คลังเก็บป้ายกำกับ: IPAD

ราคา iPad เพื่อการศึกษา vs. ราคาปกติ อัปเดต 21 ก.ย. 2022

อัปเดตราคา iPad เพื่อการศึกษาอ้างอิงจาก Apple Store ออน […] More

from:https://www.iphonemod.net/ipad-student-price-list-sep-2022.html

รวมข้อมูล iPad Pro, iPad 10, IPadOS 16, Mac M2 Pro, macOS Ventura ก่อนเปิดตัวในงาน Apple October Event 2022

หลังเปิดตัว iPhone 14 Series ในงาน ‘Far Out’ Apple Event 2022 ไปหมาด ๆ ก็ใกล้จะไปถึงงาน October Event ในเดือนหน้าที่แอปเปิลจะเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง iPad กับ Mac พร้อมแนะนำอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ในเครื่องพวกนี้ด้วย คราวนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาให้ได้รู้กันคร่าว ๆ ซะหน่อย ว่าในงานนี้จะได้เจอกับอะไรบ้างครับ

iPad Pro 2022 

นักวิเคราะห์ Gurman เผยว่าปีนี้ iPad Pro แท็บเล็ตตัวท็อปของ Apple รุ่นใหม่จะมากับขุมพลังชิปประมวลผล M2 โดยจะมีสองรุ่นให้เลือก มี iPad Pro รุ่นหน้าจอขนาด 11 นิ้วจะใช้จอแบบ LCD ส่วน iPad Pro อีกรุ่นนึงจอใหญ่ขึ้นมา ขนาด 12.9 นิ้ว จะใช้จอแบบ miniLED ซึ่งทั้งสองรุ่นจะรองรับการชาร์จ MagSafe ด้วย

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าจะมีการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้อยู่นานขึ้น และมีอุปกรณ์เสริมใหม่ ๆ มาเสริมประสบการณ์การใช้งานอีกด้วย เจ้า iPad Pro ตัวใหม่นี้ก็นับว่าเป็นดาวเด่นของงานที่ทุกคนกำลังจับตารอคอยการเปิดตัวอยู่ ต้องมารอลุ้นกันว่าจะมีเรื่องอะไรมาเซอร์ไพรส์เราบ้างครับ

iPad Gen 10 เตรียมอัปเกรดใหญ่ในรอบ 10 ปี

มีข่าวว่า Apple จะอัปเกรด iPad 10th generation แท็บเล็ตรุ่นน้องให้แบบชุดใหญ่ โดยจะเปลี่ยนช่องชาร์จจาก Lightning เป็น USB-C แล้ว ทำให้ต่อไปนี้แท็บเล็ตทุกรุ่นจะมีพอร์ต USB-C ไว้ใช้กันพร้อมหน้าพร้อมตาซักที ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้ USB-C ก็จะมีประโยชน์หลายอย่าง เช่นช่วยให้เชื่อมต่อกับจอนอกอย่าง Studio Display ของ Apple เองได้ พร้อมช่วยโอนถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องได้เร็วขึ้น

iPad Gen 10 รุ่นใหม่จะใช้จอ Retina ความละเอียดเดียวกันกับจอของ iPad Air และยังอาจเพิ่มขนาดจอจาก 10.5 เป็น 10.9 นิ้ว แต่จะยังไม่มีฟีเจอร์เด่น ๆ เหมือนในรุ่น Pro อย่างเรื่องความกว้างสี DCI-P3 และความสว่างจอสูงนะครับ น่าเสียดายจริง ๆ

Gurman ยังแจ้งอีกด้วยว่า iPad Gen 10 จะใช้ชิปประมวลผล A14 Bionic ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน iPad Air Gen 4, และ iPhone 12 Series

MacBook M2 รุ่นใหม่

Apple ได้ประกาศเอาไว้ว่ากำลังพัฒนาตัว Mac Pro อยู่ ซึ่งก็คาดกันว่าจะมีการเปิดตัว MacBook Pro ขนาด  14 นิ้วและ 16 นิ้ว ที่ใช้ชิป M2 Pro และ M2 Max สองชิปรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจาก M2 ตัวเดิม ซึ่งน่าจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 ไม่ก็ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023

นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวที่ว่า Apple จะเปิดตัว Mac mini รุ่นที่ 2 ออกมาด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ชิปประมวลผลตัวไหน ระหว่างตัว M2 ธรรมดาหรือตัวที่แรงกว่านั้น

แว่นตา AR/VR Reality One

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Apple แอบไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสินค้าประเภทแว่น VR/AR ภายใต้ชื่อบริษัทอื่น และก็อาจเปิดตัวแว่น Reality One เร็วที่สุดภายในปีนี้ เพื่อที่จะได้วางขายจริงในปี 2023 เลย ดังนั้น October Event เลยเป็นโอกาสที่ดีที่ Apple จะเผยว่าพร้อมเข้าสู่วงการโลกเสมือนอย่างเต็มตัวแล้วนั่นเอง

โดยอาจจะเอามาเปิดตัวสินค้าใหม่นี้ในช่วง “One More Thing” เพื่อมาเรียกกระแสความตื่นเต้นกันก่อนครับ แต่ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดมากเท่าไร ก็ฟังหูไว้หูกันไปก่อนนะ

วันปล่อยอัปเดต iPadOS 16 และ macOS Ventura

iOS 16, watchOS 9, and tvOS 16 มีข่าวยืนยันแล้วว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้งานอัปเดตกันในวันที่ 12 กันยายน ส่วน iPadOS 16 and macOS Ventura คาดว่าจะปล่อยอัปเดตมาภายในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากที่จะจัดงาน October Event ไปเรียบร้อยแล้ว

โดยทั้ง iPadOS 16 และmacOS Ventura จะมีฟีเจอร์เด่นเหมือนกันทั้งคู่ ในเรื่องการจัดการหน้าต่างที่เรียกว่า Stage Manager ช่วยให้สลับแอปไปมาได้สะดวกยิ่งขึ้น มีความพิเศษตามนี้

  • ปรับขนาดหน้าต่าง: ปรับขนาดหน้าแอปและโปรแกรมต่าง ๆ ให้เป็นตามที่เราสะดวกใช้งาน
  • จัดวางจอตรงกลาง: เอาโปรแกรมหลักที่ใช้อยู่ไว้ตรงกลางโดยไม่ต้องเปิดเต็มจอ
  • ทับซ้อนหน้าต่าง: การทับซ้อนหน้าต่างหลาย ๆ ชั้นทำให้เปลี่ยนโปรแกรมที่ใช้ได้ง่าย
  • รวมกลุ่มแอปใช้บ่อย: เซฟกลุ่มแอปที่เปิดขึ้นมาบ่อย ๆ ได้ ทำให้ไม่ต้องมาจัดเรียงใหม่

วันจัดงาน Apple October event

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาว่า Apple จะจัดงาน October event เมื่อไรนะครับ ถ้ามีรายละเอียดออกมาเมื่อไรเดี๋ยวเรามาอัปเดตให้อีกที

 

ที่มา: 9to5mac

from:https://droidsans.com/apple-october-event-pre-launch/

สิ่งที่คาดว่าจะเปิดตัวในงาน Apple Event ‘Far Out’ 7 กันยายนนี้

Apple เตรียมจัดการ Apple Event ‘Far Out’ ใน […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-event-far-out-expected-things.html

วิธีใส่อิโมจิ (Emoji) ในรูปภาพบน iPhone ง่าย ๆ

สำหรับใครที่อยากจะเพิ่มความน่ารักให้กับรูปภาพด้วยการใส่ […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-insert-emoji-to-photos-iphone.html

ภาพพื้นหลัง (Wallpaper) “Cloud” สำหรับ iPad จาก Unsplash

ทีมงานนำภาพพื้นหลัง (Wallpaper) สำหรับ iPad มาให้ดาวน์โ […] More

from:https://www.iphonemod.net/cloud-ipad-wallpaper-aug-2022.html

Canva เปิดตัว Whiteboards ทำงานร่วมกันได้! คล้ายฟีเจอร์ Freeform ใน iPadOS 16

เปิดตัวแล้ว! Canva Whiteboards สามารถทำงานร่วมกันได้ คล […] More

from:https://www.iphonemod.net/canva-whiteboards-launch.html

3 สเต็ปเทพดึงรูปจาก iCloud ไม่เกี่ยง Windows, Android ฉบับง่ายทำได้ด้วยตัวเอง!! อัพเดทปี 2022

ดึงรูปจาก iCloud ไม่ยากอย่างที่คิด แค่ 3 ขั้นตอนนี้ก็เอาภาพมาใช้ได้แล้ว!

