คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

Kingston FURY เพิ่มการรับรองมาตรฐาน AMD EXPO ให้กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ DDR5

Kingston FURY แผนกเกมของ Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 และหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 RGB ซึ่งเป็นกลุ่มโมดูล DDR5 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานใหม่ล่าสุดจาก AMD EXPO™

AMD EXPO

Advertisementavw

ผลิตภัณฑ์หน่วยความจำเพื่อการเล่นเกมรุ่นใหม่ของ Kingston ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์ม AM5 ใหม่ล่าสุดจาก AMD ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Kingston ในการมอบตัวเลือกอันทรงพลังและล้ำสมัยที่สุดให้กับเหล่าเกมเมอร์ และผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม โดยโพรไฟล์การทำงานพิเศษจาก AMD สำหรับการโอเวอร์คล็อก (AMD EXtended Profiles for Overclocking) ทำให้หน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 นำเสนอโซลูชันสำหรับการโอเวอร์คล็อกที่ง่ายดาย ด้วยโพรไฟล์ที่ปรับแต่งจากโรงงานสองโพรไฟล์ พร้อมโพรไฟล์ที่ผู้ใช้กำหนดเองได้หนึ่งรายการ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับความเร็วระดับสูงสุดถึง 6000MT/s1 โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม

กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY Beast ได้รับการรับรองโดยผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นนำของโลก พร้อมการออกแบบชุดกระจายความร้อนแนวต่ำอันโฉบเฉี่ยว และ on-die ECC (ODECC) เพื่อความเร็วในระดับสุดยอดอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งระบบจัดการพลังงานในโมดูลหน่วยความจำติดตั้งสำเร็จในแผงวงจร (PMIC) เพื่อให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพได้ในทันทีที่ต้องการ ไม่ว่าผู้ใช้งานจะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ผ่านการปรับตั้งค่าทั้งหมดในระดับสูงสุด ไลฟ์สตรีมระดับ 4K+ หรือนำเสนอผลงานแอนิเมชันขนาดใหญ่และเรนเดอร์ภาพ 3 มิติ หน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 ก็สามารถยกระดับศักยภาพการใช้งาน พร้อมทั้งตอบโจทย์ทั้งด้านสไตล์และประสิทธิภาพได้

Press Photo Kingston FURY Beast DDR5 AMD SKU Addition Stylized

Kingston กล่าวว่า “ในฐานะซัพพลายเออร์โมดูล DRAM อันดับหนึ่งของโลก Kingston มุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้กับลูกค้าของเรา โดยผู้ใช้งานสามารถวางใจได้ว่าหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 AM5 รองรับบนระบบของ AMD AM5 เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพระดับสูงสุด พร้อมยังคงรักษาเสถียรภาพในการทำงาน”

กลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY Beast มีโพรไฟล์การโอเวอร์คล็อกให้เลือกสองแบบ ด้วยเทคโนโลยี Intel® XMP และ AMD EXPO โดยหน่วยความจำ Kingston FURY Beast DDR5 และ Kingston FURY Beast DDR5 RGB ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AMD EXPO มีวางจำหน่ายที่ความจุ 16GB แบบแถวเดียว และความจุ 32GB แบบชุดสองแถว ซึ่งมีสติกเกอร์ AMD EXPO สีส้มบนบรรจุภัณฑ์ด้านนอก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อให้กับลูกค้า นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ Kingston FURY ทั้งหมด มาพร้อมการการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ด้วยความเชื่อถือมาอย่างยาวนานของ Kingston

สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ kingston.com

from:https://notebookspec.com/web/669269-kingston-fury-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2

จับตา 8 เกมใหม่ 2023 ชื่อดังจากสตูดิโอชั้นนำ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมใหม่ 2023 นี้ มีเกมเด็ดๆ ให้เลือกเพียบ! พร้อมเล่นกันเพลินๆ

Share image Edit Name 3game 1

หลังจากแนะนำเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กมาหลายบทความแล้ว เกมเมอร์ก็น่าจะหันมาสนใจเกมใหม่ 2023 นี้อยู่แน่ๆ ว่าช่วงต้นปี 2023 นี้ จะมีเกมฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอชั้นนำเกมไหนบ้างเปิดตัวให้เราได้ซื้อมาเล่นกันบ้าง? ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าเกมใหม่ 2023 นี้น่าจะได้ใจเกมเมอร์หลายต่อหลายคนอย่างแน่นอน เพราะมีทั้งเกมที่กระแสดีตั้งแต่ต้นปี 2022, เกมภาคต่อและแม้แต่เกม Remake ที่ปัดฝุ่นเกมเก่าในอดีตให้กราฟิคสวยงามยิ่งขึ้นก็มีให้เล่นด้วย น่าจะถูกใจเกมเมอร์ทั้งรุ่นเก่าและใหม่อย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม เกมใหม่ 2023 นี้ หลายๆ เกมจะเปิดให้เล่นหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งพีซีและเครื่องคอนโซลด้วย แต่ยกเว้นบางเกมที่ยังประกาศเพียงแพลตฟอร์มเดียวอยู่เพราะทางผู้พัฒนาเน้นโฟกัสแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม และแม้เกมดังกล่าวจะน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้เขียนจะขอเลือกแนะนำเฉพาะเกมที่มีให้เล่นในพีซีเป็นหลักเพื่อให้เกมเมอร์ที่อยากหาเกมใหม่มาเติมเข้าคลัง Steam ของตัวเองมีเยอะยิ่งขึ้น

เกมใหม่ 2023

8 เกมใหม่ 2023 เกมเมอร์เล่นมันส์ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมเมอร์ที่เล่นเกมเก่า เคลียร์เกมที่ค้างอยู่จนจะหมดแล้วกำลังรอดูว่าเกมใหม่ 2023 นี้จะมีเกมอะไรให้ซื้อไปเล่นบ้าง ผู้เขียนเองก็เลือกเกมใหม่และเกมภาคต่อที่เกมเมอร์กำลังสนใจอยู่มาแนะนำทั้งหมด 8 เกมด้วยกัน โดยมีเกมดังนี้

  1. Forspoken (25 มกราคม 2023)
  2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)
  3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)
  4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)
  5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)
  6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)
  7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)
  8. ARK 2 (ภายในปี 2023)
1. Forspoken (25 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100155 1

Forspoken เป็นเกมใหม่เกมแรกที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้เกมเมอร์ได้ลองเล่นกัน ตัวเกมเป็น Action RPG เน้นการสำรวจในมุมมองบุคคลที่ 3 แบบมองลอดผ่านไหล่ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเฟรย์ (Frey) มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่ถูกอัญเชิญไปยังต่างโลกที่ชื่ออาเธียร์ (Athia) แล้วได้รับพลังเวทย์มนต์มาเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและธันธาส อดีตผู้ปกครองที่มีเมตตาแต่กลายเป็นแม่มดที่บ้าคลั่งและโหดร้ายจนเราเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยโลกนี้ได้

ตัวเกมใช้ Luminous Engine ซึ่งเป็นเอนจิ้นพัฒนาเกมของ Square Enix ซึ่งปัจจุบันนี้เอนจิ้นได้ทาง Luminous Productions บริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาต่อ ณ ตอนนี้เปิดให้พรีออเดอร์ได้แล้วและจะเปิดให้เล่นใน PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store วันที่ 25 มกราคม 2023 นี้ ถ้าหากใครชื่นชอบโลกธีมเวทย์มนต์และการถูกอัญเชิญไปต่างโลกก็น่าจะถูกใจเกมนี้แน่นอน

รายละเอียดของ Forspoken
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Luminous Engine
  • แพลตฟอร์ม – PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store
  • วันเปิดตัว – 25 มกราคม 2023
  • ราคา – Standard Edition 2,290 บาท, Digital Deluxe Edition 3,151 บาท (Steam)
2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100205 1

Dead Space Remake ฉบับปี 2023 นี้ก็ยังเป็นเกมแนว Survival horror ซึ่งภาคใหม่นี้เป็นการ Remake ภาคดั้งเดิมเมื่อปี 2008 กลับมาอีกครั้งโดยเรายังได้รับบทเป็น Issac Clarke วิศวกรผู้ถูกส่งตัวไปซ่อมแซมยานขุดเจาะเหมือง USG Ishimura และตรวจสอบว่าภายในยานนั้นเกิดอะไรขึ้น ชะตากรรมของ Nicole Brennan แฟนเก่าของเขาเป็นอย่างไร? แล้วต้องเอาตัวรอดจากฝูงเนโครมอร์ปกลับมาให้ได้ด้วย

เชื่อว่าชื่อชั้นของ Dead Space นั้นไม่มีทางจางหายไปจากใจของเกมเมอร์รุ่นเมื่อสิบปีก่อนอย่างแน่นอน โดยภาคใหม่นี้ทาง EA ได้ให้ Motive Studio พัฒนาโดยใช้เอนจิ้น Frostbite Engine ให้ภาพสวยงามและน่ากลัวยิ่งกว่าภาคก่อนที่ขึ้นชื่อว่าทำเกมเมอร์ไม่กล้าปิดไฟเล่นเกมกันมาแล้ว โดยตัวเกม ณ ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคาแต่เพิ่มเข้า Wishlist ของ Steam ได้แล้ว และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 27 มกราคม 2023 นี้บนแพลตฟอร์ม Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S หากเกมเมอร์คนไหนชอบเกมหลอนจนเป็นตำนานก็อย่าลืมซื้อมาเล่นกัน!

รายละเอียดของ Dead Space Remake
  • แนวเกม – Survival horror
  • เอนจิ้นFrostbite Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 27 มกราคม 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100222 1

Deliver Us Mars เป็นเกมเนื้อเรื่องแนว Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action ที่ต้องพาตัวละครสำรวจดาวอังคารที่จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของมวลมนุษยชาติในอนาคต รวมทั้งต้องกอบกู้ยาน ARK colony ที่ถูกขโมยไปจากสิ่งมีชีวิตลึกลับกลับมา ซึ่งทั้งสองเป็นภารกิจเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ทุกคน!

ข้อดีของ Deliver Us Mars อย่างแรกคือเป็นเกมไม่รุนแรงมาก ได้เรทติ้ง PEGI 12 ซึ่งเหมาะกับเยาวชนทั่วไป พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 ทำให้เกมดูสวยน่าเล่น เปิดให้เล่นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บน Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S ซึ่งเกมนี้ไม่ได้เป็นเกมใหม่แต่เป็นภาคต่อจากเกม Deliver us the Moon ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2018 นั่นเอง หากใครชอบกมแนวไซไฟและรอภาคต่อของซีรี่ส์นี้อยู่ก็อย่าพลาดกัน

รายละเอียดของ Deliver Us Mars
  • แนวเกม – Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 2 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – สั่งซื้อล่วงหน้า 458 บาท, Deluxe Edition 512 บาท, Universe Bundle 738 บาท (Steam)
4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100238 1

หากใครอยากสวมบทเป็นพ่อมดแม่มดในฮอกวอตส์แล้วสร้างตำนานของตัวเองล่ะก็ Hogwarts Lgeacy นี้เป็นเกมสำหรับแฟนคลับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นในช่วงปี 1800 ซึ่งตัวละครเอกจะเป็นผู้กุมความลับโบราณซึ่งสามารถทำลายโลกเวทย์มนต์ได้เอาไว้ โดยผู้เล่นจะต้องทราบให้ได้ว่ามันกลับมาได้อย่างไรและต้องคุมมันเอาไว้ให้อยู่! ซึ่งเกมเมอร์จะได้พบกับตัวละครที่เราคุ้นเคยในซีรี่ส์ภาพยนต์ ได้แก่ นิกหัวเกือบขาด, สุภาพสตรีอ้วนในรูปภาพ ฯลฯ ด้วย

ตัวเกมเป็นแนว Action RPG พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine ได้ภาพที่สวยงามและเปิดให้ผู้เล่นเดินทางไปมาในเกมได้ค่อนข้างอิสระทีเดียว เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บนแพลตฟอร์ม Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ดังนั้นถ้าใครชอบเกมแนวนี้อยู่ล่ะก็ นี่คือเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาด

รายละเอียดของ Hogwarts Lgeacy
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Unreal Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 11 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Deluxe Edition 1,860 บาท (Steam)
5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100316 1

Like a Dragon: Ishin! เป็นการ Remake เกมในชื่อเดียวกันซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2014 ให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยเนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงยุคปฏิวัติบาคุมัตสึซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงจากระบอบศักดินามาเป็นจักรวรรดิสมัยใหม่หรือช่วงเริ่มต้นยุคเมจินั่นเอง โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นซากาโมโต้ เรียวมะ ซึ่งถูกใส่ร้ายและต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชินเซ็นกุมินั่นเอง

ตัวเกม Like a Dragon: Ishin! นั้นจะเป็นเกมเนื้อเรื่องแยก (Spin-off) จากภาคหลักอย่าง Ryu ga Gotoku หรือที่ชาวตะวันตกรู้จักกันในชื่อ Yakuza ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะเคยเล่นกัน โดยตัวเกมเป็นแนว Action adventure, Beat’em up ผสม Hack&Slash เน้นการผจญภัยในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้และต่อสู้กับกลุ่มคนที่เข้ามาต่อสู้ด้วย ใช้ Unreal Engine 4 และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ ในแพลตฟอร์ม Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S จัดเป็นเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาดอีกเกม

รายละเอียดของ Like a Dragon: Ishin!
  • แนวเกม – Action adventure, Beat’em up, Hack&Slash
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4 
  • แพลตฟอร์ม – Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 21 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Digital Deluxe Edition 1,890 บาท (Steam)
6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)

ss 2c537a8c689dd6b21643b8054a64646334ef7391.1920x1080 1

Sons of the Forest เป็นภาคต่อของเกม The Forest ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา โดยภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นนักผจญภัยที่ถูกตามไปหาเศรษฐีที่เฮลิคอปเตอร์ตกแล้วหายตัวไปในเกาะอันห่างไกล ซึ่งองค์ประกอบจากภาคก่อนทั้งการเอาตัวรอดโดยสร้างข้าวของเครื่องใช้เอง, เอาตัวรอดจากมนุษย์กินคนและปีศาจในเกาะ โดยจะเล่นคนเดียวหรือลุยไปพร้อมเพื่อนก็ได้

ตัวเกมเป็นแบบ Open-world, Survival horror ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (first-person) พัฒนาโดยใช้ Unity Engine ซึ่งในตอนแรกผู้พัฒนาประกาศว่าจะเปิดให้เล่นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ แต่เกิดปัญหาบางอย่าง ดังนั้นจึงกำหนดเอาไว้เฉพาะเดือนเท่านั้น และตัวเกมจะเปิดให้เล่นในระบบ PC บน Steam อย่างเดียว ซึ่งถ้าใครชอบเสน่ห์การเอาตัวรอดของภาคแรกอยู่ ก็ห้ามพลาดภาคสองที่เป็นเกมใหม่ 2023 นี้!

รายละเอียดของ Sons of the Forest
  • แนวเกม – Open-world, Survival horror
  • เอนจิ้น – Unity Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam
  • วันเปิดตัว – ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)

wd 02 1

เกมใหม่ 2023 สำหรับสายบู๊เต็มขั้นและชอบกลิ่นอาย Cyberpunk ล่ะก็ แนะนำให้รอเกม Wanted: Dead ของทีมผู้พัฒนา Ninja Gaiden และ Dead or Alive ได้เลย โดยตัวเกมเป็นแนว Hack&Slash, Beat’em Up ผสมผสานการต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิดและปืน แต่เป็นเกมที่มีความรุนแรงดุดันระดับเลือดสาดเลยทีเดียว โดยผู้เล่นจะรับบทเป็นร้อยโท Hannah Stone แห่งหน่วย Zombie Unit ของกรมตำรวจฮ่องกงที่ต้องเปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดที่ต้องต่อสู้กับทหารรับจ้างแก๊งค์อาชญากรต่างๆ ด้วย

ตัวเกมนี้ทางผู้ผลิตไม่ได้เปิดเผยเอนจิ้นที่ใช้พัฒนาเกมออกมา แต่ไม่ได้ตัวเกมไม่กินสเปคสูงมาก โดยสเปคแนะนำจากทางผู้พัฒนาเป็น Intel Core i5-6600K, RAM 8GB, NVIDIA GeForce GTX 1060 และมีพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 40GB ขึ้นไปและลง DirectX 12 เอาไว้ในเครื่องจะดีที่สุด โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2023 บน Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S ด้วย ซึ่งถ้าใครชอบเกมแนวบู๊ก็ไม่ควรพลาดเกมใหม่ 2023 เกมนี้!

รายละเอียดของ Wanted: Dead
  • แนวเกม – Hack&Slash, Beat’em Up
  • เอนจิ้น – ไม่เปิดเผย
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 14 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
8. ARK 2 (ภายในปี 2023)

Screenshot 2022 09 27 101101 1

ARK 2 เป็นอีกเกมใหม่ 2023 ที่เกมเมอร์หลายคนรอคอยอย่างแน่นอน เพราะได้วิน ดีเซล มาเป็นต้นแบบตัวละครของเราด้วย โดยเราต้องเดินทางตามหาและปกป้องลูกสาวของตนจากอันตรายของพลังงานมืดที่จะบงการสิ่งมีชีวิตต่างๆ และระบบการต่อสู้จะได้อิทธิพลจากเกมแนว Souls-like มาด้วย ทำให้ตัวเกมเน้นไปทาง Survival ยิ่งขึ้น

ตัวเกมภาค 2 นี้จะเป็นเกมแนว Survival, Open-world, Multiplayer พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 5 โดยจะเปิดให้เล่นในระบบ Steam และ Optimize มาให้เล่นใน Xbox Series X|S ได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่ระยะเวลาที่เปิดให้เล่นได้จะอยู่ในช่วงปี 2023 นี้ จัดเป็นเกมใหม่ 2023 สำหรับเกมเมอร์ที่ได้ดูเทรลเลอร์เปิดตัวแล้วรอจะเล่นเกมนี้อยู่ก็เตรียมตัวอัพเกรดคอมพิวเตอร์หรือซื้อเครื่อง Xbox มารอเล่นได้เลย!

รายละเอียดของ Ark 2
  • แนวเกม – Survival, Open-world, Multiplayer
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 5
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – ภายในปี 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)

nassim allia ot HSrLNTP0 unsplash

จะเห็นว่าในปี 2023 นี้มีเกมใหม่ๆ น่าเล่นเปิดตัวออกมามากมายไม่ว่าจะฝั่งญี่ปุ่นหรืออเมริกาก็น่าเล่นทั้งนั้น ซึ่งถ้าใครอัพเกรดพีซีหรือมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงอยู่ ก็สามารถเล่นเกมต่างๆ แบบปรับกราฟิคสูงสุดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากอัพเกรดคอมให้แรงรอเอาไว้ก่อนก็เหลือแค่รอเกมเปิดตัวก็เล่นได้เลย

แต่อย่างไรก็ตาม เกมใหม่กับการเลื่อนวันเปิดตัวเป็นของคู่กันซึ่งหลายๆ เกมที่สามารถเปิดตัวได้ตามที่ประกาศเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเปิดตัวแล้วมีปัญหาเรื่องบั๊กในฉาก, เนื้อเรื่องขาดหาย ฯลฯ ส่วนตัวผู้เขียนก็อยากให้ทางทีมพัฒนาเลื่อนการเปิดตัวแล้วใช้เวลาแก้บั๊กและปรับปรุงเกมให้ดียิ่งขึ้นสักหน่อยจะยอมรับได้ดีกว่ารีบเปิดให้ทันกำหนดการแต่เกมเล่นไม่ดีไม่เข้าท่าจนเสียชื่อตั้งแต่ต้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

android

rpg cover

indie game cover

from:https://notebookspec.com/web/669020-8-recommended-new-games-in-2023

6 โน๊ตบุ๊ค Acer AMD แรง คุ้ม ดี มีการ์ดจอแยกให้ใช้ เริ่มต้น 13,790 บาท อัพเดทปลายปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD ช่วงปลายปี 2022 มีรุ่นเด็ดให้เลือกเพียบ!

