คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ซีพียู Ryzen 7000 Series แบตฯ อึดเหลือใช้ โปรแกรมครบเครื่อง ค่าตัว 32,990 บาทเท่านั้น!!

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 บอดี้เดิม เติมความแรงด้วย Ryzen 7000 Series มี Office 2021 ติดเครื่องมาพร้อมใช้ ได้จอ OLED ขั้นเทพด้วย!!

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

เมื่อพูดถึงโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมของ ASUS อย่าง ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านจะคิดถึงโน๊ตบุ๊คงานประกอบดี ฟีเจอร์ล้ำสมัยไม่ว่าจะ ASUS NumberPad 2.0 แป้นทัชแพดเปลี่ยนโหมดเป็น Numpad ได้, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบรวมกับปุ่ม Power พอร์ต USB-C Full Function รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้ด้านหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มีฟีเจอร์ถนอมสายตา SGS Eye Care Display และภาพบนหน้าจอยังลื่นไหลเพราะมีค่า Refresh Rate ถึง 90Hz ด้านตัวเครื่องก็ทนทานผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H การันตีความแข็งแรงทนทานอีกด้วย และทาง ASUS ก็ติดตั้ง Microsoft Office Home&Student 2021 มาให้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เปลืองเงินอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่าครบเครื่องมาก

Advertisementavw

ข้อดีถัดมา คือซีพียูของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ถูกอัพเกรดจาก Ryzen 5000 Series มาเป็น 7000 Series อย่าง AMD Ryzen 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด แล้ว คอร์ประมวลผลก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากได้รับการรับรองการจัดการพลังงานจาก Energy Star การันตีว่าตัวเครื่องจัดการพลังงานได้ดีใช้งานได้นาน ส่วนทีเด็ดของ Ryzen 7000 Series คือการ์ดจอออนบอร์ดถูกปรับแต่งให้ประสิทธิภาพดีขึ้น หากรุ่นก่อนใช้แต่งภาพและดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงได้ไหลลื่นอย่างเดียวล่ะก็ รุ่นใหม่นี้ก็ใช้เล่นเกมออนไลน์ปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลยทีเดียว จัดว่าน่าประทับใจมาก

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

NBS Verdicts

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00072

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะใช้บอดี้ร่วมกับ Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้าและยกจุดเด่นต่างๆ อย่าง NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต USB-C Full Function มาแทบทั้งหมดและเปลี่ยนเพียงซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U อย่างเดียว จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น Zenbook รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ตาม แต่การอัพเกรดครั้งนี้กลายเป็นการเสริมจุดเด่นให้ Zenbook 14 OLED UM3402 ดียิ่งขึ้น ทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและกราฟิคการ์ดออนบอร์ดมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนดูแล้วคุ้มค่าเกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

หากเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปเทียบกับโน๊ตบุ๊คคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว ต้องถือว่า Zenbook 14 OLED รุ่นนี้สมบูรณ์แบบทั้งด้านสเปคที่ดีทรงพลังและดีไซน์สวยงามแข็งแรงดูหรูหรา ตอบโจทย์ตั้งแต่นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่อยากลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมไว้ใช้งานได้หลายปี ไม่ต้องกังวลว่าประสิทธิภาพจะลดลงหรือไม่พอใช้รันโปรแกรมในอนาคตเลยก็ได้ ยิ่งใครเป็นเซลส์ที่ต้องออกไปพบลูกค้าและพรีเซนต์งานโปรเจคต่างๆ ก็พกเครื่องติดตัวไปได้สะดวกเพราะน้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม และพาเนลจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 แล้ว จึงใช้พรู้ฟงานอาร์ทและการันตีสีบนหน้าจอว่ามีความเที่ยงตรงกับผลงานจริงที่ปริ้นท์ออกมาใช้งานอย่างแน่นอน

จุดสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มีเรื่องบอดี้เครื่องยกมาจาก Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนทั้งหมดไม่ได้ปรับดีไซน์เพิ่มความแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก หากวางเทียบคู่กันอาจจะแยกกันได้ยาก และการซีลตัวเครื่องทำมาแข็งแรงปิดสนิทมากถึงแม้จะดีกับความแข็งแรงสวยงามแต่ก็ไม่ถูกใจผู้ใช้ที่ต้องการเปิดฝาอัพเกรดด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หากมีชิ้นส่วนภายในเสียหรือจะอัพเกรด SSD แนะนำให้เอาเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการเป็นผู้จัดการให้จะดีที่สุด ลดความเสี่ยงว่าถ้าแกะทำเครื่องด้วยตัวเองแล้วจะเกิดความเสียหายด้วย 

ข้อดีของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. บอดี้เป็นอลูมิเนียมแข็งแรงดูหรูหราพรีเมี่ยม ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H แล้ว
  2. น้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม พกพาง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
  3. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้โดยรวมไว้กับปุ่ม Power ปลดล็อคสะดวกรวดเร็ว
  4. ขาบานพับจอออกแบบให้กางได้แบนราบ 180 องศา มีความแข็งแรงทนทานมาก
  5. ทัชแพดมี ASUS NumberPad 2.0 ใช้งานสะดวก กดพิมพ์ตัวเลขได้สะดวกรวดเร็ว
  6. หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED มีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทได้ดี
  7. หน้าจอมีค่า Refresh Rate 90Hz แสดงผลภาพได้ไหลลื่นต่อเนื่องลื่นไหลดีมาก
  8. มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้ครบเครื่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  9. ได้พอร์ต USB-C Full Function ถึง 2 ช่อง ใช้ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตฯ ได้ ใช้งานสะดวก
  10. แบตเตอรี่ 75Wh กับซีพียู Ryzen 5 7530U จัดการพลังงานดีมาก ใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  11. ลำโพงได้ harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้ ได้เสียง Dolby Atmos เนื้อเสียงดีน่าประทับใจ
  12. ได้ประกัน ASUS Perfect Warranty 1 ปีแรก ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. ดีไซน์ภายนอกยังคล้ายรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ความแตกต่างหรือโดดเด่นมากนัก
  2. ตัวเครื่องซีลมาแน่นมากจนเปิดฝาเองไม่ได้ หากจะซ่อมหรืออัพเกรดควรให้ศูนย์บริการจัดการ

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

Specification

Screenshot 2023 01 30 102049 1

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาระดับพรีเมี่ยมของทาง ASUS ที่ได้อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5000 Series มาเป็น Ryzen 7000 Series แล้ว โดยสเปคจะเป็นดังนี้

CPU AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz
GPU AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz
SSD M.2 NVMe SSD 512GB PCIe 3.0 x4
RAM 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
Display 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600
Connectivity USB-A 3.2 Gen 2 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, HDMI 2.1 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
Weight 1.39 กิโลกรัม
Price 32,990 บาท (ASUS Shopee Mall)

Hardware & Design

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00070

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00055
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00056
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00061
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00046

บอดี้ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะยืนพื้นเหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้า นั่นคือบอดี้อลูมิเนียมเนื้อด้านมีความแข็งแรงสวยงาม บอดี้เป็นสีดำเหลือบน้ำเงินและตัดเว้นขอบล่างใต้ทัชแพดให้เว้าเข้ามาเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวกางเปิดหน้าจอได้ง่ายแถมยังวางบาลานซ์เครื่องได้ดีไม่มีอาการตัวเครื่องยกตามนิ้วขึ้นมาอีกด้วย ด้านที่วางข้อมือฝั่งซ้ายจะติดสติ๊กเกอร์การรับประกัน ASUS Perfect Warraty, Microsoft Office Home&Student 2021, ซีพียู AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon มาให้ ฝั่งขวาจะติดสติ๊กเกอร์โชว์ฟีเจอร์เด่นของ Zenbook 14 OLED UM3402 เอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้ทราบจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ในทันที

ปุ่ม Power จะติดตั้งรวมเอาไว้กับชุดคีย์บอร์ด โดยอยู่ระหว่างปุ่ม Print Screen, Delete รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องได้โดยทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่แพ้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของสมาร์ทโฟนเลย ตัวปุ่มแข็งโดยใช้น้ำหนักกดมากกว่าปุ่มใช้งานของคีย์บอร์ดพอสมควร ลดโอกาสกดพลาดแล้วเผลอปิดเครื่องในนาทีสำคัญไปได้ระดับหนึ่ง ถ้าไม่ตั้งใจกดก็แทบไม่พลาดกดดับเครื่องเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00035

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00033
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00041
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00031
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00029

ก้านขาบานพับของหน้าจอจะติดเป็นแนวนอนทำมุมกับตัวบานหน้าจอเป็นตัว L เป็นโลหะแข็งแรง ติดก้านพลาสติกรองใต้ขอบล่างของหน้าจอเอาไว้ซัพพอร์ตและยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดริ้วรอยเวลากางหน้าจอทำงานได้ดีมากและสังเกตว่าตัวเครื่องจะยกขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้ถนัดมือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่วางราบไปกับพื้นโต๊ะอีกด้วย

ด้านการกางหน้าจอ ทางบริษัทก็ออกแบบให้ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 กางจอได้แบนราบ 180 องศา ทำให้องศาการมองเห็นกว้างมาก จะตั้งพิมพ์งานบนโต๊ะหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมหน้าจอให้มองเห็นได้ง่ายและยังกางจอวางราบกับพื้นโต๊ะให้เพื่อนร่วมงานดูหน้าจอร่วมกันได้ง่ายๆ อีกด้วย จัดเป็นดีไซน์ที่มีประโยชน์มากไม่แพ้การพับจอกลับเป็นแท็บเล็ตเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00078
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00079

ฝาหลังของ Zenbook 14 OLED จะเน้นความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรมากกว่าโลโก้ ASUS แบบเส้นกราฟิตี้ตรงกลางเครื่องฝั่งขวามือและสกรีนคำว่า ASUS Zenbook ไว้ตรงกลางขอบล่างของตัวเครื่องอีกจุด ดีไซน์ดูเรียบร้อยไม่หวือหวาสมกับที่ทางบริษัทเน้นออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมมีระดับ ช่วยเสริมบุคลิคให้กับเจ้าของเวลาเครื่องติดไปประชุมงานกับลูกค้าก็ดูดีมีระดับยิ่งขึ้น

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00025

ฝาด้านใต้ตัวเครื่องจะมีแถบยางกันลื่นและช่วยป้องกันบอดี้เกิดริ้วรอยทั้งหมด 3 เส้น โดยมีแถบเส้นยาวขอบล่างตัวเครื่องและเส้นสั้นอีก 2 เส้นตรงขอบบนใกล้กับขาบานพับหน้าจอ ตรงกลางมีช่องสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนภายในเครื่องแล้วเป่าออกทางช่องระบายความร้อนที่ช่องฝั่งขวาของตัวเครื่อง แม้ช่องลมเข้าและออกจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็นำความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดี จากการทดลองใช้งานแม้จะรันโปรแกรมทดสอบอยู่ ความร้อนภายในเครื่องไม่มีการระอุหรือรบกวนผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ต้องถือว่าทาง ASUS จัดการเรื่องอุณหภูมิและระบบภายในเครื่องได้ดีมาก

Screen & Speaker

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00036

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00038
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00037
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00039
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00040

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED ของ Zenbook 14 OLED ใช้ดีไซน์แบบ NanoEdge โดยทำให้กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้านบางและขอบล่างสกรีนคำว่า ASUS Zenbook เอาไว้ แต่จอของเครื่องทดสอบจะไม่ได้เป็นจอทัชสกรีน ส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าจะสงวนเอาไว้ให้รุ่น Ryzen 7 หรือเป็นรุ่นที่ไม่ได้นำมาจำหน่ายในประเทศไทยก็เป็นไปได้ 

คุณสมบัติของจอนี้นอกจากจะมองเห็นได้กว้าง 178 องศาโดยสีสันไม่เพี้ยนหรือมีเงาสะท้อนขึ้นบนจอ ก็ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 และการันตีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี มีความสว่างสูงสุด 550 nits มีค่า Refersh Rate 90Hz และเป็นจอ SGS Eye Care Display ลดแสงสีฟ้าถนอมสายตาผู้ใช้อีกด้วย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00067

display 1
gamut
luminance 1

ขอบเขตสีหน้าจอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 99.8% sRGB, 92.6% Adobe RGB, 99.2% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้สูงถึง 165.9% sRGB, 114.3% Adobe RGB, 117.5% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.08~2.58 และหน้าจอนี้แสดงค่าสีได้สูงถึง 10-bit อีกด้วย จึงถือได้หน้าจอของ Zenbook 14 OLED นี้ยังคงยอดเยี่ยมคงเส้นคงวา ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทหรือใช้แต่งภาพก็ได้ และคุณภาพสีของผลงานกับบนจอคอมก็จะได้ความเที่ยงตรงกันอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอเมื่อตั้งความสว่าง 100% วัดได้ 387.58 cd/m2 จัดว่าสว่างมากพอสู้แสงแดดที่สะท้อนบนหน้าจอได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็เร่งความสว่างจอสู้ได้สบายๆ แต่ถ้านั่งทำงานในอาคารหรือออฟฟิศขอแนะนำให้ตั้งความสว่างราว 40~50% ก็สว่างเหลือเฟือพอมองเห็นจอได้สบายๆ แล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00026
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00027

เสียงลำโพงของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้ทาง harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้และให้เสียงแบบ Dolby Atmos เนื้อเสียงมีมิติและทิศทางเสียงดี สเตจเสียงถือว่ากว้างระดับหนึ่ง โทนเสียงของลำโพงจะเน้นเสียงร้องกับเครื่องดนตรีเป็นหลัก มีเสียงเบสจากลำโพงจะเน้นทางซัพพอร์ตให้โทนเสียงมีมิติฟังสนุกขึ้น เมื่อเปิดเสียงดัง 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงจะมีความดังราว 85dB ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงป็อปและแจ๊สน่าจะชอบลำโพงของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มากและยังฟังเพลงแนวร็อคได้ด้วย แต่ถ้าเป็นแนว EDM ถึงจะฟังได้สนุกระดับหนึ่งก็ตาม แต่เบสอาจจะไม่หนักและแรงปะทะยังไม่หนักแน่นมาก กรณีนั้นแนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปอีกชุดจะดีกว่า 

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00042

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00053
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00054
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00049
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00048
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00047
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00044
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00051
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00052

คีย์บอร์ดของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ใช้ดีไซน์ Dished Keycaps เหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อน ซึ่งคีย์แคปจะดีไซน์ตรงกลางปุ่มโค้งลงเหมือนท้องจานลึก 0.2 มม. มีระยะกด 1.4 มม. ซึ่งข้อดีของคีย์แคปนี้ทาง ASUS ลดโอกาสตอนพิมพ์ให้ผิดน้อยลงและกดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งดีไซน์และระยะกดถือว่ากำลังดีใช้งานถนัดกว่าปุ่มแบบแบนมาก และตัวแป้นคีย์บอร์ดจะมีไฟ LED Backlit ปรับไฟสว่างได้ 3 ระดับ ทำงานแบบ Toggle โดยกดเพิ่มไปสว่างสุดแล้วกดอีกครั้งไฟจะดับลง ช่วยให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้นมาก

ปุ่มกดและคีย์ลัดสำคัญของคีย์บอร์ดจะมี Fn+Esc เพื่อสลับเลย์เอ้าท์ระหว่าง Function Hotkey กับปุ่ม F1~F12 ตามปกติได้ ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ด้านจะมี Home, End, Page Up/Down แยกไปเป็น Delete กับ Insert ซ้อนเลเยอร์เอาไว้ สามารถกด Fn ค้างไว้ก่อนแล้วกดเรียกคำสั่งเหล่านี้มาใช้งานได้เลย สามารถกดใช้งานได้สะดวกและทำงานได้รวดเร็วดี

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00043

ส่วน Function Hotkey บริเวณบรรทัดบนสุด ทาง ASUS ก็เซ็ตปุ่มใช้งานหลักเอาไว้ครบถ้วนกดใช้งานได้สะดวกหรือจะสลับปุ่ม F1~F12 มาใช้งานก็ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างหน้าจอ
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F10 – ปิด/เปิดกล้อง Webcam
  • F11 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool ขึ้นมาบันทึกภาพหน้าจอ
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง

ต้องถือว่าคีย์ลัดทั้งหมดนี้ของ ASUS Zenboook 14 OLED UM3402 เป็นคีย์พื้นฐานซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เรียกใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วและทางบริษัทก็เซ็ตไว้ให้เรียกใช้งานได้ง่ายดีด้วย แต่ถ้าให้ดีขึ้นอีกก็ขอแนะนำให้ทางบริษัทนำคำสั่ง Snipping Tool ตรง F11 ย้ายไปรวมไว้กับปุ่ม Print Screen ข้างๆ กันแล้วใส่คำสั่งสลับค่า Refresh Rate 60~90Hz มาให้จะดีกว่า ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้ภาพบนหน้าจอลื่นไหลหรือเน้นประหยัดพลังงานจะดีกว่า

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00057
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00058
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00063
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00062

ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 จะรวมชุดแป้น Numpad เอาไว้ให้ผู้ใช้กดใช้งานได้โดยเป็นแป้นแบบเลเซอร์ ตอนเปิดใช้งานจะเป็นแป้นทัชแพดธรรมดาแต่ถ้าแตะค้างตรงไอคอนกรอบสี่เหลี่ยมมุมบนขวาจะเปิดฟังก์ชั่น Numpad ขึ้นมาใช้งาน ส่วนไอคอนสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายมือจะใช้ปรับความสว่างของแป้นได้ หากแตะไอคอนมุมบนซ้ายแล้วลากออกจะเรียกโปรแกรม Calculator ขึ้นมาใช้งานได้ด้วย

ฟังก์ชั่นฝั่งทัชแพดของ NumberPad 2.0 ก็รองรับคำสั่ง Gesture ของ Windows 11 ครบถ้วน สามารถลากนิ้วตั้งแต่ 2~3 นิ้วเพื่อคุมการทำงานได้ง่ายๆ เวลาวางมือเพื่อพิมพ์งานแล้วสันมืออาจจะพาดตรงขอบของตัวทัชแพดเล็กน้อยแต่ก็ไม่เจออาการทัชแพดลั่นรบกวนการใช้งานเลย

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00064
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00065

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะถูกติดตั้งเอาไว้ 2 ฝั่งของตัวเครื่อง โดยฝั่งซ้ายมือจะเป็น USB-A 3.2 Gen 2 เพียงพอร์ตเดียวโดยอยู่ข้างๆ ช่องระบายความร้อน ส่วนฝั่งขวาจากซ้ายมือจะมีพอร์ต MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, Audio combo และ HDMI 2.1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

ส่วนนี้ถือว่าทางบริษัทให้พอร์ตใช้งานมาครบเครื่องทำงานได้สะดวกสบายมาก ฝั่งเจ้าของเครื่องไม่ต้องลำบากหา USB-C Multiport Adapter มาต่อแยกให้ลำบากเลย อย่างมากถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้ SD Card ก็หา Card Reader มาต่อเพิ่มอีกสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00018

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00086
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00020
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00019

น้ำหนักของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ทาง ASUS เคลมเอาไว้ที่ 1.39 กิโลกรัม แต่พอชั่งน้ำหนักดูแล้วมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมอแดปเตอร์หัวพอร์ต USB-C กำลังชาร์จ 65 วัตต์น้ำหนัก 224 กรัมแล้ว มีน้ำหนักรวมเพียง 1.58 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบาพกพาง่ายมาก จะใช้อแดปเตอร์ของตัวเครื่องอย่างเดียวหรือพกอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้ ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเวลาจัดอุปกรณ์ในกระเป๋ายิ่งขึ้น

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram 1

ASUS อัพเกรดซีพียูใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ให้เป็น AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz สถาปัตยกรรม TSMC 7nm FinFET รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน อิงจากหลักการอ่านรหัสซีพียู AMD ในปี 2023 แล้ว Ryzen 5 7530U จะเป็นซีพียูโมเดลปี 2023 สถาปัตยกรรม Zen 3 / Zen 3+ รุ่นมาตรฐาน ออกแบบมาใช้งานกับโน๊ตบุ๊คบางเบาค่า TDP 15~28 วัตต์ 

แรม Zenbook 14 OLED เป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ติดตั้งมาแบบ Dual Channel เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่งานเอกสาร Microsoft Office ไปจนงานตัดต่อแต่งภาพก็ยังพอมีให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ แต่น่าสังเกตว่าทาง ASUS ยังใช้แรม LPDDR4x ไม่ใช่ LPDDR5 บัส 5500MHz อย่างโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนิยมกัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัวแรมประเภทนี้ก็ได้บัสสูงพอและทำงานได้ไหลลื่นแล้ว ถ้าอัพเกรดมาแม้จะได้ความสดใหม่แต่ราคาสูงขึ้นแล้วประสิทธิภาพไม่หนีจากเดิมเกินไปอาจจะไม่คุ้มกันเท่าไหร่ แต่ถ้าในอนาคตเชื่อว่าทาง ASUS จะต้องมี Zenbook 14 OLED พร้อมแรม LPDDR5 ออกมาอย่างแน่นอน

gpu

การ์ดจอออนบอร์ดในซีพียูเป็น AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ DirectX 12 ที่จำเป็นต้องใช้งานครบถ้วน จึงใช้ทำงานกราฟิคและโปรแกรมตัดต่อได้ดีอย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คพาร์ทในเครื่องด้วย Device Manager จะเห็นว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ติดตั้งชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0 มาประสานงานกับระบบ Windows Hello เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในเครื่อง ด้านเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ผลิตโดย EgisTec เป็นผู้ผลิตเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของทางไต้หวันเอง

ด้าน Wi-Fi PCIe Card เป็น MediaTek Filogic 330 MT7922 รองรับการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz แบนด์วิธ 160MHz เชื่อมต่อแบบ Dual band, MU-MIMO ความเร็ว Data Thoughput สูงสุดได้ 1.9Gbps และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัวอีกด้วย

ssd

 M.2 NVMe SSD ภายในเครื่องเป็นรุ่น INTEL SSDPEKNU512GZ เมื่อเช็คข้อมูลแล้วเป็น Intel 670p ความจุ 512GB เป็น QLC NAND โดยข้อดีจุดเด่นของ SSD นี้คือใช้ไฟน้อยประหยัดพลังงานและเย็น ส่วนความเร็วที่วัดได้จากโปรแกรม CrystalDiskMark 8 ได้ค่า Sequential Read 3,009.03 MB/s และ Sequential Write 1,643.15 MB/s ซึ่งความเร็วนี้จัดว่าสูงพอใช้ทำงานออฟฟิศและรันโปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

3dmark

เมื่อนำ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มาทดสอบกับโปรแกรม 3DMark Time Spy แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ย 1,428 คะแนน แยกเป็นคะแน CPU score 5,667 คะแนน และ Graphics score 1,262 คะแนน โดยคะแนนเฉลี่ยระดับนี้ถือว่าพอใช้เล่นเกมออนไลน์หลาๆ เกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน แต่ไม่เหมาะกับเกมฟอร์มใหญ่นักเพราะการ์ดจอออนบอร์ดอาจประมวลผลไม่ไหวและทำให้เฟรมเรทตกเป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

gaming r2

จากการทดสอบเล่นเกมทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, DotA 2 และ Resident Evil Village ปรับกราฟิคสูงสุดจะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 5 7530U และการ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้รับการพัฒนามาพอสมควร ทำให้เล่นเกมออนไลน์ได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะ DotA 2 ซึ่งเป็นเกมเน้นใช้คอร์ซีพียูเป็นหลัก (CPU Intensive) จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงถึง 57 Fps

ด้านเกมยอดนิยมอย่าง Genshin Impact ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ค่อนข้างดี แม้จะตั้งกราฟิคในระดับสูงและเปิดค่าเฟรมเรทเอาไว้ 60 Fps ตัวเกมก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 29 Fps ซึ่งถ้าใช้เล่นฆ่าเวลา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็พอเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อสังเกตที่พบระหว่างทดสอบ คือ เมื่อมีเอฟเฟคไฟหรือท่าไม้ตายเมื่อไหร่ ภาพจะหน่วงแล้วเฟรมเรทลดลงจนรู้สึกได้ ดังนั้นผู้เขีนยแนะนำว่าถ้าจะเล่น Genshin Impact ควรเปิดกราฟิคระดับกลางหรือต่ำเพื่อเน้นความไหลลื่นสูงสุดไปจะดีกว่า

กรณีเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village แม้เอนจิ้นเกมจะเอื้อ AMD Ryzen และ Radeon และทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 27 Fps ก็ตาม แต่ตอนทดลองเล่นจริงแล้วผู้เขียนไม่แนะนำนัก เนื่องจากเครื่องต้องเรนเดอร์กราฟิคอย่างต่อเนื่องและใช้พลังของกราฟิคการ์ดสูงมาก ทำให้ภาพหน่วงและตอบสนองได้ไม่เร็วเท่ากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบมีการ์ดจอแยก ดังนั้นถ้าเป็นเกมฟอร์มใหญ่เน้นประมวลผลภาพด้วยการ์ดจอแยก AMD Radeon Graphics 7 คอร์ใน AMD Ryze 5 7530U จะไม่แนะนำนัก

สรุปคือ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 สามารถเล่นเกมออนไลน์ทั่วไป เช่น DotA 2, Genshin Impact, PUBG หรือแม้แต่ Valorant ได้ไหลลื่นระดับหนึ่ง ส่วนเกมฟอร์มใหญ่จะเหมาะกับประเภทที่เน้นใช้ซีพียูทำงานเป็นหลัก (CPU Intensive) เช่น Civilization VI หรือ Total War ก็พอเล่นได้ แต่ถ้าเป็นเกมเน้นกราฟิคการ์ดเป็นหลักอาจต้องปรับกราฟิคระดับ Medium~Low ถึงจะเล่นได้ลื่นขึ้น

pcmark10

กลับกันถ้าเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปทำงานจัดว่าทรงพลังไม่มีข้อกังขาแน่นอน โดยคะแนนจากโปรแกรมทดสอบการทำงานอย่าง PCMark 10 ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 5,903 คะแนน และถ้าดูแยกตามหมวดคะแนนจะเห็นว่า AMD Ryzen 5 7530U ทำคะแนนในกลุ่ม Essential อย่างการเปิดโปรแกรม, ประชุมงานออนไลน์หรือเปิดเว็บเบราเซอร์ได้ยอดเยี่ยม ถัดลงมาเป็นหมวด Productivity อย่างการเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและออฟฟิศไม่ว่าจะ Word, Excel ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน รองลงมาจะเป็นหมวด Digital Content Creation โดยเฉพาะการตัดต่อแต่งภาพจะทำได้ดีทีเดียว ส่วนการเรนเดอร์พรีวิวโมเดล 3D CG หรือตัดต่อวิดีโอต้องถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่โดดเด่นเท่ารุ่นมีการ์ดจอแยก

