Garmin เปิดตัว INSTINCT CROSSOVER ไฮบริดสมาร์ทวอทช์ เพื่อนคู่ใจนักผจญภัยตัวจริง!

Garmin เปิดตัว INSTINCT CROSSOVER ใหม่ล่าสุด! เซ็ทมาตรฐ […] More

from:https://www.iphonemod.net/garmin-launches-instinct-crossover-pr.html

คาด Google จะเปิดตัว ‘นักฆ่า ChatGPT’ ในงานพิเศษเกี่ยวกับการค้นหา 8 ก.พ. นี้

สัปดาห์นี้จะมีงานสุดพิเศษจาก Google ที่จู่ ๆ ก็เตรียมจัดขึ้นมาโดยไม่บอกไม่กล่าว โดยจะมุ่งเน้นการโชว์เทคโนโลยี AI เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบ Search ทำให้เราพอจะรู้ได้ว่าต้องเป็นงานเปิดตัวระบบค้นหาแบบใหม่ ที่ใช้ AI อัจฉริยะคอยให้คำตอบเวลาคนค้นหาในกูเกิล เป็นการตอบกลับกระแสฮิต ChatGPT ที่ดังเปรี้ยงปร้างในช่วงที่ผ่านมา

Google ร่อนคำชวนไปยังสื่อใหญ่หลายสำนัก ให้มาร่วมงานที่ไม่มีชื่อ มีแต่เขียนไว้ว่า “Google presents”  และ “Live from Paris” ให้รู้ว่าจัดงานที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือคำโปรยด้านล่าง ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงระบบ Search ครั้งใหญ่ ที่จะทำให้เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายมากกว่าเดิม 

และ The Verge ก็เผยว่าในอีเมลยังได้กล่าวถึง AI ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ผ่าน Language Model อันทรงพลัง

บอกมาแบบนี้คนอ่านรู้ได้เลยทันที ว่าต้องออกระบบค้นหาเพื่อมาสู้กับ ChatGPT สุดยอดปัญหาประดิษฐ์ที่สามารถย่อยข้อมูล มาเรียบเรียงเป็นบทความรูปแบบต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย ด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์เขียนจริง ๆ ว่ากันว่าจะมาโค่นล้ม Google ลง จนกูเกิลเองยังยกให้เป็นวิกฤติขั้นสูงสุดไปแล้ว

งาน Google Presents จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลาไทยตอน 2 ทุ่มครึ่ง จะมีการ Livestream ให้ได้ชมกันบน YouTube โดยจะมีความยาว 40 นาทีครับ

 

ที่มา :  theverge, gizchina

from:https://droidsans.com/google-chatgpt-killer-to-launch-in-special-event/

OpenText ซื้อ Micro Focus แล้ว เสริมการจัดการระบบดิจิทัลโดยรวมแบบไฮบริด

เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา OpenText ประกาศว่าได้ปิดดีลซื้อกิจการบริษัท Micro Focus International ที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว โดย Micro Focus ถือเป็นผู้จำหน่ายชั้นนำด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และบริการที่จำเพาะ สำหรับช่วยให้ลูกค้าปฏิวัติระบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

ซีอีโอและซีทีโอ OpenText คุณ Mark J. Barrenechea กล่าวว่า “ผมขอต้อนรับลูกค้า พาร์ทเนอร์ และพนักงานของ Micro Focus เข้ามาสู่ความดูแลของ Open Text ด้วยผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญของ Micro Focus จะช่วยให้พวกเราพาองค์กรทุกขนาดไปสู่การปฏิวัติดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น”

“จากการเข้าซื้อธุรกิจครั้งนี้ ทำให้ภารกิจของบริษัท OpenText ครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือองค์กรทั้งหลายในการปกป้องการดำเนินงานของตัวเอง ได้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ และจัดการระบบดิจิทัลโดยรวมที่ทั้งซับซ้อนและเป็นแบบไฮบริดได้ดีมากขึ้น”

“ด้วยทูลเทคโนโลยีใหม่ที่มีตั้งแต่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์, การจัดการการดำเนินงานแบบดิจิทัล, การปรับปรุงแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัย, การส่งมอบบริการ, และ AI รวมทั้งระบบอนาไลติก ทำให้ซอฟต์แวร์จัดข้อมูลใหม่นี้ช่วยผลักดันการเติบโตพร้อมๆ กับลดค่าใช้จ่ายได้ไปพร้อมกัน”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – PRNews

from:https://www.enterpriseitpro.net/opentext-buys-micro-focus/

AIS Business พร้อมเป็นดิจิทัลพาร์ทเนอร์อันดับ 1 ในใจผู้ประกอบการ ที่มุ่งสร้างการ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน”