Share image Edit Name 1laptop2022 1 1

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD เป็นโน๊ตบุ๊คขวัญใจผู้ใช้หลายๆ คน นั่นเพราะราคาไม่แพงแต่ความแรงถือว่าพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี และโน๊ตบุ๊ค Acer AMD หลายรุ่นในตอนนี้ก็ได้สเปตั้งต้นมาดีพอสมควรแล้ว ถ้าอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD เข้าไปอีกนิด ก็ใช้งานต่อเนื่องได้ 3-4 ปี ไม่ต้องเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คบ่อยๆ ให้เปลืองเงินและเวลาที่ต้องโอนถ่ายข้อมูล และถ้าซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอแยกและเมาส์ทำงานเสริมเข้ามาอีกหน่อย รับรองว่าทำงานได้สะดวกลื่นไหลขึ้นหลายเท่าแน่นอน

Advertisementavw

และในช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer AMD ก็มีรุ่นใหม่สเปคดีอัพเดทมาอย่างต่อเนื่องและรุ่นเก่าที่เปิดตัวมาสักพักหนึ่งแล้วก็ราคาถูกลงน่าใช้ยิ่งกว่าเดิม ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ถ้ารุ่นไหนมีการ์ดจอแยก NVIDIA ราคาก็ไม่เกิน 30,000 บาท แต่ทำงานกราฟิคและตัดต่อวิดีโอได้ด้วย จัดว่าไม่ต้องจ่ายแพงก็ทำงานได้เล่นเกมดีเหมือนกัน

โน๊ตบุ๊ค Acer AMD

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคดีน่าใช้ทั้ง 6 รุ่น ราคาคุ้มค่าตัวแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer AMD CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 AMD Ryzen 3 5450U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

DOS

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

13,790
Acer TravelMate TMP214-R10X AMD Ryzen 5 5650U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 10 Pro

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

14,490
Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

15,900
Acer Aspire 3 A315-R3E0 AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD TN

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,900
Acer Aspire 7 A715-R4KZ AMD Ryzen 7 5700U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,900
Acer Aspire 7 A715-R8XU AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990

6 โน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคดีน่าใช้ ทำงานลื่น ค่าตัวไม่แพง อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่หาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD เครื่องใหม่อยู่ ไม่ว่าจะซื้อตอนนี้หรือรองาน COMMART ก็ตาม ในช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีรุ่นที่สเปคน่าสนใจให้เลือกถึง 6 รุ่น ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ดีต่อนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานทำเป็นที่แรกในชีวิตก็ตาม โดยรุ่นแนะนำมีดังนี้

  1. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)
  2. Acer TravelMate TMP214-R10X (14,490 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (15,900 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-R3E0 (16,900 บาท)
  5. Acer Aspire 7 A715-R4KZ (24,900 บาท)
  6. Acer Aspire 7 A715-R8XU (28,990 บาท)
1. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)

travel 1

Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ที่เลือกมาแนะนำเป็นตัวแรกเพราะราคาไม่แพงมาก ตัวเครื่องแข็งแรงและอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้ แต่ไม่มีระบบปฏิบัติการติดตั้งมาด้วย จึงเหมาะกับคนที่อยากหาระบบปฏิบัติการอื่นนอกจาก Windows อย่าง Linux หรือ Chrome OS มาทดลองหรือใช้งานจริง

ซีพียูใน TravelMate นี้เป็น AMD Ryzen 3 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ ใช้หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ใช้ระบบปฏิบัติการ DOS มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 1.7 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ราคาเบาๆ เอาไว้ใช้ ก็แนะนำให้ดูตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7
  • CPU : AMD Ryzen 3 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 13,790 บาท (Advice)
2. Acer TravelMate TMP214-R10X (14,490 บาท)

travel2 1

รุ่นถัดมาเป็น Acer TravelMate TMP214-R10X ซึ่งเครื่องนี้แชร์สเปคร่วมกับ TravelMate ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.2GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro มาให้ด้วย ซึ่งถ้าสเปคในข้อก่อนหน้าดูจะใช้งานไม่สะดวกนัก ก็เพิ่มเงินสักหน่อยแล้วซื้อเครื่องนี้ไปใช้ดีกว่า

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-R10X
  • CPU : AMD Ryzen 5 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Pro 
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,490 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (15,900 บาท)

aspire5 45r6f9 1

Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคตอบโจทย์ทั้งนักเรียนนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศทุกคน อัพเกรดแรมได้และมีพอร์ตต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบเครื่องและมี Numpad ด้วย หากใครเป็นนักบัญชีหรือต้องพิมพ์ตัวเลขบ่อยๆ ก็น่าจะชอบโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้แน่นอน

ซีพียูของเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ และขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่ง Acer Aspire 5 นี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD ที่ผู้ใช้น่าจะเห็นสเปคเป็นระยะๆ อยู่แล้วและจัดว่ายังน่าซื้อมาก

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R6F9
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 15,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-R3E0 (16,900 บาท)

aspire3r3e0 1

Acer Aspire 3 A315-R3E0 รุ่นนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคน่าใช้อีกเครื่อง สามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ มี Numpad ติดตั้งมาให้ด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องใหม่ราคาไม่แพง อัพเกรดได้เป็นอย่างมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ ใช้จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อม Windows 11 Home ติดตั้งมาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม หากใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคคุ้มๆ ล่ะก็ เครื่องนี้ก็จัดว่าน่าสนใจทีเดียว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-R3E0
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 16,900 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 7 A715-R4KZ (24,900 บาท)

aspre7r4kz 1

Acer Aspire 7 A715-R4KZ เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ซึ่งสเปคนั้นพร้อมทั้งทำงานกราฟิคและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ระดับหนึ่ง ถ้าอัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็แรงพร้อมใช้งานได้อีกหลายปี

ซีพียูของ Aspire 7 นี้เป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.15 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้จัดว่าดีพร้อมใช้งานได้อีก 3-4 ปี อย่างแน่นอน 

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-R4KZ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 24,900 บาท (Advice)
6. Acer Aspire 7 A715-R8XU (28,990 บาท)

r8xu 1

Acer Aspire 7 A715-R8XU รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer AMD รุ่นที่แชร์สเปคร่วมกับเครื่อง Acer Aspire 7 ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz แล้วเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz แทน ซึ่งสเปคนี้ก็น่าสนใจเพราะซื้อมาใช้งานได้ทันทีไม่ต้องเปิดฝาเพิ่มแรมก็ได้ 

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-R8XU
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (ราคากลาง)

acer laptop aspire 5 the design ksp6 m

จะเห็นว่าช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer AMD สเปคคุ้มน่าใช้ก็ยังมีให้เลือกหลายรุ่นและราคาไม่แพงมาก มีทั้งรุ่นราคาไม่เกิน 20,000 และ 30,000 บาท ให้เลือกตามต้องการ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบใหม่หางานได้เป็นที่แรกเป็นอย่างมาก จะดูเอาไว้แล้วไปซื้อออนไลน์มาเลยหรือรอตอนมีงาน COMMART แล้วซื้อทีเดียวเอาให้คุ้ม ได้ทั้งเครื่องและของแถมไปลยแบบเต็มๆ ไปเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3acer 1

acer oled cover

Share image Edit Name 1predator 1

from:https://notebookspec.com/web/668858-6-acer-amd-cpu-in-late-2022

การ์ดจอ AMD 2022 เกมเมอร์ 4 ระดับ 12 รุ่น มือใหม่จนถึงฮาร์ดคอร์เกมเมอร์

การ์ดจอ AMD ท้ายซีซัน 2022 ราคาดี 4 กลุ่มเกมเมอร์ 12 รุ่น แบบไหนเหมาะกับคุณ

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่มีตัวเลือกอยู่มากมาย ในแต่ละกลุ่มตลาด และผู้ใช้ก็ได้อานิสงจากการที่การ์ดจอราคาถูกลงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ์ดจอระดับกลาง ไปจนถึงตัวท็อปๆ อย่าง Radeon RX6700XT, 6800XT หรือจะเป็น RX6950XT ก็ตาม ที่มีปล่อยออกมาไม่ว่าจะทางเกมเมอร์เอง เพื่อรอช้อนการ์ดจอรุ่นใหม่ หรือกลุ่มที่เป็นนักขุด Cryptocurrency ที่ต้องปล่อยมือจากเหรียญเดิมที่ขุด แล้วไปมองถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในตลาด Miner ว่าจะเป็นแบบใดบ้าง และในเมื่อมีการ์ดจอมือสอง ทะลักเข้าสู่ตลาดในเวลานี้แล้ว เหล่าเกมเมอร์ที่ชื่นชอบค่ายแดงนี้ ก็ไม่ควรพลาดโอกาสในการช้อนการ์ดมือสองรุ่นแรงๆ แบบนี้มาไว้ในครอบครองกัน โดยในวันนี้เราถือโอกาส ที่จะมาแนะนำการ์ดจอในแต่ละระดับกัน สำหรับ AMD Radeon RX series

การ์ดจอ AMD 2022 รุ่นไหนเหมาะกับคุณ


เกมเมอร์มือใหม่ มัลติมีเดียเริ่มต้น

RX6400

สำหรับมือใหม่ที่เริ่มประกอบคอมสำหรับการเล่นเกมออนไลน์หรือเกมสนุกๆ ที่ไม่ได้ใช้ทรัพยากรระบบมากนัก เช่น DOTA2, MineCraft, CS:GO, Another Try หรือ Apex Legend เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้พลังของกราฟิกไม่ได้โหดหินมาก แต่ให้ความสวยงาม เล่นได้ลื่นในระดับหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการปรับ Detail และความสวยงามภายในเกมด้วย Radeon RX6400 ราคาประมาณ 6,490 บาท ถือว่าตอบโจทย์ในการเล่นได้ ในระดับการปรับที่ Low หรือ Medium ในบางเกม แต่ถ้าจะให้ไหลลื่นมากขึ้น ทางเลือกอย่าง RX6500XT ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,690 บาท ก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อยเลย ซึ่งการ์ดทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมีความต่างกันไม่มาก ในแง่ของซีรีส์ แต่ด้วยความเป็น XT ก็จะเพิ่มหลายๆ อย่างเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณนาฬิกา, Compute Unit ที่มีผลต่อการทำงาน รวมถึง Stream processor และ Memory bandwidth ที่จะทำให้การประมวลผลภาพ และเกมที่จะไหลลื่นได้ดี ถ้าในกรณีที่คุณมีงบประมาณอยู่ในช่วง 6,000-7,000 บาท Radeon RX6500XT ก็เป็นตัวเลืกอที่น่าสนใจ

Advertisementavw
Radeon RX6400 Radeon RX6500XT
Compute Units 12 16
Boost Frequency Up to 2321 MHz Up to 2815 MHz
Game Frequency 2039 MHz 2610 MHz
Ray Accelerators 12 16
Peak Pixel Fill-Rate Up to 74.3 GP/s Up to 90.1 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 111.4 GT/s Up to 180.2 GT/s
Peak Half Precision Compute 7.13 TFLOPs 11.53 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 3.57 TFLOPs 5.77 TFLOPs
ROPs 32 32
Stream Processors 768 1024
Texture Units 48 64
Transistor Count 5.4 B 5.4 B
Infinity Cache 16 MB 16 MB
Memory Speed 16 Gbps 18 Gbps
Max Memory Size 4 GB 4 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6
Memory Interface 64-bit 64-bit
Memory Bandwidth Up to 128 GB/s 144 GB/s
Feature AMD Smart Access Memory AMD Smart Access Memory
ที่มา: AMD

โดยที่การ์ดจอ Radeon RX6500XT นั้น จะมีด้วยกัน 2 รุ่นคือ VRAM 4GB และ 8GB ตารางด้านล่างนี้เป็นการเปรียบเทียบเฟรมเรตที่ได้ในการทดสอบของทาง AMD

การ์ดจอ AMD

สำหรับในบ้าน ส่วนใหญ่เราจะเห็นการ์ดจอ AMD Radeon RX6500XT ในเวอร์ชั่นของ 4GB มากกว่า ซึ่งรุ่นที่ใช้ VRAM 8GB จะอยู่ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งในบ้านเราก็จะมี RX6600 ที่เริ่มต้นกันที่ 8GB แต่มีความต่างเรื่องของความเร็ว Bus width และ Interface แต่อย่างไรก็ดี จากผลทดสอบ ที่อ้างอิงจาก AMD ในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของเฟรมเรตในแต่ละเกม 4GB และ 8GB จะเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะมีเพียงบางเกมอย่างเช่น DOOM และ F1 2021 ที่มีความแตกต่างมากขึ้น อย่างไรก็ดี RX6500XT ในบ้านเรา ราคาถือว่าน่าสนใจดีแล้ว เริ่มต้นที่ประมาณ 6,990 บาทเท่านั้น

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6400 และ RX6500XT

การ์ดจอ AMD

PowerColor Radeon RX6400 ITX

การ์ดจอ AMD ในสไตล์มินิมอลแบบ ITX พัดลมเดี่ยวในแบบ Two Ball Bearing เสียงรบกวนน้อย พร้อมเทคโนโลยี Mute Fan หยุดรอบพัดลม เมื่ออุณหภูมิต่ำ ประหยัดพื้นที่สล็อต ติดตั้งในเคสขนาดเล็ก พื้นที่แคบได้ ไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม แรม GDDR6 4GB ให้พอร์ต HDMI และ DP มาอย่างละ 1 พอร์ต ราคาประมาณ 6,690 บาท

การ์ดจอ AMD

MSI Radeon RX6500XT MECH 2X 4GB

การ์ดจอ AMD Radeon RX6500XT จากทาง MSI ในซีรีส์ของ MECH ที่มาพร้อมพัดลมคู่ขนาดใหญ่ เทคโนโลยี TORX Fan 3.0 ดีไซน์มาเป็นพิเศษ ให้แรงลมมากขึ้น และใช้งานได้ยาวนาน ปรับแต่งความเร็วเพิ่มได้ และยังมี Backplate หลังมาอีกด้วย มี VRAM GDDR6 4GB และให้พอร์ต HDMI และ DP มาอย่างละพอร์ต


เกมเมอร์ที่เริ่มจริงจังกับการเล่นเกม

การ์ดจอ AMD

ถ้าคุณเริ่มมองว่าการ์ดจอตัวเก่าที่คุณใช้เริ่มไม่ตอบโจทย์ เล่นกับเกมใหม่ๆ ไม่ค่อยไหว หรือคุณอยากไปต่อกับเกมที่โหดขึ้น แต่งบประมาณอาจจะยังไม่สูงมากนัก ระดับ 10,000-15,000 บาท ตัวเลือกของ Radeon RX6600 series น่าสนใจทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอ AMD Radeon RX6600, RX6600XT หรือ RX6650XT ในเบื้องต้น ความต่างของ RX6600 และ RX6600XT ไม่ได้ต่างกันมากนัก ถ้ามองในแง่ของเฟรมเรตที่เล่นเกมพื้นฐานระดับ 1080p ด้วยกัน แม้ว่า Memory Bandwidth และสัญญาณนาฬิกาในโหมด Game รวมถึง Stream Processor ของ RX6600XT จะมากกว่าอยู่บ้างก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ของราคา RX6600 เวลานี้ถูกกว่า RX6600XT อยู่ประมาณพันกว่าบาทเท่านั้น ก็แทบจะตัดสินใจได้เลยว่าจะเลือกรุ่นไหน แต่ถ้าในกรณีที่คุณมีการ์ดตัวเก่า ที่สเปคน้อยกว่ามากๆ แต่ความแรงของซีพียูคุณสามารถขับได้ไกลกว่านั้น แนะนำ RX6650XT ที่เป็นตัวอัพเลเวลของซีรีส์นี้ ซึ่งทำราคาได้ค่อนข้างดี เพราะเคาะราคาเริ่มต้นที่มีให้เห็นในท้องตลาดเวลานี้แค่ 12,500 บาทเท่านั้น จากราคาในช่วงเปิดตัวเฉียด 17,000 บาท

Radeon RX6600 Radeon RX6600XT Radeon RX6650XT
Compute Units 28 32 40
Boost Frequency Up to 2491 MHz Up to 2589 MHz Up to 2581 MHz
Game Frequency 2044 MHz 2359 MHz 2424 MHz
Ray Accelerators 28 32 40
Peak Pixel Fill-Rate Up to 159.4 GP/s Up to 165.7 GP/s Up to 165.2 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 279 GT/s Up to 331.4 GT/s Up to 413 GT/s
Peak Half Precision Compute 17.86 TFLOPs 21.21 TFLOPs 26.43 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 8.93 TFLOPs 10.6 TFLOPs 13.21 TFLOPs
ROPs 64 64 64
Stream Processors 1792 2048 2560
Texture Units 112 128 160
Transistor Count 11.1 B 11.1 B 17.2 B
Infinity Cache 32 MB 32 MB 96 MB
Memory Speed 14 Gbps 16 Gbps 16 Gbps
Max Memory Size 8 GB 8 GB 12 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 128-bit 128-bit 192-bit
Memory Bandwidth Up to 224 GB/s Up to 256 GB/s Up to 384 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6600, RX6600XT และ RX6650XT

ASUS Dual RX6600 8G

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD RX6600 จากทาง ASUS ในรุ่น Dual 8G ที่ทำราคาได้ดีในตลาด กับการออกแบบชุดพัดลม ที่มีใบขนาดเล็ก และเรียวยาว เพื่อให้แรงดันของลมมีมากขึ้น มีจำนวนถึง 2 พัดลม พร้อม Backplate ที่เพิ่มความแข็งแรงให้ตัวการ์ด สามารถใช้ GPU Tweak II ในการปรับจูนความเร็วได้ ตัวการ์ดใช้พื้นที่ประมาณ 2 สล็อต เชื่อมต่อ PCIe 4.0 มีพอร์ตแสดงผล HDMI, DisplayPort ถึง 3 ช่องด้วยกัน ราคาประมาณ 10,900 บาท

PowerColor RX 6650 XT Hellhound Sakura

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอจากค่าย PowerColor ที่ทำออกมาในเวอร์ชั่นพิเศษ สีชมพูดสดใส ในราคาประมาณ 12,900 บาท เท่านั้น กับการใช้พื้นที่ประมาณสล็อตครึ่ง เข้ากับเคสในโทนสีชมพูหรือสีขาวได้อย่างลงตัว พัดลมระบายความร้อน 2 ตัวขนาดใหญ่ 100mm และภาคจ่ายไฟ 6+2 phase ใช้ไฟเลี้ยงแบบ 8-pins แสงไฟ LED บนตัวการ์ด


เกมเมอร์มือโปรฯ ไหลลื่น ภาพสวยบน 2K

การ์ดจอ AMD

แต่ถ้าคุณรู้สึกอ่อนไหวง่ายกับเฟรมเรตที่อาจจะหายไปในบางช่วง อยากได้ภาพลื่นๆ เล่น Full-HD เฟรมเรตพุ่งทะยาน หรือเปลี่ยนมาใช้จอ 2K 1440p ก็อยากได้ภาพสวยๆ ตัวเลือกอย่าง Radeon RX6700XT ที่เรียกว่าจัดสเปคมาแรง ยัดขุมพลังเครื่องรถสปอร์ตมาให้ Stream processor ชุดใหญ่ ใส่ VRAM 12GB GDDR6 ความเร็ว 18 Gbps ก็ทำให้การขับเคลื่อนเกมระดับ AAA ไปได้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น GTAV, RD2, COD Warzone หรือ God of War รวมถึง Dying Light 2 เรียกว่าพร้อมชนทุกแนว เน้นเฟรมเรตปรับ High ได้สวยๆ บน 2K หรือจะปรับสุดใน 1080p การ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT และ RX6800 ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย

การ์ดจอ AMD

แต่ถ้ามองในแง่ของราคา RX6700XT ราคาเริ่มที่ 14,900 บาทโดยประมาณ แต่ถ้าเป็น RX6750XT จะขยับมาไกลหน่อย เพราะรุ่นเริ่มต้นแตะที่ประมาณ 20,750 บาท แต่ถ้าเป็น RX6800 จะอยู่ที่ราวๆ 19,900 บาทเท่านั้น โดยที่คุณอาจจะได้ Compute Unit ที่ใช้ในการทำงานที่มากกว่า รวมถึงแบนด์วิทธิ์และ Stream processor ที่มากขึ้นบน RX6800 แต่ถ้าจะเน้นความเร็วสัญญาณนาฬิกา ที่มีผลต่อการเล่นเกมในหลายๆ ส่วน รวมถึงความเร็ว Memory ที่มากขึ้น RX6750XT ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

Radeon RX6700XT Radeon RX6750XT Radeon RX6800
Compute Units 36 40 60
Boost Frequency Up to 2450 MHz Up to 2600 MHz Up to 2105 MHz
Game Frequency 2174 MHz 2495 MHz 1815 MHz
Ray Accelerators 36 40 60
Peak Pixel Fill-Rate Up to 156.8 GP/s Up to 166.4 GP/s Up to 505.2 GT/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 352.8 GT/s Up to 416 GT/s 32.33 TFLOPs
Peak Half Precision Compute 22.58 TFLOPs 26.62 TFLOPs 32.33 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 11.29 TFLOPs 13.31 TFLOPs 16.17 TFLOPs
ROPs 64 64 64
Stream Processors 2304 2560 3840
Texture Units 144 160 240
Transistor Count 17.2 B 17.2 B 26.8 B
Infinity Cache 80 MB 96 MB 128 MB
Memory Speed 16 Gbps 18 Gbps 16 Gbps
Max Memory Size 10 GB 12 GB 16 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 160-bit 192-bit 256-bit
Memory Bandwidth Up to 320 GB/s Up to 432 GB/s 512 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ Radeon RX6700XT, RX6750XT และ RX6800

GIGABYTE RX6700XT EAGLE

การ์ดจอ AMD

หนึ่งในการ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT ตัวคุ้มในตลาด ที่มาพร้อมดีไซน์สวยงาม เพิ่มความดุดันกับพัดลมขนาดใหญ่ 3 ตัว ที่หมุนไปในทิศทางต่างกัน เพื่อเพิ่มแรงอัดอากาศได้มากขึ้น ใบพัดลมออกแบบมาเป็นพิเศษ กับฮีตซิงก์ขนาดใหญ่ ช่วยในการดึงความร้อนได้รวดเร็ว พร้อมแสงไฟ RGB บนตัวการ์ด ปรับแต่งได้ Backplate ขนาดใหญ่ ช่วยเสริมความแกร่งให้กับการ์ด ภาคจ่ายไฟรองรับการเพิ่มความเร็วและ OC เพิ่มระดับสัญญาณนาฬิกาพิเศษมาจากโรงงานแล้ว มีพอร์ตให้ทั้ง HDMI และ DisplayPort อย่างละ 2 พอร์ต

MSI RX6800 GAMING X TRIO

การ์ดจอ AMD

เป็นอีกหนึ่งการ์ดจอ AMD Radeon ที่เกมเมอร์หลายคนหมายปอง กับซีรีส์นี้ ที่มักจะให้ความโดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเรื่องการระบายความร้อนกับ TORX Fan 4.0 ที่มีการปรับจูนมาเป็นอย่างดี ให้มีการผลักลมเข้าสู่ระบบได้รวดเร็ว ใบพัดลมทำมาเป็นพิเศษ เพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น ตัวการ์ดแบบ 3 พัดลม พร้อมแสงไฟ RGB ปรับแต่งได้ และมี Backplate ที่ทำออกแบบมาได้อย่างกลมกลืน สวยทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมพอร์ตแสดงผล HDMI และ DisplayPort รวมกัน 4 ช่อง

