

  1. Cybersecurity Solution
    บริการให้คำปรึกษาด้าน Cyber Security เสริมสร้างการป้องกันองค์กรอย่างครบวงจร ปรับปรุงระบบไอทีให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วย Holistic G-Cyber Solutions พร้อมบริการตรวจสอบช่องโหว่และการดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. Cloud & Data Center Modernization
    โซลูชัน G-Able Cloud & Data Center Modernization รองรับการขยายตัวทางธุรกิจทุกขนาด ด้วยความสามารถในการปรับลด เพิ่มขยายขนาดระบบ IT ได้อย่างคล่องตัวตามรูปแบบการใช้งานในแต่ละธุรกิจอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
  3. Data & Analytics
    แพลตฟอร์มบริหารและจัดการข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองการวิเคราะห์ด้วย AI แบบครบวงจร เพื่อสร้างรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
  4. Digital Business & Application
    ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการออกแบบ พัฒนาแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีร่วมกับองค์กรลูกค้า เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเป็นผู้นำในตลาดอย่างยั่งยืน
  5. Managed Tech Services
    บริการด้าน IT ที่ช่วยธุรกิจวางแผนจัดการ ดำเนินงานได้อย่างราบรื่นด้วยระบบที่ยืดหยุ่น ช่วยวิเคราะห์ระบุปัญหาสาเหตุความผิดพลาดด้านระบบ IT อย่างตรงจุด เพิ่มศักยภาพในการประมวลผล ยกระดับการทำงานขององค์กรและการทำธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากโซลูชันทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่ทำให้ G-Able มีศักยภาพช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจองค์กรได้อย่างก้าวกระโดดและสร้าง New S-Curve คือ การมีกลุ่มธุรกิจ Tech Spin-off ทั้ง 3 บริษัท ในเครือของ G-Able ได้แก่ 

  • Blendata บริษัทด้าน Deep Tech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data แบบครบวงจร ทำให้การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
  • InsightEra บริษัทผู้ให้บริการ MarTech แบบครบวงจร ตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดครบทุกมิติ ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ ไปจนถึงการวัดผลที่ ”รวดเร็ว” และ “แม่นยำ”
  • Mverge บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Prop Tech แบบครบวงจร ระบบบริหารจัดการพื้นที่เช่าสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือที่เชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ

Good. Great or Greatness. What’s your next G?

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบอันได้แก่ Technology, Corporation และ People ผนวกรวมเข้ากับโซลูชันดิจิทัลหลากหลายที่ครอบคลุมทุกด้านเรื่อง IT สำหรับการทำ Digital Transformation จาก G-Able ย่อมทำให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริง

เพราะหน้าที่ของ G-Able คือ การเป็น Tech Enabler ที่พร้อมขับเคลื่อนให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด และด้วยนวัตกรรมและความรู้จากมืออาชีพด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร จึงเป็นสิ่งยืนยันว่า G-Able พร้อมช่วยทุกธุรกิจทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลในทุกมิติ 

เพราะ G-Able เชื่อว่า หากเทคโนโลยีเดียวกันนี้ถูกคิดและวางแผนอย่างถูกต้องและเข้าใจธุรกิจ เมื่อนั้นผลลัพธ์ปลายทางจะทวีผลได้หลายรูปแบบ จาก Good. Great. จนถึง Greatness. แล้วอะไรคือ G ต่อไปขององค์กรคุณ? มาร่วมปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้ทวีคูณกับ G-Able

G-Able | Possible. Simple.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

from:https://www.techtalkthai.com/g-able-possible-simple/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

อัปเดตแนวทางปฏิบัติด้าน Cybersecurity ล่าสุดในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

สรุปแนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยปี 2022 พร้อมแนวทางการจัดตั้ง SOC ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร การวางสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วในการตอบโต้ภัยคุกคาม รวมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือ DDoS การรักษาความมั่งคงปลอดภัย API และการป้องกันระบบ OT ที่กำลังถูกหลอมรวมเข้าสู่ระบบ ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 2: Cybersecurity

