คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐยื่นคำร้องตรวจสอบกรณี Apple ซื้อชิปความจำจากบริษัทจีน YMTC

วุฒิสมาชิกสหรัฐที่เป็นคณะกรรมการด้านหน่วยข่าวกรองของวุฒิสภา ทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ยื่นคำร้องต่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงกรณีที่มีรายงานว่า Apple กำลังพิจารณาซื้อชิป 3D NAND เพื่อใช้ผลิต iPhone 14 ในประเทศจีนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน YMTC โดยแสดงความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในแง่ซัพพลายเชน

วุฒิสมาชิกแสดงความกังวลว่าจีนอาจต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตชิปภายในประเทศผ่านบริษัท YMTC และอาจตีตลาดสหรัฐและประเทศพันธมิตร ด้วยการขายในราคาต่ำกว่าตลาด ซึ่งจะกระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลก ดังนั้น หาก Apple ซื้อชิปจาก YMTC อาจถูกเพ่งเล็งและถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น

ก่อนหน้านี้ สมาชิกวุฒิสภาก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่ม YMTC ลงในแบล็คลิสต์หลังมีรายงานว่าบริษัทส่งชิป NAND ให้กับ Huawei ขณะที่ Apple ก็ชี้แจงว่าบริษัทแค่พิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ชิป 3D NAND จาก YMTC สำหรับ iPhone ที่ขายในจีนเท่านั้น

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130582

Microsoft เตรียมจ้างงานเพิ่มอีก 1,000 อัตราในจีน สวนทางบริษัทอื่นที่ลดจำนวนพนักงานลง

Microsoft โพสต์ฉลองครบรอบ 30 ปีที่ดำเนินกิจการในตลาดจีนผ่านแอป Weibo พร้อมเปิดเผยว่าบริษัทจะเพิ่มการจ้างงานในจีนอีก 1,000 อัตราเพื่อให้มีพนักงานภายในประเทศเกิน 10,000 รายในปีหน้า จากที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 9,000 ราย

Microsoft บอกด้วยว่าจะเปิดสำนักงานเพิ่มในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และซูโจวในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยขณะนี้บริษัทมีสำนักงานใน 13 เมืองในจีน บริษัทกล่าวว่าพนักงานในจีน 80% ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์

การเพิ่มการจ้างงานของบริษัทสวนทางกับการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ ที่ขณะนี้ได้เริ่มลดจำนวนพนักงานลงจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาและการแข่งขันที่สูงขึ้น เช่น Shopee, Xiaomi และ Tencent อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัทก็ได้ยอมรับว่าปลดพนักงานจำนวนเล็กน้อยออกเช่นเดียวกัน

ที่มา: South China Morning Post

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130573

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ เร่งให้รัฐบาลแบนบริษัทชิปจีน YMTC เหตุสงสัยส่งชิป NAND ให้ Huawei

สมาชิกวุฒิสภาหลายรายทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพลับลิกันเร่งให้ฝ่ายบริหาร (รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน) เพิ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีน YMTC ลงในรายชื่อแบล็คลิสต์โดยเร็ว หลังมีรายงานจาก IP Research Group ว่าบริษัทส่งชิปความจุ NAND ให้กับ Huawei เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนพับได้รุ่น Huawei Mate Xs 2 ซึ่งอาจละเมิดข้อบังคับ Foreign Direct Product Rule (FDPR) ที่ห้ามไม่ให้ส่งออกเทคโนโลยีที่ผลิตในสหรัฐฯ ให้กับ Huawei

สมาชิกวุฒิสภายังกังวลว่า YMTC ที่เป็นผู้ผลิตชิประดับสูงของจีน จะจำหน่ายชิปในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งจะกดดันให้ผู้ผลิตชิปรายอื่นของสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียด้วย

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่ารัฐบาลโจ ไบเดนเตรียมแบนไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ขายอุปกรณ์ระดับสูงให้กับบริษัทจีนรวมถึง YMTC มาก่อนแล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีประกาศออกมา

การพิสูจน์ว่า YMTC ละเมิดข้อบังคับ FDPR จริงหรือไม่ อาจทำได้ยากหากชิปถูกจำหน่ายผ่านบริษัทตัวกลางอีกที ทั้งนี้ แหล่งข่าวของ Financial Times ได้ระบุว่า Huawei จำเป็นต้องติดต่อกับ YMTC โดยตรงเพื่อให้ดัดแปลงชิปที่จะสามารถใช้กับสมาร์ทโฟนพับได้

