คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมดี อัพเกรดนิดก็แรงแล้ว อัพเดทปลายปี 2022

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ปลายปี 2022 นี้หาได้ไม่ยาก สเปคดีด้วย!

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไป เป็นระดับราคาในใจของผู้ใช้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าจะไม่ตอบโจทย์ขอบเขตงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ยิ่งในช่วงปี 2022 นี้ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทจากแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าก็จัดสเปคมาให้ดีพร้อมเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้สบายๆ ปรับกราฟิคระดับ High แล้วเล่นบนจอ Full HD ได้ลื่นไหล แถมยังมีรุ่นย่อยให้เลือกมากมาย ทั้งรุ่นที่ใช้ซีพียู AMD, Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ก็มี เป็นระดับราคาที่มีรุ่นน่าใช้และตัวเลือกเยอะทีเดียว

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอย้ำเสมอไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เมื่อเจอสเปคและแบรนด์ที่ชอบแล้วกำลังจะสั่งซื้อ ขอให้ผู้อ่านโฟกัสตรงแรมของตัวเครื่องไว้ว่า ถ้าได้มาแค่ 8GB ก็ขอให้เตรียมเงินเอาไว้ราว 1,000~1,500 บาท เพื่อซื้อแรมอีก 8GB มาอัพเกรด จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น แล้วจะเพิ่มหรือเปลี่ยน SSD ในเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้เลย

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
MSI Bravo 15 B5DD-406TH AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
MSI GF63 Thin 11UD-1031TH Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.86 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 3

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W AMD Ryzen 7 4800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990
Hp Victus Gaming 15-fb0068AX AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

27,490
Colorful X15 XS Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

Mini-DisplayPort x 1

MicroSD Card Reader x 1

LAN x 1

Mic-in x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
120Hz

2.25 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

28,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เล่นเกมลื่น ทำงานก็แจ่ม อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท มาใช้เพราะเครื่องเก่าเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ หรือรันงานหนักไม่ไหวแล้วล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีเครื่องรุ่นใหม่สเปคดี อัพเกรดได้ให้เลือกถึง 7 รุ่นทีเดียว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)
  5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)
1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)

bravo15

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคแรงพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีก็มี MSI Bravo 15 B5DD-406TH ให้เลือกซื้อ โดยรหัส Bravo จะเป็นรหัส AMD Ryzen และ Radeon จับคู่กัน ทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง AMD S.A.M. ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงว่าการ์ดจอในเครื่องเก่าไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพจัดว่าไว้ใจได้ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ MSI Bravo 15 B5DD-406TH
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)

thin

รุ่นถัดมาเป็น MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel ซึ่งในระดับราคา 30000 บาท ก็ได้สเปคแรงไปใช้งาน เพิ่มแรมอีก 8GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอน และข้อดีอีกอย่างของตระกูล Thin นั่นคือตัวเครื่องหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม เวลาพกไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ได้ทั้งหน้าตาเรียบร้อย, น้ำหนักเบาและสเปคแรงทีเดียว

สเปคของ MSI GF63 Thin 11UD-1031TH
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

nitro5

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน, สเปคต่อราคาคุ้มค่าและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อย่างละ 2 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ซึ่งในงบ 30000 บาท เมื่อจ่ายซื้อแล้วยังมีเงินเหลือเอาไว้ซื้อชิ้นส่วนอัพเกรดได้สบายๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทนี้ ต้องถือว่า Acer Nitro 5 เป็นรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า เหลือเงินเอาไว้ซื้อ RAM, SSD และเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)

asus

ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ที่สเปคยังดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้ดี อัพเกรดเพิ่มแรมอีกสักหน่อยก็แรงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกหลายปี และแม้ซีพียูจะเป็น AMD Ryzen 4000 Series แต่ตัวชิปก็ยังแรงเอาอยู่แน่นอน

ซีพียูของ TUF Gaming A15 เป็น AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จะเห็นว่า TUF Gaming A15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าใช้ได้ ทำงานกราฟิคก็ดีเล่นเกมก็ไหลลื่นแน่นอน

สเปคของ ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W
  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (Advice, BaNANA)
5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

hp2

 

 

 

Hp Victus Gaming 15-fb0068AX รหัสนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคสำหรับผู้ที่ชอบ AMD Ryzen จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่ๆ ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของ Hp Victus Gaming 15 จัดว่าแรงหายห่วงแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.29 กิโลกรัม ซึ่งตัว Hp Victus Gaming 15 นี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่เว่อร์จนเป็นเป้าสายตาเกินไปด้วย

สเปคของ Hp Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)

colorful

ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแบรนด์แต่ขอสเปคคุ้มไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ Colorful X15 XS นี้นอกจากหน้าตาจะสวยดูดี สเปคก็แรงตั้งแต่เปิดกล่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ไม่ต้องอัพเกรด เล่นเดิมๆ ได้เลย และตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.9 กิโลกรัม จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จึงไม่ต้องเผื่อเงินมาซื้อแรมไปอัพเกรดเลย พอร์ตที่เครื่องมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 หากใครไม่เกี่ยงว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำล่ะก็ Colorful X15 XS นั้นน่าสนใจสุดๆ

สเปคของ Colorful X15 XS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)

lenovo

ด้าน Lenovo ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA ให้เลือก โดยรุ่นนี้ยังเป็นบอดี้เก่าแบบตระกูล IdeaPad อยู่ ไม่ได้เป็นทรงที่หยิบยืมจาก Legion มาก็ตาม แต่ก็น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามากแน่นอน

ซีพียูของ IdeaPad Gaming เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 2.25 กิโลกรัม จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่น่าซื้ออีกรุ่นไม่แพ้เครื่องอื่น

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 28,990 บาท (ราคากลาง)

jeff hardi yRAK7Vcyl Q unsplash

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็จะมีผสมกันทั้งรุ่นเก่าและใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่คุ้นหูคนไทยหรือจะแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกันอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องชื่อชั้นของแบรนด์แต่เน้นด้านของสเปค ก็น่าจะได้ของดีคุ้มค่าไปใช้งานอย่างแน่นอน

ถัดมาเรื่องสเปค หลายคนก็อยากได้ของรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกัน แต่ราคาก็จะแพงจนเงินไม่พอจ่าย หรือถ้ากัดฟันซื้อแล้วเงินทองก็น่าจะมีปัญหาไปอีกหลายเดือนก็ไม่คุ้มกัน ดังนั้นต่อให้ซีพียูและการ์ดจอเก่าไปสัก 1 รุ่น แต่ราคาถูกกว่าชัดเจนก็น่าจะดีกว่าแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรด RAM, SSD แทนน่าจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

Share image Edit Name 3game 1

Share image Edit Name 1laptop2022 1

from:https://notebookspec.com/web/669447-7-gaming-laptop-under-30000-baht-2

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ฉบับเข้าใจง่าย อ่านแล้วเลือกคอมได้ถูกใจ! พร้อม 6 รุ่นน่าใช้ อัพเดทปลายปี 2022

ฮาวทูเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีให้เวิร์คใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

Share image Edit Name 1laptop2022 1

หลายคนน่าจะค้นหาวิธีการบนเว็บไซต์หรืออ่านบทความกันเป็นประจำว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้จะต้องดูต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง? นั่นเพราะปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นแข่งกันผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรุ่นย่อยร้อยแปดจนผู้ใช้หลายๆ คนเลือกกันไม่ถูกแล้วอาจจะซื้อรุ่นราคาไม่แพงแต่สเปคไม่ตอบโจทย์เลยทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม วิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้ไม่ยากอย่างนัก เพียงแค่เข้าใจว่าขอบเขตงานของเรามีอะไรบ้าง? จะซื้อไว้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรือมีงานกราฟิคอย่างตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพด้วย หรือจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ เลย? ซึ่งถ้าตอบคำถามของตัวเองได้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คแบบไหนมาใช้ก็ไม่ยากแล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีโดนใจ ฉบับรีบอ่านจะไปซื้อคอม!

joseph frank XGC 1eH ZGI unsplash

เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องมักเปิดบทความประเภท Buyer’s Guide แล้วดูว่าบทความนั้นโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนที่ทางเว็บไซต์หรือผู้เขียนแนะนำบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าใจหลักการเลือกโน๊ตบุ๊คง่ายๆ 5 ขั้นตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก โดยมีหลักการเลือกดังนี้

  1. เลือกระบบปฏิบัติการที่ตอบโจทย์เรา! – หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เพราะถ้าไม่ซื้อ MacBook มีแต่โน๊ตบุ๊ค Windows หรือบางเครื่องอาจเป็น Chrome OS มาบ้าง และหากใครจำได้จะเห็นว่าหลายปีก่อนหน้านี้ก็จะมีโน๊ตบุ๊คบางแบรนด์ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux อย่าง Ubuntu แทรกอยู่ในท้องตลาดด้วย นั่นเพราะมันเป็นปัจจัยหลักซึ่งกำหนดประสบการณ์ใช้งานของเราว่าจะใช้งานได้ดีไหลลื่นหรืออึดอัดจนแทบอยากขายทิ้งเลย ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนซึ่งเคยใช้โน๊ตบุ๊คทั้ง 4 ระบบปฏิบัติการนี้มาแล้วจะเป็นดังนี้
    1. Windows – เป็นระบบปฏิบัติการแรกของผู้ใช้หลายคน ซึ่งหลายคนก็ยังใช้งานอยู่หรือข้ามไประบบปฏิบัติการอื่นแล้วก็ตาม ข้อดีคือใช้โปรแกรมได้หลากหลายแบบตั้งแต่ใช้งานเอกสารหรือเบราเซอร์, โปรแกรมกราฟิคชั้นนำของโลกหรือแม้แต่เกมก็รองรับระบบปฏิบัติการนี้ เปิดมาก็พร้อมใช้งานได้เลย ใช้งานได้ง่ายในระดับ End User แต่ถ้าอยากให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเรียนรู้เรื่องเคล็ดลับการใช้งานเพิ่มเติมอีก
    2. macOS – ใช้ง่าย หากผู้ใช้คนไหนมี iPhone, iPad จะยิ่งชอบระบบ Apple Ecosystem เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ประสานงานกันได้ดีและต่อเนื่องและทางบริษัทก็ดีไซน์หน้า User Interface ให้ออกมาสวยงามใช้งานได้ง่ายเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป และแม้จะซื้อ MacBook รุ่นเก่าไป 2-3 ปี ก็ยังอัพเกรดเป็น macOS เวอร์ชั่นใหม่อยู่ อิงจากฐานข้อมูลว่า MacBook รุ่นไหนยังอัพเกรดเป็น macOS Monterey ได้ จะเห็นชื่อ MacBook Air ปี 2015 กับ MacBook Pro with Retina ปี 2015 ยังอัพเดทได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าใครใช้งาน Windows มานานแล้วย้ายมาใช้ macOS เป็นครั้งแรกก็ต้องปรับตัวเรื่องคีย์ลัดและฟังก์ชั่นต่างๆ สักระยะหนึ่ง และถ้าถนัดก็น่าจะถูกใจความเรียบง่ายของ OS นี้แน่นอน
    3. Chrome OS – เป็นระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งหน้าตาเหมือน Windows แล้วเอาประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android มาประยุกต์ใช้ได้ทันที และแอพฯ ส่วนใหญ่จะเน้นพึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นหลักแต่ก็สามารถเปิดใช้งานแบบ Offline ได้ มีฟังก์ชั่นประสานงานกับสมาร์ทโฟน Android เหมือน macOS กับ iPhone อีกด้วย โดยปัจจุบันนี้นอกจากโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS จากโรงงานโดยตรง ก็ยังโหลดระบบปฏิบัติการ Chrome OS Flex จาก Google มาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าให้รันระบบปฎิบัติการนี้ได้ด้วย
    4. Linux – เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open-source ซึ่งหากผู้ใช้มีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งก็สามารถโหลดไปใช้และพัฒนาต่อด้วยตัวเองก็ได้ โดยปัจจุบันนี้มีผู้เอา Linux ไปต่อยอดแล้วแยกเป็น Linux ฉบับใหม่ๆ ซึ่งเหมาะกับงานประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะ Ubuntu, Fedora, Linux Mint และหากใครติดตามข่าวอยู่ อาจจะได้ยินชื่อ Kylin Linux ซึ่งเป็น Linux อีกเวอร์ชั่นหนึ่งซึ่งออกแบบมาใช้กับภาษาจีนโดยเฉพาะ ซึ่งจากประสบการณ์ใช้งานส่วนตัวของผู้เขียนต้องถือว่า Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมาก (Lightweight OS) ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและยิ่งใครรู้เรื่องโปรแกรมมิ่งและการใช้ Command Line (แต่ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้), การหาซอฟท์แวร์ทางเลือก (Alternate software) ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีแล้วดีเทียบชั้นซอฟท์แวร์เสียเงิน ก็เชื่อว่าจะใช้งาน Linux ได้สนุกสนาน จะลงเป็น OS หลักหรือเสริมในโน๊ตบุ๊ค 2022 ก็ได้
  2. จะใช้ 2-in-1 หรือแบบธรรมดา? – โน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ดีไซน์ไม่ได้จำกัดเอาไว้แค่แบบฝาพับอันคุ้นตา ก็จะมีโน๊ตบุ๊คแบบพับจอกลับเป็นแท็บเล็ต, มีปากกา, ถอดคีย์บอร์ดได้ ฯลฯ ให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งเรื่องดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน ว่าจะใช้งานทั่วไปแค่เปิดมาใช้ทำงานแล้วพับเก็บไปหรือถ้ามีงานอื่นๆ อย่างไปถ่ายภาพหน้างานแล้วต้องการวาดจดด้วยสไตลัสก็อาจจะหันมาดูโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 แทนจะดีกว่า
  3. ขนาดและความละเอียดหน้าจอ – ขนาดหน้าจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบันนี้มีตั้งแต่ 10 นิ้ว สำหรับเด็กไปจนจอใหญ่ 17 นิ้ว ซึ่งมักเจอเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปหลายๆ รุ่น ซึ่งถ้าเน้นพกพาใส่กระเป๋าก็น่าดูรุ่น 14 นิ้ว แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน เน้นนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ ก็แนะนำรุ่นจอ 15.6 นิ้ว จะมีขนาดใหญ่กำลังดี และแนะนำให้ดูหน้าจอความละเอียด Full HD เป็นขั้นต่ำ และถ้าเจอหน้าจอความละเอียดสูงกว่านี้ก็ยิ่งดี
  4. เลือกรุ่นแบตอึด จะได้ใช้งานได้นาน – แม้โน๊ตบุ๊ค 2022 หลายๆ รุ่นจะใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนเจองานหนักเปิดเครื่องนานหลายชั่วโมงแล้วเครื่องอาจดับกลางคันได้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้หารีวิวโน๊ตบุ๊คอ่านเพื่อหาข้อมูลรุ่นที่สนใจใช้งานได้นานกี่ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่หากเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาควรอยู่ได้ 9~12 ชั่วโมงจะดีที่สุด แต่ในทางกลับกันโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็มีพอร์ต USB-C Full Function ให้เลือก ซึ่งพอร์ตนี้จะรองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort และชาร์จไฟแบบ Power Delivery ได้ ช่วยแก้ปัญหาว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องของเราใช้งานได้ไม่นาน ขอแค่เตรียม Power Bank กำลังชาร์จสูงเอาไว้ก็ชาร์จไปใช้งานไปได้เลย
  5. กำหนดสเปคโดยคร่าวๆ แล้วไปซื้อกัน – ส่วนของสเปคเครื่องขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ว่าเนื้องานของแต่ละคนเน้นไปด้านไหนเป็นหลัก เช่น ถ้ามีงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็ควรหารุ่นมีการ์ดจอแยกมาใช้งาน, หากเน้นน้ำหนักเบาก็ดูซีพียูว่าเป็นรหัสประหยัดพลังงาน แต่จุดที่ผู้เขียนขอเน้นให้ผู้ใช้พิจารณาไว้ก่อนเป็นอย่างแรก คือ ควรหาโน๊ตบุ๊ค 2022 แรม 16GB มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น DDR4 หรือ DDR5 ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับแรมสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับแรมได้ที่นี่ ส่วนซีพียูอาจจะเริ่มที่ AMD Ryzen 3 หรือ Intel Core i3 ก็ได้ และมี M.2 NVMe SSD ติดตั้ง Windows 10 หรือ 11 มาให้ในเครื่องพร้อมความจุ 256GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นน่าใช้ ออกใหม่ล่าสุด ซื้อมาใช้แล้วเวิร์คแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,490
HP Victus Gaming 15-fb0068AX  AMD Ryzen 5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