09:00 – 09:30 การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์สำหรับภาคการธนาคาร
คุณชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Chief Information Security Officer, KBTG
09:30 – 10:00 ลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วการตอบโต้ภัยคุกคามด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh
ดร. รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet
10:00 – 10:30 ปิดจุดบอดและสร้างความตระหนักแก่ SOC ด้วยการค้นหาภัยคุกคามบน Active Directory อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ
คุณสุวิชชา มุสิจรัล Security Architect, Tenable Indochina
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 สรุปแนวโน้มการโจมตี DDoS ปี 2022 และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกัน API
คุณณัฐพันธ์ เรืองรังษีรัตน์ Regional Account Manager, Cloudflare
11:30 – 12:00 หลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัย
คุณณฐวัฒน์ ศิริพลับพลา Data Center Software Solutions Consultant (Thailand & APJ), Schneider Electric
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-2-cybersecurity/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

วางกลยุทธ์ด้าน Standards & Compliance ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

แนะนำมาตรฐานและกรอบการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่องค์กรยุคดิจิทัลควรประยุกต์ใช้ พร้อมการวางกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เช่น NIST Cybersecurity Framework, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมไปถึงเทคนิคการลบข้อมูลถาวรอย่างมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 4: Standards & Compliance

13:30 – 14:00 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII)
พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
14:00 – 14:30 การบริหารจัดการ Data Privacy และ PDPA
คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล CEO, Netka System
14:30 – 15:00 เช็คความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของคุณ ด้วย NIST Cybersecurity Framework
คุณปองภพ เหล่าชัยกุล Senior Sales Engineer, Sophos
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ลบข้อมูลถาวรอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA
คุณศิริพรรณ ณ จัตุรัส Country Sales Manager (Thailand), Blancco
16:00 – 16:30 PDPA บังคับใช้แล้ว คุณพร้อมแล้วหรือยัง?
คุณศราวุธ สุดสวาท Sales Executive / Director, Bangkok Systems & Software
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-4-standards-and-compliance/

5 เหตุผล ทำไม Startup และธุรกิจไทยควรใช้ True IDC Cloud – Public Cloud ในประเทศ

ปัจจุบันมีบริการ Public Cloud ให้เลือกใช้มากมาย แต่ Public Cloud เหล่านี้มักให้บริการอยู่ภายนอกประเทศ ทำให้มี Latency สูง เกิดค่าใช้จ่ายในส่วน Data Transfer รวมไปถึงปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลไปนอกประเทศของหลาย ๆ ธุรกิจที่มีกฎหมายกำกับดูแล ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งบริการ Public Cloud ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น อย่าง True IDC Cloud และ 5 เหตุผลสำคัญว่าทำไม Startup และธุรกิจไทยถึงควรใช้ True IDC Cloud ที่เป็น Public Cloud ในประเทศ

True IDC Cloud – Public Cloud ในประเทศมาตรฐานระดับสากล

True IDC Cloud เป็น Public Cloud ในประเทศ ที่มี Multi-Platform ให้เลือกใช้งานตามความต้องการและความเหมาะสมของธุรกิจ และ True IDC ยังมี Data Center ของตนเอง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้งด้านการออกแบบ Data Center ในระดับ Tier III จากสถาบัน Uptime และด้านความมั่นคงปลอดภัย ISO/IEC 27001:2013 มาพร้อมกับระบบบริหารจัดการ Cloud ด้วยตนเองซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวขึ้นอีกระดับ มีพื้นที่รองรับได้กว่า 5,000 VMs และไม่มีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร เชื่อมต่อกันผ่านโครงข่าย Multi-site Network Fabric ทำให้สะดวกต่อการทำ Backup & Recovery และ Disaster Recovery สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ อีเมล วิดีโอสตรีมมิ่ง หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ (Modern Apps) ตอบโจทย์การใช้งานให้กับหลาย ๆ ธุรกิจ อาทิ โทรคมนาคม การธนาคาร การเงิน และประกันภัย เป็นต้น

True IDC Cloud เป็น Public Cloud ในประเทศที่ออกแบบมาตอบโจทย์ Startup และธุรกิจไทยโดยเฉพาะ เพราะมีจุดได้เปรียบในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในประเทศค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Public Cloud ต่างประเทศและ Local Cloud รายอื่น ๆ ในตลาด และนี่คือ 5 เหตุผลหลักที่ควรใช้ True IDC Cloud