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130536

Shopee ปลดพนักงานในจีนออก ไม่ยืนยันจำนวน ตามนโยบายลดค่าใช้จ่ายของ Sea

Shopee ได้ประกาศปลดพนักงานในประเทศจีนออก อ้างว่าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้และเผยว่าจะดูแลช่วยเหลือพนักงานที่ถูกปลดออก South China Morning Post อ้างแหล่งข่าวระบุว่า Shopee ได้ปลดพนักงานออกไม่ถึง 10% ในทุก ๆ ฝ่าย แต่ Shopee ยังไม่ได้ยืนยันตัวเลขแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีผู้ที่อ้างว่าเป็นพนักงาน Shopeeโพสต์ลงในแอปพลิเคชัน Maimai (คล้าย Linkedin แต่เป็นแอปของจีน) ว่าตนเองรู้ข่าวอย่างกระทันหันมาก รวมถึงแต่ละหน่วยธุรกิจก็ปลดคนออกมากกว่า 2 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ยังมีผู้เปิดเผยว่าถูกปฏิเสธรับเข้าทำงานนาทีสุดท้ายขณะเดินทางจากจีนมาถึงสิงคโปร์เพื่อมาทำงานกับ Shopee ซึ่ง Sea ที่เป็นบริษัทแม่ให้เหตุผลว่ามาจากการเปลี่ยนแปลงแผนการจ้างงานจากทีมเทคโนโลยี

ก่อนหน้านี้ Shopee ก็ได้ปลดพนักงานอินโดนีเซียและในลาตินอเมริกาบางประเทศออกรวมถึงถอนตัวออกจากอาเจนตินาร์ด้วย ส่วนบริษัท Sea ซึ่งเป็นบริษัทแม่ก็เพิ่งจะประกาศรัดเข็มขัดภายหลังจากที่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดยังขาดทุน

ที่มา: South China Morning Post

from:https://www.blognone.com/node/130506

บริษัทชิปในจีนเจ๊งกันระนาวเป็นประวัติการณ์กว่า 3,470 บริษัท เซ่นพิษเศรษฐกิจและสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

บริษัทในจีนที่ทำเกี่ยวกับชิป semiconductor ล้มหายไปกว่า 3,470 บริษัท ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคมของปี 2023 ซึ่งนับว่าปิดตัวลงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับปี 2021 และ 2020 ที่ปิดตัวไป 3,420 และ 1,397 บริษัท ตามลำดับ ชี้ให้เห็นว่าความพยายามของจีนที่จะพึ่งพาตนเองในด้านการผลิตชิปภายในประเทศกำลังเจอปัญหาหนักอยู่

Zheng Lei ศาสตราจารย์วุฒิคุณสถาบันการเงินเซินเจิ้น ออกมาวิเคราะห์ว่า ช่วงนี้ตลาดชิปมีการแข่งขันดุเดือด และมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โหดร้ายมาก ๆ ทำให้ธุรกิจชิปที่ต้องใช้ต้นทุนสูงอยู่แล้วเริ่มทนไม่ไหว ต้องยอมเจ็บแต่จบกันไปก่อนที่จะโดนหนักกว่านี้ ส่วนพวกบริษัทสตาร์ทอัพที่ยังเหลืออยู่พอเงินทุนหมดก็เจ๊ง เพราะทำกำไรกันไม่ค่อยได้

มีตัวอย่างให้เริ่มเห็นกันอย่าง Nurlink บริษัทชิปสตาร์ทอัป เพิ่งมีข่าวไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้พนักงานในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึงปีเพิ่งเปิดการระดมทุนไป  200 ล้านหยวนหรือราว ๆ 1 พันล้านบาท

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ผลักดันให้เกิดการผลิตชิปใช้เองภายในประเทศ ทำให้เกิดบริษัทเกี่ยวกับชิปประมวลผลใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ถึงกว่า 23,100 บริษัทในปี 2020 และอีกกว่า 47,400 บริษัทในปี 2021

แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อุปสงค์ลดต่ำลงจากสถานการณ๋การระบาดของ COVID-19 บวกกับความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาคธุรกิจชิปต้องได้รับผลกระทบไปอย่างรุนแรง เห็นได้จากยอดการนำเข้าแผงวงจรรวม (IC) ที่ลดน้อยลงไปถึง 12% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ และล่าสุดในช่วงเดือนสิงหาคม ก็มีการชะลอการผลิตชิปลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน 

ส่วนด้านสหรัฐฯ ก็ยังคงออกมาตรการกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยีจีนอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ก็ห้ามไม่ให้บริษัท Nvidia Corp และ Advanced Micro Devices ขายชิปที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี AI และชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงให้จีน เพราะกลัวถูกลอกเทคโนโลยี แถมยังมีทุนให้สำหรับนักลงทุนผลิตชิปในประเทศสหรัฐฯ อีกราว 53 พันล้านดอลลาร์หรือกว่า 1.9 ล้านล้านบาทด้วย เรียกได้ว่าเค้ากีดกันทุกวิถีทาง ไม่ให้จีนได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว

 

ที่มา : scmp

from:https://droidsans.com/chinese-chip-company-closed-tech-war/

จีนทดลองเทคโนโลยียกรถยนต์ด้วยแม่เหล็ก ช่วยให้รถวิ่งลอยตัวได้เร็วเหมือนรถไฟ maglev

ทีมนักวิจัยแห่ง Southwest Jiaotong University ใน Chengdu ประเทศจีน ได้ทำการทดสอบเทคโนโลยีการยกรถยนต์ด้วยแม่เหล็กแบบเดียวกับรถไฟ maglev ให้รถยนต์วิ่งไปบนถนนที่ดัดแปลงพิเศษ โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การทดลองนี้ทำโดยการดัดแปลงรถยนต์ซึ่งหลักๆ แล้วคือการติดแม่เหล็กถาวรเข้าไปใต้ท้องรถ ร่วมกับการติดแถบตัวนำไฟฟ้าบนถนนที่ทำการทดสอบ ทั้งนี้หลักการสร้างแรงลอยตัวของรถ maglev อธิบายโดยง่ายก็คือการสร้างสนามแม่เหล็กจากตัวรถให้กระทำแรงผลักต่อแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ติดอยู่กับพื้นถนนจนก่อให้เกิดแรงยกตัวรถขึ้นมา

ในการทดสอบนี้รถยนต์หนัก 2.8 ตัน สามารถเคลื่อนที่โดยลอยสูงอยู่เหนือผิวถนนประมาณ 35 เซนติเมตร ทำการวิ่งทดสอบบนทางด่วนใน Jiangsu โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานขนส่งท้องถิ่น

No Descriptionภาพจากวิดีโอขณะทำการทดสอบ

ผลจากการทดสอบในครั้งแรกนั้นถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมรถให้วิ่งได้ตามเส้นทางที่กำหนด โดยไม่เกิดอุบัติเหตุการชนหรือเบี่ยงหลุดออกจากเส้นทาง และจากการทดสอบซ้ำในวันเดียวกันสามารถบันทึกสถิติความเร็วสูงสุดของการวิงได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทีมวิจัยได้ทดสอบซ้ำโดยใช้รถทั้งหมด 8 คันมาวิ่งบนทางด่วนที่ได้รับการดัดแปลงพิเศษเป็นระยะทางประมาณ 7.9 กิโลเมตร โดยสถิติความเร็วสูงสุดที่ทำได้จากการทดสอบคือ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การวิจัยทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบคมนาคมแบบใหม่ ซึ่งในอนาคตทางการจีนอาจพิจารณาสร้างถนนที่จำกัดสำหรับรถยนต์ที่วิ่งด้วยเทคโนโลยี maglev เป็นการเฉพาะ

ที่มา – Interesting Engineering

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130464

ซัพพลายเออร์รายใหญ่ในจีน ประกาศขึ้นราคาแบตเตอรี่ กระทบ Xiaomi และ OPPO

Ganfeng Lithium ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมพอลีเมอร์ยักษ์ใหญ่จากจีน ส่งจดหมายแจ้งลูกค้าหลายราย ซึ่งมี Xiaomi และ OPPO รวมอยู่ในนั้น โดยมีใจความว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับราคาแบตเตอรี่ขนาดเล็ก เป็นผลจากต้นทุนแร่ธาตุที่แพงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปัญหาด้านลอจิสติกส์ที่ลากยาวมาตั้งแต่ปีก่อน ทั้งการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างอย่างรวดเร็วยังเป็นตัวเพิ่มอุปสงค์ด้วยอีกทาง

