คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

รวมคีย์ลัด Windows 11 ทั้ง 29 แบบ กดถนัดประหยัดเวลาไปโข! ทำงานสะดวกใช้พีซีถนัดกว่าเดิม!

คีย์ลัด Windows กดเป็นกดคล่องเมื่อไหร่ ทำงานไวกว่าเดิมแน่นอน!

Share image Edit Name 2windows11 1

ใครที่ใช้พีซีหรือโน๊ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ Windows ก็น่าจะพอรู้จักคีย์ลัด Windows กันอยู่บ้างสัก 4-5 วิธี เช่น คำสั่ง Copy/Paste และอื่นๆ ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน แต่จริงๆ แล้ว คีย์ลัดนั้นมีให้ใช้งานเยอะมาก ไม่ว่าจะคีย์สำหรับโปรแกรมนั้นๆ โดยเฉพาะ หรือคีย์ลัด Windows สำหรับเรียกคำสั่งของระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งานก็มีให้ใช้มากมาย ยิ่ง Windows 11 ก็มีคีย์ลัดใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานอีกเพียบเพื่อใช้กับฟังก์ชั่นใหม่ๆ จากทาง Microsoft โดยเฉพาะ

Advertisementavw

ข้อดีของการจำคีย์ลัดได้ ไม่ใช่เฉพาะเอาไว้อวดว่าเรารู้จักคำสั่งนั้นนี้ แต่ช่วยประหยัดเวลาตอนจะใช้คำสั่งใดคำสั่งหนึ่งโดยเฉพาะให้เปิดขึ้นมาได้เร็วกว่าเดิม แต่ช่วยเปิดฟังก์ชั่นบางอย่างที่มีประโยชน์ขึ้นมาใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะคำสั่งพิมพ์ด้วยเสียง, เปิด Desktop เสริม ฯลฯ เข้ามาได้อีกมากมาย ช่วยให้ทำงานได้สะดวก จัดการงานได้เร็วและตั้งค่าตัวเครื่องให้ทำงานได้ถนัดมือยิ่งกว่าเดิมด้วย

สารบัญคีย์ลัด Windows กดคล่องชีวิตสะดวก ทำงานไวขึ้นหลายเท่า!

คีย์ลัด windows

29 คีย์ลัด Windows 11 ฝึกกดเอาไว้ให้คล่องมือ ทำงานเร็วขึ้นหลายเท่า!!

คีย์ลัด Windows ทั้ง 29 แบบที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำนั้น จะเป็นคีย์ลัดที่อิงกับระบบปฏิบัติการ Windows 11 เป็นหลัก ซึ่งคีย์ลัดบางอย่างอาจจะใช้ร่วมกับ Windows เวอร์ชั่นก่อนหน้าอย่าง 7 หรือ 10 ได้บ้าง โดบคีย์ลัดที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่คีย์ลัดที่กดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดร่วมกับตัวเลข 1~0 หรือตัวอักษร A~Z และกดผสาน 3 ปุ่ม ซึ่งคีย์ลัดทั้ง 2 หมวดใหญ่จะมีดังนี้

คีย์ลัด Windows+ตัวเลขหรือตัวอักษร

Screenshot 2022 09 30 114646

Windows+ตัวเลข 1~0 ข้างปุ่ม Grave accent (~) – ใช้เรียกโปรแกรมบน Taskbar โดย Windows จะเรียงลำดับไล่จากซ้ายไปขวา โดยโปรแกรมที่อยู่คีย์หมายเลข 1 จะเป็นโปรแกรมถัดจาก Microsoft Team เป็นต้นไปจนถึงเลข 0 เป็นตัวสุดท้าย นอกจากนั้นให้คลิกเลือกเอง

action center

Windows+A – เปิด Action Center หรือหน้าต่างคุมการตั้งค่าพื้นฐานของตัวเครื่อง เช่น เชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth, Flight mode, เสียง, ความสว่างของหน้าจอ เป็นต้น และ Action Center ถ้ากดไอคอนปากกามุมล่างขวาจะเพิ่มหรือลดส่วนของการตั้งค่าด่วนได้ โดยเพิ่มได้มากสุด 12 อย่าง ถ้ากดรูปฟันเฟืองจะเรียกคำสั่ง Settings ขึ้นมาได้ หากเป็นโน๊ตบุ๊คจะมีไอคอนรูปแบตเตอรี่ตรงมุมล่างซ้ายมือ หากคลิกจะเปิดคำสั่ง Power & Battery ขึ้นมา

Screenshot 2022 09 30 123058

Windows+B – เลือก System Tray ของ Windows เพื่อดูโปรแกรมที่ Windows รันอยู่เบื้องหลังได้ และหากไม่ต้องการให้โปรแกรมดังกล่าวรันอยู่ก็สามารถคลิกขวาเลือกปิดการทำงานได้เช่นกัน

teamblur

Windows+C – เปิดโปรแกรม Microsoft Team ขึ้นมาใช้งาน

Windows+D – สั่งพับหน้าโปรแกรมแล้วกลับไปหน้า Desktop กดซ้ำจะเรียกโปรแกรมทั้งหมดกลับมาอีกครั้ง เผื่อกรณีผู้ใช้จะเปิดโปรแกรมหรือใช้ไฟล์อื่นบนหน้าเดสก์ท็อป

Windows+E – เปิด File Explorer ขึ้นมาใช้งาน

Windows+F – เปิด Feedback Hub สำหรับแจ้งปัญหาการใช้งาน Windows

Windows+G – เปิด Xbox Game Bar ใช้บันทึกวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอ, ดูสถานะการทำงานของ CPU, GPU, RAM ได้ เป็นฟังก์ชั่นใน Windows 10 เป็นต้นไป โดยโปรแกรมจะอัดหน้าต่างที่เราใช้งานอยู่เป็นไฟล์เป็น MP4 แล้วเซฟเอาไว้ใน C:\Users\[ชื่อ User ของเรา]\Videos\Captures

speeh service

Windows+H – Microsoft Speech Service เป็นคำสั่งพิมพ์ด้วยเสียง โดยใช้ระบบของ Windows รองรับการพิมพ์ภาษาไทย, อังกฤษ และเลือกเปิด Auto punctuation หรือใส่จุลภาค (,) ได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้ที่ต้องการพิมพ์ข้อความทำงานได้สะดวกขึ้น

settings

Windows+i – เปิดคำสั่ง Settings ของ Windows ขึ้นมาเพื่อตั้งค่าตัวเครื่อง โดยจะเปิดหน้าแรกสุดของ Settings ขึ้นมาให้ผู้ใช้เลือกประเภทการตั้งค่าที่ต้องการได้เลย

Screenshot 2022 09 30 123944

Windows+K -สั่ง Cast ภาพจากหน้าจอคอมหรือโน๊ตบุ๊คของเราได้ หากมีหน้าจอที่รองรับอยู่จะมีรายชื่อจอนั้นๆ ขึ้นมาในแถบใต้ Available displays ให้เลือก

Windows+L – ล็อคคอมพิวเตอร์กลับไปหน้า Login แรกสุด แนะนำให้กดเมื่อไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์และไม่อยากให้ผู้อื่นมาใช้เครื่องโดยพลการ ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวและเป็นคีย์ลัดที่ผู้เขียนแนะนำให้กดให้ชินมือ

Screenshot 2022 09 30 124652 2

Windows+M – พับหน้าจอทั้งหมดกลับไปหน้า Desktop แต่กดซ้ำจะไม่เรียกหน้าต่างกลับมาทั้งหมดเหมือน Windows+D ต้องเลือกเปิดโปรแกรมกลับมาเอง

notification

Windows+N – เปิด Notification Center และปฏิทินขึ้นมา ดูว่าโปรแกรมแชต, การจดแจ้งเตือน (Remider) และตัวระบบมีการแจ้งเตือนอะไรกับผู้ใช้บ้าง

project

Windows+P – คำสั่ง Project สำหรับตั้งค่าหน้าจอทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของเรา โดยการตั้งค่าทั้ง 4 แบบจะทำงานดังนี้

Screenshot 2022 09 30 154941

  • PC screen only – แสดงผลภาพบนจอหลักที่ถูกตั้งค่าเป็นจอที่ 1 ในการตั้งค่า Display ของ Windows หากใครเอาโน๊ตบุ๊คมาต่อหน้าจอแยกแล้วใช้ต่าง Desktop PC แนะนำให้ตั้งค่าในคำสั่ง Change what closing the lid does สังเกตตรง When I close the lid แล้วเลือกแค่ช่องตรง Plugged in เป็น Do nothing แล้วกด Save changes พอพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คแล้วเครื่องจะไม่ตัดเข้าโหมด Sleep 
  • Duplicate – แสดงผลหน้าจอ 1, 2 แบบเดียวกัน เหมาะกับตอนใช้พรีเซนต์งาน แต่ความละเอียดจะอิงตามจอที่ความละเอียดต่ำกว่า เช่น ถ้าหน้าจอแยกมีความละเอียด 2K แต่จอโน๊ตบุ๊คเป็น Full HD หน้าจอแยกจะแสดงผลแค่ Full HD เท่านั้น
  • Extend – ขยายพื้นที่แสดงผล คือ ใช้ทั้งสองหน้าจอทำงานคู่เป็น Desktop เดียวกัน และถ้าต้องการกำหนดว่าให้จอไหนเป็นจอ 1, 2 ให้เข้าไปตั้งค่าในส่วน Display ของ Windows
  • Second screen only – ใช้เฉพาะหน้าจอรองเท่านั้น ดับหน้าจอหลักทิ้ง

winr

Windows+R – คำสั่ง Run ซึ่งคำสั่งนี้จะมีคำสั่งเฉพาะหลากหลาย ตั้งแต่รันโปรแกรมไหนโปรแกรมหนึ่งหรือเข้าการตั้งค่าส่วนลึกของ Windows ได้

Screenshot 2022 09 30 130146

Windows+T – คำสั่งเลือกโปรแกรมบน Taskbar โดยไม่ต้องใช้เมาส์ เมื่อกดจะมีกรอบไฮไลต์สีขาวและจะเลื่อนเมื่อกดซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อกด Enter ตรงโปรแกรมไหนจะเปิดโปรแกรมนั้นๆ ขึ้นมา

accessibilityblur

Windows+U – เปิดหน้าตั้งค่า Accessibility เพื่อตั้งค่าช่วยเหลือผู้มีปัญหาด้านการใช้งานตามปกติ มีตัวเลือกหลากหลายรองรับผู้มีปัญหาตั้งแต่สายตาบอดสีจนกระทั่งผู้พิการทางสายตาก็มีระบบ Narrator หรือฟังก์ชั่นการอ่านออกเสียงด้วยระบบของ Windows ให้เปิดใช้งาน

clipboard

Windows+V – เปิดคำสั่ง Clipboard และรวมถึงหน้าใส่ Emoji, GIF ต่างๆ ของ Windows ขึ้นมาใช้งาน ซึ่ง Clipboard จะเซฟภาพ, ประโยคที่ผู้ใช้กด Ctrl+C เอาไว้ เมื่อต้องการเอาภาพหรือประโยคไหนมาใช้ ให้คลิกที่ประโยคนั้นๆ แล้วจะเหมือนกด Ctrl+V 

widget

Windows+W – เปิดหน้าต่าง Widget ของ Windows 11 ขึ้นมาเพื่อดูหน้ารวมข้อมูลต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สนใจอยู่เอาไว้ ตัวอย่างเช่นสภาพอากาศ, หุ้น, ข่าวต่างๆ ฯลฯ ให้ดูได้โดยสะดวก

winx smol

Windows+X – คีย์เรียกคำสั่งสำคัญของ Windows ขึ้นมา ทำงานเหมือนคลิกขวาตรงโลโก้ Windows บน Desktop สามารถใช้ปุ่มลูกศรและ Enter เพื่อเลื่อนและเลือกคำสั่งนั้นๆ ได้ทันที

windowsZ

Windows+Z – คำสั่งแบ่งสัดส่วนหน้าต่างโปรแกรม (Display Manager) ว่าจะแบ่งหน้าจอโปรแกรมต่างๆ อย่างไร เมื่อคลิกรูปแบบการแบ่งจอที่ต้องการแล้ว ตัวระบบจะให้ผู้ใช้เลือกว่าจะเอาโปรแกรมต่างๆ ไปไว้ตรงส่วนไหนของหน้าจอ

จะเห็นว่าคีย์ลัด Windows 11 แค่การกดปุ่ม Windows กับตัวอักษรต่างๆ ก็มีคีย์ลัดให้ใช้งานได้มากมาย ซึ่งมีคีย์ลัดทั้งปุ่มที่คุ้นมือผู้ใช้หลายๆ คนและก็มีอีกหลายคีย์ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าหลายๆ คนก็คงจะไม่คุ้นเคยหรือเพิ่งจะรู้เช่นกัน ดังนั้นถ้าเรารู้วิธีและใช้งานได้ถนัดก็จะทำงานได้ไหลลื่นขึ้นแน่นอน

คีย์ลัด Windows อื่นๆ ที่น่าใช้งาน

นอกจากคีย์ลัดแบบกดปุ่ม Windows กับตัวอักษรตัวเดียวแล้ว ทาง Microsoft ก็มีคีย์ลัดแบบกดร่วมกับปุ่มใช้งานอื่นๆ เสริมเข้ามาให้ด้วย โดยคีย์ลัดน่าใช้และผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

magnifier

Windows กับเครื่องหมาย + – เรียกโปรแกรม Magnifier (แว่นขยาย) เพื่อซูมดูสิ่งต่างๆ บนหน้าจอ ถ้ากดเครื่องหมายลบ (-) จะซูมออก และถ้ากด Windows+Esc ตอนเปิด Magnifier อยู่ จะปิดโปรแกรมนี้

Windows+ลูกศรทิศทาง (ขึ้น, ลง, ซ้าย, ขวา) – พับหน้าจอโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ให้ขยับไปอยู่ฝั่งซ้าย, ขวา, พับครึ่งให้อยู่ส่วนบนหรือล่างของหน้าจอ ช่วยให้จัดการพื้นที่ Desktop ได้สะดวก แบ่งพื้นที่ตามการใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

Windows+Spacebar – เปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดเป็นค่าตั้งต้นของ Windows หากอยู่หน้า Login แล้วกดปุ่มเปลี่ยนภาษาเพื่อล็อคอินไม่ได้ ให้ลองกดเปลี่ยนภาษาด้วยคีย์ลัด Windows อันนี้ดู

Win SnippingTool

Windows+Shift+S – เรียกโปรแกรม Snipping Tools ขึ้นมาเซฟภาพหน้าจอ มีตัวเลือก 3 แบบ ได้แก่เซฟภาพหน้าจอแบบกรอบสี่เหลี่ยม, เซฟภาพหน้าจอแบบเลือกพื้นที่ที่ต้องการ, เซฟหน้าต่างโปรแกรมที่ต้องการเซฟ หรือสั่งเซฟทั้งจอเหมือนกด Windows+Print screen ก็ได้เช่นกัน

wintab resize

Windows+Tab – โชว์แท็บโปรแกรมทั้งหมดที่เปิดอยู่ขึ้นมาค้างไว้ ให้ผู้ใช้คลิกเลือกแล้วสลับไปใช้โปรแกรมนั้นๆ ได้ทันที และสังเกตว่าแถบด้านล่างจะมี Desktop พร้อมตัวเลขและตัวเลือก New Desktop อยู่ นั่นเพราะทาง Microsoft ได้ใส่ฟังก์ชั่น Virtual Desktop มาให้ใช้แบ่งโปรแกรมแยกไปไว้ตามหน้า Desktop ต่างๆ ตามต้องการ

desktop

Windows+Ctrl+D – สร้างหน้า Virtual Desktop ใหม่ เมื่อกดแล้ว Windows จะสลับไป Desktop นั้นโดยอัตโนมัติ หากต้องการปิด Desktop หน้านั้นทิ้งให้กด Windows+Ctrl+F4 แล้วระบบจะตัดกลับมาหน้า Desktop ก่อนหน้าโดยอัตโนมัติ

Windows+Ctrl+ลูกศรซ้าย/ขวา – เลื่อนไป Virtual Desktop ก่อนหน้าหรือถัดไป ถ้าไม่ได้เปิดหน้า Desktop อื่นเอาไว้จะใช้คีย์ลัดนี้ไม่ได้

hal gatewood Pr578ZCufII unsplash

จะเห็นว่าคีย์ลัดของ Windows นั้นมีวิธีกดหลากหลายแบบตามที่แนะนำไป ซึ่งอันที่จริงเราก็ไม่จำเป็นต้องจำได้ทั้งหมดก็ได้ แต่เน้นจำเฉพาะคีย์ลัดที่จำเป็นต่อการใช้งานของเราก็เพียงพอแล้ว แล้วค่อยลองคีย์ใหม่ๆ เพิ่ม ว่าคีย์นั้นตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือเปล่าแล้วค่อยประยุกต์มาใช้งานต่อไปก็ได้ หรือจะเอาไว้แนะนำเพื่อนหรือคนใกล้ตัวก็ดีเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

windows ssd cover

Share image Edit Name 1laptop2022 1

Share image Edit Name 2laptop 1 1

from:https://notebookspec.com/web/669694-29-windows-11-hotkeys-to-work-faster

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมดี อัพเกรดนิดก็แรงแล้ว อัพเดทปลายปี 2022

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ปลายปี 2022 นี้หาได้ไม่ยาก สเปคดีด้วย!

