คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

[ไม่ยืนยัน] สหรัฐกดดันเนเธอร์แลนด์-ญี่ปุ่น ห้ามส่งเครื่องจักรผลิตชิปให้จีนสำเร็จแล้ว

Financial Times รายงานข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงร่วม 3 ฝ่าย กับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่ให้ส่งออกเครื่องมือที่ใช้ผลิตชิปไปยังประเทศจีนแล้ว

ก่อนหน้านี้เราเห็นข่าวสหรัฐพยายามกดดันไม่ให้ ASML ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ส่งเครื่องจักรผลิตชิปไปยังจีน แม้ภายหลังรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ออกมาบอกว่าจะยังไม่ทำตามคำขอของสหรัฐ แต่จากข่าวล่าสุด รัฐบาลเนเธอร์แลนด์อาจเปลี่ยนใจในการเจรจาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่มีบริษัทด้านเครื่องจักรที่เกี่ยวกับแสงเลเซอร์ (แม้ไม่ได้ก้าวหน้าระดับ ASML) เช่น Nikon, Canon, Tokyo Electron จึงอยู่ในข่ายของสหรัฐที่ต้องกดดันเช่นกัน

สหรัฐอเมริกาเองก็มีบริษัทด้านเครื่องจักรผลิตชิปหลายราย เช่น Applied Materials, Lam Research, KLA

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาปฏิเสธไม่แสดงความเห็นต่อข่าวนี้

ที่มา – Financial Times

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132418

สื่อรัฐบาลจีนยืนยัน Sinovac สามเข็มพอๆ กับ Pfizer แม้รายงานจะแสดงให้เห็นว่าบางแย่กว่า

หลังจากรัฐบาลจีนเปิดประเทศและหลายชาติเลือกที่จะวางมาตรการ COVID-19 กับประชาชนจีนที่เดินทางออกนอกประเทศเพิ่มเติมจนรัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจ ล่าสุด CGTN สื่อรัฐบาลจีนภาษาอังกฤษก็เผยแพร่งานวิจัยโดยสื่อว่าผลการศึกษาในฮ่องกงแสดงให้เห็นว่าหากฉีดสามเข็มจะป้องดกันได้ที่ 98% เท่ากัน พร้อมกับทำทำภาพเปรียบเทียบระหว่าง Sinovac สามเข็มว่าป้องกันอาการรุนแรงได้ 97.9% และ Pfizer สองเข็มที่ป้องกันอาการรุนแรงได้ 89.3%

รายงานการศึกษาประสิทธิภาพวัคซีนในฮ่องกงนั้นเปรียบเทียบทั้ง BNT162b2 (Pfizer) และ CoronaVac (Sinovac) โดยมีข้อมูลสามเข็มทั้งสองตัว หากเทียบวัคซีนสามเข็มเท่าๆ กันแล้ว ผลที่ได้ค่อนข้างใกล้เคียงกันในกรณีอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต แต่เมื่อเทียบประสิทธิภาพการป้องกันอาการเล็กน้อยถึงปานกลางแล้วจะพบว่าประสิทธิภาพของ BNT162b2 ดีกว่าชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

รายงานวิจัยระบุว่าผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ได้รับวัคซีนเชื้อตายสองเข็มควรรีบไปรับวัคซีนเชื้อตายหรือ mRNA เพิ่มเติมโดยเร็วเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

หลังจีนเปิดประเทศโดยลดเงื่อนไขการเดินทาง สถานพยาบาลในฮ่องกงก็เปิดบริการฉีดวัคซีนให้กับชาวจีนแผ่นดินใหญ่โดยคิดค่าบริการระหว่าง 1,300 จนถึง 2,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 5,500 ถึง 8,400 บาท

ที่มา – CGTN

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132384

NetEast ปฏิเสธขยายสัญญา Blizzard ทำตลาดในจีนไปอีก 6 เดือน

หลัง Blizzard ประกาศเลิกทำตลาดในจีนในปีนี้ หลังจากเป็นพาร์ทเนอร์กับ NetEase มาตั้งแต่ปี 2008 โดยสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ 23 มกราคมนี้ และบริการเกมต่างๆ ของ Blizzard (ยกเว้น Diablo Immortal) จะยุติทั้งหมด

ล่าสุด Bloomberg เผยว่า Blizzard ได้ยื่นเรื่องขยายสัญญาให้กับ NetEase ออกไปชั่วคราวอีก 6 เดือน ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกจากการเซ็นสัญญาล่าสุดระหว่าง 2 บริษัทเมื่อปี 2019 ซึ่งทาง NetEase ก็ปฏิเสธที่จะเซ็นในทางเลือกนี้

ด้าน NetEase ปฏิเสธจะแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ขณะที่ Blizzard ก็ระบุว่าพยายามจะหาผู้ให้บริการเจ้าอื่นอยู่

ที่มา – Bloomberg

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132276

[ลือ] จีนยอมให้ Didi กลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ หลังวางมาตรการบีบคั้นมาสองปี

แหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวระบุกับ Reuters ว่ารัฐบาลจีนจะยอมให้แอป Didi Chuxing กลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ มีแอปอยู่ในสโตร์ต่างๆ ได้เหมือนเดิมแล้ว หลังจากรัฐบาลไม่พอใจที่บริษัทไประดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อปี 2021

หลังจาก Didi ระดมทุนในสหรัฐฯ สำเร็จก็ถูกสั่งให้ถอดแอปออกจากสโตร์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถโหลดแอปใหม่ได้ แม้จะยังให้บริการลูกค้าเดิมมาได้เรื่อยๆ แม้ทางหน่วยงานจัดการไซเบอร์ของจีนจะให้เหตุผลลงโทษว่าเป็นเพราะบริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง แต่ก็มีข่าวว่าหน่วยงานสั่งให้ Didi ย้ายไประดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกงแทน และทาง Didi ก็ยอมทำตาม

ที่มา – The Strait Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132246

วิเคราะห์ นักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่ไหลออกนอกประเทศ อาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนกลับมาคึกคัก

หลังจากจีนประกาศปลดล็อกและเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศได้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวในภาพรวมจะกลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว จากการที่ปิดประเทศไปเป็นระยะเวลา 3 ปีนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จีนได้ประกาศเปิดประเทศอีกครั้งแล้วในวันที่ 8 มกราคม 2023 ทำให้หลายประเทศเตรียมมาตรการรับมือกับนักท่องเที่ยวจีนไปพร้อมกับการคาดหวังเม็ดเงินมหาศาลและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ทาง Bloomberg วิเคราะห์ไว้ว่านักท่องเที่ยวจีนอาจจะไม่ได้กรูกันเข้าประเทศปลายทางแบบที่คิดกันไว้และกว่าจะถึงจุดที่กลับมาคึกคักเหมือนช่วงก่อนที่จะเกิดไวรัสโควิด-19 อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน 

จำนวนผู้ติดเชื้อในจีนยังอยู่ในระดับสูง

สาเหตุมาจากสถานการณ์โควิดในประเทศจีนเองที่มีผู้ติดเชื้อหลายล้านคนและคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อมีการเดินทางภายในประเทศจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบท Chen Xin หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการสันทนาการและการขนส่งที่ UBS กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ยังมีสภาพจิตใจที่ไม่พร้อมต่อการท่องเที่ยวหลังจากเพิ่งหายจากการติดเชื้อโควิด-19 และอาจจะต้องรอจนถึงปี 2024 กว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางออกนอกจีนในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดโควิด-19

การที่ยอดผู้ติดเชื้อในจีนยังมีจำนวนมากทำให้ประเทศที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจีนอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาก็ใช้มาตรการคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น ประกอบกับตั๋วเครื่องบินออกนอกประเทศมีราคาแพงเพราะสายการบินยังไม่ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งบนเที่ยวบิน 

Cirium บริษัทวิเคราะห์การบินเผยว่า ไฟล์ทบินออกนอกประเทศจีนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีอยู่เพียง 10.7% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แม้ว่าจะมากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าก็ตาม และราคาเฉลี่ยของค่าตั๋วในวันที่ 3 มกราคมอยู่ที่ 3,822 หยวนหรือราว 18,900 บาท ซึ่งนับว่าขึ้นราคาจากช่วงเทศกาลคริสมาตส์ปลายปี 2022 18% ตามข้อมูลจากบริษัท Tongcheng Travel 

บริษัททัวร์จีนไร้ลูกค้าจนราคาเพิ่มสูงขึ้น

แม้ว่าจีนจะเปิดประเทศแล้วในรอบ 3 ปี บริษัททัวร์จีนกลับประสบปัญหาไร้ลูกค้าจนทำให้การซื้อทัวร์มีราคาสูงและจะยังไม่ลดต่ำลงในเร็ว ๆ นี้