Bloomberg ได้นำเสนอรายงานเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ราคาลิเทียมคาร์บอเนตเพิ่มขึ้นเกือบ 80% ในจีน ซึ่งเข้าใกล้จุดที่แพงที่สุดในประวัติการณ์ในปีนี้ ซ้ำร้าย มณฑลเสฉวนซึ่งเป็นแหล่งผลิตลิเทียมที่สำคัญยังมาเจอปัญหาไฟดับนานถึงสองสัปดาห์ในเดือนเดียวกัน จนทำให้อุปทานของแบตเตอรี่ลิเทียมอยู่ในขั้นวิกฤต

อุปกรณ์ที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับราคาแบตเตอรี่ของ Ganfeng Lithium ตามรายงานคือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาขนาดเล็ก เช่นหูฟังไร้สายและนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ หรือพวกอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ แต่ทั้งนี้ Bloomberg ไม่ได้กล่าวถึงสมาร์ทโฟนโดยตรง

สถานการณ์นี้ได้สร้างแรงกดดันให้ลูกค้าบางรายเริ่มเป็นกังวลจากส่วนต่างกำไรที่อาจลดน้อยลง และความไม่มั่นคงของซัพพลายเชน แม้ Ganfeng Lithium ยังไม่ระบุชัดเจนว่าราคาแบตเตอรี่จะแพงขึ้นมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม

 

ที่มา : Bloomberg 

from:https://droidsans.com/chinese-battery-hike-price-xiaomi-oppo/

จีนส่งสัญญาณทุกกระเป๋าเงินดิจิทัลต้องทำงานร่วมกับหยวนดิจิทัลได้

Fan Yifei รองผู้อำนวยการธนาคารกลางจีน บรรยายในงาน China Digital Forum 2022 โดยบรรยายถึงความก้าวหน้าของหยวนดิจิทัลว่ามีพัฒนาการไปมาก แต่การจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในตอนนี้ก็ก้าวหน้าขนานกันไป จึงมีความจำเป็นต้องทำลายกำแพงและสร้างมาตรฐานที่ใช้งานร่วมกันกับหยวนดิจิทัล

Yifei ระบุถึงมาตรฐานกลางของระบบจ่ายเงินทุกส่วน ตั้งแต่ มาตรฐาน QR, การระบุตัวตนผู้ใช้, ระบบส่งข้อความระหว่างหน่วยงาน, การเชื่อมต่อผ่าน NFC และ Bluetooth โดยเป้าหมายสุดท้ายคือให้ผู้จ่ายสามารถสแกน QR ของผู้ให้บริการรายใดก็ได้ ขณะที่ผู้ค้าไม่มีต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อรับเงินจากผู้ให้บริการค่ายต่างๆ

แม้รัฐบาลจีนจะผลักดันหยวนดิจิทัลอย่างหนัก แต่ในจีนผู้ใช้จำนวนมาก ก็ใช้งาน WeChat Pay หรือ Alipay อยู่ก่อนแล้ว และทุกวันนี้ทั้งสองบริษัทให้บริการธุรกรรมถึง 90% ของตลาด ปริมาณธุรกรรมจำนวนมากของประเทศตกอยู่ในความควบคุมของบริษัทเอกชนทำให้ธนาคารกลางจีนแสดงท่าทีต้องการควบคุมตลาดนี้มากยิ่งขึ้นมานาน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มีการกำหนดให้ทั้งสองบริษัทต้องแยกประเภทของการรับเงินส่วนบุคคลออกจากการรับเงินเชิงการค้า

ที่มา – The Register

No Description

ภาพจาก Alizila (Alibaba)

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130437

TikTok ไม่ยืนยัน ว่าจีนจะไม่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้สหรัฐผ่านทาง Bytedance

สหรัฐมีความกังวลอย่างต่อเนื่องว่ารัฐบาลจีนจะเข้าถึงข้อมูลของสหรัฐได้ผ่านแอปพลิเคชันสัญชาติจีนอย่าง TikTok ก่อนหน้านี้ BuzzFeed News ได้รายงานว่ามีคลิปเสียงหลุดการประชุมภายในของ TikTok ที่แสดงให้เห็นว่าพนักงานในจีนของ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐได้