รีวิวการ์ดจอ AMD Radeon RX6700XT


ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ เล่นเกมระดับ 4K

การ์ดจอ AMD

มาดูกันที่สายโหด สำหรับเกมเมอร์ระดับฮาร์ดคอร์ หรือจะเป็นนักสตรีมเกมหรือเกมแคสเตอร์กับการรีดเฟรมเรตให้กับเกมที่คุณชื่นชอบได้ในระดับ 4K หรือคนที่อาจจะต่อจอเล่นเกมมากกว่า 1 จอขึ้นไป หรือใช้ในงานตัดต่อ ที่จะเพิ่มพลังให้การเรนเดอร์ได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ RX6800XT ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจ หาง่าย มีให้เลือกหลายรุ่น สนนราคาประมาณ 22,900 บาท ซึ่งคุณจะได้ความไหลลื่นของเกมระดับ AAA ได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากจะไปให้สุดในสายนี้ RX6900XT และ RX6950XT ก็เป็นทางเลือกที่น่าโดนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับสิ่งที่มีผลต่อการทำงาน เช่น Stream processor, Texture unit และ Memory speed ซึ่งคุณจะเห็นผลกับการเล่นเกมที่มีฉากและการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการโหลดข้อมูลจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องอย่างเกม Openworld ที่หลายคนชื่นชอบ และสำหรับคนที่ใช้จอขนาดใหญ่ อัตรารีเฟรชเรตสูงๆ เช่น 144Hz หรือ 240Hz ก็ได้เห็นถึงความลื่นไหล สมจริงได้มากยิ่งขึ้น

Radeon RX6800XT Radeon RX6900XT Radeon RX6950XT
Compute Units 72 80 80
Boost Frequency Up to 2250 MHz Up to 2250 MHz Up to 2310 MHz
Game Frequency 2015 MHz 2015 MHz 2100 MHz
Ray Accelerators 72 80 80
Peak Pixel Fill-Rate Up to 288 GP/s Up to 288 GP/s Up to 295.7 GP/s
Peak Texture Fill-Rate Up to 648 GT/s Up to 720 GT/s Up to 739.2 GT/s
Peak Half Precision Compute 41.47 TFLOPs 46.08 TFLOPs 47.31 TFLOPs
Peak Single Precision Compute 20.74 TFLOPs 23.04 TFLOPs 23.65 TFLOPs
ROPs 128 128 128
Stream Processors 4608 5120 5120
Texture Units 288 320 320
Transistor Count 26.8 B 26.8 B 26.8 B
Infinity Cache 128 MB 128 MB 128 MB
Memory Speed 16 Gbps 16 Gbps 18 Gbps
Max Memory Size 16 GB 16 GB 16 GB
Memory Type GDDR6 GDDR6 GDDR6
Memory Interface 256-bit 256-bit 256-bit
Memory Bandwidth Up to 512 GB/s Up to 512 GB/s Up to 576 GB/s
ที่มา: AMD

ตัวอย่างการ์ดจอ AMD RX6950XT

MSI RX6950XT Gaming X TRIO

การ์ดจอ AMD

การ์ดจอ AMD Radeon RX6950XT จากทาง MSI ที่เรียกว่าดันตัวท็อปๆ เข้าสู่ตลาด เป็นตัวเลือกเพียงไม่กี่รุ่นในตอนนี้ สนนราคาประมาณ 33,500 บาท เท่านั้น ถือว่าลงมาจากต้นปีมาอย่างมากมายเลยทีเดียว ไฮไลต์เด่นยังคงเป็นเรื่องการปรับจูนสัญญาณนาฬิกามาจากโรงงานแล้ว โครงสร้างที่แข็งแรง เพิ่มชุดพัดลมพิเศษ TORX Fan ดีไซน์มาเพื่อระบายความร้อนให้กับกราฟิก GPU ระดับสูงเช่นนี้ มีให้ถึง 3 ตัวด้วยกัน และมีแสงไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้ เช่นเดียวกับ VRAM GDDR6 16GB ในแบบ 18Gbps เชื่อมต่อเข้ากับ PCIe 4.0 ให้แบนด์วิทธิ์กว้างสุดๆ ใครที่หวังจะเร่งเฟรมเรตไปให้ถึงขีดสุด ไม่ควรพลาด


Conclusion

ต้องเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเลือกซื้อการ์ดจอ AMD ที่มีราคาเป็นกันเองมากขึ้น จัดว่าจับต้องได้ และมีให้เลือกหลายรุ่นเต็มท้องตลาด ใครสะดวกซื้อแบบใด จะไปดูหน้าร้านหรือต้องการซื้อแบบออนไลน์หน้าร้านใหญ่ๆ ก็มีให้เลือกกันเพียบ อย่างที่ได้นำเสนอกันไป งบประมาณน้อย เล่นเกมเบาๆ หรือแค่เล่นเกมและทำงานบนโหมด Full-HD การ์ด Radeon RX6600XT ก็น่าสนใจ เพราะราคาแค่หมื่นเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเน้นเล่นเกมที่โหดขึ้น อยากได้เฟรมที่ไหลลื่น งบประมาณไม่เกิน 20,000 บาท ลอง RX6750XT หรือ RX6800 ก็น่าใช้ไม่แพ้กัน เพราะได้อะไรที่เพิ่มเติมมาหลายอย่างจาก RX6600XT หรือ RX6700XT แต่ถ้างบประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ตัวเลือกอย่าง RX6900XT และ RX6950XT คือการ์ดที่คุณต้องไม่พลาด เล่นเกมจอใหญ่ Resolution สูงๆ มากกว่า 2K และได้พีซีที่รีดเฟรมได้อย่างจุใจ หรือจะใช้หลายๆ จอ คุณจะสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมในการเล่นเกมโปรดได้แบบขีดสุดเลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/668815-graphic-card-amd-radeon-2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ฉบับเข้าใจง่าย อ่านแล้วเลือกคอมได้ถูกใจ! พร้อม 6 รุ่นน่าใช้ อัพเดทปลายปี 2022

ฮาวทูเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีให้เวิร์คใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

Share image Edit Name 1laptop2022 1

หลายคนน่าจะค้นหาวิธีการบนเว็บไซต์หรืออ่านบทความกันเป็นประจำว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้จะต้องดูต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง? นั่นเพราะปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นแข่งกันผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรุ่นย่อยร้อยแปดจนผู้ใช้หลายๆ คนเลือกกันไม่ถูกแล้วอาจจะซื้อรุ่นราคาไม่แพงแต่สเปคไม่ตอบโจทย์เลยทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม วิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้ไม่ยากอย่างนัก เพียงแค่เข้าใจว่าขอบเขตงานของเรามีอะไรบ้าง? จะซื้อไว้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรือมีงานกราฟิคอย่างตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพด้วย หรือจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ เลย? ซึ่งถ้าตอบคำถามของตัวเองได้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คแบบไหนมาใช้ก็ไม่ยากแล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีโดนใจ ฉบับรีบอ่านจะไปซื้อคอม!

joseph frank XGC 1eH ZGI unsplash

เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องมักเปิดบทความประเภท Buyer’s Guide แล้วดูว่าบทความนั้นโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนที่ทางเว็บไซต์หรือผู้เขียนแนะนำบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าใจหลักการเลือกโน๊ตบุ๊คง่ายๆ 5 ขั้นตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก โดยมีหลักการเลือกดังนี้

  1. เลือกระบบปฏิบัติการที่ตอบโจทย์เรา! – หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เพราะถ้าไม่ซื้อ MacBook มีแต่โน๊ตบุ๊ค Windows หรือบางเครื่องอาจเป็น Chrome OS มาบ้าง และหากใครจำได้จะเห็นว่าหลายปีก่อนหน้านี้ก็จะมีโน๊ตบุ๊คบางแบรนด์ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux อย่าง Ubuntu แทรกอยู่ในท้องตลาดด้วย นั่นเพราะมันเป็นปัจจัยหลักซึ่งกำหนดประสบการณ์ใช้งานของเราว่าจะใช้งานได้ดีไหลลื่นหรืออึดอัดจนแทบอยากขายทิ้งเลย ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนซึ่งเคยใช้โน๊ตบุ๊คทั้ง 4 ระบบปฏิบัติการนี้มาแล้วจะเป็นดังนี้
    1. Windows – เป็นระบบปฏิบัติการแรกของผู้ใช้หลายคน ซึ่งหลายคนก็ยังใช้งานอยู่หรือข้ามไประบบปฏิบัติการอื่นแล้วก็ตาม ข้อดีคือใช้โปรแกรมได้หลากหลายแบบตั้งแต่ใช้งานเอกสารหรือเบราเซอร์, โปรแกรมกราฟิคชั้นนำของโลกหรือแม้แต่เกมก็รองรับระบบปฏิบัติการนี้ เปิดมาก็พร้อมใช้งานได้เลย ใช้งานได้ง่ายในระดับ End User แต่ถ้าอยากให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเรียนรู้เรื่องเคล็ดลับการใช้งานเพิ่มเติมอีก
    2. macOS – ใช้ง่าย หากผู้ใช้คนไหนมี iPhone, iPad จะยิ่งชอบระบบ Apple Ecosystem เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ประสานงานกันได้ดีและต่อเนื่องและทางบริษัทก็ดีไซน์หน้า User Interface ให้ออกมาสวยงามใช้งานได้ง่ายเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป และแม้จะซื้อ MacBook รุ่นเก่าไป 2-3 ปี ก็ยังอัพเกรดเป็น macOS เวอร์ชั่นใหม่อยู่ อิงจากฐานข้อมูลว่า MacBook รุ่นไหนยังอัพเกรดเป็น macOS Monterey ได้ จะเห็นชื่อ MacBook Air ปี 2015 กับ MacBook Pro with Retina ปี 2015 ยังอัพเดทได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าใครใช้งาน Windows มานานแล้วย้ายมาใช้ macOS เป็นครั้งแรกก็ต้องปรับตัวเรื่องคีย์ลัดและฟังก์ชั่นต่างๆ สักระยะหนึ่ง และถ้าถนัดก็น่าจะถูกใจความเรียบง่ายของ OS นี้แน่นอน
    3. Chrome OS – เป็นระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งหน้าตาเหมือน Windows แล้วเอาประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android มาประยุกต์ใช้ได้ทันที และแอพฯ ส่วนใหญ่จะเน้นพึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นหลักแต่ก็สามารถเปิดใช้งานแบบ Offline ได้ มีฟังก์ชั่นประสานงานกับสมาร์ทโฟน Android เหมือน macOS กับ iPhone อีกด้วย โดยปัจจุบันนี้นอกจากโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS จากโรงงานโดยตรง ก็ยังโหลดระบบปฏิบัติการ Chrome OS Flex จาก Google มาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าให้รันระบบปฎิบัติการนี้ได้ด้วย
    4. Linux – เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open-source ซึ่งหากผู้ใช้มีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งก็สามารถโหลดไปใช้และพัฒนาต่อด้วยตัวเองก็ได้ โดยปัจจุบันนี้มีผู้เอา Linux ไปต่อยอดแล้วแยกเป็น Linux ฉบับใหม่ๆ ซึ่งเหมาะกับงานประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะ Ubuntu, Fedora, Linux Mint และหากใครติดตามข่าวอยู่ อาจจะได้ยินชื่อ Kylin Linux ซึ่งเป็น Linux อีกเวอร์ชั่นหนึ่งซึ่งออกแบบมาใช้กับภาษาจีนโดยเฉพาะ ซึ่งจากประสบการณ์ใช้งานส่วนตัวของผู้เขียนต้องถือว่า Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมาก (Lightweight OS) ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและยิ่งใครรู้เรื่องโปรแกรมมิ่งและการใช้ Command Line (แต่ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้), การหาซอฟท์แวร์ทางเลือก (Alternate software) ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีแล้วดีเทียบชั้นซอฟท์แวร์เสียเงิน ก็เชื่อว่าจะใช้งาน Linux ได้สนุกสนาน จะลงเป็น OS หลักหรือเสริมในโน๊ตบุ๊ค 2022 ก็ได้
  2. จะใช้ 2-in-1 หรือแบบธรรมดา? – โน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ดีไซน์ไม่ได้จำกัดเอาไว้แค่แบบฝาพับอันคุ้นตา ก็จะมีโน๊ตบุ๊คแบบพับจอกลับเป็นแท็บเล็ต, มีปากกา, ถอดคีย์บอร์ดได้ ฯลฯ ให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งเรื่องดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน ว่าจะใช้งานทั่วไปแค่เปิดมาใช้ทำงานแล้วพับเก็บไปหรือถ้ามีงานอื่นๆ อย่างไปถ่ายภาพหน้างานแล้วต้องการวาดจดด้วยสไตลัสก็อาจจะหันมาดูโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 แทนจะดีกว่า
  3. ขนาดและความละเอียดหน้าจอ – ขนาดหน้าจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบันนี้มีตั้งแต่ 10 นิ้ว สำหรับเด็กไปจนจอใหญ่ 17 นิ้ว ซึ่งมักเจอเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปหลายๆ รุ่น ซึ่งถ้าเน้นพกพาใส่กระเป๋าก็น่าดูรุ่น 14 นิ้ว แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน เน้นนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ ก็แนะนำรุ่นจอ 15.6 นิ้ว จะมีขนาดใหญ่กำลังดี และแนะนำให้ดูหน้าจอความละเอียด Full HD เป็นขั้นต่ำ และถ้าเจอหน้าจอความละเอียดสูงกว่านี้ก็ยิ่งดี
  4. เลือกรุ่นแบตอึด จะได้ใช้งานได้นาน – แม้โน๊ตบุ๊ค 2022 หลายๆ รุ่นจะใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนเจองานหนักเปิดเครื่องนานหลายชั่วโมงแล้วเครื่องอาจดับกลางคันได้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้หารีวิวโน๊ตบุ๊คอ่านเพื่อหาข้อมูลรุ่นที่สนใจใช้งานได้นานกี่ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่หากเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาควรอยู่ได้ 9~12 ชั่วโมงจะดีที่สุด แต่ในทางกลับกันโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็มีพอร์ต USB-C Full Function ให้เลือก ซึ่งพอร์ตนี้จะรองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort และชาร์จไฟแบบ Power Delivery ได้ ช่วยแก้ปัญหาว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องของเราใช้งานได้ไม่นาน ขอแค่เตรียม Power Bank กำลังชาร์จสูงเอาไว้ก็ชาร์จไปใช้งานไปได้เลย
  5. กำหนดสเปคโดยคร่าวๆ แล้วไปซื้อกัน – ส่วนของสเปคเครื่องขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ว่าเนื้องานของแต่ละคนเน้นไปด้านไหนเป็นหลัก เช่น ถ้ามีงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็ควรหารุ่นมีการ์ดจอแยกมาใช้งาน, หากเน้นน้ำหนักเบาก็ดูซีพียูว่าเป็นรหัสประหยัดพลังงาน แต่จุดที่ผู้เขียนขอเน้นให้ผู้ใช้พิจารณาไว้ก่อนเป็นอย่างแรก คือ ควรหาโน๊ตบุ๊ค 2022 แรม 16GB มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น DDR4 หรือ DDR5 ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับแรมสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับแรมได้ที่นี่ ส่วนซีพียูอาจจะเริ่มที่ AMD Ryzen 3 หรือ Intel Core i3 ก็ได้ และมี M.2 NVMe SSD ติดตั้ง Windows 10 หรือ 11 มาให้ในเครื่องพร้อมความจุ 256GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นน่าใช้ ออกใหม่ล่าสุด ซื้อมาใช้แล้วเวิร์คแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,490
HP Victus Gaming 15-fb0068AX  AMD Ryzen 5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

27,490
MSI Alpha 15 B5EEK-095TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

LAN x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,490
Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990
Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,900
ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W Intel Core
i7-12650H

NVIDIA GeForce RTX 3060 

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

44,990

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นแนะนำน่าใช้ทั้งสายทำงานและเล่นเกม

หากผู้ใช้คนไหนได้อ่านวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ตามที่แนะนำไปข้างบนแล้ว เริ่มเห็นภาพว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนมาใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ของเราดี โดยผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊คทั้งสายทำงานและเล่นเกม โดยมีรุ่นที่ติดตั้งซีพียู AMD กับ Intel มาให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่

  1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)
  2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)
  5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)

ideapad5

โน๊ตบุ๊ค 2022 เครื่องแรกในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำ Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA ที่เหมาะจะใช้ทำงานออฟฟิศเป็นรุ่นแรก จุดเด่นของมัน คือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, อัพเกรดแรมเพิ่มได้และมีโปรแกรม Microsoft Office ติดตั้งมาให้ เพียงแค่อัพเกรดแรมไป 16GB ก็ใช้งานได้สบายๆ

เครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ในเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครต้องการโน๊ตบุ๊คเน้นทำงานแล้วสเปคคุ้มด้วยก็ซื้อ Lenovo IdeaPad 5 นี้ไปได้เลย

Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 22,490 บาท (BaNANA)
2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

victusgaming

หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนล่ะก็ HP Victus Gaming 15-fb0068AX เครื่องนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะราคาแค่สองหมื่นกลางแต่สเปคจัดว่าแรงและเมื่อซีพียูกับการ์ดจอเป็น AMD ทั้งหมดแล้วก็จะรองรับฟังก์ชั่น AMD S.A.M. ทำให้โหลดฉากและ Texture ในเกมได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ยิ่งทำงานและเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นเยอะ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 มาให้ใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz หากอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก ที่เครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.29 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปค AMD ล้วนก็ซื้อ HP Victus เครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ HP Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)

alpha15

MSI Alpha 15 B5EEK-095TH เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนอีกเครื่องที่แรงจบตั้งแต่เปิดกล่อง สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD เข้าไปได้อีกด้วย จัดเป็นตัวแรงราคาน่าคบอีกเครื่องหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ในตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องอยุ่ที่ 2.35 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนสเปคแรงสักเครื่องก็ซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-095TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 32,490 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)

vero

Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ภาคต่อของตระกูล Vero ซึ่งบอดี้ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้กับโปรแกรม Microsoft Office แท้ และรหัสนี้ก็ได้รับการอัพเกรดเป็น Intel 12th Gen แล้วด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ ในเครื่องมีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น และจากโลโก้จะเห็นว่า Aspire Vero นี้ผ่านมาตรฐานเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ด้วย ดังนั้นจะได้เปรียบเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้นด้วย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)

thinkpad

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ต้องยกให้ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH รุ่นนี้ที่นอกจากตัวเครื่องจะใหญ่กำลังดีและยังได้ Windows 11 Pro ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์เรื่องความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งกว่าเวอร์ชั่น Home อีกด้วย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้จึงเหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานเป็นอย่างมาก และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Pro มาพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.7 กิโลกรัม เรียกว่าเอาใจสายทำงานแบบเต็มที่และได้ Intel 12th Gen ไปด้วยเลย

สเปคของ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)

tufdash

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ได้ทั้งทำงานและเล่นเกม ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W นับเป็นคำตอบที่ดีมาก เพราะนอกจากได้ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่หวือหวาแล้ว สเปคยังแรงตั้งแต่เปิดกล่องและพอร์ต USB-C ยังเป็น Full Function ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ตัวเครื่องหนัก 2 กิโลกรัมพอดี เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยดูดีทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ

สเปคของ ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W
  • CPU : Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2 กิโลกรัม
  • Price : 44,990 บาท (Advice)

windows eGNLSgazDVU unsplash

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ณ ตอนนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเยอะทีเดียว และวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊คนั้นก็ไม่ได้ยากมาก หากเข้าใจว่าเราเน้นใช้งานอะไรบ้างและต้องการโน๊ตบุ๊คแบบไหน เท่านี้ก็ช่วยตัดตัวเลือกรุ่นที่ไม่เกี่ยวข้องไปได้เยอะและไม่ต้องโดนคนขายเชียร์ปั่นยอดขายจนเสียโฟกัสอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้เริ่มทำการบ้านหาดูรุ่นที่สนใจจากที่บ้านก่อนแล้วไปจบที่หน้าร้านหรือจะซื้อออนไลน์ไปเลยก็สะดวกเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3msi 1

Share image Edit Name 1qdoled 1

Share image Edit Name 3acer 1

from:https://notebookspec.com/web/668571-5-tips-for-buying-laptop-in-2022

รีวิว Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW ยอดจอเกมมิ่ง G-SYNC ULTIMATE! สเปคอลังการล้ำอนาคตกับราคา 55,500 บาท

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW จอเกมมิ่งขั้นเทพ พาเนล Quantum Dot OLED หนึ่งเดียวในตอนนี้!