โดยรวมในแง่การทำงาน ต้องถือว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะทำงานเอกสาร, ประชุมออนไลน์หรือเปิดเว็บแอพฯ ขึ้นมาทำงานเป็นอย่างมากและพอตัดต่อแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ได้ดีระดับหนึ่ง อาจใช้พรีวิวโมเดล 3D CG เพื่อเสนองานให้กับลูกค้าได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นมันจะเหมาะกับงานสายเซลส์ที่ต้องไปพบลูกค้าประชุมงาน ติดต่อรับส่งเมล์และแก้ไฟล์เอกสารรวมไปถึงนักศึกษาที่หาโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่งมาก

r15
r20

ด้านผลคะแนนเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 เพื่อดูพลังการเรนเดอร์กราฟิคของซีพียู AMD Ryzen 5 7530U แล้ว จะเห็นว่าส่วนของ OpenGL ทำได้ 125.86 fps และ CPU ได้ 1,480 cb สรุปได้ว่าซีพียูนี้สามารถพรีวิวโมเดล 3D เพื่อนำเสนองานให้ลูกค้าดูได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่องแน่นอน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบพลังการทำงานของคอร์ซีพียูอย่างเดียว ได้คะแนน 3,423 pts จัดว่าสูงพอเรนเดอร์ภาพกราฟิคต่างๆ ได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครต้องทำงานกับโปรแกรมสาย Adobe Photoshop หรือแม้แต่ Lightroom ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแม้แต่เรนเดอร์โมเดลด้วยโปรแกรม Blender ก็ใช้งานได้ค่อนข้างไหลลื่นอีกด้วย

myasus1

oled care
customer support
settings

โปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ จะมีฟังก์ชั่น ASUS OLED Care ไว้ตั้งค่าแสดงผลของพาเนล OLED ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาหน้าจอ Burn-in ลงไปได้ โดยผู้เขียนแนะนำให้เปิดฟังก์ชั่น OLED Care ทั้งหมดเอาไว้เลยเพื่อถนอมพาเนลให้อายุใช้งานนานที่สุด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ รวมทั้งหมวดการอัพเดทเฟิร์มแวร์ด้วย หากใครใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รวมไปถึงเครื่องของแบรนด์ ASUS แนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาเช็คเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ และอัพเดทเป็นระยะๆ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีต่อเนื่อง

Battery & Heat & Noise

batt 1

แบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นแบตเตอรี่ความจุ 75Wh แบบฝังไว้ในเครื่อง ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นในท้องตลาดต้องถือว่ามีความจุสูงทีเดียว เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยเปิดความสว่าง 50% เปิดเสียงลำโพง 10% แต่เมื่อซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 7530U ผู้เขียนขอแนะนำให้เปลี่ยนจากการกดโหมด Battery Saver ของ Windows 11 มาเปิดฟังก์ชั่น Radeon Chill ใน AMD Software: Adrenalin Edition แทน และใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube โดยครั้งนี้ผู้เขียนทดลองเพิ่มระยะเวลาใช้งานให้นานขึ้นจาก 30 เป็น 45~50 นาทีแทน ตัว AMD Ryzen 5 7530U ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานมากถึง 15 ชั่วโมง 10 นาที

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ทดสอบโดยตั้งค่าตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ปล่อยเอาไว้ 30 นาที แบบเดียวกับที่ได้ทดสอบโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ มาก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งระยะเวลาใช้งานก็ไม่ต่างกันกับการทดสอบในรีวิวนี้ และหากเปลี่ยนวิธีการทดสอบเล็กน้อยโดยไม่ใช้ Radeon Chill แล้วใช้ระบบ Battery Saver แทน ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะลดลงเหลือราว 14 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งน้อยลงราว 40 นาที ดังนั้นถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen มาใช้งานก็ขอแนะนำให้ใช้ระบบ Radeon Chill แทน จะจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้นและแนะนำให้ลง AMD Chipset Driver ของโน๊ตบุ๊คเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยจะรีดประสิทธิภาพและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00028

ช่องระบายความร้อนของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะมีเพียงช่องเดียว โดยอยู่ถัดมาจากพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 ฝั่งซ้ายมือ เป็นช่องเล็กๆ ไม่กว้างมากแต่ก็ระบายความร้อนได้ดี เสียงตอนพัดลมโบลเวอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพจะดังราว 55~60dB เท่านั้น

temp

และแม้จะมีช่องระบายความร้อนเพียงช่องเดียวก็ตาม แต่เมื่อทดลองรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คอุณหภูมิในเครื่องด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิในเครื่องจะวิ่งอยู่ราว 62.5~95.4 องศา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 63.1 องศาเซลเซียสเท่านั้น และเวลาใช้งานจริงต้องถือว่าตัวเครื่องจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีมาก จะวางเครื่องบนหน้าตักเพื่อใช้งานก็ได้ไม่ร้อนมากแต่ถ้ารันโปรแกรมกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักๆ อย่าง Adobe Photoshop, Lightroom ตัวเครื่องจะอุ่นขึ้นมาระดับหนึ่ง แนะนำให้วางบนโต๊ะทำงานแทนจะดีกว่า

User Experience

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00074

แม้รูปลักษณ์ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะเหมือนกับ Zenbook 14 OLED ในรุ่นก่อนก็ตาม ใช้บอดี้เป็นอลูมิเนียมได้ความพกพาง่ายแข็งแรงทนทานและลวดลายดีไซน์เน้นความสวยเรียบหรูดูดีและได้ซอฟท์แวร์ใช้งานติดตั้งมาให้ครบทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เพียงเปิดเครื่องขึ้นมา Sign in ให้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำงานได้ทันที และทัชแพดของ Zenbook 14 OLEd นี้ก็เป็น ASUS NumberPad 2.0 ชุด Numpad เลเซอร์ซึ่งใช้งานได้สะดวกมาก ไม่ต้องเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ระดับ 15.6 นิ้วก็ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเอกสารได้ดีไม่แพ้กัน

นอกจากซอฟท์แวร์จะครบ น้ำหนักก็ยังเบาพกง่าย เพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เขียนชอบมาก เวลาจะหยิบเครื่องติดตัวไปออฟฟิศหรือไปร้านกาแฟใกล้บ้านเพื่อนั่งทำงานก็เบาสบายพกง่าย ไม่ต้องใช้เป้ใบใหญ่แค่ใช้กระเป๋าสะพายข้างเส้นหนึ่งกับเซ็ตสาย USB-C และอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์อีกอันใส่กระเป๋าไปก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันแล้ว แต่อันที่จริงซีพียู Ryzen 5 7530U ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก เพียงลง AMD Chipset Driver แล้วเข้า AMD Software: Adrenalin Edition เปิด Radeon Chill ใช้โหมด Power Saving เท่านี้ก็ใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้งวัน ส่วนตัวผู้เขียนจะตั้งสว่างหน้าจอ 50% แล้วปิดเสียงลำโพงกับไฟ LED Backlit ไป กลับถึงบ้านแบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้อีกพอสมควร

อุณหภูมิตอนใช้งานจริง แม้ตอนทดสอบ CPUID HWMonitor จะขึ้นว่าอุณหภูมิพุ่งไปสูงสุดถึง 95 องศาเซลเซียสก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงถ้าใช้งานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์ทำงานด้วยเว็บแอพฯ, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่เปิดดูหนังฟังเพลง ตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลาแถมพัดลมระบายความร้อนก็ไม่ได้ดังรบกวนเลยแม้แต่นิดเดียว อาจจะมีเสียงพัดลมแทรกเล็กๆ น้อยๆ เวลาเปิดโปรแกรมประเภท Photoshop, Lightroom อยู่บ้าง แต่เสียงพัดลมจะไปหมุนดังเต็มที่ก็ตอนเปิดเล่นเกมเท่านั้น จึงสรุปเรื่องอุณหภูมิได้ว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 นั้นถ้าใช้งานทั่วไปก็เย็นแทบตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

ด้านพอร์ตก็มี HDMI, USB-A 3.2 และ MicroSD Card Reader ติดเครื่องมาให้ใช้งานเลย ไม่จำเป็นต้องหา USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ USB-C 3.2 Full Function เพื่อเพิ่มพอร์ตก็ได้ อย่างมากอาจจะหา SD Card Reader และหัวแปลง HDMI to VGA มาเผื่อเอาไว้กรณีต้องต่อโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าจะได้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว

จุดแข็งแต่ก็เป็นจุดสังเกตในเวลาเดียวกันอย่างพาเนล OLED ที่ได้ขอบเขตสีกว้าง สว่างและได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 600 แถมขอบเขตสียังกว้างถึง 100% DCI-P3 ถือเป็นพาเนลที่ดีมากๆ หากใครต้องทำงานเกี่ยวกับสีสันเป็นประจำ ต้องการหน้าจอที่ดีเอาไว้พรีเซนต์งานหรือเทียบสี ก็ใช้จอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เทียบสีได้เลย แต่ก็ต้องระวังว่าพาเนล OLED อาจมีปัญหา Burn-in หากเปิดความสว่างจอสูงสุดหรือใช้ภาพใดภาพหนึ่งค้างบนหน้าจอเป็นเวลานานๆ แต่ทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์ ASUS OLED Care มาใน MyASUS แล้ว ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องไป ให้เปิดฟีเจอร์ทั้งหมดในหมวดนี้เอาไว้ได้เลย จะได้ลดโอกาสจอไหม้ไปในตัว แต่นอกจากนั้น Zenbook 14 OLED UM3402 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าใช้และได้ฟีเจอร์เกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

Conclusion & Award

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00076

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะอัพเกรดจากรุ่นก่อนเพียงแค่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U แต่ก็ยังน่าสนใจ ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น Ryzen 5000 Series ซึ่งวางขายไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือเป็นการยกข้อดีทั้งหมดที่รุ่นก่อนมาใช้แล้วใส่ซีพียูที่ประสิทธิภาพดีขึ้นลงไปแทน ทั้งทำงานหนักได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากจนแทบไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลย ยังไม่รวมถึงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับยุค New Normal และซอฟท์แวร์ที่ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อจากที่คั่งคางไว้ได้ทันที

หากคิดคำนวณแล้ว ราคาเครื่อง 32,990 บาท แลกกับฟีเจอร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดใน Zenbook 14 OLED UM3402 แล้วก็เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกัน ซื้อมาแล้วจบไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมอะไรเพิ่มให้เสียอารมณ์หรืองานสะดุดเลย ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าโน๊ตบุ๊คใครมีอายุราว 2 ปีขึ้นไปหรือมีเพื่อนถามหาโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าใช้สักเครื่องล่ะก็ นี่คือโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อหรือจะเอาไปแนะนำให้เพื่อนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

น้ำหนักเครื่อง 1.35 กิโลกรัม แม้จะรวมอแดปเตอร์เข้าไปก็หนักแค่ 1.58 กิโลกรัมเท่ากับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว แต่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมีให้ใช้เยอะไม่แพ้กันแถมยังพกง่ายหยิบใช้ถนัดอีกด้วย น่าจะถูกใจสายพกพาอย่างแน่นอน

award new Battery Life

best battery life

Zenbook 14 OLED UM3402 มีแบตเตอรี่ความจุ 75Wh ติดตั้งมาให้ เมื่อตั้งค่าการจัดการพลังงานแล้วก็ใช้งานได้นานมากถึง 15 ชั่วโมงทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลยสักนิด และยังใช้อแดปเตอร์ GaN ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ได้ด้วย ถือว่าสะดวกเหลือเฟือ

NBS award Features

 

best features

AMD Ryzen 5 7530U, ASUS NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021 เป็นฟีเจอร์และซอฟท์แวร์เด่นๆ ที่ทางบริษัทใส่มาในโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ทรงพลังราคา 32,990 บาทเครื่องนี้ เรียกว่าคุ้มเกินค่าตัวไปมาก!

award new Graphic

best graphic

จอของ Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นพาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ได้ภาพลื่นไหล มีขอบเขตสียังกว้าง 100% DCI-P3 แถมได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มาแบบครบเครื่อง ถูกใจสายกราฟิคแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/684943-review-asus-zenbook-14-oled-um3402

ASUS ส่งโน้ตบุ๊กโปรเซสเซอร์ล่าสุด AMD Ryzen™ 7000 Series ASUS Zenbook 14 OLED (UM3402) จำหน่ายแล้ววันนี้!

New UM3402 None KSP1200x500px

เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมวางจำหน่าย Zenbook 14 OLED (UM3402) รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์ใหม่ AMD Ryzen™ 7000 Series ทำงานได้อย่างลื่นไหล พร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น มาพร้อมหน้าจอขนาด 14 นิ้ว สีสวยสดใส ความคมชัดระดับ 2.8K 90Hz OLED ความสว่าง 600-nits อัตราส่วน 16:10 เพิ่มพื้นที่การใช้งานแนวตั้ง จัดการงานเอกสารได้อย่างสะดวก พร้อมช่วงสี 100% DCI-P3 ระดับเดียวกับในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ได้รับการรองรับจาก TÜV Rheinland พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos รับรองโดย Harman Kardon ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อเติมเต็มความบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแม้แต่การแต่งรูปภาพ ตัดต่อวีดีโอ

ดีไซน์ที่ไม่มีชื่อ 2 1

ASUS Zenbook 14 OLED ยังทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 5 7530U ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ตอบสนองการทำงานแบบมัลติทาสต์ได้เป็นอย่างดี พร้อมการ์ดจอ AMD Radeon™ Graphics, RAM 16GB LPDDR4X และหน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD พร้อม WiFi 6E ล่าสุด ให้การเชื่อมต่อไร้สายที่รวดเร็วและเชื่อถือได้มากขึ้น บนตัวเครื่องดีไซน์เรียบหรู บางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัม พกพาได้สะดวก คล่องตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวันเพราะนำเสนอแบตเตอรี่ความจุใหญ่ 75 Wh ใช้งานได้ยาวนาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ครบครัน สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยมาพร้อมช่องต่อ USB 3.2 Gen 2 Type-C® สองช่อง รองรับการชาร์จเร็ว และการต่อออกจอเสริม, ช่องต่อ HDMI, USB 3.2 Gen 2 Type-A และ Micro SD card

Advertisementavw

อีกจุดเด่นสำคัญของ ASUS Zenbook 14 OLED คือดีไซน์ที่เรียบหรู และบางเบา ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการประหยัดพลังงานจาก Energy Star และมาพร้อมฟีเจอร์การออกแบบที่ช่วยการทำงานของผู้ใช้ให้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบานพับหน้าจอที่กางออกได้สูงสุด 180 องศา สามารถแชร์หน้าจอกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย, ASUS NumberPad 2.0 ปุ่มตัวเลข LED ที่ช่วยในการใช้งานตัวเลขบนทัชแพด, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบนปุ่มเปิดปิด สำหรับการล๊อกอินเข้าเครื่องอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว เป็นต้น