AIS Business ขึ้นแท่นผู้นำการให้บริการดิจิทัลและโซลูชัน ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดจากกลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และ SME ในฐานะโอเปอเรเตอร์ ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co รวมถึงยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยี หรือ Digital infrastructure ที่แข็งแรงมากพอในการเชื่อมต่อประสบการณ์ของลูกค้าและคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร

ในปี 2023 นี้ AIS Business ยังคงเดินหน้าสร้างการ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” กับลูกค้า ทั้งภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยต้นทุนที่เหมาะสม สนับสนุนการเติบโตขององค์กรและธุรกิจ ภายใต้เทรนด์และสถานการณ์ภายหลังจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤติ และการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ที่วันนี้ AIS Business พร้อมส่งมอบบริการดิจิทัลและไอซีทีโซลูชัน ที่สร้างความปลอดภัย มั่นใจ ตอบโจทย์การเติบโตของลูกค้าอย่างยั่งยืน

AIS Business

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS อธิบายต่อถึงภาพรวมสถานการณ์ตลาด และเทรนด์การทำ Digital Transformation ขององค์กร และ SME ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ว่า “3 ปี ที่เราอยู่กับการระบาดของโควิด-19 ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ได้ปรับตัวรับผลกระทบจนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อในบริบทของโลกหลังโควิดแล้ว

และแน่นอนว่า พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการทำ Digital Transformation เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ธุรกิจขนส่ง Logistics และผู้ให้บริการทางการเงิน เป็นต้น

อีกทั้งเทรนด์ของการใช้งานในปีนี้องค์กรจะมุ่งไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทาง IT ที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เข้ามาช่วยจัดการ ควบคุม ความมั่นคงปลอดภัยของ Data ตามกรอบกฎหมายที่ประกาศใช้ในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีกระแสเรื่องของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีการบริหารจัดการที่ดี ทั้งหมดนี้ทำให้ ดิจิทัลโซลูชัน ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้ามาช่วยองค์กรสร้างความพร้อมสู่การเติบโตควบคู่กับความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจได้”

นายธนพงษ์ ขยายความต่อไปอีกว่า เมื่อมองภาพรวมของสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ทำให้ในปีนี้เรายังคงมุ่งสร้าง Digital Business Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบ สามารถตอบโจทย์การทำงานทุกองค์กรได้ในทุกมิติ ผ่าน 5 กลยุทธ์

อันได้แก่ 1) เชื่อมต่อ 5G Ecosystem เพื่อการทำงานของภาคธุรกิจอย่างรอบด้าน 2) ยกระดับการทำงานของโครงข่ายด้วย Intelligent Network  3) มุ่งเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์ม  4) เสริมอาวุธด้านการตลาดและเพิ่มโอกาสการเติบโต Data-driven Business  5) ส่งมอบบริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่ไว้วางใจได้

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS Business ประกอบกับความพร้อมในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ 5G อันดับ 1 ของไทย ทำให้เราพร้อมเป็นพันธมิตรดิจิทัล ที่มั่นใจได้ เพื่อพัฒนาธุรกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ในมิติต่างๆ ดังนี้

Growth: Accelerating Growth Beyond Pandemic Recovery เร่งการเติบโตของธุรกิจโดยการสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ด้วยเครื่องมือทางดิจิทัล เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยศักยภาพของ AIS 5G และ Cloud Platform, ตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าด้วยการบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ Data Insight & Lifestyle as a Service, พร้อมการสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Smart Manufacturing, Smart Transportation & Logistics, Smart City & Building, และ Smart Retail

Trust: Modernizing Trusted Digital Infrastructure to Improve Efficiency, Agility and Security บริการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ด้วยความพร้อมเต็มรูปแบบของ Intelligent Network, Cloud Platforms, และ Cyber Security สอดรับกับกฎระเบียบของการใช้งานที่ปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละอุตสาหกรรม ผ่านโซลูชันอย่างเช่น Sovereign Cloud, SD-WAN, Secured Connectivity เป็นต้น ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความยืดหยุ่น ช่วยยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยขององค์กร