1. ลดค่าใช้จ่าย Data transfer และตัดปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ

เทรนด์ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปทางเทคโนโลยี 5G และ IoT ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Smart Home, Smart Farming หรือ Smart City รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันก็เริ่มเดินเข้าสู่การเป็น Modern Apps ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Microservices สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล การใช้ Public Cloud นอกประเทศนอกจากจะมี Latency ที่สูงกว่าแล้ว ยังทำให้ธุรกิจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้าน Data Transfer จำนวนมากอีกด้วย

True IDC Cloud ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจในประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ได้อย่างรวดเร็ว Latency ต่ำ ตัดปัญหาเรื่องกฎหมายหรือข้อบังคับให้ต้องเก็บข้อมูลภายในประเทศสำหรับบางธุรกิจ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าบริการที่ผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีกด้วย

2. ฟีเจอร์พื้นฐานเทียบเท่า Public Cloud ระดับโลก พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวม Professional Services และ Managed Services ที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญคนไทย

True IDC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง CSA STAR, Uptime Tier III และ ISO/IEC 27001:2013 ถูกออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมแบบ Full Redundancy ในทุกฟังก์ชัน ครอบคลุมทั้ง Services, Compute, Storage, Management, Control และ Network ส่งผลให้มี Availability ถึงระดับ 99.95%

บริการ Infrastructure as a Service ของ True IDC Cloud มีบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ทั้ง VM & Servers, Storages, Relational Databases (MySQL, ProsgreSQL), Web Application Firewall, Autoscaling และ Backup & Recovery

Autoscaling เป็นหนึ่งในบริการเด่นของ True IDC Cloud เมื่อเทียบกับคู่แข่งในประเทศ ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายระบบได้โดยอัตโนมัติและไม่จำเป็นต้อง Restart Service ใหม่ รวมไปถึงเมื่อพบ Fail State ก็สามารถย้ายโหลดไปยัง VM ใหม่ให้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังรองรับการขยายระบบ Container ในระดับ Microservices ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ True IDC ยังให้บริการ Professional Services สำหรับให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการย้ายจากระบบเดิมสู่ True IDC Cloud (Migration) ตลอดจนบริการ Managed Services สำหรับคอยดูแลการใช้ Public Cloud หลังการขาย ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญคนไทยที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ใกล้ชิดกว่า ในราคาย่อมเยาว์กว่า Public Cloud นอกประเทศ

3. วางโครงข่ายแบบ Multi-site Network Fabric ลด Latency ในการเข้าถึงบริการ Cloud

Data Center ของ True IDC มีการวางระบบโครงข่ายแบบ Software-defined Network ที่สนับสนุนโดยเทคโนโลยี VXLAN ช่วยให้สามารถขยายการเชื่อมต่อในระดับ Layer 2 ทั้งภายในและระหว่าง Data Center ได้อย่างอิสระ กลายเป็น Network Fabric เดียวกันหรือที่เรียกว่า Multi-site Network Fabric ซึ่งนอกจากจะช่วยลด Latency ระหว่าง Data Center ให้เหลือเพียง 1 – 2 มิลลิวินาทีแล้ว ยังช่วยเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้ผู้ให้บริการ True IDC Cloud อีกด้วย

มากไปกว่านั้น True IDC ยังมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ได้มาตรฐานและรวดเร็วอันดับต้น ๆ ของประเทศ เชื่อมต่อโดยตรงกับ Domestic และ International Gateway (IG) และ Internet Exchange (IX)  รวมไปถึงมีบริการ True IDC Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมโยงระบบของตนเข้า Public Cloud ชั้นนำทั่วโลก ทั้ง Alibaba Cloud, Amazon Web Services, Google Cloud, Huawei Cloud, IBM, Microsoft Azure, Oracle, Salesforce, SAP และอื่น ๆ ได้โดยตรง ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการ Hybrid Multi-cloud สำหรับทำ AI/ML หรือ Real-time analytics

4. ตอบโจทย์ความต้องการของ Startup และธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