11

ASUS Zenbook 14 OLED (UM3402) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคา 32,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน ASUS Exclusive Care ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี, ประกันระหว่างประเทศ 80 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม พร้อมด้วย Windows 11 และ Pre-installed Office Home & Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานทันที พร้อมรับสมาชิก Adobe Creative Cloud® ฟรี เป็นระยะเวลาสามเดือน

ติดตามข้อมูลข่าวสารและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

ASUS Zenbook 14 OLED (UM3402)): https://th.asus.click/z0HjiZ

ASUS Online Store: https://www.asus.com/th/store/ 

ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb

ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ

ASUS Official Store บน JD: https://bit.ly/3fi1S5b

from:https://notebookspec.com/web/685095-amd-ryzen-7000-series-asus-zenbook-14-oled-um3402

ASUS Republic of Gamers และ Blizzard Entertainment ประกาศเปิดตัว ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition

ASUS Republic of Gamers (ROG) และ Blizzard Entertainment ประกาศเปิดตัว ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition เกมมิ่งสมาร์ทโฟน ROG Phone 6 รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น พร้อมอุปกรณ์เสริมโดยการออกแบบในธีม Diablo อันเป็นเอกลักษณ์จึงเป็นไอเท็มที่แฟนตัวยงของจักวาล Diablo ต้องมีไว้ครอบครอง

โดย ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition มาพร้อมกับการออกแบบลวดลายของตัวเครื่องสะท้อนถึงภารกิจการต่อสู้อันยาวนานของ Diablo ใช้ภาพโครงเรื่องจากตัวเกมด้วยเอฟเฟคเปลวไฟพิเศษสีแดงเฮลล์ไฟร์ (Hellfire Red)

โดยจะเปลี่ยนเฉดสีของเปลวไฟตามแสงที่ตกกระทบ แสงไฟโลโก้ด้านหลังตัวเครื่อง Aura RGB สามารถตั้งค่าได้ผ่านแอป Armoury Crate ด้านวอลล์เปเปอร์มีธีมเฉพาะของ Diablo Immortal รวมไปถึงไอคอน แอนิเมชั่น เอฟเฟกต์เสียง ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

เหล่าสาวก Diablo ต้องประทับใจกับอุปกรณ์เสริมที่มีมาให้ในธีมเดียวกันกับตัวเครื่องที่อ้างอิงมาจากไอเท็มในตำนานที่พบในเกม ประกอบไปด้วย Shield Blessing Aero Case และ The map of sanctuary ซึ่งทั้งสองมีลายแทงที่ซ่อนอยู่ในหมึกที่มองไม่เห็น ต้องใช้ไฟจาก Fahir’s Light จึงจะมองเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้น และยังมี Immortality Ejector Pin เข็มดันถาดซิมที่ออกแบบโดยใช้โลโก้ของเกม Diablo Immortal เป็นส่วนเสริมที่ทำให้คอลเลคชั่นมีความสมบูรณ์แบบ

ภายใน ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition นั้นเหมือนกับ ROG Phone 6 ที่พร้อมรบ โดยมีสเปคในตัวระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มมือถือ Snapdragon® 8+ Gen 1 ล่าสุดพร้อม RAM 16GB LPDDR5 และ  ROM 512GB UFS3.1

การออกแบบธีมพิเศษ

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition ได้รับการออกแบบเพื่อสื่อถึงโลกแห่งฝันร้ายของ Sanctuary ที่อยู่ภายใต้การปิดล้อมของเหล่าสมุนปีศาจของ Diablo เจ้าแห่งความหวาดกลัว การออกแบบลวดลาย มีกราฟิกที่สะท้อนถึงภารกิจการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวอสูรที่น่าสะพรึงกลัว ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition ยังมอบประสบการณ์การใช้งานสุดพิเศษให้กับแฟนๆ Diablo ด้วยธีมและอินเทอร์เฟซที่สามารถกำหนดได้ไม่ว่าจะเป็นวอลล์เปเปอร์, ไอคอนแอพพลิเคชั่น รวมไปถึงขณะชาร์จจะมีเสียงและภาพเคลื่อนไหวด้วย

อุปกรณ์เสริมที่ลงตัวและไม่ซ้ำใคร

เริ่มต้นด้วยการออกแบบกล่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Horadric Cube ซึ่งเป็นไอเท็มล้ำค่าในเกมที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่อยู่ภายในได้ไม่มีที่สิ้นสุด ตัวเครื่องถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยภายในกล่องที่จำลองมาจาก Worldstone ในตำนาน ม้วนแผนที่ที่แสดงโลกแห่ง Sanctuary มีเครื่องหมายที่ซ่อนอยู่ในหมึกที่มองไม่เห็นซึ่งสามารถเปิดเผยได้โดยใช้ไฟฉาย Fahir’s Light ที่มีมาให้ในกล่อง Shield Blessing Aero Case เคสพิเศษที่มีกราฟิกสวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเอฟเฟกต์วงแหนแห่งเวทที่จะมองเห็นเมื่อใช้แสงจาก Fahir’s Light แม้แต่เข็มดันถาดซิมยังได้รับการออกแบบกล่องให้เข้าชุดกันทำให้ Immortality Ejector Pin เปรียบเสมือนจิ๊กซอร์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ชุดสะสมนี้สมบูรณ์แบบ

พร้อมสำหรับการต่อสู้

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition ได้รับ DNA มาจาก ROG Phone 6 ซีรีส์ ที่ขับเคลื่อนโดย Snapdragon® 8+ Gen 1, RAM 16 GB LPDDR5, ROM 512 GB UFS3.1 รองรับด้วยระบบระบายความร้อนสุดไฮเทค แบตเตอรี่ทรงพลังเพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนาน และการควบคุม AirTrigger 6 ที่เหนือชั้นเพื่อประสบการณ์การเล่นเกมแบบคอนโซล ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition พร้อมที่จะต่อสู้กับกองกำลังแห่งความหวาดกลัว!

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดสเปคและราคาดังนี้:

  1. ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition (สีแดง Helldire Red): Snapdragon 8+ Gen1, RAM 16GB, ROM 512GB ราคา 37,990 บาท

อุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยก
1. AeroActive Cooler 6 ชุดพัดลมระบายความร้อนที่ดีที่สุด ราคา 2,990 บาท
2. Kunai 3 GamePad (พร้อมสีใหม่ moonlight white) สำหรับการเล่นเกมแบบคอนโซล ราคา 3,990 บาท
3. DEVILCASE Guardian Lite x ROG เพื่อการปกป้องที่สมบูรณ์แบบ ราคา 990 บาท

ช่องทางจัดจำหน่าย

ASUS Online Store: https://th.asus.click/HNozYP

JD: https://bit.ly/3aBPxpw 

Lazada: https://th.asus.click/Lv3CF7 

Shopee: https://th.asus.click/kwRyfi 

ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ: https://th.asus.click/kUiU1J 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

Official Website:  https://th.rog.gg/IB2k9r 
Official Facebook: https://www.facebook.com/ASUSROG.TH
Instagram: ASUS ROG Thailand  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/rog-phone-6-diablo-immortal-edition-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=rog-phone-6-diablo-immortal-edition-launched

แกะกล่อง | ASUS ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition มือถือปีศาจอมตะสุดโหด

มาแล้วจ้า!…มือถือเกมมิ่งสุดร้อนแรง ASUS ROG Phone 6 ที่ปกติก็มากับดีไซน์สุดเท่สุดล้ำเอาใจเกมเมอร์กันอยู่แล้ว แต่คราวนี้พิเศษกว่าเดิมเพราะเป็นเวอร์ชันพิเศษ ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition เอาใจแฟนเกมซีรีส์ Diablo ด้วยตัวเครื่องลายจอมปีศาจอมตะสุดโหด แถมในยังมีของเจ๋ง ๆ ให้มาพร้อมกันอีก ไม่ว่าจะเป็นกล่อง Worldstone, แผนที่เกม, เคส หรือจะเป็นไฟฉายสำหรับส่องหาอักขระที่ซ่อนอยู่ด้วย!

มาถึงก็ขู่กันด้วยกล่อง Horadric Cube ขนาดยักษ์ (แต่ไม่ได้เหลี่ยมแบบลูกเต๋าเหมือนในเกมนะ) ที่มีภาพของปีศาจอมตะ Diablo แยกเขี้ยวโชว์อยู่ด้านหน้า และด้านข้างกล่องก็จะมีสัญลักษณ์ของฮีโร่คลาสต่าง ๆ ทั้ง Necromancer, Barbarian, Crusader, Monk, Wizard และ Demon Hunter

เปิดกล่องออกมาก็จะเจอกับกล่องมือถืออีกชั้นด้านใน เป็นรูป Worldstone ส่วนข้าง ๆ เป็นม้วนแผนที่ Sanctuary ทำจากหนังเทียม ที่พอคลี่ออกมาแล้วจะเจอกับช่องเก็บสาย USB และหัวชาร์จ มีเข็มจิ้มซิม Immortality Awaits, เคส Shield Blessing และไฟฉาย Fahir’s Light

สำหรับม้วนแผนที่จะมีลูกเล่นอยู่ คือเราสามารถเอาไฟฉาย Fahir’s Light ที่แถมมาให้ในกล่อง มาส่องไฟตรงแผนที่ก็จะพบกับพื้นที่ลับต่าง ๆ บนนั้น และเอามาส่องที่เคส Shield Blessing ก็จะโชว์พวกอักขระเวทย์ให้โผล่ขึ้นมาเป็นสีแดงได้ด้วย

เอาไฟฉายส่องจะเจอจุดลับโผล่ขึ้นมา

กล่อง Worldstone เวลาจะเปิดต้องระวังกันนิดหน่อย เพราะมือถือที่ใส่อยู่ในนั้นไม่ได้ยึดกับอะไรไว้เลย ถ้าเปิดแนวนอนก็มีสิทธิ์ร่วงอั้กลงไปกองกับพื้นได้ แนะนำว่าไปนั่งเปิดกล่องบนโซฟาดี ๆ เพื่อความชัวร์นะ 555

พอเปิดเครื่องมาก็จะเจอกับหน้า Lockscreen เป็นจอมปีศาจ Diablo อาบไฟนรก รอต้อนรับเหล่า Nephalem อยู่แล้ว และด้านในก็จะมีทั้งวอลเปเปอร์และภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในธีม Diablo อีก

พลิกมาดูตัวเครื่องด้านหลังก็เป็นลายของ Diablo สีดำแดงเพิ่มความโหด แถมยังมีไฟตรงโลโก้ ROG และ Diablo Immortal ที่เท่สุด ๆ ไปเลยด้วย

มีไฟสีแดงตรงขึ้นตรง Diablo Immortal

สเปค ROG PHONE 6 Diablo Immortal Edition

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูงสุด 165Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM (LPDDR5) : 16GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก IMX766 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP
    – กล้อง Macro 5MP
  • กล้องหน้า : 12MP
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 6E* (802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO), BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, e-compass, gyroscope, proximity sensor, ambient-light sensor
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, DIRAC Sound, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IPX4
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W, Bypass Charging
  • ระบบ Android 12

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition เปิดราคาในบ้านเรามาที่ 37,990 บาท ถ้าซื้อภายในวันที่ 26 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2566 จะได้รับพัดลมระบายอากาศ AeroActive Cooler 6 มูลค่า 2,990 บาทไปฟรี ๆ เลยจ้า

from:https://droidsans.com/unbox-asus-rog-phone-6-diablo-immortal-edition/

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น เริ่มไม่ถึง 30,000 ปี 2023 เล่นเกมใหม่ เฟรมเรตลื่น

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่นเด็ด เริ่ม 29,900 การ์ดจอแรง จอใหญ่ เล่นเกมลื่น อัพเกรดได้

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น ต้นปี 2023 ครั้งนี้จัดมาให้สำหรับคอเกม ที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมใหม่ๆ ในปีนี้ กับราคาในระดับที่จ่ายง่าย สบายกระเป๋า เริ่มแค่ 29,900 บาท ไปจนถึง 35,900 บาท แต่เล่นเกมได้แบบโหดๆ กับสเปคที่ให้คุณเล่นเกมบนความละเอียด Full-HD ได้ลื่น ว่ากันตั้งแต่ซีพียูระดับ Intel Core i5 จนถึง Core i7 และ AMD Ryzen 5 กับความแรงที่จะตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกมพื้นฐาน ไปจนถึงเกมระดับ AAA โดยมีกราฟิกการ์ด GeForce RTX3050, RTX3050Ti และ RTX3060 ให้ใช้งาน จอแสดงผลขนาดใหญ่ ซึ่งในเวลานี้มีให้เลือกเกือบทุกแบรนด์ แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ซึ่งเข้ามาตามเงื่อนไขหรือจัดสเปคให้เกินจากนี้บ้าง ไปติดตามชมกันครับ

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น ปี 2023

  1. MSI GF66 Katana 12UC
  2. ASUS TUF Gaming A17
  3. Gigabyte A5 K1
  4. Gigabyte G5 ME
  5. HP Victus Gaming 16
  6. ASUS TUF Dash F15
  7. Lenovo Gaming3
  8. Acer Nitro AN515

1.MSI GF66 Katana 12UC

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาเริ่มกันที่โน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นแรก ที่ทำราคาออกมาได้ดีเลยทีเดียว สำหรับ GF66 Katana ซึ่งเป็นซีรีส์ในตระกูลเกมมิ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพราะเรื่องของการดีไซน์และวัสดุ มีความคุ้มค่าน่าสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นหวือหวามากนัก คีย์บอร์ดเป็นไฟสีแดง ตัดกับโครงสร้างสีดำ ดูโหดๆ ดีเหมือนกัน แต่ถ้าเน้นที่พลังในการเล่นเกม หน้าจอขนาดใหญ่ สีสดใส ระดับ 15.6″ FHD และรีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ก็ต้องบอกว่า ราคาหาตัวจับมาแข่งได้ยาก ซึ่งทาง MSI ใส่ขุมพลัง Intel Core i5-12450H เกมมิ่งซีพียูตัวแรงมาให้ พร้อมแรม DDR5 8GB และใส่การ์ดจอ GeForce RTX3050 4GB มาให้ด้วย แบตเตอรี่อาจจะไม่ใหญ่นัก น้ำหนักตัวเลยอยู่ที่ประมาณ 2.25Kg เท่านั้น พอร์ตจัดมาให้ครบ เช่นเดียวกับชุดระบายความร้อน CooloerBoost 5 ที่มีฮีตไปป์หลายเส้น คู่กับพัดลมคู่ขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ กับการรับประกัน 2 ปี ราคาอยู่ที่ราว 29,900 บาทเท่านั้น

