คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

HUAWEI, OPPO, vivo, และ Xiaomi ร่วมมือกันเปิดตัวมาตรฐานชาร์จไวสำหรับมือถือที่ใช้ร่วมกันได้

เทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงในตลาดมือถือในปัจจุบัน แต่ละค่ายก็งัดเอาระบบชาร์จไวระดับเทพมาให้ได้ใช้กัน แต่ผู้บริโภคกลับพบเจอปัญหาเวลาเปลี่ยนมือถือย้ายไปใช้แบรนด์อื่นแล้วที่ชาร์จไวของมือถือรุ่นเดิม ไม่สามารถใช้กับมือถือเครื่องใหม่ได้ หรือหัวชาร์จเดิมเกิดพังขึ้นมา จะไปซื้อหัวชาร์จ 3rd party มาใช้ก็ไม่เร็วเท่าเดิม ทางแบรนด์มือถือชั้นนำของจีนอย่าง HUAWEI, OPPO, vivo และ Xiaomi ก็เลยเตรียมแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเปิดตัวมาตรฐานการชาร์จไวแบบใหม่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้

สี่แบรนด์มือถือยักษ์ใหญ่จากจีนที่มาร่วมจับมือกันครั้งนี้ ต่างก็มีเทคโนโลยีระบบชาร์จไวที่แตกต่างกันออกไป และรู้ตัวด้วยว่าก่อให้เกิดปัญหาในการใช้งานอย่างที่บอกไปจริง เนื่องจากผู้บริโภคอาจมีมือถือมากกว่าหนึ่งเครื่องและไม่ใช่แบรนด์เดียวกันด้วย ทำให้เวลาชาร์จแบตเตอรี่อาจพบเจอปัญหาเรื่องการชาร์จไว ที่แม้หัวชาร์จจะปล่อยพลังไฟออกมาเท่ากัน แต่หากเป็นคนละยี่ห้อ หรือใช้เทคโนโลยีคนละแบบก็ไร้ประโยชน์

HUAWEI, OPPO, vivo และ Xiaomi จึงหารือร่วมกันเพื่อออกแบบระบบการชาร์จไวที่เป็นหนึ่งเดียว และสามารถใช้งานร่วมกันได้ทุกค่าย โดย HUAWEI Mate Xs 2 จะเป็นมือถือรุ่นแรกที่รองรับมาตรฐานระบบชาร์จเร็วแบบใหม่ ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันกับค่ายอื่น ๆ ได้ และจะมีมือถืออีก 11 รุ่น ที่จะรองรับระบบการชาร์จรูปแบบใหม่นี้ตามมาด้วย

โดยวัตถุประสงค์หลักของการจับมือกันเพื่อสร้างมาตรฐานการชาร์จไวของมือถือร่วมกัน มีอยู่ด้วยกัน 5 ขั้นตอนคือ

  1. พัฒนาและปรับปรุงระบบชาร์จไวและขยาย ecosystem ของเทคโนโลยีชาร์จไวนี้
  2. ยกระดับเทคโนโลยีชาร์จไวไปสู่ระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
  3. ติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวของมาตรฐานระบบชาร์จไว และตรวจสอบระบบการชาร์จไวของจีนให้สามารถนำไปใช้เป็นมาตรฐานของระดับโลกได้
  4. เพื่อส่งเสริมแบรนด์มือถืออื่น ๆ ให้ยอมรับระบบการชาร์จไวใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  5. เพื่อพัฒนาระบบการชาร์จไวของแบรนด์ third-party และตรวจสอบกการทำงานของแบรนด์นั้น ๆ

ก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับวงการมือถือเลยครับ เพราะปัญหาเรื่องที่ชาร์จข้ามค่ายไม่รองรับระบบชาร์จไวของอีกค่ายนี้ก็อยู่มานานแล้ว ถ้ามาตรฐานใหม่นี้ออกมาเมื่อไหร่ รับรองว่าชีวิตจะง่ายขึ้นกว่านี้เยอะเลยครับ

 

ที่มา: Huaweicentral

from:https://droidsans.com/huawei-oppo-vivo-xiaomi-joint-to-build-new-fast-charging-system/

หัวเว่ยเปิดเวที Watch Face Designathon APAC 2022 สร้างสรรค์ดีไซน์หน้าปัดสมาร์ทวอทช์ ชิงรางวัลมูลค่ารวม 630,000 บาท

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เชิญชวนนักออกแบบและครีเอเตอร์ชาวไทยร่วมปลดปล่อยจินตนาการกับเวที Watch Face Designathon APAC 2022 การประกวดการออกแบบหน้าปัดสมาร์ทวอทช์ HUAWEI WATCH 3 Series โดยเลือกตีความจากคอนเซปต์ Connection, Harmony หรือ Power และส่งผลงานเข้าประกวด เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 630,000 บาท

หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชุมชนนักออกแบบให้เติบโตและเข้มแข็ง สนับสนุนให้นักออกแบบชาวไทยได้เผยแพร่ผลงานชิ้นเอกออกสู่สายตาของผู้ใช้งาน HUAWEI Themes กว่า 400 ล้านคนทั่วโลก 

นอกจากหน้าปัดสมาร์ทวอทช์แล้ว HUAWEI Themes ยังมีงานออกแบบอีกมากมายให้ผู้ใช้งานทั่วโลกได้ดาวน์โหลดกันอย่างจุใจ อาทิ ธีม วอลเปเปอร์ และฟอนต์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้จัดกิจกรรม Workshop to win Watch Face Designathon 2022 เพื่อติวเข้มให้เหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความฝันและเต็มไปด้วยจินตนาการ ได้เรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคการออกแบบหน้าปัดสมาร์ทวอทช์ระดับนักออกแบบมืออาชีพ