27,490
MSI Alpha 15 B5EEK-095TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

LAN x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,490
Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990
Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,900
ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W Intel Core
i7-12650H

NVIDIA GeForce RTX 3060 

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

44,990

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นแนะนำน่าใช้ทั้งสายทำงานและเล่นเกม

หากผู้ใช้คนไหนได้อ่านวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ตามที่แนะนำไปข้างบนแล้ว เริ่มเห็นภาพว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนมาใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ของเราดี โดยผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊คทั้งสายทำงานและเล่นเกม โดยมีรุ่นที่ติดตั้งซีพียู AMD กับ Intel มาให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่

  1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)
  2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)
  5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)

ideapad5

โน๊ตบุ๊ค 2022 เครื่องแรกในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำ Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA ที่เหมาะจะใช้ทำงานออฟฟิศเป็นรุ่นแรก จุดเด่นของมัน คือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, อัพเกรดแรมเพิ่มได้และมีโปรแกรม Microsoft Office ติดตั้งมาให้ เพียงแค่อัพเกรดแรมไป 16GB ก็ใช้งานได้สบายๆ

เครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ในเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครต้องการโน๊ตบุ๊คเน้นทำงานแล้วสเปคคุ้มด้วยก็ซื้อ Lenovo IdeaPad 5 นี้ไปได้เลย

Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 22,490 บาท (BaNANA)
2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

victusgaming

หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนล่ะก็ HP Victus Gaming 15-fb0068AX เครื่องนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะราคาแค่สองหมื่นกลางแต่สเปคจัดว่าแรงและเมื่อซีพียูกับการ์ดจอเป็น AMD ทั้งหมดแล้วก็จะรองรับฟังก์ชั่น AMD S.A.M. ทำให้โหลดฉากและ Texture ในเกมได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ยิ่งทำงานและเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นเยอะ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 มาให้ใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz หากอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก ที่เครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.29 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปค AMD ล้วนก็ซื้อ HP Victus เครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ HP Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)

alpha15

MSI Alpha 15 B5EEK-095TH เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนอีกเครื่องที่แรงจบตั้งแต่เปิดกล่อง สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD เข้าไปได้อีกด้วย จัดเป็นตัวแรงราคาน่าคบอีกเครื่องหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ในตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องอยุ่ที่ 2.35 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนสเปคแรงสักเครื่องก็ซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-095TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 32,490 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)

vero

Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ภาคต่อของตระกูล Vero ซึ่งบอดี้ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้กับโปรแกรม Microsoft Office แท้ และรหัสนี้ก็ได้รับการอัพเกรดเป็น Intel 12th Gen แล้วด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ ในเครื่องมีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น และจากโลโก้จะเห็นว่า Aspire Vero นี้ผ่านมาตรฐานเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ด้วย ดังนั้นจะได้เปรียบเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้นด้วย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)

thinkpad

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ต้องยกให้ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH รุ่นนี้ที่นอกจากตัวเครื่องจะใหญ่กำลังดีและยังได้ Windows 11 Pro ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์เรื่องความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งกว่าเวอร์ชั่น Home อีกด้วย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้จึงเหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานเป็นอย่างมาก และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Pro มาพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.7 กิโลกรัม เรียกว่าเอาใจสายทำงานแบบเต็มที่และได้ Intel 12th Gen ไปด้วยเลย

สเปคของ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)

tufdash

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ได้ทั้งทำงานและเล่นเกม ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W นับเป็นคำตอบที่ดีมาก เพราะนอกจากได้ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่หวือหวาแล้ว สเปคยังแรงตั้งแต่เปิดกล่องและพอร์ต USB-C ยังเป็น Full Function ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ตัวเครื่องหนัก 2 กิโลกรัมพอดี เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยดูดีทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ

สเปคของ ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W
  • CPU : Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2 กิโลกรัม
  • Price : 44,990 บาท (Advice)

windows eGNLSgazDVU unsplash

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ณ ตอนนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเยอะทีเดียว และวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊คนั้นก็ไม่ได้ยากมาก หากเข้าใจว่าเราเน้นใช้งานอะไรบ้างและต้องการโน๊ตบุ๊คแบบไหน เท่านี้ก็ช่วยตัดตัวเลือกรุ่นที่ไม่เกี่ยวข้องไปได้เยอะและไม่ต้องโดนคนขายเชียร์ปั่นยอดขายจนเสียโฟกัสอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้เริ่มทำการบ้านหาดูรุ่นที่สนใจจากที่บ้านก่อนแล้วไปจบที่หน้าร้านหรือจะซื้อออนไลน์ไปเลยก็สะดวกเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3msi 1

Share image Edit Name 1qdoled 1

Share image Edit Name 3acer 1

from:https://notebookspec.com/web/668571-5-tips-for-buying-laptop-in-2022

เปิดตัว ASUS ROG Phone 6D และ 6D Ultimate มาพร้อมชิป Dimensity 9000+ และ AeroActive Portal

ASUS ประกาศเปิดตัว ROG Phone 6D และ 6D Ultimate เกมมิ่งสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ตระกูล ROG Phone 6 Series ที่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ท Dimensity ของ MediaTek พร้อมระบบระบายความร้อนใหม่ที่ปฎิวัติวงการเกมมิ่งสมาร์ตโฟนเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

ROG Phone 6D

ROG Phone 6D และ 6D Ultimate ขับเคลื่อนบนชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 9000+ โดยรุ่น 6D มาพร้อมหน่วยความจำสูงสุด RAM 16GB+256GB ขณะที่รุ่น 6D Ultimate มาพร้อมหน่วยความจำสูงสุด RAM 16GB+512GB

หน้าจอของทั้ง 2 รุ่นเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมความลึกของสี 10bits โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 165Hz และรองรับ HDR10+ เหมือน ROG Phone 6 รุ่นดั้งเดิม

ซ้าย ROG Phone 6D ขวา ROG Phone 6D Ultimate

ในส่วนของกล้องก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยทั้ง 2 รุ่นติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″ และขนาดพิกเซล 1.0µm
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องเซลฟี่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

รวมทั้งใช้แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 65W ส่วนอุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับ ROG Phone 6 และ 6 Pro สามารถนำมาใช้ได้กับ ROG Phone 6D และ 6D Ultimate ใหม่ได้

และรูปลักษณ์ดีไซน์ส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยรุ่น 6D ด้านหลังเครื่องจะใช้โลโก้ ROG แบบเรืองแสง RGB LED ขณะที่รุ่น 6D Ultimate ด้านหลังเครื่องจะมีหน้าจอสี ROG Vision PMOLED

อย่างไรก็ตาม สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน ROG Phone 6D Ultimate นั่นคือ AeroActive Portal ที่ไม่เหมือนใครอยู่ด้านหลังเครื่อง โดย AeroActive Portal ให้เส้นทางตรงไปยังส่วนประกอบระบายความร้อนภายในของโทรศัพท์ด้วยบานพับแบบใช้มอเตอร์

ซึ่งจะยกชุดประกอบขึ้น และเปิดระบบระบายอากาศโดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริทท AeroActive Cooler 6 ซึ่งช่วยให้พัดลมกระจายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ยั่งยืนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งนี้ ASUS ROG Phone 6D และ 6D Ultimate มีสีเดียวให้เลือกคือ Space Grey โดย ROG Phone 6D มีราคาเริ่มต้นที่ 799 ปอนด์หรือประมาณ 33,620 บาท และ ROG Phone 6D Ultimate มีราคาเริ่มต้นที่ 1,199 ปอนด์หรือประมาณ 50,450 บาท ส่วนอุปกรณ์เสริม AeroActive Cooler มีราคาประมาณ 89 ยูโรหรือประมาณ 3,280 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-6d-and-6d-ultimate-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-rog-phone-6d-and-6d-ultimate-launched

ASUS เปิดตัวมือถือเกมมิ่ง ROG Phone 6D Series พร้อมรุ่นพิเศษ Batman Edition

เปิดตัวแล้ว! มือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ ASUS ROG Phone 6D และ ROG Phone 6D Ultimate ที่คราวนี้พิเศษกว่ารุ่นปกติเพราะใช้ชิปตระกูล Dimensity 9000+ แทน Snapdragon 8+ Gen 1 ใน ROG Phone 6 รุ่นปกติ และยังมากับช่องระบายความร้อนแบบใหม่ที่มีบานพับปิด-ปิดได้ด้วย นอกจากนี้ ASUS ยังได้เปิดตัว ROG Phone 6 รุ่นพิเศษ Batman Edition ที่มากับกล่องลายอัศวินรัตติกาลสุดเท่, เคส / เข็มจิ้มซิม Batman และยังมีไฟสปอตไลท์ส่งสัญญาณค้างคาวให้มาอีกต่างหาก

ROG Phone 6D / ROG Phone 6D Ultimate

ROG Phone 6D Series มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ ROG Phone 6D และ ROG Phone 6D Ultimate ซึ่งทั้งคู่ก็แทบไม่ได้แตกต่างอะไรไปจาก ROG Phone 6 และ ROG Phone 6 Pro เลย จะมีก็แค่ชิปที่เปลี่ยนมาใช้ Dimensity 9000+ แทน

โดยรุ่น 6D จะมีหน่วยความจำสูงสุด 16GB / 256GB พร้อมแถบไฟ RGB LED ด้านหลังเป็นโลโก้ ROG ส่วนรุ่น 6D Ultimate สูงสุดที่ 16GB / 512GB และมีหน้าจอ ROG Vision ด้านหลังสำหรับแสดงผลประเภทโลโก้ หรือ Notificatin ต่าง ๆ

สเปคอื่น ๆ รวมถึงดีไซน์ก็ไม่ต่างไปจากรุ่น ROG Phone 6 Series เลย ทั้งเรื่องหน้าจอ กล้อง แบตเตอรี่ ระบบชาร์จ หรืออุปกรณ์เสริมทั้งหลายก็ใช้ร่วมกันได้ด้วย จะมีที่พิเศษขึ้นมากว่าคนอื่นก็คึอรุ่น ROG Phone 6D Ultimate ที่มีช่องระบายอากาศ AeroActive Portal สามารถเปิดปิดได้