Share image Edit Name 1qdoled 1

Alienware เป็นชื่อแบรนด์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซึ่งเกมเมอร์คุ้นหูกันดี อย่าง Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW รุ่นนี้ก็เป็นจอเกมมิ่งรุ่นที่ดีสุดเท่าที่ Alienware มีขายให้เกมเมอร์ซื้อไปใช้งานกัน โดยราคา 55,500 บาทนี้ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัยมากมาย ไม่ว่าจะพาเนล Quantum Dot OLED (QD-OLED) หรือพาเนล OLED แบบใหม่ล่าสุด ซึ่งพาเนลนี้นอกจากแสดงความสว่างได้สูงสุดระดับ 1000 nits แล้วยังได้ขอบเขตสีที่กว้างยิ่งขึ้นและได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR TrueBlack 400 การันตีว่าสีดำที่เห็นบนหน้าจอนี้ดำสนิทสมจริงที่สุดแน่นอน

Advertisementavw

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเป็นจอเกมมิ่งของทาง Alienware แล้ว ทางบริษัทก็ปรับแต่งฟีเจอร์เอื้อเกมมิ่งมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะได้ค่า Refresh Rate สูง, Response Time ที่ต่ำมาก และยังรองรับ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ซึ่งเป็นฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขณะเล่นเกมและยังเป็นการการันตีว่าสีสันของหน้าจอนี้เป็นระดับ Lifelike HDR ซึ่งสวยสมจริงที่สุด และมี ULMB (Ultra Low Motion Blur) หรือฟังก์ชั่นลดอาการภาพเบลอเมื่อภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว

ด้านความสวยงามจัดว่าโดดเด่น ไม่ว่าจะดีไซน์ขอบหน้าจอบาง, มีไฟ RGB “AlienFX lighting” ติดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของหน้าจอ ไม่ว่าจะโลโก้, กรอบขาตั้งหน้าจอและมีไฟ Downlight เพื่อสร้างบรรยากาศและความสวยงามให้โต๊ะเกมมิ่งของเกมเมอร์ดูดีมีสไตล์และเล่นเกมได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

Alienware 34 Curved QD-OLED

NBS Verdicts

aw3423dw NYX00273

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW นับเป็นจอเกมมิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปัจจุบันจนหาตัวเทียบจากแบรนด์อื่นไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์เข้ามาให้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE, ไฟ RGB “AlienFX lighting”, ได้รับการการันตี VESA DisplayHDR TrueBlack 400 ไม่พอ ดีไซน์ก็สวยงามล้ำอวกาศสมชื่อชั้นของทาง Alienware ไม่มีผิดเลย

โดยเฉพาะพาเนล Quantum Dot OLED (QD-OLED) คุณภาพสูงซึ่งปัจจุบันนี้จะถูกติดตั้งมาให้ในทีวีราคาแพงระดับท็อปไม่กี่รุ่นเท่านั้น และเมื่อทางบริษัทนำมาใช้กับจอ AW3423DW ตัวนี้ ก็ทำให้พาเนลสีสันสวยสมจริง เสพย์ความสวยสดงดงามบนหน้าจอเกมมิ่งนี้จนอิ่มก็ไม่ใช่การพูดเกินไปอย่างแน่นอน หากใครเคยมีประสบการณ์ชมคอนเทนต์บนจอ QD-OLED จะทราบดีว่าพาเนลนี้ให้สีสันสวยงามโดดเด่นกว่าจอ IPS อย่างเทียบกันไม่ติด ยิ่งนำมาเล่นเกมก็ยิ่งรู้สึกดีจนผู้เขียนเชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนน่าจะตกหลุมรักได้ง่ายๆ และเมื่อเสริมด้วยข้อดีกับฟีเจอร์ของจอนี้เข้าไป ก็ทำให้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ดูราคาสมเหตุผลขึ้น แม้ทางบริษัทจะตั้งราคาไว้ 56,900 บาทก็ตาม

นอกจากเรื่องราคาสูง ประเด็นจุดสังเกตอื่นๆ ที่ผู้เขียนขอแนะนำเกมเมอร์ที่อยากได้จอนี้ไปใช้ให้เตรียมโต๊ะเกมมิ่งที่รับน้ำหนักจอได้เยอะและหน้าโต๊ะกว้างระดับ 120~140 เซนติเมตรขึ้นไป เพราะจอนี้กว้างสุด 81.5 เซนติเมตรแล้ว และน้ำหนักของหน้าจอรวมขาตั้งอยู่ที่ 10.37 กิโลกรัม หากเป็นโต๊ะที่หน้าแคบและขนาดเล็กเกินไป รวมไปถึงโต๊ะเล็กสำหรับวางรองใต้หน้าจออาจจะวางหน้าจอไม่ได้แล้วอาจจะทำให้หน้าจอพลิกล้มลงมาได้ด้วย และเนื่องจากพาเนลหน้าจอเป็น QD-OLED หากเปิดหน้าจอใช้งานไปสักพักหนึ่งแล้ว ระบบของหน้าจอจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำ Pixel Refrersh เพื่อถนอมอายุพาเนลและลดอาการ Burn-in หน้าจอ หากมีการแจ้งเตือนนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ควรกดให้หน้าจอจัดการรีเฟรชเม็ดพิกเซลหน้าจอเพื่อให้พาเนลหน้าจอเสื่อมสภาพช้าลงด้วย

ข้อดีของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  1. พาเนลหน้าจอเป็น Quantum Dot OLED รุ่นแรกของโลก ได้สีสันสวยงามเป็นพิเศษ
  2. ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR TrueBlack 400 และเปลี่ยนเป็นโหมด HDR 1000 ได้ด้วย
  3. ขอบเขตสีกว้าง 99.3% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E <2 ทำงานได้เล่นเกมดี
  4. Response Time ต่ำเพียง 0.1ms (GtG) ตอบสนองตอนเล่นเกมได้เร็วมาก
  5. รองรับ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ซึ่งปัจจุบันมีจอเกมมิ่งไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่รองรับ
  6. หน้าจอเป็นพอร์ต USB Hub ในตัว สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมและโอนไฟล์ได้ง่ายๆ
  7. มีไฟ RGB “AlienFX lighting” ปรับเอฟเฟคแสงได้ด้วยซอฟท์แวร์ของ Alienware
  8. มีสายเชื่อมต่อจอและอแดปเตอร์สำหรับ VESA Mount แถมมาให้ครบเครื่อง
  9. มีช่องร้อยสายไฟอยู่ที่ขาตั้งหน้าจอ ใช้จัดระเบียบสายไฟได้ง่ายและสวยงาม
ข้อสังเกตของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  1. จอ Quantum Dot OLED จะมีฟังก์ชั่น Pixel Refresh แจ้งเตือนขึ้นมาเป็นระยะๆ ควรกดให้หน้าจอจัดการตัวเองเพื่อถนอมพาเนล
  2. หน้าจอมีขนาดใหญ่และหนัก ควรเตรียมโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่แข็งแรงรับน้ำหนักมากได้

รีวิว Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW

Specification

monitor alienware aw3423dw pdp mod01 1

Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW เป็นจอเกมมิ่งที่ดีที่สุดที่ Alienware มีให้เกมเมอร์เลือกซื้อไปเล่นเกมในปัจจุบันนี้ ได้พาเนลหน้าจอล้ำสมัยอย่าง QD-OLED และยังได้รับการรับรองจาก VESA DisplayHDR อีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ Alienware 34 Curved QD-OLED AW3423DW
  • Display Size : 34 นิ้ว ความละเอียด 3440×1440 พาเนล QD-OLED โค้ง 1800R
  • Display Techonoloy : NVIDIA G-SYNC ULTIMATE, VESA DisplayHDR TrueBlack 400
  • Color Gamut : 149% sRGB, 99.3% DCI-P3, Delta-E <2
  • Color Support : 1.07 พันล้านสีเมื่อตั้งค่า Refresh Rate 144Hz, 16.7 ล้านสีเมื่อตั้งค่า Refresh Rate 175Hz
  • Brightness : 250 cd/m2 (Typical), 1,000 cd/m2 (Peak)
  • Refresh Rate & Response Time : Refresh Rate 100Hz เมื่อเชื่อมต่อด้วย HDMI และ 175Hz เมื่อเชื่อมต่อด้วย DisplayPort, Response Time 0.1ms (GtG) 
  • Connector : HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ใต้ขอบจอ, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ด้านหลังหน้าจอ, USB-B 3.2 Gen 1 x 1 Upstream, Audio line-out x 1 ด้านหลังหน้าจอ, Headphone-out x 1 ใต้ขอบจอ
  • Cables : DisplayPort to DisplayPort x 1, Mini-DisplayPort to DisplayPort x 1, HDMI x 1, USB 3.2 Gen 1 (Upstream) x 1
  • VESA Mounting Interface : 100×100 mm. มีอแดปเตอร์เฉพาะในกล่อง
  • Adjustment : ปรับก้มเงย -5~20 องศา, ปรับหัน -20~20 องศา, ปรับสูงต่ำ 100 มิลลิเมตร
  • Price : 55,500 บาท (ITrinity)

Hardware & Design

aw3423dw NYX00271

aw3423dw NYX00279
aw3423dw NYX00278
aw3423dw NYX00272
aw3423dw NYX00308
aw3423dw NYX00305

ดีไซน์ของ Alienware 34 Curved QD-OLED จะใช้โทนสีขาวกับดำเป็นโทนสีหลักตามส่วนต่างๆ และมีไฟ RGB “AlienFX lighting” อยู่ทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ ไฟ Downlight ใต้ขอบหน้าจอ, ไฟปุ่ม Power, วงรอบฐานขาตั้งหน้าจอหลังเครื่องและโลโก้ Alienware ด้านหลังหน้าจอ ให้ความสวยงามและเปลี่ยนสีได้โดยโปรแกรม Alienware Command Center ซึ่งซอฟท์แวร์จะบังคับติดตั้งลงในพีซีเครื่องที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ ส่วนความโค้ง 1800R ส่วนตัวผู้เขียนถือว่าไม่โค้งมากจนกรอบข้างหน้าจอบีบมุมให้ผู้ใช้อึดอัดนัก และความโค้งนี้น่าจะเหมาะกับเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแนว Racing เป็นพิเศษ

aw3423dw NYX00281

aw3423dw NYX00336
aw3423dw NYX00330
aw3423dw NYX00282
aw3423dw NYX00285
aw3423dw NYX00334
aw3423dw NYX00310

กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้าน ทั้งส่วนบนและริมซ้ายขวาจะถูกรีดให้บางเป็นพิเศษ ขอบล่างจะหนากว่าส่วนอื่นเล็กน้อยและสกรีนชื่อแบรนด์ “Alienware” เอาไว้เพื่อบ่งบอกชื่อแบรนด์ของหน้าจอนี้ ส่วนขาตั้งหน้าจอจะเป็นทรงตัว V สีขาวกับดำ เมื่อประกอบแล้วตั้งใช้ทำงานและเล่นเกมจัดว่ามั่นคงและรับน้ำหนักทั้งจอได้ดีและเสถียรมาก ส่วนขาตั้งหน้าจอมีสติกเกอร์ NVIDIA G-SYNC ULTIMATE ติดมาเพื่อการันตีว่าหน้าจอนี้เป็นจอเกมมิ่งที่เหมาะกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นอย่างมาก รองรับการแสดงผล Lifelike HDR และได้ฟีเจอร์ ULMB (Ultra Low Motion Blur) ด้วย

ส่วนวิธีการต่อขาตั้งจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ทางผู้ผลิตจะสกรีนภาพเอาไว้ให้บนโฟมห่อหน้าจอว่าให้ต่อขาตั้งหน้าจอให้เรียบร้อยก่อน แล้วเอาขาตั้งมาต่อกับหน้าจอแล้วยกขึ้นทีเดียวจะง่ายและปลอดภัย ไม่เสี่ยงให้หน้าจอหล่นเสียหาย

aw3423dw NYX00276

aw3423dw NYX00286
aw3423dw NYX00287

กลไกขาตั้งหน้าจอ สามารถปรับก้มเงย -5~20 องศา และตัวขาหน้าจอเป็นแบบรางสไลด์สปริงแข็งและมีมาร์กกิ้งบอกความสูงหน้าจอสกรีนมาด้วย ปรับสูงต่ำได้ 100 มิลลิเมตร ส่วนข้อต่อจอระหว่างอแดปเตอร์กับขาตั้งจะเป็นข้อต่อแบบหันซ้ายขวาหันได้ -20~20 องศา ช่วยให้เจ้าของเซ็ตมุมหน้าจอให้เข้ากับตัวเองได้ดีที่สุด และตัวขาตั้งหน้าจอก็แข็งแรงไม่มีอาการสั่นคลอนให้เห็นแม้แต่น้อย จะนั่งเล่นเกมหรือทำงานแล้วกดคีย์บอร์ดแรงหน้าจอก็ไม่สั่นอย่างแน่นอน

aw3423dw NYX00312
aw3423dw NYX00332

ที่ก้านขาตั้งหน้าจอจะมีช่องร้อยสายไฟเพื่อให้เจ้าของหน้าจอใช้ร้อยสายไฟ, สายหน้าจอและ USB 3.2 Gen 1 Upstream เพื่อจัดระเบียบสายให้เรียบร้อยไม่รกเกะกะ โดยร้อยสายไฟจากด้านหลังของฐานจอให้หัวสายเลยออกมาแล้วนำเข้าไปต่อกับพอร์ตเชื่อมส่วนด้านหลังหน้าจอได้เลย ซึ่งดีไซน์นี้ช่วยให้สายไฟบนโต๊ะเกมมิ่งของเราไม่รกเกะกะนัก

aw3423dw NYX00294

aw3423dw NYX00292
aw3423dw NYX00297
aw3423dw NYX00298
aw3423dw NYX00289

ด้านหลังของหน้าจอจะแยกส่วนเป็น 2 ระดับ คือ ด้านหลังพาเนลหน้าจอสีดำและบอดี้สีขาวที่ติดตั้งชิ้นส่วนภายในของหน้าจอเอาไว้ บนบอดี้สีขาวมีโลโก้ Alienware แบบปรับแสงไฟ RGB ได้อยู่ฝั่งซ้าย คั่นกลางด้วยฐานต่อขาตั้งหน้าจอที่มีคำว่า Alienware สกรีนติดเอาไว้และมีวงไฟ RGB ด้านขวามือมีตัวเลข “34” ซึ่งเป็นขนาดของหน้าจอและรุ่นของหน้าจอสกรีนเอาไว้ด้วยตัวอักษรสีขาว ฟ้อนท์ตัวอักษรเหมือนได้แรงบันดาลใจจากหนังไซไฟ

ส่วนเชื่อมต่อระหว่างบอดี้และพาเนลจอจะมีช่องระบายความร้อนล้อมกรอบตัวจอไว้ เพื่อระบายความร้อนภายใน Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW ให้เย็นลง ไม่ให้ความร้อนสะสมแล้วทำให้หน้าจอและชิ้นส่วนภายในเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปนานๆ

aw3423dw NYX00317

aw3423dw NYX00315
aw3423dw NYX00319

นอกจากนี้ถ้าใครจัดโต๊ะคอมแล้วจะเอาจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW มาต่อ Monitor Arm จะมีอแดปเตอร์แถมมาให้ในกล่องโดยเฉพาะ ใช้ต่อกับ VESA Mounting Interface ขนาด 100×100 mm. ได้เลย เวลาใส่เข้าหรือปลดออกก็กดที่ปุ่มบนตัวฐานรับขาตั้งหน้าจอแล้วดึงอแดปเตอร์หรือขาตั้งหน้าจอออกมาได้ทันที แต่เนื่องจากหน้าจอนี้มีน้ำหนักเฉพาะหน้าจออย่างเดียวถึง 6.92 กิโลกรัม ดังนั้นควรดูสเปคของ Monitor Arm ให้ดีว่ามันรับน้ำหนักหน้าจอได้มากสุดกี่กิโลกรัม จะได้ต่อกับหน้าจอนี้แล้วใช้งานได้ดีที่สุด

Screen & Connector & Software

resolution

gamut
luminance

หน้าจอขนาด 34 นิ้วนี้ มีความละเอียด 3440×1440 พิกเซล พาเนล QD-OLED ตั้งค่า Refresh Rate ได้ตั้งแต่ 60, 100, 120, 144, 175Hz หากเชื่อมต่อด้วยสาย DisplayPort หากต่อ HDMI จะปรับได้มากสุดเพียง 100Hz เท่านั้น ดังนั้นขอแนะนำให้ต่อสาย DisplayPort ในกล่องเข้ากับพีซีเครื่องที่ใช้งานไปเลยจะได้ตั้งค่าได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ส่วน Response Time เพียง 0.1ms (GtG) ซึ่งถือว่าตอบสนองเร็วทันใจมาก ส่วนขอบเขตสีหน้าจอได้รับการการันตี VESA DisplayHDR TrueBlack 400 การันตีสีดำบนหน้าจอว่าดำสมจริงอย่างแน่นอน

ขอบเขตสีหน้าจอเมื่อทดสอบและ Calibrate ด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ว ขอบเขตสีหน้าจอจากโรงงานในส่วนของ Gamut coverage จะอยู่ที่ 100% sRGB, 91.9% Adobe RGB และ 98.8% DCI-P3 และเมื่อ Calibrate จนเสร็จแล้ว Gamut volume เพิ่มขึ้นเป็น 159.2% sRGB, 109.7% Adobe RGB และ 112.8% DCI-P3 และค่า Delta-E เฉลี่ย 0.24~0.87 ซึ่งน้อยกว่า 2 ก็ถือว่าจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW นี้ทั้งขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรง เหมาะทั้งใช้ทำงานหรือจะเอาไว้เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน ส่วนความสว่างหน้าจอเมื่อวัดแล้วจะอยู่ที่ 229.56 cd/m2 ซึ่งเป็นความสว่างในโหมด TrueBlack 400 จัดว่าสว่างพอใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศก็สว่างเพียงพอใช้งานอย่างแน่นอน

aw3423dw NYX00305

aw3423dw NYX00326
aw3423dw NYX00321
aw3423dw NYX00324
aw3423dw NYX00337
aw3423dw NYX00340
aw3423dw NYX00344

พอร์ตการเชื่อมต่อของ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW จะติดตั้งแยกเอาไว้ 2 จุด คือ ใต้ขอบหน้าจอและด้านหลังหน้าจอ โดยมีพอร์ตดังนี้

  • ใต้ขอบหน้าจอ – USB-A 3.2 Gen 1 x 2, Headphone-out x 1 มีก้าน Joystick สำหรับปรับตั้งค่าหน้าจอแบบเร่งด่วน
  • ด้านหลังหน้าจอจากซ้ายมือ – ช่องเสียบสายไฟ, USB-B 3.2 Gen 1 Upstream, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.4 x 1, Audio line-out x 1

สายเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริมในกล่อง Alienware 34 Curved QD-OLED มีสาย 5 เส้น ได้แก่ สายไฟเส้นหลักสำหรับต่อปลั๊กไฟบ้าน, DisplayPort, Mini-DP to DisplayPort, HDMI, USB-B 3.2 Gen 1 Upstream มีอแดปเตอร์สำหรับต่อ Monitor Arm รองรับ VESA Mounting Interface 100×100 มม. กับฝาปิดพอร์ตด้านหลังหน้าจออีกชิ้น

aw3423dw NYX00348
aw3423dw NYX00345
aw3423dw NYX00300
aw3423dw NYX00299

แผ่นปิดพอร์ตหลังจอ Alienware จะเป็นแผ่นพลาสติกแบบสไลด์ เมื่อเชื่อมต่อสายหน้าจอและปลั๊กไฟจนเสร็จ ก็สามารถลากสายมาพาดที่ร่องสายไฟแล้วเอาแผ่นนี้สไลด์ปิดด้านหลังหน้าจอได้เลย โดยเอาแผ่นมาทาบเข้ากับร่องข้างหน้าจอให้เรียบร้อยแล้วสไลด์เข้าไปตรงๆ แล้วดูขาของตัวบานปิดด้วยว่าขาบานปิดสไลด์เข้าที่หรือไม่ เมื่อปิดแล้วก็ทำให้ด้านหลังหน้าจอสวยเรียบร้อยและทำให้สายไม่รกเกะกะ ได้ความสวยงามและเห็นแต่สายไฟที่ลอดออกจากด้านหลังหน้าจอเข้าขาตั้งหน้าจอเล็กน้อยเท่านั้น

Screenshot 2022 09 22 114440

IMG20220922170649
IMG20220922170703
IMG20220922170708
IMG20220922170712
IMG20220922170724
IMG20220922170740

ส่วนสายเชื่อมต่อหนึ่งที่ผู้เขียนขอให้ต่อคอมไว้เสมอ คือ USB-B 3.2 Gen 1 Upstream เพราะนอกจากจะใช้พอร์ต USB-A 3.2 Gen 1 ได้ ระบบของหน้าจอจะติดตั้งซอฟท์แวร์ Alienware Command Center เพื่อใช้ตั้งค่าไฟ AlienFX lighting และใช้ตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ของ Alienware ได้อย่างละเอียดอีกด้วย

นอกจากตั้งค่าหน้าจอและไฟ AlienFX lighting ใน Alienware Command Center แล้ว ผู้ใช้ก็สามารถตั้งค่าหน้าจออย่างรวดเร็วโดยกด Joystick ที่ติดตั้งเอาไว้ตรงขอบล่างของหน้าจอได้เช่นกัน ซึ่งมีหัวข้อตั้งค่าครบเครื่องไม่ว่าจะปรับแสง, เปลี่ยนโหมด HDR และยังเปิดโหมดเกมมิ่งต่างๆ ที่หน้าจอรองรับได้อีกด้วย จัดว่าใช้งานค่อนข้างสะดวกทีเดียว

User Experience

aw3423dw NYX00275

จากที่ผู้เขียนได้ลองใช้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW แล้ว ขนาดของหน้าจอต้องถือว่าสูงเท่าจอ 27 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ แต่กว้างออกด้านข้างจนได้ขนาด 34 นิ้วและโค้ง 1800R ซึ่งความกว้างและโค้งนี้ทำให้โอบรับมุมสายตาได้ดีมาก โดยเฉพาะพาเนล QD-OLED ซึ่งสีสันบนหน้าจอจัดว่ายอดเยี่ยมและสวยงามสุดๆ จนสีสันบนจอ IPS ดูจืดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าผู้ใช้คนไหนไปร้านคอมพิวเตอร์แล้วเจอหน้าจอ Alienware รุ่นนี้ตั้งอยู่ก็อยากให้ลองไปทดลองใช้งานดู

ตอนทดลองเล่นเกมด้วยหน้าจอ Alienware นี้ เมื่อตั้งอัตราส่วนภาพของเกมและหน้าจอให้สมกันแล้ว หน้าจอที่กว้างและโค้งรับมุมสายตาได้เต็มที่ ทำให้ไม่ได้รู้สึกว่าเปิดเกมเล่นแล้วนั่งอยู่ตรงหน้าจอ แต่รู้สึกจมเข้าไปในเกมไม่มีผิดโดยเฉพาะเกมแนว FPS หรือจะแนวแข่งรถแล้วปรับเป็นมุมมองภาพในค็อกพิตคนขับ จะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในรถจริงๆ ด้านสีสัน, การตอบสนองต้องถือว่าสมบูรณ์แบบสมราคาหน้าจอมาก