Advertisementavw
จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมแรม DDR5 ไม่มี Thunderbolt 4
แบตค่อนข้างอึด

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


2.ASUS TUF Gaming A17

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกมตัวคุ้มสุดโหด ดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นเด่นในตลาดบ้านเรา สำหรับงบประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ซึ่งมีการต่อยอดมาอย่างต่อเนื่องจาก ASUS TUF รุ่นก่อนๆ มาได้ดี จากบอดี้ที่ก่อนหน้านี้เน้นอึดถึก ดูบึกบึน มาถึงตอนนี้ เริ่มปรับเส้นสายและมิติให้ดูบาง ลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cover สีเทาเรียบๆ แต่ใส่โลโก้ให้ดูสะดุดตา ด้านใต้เป็นช่องลมแบบรังผึ้ง ด้านในลายอลูมิเนียมปัดเสี้ยน และให้หน้าจอใหญ่ 17.3″ FHD อัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ขุมพลัง AMD Ryzen 7 4800H พร้อมแรม DDR4 3200 8GB อัพเกรดเพิ่มได้ และ SSD 512GB โดยใช้การ์ดจอพิมพ์นิยม GeForce RTX3050 มาด้วย กับระบบเสียงสุดกระหึ่มเอาใจเกมเมอร์ และคอบันเทิงได้ดีทีเดียว พอร์ตต่อก็ครบ ทั้ง USB 3.2, USB Type-C ที่ใช้ต่อจอได้ และ HDMI ไปจนถึง LAN ชุดระบายความร้อนพัดลมคู่ และฮีตไปป์ จุดเด่นอยู่ที่คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB ปรับแต่งได้ พร้อมโพรไฟล์ให้เลือก 4 แบบด้วยกัน การรับประกัน 2 ปี ราคาประมาณ 30,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
คีย์บอร์ด RGB แรม DDR4
จอขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


3.Gigabyte A5 K1

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เข้าป้ายมาอีกหนึ่งรุ่นสำหรับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจาก Gigabyte ที่จัดสเปคมาให้แบบจัดเต็ม ไม่เป็นรองใคร อาจจะต่างจากรุ่นของ G5 อยู่บ้าง ในแง่ของบอดี้ที่อาจะดูบึกบึนขึ้นมา แต่มาในสไตล์ที่ดูเป็นเกมมิ่งดุดัน ให้ขุมพลังมาเพื่อรีดเฟรมเรตโดยเฉพาะ กับโครงสร้างที่แข็งแกร่ง หน้าจอแบบ 15.6″ IPS 144Hz Full-HD และมีขอบจอบางพิเศษ โดยให้ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ที่รับได้ทั้งงานและการเล่นเกมปัจจุบัน พร้อมแรม DDR4 3200 8GB เช่นเดียวกับ SSD 512GB มาตรฐาน รองรับการอัพเกรดได้พอสมควร ส่วนการ์ดจอต้องจัดว่าแรงแซงหน้าคู่แข่งในงบพอกัน เพราะจัด RTX3060 มาให้ เล่นเกมได้ลื่นมากขึ้น ส่วนคีย์บอร์ดสไตล์เกมมิ่ง ที่มีแสงไฟ Backlit มาในตัว ตั้งรูปแบบแสงไฟได้ 15 สี พอร์ตโดดเด่นตรงที่มี Mini DP เพิ่มมาให้ นอกเหนือจาก HDMI จึงต่อเพิ่มได้อีก 2 จอ และพอร์ต USB 3.2 Type-C แต่ไม่มี Thunderbolt 4 มาให้ น้ำหนักตัวประมาณ 2.12Kg ราคาสบายกระเป๋า 31,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้การ์ดจอ RTX3060 แรม DDR4
มีพอร์ต HDMI และ Mini DP ต่อจอใหญ่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม: Gigabyte


4.Gigabyte G5 ME-51TH263SH

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาถึงโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจากทาง Gigabyte ซึ่งเป็นค่ายที่ช่ำชองในตลาดของเกมมิ่งมายาวนาน และในไทยก็มีโน๊ตบุ๊คที่ล้ำๆ มาให้ได้ใช้กันด้วย ในราคาที่เป็นกันเอง อย่างเช่น G5 Gen12 รุ่นนี้ ที่ใส่มาทั้งดีไซน์และฟีเจอร์น่าสนใจมากมาย หน้าจอขนาด 15.6″ FHD 144Hz ฝาหลังมีการออกแบบเส้นสายให้ดูไม่น่าเบื่อ กับบอดี้ที่ดูปรับให้ลงตัวมากขึ้น บานพับขนาดใหญ่ เน้นการใช้งานที่ไม่โยกคลอนง่าย พอร์ตต่อพ่วงกระจายออกไปในทุกด้าน เพื่อลดความแออัด ขุมพลัง Intel Core i5-12500H และให้แรม DDR4 3200 8GB มาให้ และ SSD 512GB แต่ขยับการ์ดจอให้แรงขึ้นอีกนิดกับ RTX3050Ti น้ำหนักทำได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 1.9Kg เท่านั้น กับระบบเสียง DTS:X จัดเต็มสำหรับคอเกม คู่กับลำโพงใต้เครื่องให้มิติเสียงได้สนุก โดยมีพอร์ตพื้นฐานอย่าง USB 3.2 Type-C และ HDMI รวมถึง Mini-DP มาให้ จะขาดไปเพียง Thunderbolt 4 ที่จะอยู่ในรุ่น G5 KE เท่านั้น อย่างไรก็ดีโดยรวมยังถือว่ามาแบบครบๆ สเปคก็ถือว่าจัดจ้าน กับการรับประกัน 2 ปี ในราคา 32,490 บาท เท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้การ์ดจอ RTX3050Ti ไม่มี Thunderbolt 4
ดีไซน์ทันสมัย

ข้อมูลเพิ่มเติม: Gigabyte


5.HP Victus Gaming 16-e1081AX

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาถึงโน๊ตบุ๊คเล่นเกมตัวแกร่งของทาง HP กันบ้าง ใครที่ชื่นชอบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่มีมิติเพรียวบาง Victus ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ดีไซน์ของรุ่นนี้ จะออกไปทางสาย Pavilion ที่ดูมีความหรูหรา และให้ความแรงที่แตกต่าง กับหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ที่กว้างขึ้น ความละเอียด Full-HD รีเฟรชเรต 144Hz จัดได้ว่าเป็นหน้าจอที่สว่างสดใส ให้ความแม่นยำของสีได้ดีพอสมควร กับสเปคที่จัดว่าขิงกับค่ายอื่นได้สบาย ในราคาเดียวกัน เพราะได้ซีพียูใหม่อย่าง AMD Ryzen 5 6600H 6 core/ 12 thread กับความเร็วสูงสุด 4.5GHz ที่มากับแรม DDR5 ที่เสริมความแรงมาให้ถึง 16GB รวมถึง SSD 512GB และการ์ดจออย่าง GeForce RTX 3050Ti อีกด้วย อีกทั้งยังให้ระบบเสียงมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ กับพอร์ตเชื่อมต่อสำคัญก็มีมาเกือบครบ อย่าง USB 3.2 Type-C, HDMI และ RJ-45 แต่คีย์บอร์ดจะมาในแบบแสงไฟสีขาวมาเท่านั้น การรับประกันเป็นแบบ 2 ปี On-site service ราคาอยู่ที่ 33,400 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
แรม 16GB คีย์บอร์ดไฟขาว
ได้การ์ดจอ RTX3050Ti

ข้อมูลเพิ่มเติม: HP


6.ASUS TUF Dash F15 FX517

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เรียกว่าสายของ TUF Dash จาก ASUS ไม่เคยแผ่ว โตในสายเกมมิ่งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นนี้เอง ก็จัดว่าน่าสนใจ เพราะใส่ขุมพลังตัวแรง อย่าง Intel Core i5-12450H เกมมิ่งตัวแรงมาด้วย คู่กับแรม DDR5 8GB รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ เช่นเดียวกับ SSD 512GB M.2 รุ่นใหม่ ความเร็วสูง กับหน้าจอขนาด 15.6″ FHD อัตรารีเฟรชเรต 144Hz ซึ่งขอบจอบางพิเศษ กับใครที่อยากจะได้การ์ดจอที่แรงขึ้นสุดในราคาระดับนี้ ASUS ให้มาเป็น RTX3050Ti พร้อม MUX switch ในตัว คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB ใช้งานร่วมกับ AURA Sync ได้ จุดเด่นอยู่ที่การนำเสนอความทนทานกับดีไซน์ที่สวยโดดเด่น วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ชุดระบาบความร้อนออกแบบมาเป็นพิเศษ Arc Flow Fans ที่ให้การหมุนเวียนของอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนในขณะเล่นเกม กับพอร์ตต่อพ่วงสำคัญอย่าง Thunderbolt 4, USB 3.2 Type-C และ HDMI มีให้ใช้ครบ กับการรับประกัน 2 ปีและ Perfect Warranty น้ำหนักเบาเพียง 2Kg. เท่านั้น เคาะราคามาที่ 34,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ RTX3050Ti
คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


7.Lenovo IdeaPad Gaming 3 15IAH7

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สำหรับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจากทาง Lenovo ในราคาระดับนี้ ทำให้ผมชั่งใจพอสมควร ระหว่างรุ่นนี้ที่ใช้ Intel Core i5-12500H กับ i5-12450H เพราะได้การ์ดจอต่างกันในราคาเบียดๆ กันเลยทีเดียว โดย i5-12450H+RTX3050Ti ราคาสูงกว่ารุ่นนี้ 1,000 บาทเท่านั้น น่าสนใจด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าคุณอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คและจะแบ่งไปจัดเกมมิ่งเกียร์ด้วย ก็จัดรุ่นนี้ได้เลย ดูคมเข้ม ยิ่งรุ่นสีขาว Limited Edition ยิ่งโดนใจกับแสงไฟสีฟ้า การออกแบบใหม่ จัดว่าสวยลงตัว จอขนาด 15.6″ FHD รีเฟรชเรตสูงถึง 165Hz จอสีตรง ให้ความสว่างสูง โดยมีแรม DDR4 3200 8GB อัพเกรดเพิ่มได้ และ SSD 512GB ที่มีสล็อตเพิ่มให้ ระบบเสียง Nahimic สดใส เอฟเฟกต์แน่น พอร์ตมีให้ครบ ส่วนใหญ่ไปอยู่ด้านหลังทั้ง Thunderbolt 4 และ HDMI คีย์บอร์ดกดได้สนุก ชุดระบายความร้อนขนาดใหญ่ ออกแบบมาได้ดี น้ำหนักประมาณ 2.31Kg รับประกัน 3 ปีแบบ Onsite Service ราคาอยู่ที่ 33,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
อัตรารีเฟรชเรตสูง 165Hz น้ำหนัก 2.31Kg
มี Thunderbolt 4

ข้อมูลเพิ่มเติม: Lenovo


8.Acer Nitro AN515-58

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ออกโน๊ตบุ๊คเล่นเกมในกลุ่มเกมมิ่งได้ถูกอกถูกใจเหล่าเกมเมอร์มายาวนาน ในซีรีส์ Nitro ถือว่าโดดเด่น และทำราคาที่จับต้องได้ง่าย ใส่ฟีเจอร์มาแน่น เช่นเดียวกับสเปคที่ไม่ธรรมดา โดยมีซีพียู Intel Core i5-12500H ที่ถือว่าจัดจ้าน แต่น่าเสียดายที่ใส่แรม DDR4 มาให้ แต่ก็จัดมาให้เยอะกว่าคู่แข่ง เพราะให้ถึง 16GB และให้การ์ดจอเริ่มต้นอย่าง RTX3050 มาอีกด้วย กับหน้าจอแสดงผล 15.6″ FHD 165Hz เป็นแบบ IPS สีสดใสคมชัด เรื่องของเส้นสาย Cover มาในแบบที่เด่น ตามสไตล์ของรุ่นนี้ ด้านในขอบจอบางเฉียบ และฝาพับที่ค่อนข้างแข็งแรง คีย์บอร์ดเป็นแบบ RGB 4 zone ปรับโพรไฟล์สีได้ กดแน่นสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ การระบายความร้อนมาพร้อมพัดลม 2 ตัวกับฮีตไปป์ ด้านท้ายตัวเครื่องออกแบบมาให้มีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่มาให้ ทำงานคู่กับ Nitro Sense ให้การรับประกัน 3 ปี ราคา 35,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้จอรีเฟรชเรต 165Hz
แรม 16GB

ข้อมูลเพิ่มเติม: Acer


Conclusion

Display CPU RAM SSD Graphic Price
1.MSI GF66 Katana 12UC 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12450H DDR5 8GB 512GB RTX3050 29,900 บาท
2.ASUS TUF Gaming A17 17.3″ 144Hz AMD Ryzen 7 4800H DDR4 8GB 512GB RTX3050 30,990 บาท
3.Gigabyte A5 K1 15.6″ 144Hz AMD Ryzen 5 5600H DDR4 8GB 512GB RTX3060 31,990 บาท
4.Gigabyte G5 ME 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12500H DDR4 8GB 512GB RTX 3050Ti 32,490 บาท
5.HP Victus Gaming 16 16.0″ 144Hz AMD Ryzen 5 6600H DDR5 16GB 512GB RTX 3050Ti 33,400 บาท
6.ASUS TUF Dash F15 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12450H DDR5 8GB 512GB RTX 3050Ti 34,990 บาท
7.Lenovo Gaming3 15.6″ 165Hz Intel Core i5-12500H DDR4 8GB 512GB RTX3050 33,900 บาท
8.Acer Nitro AN515 16.0″ 165Hz Intel Core i5-12500H DDR4 16GB 512GB RTX3050 35,900 บาท

ก็เรียกว่าน่าจะครบครันไปแล้ว สำหรับข้อมูลของ 8 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูกในงบเริ่ม 29,900 บาท ซึ่งมีหลายรุ่นที่น่าสนใจ ซึ่งหากต้องการซีพียู และสเปคที่ค่อนข้างใหม่ ราคาราวๆ 3 หมื่นกว่าบาท มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว ถ้าเน้นราคาเริ่มต้น MSI GF66 ดีไซน์เกมมิ่ง ดุดันสเปคน่าใช้ แต่ถ้าอยากได้จอใหญ่ 17.3″ ซีพียูแรงๆ ASUS TUF A17 ตอบโจทย์คุณได้ ส่วนถ้าเลือกเฉพาะการ์ดจอแรงๆ มีทั้ง Gigabyte G5, HP Victus และ ASUS TUF Dash F15 ถือว่าน่าใช้ และถ้าต้องการจอรีเฟรชเรตสูง Lenovo และ Acer Nitro ทั้งคู่มาเป็น 165Hz แล้ว ส่วนถ้าอยากได้แรม 16GB มีทั้ง HP และ Acer แต่ HP จัดมาเป็น DDR5 อีกด้วย ที่เหลือจะเป็นเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่น อย่างเช่น เรื่องการระบายความร้อน คีย์บอร์ดไฟ RGB หรือจะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 ก็มีให้ในบางรุ่น อยู่ที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้ และเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนโดนใจคุณบ้าง อย่าลืมคอมเมนต์มาบอกเพื่อนๆ กันบ้างนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/682754-8-value-gaming-notebook-2023

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ลดสูงสุด 4,000 เริ่ม 28,990 บาท เท่านั้น!! ใครอยากได้จัดไปเลย!!