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไป เป็นระดับราคาในใจของผู้ใช้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าจะไม่ตอบโจทย์ขอบเขตงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ยิ่งในช่วงปี 2022 นี้ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทจากแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าก็จัดสเปคมาให้ดีพร้อมเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้สบายๆ ปรับกราฟิคระดับ High แล้วเล่นบนจอ Full HD ได้ลื่นไหล แถมยังมีรุ่นย่อยให้เลือกมากมาย ทั้งรุ่นที่ใช้ซีพียู AMD, Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ก็มี เป็นระดับราคาที่มีรุ่นน่าใช้และตัวเลือกเยอะทีเดียว

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอย้ำเสมอไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เมื่อเจอสเปคและแบรนด์ที่ชอบแล้วกำลังจะสั่งซื้อ ขอให้ผู้อ่านโฟกัสตรงแรมของตัวเครื่องไว้ว่า ถ้าได้มาแค่ 8GB ก็ขอให้เตรียมเงินเอาไว้ราว 1,000~1,500 บาท เพื่อซื้อแรมอีก 8GB มาอัพเกรด จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น แล้วจะเพิ่มหรือเปลี่ยน SSD ในเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้เลย

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
MSI Bravo 15 B5DD-406TH AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
MSI GF63 Thin 11UD-1031TH Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.86 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 3

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W AMD Ryzen 7 4800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990
Hp Victus Gaming 15-fb0068AX AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

27,490
Colorful X15 XS Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

Mini-DisplayPort x 1

MicroSD Card Reader x 1

LAN x 1

Mic-in x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
120Hz

2.25 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

28,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เล่นเกมลื่น ทำงานก็แจ่ม อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท มาใช้เพราะเครื่องเก่าเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ หรือรันงานหนักไม่ไหวแล้วล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีเครื่องรุ่นใหม่สเปคดี อัพเกรดได้ให้เลือกถึง 7 รุ่นทีเดียว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)
  5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)
1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)

bravo15

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคแรงพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีก็มี MSI Bravo 15 B5DD-406TH ให้เลือกซื้อ โดยรหัส Bravo จะเป็นรหัส AMD Ryzen และ Radeon จับคู่กัน ทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง AMD S.A.M. ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงว่าการ์ดจอในเครื่องเก่าไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพจัดว่าไว้ใจได้ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ MSI Bravo 15 B5DD-406TH
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)

thin

รุ่นถัดมาเป็น MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel ซึ่งในระดับราคา 30000 บาท ก็ได้สเปคแรงไปใช้งาน เพิ่มแรมอีก 8GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอน และข้อดีอีกอย่างของตระกูล Thin นั่นคือตัวเครื่องหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม เวลาพกไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ได้ทั้งหน้าตาเรียบร้อย, น้ำหนักเบาและสเปคแรงทีเดียว

สเปคของ MSI GF63 Thin 11UD-1031TH
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

nitro5

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน, สเปคต่อราคาคุ้มค่าและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อย่างละ 2 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ซึ่งในงบ 30000 บาท เมื่อจ่ายซื้อแล้วยังมีเงินเหลือเอาไว้ซื้อชิ้นส่วนอัพเกรดได้สบายๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทนี้ ต้องถือว่า Acer Nitro 5 เป็นรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า เหลือเงินเอาไว้ซื้อ RAM, SSD และเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)

asus

ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ที่สเปคยังดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้ดี อัพเกรดเพิ่มแรมอีกสักหน่อยก็แรงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกหลายปี และแม้ซีพียูจะเป็น AMD Ryzen 4000 Series แต่ตัวชิปก็ยังแรงเอาอยู่แน่นอน

ซีพียูของ TUF Gaming A15 เป็น AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จะเห็นว่า TUF Gaming A15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าใช้ได้ ทำงานกราฟิคก็ดีเล่นเกมก็ไหลลื่นแน่นอน

สเปคของ ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W
  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (Advice, BaNANA)
5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

hp2

 

 

 

Hp Victus Gaming 15-fb0068AX รหัสนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคสำหรับผู้ที่ชอบ AMD Ryzen จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่ๆ ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของ Hp Victus Gaming 15 จัดว่าแรงหายห่วงแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.29 กิโลกรัม ซึ่งตัว Hp Victus Gaming 15 นี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่เว่อร์จนเป็นเป้าสายตาเกินไปด้วย

สเปคของ Hp Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)

colorful

ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแบรนด์แต่ขอสเปคคุ้มไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ Colorful X15 XS นี้นอกจากหน้าตาจะสวยดูดี สเปคก็แรงตั้งแต่เปิดกล่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ไม่ต้องอัพเกรด เล่นเดิมๆ ได้เลย และตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.9 กิโลกรัม จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จึงไม่ต้องเผื่อเงินมาซื้อแรมไปอัพเกรดเลย พอร์ตที่เครื่องมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 หากใครไม่เกี่ยงว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำล่ะก็ Colorful X15 XS นั้นน่าสนใจสุดๆ

สเปคของ Colorful X15 XS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)

lenovo

ด้าน Lenovo ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA ให้เลือก โดยรุ่นนี้ยังเป็นบอดี้เก่าแบบตระกูล IdeaPad อยู่ ไม่ได้เป็นทรงที่หยิบยืมจาก Legion มาก็ตาม แต่ก็น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามากแน่นอน

ซีพียูของ IdeaPad Gaming เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 2.25 กิโลกรัม จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่น่าซื้ออีกรุ่นไม่แพ้เครื่องอื่น

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 28,990 บาท (ราคากลาง)

jeff hardi yRAK7Vcyl Q unsplash

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็จะมีผสมกันทั้งรุ่นเก่าและใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่คุ้นหูคนไทยหรือจะแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกันอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องชื่อชั้นของแบรนด์แต่เน้นด้านของสเปค ก็น่าจะได้ของดีคุ้มค่าไปใช้งานอย่างแน่นอน

ถัดมาเรื่องสเปค หลายคนก็อยากได้ของรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกัน แต่ราคาก็จะแพงจนเงินไม่พอจ่าย หรือถ้ากัดฟันซื้อแล้วเงินทองก็น่าจะมีปัญหาไปอีกหลายเดือนก็ไม่คุ้มกัน ดังนั้นต่อให้ซีพียูและการ์ดจอเก่าไปสัก 1 รุ่น แต่ราคาถูกกว่าชัดเจนก็น่าจะดีกว่าแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรด RAM, SSD แทนน่าจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

Share image Edit Name 3game 1

Share image Edit Name 1laptop2022 1

from:https://notebookspec.com/web/669447-7-gaming-laptop-under-30000-baht-2

HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นใหม่ เสียงชัด เอฟเฟกต์จัดเต็ม เน้นสวมสบาย

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง นุ่มสบาย สายเกมเมอร์โดยเฉพาะ ดีไซน์ใหม่ ไมค์ชัด

HyperX Cloud Stinger

HyperX Cloud Stinger 2 แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหูฟังราคาไม่ถึง 2 พันบาท เพราะเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่นปรับใหม่เกือบหมด หากเทียบกับ Stinger ในรุ่นแรก โดยเป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ ที่ใส่ลูกเล่นมาสมกับเป็นซีรีส์ Cloud เลยทีเดียว กับรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย ให้เส้นสายที่เข้ากับสไตล์ของเกมเมอร์ แม้จะไม่ได้เติมเรื่องของสีสันแสงไฟ RGB มาด้วย แต่ก็ดูลงตัว ปรับเลื่อนได้ง่าย และเอกลักษณ์สำคัญอย่าง เมมโมรีโฟม ที่อยู่บนครอบหูฟัง ก็ทำให้กระชับสบายหู ในแบบ Over-ear สวมใส่สบาย ในช่วงพักก็คล้องคอเอาไว้ได้ เพราะปรับหมุนได้ 90 องศา สายให้มายาวมากพอเพื่อความสะดวก เช่นเดียวกับระบบเสียง ที่รองรับ DTS Headphone-X โดยมีไดรเวอร์ในแบบแม่เหล็กนีโอดายเมียม ลดความผิดเพี้ยนให้เสียงที่หนักแน่น ไมโครโฟนแบบงดได้ และพับ-กางออก เพื่อเปิด-ปิด พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน น้ำหนักค่อนข้างเบา ประมาณ 300 กรัมเท่านั้น


จุดเด่น

Advertisementavw
  • เสียงกลางเด่น เน้นบันเทิง
  • ปรับเพิ่มเสียงได้เยอะ ไม่แตกพร่า
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up เปิด-เปิดได้ง่าย
  • เมมโมรีโฟมนุ่ม สวมสบายหู
  • น้ำหนักเบา
  • ดีไซน์ดูทันสมัย
  • ราคาไม่ถึง 2 พันบาท

ข้อสังเกต

  • เสียงแหลมพอใช้
  • ระบบเสียงรอบทิศทางยังไม่เต็มอิ่ม

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง


Specification

HyperX Cloud Stinger 2 Description
Drivers 50mm neodymium magnet
Form factor Over ear, closed back
Frequency response 10Hz – 28kHz
Frame material Plastic
Ear cushion material Memory foam with leatherette cover
Microphone Bi-directional, noise-cancelling condenser microphone / Flip to mute
Weight 270g
Connections 3.5mm (splitter included)
Surround sound Virtual (DTS Headphone:X)
Platform support PC, Nintendo Switch, Xbox Series X/S, PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox One
Price 1,690 บาท

Source: HyperX


Design

HyperX Cloud Stinger

ก่อนอื่นมาเรื่องของแพ๊คเกจ เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ก่อนหน้านี้ที่เราได้รีวิว Cloud Alpha S จะเป็นโทนขาวตัดสีเทา ส่วน Alpha Wireless เป็นโทนสีแดงตัดขาวต่างเป็นกล่องกระดาษแนวเรียบๆ แต่ Stinger 2 นี้ จะเป็นกล่องที่ดูแข็งแรงขึ้น มีความเป็น Glossy และมีลูกเล่นสีสันสวยงามมากกว่า

ด้านหน้าเป็นกราฟิกตัวอุปกรณ์ให้เห็นได้แบบชัดๆ และเทคโนโลยีของหูฟังรุ่นนี้ สามารถอ่านข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ

HyperX Cloud Stinger

ด้านหลังยังคงมาใส่เป็นรายละเอียดสำคัญของหูฟังรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ภาพกราฟิก ดีไซน์และอุปกรณ์ที่บันเดิลมา รวมถึงเทคโนโลยี แจ้งมาในบริเวณด้านหลังนี้ทั้งหมด

HyperX Cloud Stinger

ด้านในมีเอกสาร เช่น คู่มือแนะนำการใช้งาน และโค๊ตสำหรับการ Activate ใช้ฟีเจอร์ของ DTS Headphone:X มาให้ ในการเปิดใช้และปรับแต่งผ่านแอพพลิเคชั่น

คู่มือจะมีรายละเอียดในการใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก สำหรับการใช้งานหูฟังรุ่นนี้ แต่สำหรับมือใหม่ หรือไม่คุ้นเคยกับหูฟังเกมมิ่ง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้น

HyperX Cloud Stinger

เปิดกล่องมาด้านใน HyperX ยังคงเตรียมพลาสติกกันกระแทกเอาไว้ให้อย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายต่อตัวหูฟัง และยังแกะออกได้ง่ายอีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

ตัวหูฟัง HyperX Cloud Stinger 2 เมื่อเห็นครั้งแรก รู้สึกถึงความแตกต่างจาก Cloud Stinger ที่เคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นสาย ที่รู้สึกถึงความทันสมัย และโครงสร้างที่ปรับมาให้ดูกระชับ ปรับขยับได้มากขึ้น

จากด้านหน้า และด้านหลัง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เส้นสายที่ถูกเติมเข้ามาบนพื้นฐานของบอดี้สีดำ และยังผสมความเป็น Cloud ของรุ่นพี่ ซึ่งปรากฏอยู่บนบริเวณก้านของ Headband ที่นอกจากจะปรับองศาได้ง่ายแล้ว ยังหมุนเป็นแบบ 90 องศา เพื่อแขวนไว้ที่คอ ขณะที่พักเบรกได้อีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

หัวแปลง PC Extension สำหรับต่อเข้ากับพีซี ที่แยกหูฟังกับไมโครโฟน เพื่อให้ใช้งานไมค์ของหูฟังได้สะดวกมากขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ไมโครโฟนถูกติดตั้งมาบนตัวหูฟัง ถอดออกไม่ได้ แต่ HyperX ก็ให้ฟังก์ชั่นที่ใช้เปิด-ปิดไมโครโฟน ได้ด้วยการเลื่อนขึ้น-ลงเท่านั้น และยังมีกรองเสียงเอามาให้ รวมถึงก้านไมค์ยังปรับโค้งงอเข้ากับระยะของปากได้ เพื่อเสียงที่ชัดเจน

HyperX Cloud Stinger 2 headset 78 1

การดัดโค้งค่อนข้างง่ายทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบก้านไมค์มายาวมาก แต่ในเรื่องของเสียงถือว่าทำได้ชัดเจนดี

HyperX Cloud Stinger

Headband หรือครอบศีรษะเป็นพลาสติกทั้งชิ้น ซึ่งจะเป็นสไตล์ที่อยู่บนโน๊ตบุ๊คที่เน้นน้ำหนักเบา และให้ความกระชับ ความโค้งงอมีระยะให้พอสมควร เหมาะกับศีรษะคนเอเซีย เท่าที่สัมผัสกับค่อนข้างกระชับดี ให้ความรู้สึกดีกว่า Stinger ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ มีก้านที่ใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่วางบนศีรษะได้มากกว่า

ก้านปรับระดับความยาวได้ตั้งแต่ 0-6cm เพื่อให้เข้ากับศีรษะของแต่ละบุคคล อีกทั้งมีระดับตัวเลขให้เห็น ทำให้เวลาคุณใช้งาน ก็จะจำได้ว่าระยะที่เหมาะกับศีรษะคุณอยู่ที่เท่าไร การปรับเลื่อนทำได้สะดวก แม้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมอยู่ก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

ส่วนตัวชอบตรงนี้มากครับ เป็นการออกแบบที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนบน HyperX เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ทำให้รู้สึกแปลกตา ด้วยการใช้เส้นนำสายตา ให้ดูทันสมัย ตัดกับโลโก้อ HyperX ได้อย่างลงตัว

จุดเด่นของ HyperX Stinger ที่มีเหมือนกันทุกรุ่นก็คือ มีจุดหมุนตรง Earcup ทำได้ 90 องศา เพื่อสะดวกต่อการคล้องคอ จะไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด

ระยะของการยืดสุดของก้านหูฟัง ในมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง กว้างมากพอสำหรับคนที่ศีรษะใหญ่ในระดับหนึ่ง ส่วนถ้าเป็นเกมเมอร์สาวๆ สวมใส่ได้สบาย และที่ครอบหู ยังปรับมุมได้เหมือนกับ HyperX Cloud ทำให้คนศีรษะเล็ก ก็ปรับให้เข้ากับใบหูได้ง่ายอีกด้วย

ความแตกต่างระหว่างภาพทางซ้าย Stinger 2 และทางขวา Stinger Wireless จะเห็นว่ามีโครงหลักที่คล้ายกันอยู่บ้างในบางจุด แต่ส่วนใหญ่จะต่างกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Headband, Earcup หรือไมโครโฟนก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

จุดคอนโทรลของ Stinger 2 มีอยู่จุดเดียว นั่นคือการปรับระดับเสียง ที่เป็นแบบ Scroll wheel สีแดงสะดุดตา อยูที่บริเวณครอบหูด้านขวา ส่วน Stinger Wireless ก็จะมีอยู่ทางด้านขวาเช่นกัน แต่เป็นสีดำ รวมถึงปุ่มเปิด-ปิดอยู่ทางซ้ายมือ

HyperX Cloud Stinger

มาดูในส่วนของ Ear cushion หรือ Earpad กันบ้าง บนหูฟังรุ่นนี้ มาในแบบวัสดุแบบหนัง ซึ่งเป็น leatherette หรือหนังเทียม จะให้สัมผัสนุ่มๆ ตามแบบฉบับของวัสดุแนวนี้ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HyperX จะเป็นเมมโมรีโฟมนุ่มๆ ให้ความกระชับ ข้อนี้คือ จุดเด่นที่เข้าคู่กันดีของวัสดุ และการสวมใส่ที่สบายเมื่อใช้งานนานๆ

HyperX Cloud Stinger

ความหนาของเมมโมรีโฟม ไม่ได้มากนัก แต่ให้ความกระชับได้ดี ในปัจจุบันหลายค่ายไม่ได้เน้นที่ความหนา แต่ขยับมาที่ดีไซน์ให้ครอบหูได้สบาย ในสไตล์ของ Over-ear รวมถึงปรับให้มีการถ่ายเทอากาศ ไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่มีระยะการเล่นต่อเกม ค่อนข้างนาน เช่น เกม Apex Legend, GTAV หรือจะเป็น PUBG และ DOTA2 ก็ตาม จะให้ความรู้สึกที่ดีขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ด้านใต้ของ Headband มีเป็นแบบเมมโมรีโฟม และหุ้มด้วยวัสดุแบบหนังเช่นกัน ทำให้ลดแรงกดลงบนศีรษะโดยตรง และกระจายน้ำหนักได้ดีพอสมควร

HyperX Cloud Stinger

โครงสร้างในภาพรวมของ HyperX Cloud Stinger 2 ออกมาได้ลงตัวดี ในสไตล์ของ Over-ear ที่ไม่ได้ใหญ่โตมากจนเกินไป น้ำหนักประมาณ 300 กรัมเท่านั้น

ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up to mute คือ ถ้ายกตัวก้านไมค์ขึ้น จะเป็นการปิดเสียงไมค์ เรื่องของการรับเสียงนั้นจะเป็นแบบ Bi-Direction คือรับเสียงทางเดียวโดยตรง ยิ่งใกล้ปาก ก็จะยิ่งชัดขึ้น เสียงรอบข้างก็จะลดลง ได้ฟีเจอร์ Noise Cancellation มาช่วย ปลายทางก็จะได้ยินเสียงที่เคลียร์มากกว่า เหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นกันเป็นทีม และใช้ในการสนทนาออนไลน์ดีทีเดียว


Performance

HyperX Cloud Stinger

มาทดสอบกับเกมกันบ้าง เริ่มที่ PUBG กันก่อน เสียงเอฟเฟกต์เปิดออกมาได้ดี ถ้าเทียบกับ Stinger ตัวก่อน ถือว่าใกล้เคียงกัน แต่เรื่องความแน่นกับความชัดในรายละเอียด Stinger 2 ให้ได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะให้สเตจเสียงที่กว้างกว่ารุ่นเดิม จึงเก็บเสียงในบางอย่างได้มากขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีสภาพแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ เช่น ในเกมอย่าง COD หรือ God of War เกมเมอร์ในสายนี้ จะได้ประโยชน์มากขึ้น รวมถึงคนที่ชอบแนวความบันเทิง ก็น่าจะชื่นชอบ เพราะให้ระยะของเสียงได้พอสมควร

HyperX Cloud Stinger

ในส่วนของเกม DOTA2 เสียงเอฟเฟกต์มาเต็ม และยังสามารถดันระดับเสียงที่สูงๆ ได้ เสียงการโจมตีด้วยเวทใหญ่ ฟังแล้วขนลุกเลยทีเดียว แต่ข้อดีคือ การใช้ Voice chat ก็ชัดเจน เพียงแต่เรื่องของมิติอาจจะไม่ได้จัดจ้าน งานละเอียด แต่ในแง่ของเสียงกลาง ยังคงมาจะแจ้งเสมอ ใครที่เล่นเกมแนว MOBA นี้ บอกได้เลยว่าคุณจะได้ความสนุกมากขึ้น และยังสวมใส่ได้แบบยาวๆ เพราะน้ำหนักที่เบา รวมถึงเมมโมรีโฟมที่กระชับ

HyperX Cloud Stinger

ในแง่ของความบันเทิง ผมให้ HyperX Cloud Stinger 2 เด่นกว่าในทุกด้าน โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด กับความบึ้มบั้ม เน้นไปทางหนักเสียงทุ้มได้เยอะ ภาพยนตร์แนวที่เป็นแอ็คชั่น ยังคงเป็นตัวเอก ตัวอย่างเช่น Godzilla, Transformer และ Resident Evil หนังแนวนี้ เตรียมหลอนกับเสียงได้เลย โดยเฉพาะซีนที่เน้นให้ตกใจ มีสะดุ้งเอาง่ายๆ เช่นเดียวกับเสียงก็อตซิลลา เวลาลุยกับ Mechagodzilla จัดได้ว่าสะใจ เพิ่มความเร้าใจได้มากขึ้น เสียงถ้าเทียบกับ Stinger Wireless ให้เสียงแหลมกับรายละเอียดได้น้อยกว่าเล็กน้อย

