คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

CapCut ออกแอพตัดต่อวิดีโอ PC / Mac แล้ว โหลดฟรี ใช้บนคอมได้

CapCut แอพตัดต่อวิดีโอชื่อดังที่เดิมที่มีให้โหลดใช้ในมือถือและแท็บเล็ต ตอนนี้มีให้โหลดในเวอร์ชั่น PC / Desktop แล้ว ทั้งในระบบ Windows และ Mac OS สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีครับ ซึ่งฟีเจอร์สำหรับเวอร์ชั่น PC นั้น ก็จัดหนักจัดเต็มเหมือนในโมบาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือในการตัดต่อขั้นพื้นฐานที่มีให้ครบ และเอฟเฟ็กลูกเล่นต่างๆ นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดตรงที่สามารถนำเสียงหรือลุกเล่นวิดิโอจากใน TikTok มาใช้กับวิดีโอของเราได้ง่ายๆ อีกด้วย (เพราะ CapCut เจ้าของเดียวกับ TikTok)

Auto Caption อีกฟีเจอร์เด็ดของ CapCut ที่จะช่วยให้เราทำ Subtitle ได้อย่างง่ายๆ

เอฟเฟ็ก ลูกเล่นต่างๆ ของ Capcut มีให้เลือกอย่างจุใจ

ดาวน์โหลด CapCut

from:https://www.9tana.com/node/capcut-pc/

ล้างเครื่อง Reset PC เหมือนได้คอมใหม่ ง่าย ทำได้ไว ไม่ต้องลงวินโดว์ฉบับปี 2023

ล้างเครื่องใหม่อัพเดต 2023 Reset PC ไม่ต้องลงวินโดว์ใหม่ ทำงาน เล่นเกมลื่นไหล

ล้างเครื่อง

ล้างเครื่อง Reset PC ในโอกาสใดบ้าง ทำไมถึงต้องทำ? วิธีการนี้ เป็นทำให้คอมเครื่องเก่าหรือเครื่องที่ใช้อยู่นั้นกลับมาทำงานได้ตามปกติ เหมือนกับตอนที่ลงวินโดว์ใหม่ๆ รวมถึงทำให้คนที่อาจเจอปัญหากับการใช้ซอฟต์แวร์ หรือไฟล์ระบบทำงานไม่ปกติ การแก้ปัญหาในเบื้องต้นอาจยังไม่พอ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น คุณอาจได้คอมมือสอง ที่เป็นมรดกตกทอดจากพี่ หรือซื้อคอมมือสองมา แล้วอยากจะทำให้เหมือนเครื่องใหม่ พร้อมเคลียร์พื้นที่ในระบบให้พร้อมสำหรับใช้งาน หรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น บางครั้งก็จอฟ้า BSOD รวมไปถึงเมื่อต้องการจะขายโน๊ตบุ๊ค หรือเปลี่ยนมือให้คนอื่นใช้ จำเป็นต้องเคลียร์ข้อมูล เพื่อความปลอดภัย นอกจากวิธีการ Recovery แล้ว การ Reset PC ก็ทำให้คอมของคุณกลับมาเหมือนลงวินโดว์ใหม่แบบ Clean ได้เช่นกัน ให้คอมกลับมาทำงานลื่นไหล เหมือนได้คอมเครื่องใหม่ โดยที่ไม่ต้องใช้แฟลชไดรฟ์ มาบูทเครื่องเพื่อลงวินโดว์ใหม่ให้เสียเวลาแล้ว ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถทำด้วยวิธีนี้ทั้งบนโน๊ตบุ๊คหรือพีซีของคุณ


ล้างเครื่อง Reset PC เหมือนได้คอมใหม่

เงื่อนไขและสิ่งที่ต้องเตรียม

  • มีวินโดว์ที่ติดตั้งเอาไว้ก่อนแล้ว หรือเป็นระบบจากเครื่องเก่า (แต่วิธีอาจต่างกันไปใน Windows แต่ละเวอร์ชั่น)
  • จะเป็นวินโดว์แท้ หรือยังไม่ได้ Activate อย่างเป็นทางการ ก็ทำได้ แต่ผลที่ได้อาจไม่เหมือนกัน 100% ถ้าไม่ใช่วินโดว์แท้ติดเครื่อง ก็อาจจะต้อง Activate ใหม่ด้วยคีย์เดิม
  • ต้องมีอแดปเตอร์หรือที่ชาร์จ ที่เสียบชาร์จไฟเอาไว้ได้ กรณีที่เป็นโน๊ตบุ๊ค และชาร์จเอาไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอน
  • ไม่จำเป็นต้องมีแฟลชไดรฟ์ในการบูต ไม่ต้องอาศัยแผ่นติดตั้ง Windows ง่ายและสะดวกกว่าเยอะ
  • ย้ำอีกครั้ง หากคุณมีข้อมูลสำคัญ ให้โยกย้าย สำรองเอาไว้ เช่น Document, Photo, Video, Download หรืออื่นๆ ใส่เอาไว้ใน External Drive เอาไว้ก่อนดีที่สุด

Backup สำรองข้อมูลในส่วนใดบ้าง?

ล้างเครื่อง
  • Desktop: เป็นอีกที่หนึ่งที่หลายคนใช้ในการเก็บไฟล์และจัดวางโฟลเดอร์งาน เพื่อให้เปิดใช้งานได้สะดวก ซึ่งบางครั้งต้องเช็คให้ถี่ถ้วนว่านำมาครบหรือไม่
  • Document: ส่วนใหญ่จะใช้ในการเก็บไฟล์งาน และเอกสาร ข้อมูลต่างๆ ภายในนี้ ซึ่งอาจจะเป็นโฟลเดอร์ซับซ้อน ให้เริ่มเก็บจากโฟลเดอร์หลักมาให้ครบ
  • Pictures: ไฟล์ภาพ และไฟล์ที่ได้จากการ Capture อาจเข้าไปอยู่ในโฟลเดอร์ Screenshot หากยังต้องใช้ ก็ไม่ควรลืมสำรองเอาไว้ด้วย
  • Videos: โฟลเดอร์ที่ใช้เก็บไฟล์วีดีโอต่างๆ รวมไฟล์ที่ Capture มาเป็นวีดีโอ ก็จะอยู่ในนี้ด้วยเช่นกัน
  • Downloads: อาจจะเลือกเก็บเป็นบางไฟล์ หรือบางโปรแกรมที่นำมาใช้ โดยใช้เป็นไฟล์ที่มีการอัพเดตใหม่ หรืออาจจะสำรองเอาไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปแยกการใช้งานอีกครั้ง
  • Music: เพลง เสียง และอื่นๆ ถ้ามีสิ่งสำคัญให้สำรองเอาไว้ก่อน
  • นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของ Sticker note หรืออื่นๆ ให้ลองดูว่าเราเพิ่มเติมการใช้งานอื่นใดเข้าไปบ้าง เพราะบางอย่างไม่ต้องสำรองไฟล์ แค่ใช้ Log-in เดิม เช่น Google account หรือ Microsoft account สิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ทันที

ประโยชน์ และข้อควรระวังในการล้างเครื่อง Reset PC

  1. การ Reset PC ช่วยให้คุณได้คอมเหมือนเครื่องที่เพิ่งลงวินโดว์มาใหม่ๆ แต่อาจจะมีแตกต่างกันไปบ้าง ตามเวอร์ชั่น รวมถึงควรต้องเตรียมไดรเวอร์หรือแหล่งดาวน์โหลด เพื่อการอัพเดตได้อย่างรวดเร็ว
  2. แต่การ Reset จะทำให้โปรแกรม และข้อมูลของคุณหายไปทั้งหมด ยกเว้นว่า คุณจะสำรองข้อมูลเอาไว้แล้ว หรือจะเลือกเป็นแบบ Keep Data
  3. การ Reset PC เช่นนี้ อาจไม่ได้ส่งผลให้การเล่นเกม เฟรมเรตพุ่ง โดยตรง แต่ก็ช่วยให้การเล่นเกมโดยรวมดีขึ้น เพราะมีการ Clear Cache, ลบไฟล์ขยะ และกำจัดสิ่งที่เป็น Process ของซีพียู แรม เป็นต้น
  4. ข้อควรระวัง สำรองข้อมูล ต่ออแดปเตอร์จ่ายไฟไว้ตลอด โปรแกรมกับไดรเวอร์ต้องหามาเตรียมเอาไว้ กรณีที่อุปกรณ์บางอย่าง ใช้ไดรเวอร์เฉพาะ

ขั้นตอนในการ Reset PC

ล้างเครื่อง

สำหรับใครที่ใช้ Windows 10 และ Windows 11 กดปุ่ม Start เลือก Settings แล้วไปที่ Update & Security ในหน้านี้จะมีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ ควรเลือกให้ถูกต้องตามขั้นตอน

Advertisementavw
ล้างเครื่อง

เลือกที่ Recovery ที่อยู่ในแถบซ้ายมือ บริเวณใกล้กับ Activation จากนั้น ไปที่หัวข้อ Reset this PC ทางด้านขวา กดปุ่ม Get started

ล้างเครื่อง

จากนั้นจะเข้าสู่หน้าที่ให้เราเลือกว่าจะทำการ Reinstall Windows แบบใด จะมีให้เลือก 2 แบบ ที่มีการใช้งานต่างกันคือ

ล้างเครื่อง
  • Keep my files: จะเป็นการ Reset ระบบ พร้อมเก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณไว้ เช่น ภาพ วีดีโอ Document และอื่นๆ รวมถึงโปรแกรมที่คุณใช้) ข้อดีคือ คุณไม่ต้องไปโปรแกรมเดิมมาลงใหม่ ไฟล์ข้อมูลของคุณจะไม่หายไปไหน แต่คุณจะต้องรอนานมากในขั้นตอนนี้ นานชนิดบางทีคุณลงวินโดว์ใหม่ เร็วกว่า
  • Remove Everything: เป็นแบบที่เหมาะกับคนที่ต้องการความเร็ว และเคลียร์ไฟล์ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาต่างๆ ออกทั้งหมด ในส่วนนี้จะใช้เวลาไม่มาก และได้ผลค่อนข้างดี เพราะจะแก้ปัญหาบางอย่างที่อาจจะไม่สามารถทำได้ใน Error checking หรือการ Uninstall Program เพียงอย่างเดียว

ซึ่งถ้าคุณสำรองไฟล์ข้อมูลต่างๆ เอาไว้ตั้งแต่ต้นเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกที่ Remove everything ได้เลยครับ ให้คลิ๊กตรงนี้

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้ามาที่ Additional settings หรือการตั้งค่าพื้นฐาน สามารถเลือก Change settings ได้

ล้างเครื่อง

ให้ตั้งเป็นค่าเดิมไว้ คือ Off ตรงนี้ถ้าเลือก On ก็จะเข้าเงื่อนไขของระบบ เช่น ลบได้ไว แต่ไม่ปลอดภัย รวมถึงเฉพาะข้อมูลที่อยู่ในไดรฟ์นี้ จะหายไปเมื่อติดตั้งวินโดว์ จากนั้นกด Confirm จากนั้นคลิ๊ก Next ต่อไป

ล้างเครื่อง

มาถึงตรงนี้ หากเป็นโน๊ตบุ๊ค ระบบจะแจ้งเลยว่า ให้ต่อสายอแดปเตอร์เข้ากับเครื่อง เพื่อทำการชาร์จไฟ ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้ หากไฟดับ แบตหมดขณะที่กำลัง Reset อยู่ หากของใครไม่ยอม Reset ให้ ลองเสียบสายชาร์จดูครับ

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้าหน้า Ready to reset this pc ระบบบอกว่าพร้อมแล้ว สำหรับการ Reset เลือกที่ Reset ได้เลย

ล้างเครื่อง

ให้รอสักครู่ ระบบกำลังทำการ Preparing หรือจัดเตรียมลำดับสักครู่ ก่อนจะทำการ Reset จะนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับความแรงของโน๊ตบุ๊ค

Reset PC Cleanup 2023 31

ระหว่างขึ้นหน้าจอสีดำ อย่าเพิ่งทำอะไร หรือไปถอดปลั๊ก ให้รอกระบวนการ Reset ไปสักระยะ จากนั้นระบบจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการติดตั้ง Windows อีกครั้งหนึ่ง บนหน้าจอสีฟ้าๆ ให้รอจนกว่าจะเสร็จสิ้น

เสร็จแล้วระบบจะให้เราทำการตั้งค่าต่างๆ ก่อนจะใช้งาน Windows ซึ่งตรงนี้ จะคล้ายกับที่เราติดตั้ง Windows ใหม่นั่นเอง ใครที่อยากดูรายละเอียดตรงนี้ให้ครบๆ สามารถคลิ๊กดูบทความ สอนลงวินโดว์ ฉบับเต็ม ได้เลยครับ

ล้างเครื่อง

ขั้นแรก เลือก Region ตรงนี้จะเลือก Thailand หรือจะคลิ๊ก Yes ไปก่อน แล้วค่อยตั้งค่า เมื่อเข้าสู่ Windows แล้ว ก็ได้

ล้างเครื่อง

ต่อมา Keyboard layout เลือก US จากนั้น Language ให้เลือก ภาษาไทย แล้ว Next เลือก Thai Kedmanee

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้ามาหน้าการเชื่อมต่อเครือข่าย ตรงนี้แนะนำว่าให้กด I don’t have internet ไปก่อนครับ เพราะไม่อย่างนั้น คุณจะต้อง Log-in Microsoft account ก่อน ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน

ล้างเครื่อง

ต่อมาระบบจะถามว่า ใครจะเป็นคนที่ใช้เครื่องนี้ ใส่ชื่อเราที่เป็นเจ้าของเครื่องก็ได้ครับ แล้วกด Next

ล้างเครื่อง

ส่วนของ Password หรือรหัส ใครจะตั้งเลยก็ได้ หากใช้เครื่องคนเดียว แต่ถ้าใช้กันหลายคน อาจจะเอาไว้ตั้งทีหลังก็ได้ครับ กด Next

ล้างเครื่อง

ในหัวข้อ Choose Privacy Settings นี้ จะให้คุณเลือกเปิดใช้งานความเป็นส่วนตัวของคุณ ตัวอย่างเช่น Location เพื่อให้ระบบรายงานเส้นทาง สภาพอากาศ รวมถึงการบริการต่างๆ จากไมโครซอฟท์ เมื่ออยู่ในพื้นที่นั้นๆ หรือไม่ หรือจะเป็น Find my device ในการเปิดให้ค้นหาอุปกรณ์ของคุณ กรณีที่เกิดการสูญหาย รวมถึง Diagnostic data จะส่งข้อมูลบางส่วนให้กับเว็บไซต์จากเบราว์เซอร์ที่คุณใช้ เพื่อให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเปิดใช้งานฟีเจอร์เกี่ยวกับ Activity และอื่นๆ เพื่อรายงานความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งาน หรือจะเป็น Inking & Typing เป็นต้น

ล้างเครื่อง

รอจนกว่าระบบจะบูตเข้าสู่หน้า Desktop ตรงนี้ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่างๆ อาจจะมีขั้นตอนที่เพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่จะติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ ไม่ต้องตกใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลย นั่นคือการอัพเดตสิ่งต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

ล้างเครื่อง

สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปคือ ต่ออินเทอร์เน็ต จะใช้ WiFi หรือสาย LAN ก็ตามสะดวกครับ ตรงนี้ผมแนะนำว่า หากคุณจะเครือข่ายนี้ที่บ้านเป็นค่าปกติ ก็เชื่อมต่ออัตโนมัติได้เลย เพราะจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตอีกพอสมควรในการอัพเดตและติดตั้งสิ่งต่างๆ ภายในเครื่อง

ล้างเครื่อง

ให้ทำการ Update Windows, ลงโปรแกรม และย้ายไฟล์ของคุณกลับมาวางเอาไว้ที่เดิม เป็นอันเสร็จสิ้น

ทั้งหมดนี้ จะใช้เวลาอยู่ที่ราวๆ 10 กว่านาที ถามว่าเร็วกว่าลง Windows ใหม่มั้ย บอกเลยว่าใกล้เคียงกัน แต่…ไม่ต้องเตรียมแฟลชไดรฟ์ ไม่ต้องใช้แผ่นลง ลดเวลาไปไม่น้อยเลย


ข้อสังเกตหลังการ Reset

  • Windows หลักตัวเดิมของคุณเป็นเวอร์ชั่นใด เมื่อ Reset จะกลับไปเป็นแบบเดิมคือ ระบบตั้งต้น
  • ต้องอัพเดตไดรเวอร์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต เมนบอร์ด การ์ดจอ และอื่นๆ
  • ต้องเตรียมโปรแกรมและซอฟต์แวร์ใหม่ให้พร้อม เมื่อติดตั้งเสร็จให้ Activate ใหม่อีกครั้ง
  • อย่าลืม หากใครใช้ระบบ 2 ภาษา แล้วต้องใช้งานปุ่ม “Grave Accent” หรือปุ่มตัวหนอนในการสลับภาษา สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย สำหรับคนที่ใช้ Windows 11

วิธีสลับภาษาด้วยปุ่ม Grave Accent

ล้างเครื่อง
  1. คลิ๊กขวาที่ปุ่ม Win แล้วเลือก Settings
  2. เลือกที่ Time & Language ที่อยู่ทางแถบด้านซ้าย
  3. จากนั้นเลือก Language & Region
  4. เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วเลือก Typing
  5. ในหน้า Typing ให้เลือก Advance keyboard settings
  6. หน้านี้ ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง ดูในหัวข้อ Switch input methods ให้คลิ๊กที่หัวข้อ Input language hot keys
  7. เลือกที่ between input languages
  8. แล้วเลือก Change key sequence…
  9. หน้าต่างที่ปรากฏขึ้น ให้เลือกใส่เครื่องหมาย Grave Accent แล้ว Ok
  10. เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น การสลับภาษาด้วยปุ่มตัวหนอน

สรุปการล้างเครื่อง

ล้างเครื่อง

โดยสรุปกับขั้นตอนการล้างเครื่อง Reset PC ไม่ได้ยุ่งยากใช่มั้ยครับ ด้วยการทำไม่กี่ขั้นตอนนี้ สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ ในกรณีที่เกิดสิ่งผิดปกติในการใช้งาน เช่น ไดรเวอร์ ซอฟต์แวร์ และยูทิลิตี้ต่างๆ ที่ลงไปในเครื่อง แล้วทำให้ระบบทำงานผิดเพี้ยน หรือใช้งานมานาน แล้วอยากจะล้างระบบ เพื่อเคลียร์สิ่งต่างๆ ให้ระบบกลับมาเฟรชเหมือนใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญ ที่อยากจะย้ำในทุกครั้งที่ต้องทำสิ่งใดเกี่ยวกับระบบ แนะนำว่าให้สำรองข้อมูลต่างๆ เอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย รวมถึงเตรียมสายชาร์จ ในกรณีที่ใช้โน๊ตบุ๊ค และมีอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ จากนั้นทำทีละขั้นตอนแบบไม่ต้องรีบร้อน และหลังจากที่ล้างเครื่องเรียบร้อยแล้ว ใครที่ไม่แน่ใจ ผมอยากให้ดูในแต่ละขั้นตอนให้ครบถ้วน ก่อนจะลงมือทำจะดีที่สุดครับ ย้ำว่า การเตรียม สำรองข้อมูล และโปรแกรมบางส่วนไว้ ช่วยให้หลัง Reset ง่ายขึ้น ส่วนถ้ามีติดตรงจุดใด สามารถคอมเมนต์กันเอาไว้ได้เลยครับ สุดท้ายนี้ ปปป

from:https://notebookspec.com/web/683632-reset-pc-windows-11-2023

โปรแกรม MSI Afterburner เตรียมหยุดการซัพพอร์ตเร็ว ๆ นี้ เพราะถูกบริษัทละทิ้งโปรเจคไปนานถึง 11 เดือน

ถือเป็นข่าวช็อกพอสมควรเลยสำหรับวงการพีซี โดยเฉพาะสาวกด้านเกมมิ่งที่คุ้นเคยกับโปรแกรม MSI Afterburner กันมานาน ล่าสุดมีข่าวว่าตัวโปรแกรมนี้อาจถึงขั้นต้องถูกยุติการซัพพอร์ตลงในไม่ช้านี้ เนื่องจากทางต้นสังกัดของบริษัท MSI ได้หยุดให้การซัพพอร์ตตัวโปรเจคหลักไปนานถึง 11 เดือนแล้ว

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับ MSI Afterburner มันคือโปรแกรมที่มีชื่อเสียงมากสำหรับการ overclock การ์ดจอ โดยทาง MSI พัฒนาขึ้นมาให้คนใช้พีซีทุกคนสามารถโหลดใช้งานได้ฟรี (ไม่จำเป็นต้องเป็นฮาร์ดแวร์จาก MSI อย่างเดียว) ซึ่งนอกจากสาย OC ที่ใช้งานกันจริงจังแล้ว คนทั่วไปเองก็ยังนิยมเอามาใช้เช็คเฟรมเรตหรือดูค่าต่าง ๆ ของฮาร์ดแวร์ในเครื่องระหว่างเล่นเกมด้วย

Alexey Nicolaychuk (Unwinder) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโปรแกรม RivaTuner มาตั้งแต่ปี 1997 และปัจจุบันก็ดูแลโปรเจค Afterburner นี้ให้กับทาง MSI อยู่ เขาออกมาตอบข้อสงสัยหลังมีคนถามว่าทำไมโปรแกรม Afterburner ถึงไม่ค่อยได้รับการอัปเดตบ่อย และตันที่เวอร์ชันเดิม ๆ มานานแล้ว

Alexey ระบุว่าเนื่องจากทีมพัฒนาโปรเจคนี้ทำงานกันอยู่ในรัสเซีย หลังจากที่ประเทศถูกคว่ำบาตรทั่วโลกจากภาวะสงคราม ได้เกิดข้อผูกมัดทางกฎหมายที่ทำให้ MSI ไม่สามารถเซ็นสัญญาข้อตกลงร่วมกับทีมพัฒนาต่อได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจยุติการซัพพอร์ตตัวโปรเจคออกไปแบบไม่มีกำหนด จนปัจจุบันก็ล่วงเข้ามาเดือนที่ 11 แล้ว

Alexey กล่าวว่าทุกวันนี้เขาต้องทำซัพพอร์ตให้กับโปรแกรมเองในเวลาว่าง โดยไม่ได้รับค่าจ้างตอบแทนอะไรเลย ซึ่งปัจจุบันเขายืนยันว่าจะยังคงทำต่อ แต่อาจไม่ได้ออกเป็นซัพพอร์ตตัวเต็มใหญ่ ๆ เหมือนในอดีตแล้ว และไม่นานก็อาจจะต้องยอมละทิ้งไปดื้อ ๆ เหมือนกัน เพื่อเอาเวลาไปหารายได้ทางอื่น ดังนั้นหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น นี่ก็คงจะต้องถึงจุดจบของโปรแกรมในตำนานอย่าง MSI Afterburner แล้วจริง ๆ ครับ

 

 

ที่มา : VideoCardz

from:https://droidsans.com/msi-afterburner-project-is-probably-dead/

คนขับแท็กซี่ชาวสิงคโปร์ ใช้เวลา 9 เดือนเปลี่ยนสายมาเป็น Full-Stack Developer

Gazali Ahmad ชายสิงคโปร์ได้เปลี่ยนสายอาชีพจากคนขับแท็กซี่มาเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ (Full-Stack Developer) ขณะมีอายุ 53 ปี โดยใช้เวลาเพียง 9 เดือนจากการลงเรียนคอร์สเสริม

Ahmad เล่าว่าเคยทำงานด้านการศึกษาและการเงินมาก่อนที่จะมาขับแท็กซี่ตอนอายุ 45 ปี เขาขับแท็กซี่เป็นเวลา 6 ปีก่อนที่จะลงเรียนคอร์สเรียนเพื่อที่มุ่งสอนให้ประกอบอาชีพวิศวกรซอฟต์แวร์จากสถาบัน Generation Singapore ในช่วงต้นปี 2021 โดยใช้เวลาเพียง 9 เดือน ปัจจุบันเขาทำงานตำแหน่ง Full-Stack Developer เขียนโค้ดได้หลายภาษา ที่มีหน้าที่ดูแลทั้งเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล ระบบหลังบ้าน และมีรายได้มากกว่าตอนขับแท็กซี่ 3 เท่า

No Description

คอร์สที่ Ahmad ลงเรียนใช้เวลา 3 เดือนในการเรียนทฤษฎีและอีก 6 เดือนในการฝึกทำงานจริง
เขาเผยว่าผู้ที่เรียนในคอร์สเดียวกันมีอายุเพียงราว 30-40 ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องใช้เวลานอกห้องเรียนเพิ่มขึ้นกว่าคนอื่นเพราะกลัวว่าจะไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงานเนื่องจากอายุมาก

Generation Singapore เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ให้บริการคอร์สเรียนเพื่อการหางาน บริษัทก่อตั้งโดยบริษัทที่ปรึกษา McKinsey ในปี 2014 ในสหรัฐฯ ก่อนที่จะขยายไปยังประเทศต่าง ๆ และขยายมายังสิงคโปร์ในปี 2019

ที่มา: Straits Times

from:https://www.blognone.com/node/131123

9 เกมใหม่ 2023 น่าเล่นน่าลุย ทั้งสนุกน่ารักและมันส์สะใจ เกมเมอร์ชอบแน่นอน!

เกมใหม่ 2023 มีเกมน่าเล่นรอให้สนุกเพียบเลย!