ส่วนการทำงาน หน้าจอ 21:9 เป็นจอที่กว้างมาก ซึ่งถ้าใช้ทำงานทั่วไปอย่างงานออฟฟิศและงานเอกสารทั่วไป ส่วนตัวถือว่ามันกว้างเกินไปจนเวลาทำงานต้องหันหน้าไปมาจนรู้สึกรำคาญเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นงานตัดต่อวิดีโอหรือตอนเปิดไฟล์ Microsoft Excel แล้วมี Timeline ในคลิปยาวหรือข้อมูลเยอะ จะเห็นรายละเอียดของคลิปทั้งหมดครบถ้วนชัดเจนมาก ดูรายละเอียดได้ครบถ้วนมาก ดังนั้นกล่าวคือจอ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW นี้จะเหมาะกับงานสายครีเอทีฟที่เน้นอัตราส่วนแนวนอนกว่างานเอกสารที่เนื้อหามักอยู่ในอัตราส่วนแนวตั้งเสียเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม หน้าจออัตราส่วน 21:9 เป็นขนาดหน้าจอที่พิเศษและไม่ค่อยพบเห็นได้ตามปกติในปัจจุบันนี้ และคอนเทนต์เนื้อหาและสิ่งต่างๆ จะถูกผลิตอยู่บนหน้าจอ 16:9 เป็นหลัก ดังนั้นสิ่งที่พบเป็นประจำและเลี่ยงไม่ได้ คือ ขอบหน้าจอสองฝั่งที่เกินอัตราส่วน 16:9 ออกไปจะถูกถมดำไปโดยปริยาย นั่นเพราะขนาดหน้าจอใหญ่เกินคอนเทนต์อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครซื้อจอ Alienware นี้มาใช้งาน ก็ต้องยอมทำใจเรื่องนี้สักหน่อย

Conclusion

aw3423dw NYX00275

ในบรรดาจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ผู้เขียนได้เป็นเจ้าของและรีวิวมาก่อนหน้านี้หลายสิบรุ่น ต้องยกให้ Alienware 34 Curved QD-OLED Gaming Monitor AW3423DW เป็นจอคอมที่ดีสุดเท่าที่ผู้เขียนเคยทดลองใช้งานมาในชีวิต ซึ่งถ้าใครรู้สึกว่าพาเนล IPS หรือ VA นั้นใช้งานได้ดีและแสดงสีสันได้สวยอยู่แล้ว ถ้าได้ทดลองใช้งานพาเนล QD-OLED สักครั้งเพียง 20-30 นาที ผู้เขียนมั่นใจว่าจะชอบจนอยากเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน

และแม้จะมีข้อสังเกตอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะหน้าจอมีขนาดใหญ่และหนัก, คอนเทนต์ส่วนใหญ่เป็นอัตราส่วน 16:9 และเวลาใช้งานต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะต้องทำ Pixel Refresh เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พาเนลเสื่อมสภาพเร็ว แต่ถ้าเข้าใจและชินกับเงื่อนไขการใช้งานที่กล่าวมาแล้ว นี่จะเป็นจอเกมมิ่งที่ดี่สุด เท่าที่จะหามาเล่นเกมและใช้งานได้ในปัจจุบันนี้อย่างไม่มีจอเกมมิ่งตัวไหนเทียบได้เลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/668152-review-alienware-34-curved-qd-oled

7 โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ สเปคดีพร้อมใช้ มีจอ OLED ให้เลือก! อัพเดทปลายปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ซื้อมาใช้สบายใจไม่ต้องซื้อโปรแกรมเพิ่ม!

Share image Edit Name 3acer 1

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้น่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คที่นักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงานต้องการ เพราะซื้อมาแล้วได้ซอฟท์แวร์ครบถ้วนพร้อมใช้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11 พร้อม Microsoft Office Home & Student ติดตั้งมาให้ในตัว ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มให้เปลือง พอเปิดเครื่องมา Activate เสร็จก็พร้อมทำงานทันที มีรุ่นให้เลือกหลากหลายทั้งไม่ว่าจะเป็นซีพียู AMD และ Intel และบางรุ่นยังติดตั้งการ์ดจอแยกจาก NVIDIA มาให้ใช้งานอีกด้วย

Advertisementavw

ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ราคาก็ไม่แพงมากแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาก็เริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาทเท่านั้น จะจ่ายซื้อสดก็สะดวกหรือผ่อนก็ไม่แพงมาก จะเอาไว้ทำงานเอกสาร, เปิดเว็บไซต์หรือพกติดตัวไปพรีเซนต์งานก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแต่ละรุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ก็มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ทั้ง 7 รุ่น สเปคดี ซอฟท์แวร์ครบพร้อมทำงาน

สเปคของโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-R66K AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

17,990
Acer Swift 3 SF314-R6NJ AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

24,750
Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 AMD Ryzen 7 5800U

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.39 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,900
Acer Swift 3 SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Swift 3 SF314-512-51E2 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K QHD
(2560×144)
IPS

1.25 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Swift 3 SF314-512-75VX Intel Core
i7-1260P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K QHD
(2560×144)
IPS

1.25 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

33,990

7 โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ซื้อไว้ใช้ ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ช่วงปลายปี 2022 นี้ มีให้เลือกหลากหลายรุ่นและราคาเริ่มต้นก็ไม่แพงมาก ตั้งแต่ราคาไม่เกิน 20,000 บาท ไปจน 30,000 บาทกลางๆ อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Acer Swift 3 SF314-R66K (17,990 บาท)
  2. Acer Swift 3 SF314-R6NJ (24,750 บาท)
  3. Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 (35,900 บาท)
  4. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  5. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)
  6. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)
  7. Acer Swift 3 SF314-512-75VX (33,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-R66K (17,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121300

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ เครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Swift 3 SF314-R66K ซึ่งราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท แต่ได้ Microsoft Office แท้ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานและตัวเครื่องยังบางน้ำหนักเบาพกพาสะดวกอีกด้วย

ซีพียูของ Swift 3 เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัวและน้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้เอาไว้ใช้งานสักเครื่องก็ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-R66K
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 17,990 บาท (BaNANA)
2. Acer Swift 3 SF314-R6NJ (24,750 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121318

Acer Swift 3 SF314-R6NJ รหัสนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ที่แชร์สเปคร่วมกับ Swift 3 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5 มาเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz และได้อัพเกรดการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics เป็นแบบ 8 คอร์แทน ซึ่งข้อดีของ Swift 3 รุ่นนี้ คือ ซีพียูมีปริมาณคอร์และเธรดเยอะขึ้น จึงรันโปรแกรมที่เน้นใช้งานซีพียูได้ลื่นไหลกว่าเดิม

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-R6NJ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 24,750 บาท (Advice)
3. Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 (35,900 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121331

Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ติดตั้งมาให้ในตัว จึงใช้ทำงานกราฟิคได้ดียิ่งขึ้น, พกพาได้ง่าย ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาเอาไว้ทำงาน หากสนใจสามารถอ่านบทความรีวิวได้ที่นี่

Acer Swift X ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz มาคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 เพื่อเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ที่ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมกับแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักตัวเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.39 กิโลกรัม หากผู้ใช้คนไหนอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบาที่ตัดต่อ Vlog ลื่น แต่งภาพถ่ายได้ดีก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift X SFX14-41G-R5M2
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 35,900 บาท (Advice)
4. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121346

Acer Swift 3 SF314-71-50E8 รหัสนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทางบริษัทเปลี่ยนพาเนลหน้าจอมาเป็น OLED และปรับดีไซน์ให้สวยงามเรียบร้อยยิ่งขึ้นและอัพเดทซีพียูเป็น Intel 12th Gen ด้วย เป็น Acer Swift รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นพิเศษหากตั้งใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้งาน

ซีพียูของ Swift 3 นี้เป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz ติดตั้งพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม หากใครจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ก็น่าเลือกรุ่นที่เป็นพาเนล OLED ไปเลย เพราะได้สีสันเที่ยงตรงสวยงามกว่าพาเนล IPS อย่างชัดเจน

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-50E8
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121402

ส่วน Acer Swift 3 SF314-71-75VF เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้พาเนล OLED HDR เช่นเดียวกับข้อที่แล้วและทั้งสองรุ่นนี้แชร์สเปคร่วมกันแทบทั้งหมด แต่รุ่นนี้อัพเกรดซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ซึ่งถ้าใครชอบเปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันหลายๆ ตัว ก็เพิ่มเงินมาซื้อรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121419

Acer Swift 3 SF314-512-51E2 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊คมาตรฐาน Intel EVO ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา พกพาสะดวกและแบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้หลายชั่วโมง และรุ่นใหม่นี้ก็ได้อัพเกรดซีพียูเป็น Intel 12th Gen แล้ว หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องยังไล่เลี่ย Swift 3 รุ่นก่อนที่ 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ Swift 3 รุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-51E2
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (ราคากลาง)
7. Acer Swift 3 SF314-512-75VX (33,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121437

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้รุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ เป็น Acer Swift 3 SF314-512-75VX ซึ่งแชร์สเปคร่วมกับ Swift 3 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แค่เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz แทน หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Intel EVO ซีพียูตัวท็อป ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-75VX
  • CPU : Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 33,990 บาท (ราคากลาง)

Swift X SFX14 51G main Large

หากใครกำลังหาโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้มาใช้แทนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่ล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ทาง Acer ก็มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกทั้งซีพียู AMD และ Intel ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเด่นปีก่อนที่เริ่มปรับราคาถูกลงเล็กน้อย หรือจะรุ่นใหม่สเปคแรงน่าใช้ก็มีให้เลือก โดยเฉพาะถ้าใครอยากได้รุ่นที่หน้าจอสวย ขอบเขตสีกว้างล่ะก็ แนะนำให้ซื้อตัวที่เป็นพาเนล OLED ไปใช้งานได้เลย เชื่อว่ารุ่นนั้นจะดีถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro pc cover

acer oled cover

Share image Edit Name 1predator 1

from:https://notebookspec.com/web/667947-7-acer-laptop-with-microsoft-office

COLORFUL แนะนำ Next-Generation GeForce RTX® 4090 และ RTX® 4080 Graphics Cards

IMG 01

บริษัท Colorful Technology จำกัด ผู้นำด้านอุตสาหกรรมการผลิตเมนบอร์ด กราฟิกการ์ดและโซลูชั่นเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง ขอแนะนำผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด GeForce RTX® 40-Series ซึ่งถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นถัดไป โดยเริ่มจากรุ่น GeForce RTX® 4090 และ GeForce RTX® 4080 ภายใต้ Vulcan Series, Neptune Series และ NB EX Series

โดยขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA Ada Lovelace, RTX เจนเนอเรชั่นที่ 3 และ  GeForce RTX® 40 Series กราฟิการ์ดที่เหนือกว่าความรวดเร็ว ทำให้เกมเมอร์และครีเอเตอร์ก้าวข้ามควอนตัมอย่างเหนือชั้น ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในเทคโนโลยี GPU นี้เป็นประตูสู่ประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงที่สุด คุณสมบัติ AI และการสร้างเวิร์กโฟลว์ที่เร็วที่สุด โดย GPU เหล่านี้ได้ผลักดันกราฟิกที่ล้ำสมัยไปสู่อนาคต

Advertisementavw

COLORFUL ขอนำเสนอโมเดล iGame GeForce RTX® 4090 Vulcan OC-V, iGame GeForce RTX® 4080 16GB Vulcan OC-V และ iGame GeForce RTX® 4080 12GB Vulcan OC-V ในรูปลักษณ์ใหม่และจอแสดงผลที่ปรับแต่งได้เป็นเอกลักษณ์

ในส่วนของโมเดล iGame GeForce RTX® 4090 Neptune OC-V, GeForce RTX® 4080 16GB Neptune OC-V และ 4080 12GB Neptune OC-V ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่และโซลูชั่นระบายความร้อนชุดน้ำที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และสุดท้ายนี้ COLORFUL ขอแนะนำกราฟิกการ์ด GeForce RTX® 4090 NB EX-V, RTX® 4080 16GB NB EX-V และ RTX® 4080 12GB NB EX-V

COLORFUL จะเปิดตัวรุ่นอื่นๆ ภายใต้ ADVANCED Series และ ULTRA Series ในภายหลัง

Vulcan Series

IMG 02

กราฟิกการ์ด COLORFUL iGame GeForce RTX® 40 Series Vulcan Series ได้มีรูปลักษณ์ใหม่ที่มีการปรับปรุงจากรุ่นก่อน โดยกราฟิกการ์ด Vulcan Series มีใบมีด Hurricane Scythe ใหม่ – การออกแบบใบพัดของพัดลมที่ได้รับการปรับปรุง สร้างกระแสลมได้มากขึ้นทำให้ระดับเสียงรบกวนต่ำกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับการออกแบบพัดลม Strom Chaser รุ่นก่อน สำหรับรุ่น Vulcan ยังคงใช้โทนสีเงินเมทัลลิกและโทนสีดำ

ในส่วนจอแสดงผลที่ปรับแต่งได้ คือ ลายเซ็นของ Vulcan Series มาพร้อมกับ iGame Smart LCD ใหม่ทั้งหมด – หน้าจอแม่เหล็กที่ถอดออกได้ ตามค่าเริ่มต้น iGame Smart LCD จะถูกติดตั้งบนกราฟิกการ์ด Vulcan และสามารถติดตั้งได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง จอแสดงผลแบบถอดได้นี้สามารถวางบนแท่นแสดงผลรวมได้ซึ่งหน้าจอยังสามารถปรับแต่งได้แบบสแตนด์อโลน หรือผู้ใช้สามารถวางบนโต๊ะทำงานได้ iGame Smart LCD เชื่อมต่อผ่าน USB และ Vulcan Lightboard ที่ให้มาจะแทนที่ iGame Smart LCD บนกราฟิกการ์ด เมื่อถอดและวางบน Dock

iGame GeForce RTX® 40 Series Vulcan ติดตั้งแถบ RGB แบบ low-key สองแถบที่ปรับแต่งได้ผ่าน iGame Center กราฟิกการ์ดใช้การออกแบบระบบระบายความร้อนแบบไฟล์ผ่าน ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการกระจายความร้อนมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้นภายในแชสซี

คุณสมบัติหลัก

  • One-Key Overclock: ปุ่มที่วางตำแหน่งใช้งานสะดวกในบริเวณ I/O ด้านหลัง ซึ่งเปิดใช้งานฟังก์ชั่นโอเวอร์คล็อก เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพที่รวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องเปิดซอฟต์แวร์
  • Hurrican Scythe Blades: การออกแบบใบพัดแบบใหม่ที่ให้กระแสลมสูงสุด 55 CFM เมื่อเทียบกับ 42 CFM จากการออกแบบพัดลม Storm Chaser รุ่นก่อน
  • iGame Smart LCD: จอแสดงผลแม่เหล็กที่ถอดออกได้ สามารถติดตั้งบนกราฟิกการ์ดหรือบนแท่นแสดงผลที่ให้มา จอแสดงผลมีความละเอียด 800x216px ซึ่งปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ ผ่านแอพ iGame Center เพื่อแสดงตัวเลขการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ รูปภาพที่กำหนดเอง GIF และอื่นๆ
  • Display Dock: จอแสดลงผลบนแท่นอุปกรณ์เสริมสำหรับวางภายนอก ผู้ใช้สามารถวางไว้บนโต๊ะหรือโครงเครื่องที่ยึด iGame Smart LCD เชื่อมต่อจอแสดงผลผ่านสาย USB
  • Vulcan Support Frame: ช่วยเพิ่มความเสถียรและความแข็งแกร่งของโครงสร้างของกราฟิกการ์ดทั้งหมด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการงอและการบิดงอ เพื่อการรองรับน้ำหนักของการ์ด
  • Hollow Back Panel: การออกแบบแผงด้านหลังแบบกลวงที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนผ่านฮีทซิงค์ได้อย่างอิสระ การออกแบบนี้ช่วยปรับปรุงการระบายความร้อนด้วยอากาศของ GPU ทั่วไป
  • iGame Accessories: Vulcan Series มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์เสริม เช่น ผ้าเช็ดหน้าจอ ถุงมือสีขาว และไขควง

Neptune Series

IMG 03

กราฟิกการ์ด iGame GeForce RTX® 40 Series Neptune Series จะมีรูปลักษณ์แบบใหม่ และโซลูชั่นระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ได้รับการอัพเกรดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ในรุ่นนี้จะเป็นโทนสีเงินและสีขาว ตัวกราฟิกการ์ดเป็นแบบบางขนาด 2 ช่อง มาพร้อมกับฝาปิดโลหะที่มีพื้นผิวด้าน – แถบไฟ RGB สองแถบวิ่งผ่านฝาครอบซึ่งให้แสงโดยรอบ ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ผ่านแอพ iGame Center

กราฟิกการ์ดรุ่น GeForce RTX® 4090 Series Neptune มีระบบระบายความร้อยด้วยของเหลวแบบ all-in-one พร้อมหม้อน้ำขนาด 360 มม. ซึ่งใหญ่กว่ากราฟิกการ์ด Neptune รุ่นก่อน หม้อน้ำติดตั้งพัดลม PWM ขนาด 120 มม. สามตัวพร้อมไฟ RGB ซึ่งปรับแต่งได้ผ่านแอพ iGame Center นอกจากนี้ โมเดล Neptune ยังใช้บล็อกพักน้ำทองแดงแบบเต็มฝาครอบ ซึ่งครอบคลุม GPU และ VRAM

IMG 04

คุณสมบัติหลัก

  • One-Key Overclock: ปุ่มที่วางตำแหน่งใช้งานสะดวกในบริเวณ I/O ด้านหลัง ซึ่งเปิดใช้งานฟังก์ชั่นโอเวอร์คล็อก เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพที่รวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องเปิดซอฟต์แวร์
  • Slim 2-Slot Form Factor: PCI ที่บางเฉียบเพียง 2-slot จะพอดีกับโครงสร้างพีซีส่วนใหญ่
  • Liquid Cooled: ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่เหนือกว่าด้วยคูลเลอร์ของเหลว เพื่อการโอเวอร์คล็อกที่สูงขึ้นในระดับเสียงที่ต่ำกว่า
  • Full-Cover Copper Waterblock: บล็อกพักน้ำทองแดงแบบเต็มฝาครอบประสิทธิภาพสูงที่ครบคลุม GPU, หน่วยความจำ และส่วนประกอบที่สำคัญอื่นๆ ภายในตัวการ์ด
IMG 05

NB EX Series

IMG 06

GeForce RTX® 40 Series NB EX ใช้การออกแบบเหมือนรุ่นก่อน มีพัดลมระบายความร้อนสามตัว พร้อมการออกแบบในโทนสีดำและแดงที่สะดุดตา คูลเลอร์ใช้พัดลม 98 มม. สามตัว ซึ่งได้เพิ่มการอัพเกรดตัวใบพัดลมให้หนาขึ้น

Redesigned iGame Center UI

IMG 07

iGame Center เวอร์ชั่นใหม่ ได้ทำการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มการโต้ตอบระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ และ UI ใหม่ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อความสะดวกต่อผู้ใช้ นอกเหนือจากการตรวจสอบฮาร์ดแวร์และฟังก์ชั่นการปรับแต่ง iGame Center ใหม่ยังมีศูนญ์ผู้ใช้สำหรับให้ผู้ใช้ลงทะเบียนและเข้าถึงบริการพิเศษต่างๆ

นอกจากนี้ iGame Center ใหม่ยังมีหน้าต่าง OSD ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถย่อแดชบอร์ดลงในวิดเจ็ตขนาดกะทัดรัดที่แสดงข้อมูลการตรวจสอบแบบเรียบไทม์ที่สำคัญเกี่ยวกับกราฟิกการ์ดและส่วนประกอบอื่นๆ ของคุณ

ราคาและการวางจำหน่าย

IMG 08

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด COLORFUL GeForce RTX® 4090 and RTX® 4080 โปรดติดต่อตัวแทน COLORFUL ในพื้นที่ของคุณ

from:https://notebookspec.com/web/668098-colorful-next-generation-geforce-rtx-4090

การ์ดจอมือสอง 2022 ถูก แรง ประหยัดจริงมั้ย? เช็คสภาพอย่างไร? ซื้อที่ไหนได้ราคาถูกบ้าง

การ์ดจอมือสอง 5 คำถาม ถูกและดี มีจริงมั้ยการ์ดแรง ราคาถูก ซื้อที่ไหนปลอดภัย เช็คสภาพการ์ดอย่างไรได้บ้าง?