Sustainability: Creating Sustainable Business with Digital Solutions สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อธุรกิจอย่างยั่งยืน AIS Business พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การสร้างระบบนิเวศสำหรับการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรต่างๆ การสร้าง AIS 5G NEXTGen Platform เพื่อการสร้าง 5G โซลูชันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

ไปจนถึงโซลูชันที่เข้ามาช่วยในการบริการจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยคาร์บอน การปล่อยน้ำเสียโดยใช้ข้อมูลแบบ real-time จากอุปกรณ์ IoT ทำให้พร้อมการคาดการณ์การใช้พลังงานล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจวางแผนการทำงาน หรือการผลิตได้อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่าง e-Waste, Academy for Thai, และอุ่นใจไซเบอร์ เป็นต้น

“จากเป้าหมายใหญ่ของ AIS ที่ต้องการเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ ในส่วนธุรกิจลูกค้าองค์กรอย่าง AIS Business ก็จะสร้างเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้ยั่งยืน ด้วยการเร่งขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของลูกค้า โดยเทคโนโลยีและการให้บริการดิจิทัลที่หลากหลายครบครัน ด้วยทีมงานที่ไว้ใจได้ในความสามารถอย่างมืออาชีพ

เรามุ่งหวังที่จะเป็นพันธมิตรสมาร์ตดิจิทัลที่ไว้วางใจได้ สนับสนุนองค์กรธุรกิจและ SME ไทยให้ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” อย่างยั่งยืน”  นายธนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-business-ready-to-be-the-number-1-digital-partner/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-business-ready-to-be-the-number-1-digital-partner

IMILAB เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ New IMILAB W02 “สวย..พร้อมโทร” ราคา 1,990.-

IMILAB W02 สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จากแบรนด์ลูกของ Xiaomi ดี […] More

from:https://www.iphonemod.net/imilab-w02-new-smart-watch-pr.html

Meta เสียเงินไปกับธุรกิจ VR มากถึง 1.37 หมื่นล้านเหรียญฯ แม้จะขึ้นราคาขายอุปกรณ์ก็ตาม

ฝันของพี่มาร์คกับการฝากอนาคตกับเมตาเวิร์สได้ถลุงเงินนักลงทุนไปมหาศาล ซึ่งจากรายงานผลประกอบการล่าสุดที่แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Meta กล่าวว่าแผนก Reality Labs ที่ดูเรื่องเทคโนโลยีเวอร์ช่วลเรียลลิตี้ ขาดทุนในไตรมาสที่ 4 ถึง 4.28 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

นั่นหมายความว่าตลอดทั้งปี 2022 ที่ผ่านมา แผนกแห่งความฝันนี้เอาเงินไปผลาญมากทั้งหมดถึง 1.37 หมื่นล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว ถือเป็นปีที่ยากลำบากมากหลังเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Meta ตั้งแต่ปลายปี 2021

แน่นอนชื่อใหม่นี้บอกชัดว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องการเอาดีด้านเมตาเวิร์ส ในฐานะจักรวาลแบบดิจิทัลที่ผู้คนจะเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ เสมือนโลกจริง ทั้งการทำงาน ซื้อของ เล่นเกม และเรียนรู้ต่างๆ แต่ประเด็นคือตอนนี้ยังเป็นแค่แหล่งของค่าใช้จ่าย (Cost Center)

และตอนนี้เมตาก็ยังถือเป็นบริษัทโฆษณาออนไลน์ มีรายได้จากบริการโฆษณาเป็นหลักอย่างเดียว สำหรับธุรกิจส่วน Reality Labs ทำรายได้ 727 ล้านเหรียญฯ ในไตรมาสที่ 4 รวมทั้งปีคิดเป็นแค่ 2.16 ล้านเหรียญฯ ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปี 2021 ที่ทำรายได้ทั้งปี 2021

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-lost-13-7-billion-usd-on-reality-labs-in-2022/

Apple นำเสนอไอเดียเก๋ ๆ สำหรับวันวาเลนไทน์ 2023 พร้อมแนะนำของขวัญสำหรับคนพิเศษ

วาเลนไทน์ปี 2023 นี้ Apple มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยสร้า […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-valentine-tip-and-gifts-for-your-beloved-2023-pr.html