HUAWEI

ความพิเศษ คือ หน้าปัดสมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ยสามารถดาวน์โหลดได้ในสมาร์ทโฟนทุกระบบปฎิบัติการทั้ง Android และ IOS ผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Health ที่มีหน้าปัดสมาร์ทวอชให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ แบบคลาสสิก หรูหรา สปอร์ต ไปจนถึงแบบแอนิเมชั่น ดังนั้นไม่ว่านักออกแบบจะถนัดการออกแบบประเภทไหนก็สามารถร่วมลองประชันฝีมือเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้กันได้

ใครสนใจอย่ารอช้า! ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นก็สามารถส่งผลงานเข้าแข่งขันได้ง่ายๆ ที่นี่

กำหนดการ

  • เปิดลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2565 ถึงวันที่ 21 กันยายน 2565
  • สิ้นสุดการส่งผลงาน วันที่ 11 ตุลาคม 2565
  • ประกาศผู้ชนะการประกวด วันที่ 21 ตุลาคม 2565
  • มอบรางวัล พฤศจิกายน 2565

รายละเอียดรางวัล

  • Outstanding Award: เงินรางวัลมูลค่า 216,000 บาท*[2] จำนวน 1 รางวัล
  • Excellence Award: เงินรางวัลมูลค่า 144,000 บาท* จำนวน 1 รางวัล
  • Distinguished Design Award: เงินรางวัลมูลค่า 108,000 บาท* จำนวน 1 รางวัล
  • New Huawei Designer Award: เงินรางวัลมูลค่า 54,000 บาท* จำนวน 3 รางวัล
  • พิเศษสุด! ผู้เข้าแข่งขันที่ลงทะเบียนและส่งผลงานสำเร็จ 60 อันดับแรก รับทันที HUAWEI Band 6

บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด เพราะนอกจากเงินรางวัลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ชนะรางวัลจะมีโอกาสได้ร่วมแสดงผลงานในอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ Huawei Developer Day ณ ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ผู้เข้าประกวดทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรจากการแข่งขัน งานประกวดWatch Face Designathon APAC 2022ครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญให้นักออกแบบชาวไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป ได้แสดงผลงานให้เป็นที่รู้จักผ่านสื่อชั้นนำในภูมิภาค รวมถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักออกแบบมืออาชีพ ได้ประชาสัมพันธ์ผลงานการออกแบบผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แสดงผลงานที่เข้าถึงผู้ใช้ HUAWEI Themes มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และที่สำคัญคือการได้รับส่วนแบ่งถึง 70% จากการลงขายหน้าปัดสมาร์ทวอทช์ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก!

สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Watch Face Designathon APAC 2022 และลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่นี่ รวมถึงติดตามข่าวสารอัปเดตก่อนใครได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Huawei Mobile Services

รายละเอียดเพิ่มเติม

https://developer.huawei.com/consumer/en/devservice/Watch_Face_Designathon_APAC_2022

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/huawei-launches-watch-face-designathon-apac-2022-stage/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=huawei-launches-watch-face-designathon-apac-2022-stage

HUAWEI Mate 50 Pro เวอร์ชัน Global มากับระบบ EMUI 13 เปิดราคาเริ่มต้นราว 47,400 บาท

มือถือเรือธงรุนล่าสุดจาก HUAWEI อย่าง Mate 50 Series เปิดตัวในจีนไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นสเปคเร็วแรงระดับไฮเอนด์, เทคโนโลยีกล้อง XMAGE ที่ HUAWEI พัฒนาขึ้นเอง แถมยังมีฟีเจอร์ส่งข้อความ + ข้อมูลตำแหน่งผ่านระบบดาวเทียมได้อีก ซึ่งล่าสุดมือถือตัวท็อป Mate 50 Pro ก็ได้เดินทางออกนอกจีนมาสู่ตลาด Global กันแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ 47,400 บาท

HUAWEI Mate 50Pro ใช้จอแบบ OLED ขนาดอยู่ที่ 6.74 นิ้ว ความละเอียด 2616 x 1212 รีเฟรชเรท 120Hz และมี Touch Sampling Rate ที่ 300Hz รองรับ HDR ครอบด้วยกระจกกันรอยสุดแกร่ง Kunlun และใช้หน้าจอขอบโค้งที่มากับ Notch เป็นแถบยาวด้านบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่และเซนเซอร์ต่าง ๆ

HUAWEI Mate50 Pro มากับสเปคเร็วแรงระดับไฮเอนด์ด้วยชิป Snapdragon 8+ Gen 1 (4G) พร้อมความจุให้เลือก 256GB / 512GB รองรับ NM memory card สูงสุด 256GB ส่วน RAM มีขนาดเดียวคือ 8GB แบตเตอรี่ของ Mate50 อยู่ที่ 4460 mAh และ Mate50 Pro อยู่ที่ 4700 mAh ทั้งคู่รองรับชาร์จไวแบบมีสายสูงสุด 66W และชาร์จไวไร้สายสูงสุด 50W

กล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหลักความละเอียด 50MP มีกันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP + กล้อง Telephoto ความละเอียดถึง 64MP สามารถซูมแบบดิจิทัลได้สูงสุดถึง 200x และยังเสริมความเทพด้วย เทคโนโลยีภาพถ่าย XMAGE ที่พัฒนาโดย HUAWEI เอง ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรวม ๆ ของทั้งการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสมจริงของสี, แสง, รายละเอียดภาพ และอื่น ๆ