การ์ดจอมือสอง

การ์ดจอมือสอง แม้จะไม่ได้เป็นตัวเลือกของทุกคน แต่ก็ยังเป็นทางเลือกของเกมเมอร์หลายคน ที่ให้ความสนใจ ด้วยสเน่ห์ในเรื่องของราคา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงของการ์ดจอราคาถูกลงหรือจะเป็นช่วงที่การ์ดแพง หายากอย่างเช่นวิกฤตช่วงหนึ่งที่ตลาด Minor ที่มีแต่นักขุดเหมือง การ์ดจอรุ่นน้องสุดอย่าง GeForce GT1030 หรือ GT710 ก็ยังหายาก หรือจะเป็น Radeon RX570, RX580 ยังแทบจะหาไม่ได้ การ์ดจอในช่วงนั้นเรียกว่าแทบจะเป็นสิ่งหาซื้อยากทั้งสิ้น ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยราคาที่น่าสนใจ ประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายดูลงตัวมากขึ้น จึงทำให้การ์ดจอมือสองแบบนี้ จะมีการซื้อขายกันอย่างคล่องตัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ของที่ดูน่าสนใจในสายตาของผู้ใช้หลายคน แต่การจะเลือกซื้อหา ก็ต้องใช้การพิจารณากันพอสมควร เพราะต้องเช็คกันตั้งแต่ สภาพ เช่น พินหน้าสัมผัส พัดลม ตัวการ์ด และบางครั้งการมีประกัน ก็จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น แต่เราจะต้องเช็คจากอะไรบ้างนั้น บอกเลยว่ามีวิธีมากมายที่คุณสามารถทำได้

การ์ดจอมือสอง


ตรวจเช็คสภาพ

สภาพของการ์ดจอมือสอง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณสามารถทำได้ก่อน และต้องเช็คเป็นอันดับต้นๆ และยิ่งอายุของการ์ดใช้มานาน ก็ควรจะต้องใส่ใจในหลายๆ จุด เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการ์ดจอที่หมดประกันแล้ว

Advertisementavw
การ์ดจอมือสอง

Bracket และพอร์ต: ตรงนี้พอจะทำให้เห็นสภาพการจัดเก็บและใช้งานของการ์ดจอได้ในระดับหนึ่ง พอร์ตต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยบิ่นหัก หรือบิดเบี้ยว อาจมีรอยขูดตามการใช้งานบ้าง รวมถึงตัวเพลท ที่เป็นโลหะ อาจมีสภาพเก่าตามอายุบ้าง แต่การเป็นคราบอ๊อกไซด์หนาๆ หรือคราบสนิมที่จับอยู่เยอะ อาจเป็นเพราะเก่ามาก หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งก็อาจจะหมายถึงตัวการ์ดจอที่ต้องเจอกับสภาวะที่ไม่ดีเช่นกัน แต่บางรายอาจเอามาเปลี่ยนใหม่ ตรงนี้ก็จะสังเกตได้ยากหน่อย

ตัวการ์ดหรือ PCB: ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่ควรจะเกิดรอยแตก หักหรือบิดงอ รวมถึงเป็นไปได้ ให้เอาแว่นขยายหรือถ่ายด้วยมือถือ เพื่อดูรายละเอียดของการ์ดจอให้ได้เยอะที่สุด เพราะบางครั้งคนขาย อาจไม่ได้บอกว่า การ์ดซ่อม เปลี่ยนชิ้นส่วนมา และยิ่งเป็นการ์ดรุ่นกลางหรือท็อป มีทั้งฮีตซิงก์ด้านหน้าและ Backplate ด้านหลัง ทำให้มองไม่เห็น และส่วนใหญ่ก็จะไม่ยินยอมให้แกะดูด้วย ดังนั้นก็ควรจะต้องสอบถามรายละเอียด และดูโดยรอบการ์ดว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ถ้าสะดุดใจหรือไม่ชอบ ก็ปฏิเสธไปได้ เพราะถ้าซื้อไปแล้วเกิดปัญหา จะเสียเวลาและเสียความรู้สึกมากกว่าเดิม

การ์ดจอมือสอง

พัดลม: เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เพราะการ์ดจอนั้นต้องอาศัยสิ่งนี้ในการระบายความร้อน ยิ่งการ์ดจอมือสอง ยิ่งควรต้องดูให้ละเอียด เพราะหากพัดลมไม่ทำงานตามปกติ ปัญหาความร้อนจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน สิ่งที่ต้องดูคือ พัดลมไม่แตกหัก หรือมีการซ่อมใบพัดลมมา การหมุนปกติ ไม่เสียสมดุล ไม่มีเสียงผิดปกติขณะทำงาน นอกเหนือจากเสียงของรอบพัดลม แม้ว่าพัดลมจะหาอะไล่เปลี่ยนได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีทุกรุ่น และยิ่งเจอกับพัดลมทำงานผิดปกติ คราวนี้จะมาทั้งเสียงรบกวน และความร้อนคู่กันเลย ดังนั้นจะต้องเช็คให้ดี เสียบไฟเปิดใช้งานให้เห็นๆ ได้ก็ยิ่งดีครับ

Power connector: หรือช่องต่อไฟเลี้ยงตัวการ์ด แม้ว่าจะเป็นจุดที่ไม่ได้เสียหายบ่อย เพราะถ้าเป็นการใช้งานทั่วไป ก็แทบจะถอดเข้าออกน้อยมาก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บางครั้งเกิดการช็อตเสียหาย ลัดวงจร จากการต่อสายใช้งานผิดประเภท เพาเวอร์ซัพพลายไม่ได้มาตรฐาน หรือการไม่ระวังของเจ้าของการ์ด สิ่งเหล่านี้ก็อาจทำให้เกิดความเสียหาย หรือใช้งานไม่ได้

การ์ดจอมือสอง

พินหน้าสัมผัส: สิ่งนี้ก็แทบจะเป็นหัวใจในการตรวจเช็คด้วยเช่นกัน นอกจากตัวการ์ด เพราะเป็นทั้งตัวติดต่อสัญญาณและการจ่ายไฟ ต้องไม่หัก มีรอบขูดลึก หรือแนวแผงต้องไม่เบี้ยวจนผิดปกติ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าให้ดีเปิดลองใช้งานด้วยจะดีที่สุด เพราะมีผลต่อการใช้งานและการรับประกัน เมื่อเกิดความเสียหายตรงจุดนี้ ก็มักจะไม่เข้าข่ายการรับประกันตามเงื่อนไขอีกด้วย

การ์ดจอมือสอง สามารถตรวจเช็คความถูกต้องได้หลายรูปแบบ การใช้ซอฟต์แวร์ในการตรวจสอบ ก็ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ หากทำได้ โดยมีโปรแกรมที่จะแนะนำประมาณ 2 โปรแกรมดังนี้

การ์ดจอมือสอง

GPUz: โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจเช็คกราฟิกการ์ด สามารถดูรายละเอียดตั้งแต่ตัวชิปกราฟิก VRAM กระบวนการผลิต ความเร็วสัญญาณนาฬิกา ไปจนถึงความร้อนและแรงดันไฟ เรียกว่าตัวเดียวจบ ครบทุกส่วน อ่อ..และที่สำคัญตรวจเช็ความผิดปกติของการ์ดได้ เช่น การ์ดจอปลอม ทำออกมาไม่ตรงรุ่น หรือตรงกับฐานข้อมูลโรงงาน ส่วนถ้าต้องการจะทดสอบความร้อนที่แท้จริงของการ์ด ให้ใช้โปรแกรมอย่าง FURMARK มาทำการเร่งความเร็วโหลดการทำงานของการ์ดระดับ 100% Full load แล้วดูว่าตัวการ์ดยังทำงานได้ปกติหรือไม่

การ์ดจอมือสอง

MSI AfterBurner: เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่เหล่าเกมเมอร์ชื่นชอบ เพราะบอกรายละเอียดของกราฟิกการ์ดที่ติดตั้งอยู่บนตัวเครื่องได้เช่นเดียวกัน รวมถึงมีการแสดงผลเป็นตัวเลขและกราฟ ให้ผู้ใช้ได้วิเคราะห์การทำงาน และที่น่าสนใจก็คือ ผู้ใช้สามารถปรับโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ด รอบพัดลม และแรงดันไฟได้อีกด้วย ตรงนี้ก็ทำให้การเลือกการ์ดจอมือสองมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า การ์ดมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาบ้างหรือเปล่า รวมถึงมีระบบแสดงเฟรมเรตในการเล่นเกมอีกด้วย เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่น่าติดเครื่องไว้ใช้ในการตรวจเช็คการ์ดจอ


เช็คประกันอย่างไร?

ในเรื่องของการรับประกันนั้น ผู้ใช้สามารถดูได้จากหลายๆ ส่วน เช่น Serial Number ข้างกล่องหรือ วอยด์บนตัวการ์ด และนำมาสอบถามในระบบ เช่น เข้าไปในเว็บไซต์ของผู้จำหน่ายแต่ละค่าย กรอกข้อมูล หรือบางแห่งใช้เป็น S/N ในการสอบถาม จากนั้นระบบจะแจ้งให้ทราบว่ายังอยู่ในประกันหรือหมดประกันไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่การ์ดจอจะมีการรับประกัน 2-3 ปี แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ อยากให้มั่นใจ หากเกิดอะไรในวันข้างหน้า แล้วยังสามารถเคลมได้ ราคาสูงขึ้นอีกหน่อย ก็ให้เลือกแบบที่มีประกันไว้ อย่างน้อย 1 ปี หรือถ้าให้ดีใช้ไปยาวๆ เลือกจ่ายเยอะหน่อย กับการ์ดรุ่นใหม่ๆ เพื่อได้ประกันที่ยาวขึ้น

ตัวอย่างเงื่อนไขการรับประกันของทาง Advice


ซื้อได้ที่ไหนบ้าง

การ์ดจอมือสอง

แหล่งที่คุณจะซื้อหาการ์ดจอมือสอง เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าเป็นไปได้ ควรจะได้มองเห็น จับลอง ทดสอบ และจ่ายเงิน แบบนี้จะสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งในอดีตจะค่อนข้างยาก เนื่องจากข้อจำกัดในการติดต่อสื่อสาร ที่ไม่สามารถทำให้ครบได้ในสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แบบแรก การนัดเจอกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย จะในห้าง รถไฟฟ้า หรือจะสถานที่ที่เดินทางสะดวกกันทั้งคู่ เมื่อดูสินค้า พอใจ จ่ายเงิน ก็จบ และอีกแบบจะว่าเป็นทั้งการวัดดวง หรือความเชื่อใจ คือดูในเว็บไซต์มือสอง เห็นภาพแล้วถูกใจ โทรคุยข้อมูล และโอนจ่าย ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

มาถึงในปัจจุบันก็มีความเปลี่ยนแปลงไปอยู่บ้าง ทั้งในเรื่องของช่องทางการซื้อขาย ที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น เช่นเดียวกับที่เราได้รวบรวมมานี้

หน้าร้านออนไลน์

การ์ดจอมือสอง

เป็นรูปแบบที่หลายๆ คนคุ้นเคย เพราะความสะดวกในการซื้อขาย เพราะเข้าเว็บไซต์ที่จำหน่าย อีกทั้งหน้าร้านส่วนใหญ่ก็จะจัดเตรียมเรื่องของรูปภาพ รายละเอียดสินค้า เรื่องของตำหนิ ขนาด การรับประกัน หรือบางทีก็จะบอกถึงช่องทางการจัดส่ง แต่ด้วยการที่ร้านเอง ก็ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มได้ อาจจะเป็นเว็บไซต์ ดังนั้นการค้นหา หรือทำให้ผู้ที่ซื้อได้รู้จัก ก็ดูจะทำได้ยาก ปัจจุบันส่วนใหญ่ ก็จะเข้าไปแชร์ในโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ได้รับความนิยม ก็กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ ผู้ซื้อมองเห็นง่าย ผู้ขายปล่อยของสะดวก

ข้อดี

  • มีหน้าร้านชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นได้
  • ส่วนใหญ่ให้รายละเอียดครบถ้วน เพื่อความสะดวกต่อการขาย
  • ตรวจเช็คได้ ผู้ซื้อก็จะมั่นใจได้ว่า ซื้อไปแล้ว จะยังติดต่อได้ภายหลัง
  • การโอนจ่าย การส่งสินค้า ติดตามได้
  • ไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง

สิ่งที่ต้องสังเกต

  • สินค้าอาจไม่ได้หลากหลาย เพราะมีเฉพาะที่ร้านจำหน่ายเท่านั้น
  • การเช็คเครดิตอาจยุ่งยากเล็กน้อย จะไม่เหมือนแพลตฟอร์มโซเชียล ที่มีคะแนนให้
  • การติดต่อยากง่าย ก็ขึ้นอยู่กับความใส่ใจของแต่ละร้าน

ไปดูที่ร้าน

การ์ดจอมือสอง

เป็นอีกสิ่งที่หลายๆ คนก็เคยทำกัน ส่วนตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยเพราะอยากเห็นตัวสินค้าแบบชัดๆ มีโอกาสก็เดินดูไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่วางจำหน่ายอยู่ในห้างไอทีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าในอดีตจำมีอยู่จำนวนมากทีเดียว อาทิ พันธุ์ทิพย์พลาซ่า เซียร์รังสิต ซีคอนสแควร์ หรือจะเป็นห้างเสรี เซ็นเตอร์ ที่ปัจจุบันน่าจะเป็นพาราไดซ์พาร์คไปแล้ว ที่เหล่านี้จะมีโซนไอทีอยู่เป็นส่วนหนึ่งของห้าง และมีผู้คนในระแวกนั้น มาจับจ่ายกันได้สะดวกมากขึ้น และการ์ดจอมือสอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะจะมีทั้งคนนำมาขาย เพื่ออัพเกรด เปลี่ยนรุ่นใหม่ หรือจะเป็นมือสองที่ถอดจากพีซีสำเร็จรูป ก็มีเช่นเดียวกัน

ข้อดี

  • ได้เห็นตัวการ์ดจอมือสอง สภาพจริง จับต้องได้
  • ส่วนใหญ่ขอให้ทดสอบให้ดูได้เลย
  • มีประกันร้าน นอกเหนือจากประกันปกติ
  • จ่ายเงินหน้าร้าน มีใบเสร็จ ยืนยันได้ โอนไม่ผิดคน
  • เดินเลือกได้ หากในห้างมีหลายๆ ร้าน
  • กลับมาฝากขายได้ หากต้องการเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องสังเกต

  • สินค้ามีให้เลือกเยอะหรือไม่ มีรุ่นที่ต้องการมั้ย ไม่ทราบได้เลย
  • ต้องเดินทางไปถึงที่ เสียค่าเดินทาง
  • ต้องเช็คสินค้าให้ละเอียด ก่อนซื้อเดินออกมา

โซเชียลมีเดียต่างๆ

การ์ดจอมือสอง

นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่โดนใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น Facebook group, Line, Instagram หรือจะบางร้านก็เข้าสู่ระบบที่เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการชำระเงิน เช่น Shopee, LAZADA เป็นต้น สามารถใแชร์สินค้าของตนให้คนได้เห็นจำนวนมากขึ้น และผู้ซื้อก็เข้าถึงง่าย มีตัวเลือกที่เยอะ ค้นหาก็ง่าย และยังมีความหลากหลาย มีการต่อรองราคา หรือบางทีก็ตัดราคากันเห็นๆ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และโอกาส อีกทั้งมองเห็นสินค้าได้ง่าย โดยเฉพาะการ์ดจอมือ 2 ที่ผู้ขายแม้จะโพสภาพไม่ได้เยอะ แต่ก็ Inbox ไปขอเพิ่มได้ตามความสะดวก ถึงแม้จะมีข้อดีหลายข้อ แต่สิ่งที่ควรระวังและต้องสังเกตก็มีไม่น้อยเลย

ข้อดี

  • หาซื้อได้ง่าย มีช่องทางหลากหลายให้เลือกตามสะดวก
  • หลายแพลตฟอร์ม ให้ความเชื่อมั่นได้สูง
  • ผู้ซื้อหาสินค้าและเปรียบเทียบได้
  • สามารถต่อรองพูดคุย ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้
  • มีช่องทางการชำระค่าสินค้าได้หลากหลาย
  • บางแพลตฟอร์มสามารถผ่อนได้
  • ไม่ต้องเดินทางไปรับสินค้าเอง
  • คนซื้อตั้งรับสินค้าได้ คนขายเข้ามาเสนอ

สิ่งที่ต้องสังเกต

  • การรับประกัน ขึ้นอยู่กับช่องทางการติดต่อและแพลตฟอร์ม
  • บางช่องทาง อาจจะต้องเช็คเครดิตของผู้ขายด้วย

ตัวอย่างของร้านบนโซเชียลมีเดีย

การ์ดจอมือสอง

กลุ่มซื้อขายการ์ดจอมือ 2 ที่มีความคึกคักอย่างมาก อีกแห่งหนึ่งบน Facebook ที่มีการซื้อขายการ์ดจอต่อวันจำนวนหลายรายการ มีทั้งผู้ขายมาวางสินค้า และผู้ซื้อที่แจ้งความต้องการขอซื้อไม่น้อยเลย ข้อดีคือ มีความเคลื่อนไหวรายการสินค้าจำนวนมาก สามารถเลือกได้ตามต้องการ หรือจะตั้งซื้อเฉพาะรุ่นก็ได้เช่นกัน ส่วนการจะซื้อขาย ก็แค่ทำให้ถูกกฏ Join group และโพสให้ถูกต้อง ภาพ ราคา และเงื่อนไข ส่วนการติดต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ก็มีทั้ง FB, Chat, Tel. สารพัด และการจ่ายก็มีทั้งโอนชำระ หรือนัดรับจ่ายสด อันนี้ตามสะดวก แต่ที่แน่ๆ ของเยอะ

การ์ดจอมือสอง

Kaidee ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจ เพราะผู้ขายจำนวนมาก และมีการเคลื่อนไหว รวมถึงตัวเลือกค่อนข้างมากในทุกๆ วัน แต่ถ้าอยากได้รุ่นที่ถูกใจ ก็จะต้องใช้การค้นหา ซึ่งมีระบบที่ช่วยการค้นหา เป็นแบบตัวกรองได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนการติดต่อ จะเป็นเบอร์โทรที่ซ่อนเอาไว้ในแต่ละโพส ข้อดีคือ หาของบางอย่างได้ สินค้าที่บางทีหาได้ยาก ก็อาจจะมาเจอทีนี่ได้เช่นกัน

การ์ดจอมือสอง

Shopee ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่มีการ์ดจอมือสอง มาให้เราได้เลือกใช้ นอกเหนือจากของใหม่จากบรรดาหน้าร้านหรือ Mall ต่างๆ ที่วางจำหน่ายกันแบบเต็มพิกัด ซึ่งให้ความเชื่อมั่นได้ดีในระดับหนึ่ง พร้อมทั้งเปิดหน้าร้านในการนำเสนอให้กับผู้ซื้อเข้ามาค้นหาได้ง่าย รวมถึงมีช่องทางการชำระได้หลายรูปแบบ ผู้ซื้ออาจได้โปรพิเศษ หรือส่วนลดจาก Coin รวมถึงการผ่อนสินค้าได้เช่นเดียวกัน

ซื้อออนไลน์ ซื้อจากหน้าร้าน
ความสะดวก ดูรุ่นรายละเอียดได้สะดวก ต้องเดินหา
เช็คสินค้า ตรวจสอบได้ยาก เช็คได้ง่าย เห็นตัวจริง
ราคา อาจได้ราคาถูก+ค่าส่ง ราคาอาจสูง+มีต้นทุน
ความเชื่อมั่น อยู่ที่เครดิตคนขาย มีหน้าร้าน เข้าถึงง่าย
เครดิตคนขาย เช็คเครดิตผู้ขายได้ในกลุ่ม มีตัวตน หลักแหล่ง เช็คได้
รายละเอียดสินค้า ดูจากรูปและข้อมูลประกอบ ดูได้ละเอียดกว่า สัมผัส
และทดลองได้
เปรียบเทียบ ง่าย ดูจากเว็บไซต์และ Group อื่นๆ ยาก ต้องเช็ครุ่นและซีรีส์
แล้วเปรียบเทียบในเว็บไซต์
รูปภาพและตัวจริง ไม่ละเอียด ดูจากในภาพ เห็นตัวจริง จับได้ ทดลองใช้
การรับประกัน ประกันสินค้า + ประกันใจ ประกันสินค้า + ประกันร้าน + ประกันใจ
การจัดส่ง ส่งพัสดุ ไม่ได้เช็คสภาพ ลุ้นระหว่างการขนส่ง ปลายทาง ต้องถ่ายหลักฐานเมื่อรับของ ตรวจเช็คเสร็จ สภาพรับได้ จ่ายเงิน หิ้วกลับ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าเน็ต ค่าขนส่ง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร
สินค้ามีปัญหา ติดตามผู้ขาย ส่งกลับ ส่งซ่อม หิ้วกลับไปที่ร้าน รอซ่อมหรือเปลี่ยน

การ์ดจอขุดเหมือง?

เรื่องแบบนี้จะว่าไปก็ไม่ถูกหรือไม่ผิดเสียทีเดียว ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล เพราะส่วนใหญ่ที่จะพบกันก็คือ การ์ดมีให้เลือกเยอะ และเป็นการ์ดประสิทธิภาพดี มีประกันอยู่บ้าง แต่ราคาสบายกระเป๋า และเหมืองบางแห่งก็ดูแลตัวการ์ดที่อยู่ในระบบได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งซอฟต์แวร์ มีเซ็นเซอร์ มีการตรวจเช็คและมอนิเตอร์กันตลอดเวลา รวมถึงติดตั้งระบบระบายอากาศที่ดี เพื่อให้การ์ดทำงานได้ยาวๆ การ์ดบางตัวแทบจะไม่มีฝุ่นมาเกาะ หรือมีการบำรุง อยู่เป็นระยะ ทำให้หลายๆ คนหันมาสนใจการ์ดจอขุดเหมืองกันมากขึ้น แต่นะครับแต่ นักขุดบางรายจะปรับเปลี่ยน BIOS และเร่งการทำงานของตัวการ์ดด้วย ก็ทำให้การ์ดช้ำได้เช่นกัน และทำงานหนักต่อเนื่อง แต่ด้วยราคาที่จับต้องได้ ไม่แพงเกินไป อย่างที่ได้แจ้งไปแต่ต้นคือ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และความสมัครใจ แต่ละคนอาจเจอมาคนละแบบ หากเช็คแล้วสภาพดี ถูกใจ ราคาได้ ก็สามารถซื้อมาใช้งานได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจ การ์ดทางเลือกอื่นก็ยังมีให้เลือกอีกเยอะ


รุ่นไหนน่าสนใจ

การ์ดจอมือสอง

การ์ดจอรุ่นเริ่มต้น: เหมาะกับเกมเมอร์มือใหม่ เล่นเกมแนวแอ็คชั่น เน้นภาพลื่นไหล เรื่องความสวยงามอาจจะมีได้บ้าง แต่คงจะไม่ต้อง 100% ถึงระดับ Very High หรือ Epic ก็มีการ์ดหลายรุ่นที่น่าสนใจ เคาะราคามือสอง ราคาประมาณ 5,500-7,900 บาท แล้วแต่รุ่น ประกอบไปด้วย nVIDIA GeForce GTX 1660Ti, GTX 1660 SUPER หรือจะเป็น Radeon RX6600 มาพร้อมแรม GDDR6 6GB, 8GB และบางรุ่นที่เป็น 12GB เท่านี้ก็เพียงพอต่อการเล่นเกมในโหมด Full-HD ปรับ Medium detail ได้ไหลลื่นแล้ว

การ์ดจอมือสอง

การ์ดจอระดับกลาง: สำหรับเกมเมอร์เทิร์นโปร เล่นเกม AAA เน้น Action ไหลลื่น ก็มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่นที่น่าสนใจ อาทิ nVIDIA GeForce RTX2060, RTX 2060 SUPER, RTX 3060 หรือจะเป็น Radeon RX6600XT, RX6650XT หรือ RX6700XT กลุ่มนี้ราคาน่าจับจอง เพราะช่วงนี้ (18 Sep 2022) ราคาหล่นมาอยู่ที่ 8,000-12,000 บาทเท่านั้น ยังมีประกันอยู่อีกด้วย เล่นเกมเฟรมเรตลื่นตั้งแต่ในช่วง High ได้เลยกับความละเอียด Full-HD

การ์ดจอมือสอง

การ์ดจอสายฮาร์ดคอร์: ภาพสวย เล่นจอใหญ่ ความละเอียดสูง และเกมแคสเตอร์ แนะว่า GeForce RTX3070Ti ขึ้นไป ช่วงนี้ถือว่าได้หมด เพราะเริ่มที่ประมาณ 15,000 บาท ไปจนถึง RTX 3080 ราคาราวๆ 2 หมื่นกลางๆ ยังพอหาได้ แล้วแต่จังหวะ หรือจะเป็น RX6800XT ราคาอยู่ที่หมื่นปลายๆ เท่านั้น แต่อาจจะหายากสักหน่อย เพราะวางปุ๊บหมดปั๊บ ต้องไปส่องในกกลุ่มมือสองนานๆ


การ์ดจอมือสองดีมั้ย เหมาะกับใคร?