Nissan เปิดตัวรถสปอร์ตไฟฟ้า รุ่นต้นแบบสุดล้ำ Max-Out EV โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2040 ให้ได้ 40%

ที่เราเห็นกันอยู่ไม่ใช่รถจาก Tron: Legacy หรือภาพยนตร์ไซไฟที่เราคุ้นตากัน แต่เป็น รถยนต์ไฟฟ้า EV Car คันแรกของ Nissan และเป็นรถเปิดประทุนในตัว ภายใต้คอนเซ็ป Nissan Max-Out ได้เผยโฉมให้เราได้เห็นต้นแบบกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ปล่อยให้ชมภาพดิจิทัลกันในโลกออนไลน์ ไปเมือปี 2021 โดยมีรายงานว่าระยะทางที่ขับได้สูงสุดอาจจะถึง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 4.9 วินาทีเลยทีเดียว

โดยก่อนหน้านี้ทาง Nissan ประกาศวางแผนเกี่ยวกับการทำตลาด EV Car สำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 5 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 มีมูลค่า 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์  ทำให้ Nissan Max-Out  จึงไม่ได้เป็นแค่ภาพในโลกเสมือนอีกต่อไป ซึ่งคราวนี้เป็นภาพของตัวรถต้นแบบจริง ๆ ภายในงานเฉลิมฉลอง Nissan Futures ในเมืองโยโกฮาม่า ที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อเรามองเห็นภาพโดยรวมทำให้อดนึกถึง รถใน Tron ภาพยนตร์ไซไฟไม่มีผิด ด้วยความโดดเด่นเรื่องการออกแบบทำให้ดูล้ำเหมือนมาจากโลกอนาคตเลยล่ะ

ข้อมูลเบื้องต้นของรถไฟฟ้า Nissan Max-Out

“Max-Out concept เป็นรถเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ 2 ที่นั่ง สร้างขึ้นจากแนวคิดพื้นฐานในการเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์โดยเน้นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกที่โล่ง โปร่งสบาย พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไดนามิกที่ดียิ่งขึ้น”

เราจะเห็นว่าตัวรถมีความโค้งมน แถมภายในเต็มไปด้วยไฟ Full LED  ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง รวมถึงล้อรถ ผนวกกับจอที่ด้านคนขับ อาจจะเป็นการควบคุมแบบสัมผัสทั้งหมด ส่วนท้ายรถมีช่องไฟแบบดิจิทัลเป็นรูปแบบ 3 มิติ

ส่วนกำลังขับจะมีอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 4.9 วินาที พร้อมระยะทางขับขี่ 500 กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง

คาดว่าในอนาคตจะมี รถยนต์รุ่นใหม่อีก 23 รุ่น ภายในปี 2030 แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 15 รุ่น  โดยตั้งเป้ามากกว่า  50% สำหรับแบรนด์ Nissan และ Infiniti ส่วนในสหรัฐอเมริกา Nissan จะเริ่มวางกลยุทธ์ขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 40% ของยอดขายภายในปี 2040  และจะเริ่มต้นที่ Nissan Ariya SUV เป็นรุ่นถัดไป

อย่างไรก็ตามทาง Nissan ไม่ได้ระบุไว้ว่ารถรุ่นนี้ จะกลายเป็นรถในสายการผลิตจริงตอนไหน หรือวางขายเมื่อไหร่ ยังเป็นแค่การโชว์คอนเซ็ปออกมาให้เราเห็นเท่านั้น  แต่ไม่แน่ในอนาคตนี่อาจเป็นต้นแบบที่สามารถทำได้จริงในขั้นต้นของการพัฒนาก็ได้ค่ะ

 

 

ที่มา : theverge

from:https://droidsans.com/nissan-max-out-electric-convertible-ev-concept/

แนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20่,000 สเปคแรง ราคาดีที่ BaNANA Online

Acer BNN

ปี 2023 นี้ใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สเปคแรงแต่ราคาย่อมเยาว์หรือใครที่ตั้งงบกับโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ไว้ วันนี้แอดขอแนะนำลิสต์โน๊ตบุ๊ค Acer ที่ราคาไม่เกิน 20,000 บาท รุ่นฮิต รุ่นฮอต ที่สำคัญซื้อที่ BaNANA Online ยิ่งได้ราคาที่ถูกกว่าพร้อมส่วนลดและของแถมอีกเพียบ มีรุ่นไหนน่าสนบ้างมาดูกัน