Mate50 Pro ยังมีกล้องหลักที่สามารถปรับค่ารูรับแสงได้หลายระดับตั้งแต่ f/1.4 ไปจนถึง f/4.0 เพื่อการถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์

ฟีเจอร์เด็ดของ Mate50 Series คือการเชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม ทำให้เราสามารถส่งข้อความและข้อมูลตำแหน่งไปหามือถือเครื่องอื่น ๆ ได้แม้ว่าในสถานที่นั้นจะไม่มีเสาสัญญาณเลย ซึ่งมีประโยชน์สุด ๆ ในกรณีที่เราต้องการติดต่อสื่อสารกับคนอื่นเวลาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจนสัญญาณมือถือมาไม่ถึง

สเปค HUAWEI Mate 50 Pro

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.74 นิ้ว ความละเอียด 2616 x 1212 รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1 (4G)
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256 / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 50MP (f/1.4 – 4.0), OIS
    – กล้อง Ultrawide 13MP (f/2.2)
    – กล้อง Telephoto 64MP (f/3.5), OIS
  • กล้องหน้า : 13MP (f/2.4), กล้องจับความลึก 3D
  • การเชื่อมต่อ : 4G, WiFi 2.4 GHz / 5 GHz 802.11 a/b/g/n/ac/ax, 2 × 2 MIMO, HE160, 4096 QAM, 8 Spatial-stream Sounding MU-MIMO, BT 5.2
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68 (ลงน้ำจืดลึก 6 เมตร)
  • แบตเตอรี่ : 4700 mAh รองรับชาร์จมีสาย 66W / ไร้สาย 50W
  • ระบบ EMUI 13

HUAWEI Mate 50 Pro เวอร์ชัน Global จะไม่ได้ใช้ HarmonyOS นะครับ แต่จะมากับ EMUI 13 แทน มีทั้งหมด 2 รุ่น คือ 8/256GB ราคา 1299 ยูโร หรือราว ๆ 47,400 บาท และตัวท็อป 8/512GB ราคา 1399 ยูโร หรือประมาณ 51,150 บาท ส่วนจะวางขายในประเทศไหนบ้าง รวมถึงจะเข้ามาบ้านเราด้วยรึเปล่า…แฟน ๆ HUAWEI ต้องมารอลุ้นกันครับ

 

ที่มา : HUAWEICentral

from:https://droidsans.com/huawei-mate-50-pro-global-version-price-starts-1299-euro/

SYNNEX ประกาศวิสัยทัศธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ

ฉายภาพ No.1 IT Ecosystem ในงาน “Synnex Partner Connect 2022”
จับมือพันธมิตร เกาะเมกะเทรนด์ดิจิทัล เติบโตไปด้วยกัน
 

ห่างหายกันไป 2 ปีเต็มกับงาน SYNNEX NO.1 IT ECOSYSTEM PARTNER CONNECT การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับความก้าวหน้าของโลกเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อติดอาวุธสร้างการเติบโต บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) ในฐานะผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม ได้เปิดฉากงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Synnex Partner Connect 2022” งานที่รวบรวมดีลเลอร์และเวนเดอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก มาอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตา ผ่านมุมมอง “สุธิดา มงคลสุธี” ซีอีโอ และพันธมิตร ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ต่อจิ๊กซอว์เสริมแกร่งด้านนวัตกรรม และ สนับสนุนพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศไทย เกาะเมกะเทรนด์ดิจิทัล ให้เติบโต แข็งแกร่ง ไปด้วยกัน
 
วันที่ 26 กันยายน 2022 – บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านไอที กลับมาจัดงานใหญ่แห่งปีอีกครั้งหลังจากเจอพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มต้นเปิดงานด้วย CEO Talk : SYNNEX IT Ecosystem Vision โดย นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขึ้นมากล่าวถึงกลยุทธ์เกี่ยวกับ IT Ecosystem และการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ “ซินเน็คฯ ได้จัดงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Synnex Partner Connect 2022 นับเป็นงานที่รวบรวมดีลเลอร์และเวนเดอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก มากกว่า 40 แบรนด์ มาพบปะอัปเดทแวดวงไอที และเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งนับเป็นช่วงพิเศษของปีที่ผู้นำตลาดมาเจอกัน เพื่อผนึกกำลังขยายตลาด เสริมศักยภาพการแข่งขัน สร้างการเติบโตไปพร้อมกับการตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจและผู้บริโภค อีกทั้ง ได้นำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาจัดแสดงภายในงาน ตอกย้ำการให้ความสำคัญ ในการผนึกกำลังในรูปแบบ We Grow Together
 
ในปีนี้ ซินเน็คฯ ได้ฉายภาพกลยุทธ์หลักในการก้าวสู่ No.1 IT ECOSYSTEM เพื่อมุ่งสู่ new digital era ด้วยการขยายธุรกิจแบบครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ พร้อมดึงพาร์ทเนอร์ ทั้งดีลเลอร์ และเวนเดอร์ เข้ามาอยู่ใน Ecosystem เพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน
 