ส่วนการฟังเพลง ขอให้เป็นรองจากเรื่องการชมภาพยนตร์และการเล่นเกม เพราะเก็บรายละเอียดของเสียงแหลมได้บ้างก็จริง แต่ถ้าจะเอาเบสหนักๆ กับเครื่องดนตรีบางชิ้น อาจจะไม่เต็มมากนัก แต่เสียงนักร้อง สามารถเด่นออกมาได้น่าสนใจ แต่ที่ชอบคือ เพลงแนวป๊อปหรือคลาสสิค จะได้อารมณ์ของเสียงที่ Mix กันได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคลด้วย เพราะยังปรับจูนในส่วนของ Mixer ได้อีกเล็กน้อย สิ่งที่ได้ก็คือ การดันระดับเสียงได้แบบไม่แตกพร่า ถือว่า HyperX ทำออกมาได้ดีทีเดียว

เรื่องของเสียงสนทนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีให้ความคมชัด ส่วนหนึ่งคือ การเป็น Bi-Directional รับเสียงทางเดียว ก็เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน ไม่เพียงแค่การแชตในเกมเท่านั้น แต่ยังใช้ในโอกาสอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การบันทึกเสียง การสนทนาออนไลน์ หรือการประชุม ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี ตัดเสียงรบกวนได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ดูจะมีความน่าใช้กว่า Cloud Stinger Wireless อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดีการที่เป็นไมโครโฟนแบบ Flip up เพื่อปิดการทำงานหรือ Mute เสียง ก็ดูจะคล่องตัวการกดปุ่มอยู่มากทีเดียว ใครที่เป็นสายแชตหนักๆ ในแต่ละวัน หรือเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเป็นทีม ลงดันด้วยกันบ่อยๆ หรือเกมที่แชตเป็นหลัก ภารกิจเป็นรอง ก็น่าสนใจทีเดียว


Conclusion

HyperX Cloud Stinger 2 headset Game 19

ถ้าจะให้นิยามของหูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นนี้ “ยกระดับ อัพเลเวล เกมสนั่น ดนตรีมันส์” น่าจะประมาณนี้ แม้ว่าคาแรคเตอร์ของหูฟัง จะเป็นเรื่องเกมเป็นหลักก็ตาม เพราะจากที่ได้ใช้งานมาราวๆ อาทิตย์หนึ่ง หลายๆ สิ่งดูจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง อารมณ์ในการเล่นเกม เสียงยังคงสดใส ใส่ได้เต็ม ลุยกับเกมต่างๆ ได้ดี แม้เรื่องทิศทางเสียงจะไม่ได้มาเต็มแบบพี่ๆ ที่เป็น Cloud ตัวหลัก แต่ในแง่ของเสียงกลาง กับสเตจเสียง เข้ามาทดแทนได้พอสมควร โดยเฉพาะในแง่ของการฟังเพลงนั้น ดูจะทำได้เกินค่าตัวเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าจะเริ่มต้นกับหูฟังเล่นเกม ราคาได้ สเปคโดน สวมใส่สบาย หูฟังจาก HyperX รุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นน้องเล็กมาแรง แม้จะดูขาดๆ ไปบ้าง เรื่องฟังก์ชั่น เพราะเป็นแบบต่อสาย ไม่มีคอนโทรลบนสาย และไร้แสง RGB แต่ถ้าคุณได้ลองฟังเสียงสักที ก็อาจจะวางไม่ลงได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/668817-hyperx-cloud-stinger-2-headset

7 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวเด็ดน่าใช้ เกมเมอร์ถูกใจ ฟีเจอร์ครบเครื่อง เริ่มแค่ 2,890 บาท!!

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ช่วงปลายปีก็ยังมีของดีน่าซื้อให้เลือกอยู่นะ!

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

พีซีก็พร้อมแต่เกมมิ่งเกียร์ยังเป็นของพื้นๆ ก็คงจะตอบรับการกดปุ่มรัวนิ้วได้ไม่ทันใจจนเกมเมอร์หลายๆ คนคงอยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ดีๆ สักตัวเอาไว้แทนคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเก่าที่ใกล้เสียหรือแทนคีย์บอร์ดยางที่กดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันแล้วมันตอบสนองได้ไม่เร็วทันใจและบางปุ่มก็กดไม่ติดตอนรัวปุ่มในจังหวะตัดสินแพ้ชนะเสียด้วยจนบางคนพาลอารมณ์เสียไปโดยปริยาย

Advertisementavw

อันที่จริง เหตุผลที่เกมเมอร์หลายๆ คนหันมาใช้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์อย่างเดียว แต่เพราะ Mechanical Keyboard ถูกออกแบบให้สวิตช์แต่ละปุ่มแยกเป็นเอกเทศ ซึ่งนอกจากจะแข็งแรงใช้งานได้นานหลายปีแล้ว ยังมีฟีเจอร์ด้านเกมมิ่งอย่าง Anti-Ghosting, N-key Rollover เป็นฟีเจอร์สองตัวที่ช่วยให้เกมเมอร์รัวปุ่มบนคีย์บอร์ดได้พร้อมกันหลายปุ่มแล้วแป้นคีย์บอร์ดก็ยังใช้งานได้ไม่มีปัญหา ในขณะที่คีย์บอร์ดยางเมื่อกดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันก็เจออาการ “กดไม่ไป” อย่าแน่นอน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่นอย่างปุ่มมาโคร, ไฟ RGB ฯลฯ ซึ่งปรับแต่งได้ด้วยโปรแกรมเฉพาะของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ด้วย

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022

สรุปสเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ทั้ง 7 รุ่นน่าใช้ ถูกใจเกมเมอร์แน่นอน

สเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 Switch

Connection

Feature

Software

Profile

Support OS ราคา
(บาท)
HyperX Alloy Origins Core HyperX Blue (Clicky)

HyperX Red (Linear)

HyperX Aqua (Tactile)

USB-C
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

HyperX NGENUITY

Onboard
3 Profiles

Windows

macOS

2,890
Logitech G Pro X Gaming Keyboard GX Blue (Clicky)

GX Red (Linear)

GX Brown (Tactile)

MicroUSB
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Logitech
G HUB

Onboard
4 Profiles

Windows

macOS

3,959
Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS Razer Green (Clicky)

Razer Yellow (Linear)

USB-A
ถอดไม่ได้
แต่จัดทิศทางสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Razer Synapse 3

Onboard
5 Profiles

Windows 2,890
Razer Huntsman V2 TKL Razer Optical Switch แบบ Linear / Clicky

USB-C
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Razer Synapse 3

Onboard
5 Profiles

Windows 5,690
Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES CHERRY MX Speed (Linear)

USB
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Corsair iCUE

Onboard
50 Profiles

Windows 5,190
SteelSeries Apex Pro TKL SteelSeries OnmiPoint

USB-A
ถอดไม่ได้
แต่จัดทิศทางสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

SteelSeries
Engine

Onboard
5 Profiles

Windows

macOS

Xbox

PlayStation

6,190
MOUNTAIN Everest Max CHERRY MX Red

MX Brown

MX Blue

MX Silent Red

MX Speed Silver

USB-C
ถอดสายได้

มี USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Base Camp

Onboard
5 Profiles

Windows 10,990
~
11,390

7 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไซซ์ TKL ไม่กินพื้นที่ รัวปุ่มได้ทุกเกม

หากคีย์บอร์ดตัวเก่าใกล้เสียหรือใช้คีย์บอร์ดยางมานาน ชักจะเล่นเกมได้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ผู้เขียนก็มีคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 น่าใช้มาอัพเดทช่วงปลายปีให้เกมเมอร์เลือก 7 รุ่น และราคาก็ไม่แพงมาก แต่ผู้เขียนจะเน้นแนะนำคีย์บอร์ดไซซ์ Tenkeyless หรือ TKL เป็นหลัก เพราะขนาดกะทัดรัดไม่กินพื้นที่บนโต๊ะเกินไปด้วย โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. HyperX Alloy Origins Core (2,890 บาท)
  2. Logitech G Pro X Gaming Keyboard (3,959 บาท)
  3. Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS (2,890 บาท)
  4. Razer Huntsman V2 TKL (5,690 บาท)
  5. Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES (5,190 บาท)
  6. SteelSeries Apex Pro TKL (6,190 บาท)
  7. MOUNTAIN Everest Max (11,390 บาท)
1. HyperX Alloy Origins Core (2,890 บาท)

1781b7bcddb6c8360d5f80a9c841e89f

HyperX Alloy Origins Core เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ด 2022 น่าใช้ตัวแรกที่อยากแนะนำให้เกมเมอร์ที่ไม่อยากจ่ายเงินซื้อคีย์บอร์ดแพงเกินไปได้ใช้กัน ข้อดีของมันคืองานประกอบแข็งแรงทนทาน มีไฟ RGB และปรับแต่งฟังก์ชั่นการทำงานด้วยซอฟท์แวร์ HyperX NGENUITY ได้ด้วย

ดีไซน์ของคีย์บอร์ดนี้เป็น TKL พร้อมไฟ RGB ปรับแต่งไฟได้แยกปุ่มแบบ Per-key ใช้สวิตช์ที่ HyperX พัฒนาเอง มี HyperX Blue แบบ Clicky, HyperX Red แบบ Linear และ HyperX Aqua แบบ Tactile ให้เลือก เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C แบบถอดได้ มีฟังก์ชั่น Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover รวมทั้งเซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 3 แบบ ใช้งานได้ทั้ง Windows, macOS ส่วนบอดี้ตัวคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมคุณภาพดีแข็งแรงทนทาน หากเกมเมอร์อยากได้เกมมิ่งคีย์บอร์ดงานประกอบแข็งแรง เรียบร้อยแต่ฟังก์ชั่นมาครบเครื่อง ก็ซื้อ HyperX Alloy Origins Core ได้เลย

สเปคของ HyperX Alloy Origins Core
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้
  • Switch : HyperX Blue (Clicky), HyperX Red (Linear), HyperX Aqua (Tactile)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : HyperX NGENUITY เซฟ Profile ได้ 3 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS
  • Price : HyperX Aqua 3,290 บาท, HyperX Red และ HyperX Blue 2,890 บาท
2. Logitech G Pro X Gaming Keyboard (3,959 บาท)

9c8d3abe112d30116834111180f4b139

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวถัดมาที่ผู้เขียนแนะนำ คือ Logitech G Pro X Gaming Keyboard ซึ่งจุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้นอกจากมีไฟ RGB “LIGHTSYNC” และถอดสาย MicroUSB ที่ใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้เหมือนกันแล้ว คีย์บอร์ดนี้ยังถอดเปลี่ยนสวิตช์บนแป้นได้ หากเกมเมอร์คนไหนซื้อคีย์บอร์ดนี้มาใช้แล้วไม่ชอบสวิตช์ Logitech GX Switch อยากหาสวิตช์ใหม่มาเปลี่ยนใส่เองก็ถอดเปลี่ยนได้เลย

ดีไซน์คีย์บอร์ดนี้จะเป็นแบบ TKL พร้อมปุ่มพิเศษติดตั้งมาให้ 2 ปุ่ม ที่แถบบนของคีย์บอร์ด เป็นปุ่ม Game mode และปุ่มสำหรับเปิด/ปิดไฟ RGB โดยรุ่นที่ขายในประเทศไทยจะใช้ GX Blue (Clicky) เป็นหลัก แต่จะมี GX Brown (Tactile), GX Red (Linear) ด้วย รองรับ 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover และเซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดได้ 4 โปรไฟล์ ใช้งานได้ทั้ง Windows และ macOS ปรับแต่ตั้งค่าได้ด้วยโปรแกรม Logitech G HUB หากเกมเมอร์กำลังหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 เอาไว้เล่นเกมและใช้เกมมิ่งเกียร์ของทาง Logitech อยู่แล้ว ก็แนะนำให้ดู G PRO X Gaming Keyboard ตัวนี้เลย

สเปคของ Logitech G Pro X Gaming Keyboard
  • Connection : MicroUSB แบบถอดสายได้
  • Switch : GX Blue (Clicky), GX Red (Linear), GX Brown (Tactile)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Logitech G HUB เซฟ Profile ได้ 4 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS
  • Price : 3,290 บาท (Hardware Corner Shopee)
3. Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS (2,890 บาท)

33c8d84638b7154093e2aa71a99b94a7

เชื่อว่ามีเกมเมอร์หลายๆ คนชื่นชอบแบรนด์งูเขียวอยู่ไม่มากก็น้อยและคิดจะซื้อคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวใหม่มาเล่นเกมอยู่แน่นอน หากถามหาจากแบรนด์นี้ล่ะก็ Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS รุ่นนี้จัดว่าน่าสนใจ เพราะดีไซน์คีย์บอร์ดสวยมีเอกลักษณ์และโครงคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียม ได้ความแข็งแรงสวยงามและปรับไฟ RGB ได้ เซ็ตฟังก์ชั่นของคีย์บอร์ดด้วยโปแกรม Razer Synapse 3 ได้อีกด้วย

สวิตช์ของ Razer BlackWidow V3 ตัวนี้ก็เป็นสวิตช์ที่ทางบริษัทพัฒนาเอง มี Razer Green (Clicky) และ Razer Yellow (Linear) ให้เลือกซื้อได้ มีฟีเจอร์ 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover, Game mode เซฟโปรไฟล์ไว้ในคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ เชื่อมต่อด้วยสาย USB-A เส้นเดียวใช้งานได้ทันทีพร้อมร่องใต้คีย์บอร์ดเพื่อจัดทิศทางสายแต่ถอดไม่ได้ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก ดังนั้นถ้าเกมเมอร์คนไหนอยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ดีๆ เอาไว้ใช้สักตัวในระดับราคา 2-3 พันบาท ก็มี Razer ตัวนี้ให้เลือกด้วย

สเปคของ Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS
  • Connection : USB-A แบบถอดไม่ได้แต่มีร่องจัดทิศทางสาย
  • Switch : Razer Green (Clicky), Razer Yellow (Linear)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Razer Synapse 3 เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 2,890 บาท (Razer Shopee Mall สวิตช์ Razer Yellow / Razer Green)
4. Razer Huntsman V2 TKL (5,690 บาท)

razer huntsman v2 tkl hero desktop

Razer Huntsman V2 TKL ตัวนี้แม้ราคาจะสูงกว่า BlackWidow ในข้อที่แล้วก็ตาม แต่ทางบริษัทก็อัพเกรดมันให้ดีขึ้นและคุ้มค่าตัวกว่าเดิม ไม่ว่าจะเสริมโฟมยางเข้าไปในตัวคีย์บอร์ดเพื่อให้เสียงตอนพิมพ์หรือเล่นเกมหนักแน่นยิ่งขึ้น, เปลี่ยนสายเชื่อมต่อเป็น USB-C แบบถอดได้และให้ที่รองข้อมือมาด้วย ดังนั้นผู้ใช้แค่เปิดกล่อง เซ็ตตั้งค่าด้วย Razer Synapse 3 ก็พร้อมเล่นเกมทันที

ฟีเจอร์ของ Huntsman V2 TKL นี้ รองรับ N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, Game mode แล้ว ยังเซ็ตอัพโปรไฟล์สำหรับคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ และอัพเกรดมาใช้ Razer Optical Switch ซึ่งตัวสวิตช์แยกเป็น Linear หรือ Clicky แล้วออกแบบให้ตอบสนองเร็วเป็นพิเศษโดยทริกเกอร์การทำงานด้วยแสงเลเซอร์ ส่วนระบบปฏิบัติการรองรับ Windows เป็นหลัก ซึ่งถ้าใครหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ที่ตอบสนองได้เร็วทันใจเป็นพิเศษก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เช่นกัน

สเปคของ Razer Huntsman V2 TKL
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้
  • Switch : Razer Optical Switch แยกเป็น Linear หรือ Clicky
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Razer Synapse 3 เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 5,690 บาท ทั้งสองสวิตช์ (Razer Shopee Mall)
5. Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES (5,190 บาท)

0642141d161ab4a7c1a38a65f9e3967b

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 อีกรุ่นซึ่งเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีสมราคา ก็ต้องเป็น Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES รุ่นนี้ ซึ่งจุดเด่นอย่างแรกคือ Tournament Switch สำหรับสลับโหมดการทำงานของคีย์บอร์ดเพื่อป้องกันการกดมาโครผิดพลาด, ใช้สวิตช์ CHERRY MX ซึ่งตอบสนองดีรองรับการกด 100 ล้านครั้ง พร้อมชิป Corsair AXON ให้ตัวคีย์บอร์ดตอบสนองการกดของผู้ใช้ได้เร็วยิ่งขึ้นและมีปุ่ม Multimedia Key ติดตั้งมาให้เป็นพิเศษด้วย

ฟีเจอร์ของ K70 RGB TKL ก็มี N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting และ Game mode เช่นเดียวกับเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวอื่น เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB ปรับแต่งและเซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 50 โปรไฟล์ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE ใช้สวิตช์ CHERRY MX Speed แบบ Linear ซึ่งตอบสนองได้เร็วกว่า CHERRY MX Red รองรับการทำงานกับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนชอบเล่นเกมแบบ Competitive หรือมีแข่งเป็นระยะๆ ล่ะก็ แนะนำให้ลงทุนซื้อตัว Corsair K70 ตัวนี้ไว้เล่นเกมได้เลย

สเปคของ Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES
  • Connection : USB แบบถอดสายได้
  • Switch : CHERRY MX Speed (Linear)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Corsair iCUE เซฟ Profile ได้ 50 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 5,190 บาท ทั้งสองสวิตช์ (Corsair Shopee Mall)
6. SteelSeries Apex Pro TKL (6,190 บาท)

buyimg apexprotkl 001 mar21.jpg 1850x800 q100 crop scale optimize subsampling 2

สำหรับ SteelSeries Apex Pro TKL นั้นจัดเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ที่ดีไซน์เรียบเท่และยังแข็งแรงด้วยเพราะบอดี้คีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมเกรด 5000 สำหรับอากาศยาน ติดหน้าจอ OLED สำหรับแสดงการตั้งค่าและแจ้งเตือนรวมทั้งปุ่มคอนโทรลที่ใช้กับจอนี้ติดตั้งมาให้ มีที่วางข้อมือสำหรับคีย์บอร์ดติดมาให้พร้อมมีช่องจัดสายไฟใต้ฐานคีย์บอร์ดด้วย