Share image Edit Name 1game 1

เข้าสู่ช่วงปลายปี 2022 แล้ว และอีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นปีใหม่ 2023 แล้ว และเกมเมอร์ก็น่าจะรอดูว่าเกมใหม่ 2023 นี้จะมีเกมอะไรน่าเล่นรอเราอยู่บ้าง ซึ่งนอกจาก 8 เกมที่ผู้เขียนได้แนะนำไปก่อนหน้านี้ก็ยังมีเกมใหม่รอเปิดตัวอีกหลายเกมแต่ก็ยังไม่ประกาศวันเวลาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งถ้าใครอยากเล่นเกมเหล่านี้ก็ต้องคอยติดตามข่าวจากทางผู้พัฒนาอย่างใกล้ชิดแทน

Advertisementavw

สำหรับเกมใหม่ 2023 จะมีทั้งเกมฟอร์มยักษ์ที่ดูงานภาพแล้วรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คแรงๆ เอาไว้ใช้ แต่บางเกมก็เป็นเกมภาพน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยและคอนเซปท์น่าสนใจด้วย เหมาะจะซื้อมาเล่นเพลินๆ ให้สบายใจไม่ต้องคิดมากให้เล่นด้วย น่าจะถูกใจเกมเมอร์หลายๆ คนแน่นอน

เกมใหม่ 2023

9 เกมใหม่ 2023 น่าเล่น เตรียมจอยมาสนุกได้เลย

เกมเมอร์ที่กำลังรออยู่ว่าจะมีเกมใหม่ 2023 อะไรรอประกาศเปิดตัวอยู่บ้างล่ะก็ ผู้เขียนเองก็มีเกมน่าเล่นมาให้เกมเมอร์ได้เลือกได้รอเล่นกันทั้งหมด 9 เกมด้วยกัน และบางเกมก็มีตัวอย่างเกมให้โหลดไปเล่นแล้วด้วย โดยมีรายชื่อเกมดังนี้

  1. Terra Nil
  2. Test Drive Unlimited Solar Crown
  3. Wild Hearts
  4. Suicide Squad: Kill the Justice League
  5. Flintlock: The Siege of Dawn
  6. Hyper Light Breaker
  7. Lies of P
  8. The Day Before
  9. Wo Long: Fallen Dynasty
1. Terra Nil

ss bacfed6d2c770d4c35e712500cda739897a97d4a.1920x1080 1

เกมสร้างเมืองหลายๆ เกม จะเป็นเกมที่สร้างบ้านเมืองแล้วบุกรุกถางป่าทำลายธรรมชาติไปเรื่อยๆ แต่ Terra Nil นั้นกลับกัน เพราะทีมพัฒนา Free Lives ที่พัฒนาเกมนี้จะให้เกมเมอร์เข้าไปสร้างเมืองในพื้นที่รกร้างและมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวด้วยวิทยาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน และปัจจุบันนี้ทางผู้พัฒนาก็เปิดให้โหลดตัวอย่างเกมมาเล่นได้แล้วด้วย

ตัวเกมเป็นแนว City Builder ผสม Puzzle เป็นเกมแบบ Single-Player โดยปัจจุบันนี้ประกาศลงให้กับแลตฟอร์ม Microsoft Windows ผ่านทางระบบ Steam เป็นหลักเท่านั้น ซึ่งสเปคพีซีที่เหมาะกับเกมนี้ ทางผู้พัฒนายังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่เชื่อว่า Terra Nil จะไม่กินสเปคคอมมากอย่างแน่นอน ขอแค่คอมเครื่องนั้นมีการ์ดจอแยกแม้จะเป็นรุ่นเก่าก็เล่นได้ เป็นเกมใหม่ 2023 ที่คอนเซปท์แหวกแนวดีมาก

รายละเอียดของเกม Terra Nil
2. Test Drive Unlimited Solar Crown

ถ้าขับรถเร็วในชีวิตจริงก็เสี่ยงจะฝ่าฝืนกฏหมายและอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ด้วยล่ะก็ Test Drive Unlimited Solar Crown เกมแข่งรถในซีรี่ส์ Test Drive ภาคใหม่นั้นก็เตรียมเปิดตัวในปี 2023 นี้ด้วยเช่นกัน โดยทางผู้พัฒนาอย่าง KT Racing จะจำลองเกาะฮ่องกงทั้งหมดในอัตราส่วน 1:1 มาให้เกมเมอร์ได้ขับรถเล่นกัน ไม่ว่าจะขับคนเดียวหรือจะไปซิ่งร่วมกับเพื่อนก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางผู้พัฒนาได้ระบุเอาไว้ในคำอธิบายตัวเกมด้วยว่า “สถานะทางสังคม (Social status) เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในเกม Test Drive Unlimited นี้ด้วย

ตัวเกมเป็นแนว Racing ใช้เอนจิ้น KT Engine ซึ่งทางบริษัทพัฒนามาใช้งานเองและเลือกเล่นได้ทั้งแบบ Single Player หรือ Multiplayer ร่วมกับเพื่อนหรือคู่แข่งก็ได้ โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นในแพลตฟอร์ม Steam, Nintendo Switch, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ด้วย หากเกมเมอร์คนไหนอยากขับรถในฝันเล่นก็ซื้อเกมใหม่ 2023 นี้มาเล่นได้เลย

รายละเอียดของเกม Test Drive Unlimited Solar Crown
3. Wild Hearts

wild hearts unedited gameplay screenshot 02 1920x1080

Wild Hearts เป็นเกมแบบต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งได้กลิ่นอายเกมตระกูล Monster Hunter มาอย่างชัดเจน พัฒนาโดย KOEI TECMO GAMES ทีม Omega Force และจัดจำหน่ายโดย EA Games ซึ่งเราจะรับบทเป็นนักล่าที่ต้องใช้อาวุธโบราณเช่นดาบ, ธนู ฯลฯ ที่มีความสามารถล้ำสมัยเข้าไปเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ผสมพลังของธรรมชาติเข้าไปในโลกที่เรียกว่าอาซุมะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสังคมศักดินาโบราณของญี่ปุ่น

ตัวเกมเป็นสไตล์ Action RPG ที่ออกแบบให้เล่นได้ทั้ง Single Player และ Multiplayer แต่ไม่ได้แจ้งว่าตัวเกมใช้เอนจิ้นอะไรพัฒนาแต่จะเปิดให้เล่นใน Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S และรองรับการเล่นแบบ cross-platform พร้อมประกาศเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป ซึ่งถ้าใครชอบเกมสไตล์ Monster Hunter แต่อยากได้สัมผัสที่แปลกใหม่ก็ซื้อเกมใหม่ 2023 เกมนี้ไปเล่นได้เลย

รายละเอียดของเกม Wild hearts
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – ไม่แจ้ง
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่เปิดให้เล่นได้ 17 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไปและกดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
4. Suicide Squad: Kill the Justice League

รับบทเป็นพระเอกมาเยอะมันก็น่าเบื่อ ดังนั้น Suicide Squad: Kill the Justice League จึงให้เราพลิกมารับบทเป็นตัวร้ายทีม Suicide Squad แทน โดยตัวเกมจะเป็นแบบ Open World ให้ผู้เล่นได้เดินสำรวจและต่อสู้ในเมืองได้เต็มที่ เลือกเล่นเป็น Captain Boomerang, Deadshot, Harley Quinn หรือ King Shark ก็ได้ และคาดหวังกับเกมนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะได้ทีมงานมือเก๋าจากแดนผู้ดีอย่าง Rocksteady Studios ซึ่งพัฒนาเกมซีรี่ส์ Batman มาหลายต่อหลายภาคมาพัฒนานั่นเอง

ตัวเกม Suicide Squad: Kill the Justice Leage จะเป็นเกมแนว Action-adventure พัฒนาโดยใช้เอนจิ้น Unreal Engine 4 สามารถเล่นได้ทั้งแบบ Single Player หรือ Multiplayer ก็ได้และเล่นได้บนแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S แต่วันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จะอยู่ภายในปี 2023 นี้

รายละเอียดของเกม Suicide Squad: Kill the Justice Leage
  • แนวเกม – Action-adventure
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่เปิดให้เล่นในปี 2023 นี้ และ กดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
5. Flintlock: The Siege of Dawn

Flintlock: The Siege of Dawn เป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าเล่นอีกเกม ไม่ใช่แค่ภาพสวยแต่ตัวเกมจะให้เรารับบทเป็นมนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจแห่งโลกหลังความตาย โดยตัวละครของผู้เล่นจะใช้อาวุธระยะประชิด, ปืนคาบศิลาและเวทย์มนต์ต่อสู้และขับไล่พวกมันกลับไปยังโลกหลังความตายให้ได้แล้วเอาโลกใบเก่าของเรากลับคืนมา

เกมนี้เป็นแนว Action RPG และเปิดให้เดินสำรวจแบบ Open World โดยทีม A44 Games ผู้พัฒนาเกมนี้ใช้ Unity Engine พัฒนาขึ้นมาและจะเปิดให้เล่นหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ด้วย แต่เล่นได้แค่คนเดียว (Single Player) เท่านั้น ไม่สามารถเล่นร่วมกับเพื่อนเหมือนเกมอื่นได้ จัดเป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่ชอบเล่นแบบเดินทางสำรวจไปเรื่อยๆ และต่อสู้กับมอนสเตอร์อย่างแน่นอน

รายละเอียดของเกม Flintlock: The Siege of Dawn
  • แนวเกม – Action RPG, Open World
  • เอนจิ้น – Unity Engine
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ, เปิดให้เล่นช่วงต้นปี 2023 และ กดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
6. Hyper Light Breaker

แฟนคลับเกม Hyper Light Drifter ที่สร้างกระแสฮือฮาไปเมื่อ 6 ปีก่อนหน้านี้ก็เตรียมตัวพบภาคต่ออย่าง Hyper Light Breaker ได้ในปี 2023 นี้เลย ซึ่งตัวเกมยังคงคอนเซปท์ดีไซน์เอาไว้ให้สวยงามและฉูดฉาดเช่นเดิม ซึ่งภาคนี้จะกลายเป็นเกมแบบ 3D เต็มรูปแบบ ไม่ได้เป็น Bird Eye View มองจากมุมมองด้านบนเหมือนภาคก่อนอีกแล้ว โดยเนื้อเรื่องยังดำเนินอยู่ในโลกของเกมภาคแรก แต่เราจะต้องเดินทางเพื่อพัฒนาตัวละครและเอาชนะ Abyss King ซึ่งปกครองดินแดนนี้อยู่ให้ได้

ตัวเกมภาคใหม่นี้ยังเป็นสไตล์ Action-adventure ผสมความเป็น RPG เอาไว้ในตัวเช่นเดิม แต่ภาคนี้จะเพิ่มระบบจาก Single Player เล่นคนเดียวให้เป็น Multiplayer เล่นร่วมกับเพื่อนได้ด้วย และภาคนี้เปลี่ยนเอนจิ้นจาก GameMaker เป็น Unity Engine และเปลี่ยนทีมพัฒนาเป็น Heart Machine แทน ส่วนแพลตฟอร์มที่เปิดให้เล่น ณ ปัจจุบันนี้ยังมีแต่ระบบ Windows เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคาดว่าจะพอร์ตไปลงยังคอนโซลและเครื่องอื่นในอนาคตเหมือนภาคแรกด้วยแน่นอน นับเป็นเกมใหม่ 2023 ที่ต่อยอดจากเกมดังในอดีตที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

รายละเอียดของเกม hyper light breaker
7. Lies of P

หากใครรักเกมยาก เล่นแล้วหัวร้อนแต่สนุกจนเลิกไม่ได้แล้วไม่หวังว่า Bloodborne จะพอร์ตมาให้เล่นใน PC แล้ว Lies of P ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2023 นี้ก็น่าสนใจมาก เพราะตัวเกมใช้คอนเซปท์อิงกับนิทานที่ผู้คนคุ้นหูอย่างพิน็อคคิโอมาเป็นโทนหลักของเนื้อเรื่อง โดยทางผู้พัฒนาอย่าง NEOWIZ ได้จำกัดควมว่าเกมเมอร์ต้องช่วยนำทางพิน็อคคิโอให้เดินทางแล้วทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์ให้ได้ โดยตอนเริ่มต้นเกมเราจะได้เห็นข้อความเดียวว่า “ตามหาคุณเกร็ปเพตโตให้เจอ เขาอยู่ในเมืองนี้” และต้องพยายามโกหกเพื่อให้พิน็อคคิโอรอดเพื่อให้กลายเป็นมนุษย์ให้ได้ด้วย

ตัวเกมนี้จะเป็นแบบ Single Player เป็นเกมแนว Action, Souls-like ผสมความเป็น RPG ในตัว ซึ่งเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเกม Souls-like แล้ว ขึ้นชื่อเรื่องความยากชวนเกมเมอร์หงุดหงิดแน่นอน เอนจิ้นของเกมนี้เป็น Unreal Engine 4 มีให้เล่นบนแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S 

รายละเอียดของเกม Lies of p
  • แนวเกม – Action, Souls-like, RPG
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศและยังกดเข้า Wishlist ใน Steam ไม่ได้ ณ ตอนนี้
8. The Day Before

โลกที่ล่มสลาย, ซอมบี้และการเอาตัวรอดเป็นส่วนผสมง่ายๆ ซึ่ง The Day Before ก็ใช้ส่วนนผสมนี้มาสร้างเป็นเกมใหม่นี้เช่นกัน โดยตัวเกมเล่าถึงประเทศสหรัฐอเมริกาที่ล่มสลายเพราะมหันตภัยซอมบี้ ส่วนผู้เล่นนั้นจะได้รับบทเป็นผู้เหลือรอดที่ต้องตามหาอาหารและข้าวของเครื่องใช้รวมถึงรถยนต์มาใช้งานเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ล่มสลายให้ได้ ซึ่งมุมมองภาพและการเซ็ตติ้งเกมเช่นนี้อาจจะทำให้เกมเมอร์หลายๆ คนหวนนึกถึงเกมธีมคล้ายๆ กันนี้อย่าง World War Z หรือแม้แต่ Tom Clancy’s The Division 1, 2 ได้โดยไม่ตั้งใจเช่นกัน