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค intel 1

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ถ้ามองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเอาไว้เล่นเกมสักเครื่องในช่วงต้นปี 2023 นี้ ทาง BaNANA ก็จัดโปรโมชั่นร่วมกับทาง Intel เป็นงาน Intel Brand Fair โดยมีโค้ดส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท และยังเลือกผ่อนกับบัตรเครดิตได้นานสุด 0% 24 เดือนอีกด้วย โดยอีเว้นท์นี้จัดถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566 นี้ ซึ่งจะสั่งซื้อที่หน้าเว็บไซต์แล้วไปรับสินค้าที่หน้าร้านเลยหรือรอให้สินค้ามาส่งที่บ้านก็ได้เช่นกัน จัดว่าสะดวกมากๆ 

Advertisementavw

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel จากแบรนด์ต่างๆ ที่มีโปรโมชั่นจากทาง BaNANA จะมีตั้งแต่ Intel Core i3 จนถึง i9 เลือกได้ทั้ง Intel 11th Gen ซึ่งประสิทธิภาพยังดีพร้อมเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ หรือแม้แต่ Intel 12th Gen รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมคอร์ 2 ชุด โดยมี P-Core ไว้รันงานหลักและ E-Core ไว้รันโปรแกรมเบื้องหลังได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ให้เกมเมอร์ได้โดนกัน!

สเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 144Hz

2.3 กก.

Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

28,990
Acer Nitro 5 AN515-58-55UB Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Acer Nitro 5 AN515-58-50WD Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

35,990
ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 144Hz

2.3 กก.

Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,900
MSI Katana GF76 12UD-010TH Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

17.3″ FHD IPS 144Hz

2.6 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

45,590
ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 300Hz

2.3 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

74,990
ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 300Hz

2.3 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

84,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

BNN Cover intel Brand Fair 160123 310123 category banner medium 1

จากครั้งก่อนผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อโดยรวมทุกแบบทั้งโน๊ตบุ๊คทำงานและเกมมิ่งเอาไว้ด้วยกัน แต่ถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเอาไว้เล่นเกมหรือทำงานครีเอทีฟสักเครื่อง ผู้เขียนได้เลือกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อทั้งหมด 7 รุ่นมาแนะนำให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปใช้งานกัน เริ่มต้นราคาไม่เกิน 30,000 บาทไปจนสเปคแรงระดับ Desktop Replacement ได้เลย โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W (28,990 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-55UB (33,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)
  4. ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W (35,900 บาท)
  5. MSI Katana GF76 12UD-010TH (45,590 บาท)
  6. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W (74,990 บาท)
  7. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W (84,990 บาท)
1. ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W (28,990 บาท)

tuf1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องแรกเป็น ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W ซึ่งทาง BaNANA นำมาลดราคาเป็นพิเศษ ซึ่งลูกค้าจะได้รับของแถมแล้วยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางในราคาพิเศษได้และยังผ่อน 0% 24 เดือนได้อีกด้วย ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB จะสามารถใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

TUF Gaming F15 เครื่องนี้ติดตั้ง Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มาให้กับจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ มีน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม และราคาเครื่องยังไม่ถึง 30,000 บาท จึงถึงว่า TUF Gaming F15 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W
CPU Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 28,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-55UB (33,990 บาท)

nitro1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องถัดมาเป็น Acer Nitro 5 AN515-58-55UB ซึ่ง Acer ได้เปลี่ยนบอดี้ตัวเครื่องเป็นแบบใหม่, ใส่พอร์ต Thunerbolt 4 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery 100 วัตต์มาให้และยังเปิดฝาอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ แถมขอบเขตสีหน้าจอยังกว้างระดับ 100% sRGB อีกด้วย ถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ใช้งานและแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครทำงานอาร์ทแต่งหรือวาดภาพทำงานอยู่บ่อยๆ ล่ะก็ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อมากอีกเครื่องหนึ่งเลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-55UB
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 33,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)

nitro2 1

ด้าน Acer Nitro 5 AN515-58-50WD เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเช่นกัน โดยทางร้านจัดโปรโมชั่นใช้โค้ด BNINTBFJ10 แล้วจะลดราคาสินค้าได้ 1,000 บาท และยังได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางได้อีกด้วย ส่วนสเปคต้องถือว่าแชร์กับ Nitro 5 ข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ให้รีดเฟรมเรทได้ดีขึ้น ถ้าใครเน้นเล่นเกมเป็นหลักก็ขยับมาซื้อเครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-50WD
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W (35,900 บาท)

tuf2 1

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W เป็นรุ่นที่ได้การ์ดจอตัวแรงอย่าง RTX 3060 มาใช้เล่นเกมแล้วและสเปคจัดว่าจบจากโรงงาน อย่างมากก็เพิ่ม SSD เข้าไปให้มีความจุมากขึ้นเป็น 1TB ก็ใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีขึ้นมากแล้ว ผู้อ่านที่สนใจรุ่นนี้อยู่สามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงในซีรี่ส์เดียวกันได้ที่นี่

TUF Gaming F15 ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.3 กิโลกรัม ต้องถือว่าเป็นตัวแรงราคาคุ้มที่มีให้เลือกใน Intel Brand Fair ครั้งนี้เลยย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W
CPU Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. MSI Katana GF76 12UD-010TH (45,590 บาท)

katana 1

MSI Katana GF76 12UD-010TH เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อจากแบรนด์ MSI อีกรุ่น ซึ่งทางบริษัทได้ติดตั้งระบบระบายความร้อน Cooler Boost รุ่นปรับแต่งใหม่มาให้ใช้งาน, ได้ซีพียู Intel 12th Gen และหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 17.3 นิ้ว อีกด้วย โดยทาง BaNANA ได้จัดโปรโมชั่นให้ผู้ที่สั่งซื้อได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางไปใช้ได้ด้วย

ซีพียูของ Katana GF76 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ใช้งาน พอร์ตและการเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ในตัว น้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม

สเปคของ MSI Katana GF76 12UD-010TH
CPU Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight  2.6 กิโลกรัม
Price 45,490 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W (74,990 บาท)

strix1 1

ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W เองก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อสเปคระดับท็อปเพื่อเกมเมอร์ที่ไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องนี้แทนได้เลย โดยจุดเด่นของมัน ได้แก่ ROG Keystoe II สำหรับตั้งค่าโปรไฟล์ตัวเครื่องว่าถ้าใส่หรือถอดชิป NFC ตัวนี้จะทำงานในโหมดใด, มี ASUS NumberPad สำหรับพิมพ์ตัวเลขได้, ปุ่มมาโครสำหรับตั้งค่าตอนเล่นเกมและอื่นๆ ซึ่งถือว่าครบเครื่องในฐานะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งเลย หากใครสนใจเครื่องนี้อยู่สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของ Strix Scar 15 เครื่องนี้จัดว่าทรงพลังสมค่าตัวโดยได้ Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz การเชื่อมต่อและพอร์ตมี Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่า ASUS ROG Strix Scar 15 รุ่นนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อสเปคแรงและราคาสมเหตุผลดีมากรุ่นหนึ่ง หากใครหาเครื่องแรงน่าลงทุนซื้อมาใช้แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้มาเล่นได้เลย

สเปคของ ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W
CPU Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 1TB
RAM 32GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz
Connectivity Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 74,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W (84,990 บาท)

Screenshot 2023 01 23 112102 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นสุดท้ายเป็น ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W เช่นกัน ซึ่งรุ่นนี้ราคาจะอยู่ที่ 84,990 บาท เมื่อซื้อจะได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางได้ แถมยังผ่อน 0% 24 เดือนได้ด้วย โดยสเปคจะแชร์กับ Strix Scar 15 ในข้อก่อนทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอแยกจะอัพเกรดเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 แทน ซึ่งประสิทธิภาพนั้นแรงพอใช้ทำงานและเล่นเกมทุกเกมในปัจจุบันได้สบายๆ ไปอีกหลายปีแน่นอน

สเปคของ ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W
CPU Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 1TB
RAM 32GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz
Connectivity Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 84,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

alex abazis BUhfBTwiQqs unsplash

เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่กำลังคิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเป็นรุ่นใหม่ให้ทำงานได้ดีขึ้นอยู่ล่ะก็ ผู้เขียนแนะนำให้ดูเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อในบทความนี้หรือจะดูที่หน้าเว็บไซต์ BaNANA แล้วเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ทีหลังก็ได้เช่นกัน โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใครใช้โน๊ตบุ๊คอายุเฉลี่ย 3-5 ปีแล้ว ประสิทธิภาพย่อมเทียบกับรุ่นใหม่พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเปลี่ยนก็จะช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นและเสร็จเร็วกว่าเดิม เป็นผลดีต่อเจ้าของเครื่องอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1katanagf66gen12

Share image Edit Name 1aceri5 1

from:https://notebookspec.com/web/683850-7-intel-gaming-laptop-banana-2023

9 โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ ลดเพิ่ม 4,000 ได้ของแถมเพียบ! ผ่อนนาน 24 เดือน ซื้อตอนนี้คุ้มสุดๆ !!

รวมโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรับเดือนมกราคม 2023 นี้เพื่อคนทำงานและเกมเมอร์แบบเต็มๆ !!

ร่วม 9 โน๊ตบุ๊ค BaNANA 1

โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อในเดือนมกราคม 2023 นี้ ทางร้านได้จัดโปรฯ น่าสนใจต้อนรับเดือนแรกของปีให้คนที่มีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ตะลุยงานกับเจ้าของมาด้วยนานหลายปีจนตอนนี้มันเริ่มไม่เร็วทันใจอย่างที่ควรแล้ว ให้ได้ซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ซีพียู Intel รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงไปใช้งานกัน โดยในโปรโมชั่นครั้งนี้รวมโน๊ตบุ๊คทั้ง Intel 11th Gen ประสิทธิภาพดีทั้งทำงานและเล่นเกมและ Intel 12th Gen รุ่นใหม่สถาปัตยกรรมผสมคอร์ 2 ชุดที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากทั้งการทำงานและจัดการพลังงาน แถมยังเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน 2566 อีกด้วย

Advertisementavw

สำหรับโปรโมชั่นของร้าน BaNANA ครั้งนี้จะร่วมกับโน๊ตบุ๊คซีพียู Intel ที่มีขายในร้าน ใช้โค้ดส่วนลดกับรุ่นที่ร่วมรายการได้สูงสุด 1,000 / 2,000 / 4,000 บาท โดยทางร้านจะขึ้นโค้ดส่วนลดเป็นพิเศษเอาไว้คู่กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ, เลือกผ่อนกับบัตรเครดิตได้นานสุด 0% 24 เดือนผ่านทาง SCB Easy App ได้และเมื่อสั่งซื้อแล้วยังรอรับสินค้าที่หน้าร้านได้ภายใน 1 ชั่วโมงอีกด้วย ได้ความรวดเร็วทันใจผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ไว้ทำงานมาก และบางรุ่นยังได้ของสมนาคุณเอาไว้ใช้งานเพิ่มเติมด้วย

โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ

9 โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ พร้อมโปรโมชั่นเด็ด ส่วนลดเพียบผ่อนได้ตามสะดวก!