โดยช่องดังกล่าวอยู่บริเวณที่เสียบพัดลม AeroActive Cooler 6 ทำให้มันสามารถดูดความร้อนออกจากภายในตัวเครื่องได้ตรง ๆ เลย แถมช่องระบายนี้ยังเปิดอัตโนมัติเวลาที่เสียบพัดลมระบายอากาศ และจะปิดเองตอนถอดพัดลมออก

สเปค ROG PHONE 6D / ROG PHONE 6D Ultimate

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูงสุด 165Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus
  • CPU : Dimensity 9000+
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก IMX766 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP
    – กล้อง Macro 5MP
  • กล้องหน้า : 12MP
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, e-compass, gyroscope, proximity sensor, ambient-light sensor
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, DIRAC Sound, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W, Bypass Charging
  • ระบบ Android 12


ROG Phone 6 / ROG Phone 6D Batman Edition

ยังไม่หมด…ยังมี ROG Phone 6 และ ROG Phone 6D รุ่นพิเศษ Batman Edition เปิดตัวออกมาพร้อมกันด้วย โดยรุ่นนี้จะมีสเปคเดียวกันกับรุ่นปกติ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือกล่องที่เป็นเคสแข็งแบบมีหูหิ้วลาย Batman พร้อมของแถมเท่ ๆ อย่างเคสมือถือ Batman Aero Case, เข็มจิ้มซิม Batman, แถบไฟ RGB หลังเครื่องโลโก้ Batman และที่เด็ดสุดคือไฟส่งสัญญาณค้างคาว เอาไว้ยิงใส่ผนังเท่ ๆ

ส่วน UI ก็จะมีให้ทั้ง Live Wallpaper, ภาพเคลื่อนไหวธีมแบทแมนตอนชาร์จแบตเตอรี่, ภาพ Always-on และภาพตอนมีสายเข้า

ราคา

สำหรับราคาของ ROG Phone 6D Series และรุ่น Batman Edition ก็มีตามนี้

  • ROG PHONE 6D : ราคาเริ่มต้น 799 ยูโร หรือประมาณ 29,500 บาท
  • ROG PHONE 6D Ultimate : ราคาเริ่มต้น 1199 ยูโร หรือประมาณ 44,200 บาท
  • ROG PHONE 6D Batman Edition (12/256GB) : ราคา 1199 ยูโร หรือประมาณ 44,200 บาท
  • ROG PHONE 6 Batman Edition : ราคายังไม่ประกาศ

ROG Phone 6D และรุ่นพิเศษ Batman Edition จะเริ่มวางจำหน่ายในโซน UK ก่อน และหลังจากนั้นถึงจะไปตามโซนยุโรปต่อ แต่ไม่รู้ว่าจะเอามาเข้ามาบ้านเราด้วยรึเปล่านะครับ

 

ที่มา : GSMArena, 2

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-6d-rog-phone-6-batman-edition-announced/

ASUS Vivobook 16 รีวิวโน๊ตบุ๊คจอกว้าง กาง 180 ทำงานเช็คหุ้น ดูหนังก็ปัง! พลัง Ryzen 5

ASUS Vivobook 16 จอกว้าง พอร์ตเยอะ ทำงานหรือบันเทิงก็ลงตัว ฟีเจอร์ครบ Ryzen 5 แค่ 22,990.-

ASUS Vivobook D1603Q cov6

ASUS Vivobook 16 การที่มีเครื่องมือช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา การเลือกโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายก็เช่นกัน ASUS Vivobook เป็นไลน์โน๊ตบุ๊คกลุ่มไลฟ์สไตล์ ซึ่งเวลานี้มีให้เลือกหลากหลายรุ่น เช่นเดียวกับ ASUS Vivobook 16 ที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ ก็น่าสนใจไม่น้อย ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ความละเอียด 1920×1200 ในแบบ 16:10 กางออกได้ 180 องศา เพื่อแชร์ไดเดียเด็ดๆ ของคุณให้คนอื่นๆ ได้ชม ยกขุมพลังซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ที่ถือว่าเป็นซีรีส์ของเกมมิ่งมาให้ผู้ใช้ได้ทำงานต่างๆ ลื่นไหลมากขึ้น เพิ่มเทคโนโลยีการระบายความร้อนมาเป็นพิเศษ ลดเสียงรบกวน จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบและใช้วัสดุแข็งแรง น้ำหนักเบาแม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีจอใหญ่ก็ตาม และเคลือบสารป้องกันแบคทีเรียมาด้วย กล้องเว็บแคมที่ให้ความเป็นส่วนตัว ปิดการใช้งานได้ด้วยปลายนิ้ว และคีย์บอร์ด ErgoSense ให้มุมการกดที่เข้ากับสรีระ การกดที่นุ่มนวล และตอบสนองได้ดี เพิ่มความเร้าใจด้วยระบบเสียง ASUS SonicMaster เช่นเดียวกับพอร์ตต่อพ่วงที่มีให้อย่างครบครัน และการเชื่อมต่อไร้สายอีกมากมาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home ในตัว และการรับประกัน 2 ปี กับราคาเริ่มต้นที่ 21,990 บาท


จุดเด่น

Advertisementavw
  • ให้พื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ 16″
  • กางหน้าจอได้ 180 องศา
  • ให้ซีพียูระดับเกมมิ่ง AMD Ryzen 5 5600H
  • มีสล็อตอัพเกรดแรมเพิ่ม
  • ขอบจอบางมาก มี Privacy shutter มาให้
  • มีพอร์ต USB Type-C มาให้
  • กราฟิกพอเล่นเกมพื้นฐานได้ในระดับ 30-40fps
  • แบตค่อนข้างอึด 50Whr ใช้ได้ราวๆ 8-9 ชั่วโมง

ข้อสังเกต

  • ถ้ามีพอร์ต LAN RJ-45 เพิ่มมาให้ก็น่าจะดี

ASUS Vivobook 16 D1603


Specification

ASUS Vivobook 16 รายละเอียดผลิตภัณฑ์
สี Quiet Blue
ระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home – ASUS recommends Windows 11 Pro for business
โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 5 5600H Mobile Processor (6-core/12-thread, 19MB cache, up to 4.2 GHz max boost)
กราฟิก AMD Radeon™ Vega 7 Graphics
จอภาพ 16.0-inch, WUXGA (1920 x 1200) 16:10, IPS-level Panel, 300nits, 45% NTSC color gamut for non-OLED, Anti-glare display, Screen-to-body ratio86 %
หน่วยความจำ 8GB DDR4 on board
ตัวจัดเก็บข้อมูล 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD
ช่องเสียบ 1x DDR4 SO-DIMM slot
การเชื่อมต่อ 1 x USB 2.0 Type-A
1x USB 3.2 Gen 1 Type-C
2 x USB 3.2 รุ่น 1 Type-A
1 x Micro HDMI 1.4
1x 3.5mm Combo Audio Jack
คีย์บอร์ดและทัชแพด Chiclet Keyboard with Num-key, 1.4mm Key-travel, Touchpad
กล้อง 720p HD camera
With privacy shutter
เสียง SonicMaster
with Cortana and Alexa voice-recognition support
การเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6(802.11ax) (Dual band) 2*2 + Bluetooth 5
แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน 50WHrs, 3S1P, 3 ก้อน
พาวเวอร์ซัพพลาย ø4.5, 90W AC Adapter, Output: 19V DC, 4.74A, 90W, Input: 100~240V AC 50/60Hz universal
น้ำหนัก 1.88 kg
ขนาด (กxยxส) 35.84 x 24.77 x 1.99 ~ 1.99 cm
แอปที่มาพร้อมเครื่อง MyASUS
คุณสมบัติ MyASUS System diagnosis
Battery health charging
Fan Profile
Splendid
Function key lock
WiFi SmartConnect
Link to MyASUS
TaskFirst
Live update
ASUS Intelligent Performance Technology
AI Noise Canceling
Microsoft Office รวม Office Home และ Student 2021
Military Grade US MIL-STD 810H military-grade standard
Regulatory Compliance
Energy star
ความปลอดภัย BIOS Booting User Password Protection
Trusted Platform Module (Firmware TPM)
BIOS setup user password
ภายในกล่อง Backpack
ราคา 22,990 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


Hardware / Design

ASUS Vivobook 16

ASUS Vivobook 16 D1603Q รุ่นนี้ มาในโทนสีที่เรียกว่า Quiet Blue ซึ่งเรียกว่าแทบจะเป็นสีประจำรุ่นก็ว่าได้ รวมไปถึงโน๊ตบุ๊คกลุ่มธุรกิจ อย่างเช่น ExpertBook ในหลายๆ รุ่น ซึ่งถือว่าค่อนข้างโดดเด่น และดูจะเข้ากันได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะใช้งานในออฟฟิศ ออกไปนั่งร้านกาแฟ หรือจะไปพบลูกค้านอกสถานที่ ส่วนตัวค่อนข้างชอบสีนี้ เพราะเห็นเป็นรอยนิ้วมือได้ยาก และดูสุขุมเลยทีเดียว เช่นเดียวกับบอดี้ ที่ยังคงความกระทัดรัดเอาไว้ แม้ว่าจะอยู่ในแนวของโน๊ตบุ๊ค 16″ ก็ตาม

ASUS Vivobook 16

โคงสร้างหลักแข็งแรง Cover ยังคงเป็นแบบ ABS แต่จะไม่ได้เป็นซอฟต์ทัชแบบเดียวกับใน Zephyrus แต่เรื่องของสีสัน จะดูเป็นแบบสีด้าน ไม่มันเงา ไม่ต้องกลัวเรื่องริ้วรอยมากนัก ส่วนบอดี้หลักจะมีทั้งเป็นโลหะในบางส่วน ทำให้สัมผัสแข็งแรง และให้ความยืดหยุ่นพอสมควร มีการลบเหลี่ยมมุม เพื่อให้บอดี้ดูมีความบางและเล็กลงอีกด้วย สังเกตได้จากขอบด้านข้างทั้ง 4 ด้าน รวมถึงด้านใต้ของพอร์ตทั้ง 2 ด้าน

ASUS Vivobook 16

กรอบบานของหน้าจอบางเป็นพิเศษ ในส่วนนี้ ASUS เคลมว่าให้สัดส่วนพื้นที่หน้าจอแสดงผลมากถึง 86% เมื่อเทียบกับบอดี้ทั้งหมด ซึ่งดูแล้วเป็นผลดีสำหรับผู้ใช้ทั้งในงานเอกสาร ท่องเว็บหรือจะเน้นความบันเทิง เพราะไม่มีเรื่องของขอบหนาๆ มาทำให้เสียอรรถรสและยังมีส่วนทำให้บอดี้โดยรวมเล็กลงอีกด้วย

ASUS Vivobook D1603Q 36

มาพร้อมกล้องเว็บแคมความละเอียด HD พร้อมไมโครโฟน แต่ไม่รองรับการล็อคอินด้วยใบหน้าผ่านทาง Windows Hello พร้อมที่ปิดกล้อง privacy shutter โดยมีไมโครโฟน และมีไมโครโฟน ASUS AI Noise-Canceling ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนที่จะแทรกเข้ามาขณะใช้งานได้หลายรูปแบบ ร่วมกับเทคโนโลยี Ai

ASUS Vivobook 16

คีย์บอร์ด ASUS ErgoSense ในแบบ Full-size จัดเต็ม ถูกวางไว้จนเกือบเต็มพื้นที่กับปุ่มขนาดใหญ่ กดพิมพ์ได้ง่าย ดูสบายตากับฟอนต์ที่คมชัด และวางฟังก์ชั่นต่างๆ รวมถึงฮอตคีย์ให้ใช้งานอีกเพียบ ไม่ว่จะเป็นการเปิด-ปิดฟังก์ชั่น เพิ่มลดระดับเสียง แสงสว่าง รวมถึงมี Numberpad มาให้พร้อมใช้ จะขาดไปบ้างก็น่าจะเป็นเรื่องแสงไฟ Backlit แต่ก็ดูแล้วไม่ใช่เรื่องที่น่าซีเรียสมากนักกับการใช้งานในแต่ละวัน

ASUS Vivobook 16

ASUS Vivobook 16 มีพอร์ตต่อพ่วงให้มาตามมาตรฐาน และน่าจะเยอะมากพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน โดยมี USB Type-A ให้ถึง 3 พอร์ตด้วยกัน และเพิ่ม USB-C มาด้วย แต่เน้นที่การถ่ายโอนข้อมูลเป็นหลัก รวมถึง HDMI นอกนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 6 ax และ Bluetooth ซึ่งเรียกว่าพร้อมสำหรับการเชื่อมต่อในเกือบทุกรูปแบบ

ASUS Vivobook 16

บานพับหน้าจอแข็งแรงและโดดเด่นในเรื่องของการกางออกได้ถึง 180 องศา ด้วยการออกแบบที่เรียกว่า lay-flat hinge เพื่อการแชร์ข้อมูลให้กับคนอื่นรอบข้างได้ดูพร้อมๆ กัน ซึ่งตรงกับแนวคอนเซปต์ของทาง ASUS ในการใช้งานในสำนักงานหรือจะเป็นด้านความบันเทิงภายในบ้านก็ตาม นอกเหนือจากหน้าจอในแบบ IPS ให้มุมมองกว้างขึ้น และจอขนาดใหญ่ การกางได้แบบนี้เป็นผลดีต่อการใช้งานมากขึ้น