Advertisementavw

BNN Hero Banner PC2 Acer Brand Fair 010223 150223 homepage desktop banner medium

  1. Acer Aspire A515-45-R503_Silver 

   ราคา: 16,990 บาท จากราคาปกติ 19,900 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

1 Button Click

  1. โน๊ตบุ๊ค Acer Aspire A315-35-P9YL_Silver

    ราคา: 10,990 บาท จากราคาปกติ 14,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

2
Button Click

  1. Acer Aspire A315-58-55EX Pure Silver

    ราคา: 16,990 บาท จากปกติราคา 20,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

3

Button Click

  1. Acer Aspire A515-45-R8QC_Silver

    ราคา: 14,990 บาท จากปกติราคา 16,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 4
Button Click

  1. Acer Aspire A315-23-R77T_Black

    ราคา: 9,990 บาท จากปกติราคา 11,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

5

Button Click

  1. Acer Aspire A315-24P-R6XV_Silver

   ราคา: 18,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

6

Button Click

สำหรับใครที่อยากได้โน๊ตบุ๊คที่สเปกเร็วแรงกว่าของ Acer สามารถเลือกชอปหรือดูสินค้าอื่นๆ ได้ BaNANA Online แหล่งรวมสินค้าไอทีและ Gadget ที่ครบครันที่สุด และมีราคากับโปรโมชันที่คุ้มสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด ตอนนี้มีบริการดีๆ อยากแนะนำกับ 1 Hour. Service Click and Collect เลือกซื้อสินค้าบน BaNANA Online และเลือกรับสินค้าที่สาขาที่คุณสะดวกได้ภายใน 1 ชั่วโมง ช้อปแบบไม่ช้อตฟีล ได้สินค้าไวสุดต้องที่ BaNANA Online หรือ BNN Application  เท่านั้น 

bnn

หมายเหตุ:

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงราคา, ส่วนลด ,ของแถมและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

– รายการส่งเสริมการขาย มีผลระยะเวลาวันที่ 1 ก.พ. 2566 – 15 ก.พ. 2566 เท่านั้น

from:https://notebookspec.com/web/686009-promotion-acer-banana-online

Google พัฒนาฟีเจอร์เปลี่ยนมือถือเป็น Webcam ง่าย ๆ แค่เสียบสายเข้าคอม ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

ปกติการใช้มือถือ Android เป็น Webcam สำหรับวิดีโอคอลล์บน PC ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะปัจจุบันก็มีแอปประเภทนี้อยู่เต็มไปหมด แต่ล่าสุดมีข้อมูลออกมาว่า Google กำลังพัฒนาให้ฟีเจอร์นี้กลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานสำหรับมือถือ Android ใช้ได้ง่าย ๆ แค่เสียบสาย USB ก็แปลงร่างเป็นเว็บแคมได้เลย ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

แหล่งข่าวออกมาโพสท์ว่าได้ไปแงะโค้ด Android Open Source Project (เป็นระบบปฎิบัติการ Open-source มีพื้นฐานบนระบบ Android ที่ยังไม่ได้มีการปรับแต่งใด ๆ)

แล้วเจอเข้ากับข้อมูลของเวอร์วิส DeviceAsWebcam ที่จะเปลี่ยนให้มือถือ Android ที่เสียบสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์กลายร่างเป็น Webcam นั่นเอง โดยมือถือที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ต้องรองรับ UVC (USB video device class) ด้วย ซึ่งมือถือส่วนใหญ่ก็รองรับอยู่แล้ว

แม้ว่าฟีเจอร์เปลี่ยนมือถือเป็น Webcam จะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ถ้ามันติดมาเป็นมาตรฐานของระบบ Android เลย และสามารถใช้งานได้ง่าย ๆ แค่เสียบสายและไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย ก็น่าจะมีคนใช้งานฟีเจอร์นี้กันเยอะอยู่ เพราะส่วนมากโน้ตบุ๊คต่าง ๆ มักจะมีกล้องคุณภาพธรรมดา ๆ เท่านั้น

แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า Google จะเริ่มปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ดังกล่าวออกมาเมื่อไหร่นะ

 

ที่มา : AndroidAuthority

from:https://droidsans.com/google-will-turn-android-phone-into-webcam-via-usb/

for feed news app

%d bloggers like this: