คลังเก็บป้ายกำกับ: YOUR_UPDATES

ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh

ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh
HallZy

Realme GT Neo 5 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Fast Charge เร็วถึง 240W ล่าสุดวันนี้ Senior Executive ของ Realme เผยรูปและยืนยันออกมาว่า Realme GT Neo 5 โมเดลที่สองจะมีความเร็วในการชาร์จ 150W 

gsmarena 001 | Realme GT Neo 5 | ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh

ถึงแม้จะเป็น Realme GT Neo 5 โมเดลที่ชาร์จแบตเตอรี่ช้าลงไปบ้างแต่ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh จาก 0%-100% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเพียงเท่านั้น ข้อมูลนี้อ้างอิงจากผลการทดสอบจาก Realme 

ในตอนนี้ Realme มีสมาร์ตโฟนที่รองรับ Fast Charge 150W มาแล้วหนึ่งรุ่นคือ Realme GT Neo3 ชิปเซ็ต Dimensity 8100 ตอนนี้ก็ได้แต่หวังการมาของ Realme GT Neo 5 จะสร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราบ้าง เท่าที่เรารู้ในตอนนี้คือตัวเครื่องมาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 8200 เทคโนโลยีการผลิต 5 นาโนเมตร สำหรับใครที่สนใจก็รอดูกันได้ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ 

ข่าว: ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/realme_confirms_gt_neo_5_to_have_a_150w/

มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม
HallZy

Intel Core i5-12490F เป็นซีพียูรุ่นพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในตลาดประเทศจีนเท่านั้น โดยมีการเพิ่มขนาดแคช L3 ให้ใหญ่ขึ้น และ Clock Speed สูดกว่า Core i5-12400Fน่าใช้ขนาดนี้ก็ได้แต่หวังว่า Intel จะนำมาวางขายในประเทศอื่น ๆ บ้าง 

Intel Core i5 13490F CPUZ1 | intel | มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิงจากสกรีนช็อตที่ถูกปล่อยมาโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ wnxod Intel Core i5-13490F มาพร้อมกับ Performance Core 6 คอร์ และ Efficient Core 4 คอร์ มีความเร็สสูงกว่า i5-13400F ถึง 200 MHz ซึ่งเป็นความเร็วในระดับเดียวกับ i5-13500 ส่วนแคช L3 มีขนาดใหญ่ขึ้น 4MB อย่างไรก็ตาม L2 ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงและมีขนาด 9.5 MB เท่าเดิม 

Intel Core i5 13490F CPUZ2 | intel | มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

จากการทดสอบด้วย CPU-Z Benchmark คะแนน Single-Cores ของเร็วกว่า Intel Core i9-10850K โดยทำคะแนนไป 779.7 คะแนนแต่ในส่วนของ Multi-Core นั้นช้ากว่าโดยทำคะแนนไป 6,834 คะแนน ในตอนนี้ Intel Core i5-13490F ยังไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์ของ Intel และไม่ได้มีการเปิดตัวในงาน CES 2023 ในเดือนที่แล้ว

ข่าว: มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/intel-preparing-core-i5-13490f-cpu/

Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้

Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้
Noppinij

ระบบการอัปเดตตั้งแต่ Android N เป็นต้นมา ได้มีการเพิ่มความสามารถที่เรียกว่า Seamless Updates (หรือเรียกว่า A/B updates) เป็นการอัปเดตที่จะดาวน์โหลดและติดตั้้งไฟล์อัปเดทลงในพาร์ติชั่นพื้นหลังที่ไม่ได้ถูกใช้งาน ในขณะที่ผู้ใช้ยังคงใช้งานเครื่องได้ตามปกติบนพาติชั่นหลัก ระบบนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้เจ้าของเครื่องสามารถใช้งานโทรศัพท์ไปพร้อมๆ ทำการดาวน์โหลดติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ใหม่ไปพร้อมกันในพื้นหลัง ช่วยย่นเวลาการรอคอยที่เครื่องจะกลับมาพร้อมใช้ในเวลาที่สั้นลง เพราะผู้ใช้ต้องทำแค่การอนุญาตในขั้นตอนสุดท้าย ให้โทรศัพท์รีบูทตัวเองเพื่อสลับการทำงานเข้าสู่ระบบใหม่ที่ถูกดาวน์โหลดมาไว้ในพาร์ติชันที่ไม่ได้ใช้งานก่อนหน้านี้นั้นเองครับ

แต่วิธีการอัปเดตแบบนี้จำเป็นต้องใช้พื้นที่จัดเก็บที่มีขนาดใหญ่กว่ากระบวนการอัปเดตทั่วไป เนื่องจากต้องแบ่งพาร์ติชันการทำงานออกเป็นสองแทนที่จะเป็นพาร์ติชันเดียว ทำให้ในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่หลายแบรนด์สมาร์ทโฟนจะพยายามลดการใช้พื้นที่หน่วยความจำลงจากการตัดฟังก์ชั่นนี้ออกไป และทาง Samsung ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ไม่ได้ใส่ระบบ Seamless Updates เข้าไปในโทรศัพท์ Galaxy S23 series ที่เพิ่งเปิดตัวไปด้วยเช่นกัน

โดยมีข้อมูลยืนยันจาก Nicolas La Rocco นักข่าวจาก Computer Base ที่ได้ข้อมูลยืนยันผ่านทางทวิตเตอร์ไว้ว่า Galaxy S23 Ultra จะไม่รองรับการอัปเดตแบบ Seamless Updates ผู้ใช้ก็อาจจะต้องรอนานกันมากขึ้นสักหน่อยเมื่อมีการอัปเดทระบบใหม่ให้กับเครื่อง

12 | galaxy s23 | Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้
แต่อย่างไรก็ตามการรอคอยเครื่องอัปเดตดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ ที่เรากังวลกันมากกว่าคือเครื่องเราจะได้รับอัปเดตระบบใหม่กันหรือเปล่า แต่ปัญหานี้ผู้ใช้ Samsung อุ่นใจได้เลยเพราะว่า สมาร์ทโฟน Samsung ทุกรุ่นจะได้รับการอัพเดตระบบให้อย่างน้อยสามปีเป็นอย่างน้อยพร้อมแพทช์ความปลอดภัย อุ่นใจใช้งานได้ยาวไม่ตกรุ่นแน่นอนครับ

ข่าว: Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-galaxy-s23-no-seamless-updates/

Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22

Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22
Wat.C

Samsung เพิ่งเปิดตัว Galaxy S23 ที่มีการอัปเกรดสเปกพอสมควร พร้อมกับกล้องใหม่ที่ซูมเทพขึ้นมาก และถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ถูกใจใครหลาย ๆ คนด้วยเหมือนกัน

TM Roh ประธานของ Samsung Mobile ได้บอกกับสื่อท้องถิ่นว่าบริษัทคาดว่า Galaxy S23 จะมียอดขายที่ดีกว่า Galaxy S22 ราว 10% ซึ่ง Roh เผยเพิ่มเติมว่าบริษัทเองวางเป้าหมายยอดขายที่ดีขึ้นในสมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้ด้วยเหมือนกัน

Roh เชื่อว่า Samsung Galaxy S23 Ultra หรือตัวท็อปจะครองส่วนแบ่งยอดขายมากกว่า 50% ใน Galaxy S23 ทั้งหมด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Samsung ให้ความสำคัญกับสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมมากกว่ารุ่นอื่น บริษัทระบุว่าที่ยอดขายของ Galaxy S23 Ultra ทำได้ดีเพราะ Galaxy S22 Ultra ได้แสดงความสำเร็จเอาไว้ก่อนแล้ว

กลยุทธิ์การดันตัวท็อปนั้นถือว่าสมเหตุสมผล นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ตโฟนจะหดตัวลงอีกในปี 2023 ดังนั้น การเน้นจำหน่ายรุ่นที่สามารถสร้างกำไรได้ดีที่สุดเป็นสิ่งที่ควรทำ

ข่าว: Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-has-some-lofty-galaxy-s23-series-sales-goals/

ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
Noppinij

ปีนี้เป็นปีที่ซีรีส์ Samsung Galaxy S รุ่นใหม่ได้เลือกใช้ชิปเซ็ตเป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมดที่วางจำหน่ายไปทั่วโลก ไม่มีรุ่นแยกที่ใช้ Exynos อีกต่อไป มีเพียงแต่ Qualcomm Snapdragon เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Galaxy S23 จะไม่โดดเด่นกว่าใคร เพราะ Snapdragon 8 Gen 2 ที่นำมาใช้ทำงานภายใน S23 ทั้งหมด คือ “Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy” (Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy ) เป็นตัวประมวลผลรุ่นพิเศษ เพราะทั้ง CPU และ GPU ได้ถูกโอเวอร์คล็อกและให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่นที่มีชิปเซ็ตเดียวกันในตลาดขึ้นไปเล็กน้อย แต่มันจะสร้างความแตกต่างได้มากแค่ไหน? เรามีผลที่มีการทดสอบจากบริการทดสอบประสิทธิภาพหลายๆ ตัวมาฝากกันครับ

Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy ภายใน CPU ติดตั้งหัวประมวลผลแบบเดียวกันกับ Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นอื่นๆ ประกอบด้วย  1x Cortex-X3 , 2x Cortex-A715, 2x Cortex-A710 และ 3x Cortex-A510 cores แต่คอร์ Cortex-X3 ซึ่งเป็น Core ตัวหลักนั้นถูกโอเวอร์คล็อกขึ้นไปที่ 3.36 GHz แทนที่จะเป็น 3.2GHz เช่นเดียวกับ GPU – Adreno 740 ที่จะไปทำงานอยู่บนความเร็ว 719 MHz แทนที่จะเป็น 680 MHz ตามปกตินั้นเองครับ

เรามาดูผลการทดสอบของ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นแรงระดับท็อปตัวอื่นๆ กันดีกว่า แต่อย่าลืมว่า Samsung Galaxy S23 Ultra ที่ถูกนำมาทดสอบในเนื้อหานี้ แบกความความชัดของหน้าจอแสดงผลอยู่ที่ระดับ 1440p ซึ่งเป็นความละเอียดที่สูง โดยสมาร์ตโฟนแต่ละรุ่นก็จะมีความละเอียดหน้าจอที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่ที่นำมาทดสอบจะเป็นเครื่องที่ให้หน้าจอระดับ QuadHD ขึ้นไป นอกจาก iPhone 14 Pro Max และ ZTE nubia Red Magic 8 Pro ที่นำมาเทียบด้วยเพราะเป็นตัวแรงประจำ OS ในขณะนี้นั้นเอง

  1. Samsung Galaxy S23 Ultra : ความละเอียด 1440 x 3088 px
  2. ZTE nubia Red Magic 8 Pro : ความละเอียด 1116 x 2480 px
  3. iPhone 14 Pro Max : ความละเอียด 1280 x 2796 px
  4. Xiaomi 12S Ultra : ความละเอียด  1440 x 3200 px
  5. Xiaomi 12 Pro : ความละเอียด  1440 x 3200 px
  6. Samsung Galaxy S22 Ultra : ความละเอียด 1440 x 3088

เริ่มกันที่ผลลัพธ์จากการทดสอบ Geekbench 5 CPU ผลที่ได้ก็มีคำอธิบายว่าทำไม Galaxy S23 Ultra จึงเป็นผู้นำเหนือ nubia Red Magic 8 Pro ในการทดสอบแบบ single-core และตามหลังในการทดสอบแบบมัลติคอร์ นั้นเพราะว่า Cortex-X3 ภายใน S23 Ultra มีการโอเวอร์คล็อกที่สูงกว่าปกตินั้นเองทำให้การทดสอบแบบคอร์เดียวสามารถทำคะแนนได้ดี แต่ในการทดสอบแบบมัลติคอร์กลับได้คะแนนน้อยกว่าเพราะคอร์ Cortex-X3 ไม่ได้ใช้ในการทดสอบแบบมัลติคอร์เป็นตัวหลักนั้นเอง ทำให้ Red Magic 8 Pro มีข้อได้เปรียบเหนือ Galaxy เล็กน้อย

GeekBench 5 (มัลติคอร์) คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี

| galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
GeekBench 5 (แกนเดียว) คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี

2 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
ในขณะผลทดสอบของ Galaxy S23 Ultra บน AnTuTu นั้นตามหลัง Red Magic 8 Pro อยู่ แต่เน้นไว้อีกครั้งว่าความละเอียดหน้าจอของ Red Magic 8 Pro อยู่ที่ 1080p+ ซึ่งต้องการพลังประมวลผลด้านกราฟิกที่น้อยลง ท้ายที่สุด AnTuTu 9 เป็นการทดสอบแบบผสม แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้จากทดสอบนี้คือ Snapdragon 8 Gen 2 มีความแรงกว่า Snapdragon 8+ Gen 1 รุ่นเก่า และแรงกว่า A16 Bionic ใน iPhone 14 Pro Max ค่อนข้างมากทีเดียว

AnTuTu 9 ยิ่งสูงยิ่งดี

3 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

ผลทดสอบอื่นๆ

GFX Aztek ES 3.1 High (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

4 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

GFX Aztek ES 3.1 High (offscreen 1440p)

5 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

GFX Aztek Vulkan High (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

6 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Aztek Vulkan High (offscreen 1440p) ยิ่งสูงยิ่งดี

7 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Car Chase ES 3.1 (offscreen 1080p) ยิ่งสูงยิ่งดี

8 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Car Chase ES 3.1 (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

9 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

3DMark Wild Life Extreme (offscreen 1440p) ยิ่งสูงยิ่งดี

10 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

จากผลทดสอบต่างๆ ก็พูดได้ว่าถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ GPU มาก Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy จะเป็นผู้ชนะที่ค่อนข้างชัดเจน โดยในการทดสอบแบบ Offscreen (ไม่เกี่ยวกับหน้าจอ) เกือบทั้งหมด Galaxy S23 Ultra สามารถแซงหน้าทำคะแนนได้สูง แต่ผลการทดสอบแบบบนหน้าจออาจจะถูกทำคำแนนได้ดีกว่าโดยโทรศัพท์ที่มีความละเอียดหน้าจอที่ต่ำกว่านั้นเอง ก็สรุปได้ว่า Galaxy S23 Series มีการอัปเกรดด้านการประมวลผลที่เหนือกว่ารุ่นก่อนอย่างมากแบบชัดเจนครับ

ข่าว: ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/benchmarks-snapdragon-8-gen-2-for-galaxy-s23/

Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้

Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้
Wat.C

Honor จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Magic 5 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ภายในงาน MWC 2023 ซึ่งรุ่นนี้น่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Huawei P60 ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้

ข้อมูลจาก DigitalChatstation เผยว่า Honor จะเปิดตัวสมาร์ตโฟน Magic 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่ Huawei จะเปิดตัว P60 ในเดือนมีนาคม ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่า 2 รุ่นนี้จะมีความคล้ายคลึงกัน ทั้งในแง่ของสเปกและคุณสมบัติต่าง ๆ ครับ

Screen Shot 2566 02 04 at 22.25.56 | honor | Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้

Honor Magic series เป็นรุ่นที่เน้นความสามารถด้านกล้องเป็นหลัก จากภาพเรนเดอร์ด้านหลังจะใช้กล้องทรงกลม วางกล้องเป็นแนว 3 เหลี่ยม รองรับ Periscope Zoom 100x ตัวกล้องมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถรับแสงได้มากขึ้นกว่าเดิม ด้านสเปก ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 ระบบปฏิบัติการ MagicOS 7

ส่วน Huawei P60 ก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีกล้องล่าสุดเช่นเดียวกัน มีกล้องที่สามารถปรับรูรับแสงได้หลากหลาย ระบบภาพ XMAGE และรองรับชาร์จไว 88W

ข่าว: Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/huawei-p60-and-honor-magic-5-to-fight-in-march-in-china/

เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090
HallZy

Gigabyte เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กสุดแรง ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Intel Core i9-13900HX สถาปัตยกรรม Raptor Lake 24C/32T ความเร็วสูงสุด 5.4 GHz และมีการ์ดจอออนบอร์ด (Integrated Graphics) มาให้ด้วย แต่ว่าประสิทธิภาพในการทำงานต่ำกว่ารุ่นบนเดสก์ท็อป

GIGABYTE AORUS 17X 2 videocardz | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

ถึงจะใส่มาให้ก็เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงไม่ได้สนใจสักเท่าไรก็เพราะ AORUS 17X มาพร้อมกับ GeForce RTX 4090 การ์ดจอสุดแรงจาก NVIDIA และดีที่สุดในเวลานี้ ด้วยประสิทธิภาพระดับนี้ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม RTX 4090 ถึงมีการใช้พลังงานสูงสุดถึง 175W 

GIGABYTE AORUS 17X 1 videocardz2 | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

สเปกของ AORUS 17X 

  • Intel Core i9-13900HX 24C/32T Turbo 5.4 GHz 
  • NVIDIA GeForce RTX 4090 16GB GDDR6 
  • DDR5 32GB (16×2) 5600 MHz 
  • 2TB M.2 SSD 
  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว 16:9 ความละเอียด 2560×1440 240Hz, DCI-P3 100%
  • Windows 11 Pro / Wi-Fi 6E / Bluetooth V5.2 

GIGABYTE AORUS 17X 1 videocardz | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

ความแรงระดับนี้การระบายความร้อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ตัวโน๊ตบุ๊กมาพร้อมกับมาลงระบายอากาศ 4 ตัวที่ และ Vapor Chamber แบบเต็มระบบ ด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมอาจทำให้การพกพาไปไหนมาไหนไม่สะดวกสักเท่าไร  ตัวเครื่องมีราคาอยู่ที่ $3,899 และเริ่มจัดส่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2023 ใครสนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ 

ข่าว: เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/aorus-17x-the-first-laptop-with-geforce-rtx-4090/

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ
HallZy

AMD ประกาศอย่างวันวางจำหน่ายและราคาของ Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ โดยจะวางขายด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นคือ Ryzen 7 7800X3D, Ryzen 9 7900X3D และ Ryzen 9 7950X3D โดยชิปประมวลผลทั้ง 3 ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้สูงขึ้น โดยโมเดลเรือธงนั้นทาง AMD ปล่อยออกมาเพื่อมาแข่งกับ Intel Core i9-13900K จากฝั่งคู่แข่งนั่นเอง

7900X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

 Ryzen 7000X3D ซีรีส์ที่มีการประกาศวันวางจำหน่ายและราคา 

  • AMD Ryzen 7950X3D 16C/32T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.7 GHz ขนาด Cache 144MB และ TDP 120W ราคา $699 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7900X3D 12C/24T 4.4 GHz ความเร็วสูงสุด 5.6 GHz ขนาด Cache 140MB และ TDP 120W ราคา $599 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7800X3D มาพร้อมกับ 8C/16T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.0 GHz ขนาด Cache 104MB และ TDP 120W ราคา $449 วางจำหน่ายวันที่ 6 เมษายน 2023

7800X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

หากใครสั่งซื้อ Ryzen 7 7800X, Ryzen 9 7900X หรือ Ryzen 9 7950 รับไปโค้ดเกม Star Wars Jedi: Survival ไปเล่นกันแบบฟรี ๆ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าโปรโมชั่นนี้จะมีใน Ryzen 7000X3D ซีรีส์หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป 

ข่าว: AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/amd-ryzen-9-7950x3d-launches-february-28th/

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
Appdisqus Team

รวมมือถือยอดขายถล่มทลายทั้งในกลุ่ม New-entry ไปจนถึงรุ่นแฟล็กชิป ของ realme ในปี 2022 รุ่นไหนบ้างที่ครองใจคนรุ่นใหม่ในรายชื่อสมาร์ตโฟนที่ติดอันดับรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ในปี 2022

โดยอ้างอิงความนิยมจากยอดขายในการเปิดตัว รวมถึงการจัดแคมเปญผ่านแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ ซึ่งในวันนี้ในทุกรุ่นยังคงเป็นมือถือขายดีอยู่ในทุกช่องทางจำหน่าย และเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เช่นเดิมด้วยราคาจำหน่ายในปัจจุบันนั้นเองครับ

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realmeในปี 2022 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

เริ่มต้นกันที่สมาร์ตโฟนระดับแฟล็คชิปอย่าง GT Series ที่ realme จัดแน่นในทุกด้านทั้งสเปค ดีไซน์ แบตเตอรี่ เรียกได้ว่าได้รับเสียงฮือฮาในทุกครั้งที่เปิดตัว โดยมาเริ่มกันที่

1.   realme GT Neo 3 และ GT Neo 3T

realme GT Neo 3 และ GT Neo 3T นำแฟน ๆ ไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ฟอร์มูล่า-1 และธงตารางหมากรุกที่โบกสะบัด ณ จุดเส้นชัย สื่อถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วแรงเต็มสปีดสมศักดิ์ศรีแฟล็กชิปของแบรนด์ และไม่ได้เร็วเฉพาะการทำงาน แต่ยังรวมไปถึงระบบชาร์จ SuperDart Charge 80W ที่สามารถชาร์จไฟ 0-50% ได้ภายในเวลา 12 นาที นอกจากนี้ ยังมาพร้อมจอแสดงผลระดับเทพที่ Refresh Rate 120Hz พร้อมระบบเสียงลำโพงคู่ที่ให้คุณเสพความบันเทิงและคอนเทนต์ทุกรูปแบบได้อย่างเต็มอารมณ์

สำหรับรุ่น realme GT Neo 3T ยังครองแชมป์สมาร์ตโฟนยอดขายอันดับ 1 (หมวด Mobile Category) ในช่วงการจัดแคมเปญ “Shopee Super Brand Day” เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และยังสามารถครองยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 อย่างต่อเนื่องในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคา 10,000-14,999 บาท ประจำเดือนธันวาคมอีกด้วย

realme GT NEO 3 (8GB/256GB) สะท้อนความโฉบเฉี่ยวแบบ Racing Stripe Design ติดตั้งขุมพลัง Dimensity 8100 5G Processor จำหน่ายในราคา 18,999 บาท

realme GT Neo 3T (8GB/128GB) นำเสนอมิติใหม่แห่งงานดีไซน์ด้วยลายธงตารางหมากรุก เลือกใช้ซีพียู Snapdragon 870 ที่รันทุกแอปได้เร็วแรงถึงใจไม่มีสะดุด จำหน่ายในราคา 12,999 บาท

realme GT Neo 3

realme GT Neo 3 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT Neo 3 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme GT 3T

realme GT 3T 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT 3T 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

2.   realme GT 2 Pro

สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่พรีเมียมที่สุดจาก realme ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ด้านแรกคือดีไซน์การออกแบบจาก Bio-Base polymer หรือโพลิเมอร์ชีวภาพ ตอบโจทย์กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ โดยได้ร่วมออกแบบกับคุณ Naoto Fukasawa และมากไปกว่านั้น สำหรับดีไซน์แบบ Bio-Base polymer นี้ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษจากคาร์บอนถึง 63% ต่อกิโลกรัม ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่พรีเมียม แต่ realme GT 2 Pro ยังมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ใหม่ล่าสุด มั่นใจในความเร็วแรงได้อย่างไม่มีจำกัด และยังได้จอแสดงผล Super Reality กับความละเอียด 2K AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว เอาใจผู้ใช้อย่างได้ในทุกด้านอย่างลงตัว

และด้วยความพรีเมียมที่มาในราคาที่คุ้มค่า จึงทำให้ realme GT 2 Pro ครองใจผู้ใช้งานด้วยกระแสที่มาแรงกับยอดขาย 300 เครื่องภายใน 1 ชั่วโมง และยังทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวด
สมาร์ตโฟนระดับราคา 20,000 บาท บนช่องทางออนไลน์มาแล้ว

realme GT 2 Pro (12/256GB) มาในราคา 24,990 บาท

realme GT 2 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT 2 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ตามมาด้วยรุ่น Number Series ที่ก็ไม่น้อยหน้า โดยในปีที่ผ่านมา realme ได้เปิดตัว Number Series หลายรุ่นโดยแต่ละรุ่นก็มาพร้อมความน่าประทับใจที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้น realme ก็มอบความคุ้มค่าได้อย่างเหลือเชื่อ โดยมาเริ่มกันที่

3.   realme 10 Pro Series

สุดยอดสมาร์ตโฟนตัวท็อปใน Number Series ที่ได้กระแสชื่นชมถล่มทลาย ด้วย realme 10 Pro+ 5G มาพร้อมหน้าจอโค้งที่หรูหราพร้อม Refresh Rate 120Hz ดีไซน์ตัวเครื่องและขอบจอเพรียวบางระดับ Ultra-Thin เอฟเฟ็กต์ฝาหลังแบบไฮเปอร์สเปซสุดอลังการด้วยดีไซน์เส้นแสงสุดล้ำ 3 มิติ และนอกจากดีไซน์สุดพรีเมียมแล้วยังจัดเต็มกับสเปก มอบการใช้งานที่ลื่นไหลขั้นสุด พร้อมหน่วยความจำเริ่มต้นสูงถึง 256GB เรียกได้ว่าใช้งานทั่วไปแบบเหลือ ๆ โดยไม่ต้องใส่เมโมรี่การ์ดเพิ่ม และอีกฟีเจอร์ที่เหนือกว่าแฟล็กชิปทุกรุ่นในท้องตลาดปัจจุบันคือเทคโนโลยีการปรับความสว่างหน้าจอระดับ 2160Hz PWM จึงสามารถแสดงสีสันได้แม่นยำในทุกระดับความสว่างและช่วยถนอมสายตาได้มากที่สุดในโลกสมาร์ตโฟนปัจจุบัน!

ด้วยฟีเจอร์เด่น ๆ ที่กล่าวมา จึงไม่น่าแปลกใจที่ realme 10 Pro Series จะติดอันดับ Top 2 สมาร์ตโฟนขายดีในระดับราคา 14,000-16,999 บาท บนแพลตฟอร์ม Shopee ประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

realme 10 Pro Series นำเสนอ 2 รุ่น ทั้ง realme 10 Pro 5G (8GB/256GB) ในราคา 11,999 บาท และ realme 10 Pro+ 5G (12GB/256GB) ในราคา 15,999 บาท

realme 10 Pro + 5G

realme 10 Pro 5G 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 10 Pro 5G 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme 10 Pro 5G

realme 10 Pro 5G 02 1 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022realme 10 Pro 5G 01 1 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

4.   realme 9 Pro Series

realme 9 Pro Series นับเป็นสมาร์ตโฟนที่เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก ด้วยการเป็น Capture The Light  ซึ่งนับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกล้องระดับเรือธงในระดับ Mid-range โดยมาด้วยกัน 2 รุ่น คือ realme 9 Pro+ ด้วยการเต็มกับกล้องที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟนระดับเซ็กเมนต์เดียวกัน พร้อมชูเทคโนโลยี ProLight Imaging Technology พร้อมจัดเต็มกับความแรงด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 920 5G และอีกหนึ่งรุ่นกับ realme 9 Pro มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 695 5G ตัวแรกในระดับเซกเมนต์เดียวกัน และเพิ่มหน่วยความจำ Dynamic RAM ได้ถึง 13GB ไม่เพียงเท่านั้น ยังมาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling System ทำให้ realme 9 Pro มอบประสิทธิภาพการทำงานเหนือขั้น

และด้วยสเปคอันคุ้มค่าที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ realme 9 Pro Series ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มาแรงและเป็นกระแสจนถึงวันนี้ พร้อมการันตีจากการคว้ารางวัลสมาร์ทโฟนแห่งปี 2022จากสื่อไอทีหลายเจ้า แสดงให้เห็นว่า realme 9 Pro Series นั้นคุ้มค่าและสามารถมัดใจผู้ใช้งานได้อย่างปฏิเสธไม่ได้

realme 9 Pro Series นำเสนอ 2 รุ่นทั้ง realme 9 Pro (6/128) ราคา 8,999 บาท, realme 9 Pro (8/128) ราคา 9,999 บาท และ realme 9 Pro+ (8/256) ราคา 12,999 บาท

realme 9 Pro+

realme 9 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 9 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme 9 Pro

realme 9 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 9 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ปิดท้ายด้วยสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กอย่าง C Series ที่ก็ปังไม่แพ้กัน นั่นเพราะ realme ตั้งใจที่จะมอบประสิทธิภาพที่คุ้มค่าผ่านสมาร์ตโฟนในทุกระดับ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง

5.   realme C33

หนึ่งในบัดเจ็ตสมาร์ตโฟนที่ครองใจวัยรุ่นทั่วโลกจนถูกยกย่องให้เป็น Budget King ในทันทีที่เปิดตัว กับ realme C33 ด้วยการออกแบบฝาหลังที่งดงามเกินบรรยายให้เป็นเอ็กเฟ็กต์ระลอกคลื่นที่เล่นแสงได้จากทุกทิศทาง ผสานรูปทรงตัวเครื่องที่บางเพียง 8.3 มม. ทำให้เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่ดูหรูหราเกินราคาและมีสไตล์โดดเด่นที่สุดในสมาร์ตโฟนเซกเมนต์เดียวกัน ทั้งยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ด้วยกล้องถ่ายรูปสุดล้ำนำเทรนด์ที่ให้ความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล พร้อมการประมวลผลภาพด้วย CHDR algorithm รูปแบบใหม่ ที่มีโหมดถ่ายภาพมากมายทั้ง Beauty, Super Night, HDR, Panoramic View, Portrait, Time-lapse และ Expert Mode ซึ่งตอบทุกโจทย์การถ่ายภาพได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ realme C33  ยังเป็นหนึ่งในบัดเจ็ตสมาร์ตโฟนเพียงไม่กี่รุ่นในท้องตลาดที่ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5000mAh และใช้ถาดใส่ซิมแบบ 3 สล็อต โดยใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม และยังสามารถใส่ Micro SD card เพิ่มได้สูงสุดถึง 1TB! ถือเป็นฟังก์ชันเด็ดที่แม้แต่มือถือระดับแฟล็กชิปก็ไม่มีให้

บัดเจ็ตสมาร์ตโฟน realme C33 เสนอขายในราคาเพียง 4,499 บาทเท่านั้น

realme C33 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme C33 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

6.   realme C35

realme ยังนำเสนอรุ่นอัปเกรดจาก C33 มาสู่ C35 โดยได้เพิ่มฟีเจอร์อีกมากมาย ทั้งงานออกแบบฝาหลังไดนามิกเรืองแสงอันล้ำสมัย พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางกว่าเดิมเพียง 8.1 มม. ซึ่งถือเป็นรุ่นที่บางเบาที่สุดของ C Series ในปัจจุบัน อีกหนึ่งการอัปเกรดคือในส่วนกล้องถ่ายภาพที่ขยับมาใช้เซ็นเซอร์กล้องหลักเทียบเท่ากับรุ่นท็อปในปีที่แล้วของแบรนด์อย่าง GT2 Pro ซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซลด้วยรูรับแสงกว้าง f/1.8 ช่วยเก็บรายละเอียดของแสงสีได้ครบถ้วนทุกมิติ

นอกจากนี้ ยังให้หน้าจอความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งหายากในมือถือระดับราคาเดียวกัน ด้วยขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นที่ 6.6 นิ้ว ช่วยให้คุณรับชมวิดีโอและคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างสมจริงและเต็มตามากขึ้น และยังคงมาพร้อมฟีเจอร์เด่นอื่น ๆ ที่มีในรุ่น C33 ทั้งแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh, เทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion Technology (DRE) เพื่อการใช้งานแบบ Multitasking, และระบบ Quick Charge 18W

และด้วยความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้นี้ทำให้ realme C35 ติดโผอยู่ในอันดับ 6 ในกลุ่มสมาร์ตโฟนยอดขายดีในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการรายงานของ Canalys Report ประจำไตรมาส 1 ปี 2565 อีกด้วย

realme C35 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 4,499 บาท

realme C35 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme C35 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ข่าว: รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/best-of-realme-smartphone-2022/

Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy พิเศษจากรุ่นปกติอย่างไรบ้าง

Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy พิเศษจากรุ่นปกติอย่างไรบ้าง
Wat.C

Sasmsung เปิดตัว Galaxy S23 ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นพิเศษที่ Qualcomm พัฒนาร่วมกับ Samsung โดยเฉพาะ นอกจากเรื่องความเร็วที่ Overclock จากรุ่นปกติมาแล้วก็มีอย่างอื่นที่พิเศษขึ้นด้วยเหมือนกัน

Screen Shot 2566 02 03 at 19.49.38 | Qualcomm | Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy พิเศษจากรุ่นปกติอย่างไรบ้าง

Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy ยังใช้ Cognitive ISP ใหม่ของ Qualcomm ซึ่งสามารถวิเคราะห์และแบ่งส่วนต่าง ๆ ภายในรูปภาพได้ ซึ่ง Samsung เรียกฟีเจอร์นี้ว่า AI Object-Aware Engine ในการปรับปรุงแต่ละส่วนภายในภาพ ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้ว่าจะผ่านการปรับปรุงด้วย AI มาแล้วก็ตาม

Galaxy S23 ยังสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของกลุ่ม Android ที่รองรับการถ่ายวิดีโอ Super HDR 4K 60fps โดยสามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกวิดีโอ Super Steady ในความละเอียด QHD (อัปเกรดจากความละเอียด 1080p ใน Galaxy S22) และวิดีโอแนวตั้งใน 4K 30fps (อัปเกรดจากความละเอียด 1080p ของปีที่แล้ว) เทียบเท่ากับ iPhone 14 Pro ครับ

Screen Shot 2566 02 03 at 19.50.04 | Qualcomm | Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy พิเศษจากรุ่นปกติอย่างไรบ้าง

ข่าว: Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy พิเศษจากรุ่นปกติอย่างไรบ้าง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/whats-special-inside-galaxy-s23s-exclusive-snapdragon-8-gen-2-chip/