Share image Edit Name 3icloud 1

คนที่เคยใช้อุปกรณ์ Apple ไม่ว่าจะ iPhone, iPad แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็มีภาพหรือคลิปที่ถ่ายเก็บเอาไว้แต่ไม่รู้ว่าจะดึงรูปจาก iCloud ได้อย่างไร และมีวิธีไหนบ้างถึงจะโหลดกลับมาใช้งานได้สะดวกๆ ไม่ต้องซื้อเสียเงินซื้อสินค้าของ Apple กลับมาเพื่อดึงภาพ, คลิป หรือโน๊ตบางอย่างออกมาใช้งานให้เปลืองเงิน ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยระบบปฏิบัติการอื่นไม่ว่าจะ Windows, Android ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Apple เองก็มีเว็บไซต์ iCloud ให้อดีตผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ล็อคอินเข้ามาใช้บริการได้ด้วย ด้านรูปแบบการใช้งาน ก็แทบไม่ต่างอะไรกับการใช้งานในแอพฯ ของทาง Apple เลย

Advertisementavw

หรือถ้าใครใช้ iPhone, iPad, MacBook ควบคู่กับระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ ก็ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีตอีกแล้ว นั่นเพราะทาง Apple ก็พัฒนาโปรแกรมให้ดึงภาพจาก iCloud ได้โดยตรง เพียงแค่ตั้งค่าในไม่กี่คลิ๊ก ก็พร้อมใช้งานได้ทันทีและสะดวกพอสมควร จัดว่าไม่แพ้ MacBook เลยทีเดียวและยังมีให้โหลดมาใช้งานใน Microsoft Store โดยตรงอีกด้วย

ดึงรูปจาก iCloud

3 สเต็ปเทพดึงรูปจาก iCloud ง่ายๆ ไม่ต้องเป็นอุปกรณ์ Apple ก็โหลดได้!

สำหรับวิธีการดึงรูปจาก iCloud ในตอนนี้จัดว่าง่ายมาก เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ภาพที่เคยเซฟเก็บเอาไว้กลับมาใช้งานได้แล้ว และยังอัพโหลดภาพกลับเข้าไปเก็บใน iCloud ที่เรามีอยู่ได้อีกด้วย โดยวิธีการดึงรูปนั้นจะมี 3 วิธีหลักๆ ดังนี้

  1. โหลดจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรงได้เลย
  2. โหลดโดยใช้แอพฯ หรือโปรแกรมของ Apple
  3. โหลดภาพจาก Shared Album ที่เพื่อนแชร์ให้ก็ได้!

1. โหลดจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรงได้เลย

 

icloud 1

วิธีแรกที่ง่ายสุดและใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ คือ ไปโหลดภาพมาจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรง ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำในโน๊ตบุ๊คหรือสมาร์ทโฟนก็ได้ โดยระบบจะให้ผู้ใช้ล็อคอิน Apple ID และยืนยันตัวด้วย Two-Factor Authentication ก่อนจะปลดล็อคให้ผู้ใช้เข้าไปดึงรูปหรือเปิดโน๊ตที่บันทึกเอาไว้ได้ตามต้องการ หากผู้ใช้คนไหนย้ายมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android แล้ว Apple จะเปลี่ยนจากการส่งคำยืนยันเป็นหน้าต่างแจ้งเตือนใน iPhone เป็น SMS ให้ผู้ใช้กรอกเพื่อล็อคอินแทน