Zhao Ling พนักงานในบริษัททัวร์ Chengdu Everbright International Tour เผยว่าทัวร์ประเทศไทยระยะเวลา 7 วันจากในช่วงปี 2018 ที่มีราคา 1,880 หยวนหรือราว 9,300 บาท ปัจจุบันกลับขายในราคาเริ่มต้นที่ 7,580 หยวนหรือ 37,500 บาท 

สำหรับประเทศไทยเอง นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคาดว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย 300,000 คนซึ่งไม่ถึง 10% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนโควิด-19 และคาดว่าในเดือนมกราคมจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียงแค่ 60,000 คน

สถานที่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19

ต่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถผ่านด่านในประเทศและเดินทางออกนอกประเทศได้สำเร็จ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีนก็ได้รับผลกระทบอย่างมากและการให้บริการอาจไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่ปิดตัวลง ทั้งการลดจำนวนแรงงานในภาคการท่องเที่ยวลงเพราะธุรกิจไม่สามารถแบกรับได้ในช่วงการล็อคดาวน์ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

Stanley Foo ผู้ก่อตั้งบริษัท Oriental Travel & Tours ในสิงคโปร์กล่าวว่าสิงคโปร์ยังไม่พร้อมรับมือกับการไหลเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวจีนอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งแสดงความกังวลถึงปัญหาการขาดแคลนคนในสถานที่ท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวในประเทศจีนฟื้นตัวเร็วกว่าการท่องเที่ยวนอกประเทศ

Chen Xin เผยว่าในช่วงวันตรุษจีน (22 มกราคม) ชาวจีนอาจจะต้องการท่องเที่ยวในเมืองฮาร์บินและมณฑลไห่หนานมากกว่าเดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศจีนก็ฟื้นตัวเร็วกว่าเที่ยวบินออกนอกประเทศอย่างมาก โดยข้อมูลจาก VariFlight เผยว่ามีเที่ยวบิน 12,216 เที่ยวในวันที่ 8 มกราคมซึ่งคิดเป็นเกือบ 100% ของเที่ยวบินภายในประเทศจีนในปี 2019 ก่อนที่จะมีโควิด-19

ทั้งนี้ แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศมากในระดับเดียวกับช่วงก่อนที่จะมีไวรัสโควิด-19 แต่ก็ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดย Trip.com เปิดเผยว่าในช่วงตรึษจีนที่มีผู้จองทริปเดินทางออกนอกประเทศมากกว่า 540% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้วที่แทบจะไม่มีการจองเลย 

การเปิดประเทศของจีนถืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือนักท่องเที่ยวจีนก็ควรเป็นเรื่องที่รัฐบาลของแต่ละประเทศให้ความสำคัญเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้าสู่จุดวิกฤติเหมือนที่ผ่านมา

ที่มา – Bloomberg

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post วิเคราะห์ นักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่ไหลออกนอกประเทศ อาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนกลับมาคึกคัก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/chinese-tourists-bloomberg-analysis/

วิเคราะห์ นักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่ไหลออกนอกประเทศ อาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนกลับมาคึกคัก

หลังจากจีนประกาศปลดล็อกและเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศได้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวในภาพรวมจะกลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว จากการที่ปิดประเทศไปเป็นระยะเวลา 3 ปีนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จีนได้ประกาศเปิดประเทศอีกครั้งแล้วในวันที่ 8 มกราคม 2023 ทำให้หลายประเทศเตรียมมาตรการรับมือกับนักท่องเที่ยวจีนไปพร้อมกับการคาดหวังเม็ดเงินมหาศาลและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ทาง Bloomberg วิเคราะห์ไว้ว่านักท่องเที่ยวจีนอาจจะไม่ได้กรูกันเข้าประเทศปลายทางแบบที่คิดกันไว้และกว่าจะถึงจุดที่กลับมาคึกคักเหมือนช่วงก่อนที่จะเกิดไวรัสโควิด-19 อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน 

จำนวนผู้ติดเชื้อในจีนยังอยู่ในระดับสูง

สาเหตุมาจากสถานการณ์โควิดในประเทศจีนเองที่มีผู้ติดเชื้อหลายล้านคนและคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อมีการเดินทางภายในประเทศจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบท Chen Xin หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการสันทนาการและการขนส่งที่ UBS กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ยังมีสภาพจิตใจที่ไม่พร้อมต่อการท่องเที่ยวหลังจากเพิ่งหายจากการติดเชื้อโควิด-19 และอาจจะต้องรอจนถึงปี 2024 กว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางออกนอกจีนในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดโควิด-19