ตัวเกมเป็นแนว Shooter, MMO, Survival มุมมองบุคคลที่สาม เล่นแบบ Single Player, Multiplayer ได้ทั้งคู่ พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 5 ประกาศเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2023 นี้แล้ว โดยลงให้กับแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S และทางผู้พัฒนาประกาศเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 1 มีนาคม 2023 นี้เป็นต้นไป หากเกมเมอร์คนไหนคิดถึงเกมยิงเน้นเล่นร่วมกับเพื่อนเพื่อเอาตัวรอดล่ะก็ The Day Before ก็เป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าสนใจมากอีกเกมหนึ่งเลย

รายละเอียดของเกม The Day before
  • แนวเกม – Shooter, MMO, Survival
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 5
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 มีนาคม 2023 เป็นต้นไปและกดเข้า Wishlist ใน Steam ได้แล้ว
9. Wo Long: Fallen Dynasty

นวนิยายสามก๊กเอามารวมกับธีมแบบไหนก็เอามาเล่าใหม่ได้เสมอๆ เช่น Wo Long: Fallen Dynasty เกมนี้จาก Team Ninja ที่ผสมธีมปีศาจเข้ามา ซึ่งเป็นวิธีที่ทีมพัฒนานี้ถนัดและใช้กับเกมก่อนหน้าของตัวเองอย่าง Nioh 1 และ 2 มาก่อนแล้ว โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทหารไร้นามในกองทัพที่ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจซึ่งยึดอาณาจักรสามก๊กไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวิธีการเล่นนั้นหากใครคุ้นเคยกับ Nioh หรือ Dark Souls มาก่อนก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างสนุกสนาน

Wo Long จะเป็นเกมแนว Action RPG, Hack and Slash และเป็นแบบ Single Player เล่นคนเดียวเป็นหลัก ส่วนเอนจิ้นของเกมนี้เป็นเอนจิ้นใหม่ที่ทาง Team Ninja กับ Koei Tecmo พัฒนาร่วมกันแต่ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ และจะลงให้เล่นในแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2023 นี้ ดังนั้นเกมเมอร์คนไหนที่หาเกมใหม่ 2023 เน้นความยากลับคมฝีมือตัวเองล่ะก็ Wo Long ก็จัดว่าน่าเล่นน่าสนใจไม่แพ้เกมอื่นเลย

รายละเอียดของเกม Wo Long: Fallen Dynasty
  • แนวเกม – Action RPG, Hack and Slash
  • เอนจิ้น – เอนจิ้นใหม่ร่วมพัฒนาระหว่าง Team Ninja และ Koei Tecmo
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่จะเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 2 ปี 2023 และกดเข้า Wishlist ใน Steam ได้แล้ว

chuck fortner LFVBohYmtgc unsplash

จะเห็นว่าเกมใหม่ 2023 นั้นมีเกมน่าเล่นรอให้เกมเมอร์ได้เล่นกัน มีทั้งแบบเล่นคนเดียวและ Multiplayer ตะลุยเกมร่วมกับเพื่อนก็ได้ ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนมีเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสเปคแรงๆ รออยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา สามารถเข้าไปร่วมสนุกกับเพื่อนๆ ได้อย่างเต็มอิ่มแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่กำลังกลุ้มอยู่ว่าพีซีที่ใช้อยู่สเปคยังไม่แรงมากแต่ยังไม่อยากอัพเกรด ก็ลองปรับกราฟิคโดยละเอียดก่อนเริ่มเล่นสักนิด ก็น่าจะเล่นเกมได้อย่างสนุกสนานแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1vivobook 1

Share image Edit Name 1gamingmouse 1

Share image Edit Name 2windows11 1

from:https://notebookspec.com/web/671081-9-new-games-in-2023

รวมคีย์ลัด Windows 11 ทั้ง 29 แบบ กดถนัดประหยัดเวลาไปโข! ทำงานสะดวกใช้พีซีถนัดกว่าเดิม!

คีย์ลัด Windows กดเป็นกดคล่องเมื่อไหร่ ทำงานไวกว่าเดิมแน่นอน!

Share image Edit Name 2windows11 1

ใครที่ใช้พีซีหรือโน๊ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ Windows ก็น่าจะพอรู้จักคีย์ลัด Windows กันอยู่บ้างสัก 4-5 วิธี เช่น คำสั่ง Copy/Paste และอื่นๆ ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน แต่จริงๆ แล้ว คีย์ลัดนั้นมีให้ใช้งานเยอะมาก ไม่ว่าจะคีย์สำหรับโปรแกรมนั้นๆ โดยเฉพาะ หรือคีย์ลัด Windows สำหรับเรียกคำสั่งของระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งานก็มีให้ใช้มากมาย ยิ่ง Windows 11 ก็มีคีย์ลัดใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานอีกเพียบเพื่อใช้กับฟังก์ชั่นใหม่ๆ จากทาง Microsoft โดยเฉพาะ

Advertisementavw

ข้อดีของการจำคีย์ลัดได้ ไม่ใช่เฉพาะเอาไว้อวดว่าเรารู้จักคำสั่งนั้นนี้ แต่ช่วยประหยัดเวลาตอนจะใช้คำสั่งใดคำสั่งหนึ่งโดยเฉพาะให้เปิดขึ้นมาได้เร็วกว่าเดิม แต่ช่วยเปิดฟังก์ชั่นบางอย่างที่มีประโยชน์ขึ้นมาใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะคำสั่งพิมพ์ด้วยเสียง, เปิด Desktop เสริม ฯลฯ เข้ามาได้อีกมากมาย ช่วยให้ทำงานได้สะดวก จัดการงานได้เร็วและตั้งค่าตัวเครื่องให้ทำงานได้ถนัดมือยิ่งกว่าเดิมด้วย

สารบัญคีย์ลัด Windows กดคล่องชีวิตสะดวก ทำงานไวขึ้นหลายเท่า!

คีย์ลัด windows

29 คีย์ลัด Windows 11 ฝึกกดเอาไว้ให้คล่องมือ ทำงานเร็วขึ้นหลายเท่า!!

คีย์ลัด Windows ทั้ง 29 แบบที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำนั้น จะเป็นคีย์ลัดที่อิงกับระบบปฏิบัติการ Windows 11 เป็นหลัก ซึ่งคีย์ลัดบางอย่างอาจจะใช้ร่วมกับ Windows เวอร์ชั่นก่อนหน้าอย่าง 7 หรือ 10 ได้บ้าง โดบคีย์ลัดที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่คีย์ลัดที่กดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดร่วมกับตัวเลข 1~0 หรือตัวอักษร A~Z และกดผสาน 3 ปุ่ม ซึ่งคีย์ลัดทั้ง 2 หมวดใหญ่จะมีดังนี้

คีย์ลัด Windows+ตัวเลขหรือตัวอักษร

Screenshot 2022 09 30 114646

Windows+ตัวเลข 1~0 ข้างปุ่ม Grave accent (~) – ใช้เรียกโปรแกรมบน Taskbar โดย Windows จะเรียงลำดับไล่จากซ้ายไปขวา โดยโปรแกรมที่อยู่คีย์หมายเลข 1 จะเป็นโปรแกรมถัดจาก Microsoft Team เป็นต้นไปจนถึงเลข 0 เป็นตัวสุดท้าย นอกจากนั้นให้คลิกเลือกเอง

action center

Windows+A – เปิด Action Center หรือหน้าต่างคุมการตั้งค่าพื้นฐานของตัวเครื่อง เช่น เชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth, Flight mode, เสียง, ความสว่างของหน้าจอ เป็นต้น และ Action Center ถ้ากดไอคอนปากกามุมล่างขวาจะเพิ่มหรือลดส่วนของการตั้งค่าด่วนได้ โดยเพิ่มได้มากสุด 12 อย่าง ถ้ากดรูปฟันเฟืองจะเรียกคำสั่ง Settings ขึ้นมาได้ หากเป็นโน๊ตบุ๊คจะมีไอคอนรูปแบตเตอรี่ตรงมุมล่างซ้ายมือ หากคลิกจะเปิดคำสั่ง Power & Battery ขึ้นมา

Screenshot 2022 09 30 123058

Windows+B – เลือก System Tray ของ Windows เพื่อดูโปรแกรมที่ Windows รันอยู่เบื้องหลังได้ และหากไม่ต้องการให้โปรแกรมดังกล่าวรันอยู่ก็สามารถคลิกขวาเลือกปิดการทำงานได้เช่นกัน

teamblur

Windows+C – เปิดโปรแกรม Microsoft Team ขึ้นมาใช้งาน

Windows+D – สั่งพับหน้าโปรแกรมแล้วกลับไปหน้า Desktop กดซ้ำจะเรียกโปรแกรมทั้งหมดกลับมาอีกครั้ง เผื่อกรณีผู้ใช้จะเปิดโปรแกรมหรือใช้ไฟล์อื่นบนหน้าเดสก์ท็อป

Windows+E – เปิด File Explorer ขึ้นมาใช้งาน

Windows+F – เปิด Feedback Hub สำหรับแจ้งปัญหาการใช้งาน Windows

Windows+G – เปิด Xbox Game Bar ใช้บันทึกวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอ, ดูสถานะการทำงานของ CPU, GPU, RAM ได้ เป็นฟังก์ชั่นใน Windows 10 เป็นต้นไป โดยโปรแกรมจะอัดหน้าต่างที่เราใช้งานอยู่เป็นไฟล์เป็น MP4 แล้วเซฟเอาไว้ใน C:\Users\[ชื่อ User ของเรา]\Videos\Captures

speeh service

Windows+H – Microsoft Speech Service เป็นคำสั่งพิมพ์ด้วยเสียง โดยใช้ระบบของ Windows รองรับการพิมพ์ภาษาไทย, อังกฤษ และเลือกเปิด Auto punctuation หรือใส่จุลภาค (,) ได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์ข้อความทำงานได้สะดวกขึ้น

settings

Windows+i – เปิดคำสั่ง Settings ของ Windows ขึ้นมาเพื่อตั้งค่าตัวเครื่อง โดยจะเปิดหน้าแรกสุดของ Settings ขึ้นมาให้ผู้ใช้เลือกประเภทการตั้งค่าที่ต้องการได้เลย

Screenshot 2022 09 30 123944

Windows+K -สั่ง Cast ภาพจากหน้าจอคอมหรือโน๊ตบุ๊คของเราได้ หากมีหน้าจอที่รองรับอยู่จะมีรายชื่อจอนั้นๆ ขึ้นมาในแถบใต้ Available displays ให้เลือก

Windows+L – ล็อคคอมพิวเตอร์กลับไปหน้า Login แรกสุด แนะนำให้กดเมื่อไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์และไม่อยากให้ผู้อื่นมาใช้เครื่องโดยพลการ ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวและเป็นคีย์ลัดที่ผู้เขียนแนะนำให้กดให้ชินมือ

Screenshot 2022 09 30 124652 2

Windows+M – พับหน้าจอทั้งหมดกลับไปหน้า Desktop แต่กดซ้ำจะไม่เรียกหน้าต่างกลับมาทั้งหมดเหมือน Windows+D ต้องเลือกเปิดโปรแกรมกลับมาเอง

notification

Windows+N – เปิด Notification Center และปฏิทินขึ้นมา ดูว่าโปรแกรมแชต, การจดแจ้งเตือน (Remider) และตัวระบบมีการแจ้งเตือนอะไรกับผู้ใช้บ้าง

project

Windows+P – คำสั่ง Project สำหรับตั้งค่าหน้าจอทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของเรา โดยการตั้งค่าทั้ง 4 แบบจะทำงานดังนี้

Screenshot 2022 09 30 154941

  • PC screen only – แสดงผลภาพบนจอหลักที่ถูกตั้งค่าเป็นจอที่ 1 ในการตั้งค่า Display ของ Windows หากใครเอาโน๊ตบุ๊คมาต่อหน้าจอแยกแล้วใช้ต่าง Desktop PC แนะนำให้ตั้งค่าในคำสั่ง Change what closing the lid does สังเกตตรง When I close the lid แล้วเลือกแค่ช่องตรง Plugged in เป็น Do nothing แล้วกด Save changes พอพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คแล้วเครื่องจะไม่ตัดเข้าโหมด Sleep 
  • Duplicate – แสดงผลหน้าจอ 1, 2 แบบเดียวกัน เหมาะกับตอนใช้พรีเซนต์งาน แต่ความละเอียดจะอิงตามจอที่ความละเอียดต่ำกว่า เช่น ถ้าหน้าจอแยกมีความละเอียด 2K แต่จอโน๊ตบุ๊คเป็น Full HD หน้าจอแยกจะแสดงผลแค่ Full HD เท่านั้น
  • Extend – ขยายพื้นที่แสดงผล คือ ใช้ทั้งสองหน้าจอทำงานคู่เป็น Desktop เดียวกัน และถ้าต้องการกำหนดว่าให้จอไหนเป็นจอ 1, 2 ให้เข้าไปตั้งค่าในส่วน Display ของ Windows
  • Second screen only – ใช้เฉพาะหน้าจอรองเท่านั้น ดับหน้าจอหลักทิ้ง

winr

Windows+R – คำสั่ง Run ซึ่งคำสั่งนี้จะมีคำสั่งเฉพาะหลากหลาย ตั้งแต่รันโปรแกรมไหนโปรแกรมหนึ่งหรือเข้าการตั้งค่าส่วนลึกของ Windows ได้