Screenshot 2022 08 29 155602 1

เมื่อล็อคอินแล้ว ที่หน้าแรกของเว็บไซต์ iCloud จะมีแอพฯ พื้นฐานของ macOS ที่ถูกแบ็คอัพขึ้น iCloud ให้กดเปิดใช้งานแบบออนไลน์ และยังใช้โปรแกรมทำงานเอกสารของ Apple อย่าง Pages, Numbers, Keynote ได้ด้วย ส่วนการดึงภาพจาก iCloud ให้คลิกไอคอนแอพฯ รูปภาพ (Photos) เพื่อเปิดดูภาพที่ถูกแบ็คอัพเอาไว้ออกมา

Screenshot 2022 08 29 130833 1 1

 

หน้า UI แอพฯ รูปภาพบนเว็บไซต์ iCloud จะเหมือนเวอร์ชั่นแอพฯ ใน macOS สามารถดาวน์โหลด, อัพโหลด, ลบภาพที่แบ็คอัพเอาไว้ได้ตามสะดวก โดยขั้นตอนใช้งานบนเว็บไซต์ นอกจากจะแตะเลือกเพียงภาพที่ต้องการภาพเดียว, กด Ctrl ค้างแล้วคลิกเลือกหลายๆ ภาพพร้อมกัน หรือแม้แต่กด Ctrl+A เพื่อเลือกทุกภาพที่แบ็คอัพเอาไว้ก็ได้

Screenshot 2022 08 29 161618

 

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว จะมีไอคอนให้เลือกสิ่งที่ต้องการทำกับภาพใน iCloud ของเราได้ 7 อย่างด้วยกัน โดยไล่จากซ้ายได้แก่

  1. รูปเมฆพร้อมลูกศรชี้ขึ้น – อัพโหลดภาพจากในคอมพิวเตอร์ขึ้น iCloud
  2. กรอบสี่เหลี่ยมและเครื่องหมายบวก – เพิ่มภาพที่เลือกไปยังอัลบั้มที่ต้องการ
  3. รูปหัวใจ – เลือกเป็นภาพโปรด
  4. กรอบสี่เหลี่ยมมีลูกศรชี้ขึ้น – แชร์
  5. รูปเมฆพร้อมลูกศรชี้ลง – ดาวน์โหลดรูปจาก iCloud เข้ามาในคอมของเรา
  6. รูปถังขยะ – ลบภาพที่เลือกทิ้งไป
  7. วงกลมมี 3 จุดตรงกลาง – ตั้งค่าตัวเลือกการดาวน์โหลดภาพจาก iCloud โดยเลือกได้ 2 แบบ
    1. ดาวน์โหลดต้นฉบับ – โหลดไฟล์ภาพต้นฉบับ ความละเอียดสูงสุดจาก iCloud
    2. ใช้งานร่วมกันได้ดีที่สุด – โหลดภาพที่นำไปใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ จะเป็นไฟล์นามสกุล .jpg, .HEIF, H.264, .HEVC

Screenshot 2022 08 29 13 35 52 85 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 35 56 62 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1

ถ้าใช้ผ่านเบราเซอร์ในสมาร์ทโฟน เมื่อล็อคอินเว็บไซต์ iCloud และเปิดเจอภาพที่ต้องการแล้ว ให้กดไอคอนวงกลมมี 3 จุดตรงกลางก่อน แล้วแตะคำว่า “ดาวน์โหลด” แล้วเบราเซอร์ก็จะดึงรูปจาก iCloud มาเก็บไว้ในมือถือให้ใช้งานได้แล้ว

2. โหลดโดยใช้แอพฯ หรือโปรแกรมของ Apple

Screenshot 2022 08 29 141341 1

วิธีดึงภาพจาก iCloud ถ้าเป็นระบบของ Apple เองก็ทำได้ไม่ยาก ซึ่งทาง Apple ก็แนะนำวิธีทำเอาไว้บนหน้าเว็บไซต์ของตัวเองด้วย โดยแยกตามระบบปฏิบัติการไป ได้แก่ iOS, macOS และ Windows ซึ่งขั้นตอนใช้งานไม่ซับซ้อนเลย หากแยกตามระบบปฏิบัติการจะเป็นดังนี้