การที่ยอดผู้ติดเชื้อในจีนยังมีจำนวนมากทำให้ประเทศที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจีนอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาก็ใช้มาตรการคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น ประกอบกับตั๋วเครื่องบินออกนอกประเทศมีราคาแพงเพราะสายการบินยังไม่ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งบนเที่ยวบิน 

Cirium บริษัทวิเคราะห์การบินเผยว่า ไฟล์ทบินออกนอกประเทศจีนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีอยู่เพียง 10.7% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แม้ว่าจะมากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าก็ตาม และราคาเฉลี่ยของค่าตั๋วในวันที่ 3 มกราคมอยู่ที่ 3,822 หยวนหรือราว 18,900 บาท ซึ่งนับว่าขึ้นราคาจากช่วงเทศกาลคริสมาตส์ปลายปี 2022 18% ตามข้อมูลจากบริษัท Tongcheng Travel 

บริษัททัวร์จีนไร้ลูกค้าจนราคาเพิ่มสูงขึ้น

แม้ว่าจีนจะเปิดประเทศแล้วในรอบ 3 ปี บริษัททัวร์จีนกลับประสบปัญหาไร้ลูกค้าจนทำให้การซื้อทัวร์มีราคาสูงและจะยังไม่ลดต่ำลงในเร็ว ๆ นี้

Zhao Ling พนักงานในบริษัททัวร์ Chengdu Everbright International Tour เผยว่าทัวร์ประเทศไทยระยะเวลา 7 วันจากในช่วงปี 2018 ที่มีราคา 1,880 หยวนหรือราว 9,300 บาท ปัจจุบันกลับขายในราคาเริ่มต้นที่ 7,580 หยวนหรือ 37,500 บาท 

สำหรับประเทศไทยเอง นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคาดว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย 300,000 คนซึ่งไม่ถึง 10% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนโควิด-19 และคาดว่าในเดือนมกราคมจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียงแค่ 60,000 คน

สถานที่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19

ต่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถผ่านด่านในประเทศและเดินทางออกนอกประเทศได้สำเร็จ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีนก็ได้รับผลกระทบอย่างมากและการให้บริการอาจไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่ปิดตัวลง ทั้งการลดจำนวนแรงงานในภาคการท่องเที่ยวลงเพราะธุรกิจไม่สามารถแบกรับได้ในช่วงการล็อคดาวน์ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

Stanley Foo ผู้ก่อตั้งบริษัท Oriental Travel & Tours ในสิงคโปร์กล่าวว่าสิงคโปร์ยังไม่พร้อมรับมือกับการไหลเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวจีนอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งแสดงความกังวลถึงปัญหาการขาดแคลนคนในสถานที่ท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวในประเทศจีนฟื้นตัวเร็วกว่าการท่องเที่ยวนอกประเทศ

Chen Xin เผยว่าในช่วงวันตรุษจีน (22 มกราคม) ชาวจีนอาจจะต้องการท่องเที่ยวในเมืองฮาร์บินและมณฑลไห่หนานมากกว่าเดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศจีนก็ฟื้นตัวเร็วกว่าเที่ยวบินออกนอกประเทศอย่างมาก โดยข้อมูลจาก VariFlight เผยว่ามีเที่ยวบิน 12,216 เที่ยวในวันที่ 8 มกราคมซึ่งคิดเป็นเกือบ 100% ของเที่ยวบินภายในประเทศจีนในปี 2019 ก่อนที่จะมีโควิด-19

ทั้งนี้ แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศมากในระดับเดียวกับช่วงก่อนที่จะมีไวรัสโควิด-19 แต่ก็ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดย Trip.com เปิดเผยว่าในช่วงตรึษจีนที่มีผู้จองทริปเดินทางออกนอกประเทศมากกว่า 540% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้วที่แทบจะไม่มีการจองเลย 

การเปิดประเทศของจีนถืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือนักท่องเที่ยวจีนก็ควรเป็นเรื่องที่รัฐบาลของแต่ละประเทศให้ความสำคัญเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้าสู่จุดวิกฤติเหมือนที่ผ่านมา

ที่มา – Bloomberg

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post วิเคราะห์ นักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่ไหลออกนอกประเทศ อาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนกลับมาคึกคัก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/

[ลือ] Dell จะหยุดใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในจีน ตั้งเป้าเลิกใช้ทั้งหมดภายในปี 2024

Nikkei Asia รายงานว่า Dell เริ่มแจ้งซัพพลายเออร์ถึงแผนการลดใช้ชิปและชิ้นส่วนที่ผลิตในจีน ตั้งเป้าหยุดใช้ในปี 2024

