คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL

7 โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ สเปคดีพร้อมใช้ มีจอ OLED ให้เลือก! อัพเดทปลายปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ซื้อมาใช้สบายใจไม่ต้องซื้อโปรแกรมเพิ่ม!

Share image Edit Name 3acer 1

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้น่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คที่นักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงานต้องการ เพราะซื้อมาแล้วได้ซอฟท์แวร์ครบถ้วนพร้อมใช้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11 พร้อม Microsoft Office Home & Student ติดตั้งมาให้ในตัว ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มให้เปลือง พอเปิดเครื่องมา Activate เสร็จก็พร้อมทำงานทันที มีรุ่นให้เลือกหลากหลายทั้งไม่ว่าจะเป็นซีพียู AMD และ Intel และบางรุ่นยังติดตั้งการ์ดจอแยกจาก NVIDIA มาให้ใช้งานอีกด้วย

Advertisementavw

ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ราคาก็ไม่แพงมากแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาก็เริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาทเท่านั้น จะจ่ายซื้อสดก็สะดวกหรือผ่อนก็ไม่แพงมาก จะเอาไว้ทำงานเอกสาร, เปิดเว็บไซต์หรือพกติดตัวไปพรีเซนต์งานก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแต่ละรุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ก็มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ทั้ง 7 รุ่น สเปคดี ซอฟท์แวร์ครบพร้อมทำงาน

สเปคของโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-R66K AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

17,990
Acer Swift 3 SF314-R6NJ AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

24,750
Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 AMD Ryzen 7 5800U

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.39 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,900
Acer Swift 3 SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Swift 3 SF314-512-51E2 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K QHD
(2560×144)
IPS

1.25 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Swift 3 SF314-512-75VX Intel Core
i7-1260P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K QHD
(2560×144)
IPS

1.25 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

33,990

7 โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ซื้อไว้ใช้ ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ช่วงปลายปี 2022 นี้ มีให้เลือกหลากหลายรุ่นและราคาเริ่มต้นก็ไม่แพงมาก ตั้งแต่ราคาไม่เกิน 20,000 บาท ไปจน 30,000 บาทกลางๆ อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Acer Swift 3 SF314-R66K (17,990 บาท)
  2. Acer Swift 3 SF314-R6NJ (24,750 บาท)
  3. Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 (35,900 บาท)
  4. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  5. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)
  6. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)
  7. Acer Swift 3 SF314-512-75VX (33,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-R66K (17,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121300

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ เครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Swift 3 SF314-R66K ซึ่งราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท แต่ได้ Microsoft Office แท้ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานและตัวเครื่องยังบางน้ำหนักเบาพกพาสะดวกอีกด้วย

ซีพียูของ Swift 3 เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัวและน้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้เอาไว้ใช้งานสักเครื่องก็ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-R66K
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 17,990 บาท (BaNANA)
2. Acer Swift 3 SF314-R6NJ (24,750 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121318

Acer Swift 3 SF314-R6NJ รหัสนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ที่แชร์สเปคร่วมกับ Swift 3 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5 มาเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz และได้อัพเกรดการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics เป็นแบบ 8 คอร์แทน ซึ่งข้อดีของ Swift 3 รุ่นนี้ คือ ซีพียูมีปริมาณคอร์และเธรดเยอะขึ้น จึงรันโปรแกรมที่เน้นใช้งานซีพียูได้ลื่นไหลกว่าเดิม

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-R6NJ
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 24,750 บาท (Advice)
3. Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 (35,900 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121331

Acer Swift X SFX14-41G-R5M2 เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ติดตั้งมาให้ในตัว จึงใช้ทำงานกราฟิคได้ดียิ่งขึ้น, พกพาได้ง่าย ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาเอาไว้ทำงาน หากสนใจสามารถอ่านบทความรีวิวได้ที่นี่

Acer Swift X ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz มาคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 เพื่อเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ที่ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมกับแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักตัวเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.39 กิโลกรัม หากผู้ใช้คนไหนอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบาที่ตัดต่อ Vlog ลื่น แต่งภาพถ่ายได้ดีก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift X SFX14-41G-R5M2
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 35,900 บาท (Advice)
4. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121346