ในด้านกลยุทธ์การต่อยอดอีโคซิสเต็มในครั้งนี้ ซินเน็คฯ ให้ความสำคัญในการเติมเต็มสินค้าที่เป็นเทรนด์ของโลก และได้มีการเปิดตัวสินค้าเฮาส์แบรนด์เป็นครั้งแรกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้แบรนด์ S-Gear สอดรับสินค้าเกมมิ่ง และสินค้าไอทีไลฟ์สไตล์ในประเทศ มีความต้องการที่เติบโตสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จึงเข้ามาสู่ธุรกิจต้นน้ำของอุตสาหกรรม อีกทั้ง ได้จับมือกับ Honor (ออนเนอร์) ผู้นำยอดขายสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในจีน มาบุกตลาดสมาร์ทดีไวซ์ในประเทศไทย ในรูปแบบที่เรียกว่า Full Service Distributor เพราะซินเน็คฯ ต้องการยกระดับการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ ตลอดจนตอบสนองไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ในขณะที่ ปลายน้ำของอุตสาหกรรม ซินเน็คฯ ได้ เปิดตัว Swopmart แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย สินค้าไอทีมือสอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจหลัก และสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้แก่ผู้บริโภคด้วยแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ในราคาที่เข้าถึงได้ เติมเต็ม Ecosystem ให้แก่พาร์ทเนอร์ ด้วยช่องทางการขายและการบริการรองรับ พร้อมกับการมุ่งเน้นด้าน e-waste management ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
 
ซินเน็คฯ ชูจุดแข็งสำคัญ ในการนำประสบการณ์ด้านงานบริการสินค้าไอทีที่มีมากกว่า 30 ปี มาต่อยอดอีโคซิสเต็มในด้านบริการได้อย่างน่าทึ่ง โดยจัดตั้งบริษัท Service Point ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนบริการหลังการขายให้กับพาร์ทเนอร์ จากการที่ซินเน็คฯ ได้รับความไว้วางใจให้เป็น Authorized Service Center ให้สินค้า IT & Smartphone มากกว่า 21 brand และเพื่อการเติบโตที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแต่การให้บริการ After-sale Service เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมอีก 6 บริการที่สำคัญ ทั้งในด้าน Technical Support, Professional Service Device as the Service Contact Center, งานการเคลมสินค้าแบรนด์ภายใต้ “Trusted by Synnex” ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และ ศูนย์บริการ Service Center กว่า 26 ศูนย์ และมี Service Partner ทั่วประเทศกว่า 67 ราย (Synnex, Huawei, Xiaomi)
 
นอกจากนี้ ซินเน็คฯ กำลังเคลื่อนทัพสู่ตลาดคอมเมอร์เชียลอย่างเต็มรูปแบบ รับแนวโน้มองค์กรธุรกิจมีการลงทุนกับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น โดยประกาศลงทุนในบริษัท ไซเบอร์ตรอน จํากัด (Cybertron) ศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางระบบออนไลน์ ดึงบุคลากรและผู้บริหารชั้นนำ “ดร.ปริญญา หอมเอนก” ผู้เชี่ยวชาญนัมเบอร์วันไซเบอร์ซีเคียวริตในเมืองไทยมาเป็นพันธมิตร เพราะมองว่าความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านข้อมูล ซึ่งต้องยอมรับว่าตลาดนี้ยังเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ การจับมือร่วมกับ Cyberton ครั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแบบครบวงจรมากขึ้น ทั้งในด้าน Hardware Software และการให้บริการในยุค Digital Transformation
 
คุณสุธิดา กล่าวทิ้งท้ายถึงงาน “Synnex Partner Connect” นับเป็นการฉายภาพใหญ่ของการเป็นไอทีอีโคซิสเต็มของซินเน็คฯ ได้อย่างครบถ้วนที่สุด เราไม่หยุดนิ่งในการเดินหน้าตามเป้าหมายหลักขององค์กร และผสานพลังกับพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งของเรา เติบโตไปด้วยกัน ระหว่าง ซินเน็คฯ กับดีลเลอร์ และ เวนเดอร์ ไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ภายใต้ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง และยังคงขยายความร่วมมือต่อไปในอนาคต
 

ต้องการอัปเดตเทรนด์ Enterprise IT Infrastructure ล่าสุด เข้าร่วมงาน TTT 2022 Reinforce ฟรี

รวมแนวโน้ม เทคโนโลยี แนวทางปฏิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance รวม 4 Tracks 20 เซสชัน และบูธจัดแสดงนวัตกรรมจากหน่วยงาน/บริษัท IT ชั้นนำระดับโลกอีก 28 บูธ พร้อมลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 130,000 บาทภายในงาน ณ ศูนย์ประชุม BITEC บางนา วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

from:https://www.techtalkthai.com/synnex-no-1-it-ecosystem-partner-connect-2022/

เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global ระบบกล้อง XMAGE

เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global ระบบกล้อง XMAGE
Wat.C

Huawei เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ในวันนี้เอง Huawei ก็เปิดตัว Huawei Mate 50 สำหรับรุ่น Global หรือรุ่นที่วางจำหน่ายนอกประเทศจีนแล้ว

Huawei P50 Pro ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 1+ แต่ไม่รองรับการเชื่อมต่อ 5G เนื่องจากข้อบังคับของสหรัฐอเมริกา หน้าจอ OLED ขนาด 6.74 นิ้ว โดยรุ่นนี้ไม่ได้ใช้ Corning Gorilla Glass แล้ว แต่ใช้กระจก Kunlun Glass แทน

gsmarena 005 1 | Huawei | เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global ระบบกล้อง XMAGE