Screenshot 2022 09 30 130146

Windows+T – คำสั่งเลือกโปรแกรมบน Taskbar โดยไม่ต้องใช้เมาส์ เมื่อกดจะมีกรอบไฮไลต์สีขาวและจะเลื่อนเมื่อกดซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อกด Enter ตรงโปรแกรมไหนจะเปิดโปรแกรมนั้นๆ ขึ้นมา

accessibilityblur

Windows+U – เปิดหน้าตั้งค่า Accessibility เพื่อตั้งค่าช่วยเหลือผู้มีปัญหาด้านการใช้งานตามปกติ มีตัวเลือกหลากหลายรองรับผู้มีปัญหาตั้งแต่สายตาบอดสีจนกระทั่งผู้พิการทางสายตาก็มีระบบ Narrator หรือฟังก์ชั่นการอ่านออกเสียงด้วยระบบของ Windows ให้เปิดใช้งาน

clipboard

Windows+V – เปิดคำสั่ง Clipboard และรวมถึงหน้าใส่ Emoji, GIF ต่างๆ ของ Windows ขึ้นมาใช้งาน ซึ่ง Clipboard จะเซฟภาพ, ประโยคที่ผู้ใช้กด Ctrl+C เอาไว้ เมื่อต้องการเอาภาพหรือประโยคไหนมาใช้ ให้คลิกที่ประโยคนั้นๆ แล้วจะเหมือนกด Ctrl+V 

widget

Windows+W – เปิดหน้าต่าง Widget ของ Windows 11 ขึ้นมาเพื่อดูหน้ารวมข้อมูลต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สนใจอยู่เอาไว้ ตัวอย่างเช่นสภาพอากาศ, หุ้น, ข่าวต่างๆ ฯลฯ ให้ดูได้โดยสะดวก

winx smol

Windows+X – คีย์เรียกคำสั่งสำคัญของ Windows ขึ้นมา ทำงานเหมือนคลิกขวาตรงโลโก้ Windows บน Desktop สามารถใช้ปุ่มลูกศรและ Enter เพื่อเลื่อนและเลือกคำสั่งนั้นๆ ได้ทันที

windowsZ

Windows+Z – คำสั่งแบ่งสัดส่วนหน้าต่างโปรแกรม (Display Manager) ว่าจะแบ่งหน้าจอโปรแกรมต่างๆ อย่างไร เมื่อคลิกรูปแบบการแบ่งจอที่ต้องการแล้ว ตัวระบบจะให้ผู้ใช้เลือกว่าจะเอาโปรแกรมต่างๆ ไปไว้ตรงส่วนไหนของหน้าจอ

จะเห็นว่าคีย์ลัด Windows 11 แค่การกดปุ่ม Windows กับตัวอักษรต่างๆ ก็มีคีย์ลัดให้ใช้งานได้มากมาย ซึ่งมีคีย์ลัดทั้งปุ่มที่คุ้นมือผู้ใช้หลายๆ คนและก็มีอีกหลายคีย์ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าหลายๆ คนก็คงจะไม่คุ้นเคยหรือเพิ่งจะรู้เช่นกัน ดังนั้นถ้าเรารู้วิธีและใช้งานได้ถนัดก็จะทำงานได้ไหลลื่นขึ้นแน่นอน

คีย์ลัด Windows อื่นๆ ที่น่าใช้งาน

นอกจากคีย์ลัดแบบกดปุ่ม Windows กับตัวอักษรตัวเดียวแล้ว ทาง Microsoft ก็มีคีย์ลัดแบบกดร่วมกับปุ่มใช้งานอื่นๆ เสริมเข้ามาให้ด้วย โดยคีย์ลัดน่าใช้และผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

magnifier

Windows กับเครื่องหมาย + – เรียกโปรแกรม Magnifier (แว่นขยาย) เพื่อซูมดูสิ่งต่างๆ บนหน้าจอ ถ้ากดเครื่องหมายลบ (-) จะซูมออก และถ้ากด Windows+Esc ตอนเปิด Magnifier อยู่ จะปิดโปรแกรมนี้

Windows+ลูกศรทิศทาง (ขึ้น, ลง, ซ้าย, ขวา) – พับหน้าจอโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ให้ขยับไปอยู่ฝั่งซ้าย, ขวา, พับครึ่งให้อยู่ส่วนบนหรือล่างของหน้าจอ ช่วยให้จัดการพื้นที่ Desktop ได้สะดวก แบ่งพื้นที่ตามการใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

Windows+Spacebar – เปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดเป็นค่าตั้งต้นของ Windows หากอยู่หน้า Login แล้วกดปุ่มเปลี่ยนภาษาเพื่อล็อคอินไม่ได้ ให้ลองกดเปลี่ยนภาษาด้วยคีย์ลัด Windows อันนี้ดู

Win SnippingTool

Windows+Shift+S – เรียกโปรแกรม Snipping Tools ขึ้นมาเซฟภาพหน้าจอ มีตัวเลือก 3 แบบ ได้แก่เซฟภาพหน้าจอแบบกรอบสี่เหลี่ยม, เซฟภาพหน้าจอแบบเลือกพื้นที่ที่ต้องการ, เซฟหน้าต่างโปรแกรมที่ต้องการเซฟ หรือสั่งเซฟทั้งจอเหมือนกด Windows+Print screen ก็ได้เช่นกัน

wintab resize

Windows+Tab – โชว์แท็บโปรแกรมทั้งหมดที่เปิดอยู่ขึ้นมาค้างไว้ ให้ผู้ใช้คลิกเลือกแล้วสลับไปใช้โปรแกรมนั้นๆ ได้ทันที และสังเกตว่าแถบด้านล่างจะมี Desktop พร้อมตัวเลขและตัวเลือก New Desktop อยู่ นั่นเพราะทาง Microsoft ได้ใส่ฟังก์ชั่น Virtual Desktop มาให้ใช้แบ่งโปรแกรมแยกไปไว้ตามหน้า Desktop ต่างๆ ตามต้องการ

desktop

Windows+Ctrl+D – สร้างหน้า Virtual Desktop ใหม่ เมื่อกดแล้ว Windows จะสลับไป Desktop นั้นโดยอัตโนมัติ หากต้องการปิด Desktop หน้านั้นทิ้งให้กด Windows+Ctrl+F4 แล้วระบบจะตัดกลับมาหน้า Desktop ก่อนหน้าโดยอัตโนมัติ

Windows+Ctrl+ลูกศรซ้าย/ขวา – เลื่อนไป Virtual Desktop ก่อนหน้าหรือถัดไป ถ้าไม่ได้เปิดหน้า Desktop อื่นเอาไว้จะใช้คีย์ลัดนี้ไม่ได้

hal gatewood Pr578ZCufII unsplash

จะเห็นว่าคีย์ลัดของ Windows นั้นมีวิธีกดหลากหลายแบบตามที่แนะนำไป ซึ่งอันที่จริงเราก็ไม่จำเป็นต้องจำได้ทั้งหมดก็ได้ แต่เน้นจำเฉพาะคีย์ลัดที่จำเป็นต่อการใช้งานของเราก็เพียงพอแล้ว แล้วค่อยลองคีย์ใหม่ๆ เพิ่ม ว่าคีย์นั้นตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือเปล่าแล้วค่อยประยุกต์มาใช้งานต่อไปก็ได้ หรือจะเอาไว้แนะนำเพื่อนหรือคนใกล้ตัวก็ดีเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

windows ssd cover

Share image Edit Name 1laptop2022 1

Share image Edit Name 2laptop 1 1

from:https://notebookspec.com/web/669694-29-windows-11-hotkeys-to-work-faster

7 โปรแกรมคำนวณภาษีออนไลน์ ใช้ง่ายเตรียมตัวสะดวก จ่ายภาษีง่าย อัพเดทปี 2022

มีโปรแกรมคำนวณภาษีเอาไว้ คำนวณง่ายๆ จะได้เตรียมตัวยื่นแบบได้ถูก

Share image Edit Name 2tax2 1

 

Advertisementavw

หน้าที่สำคัญหนึ่งของประชาชนคงหนีไม่พ้นเรื่องการยื่นภาษีเงินได้ของตัวเองทุกปี แต่ปัญหาร่วมของใครหลายๆ คนคือเรื่องการคำนวณภาษีที่หลายๆ คนตามหาโปรแกรมคำนวณภาษีมาใช้คิดคำนวนกัน ว่าปีนี้จะต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ ลดหย่อนอะไรได้และจะได้เงินคืนเท่าไหร่? ซึ่งคนที่ถนัดและเข้าใจวิธีการเรื่องยื่นภาษีก็สามารถทำได้ง่ายๆ ในเวลาไม่นาน แต่คนที่ไม่ถนัดเรื่องนี้ก็คงจะหัวปั่นเพราะไม่รู้ไม่แน่ใจว่าต้องกรอกข้อมูลอะไรทำอะไรตรงไหนบ้าง ยิ่งเจอภาษาราชการเข้าไปหลายๆ คนก็อาจจะไปไม่เป็นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้ก็มีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคำนวณภาษีได้แบบคร่าวๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนยื่นภาษีจริงผ่านหน้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากรในภายหลังก็ดี จะได้เตรียมตัวและได้รู้ล่วงหน้าก่อนว่าภาษีที่เราจะต้องจ่ายอยู่ที่กี่บาท ได้เงินคืนเท่าไหร่จะได้วางแผนการเงินส่วนบุคคลได้สะดวกยิ่งขึ้นและเตรียมตัวจ่ายภาษีได้ง่ายขึ้นด้วย

โปรแกรมคำนวณภาษี

7 โปรแกรมคำนวณภาษีออนไลน์ ใช้ง่ายไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมเตรียมตัวจ่ายภาษี

ถ้าใครต้องการเริ่มคำนวณภาษีเอาไว้เพื่อวางแผนการเงิน เผื่อซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติมหรือเตรียมจ่ายภาษีในช่วงปลายปีล่ะก็ การมีโปรแกรมดีๆ ให้ใช้งานจะช่วยเบาภาระและความปวดหัวด้านการคำนวณเรื่องภาษีไปได้เยอะมาก ช่วยให้มือใหม่ที่ไม่มีแนวทางไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนดี ก็แนะนำให้โหลดแอพฯ หรือเปิดเว็บไซต์ทั้ง 7 นี้ไปทดลองก่อนได้เลย

  1. iTax
  2. SET
  3. Krungsri Plan your Money
  4. Kasikorn Asset
  5. RD Smart Tax
  6. PIT 90, PIT 91
  7. Tax Instead

1. iTax

itax 1

เว็บไซต์ iTax ก็มีแอพฯ สำหรับคำนวณภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาให้ใช้งาน เปิดให้โหลดใช้งานฟรีใน Play Store และ App Store หน้าตาแอพฯ ใช้งานง่ายและมีหัวข้อเงินได้และมีระบบแนะนำค่าใช้จ่ายและการหักลดหย่อนภาษีโชว์ให้เห็นชัดเจน User Interface เป็นมิตรต่อผู้ใช้มาก มีหัวข้อให้เลือกละเอียดมาก ไม่ว่าจะเป็นเงินได้จากงานประจำ, เงินค่าจ้างทั่วไป, ค่าลิขสิทธิ์ ฯลฯ ถ้าใครต้องการเตรียมจัดการและเตรียมเรื่องการวางแผนภาษีเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผู้เขียนก็แนะนำให้โหลดแอพฯ นี้มาติดตั้งในสมาร์ทโฟนได้เลย

นอกจากนี้ที่หน้าเว็บไซต์ของ iTax ยังมีบทความด้านการคำนวณภาษี ให้ข้อมูลเรื่องประกันและกองทุนต่างๆ ครบถ้วนและมีโปรแกรมสำหรับคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ใช้งานอีกด้วย หากใครต้องการเว็บไซต์และแอพฯ ที่ครบเครื่องเรื่องภาษีแนะนำให้ดูเว็บไซต์นี้ก่อนได้เลย

2. SET

set tax 1

โปรแกรมสำหรับคำนวณภาษีของทาง SET ใช้ชื่อว่า Tax Planning เป็นเว็บแอพฯ ที่ออกแบบให้ใช้งานออนไลน์ได้เลยไม่ต้องโหลดมาติดตั้งในมือถือก็ได้ สำหรับหน้าเว็บไซต์ใช้ภาษาเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความมาก แค่กรอกข้อมูลในช่องหลักตามที่กำหนด ได้แก่ เงินเดือน, ค่าลดหย่อนต่างๆ ได้แก่ ประกันสังคม, ประกันชีวิต, กองทุน RMF, กองทุน SSF ให้ครบถ้วน จากนั้นกดปุ่ม “ประมวลผล” ระบบจะคำนวณแล้วแจ้งผลการเสียภาษีให้ในทันที รวมทั้งในหน้าสุดท้ายจะมีหน้าแสดงข้อมูลการขอลดหย่อนภาษีให้เราทราบด้วย ว่าเราสามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวได้เป็นจำนวนเงินกี่บาท ซึ่งระบบนี้ใช้งานง่ายและแสดงผลได้รวดเร็วมาก 