ในการไต่สวนของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Senate Homeland Security Committee) เรื่องการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้แอป TikTok ในสหรัฐไปยังจีน Vanessa Pappas ซีโอโอ TikTok กล่าวว่า พนักงานชาวจีนของ TikTok สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ ได้จริงแต่ TikTok ไม่ได้ส่งข้อมูลให้จีนไม่ว่าในสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม ก่อนหน้านี้ TikTok ก็ได้ยอมรับว่าพนักงานในจีนเข้าถึงข้อมูลได้จริงแต่ต้องได้รับการอนุญาตก่อน

Pappas ปฏิเสธด้วยว่า TikTok ไม่ได้ดำเนินงานในจีนแม้จะมีสำนักงานในจีนและไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการควบคุมเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้รับการดูแลจากทีมความปลอดภัยข้อมูลที่อยู่ในสหรัฐ

เมื่อกระทรวงเน้นย้ำให้ TikTok ตัดการส่งผ่านข้อมูลทุกอย่างไปยังจีน, พนักงานของ TikTok ในจีน, พนักงานของบริษัทแม่ ByteDance และส่วนอื่น ๆ ที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐได้ Pappas เพียงแค่ให้คำมั่นว่าการตกลงกันระหว่าง TikTok และสหรัฐจะทำให้เกิดความพึงพอใจต่อข้อกังวลเรื่องความมั่นคงของชาติอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ TikTok ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ByteDance จะไม่ส่งข้อมูลผู้ใช้ให้กับรัฐบาลจีนและไม่มีการยืนยันว่า ByteDance ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลและการควบคุมของรัฐบาลจีน

ส่วนเรื่องบทความที่ BuzzFeed News เผยแพร่ Pappas ได้ปฏิเสธว่าทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ผิด

ที่มา: CNN และ BuzzFeed News

from:https://www.blognone.com/node/130420

จีนดำเนินภารกิจไปดวงจันทร์ต่อ ส่งยานไปอีก 3 ลำใน 10 ปี หลังพบแร่ใหม่จากดวงจันทร์

Liu Jizhong เจ้าหน้าที่ศูนย์สำรวจดวงจันทร์และอวกาศจีนเปิดเผยว่า องค์การ National Space Adminictration (NASA ของจีน) ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินภารกิจ Chang’e (Chang’e lunar program) ต่อโดยส่งยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์ไปดวงจันทร์เพิ่มอีก 3 ลำในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ ภายหลังจากที่จีนค้นพบแร่ดวงจันทร์ใหม่จากตัวอย่างที่เก็บมาจากภารกิจ Chang’e-5

แร่ที่เพิ่งค้นพบถูกตั้งชื่อว่า Changesite-(Y) สำนักข่าวซินหัวของจีนอธิบายว่ามีลักษณะเหมือนคริสตัลโปร่งแสงและไม่มีสีที่มีก๊าซฮีเลียม-3 อยู่ภายใน ซึ่งคาดการณ์ว่าก๊าซดังกล่าวอาจเป็นแหล่งพลังงานในอนาคต การค้นพบแร่นี้ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 3 ที่ค้นพบแร่ใหม่จากดวงจันทร์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนมุ่งดำเนินภารกิจอวกาศตั้งแต่การตั้งสถานีอวกาศเทียนกง การริเริ่มภารกิจไปดาวอังคารไปจนถึงภารกิจไปดวงจันทร์ จีนยังตั้งเป้าหมายสร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์อีกด้วย

ภารกิจไปดวงจันทร์รวมทั้งการสำรวจเพื่อค้นหาแร่ใหม่ ๆ ในอวกาศอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้การแข่งขันและความกดดันระหว่างสหรัฐอเมริกและจีนเข้มข้นขึ้น หลังจากภารกิจ Altemis I ของสหรัฐล่าช้าและ NASA กล่าวหาว่าจีนขโมยเทคโนโลยีอวกาศและสร้างขยะอวกาศจากชิ้นส่วนจรวดของจีน

ที่มา: Bloomberg

ภาพจาก Unsplash ของ NASA

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130349