ASUS Vivobook 16

ปุ่ม Enter ที่ใส่โลโก้ในแบบดั้งเดิมที่ทาง ASUS ออกแบบไว้ ซึ่งในความหมายจะคล้ายๆ ว่า เมื่อคุณพร้อม ก็กด Enter เพื่อเข้าสู่การทำงานกันดีกว่า หรือคล้ายเป็นการยืนยันว่า มั่นใจก็กดปุ่ม Enter เพื่อจบงานของคุณกันเถอะ ประมาณนี้

ASUS Vivobook 16

ฝาปิดด้านใต้เป็นโครงโลหะซ่อนอยู่กับบอดี้ที่เป็น ABS เจาะช่องดูดอากาศเย็นด้านใต้เครื่อง และปิดบางจุดเอาไว้ เพื่อเป็นการบังคับทิศทางลม และป้องกันชิ้นส่วนด้านใน เป็นช่องลมที่เรียบง่าย ต่างจากใน TUF Gaming และมีแถบยางที่เป็น Feet ยกตัวโน๊ตบุ๊คให้สูงขึ้นเล็กน้อย

ASUS Vivobook 16

ภายในจัดมาแบบหลวมๆ ไม่ได้แน่นจนเกินไป มีลักษณะการวางองค์ประกอบบางอย่างให้ทำงานได้ดีมากขึ้น และมีสล็อตแรมสำหรับการอัพเกรดได้ โดยทาง ASUS ใช้ระบบระบายความร้อนที่เรียกว่า IceCool technology ที่มาพร้อมใบพัดขนาดเล็ก เสียงรบกวนต่ำ และมีช่องระบายลมร้อนออก บริเวณด้านข้างซ้ายของโน๊ตบุ๊คอีกด้วย

ASUS Vivobook 16

อแดปเตอร์ชาร์จไฟให้มาไซส์ใหญ่แบบเดียวกับบน ASUS Vivobook 15 แต่ขยับมาเป็น 90W 4.74A ถือว่าตอบโจทย์ในการใช้งานได้ดีทีเดียว และขนาดเล็กกระทัดรัดประมาณฝ่ามือเท่านั้น น้ำหนักแค่ 300g จัดว่าเบาและสะดวกต่อการพกพาไม่น้อย สายไฟเป็นแบบยางเคลือบ ทนการพับงอได้ดี ความยาวประมาณ 1.50m

ASUS Vivobook 16

บอดี้โดยรวมถือว่าค่อนข้างลงตัว มิติอยู่ที่ประมาณ 35.84 x 24.77 และน้ำหนักเฉพาะตัวเครื่องราวๆ 1.8Kg เท่านั้น


Keyboard / Touchpad

ASUS Vivobook 16

ชุดคีย์บอร์ดมาในแบบ Chiclet Island ที่แยกส่วนและมีระยะห่างกันกำลังดี เหมาะทั้งสายพิมพ์งานยาวๆ แบบสัมผัส หรือผู้ใช้ทั่วไป ให้แรงกดไม่ลึกมากนัก มีการสะท้อนพอเหมาะ ซึ่งจะคล้ายๆ กันเกือบทั้งหมดในสายทำงานอย่าง Vivobook แต่จะกดลึกกว่า Zephyrus เล็กน้อย ขณะที่มีการตอบสนอง ปุ่มมาในแบบ Full-size ซึ่งมี NumberPad มาในตัว แต่จะไม่มีแสงไฟ Backlit มาให้

ASUS Vivobook 16

ปุ่มคีย์บอร์ดมีความน่าใช้ ใครที่เป็นคนที่พิมพ์แล้วต้องมองแป้นพิมพ์น่าจะชื่นชอบไม่น้อย นั่นก็เพราะตัวฟอนต์ที่ทำออกมาใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน วางเลย์เอาท์ได้ลงตัว ปุ่ม Tab และ Accent อาจจะเล็กไปนิด แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้งานได้ง่าย

ASUS Vivobook 16

ปุ่ม Spacebar ตรงกลาง ไม่ยาวนัก แต่ก็ใช้งานได้สะดวกเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้พิมพ์เป็นหลัก เพื่อให้การจัดวางปุ่ม Ctrl และ Alt ได้ใกล้มือยิ่งขึ้น

ASUS Vivobook 16

ส่วนทาง NumberPad ที่ประกอบไปด้วยปุ่มตัวเลขต่างๆ มี โดยยกแถบของ -, + เอาไว้ด้านบน และบรรดาเครื่องหมายพิเศษต่างๆ ส่วนตัวรู้สึกติดนิดหน่อยตรงปุ่ม Arrow ด้านล่าง ที่มีให้แบบครึ่งปุ่มเท่านั้น เล็กไปนิดนึง

จะเห็นว่าตรงปุ่ม Enter ค่อนข้างจะโดดเด่น เพราะมีการใส่ลายเส้นอารมณ์แบบป้าย Slate เวลาที่ถ่ายหนังเข้าไปด้วย ประมาณว่า กดสิ รออะไร เราจะได้เริ่มลุยงานกันเลย น่าจะประมาณนี้ โดยตัวปุ่มเกือบจะไปเชื่อมกับปุ่ม ฃ และ ฅ ทำให้มีพื้นที่ปุ่มมากขึ้นอีกนิด กดได้แม่นขึ้น

ASUS Vivobook 16

ASUS Vivobook 16 วางส่วนฮอตคีย์ที่อยู่ด้านบนก็เรียกว่ามีให้เกือบครบ หากต้องการใช้ปุ่ม F1-F12 แบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องกด Fn สามารถเปิด ไม่อยากกด Fn ค้าง สามารถกดเลือก Hotkey priority mode ได้ ด้วยการกด Fn+Esc สลับปุ่ม Function Hotkey กับ F1-F12 ตามปกติ ซึ่งเมื่อกดสลับแล้วบนหน้าจอจะมีหน้าต่างแสดงการสลับการทำงานระหว่างปุ่ม F1-F12 หรือ Function Hotkey แสดงขึ้นมาบนหน้าจอให้เราได้ทราบอีกด้วย ทีนี้ก็จะกดที่ฮอตคีย์ได้ทันที ไม่ต้องกดพร้อมปุ่ม Fn

ASUS Vivobook D1603Q 49 1

ส่วนปุ่มฮอตคีย์นั้น ประกอบด้วย เปิด-ปิดเสียง, เพิ่ม-ลดเสียง, เพิ่ม-ลดแสงสว่างหน้าจอ, เปิด-ปิดทัชแพด, ต่อสัญญาณจอภายนอก, ไมโครโฟน, กล้องเว็บแคม, เรียกใช้ MyASUS และ จับภาพหน้าจอ

ASUS Vivobook 16

ทัชแพดขนาดใหญ่ประมาณ 8.5 x 13cm ถือว่ากว้างขวางทีเดียว หากเทียบกับโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ที่ใช้อยู่ ต่างกันอยู่พอสมควร ซ่อนปุ่มกดซ้าย-ขวาเอาไว้ และใช้ Multi-Gesture ได้อีกด้วย เรียกว่าเอาใจสายท่องเน็ต ดูหนังและการเรียนออนไลน์ได้ดีทีเดียว

สติ๊กเกอร์มีอยู่เป็นปกติบนโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน ASUS Vivobook 16 รุ่นนี้ก็เช่นกัน นอกจากพื้นที่วางมือขนาดใหญ่แล้ว ก็ยังมีบรรดาสติ๊กเกอร์อย่าง AMD Ryzen 5, Perfect Warranty, และ Office Home and Student มาให้คุณได้ใช้ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม รวมถึงอธิบายฟีเจอร์ที่มีอยู่มากมายบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ อาทิ กางได้ 180 องศา, มี Ai Noise cancelling หรือจะเป็น MyASUS, Physical webcam privacy เป็นต้น


Screen / Speaker

ASUS Vivobook 16

จอแสดงผลของ ASUS Vivobook 16 รุ่นนี้ มาในไซส์ที่ใหญ่กว่าปกติ อยู่ที่ระดับ 16″ พื้นที่การทำงานมากขึ้นกว่าเดิม และเป็น Ratio หรือสัดส่วนแบบ 16:10 ให้พื้นที่แนวยาวที่มากขึ้น ด้วยความเป็นจอใหญ่ และขอบจอที่บางมาก จึงทำให้มีพื้นที่การแสดงผลที่มากขึ้น

ASUS Vivobook 16 ให้อารมณ์ในการดูหนัง หรือต้องเปิดไฟล์ภาพ และการพรีเซนเทชั่น จึงดูอิ่มเต็มตา คือเรื่องการให้ความสำคัญของ ASUS ในเรื่อง Screen-to-Body บอกได้เลยว่า ทำให้ ASUS ดูน่าสนใจมากขึ้นในหลายๆ รุ่น และหน้าจอแบบนี้ ทำให้การแบ่งหรือ Split Window รวมถึงการใช้ประชุมออนไลน์ มองเห็นสมาขิกได้จำนวนมากและชัดกว่าเดิม โดยเฉพาะคุณครู ที่ต้องดูลูกศิษย์ขณะที่สอนงาน บอกเลยว่าน่าจะชอบเป็นพิเศษ

ASUS Vivobook 16

ขอบด้านล่างยังถือว่าค่อนข้างบาง เพราะมีพื้นที่กรอบอยู่เล็กน้อย กว้างราว 1.5cm เท่านั้น ซึ่งทำให้ตัวจอมีมิติกว้างขึ้น และดูไม่เกะกะสายตา พร้อมโลโก้ ASUS Vivobook สีขาวบนพื้นสีดำ

ASUS Vivobook 16
Webcam1
Physical Webcam Shield

กล้องเว็บแคมนี้ให้ความละเอียด 720p HD ที่ให้ความคมชัดในระดับหนึ่ง มาพร้อมกับ Privacy shutter ในแบบที่คุณใช้เลื่อนเปิด-ปิดหน้ากล้องได้ด้วยตัวเอง ใช้ก็เปิด ไม่ใช้ก็ปิด เป็นการป้องกันตัวเอง ในแง่ของการมีโทรจันหรือไวรัสที่ใช้ช่องทางเข้าถึงกล้องของเราได้ไม่ง่าย รวมถึงคนที่มักจะเผลอลืมปิดกล้องหลังประชุม หรือออนไลน์ทำงานอยู่

Webcam 1

ส่วนคุณภาพของกล้องเว็บแคม ก็เป็นไปตามตัวอย่างนี้ ความคมชัดอยู่ในระดับมาตรฐาน เรื่องแสงสีพอใช้ได้ แต่ถ้าคุณเซ็ตห้องหรือวางไฟ ให้มีความสว่างที่หน้าบ้าง ก็จะทำให้ดูสวยเนียนขึ้นได้อีกเยอะ เหมาะกับการประชุมหรือการเรียน หรือคุณจะใช้ในการนำเสนองานก็พอใช้ได้เช่นกัน

สำหรับไฮไลต์อย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊ค ASUS Vivobook 16 รุ่นนี้อยู่ที่ฟีเจอร์ 180° lay-flat hinge ที่สามารถกางหน้าจอออก 180 องศา มาพร้อมบานพับที่แข็งแรง โดยตัวจอที่กางออกนี้ เหมาะกับใช้ในโอกาสต่างๆ ได้มากมาย และถ้าจะให้ดี มีฟังก์ชั่นกลับภาพหน้าจอให้ได้เลย สำหรับแชร์ภาพให้คนตรงข้ามได้เห็น หรือแบ่งปันให้ดูกันได้หลายๆ คนก็คงจะดีไม่น้อย

ตัวอย่างภาพของเกม การสตรีมและการเล่นเกม เรารวมเอามาไว้ให้ได้ชมกัน ในส่วนของเกม ไม่มีติดขัด ยิ่งเป็นเกมสีสันสดใส เอฟเฟกต์อลังการอย่าง DOTA2, Overwatch, Apex หรือจะเป็นเกมอย่าง Diablo ก็ให้ภาพที่สวยงาม เพียงแต่ว่าในบางเกม ไม่สามารถอัพความละเอียด หรือเพิ่มความสวยงามเยอะๆ ได้ ตามสเปคของระบบ ส่วนการชมวีดีโอ ถือว่าทั้งรายละเอียดและความไหลเนียนของภาพ ทำได้ดี ดูได้เพลินตา และเมื่อเราลองปรับ HDR enable บน Windows ภาพที่ใด้ดูกลมกลืนมากขึ้น แม้จะไม่ได้ถูกวาง Certified ด้าน HDR มา แต่ Vivobook 16 นี้มีพื้นฐานของพาแนลมาดีพอสมควร เพราะให้ความต่างในการแสดงผลได้มากขึ้น แม้จะไม่ได้สดใสแบบ HDR OLED แต่ถ้ามาดูพื้นฐานของจอบนโน๊ตบุ๊คราคาประมาณ 22,990 บาทนี้แล้ว จัดว่าเกินคาด

ASUS Vivobook 16

บน Display Properties บอกข้อมูลของ Resolution เป็น 1920 x 1200 ในแบบ Native อาจจะทำให้ดูฟอนต์ใหญ่อยู่บ้าง แต่สามารถปรับ Scale ให้เหมาะกับความชอบของคุณได้เลย