คงไม่มีคำตอบที่ตายตัว หรือจะตรงกับความรู้สึกของหลายคนที่มีต่อของมือสอง เพราะบางคนก็มองว่าคุ้มค่าน่าลงทุน แต่บางคนก็มองว่า ไม่พร้อมที่จะเสี่ยง เพราะถ้าว่ากันตรงๆ ก็มีความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การมองหาการ์ด ที่ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นสังคมที่วางใจได้ทั้งหมด เพราะหลายครั้งที่เราจะเห็นว่ามีการโกงเวลาที่ซื้อขายกันบ่อยๆ ซื้อผ่านกลุ่ม บางคนมีเครดิต แต่ด้วยเงินที่มาก บางทีก็เชิดเอาดื้อๆ หรือบางทีส่งของมา ก็ไม่ได้ตรงตามที่คุยกันไว้ ก็กลายเป็นเรื่องแจ้งความกันยืดยาวก็มีเหมือนกัน หรือบางครั้งก็แต่งหน้าแต่งตามา ให้ดูเหมือนใหม่ แต่ข้างในเน่าจนเกือบใช้ไม่ได้ ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ ก็ทำเอาหลายๆ คนเข็ดขยาดกันไป

Deepcool cg540 cg560 case 77 1

แต่บางคนก็กลับมีทัศนคติที่ดีต่อการ์ดจอมือ 2 เหล่านี้ เพราะได้เล่นเกมที่ชื่นชอบ แถมยังจ่ายเงินน้อยกว่า ขยันหาบางทีได้ค่าขนมกลับมาด้วย เพราะจับมาราคาดี ปล่อยต่อก็ได้กำไร แบบนี้ก็มีเหมือนกัน เอาเป็นว่าใครสะดวกแบบใด ก็ว่ากันไปตามต้องการ ใครที่ได้ของดี หรือใครมีช่องทางการซื้อ ก็อาจจะบอกต่อเพื่อนๆ กันบ้าง ส่วนถ้าใครเคยเจอประสบการณ์ไม่ดี ก็ไม่ต้องท้อ เพราะถือว่าเป็นการเรียนรู้ การเลือกซื้อการ์ดจอใหม่มือหนึ่ง ในปัจจุบันก็มีหลายช่องทาง ผ่อนก็ยังได้ ซื้อได้สบายใจกันไป สุดท้ายนี้ก็ขอให้มีความสุขกับการเล่นเกมบนการ์ดจอตัวโปรดกันนะครับ


from:https://notebookspec.com/web/666985-2nd-hand-graphic-card-2022

รีวิว MSI GF63 Thin เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อย แต่แรงเอาเรื่อง ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ลื่น เริ่มแค่ 26,900 บาท

MSI GF63 Thin หน้าตาเรียบร้อย แต่แรงไม่น้อยเลยนะ!

Share image Edit Name 3msi 1

ถ้าพูดคำว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขึ้นมาสักครั้ง ผู้เขียนมั่นใจว่าแทบทุกคนจะเห็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหนาและหนักและดีไซน์อลังการ ไม่ได้ดูมินิมอลเหมือน MSI GF63 Thin ที่แม้ดีไซน์จะมีความเกมมิ่งอยู่ทั้งตัวเครื่องสีดำและคีย์บอร์ดไฟสีแดง แต่นอกจากนั้นกลับดูเรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานแบบประสิทธิภาพสูงเครื่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งทางบริษัทเองก็เสริมฟีเจอร์เอื้อการทำงานและเล่นเกมมาให้ครบเครื่อง พร้อมเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ 

Advertisementavw

ฟีเจอร์เด่นที่เอื้อการเล่นเกม ได้แก่ Resizable BAR ซึ่งช่วยให้การประมวลและโหลด Texture ตอนเล่นเกมทำได้รวดเร็วกว่าเดิมราว 5~10% และยังรองรับการเปิด Ray Tracing, NVIDIA DLSS ช่วยเร่งเฟรมเรทตอนเล่นเกมให้มากขึ้น แม้จะรันการทำงานเต็มที่ก็ไม่ร้อน เพราะมีฟีเจอร์ Dynamic Boost 2.0 ที่ช่วยจัดการอุณหภูมิและเสียงของระบบระบายความร้อนในเครื่องให้เบาลงและเย็นขึ้นกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของบริษัทคู่แข่งถึง 10% ทีเดียว

และข้อดีอีกอย่างเมื่อทางบริษัทเติมคำว่า “Thin” เข้ามาให้ในชื่อ ก็หมายถึงน้ำหนักและบอดี้ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบให้บางเบาพกพาสะดวก โดย GF63 Thin มีน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัมและบางเพียง 21.7 มิลลิเมตร จะพกไปไหนมาไหนก็ไม่หนักมาก มีพอร์ตให้ใช้งานครบถ้วนและระบบเสียงยังได้ทาง nahimic มาช่วยจูนเสียงลำโพงและหูฟัง ทำให้เวลาดูคอนเทนต์หรือเล่นเกมก็ได้ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

MSI GF63 Thin

NBS Verdicts

MSI GF63 Thin DSC00135

ผู้เขียนมั่นใจว่าผู้ใช้หลายๆ คน ก็อยากได้โน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพสูง รันงานต่างๆ ได้ไหลลื่น ไม่ว่าจะงานออฟฟิศหรือยาวไปจนงานกราฟฟิคและตัดต่อวิดีโอก็ตาม เจ้า MSI GF63 Thin เครื่องนี้ก็เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นที่สเปคแรงพอรันงานเหล่านั้นได้ไหลลื่น เร็วทันใจผู้ใช้หลายๆ คนและตัวเครื่องก็ไม่หนักเกินไป พกใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากและรันงานหนัก เช่น ตัดต่อแต่งภาพหรือเปิดไฟล์ Excel ขนาดใหญ่ได้ลื่นไหลกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เน้นพกพาอย่างแน่นอน

ด้านดีไซน์ของตัวเครื่อง ก็ถือว่ามันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีไซน์ไม่อลังการเกินไปจนโดดเด่นเป็นเป้าสายตานัก ซึ่งจุดที่บ่งบอกความเป็นเกมมิ่งของ GF63 Thin ก็มีเพียงแค่โลโก้มังกรด้านหลังเครื่อง, คีย์บอร์ดสีแดงและขอบมุมตัวเครื่องที่ไม่ได้สมมาตรเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้งหมด แต่ถูกตัดเฉียงเล็กน้อยและยังมีรายละเอียดของดีไซน์แบบเกมมิ่งที่ทางบริษัทซ่อนเอาไว้ ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงเครื่องหนึ่งเท่านั้น

ทว่าจุดสังเกตที่ผู้เขียนพบเมื่อทดลองใช้งาน คือ ภายในเครื่องมีช่องอัพเกรด SSD เป็น M.2 NVMe SSD กับ 2.5″ SATA III SSD อย่างละช่อง ส่วนของ Function Hotkey บนปุ่ม F1-F12 มีให้ใช้งานเพียงไม่กี่ปุ่มเท่านั้น เพราะทาง MSI เลือกกระจายคีย์ลัดไปติดตั้งไว้ตามปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดแทน ทั้งที่ทาง MSI จะใส่คีย์ลัดเกมมิ่ง อย่างคำสั่งเรียก Crosshair, Windows Lock ฯลฯ เสริมเข้ามาเลยก็ได้ ซึ่งสะดวกกว่าการกดปุ่ม G แล้วเข้าไปตั้งค่าในซอฟท์แวร์ตั้งค่าของ MSI หลายเท่า ดังนั้นถ้า MSI จะกระจายคีย์ลัดไปยังปุ่มอื่นบนคีย์บอร์ดก็เอาฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมมาเซ็ตอัพไว้ให้แทนจะมีประโยชน์ต่อเกมเมอร์มากกว่าอย่างแน่นอน

ข้อดีของ MSI GF63 Thin
  1. งานดีไซน์ตัวเครื่องเรียบร้อยไม่หวือหวา ดูเรียบร้อยและงานประกอบแข็งแรง
  2. สเปคต่อราคาจัดว่าคุ้มค่าและไม่แพงเกิน ใช้ทำงานและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ดี
  3. ติดตั้งซีพียู Intel 11th Gen ยังใช้รันงานหนักและเล่นเกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน
  4. อัพเกรดแรมได้ 64GB หากต้องการรันโปรแกรมหรือเกมที่กินทรัพยากรเครื่องมากๆ ก็ทำได้
  5. มีพอร์ต 2.5″ SATA III ติดตั้งมาให้ใส่ HDD/SSD เพื่อเพิ่มพื้นที่ในเครื่องได้
  6. หน้าจอรองรับ Dynamic Refresh Rate ปรับการแสดงผลหน้าจอได้เพื่อประหยัดพลังงาน รองรับขอบเขตสีกว้าง
  7. น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัม มีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวก
  8. ระบบระบายความร้อนภายในเครื่องจัดการอุณหภูมิได้ดีและเสียงไม่ดังเกินไป
  9. มีพอร์ตที่ต้องใช้ค่อนข้างครบถ้วนทั้ง USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN
ข้อสังเกตของ MSI GF63 Thin
  1. มี M.2 NVMe SSD กับ 2.5″ SATA III ไม่ใช่ M.2 NVMe x 2 ช่อง
  2. มีคีย์ลัดที่ F1-F12 มีเพียงไม่กี่ปุ่ม แต่ก็ไม่ได้เสริมฟีเจอร์เกมมิ่งเข้ามาให้

รีวิว MSI GF63 Thin

Specification

Screenshot 2022 09 16 233855

MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวเครื่องบางเบาแต่สเปคจัดว่าดีพอใช้ทำงานและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ดี ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเพราะประสิทธิภาพดีแล้วดีไซน์เครื่องก็เรียบร้อยไม่หวือหวา ซึ่งสเปคโดยละเอียดมีดังนี้

สเปคของ MSI GF63 Thin
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (ราคากลาง)

ด้านสเปคของ MSI GF63 Thin นอกจากรุ่นที่นำมารีวิว จะมีรุ่นทางเลือกอีก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. MSI GF63 Thin 11UC-869TH สเปค Intel Core i5-11400H, NVIDIA GeForce RTX 3050, RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz, M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้, หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ราคา 26,900 บาท
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel Core i7-11800H, NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti, RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz, M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้, หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ราคา 29,990 บาท

Hardware & Design

MSI GF63 Thin DSC00133

MSI GF63 Thin DSC00176
MSI GF63 Thin DSC00156
MSI GF63 Thin DSC00159

ดีไซน์ของ GF63 Thin แม้จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค แต่เมื่อมองในมุมหน้าตรงจะเห็นว่าทาง MSI ออกแบบให้ตัวเครื่องดูเรียบง่าย ดีไซน์ไม่ค่อยหวือหวาเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นที่มีเหลี่ยมสันและช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ติดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของตัวเครื่อง แต่ทางบริษัทก็ยังซ่อนดีไซน์เกมมิ่งไว้กับองค์ประกอบต่างๆ เช่น ทรงของปุ่ม Power บ้าง หรือจะไฟคีย์บอร์ดสีแดงปรับความสว่างได้ เป็นต้น

MSI GF63 Thin DSC00203

MSI GF63 Thin DSC00153
MSI GF63 Thin DSC00155
MSI GF63 Thin DSC00218

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าขอบตัวเครื่องนั้นไม่ได้เป็นทรงสี่เหลี่ยมเสียทีเดียว แต่ถูกตัดเฉียงตรงขอบที่วางข้อมือสองฝั่งและขอบบนของหน้าจอด้วย ไม่ให้ตัวเครื่องดูเรียบง่ายจนเกินไป ถัดมาส่วนกลางเครื่องตรงขอบล่างหน้าจอจะถูกตัดเว้นเอาไว้ให้ใช้นิ้วดึงเพื่อกางหน้าจอได้สะดวก ส่วนการบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องตอนกางหน้าจอด้วยนิ้วเดียวแล้ว ตัวเครื่อง GF63 Thin จะยกตามหน้าจอขึ้นมาเล็กน้อยก่อนน้ำหนักตัวเครื่องจะดึงให้ตัวเครื่องกางออกแล้วใช้งานได้ตามปกติ ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้มืออีกข้างช่วยจับตัวเครื่องไว้ จะกางหน้าจอได้สะดวกกว่า

MSI GF63 Thin DSC00175

เมื่อกางหน้าจอจนสุดแล้ว MSI GF63 Thin จะกางจอได้ราว 120 องศา ถือว่ากว้างไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งและสายทำงานในระดับราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเราสามารถกางหน้าจอ GF63 Thin ให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้ง่าย จะวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับใช้งานได้สะดวก

MSI GF63 Thin DSC00143

MSI GF63 Thin DSC00201
MSI GF63 Thin DSC00129

ส่วนด้านหลังตัวเครื่องจะเห็นว่า MSI GF63 Thin จะเน้นดีไซน์เรียบง่าย โดยฝาหลังมีแต่โลโก้รูปมังกรของทางบริษัทเพียงอย่างเดียว ถัดลงมาที่บานพับหน้าจอจะเป็นแบบก้านหน้าจอยึดเข้ากับฐานตัวเครื่องโดยแยกเป็นฝั่งซ้ายและขวา เมื่อกางแล้วฝาหลังทำมุม 90 องศากับตัวเครื่องแล้ว พาร์ททั้งสองชิ้นจะตั้งอยู่ในระนาบเดียวกันพอดี

MSI GF63 Thin DSC00189

ด้านใต้ตัวเครื่องจะเป็นดีไซน์ฝาหลังแบบกากบาทและมีช่องระบายความร้อนอยู่ทั้งหมด 2 ส่วนด้วยกันคือฝั่งซ้ายเป็นช่องขนาดใหญ่ซึ่งตรงกับชุดซิ้งค์ของซีพียูและการ์ดจอพอดี ส่วนฝั่งขวามือมีช่องลมเข้าขนาดเล็กสำหรับดึงลมเข้าไปแล้วระบายออกที่ช่องด้านข้างเครื่อง ส่วนยางรองบอดี้ตัวเครื่องจะมีทั้งหมด 4 จุด ดีไซน์เป็นทรงสามเหลี่ยมติดตั้งเอาไว้ตามมุมของตัวเครื่อง เป็นยางขนาดใหญ่และเล็กอย่างละคู่ ช่วยป้องกันบอดี้ด้านใต้เครื่องเกิดความเสียหายได้เป็นอย่างดี

Screen & Speaker

MSI GF63 Thin DSC00147

MSI GF63 Thin DSC00149
MSI GF63 Thin DSC00148
MSI GF63 Thin DSC00150
MSI GF63 Thin DSC00152

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ GF63 Thin มีขอบหน้าจอฝั่งซ้ายขวาบางกว่าส่วนอื่น ส่วนบนจะหนาและเว้นขอบเอาไว้เล็กน้อยให้เป็นจุดกางหน้าจอ ด้านค่า Refresh Rate ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นแบบ Dynamic ถ้าเปิดดูในคำสั่ง Advance Display ของ Windows 11 จะเห็นว่าถ้าตั้งค่าแบบ Dynamic แล้ว ระบบของตัวเครื่องจะปรับค่า Refresh Rate ให้เข้ากับคอนเทนต์โดยอัตโนมัติอีกด้วย ซึ่งมีหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถตั้งค่าแบบนี้ได้

display

Screenshot 2022 09 13 200312
Screenshot 2022 09 13 200333

ขอบเขตสีหน้าจอของ GF63 Thin เมื่อคาลิเบรตด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 จะเห็นว่าทาง MSI เลือกพาเนลคุณภาพดีมาติดตั้งให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ ซึ่งขอบเขตสีตั้งต้นจากโรงงานใน Gamut coverage นั้นได้ 87.8% sRGB, 63.7% Adobe RGB, 67.1% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตเสร็จแล้ว Gamut volume จะเพิ่มขึ้นเป็น 95.5% sRGB, 65.8% Adobe RGB, 67.6% DCI-P3 สำหรับความเที่ยงตรงของสีสันหน้าจอที่วัดเป็นค่า Delta-E เฉลี่ยอยู่ที่ 0.06~0.51 ซึ่งเมื่อน้อยกว่า 2 ก็ถือว่าเที่ยงตรงพอใช้พรู้ฟงานอาร์ตหรือแต่งภาพถ่ายจากกล้องก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

ความสว่างหน้าจอที่โปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้เมื่อปรับความสว่าง 100% อยู่ที่ 307.01 cd/m2 นับว่าสว่างสู้แสงแดดได้โดยไม่มีปัญหา จะนั่งทำงานที่ร้านกาแฟหรือโดนแสงส่องกระทบหน้าจอก็ไม่มีปัญหา โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ปรับความสว่างไว้ 60% ก็สว่างพอใช้ทำงานในออฟฟิศแล้ว

MSI GF63 Thin DSC00190
MSI GF63 Thin DSC00191
MSI GF63 Thin DSC00121
MSI GF63 Thin DSC00122

ลำโพงของ MSI GF63 Thin เป็นลำโพง 2 ดอก กำลังขับ 2W x 2 ได้ Nahimic มาช่วยปรับจูนเสียงให้ เนื้อเสียงจัดว่าคมชัด หากใช้เล่นเกมก็ได้เนื้อเสียงดีและตัวระบบสามารถแบ่งแยกทิศทางเสียงได้ดี แต่ในแง่การฟังเพลงถือว่าแค่พอใช้โดยเนื้อเสียงจะเน้นเสียงคนร้องและเครื่องดนตรีเป็นหลัก เสียงเบสพอมีแค่ซัพพอร์ตให้เนื้อเสียงโดยรวมมีมิติ แต่เมื่อฟังเพลงแนวฮิปฮอป, R&B จะมีกำลังขับไม่มากพอ ณ จุดนั้นควรต่อลำโพงแยกไปเลยจะฟังเพลงได้อรรถรสยิ่งกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI GF63 Thin DSC00161

MSI GF63 Thin DSC00169
MSI GF63 Thin DSC00170
MSI GF63 Thin DSC00168
MSI GF63 Thin DSC00164
MSI GF63 Thin DSC00167
MSI GF63 Thin DSC00173

แม้ GF63 Thin จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วก็ตาม แต่ขนาดของคีย์บอร์ดเป็น Tenkeyless ไม่มี Numpad เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นที่ขนาดเท่ากัน โดยทาง MSI ออกแบบให้ด้านข้างคีย์บอร์ดสองฝั่งมีพื้นที่ของตัวเครื่องเพิ่มขึ้นและได้ขนาดปุ่มคีย์บอร์ดเป็นแบบเต็มแทบทั้งหมด ยกเว้น F1-F12 และปุ่ม Grave Accent ที่ถูกย่อขนาดเหลือครึ่งเดียว

ไฟ LED Backlit ของ GF63 Thin เป็นไฟสีแดง ปรับความสว่างได้โดยคีย์ลัดที่รวมเอาไว้กับปุ่ม Page Up, Page Down และสังเกตว่า MSI ไม่ค่อยเอา Function Hotkey มาเซ็ตรวมไว้กับ F1-F12 เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น แต่กระจายปุ่มเอาไว้ตามส่วนต่างๆ ของคีย์บอร์ดแทน อย่างปุ่มลูกศรของคีย์บอร์ดก็มีคำสั่งเพิ่มลดความสว่างหน้าจอและเสียงลำโพงอยู่และปุ่ม End เป็นปุ่มปิดเสียงลำโพง เป็นต้น และยังออกแบบให้มีขีดมาร์กกิ้งไว้ที่ปุ่ม W ซึ่งเป็นปุ่มหลักที่เกมเมอร์วางนิ้วเพื่อเล่นเกมนั่นเอง

MSI GF63 Thin DSC00166

ด้าน Function Hotkey ที่ปุ่ม F1-F12 นั้น ทาง MSI เซ็ตเอาไว้ให้เพียง 6 ปุ่มเท่านั้น และเป็นปุ่มสำหรับใช้ทำงานทั่วไปเท่านั้น โดยมีคำสั่งดังนี้