BNN Cover intel Brand Fair 160123 310123 category banner medium 1

สำหรับโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของร้าน BaNANA ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะมีโค้ดใช้งาน 3 รหัสตามภาพแบนเนอร์ข้างต้นนี้ และยังเอาไปใช้งานกับโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่ร่วมรายการได้อีกด้วย สำหรับผู้ใช้คนไหนที่มีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คอยู่แล้วมองหาโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นใหม่ในโปรโมชั่นนี้มาใช้งาน ผู้เขียนได้เลือกรุ่นน่าสนใจมาทั้งหมด 9 รุ่น ผสมกันทั้ง Intel 11th Gen และ 12th Gen โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. Lenovo IdeaPad L3 15ITL6-82HL00GFTA (12,990 บาท)
  2. Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY (23,990 บาท)
  3. Hp 15s-fq5083TU (26,990 บาท)
  4. ASUS Vivobook S 14X OLED S5402ZA (30,990 บาท)
  5. MSI GF66 Katana 12UCO-637TH (31,990 บาท)
  6. Lenovo IdeaPad Gaming 3i 15IAH7 (32,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)
  8. Acer Predator Helios 300 PH315-54-90CL (49,990 บาท)
  9. ASUS ROG Strix SCAR 15 G543ZX-HF058W (99,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad L3 15ITL6-82HL00GFTA (12,990 บาท)

Lenovo Notebook IdeaPad L3 15ITL6 01

 

โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นแรกในโปรโมชั่นครั้งนี้ ผู้เขียนเลือก Lenovo IdeaPad L3 15ITL6-82HL00GFTA มาแนะนำ นั่นเพราะเป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงมากแต่สเปคน่าใช้และมีบานชัตเตอร์ปิดกล้อง Webcam เมื่อไม่ต้องการใช้งานได้ นอกจากนี้ยังมีชุด Numpad ติดตั้งมาให้ทำงานได้สะดวก หากอัพเกรดแรมไปเป็น 8~16GB ก็ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นแน่นอน

สเปคเครื่องนี้ได้ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics มาใช้ทำงานและแสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 2933MHz ซึ่งถ้าอัพเกรดเพิ่มเติมก็ทำงานและเรียนได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน มีพอร์ต USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม เป็นโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นแรกที่ผู้เขียนแนะนำและยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางครอบครัว, ผ่อนชำระ 0% ได้ 24 เดือนและยังได้ของแถมที่ร่วมรายการอีกด้วย

สเปคของ Lenovo IdeaPad L3 15ITL6-82HL00GFTA
CPU Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 256GB
RAM ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 2933MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS
Connectivity USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 2.2 กิโลกรัม
Price 12,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Aspire Vero AV15-51R-52JY (23,990 บาท)

Aspire Vero AV15 51R 52JY 01

 

โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นถัดมาเป็นโน๊ตบุ๊คบอดี้รักษ์โลกอย่าง Acer Aspire Vero AV15-52JY ที่ได้ลวดลายพิเศษที่ร่วมกับนิตยสาร National Geographic เพื่อสื่อถึงการรักษ์โลกอีกด้วย บอดี้ตัวเครื่องนอกจากสวยแข็งแรงดูดีและทำจากพลาสติกรีไซเคิล PCR และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ยังใช้โค้ดส่วนลด BNINTBFJ40 ลดราคาได้อีก 4,000 บาทพร้อมรับของสมนาคุณเพิ่มด้วย

ซีพียูของ Aspire Vero ติดตั้ง Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.0 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครหาโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นพิเศษเอาไว้ใช้งาน แนะนำให้ดู Aspire Vero รุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51-76YC
CPU Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.0 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 23,990 บาท ใช้โค้ดส่วนลดได้ 4,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Hp 15s-fq5083TU (26,990 บาท)

HP Notebook 15s fq5083TU Silver 01

 

Hp 15s-fq5083TU เป็นโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คทำงานโดยเฉพาะ โดยจุดเด่นของมันคือได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Numpad สำหรับพิมพ์ตัวเลข, สเปคจบจากโรงงานพร้อมใช้ไม่ต้องเสียเวลาอัพเกรด ด้านน้ำหนักยังเบาเพียง 1.69 กิโลกรัมเท่านั้น ด้านซีพียูได้ Intel 12th Gen ในตัวอีกด้วย เรียกว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากอาจจะซื้อซอฟท์แวร์ทำงานอย่าง Microsoft Office เพิ่มหน่อยก็พอ ส่วนโปรโมชั่นเมื่อซื้อเครื่องแล้วยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางสำหรับครอบครัวและของแถมเพิ่มเติมและผ่อน 0% ได้นาน 24 เดือนอีกด้วย

ซีพียูของ HP 15s ติดตั้ง Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-C 3.1 x 1, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ซึ่งถ้าดูโดยรวมต้องถือว่า HP เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อเพื่อสายทำงานและราคาก็ไม่เกิน 30,000 บาท จัดว่าไม่ถูกไม่แพงแต่แรงไว้ใจได้ด้วย หากใครใช้โน๊ตบุ๊คซีพียูรุ่นเก่าอย่าง Intel 8th Gen อยู่แนะนำให้ลงทุนอัพเกรดมารุ่นนี้รับรองว่าถูกใจทำงานดีขึ้นมากแน่นอน

สเปคของ Hp 15s-fq5083TU
CPU Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4~4.7GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-C 3.1 x 1, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 1.69 กิโลกรัม
Price 26,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. ASUS Vivobook S 14X OLED S5402ZA (30,990 บาท)

Screenshot 2023 01 16 145918 1

 

หากใครรันโปรแกรมใหญ่กินทรัพยากรเครื่องมากๆ ASUS Vivobook S 14X OLED S5402ZA เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะมันได้รับการรับรอง Intel Evo ว่าเครื่องเบาพกพาง่ายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เสถียรรวดเร็ว, จอ OLED สีสันสวยสดขอบเขตสีกว้าง, กางหน้าจอได้ 180 องศา, ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 Full Function ต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ มี Microsoft Office แท้และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย นับว่าคุ้มครบเครื่องสุดๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 14.5 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมในเครื่อง 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 2.0 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11 ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ในตัว น้ำหนักเพียง 1.63 กิโลกรัม นับเป็นโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นส่วนตัวถ้ากำลังอยากเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้งาน

สเปคของ ASUS Vivobook S 14X OLED S5402ZA
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 14.5 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ค่า Refresh Rate 120Hz
Connectivity Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 2.0 x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11 ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

Weight 1.63 กิโลกรัม
Price 30,990 บาท ใช้โค้ดส่วนลดได้ 1,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. MSI GF66 Katana 12UCO-637TH (31,990 บาท)

MSI Notebook Katana GF66 12UCO 01

 

ด้านเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ สเปคดุดันไว้ใจได้ มี MSI GF66 Katana 12UCO-637TH ให้เลือก ซึ่ง MSI Katana รุ่นใหม่ๆ นี้ทางบริษัทได้ปรับแต่งระบบระบายความร้อนให้จัดการอุณหภูมิได้ดีขึ้นแถมยังให้ฟีเจอร์ด้านการเล่นเกม เช่น เปิดเป้าเล็งปืน Crosshair ขึ้นมาค้างบนหน้าจอและเร่งระบบระบายความร้อนให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นแถมยังอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD ได้ ด้านราคานับว่าไม่แพงเกินและยังมีโปรโมชั่นแลกซื้อกระเป๋าเดินทางและของแถมร่วมรายการจาก BaNANA เข้ามาเสริมด้วย หากใครสนใจอยากอ่านรีวิว MSI Katana จะมีรุ่นเทียบเคียงที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ให้อ่านได้ที่นี่

ซีพียูใน MSI Katana เครื่องนี้เป็น Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home พร้อมแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz รองรับการอัพเกรดได้ถึง 64GB มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.25 กิโลกรัม หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ ราคาสามหมื่นบาทต้นๆ อยู่ล่ะก็ แนะนำให้ดู MSI Katana รุ่นนี้เอาไว้รับรองคุ้มแน่นอน

สเปคของ MSI GF66 Katana 12UCO-637TH
CPU Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
Weight 2.25 กิโลกรัม
Price 31,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Lenovo IdeaPad Gaming 3i 15IAH7 (32,990 บาท)

Lenovo IdeaPad Gaming 3i 01

 

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อต้องรวมถึง Lenovo IdeaPad Gaming 3i 15IAH7 เครื่องนี้ที่ได้บอดี้ของ Lenovo Legion มาใช้งานด้วย ซึ่งนอกจากระบายความร้อนได้ดีและบอดี้สวยดูแข็งแรงแล้ว ยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD เพิ่มได้ง่ายและมีไฟ LED Backlit ติดมาให้ มี Thunderbolt 4 แบบ Full Function ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่ได้ จอมีขอบเขตสีหน้าจอยังกว้างพอใช้ทำงานอาร์ทได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่ และเมื่อซื้อกับทางร้าน BaNANA ยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางและได้รับของสมนาคุณพร้อมกันอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมในเครื่อง 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, Thunderbolt 4 x 1, HDMI 2.0 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน  802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ น้ำหนักตัวเครื่อง 2.31 กิโลกรัม นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อที่หน้าตาเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานธรรมดาแต่สเปคโดยรวมนับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเต็มตัวได้เลย หากใครมองหาโน๊ตบุ๊คสไตล์นี้อยู่ก็น่าซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานมาก

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3i 15IAH7
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
Connectivity USB-A 3.2 x 2, Thunderbolt 4 x 1, HDMI 2.0 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน  802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.31 กิโลกรัม
Price 32,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)

Acer Notebook Nitro AN515 58 01

 

Acer Nitro 5 AN515-58-50WD เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อบอดี้ใหม่ซึ่งทางผู้ผลิตติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 แบบ Full Function ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่คืนให้เครื่องได้ หน้าจอมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ใช้แต่งภาพทำงานอาร์ทได้สบายๆ และติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้ด้วย หากใครอยากได้ Nitro 5 เครื่องนี้สามารถใช้โค้ด BNINTBFJ10 เพื่อรับส่วนลด 1,000 บาทได้และยังได้รับของสมนาคุณเพิ่มเติมอีกด้วย หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูของ Nitro 5 เป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ รองรับการอัพเกรดเพิ่มเติม ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ต้องถือว่า Nitro 5 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อและเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นที่มีพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้ใช้จากโรงงาน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-50WD
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท ใช้โค้ดส่วนลดได้ 1,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
8. Acer Predator Helios 300 PH315-54-90CL (49,990 บาท)

Acer Notebook Predator PH315 01

 

Acer Predator Helios 300 PH315-54-90CL แม้จะตกรุ่นไปบ้างแล้วแต่ก็ยังเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้ออยู่ดี เพราะนอกจากทางร้านจะลดราคาจากตอนเปิดตัวมา 10,000 บาทแล้ว สเปคยังแรงพอใช้เล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันนี้ได้สบายๆ ได้ของสมนาคุณเมื่อสั่งซื้อและยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางได้ด้วย ด้านจุดเด่นนอกจากได้แป้นคีย์บอร์ด Full-size มีไฟ RGB ตั้งสีได้รายปุ่มแล้ว ระบบระบายความร้อนยังออกแบบมาดี มีปุ่ม Turbo สำหรับเร่งประสิทธิภาพให้เฟรมเรทตัวเครื่องสูงขึ้นด้วย

สเปคของเครื่องนี้เป็นซีพียู Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5~4.9GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, USB-A 3.2 x 3, Mini DisplayPort x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม ต้องถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อที่แม้จะเปิดตัวมาสักพักและมีรุ่นใหม่แล้ว แต่ราคาจัดว่าคุ้มค่าและยังเล่นเกมฟอร์มยักษ์ ณ ปี 2023 นี้ได้สบายๆ หรือจะเเอามาทำงานครีเอเตอร์ก็ดีไม่แพ้กันเลย

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-54-90CL
CPU Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5~4.9GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 1TB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, USB-A 3.2 x 3, Mini DisplayPort x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 49,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
9. ASUS ROG Strix SCAR 15 G543ZX-HF058W (99,990 บาท)

4711081612940 01

 

ปิดท้ายด้วยเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ สเปคแรงอลังการอย่าง ASUS ROG Strix SCAR 15 G543ZX-HF058W ซึ่งตอนนี้ลดราคาจากตอนเปิดตัวมา 20,000 บาท เหลือ 99,990 บาท ติดตั้งฟีเจอร์น่าใช้มาให้เต็มที่ไม่ว่าจะระบบระบายความร้อนชั้นสูงด้วยโลหะเหลว, หน้าจอค่า Refresh Rate 300Hz หรือแม้แต่ชิป ROG Keystone II ซึ่งมีลูกเล่นปรับโหมดการใช้งานเมื่อใส่เข้าหรือถอดออกก็ได้พร้อมลำโพง Dolby Atmos คุณภาพสูงและยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่ได้กล่าวไว้ในรีวิวรุ่นในซีรี่ส์นี้ด้วย หากใครไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีให้ลำบากก็ซื้อเครื่องนี้ไปต่อหน้าจอแยกเพื่อทำงานหรือเล่นเกมได้เลย

ซีพียูใน ROG Strix SCAR 15 เป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 Ti แรม 16GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz ตอบโจทย์เกมเมอร์มากๆ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 32GB DDR5 บัส 4800MHz เอาไว้ใช้งาน ด้านพอร์ตมี Thunderbolt 4 Full Function x 1, USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery, DisplayPort, NVIDIA G-SYNC x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.3 กิโลกรัม

สเปคของ ASUS ROG Strix SCAR 15 G543ZX-HF058W
CPU Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3080 Ti แรม 16GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB
RAM 32GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz
Connectivity Thunderbolt 4 Full Function x 1, USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery, DisplayPort, NVIDIA G-SYNC x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 99,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

สรุปสเปค 9 โน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ รวมทั้งสายเกมมิ่งและทำงานครบเครื่อง

รวมสเปคโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อ CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Lenovo IdeaPad L3 15ITL6-82HL00GFTA Intel Core
i3-1115G4

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
2933MHz

Windows 11 Home

15.6″ HD IPS

2.2 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

12,990
 Acer Aspire Vero AV15-52JY Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.0 x 2

USB-C 3.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

23,990

ลดได้ 4,000

Hp 15s-fq5083TU Intel Core
i7-1260P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.69 กก.

USB-C 3.1 x 1

USB-A 3.1 x 2

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

26,990
ASUS Vivobook S 14X OLED S5402ZA Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14.5″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

100% DCI-P3

Refresh Rate
120Hz

1.63 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI 2.0 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990 
ลดได้ 1,000
MSI GF66 Katana 12UCO-637TH Intel Core
i7-12650H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.25 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

31,990
Lenovo IdeaPad Gaming 3i 15IAH7 Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
165Hz

2.31 กก.