Display CAL 1 2

ในแง่ของสีสันและความสดใส รวมถึงความแม่นยำของค่าสี ที่จะนำมาใช้งานนั้น แนะนำว่า ถ้าใช้งานในห้องปกติ ปรับความสว่าง 60-70% ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว หรือถ้าชอบแนวสว่างชัดๆ ไปเลย ก็เพิ่มอีกเล็กน้อยตามสะดวก โดยใช้ฮอตคีย์ F4, F5 ส่วนในแง่ของความแม่นยำ เราใช้โปรแกรม DisplayCAL กับอุปกรณ์ทดสอบหลักอย่าง ColorChecker มาทดสอบ ซึ่งผลที่ได้เป็นดังนี้ครับ ค่า Gamut อยู่ที่ราวๆ 60% อยู่ในเกณฑ์พื้นฐานของจอโน๊ตบุ๊คทำงาน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติ หากเป็นในกลุ่ม Vivobook 15 ที่เป็น OLED หรือ Zephyrus ตัวเกมมิ่ง ก็จะทำได้ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าราคาก็จะดีดเพิ่มขึ้นไป ส่วนถ้ามีความจำเป็นจะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับด้านภาพและสีเพิ่ม ให้มองจอทำงาน ที่ต่อแยกเพิ่มดูจะเหมาะสมมากกว่า

แต่อีกค่าหนึ่งดูน่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ ค่าความสว่าง ที่จอนี้ทำได้เมื่อเปิดสุด 100% ให้ผลทดสอบได้ถึง 361cd/m2 ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานในที่ที่แสงน้อย หรือมีแสงรอบข้างค่อนข้างมาก หรือคนที่ใช้งานนอกสถานที่บ่อย แต่กรณีที่ใช้ในสำนักงาน ปรับในระดับ 60-70% ที่มีแสงไฟรอบข้างเพียงพอ ก็มองเห็นได้ชัดแล้วครับ


Connector / Thin and Weight

ASUS Vivobook 16

ส่วนฝั่งทางด้านซ้ายของโน๊ตบุ๊คนั้น จะมีเพียง USB 2.0 Type-A มาเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น แต่ใช้พื้นที่ว่างอีกส่วนหนึ่ง มาเป็นช่องระบายความร้อน ถือว่าเป็นไอเดียที่ดี การแยกฝั่งการใช้งานแบบนี้ เป็นผลดีหลายอย่าง ตั้งแต่การจัดระเบียบการต่อพ่วงอุปกรณ์ได้แล้ว ยังง่ายต่อการใช้ ไม่ต้องเกะกะอีกด้วย

ASUS Vivobook 16

โดยส่วนตัวการมี USB-C มาให้ก็จะเป็นการดีอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าได้เพิ่มฟังก์ชั่้น ที่นอกเหนือจากการถ่ายโอนข้อมูล ก็จะเป็นผลดีต่อผู้ใช้มากกว่าเดิม แม้ว่าการเติม Thunderbolt 4 เข้ามา อาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะอาจจะทำให้ราคาขึ้นไปเกินกว่า 25K ดังนั้นการเพิ่มบทบาทของ USB-C ก็ดูจะน่าสนใจไม่น้อย อย่างไรก็ดีหากผู้ใช้ไม่ได้ซีเรียส ก็อย่าลืมว่ายังมี HDMI ที่แสดงผลไปยังจอภายนอกได้อีกด้วย ก็พอจะตอบโจทย์ในด้านนี้ได้

ASUS Vivobook 16

ส่วนในเรื่องมิติและความบาง ASUS เคลมเอาไว้ว่า 1.99cm ก็เป็นเรื่องปกตินะของโน๊ตบุ๊คในระดับ 15.6″ หรือ 16″ แบบนี้ โดยเฉพาะการวัดในจุดที่หนาสุด เพราะอย่าลืมว่าโน๊ตบุ๊คจะต้องมีโครงสร้างส่วนหนึ่ง ในการรับภาระโดยรวมเช่นกัน ดังนั้นก็ต้องเพิ่มความแข็งแรง และส่วนตัวก็มองว่าไม่ได้เป็นปัญหา หากจะใส่เข้าไปในกระเป๋าเป้หรือใช้สะพายข้าง เพราะยังมีพื้นที่มากพอในการจัดวางสิ่งต่างๆ ได้ ไม่อึดอัดจนเกินไป

Weight 1
Weight 3

และน้ำหนักที่ได้ อยู่ที่ประมาณ 1.87Kg ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ในเว็บไซต์ของ ASUS อยู่ที่ 1.88Kg เมื่อรวมกับแอดปเตอร์ขนาดเล็กๆ น้ำหนักประมาณ 300 กรัม ก็ทำให้โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ๆ แบบนี้ หนักประมาณ 2.1Kg เท่านั้น ยังอยู่ในเกณฑ์ของการพกพาได้ และอยู่ในระดับเดียวกับโน๊ตบุ๊ค 15.6″ อีกด้วย จะใส่กระเป๋าเป้เดินทาง ก็ยังพอไหว จะเป็นชายร่างใหญ่หรือสุภาพสตรีที่ยกบ้าง วางบ้าง แวะหาลูกค้าทำงาน และวางในรถยนต์ก็ไม่เกะกะ


Inside / Upgrade

ASUS Vivobook 16

มาดูที่ด้านหลังหรือด้านใต้ของโน๊ตบุ๊ค ASUS Vivobook 16 นี้กันก่อนจะไปแกะ เพื่อดูด้านในและการอัพเกรด สำหรับคนที่อยากจะลองทำด้วยตัวเอง สามารถใช้ไขควง 4 แฉกในการแกะได้ มีน็อตประมาณ 13 ตัวด้วยกัน ไขง่ายมาก ส่วนการแกะฝาปิดนั้น อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังเล็กน้อย

ASUS Vivobook 16

เมื่อเปิดฝาออกมา จะเห็นด้านในเป็นเช่นนี้ โดยจะเป็นโครงที่มีชิ้นส่วนปกป้องอุปกรณ์ด้านในอยู่พอสมควร เช่น ขาล็อคน็อต, SSD module รวมถึงตะแกรงกรองฝุ่นในจุดที่เป็นพัดลม

ASUS Vivobook 16

ภายในของ ASUS Vivobook 16 เมื่อเปิดฝาออกมาทั้งหมดแล้ว ภายในเราจะได้เห็นเมนบอร์ดในไซส์ขนาดมาตรฐาน ซึ่งใช้พื้นที่ประมาณ 1/3 ของพื้นที่ทั้งหมดภายใน สำหรับการจัดวางชุดระบายความร้อน แม้จะเป็นแบบพัดลมเดียว และใช้ฮีตไปป์ทองแดงจำนวน 2 เส้น วิ่งคู่กันจากฮีตซิงก์ของซีพียู ผ่านมายังช่องพัดลม และไปยังครีบระบายความร้อน และให้พัดลมที่ดูดลมเย็นเข้ามา เป่าออกไปทางด้านข้างซ้าย และทาง ASUS ใช้เทคโนโลยี IceCool Thermal ช่วยในการระบายความร้อน

ASUS Vivobook 16

ใบพัดลมเป็นแบบ 87 ใบขนาดเล็กมากๆ และยังเป็น Liquid-crystal polymer ซึ่งถือว่าเป็นผลดี เพราะทำให้มีความแข็งแรง และเสียงรบกวนน้อย ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานทั้งในด้านของการเล่นเกม ดูหนังต่อเนื่องหรือในช่วงที่โหลดซีพียูหนักๆ ได้ดีพอสมควร

ASUS Vivobook 16

ช่องที่เป็นทิศทางลมออกอีกช่องหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลัง หรือใต้หน้าจอ เบี่ยงไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย ช่วยให้การระบายอากาศทำได้คล่องตัวขึ้น

ASUS Vivobook 16

มาว่ากันที่การอัพเกรดกันบ้าง โดยพื้นฐาน ASUS Vivobook จะมาพร้อมกับแรมออนบอร์ด เช่นเดียวกัน รุ่นนี้มีมาให้ 8GB DDR4 แล้ว และยังมีสล็อตแรมเพิ่มให้อีก 1 สล็อต DDR4 SO-DIMM สำหรับการอัพเกรดอีกด้วย โดยเพิ่มได้อีกอย่างน้อย 24GB เมื่อรวมกับของเดิม

ASUS Vivobook 16

และอีกช่องหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ เดิมทาง ASUS ติดตั้ง SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe 3.0 x4 มาแล้ว 1 ตัว ความจุ 512GB ก็สามารถเพิ่มความจุ ด้วยการเปลี่ยนเป็น SSD ในรูปแบบเดียวกัน จะเพิ่มความจุหรือความเร็ว ก็ดูได้ตามความเหมาะสม ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว ถ้าคุณเป็นคนที่มีข้อมูลเยอะมาก ใช้โปรแกรมค่อนข้างหลากหลาย การเพิ่มเป็น SSD 1TB ก็ดูน่าสนใจ เพราะราคาเวลานี้ก็ถูกลงมาก 1TB ราคาเริ่มต้นประมาณ 3 พันบาทเท่านั้น

ASUS Vivobook 16

แบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นแบบ 3-cell 50Whr ซึ่งอยู่ในเกณฑ์กลางๆ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในขนาด 15.6″ หรือ 16″ ที่มีอยู่ในท้องตลาด เรื่องของระยะเวลาในการทำงาน สามารถเข้าไปดูในส่วนของการทดสอบ Battery / Heat / Noise กันได้เลยครับ

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ บริเวณที่เป็นบานพับทาง ASUS ออกแบบมาเป็นแนวยาวตลอดทั้งบอดี้ และมีจุดยึดที่แข็งแรงพอสมควร ทำให้พอมั่นใจได้ว่า จะใช้ไปได้แบบยาวๆ เมื่อต้องเปิด-ปิดๆ อยู่บ่อยครั้ง ยิ่งคนที่ต้องเดินทางบ่อย น่าจะให้ความสำคัญในจุดนี้ด้วยเช่นกัน


Performance / Software

ASUS Vivobook 16

มาสู่โหมดการทดสอบ เริ่มที่ CPUz กับการรายงานข้อมูลฮาร์ดแวร์ โดยแจ้งเป็นซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ได้อย่างถูกต้อง ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread มีแคช L3 มากถึง 16MB ส่วนอินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อเป็น PCI-Express 4.0 x16 แล้วนะ

ASUS Vivobook 16

แรมที่ติดตั้งมาเป็นแบบ DDR4 3200 ความจุ 8GB สามารถอัพเกรดเพิ่มเติมจากสล็อตที่มีมาให้บนเมนบอร์ดได้ แนะนำว่าถ้าคุณไม่ได้ติดเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก หรือต้องการประสิทธิภาพในงานที่มีการใช้ทรัพยากรเยอะ เช่น โปรแกรมแต่งภาพ เปิดไฟล์ขนาดใหญ่ หรือตัดต่อวีดีโอเบื้องต้น เพิ่มอีกสัก 16GB ก็จะเห็นศักยภาพที่ทำได้ดีมากขึ้น รวมถึงการเล่นเกมก็มีส่วนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

CPUz4

และกราฟิกที่มีมาพร้อมซีพียู AMD Ryzen 5 รุ่นนี้ เป็นรุ่น Radeon Vega Graphic ที่ถือว่าเป็นอีกเลเวลหนึ่งที่ช่วยให้การเล่นเกมหรือทำงานด้านวีดีโอได้ดียิ่งขึ้น โดยระบบจะจัดการเรื่อง Cache หรือ VRAM ให้อัตโนมัติ ผลที่ได้ในการเล่นเกมเป็นอย่างไร ดูได้จากการทดสอบครับ

CPUz5

เราลองทดสอบระดับประสิทธิภาพ ASUS Vivobook 16 เมื่อเทียบกับซีพียูที่เป็นอดีตตัวแรงของเหล่าเกมเมอร์อย่าง AMD Ryzen 7 2700X เรื่องของ Single-Thread นั้น Ryzen 5 5600H สามารถกระชากลูกเลี้ยงหลบไปยิงได้ไม่ยาก ส่วน Multi-Thread ก็ทำได้สูสีเลยทีเดียว เป็นรองอยู่เล็กน้อย แต่ย้ำว่า Ryzen 7 2700X นั้นเป็นซีพียู PC ที่มีค่า TDP สูงกว่าและมี Core/ Thread ที่มากกว่านะ

ASUS Vivobook 16

ระบบ Storage เป็น SSD จากทาง Micron 2210 เท่าที่เช็คฮาร์ดแวร์จะเป็นแบบ 3D NAND QLC เป็น SSD สำหรับกลุ่มเอนด์ยูสเซอร์ เริ่มต้นกับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์การใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร ร่วมกับอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ซึ่งความเร็วในการอ่านอยู่ที่ประมาณ 2,200MB/s และเขียนที่ 1,100MB/s

ASUS Vivobook 16

ในการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark10 ทำคะแนนโดยรวมอยู่ที่ 5,642 คะแนน โดยมีคะแนนในส่วนของ Essentials และ Productivity ทำได้ค่อนข้างดี เกือบถึง 10,000 คะแนน