  • F2 – ปุ่ม Project สำหรับตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F3 – ปุ่มปิดการทำงานทัชแพด
  • F6 – ปุ่มเปิดปิด Webcam
  • F7 – ปุ่มเรียกโปรแกรม MSI Center
  • F10 – Airplane Mode
  • F12 – Sleep Mode

แม้จะเห็นว่าทางบริษัทติดตั้งคีย์ลัดเอาไว้ให้ใช้งานค่อนข้างครบถ้วนก็ตาม แต่ผู้เขียนก็คิดว่าในเมื่อมีปุ่ม F1-F12 ว่างอยู่ ก็อยากให้ทาง MSI เสริมคีย์ลัดปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่อง, ปุ่มเปิด/ปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) และ Windows Lock มาให้กดใช้งานได้ทันทีเลยจะดีกว่าให้ผู้ใช้เข้าไปกดเปิดปิดใน MSI Center อย่างเดียว หรือไม่ก็อัพเดทให้ผู้ใช้เซฟปุ่มมาโครหรือเซ็ตคีย์ลัดแยกได้ด้วยตัวเองไปเลย เชื่อว่าจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าเดิมแน่นอน

MSI GF63 Thin DSC00172
MSI GF63 Thin DSC00171

ทัชแพดของ MSI GF63 Thin มีขนาดไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่น รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนและตอบสนองได้ดีและใช้แทนเมาส์ได้สบายๆ แต่พอวางมือบนคีย์บอร์ดแล้วสันมือซ้ายจะทาบลงขอบของทัชแพดพอดี แม้จะเป็นเช่นนั้น จากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานแล้วก็ไม่เจอปัญหาทัชแพดลั่นอย่างที่กังวลใจอย่างแน่นอน แต่หากใครกังวลปัญหาเรื่องนี้หรือจะต่อเมาส์แยกเพื่อใช้งานอยู่แล้ว ก็กดปุ่ม Fn+F3 เพื่อปิดการทำงานทัชแพดไปก่อนก็ได้

Connector / Thin & Weight

MSI GF63 Thin DSC00179

MSI GF63 Thin DSC00177
MSI GF63 Thin DSC00178

พอร์ตของ GF63 Thin จะถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างเครื่องทั้งฝั่งซ้ายและขวา ยกเว้น HDMI ซึ่งถูกแยกมาติดตั้งไว้ด้านหลังของตัวเครื่องซึ่งเป็นช่องที่ต่อแล้วไม่ถอดเข้าออกบ่อยๆ โดยพอร์ตและการเชื่อมต่อทั้งหมดจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – อแดปเตอร์จ่ายไฟ, USB-A 3.2 Gen 1 x 1
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Headphone out x 1, Mic in x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, RJ45 LAN x 1
  • ด้านหลังเครื่อง – HDMI รองรับความละเอียดสูงสุด 4K 60Hz x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

ซึ่งพอร์ตทั้งหมดของตัวเครื่องต้องถือว่าให้มาครบถ้วนและมีพอร์ต USB-C สำหรับต่อแยกเป็นพอร์ตอื่นๆ ได้ แต่จะเป็นพอร์ตแบบ Data Transfer อย่างเดียว ต่อชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery หรือหน้าจอแยกแบบ DisplayPort ไม่ได้ ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าถ้าทาง MSI จะส่งภาคต่อของตระกูล Thin ออกมาวางตลาดต่อ ก็อยากให้พอร์ต USB-C เป็นแบบ Full-Function จะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นแน่นอน 

MSI GF63 Thin DSC00111

MSI GF63 Thin DSC00115
MSI GF63 Thin DSC00112

น้ำหนักของ MSI GF63 Thin จากหน้าสเปคบนเว็บไซต์จะเคลมน้ำหนักเอาไว้ 1.86 กิโลกรัม เมื่อชั่งดูแล้วได้น้ำหนักเพียง 1.84 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบาและใกล้เคียงกับสเปคที่เคลมไว้ และเมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วรุ่นอื่นในปัจจุบันจัดว่าเบาทีเดียว เมื่อรวมกับอแดปเตอร์น้ำหนัก 474 กรัมแล้ว จะมีน้ำหนักรวม 2.31 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักนี้อาจจะหนักเท่าน้ำหนักเครื่องของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นเท่านั้น จัดว่าน้ำหนักอยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถใส่กระเป๋าเป้พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากมากนัก

Inside & Upgrade

MSI GF63 Thin DSC00117

MSI GF63 Thin DSC00132
MSI GF63 Thin DSC00130
MSI GF63 Thin DSC00199
MSI GF63 Thin DSC00197

หากใครต้องการอัพเกรด MSI GF63 Thin ก็เริ่มจากขันน็อตหัว Philips Head ทั้ง 11 ดอกออกได้เลย แต่จะมีน็อตตัวหนึ่งถูกสติ๊กเกอร์ Factory Seal ปิดเอาไว้อยู่ ขอให้เช็คดูเสมอค่อยใช้ปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบตัวเครื่องต่อไป ทว่าจุดที่ควรระวังอยู่ที่กรอบเครื่องส่วนช่องระบายความร้อน เพราะกรอบตัวเครื่องส่วนนั้นเป็นก้านตะขอเกี่ยวล็อคระหว่างตัวเครื่องและฝาด้านใต้เครื่องเอาไว้ด้วยกัน แนะนำให้ค่อยๆ ดันฝาใต้ตัวเครื่องให้ตะขอเกี่ยวเลื่อนออกเล็กน้อยก่อนค่อยดึงเปิดฝา ถ้าฝืนอาจจะทำให้ฝาหลังเสียหายได้

ที่เมนบอร์ดจะเห็นว่าทาง MSI ก็มีช่องอัพเกรดมาค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะ RAM แบบ SO-DIMM ทั้งสองช่องที่รองรับความจุ 64GB DDR4 และ M.2 NVMe SSD ที่เป็นช่องหลัง ส่วนฮาร์ดดิสก์ช่องเสริมจะเป็น 2.5″ SATA III ซึ่งยังพอยอมรับได้เพราะผู้ใช้สามารถเลือกอัพเกรดได้ว่าจะใส่เป็น HDD หรือ SSD ก็ได้

Performance & Software

cpu1

mb
ram
ram2

สเปคของ MSI GF63 Thin รุ่นนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake มีค่า TDP 45 วัตต์มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าพร้อมทำงานและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี ติดตั้งแรมมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ สามารถอัพเกรดเพิ่มความจุได้มากสุด 64GB DDR4 ทีเดียว ส่วนเมนบอร์ดใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จึงใส่ M.2 NVMe SSD รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงได้อย่างแน่นอน

gpu2
gpu

การ์ดจอในเครื่องนอกจาก Intel UHD Graphics ซึ่งติดมากับซีพียู Intel แล้ว ก็มี NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ติดตั้งมาให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดี รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่งกราฟฟิคต่างๆ ครบถ้วน ทั้ง OpenCL, OpenGL 4.6, CUDA, Ray Tracing, DirectCompute, DirectML, Vulkan, PhysX ด้วย ดังนั้นจะเล่นเกมหรือเอาไว้ทำงานกราฟฟิคก็ไม่มีปัญหา

devicemgr

ใน Device Manager จะเห็นว่า MSI GF63 Thin ติดตั้งการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 ซึ่งรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว มีแบนด์วิธคลื่น 160MHz อีกด้วย ดังนั้นเวลาเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ก็สามารถโหลดไฟล์, เปิดเว็บไซต์ได้ดีขึ้น

ssd

ด้าน M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ในเครื่องเป็น OEM ของ Kingston รหัส OM8PDP3512B-AI1 โดยตัว SSD นั้นเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 เมื่อทดสอบกับโปรแกรม CrystalDiskMark 8 แล้ว จะได้ความเร็ว Sequantial Read 2,542.68 MB/s และ Sequential Write 1,210.84 MB/s ซึ่งถ้าใช้งานในโน๊ตบุ๊คบางเบาและเน้นใช้ทำงานทั่วไปก็ถือว่าใช้งานได้ แต่ในกรณีของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คนั้น ผู้เขียนเห็นว่ามันยังทำงานได้ไม่เร็วเท่าที่ควร หากผู้เขียนซื้อมาใช้งานเองจะเปลี่ยนไปใช้ M.2 NVMe ที่ประสิทธิภาพดีกว่านี้ก่อนเป็นอย่างแรก

โดย M.2 NVMe SSD ที่แนะนำจะมีตัวเลือกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะ WD Black SN750, Samsung 980, Transcend MTE220S หรือจะข้ามไปเป็นตัวอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 อย่าง Samsung 980 PRO, WD Black SN770, PNY XLR8 CS3040 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน 

Screenshot 2022 09 12 065156
Screenshot 2022 09 12 070536

ด้านการเรนเดอร์ 3D CG เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 ที่ทดสอบการทำงานกราฟฟิคโดยรวม จะเห็นว่าตัว MSI GF63 Thin ทำคะแนน OpenGL ได้ 150.99 fps และได้คะแนนซีพียู 1,498 cb ทีเดียว และเมื่อรันทดสอบ CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูจะได้คะแนน CPU สูงถึง 3,417 pts ทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอ รวมทั้งพรีวิวโมเดล 3D ให้ลูกค้าได้ดูก็สามารถรันได้ดีไม่มีปัญหา

3dmark

ส่วนหน้าที่หลักอย่างการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy จะได้คะแนนเฉลี่ย 4,374 คะแนน แยกเป็น CPU score 5,815 คะแนน และ Graphics score 4,191 คะแนน เป็นระดับคะแนนที่เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้อย่างแน่นอน แต่ผู้เขียนแนะนำว่าความละเอียดหน้าจอควรอยู่ระดับ 1080p จะดีสุดและไม่เกินกำลังของ NVIDIA GeForce RTX 3050 เกินไปอีกด้วย 

pcmark10

เมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว MSI GF63 Thin นั้นทำคะแนนเฉลี่ยได้ 5,135 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นระดับคะแนนที่สูงพอใช้ทำงานต่างๆ ได้อย่างดีไม่มีปัญหา โดยเฉพาะงานทั่วไปอย่างการเปิดเว็บไซต์, เปิดโปรแกรมใช้งานต่างๆ รวมไปถึงโปรแกรมตระกูล Microsoft Office ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา เมื่อได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 เข้ามาเสริม ก็ช่วยให้ทำงานตัดต่อวิดีโอและแต่งภาพดีขึ้น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามันสามารถตัดต่อคลิปหนังสั้นหรือ Vlog ทั่วไปสำหรับอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างแน่นอน 

thin game benched

สเปคของ MSI GF63 Thin รุ่นที่ได้รับมาทดสอบ ต้องถือว่ามันสามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ดี โดยผู้เขียนแนะนำให้เล่นบนความละเอียด 1080p เป็นหลักจะไม่กินกำลังประมวลผลของการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 มากเกินไป และจากที่อัพไดรเวอร์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว จะเห็นว่าแต่ละเกมที่นำมาทดสอบแม้จะปรับกราฟฟิคระดับสูงสุดก็ยังรีดเฟรมเรทได้สูงและเล่นได้ไหลลื่นทั้งหมด ดังนั้นจะเล่นบนหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเองหรือต่อหน้าจอแยก 1080p ดีๆ ผ่านพอร์ต HDMI ก็ได้

อย่างไรก็ตาม Forza Horizon 5 ในการทดสอบครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะเมื่อทดลองตั้งค่ากราฟฟิคไประดับ Extreme Quality แล้วตัวเกมจะขึ้นแจ้งเตือนทันทีว่าแรมการ์ดจอ 4GB GDDR6 นั้นไม่พอใช้งาน และขอให้ปรับกราฟฟิคลง ซึ่งถ้าฝืนเล่นต่อไปจะได้เฟรมเรทอยู่ราว 25~29 Fps แม้จะปรับลงมาระดับ Ultra ก็ยังได้เฟรมเรทระดับ 30~40 Fps ซึ่งยังไม่ลื่นเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าใครจะเอา MSI GF63 Thin มาเล่นเกมนี้ แนะนำให้ตั้ง Graphics Preset ไว้ที่ระดับ High ก่อน แล้วค่อยปรับกราฟฟิคขึ้นทีละส่วน จะทำให้กราฟฟิคในเกมสวยและได้เฟรมเรทสูงไปพร้อมๆ กัน

Screenshot 2022 09 13 085750

Screenshot 2022 09 13 085816
Screenshot 2022 09 13 085826
Screenshot 2022 09 13 085836
Screenshot 2022 09 13 085849
Screenshot 2022 09 13 085935
Screenshot 2022 09 13 085943
Screenshot 2022 09 13 090009
Screenshot 2022 09 13 090032

ด้านโปรแกรม MSI Center นอกจากจะมีโหมดมอนิเตอร์ตัวเครื่องแล้ว ยังใช้ปรับแต่งโหมดการทำงาน, ตั้ง Gaming Mode สำหรับเกมที่เปิดเล่นเป็นประจำก็ยังใช้อัพเดทไดรเวอร์และยังใช้ตั้ง Recovery เพื่อดึงการตั้งค่าตัวเครื่องตอนสมบูรณ์ที่สุดกลับมาใช้งานได้ ยิ่งไปกว่านั้นหน้า User Interface ก็ใช้งานง่ายไม่ต้องทำความเข้าใจมาก ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เปิดโปรแกรมนี้มาเช็คอัพเดทและตั้งค่าตัวเครื่องเป็นระยะๆ จะช่วยให้ MSI GF63 Thin ใช้งานได้ดีต่อเนื่องไม่มีปัญหาแน่นอน

Battery & Heat & Noise

MSI GF63 Thin DSC00123

แบตเตอรี่ของ MSI GF63 Thin เป็นแบตเตอรี่แบบ OEM ที่ไม่ติดข้อมูลบอกว่ามีความจุเท่าไหร่และใครเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลูกนี้ คาดว่าทาง MSI สั่ง OEM มาให้ โดยตัวแบตเตอรี่ถูกติดตั้งเอาไว้ชิดกับลำโพงฝั่งซ้ายมือเมื่อวางโน๊ตบุ๊คใช้งานตามปกติและเว้นพื้นที่สำหรับติดตั้ง 2.5″ SATA III SSD ไว้ด้วย

batt30mins

ด้านความจุของแบตเตอรี่เมื่อเช็คด้วยโปรแกรม BatteryMon จะเห็นว่ามีความจุ 52Wh และเมื่อทดสอบตามมาตรฐานเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit, ลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุดและเปิดเสียงเพียง 10% และตั้งค่าเป็นโหมดประหยัดพลังงานแล้วดูคลิปใน YouTube เป็นเวลา 30 นาที ด้วย Microsoft Edge แล้ว สามารถใช้งานได้นานสุด 5 ชั่วโมง 37 นาที ถือว่าใช้งานได้นานไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ สามารถพกเครื่องเข้าประชุมหรือห้องเรียนเพื่อจดเลคเชอร์ได้โดยแบตเตอรี่ไม่หมดกลางคันเสียก่อน แต่ถ้าต้องทำงานหนักเมื่อไหร่แนะนำให้พกอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไปด้วย

MSI GF63 Thin DSC00188
MSI GF63 Thin DSC00124

ด้านชุดระบายความร้อนภายในเครื่องที่ทาง MSI เรียกว่า Dynamic Boost 2.0 จะเป็นชุดฮีตไปป์ 3 เส้น พาดจากซีพียูและการ์ดจอตรงไปยังพัดลมโบลเวอร์เพื่อระบายความร้อนออกจาเครื่อง ซึ่งทาง MSI เคลมว่าระบบนี้สามารถจัดการอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดี และลดอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดีกว่าเดิม 10% ทีเดียว

heat

ประสิทธิภาพการระบายความร้อนต้องถือว่าระบบ Dynamic Boost 2.0 นั้นทำงานได้ดี เมื่อทดลองเปิดโปรแกรม Benchmark ควบคู่กับ CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิของ Package นั้นเฉลี่ยเพียง 58 องศา และมีอุณหภูมิตัวเครื่องอยู่ระดับ 51~94 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าจัดการความร้อนได้ดีไม่ติดตัวแดงให้เห็นเลย ด้านของ SSD และการ์ดจอแยกในเครื่องก็ไม่ร้อนเกินไปด้วย ดังนั้นผู้ใช้คนไหนที่กำลังอยากได้ MSI GF63 Thin ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนในเครื่องเลยก็ได้

User Experience

MSI GF63 Thin DSC00141

MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์น้ำหนักเบาพกพาสะดวก ผิดกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ได้รีวิวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งน้ำหนักรวมอแดปเตอร์ 2.31 กิโลกรัมนั้นสามารถพกใส่กระเป๋าติดไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟได้สบายๆ และดีไซน์ก็ดูเรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานทั่วไปไม่ดึงดูดสายตามากอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครต้องใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครันงานและโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องหนักๆ แล้วโน๊ตบุ๊คบางเบาไม่ตอบโจทย์นัก ก็มี GF63 Thin เป็นตัวเลือกที่ดีและน่าใช้งานมาก

นอกจากจะพกพาสะดวกแล้ว สเปคของ MSI GF63 Thin ก็จัดว่าแรงพอใช้ทำงานกราฟฟิค, งานออฟฟิศและเล่นเกมได้ดีด้วยซีพียู Intel 11th Gen พร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 Series และยังอัพเกรดเพิ่มแรมไปได้มากสุด 64GB DDR4 ได้อีก ดังนั้นในแง่การใช้งานถือว่าไม่มีปัญหา หากใครรู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาไม่ตอบโจทย์ก็หันมาใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้แทนน่าจะตอบโจทย์กว่า

ด้านการเล่นเกม ผู้เขียนถือว่า MSI GF63 Thin นั้นสามารถเล่นเกมบนจอ 1080p ได้ดีทุกเกม แต่ต้องให้เวลากับการปรับกราฟิคในเกมสักหน่อย นั่นเพราะ NVIDIA GeForce RTX 3050, RTX 3050 Ti นั้นแม้จะมีประสิทธิภาพดีระดับหนึ่งแต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ VRAM มีเพียง 4GB GDDR6 ทำให้ปรับ Texture ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าปรับกราฟฟิคแบบง่ายๆ แนะนำให้เริ่มจาก High ก่อน แล้วจะดันกราฟิคในส่วนไหนเพิ่มค่อยปรับเพิ่มเติมจะเล่นได้ลื่นกว่า

อย่างไรก็ตาม เรื่องของการอัพเกรดภายในเครื่องแม้จะเพิ่มแรมได้ 64GB DDR4 ก็ตาม แต่ฮาร์ดดิสก์ในเครื่องถือว่ายังอัพเกรดได้ค่อนข้างจำกัด โดยอัพเกรดได้เพียง M.2 NVMe SSD และ 2.5″ SATA III SSD/HDD ได้อย่างละช่องเท่านั้น ซึ่งปกติเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันจะใส่ M.2 NVMe SSD ได้ 2 ช่อง แต่กรณีของ MSI GF63 Thin ก็ต้องบริหารพื้นที่ให้ดี ว่าจะติดตั้งโปรแกรมและเกมไหนเข้าไดรฟ์ไหน จะได้เรียกใช้งานได้เร็วทันใจยิ่งขึ้น

Conclusion & Award

MSI GF63 Thin DSC00140

จะเห็นว่า MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาและตัวเครื่องไม่หนามาก พกพาง่ายและน้ำหนักไม่มากเกินไป เพียง 1.86 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใส่กระเป๋าเป้ก็พกติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายๆ จะทำงานหนักอย่างเปิดโปรแกรมตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพก็ทำได้ดี ด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 ในตัว ทำให้งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลกราฟิครันได้ไหลลื่นไม่มีปัญหาใดๆ ขอแค่ตอนเล่นเกมตั้งค่ากราฟิคให้เหมาะสมก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาแล้ว

ในมุมของผู้เขียนเอง มองว่า GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาที่อยู่หอพักแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊คพกพาง่าย เล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ลื่นไหลและเอาไว้ทำงานได้ดี แบตเตอรี่ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสักหน่อย หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่อยากได้โน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงมาใช้รันงานที่ทำอยู่ให้เสร็จเร็วขึ้นก็เหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เช่นกัน แต่ถ้าซื้อรุ่นที่ติดตั้งแรม 8GB DDR4 มาให้ ก็หาแรมมาอัพเกรดเป็น 16GB DDR4 เท่านี้ก็ทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแล้ว

และหากใครรู้สึกเสียดายว่า MSI GF63 Thin ยังเป็น Intel 11th Gen อยู่ ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากทาง MSI นั้นติดตั้งซีพียู Intel แบบ 6 คอร์ 12 เธรด และ 8 คอร์ 16 เธรด มาให้ ช่วยให้มันสามารถรันงานและเกมได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงมากวนใจแน่นอน หากไม่ได้ซีเรียสว่าจะเอาของใหม่แกะกล่องเสมอ แต่สนใจว่าอยากได้โน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพต่อราคาคุ้มค่าที่สุด ก็ซื้อมันไปใช้งานได้เลย

Award

NBS award 4 Mobility

best mobility

ปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว มักมีน้ำหนักช่วง 2 กิโลกรัมขึ้นไปทั้งนั้น แต่ MSI GF63 Thin กลับเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมและตัวเครื่องไม่หนามาก จึงพกใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก และยังทำงานได้ลื่นไหลอย่างแน่นอน

NBS award 7 Design

best design

ดีไซน์ของ MSI GF63 Thin นั้นจัดว่าเรียบร้อยสวยงามไม่แพ้กับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน แต่น่าจะได้ใจผู้ใช้หลายๆ คนเพราะดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่ฉูดฉาดเกินไป จะพกไปทำงานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ดูไม่โดดเด่นจนเป็นเป้าสายตาเกินไปอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/667143-review-msi-gf63-thin