ระบบปฏิบัติการ iOS, iPadOS
  1. แตะคำสั่ง Settings เลือก Apple ID ของตัวเองด้านบน
  2. แตะคำสั่ง iCloud แล้วเลือก Photos
  3. เลือก Download and Keep Originals
ระบบปฏิบัติการ macOS
  1. เปิดแอพฯ Photos
  2. เลือกคำสั่ง Photos คลิกที่ตัวเลือก Preferences 
  3. คลิกคำว่า iCloud แล้วคลิกคำสั่ง Download Originals to this Mac

pc ios 15 iphone 12 pro icloud photos hero 1

ส่วนผู้ใช้ที่ใช้โน๊ตบุ๊คหรือพีซีระบบปฏิบัติการ Windows ควบคู่กับ iOS หรือเคยใช้ก็ดึงรูปจาก iCloud กลับมาใช้งานได้โดยโปรแกรม iCloud ที่ทาง Apple ทำมาเพื่อระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะ สามารถโหลดผ่านทาง Microsoft Store ได้เลย หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

Screenshot 2022 08 29 150846 1

icloud2 1
icloud3 1
icloud4 1
icloud5 1

วิธีใช้งานโปรแกรม iCloud ของ Windows ก็จัดว่าใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อติดตั้งแล้วโปรแกรมจะให้กรอก Apple ID ส่วนตัวตามปกติ แล้วกด Sign In และยืนยันตัวผ่านระบบ Two-Factor Authentication ให้เรียบร้อย จากนั้นระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งค่าว่าต้องการ Sync ข้อมูลอะไรจาก iCloud เข้ามาในพีซีบ้าง ซึ่งเลือกได้ทั้ง iCloud Drive, Photos, Contacts and Calenders, Bookmarks และ Passwords ในส่วนนี้เราสามารถเลือกเชื่อมต่อข้อมูลได้ตามต้องการแล้วค่อยกด Apply ด้านล่าง

เมื่อปล่อยให้ iCloud จัดการเชื่อมต่อข้อมูลจนขึ้นหน้าต่าง “Setup is Complete” ในภาพล่างซ้ายแล้ว ให้กด Done จากนั้นผู้ใช้ก็สามารถดึงรูปจาก iCloud ได้ตามต้องการเหมือนเป็นไดรฟ์ในคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งถ้าตั้ง Sync ทุกอย่างเอาไว้ในเครื่องจะแยกเป็น 2 ไดรฟ์ด้วยกัน ได้แก่

  1. iCloud Drive – เปิดดูข้อมูลใน iCloud ทั้งหมด ได้แก่ เอกสารจากโปรแกรม Pages, Numbers, Keynote และบางรูปภาพที่ Sync เอาไว้
  2. iCloud Photos – เปิดดูและดึงรูปทั้งหมดจาก iCloud ได้ทั้งหมดเหมือนไดรฟ์หนึ่งในโน๊ตบุ๊ค ถ้าต้องการใช้งานก็ใช้คำสั่ง Copy&Paste เข้ามาในเครื่องแล้วใช้งานได้เลย

 

Screenshot 2022 08 29 13 11 16 76 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 11 27 49 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 11 34 93 b783bf344239542886fee7b48fa4b892 1
Screenshot 2022 08 29 13 32 20 66 b783bf344239542886fee7b48fa4b892

ด้านผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android หากต้องการดึงรูปจาก iCloud ผ่านเบราเซอร์โดยไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ URL ใหม่ตั้งแต่ต้นก็สามารถเซฟหน้าเว็บให้เป็นไอคอนแอพฯ บนจอสมาร์ทโฟนได้ด้วย โดยมีวิธีการดังนี้