3. Krungsri Plan your Money

krungsri

Krungsri Plan your Money เป็นโปรแกรมคำนวณภาษีแบบใช้งานออนไลน์หรือเว็บแอพฯ เช่นเดียวกับ SET ในข้อที่แล้ว โดยขั้นตอนใช้งานก็ไม่ยากมาก เพียงแค่กรอกข้อมูลตามหัวข้อบนหน้าเว็บไซต์เพียง 3 ขั้นตอน ได้แก่ เงินเดือนโดยรวมเป็นรายปี, เงินลดหย่อนด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเงินที่ได้รับการยกเว้น, สถานภาพส่วนบุคคล, ค่าลดย่อนบุพการีและอื่นๆ เมื่อกรอกเสร็จแล้วระบบจะคำนวณภาษีที่เราต้องชำระสักครู่ แล้วในขั้นตอนสุดท้ายตัวเว็บแอพฯ จะขึ้นข้อมูลเกี่ยวกับภาษีที่เราต้องจ่าย และยังมีหน้าปริ้นท์เอกสารสรุปยอดการชำระภาษีให้เราอีกด้วย จัดว่าใช้งานได้สะดวกพอสมควร

แต่ข้อสังเกตหนึ่งคือ ถ้าเทียบกับแอพฯ ของ SET หรือ iTax ด้านบนจะใช้งานค่อนข้างยากกว่าเล็กน้อย เพราะต้องรอเอกสารหัก ณ ที่จ่ายหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบกับโปรแกรมนี้เพื่อคำนวณล่วงหน้า หากมีอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา ทว่าถ้าเป็นนักศึกษาจบใหม่เพิ่งได้งานทำอาจจะใช้งานยากอยู่เล็กน้อย

4. Kasikorn Asset

kbank

เว็บแอพฯ สุดท้ายเป็นของ Kasikorn Asset โดยตัวเว็บใช้งานได้ง่ายรวมทั้งประมวลผลได้เร็วมาก ซึ่งเราสามารถกรอกข้อมูลหลักๆ สำหรับคำนวณภาษี ได้แก่ เงินเดือน, โบนัส, รายได้อื่นๆ, เงินประกันสังคม, รวมทั้งเรื่องหักหลดหย่อนทั้งหมดให้เรียบร้อยและระบบจะจัดการคำนวณยอดภาษีที่เราต้องชำระในขั้นตอนสุดท้ายให้เราทราบล่วงหน้าได้เลย ว่าเราจะต้องชำระภาษีเท่าไหร่ในปีนี้ จะได้เตรียมตัวและวางแผนเพื่อชำระภาษีได้สะดวกขึ้น แต่จุดสังเกต คือ ในหน้าแรกจะมีตัวเลือก SSF, RMF แนะนำให้ลงทุนเพิ่มเติมด้วย ทำให้ผู้ใช้ที่คำนวณภาษีเสร็จแล้วต้องการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีก็สามารถซื้อหักลดหย่อนต่อได้ทันที

5. RD Smart Tax

rd

RD Smart Tax เป็นแอพฯ คำนวณภาษีของกรมสรรพากรซึ่งมีฟังก์ชั่นต่างๆ ใส่เข้ามาให้ใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะปฏิทินภาษีเพื่อช่วยแจ้งเตือนให้เรายื่นภาษีออนไลน์ได้ตรงเวลา, ฟังก์ชั่นผู้ช่วยคำนวณภาษีสำหรับวางแผนใช้สิทธิทางภาษีให้เราได้สะดวกและคุ้มค่า และหากใครต้องการยื่นภาษีออนไลน์ก็สามารถกดในแอพฯ นี้ได้โดยตรง ไม่ต้องทำแบบหรือเปิดคอมพิวเตอร์มาจัดการเลยก็ยังได้ โดยมีแบบ ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91, ภ.ง.ด.95 ให้กรอกและกดยื่นได้ในแอพฯ ทันทีเรียกว่าประหยัดเวลาและใช้งานง่ายมาก และหากมีแจ้งเตือนหรือข่าวสารด้านภาษีใดๆ จากกรมสรรพากรก็สามารถแตะอ่านในแอพฯ นี้ได้เลย โดยแอพฯ นี้มีให้โหลดไปใช้งานทั้งใน Play Store และ App Store เอาใจผู้ใช้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะ iPhone หรือ Android ก็ใช้ยื่นแบบได้ง่ายๆ

6. PIT 90, PIT 91

pit90
pit91

PIT 90, PIT 91 ทั้งสองแอพฯ นี้เป็นโปรแกรมคำนวณภาษีแบบ ภ.ง.ด. 90 ซึ่งใช้คิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด. 91 สำหรับคำนวณกรณีโสดหรือคู่สมรสไม่มีรายได้ ซึ่งเป็นแบบยื่นภาษีที่ประชาชนทั่วไปต้องกรอกยื่นเป็นประจำอยู่แล้ว โดยหน้าตาของแอพฯ สวยน่ารักใช้งานง่ายและมีหมวดที่ต้องกรอกเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ส่วนบุคคลอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะรายได้, เบี้ยเลี้ยงต่างๆ รวมไปถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นต้น และเมื่อกรอกเสร็จแล้วตัวแอพฯ จะคำนวณภาษีให้เราโดยอัตโนมัติว่าในปีนี้เราจะได้เงินคืนหรือต้องชำระภาษีเพิ่มแทน และในตัวแอพฯ ยังมีช่องทางการติดต่อบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีให้เราติดต่ออีกด้วย อย่างไรก็ตามทั้งสองแอพฯ นี้ยังมีให้โหลดใน Play Store ของ Android เท่านั้น ยังไม่มีให้โหลดในส่วนของ App Store

7. Tax Instead

Tax Instead แอพฯ นี้ก็เป็นโปรแกรมคำนวณภาษีสำหรับสมาร์ทโฟน Android อีกแอพฯ ที่ตอบโจทย์ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือฝ่ายบริหารได้ใช้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยในแอพฯ จะใช้ข้อมูลคำนวณต่างๆ ได้แก่เงินเดือน, ค่านายหน้า, โบนัส ฯลฯ มาใช้คำนวณ แล้วแอพฯ จะช่วยคิดคำนวณแล้วออกเป็นยอดภาษีแทนให้ แต่อย่างไรก็ตาม โดยแอพฯ นี้จะได้ข้อมูลโดยคร่าวๆ ซึ่งทางผู้พัฒนาก็แนะนำให้ศึกษาข้อกฏหมายและปรึกษาบริษัทด้านบัญชีและภาษีเพิ่มเติมเพื่อจัดการเรื่องภาษีให้ครบถ้วนและไม่มีปัญหาในภายหลัง หากผู้อ่านท่านไหนต้องการโหลดแอพฯ ไปใช้งานก็แตะที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

markus winkler Ber3q zEhd4 unsplash 1

จะเห็นว่าในปี 2022 นี้ วิธีการคำนวณภาษีนั้นทำได้ง่ายขึ้นมาก เพราะธนาคารก็มีแอพฯ และระบบคำนวณภาษีเป็นของตัวเองและมีระบบแนะนำซื้อ SSF, RMF เสริมเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เรียกว่าครบถ้วนกระบวนความภายในที่เดียว ดังนั้นถ้าใครทำงานแล้วเงินเดือนเยอะเข้าเกณฑ์ที่จะต้องชำระเงินภาษีบุคคลธรรมดา ก็เตรียมตัวแล้วจัดการให้เรียบร้อยจะได้ไม่มีปัญหาถูกปรับเงินย้อนหลังให้วุ่นวาย และถ้าใครอยากทราบว่ามีรายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษีสามารถอ่านในบทความของทางกรมสรรพากรก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ทางกรมสรรพากรก็มีแอพฯ เข้ามาเสริมให้ประชาชนได้ศึกษาข้อมูลและใช้ยื่นภาษีผ่านทางแอพฯ ได้อีก ทำให้การยื่นภาษีสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องกรอกเอกสารเหมือนในอดีตแล้ว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้โหลดแอพฯ ดังกล่าวติดเครื่องเอาไว้ควบคู่กับแอพฯ ช่วยคำนวณภาษีอีกสักแอพฯ ติดมือถือเอาไว้ได้เลย เมื่อถึงเวลาก็กรอกข้อมูลแล้วยื่นภาษีได้ทันทีเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Mouse Macro

software cover

Free software check pc 2021 cov3

from:https://notebookspec.com/web/664997-7-apps-tax-calculation

Toshiba Tec เตรียมเปิดศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์แห่งแรกในสหรัฐฯ

มีรายงานว่า Toshiba Tec ที่เป็นบริษัทในเครือของโตชิบาอีกที กำลังเปิดฮับใหม่ของตัวเองในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ เพื่อพัฒนาและทำตลาดซอฟต์แวร์ทำบิลขายหน้าร้าน (POS) สำหรับตลาดร้านค้าปลีกโดยเฉพาะ ถือเป็นศูนย์สำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ นี้

โดยคาดว่าจะมีวิศวกรซอฟต์แวร์กว่า 30 คนเข้ามาทำงานที่ศูนย์นี้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมปีหน้า อ้างอิงจากสำนักข่าว Nikkei Asia พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานเป็นอีกเท่าตัวภายในปี 2025

จริงๆ บริษัทมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯ ก่อนแล้วถึงสามแห่ง ทั้งที่เซาท์ดาโกต้า แคลิฟอร์เนีย และนอร์ธแคโลไลน่า ครั้งนี้ Toshiba Tec ต้องการให้บริการปรับแต่งระบบผ่านคลาวด์สำหรับลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ รวมทั้งเปิดให้ใช้ร่วมกับบริการจากนักพัฒนาอื่นด้วย

ตอนนี้บริษัทมีลูกค้าเป็นกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ อยู่แล้วสำหรับระบบตรวจเช็คสต็อคและยอดขายออนไลน์ ไปจนถึงระบบดูแลการรับคืนสินค้าและเคลมประกัน ถือเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่ส่งออกระบบ POS เข้ามาในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1979

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/toshiba-tec-to-open-first-software-development-hub-in-the-us/

แนะนำ BullVPN ผู้ให้บริการ VPN อันดับ 1 ของไทย ใช้ง่ายแพ็คเกจเลือกได้ราคาก็เป็นมิตร!

BullVPN ผู้ให้บริการ VPN ใช้ง่ายค่าบริการเป็นมิตร ดีที่สุดในไทย!!

bullvpn2 cover

ในยุคนี้ อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกม, ทำงานหรือใช้แอพฯ ธนาคาร ก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้าให้ดีก็ต้องมี VPN ควบคู่กันเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล, ความเป็นส่วนตัวและใช้เปิดดูเว็บไซต์หรือสตรีมมิ่งต่างประเทศที่ดูในไทยไม่ได้ด้วยถึงจะดีที่สุด ยิ่งถ้าใครไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟแล้วต่อ Wi-Fi สาธารณะก็ควรใช้ VPN เป็นประจำเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวด้วย

Advertisementavw

BullVPN เองก็เป็นผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำอันดับหนึ่ง นับเป็น VPN ที่ดีที่สุดในไทย หน้าโปรแกรมและแอพฯ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ตั้งค่าสะดวก รองรับหลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, iOS, Android, Smart TV รวมไปถึงส่วนเสริมใน Google Chrome เบราเซอร์ยอดนิยมในปัจจุบันนี้ก็สามารถใช้งานได้อีกด้วย

วิธีการใช้งานก็ง่าย เพียงคลิกเดียวก็สามารถใช้งานได้ทันที มีเซิร์ฟเวอร์ VPN ให้บริการอยู่มากกว่า 100 เซิร์ฟเวอร์ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกถึง 28 ประเทศให้สลับใช้งานได้ตามต้องการ ทำให้เข้าใช้เว็บไซต์หรือดูคอนเทนต์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่องทางซัพพอร์ตทั้งผ่านทาง Facebook Fanpage, WeChat และ Line อีกด้วย 

BullVPN

หัวข้อบทความ

VPN คืออะไรและเหมาะกับใครบ้าง?

what is vpn

เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนอาจจะได้ยินคำว่า VPN (Virtual Private Network) วนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันมาสักระยะหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่ามีประโยชน์ต่อการใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันอย่างไร ทั้งที่ VPN เป็นอีกโปรแกรมที่ควรมีติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องของคุณเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อความเป็นส่วนตัวและป้องกันการโดนล้วงข้อมูลเมื่อเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้

สำหรับวิธีการทำงานของระบบนี้แบบเข้าใจง่าย คือ VPN เป็นโปรโตคอลการส่งข้อมูลแบบ Point-to-Point ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยปกติการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่มี VPN จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ของเราผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแล้วต่อเข้าไปยังเว็บไซต์นั้นโดยตรง