แหล่งข่าวของ Nikkei Asia อ้างข้อมูลของ Dell ที่แจ้งซัพพลายเออร์ว่าตั้งใจลดการใช้ชิ้นส่วนจากจีนลงอย่างมีนัยสำคัญ (meaningfully lower) ซึ่งในความหมายนี้รวมถึงชิ้นส่วนจากบริษัทสัญชาติอื่น แต่โรงงานอยู่ในจีนด้วย โดย Dell ตั้งเป้าว่าจะต้องไม่ใช้ชิปที่ผลิตในจีนให้ได้ทั้งหมดภายในปี 2024 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายไม่น้อย

โฆษกของ Dell ปฏิเสธไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ บอกเพียงว่าบริษัทมีนโยบายเลือกแหล่งที่มาของชิ้นส่วนที่หลากหลายอยู่แล้ว

ปัจจุบัน Dell ถือเป็นผู้ผลิตพีซีอันดับสามของโลก (ตามหลัง Lenovo และ HP) มียอดขายพีซีในไตรมาส 3/2022 ประมาณ 12 ล้านเครื่อง (ตัวเลขจาก IDC)

ที่มา – Nikkei Asia

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132180

BYD ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรู ใช้ชื่อแบรนด์ Yangwang มี SUV ตัวแรง และ Supercar ประสิทธิภาพสูง

BYD เปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหรูอย่างเป็นทางการ ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Yangwang มีรถยนต์ไฟฟ้า SUV สมรรถนะสูง และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Supercar เพื่อเจาะตลาดเศรษฐี

BYD

BYD รุกตลาดรถหรูผ่านแบรนด์ Yangwang

เบื้องต้น BYD จะทำตลาดแบรนด์ Yangwang ผ่านรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นประกอบด้วย U8 รถยนต์ไฟฟ้า Plug-in Hybrid แบบ SUV และ U9 รถยนต์ไฟฟ้าระดับ Supercar โดย U8 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ควบคุมแต่ละล้ออย่างอิสระ ผ่านมอเตอร์ขับเคลื่อนในแต่ละล้อ ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประกาศราคา รวมถึงวันจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์หรูทั้งสองรุ่น แต่ก่อนหน้านี้ BYD เคยแจ้งว่า Yangwang จะมีราคาตั้งแต่ 8 แสนหยวน จนถึง 1.5 ล้านหยวน หรือราว 3.9-7.4 ล้านบาท และจะเปิดเผยรายละเอียดอื่น ๆ ภายในปีนี้

BYD

BYD เตรียมเปิดตัวโชว์รูมสำหรับจำหน่ายรถหรูโดยเฉพาะที่ 6 เมืองใหญ่ในประเทศจีน เช่น ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ในทางกลับกัน รถยนต์ไฟฟ้าที่ BYD ทำตลาดอยู่ในปัจจุบันมีราคาอยู่ราว 1-2 แสนหยวน หรือราว 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท และเป็นที่นิยมในกลุ่มชนชั้นกลางผ่านราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย

Wang Chuanfu ประธาน BYD แจ้งว่า Yangwang จะเข้ามาเป็นผู้นำในตลาดนี้ผ่านการติดตั้งเทคโนโลยีระดับสูง และจะมอบประสบการณ์การขับขี่ทั้งในมุมสมรรถนะ และความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในระดับที่สูงกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในตลาด

สรุป

จากแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์เพื่อคนหมู่มาก และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับคู่แข่งในตลาดดังกล่าว ล่าสุด BYD บุกตลาดรถหรูอย่างเป็นทางการ ซึ่งในอนาคตน่าจะเขย่าตลาดรถหรูที่ครองด้วยแบรนด์ยุโรปไม่น้อย โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งต้องจับตาให้ดีกว่า BYD จะเข้ามาสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดนี้แค่ไหน

อ้างอิง // Nikkei Asia

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post BYD ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรู ใช้ชื่อแบรนด์ Yangwang มี SUV ตัวแรง และ Supercar ประสิทธิภาพสูง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/byd-luxury-car-yangwang/

จีนไม่รับวัคซีน mRNA แม้ยุโรปเสนอบริจาคให้ฟรี

Stella Kyriakides กรรมาธิการด้านสาธารณสุขของสหภาพยุโรประบุเคยเสนอบริจาควัคซีนรุ่นใหม่สำหรับ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ให้กับทางจีนไปแล้วแต่รัฐบาลจีนปฎิเสธ โดยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่าทางจีนมีวัคซีนเพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว และการเผยกระจายของ COVID-19 ในจีนก็อยู่ในระดับที่คาดไว้และยังควบคุมได้