  1. เปิดหน้าเว็บไซต์ iCloud (หรือเว็บไซต์ที่ต้องการก็ได้เช่นกัน)
  2. แตะเครื่องหมาย 3 จุดแนวตั้งมุมบนขวามือ เลือก “Add to Home screen”
  3. ระบบจะขึ้นหน้า Add to Home screenโชว์ไอคอนขนาด 1×1 ขึ้นมา ให้กด ADD ได้เลย
  4. เมื่อกด ADD แล้วกลับมาหน้า Home screen จะเห็นไอคอนเว็บไซต์ที่สั่งเซฟเอาไว้ เช่น iCloud อยู่บนหน้าจอและมีไอคอนรูปเบราเซอร์ Google Chrome ห้อยอยู่มุมล่างขวามือ เมื่อแตะแล้วจะโหลดเข้าหน้าเว็บไซต์ iCloud ทันที

ซึ่งขั้นตอนการเซฟหน้าเบราเซอร์ที่ต้องการให้เป็นไอคอนบน Home screen นั้นจัดว่าสะดวกรวดเร็วมาก เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเข้าหน้าเว็บไซต์ใดเป็นประจำก็เอาวิธีนี้ไปใช้งานได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ให้เสียเวลา

3. โหลดภาพจาก Shared Album ที่เพื่อนแชร์ให้ก็ได้!

mikayla mallek 3iT3dnmblGE unsplash 1

ส่วนวิธีดึงรูปจาก iCloud ที่เป็น Shared Albums ซึ่งเราไม่ได้เป็นเจ้าของแต่คนรู้จักแชร์มาให้กดดูได้ด้วยกัน ซึ่งวิธีดึงภาพมาใช้งานทำได้ทั้ง iOS, iPadOS, macOS รวมถึง Windows ด้วย โดยมีวิธีการแยกตามระบบปฏิบัติการดังนี้

ระบบปฏิบัติการ iOS, iPadOS
  1. เปิดแอพฯ Photos ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เลือกแท็บ Albums
  2. เลื่อนหน้าจอลงมาที่แถบ Shared Albums แล้วเลือกอัลบั้มที่ต้องการ
  3. เลือกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม Share (รูปกล่องสี่เหลี่ยมมีลูกศรชี้ขึ้น)
  4. แตะตัวเลือก Save Image หรือ Save Video เพื่อเซฟไว้ในเครื่อง
ระบบปฏิบัติการ macOS
  1. เปิดแอพฯ Photos เลือกคำสั่ง Shared Album ตรงแถบคำสั่งฝั่งซ้ายมือของหน้าต่างโปรแกรม
  2. เลือกภาพหรือวิดีโอที่ต้องการ แล้วเลือกคำสั่ง Import เพื่อเซฟเอาไว้ใน MacBook ได้เลย
ระบบปฏิบัติการ Windows
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11
  1. คลิก Start Menu > iCloud Shared Albums
  2. ดับเบิ้ลคลิก Shared Album ที่ต้องการเพื่อเปิดอัลบั้มนั้นๆ
  3. ดับเบิ้ลคลิกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้น Copy ไฟล์ดังกล่าวแล้ว Paste ไว้ในโฟลเดอร์อื่นในเครื่องของเราได้เลย
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 7
  1. เปิดหน้าต่าง Windows Explorer แล้วสังเกตตัวเลือก iCloud Photos ที่แถบฝั่งซ้ายมือ
  2. ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Shared folder จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊กอัลบั้มที่มีภาพหรือวิดีโอที่ต้องการ
  3. ดับเบิ้ลคลิกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้น Copy ไฟล์ดังกล่าวแล้ว Paste ไว้ในโฟลเดอร์อื่นในเครื่องของเราได้เลย

andrew neel cckf4TsHAuw unsplash

จะเห็นว่าวิธีการดึงรูปจาก iCloud หรือแม้แต่ไฟล์เอกสารที่เคยเซฟเอาไว้ก็สามารถดึงกลับมาใช้งานได้โดยไม่ต้องมี iPhone, iPad หรือแม้แต่ MacBook สักชิ้นเดียวเลยก็ได้ ขอแค่รู้ว่าต้องเข้าทางไหน ทำอย่างไรก็เพียงพอแล้ว ซึ่งวิธีดึงรูปที่แนะนำไปในบทความนี้แล้ว ถ้า iCloud ของใครกำลังจะเต็มเพราะมีไฟล์ภาพเยอะเกินไปแล้วไม่อยากเสียเวลานั่งไล่ลบเองทีละภาพ ก็เปิดคอมพิวเตอร์แล้วไล่ลบภาพทิ้งไปก็ได้และสะดวกกว่ามาก