ASUS Vivobook 16

ส่วนการทดสอบ 3DMark กับกราฟิก Radeon Vega ที่ติดตั้งมาบนซีพียู ซึ่งยังคงทำคะแนนได้ดีพอสมควรในหลายการทดสอบ ซึ่งเชื่อว่าถ้าติดตั้งแรมเพิ่มเติมเข้าไป น่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ASUS Vivobook 16

ผลการทดสอบกับ CINEBench ในเวอร์ชั่นต่างๆ ด้วยซีพียูในระดับ 6 core/ 12 thread ก็จัดว่าตอบสนองการใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับซีพียูในระดับเดียวกัน

ASUS Vivobook 16

การทดสอบด้วยเกม 3 มิติ เพื่อให้เห็นประสิทธิภาพในการเล่นเกม ด้วยกราฟิก AMD Radeon Vega นี้ ก็ถือว่าให้คุณเล่นเกมในแนวต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ทรัพยากรมากจนเกินไป หรือแทบจะไม่ต้องพึ่งพึงความสามารถของการ์ดจอแยก โดยเกมอย่าง DOTA2 ในโหมด Fastest ให้เฟรมเรตได้สูงถึง 80fps และเฉลี่ยอยู่ที่ราว 60fps ได้นิ่งๆ แม้ภาพจะไม่สวยงามหรูหรา แต่คุณยังคงได้เห็นเอฟเฟกต์และความลื่นไหลได้

ASUS Vivobook 16

โดยที่ในเกม Overwatch ก็ถือว่าทำตัวเลขเฟรมเรตออกมาได้ดีเช่นกัน โดยการตั้งค่าจะอยู่ที่ Low สามารถเล่นได้ในเฟรมเรตเฉลี่ยที่ 70fps ลื่นไหลสบายตา และสุดท้ายกับเกมที่โหดขึ้นมาอีกนิด อย่าง PUBG ที่ตั้งเอาไว้ในแบบ Very Low เล่นได้บนเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 30-35fps. ก็จัดว่าพอเล่นได้ แต่ถ้าลด View Distance ลงอีกหน่อย ก็จะได้ถึง 40fps เลยทีเดียว


Battery / Heat / Noise

ASUS Vivobook 16

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้บน ASUS Vivobook 16 รุ่นนี้เป็นแบบ 3-cell, 50Whr ในการทดสอบ ด้วยการใช้โปรแกรม BatteryMon และตั้งค่าการทดสอบด้วยเงื่อนไข ที่อยู่ในสมมติฐานด้วยการจำลองใช้งานแบบประหยัดแบต ในการทดสอบ Video Playback กับระดับเสียง 20% และความสว่างประมาณ 25% สตรีมมิ่ง Youtube ต่อเนื่อง และค่า Power Options ในโหมด Balanced ให้ระยะการทำงานได้เกือบ 9 ชั่งโมงเลยทีเดียว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจพอสมควร ต้องถือว่าช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำโน๊ตบุ๊คไปใช้งานข้างนอกได้เกือบๆ ครึ่งวัน เมื่อชาร์จแบตจนเต็ม และเราเพิ่มการทดสอบการชาร์จ โน๊ตบุ๊คสามารถชาร์จไฟที่ระดับ 30% ในเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี

Battmon

มาทดสอบในด้านของอุณหภูมิขณะทำงานกันบ้าง จากที่ใช้โปรแกรม Furmark ในโหมด CPU Burner เพื่อให้ซีพียูทำงานในแบบ 100% Full-load ในห้องควบคุมอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส เพื่อจำลองการทำงาน เมื่ออยู่ในสภาวะที่ทำให้ซีพียูทำงานเต็มกำลัง บนความเร็วสัญญาณนาฬิกาประมาณ 4.0GHz ผลที่ได้คือ อุณหภูมิขึ้นไปสูงสุดประมาณ 94 องศาเซลเซียส และลงมาอยู่ที่ 84 องศาเซลเซียสแบบนิ่งๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่มาจากความสามารถของระบบระบายความร้อน ASUS IceCool พัดลมตัวเดียวก็เอาอยู่

Temp 1

หากมองในความเป็นจริงแล้ว มีการทำงานไม่มากนัก ที่จะรีดพลังของซีพียูไปในระดับนั้น เพราะโปรแกรมส่วนใหญ่จะเรียกใช้ประมาณ 30-40% เท่านั้น ดังนั้นความร้อนที่จะเกิดขึ้นจริง ก็อยู่ที่ราวๆ 50-70 องศาเซลเซียสเท่านั้น


Conclusion / Award

ในภาพรวมของ ASUS Vivobook 16 รุ่นนี้ ผมมองเห็นความโดดเด่นในการถ่ายทอดเรื่องราวของโน๊ตบุ๊คที่มีจอขนาดใหญ่ ซึ่งดูเข้ากับชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ได้มากกว่า ถ้าไม่นับเรื่องของของการพกพาสำหรับบางคน ด้วยจอขนาด 16″ 1920×1200 นี้ ช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ในงานและความบันเทิงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรที่ต้องการพรีวิวงานให้กับลูกค้า หรือจะเป็นคุณครูที่ใช้พื้นที่ในการนำเสนอแก่นักเรียน หรือการเรียนออนไลน์ รวมถึงผู้ใช้ตามบ้าน ที่มีพี่น้องลูกหลาน ให้มาใช้งานร่วมกันได้ แบ่งปันความบันเทิงให้กับคนในครอบครัว หรือจะนั่งดูหนัง สตรีมมิ่งกับเพื่อนๆ ไปจนถึงเหล่ายูทูปเบอร์ที่พอจะใช้ในการตัดต่อวีดีโอเบาๆ กับการพรีวิวภาพได้กว้างกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นที่น่าสนใจ

ในแง่ของประสิทธิภาพ ถือได้ว่า AMD Ryzen 5 5600H นี้ ตอบสนองกับแอพพลิเคชั่นในด้านต่างๆ ได้ดี รวมถึงผลทดสอบต่างๆ ที่ออกมา ก็น่าพึงพอใจ เรียกว่างานบ้าน ไปจนถึงงานสำนักงาน สอบผ่านในทุกจุด และยังเติมความสนุกในการเล่นเกมได้ดีพอสมควร แม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลักก็ตาม ด้วยกราฟิกที่มากับซีพียู AMD รุ่นนี้ ก็เรียกว่าเน้นงานทั่วไป มากกว่า อย่างไรก็ดีเรายังได้เห็นเฟรมเรตสวยๆ จากเกมต่างๆ มาให้สัมผัส และเป็นการเล่นเกมในโหมด Full-HD อีกด้วย เช่นเดียวกับในเรื่องของเสียงก็ยังให้ความสนุกสนาน และเต็มอิ่มไปกับการชมภาพยนตร์ได้อีกด้วย

เช่นเดียวกับพอร์ตต่อพ่วงมีมาให้เยอะพอสมควร โดยเฉพาะพอร์ตสำคัญๆ เช่น USB Type-C หรือ HDMI จะขาดก็เพียงเล็กๆ น้อยๆ ถ้ามองในแง่การใช้งานพอร์ต USB Type-A ก็จัดมาให้อีก 3 พอร์ต ก็เรียกว่าใช้งานได้เยอะแล้ว แต่น่าเสียดายที่ทาง ASUS ไม่ได้ติดตั้งแสงไฟ Backlit มาบนคีย์บอร์ด ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ โดยเฉพาะปุ่มคีย์ใช้งานง่าย กดสะดวก และยังมีฮอตคีย์มาให้อีกเพียบ แต่โดยปกติ ถ้าคุณเป็นคนที่วางมือ หยุดพักไม่ได้สนใจกับการใช้งานในที่มืดๆ หรือจะต้องทำงานในช่วงเวลาแสงน้อย ก็แทบจะไม่ได้จำเป็นเลย

ด้านการอัพเกรดอย่างน้อยๆ คุณเติมแรมเพิ่มได้ รวมถึงเปลี่ยน SSD ในแบบ M.2 ได้ ก็จัดว่าคุ้มค่าแล้ว ยังไม่รวมการมี Windows 11 Home และ Office Student 2021 มาด้วย รวมถึงการรับประกัน 2 ปี ในราคาแค่ 21,990 บาท เท่านั้น

Award

award new value

ด้วยความเป็นโน๊ตบุ๊คในราคาแค่ 2 หมื่นต้นๆ เท่านั้น แต่ ASUS จัดเตรียมองค์ประกอบมาให้ใช้งานครบครัน ว่ากันตั้งแต่ซีพียูที่ขยับมาเป็นแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค มีพื้นฐานของระบบที่รองรับการอัพเกรด และหน้าจอขนาดใหญ่ รวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่มอบให้กับผู้ใช้ หน้าจอใหญ่ อัพเกรดได้ พร้อม Windows 11 Home และ Office มาด้วย ราคานี้ถือว่าทำได้คุ้มค่าน่าใช้เลยทีเดียว ตอบโจทย์การใช้งานในหลายๆ ด้าน ได้อย่างลงตัว

from:https://notebookspec.com/web/665992-asus-vivobook-16-ryzen5-5600h

รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
Noppinij

ลื่น เร็ว ฉับไว ทำอะไรทันใจไปหมด ROG Phone 6 จาก ASUS เครื่องนี้ จะพาเราไปสัมผัสกับประสิทธิภาพในระดับสูงที่สุดของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในวันนี้ครับ

ASUS ได้เปิดตัวสองสมาร์ทโฟนใหม่ที่มาในมาดเกมมิ่งแบบเต็มตัว ROG Phone 6 และ ROG Phone 6 Pro

ประสิทธิภาพสุดแรง ขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่แรงที่สุดในโลกเวลานี้ครับ ด้วยการใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8+ Gen 1 ทำงานคู่กันกับ RAM LPDDR5 ขนาดใหญ่มหาศาล โดยมีมาให้เลือก 2 ขนาด นั้นคือ 12/256 GB, 16/512 GB โดยในบทความรีวิวนี้จะเน้นไปที่ ROG Phone 6 นะครับ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้อง เพราะเปิดจำหน่ายออกมาในราคาถูกที่สุดของซีรี่ส์ ด้วยราคาที่ 28,990 บาท แต่ในเรื่องความแรงยังรับประกัน เหนือล้ำไม่แพ้รุ่นพี่ของมันอย่างแน่นอนครับ ^^

ASUS Rog Phone 6 DSC00646 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ตัวเครื่องภายนอก

ROG Phone 6 จัดคุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์มาแบบเต็มพิกัดทุกด้านครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพ ด้วยการให้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.78 นิ้ว ค่ารีเฟรชเรทสูงถึง 165Hz! ความละเอียด 1080 x 2448 พิกเซล อัตรา Touch Sampling สูงทะลุเพดานด้วยระดับ 720 Hz ถือว่าเป็นหน้าจอที่สมบูรณ์ต่อการเล่นเกมมากที่สุด

เลือกใช้จอ AMOLED ของ Samsung สีสวยและแม่นยำสุดๆ ให้ค่าความแม่นยำของสีในระดับ 111.23% DCI-P3, 106.87% NTSC, 150.89% sRGB ค่า Delta E < 1 ครอบทับด้วยกระจกหน้าจอความทนทนทานสูง Corning Gorilla Glass Victus วางกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน เป็นจอคุณภาพไซด์ยักษ์ ในคุณภาพชั้นยอด และยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรงได้อีกด้วย

ASUS Rog Phone 6 DSC00806 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ระบบเสียงลำโพงคู่เสียงดังกระหึ่มแบบไม่ต้องต่อลำโพงเพิ่ม  วางทิศทางเสียงในแบบที่หันหน้าเข้าหาผู้ใช้โดยตรง รองรับพอร์ตเชื่อมต่อ 3.5 มม. ในเทคโนโลยี AptX Lossless ของ Snapdragon Sound ให้คุณภาพเสียงเทียบเคียงกับไฟล์ต้นฉบับพร้อมไร้อาการดีเลย์เมื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังแบบไร้สาย

ASUS Rog Phone 6 081 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 082 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 083 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 084 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

การออกแบบตัวเครื่องมาในรูปลักษณ์ของเกมมิ่งตัวจริงเสียงจริง พร้อมไฟ RGB ที่ปรับแต่งสีได้ 16.7ล้านสี และปรับลักษณะการปรับเปลี่ยนแสงไฟได้หลากหลายตามมาตรฐานอุปกรณ์เกมมิ่งจาก ROG

 

ASUS Rog Phone 6 066 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 067 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

จะใช้เดี่ยวหรือใช้คู่กับอุปกรณ์เสริม ก็ใส่ใจในการออกแบบเพื่อเล่นกับแสงไฟ RGB ด้านหลังทั้งหมดครับ

ASUS Rog Phone 6 DSC00785 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00784 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00777 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00798 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ให้กล้องหลังตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์เกรดเรือธง IMX766 จาก Sony ทำงานคู่กับกล้องอัลตร้าไวด์ 13 ล้านพิกเชล และสุดท้ายเป็นกล้อง Macro ขนาด 5 ล้านพิกเชล บันทึกวิดีโอได้สูงสุดที่ 8K 24fps

ASUS Rog Phone 6 DSC00651 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

งานออกแบบที่มาพร้อมลูกเล่นบนตัวเครื่องที่ให้มามากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ด้วยปุ่ม AirTrigger รับการสัมผัสแบบอัลตร้าโซนิค ใช้เพื่อสั่งงานเหมือนการกดปุ่มคอนโทรลเรอร์ได้จากบริเวณขอบด้านบนของเครื่อง