แต่ VPN จะเข้ามาเป็นตัวคั่นกลางให้พีซีหรือสมาร์ทโฟนของเราเชื่อมต่อเข้า Private Network ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการก่อน แล้วระบบจะปกปิด IP Address ของอุปกรณ์เอาไว้แล้วค่อยเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการอีกที มีข้อดีคือ ทำให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymously) ป้องกันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ ดักเก็บข้อมูลของเราไปใช้ได้ยากขึ้น และถ้าผู้ใช้คนไหนใช้ระบบ VPN ควบคู่กับฟีเจอร์ Incognito ในเบราเซอร์ก็ยิ่งปลอดภัยขึ้นไปอีก

wordpress gc20d0896e 1280

ด้านประโยชน์ของ VPN นั้นมีหลากหลาย นอกจากรักษาความเป็นส่วนตัว ป้องกันการโดนบริษัทหรือองค์กรเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อยิงโฆษณาได้แล้ว ยังป้องกันตัวเองจากมือที่สามซึ่งรอดักจับข้อมูลตอนเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ หากใช้ในบ้านก็ใช้เปิดดูซีรี่ส์ใน Netflix ที่ล็อคให้ดูได้บางประเทศ, เปิดเว็บไซต์ที่ถูกบล็อคหรือไว้เล่นเกมออนไลน์เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศได้สะดวกขึ้น โดยรูปแบบของ VPN จะถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Remote access – เป็นการเชื่อมต่อ VPN เข้าไปยัง Local Area Network (LAN) ซึ่งเป็นระบบภายในองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้พนักงานภายในองค์กรรีโมตการทำงานจากนอกออฟฟิศเข้ามาเรียกใช้ทรัพยากรภายในองค์กรได้เสมือนนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศโดยไม่มีข้อมูลหลุดออกไปยังอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (Public Internet)
  • Site-to-Site – เป็นการเชื่อมต่อ VPN คล้าย Remote Access แต่ขยายสเกลการเชื่อมต่อจากภายในภูมิภาคเดียวกันไปยังภูมิภาคอื่นบนโลก โดยการเชื่อมต่อนี้ต้องตั้ง Data Center และใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อเดียวกันอย่าง IPv4 หรือ IPv6 และใช้เชื่อมต่อสำนักงานสาขาในประเทศเดียวกันแต่อยู่คนละจังหวัดได้ด้วย
  • Extranet-based site-to-site – เป็นการเชื่อมต่อประเภท Site-to-Site เหมือนกับข้อบน แต่เปลี่ยนจากมีองค์กรเดียวใช้งานระบบนี้ กลายเป็นมีหลายองค์กรแชร์ใช้งานระบบนี้ร่วมกันแทน

สำหรับข้อดีเมื่อใช้งาน VPN มีดังนี้

  • รักษาความปลอดภัยอุปกรณ์เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi สาธารณะ – แม้ Wi-Fi จะให้บริการฟรี แต่เราก็ไม่ทราบว่าผู้เปิดให้ใช้บริการจะดักข้อมูลอะไรของเราไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง แต่เมื่อใช้ VPN แล้ว ระบบจะช่วยซ่อนข้อมูลส่วนตัวต่างๆ รวมไปถึงข้อมูลบัตรเครดิตและบัญชีธนาคารของเราอีกด้วย ช่วยลดโอกาสเสี่ยงตอนทำธุรกรรมสำคัญไปได้มาก
  • รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล – สาเหตุของการถูกยิงโฆษณา หลายครั้งเกิดจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไม่ใช้ VPN ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำเจ้าต่างๆ เอาข้อมูลความสนใจของเราไปวิเคราะห์ยิงโฆษณาให้ตรงความสนใจของผู้ใช้ได้ง่าย ซึ่งถ้าเราเชื่อมต่อ VPN เอาไว้ก็จะช่วยลดปัญหายิบย่อยเหล่านี้ไปได้มาก
  • เปิดดูคอนเทนต์ได้โดยไม่เกี่ยงสถานที่ – จะเกมเมอร์หรือผู้ชื่นชอบการดูสตรีมมิ่งจากต่างประเทศก็รู้กันดีว่าผู้ให้บริการจะคัดกรองคอนเทนต์แยกตามภูมิภาคการเชื่อมต่อจาก IP Address ด้วยหลายๆ เหตุผลตามแต่นโยบายของแต่ละบริษัท แต่พอใช้ VPN ก็สามารถดูสตรีมมิ่งหรือเชื่อมต่อไปเล่นเกมออนไลน์ในเซิร์ฟเวอร์ของประเทศนั้นได้ทันที
  • ลดค่าใช้จ่ายและซื้อสินค้าหรือบริการได้ถูกลง – นอกจากความปลอดภัย ระบบ VPN ก็ปรับมาใช้เพื่อความประหยัดได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ใช้โซนไปประเทศอื่นเพื่อซื้อเกมในระบบ Steam ซึ่งค่าเงินถูกกว่าประเทศไทยและเลือกซื้อบางเกมซึ่งไม่ได้วางขายในสโตร์ฝั่งไทยได้อีกด้วย
จุดเด่นของ BullVPN มีอะไรบ้าง?
  • มีให้โหลดใช้งานหลากหลายแพลตฟอร์ม – โปรแกรมของทางบริษัทมีให้ใช้บริการหลากหลายแพลตฟอร์ม ผู้ใช้สามารถเลือกโหลดได้ทั้ง Windows, iOS, iPadOS, Android, macOS, Smart TV หรือ Chrome Extension เสริมเข้ามาใน Google Chrome แทนการติดตั้งไว้ในเครื่องก็ได้ ผู้สนใจสามารถคลิกดูได้ที่นี่
  • เชื่อมต่อได้โดยไม่ถูกบล็อค – บางเว็บไซต์, เกมออนไลน์, บริการสตรีมมิ่งชั้นนำหลายๆ เจ้าจะถูกล็อคหรือบล็อคคอนเทนต์เอาไว้เฉพาะภูมิภาคด้วยหลายๆ เหตุผล ไม่ว่าจะลด Traffic จากต่างประเทศหรือนโยบายของทางบริษัทก็ตาม แต่เมื่อใช้ BullVPN ก็สามารถเปิดดูได้อย่างแน่นอน
  • ซ่อน IP Address ของเราเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว – ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะอายุ, เพศ, เชื้อชาติ, ข้อมูลธนาคารและบัตรเครดิตเป็นเรื่องสำคัญ หากป้องกันไม่ดีอาจถูกขโมยไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นแนะนำให้สมัครใช้บริการ VPN เอาไว้ได้เลย โดยจุดเด่นของ BullVPN จะมีดังนี้
    • ไม่บันทึกพฤติกรรมออนไลน์และไม่อัพโหลดข้อมูลส่วนบุคคล
    • ป้องกันการเข้าเครือข่ายของเราเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi Hotspot ฟรี
    • มีระบบ DNS Leak ปกปิดและป้องกัน IP Address จริงของเครื่อง ทำให้ตอนเปิดเว็บไซต์ต่างๆ เป็นแบบไม่ระบุตัวตนป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ดีมาก เมื่อเปิดโปรแกรมและเปิด VPN แล้ว ตัวระบบจะซ่อน IP Address จริงของเราในทันที
  • มีทีมงานคอนซัพพอร์ตการใช้งาน – เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยเวลาใช้งาน สามารถสอบถามกับทางทีมงานผ่าน Facebook Fanpage, WeChat, Live Chat ได้ทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานหรือใช้บริการของทางบริษัทได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัดอีกด้วย

จุดเด่นทั้งหมดนั้นสามารถสรุปได้ว่า BullVPN นั้นเป็นผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำอันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งรูปแบบการทำงานของ VPN และหน้าตาโปรแกรมซึ่งใช้งานได้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจนานมากก็ใช้งานได้ทันที

ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าผู้ใช้หลายคนอยากใช้บริการ VPN แต่มักพบแต่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศ จึงกังวลว่าถ้าใช้งานแล้วเกิดปัญหาก็ต้องรอการแก้ไขนานจนทำงานล่าช้าไม่ทันใจ ทว่า BullVPN เป็นผู้ให้บริการ VPN รองรับภาษาไทยพร้อมให้บริการผู้ใช้งานทุกคน ไม่ต้องกังวลเมื่อเกิดปัญหาการใช้งาน สามารถสอบถามปรึกษาและแก้ปัญหาระหว่างใช้งานได้ทันที

นอกจากให้บริการ VPN ตามปกติแล้ว หากใครมีข้อมูลสำคัญหรือต้องการใช้อินเทอร์เน็ตโดยปลอดภัยเป็นพิเศษ ทางบริษัทก็ให้บริการ Private VPN และ Proxy ซึ่งมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูงมาก เลือกประเทศที่ต้องการใช้งานได้หลากหลายตามต้องการ

นอกจากนี้ยังมีบริการ Whitelist IP สำหรับกำหนดการเข้าถึงข้อมูลโดยเจาะจง IP Address ได้ ทำให้เครื่องในกลุ่ม Whitelist IP เข้าถึงข้อมูลได้จากระยะไกลอีกด้วย มีค่าบริการ Private VPN และ Proxy เริ่มต้นเดือนละ 700 บาท ส่วนการสมัครใช้บริการทำได้ไม่ยาก โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. สมัครใช้งานและติดตั้งโปรแกรมให้เรียบร้อยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
  2. ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทผ่านทาง Facebook Fanpage หรือ Line Official เพื่อเริ่มใช้บริการและรับรายละเอียดเพิ่มเติม
  3. รอทางบริษัทดำเนินงานราว 1-2 วัน ก็สามารถใช้งานได้ทันที
รีวิวการทดลองใช้งาน BullVPN เข้าชมเว็บไซต์ต่างประเทศ

vpn personal data full

การเริ่มใช้บริการ BullVPN นั้นง่ายมาก หลังจากสมัครบัญชีกับทางเว็บไซต์แล้ว ที่หน้าเว็บไซต์ก็เปิดเช็คข้อมูลอย่างวันเวลาใช้งานที่เหลือ, รับวันทดลองใช้งานเพิ่ม, ชำระค่าบริการเพื่อต่ออายุการใช้งานไปจนถึงหน้ากรอก Promo Code หรือแชร์ให้เพื่อนใช้ก็ได้ โดยคัดลอกลิ้งค์ในกรอบ URL for friends แล้วส่งให้เพื่อนได้ทันที

shareforfree

เมื่อคลิกเข้ารับวัดทดลองใช้งาน ผู้ใช้ใหม่นอกจากได้วันใช้งานฟรี 1 วันหลังจากยืนยันตัวตนผ่าน E-mail แล้ว ยังสามารถแชร์ผ่าน Twitter ส่วนตัวเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับทางบริษัทเพื่อรับวันใช้งานเพิ่มฟรีอีก 2 วัน สรุปแล้วหากสมัครใช้งานและแชร์ผ่าน Twitter จะได้รับวันใช้งานเพิ่มสูงสุด 3 วัน

bull first page

หน้า UI ของโปรแกรมถือว่าใช้งานได้ง่าย เมื่อต้องการใช้งานหรือหยุดเชื่อมต่อก็กดโลโก้ “พี่วัว” ตรงกลางเพียงครั้งเดียวก็พร้อมใช้งานทันที ส่วนกรอบ Profile ด้านล่างจะโชว์ Username กับเวลาใช้งานของไอดีนี้ ถ้าใช้จนหมดจะขึ้นเป็น Expired สีแดง หากจะใช้งานต่อก็เติมเงินหน้าเว็บไซต์แล้วใช้งานได้ทันที

assign ip

หลังจากเชื่อมต่อเสร็จ จะมี Notification แจ้ง Assign IP หรือ IP จัดสรรจากโปรแกรม VPN ซึ่งไม่ใช่ IP แท้จริงของเครื่อง ดังนั้นเราก็ท่องอินเตอร์เน็ตได้อย่างสบายใจแล้ว

check log and settings

ในหน้าแรกของโปรแกรม VPN จะมีคำสั่งให้ใช้งาน 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  1. ขีดสามเส้นมุมบนซ้ายมือ – ใช้เปิดการตั้งค่าโปรแกรมโดยละเอียด นอกจาก Setting หลักจะมีการตั้งค่า Network, Account รวมทั้ง Info รวมอยู่ด้วย
  2. Check IP มุมบนขวามือ – จะทำงานสองแบบ หากคลิ๊กโดยไม่เปิดใช้งาน VPN จะเข้าหน้าเว็บไซต์ของทางบริษัทพร้อมโชว์รายละเอียดของผู้ใช้ ได้แก่ IP Address, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, ประเทศและแผนที่ Google Maps ของเราอีกด้วย แต่ถ้าเปิดระบบ VPN เมื่อไหร่จะเปิดหน้านี้ไม่ได้
  3. โลโก้รูปธงตรงกลางเหนือโลโก้ – ใช้เปลี่ยนประเทศปลายทางที่ต้องการเชื่อมต่อ VPN เลือกได้ 28 ประเทศทั่วโลกพร้อมเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใช้อีก 100 แห่ง ผู้สนใจสามารถคลิกดูที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ที่นี่
  4. Logs มุมล่างขวามือ – ใช้แสดงข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน VPN ของเราโดยละเอียด หากยังไม่เชื่อมต่อจะขึ้นเป็นหน้าสีขาว

choose server 3
choose server 2

การเชื่อมต่อเมื่อต้องการ VPN ไปยังต่างประเทศเพื่อดูสตรีมมิ่งหรือเล่นเกม ให้คลิกกรอบมีรูปธงชาติเหนือโลโก้แล้วจะมีหน้าต่างเลือกเซิร์ฟเวอร์เปิดแยกออกมา หากจะใช้ทำงานทั่วไปแต่ต้องการความเป็นส่วนตัว ให้กด Smart Server ปล่อยให้โปรแกรมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ดีสุดเลยก็ได้ หรือจะเลื่อนหาตามประเทศตามรายชื่อด้านล่างก็ดี