ปัจจุบันนี้ True IDC Cloud นอกจากจะมีบริการพื้นฐานอย่าง VM, Storage, Database แล้ว ยังมีบริการทางด้าน Container as a Service (CaaS) ภายใต้ชื่อ True IDC Kubernetes Service (TKS) ที่ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มนักพัฒนาและบริษัท Startup อีกด้วย ตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน อัปเดตเวอร์ชันหรือคอนเทนต์บ่อย ในขณะที่ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานเพื่อบริหารจัดการประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนได้อย่างคล่องตัว ลดภาระในการจัดการ Infrastructure ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังสามารถผสานแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชัน DevOps และ CI/CD Pipeline เข้าด้วยกันกับ True IDC Kubernetes Service เพื่อรองรับการทำ Autoscaling สำหรับการขยายระบบอย่างเร่งด่วนในอนาคตได้อีกด้วย

ด้วยการเป็น Public Cloud ในประเทศ True IDC Cloud จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการ Video Conference, Video Streaming, Content Delivery ในประเทศ หรือบริการ IoT ที่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์อย่าง เช่น Smart Home และ Smart Farming เนื่องจากมี Latency ต่ำและไม่ต้องเสียค่าบริการในส่วนของ Data Transfer เหมือน Public Cloud นอกประเทศ

5. ขยายบริการสู่ประเทศในอาเซียนและเอเชียแปซิปิกได้ง่าย

ในฐานะผู้ให้บริการระบบ Cloud และ Data Center ชั้นนำของประเทศ True IDC ได้สามารถขยายบริการไปสู่ประเทศอาเซียนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะได้ขยาย Data Center ไปสู่ประเทศเหล่านี้แล้วที่เมียนมาร์ มากกว่านั้นยังเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการในมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน เพื่อให้สามารถส่งมอบคอนเทนต์ไปประเทศเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตอนนี้ True IDC มีแผนขยาย AZ (Availability Zone) อีกหลายประเทศในอนาคตอันใกล้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่อยู่ในภูมิภาคอื่นสามารถใช้งาน True IDC Cloud ได้ดีมากขึ้น ทำให้มี Latency ต่ำกว่าผู้ให้บริการในประเทศรายอื่นๆ ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจกลุ่มที่ให้บริการ Video Streaming แบบเรียลไทม์ และ Content Delivery ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง 

ผู้ที่สนใจใช้บริการ Public Cloud ในประเทศของ True IDC สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.trueidc.com/th/contact หรือโทร 02-494-8300

from:https://www.techtalkthai.com/5-reasons-why-thai-startups-and-companies-should-use-true-idc-public-cloud/

HPE ขอเชิญร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี Discover More Bangkok 18 ต.ค. 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

HPE ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, ผู้ดูแลระบบ IT ทั้งในส่วนของ Data Center และ Network เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี HPE Discover More Bangkok 2022 งานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่จะอัปเดตทุกเทคโนโลยีและทิศทางของ HPE ในวันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ HPE Discover More เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โดยจะสัมผัสกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการรวมประสบการณ์จาก Edge-to-Cloud การควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และยกระดับไอทีแบบ multi-gen ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
 
HPE Discover More กำลังรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มลูกค้า พันธมิตร และผู้นำของเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงใน digital transformation กับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบ AI การวิเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับเส้นทางการปรับปรุงข้อมูลของคุณให้มีความทันสมัย และการสร้างแรงบรรดาลใจที่จะช่วยให้คุณสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
ภายในงาน HPE Discover More 2022 คุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในหัวข้อการบรรยายของ HPE เรากำลังสำรวจว่าคุณจะนำหน้าเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
 

เตรียมพบกับผู้ร่วมบรรยาย

Khai Peng Loh
Vice President & Managing Director, Growth & Emerging Markets (GEMs) & APAC Solution Sales
Palasilp Vichivanives
Managing Director, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

กำหนดการ

สถานที่จัดงานสัมมนา
 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 เวลา 8.30 – 18.00 น.
 
8:30 – 9:30 น.

Registration and Welcome

9:30 – 9:40 น.

Opening by Palasilp Vichivanives

9:40 – 10:30 น.

Fast-forward your data-first modernization journey with the HPE GreenLake edge-to-cloud platform by Khai Peng Loh

10:30 – 10:50 น.

Lanta Supercomputer : In a new era of scientific discovery and engineering breakthroughs

10:50 – 11:10 น.

AM Networking Teabreak and Discover Showcase

11:10 – 11:40 น.

The future of banking and financial services

11:40 – 11:55 น.

Shaping the future of technology by Intel

11:55 – 12:10 น.

Delivering supercomputing for the Enterprise by AMD

12:10 – 12:25 น.

Accelerated hybrid multicloud by Nutanix

12:25 – 13:30 น.

Networking Lunch & Discover Showcase

13:30 – 17:00 น.

Breakout Sessions

17:00 – 18:00 น.

Grand Lucky Draw & Networking cocktail 

 

*The agenda is subject to change.

Breakout Sessions

Breakout Track 1 – Create your Hybrid Cloud

  • HPE GreenLake: The “Unified Experience” for Your Hybrid Cloud Estate by HPE
  • Unify, Simplify, & Secure Compute Management by HPE
  • Innovation Solving the World’s Most Challenging Problems by AMD
  • AI infused Next Gen platforms from Intel by Intel
  • Modernize Enterprise Networks with Intent-Based Software-Defined WAN by HPE (Aruba)
  • Boldly Unleash AI from Edge to Cloud and Everywhere in Between by HPE + NVIDIA
Breakout Track 2 – Turn your Data into Intelligence

  • Modernize your Enterprise with Data Services that Deliver Cloud Operations Everywhere by HPE
  • Two industry leaders, one integrated approach to protect and manage data from core to edge to cloud by HPE + Commvault
  • Defend your data and refuse the ransom by HPE +Cohesity
  • Data Protection Modernization in a Multi-Cloud World with Zerto by HPE
  • Safeguard the SAN with HPE Gen 7 B-series by HPE + Brocade
  • Solve Critical Data Management Challenges with Unbreakable Cloud Storage by HPE + Scality
Breakout Track 3 – HPE GreenLake Edge to Cloud Platform

  • Fast-Track Your Path to HPE GreenLake by HPE
  • Your Multi-Cloud Strategy isn’t Complete without HPE GreenLake By HPE Financial Services
  • Digital Transformation Requires Database Transformation: Reimagine Databases with Nutanix
  • Fast-forward digital transformation the open-source way: HPE GreenLake—Now with Red Hat by HPE + Red Hat
  • Free Your CPU Cycles for Revenue-Generating Workloads with HPE’s Solution for VMware’s Project Monterey
ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ดังนี้
  • เตรียมแสดงผลการทดสอบ ATK ที่ยอมรับได้ ซึ่งแสดงผลเป็นลบภายใน 24 ชม. ก่อนเข้างาน
  • ขออนุญาตสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม หากคุณมีอาการไม่สบาย มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก หรือได้รับคำสั่งกักกัน
  • ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม สามารถถอดหน้ากากออกได้เฉพาะเมื่อรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

ติดตามอัปเดตข่าวสารของงาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการและเนื้อหาล่าสุดภายในงานสัมมนาได้ที่
 
โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทำการลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-discover-more-bangkok-2022/

เชิญนิสิตนักศึกษาร่วมการแข่งขัน Capture the Flag: Capture the Future Competition 2022 โดย Palo Alto Networks

Palo Alto Networks (Thailand) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ขอเชิญนิสิตและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่สนใจด้าน Cybersecurity เข้าร่วมการแข่งขัน Capture the Flag: Capture the Future Competition 2022 ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท พร้อมเปิดโอกาสทางสายอาชีพด้าน Cybersecurity กับองค์กรชั้นนำทั้งจากไทยและต่างประเทศ

** เปิดรับสมัครวันนี้จนถึงวันที่ 15 ตุลาคมนี้เท่านั้น **

ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตร และบัตรกำนัลการสอบ PCNSA ของ Palo Alto Networks (มูลค่า 20,000 บาท)

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1, 2 จะได้เงินรางวัล 30,000 บาทและ 10,000 บาทตามลำดับ พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร

สุดท้าย รางวัลอันดับที่ 4 และ 5 จะได้เงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท

** หมดเขตรับสมัครวันที่ 15 ตุลาคม 2022 **

from:https://www.techtalkthai.com/capture-the-flag-capture-the-future-competition-2022-by-palo-alto-networks/

โปรโมชั่นพิเศษ! เช่าใช้งาน Aruba EdgeConnect เริ่มต้นเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขา วางระบบ SD-WAN ได้อย่างคล่องตัวและง่ายดาย

SD-WAN ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีมาตรฐานที่ธุรกิจองค์กรซึ่งมีหลายสาขาจำเป็นต้องใช้งานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปแล้ว ในขณะที่ธุรกิจองค์กรที่มีสาขาเดียวเองหลายแห่งก็เลือกที่จะใช้ SD-WAN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเข้าถึงระบบ Application และข้อมูลบน Cloud ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาหลายธุรกิจมักมองว่า SD-WAN เป็นโซลูชันที่มีราคาค่อนข้างสูง เข้าถึงได้ยาก ทาง SiS Distribution และ Aruba Networks จึงได้จับมือกันจัดโปรโมชันพิเศษ เช่าใช้งาน Aruba EdgeConnect เริ่มต้นเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขาเท่านั้น เพื่อให้การใช้งาน SD-WAN ในไทยเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย

Aruba EdgeConnect กับความสามารถที่โดดเด่นเหนือ SD-WAN อื่น

โซลูชันของ Aruba EdgeConnect จะมีองค์ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ดังนี้
  • Aruba EdgeConnect Appliance อุปกรณ์ SD-WAN ในแบบ Physical/Virtual สำหรับเชื่อมต่อ WAN ที่หลากหลายเข้ากับ Network ภายในองค์กร พร้อมทำ Site-to-Site และ Hybrid WAN ในตัว
  • Aruba Orchestrator ระบบบริหารจัดการควบคุม SD-WAN ทั้งหมดจากศูนย์กลาง พร้อมกำหนดนโยบายควบคุมแบบอัตโนมัติ
  • Aruba Boost ออปชั่นเสริมสำหรับการทำ WAN Optimization ที่พร้อมใช้งานได้ใน 1 คลิก ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Aruba ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Application ที่ต้องการ Latency ต่ำเป็นพิเศษได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะการเชื่อมต่อไปยังสาขาต่างประเทศ รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่รันบน Public Cloud

ในภาพรวมแล้ว โซลูชัน Aruba EdgeConnect จะมีความสามารถที่โดดเด่นหลักๆ ด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

  • WAN Optimization เป็นความสามารถส่วนเสริมที่ชื่อว่า Aruba WAN Boost ซึ่งต้องเปิดใช้งานเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพของ WAN ดีขึ้นด้วยสองเทคนิค
    • Latency Mitigation ใช้เทคนิคในการเพิ่มความเร็วและลดขั้นตอนให้กับ TCP หรือ Protocol อื่นๆ ที่มีการใช้งาน ทำให้สามารถลด Latency ในการเชื่อมต่อเครือข่ายลงได้อย่างชัดเจน
    • Data Reduction ทำ Data Compression และ Deduplication ให้กับข้อมูลที่รับส่งผ่าน TCP และ UDP บน WAN ช่วยลดปริมาณของ Traffic ที่มีความซ้ำซ้อน รวมถึงยังมีการจัดเก็บข้อมูลเอาไว้ภายใน Local เพื่อที่ว่าถ้าหากมีการเรียกใช้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกับส่วนที่ถูกจัดเก็บเอาไว้นี้ ระบบก็จะนำข้อมูลที่จัดเก็บเอาไว้ส่งให้ยังปลายทางแทนได้ทันที
  • Business Intent Overlay สร้าง Application-Specific Virtual WAN Overlay จำนวนมากให้ทำงานร่วมกัน เพื่อรองรับการทำ QoS, Transport, Failover และ Security ให้แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละการรับส่งข้อมูลได้
  • Path Conditioning เสริมประสิทธิภาพและคุณภาพในการรับส่งข้อมูลผ่าน Public Internet โดยอาศัยเทคนิคในการซ่อมแซมหรือจัดเรียงลำดับ Packet
  • SaaS Express ตรวจสอบคุณภาพของ WAN ในการเชื่อมต่อไปยังบริการ SaaS หลายร้อยรายการ ช่วยให้การทำงานผ่าน Cloud เป็นไปได้อย่างมั่นใจ

จะเห็นได้ว่าความสามารถที่หลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ของ Aruba EdgeConnect นี้อาจช่วยตอบโจทย์หลายๆ ข้อที่ธุรกิจองค์กรไม่เคยนึกถึงมาก่อนได้ว่า SD-WAN จะสามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้ และนี่เองก็เป็นเหตุผลว่าทำให้ธุรกิจองค์กรชั้นนำหลายแห่งทั่วโลกถึงเลือกใช้ Aruba EdgeConnect เป็นระบบ SD-WAN หลัก

นอกจากนี้ ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัย Aruba EdgeConnect Enterprise ก็ยังถือเป็นโซลูชัน SD-WAN แรกของโลกที่ผ่านการรับรอง ICSA Labs Secure SD-WAN Certification จากการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันดังกล่าวจะมีความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ SD-WAN เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง Next-Generation Firewall, IDS/IPS และ DDoS Detection & Remediation อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Aruba ClearPass และ Aruba Central NetConductor เพื่อตอบโจทย์การทำ Automation ทั้งในส่วนของ Network และ Security ได้อย่างครบถ้วน

ตอบโจทย์การเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังต่างประเทศและ Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยความสามารถข้างต้นของ Aruba EdgeConnect การทำ WAN Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Traffic ที่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศหรือบริการ Cloud ต่างๆ นั้นจึงสามารถเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรหลายแห่งที่มีกรณีการใช้งานในลักษณะนี้ได้ ทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์ในการทำงานที่ดีขึ้นจาก Network Latency ที่ลดลงอย่างชัดเจน

การเลือกใช้งาน Aruba EdgeConnect นี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างมากหากเทียบกับการเช่าใช้ Private Link เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Cloud อย่างเช่น O365, Zoom, Salesforce หรือ Data Center ในต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งใช้งานได้ง่ายผ่านระบบ Marketplace ที่มีอยู่บนบริการ Cloud ชั้นนำหลายราย

ลดค่าใช้จ่ายการเช่าใช้ MPLS ลงได้อย่างคุ้มค่า

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ใช้ MPLS อยู่เดิมนั้น การใช้ Aruba EdgeConnect จะทำให้การบริหารจัดการ WAN เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสามารถลด Bandwidth ที่ต้องรับส่งข้อมูลผ่าน MPLS ได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธุรกิจองค์กรจะยังได้รับความยืดหยุ่นพร้อมอิสระในการเลือกใช้ Internet Link จากผู้ให้บริการในแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ เพราะ Aruba EdgeConnect สามารถช่วยเชื่อมผสานระบบเครือข่ายในแต่ละพื้นที่เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และยังใช้ Link หลายเส้นควบคู่กันไปเพื่อเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานให้กับการเชื่อมต่อ Internet ได้อีกด้วย

เริ่มต้นใช้งาน Aruba EdgeConnect ได้ทันที เพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขาเท่านั้น!!
 

ทาง SiS ได้ร่วมมือกับ Aruba Networks จัดโปรโมชันเพิเศษสำหรับแพ็คเกจ 100/100Mbps ในราคาเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขา ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำ WAN Optimization ได้มากถึง 50Mbps พร้อมแถมฟรี บริการ Aruba Orchestrator บน SiS Cloud และฟรีค่าติดตั้งโดยทีมงาน SiS โดยมีระยะเวลาสัญญา 36 เดือน

ราคาดังกล่าวนี้ยังไม่รวมค่า Internet Link (FTTX) และ Public IP

สนใจใช้งาน Aruba EdgeConnect ติดต่อ SiS Distribution ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Aruba EdgeConnect หรือโซลูชันอื่นๆ จาก Aruba Networks สามารถติดต่อทีมงาน SiS Distribution ได้ทันทีที่ hpearuba@sisthai.com หรือ LINE @sisaruba

from:https://www.techtalkthai.com/special-promotion-lease-of-aruba-edgeconnect-starting-at-only-9500-baht-per-month-per-branch-easy-to-deploy-sd-wan-systems/