USB-A 3.2 x 2

Thunderbolt 4 x 1

HDMI 2.0 x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

32,990
Acer Nitro 5 AN515-58-50WD Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

35,990

ลดได้ 1,000

Acer Predator Helios 300 PH315-54-90CL Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

100% DCI-P3

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

USB-A 3.2 x 3

Mini DisplayPort x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
ASUS ROG Strix SCAR 15 G543ZX-HF058W Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3080 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
300Hz

2.3 กก.

Thunderbolt 4 Full Function x 1

USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery, DisplayPort, NVIDIA G-SYNC x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI 2.1 x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

99,990

vinayak sharma AWSHg2mK Ho unsplash 1

ต้องถือว่าทาง BaNANA นั้นจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อผู้ใช้ที่อยากเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งโค้ดส่วนลดและแลกซื้อสินค้าต่างๆ เพิ่มได้อีกมาก ซึ่งถ้าใครมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊ค ผู้เขียนก็อยากแนะนำให้ซื้อในงานอีเว้นท์ลดราคาครั้งนี้ได้เลย และนอกจาก 9 รุ่นในบทความนี้ก็ยังมีรุ่นน่าสนใจให้เลือกซื้ออีกหลากหลายรุ่นทีเดียว หากใครสนใจผู้เขียนก็แนะนำให้เปิดดูที่ลิ้งค์นี้แล้วสั่งซื้อรุ่นที่ต้องการได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1katanagf66gen12

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

from:https://notebookspec.com/web/682826-9-recommend-laptop-from-banana-it

3D ยังไม่ตาย! เปิดตัวโน้ตบุ๊ค ASUS ProArt StudioBook 16 3D OLED ดูภาพ 3D ทะลุจอได้ด้วยตาเปล่า

หากใครจำกันได้เมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่เกิดปรากฏการณ์ 3D ฟีเวอร์ จนแทรกซึมเข้ามาสู่วงการ IT ทั้ง ทีวี มือถือ แต่ด้วยประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ทำให้กระแสก็ค่อย ๆ หายไปจากตลาด แต่เมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา อุปกรณ์ 3D ดูเหมือนจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่กราฟิกดีไซเนอร์ระดับมืออาชีพ จน Acer ได้ปล่อยโน้ตบุ๊ค 3D ออกมาในปีนั้น และล่าสุด ASUS ก็เข้ามาร่วมแจมขอส่ง ProArt StudioBook 16 3D OLED ลงมาร่วมสังเวียนด้วยในงาน CES 2023

ASUS ProArt StudioBook 16 รุ่นใหม่มาพร้อมกับจอ OLED 120Hz ขนาด 16 นิ้ว คมชัดระดับ 3.2K บนอัตราส่วน 16:10 ได้รับการรับรองมาตรฐานสี DCI-P3 100% แถมสีสันยังสมจริงเที่ยงตรงผ่านการรับรองจากทั้ง Calman Verified และ Pantone เหมาะสำหรับทุกงานกราฟิก หรือจะใช้เพื่อความบันเทิงก็ได้รับประสบการณ์ที่เต็มอิ่มสุด ๆ




ASUS ยังได้เคลมด้วยว่า พาเนลจอที่ใช้ในรุ่นนี้เป็นพาเนล OLED ตัวแรกของโลกที่รองรับการแสดงผล 3D แบบ Autostereoscopic ดูได้แบบไม่ต้องใช้แว่นตา มาพร้อมกับเทคโนโลยี Spatial Vision ที่สามารถตรวจจับสายตาของผู้ใช้งานได้ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ฟีเจอร์นี้ก็จะช่วยปรับตำแหน่งมุมมองภาพให้เข้ากับสายตาเราโดยอัตโนมัติแบบ Real-Time อีกทั้งยังแปลงภาพจาก 2D เป็น 3D ได้แบบไร้รอยต่อเพียงคลิกเดียว

สเปคของ ASUS ProArt StudioBook 16 3D OLED ก็ทรงพลังไม่แพ้กันเพราะเลือกใช้ CPU Intel Core i9-13980HX 13th Gen + NVIDIA GeForce RTX 4070 + SSD PCIe 4.0 4 ตัวจุสูงสุด 8TB + RAM 5,200 MHz DDR5 สูงสุด 64GB มีช่อง SO-DIMM Slot และ M.2 ให้อัปเกรดเพิ่มเติมอย่างละ 2 ช่อง ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 11 Pro ซึ่งสเปคแบบนี้เรียกได้ว่าจะเรนเดอร์กราฟิก 3D หนัก ๆ หรือจะเล่นเกมระดับ AAA ก็สบายหายห่วง

นอกจากสเปคจะล้ำแล้ว ตัวเครื่องยังทนทานมาตรฐานทางการทหารระดับ US MIL-STD-810H ตัวเครื่องเคลือบสารกันรอบนิ้วมือ แถมยังมีเทคโนโลยี ASUS Antimicrobial Technology ที่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียได้กว่า 99% นานสูงสุด 3 ปี คีย์บอร์ด และ TouchPad ยังออกแบบมาในดีไซน์ ErgoSense ที่ถูกหลักการยศาสตร์ด้วย



ASUS ProArt StudioBook 16 3D OLED ยังมาพร้อมกับ Haptic TouchPad บนอัตราส่วน 16:10 มีเซนเซอร์รองรับแรงกด และรองรับปากกา Stylus บนคีย์บอร์ดยังมีปุ่มหมุน ASUS Dial ที่ช่วยเรียกคีย์ลัดในการทำงานให้สะดวกยิ่งขึ้น พอร์ตเชื่อมต่อให้มาครบครันทั้ง HDMI 2.1 FRL จำนวน 1 พอร์ต, Thunderbolt 4 (USB-C) จำนวน 2 พอร์ต, USB-A 3.2 Gen 2 จำนวน 2 พอร์ต, รูหูฟัง 3.5 มม., SD Card Reader และพอร์ตสำหรับเสียบสาย LAN

สำหรับวันวางจำหน่าย และราคาของ ASUS ProArt StudioBook 16 3D OLED ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมา สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้โหมด 3D ทาง ASUS ก็จะเปิดตัวรุ่นปกติออกมาด้วย

 

ที่มา: ASUS, NotebookCheck

 

from:https://droidsans.com/asus-proart-studiobook-16-3d-oled-officially-unveiled/

ASUS เปิดตัว Chromebook Vibe CX34 Flip รุ่นใหม่ที่มอบประสบการณ์เล่นเกมส์บนคลาวด์ได้อย่างยอดเยี่ยม

ASUS เปิดตัวผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุดในงาน Seeing An Incredible Future CES 2023 มาในรูปแบบ Chromebook Vibe CX34 Flip ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์สายเกมมิ่งโดยเฉพาะ สามารถเล่นเกมส์บนคลาวด์ได้มากถึง  1,400 เกมส์ ทำให้การเล่นเกมส์หนัก ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้น เพื่อประสบการณ์เล่นเกมส์ได้อย่างเพลิดเพลิน และยังใช้งานได้อย่างคลอบคลุม

ASUS Chromebook Vibe CX34 Flip ทำมาเอาใจคอเกมมิ่งที่ต้องการเล่นเกมหนัก ๆ ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด มาในโทนสี  “Pearl White” พร้อมการเน้นสีส้มที่ปุ่ม W , A , S ,D  อย่างสวยงาม และปุ่มเปิด / ปิด และปุ่มปรับระดับเสียงที่ด้านข้างตัวเครื่อง พร้อมแป้นพิมพ์ที่รองรับเทคโนโลยีป้องกันภาพโกสต์ในคีย์บอร์ด เป็นแบบ RGB แบ็คไลท์ทั้งหมด

เราสามารถพับหน้าจอไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยหน้าจอ NanoEdge  WUXGA  ขนาด 14 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 ความละเอียด 1920 x 1200 อัตรารีเฟรชสูงถึง 144Hz ทำให้การเล่นเกมส์ไม่มีสะดุด พร้อมใช้บริการเกมบนคลาวด์ อย่าง GeForce Now ได้เต็มที่ มาพร้อม HDMI 2.0 และแสดงเกมบนหน้าจออื่น ๆ ได้ เช่น  Vibe CX34 สามารถแสดงภาพได้สูงสุด 4K

ส่วนภายในใช้โปรเซสเซอร์ Intel i7 12th-gen ควบคู่กับ RAM ขนาด 16GB และ PCIe SSD ขนาด 512GB เรียกได้ว่าใช้งานได้เหลือ ๆ  ระบบเป็น ChromeOS  ยังสามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน Google Workspace หรือ Google Play ได้อย่างสะดวก โดยใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ต้องบอกว่าการเล่นเกมส์บนคลาวด์สามารถเล่นผ่านคอนโทรลเลอร์ได้อีกด้วย ให้เราตั้ง  CX34 บนโต๊ะ และพับหน้าให้หันออกมา โดยมีคีย์บอร์ดและตัวเครื่องอยู่ด้านหลัง ทำให้การเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในกล่องจะมีเมาส์สำหรับเล่นเกมรุ่น Steelseries แถมให้ในกล่องผลิตภัณฑ์

 

ที่มา : 9to5google

from:https://droidsans.com/asus-new-vibe-cx34-flip-gaming-chromebook/

ROG อัพเกรดโน้ตบุ๊กเกมมิ่งใหม่ ใช้ Intel 13th Gen, Ryzen 4 และ RTX 40

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิงรุ่นใหม่ที่จะปล่อยในปี 2023 นี้ หลายรุ่นในงาน CES โดยการอัปเกรดหลักอยู่ที่ CPU และ GPU ที่ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่เป็น Intel 13th Gen, AMD Ryxen Zen 4 และอัปเกรดจีพียูเป็น GeForce RTX 40 จาก NVIDIA รวมทั้งมีการปรับปรุง Nebula Displays และระบบระบายความร้อน Intelligent Cooling ให้มีเสียงรบกวนน้อยลง

แต่ละรุ่นมีรายละเอียด ดังนี้

Strix SCAR 16 และ SCAR 18

Strix SCAR ขนาด 16 นิ้ว และ 18 นิ้ว หน้าจอ 240Hz Nebula HDR พร้อมเทคโนโลยี mini LED ใช้ซีพียู Intel 13th Gen Core i9 และจีพียู GeForce RTX 4090

No Description

Strix G16 และ G18

Strix G16 และ G18 มาพร้อมกับหน้าจอ Nebula QHD ขนาด 16 นิ้วและ 18 นิ้วตามลำดับ หน้าจอของมีอัตรา refresh rate อยู่ที่ 240Hz ส่วนซีพียูเป็น Intel 13th Gen Core i19 เช่นเดียวกัน จีพียูสูงสุด GeForce RTX 4090 แรม 32GB ความจุ 2TB

No Description

Strix G17

Strix G17 มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดระดับ QHD ขนาด 17 นิ้ว มีอัตรา refresh rate อยู่ที่ 240Hz ใช้ซีพียู Ryzen 9 Zen 4 และจีพียู GeForce RTX 4070 แรม 32GB ความจุ 2TB แบตเตอรี่ 90Wh

Zephyrus M16

Zephyrus M16 เป็นโน้ตบุ๊กสำหรับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ มาพร้อมหน้าจอ QHD Nebula HDR พร้อมเทคโนโลยี Mini-LED ที่มีอัตรา refresh rate 240Hz

สเปกภายในใช้ซีพียู Intel 13th Gen Core i9 แรม 64GB ความจุ 2TB และใช้จีพียู GeForce RTX 4090 แบตเตอรี่ 90Wh

No Description

Zephyrus G16

Zephyrus G16 มาพร้อมหน้าจอ QHD Nebula HDR ขนาด 16 นิ้วพร้อมเทคโนโลยี Mini-LED ที่มีอัตรา refresh rate 240Hz สเปกภายในใช้ซีพียู Intel 13th Gen Core i9 แรม 48GB ความจุ 2TB และใช้จีพียู GeForce RTX 4070 แบตเตอรี่ 90Wh

Zephyrus G14

Zephyrus G14 มาพร้อมหน้าจอ QHD Nebula HDR ขนาด 14 นิ้วพร้อมเทคโนโลยี Mini-LED ที่มีอัตรา refresh rate 165Hz สเปกภายในใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 Zen 4 แรม 32GB ความจุ 1TB และใช้จีพียู GeForce RTX 4090 แบตเตอรี่ 76Wh

Zephyrus Duo 16

Zephyrus Duo 16 มาพร้อมหน้าจอ QHD Nebula HDR ขนาด 16 นิ้วที่มีอัตรา refresh rate 240Hz สเปกภายในใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 Zen 4 แรม 64GB ความจุ 4TB และใช้จีพียู GeForce RTX 4090 แบตเตอรี่ 90Wh

Flow X13

Flow X13 โน้ตบุ๊กพับได้ที่ได้รับการอัปเกรดโดยลดขนาดตัวเครื่องลงแต่ยังมีคีย์บอร์ดขนาดใหญ่เท่าเดิมคือ 15 นิ้ว บานพับออกแบบให้ลมเข้าได้มากขึ้น มาพร้อมหน้าจอ Nebula QHD ที่มีอัตรา refresh rate อยู่ที่ 165Hz

ส่วนสเปกภายในใช้ซีพียู AMD Ryzen Zen 4 จีพียู GeForce RTX 4070 แรม 32GB ความจุ 2TB ส่วนแบตเตอรี่เพิ่มจาก 62Wh เป็น 75Wh พร้อมปรับปรุงเรื่องการลดอุณหภูมิเครื่อง และรองรับ Window Hello

No Description

No Description

Flow Z13

Flow Z13 มาพร้อมกับหน้าจอ Nebula QHD ขนาด 13 นิ้วที่มีอัตรา refresh rate อยู่ที่ 165Hz ใช้ซีพียู Intel 13th Gen Core i9 จีพียู GeForce RTX 4060 แรม 16GB ความจุ 1TB แบตเตอรี่ 56Wh

No Description

XG Mobile

กล่องการ์ดจอแยกที่ได้รับการอัปเกรดให้ใช้จีพียู GeForce RTX 4090 ที่มีค่า TGP สูงสุดอยู่ที่ 175W มี USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.1, DisplayPort 1.4 พร้อมช่องใส่ SD และ RJ45

No Description

ขณะนี้ ทุกรุ่นยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132112