ฟีเจอร์เด็ดอย่างแรกของ Huawei Mate 50 Pro คือรองรับการต่อดาวเทียมในประเทศจีนผ่าน Beidou Satellite Message 3 protocol ซึ่งรุ่น Global จะไม่รองรับฟีเจอร์นี้ ฟีเจอร์เด็ดอีกอย่างคือกล้องระบบ XMAGE ที่สามารถปรับรูรับแสงได้หลายค่า เพิ่มความโปรในการถ่ายรูปได้ดีขึ้นกว่าเดิม

จุดแตกต่างสำคัญระหว่างรุ่น China และ Global นอกจากเรื่องดาวเทียมแล้วก็มีระบบปฏิบัติการ ซึ่งรุ่น Global จะใช้ EMUI 13 ในขณะที่รุ่น China จะใช้ Harmony OS 3.0 ครับ

Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global มีจำหน่าย 2 สี คือ สีเงิน และ สีดำ RAM 8GB, ROM 256GB ราคา €1,299 หรือราว 47,500 บาท และยังมีรุ่นฝาหลังแบบหนัง สีส้ม RAM 8, ROM 512 GB ราคา €1,399 หรือราว 51,000 บาท

gsmarena 003 2 | Huawei | เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global ระบบกล้อง XMAGE

ข่าว: เปิดตัว Huawei Mate 50 Pro รุ่น Global ระบบกล้อง XMAGE มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/huawei-mate-50-pro-launches-internationally-with-xmage-variable-aperture-camera/

เปิดตัว HUAWEI Nova 10 SE มาพร้อมจอ OLED 90Hz, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และชาร์จไว 66W

หลังจากที่ HUAWEI เปิดตัว HUAWEI Nova 10 Series ซึ่งประกอบด้วย Nova 10 และ Nova 10 Pro ที่ประเทศจีนไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัว HUAWEI Nova 10 SE สมาชิกใหม่รุ่นที่ 3 ในตระกูล Nova 10 Series อย่างเป็นทางการที่แอฟริกาใต้แล้ว

สเปก HUAWEI Nova 10 SE

huawei nova 10 se

ตัวเครื่องมาพร้อมความบาง 7.39 มม. และน้ำหนัก 184 กรัม หน้าจอแสดงผลทรง Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ไม่มีข้อมูลระบุว่าใช้ชิปเซ็ทอะไร แต่จับคู่กับ RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Magic UI ไม่มี GMS

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/a/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2,พอร์ต USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จเร็ว 66W

ทั้งนี้ HUAWEI Nova 10 SE มีให้เลือก 2 สีคือ  Black และ Silver ส่วนราคายังไม่มีการประกาศออกมาในตอนนี้ฟ

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/huawei-nova-10-se-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=huawei-nova-10-se-launched

[Guest Post] Bitkub Blockchain Technology ร่วมงาน Huawei Connect 2022

พร้อมขึ้นเวทีเน้นย้ำถึงความสำคัญของ Web3.0
และชูศักยภาพการใช้งานจริงของเทคโนโลยีบน Bitkub Chain

กรุงเทพมหานคร, 23 กันยายน 2565 – บริษัท Bitkub Blockchain Technology ผู้นำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน และผู้ดำเนินการ Bitkub Chain เครือข่ายบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมของไทย เป็นเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงาน Huawei Connect 2022 พร้อมขึ้นเวทีประกาศวิสัยทัศน์ของ Bitkub Chain และชูศักยภาพของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีบน Bitkub Chain และ Web3.0 นำโดยคุณ ภาสกร ปานนอก CEO บริษัท Bitkub Blockchain Technology จำกัด

งานมหกรรมเทคโนโลยีประจำปีของ Huawei หรือ HUAWEI CONNECT 2022 ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้ ได้จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 10,000 คน ในงานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจด้านเทคโนโลยีร่วมหารือเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งในด้านเทคโนโลยีคลาวด์ AI และ 5G ที่จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับองค์กรและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ Bitkub Blockchain Technology เป็นเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงานพร้อมขึ้นเวทีกล่าวประกาศวิสัยทัศน์และเน้นย้ำความสำคัญของ Web3.0 ร่วมกับชูศักยภาพการใช้งานจริงของเทคโนโลยีอันล้ำสมัยบน Bitkub Chain นำโดยคุณ ภาสกร ปานนอก CEO บริษัท Bitkub Blockchain Technology จำกัด โดยมีรายละเอียด พอสรุปได้ดังนี้

1. การวิวัฒนาการของเว็บไซต์ – เทคโนโลยีบนเว็บไซต์ได้มีการริเริ่มพัฒนาและทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในรูปแบบการสื่อสารทางเดียว ผ่านภาษา Javascript และ Html หรือที่เรารู้จักกันในนาม Web1.0 หลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่ปี Web2.0 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยการมาของเทคโนโลยีกล้องดิจิทัล เราสามารถอัพโหลดรูปภาพผ่านอินเทอร์เน็ต และเห็นหน้าของอีกฝ่ายได้จึงเริ่มเป็นการสื่อสารแบบโต้ตอบกันไปมาระหว่างสองฝั่ง (Two-way communication) จนกระทั่งปัจจุบัน เราได้เข้าสู่ยุคสมัยของ Web3.0 ที่มีการสนับสนุนของเทคโนโลยีบล็อกเชนทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยเราสามารถบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทำให้ไม่เกิดการลอกเลียนแบบ และสามารถบ่งชี้ถึงความเป็นเจ้าของ ของคน ๆ นั้นได้จริง