Apex Pro TKL ตัวนี้จะใช้สวิตช์ OmniPoint ที่ทางบริษัทออกแบบเอง กดได้มากสุด 100 ล้านครั้งแต่จะอยู่เฉพาะโซนปุ่มหลัก ตอบสนองคล้าย Linear มีฟีเจอร์ Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover เซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดได้ 5 โปรไฟล์ ปรับแต่งได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB พร้อมใช้งานได้ทันที รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Xbox, PlayStation ซึ่งถ้าใครหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไว้ใช้เล่นเกมทั้งฝั่งพีซีและคอนโซลล่ะก็ SteelSeries รุ่นนี้จัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ SteelSeries Apex Pro TKL
  • Connection : USB แบบถอดไม่ได้แต่มีร่องจัดทิศทางสาย
  • Switch : SteelSeries OmniPoint สัมผัสคล้าย Linear
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : SteelSeries Engine เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS, Xbox, PlayStation
  • Price : 6,190 บาท (IT City Shopee Mall)
7. MOUNTAIN Everest Max (11,390 บาท)

Mountain Everest Max Gunmetal Gray 45 RGB

MOUNTAIN Everest Max เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวสุดท้ายที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำและมีบทความรีวิวฉบับเต็มให้อ่านแล้วด้วย ซึ่งจุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้ คือดีไซน์ Modular แบบถอดและต่อชิ้นส่วนคีย์บอร์ดเข้าออกได้ตามถนัด จะใช้เป็น Full-size หรือ TKL ก็ได้และมี Display Dial หน้าจอปรับแต่งตั้งค่าคีย์บอร์ดพร้อมปุ่ม Customize Key ติดมาให้เหนือแป้น Numpad พร้อมช่อง USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough ติดมาให้และยังถอดเปลี่ยนสวิตช์ได้ด้วยและมีที่รองข้อมือแถมมาให้ จัดเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่ดีและครบเครื่องมากตัวหนึ่ง

ตัว Everest Max จะเลือกใช้สวิตช์ CHERRY MX โดยเลือกสวิตช์ได้หลายแบบว่าจะเอา MX Red, MX Brown, MX Blue, MX Silent Red, MX Speed Silver ก็ได้ รองรับฟีเจอร์เกมมิ่งครบถ้วนทั้ง 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover, Game mode เซฟโปรไฟล์แบบออนบอร์ดได้ 5 โปรไฟล์ ปรับแต่งการทำงานได้ด้วยโปรแกรม Base Camp เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ด้วยสาย USB-C แบบถอดสายได้ รองรับเฉพาะ Windows เท่านั้น ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนหาคีย์บอร์ดน่าใช้ ปรับแต่งได้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ล่ะก็ MOUNTAIN Everest Max ตัวนี้จัดเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 สำเร็จรูปที่ดีสุดเท่าที่ผู้เขียนได้ทดลองใช้มาเลย

สเปคของ MOUNTAIN Everest Max
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้ มี USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough
  • Switch : CHERRY MX Red, MX Brown, MX Blue, MX Silent Red, MX Speed Silver
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Base Camp เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : สวิตช์ปกติ 10,990 บาท ยกเว้น Silent Red, Speed Silver ราคา 11,390 บาท (Mountain Shopee Mall)

blurrystock HIbAmybJHVs unsplash

จะเห็นว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตอนนี้มีคีย์บอร์ดสเปคและดีไซน์ดีน่าสนใจให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปเล่นเกมกัน ตั้งแต่ราคาช่วง 2-3 พันบาทที่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นก็มากเพียงพอตอบโจทย์เกมเมอร์โดยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดีแล้ว หรือจะเพิ่มงบมาซื้อรุ่นราคาครึ่งหมื่นเพื่อฟีเจอร์ที่เยอะและแปลกยิ่งขึ้นก็ได้ก็ดีเช่นกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนขอแนะนำกับเกมเมอร์ที่กำลังจะซื้อเกมมิ่งเกียร์ชิ้นใหม่อยู่ ไม่ว่าจะคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 หรือเมาส์เกมมิ่งก็แนะนำให้ซื้อเป็นเซ็ตเดียวกันทั้งเมาส์, หูฟัง, คีย์บอร์ด ฯลฯ นั่นเพราะตอนตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ก็ใช้ซอฟท์แวร์ตั้งค่าตัวเดียวกันเซ็ตอุปกรณ์ทุกชิ้นพร้อมกันได้หมดและบางแบรนด์ยังมีฟังก์ชั่นว่าถ้ากดปุ่ม Game mode บนคีย์บอร์ดแล้วเมาส์ก็จะเปลี่ยนโหมดตามโดยอัตโนมัติอีกด้วย จัดว่ามีประโยชน์และประหยัดเวลามาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

everestmax cover

xpg summoner cover

alien cover

from:https://notebookspec.com/web/669235-7-mechanical-gaming-keyboard-2022

Kingston FURY เพิ่มการรับรองมาตรฐาน AMD EXPO ให้กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ DDR5

Kingston FURY แผนกเกมของ Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 และหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 RGB ซึ่งเป็นกลุ่มโมดูล DDR5 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานใหม่ล่าสุดจาก AMD EXPO™

AMD EXPO

Advertisementavw

ผลิตภัณฑ์หน่วยความจำเพื่อการเล่นเกมรุ่นใหม่ของ Kingston ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์ม AM5 ใหม่ล่าสุดจาก AMD ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Kingston ในการมอบตัวเลือกอันทรงพลังและล้ำสมัยที่สุดให้กับเหล่าเกมเมอร์ และผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม โดยโพรไฟล์การทำงานพิเศษจาก AMD สำหรับการโอเวอร์คล็อก (AMD EXtended Profiles for Overclocking) ทำให้หน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 นำเสนอโซลูชันสำหรับการโอเวอร์คล็อกที่ง่ายดาย ด้วยโพรไฟล์ที่ปรับแต่งจากโรงงานสองโพรไฟล์ พร้อมโพรไฟล์ที่ผู้ใช้กำหนดเองได้หนึ่งรายการ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับความเร็วระดับสูงสุดถึง 6000MT/s1 โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม

กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY Beast ได้รับการรับรองโดยผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นนำของโลก พร้อมการออกแบบชุดกระจายความร้อนแนวต่ำอันโฉบเฉี่ยว และ on-die ECC (ODECC) เพื่อความเร็วในระดับสุดยอดอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งระบบจัดการพลังงานในโมดูลหน่วยความจำติดตั้งสำเร็จในแผงวงจร (PMIC) เพื่อให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพได้ในทันทีที่ต้องการ ไม่ว่าผู้ใช้งานจะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ผ่านการปรับตั้งค่าทั้งหมดในระดับสูงสุด ไลฟ์สตรีมระดับ 4K+ หรือนำเสนอผลงานแอนิเมชันขนาดใหญ่และเรนเดอร์ภาพ 3 มิติ หน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 ก็สามารถยกระดับศักยภาพการใช้งาน พร้อมทั้งตอบโจทย์ทั้งด้านสไตล์และประสิทธิภาพได้

Press Photo Kingston FURY Beast DDR5 AMD SKU Addition Stylized

Kingston กล่าวว่า “ในฐานะซัพพลายเออร์โมดูล DRAM อันดับหนึ่งของโลก Kingston มุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้กับลูกค้าของเรา โดยผู้ใช้งานสามารถวางใจได้ว่าหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 รองรับบนระบบของ AMD AM5 เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพระดับสูงสุด พร้อมยังคงรักษาเสถียรภาพในการทำงาน”

กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY Beast มีโพรไฟล์การโอเวอร์คล็อกให้เลือกสองแบบ ด้วยเทคโนโลยี Intel® XMP และ AMD EXPO โดยหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 และ Kingston FURY Beast DDR5 RGB ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AMD EXPO มีวางจำหน่ายที่ความจุ 16GB แบบแถวเดียว และความจุ 32GB แบบชุดสองแถว ซึ่งมีสติกเกอร์ AMD EXPO สีส้มบนบรรจุภัณฑ์ด้านนอก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อให้กับลูกค้า นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY ทั้งหมด มาพร้อมการการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ด้วยความเชื่อถือมาอย่างยาวนานของ Kingston

สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ kingston.com

from:https://notebookspec.com/web/669269-kingston-fury-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2

จับตา 8 เกมใหม่ 2023 ชื่อดังจากสตูดิโอชั้นนำ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมใหม่ 2023 นี้ มีเกมเด็ดๆ ให้เลือกเพียบ! พร้อมเล่นกันเพลินๆ

Share image Edit Name 3game 1

หลังจากแนะนำเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กมาหลายบทความแล้ว เกมเมอร์ก็น่าจะหันมาสนใจเกมใหม่ 2023 นี้อยู่แน่ๆ ว่าช่วงต้นปี 2023 นี้ จะมีเกมฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอชั้นนำเกมไหนบ้างเปิดตัวให้เราได้ซื้อมาเล่นกันบ้าง? ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าเกมใหม่ 2023 นี้น่าจะได้ใจเกมเมอร์หลายต่อหลายคนอย่างแน่นอน เพราะมีทั้งเกมที่กระแสดีตั้งแต่ต้นปี 2022, เกมภาคต่อและแม้แต่เกม Remake ที่ปัดฝุ่นเกมเก่าในอดีตให้กราฟิคสวยงามยิ่งขึ้นก็มีให้เล่นด้วย น่าจะถูกใจเกมเมอร์ทั้งรุ่นเก่าและใหม่อย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม เกมใหม่ 2023 นี้ หลายๆ เกมจะเปิดให้เล่นหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งพีซีและเครื่องคอนโซลด้วย แต่ยกเว้นบางเกมที่ยังประกาศเพียงแพลตฟอร์มเดียวอยู่เพราะทางผู้พัฒนาเน้นโฟกัสแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม และแม้เกมดังกล่าวจะน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้เขียนจะขอเลือกแนะนำเฉพาะเกมที่มีให้เล่นในพีซีเป็นหลักเพื่อให้เกมเมอร์ที่อยากหาเกมใหม่มาเติมเข้าคลัง Steam ของตัวเองมีเยอะยิ่งขึ้น

เกมใหม่ 2023

8 เกมใหม่ 2023 เกมเมอร์เล่นมันส์ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมเมอร์ที่เล่นเกมเก่า เคลียร์เกมที่ค้างอยู่จนจะหมดแล้วกำลังรอดูว่าเกมใหม่ 2023 นี้จะมีเกมอะไรให้ซื้อไปเล่นบ้าง ผู้เขียนเองก็เลือกเกมใหม่และเกมภาคต่อที่เกมเมอร์กำลังสนใจอยู่มาแนะนำทั้งหมด 8 เกมด้วยกัน โดยมีเกมดังนี้

  1. Forspoken (25 มกราคม 2023)
  2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)
  3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)
  4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)
  5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)
  6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)
  7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)
  8. ARK 2 (ภายในปี 2023)
1. Forspoken (25 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100155 1

Forspoken เป็นเกมใหม่เกมแรกที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้เกมเมอร์ได้ลองเล่นกัน ตัวเกมเป็น Action RPG เน้นการสำรวจในมุมมองบุคคลที่ 3 แบบมองลอดผ่านไหล่ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเฟรย์ (Frey) มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่ถูกอัญเชิญไปยังต่างโลกที่ชื่ออาเธียร์ (Athia) แล้วได้รับพลังเวทย์มนต์มาเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและธันธาส อดีตผู้ปกครองที่มีเมตตาแต่กลายเป็นแม่มดที่บ้าคลั่งและโหดร้ายจนเราเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยโลกนี้ได้

ตัวเกมใช้ Luminous Engine ซึ่งเป็นเอนจิ้นพัฒนาเกมของ Square Enix ซึ่งปัจจุบันนี้เอนจิ้นได้ทาง Luminous Productions บริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาต่อ ณ ตอนนี้เปิดให้พรีออเดอร์ได้แล้วและจะเปิดให้เล่นใน PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store วันที่ 25 มกราคม 2023 นี้ ถ้าหากใครชื่นชอบโลกธีมเวทย์มนต์และการถูกอัญเชิญไปต่างโลกก็น่าจะถูกใจเกมนี้แน่นอน

รายละเอียดของ Forspoken
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Luminous Engine
  • แพลตฟอร์ม – PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store
  • วันเปิดตัว – 25 มกราคม 2023
  • ราคา – Standard Edition 2,290 บาท, Digital Deluxe Edition 3,151 บาท (Steam)
2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100205 1

Dead Space Remake ฉบับปี 2023 นี้ก็ยังเป็นเกมแนว Survival horror ซึ่งภาคใหม่นี้เป็นการ Remake ภาคดั้งเดิมเมื่อปี 2008 กลับมาอีกครั้งโดยเรายังได้รับบทเป็น Issac Clarke วิศวกรผู้ถูกส่งตัวไปซ่อมแซมยานขุดเจาะเหมือง USG Ishimura และตรวจสอบว่าภายในยานนั้นเกิดอะไรขึ้น ชะตากรรมของ Nicole Brennan แฟนเก่าของเขาเป็นอย่างไร? แล้วต้องเอาตัวรอดจากฝูงเนโครมอร์ปกลับมาให้ได้ด้วย

เชื่อว่าชื่อชั้นของ Dead Space นั้นไม่มีทางจางหายไปจากใจของเกมเมอร์รุ่นเมื่อสิบปีก่อนอย่างแน่นอน โดยภาคใหม่นี้ทาง EA ได้ให้ Motive Studio พัฒนาโดยใช้เอนจิ้น Frostbite Engine ให้ภาพสวยงามและน่ากลัวยิ่งกว่าภาคก่อนที่ขึ้นชื่อว่าทำเกมเมอร์ไม่กล้าปิดไฟเล่นเกมกันมาแล้ว โดยตัวเกม ณ ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคาแต่เพิ่มเข้า Wishlist ของ Steam ได้แล้ว และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 27 มกราคม 2023 นี้บนแพลตฟอร์ม Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S หากเกมเมอร์คนไหนชอบเกมหลอนจนเป็นตำนานก็อย่าลืมซื้อมาเล่นกัน!

รายละเอียดของ Dead Space Remake
  • แนวเกม – Survival horror
  • เอนจิ้นFrostbite Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 27 มกราคม 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100222 1

Deliver Us Mars เป็นเกมเนื้อเรื่องแนว Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action ที่ต้องพาตัวละครสำรวจดาวอังคารที่จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของมวลมนุษยชาติในอนาคต รวมทั้งต้องกอบกู้ยาน ARK colony ที่ถูกขโมยไปจากสิ่งมีชีวิตลึกลับกลับมา ซึ่งทั้งสองเป็นภารกิจเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ทุกคน!

ข้อดีของ Deliver Us Mars อย่างแรกคือเป็นเกมไม่รุนแรงมาก ได้เรทติ้ง PEGI 12 ซึ่งเหมาะกับเยาวชนทั่วไป พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 ทำให้เกมดูสวยน่าเล่น เปิดให้เล่นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บน Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S ซึ่งเกมนี้ไม่ได้เป็นเกมใหม่แต่เป็นภาคต่อจากเกม Deliver us the Moon ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2018 นั่นเอง หากใครชอบกมแนวไซไฟและรอภาคต่อของซีรี่ส์นี้อยู่ก็อย่าพลาดกัน

รายละเอียดของ Deliver Us Mars
  • แนวเกม – Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 2 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – สั่งซื้อล่วงหน้า 458 บาท, Deluxe Edition 512 บาท, Universe Bundle 738 บาท (Steam)
4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100238 1

หากใครอยากสวมบทเป็นพ่อมดแม่มดในฮอกวอตส์แล้วสร้างตำนานของตัวเองล่ะก็ Hogwarts Lgeacy นี้เป็นเกมสำหรับแฟนคลับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นในช่วงปี 1800 ซึ่งตัวละครเอกจะเป็นผู้กุมความลับโบราณซึ่งสามารถทำลายโลกเวทย์มนต์ได้เอาไว้ โดยผู้เล่นจะต้องทราบให้ได้ว่ามันกลับมาได้อย่างไรและต้องคุมมันเอาไว้ให้อยู่! ซึ่งเกมเมอร์จะได้พบกับตัวละครที่เราคุ้นเคยในซีรี่ส์ภาพยนต์ ได้แก่ นิกหัวเกือบขาด, สุภาพสตรีอ้วนในรูปภาพ ฯลฯ ด้วย

ตัวเกมเป็นแนว Action RPG พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine ได้ภาพที่สวยงามและเปิดให้ผู้เล่นเดินทางไปมาในเกมได้ค่อนข้างอิสระทีเดียว เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บนแพลตฟอร์ม Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ดังนั้นถ้าใครชอบเกมแนวนี้อยู่ล่ะก็ นี่คือเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาด

รายละเอียดของ Hogwarts Lgeacy
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Unreal Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 11 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Deluxe Edition 1,860 บาท (Steam)
5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100316 1

Like a Dragon: Ishin! เป็นการ Remake เกมในชื่อเดียวกันซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2014 ให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยเนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงยุคปฏิวัติบาคุมัตสึซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงจากระบอบศักดินามาเป็นจักรวรรดิสมัยใหม่หรือช่วงเริ่มต้นยุคเมจินั่นเอง โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นซากาโมโต้ เรียวมะ ซึ่งถูกใส่ร้ายและต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชินเซ็นกุมินั่นเอง

ตัวเกม Like a Dragon: Ishin! นั้นจะเป็นเกมเนื้อเรื่องแยก (Spin-off) จากภาคหลักอย่าง Ryu ga Gotoku หรือที่ชาวตะวันตกรู้จักกันในชื่อ Yakuza ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะเคยเล่นกัน โดยตัวเกมเป็นแนว Action adventure, Beat’em up ผสม Hack&Slash เน้นการผจญภัยในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้และต่อสู้กับกลุ่มคนที่เข้ามาต่อสู้ด้วย ใช้ Unreal Engine 4 และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ ในแพลตฟอร์ม Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S จัดเป็นเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาดอีกเกม

รายละเอียดของ Like a Dragon: Ishin!
  • แนวเกม – Action adventure, Beat’em up, Hack&Slash
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4 
  • แพลตฟอร์ม – Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 21 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Digital Deluxe Edition 1,890 บาท (Steam)
6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)

ss 2c537a8c689dd6b21643b8054a64646334ef7391.1920x1080 1

Sons of the Forest เป็นภาคต่อของเกม The Forest ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา โดยภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นนักผจญภัยที่ถูกตามไปหาเศรษฐีที่เฮลิคอปเตอร์ตกแล้วหายตัวไปในเกาะอันห่างไกล ซึ่งองค์ประกอบจากภาคก่อนทั้งการเอาตัวรอดโดยสร้างข้าวของเครื่องใช้เอง, เอาตัวรอดจากมนุษย์กินคนและปีศาจในเกาะ โดยจะเล่นคนเดียวหรือลุยไปพร้อมเพื่อนก็ได้

ตัวเกมเป็นแบบ Open-world, Survival horror ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (first-person) พัฒนาโดยใช้ Unity Engine ซึ่งในตอนแรกผู้พัฒนาประกาศว่าจะเปิดให้เล่นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ แต่เกิดปัญหาบางอย่าง ดังนั้นจึงกำหนดเอาไว้เฉพาะเดือนเท่านั้น และตัวเกมจะเปิดให้เล่นในระบบ PC บน Steam อย่างเดียว ซึ่งถ้าใครชอบเสน่ห์การเอาตัวรอดของภาคแรกอยู่ ก็ห้ามพลาดภาคสองที่เป็นเกมใหม่ 2023 นี้!

รายละเอียดของ Sons of the Forest
  • แนวเกม – Open-world, Survival horror
  • เอนจิ้น – Unity Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam
  • วันเปิดตัว – ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)

wd 02 1

เกมใหม่ 2023 สำหรับสายบู๊เต็มขั้นและชอบกลิ่นอาย Cyberpunk ล่ะก็ แนะนำให้รอเกม Wanted: Dead ของทีมผู้พัฒนา Ninja Gaiden และ Dead or Alive ได้เลย โดยตัวเกมเป็นแนว Hack&Slash, Beat’em Up ผสมผสานการต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิดและปืน แต่เป็นเกมที่มีความรุนแรงดุดันระดับเลือดสาดเลยทีเดียว โดยผู้เล่นจะรับบทเป็นร้อยโท Hannah Stone แห่งหน่วย Zombie Unit ของกรมตำรวจฮ่องกงที่ต้องเปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดที่ต้องต่อสู้กับทหารรับจ้างแก๊งค์อาชญากรต่างๆ ด้วย

ตัวเกมนี้ทางผู้ผลิตไม่ได้เปิดเผยเอนจิ้นที่ใช้พัฒนาเกมออกมา แต่ไม่ได้ตัวเกมไม่กินสเปคสูงมาก โดยสเปคแนะนำจากทางผู้พัฒนาเป็น Intel Core i5-6600K, RAM 8GB, NVIDIA GeForce GTX 1060 และมีพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 40GB ขึ้นไปและลง DirectX 12 เอาไว้ในเครื่องจะดีที่สุด โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2023 บน Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S ด้วย ซึ่งถ้าใครชอบเกมแนวบู๊ก็ไม่ควรพลาดเกมใหม่ 2023 เกมนี้!

รายละเอียดของ Wanted: Dead
  • แนวเกม – Hack&Slash, Beat’em Up
  • เอนจิ้น – ไม่เปิดเผย
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 14 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
8. ARK 2 (ภายในปี 2023)

Screenshot 2022 09 27 101101 1

ARK 2 เป็นอีกเกมใหม่ 2023 ที่เกมเมอร์หลายคนรอคอยอย่างแน่นอน เพราะได้วิน ดีเซล มาเป็นต้นแบบตัวละครของเราด้วย โดยเราต้องเดินทางตามหาและปกป้องลูกสาวของตนจากอันตรายของพลังงานมืดที่จะบงการสิ่งมีชีวิตต่างๆ และระบบการต่อสู้จะได้อิทธิพลจากเกมแนว Souls-like มาด้วย ทำให้ตัวเกมเน้นไปทาง Survival ยิ่งขึ้น

ตัวเกมภาค 2 นี้จะเป็นเกมแนว Survival, Open-world, Multiplayer พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 5 โดยจะเปิดให้เล่นในระบบ Steam และ Optimize มาให้เล่นใน Xbox Series X|S ได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่ระยะเวลาที่เปิดให้เล่นได้จะอยู่ในช่วงปี 2023 นี้ จัดเป็นเกมใหม่ 2023 สำหรับเกมเมอร์ที่ได้ดูเทรลเลอร์เปิดตัวแล้วรอจะเล่นเกมนี้อยู่ก็เตรียมตัวอัพเกรดคอมพิวเตอร์หรือซื้อเครื่อง Xbox มารอเล่นได้เลย!

รายละเอียดของ Ark 2
  • แนวเกม – Survival, Open-world, Multiplayer
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 5
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – ภายในปี 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)

nassim allia ot HSrLNTP0 unsplash

จะเห็นว่าในปี 2023 นี้มีเกมใหม่ๆ น่าเล่นเปิดตัวออกมามากมายไม่ว่าจะฝั่งญี่ปุ่นหรืออเมริกาก็น่าเล่นทั้งนั้น ซึ่งถ้าใครอัพเกรดพีซีหรือมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงอยู่ ก็สามารถเล่นเกมต่างๆ แบบปรับกราฟิคสูงสุดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากอัพเกรดคอมให้แรงรอเอาไว้ก่อนก็เหลือแค่รอเกมเปิดตัวก็เล่นได้เลย

แต่อย่างไรก็ตาม เกมใหม่กับการเลื่อนวันเปิดตัวเป็นของคู่กันซึ่งหลายๆ เกมที่สามารถเปิดตัวได้ตามที่ประกาศเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเปิดตัวแล้วมีปัญหาเรื่องบั๊กในฉาก, เนื้อเรื่องขาดหาย ฯลฯ ส่วนตัวผู้เขียนก็อยากให้ทางทีมพัฒนาเลื่อนการเปิดตัวแล้วใช้เวลาแก้บั๊กและปรับปรุงเกมให้ดียิ่งขึ้นสักหน่อยจะยอมรับได้ดีกว่ารีบเปิดให้ทันกำหนดการแต่เกมเล่นไม่ดีไม่เข้าท่าจนเสียชื่อตั้งแต่ต้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

android

rpg cover

indie game cover

from:https://notebookspec.com/web/669020-8-recommended-new-games-in-2023

6 โน๊ตบุ๊ค Acer AMD แรง คุ้ม ดี มีการ์ดจอแยกให้ใช้ เริ่มต้น 13,790 บาท อัพเดทปลายปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD ช่วงปลายปี 2022 มีรุ่นเด็ดให้เลือกเพียบ!

Share image Edit Name 1laptop2022 1 1

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD เป็นโน๊ตบุ๊คขวัญใจผู้ใช้หลายๆ คน นั่นเพราะราคาไม่แพงแต่ความแรงถือว่าพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี และโน๊ตบุ๊ค Acer AMD หลายรุ่นในตอนนี้ก็ได้สเปตั้งต้นมาดีพอสมควรแล้ว ถ้าอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD เข้าไปอีกนิด ก็ใช้งานต่อเนื่องได้ 3-4 ปี ไม่ต้องเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คบ่อยๆ ให้เปลืองเงินและเวลาที่ต้องโอนถ่ายข้อมูล และถ้าซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอแยกและเมาส์ทำงานเสริมเข้ามาอีกหน่อย รับรองว่าทำงานได้สะดวกลื่นไหลขึ้นหลายเท่าแน่นอน

Advertisementavw

และในช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer AMD ก็มีรุ่นใหม่สเปคดีอัพเดทมาอย่างต่อเนื่องและรุ่นเก่าที่เปิดตัวมาสักพักหนึ่งแล้วก็ราคาถูกลงน่าใช้ยิ่งกว่าเดิม ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ถ้ารุ่นไหนมีการ์ดจอแยก NVIDIA ราคาก็ไม่เกิน 30,000 บาท แต่ทำงานกราฟิคและตัดต่อวิดีโอได้ด้วย จัดว่าไม่ต้องจ่ายแพงก็ทำงานได้เล่นเกมดีเหมือนกัน

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคดีน่าใช้ทั้ง 6 รุ่น ราคาคุ้มค่าตัวแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer AMD CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 AMD Ryzen 3 5450U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

DOS

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

13,790
Acer TravelMate TMP214-R10X AMD Ryzen 5 5650U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 10 Pro

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

14,490
Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

15,900
Acer Aspire 3 A315-R3E0 AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD TN

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,900
Acer Aspire 7 A715-R4KZ AMD Ryzen 7 5700U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,900
Acer Aspire 7 A715-R8XU AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990

6 โน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคดีน่าใช้ ทำงานลื่น ค่าตัวไม่แพง อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่หาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD เครื่องใหม่อยู่ ไม่ว่าจะซื้อตอนนี้หรือรองาน COMMART ก็ตาม ในช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีรุ่นที่สเปคน่าสนใจให้เลือกถึง 6 รุ่น ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ดีต่อนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานทำเป็นที่แรกในชีวิตก็ตาม โดยรุ่นแนะนำมีดังนี้

  1. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)
  2. Acer TravelMate TMP214-R10X (14,490 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (15,900 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-R3E0 (16,900 บาท)
  5. Acer Aspire 7 A715-R4KZ (24,900 บาท)
  6. Acer Aspire 7 A715-R8XU (28,990 บาท)
1. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)

travel 1

Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ที่เลือกมาแนะนำเป็นตัวแรกเพราะราคาไม่แพงมาก ตัวเครื่องแข็งแรงและอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้ แต่ไม่มีระบบปฏิบัติการติดตั้งมาด้วย จึงเหมาะกับคนที่อยากหาระบบปฏิบัติการอื่นนอกจาก Windows อย่าง Linux หรือ Chrome OS มาทดลองหรือใช้งานจริง

ซีพียูใน TravelMate นี้เป็น AMD Ryzen 3 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ ใช้หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ใช้ระบบปฏิบัติการ DOS มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 1.7 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ราคาเบาๆ เอาไว้ใช้ ก็แนะนำให้ดูตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7
  • CPU : AMD Ryzen 3 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 13,790 บาท (Advice)
2. Acer TravelMate TMP214-R10X (14,490 บาท)

travel2 1

รุ่นถัดมาเป็น Acer TravelMate TMP214-R10X ซึ่งเครื่องนี้แชร์สเปคร่วมกับ TravelMate ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.2GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro มาให้ด้วย ซึ่งถ้าสเปคในข้อก่อนหน้าดูจะใช้งานไม่สะดวกนัก ก็เพิ่มเงินสักหน่อยแล้วซื้อเครื่องนี้ไปใช้ดีกว่า

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-R10X
  • CPU : AMD Ryzen 5 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Pro 
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,490 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (15,900 บาท)

aspire5 45r6f9 1

Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคตอบโจทย์ทั้งนักเรียนนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศทุกคน อัพเกรดแรมได้และมีพอร์ตต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบเครื่องและมี Numpad ด้วย หากใครเป็นนักบัญชีหรือต้องพิมพ์ตัวเลขบ่อยๆ ก็น่าจะชอบโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้แน่นอน

ซีพียูของเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ และขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่ง Acer Aspire 5 นี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ที่ผู้ใช้น่าจะเห็นสเปคเป็นระยะๆ อยู่แล้วและจัดว่ายังน่าซื้อมาก

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R6F9
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 15,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-R3E0 (16,900 บาท)

aspire3r3e0 1

Acer Aspire 3 A315-R3E0 รุ่นนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคน่าใช้อีกเครื่อง สามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ มี Numpad ติดตั้งมาให้ด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องใหม่ราคาไม่แพง อัพเกรดได้เป็นอย่างมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ ใช้จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อม Windows 11 Home ติดตั้งมาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม หากใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคคุ้มๆ ล่ะก็ เครื่องนี้ก็จัดว่าน่าสนใจทีเดียว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-R3E0
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 16,900 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 7 A715-R4KZ (24,900 บาท)

aspre7r4kz 1

Acer Aspire 7 A715-R4KZ เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ซึ่งสเปคนั้นพร้อมทั้งทำงานกราฟิคและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ระดับหนึ่ง ถ้าอัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็แรงพร้อมใช้งานได้อีกหลายปี

ซีพียูของ Aspire 7 นี้เป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.15 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้จัดว่าดีพร้อมใช้งานได้อีก 3-4 ปี อย่างแน่นอน 

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-R4KZ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 24,900 บาท (Advice)
6. Acer Aspire 7 A715-R8XU (28,990 บาท)

r8xu 1

Acer Aspire 7 A715-R8XU รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD รุ่นที่แชร์สเปคร่วมกับเครื่อง Acer Aspire 7 ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz แล้วเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz แทน ซึ่งสเปคนี้ก็น่าสนใจเพราะซื้อมาใช้งานได้ทันทีไม่ต้องเปิดฝาเพิ่มแรมก็ได้ 

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-R8XU
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (ราคากลาง)

acer laptop aspire 5 the design ksp6 m

จะเห็นว่าช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคคุ้มน่าใช้ก็ยังมีให้เลือกหลายรุ่นและราคาไม่แพงมาก มีทั้งรุ่นราคาไม่เกิน 20,000 และ 30,000 บาท ให้เลือกตามต้องการ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบใหม่หางานได้เป็นที่แรกเป็นอย่างมาก จะดูเอาไว้แล้วไปซื้อออนไลน์มาเลยหรือรอตอนมีงาน COMMART แล้วซื้อทีเดียวเอาให้คุ้ม ได้ทั้งเครื่องและของแถมไปลยแบบเต็มๆ ไปเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3acer 1

acer oled cover

Share image Edit Name 1predator 1

from:https://notebookspec.com/web/668858-6-acer-amd-cpu-in-late-2022

การ์ดจอ AMD 2022 เกมเมอร์ 4 ระดับ 12 รุ่น มือใหม่จนถึงฮาร์ดคอร์เกมเมอร์

การ์ดจอ AMD ท้ายซีซัน 2022 ราคาดี 4 กลุ่มเกมเมอร์ 12 รุ่น แบบไหนเหมาะกับคุณ

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่มีตัวเลือกอยู่มากมาย ในแต่ละกลุ่มตลาด และผู้ใช้ก็ได้อานิสงจากการที่การ์ดจอราคาถูกลงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ์ดจอระดับกลาง ไปจนถึงตัวท็อปๆ อย่าง Radeon RX6700XT, 6800XT หรือจะเป็น RX6950XT ก็ตาม ที่มีปล่อยออกมาไม่ว่าจะทางเกมเมอร์เอง เพื่อรอช้อนการ์ดจอรุ่นใหม่ หรือกลุ่มที่เป็นนักขุด Cryptocurrency ที่ต้องปล่อยมือจากเหรียญเดิมที่ขุด แล้วไปมองถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในตลาด Miner ว่าจะเป็นแบบใดบ้าง และในเมื่อมีการ์ดจอมือสอง ทะลักเข้าสู่ตลาดในเวลานี้แล้ว เหล่าเกมเมอร์ที่ชื่นชอบค่ายแดงนี้ ก็ไม่ควรพลาดโอกาสในการช้อนการ์ดมือสองรุ่นแรงๆ แบบนี้มาไว้ในครอบครองกัน โดยในวันนี้เราถือโอกาส ที่จะมาแนะนำการ์ดจอในแต่ละระดับกัน สำหรับ AMD Radeon RX series

การ์ดจอ AMD 2022 รุ่นไหนเหมาะกับคุณ


เกมเมอร์มือใหม่ มัลติมีเดียเริ่มต้น

RX6400

สำหรับมือใหม่ที่เริ่มประกอบคอมสำหรับการเล่นเกมออนไลน์หรือเกมสนุกๆ ที่ไม่ได้ใช้ทรัพยากรระบบมากนัก เช่น DOTA2, MineCraft, CS:GO, Another Try หรือ Apex Legend เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้พลังของกราฟิกไม่ได้โหดหินมาก แต่ให้ความสวยงาม เล่นได้ลื่นในระดับหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการปรับ Detail และความสวยงามภายในเกมด้วย Radeon RX6400 ราคาประมาณ 6,490 บาท ถือว่าตอบโจทย์ในการเล่นได้ ในระดับการปรับที่ Low หรือ Medium ในบางเกม แต่ถ้าจะให้ไหลลื่นมากขึ้น ทางเลือกอย่าง RX6500XT ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,690 บาท ก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อยเลย ซึ่งการ์ดทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมีความต่างกันไม่มาก ในแง่ของซีรีส์ แต่ด้วยความเป็น XT ก็จะเพิ่มหลายๆ อย่างเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณนาฬิกา, Compute Unit ที่มีผลต่อการทำงาน รวมถึง Stream processor และ Memory bandwidth ที่จะทำให้การประมวลผลภาพ และเกมที่จะไหลลื่นได้ดี ถ้าในกรณีที่คุณมีงบประมาณอยู่ในช่วง 6,000-7,000 บาท Radeon RX6500XT ก็เป็นตัวเลืกอที่น่าสนใจ

Advertisementavw
Radeon RX6400 Radeon RX6500XT
Compute Units 12 16
Boost Frequency Up to 2321 MHz Up to 2815 MHz
Game Frequency 2039 MHz 2610 MHz
Ray Accelerators 12 16
Peak Pixel Fill-Rate Up to 74.3 GP/s Up to 90.1 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 111.4 GT/s Up to 180.2 GT/s
Peak Half Precision Compute 7.13 TFLOPs 11.53 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 3.57 TFLOPs 5.77 TFLOPs
ROPs 32 32
Stream Processors 768 1024
Texture Units 48 64
Transistor Count 5.4 B 5.4 B
Infinity Cache 16 MB 16 MB
Memory Speed 16 Gbps 18 Gbps
Max Memory Size 4 GB 4 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6
Memory Interface 64-bit 64-bit
Memory Bandwidth Up to 128 GB/s 144 GB/s
Feature AMD Smart Access Memory AMD Smart Access Memory
ที่มา: AMD

โดยที่การ์ดจอ Radeon RX6500XT นั้น จะมีด้วยกัน 2 รุ่นคือ VRAM 4GB และ 8GB ตารางด้านล่างนี้เป็นการเปรียบเทียบเฟรมเรตที่ได้ในการทดสอบของทาง AMD

การ์ดจอ AMD

สำหรับในบ้าน ส่วนใหญ่เราจะเห็นการ์ดจอ AMD Radeon RX6500XT ในเวอร์ชั่นของ 4GB มากกว่า ซึ่งรุ่นที่ใช้ VRAM 8GB จะอยู่ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งในบ้านเราก็จะมี RX6600 ที่เริ่มต้นกันที่ 8GB แต่มีความต่างเรื่องของความเร็ว Bus width และ Interface แต่อย่างไรก็ดี จากผลทดสอบ ที่อ้างอิงจาก AMD ในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของเฟรมเรตในแต่ละเกม 4GB และ 8GB จะเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะมีเพียงบางเกมอย่างเช่น DOOM และ F1 2021 ที่มีความแตกต่างมากขึ้น อย่างไรก็ดี RX6500XT ในบ้านเรา ราคาถือว่าน่าสนใจดีแล้ว เริ่มต้นที่ประมาณ 6,990 บาทเท่านั้น

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6400 และ RX6500XT

การ์ดจอ AMD

PowerColor Radeon RX6400 ITX

การ์ดจอ AMD ในสไตล์มินิมอลแบบ ITX พัดลมเดี่ยวในแบบ Two Ball Bearing เสียงรบกวนน้อย พร้อมเทคโนโลยี Mute Fan หยุดรอบพัดลม เมื่ออุณหภูมิต่ำ ประหยัดพื้นที่สล็อต ติดตั้งในเคสขนาดเล็ก พื้นที่แคบได้ ไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม แรม GDDR6 4GB ให้พอร์ต HDMI และ DP มาอย่างละ 1 พอร์ต ราคาประมาณ 6,690 บาท

การ์ดจอ AMD

MSI Radeon RX6500XT MECH 2X 4GB

การ์ดจอ AMD Radeon RX6500XT จากทาง MSI ในซีรีส์ของ MECH ที่มาพร้อมพัดลมคู่ขนาดใหญ่ เทคโนโลยี TORX Fan 3.0 ดีไซน์มาเป็นพิเศษ ให้แรงลมมากขึ้น และใช้งานได้ยาวนาน ปรับแต่งความเร็วเพิ่มได้ และยังมี Backplate หลังมาอีกด้วย มี VRAM GDDR6 4GB และให้พอร์ต HDMI และ DP มาอย่างละพอร์ต


เกมเมอร์ที่เริ่มจริงจังกับการเล่นเกม

การ์ดจอ AMD

ถ้าคุณเริ่มมองว่าการ์ดจอตัวเก่าที่คุณใช้เริ่มไม่ตอบโจทย์ เล่นกับเกมใหม่ๆ ไม่ค่อยไหว หรือคุณอยากไปต่อกับเกมที่โหดขึ้น แต่งบประมาณอาจจะยังไม่สูงมากนัก ระดับ 10,000-15,000 บาท ตัวเลือกของ Radeon RX6600 series น่าสนใจทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอ AMD Radeon RX6600, RX6600XT หรือ RX6650XT ในเบื้องต้น ความต่างของ RX6600 และ RX6600XT ไม่ได้ต่างกันมากนัก ถ้ามองในแง่ของเฟรมเรตที่เล่นเกมพื้นฐานระดับ 1080p ด้วยกัน แม้ว่า Memory Bandwidth และสัญญาณนาฬิกาในโหมด Game รวมถึง Stream Processor ของ RX6600XT จะมากกว่าอยู่บ้างก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ของราคา RX6600 เวลานี้ถูกกว่า RX6600XT อยู่ประมาณพันกว่าบาทเท่านั้น ก็แทบจะตัดสินใจได้เลยว่าจะเลือกรุ่นไหน แต่ถ้าในกรณีที่คุณมีการ์ดตัวเก่า ที่สเปคน้อยกว่ามากๆ แต่ความแรงของซีพียูคุณสามารถขับได้ไกลกว่านั้น แนะนำ RX6650XT ที่เป็นตัวอัพเลเวลของซีรีส์นี้ ซึ่งทำราคาได้ค่อนข้างดี เพราะเคาะราคาเริ่มต้นที่มีให้เห็นในท้องตลาดเวลานี้แค่ 12,500 บาทเท่านั้น จากราคาในช่วงเปิดตัวเฉียด 17,000 บาท

Radeon RX6600 Radeon RX6600XT Radeon RX6650XT
Compute Units 28 32 40
Boost Frequency Up to 2491 MHz Up to 2589 MHz Up to 2581 MHz
Game Frequency 2044 MHz 2359 MHz 2424 MHz
Ray Accelerators 28 32 40
Peak Pixel Fill-Rate Up to 159.4 GP/s Up to 165.7 GP/s Up to 165.2 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 279 GT/s Up to 331.4 GT/s Up to 413 GT/s
Peak Half Precision Compute 17.86 TFLOPs 21.21 TFLOPs 26.43 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 8.93 TFLOPs 10.6 TFLOPs 13.21 TFLOPs
ROPs 64 64 64
Stream Processors 1792 2048 2560
Texture Units 112 128 160
Transistor Count 11.1 B 11.1 B 17.2 B
Infinity Cache 32 MB 32 MB 96 MB
Memory Speed 14 Gbps 16 Gbps 16 Gbps
Max Memory Size 8 GB 8 GB 12 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 128-bit 128-bit 192-bit
Memory Bandwidth Up to 224 GB/s Up to 256 GB/s Up to 384 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6600, RX6600XT และ RX6650XT

ASUS Dual RX6600 8G

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD RX6600 จากทาง ASUS ในรุ่น Dual 8G ที่ทำราคาได้ดีในตลาด กับการออกแบบชุดพัดลม ที่มีใบขนาดเล็ก และเรียวยาว เพื่อให้แรงดันของลมมีมากขึ้น มีจำนวนถึง 2 พัดลม พร้อม Backplate ที่เพิ่มความแข็งแรงให้ตัวการ์ด สามารถใช้ GPU Tweak II ในการปรับจูนความเร็วได้ ตัวการ์ดใช้พื้นที่ประมาณ 2 สล็อต เชื่อมต่อ PCIe 4.0 มีพอร์ตแสดงผล HDMI, DisplayPort ถึง 3 ช่องด้วยกัน ราคาประมาณ 10,900 บาท

PowerColor RX 6650 XT Hellhound Sakura

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอจากค่าย PowerColor ที่ทำออกมาในเวอร์ชั่นพิเศษ สีชมพูดสดใส ในราคาประมาณ 12,900 บาท เท่านั้น กับการใช้พื้นที่ประมาณสล็อตครึ่ง เข้ากับเคสในโทนสีชมพูหรือสีขาวได้อย่างลงตัว พัดลมระบายความร้อน 2 ตัวขนาดใหญ่ 100mm และภาคจ่ายไฟ 6+2 phase ใช้ไฟเลี้ยงแบบ 8-pins แสงไฟ LED บนตัวการ์ด


เกมเมอร์มือโปรฯ ไหลลื่น ภาพสวยบน 2K

การ์ดจอ AMD

แต่ถ้าคุณรู้สึกอ่อนไหวง่ายกับเฟรมเรตที่อาจจะหายไปในบางช่วง อยากได้ภาพลื่นๆ เล่น Full-HD เฟรมเรตพุ่งทะยาน หรือเปลี่ยนมาใช้จอ 2K 1440p ก็อยากได้ภาพสวยๆ ตัวเลือกอย่าง Radeon RX6700XT ที่เรียกว่าจัดสเปคมาแรง ยัดขุมพลังเครื่องรถสปอร์ตมาให้ Stream processor ชุดใหญ่ ใส่ VRAM 12GB GDDR6 ความเร็ว 18 Gbps ก็ทำให้การขับเคลื่อนเกมระดับ AAA ไปได้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น GTAV, RD2, COD Warzone หรือ God of War รวมถึง Dying Light 2 เรียกว่าพร้อมชนทุกแนว เน้นเฟรมเรตปรับ High ได้สวยๆ บน 2K หรือจะปรับสุดใน 1080p การ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT และ RX6800 ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย

การ์ดจอ AMD

แต่ถ้ามองในแง่ของราคา RX6700XT ราคาเริ่มที่ 14,900 บาทโดยประมาณ แต่ถ้าเป็น RX6750XT จะขยับมาไกลหน่อย เพราะรุ่นเริ่มต้นแตะที่ประมาณ 20,750 บาท แต่ถ้าเป็น RX6800 จะอยู่ที่ราวๆ 19,900 บาทเท่านั้น โดยที่คุณอาจจะได้ Compute Unit ที่ใช้ในการทำงานที่มากกว่า รวมถึงแบนด์วิทธิ์และ Stream processor ที่มากขึ้นบน RX6800 แต่ถ้าจะเน้นความเร็วสัญญาณนาฬิกา ที่มีผลต่อการเล่นเกมในหลายๆ ส่วน รวมถึงความเร็ว Memory ที่มากขึ้น RX6750XT ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

Radeon RX6700XT Radeon RX6750XT Radeon RX6800
Compute Units 36 40 60
Boost Frequency Up to 2450 MHz Up to 2600 MHz Up to 2105 MHz
Game Frequency 2174 MHz 2495 MHz 1815 MHz
Ray Accelerators 36 40 60
Peak Pixel Fill-Rate Up to 156.8 GP/s Up to 166.4 GP/s Up to 505.2 GT/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 352.8 GT/s Up to 416 GT/s 32.33 TFLOPs
Peak Half Precision Compute 22.58 TFLOPs 26.62 TFLOPs 32.33 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 11.29 TFLOPs 13.31 TFLOPs 16.17 TFLOPs
ROPs 64 64 64
Stream Processors 2304 2560 3840
Texture Units 144 160 240
Transistor Count 17.2 B 17.2 B 26.8 B
Infinity Cache 80 MB 96 MB 128 MB
Memory Speed 16 Gbps 18 Gbps 16 Gbps
Max Memory Size 10 GB 12 GB 16 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 160-bit 192-bit 256-bit
Memory Bandwidth Up to 320 GB/s Up to 432 GB/s 512 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6700XT, RX6750XT และ RX6800

GIGABYTE RX6700XT EAGLE

การ์ดจอ AMD

หนึ่งในการ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT ตัวคุ้มในตลาด ที่มาพร้อมดีไซน์สวยงาม เพิ่มความดุดันกับพัดลมขนาดใหญ่ 3 ตัว ที่หมุนไปในทิศทางต่างกัน เพื่อเพิ่มแรงอัดอากาศได้มากขึ้น ใบพัดลมออกแบบมาเป็นพิเศษ กับฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ ช่วยในการดึงความร้อนได้รวดเร็ว พร้อมแสงไฟ RGB บนตัวการ์ด ปรับแต่งได้ Backplate ขนาดใหญ่ ช่วยเสริมความแกร่งให้กับการ์ด ภาคจ่ายไฟรองรับการเพิ่มความเร็วและ OC เพิ่มระดับสัญญาณนาฬิกาพิเศษมาจากโรงงานแล้ว มีพอร์ตให้ทั้ง HDMI และ DisplayPort อย่างละ 2 พอร์ต

MSI RX6800 GAMING X TRIO

การ์ดจอ AMD

เป็นอีกหนึ่งการ์ดจอ AMD Radeon ที่เกมเมอร์หลายคนหมายปอง กับซีรีส์นี้ ที่มักจะให้ความโดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเรื่องการระบายความร้อนกับ TORX Fan 4.0 ที่มีการปรับจูนมาเป็นอย่างดี ให้มีการผลักลมเข้าสู่ระบบได้รวดเร็ว ใบพัดลมทำมาเป็นพิเศษ เพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น ตัวการ์ดแบบ 3 พัดลม พร้อมแสงไฟ RGB ปรับแต่งได้ และมี Backplate ที่ทำออกแบบมาได้อย่างกลมกลืน สวยทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมพอร์ตแสดงผล HDMI และ DisplayPort รวมกัน 4 ช่อง

รีวิวการ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT


ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ เล่นเกมระดับ 4K

การ์ดจอ AMD

มาดูกันที่สายโหด สำหรับเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์ หรือจะเป็นนักสตรีมเกมหรือเกมแคสเตอร์กับการรีดเฟรมเรตให้กับเกมที่คุณชื่นชอบได้ในระดับ 4K หรือคนที่อาจจะต่อจอเล่นเกมมากกว่า 1 จอขึ้นไป หรือใช้ในงานตัดต่อ ที่จะเพิ่มพลังให้การเรนเดอร์ได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ RX6800XT ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจ หาง่าย มีให้เลือกหลายรุ่น สนนราคาประมาณ 22,900 บาท ซึ่งคุณจะได้ความไหลลื่นของเกมระดับ AAA ได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากจะไปให้สุดในสายนี้ RX6900XT และ RX6950XT ก็เป็นทางเลือกที่น่าโดนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับสิ่งที่มีผลต่อการทำงาน เช่น Stream processor, Texture unit และ Memory speed ซึ่งคุณจะเห็นผลกับการเล่นเกมที่มีฉากและการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการโหลดข้อมูลจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องอย่างเกม Openworld ที่หลายคนชื่นชอบ และสำหรับคนที่ใช้จอขนาดใหญ่ อัตรารีเฟรชเรตสูงๆ เช่น 144Hz หรือ 240Hz ก็ได้เห็นถึงความลื่นไหล สมจริงได้มากยิ่งขึ้น

Radeon RX6800XT Radeon RX6900XT Radeon RX6950XT
Compute Units 72 80 80
Boost Frequency Up to 2250 MHz Up to 2250 MHz Up to 2310 MHz
Game Frequency 2015 MHz 2015 MHz 2100 MHz
Ray Accelerators 72 80 80
Peak Pixel Fill-Rate Up to 288 GP/s Up to 288 GP/s Up to 295.7 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 648 GT/s Up to 720 GT/s Up to 739.2 GT/s
Peak Half Precision Compute 41.47 TFLOPs 46.08 TFLOPs 47.31 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 20.74 TFLOPs 23.04 TFLOPs 23.65 TFLOPs
ROPs 128 128 128
Stream Processors 4608 5120 5120
Texture Units 288 320 320
Transistor Count 26.8 B 26.8 B 26.8 B
Infinity Cache 128 MB 128 MB 128 MB
Memory Speed 16 Gbps 16 Gbps 18 Gbps
Max Memory Size 16 GB 16 GB 16 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 256-bit 256-bit 256-bit
Memory Bandwidth Up to 512 GB/s Up to 512 GB/s Up to 576 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ AMD RX6950XT

MSI RX6950XT Gaming X TRIO

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD Radeon RX6950XT จากทาง MSI ที่เรียกว่าดันตัวท็อปๆ เข้าสู่ตลาด เป็นตัวเลือกเพียงไม่กี่รุ่นในตอนนี้ สนนราคาประมาณ 33,500 บาท เท่านั้น ถือว่าลงมาจากต้นปีมาอย่างมากมายเลยทีเดียว ไฮไลต์เด่นยังคงเป็นเรื่องการปรับจูนสัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานแล้ว โครงสร้างที่แข็งแรง เพิ่มชุดพัดลมพิเศษ TORX Fan ดีไซน์มาเพื่อระบายความร้อนให้กับกราฟิก GPU ระดับสูงเช่นนี้ มีให้ถึง 3 ตัวด้วยกัน และมีแสงไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้ เช่นเดียวกับ VRAM GDDR6 16GB ในแบบ 18Gbps เชื่อมต่อเข้ากับ PCIe 4.0 ให้แบนด์วิทธิ์กว้างสุดๆ ใครที่หวังจะเร่งเฟรมเรตไปให้ถึงขีดสุด ไม่ควรพลาด


Conclusion

ต้องเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเลือกซื้อการ์ดจอ AMD ที่มีราคาเป็นกันเองมากขึ้น จัดว่าจับต้องได้ และมีให้เลือกหลายรุ่นเต็มท้องตลาด ใครสะดวกซื้อแบบใด จะไปดูหน้าร้านหรือต้องการซื้อแบบออนไลน์หน้าร้านใหญ่ๆ ก็มีให้เลือกกันเพียบ อย่างที่ได้นำเสนอกันไป งบประมาณน้อย เล่นเกมเบาๆ หรือแค่เล่นเกมและทำงานบนโหมด Full-HD การ์ด Radeon RX6600XT ก็น่าสนใจ เพราะราคาแค่หมื่นเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเน้นเล่นเกมที่โหดขึ้น อยากได้เฟรมที่ไหลลื่น งบประมาณไม่เกิน 20,000 บาท ลอง RX6750XT หรือ RX6800 ก็น่าใช้ไม่แพ้กัน เพราะได้อะไรที่เพิ่มเติมมาหลายอย่างจาก RX6600XT หรือ RX6700XT แต่ถ้างบประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ตัวเลือกอย่าง RX6900XT และ RX6950XT คือการ์ดที่คุณต้องไม่พลาด เล่นเกมจอใหญ่ Resolution สูงๆ มากกว่า 2K และได้พีซีที่รีดเฟรมได้อย่างจุใจ หรือจะใช้หลายๆ จอ คุณจะสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมในการเล่นเกมโปรดได้แบบขีดสุดเลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/668815-graphic-card-amd-radeon-2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ฉบับเข้าใจง่าย อ่านแล้วเลือกคอมได้ถูกใจ! พร้อม 6 รุ่นน่าใช้ อัพเดทปลายปี 2022

ฮาวทูเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีให้เวิร์คใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

Share image Edit Name 1laptop2022 1

หลายคนน่าจะค้นหาวิธีการบนเว็บไซต์หรืออ่านบทความกันเป็นประจำว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้จะต้องดูต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง? นั่นเพราะปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นแข่งกันผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรุ่นย่อยร้อยแปดจนผู้ใช้หลายๆ คนเลือกกันไม่ถูกแล้วอาจจะซื้อรุ่นราคาไม่แพงแต่สเปคไม่ตอบโจทย์เลยทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม วิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้ไม่ยากอย่างนัก เพียงแค่เข้าใจว่าขอบเขตงานของเรามีอะไรบ้าง? จะซื้อไว้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรือมีงานกราฟิคอย่างตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพด้วย หรือจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ เลย? ซึ่งถ้าตอบคำถามของตัวเองได้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คแบบไหนมาใช้ก็ไม่ยากแล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีโดนใจ ฉบับรีบอ่านจะไปซื้อคอม!

joseph frank XGC 1eH ZGI unsplash

เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องมักเปิดบทความประเภท Buyer’s Guide แล้วดูว่าบทความนั้นโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนที่ทางเว็บไซต์หรือผู้เขียนแนะนำบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าใจหลักการเลือกโน๊ตบุ๊คง่ายๆ 5 ขั้นตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก โดยมีหลักการเลือกดังนี้

  1. เลือกระบบปฏิบัติการที่ตอบโจทย์เรา! – หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เพราะถ้าไม่ซื้อ MacBook มีแต่โน๊ตบุ๊ค Windows หรือบางเครื่องอาจเป็น Chrome OS มาบ้าง และหากใครจำได้จะเห็นว่าหลายปีก่อนหน้านี้ก็จะมีโน๊ตบุ๊คบางแบรนด์ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux อย่าง Ubuntu แทรกอยู่ในท้องตลาดด้วย นั่นเพราะมันเป็นปัจจัยหลักซึ่งกำหนดประสบการณ์ใช้งานของเราว่าจะใช้งานได้ดีไหลลื่นหรืออึดอัดจนแทบอยากขายทิ้งเลย ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนซึ่งเคยใช้โน๊ตบุ๊คทั้ง 4 ระบบปฏิบัติการนี้มาแล้วจะเป็นดังนี้
    1. Windows – เป็นระบบปฏิบัติการแรกของผู้ใช้หลายคน ซึ่งหลายคนก็ยังใช้งานอยู่หรือข้ามไประบบปฏิบัติการอื่นแล้วก็ตาม ข้อดีคือใช้โปรแกรมได้หลากหลายแบบตั้งแต่ใช้งานเอกสารหรือเบราเซอร์, โปรแกรมกราฟิคชั้นนำของโลกหรือแม้แต่เกมก็รองรับระบบปฏิบัติการนี้ เปิดมาก็พร้อมใช้งานได้เลย ใช้งานได้ง่ายในระดับ End User แต่ถ้าอยากให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเรียนรู้เรื่องเคล็ดลับการใช้งานเพิ่มเติมอีก
    2. macOS – ใช้ง่าย หากผู้ใช้คนไหนมี iPhone, iPad จะยิ่งชอบระบบ Apple Ecosystem เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ประสานงานกันได้ดีและต่อเนื่องและทางบริษัทก็ดีไซน์หน้า User Interface ให้ออกมาสวยงามใช้งานได้ง่ายเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป และแม้จะซื้อ MacBook รุ่นเก่าไป 2-3 ปี ก็ยังอัพเกรดเป็น macOS เวอร์ชั่นใหม่อยู่ อิงจากฐานข้อมูลว่า MacBook รุ่นไหนยังอัพเกรดเป็น macOS Monterey ได้ จะเห็นชื่อ MacBook Air ปี 2015 กับ MacBook Pro with Retina ปี 2015 ยังอัพเดทได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าใครใช้งาน Windows มานานแล้วย้ายมาใช้ macOS เป็นครั้งแรกก็ต้องปรับตัวเรื่องคีย์ลัดและฟังก์ชั่นต่างๆ สักระยะหนึ่ง และถ้าถนัดก็น่าจะถูกใจความเรียบง่ายของ OS นี้แน่นอน
    3. Chrome OS – เป็นระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งหน้าตาเหมือน Windows แล้วเอาประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android มาประยุกต์ใช้ได้ทันที และแอพฯ ส่วนใหญ่จะเน้นพึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นหลักแต่ก็สามารถเปิดใช้งานแบบ Offline ได้ มีฟังก์ชั่นประสานงานกับสมาร์ทโฟน Android เหมือน macOS กับ iPhone อีกด้วย โดยปัจจุบันนี้นอกจากโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS จากโรงงานโดยตรง ก็ยังโหลดระบบปฏิบัติการ Chrome OS Flex จาก Google มาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าให้รันระบบปฎิบัติการนี้ได้ด้วย
    4. Linux – เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open-source ซึ่งหากผู้ใช้มีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งก็สามารถโหลดไปใช้และพัฒนาต่อด้วยตัวเองก็ได้ โดยปัจจุบันนี้มีผู้เอา Linux ไปต่อยอดแล้วแยกเป็น Linux ฉบับใหม่ๆ ซึ่งเหมาะกับงานประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะ Ubuntu, Fedora, Linux Mint และหากใครติดตามข่าวอยู่ อาจจะได้ยินชื่อ Kylin Linux ซึ่งเป็น Linux อีกเวอร์ชั่นหนึ่งซึ่งออกแบบมาใช้กับภาษาจีนโดยเฉพาะ ซึ่งจากประสบการณ์ใช้งานส่วนตัวของผู้เขียนต้องถือว่า Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมาก (Lightweight OS) ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและยิ่งใครรู้เรื่องโปรแกรมมิ่งและการใช้ Command Line (แต่ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้), การหาซอฟท์แวร์ทางเลือก (Alternate software) ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีแล้วดีเทียบชั้นซอฟท์แวร์เสียเงิน ก็เชื่อว่าจะใช้งาน Linux ได้สนุกสนาน จะลงเป็น OS หลักหรือเสริมในโน๊ตบุ๊ค 2022 ก็ได้
  2. จะใช้ 2-in-1 หรือแบบธรรมดา? – โน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ดีไซน์ไม่ได้จำกัดเอาไว้แค่แบบฝาพับอันคุ้นตา ก็จะมีโน๊ตบุ๊คแบบพับจอกลับเป็นแท็บเล็ต, มีปากกา, ถอดคีย์บอร์ดได้ ฯลฯ ให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งเรื่องดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน ว่าจะใช้งานทั่วไปแค่เปิดมาใช้ทำงานแล้วพับเก็บไปหรือถ้ามีงานอื่นๆ อย่างไปถ่ายภาพหน้างานแล้วต้องการวาดจดด้วยสไตลัสก็อาจจะหันมาดูโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 แทนจะดีกว่า
  3. ขนาดและความละเอียดหน้าจอ – ขนาดหน้าจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบันนี้มีตั้งแต่ 10 นิ้ว สำหรับเด็กไปจนจอใหญ่ 17 นิ้ว ซึ่งมักเจอเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปหลายๆ รุ่น ซึ่งถ้าเน้นพกพาใส่กระเป๋าก็น่าดูรุ่น 14 นิ้ว แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน เน้นนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ ก็แนะนำรุ่นจอ 15.6 นิ้ว จะมีขนาดใหญ่กำลังดี และแนะนำให้ดูหน้าจอความละเอียด Full HD เป็นขั้นต่ำ และถ้าเจอหน้าจอความละเอียดสูงกว่านี้ก็ยิ่งดี
  4. เลือกรุ่นแบตอึด จะได้ใช้งานได้นาน – แม้โน๊ตบุ๊ค 2022 หลายๆ รุ่นจะใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนเจองานหนักเปิดเครื่องนานหลายชั่วโมงแล้วเครื่องอาจดับกลางคันได้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้หารีวิวโน๊ตบุ๊คอ่านเพื่อหาข้อมูลรุ่นที่สนใจใช้งานได้นานกี่ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่หากเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาควรอยู่ได้ 9~12 ชั่วโมงจะดีที่สุด แต่ในทางกลับกันโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็มีพอร์ต USB-C Full Function ให้เลือก ซึ่งพอร์ตนี้จะรองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort และชาร์จไฟแบบ Power Delivery ได้ ช่วยแก้ปัญหาว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องของเราใช้งานได้ไม่นาน ขอแค่เตรียม Power Bank กำลังชาร์จสูงเอาไว้ก็ชาร์จไปใช้งานไปได้เลย
  5. กำหนดสเปคโดยคร่าวๆ แล้วไปซื้อกัน – ส่วนของสเปคเครื่องขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ว่าเนื้องานของแต่ละคนเน้นไปด้านไหนเป็นหลัก เช่น ถ้ามีงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็ควรหารุ่นมีการ์ดจอแยกมาใช้งาน, หากเน้นน้ำหนักเบาก็ดูซีพียูว่าเป็นรหัสประหยัดพลังงาน แต่จุดที่ผู้เขียนขอเน้นให้ผู้ใช้พิจารณาไว้ก่อนเป็นอย่างแรก คือ ควรหาโน๊ตบุ๊ค 2022 แรม 16GB มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น DDR4 หรือ DDR5 ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับแรมสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับแรมได้ที่นี่ ส่วนซีพียูอาจจะเริ่มที่ AMD Ryzen 3 หรือ Intel Core i3 ก็ได้ และมี M.2 NVMe SSD ติดตั้ง Windows 10 หรือ 11 มาให้ในเครื่องพร้อมความจุ 256GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นน่าใช้ ออกใหม่ล่าสุด ซื้อมาใช้แล้วเวิร์คแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,490
HP Victus Gaming 15-fb0068AX  AMD Ryzen 5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

27,490
MSI Alpha 15 B5EEK-095TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

LAN x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,490
Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990
Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,900
ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W Intel Core
i7-12650H

NVIDIA GeForce RTX 3060 

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

44,990

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นแนะนำน่าใช้ทั้งสายทำงานและเล่นเกม

หากผู้ใช้คนไหนได้อ่านวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ตามที่แนะนำไปข้างบนแล้ว เริ่มเห็นภาพว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนมาใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ของเราดี โดยผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊คทั้งสายทำงานและเล่นเกม โดยมีรุ่นที่ติดตั้งซีพียู AMD กับ Intel มาให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่

  1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)
  2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)
  5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)

ideapad5

โน๊ตบุ๊ค 2022 เครื่องแรกในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำ Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA ที่เหมาะจะใช้ทำงานออฟฟิศเป็นรุ่นแรก จุดเด่นของมัน คือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, อัพเกรดแรมเพิ่มได้และมีโปรแกรม Microsoft Office ติดตั้งมาให้ เพียงแค่อัพเกรดแรมไป 16GB ก็ใช้งานได้สบายๆ

เครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ในเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครต้องการโน๊ตบุ๊คเน้นทำงานแล้วสเปคคุ้มด้วยก็ซื้อ Lenovo IdeaPad 5 นี้ไปได้เลย

Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 22,490 บาท (BaNANA)
2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

victusgaming

หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนล่ะก็ HP Victus Gaming 15-fb0068AX เครื่องนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะราคาแค่สองหมื่นกลางแต่สเปคจัดว่าแรงและเมื่อซีพียูกับการ์ดจอเป็น AMD ทั้งหมดแล้วก็จะรองรับฟังก์ชั่น AMD S.A.M. ทำให้โหลดฉากและ Texture ในเกมได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ยิ่งทำงานและเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นเยอะ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 มาให้ใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz หากอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก ที่เครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.29 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปค AMD ล้วนก็ซื้อ HP Victus เครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ HP Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)

alpha15

MSI Alpha 15 B5EEK-095TH เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนอีกเครื่องที่แรงจบตั้งแต่เปิดกล่อง สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD เข้าไปได้อีกด้วย จัดเป็นตัวแรงราคาน่าคบอีกเครื่องหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ในตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องอยุ่ที่ 2.35 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนสเปคแรงสักเครื่องก็ซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-095TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 32,490 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)

vero

Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ภาคต่อของตระกูล Vero ซึ่งบอดี้ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้กับโปรแกรม Microsoft Office แท้ และรหัสนี้ก็ได้รับการอัพเกรดเป็น Intel 12th Gen แล้วด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ ในเครื่องมีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น และจากโลโก้จะเห็นว่า Aspire Vero นี้ผ่านมาตรฐานเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ด้วย ดังนั้นจะได้เปรียบเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้นด้วย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)

thinkpad

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ต้องยกให้ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH รุ่นนี้ที่นอกจากตัวเครื่องจะใหญ่กำลังดีและยังได้ Windows 11 Pro ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์เรื่องความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งกว่าเวอร์ชั่น Home อีกด้วย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้จึงเหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานเป็นอย่างมาก และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Pro มาพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.7 กิโลกรัม เรียกว่าเอาใจสายทำงานแบบเต็มที่และได้ Intel 12th Gen ไปด้วยเลย

สเปคของ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)

tufdash

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ได้ทั้งทำงานและเล่นเกม ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W นับเป็นคำตอบที่ดีมาก เพราะนอกจากได้ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่หวือหวาแล้ว สเปคยังแรงตั้งแต่เปิดกล่องและพอร์ต USB-C ยังเป็น Full Function ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ตัวเครื่องหนัก 2 กิโลกรัมพอดี เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยดูดีทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ

สเปคของ ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W
  • CPU : Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2 กิโลกรัม
  • Price : 44,990 บาท (Advice)

windows eGNLSgazDVU unsplash

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ณ ตอนนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเยอะทีเดียว และวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊คนั้นก็ไม่ได้ยากมาก หากเข้าใจว่าเราเน้นใช้งานอะไรบ้างและต้องการโน๊ตบุ๊คแบบไหน เท่านี้ก็ช่วยตัดตัวเลือกรุ่นที่ไม่เกี่ยวข้องไปได้เยอะและไม่ต้องโดนคนขายเชียร์ปั่นยอดขายจนเสียโฟกัสอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้เริ่มทำการบ้านหาดูรุ่นที่สนใจจากที่บ้านก่อนแล้วไปจบที่หน้าร้านหรือจะซื้อออนไลน์ไปเลยก็สะดวกเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3msi 1

Share image Edit Name 1qdoled 1

Share image Edit Name 3acer 1

from:https://notebookspec.com/web/668571-5-tips-for-buying-laptop-in-2022

รีวิว Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW ยอดจอเกมมิ่ง G-SYNC ULTIMATE! สเปคอลังการล้ำอนาคตกับราคา 55,500 บาท

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW จอเกมมิ่งขั้นเทพ พาเนล Quantum Dot OLED หนึ่งเดียวในตอนนี้!

Share image Edit Name 1qdoled 1

Alienware เป็นชื่อแบรนด์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซึ่งเกมเมอร์คุ้นหูกันดี อย่าง Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW รุ่นนี้ก็เป็นจอเกมมิ่งรุ่นที่ดีสุดเท่าที่ Alienware มีขายให้เกมเมอร์ซื้อไปใช้งานกัน โดยราคา 55,500 บาทนี้ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัยมากมาย ไม่ว่าจะพาเนล Quantum Dot OLED (QD-OLED) หรือพาเนล OLED แบบใหม่ล่าสุด ซึ่งพาเนลนี้นอกจากแสดงความสว่างได้สูงสุดระดับ 1000 nits แล้วยังได้ขอบเขตสีที่กว้างยิ่งขึ้นและได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR TrueBlack 400 การันตีว่าสีดำที่เห็นบนหน้าจอนี้ดำสนิทสมจริงที่สุดแน่นอน

Advertisementavw

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเป็นจอเกมมิ่งของทาง Alienware แล้ว ทางบริษัทก็ปรับแต่งฟีเจอร์เอื้อเกมมิ่งมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะได้ค่า Refresh Rate สูง, Response Time ที่ต่ำมาก และยังรองรับ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ซึ่งเป็นฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขณะเล่นเกมและยังเป็นการการันตีว่าสีสันของหน้าจอนี้เป็นระดับ Lifelike HDR ซึ่งสวยสมจริงที่สุด และมี ULMB (Ultra Low Motion Blur) หรือฟังก์ชั่นลดอาการภาพเบลอเมื่อภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว

ด้านความสวยงามจัดว่าโดดเด่น ไม่ว่าจะดีไซน์ขอบหน้าจอบาง, มีไฟ RGB “AlienFX lighting” ติดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของหน้าจอ ไม่ว่าจะโลโก้, กรอบขาตั้งหน้าจอและมีไฟ Downlight เพื่อสร้างบรรยากาศและความสวยงามให้โต๊ะเกมมิ่งของเกมเมอร์ดูดีมีสไตล์และเล่นเกมได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

Alienware 34 Curved QD-OLED

NBS Verdicts

aw3423dw NYX00273

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW นับเป็นจอเกมมิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปัจจุบันจนหาตัวเทียบจากแบรนด์อื่นไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์เข้ามาให้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE, ไฟ RGB “AlienFX lighting”, ได้รับการการันตี VESA DisplayHDR TrueBlack 400 ไม่พอ ดีไซน์ก็สวยงามล้ำอวกาศสมชื่อชั้นของทาง Alienware ไม่มีผิดเลย

โดยเฉพาะพาเนล Quantum Dot OLED (QD-OLED) คุณภาพสูงซึ่งปัจจุบันนี้จะถูกติดตั้งมาให้ในทีวีราคาแพงระดับท็อปไม่กี่รุ่นเท่านั้น และเมื่อทางบริษัทนำมาใช้กับจอ AW3423DW ตัวนี้ ก็ทำให้พาเนลสีสันสวยสมจริง เสพย์ความสวยสดงดงามบนหน้าจอเกมมิ่งนี้จนอิ่มก็ไม่ใช่การพูดเกินไปอย่างแน่นอน หากใครเคยมีประสบการณ์ชมคอนเทนต์บนจอ QD-OLED จะทราบดีว่าพาเนลนี้ให้สีสันสวยงามโดดเด่นกว่าจอ IPS อย่างเทียบกันไม่ติด ยิ่งนำมาเล่นเกมก็ยิ่งรู้สึกดีจนผู้เขียนเชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนน่าจะตกหลุมรักได้ง่ายๆ และเมื่อเสริมด้วยข้อดีกับฟีเจอร์ของจอนี้เข้าไป ก็ทำให้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ดูราคาสมเหตุผลขึ้น แม้ทางบริษัทจะตั้งราคาไว้ 56,900 บาทก็ตาม

นอกจากเรื่องราคาสูง ประเด็นจุดสังเกตอื่นๆ ที่ผู้เขียนขอแนะนำเกมเมอร์ที่อยากได้จอนี้ไปใช้ให้เตรียมโต๊ะเกมมิ่งที่รับน้ำหนักจอได้เยอะและหน้าโต๊ะกว้างระดับ 120~140 เซนติเมตรขึ้นไป เพราะจอนี้กว้างสุด 81.5 เซนติเมตรแล้ว และน้ำหนักของหน้าจอรวมขาตั้งอยู่ที่ 10.37 กิโลกรัม หากเป็นโต๊ะที่หน้าแคบและขนาดเล็กเกินไป รวมไปถึงโต๊ะเล็กสำหรับวางรองใต้หน้าจออาจจะวางหน้าจอไม่ได้แล้วอาจจะทำให้หน้าจอพลิกล้มลงมาได้ด้วย และเนื่องจากพาเนลหน้าจอเป็น QD-OLED หากเปิดหน้าจอใช้งานไปสักพักหนึ่งแล้ว ระบบของหน้าจอจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำ Pixel Refrersh เพื่อถนอมอายุพาเนลและลดอาการ Burn-in หน้าจอ หากมีการแจ้งเตือนนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ควรกดให้หน้าจอจัดการรีเฟรชเม็ดพิกเซลหน้าจอเพื่อให้พาเนลหน้าจอเสื่อมสภาพช้าลงด้วย

ข้อดีของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  1. พาเนลหน้าจอเป็น Quantum Dot OLED รุ่นแรกของโลก ได้สีสันสวยงามเป็นพิเศษ
  2. ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR TrueBlack 400 และเปลี่ยนเป็นโหมด HDR 1000 ได้ด้วย
  3. ขอบเขตสีกว้าง 99.3% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E <2 ทำงานได้เล่นเกมดี
  4. Response Time ต่ำเพียง 0.1ms (GtG) ตอบสนองตอนเล่นเกมได้เร็วมาก
  5. รองรับ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ซึ่งปัจจุบันมีจอเกมมิ่งไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่รองรับ
  6. หน้าจอเป็นพอร์ต USB Hub ในตัว สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมและโอนไฟล์ได้ง่ายๆ
  7. มีไฟ RGB “AlienFX lighting” ปรับเอฟเฟคแสงได้ด้วยซอฟท์แวร์ของ Alienware
  8. มีสายเชื่อมต่อจอและอแดปเตอร์สำหรับ VESA Mount แถมมาให้ครบเครื่อง
  9. มีช่องร้อยสายไฟอยู่ที่ขาตั้งหน้าจอ ใช้จัดระเบียบสายไฟได้ง่ายและสวยงาม
ข้อสังเกตของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  1. จอ Quantum Dot OLED จะมีฟังก์ชั่น Pixel Refresh แจ้งเตือนขึ้นมาเป็นระยะๆ ควรกดให้หน้าจอจัดการตัวเองเพื่อถนอมพาเนล
  2. หน้าจอมีขนาดใหญ่และหนัก ควรเตรียมโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่แข็งแรงรับน้ำหนักมากได้

รีวิว Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW

Specification

monitor alienware aw3423dw pdp mod01 1

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW เป็นจอเกมมิ่งที่ดีที่สุดที่ Alienware มีให้เกมเมอร์เลือกซื้อไปเล่นเกมในปัจจุบันนี้ ได้พาเนลหน้าจอล้ำสมัยอย่าง QD-OLED และยังได้รับการรับรองจาก VESA DisplayHDR อีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  • Display Size : 34 นิ้ว ความละเอียด 3440×1440 พาเนล QD-OLED โค้ง 1800R
  • Display Techonoloy : NVIDIA G-SYNC ULTIMATE, VESA DisplayHDR TrueBlack 400
  • Color Gamut : 149% sRGB, 99.3% DCI-P3, Delta-E <2
  • Color Support : 1.07 พันล้านสีเมื่อตั้งค่า Refresh Rate 144Hz, 16.7 ล้านสีเมื่อตั้งค่า Refresh Rate 175Hz
  • Brightness : 250 cd/m2 (Typical), 1,000 cd/m2 (Peak)
  • Refresh Rate & Response Time : Refresh Rate 100Hz เมื่อเชื่อมต่อด้วย HDMI และ 175Hz เมื่อเชื่อมต่อด้วย DisplayPort, Response Time 0.1ms (GtG) 
  • Connector : HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ใต้ขอบจอ, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ด้านหลังหน้าจอ, USB-B 3.2 Gen 1 x 1 Upstream, Audio line-out x 1 ด้านหลังหน้าจอ, Headphone-out x 1 ใต้ขอบจอ
  • Cables : DisplayPort to DisplayPort x 1, Mini-DisplayPort to DisplayPort x 1, HDMI x 1, USB 3.2 Gen 1 (Upstream) x 1
  • VESA Mounting Interface : 100×100 mm. มีอแดปเตอร์เฉพาะในกล่อง
  • Adjustment : ปรับก้มเงย -5~20 องศา, ปรับหัน -20~20 องศา, ปรับสูงต่ำ 100 มิลลิเมตร
  • Price : 55,500 บาท (ITrinity)

Hardware & Design

aw3423dw NYX00271

aw3423dw NYX00279
aw3423dw NYX00278
aw3423dw NYX00272
aw3423dw NYX00308
aw3423dw NYX00305

ดีไซน์ของ Alienware 34 Curved QD-OLED จะใช้โทนสีขาวกับดำเป็นโทนสีหลักตามส่วนต่างๆ และมีไฟ RGB “AlienFX lighting” อยู่ทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ ไฟ Downlight ใต้ขอบหน้าจอ, ไฟปุ่ม Power, วงรอบฐานขาตั้งหน้าจอหลังเครื่องและโลโก้ Alienware ด้านหลังหน้าจอ ให้ความสวยงามและเปลี่ยนสีได้โดยโปรแกรม Alienware Command Center ซึ่งซอฟท์แวร์จะบังคับติดตั้งลงในพีซีเครื่องที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ ส่วนความโค้ง 1800R ส่วนตัวผู้เขียนถือว่าไม่โค้งมากจนกรอบข้างหน้าจอบีบมุมให้ผู้ใช้อึดอัดนัก และความโค้งนี้น่าจะเหมาะกับเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนว Racing เป็นพิเศษ

aw3423dw NYX00281

aw3423dw NYX00336
aw3423dw NYX00330
aw3423dw NYX00282
aw3423dw NYX00285
aw3423dw NYX00334
aw3423dw NYX00310

กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้าน ทั้งส่วนบนและริมซ้ายขวาจะถูกรีดให้บางเป็นพิเศษ ขอบล่างจะหนากว่าส่วนอื่นเล็กน้อยและสกรีนชื่อแบรนด์ “Alienware” เอาไว้เพื่อบ่งบอกชื่อแบรนด์ของหน้าจอนี้ ส่วนขาตั้งหน้าจอจะเป็นทรงตัว V สีขาวกับดำ เมื่อประกอบแล้วตั้งใช้ทำงานและเล่นเกมจัดว่ามั่นคงและรับน้ำหนักทั้งจอได้ดีและเสถียรมาก ส่วนขาตั้งหน้าจอมีสติกเกอร์ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ติดมาเพื่อการันตีว่าหน้าจอนี้เป็นจอเกมมิ่งที่เหมาะกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นอย่างมาก รองรับการแสดงผล Lifelike HDR และได้ฟีเจอร์ ULMB (Ultra Low Motion Blur) ด้วย

ส่วนวิธีการต่อขาตั้งจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ทางผู้ผลิตจะสกรีนภาพเอาไว้ให้บนโฟมห่อหน้าจอว่าให้ต่อขาตั้งหน้าจอให้เรียบร้อยก่อน แล้วเอาขาตั้งมาต่อกับหน้าจอแล้วยกขึ้นทีเดียวจะง่ายและปลอดภัย ไม่เสี่ยงให้หน้าจอหล่นเสียหาย

aw3423dw NYX00276

aw3423dw NYX00286
aw3423dw NYX00287

กลไกขาตั้งหน้าจอ สามารถปรับก้มเงย -5~20 องศา และตัวขาหน้าจอเป็นแบบรางสไลด์สปริงแข็งและมีมาร์กกิ้งบอกความสูงหน้าจอสกรีนมาด้วย ปรับสูงต่ำได้ 100 มิลลิเมตร ส่วนข้อต่อจอระหว่างอแดปเตอร์กับขาตั้งจะเป็นข้อต่อแบบหันซ้ายขวาหันได้ -20~20 องศา ช่วยให้เจ้าของเซ็ตมุมหน้าจอให้เข้ากับตัวเองได้ดีที่สุด และตัวขาตั้งหน้าจอก็แข็งแรงไม่มีอาการสั่นคลอนให้เห็นแม้แต่น้อย จะนั่งเล่นเกมหรือทำงานแล้วกดคีย์บอร์ดแรงหน้าจอก็ไม่สั่นอย่างแน่นอน

aw3423dw NYX00312
aw3423dw NYX00332

ที่ก้านขาตั้งหน้าจอจะมีช่องร้อยสายไฟเพื่อให้เจ้าของหน้าจอใช้ร้อยสายไฟ, สายหน้าจอและ USB 3.2 Gen 1 Upstream เพื่อจัดระเบียบสายให้เรียบร้อยไม่รกเกะกะ โดยร้อยสายไฟจากด้านหลังของฐานจอให้หัวสายเลยออกมาแล้วนำเข้าไปต่อกับพอร์ตเชื่อมส่วนด้านหลังหน้าจอได้เลย ซึ่งดีไซน์นี้ช่วยให้สายไฟบนโต๊ะเกมมิ่งของเราไม่รกเกะกะนัก

aw3423dw NYX00294

aw3423dw NYX00292
aw3423dw NYX00297
aw3423dw NYX00298
aw3423dw NYX00289

ด้านหลังของหน้าจอจะแยกส่วนเป็น 2 ระดับ คือ ด้านหลังพาเนลหน้าจอสีดำและบอดี้สีขาวที่ติดตั้งชิ้นส่วนภายในของหน้าจอเอาไว้ บนบอดี้สีขาวมีโลโก้ Alienware แบบปรับแสงไฟ RGB ได้อยู่ฝั่งซ้าย คั่นกลางด้วยฐานต่อขาตั้งหน้าจอที่มีคำว่า Alienware สกรีนติดเอาไว้และมีวงไฟ RGB ด้านขวามือมีตัวเลข “34” ซึ่งเป็นขนาดของหน้าจอและรุ่นของหน้าจอสกรีนเอาไว้ด้วยตัวอักษรสีขาว ฟ้อนท์ตัวอักษรเหมือนได้แรงบันดาลใจจากหนังไซไฟ

ส่วนเชื่อมต่อระหว่างบอดี้และพาเนลจอจะมีช่องระบายความร้อนล้อมกรอบตัวจอไว้ เพื่อระบายความร้อนภายใน Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ให้เย็นลง ไม่ให้ความร้อนสะสมแล้วทำให้หน้าจอและชิ้นส่วนภายในเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปนานๆ

aw3423dw NYX00317

aw3423dw NYX00315
aw3423dw NYX00319

นอกจากนี้ถ้าใครจัดโต๊ะคอมแล้วจะเอาจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW มาต่อ Monitor Arm จะมีอแดปเตอร์แถมมาให้ในกล่องโดยเฉพาะ ใช้ต่อกับ VESA Mounting Interface ขนาด 100×100 mm. ได้เลย เวลาใส่เข้าหรือปลดออกก็กดที่ปุ่มบนตัวฐานรับขาตั้งหน้าจอแล้วดึงอแดปเตอร์หรือขาตั้งหน้าจอออกมาได้ทันที แต่เนื่องจากหน้าจอนี้มีน้ำหนักเฉพาะหน้าจออย่างเดียวถึง 6.92 กิโลกรัม ดังนั้นควรดูสเปคของ Monitor Arm ให้ดีว่ามันรับน้ำหนักหน้าจอได้มากสุดกี่กิโลกรัม จะได้ต่อกับหน้าจอนี้แล้วใช้งานได้ดีที่สุด

Screen & Connector & Software

resolution

gamut
luminance

หน้าจอขนาด 34 นิ้วนี้ มีความละเอียด 3440×1440 พิกเซล พาเนล QD-OLED ตั้งค่า Refresh Rate ได้ตั้งแต่ 60, 100, 120, 144, 175Hz หากเชื่อมต่อด้วยสาย DisplayPort หากต่อ HDMI จะปรับได้มากสุดเพียง 100Hz เท่านั้น ดังนั้นขอแนะนำให้ต่อสาย DisplayPort ในกล่องเข้ากับพีซีเครื่องที่ใช้งานไปเลยจะได้ตั้งค่าได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ส่วน Response Time เพียง 0.1ms (GtG) ซึ่งถือว่าตอบสนองเร็วทันใจมาก ส่วนขอบเขตสีหน้าจอได้รับการการันตี VESA DisplayHDR TrueBlack 400 การันตีสีดำบนหน้าจอว่าดำสมจริงอย่างแน่นอน

ขอบเขตสีหน้าจอเมื่อทดสอบและ Calibrate ด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ว ขอบเขตสีหน้าจอจากโรงงานในส่วนของ Gamut coverage จะอยู่ที่ 100% sRGB, 91.9% Adobe RGB และ 98.8% DCI-P3 และเมื่อ Calibrate จนเสร็จแล้ว Gamut volume เพิ่มขึ้นเป็น 159.2% sRGB, 109.7% Adobe RGB และ 112.8% DCI-P3 และค่า Delta-E เฉลี่ย 0.24~0.87 ซึ่งน้อยกว่า 2 ก็ถือว่าจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW นี้ทั้งขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรง เหมาะทั้งใช้ทำงานหรือจะเอาไว้เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน ส่วนความสว่างหน้าจอเมื่อวัดแล้วจะอยู่ที่ 229.56 cd/m2 ซึ่งเป็นความสว่างในโหมด TrueBlack 400 จัดว่าสว่างพอใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศก็สว่างเพียงพอใช้งานอย่างแน่นอน

aw3423dw NYX00305

aw3423dw NYX00326
aw3423dw NYX00321
aw3423dw NYX00324
aw3423dw NYX00337
aw3423dw NYX00340
aw3423dw NYX00344

พอร์ตการเชื่อมต่อของ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW จะติดตั้งแยกเอาไว้ 2 จุด คือ ใต้ขอบหน้าจอและด้านหลังหน้าจอ โดยมีพอร์ตดังนี้

  • ใต้ขอบหน้าจอ – USB-A 3.2 Gen 1 x 2, Headphone-out x 1 มีก้าน Joystick สำหรับปรับตั้งค่าหน้าจอแบบเร่งด่วน
  • ด้านหลังหน้าจอจากซ้ายมือ – ช่องเสียบสายไฟ, USB-B 3.2 Gen 1 Upstream, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, Audio line-out x 1

สายเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริมในกล่อง Alienware 34 Curved QD-OLED มีสาย 5 เส้น ได้แก่ สายไฟเส้นหลักสำหรับต่อปลั๊กไฟบ้าน, DisplayPort, Mini-DP to DisplayPort, HDMI, USB-B 3.2 Gen 1 Upstream มีอแดปเตอร์สำหรับต่อ Monitor Arm รองรับ VESA Mounting Interface 100×100 มม. กับฝาปิดพอร์ตด้านหลังหน้าจออีกชิ้น

aw3423dw NYX00348
aw3423dw NYX00345
aw3423dw NYX00300
aw3423dw NYX00299

แผ่นปิดพอร์ตหลังจอ Alienware จะเป็นแผ่นพลาสติกแบบสไลด์ เมื่อเชื่อมต่อสายหน้าจอและปลั๊กไฟจนเสร็จ ก็สามารถลากสายมาพาดที่ร่องสายไฟแล้วเอาแผ่นนี้สไลด์ปิดด้านหลังหน้าจอได้เลย โดยเอาแผ่นมาทาบเข้ากับร่องข้างหน้าจอให้เรียบร้อยแล้วสไลด์เข้าไปตรงๆ แล้วดูขาของตัวบานปิดด้วยว่าขาบานปิดสไลด์เข้าที่หรือไม่ เมื่อปิดแล้วก็ทำให้ด้านหลังหน้าจอสวยเรียบร้อยและทำให้สายไม่รกเกะกะ ได้ความสวยงามและเห็นแต่สายไฟที่ลอดออกจากด้านหลังหน้าจอเข้าขาตั้งหน้าจอเล็กน้อยเท่านั้น

Screenshot 2022 09 22 114440

IMG20220922170649
IMG20220922170703
IMG20220922170708
IMG20220922170712
IMG20220922170724
IMG20220922170740

ส่วนสายเชื่อมต่อหนึ่งที่ผู้เขียนขอให้ต่อคอมไว้เสมอ คือ USB-B 3.2 Gen 1 Upstream เพราะนอกจากจะใช้พอร์ต USB-A 3.2 Gen 1 ได้ ระบบของหน้าจอจะติดตั้งซอฟท์แวร์ Alienware Command Center เพื่อใช้ตั้งค่าไฟ AlienFX lighting และใช้ตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ของ Alienware ได้อย่างละเอียดอีกด้วย

นอกจากตั้งค่าหน้าจอและไฟ AlienFX lighting ใน Alienware Command Center แล้ว ผู้ใช้ก็สามารถตั้งค่าหน้าจออย่างรวดเร็วโดยกด Joystick ที่ติดตั้งเอาไว้ตรงขอบล่างของหน้าจอได้เช่นกัน ซึ่งมีหัวข้อตั้งค่าครบเครื่องไม่ว่าจะปรับแสง, เปลี่ยนโหมด HDR และยังเปิดโหมดเกมมิ่งต่างๆ ที่หน้าจอรองรับได้อีกด้วย จัดว่าใช้งานค่อนข้างสะดวกทีเดียว

User Experience

aw3423dw NYX00275

จากที่ผู้เขียนได้ลองใช้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW แล้ว ขนาดของหน้าจอต้องถือว่าสูงเท่าจอ 27 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ แต่กว้างออกด้านข้างจนได้ขนาด 34 นิ้วและโค้ง 1800R ซึ่งความกว้างและโค้งนี้ทำให้โอบรับมุมสายตาได้ดีมาก โดยเฉพาะพาเนล QD-OLED ซึ่งสีสันบนหน้าจอจัดว่ายอดเยี่ยมและสวยงามสุดๆ จนสีสันบนจอ IPS ดูจืดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าผู้ใช้คนไหนไปร้านคอมพิวเตอร์แล้วเจอหน้าจอ Alienware รุ่นนี้ตั้งอยู่ก็อยากให้ลองไปทดลองใช้งานดู

ตอนทดลองเล่นเกมด้วยหน้าจอ Alienware นี้ เมื่อตั้งอัตราส่วนภาพของเกมและหน้าจอให้สมกันแล้ว หน้าจอที่กว้างและโค้งรับมุมสายตาได้เต็มที่ ทำให้ไม่ได้รู้สึกว่าเปิดเกมเล่นแล้วนั่งอยู่ตรงหน้าจอ แต่รู้สึกจมเข้าไปในเกมไม่มีผิดโดยเฉพาะเกมแนว FPS หรือจะแนวแข่งรถแล้วปรับเป็นมุมมองภาพในค็อกพิตคนขับ จะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในรถจริงๆ ด้านสีสัน, การตอบสนองต้องถือว่าสมบูรณ์แบบสมราคาหน้าจอมาก

ส่วนการทำงาน หน้าจอ 21:9 เป็นจอที่กว้างมาก ซึ่งถ้าใช้ทำงานทั่วไปอย่างงานออฟฟิศและงานเอกสารทั่วไป ส่วนตัวถือว่ามันกว้างเกินไปจนเวลาทำงานต้องหันหน้าไปมาจนรู้สึกรำคาญเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นงานตัดต่อวิดีโอหรือตอนเปิดไฟล์ Microsoft Excel แล้วมี Timeline ในคลิปยาวหรือข้อมูลเยอะ จะเห็นรายละเอียดของคลิปทั้งหมดครบถ้วนชัดเจนมาก ดูรายละเอียดได้ครบถ้วนมาก ดังนั้นกล่าวคือจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW นี้จะเหมาะกับงานสายครีเอทีฟที่เน้นอัตราส่วนแนวนอนกว่างานเอกสารที่เนื้อหามักอยู่ในอัตราส่วนแนวตั้งเสียเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม หน้าจออัตราส่วน 21:9 เป็นขนาดหน้าจอที่พิเศษและไม่ค่อยพบเห็นได้ตามปกติในปัจจุบันนี้ และคอนเทนต์เนื้อหาและสิ่งต่างๆ จะถูกผลิตอยู่บนหน้าจอ 16:9 เป็นหลัก ดังนั้นสิ่งที่พบเป็นประจำและเลี่ยงไม่ได้ คือ ขอบหน้าจอสองฝั่งที่เกินอัตราส่วน 16:9 ออกไปจะถูกถมดำไปโดยปริยาย นั่นเพราะขนาดหน้าจอใหญ่เกินคอนเทนต์อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครซื้อจอ Alienware นี้มาใช้งาน ก็ต้องยอมทำใจเรื่องนี้สักหน่อย

Conclusion

aw3423dw NYX00275

ในบรรดาจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ผู้เขียนได้เป็นเจ้าของและรีวิวมาก่อนหน้านี้หลายสิบรุ่น ต้องยกให้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW เป็นจอคอมที่ดีสุดเท่าที่ผู้เขียนเคยทดลองใช้งานมาในชีวิต ซึ่งถ้าใครรู้สึกว่าพาเนล IPS หรือ VA นั้นใช้งานได้ดีและแสดงสีสันได้สวยอยู่แล้ว ถ้าได้ทดลองใช้งานพาเนล QD-OLED สักครั้งเพียง 20-30 นาที ผู้เขียนมั่นใจว่าจะชอบจนอยากเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน

และแม้จะมีข้อสังเกตอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะหน้าจอมีขนาดใหญ่และหนัก, คอนเทนต์ส่วนใหญ่เป็นอัตราส่วน 16:9 และเวลาใช้งานต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะต้องทำ Pixel Refresh เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พาเนลเสื่อมสภาพเร็ว แต่ถ้าเข้าใจและชินกับเงื่อนไขการใช้งานที่กล่าวมาแล้ว นี่จะเป็นจอเกมมิ่งที่ดี่สุด เท่าที่จะหามาเล่นเกมและใช้งานได้ในปัจจุบันนี้อย่างไม่มีจอเกมมิ่งตัวไหนเทียบได้เลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/668152-review-alienware-34-curved-qd-oled