ASUS Rog Phone 6 DSC00666 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

รองรับการเชื่อมต่อไร้สายเทคโนโลยีใหม่หมด ทั้ง Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2 และทั้ง 5G SA ด้วย โดยผมจะบอกว่าในเรื่องของการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตของ ROG Phone 6 Series ต้องเรียกว่าขั้นสุดครับ เพราะรองรับการผสานอินเตอร์เน็ต Wi-Fi สองย่านความถี่เข้ามาใช้งานได้ร่วมกัน บ้านใครที่เราเตอร์ปล่อยสัญญาณทั้ง 2.4 และ 5.0Ghz เชื่อมต่อพร้อมกันได้ทั้งคู่เลยครับ เป็นการรักษาความเสถียรของอินเตอร์เน็ต

และ!!! ยังสามารถผสานอินเตอร์เน็ต 4G หรือ 5G เข้าไปผนวกรวมกับเน็ต WiFi ได้ด้วยนะครับ เป็นความสามารถของ HyperFusion การผสานสามแรงเน็ตที่ให้ใช้งานไปพร้อมกัน เพื่อความสมบูรณ์ของสัญญาณในระดับดีที่สุด

ASUS Rog Phone 6 091 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 094 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 095 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 062 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

รับรองว่าจะเล่นเกมหรือไลฟ์สด ความเสถียรของสัญญาณเน็ตจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแน่นอนครับ

ASUS Rog Phone 6 DSC00702 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

มีพอร์ตเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกมาให้ถึงสองพอร์ต เป็น USB Type C ทั้งสองพอร์ตครับ อยู่ด้านใต้เครื่องและอยู่บริเวณข้างเครื่อง ออกแบบมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์เสริมของรุ่น โดยพอร์ตด้านข้างเครื่องเป็น USB 2.0 ส่วนพอร์ตใต้เครื่องจะเป็น USB3.1 gen2 รองรับการเชื่อมต่อจอภาพ DP 1.4(4K) ด้วยครับ

ASUS Rog Phone 6 DSC00712 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00670 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

แบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 6,000mAh ตัวเครื่องจึงค่อนข้างหน้าและมีน้ำหนักสักหน่อย ความหนาขนาด 10.39 มม. และหนัก 236กรัม รองรับการชาร์จไว ROG HyperCharge 65W ใช้เวลาชาร์จให้เต็ม 100% ในเวลาประมาณเพียง 40 นาทีเท่านั้นครับ

ซึ่งต้องบอกว่า ROG Phone 6 รองรับการชาร์จไฟได้ทั้งสองพอร์ตของมันเลยนะครับ และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไวที่หลากหลายมากๆ ด้วย โดยพอร์ตด้านข้างเครื่องจะรองรับระบบชาร์จ Hyper Charging/ QC5.0/QC4/QC3/PD3.0 ส่วนพอร์ตใต้เครื่องจะรองรับระบบชาร์จ Hyper Charging/ QC5.0/QC4/QC3/PD3.0 หลากหลายมากๆ

ASUS Rog Phone 6 DSC00708 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้ตามมาตรฐานเกมมิ่งเช่นกัน สวยงามทุกชิ้นแม้แต่เข็มจิ้มซิม มีให้เคสตรงรุ่นงานซึ่งมีการออกแบบอย่างสวยเลยครับ ยิ่งใส่เคสเครื่องก็ยิ่งเท่กว่าเดิม ^^

ASUS Rog Phone 6 DSC00714 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ที่ชาร์จ HyperCharge 65W  มาพร้อมลวดลายโลโก้ ROG พร้อมสาย USB Type C ที่ทำมาให้เป็นแบบสายถักเส้นสีดำ

ASUS Rog Phone 6 DSC00657 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00842 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00849 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00703 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ภายในกล่องยังจะมีการ์ดสำหรับการลงทะเบียนสร้างบัญชีและเข้าสู่เกม AR มาให้ด้วยครับ

ASUS Rog Phone 6 DSC00844 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00847 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

การใช้งานภายใน

คงไม่ต้องบอกถึงความแรงจากสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดสำหรับฟาก Android รุ่นนี้ครับ เร็วไปหมด ลื่นไปหมด ตอบสนองทันทีทันควัน ทำอะไรทันใจมากครับ ให้ประสิทธิภาพเหมือนรถสปอร์ตที่มีอัตราเร่งสูงสุดให้เราในเสี้ยววิได้ตลอดเวลา รันด้วยระบบ Android 12 ตัว UI มีกลิ่นของเกมมิ่งอยู่เต็มตัว ทั้งไอคอนและธีมสโตร์

ASUS Rog Phone 6 108 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 011 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 097 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 098 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 099 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

มีแอพพิเศษของระบบ อย่าง Armoury Crate เป็นศูนย์กลางของการตั้งค่าในการทำงานแบบพิเศษในด้านเกมโดยเฉพาะ ควบคุมการทำงานของตัวเครื่องเช่นการปรับแสงไฟด้านหลัง รวมถึงเป็นแหล่งสำรวจหาเกมต่างๆ ที่น่าสนใจมาเล่น โดยจะมีการแยกประเภทเกมที่รองรับรีเฟรชเรทหน้าจอเอาไว้ในแต่ละระดับ ใครอยากเล่นเกมบนจอ 165Hz ได้เต็มที่ก็สามารถมาหาได้ในแอพพลิเคชั่นตัวนี้ครับ

ASUS Rog Phone 6 053 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 054 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 058 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ใช้ในการปรับแต่งปุ่ม AirTrigger สำหรับการสั่งงานทั้งในขณะเล่นเกมหรือใช้ในด้านอื่นๆ ตั้งค่าได้ทั้งหมด 9 รูปแบบ หรือจะแม็ปปิ้งเข้ากับปุ่มคำสั่งเกมบนหน้าจอก็ได้เช่นกัน แค่ลากไอคอน R, L ของ AirTrigger ไปวางในจุดที่ต้องการ

ASUS Rog Phone 6 015 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 016 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ผสานการควบคุมไปพร้อมกันกับ Motion control หรือการเอียงเครื่องเพื่อสั่งงานแทนการทัช ตัวเครื่องจะรองรับรูปแบบการเอียงหรือขยับเครื่องได้แตกต่างกันถึง 10 แบบ เรากำหนดได้เองเลยครับว่าจะใช้แทนการสั่งงานในด้านใด หรือแทนการทัชกดบนหน้าจอในบริเวณไหน

ASUS Rog Phone 6 017 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 052 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

โดยภายในระบบของ ROG Phone 6 ก็จะมีโหมด Game Genie เป็นโหมดสำหรับการเล่นเกมที่ทำมาได้อย่างดีครับ โดยเรียกเปิด Game Genie ได้ง่ายๆ แค่สไลด์นิ้วจากมุมจอด้านบนไม่ว่าจะด้านซ้ายหรือขวา ภายในจะมีเมนูลัดของการตั้งค่าต่างๆ สำหรับการเล่นเกม เช่นการแสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องแบบเรียลไทม์ แสดงรีเฟรชเรทหน้าจอในขณะปัจจุบัน หรือให้ปิดกั้นการติดต่อเข้ามาที่อาจจะขัดจังหวะ หรือเรียกใช้ชุดมาโครจำลองการทัชของเราที่เซ็ตเอาไว้เป็นต้น

ASUS Rog Phone 6 003 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 007 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 008 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 009 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

รวมไปถึงการเปิดใช้งาน X-Mode+ หรือโหมดที่จะรีดประสิทธิภาพเครื่องออกมาใช้ในระดับสูงสุด อาจจะกินพลังงานมากขึ้นหน่อย แต่รับประกันความสะใจในพลังที่ตัวเครื่องปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ครับ โดยระบบมีโหมดการทำงานในขณะเล่นเกมให้เลือก 3 ระดับ และปรับแต่งเองได้ 1 ชุดโพรไฟล์ครับ

ASUS Rog Phone 6 004 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ASUS Rog Phone 6 048 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 049 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

จากการลองใช้งาน ROG Phone 6 ในการเล่นเกมต่อเนื่อง ตัวเครื่องจะมีความร้อนมากขึ้นกว่าปกติให้รู้สึกอยู่ครับ แต่ยังไม่เจอปัญหาว่าเครื่องมีอาการผิดปกติหรือปิดตัวลงไป โดยภายในระบบจะมีการออกแบบให้เราสามารถเสียบไฟชาร์จเอาไว้ในขณะเล่นเกม โดยจะบายพาสพลังงานไปใช้โดยตรงแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่ เพื่อให้เราสามารถเสียบไฟใช้งานโดยจะไม่เพิ่มความร้อนให้กับตัวแบตนั้นเองครับ

ASUS Rog Phone 6 105 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 107 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

อย่างไรก็ตาม ใน ROG Phone 6 มีระบบดูแลและระบายความร้อนอยู่ภายใน คอยควบคุมอุณหภูมิและดูแลความปลอดภัยในการใช้งานให้กับตัวเราและตัวเครื่องอยู่แล้วครับ

ถ้าเราอยากจะรู้สึกอุ่นใจ หรืออยากใช้งานตัวเครื่องได้เต็มที่หรือเล่นเกมได้เต็มอารมณ์มากขึ้น เขาก็มีอุปกรณ์เสริมหลายตัวที่น่าสนใจครับ เช่นอุปกรณ์ที่จะช่วยลดความร้อนของเครื่อง AeroActive Cooler  เป็นชุดพัดลมระบายความร้อนที่ออกแบบมาได้อย่างสวย!

ASUS Rog Phone 6 DSC00780 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ใช้เทคโนโลยี Thermoelectric AI Cooling ดูดซับความร้อนของเครื่องผ่านแผ่นนำความร้อน Peltier Element ช่วยลดอุณหภูมิผิวสัมผัสที่ด้านหลังของตัวเครื่องได้มากถึง 25 องศา ควบคุมการทำงานของตัวพัดลมด้วย AI เพื่อรักษาอุณหภูมิของเครื่องไปพร้อมกับการใช้งานแบตเตอรี่ที่คุ้มค่าที่สุด มาพร้อมเคสสวมใส่แบบเว้นพื้นที่ด้านหลัง ออกแบบมาให้ต้องใช้คู่กันครับ

ASUS Rog Phone 6 DSC00724 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00728 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00734 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00731 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

นอกจากนั้น  AeroActive Cooler  ยังทำหน้าที่เป็นปุ่มกดเสริมพิเศษสำหรับการเล่นเกมได้อีกถึง 4 ปุ่ม กำหนดการทำงานได้อิสระในแอพ Armoury Crate

ASUS Rog Phone 6 018 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 019 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

มาพร้อมกับขาตั้งด้านหลังแบบ kick stand สำหรับวางเครื่องเพื่อรับชมความบันเทิง

ASUS Rog Phone 6 DSC00805 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ
ASUS Rog Phone 6 DSC00820 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

และแน่นอนว่าต้องมากับไฟ RGB ในสัญลักษณ์ ROG ที่ปรับแต่งสีสันได้เช่นกัน สวยงามน่าซื้อมาใช้คู่กันมากๆ ครับ และในช่วงแรกเปิดจำหน่ายจะมีโปรโมชั่นคู่กันกับ AeroActive Cooler 6  ตัวนี้ด้วย

ASUS Rog Phone 6 DSC00777 | asus | รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ

ROG Phone 6 เปิดจำหน่ายในไทยสองรุ่นครับ โดยรุ่นขนาดแรม 12GB จะมีเข้ามาจำหน่ายในสองสีด้วยครับ ราคาน่าสนใจด้วยเพราะไม่ถึงสามหมื่นบาท

  1. ASUS ROG Phone 6 : RAM 16 GB, ROM 512GB ราคา 32,990 บาท (มีจำหน่ายในสีดำ Phantom Black)
  2. ASUS ROG Phone 6 : RAM 12 GB, ROM 256GB ราคา 28,990 บาท (มีจำหน่ายในสีดำ Phantom Black, และสีขาว Storm White)

โปรโมชั่นและช่องทางจำหน่าย ดูรายละเอียดได้ที่ ลิงก์นี้ <<<

สรุปท้ายรีวิว

แรงมาก ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความเป็นเกมมิ่ง ทั้งการออกแบบตัวเครื่องที่รองรับการสั่งงานที่หลากหลาย และระบบที่สร้างความได้เปรียบอย่างมากสำหรับการควบคุมเกม เหมาะสมกับงานเอนเตอร์เทนเมนต์ทุกรูปแบบเพราะให้หน้าจอที่ใหญ่ และลำโพงคู่ซึ่งมีเสียงที่ดีมากๆ

แบตเตอรี่ใหญ่ ชาร์จไว รองรับการต่อไฟเข้าเครื่องโดยตรงเพื่อลดภาระของแบตเตอรี่และควบคุมความร้อน งานออกแบบสุดเท่ มีสไตล์ของ ROG ที่ชัดเจน อุปกรณ์เสริมสวยงามและมีประโยชน์ เสริมความน่าใช้ให้กับตัวเครื่องอย่างมาก ราคาไม่แพงอีกด้วยครับ

ใครอยากสัมผัสประสบการณ์ความแรงที่เป็นตัวจริง ไม่ต้องจ่ายแพงมากไปกว่าสามหมื่น เพราะสำหรับ ROG Phone 6 ผมบอกได้เลยว่า ประสิทธิภาพเหลือแบบล้นๆ ครับ แล้วคุณจะประทับใจมันแน่นอน ^^

 

ข่าว: รีวิว ASUS ROG Phone 6 สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง แรงขั้นสุด! Snapdragon 8+ Gen 1 แรงสุดในโลกด้วยราคาสองหมื่นปลายๆ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/review-asus-rog-phone-6-snapdragon-8-plus-gen1/

ROG Phone 6 / ROG Phone 6 Pro มือถือเกมมิ่งสเปคแรงจัดเต็ม เคาะราคาไทยเริ่มต้น 28,990 บาท

ใครกำลังเล็ง ๆ อยากหามือถือเครื่องแรง ๆ ดีไซน์เท่ ๆ แบบไม่ธรรมดากันอยู่ เตรียมกดกันได้เลย เพราะตอนนี้ ROG Phone 6 Series ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว มากันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง ROG Phone 6 กับ ROG Phone 6 Pro และอุปกรณ์เสริมแบบจัดเต็มเอาใจเหล่าเกมเมอร์กันสุด ๆ ไปเลย โดยคราวนี้จะวางขายแบบ Exclusive เฉพาะกับ AIS เท่านั้น มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,990 บาทครับ

เครื่องแรงแต่ไม่ร้อน

ROG Phone 6 Series ทั้ง 2 รุ่นจะแตกต่างกันที่หน่วยความจำและหน้าจอด้านหลังเท่านั้น แต่สำหรับสเปคส่วนอื่น ๆ เรียกว่าแรงหูดับตับไหม้เท่า ๆ กัน ด้วยชิป Snapdragon 8+ Gen 1 ที่สามารถเปิด X Mode เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้ทะยานขึ้นไปได้อีก จะ PUBG จะ APEX Legend หรือจะ Genshin Impact ก็ไม่กลัว

และไม่ใช่ว่าแรงอย่างเดียวแต่เล่นไปซักพักแล้วเครื่องร้อนนะ เพราะ ROG Phone 6 Series มากับระบบระบายความร้อนที่อัปเกรดขึ้นมาได้เหนือกว่ามือถือรุ่นอื่น ๆ เพราะใช้การวางตำแหน่งของตัว CPU และแบตเตอรี่แบบสมดุลกัน ประกบด้วยแผ่น Graphite ขนาดใหญ่ทั้งด้านบน-ล่าง และยังมี Vapor Chamber มาช่วยอีกแรง

พัดลมระบายอากาศ AEROACTIVE COOLER 6

หากว่าต้องการเล่นเกมนานขึ้นไปอีก ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นพัดลมระบายอากาศรุ่นใหม่ AeroActive Cooler 6 ที่จะช่วยดึงเอาความร้อนจากบริเวณที่วาง CPU ออกไปได้ โดย ASUS เคลมว่า AeroActive Cooler 6 สามารถลดความร้อนลงไปได้สูงสุด 25 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ AeroActive Cooler 6 ยังพิเศษกว่ารุ่นที่ผ่าน ๆ มา เพราะมีโหมดให้เลือกใช้งานได้ถึง 3 แบบ คือ โหมด Cooling เปิดพัดลมช่วยสำหรับการเล่นเกมสบาย ๆ, โหมด Frosty ที่ต้องใช้พลังงานเสริมจากตัวมือถือสำหรับพัดลมและใช้แผ่นทำความเย็น Peltier เข้ามาเสริมทัพอีกแรง และหากจัดหนักสุด ๆ ก็ยังมีโหมด Frozen ที่ช่วยระบายอากาศแบบขั้นสุดจนต้องอาศัยการต่อพลังงานจาก Power Bank ด้วย

AeroActive Cooler 6 ไม่ใช่ว่าจะเอามาแค่ระบายความร้อนเท่านั้น แต่คราวนี้มันมากับปุ่ม L1 / L2 / R1 / R2 สำหรับใช้เล่นเกมด้วย ซึ่งเป็นปุ่มแบบให้กดได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ปุ่มสัมผัสที่อยู่บนขอบตัวเครื่องเท่านั้น

จอ AMOLED รีเฟรชเรท 165HZ

หน้าจอของ ROG Phone 6 Series ใช้พาเนลแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูงสุด 165Hz (ปรับได้ 60/90/120/144/165Hz) รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ และครอบด้วยกระจก Gorilla Glass Victus

แถบ Noti สุดเท่ ROG Vision

ดีไซน์หลังเครื่องของ ROG Phone 6 Pro มากับ ROG Vision เป็นหน้าจอแสดงผลสีที่จะคอยโชว์สถานะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Notification, สายเข้า, เปิด-ปิด X Mode, กำลังชาร์จ หรือจะตั้งค่าให้แสดงโลโก้อะไรเท่ ๆ ตามใจเราเองก็ไม่ว่ากัน ส่วนรุ่นธรรมดาจะเป็นแถบไฟโลโก้ ROG

มือถือเกมมิ่งรุ่นแรกที่มี IPX4

นอกจากนี้ ROG Phone 6 Series ยังเป็นมือถือเกมมิ่งรุ่นแรกของโลกที่มากับมาตรฐาน IPX4 ป้องกันน้ำสาดได้จากทุกทิศทางอีกด้วย หมดกังวลเรื่องน้ำหกใส่ หรือต้องวิ่งตากฝนไปได้เปราะนึงเลย

สเปค ROG PHONE 6 / ROG PHONE 6 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูงสุด 165Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB / 18GB (Pro)
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก IMX766 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP
    – กล้อง Macro 5MP
  • กล้องหน้า : 12MP
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, e-compass, gyroscope, proximity sensor, ambient-light sensor
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, DIRAC Sound, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ : IPX4
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W, Bypass Charging
  • ระบบ Android 12

อุปกรณ์เสริม

และถ้าอยากเล่นเกมให้ได้อารมณ์สุด ๆ ก็ต้องจัดอุปกรณ์เสริมไปให้แบบครบชุดเลย โดยจะมีทั้ง พัดลมระบายอากาศพร้อมปุ่มเสริมสำหรับเล่นเกม AeroActive Cooler 6 ราคา 2,990 บาท, Kunai 3 GamePad คอนโทรลเลอร์เพิ่มความถนัดในการเล่นเกมแบบจริงจัง ราคา 3,990 บาท และ Devilcase Guardian Lite เคสที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเครื่องพร้อมโชว์ความเท่ของ ROG Vision ราคา 990 บาท

ราคาและวันวางจำหน่าย

ROG Phone 6 Series จะวางจำหน่ายแบบ Exclusive เฉพาะกับ AIS เท่านั้น โดย ROG Phone 6 มีให้เลือก 2 รุ่น แบ่งตามหน่วยความจำ ส่วนรุ่น Pro มีหน่วยความจำเพียงขนาดเดียวครับ

  • ROG Phone 6 (12GB / 256GB) : ราคา 28,990 บาท
  • ROG Phone 6 (16GB / 512GB) : ราคา 32,990 บาท
  • ROG Phone 6 Pro (18GB / 512GB) : ราคา 39,990 บาท

ผู้ที่ซื้อ ROG Phone 6 Series กับ AIS ภายในวันที่ 14 – 30 กันยายน 2565 จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อรับพัดลมระบายอากาศ AeroActive Cooler 6 มูลค่า 2,990 บาท ไปเลยฟรี ๆ พร้อมกับสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ ให้เลือกกันอีกเพียบด้วย

นอกจากนี้ หากซื้อ ROG Phone 6 Series พร้อมแพ็กเกจรายเดือนที่กำหนดก็จะได้สิทธิ์ซื้อเครื่องในราคาพิเศษอีกต่างหาก ROG Phone 6 เริ่มต้น 22,490 บาท และ ROG Phone 6 Pro เริ่มต้น 33,490 บาทเท่านั้น

from:https://droidsans.com/rog-phone-6-series-thailand-launched-ais-exclusive/

หลุดภาพเรนเดอร์ ASUS ROG Phone 6 Batman Edition คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่ ASUS เปิดตัว ASUS ROG Phone 6 Series ซึ่งประกอบด้วย ROG Phone 6 และ ROG Phone 6 Pro ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทไต้หวันกำลังเตรียมเปิดตัว ROG Phone 6 Batman Edition รุ่นพิเศษ โดยมีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

ASUS ROG Phone 6 Batman Edition

Evan Blass แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนชื่อดังได้โพสต์ภาพเรนเดอร์ของ ASUS ROG Phone 6 Batman Edition โดยเปิดเผยว่าสมาร์ตโฟนดังกล่าวจะมีธีมและสกินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบทแมนใหม่ ส่วนสเปกก็น่าจะเหมือนกับรุ่นดั้งเดิม

สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องของ ASUS ROG Phone 6 Batman Edition มีการออกแบบสีดำทั้งหมดโดยมีเส้นหนาและรูปทรงเรขาคณิตเหมือนกันที่ด้านหลัง ชื่อ ‘แบทแมน’ ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังภายใต้โลโก้ RGB พร้อมพื้นหลังสีดำ โดยรวมแล้วการออกแบบของโทรศัพท์เกือบจะเหมือนกับ ROG Phone 6 รุ่นดั้งเดิม

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ ASUS ROG Phone 6 Batman Edition คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.78 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 165Hz และรองรับอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 720Hz ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 8 + Gen 1 SoC, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 730, RAM LPDDR5 สูงสุด 12GB และหน่วยความจำภายใน UFS 3.1 สูงสุด 256GB

และติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก Sony IMX766 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องมาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-6-batman-edition-could-launch-soon-renders-leaked/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-rog-phone-6-batman-edition-could-launch-soon-renders-leaked

ASUS เตรียมเปิดตัว ROG Phone 6D วันที่ 19 ก.ย. – พร้อมระบบระบายความร้อนใหม่ มีช่องเปิดปิด

ASUS ประกาศเตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนสายเกมมิงรุ่นใหม่ ROG Phone 6D และ 6D Ultimate ในวันที่ 19 กันยายน ถือเป็นรุ่นที่ 3 และ 4 ในซีรีส์ ROG ของปีนี้ต่อจาก ROG Phone 6 และ 6 Pro ที่เปิดตัวไปแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ การเปลี่ยนชิปเซตจาก Snapdragon 8+ Gen 1 ของ Qualcomm มาเป็นขั้วตรงข้ามอย่าง Dimensity 9000+ จาก MediaTek แทน พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนแบบใหม่

โดย ASUS ได้เปิดเผยดีไซน์และกลไกการทำงานระบบระบายความร้อนบางส่วนของ ROG Phone 6D Ultimate ออกมาให้ดูผ่านวิดีโอทีเซอร์ จุดน่าสนใจคือท่อระบายความร้อนที่เชื่อมต่อกับฮีตซิงก์บริเวณขอบเครื่องด้านหลัง และมีฝาแบบเปิดปิดได้

สำหรับฮาร์ดแวร์ภายในในส่วนอื่น ๆ ตามข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า ROG Phone 6D และ 6D Ultimate จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยมากับหน้าจอ OLED ขนาด 6.78 นิ้วอัตรารีเฟรช 165Hz มีแบตเตอรี่ 6000mAh พร้อมชาร์จไว 65W และกล้องหลักใช้เซนเซอร์ IMX766 ความละเอียด 50MP เท่าเดิม

นอกจากนี้ ASUS ยังได้ประกาศเตรียมเปิดตัว ROG Phone 6 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 14 กันยายน ซึ่งจากภาพโปรโมตจะเห็นได้ว่า มาครบ 2 รุ่น ทั้ง ROG Phone 6 และ 6 Pro

 

ที่มา : ROG Global

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-6d-launch-date/

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊กจอพับ Zenbook 17 Fold OLED ขนาดหน้าจอ 17.3″

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊กจอพับได้ Zenbook 17 Fold OLED (UX9702) ขนาดหน้าจอ 17.3″

ตัวหน้าจอหลักเป็นหน้าจอ OLED 60Hz แบบพับได้ขนาด 17.3″ ความละเอียด 2.5K สัดส่วน 4:3 เมื่อพับแล้วจะได้จอขนาด 12.5″ ความละเอียด 1920×1280 สัดส่วน 3:2 สองจอ ผู้ใช้สามารถใช้จอล่างเป็นคีย์บอร์ดเสมือน หรือจะต่อคีย์บอร์ดบลูทูธก็ได้เช่นกัน

สเปกอย่างอื่นคือ ซีพียู Core i7-1250U, จีพียู Iris Xe, แรม 16GB, SSD PCIe 1TB, พอร์ต USB-C 2 พอร์ต รองรับ Thunderbolt 4 ในตัว, แบตเตอรี่ 75Whr รองรับชาร์จเร็ว 65W, กล้อง IR พร้อมชิป Intel Visual Sensing Controller, กล้องหน้า 5MP สำหรับวิดีโอคอลล์

ตัวคีย์บอร์ดเสริม ErgoSense Bluetooth รวมมาให้ในชุดอยู่แล้ว มีระยะกดปุ่มลึก 1.4mm และความกว้างระว่างปุ่ม 19.05mm เทียบเท่าคีย์บอร์ดเดสก์ท็อป, มีทัชแพดให้ในตัว

ราคาเริ่มต้น 3,499 ดอลลาร์ เริ่มวางขายทั่วโลกไตรมาส 4/2022

No Description

No Description

No Description

ที่มา – ASUS

from:https://www.blognone.com/node/130180