จีนใช้วัคซีน Sinovac และ Sinopharm เป็นหลัก และจนตอนนี้ก็ยังไม่มีการใช้งานวัคซีน mRNA เป็นวงกว้าง แม้ว่าจะมีท่าทีเป็นมิตรขึ้นและยอมให้พลเมืองเยอรมนีรับวัคซีน BioNTech/Pfizer ได้

สหภาพยุโรปได้รับวัคซีนถึง 83% ของประชากรแล้ว โดยมีวัคซีนส่งมอบแล้ว 1,700 ล้านโดส ขณะที่สัญญาส่งมอบที่สหภาพยุโรปซื้อล่วงหน้าเอาไว้สูงถึง 4,200 ล้านโดส จึงมีเหลือพอจะบริจาคให้ประเทศต่างๆ และอาจจะต้องทำลายวัคซีนที่ได้รับมา

ที่มา – Financial Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132149

จีนมีท่าทีผ่อนคลายการให้ใบอนุญาตเกม อาจให้ง่ายขึ้นในปี 2023 นี้ Tencent และ NetEase มีหวัง

รัฐบาลจีนเริ่มมีท่าทีว่าจะผ่อนคลายการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการให้ใบอนุญาตเกม ทำให้ในปี 2023 นี้ บริษัทเกมสัญชาติจีนรายใหญ่อย่าง Tencent และ NetEase อาจจะขอใบอนุญาตผลิตเกมได้ง่ายขึ้นและทำรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2022

ในปี 2022 จีนให้ใบอนุญาต 512 เกม ซึ่งเป็นเกมที่พัฒนาภายในประเทศ 468 เกม และเกมนำเข้า 44 เกม ลดลงจากปี 2021 ที่ประกอบด้วยเกมในประเทศ 679 เกม และเกมนำเข้า 76 เกม และจำนวนเกมที่ได้รับใบอนุญาตในปี 2022 ลดลง 40% เมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งการเข้มงวดในการให้ใอนุญาตมาจากที่จีนมองว่าวิดีโอทำให้เกิดปัญหาเยาวชนติดเกมมากขึ้น

การที่จีนเข้มงวดมากขึ้นทำให้บริษัทรายใหญ่อย่าง Tencent และ NetEase ได้รับใบอนุญาตลดลงโดย Tencent ได้ใบอนุญาตไป 8 เกม ส่วน NetEase ได้ใบอนุญาตไป 5 เกมในปี 2022 ลดลงจากปี 2021 ที่ได้ 9 และ 12 เกมตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม บทความที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว People’s Daily ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาลจีนที่ระบุว่าอุตสาหกรรมเกมมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมและนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีของประเทศ ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมเกมที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกล่าวว่าปัญหาเยาวชนติดเกมได้รับการแก้ไขเบื้องต้นแล้ว

นอกจากนี้ National Press and Publication Administration (NPPA) หน่วยงานกำกับดูแลเนื้อหาเกมและผู้ออกใบอนุญาตเกมได้ให้ใบอนุญาตเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปี 2022 โดยให้ใบอนุญาต 45 เกมในเดือนเมษายน 60 เกมในเดือนมิถุนายน และ 70 และ 73 เกมในเดือนกันยายนและพฤศจิกายนตามลำดับ ก่อนจะให้ใบอนุญาตเกมใหม่ 128 เกมในเดือนธันวาคม โดยเป็นเกมที่ผลิตภายในประเทศ 84 เกม และเกมที่นำเข้ามา 44 เกม

Yang Aili นักวิเคราะห์จาก CSC Financial ธนาคารเพื่อการลงทุนและซื้อขายหลักทรัพย์ของจีนก็มองว่ามีแนวโน้มที่นโยบายด้านเกมจะฟื้นตัวกลับไปเป็นแบบเดิม และการให้ใบอนุญาตเกมก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ ในการประชุมภายในบริษัทเดือนธันวาคมปี 2022 Pony Ma Huateng ซีอีโอของ Tencent ก็ยังมองว่าบริษัทคงต้องปรับตัวกับการให้ใบอนุญาตอย่างเข้มงวดต่อไปในปีนี้ และมุ่งพัฒนาเกมที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตจาก NPPA

ที่มา: South China Morning Post

from:https://www.blognone.com/node/132081