2. คอนเซ็ปต์ของ GameFi และ Metaverse – คุณภาสกรยังได้กล่าวถึง GameFi และ Metaverse ว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะมีบทบาทต่อ Web3.0 โดยผู้คนสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ภายในตัวเกมและโลกเสมือนได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ภายในแพลตฟอร์ม ก่อให้เกิดเศรษฐกิจขนาดย่อมและสร้างการใช้งานจริง (Real Use-Case) ทั้งนี้ การมาของ Game Fi และ Metaverse ยังสามารถสร้างอาชีพและธุรกิจรูปแบบใหม่บนโลกเสมือนได้ โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะส่งผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่ให้กับผู้คน ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

3. หลักการทำงานของ Social DAO – Decentralized Autonomous Organization (DAO) หรือ ระบบองค์กรหรือชุมชนที่ถูกคิดค้นโดยนักพัฒนาโดยการใช้ Source Code ที่ออกแบบมาด้วยการวางโครงสร้างแบบกระจายศูนย์ โดยแนวคิด DAO ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข้อผิดพลาดของมนุษย์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์สามารถปฏิบัติการได้ดีกว่าในบางกรณี ทำให้การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่นด้วยโค้ดคำสั่งที่ผูกไว้บนบล็อกเชน ประกอบกับการโหวตของผู้คนในชุมชน ทำให้เกิดความสะดวกในการขับเคลื่อนร่วมกัน หากผู้นำชุมชนหรือองค์กรไม่สามารถตัดสินใจหรือปรับทิศทางของโปรเจกต์ได้

4. Web 3.0 และ DApp บน Bitkub Chain – ณ ปัจจุบัน Bitkub Chain มี DApp และแพลตฟอร์มสำคัญ เกิดขึ้นมากมายบนเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น

          4.1 Bitkub NEXT กระเป๋าเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ Bitkub Chain ในปัจจุบัน สามารถใช้งานได้ในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านราย

          4.2 Bitkub NFT แพลตฟอร์มศูนย์รวม NFT (Non-Fungible Token) ในรูปแบบของตลาดแรก (Primary Market) ในปัจจุบันนับว่าเป็นตลาด NFT ที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นศูนย์รวมผู้สร้างสรรค์ผลงาน NFT ที่มีการนำมาใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย

          4.3 Bitkub Social DAO ฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม Bitkub NFT ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานและผู้ถือครอง NFT ได้ใช้สิทธิ์และอำนาจในการตัดสินใจจากการโหวตพร้อมเปลี่ยนรูปแบบการเก็บสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลและ NFT ให้มีความสนุกและพิเศษมากกว่าเดิมซึ่งการดำเนินการบนเครือข่ายทั้งหมดจะถูกเก็บข้อมูลผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ยากต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและผลโหวตต่าง ๆ

          4.4 EarnKUB แพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานสามารถรับรางวัลเป็นเหรียญ KUB หรือ NFT และโทเคนอื่น ๆ อีกในอนาคต จากการทำภารกิจต่าง ๆ ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน เช่น การเข้าร่วมงานอีเวนต์ หรือการถือ NFT โดยแพลตฟอร์ม EarnKUB มีจุดประสงค์ที่จะเชื่อมต่อโลกทั้งสองเข้าด้วยกัน ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย

          4.5 Bitkub Metaverse ดินแดนโลกเสมือนอันเหนือจินตนาการ ที่จะเปิดให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์บนโลกเสมือนจริงเปรียบเสมือนโลกใบใหม่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานและเกิดปฏิสัมพันธ์กันได้ อีกทั้งยังเป็นช่องทางใหม่ให้กับหลากหลายธุรกิจผ่านการทำงานของเทคโนโลยีบล็อกเชนและ Web3.0

5. ประสิทธิภาพการทำงานของ Bitkub Chain โดยมี Huawei เป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี – การทำงานต่าง ๆ บนเครือข่าย Bitkub Chain เป็นไปได้อย่างราบรื่นเสมอมา เนื่องจากเครือข่าย Bitkub Chain ใช้เทคโนโลยี Huawei Cloud ที่คอยสนับสนุนการทำงานในการสร้าง DApp และ Web3.0 บนระบบนิเวศหลัก โดย 90% ของโครงสร้างพื้นฐานและ 70% ของโปรเจกต์ ใช้งาน Huawei Cloud Elastic Cloud Server (ECS) ทำให้สามารถลดต้นทุนไปได้กว่า 35% เลยทีเดียว

ติดตามข่าวสารและข้อมูลการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของ Bitkub Chain ได้ที่
Website : https://www.bitkubchain.com/
Facebook : https://www.facebook.com/bitkubchainofficial
Twitter : https://twitter.com/bitkubchain
Discord : ​​https://discord.gg/WkJ6j279
Telegram : https://t.me/+jiM6dAP5cxUzZTM1

from:https://www.techtalkthai.com/bitkub-blockchain-technology-joins-huawei-connect-2022/

หัวเว่ย ผนึก มศว. โชว์เทคโนโลยีด้านการศึกษาระดับโลกในไทย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดตัวพื้นที่ต้นแบบระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย โชว์นวัตกรรมด้านการศึกษาชั้นนำ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในระหว่างงาน ‘Huawei Connect 2022’ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

โครงการความร่วมมือดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านการศึกษา และ “มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม” ของมศว ตลอดจนเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานด้านการทรานสฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัลให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศและภูมิภาค

พื้นที่ต้นแบบด้านการศึกษาที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นนี้ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จัดแสดงประสบการณ์ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการพลิกโฉมระบบการศึกษาด้วยโซลูชัน Campus Network อัจฉริยะของหัวเว่ย ที่จัดหาเทคโนโลยี Wi-Fi 6 กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วทั้งวิทยาเขต การเข้าถึงเครือข่ายแบบไร้สาย “ทุกที่ ทุกเวลา” พร้อมด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ สตอเรจ และระบบคลาวด์ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน

โดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ติดตั้งทรัพยากรคุณภาพสูงเพื่อรองรับการทำงานที่มั่นคงของพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งจะใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเพื่อช่วยมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

พื้นที่สาธิตแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องประชุม ดาต้าเซ็นเตอร์ ศูนย์ O&M และห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) และพัฒนาขึ้นเพื่อเชิญชวนลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ สถาบันอุดมศึกษา ทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ได้มาเยี่ยมชมพื้นที่ การสาธิตการให้บริการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมธุรกิจ ณ พื้นที่ต้นแบบนี้

ความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีของมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการใช้แอปพลิเคชันด้านการศึกษาในศูนย์การเรียนทั้งสองแห่ง ซึ่งได้แก่ ประสานมิตรและองครักษ์ ทั้งนี้ โซลูชัน Huawei Cloud Campus Network และ iMaster NCE Campus ที่ติดตั้งแล้วเสร็จและทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้ช่วยให้นักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย สามารถใช้ Wi-Fi ได้ทุกที่ทุกเวลาภายในวิทยาเขตทั้งสองแห่ง รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุด อาทิเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (VR), อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบิ๊กดาต้า

นายวินเซนต์ หลิว ประธาน ฝ่ายการตลาดเน็ตเวิร์คเอ็นเตอร์ไพรส์และจัดจำหน่ายโซลูชันระดับโลก ของหัวเว่ย กล่าวว่า “โซลูชัน Intelligent Multi-Service Network สำหรับการศึกษาขั้นสูงของหัวเว่ย เป็นโซลูชันที่เหมาะกับการสร้างเน็ตเวิร์คด้านการศึกษาและการวิจัยสำหรับอนาคตของมหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒเป็นอย่างยิ่ง เน็ตเวิร์ครุ่นใหม่นี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการเครือข่ายที่ซับซ้อนของมศว ได้เป็นอย่างดี สร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายครอบคลุมทั่วทั้งมหาวิทยาลัย สามารถผนวกรวมเครือข่ายแบบมัลติเน็ตเวิร์คเข้าด้วยกัน และมีความเร็วสูงในการเชื่อมโยงกันระหว่างเครือข่าย ทำให้มศว ได้ประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการแชร์ข้อมูล ระบบบริการเสมือน และการควบคุมการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถจัดหาบริการข้อมูลคุณภาพสูงให้แก่คณาจารย์และนิสิตได้เป็นอย่างดี”

นายแอรอน หวัง รองประธาน กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมศว ในการธำรงไว้ซึ่งการเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค” พร้อมเสริมว่า “ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เราได้สร้างพื้นที่สาธิตอันล้ำสมัยที่มุ่งสนับสนุนด้านการศึกษา ที่จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายในระยะยาว”

รองศาสตราจารย์ ดร. สมชาย สันติวัฒนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “คณะผู้บริหารและบุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ต่างมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับพื้นที่สาธิตระดับโลกของหัวเว่ย ณ วิทยาเขตประสานมิตร” พร้อมเสริมว่า “เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที เพื่อก้าวสู่ ‘มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม’ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของเรา การทำงานร่วมกับหัวเว่ยนั้นช่วยให้นิสิตและคณาจารย์ของเราสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ และได้รับประโยชน์จากวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่สำหรับประสบการณ์การศึกษาที่ล้ำสมัย ผมขอขอบคุณหัวเว่ย ประเทศไทย สำหรับโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ ที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมและผู้นำในด้านการศึกษาต่อไป”

หัวเว่ย ตั้งเป้าที่จะช่วยเร่งกระบวนการก้าวสู่ดิจิทัลของภาคการศึกษาให้รวดเร็วขึ้น โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาผ่านแนวทางและทรัพยากรที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการผนวกรวมการเรียนการสอนกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างล้ำลึก ทั้งนี้ การยกระดับอุตสาหกรรมการศึกษาสู่ดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาบุคลากรเปี่ยมความสามารถเพื่อระบบนิเวศดิจิทัลที่ก้าวหน้าทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-swu-education-innovation/

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ เร่งให้รัฐบาลแบนบริษัทชิปจีน YMTC เหตุสงสัยส่งชิป NAND ให้ Huawei

สมาชิกวุฒิสภาหลายรายทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพลับลิกันเร่งให้ฝ่ายบริหาร (รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน) เพิ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีน YMTC ลงในรายชื่อแบล็คลิสต์โดยเร็ว หลังมีรายงานจาก IP Research Group ว่าบริษัทส่งชิปความจุ NAND ให้กับ Huawei เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนพับได้รุ่น Huawei Mate Xs 2 ซึ่งอาจละเมิดข้อบังคับ Foreign Direct Product Rule (FDPR) ที่ห้ามไม่ให้ส่งออกเทคโนโลยีที่ผลิตในสหรัฐฯ ให้กับ Huawei

สมาชิกวุฒิสภายังกังวลว่า YMTC ที่เป็นผู้ผลิตชิประดับสูงของจีน จะจำหน่ายชิปในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งจะกดดันให้ผู้ผลิตชิปรายอื่นของสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียด้วย

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่ารัฐบาลโจ ไบเดนเตรียมแบนไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ขายอุปกรณ์ระดับสูงให้กับบริษัทจีนรวมถึง YMTC มาก่อนแล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีประกาศออกมา

การพิสูจน์ว่า YMTC ละเมิดข้อบังคับ FDPR จริงหรือไม่ อาจทำได้ยากหากชิปถูกจำหน่ายผ่านบริษัทตัวกลางอีกที ทั้งนี้ แหล่งข่าวของ Financial Times ได้ระบุว่า Huawei จำเป็นต้องติดต่อกับ YMTC โดยตรงเพื่อให้ดัดแปลงชิปที่จะสามารถใช้กับสมาร์ทโฟนพับได้

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130536

หัวเว่ยเปิดตัวนวัตกรรมโซลูชันหลากหลาย มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ใช่

ในวันที่สองของงาน ‘HUAWEI CONNECT 2022’ มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ที่กรุงเทพฯ หัวเว่ยเปิดตัวนวัตกรรมโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐานหลากหลายรายการ เพื่อขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่ยุคดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์การใช้งานที่ใช่

โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมอภิปรายภายใต้หัวข้อ ‘นวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล’ (Innovative Infrastructure to Unleash Digital)เพื่อสำรวจทิศทางในอนาคตและค้นหาโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล และร่วมวิเคราะห์ความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยหัวเว่ยได้นำเสนอโซลูชันที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้

ภายในงาน หัวเว่ยเปิดตัวโครงการ Huawei Empower’ซึ่งเป็นแผนงานพัฒนาศักยภาพพันธมิตรระดับโลก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของพันธมิตรหัวเว่ยใน 3 ด้านเพื่อยกระดับการบริการลูกค้า ได้แก่ การให้คำปรึกษาและวางแผนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และพอร์ตโฟลิโอ รวมถึงการพัฒนาโซลูชัน

นำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

นายไรอัน ติง ประธานกลุ่มธุรกิจองค์กรของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ สร้างคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม’ (Empowering Industry, Creating Value) ว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในเชิงลึกจะช่วยให้องค์กรต่างๆ ปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ง่ายขึ้น หัวเว่ยทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ใช้งาน เพื่อสนับสนุนลูกค้าในองค์กรต่างๆ ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เพื่อปลดปล่อยศักยภาพแห่งดิจิทัลออกมา

ไรอัน ติง เผยว่าหัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงด้านการเชื่อมต่อ การประมวลผล และเทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผสานหลากหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ใช้ได้กับสถานการณ์นั้นๆ โดยเฉพาะ สำหรับตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย เขากล่าวเสริมว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างคุณค่าและสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวสู่ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น

Huawei
นายไรอัน ติง ประธานกลุ่มธุรกิจองค์กรของหัวเว่ย

นวัตกรรมเทคโนโลยีตัวสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล

นาย บ็อบ เฉิน รองประธานกลุ่มธุรกิจองค์กรของหัวเว่ย เผยว่าการทำงานโดยการผสานหลากหลายเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานนั้น เขาอธิบายในคำปราศรัยหัวข้อ นวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลให้รุดหน้า’ (Innovative Digital Infrastructure Accelerates Digital Transformation)ว่า ข้อมูลคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ดังนั้นการรวบรวม ส่งต่อ จัดเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟูลสแตก (full-stack) และพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลให้รวดเร็วขึ้น

ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อข้อมูล การส่งข้อมูล และการจัดเก็บข้อมูลเป็น 3 ส่วนสำคัญในกระบวนการนี้ ในแง่ของการเชื่อมต่อข้อมูล หัวเว่ยยกระดับโซลูชันเครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะซึ่งรวมถึง CloudFabric CloudWANและ CloudCampus เพื่อให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัว เพื่อวางรากฐานการจัดการข้อมูลที่มั่นคงเตรียมพร้อมสำหรับการปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล

ในด้านการรับส่งข้อมูล หัวเว่ยเริ่มทดลองการใช้เทคโนโลยี F5G ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อพลิกโฉมประสิทธิภาพการผลิตของอุตสาหกรรม ทั้งยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่มากมายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีโครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบ(all-optical) ทั้งระบบการส่งข้อมูล เครือข่ายอุตสาหกรรม แคมปัสอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการตรวจจับแบบใยแก้วเต็มรูปแบบ

ในด้านการจัดเก็บข้อมูล หัวเว่ยเผยว่ามีการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับการเก็บข้อมูลสำหรับ 6 สถานการณ์สำคัญในอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงภาคการผลิตและธุรกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล และการปกป้องข้อมูล จะช่วยให้องค์กรต่างๆ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้สูงสุด

โครงการ Huawei Empower’ สร้างอีโคซิสเต็มดิจิทัลที่ก้าวหน้าสำหรับพันธมิตรทั่วโลก

หัวเว่ยเปิดตัวโครงการ Huawei Empower’ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอีโคซิสเต็มดิจิทัลที่ก้าวหน้าสำหรับพันธมิตรทั่วโลก โดยจะดำเนินการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรผ่าน OpenLabเพิ่มขีดความสามารถให้เหล่าพันธมิตรด้วยแนวทางการดำเนินงานและแผนงานใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มครบวงจร และโครงการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัล อาทิ Huawei ICT Academyและโครงการพันธมิตรด้านการฝึกอบรมของหัวเว่ย (Huawei Authorized Learning Partner – HALP)หัวเว่ยยังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการประกาศการลงทุน300ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการ Huawei Empower’เพื่อสนับสนุนพันธมิตรทั่วโลกในช่วงเวลาสามปีข้างหน้า

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/huawei-launches-a-variety-of-innovative-solutions/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=huawei-launches-a-variety-of-innovative-solutions