อย่างไรก็ตา ในมุมของผู้เขียนมองว่าในยุคนี้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเปิดใช้อินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาและยังรับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ผู้เขียนเห็นว่าการจ่ายซื้อพื้นที่ Cloud ส่วนตัวเอาไว้เซฟงานเก็บเอกสารต่างๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่มีไฟล์งานสำคัญอยู่ก็แนะนำให้ลงทุนซื้อเพิ่มแค่ตัวเริ่มต้นก็ได้ แล้วใช้วิธีแชร์ไฟล์ใน Cloud Drive แทน จะสะดวกกว่าใช้แฟลชไดรฟ์อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

macbook gaming cover

Share image Edit Name 3macbook 1

USB C cover

from:https://notebookspec.com/web/663779-3-step-download-photo-from-icloud

วิธีคัดลอกและแก้ไขรูปภาพในแอป Photos ใน iOS 16

แอปรูปภาพ (Photos) ใน iOS 16 ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มค […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-copy-and-paste-edit-image-photo-app-iphone-ios-16.html

วิธีย้ายผู้ติดต่อ (Contact) จาก iCloud ไปยัง Google Contact บน iPhone, iPad

สำหรับใครที่ใช้ Google Contact ในการติดต่องาน หรือวางแผ […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-move-icloud-contact-to-google-contact-iphone-ipad.html

Apple แจ้งผู้ใช้ iPhone, iPad และ Mac อัปเดตเฟิร์มแวร์ล่าสุด หลังพบช่องโหว่แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องได้

Apple พบช่องโหว่ในระบบที่เรียกว่าร้ายแรงจนต้องออกมาประกาศให้ผู้ใช้งานทั้ง iPhone, iPad และ Mac ต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ความปลอดภัยกันยกใหญ่ เนื่องจากช่องโหว่ดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะระบบเข้ามาควบคุมอุปกรณ์ทั้งหลายได้อย่างสมบูรณ์เลย

สำหรับช่องโหว่ของระบบดังกล่าวทาง Apple เป็นผู้ออกมาให้ข้อมูลและแจ้งเตือนด้วยตัวเองเลยว่ามันมีความร้ายแรงมากจนถึงขั้นที่แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบ iPhone, iPad และเครื่อง Mac เพื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อจากระยะไกลได้แบบสมบูรณ์ เอาไปทำอะไรต่าง ๆ ได้ตามใจ ไม่ว่าจะเปิดเข้าแอปในเครื่อง, โพสท์แอปโซเชียลด้วยชื่อเจ้าของบัญชีเอง ฯลฯ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออกมาให้ข้อมูลว่าอุปกรณ์ที่ควรอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่แบบด่วน ๆ ก็มีทั้ง iPhone 6s ขึ้นไป, iPad 5th Gen ขึ้นไป, iPad Pro ทุกรุ่น, iPad Air 2 และ Mac ที่ใช้ระบบ MacOS Monterey นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นเพลง iPod บางรุ่นที่อาจโดนช่องโหว่นี้เล่นงานเอาได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทาง Apple ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่าใครเป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ของระบบนี้ บอกแค่ว่าเป็นการค้นพบของนักวิจัยนิรนามเท่านั้น

Apple ได้แจ้งข่าวนี้ออกมาซักพักแล้ว ซึ่งหากว่าเจ้าของ iPhone, iPad และ Mac คนไหนที่ยังไม่ได้อัปเดตระบบของตัวเองก็อย่ารอช้า เพราะอาจจะซวยโดนแฮกเกอร์มาเล่นงานเอาวันไหนก็ไม่รู้…กันไว้ดีกว่าแก้ อย่านิ่งนอนใจกันนะครับ

 

ที่มา : Inc, Apple (1), Apple (2)

from:https://droidsans.com/apple-warns-iphone-ipad-mac-users-security-update/