เมื่อเลือกประเทศแล้ว สังเกตว่าท้ายชื่อเซิร์ฟเวอร์บางรายการจะมีคำว่า Netflix กำกับไว้ หากใช้งานตามปกติจะเชื่อมต่อแบบเลือกแค่ประเทศก็ดับเบิ้ลคลิกประเทศแล้วปล่อยระบบจัดการรายละเอียดส่วนอื่นไปก็ได้ ยกเว้นว่าอยากดูคอนเทนต์ Netflix เฉพาะของประเทศนั้นๆ ค่อยเลือกเซิร์ฟเวอร์เจาะจงเพื่อดูสตรีมมิ่งก็ได้

bullvpn not activate
bullvpn activate

ด้านความเร็วรับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต เมื่อทดสอบด้วย Ookla แบบปิด VPN จะได้ความเร็ว Download และ Upload อยู่ช่วง 700 Mbps พอเปิดใช้งาน BullVPN แล้ววัดความเร็วรับส่งข้อมูลอีกครั้ง ด้าน Download ทำได้ 116.59 Mbps ส่วน Upload ได้ 67.44 Mbps 

สำหรับความเร็วหลังเปิด BullVPN ขึ้นมาใช้งานแล้วช้าลงบ้าง ซึ่งผู้อ่านหลายคนอาจคิดว่ามันคงช้าจนเปิดเว็บไซต์หรือดูสตรีมมิ่งไม่ได้แน่ๆ แต่จากการทดลองใช้งานจริงก็ใช้ดู Netflix Japan ได้ลื่นไหลดีไม่มีปัญหา เนื่องจากบริการสตรีมมิ่งทั่วไปต้องการอินเตอร์เน็ตความเร็ว 15 Mbps ขึ้นไปก็ดูหนัง 4K ได้ เปิดเบราเซอร์ทำงานกับเว็บแอพฯ ได้สบายๆ ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงมากวนใจแม้แต่น้อย

ส่วนตัวผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ใช้งาน VPN แบบติดมากับเบราเซอร์มาก่อนหน้านี้ ซึ่งระบบ VPN ดังกล่าวทำงานได้ช้าและเสียเวลาโหลดหน้าเว็บไซต์เป็นอย่างมากจนแทบไม่ได้งาน ผิดกับ BullVPN ซึ่งเป็นโปรแกรมแยกโดยเฉพาะ สามารถเปิดเว็บไซต์ โหลดไฟล์งานได้รวดเร็วเหมือนปกติ ได้ประสบการณ์ใช้งานดีกว่าชัดเจน

ทดลองใช้ Bullvpn เข้าชมเว็บไซต์ต่างประเทศ

netflix japan

สำหรับคนอยากดูซีรี่ส์ต่างประเทศโดยไม่เปิดเว็บไซต์ดูหนังแบบผิดกฏหมายแล้วใช้บริการ Netflix อยู่แล้ว ก็เปิด BullVPN เลือกเซิร์ฟเวอร์สำหรับ Netflix โดยเฉพาะแล้วเชื่อมต่อเพื่อดูซีรี่ส์ได้เลย เมื่อระบบ VPN เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นสำหรับ Netflix แล้ว พอกด F5 จะเห็นว่าซีรี่ส์ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ มีเรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาให้เลือกดูได้มากขึ้นหลายเรื่อง

pokemon

ใหม่ล่าสุดแน่นอน เพิ่งฉายเมื่อปี 2021 นี้เอง

นอกจากซีรี่ส์หรือหนังแล้ว ยังเลือกชม Exclusive Content ซึ่งมีเฉพาะใน Netflix Japan เท่านั้นได้ด้วย ตัวอย่างเช่น Pocket Monster ซึ่งชมใน Netflix Thailand ไม่ได้ ต้องต่อ VPN เข้ามา Netflix Japan เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีซีรี่ส์และหนังแบบ Exclusive ฉายเฉพาะในญี่ปุ่นอีกหลายเรื่องและอัพเดทเร็วกว่าจะมีให้เลือกชมมากมายและอัพเดทตอนใหม่เร็วและต่อเนื่องด้วย

solitary gourmet netflix th
netflix japan more seasons than thai

ข้อดีของอินเตอร์เน็ตเมื่อต่อ VPN จะปลดล็อคคอนเทนต์ให้เลือกชมได้มากขึ้นหลายเท่า ตัวอย่างได้แก่ซีรี่ส์เรื่อง Solitary Gourmet ซึ่งมีใน Netflix ประเทศไทยและญี่ปุ่น แต่สังเกตจำนวนตอนจะเห็นว่าของประเทศไทยรับชมได้ถึง Season 2 เท่านั้น ส่วน Netflix Japan ดูได้ถึง Season 8 ซึ่งฉายไปเมื่อปี 2019 แล้ว และผู้เขียนคาดว่าเร็วๆ นี้ก็จะอัพเดท Season 9 ตามเข้ามาอย่างแน่นอน

IMG20220702175742 1
IMG20220702175802 1

เมื่อคลิกเลือกตอนได้แล้วก็นั่งชมตอนที่ต้องการได้ทันที ได้ความต่อเนื่องไม่มีอาการรอโหลดหรือติด Buffer เมื่ออินเตอร์เน็ตทำงานช้าให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว ถือว่าระบบ VPN ของทางบริษัทสามารถใช้งานได้ดีมากไม่ต่างกับตอนเปิดอินเตอร์เน็ตตามปกติ

dmm not japan
dmm vpn japan

ข้อดีอีกอย่างของระบบ VPN ก็คือการรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างอิสระไม่โดนบล็อคเนื้อหา ซึ่งผู้เขียนได้ทดลองเชื่อมต่อเข้าเว็บไซต์ DMM ของญี่ปุ่นดู โดยปกติถ้าไม่ได้เปิด VPN จะมีหน้าต่างแจ้งผู้ใช้ว่าด้วยเรื่องกฏหมายและการใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากเว็บไซต์ DMM นอกจากเกมและบริการต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นแล้วยังมีเนื้อหาค่อนข้างหลากหลายแบบอีกด้วย 

แต่ถ้าเปิด VPN ก่อนเข้าเว็บไซต์นี้แล้ว แบนเนอร์จะเปลี่ยนไปเล็กน้อยและไม่มีหน้าต่างแจ้งเตือนข้างต้นเปิดขึ้นมาแจ้งเตือนผู้ใช้อีกแล้ว และสามารถใช้งานได้เท่ากับชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

จะเห็นว่า VPN นั้นช่วยปลดล็อคคอนเทนต์ต่างๆ ออก ให้ผู้ใช้มีอิสระในการรับชมคอนเทนต์ยิ่งกว่าเดิมและค่าบริการรายเดือนก็ไม่แพงเกินไปอีกด้วย หรือจะซื้อเหมาเป็นรายปีก็คุ้มค่า ใช้งานได้ยาวแล้วมาชำระค่าบริการในปีหน้าได้เลย

แพ็คเกจใช้งานและโปรโมชั่นของ BullVPN และประเภทของผู้ใช้ที่เหมาะกับบริการนี้

payment 1

แพ็คเกจสำหรับผู้สนใจจะมีให้เลือกใช้หลายแพ็คเกจด้วยกัน เริ่มต้นที่ 7 วันไปจนถึง 1 ปี เลือกสกุลเงินที่ต้องการใช้ชำระเงินได้ 2 แบบ ได้แก่ บาทหรือดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแพ็คเกจดังนี้

  • 7 วัน 70 บาท เหมาะกับคนอยากทดลองใช้แต่จำกัดไว้ 1 Connection
  • 1 เดือน 179 บาท เหมาะกับผู้จำเป็นต้องใช้ VPN ระยะหนึ่งหรือล็อคอินเกิน 1 เครื่อง
  • 3 เดือน 499 บาท เฉลี่ย 166 บาท/เดือน
  • 6 เดือน 949 บาท เฉลี่ย 158 บาท/เดือน
  • 1 ปี 1,650 บาท เฉลี่ย 137 บาท/เดือน

ในหน้าเริ่มต้นเลือกแพ็คเกจ หากเลือกซื้อแพ็คเกจใช้งานเกิน 7 วัน จะเพิ่มจำนวนการเชื่อมต่อโดยใช้ Account เดียวเป็น 2 Connections เพิ่มได้สูงสุด 20 Connections แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจำนวนการเชื่อมต่อ

payment 2 new

เมื่อเลือกแพ็คเกจแล้ว หน้าขั้นตอนที่ 2 ให้กรอก E-mail หรือ Username ที่สมัครใช้งานลงไป ถ้าต้องการซื้อเก็บเอาไว้ก่อนให้ติ๊กถูกตรงช่อง “กำหนดเอง” แล้วเลือกวันที่ต้องการเริ่มใช้งานเป็นวันแรกได้ หากไม่กำหนดวันเปิดใช้งานเมื่อชำระค่าบริการแล้ว ระบบจะเริ่มนับวันใช้งานทันที 

payment 3 new 1

หน้าขั้นตอนการชำระเงิน ทางบริษัทจะรองรับการชำระเงินหลากหลายแบบ ตั้งแต่สแกนจ่ายด้วย QR Code พร้อมแสดงขั้นตอนการชำระเงินเอาไว้โดยละเอียด, สั่งชำระผ่านบัตรเครดิต, True Wallet, ShopeePay, PayPal, โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยของทางบริษัทก็ได้ แต่ต้องรอตรวจสอบการโอนเงินราว 1 ชั่วโมงถึง 1 วัน นอกจากนี้ยังชำระด้วยคริปโตเคอร์เรนซี่ได้อีกด้วย หากใครซื้อแพ็คเกจเริ่มต้นจะชำระผ่าน PayPal กับคริปโตเคอร์เรนซี่ไม่ได้

cryptocurrency

หากใครสะดวกชำระด้วยคริปโตเคอร์เรนซี่ สามารถเลือกหัวข้อนี้ได้เลย และรองรับ 2 สกุลเงินดิจิตอล ได้แก่ BUSD, USDT ซึ่งเป็น Stable Coin ทั้งคู่ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าเพราะสกุลเงินดิจิตอลทั้งสองสกุลมีเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นแบ็คอยู่และสอดคล้องกับการรับชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐที่หน้าสั่งซื้อหน้าแรกนั่นเอง

ใครควรใช้ VPN?

Media 1 1C427D71 7141 4495 BF87 41AF6C1EFE8B

แม้หลายๆ คนอาจจะเห็นว่าบริการ VPN น่าใช้งานแต่ก็ไม่ได้จำเป็นยิ่งยวด แต่ถ้ามองกลับกัน ในปัจจุบันนี้ผู้ใช้หลายๆ คนพกโน้ตบุ๊คไปทำงานตามร้านกาแฟแล้วเชื่อมต่อ Wi-Fi Hotspot ฟรีอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นบริการของทางร้านกาแฟเองหรือจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ก็อาจมีการดักข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งบางคนอาจจะถูกดักข้อมูลสำคัญอย่างบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตได้เลย

ดังนั้นเมื่ออินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิงหรือทำงาน การป้องกันตัวเองด้วย VPN ก็สำคัญไม่แพ้การจ่ายเงินใช้บริการสตรีมมิ่งเพื่อความบันเทิงอย่างแน่นอน เพียงแค่จัดสรรเงินสักเล็กน้อยก็ช่วยลดปัญหาการโดนดักข้อมูลส่วนตัวไปได้มาก

ซึ่งถ้าผู้ใช้คนไหนไม่มั่นใจว่าจะใช้บริการ VPN จากผู้ให้บริการรายใด ก็ขอแนะนำ BullVPN เป็นเจ้าแรกเพราะเป็นบริษัทสัญชาติไทย มีทีมซัพพอร์ตพร้อมให้บริการชาวไทยผู้อยากใช้งาน VPN ทุกคน โปรแกรมเข้าใจง่ายใช้งานสะดวกเชื่อมต่อเน็ตได้รวดเร็วไม่ต่างกับการใช้งานตามปกติอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/655583-review-bullvpn-and-what-is-vpn

แนะนำ Windows 11 แบบ OEM / FPP / ESD ต่างกันอย่างไร ซื้อแบบไหนเหมาะ

เปลี่ยนมาใช้ Windows 11 ของแท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องจากไมโครซอฟท์ดีกว่า ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวมีปัญหาและไม่มีความเสี่ยง มี 3 แบบให้เลือกระหว่าง OEM, FPP และ ESD สะดวกแบบไหน เลือกใช้แบบนั้น

  • แบบ OEM ต้องใช้กับเครื่องใหม่ ใช้กับเครื่องใดแล้วต้องใช้ไปตลอดเปลี่ยนหรือย้ายไปใช้กับเครื่องอื่นไม่ได้ แต่ดาวน์เกรดได้และมีราคาประหยัดที่สุด
  • แบบ FPP และ ESD ใช้กับเครื่องใหม่หรือเครื่องเก่าก็ได้ เปลี่ยนและย้ายไปใช้กับเครื่องใดก็ได้ แต่ต้อง Activate ใช้งานเครื่องเดียว ดาวน์เกรดไม่ได้ ซื้อ Windows มาเป็นเวอร์ชันอะไร ต้องใช้อย่างนั้น
    FPP กับ ESD ใช้งานแบบเดียวกัน แต่จะต่างกันตรงที่ FPP วางจำหน่ายในลักษณะของกล่องบรรจุภัณฑ์ และผู้ใช้จะต้องเก็บกล่องไว้ใช้ยืนยันลิขสิทธิ์ แต่ ESD จะเป็นการจำหน่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยรับคีย์ผ่านอีเมล์

แต่ละแบบมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน อยู่ที่การใช้งานและความสะดวกของแต่ละคน

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปของ Microsoft เพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.synnex.co.th/th/community_details.aspx?category_id=13&detail_id=20220617001&ispdf=

ที่มา – Synnex Thailand

from:https://www.9tana.com/node/windows-11-oem-fpp-esd/