Acer Swift 3 SF314-71-50E8 รหัสนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทางบริษัทเปลี่ยนพาเนลหน้าจอมาเป็น OLED และปรับดีไซน์ให้สวยงามเรียบร้อยยิ่งขึ้นและอัพเดทซีพียูเป็น Intel 12th Gen ด้วย เป็น Acer Swift รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นพิเศษหากตั้งใจจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้งาน

ซีพียูของ Swift 3 นี้เป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz ติดตั้งพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม หากใครจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ ก็น่าเลือกรุ่นที่เป็นพาเนล OLED ไปเลย เพราะได้สีสันเที่ยงตรงสวยงามกว่าพาเนล IPS อย่างชัดเจน

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-50E8
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121402

ส่วน Acer Swift 3 SF314-71-75VF เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้พาเนล OLED HDR เช่นเดียวกับข้อที่แล้วและทั้งสองรุ่นนี้แชร์สเปคร่วมกันแทบทั้งหมด แต่รุ่นนี้อัพเกรดซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ซึ่งถ้าใครชอบเปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันหลายๆ ตัว ก็เพิ่มเงินมาซื้อรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121419

Acer Swift 3 SF314-512-51E2 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊คมาตรฐาน Intel EVO ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา พกพาสะดวกและแบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้หลายชั่วโมง และรุ่นใหม่นี้ก็ได้อัพเกรดซีพียูเป็น Intel 12th Gen แล้ว หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องยังไล่เลี่ย Swift 3 รุ่นก่อนที่ 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้ล่ะก็ แนะนำให้ซื้อ Swift 3 รุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-51E2
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (ราคากลาง)
7. Acer Swift 3 SF314-512-75VX (33,990 บาท)

Screenshot 2022 09 20 121437

โน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้รุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ เป็น Acer Swift 3 SF314-512-75VX ซึ่งแชร์สเปคร่วมกับ Swift 3 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แค่เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz แทน หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Intel EVO ซีพียูตัวท็อป ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-75VX
  • CPU : Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 33,990 บาท (ราคากลาง)

Swift X SFX14 51G main Large

หากใครกำลังหาโน๊ตบุ๊ค Acer มี Office แท้มาใช้แทนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่ล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ทาง Acer ก็มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกทั้งซีพียู AMD และ Intel ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเด่นปีก่อนที่เริ่มปรับราคาถูกลงเล็กน้อย หรือจะรุ่นใหม่สเปคแรงน่าใช้ก็มีให้เลือก โดยเฉพาะถ้าใครอยากได้รุ่นที่หน้าจอสวย ขอบเขตสีกว้างล่ะก็ แนะนำให้ซื้อตัวที่เป็นพาเนล OLED ไปใช้งานได้เลย เชื่อว่ารุ่นนั้นจะดีถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro pc cover

acer oled cover

Share image Edit Name 1predator 1

from:https://notebookspec.com/web/667947-7-acer-laptop-with-microsoft-office

Intel NUC 12 Enthusiast Mini PC ใหม่

NUC 12 Enthusiast นำเสนอโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชัน 12 ล่าสุด และเป็น NUC รุ่นแรกของ Intel ที่รวมกราฟิก Intel® Arc™ A-series ในรูปแบบของหน่วยประมวลผลกราฟิก Intel® Arc™ A770M (GPU)

Picture credit : Intel

นอกจากกราฟิก Intel Arc แล้ว ยังผสานการทำงานร่วมกับ Intel® Core™ i7-12700H Gen 12th mobile processor การขับเคลื่อนที่ทรงพลังอยู่ใน Intel NUC 12 Enthusiast Kit Mini PC 2.5L ขนาดกะทัดรัด

ด้วยการประมวลผลกราฟิก Intel Arc A770M GPU พร้อม 16GB GDDR6 VRAM กราฟิก Intel Arc ทำให้ยกระดับประสิทธิภาพการเล่นเกมด้วยสถาปัตยกรรมไมโครใหม่ที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการเล่นเกม และรองรับ DirectX 12 Ultimate อย่างเต็มรูปแบบ

คุณสมบัติเพิ่มเติม ได้แก่ :

  • รองรับหน่วยความจำ DDR4 dual-channel สูงสุด 64GB
  • รองรับสล็อต M.2 PCIe จำนวน 3 ช่อง โดยมี Gen4 NVMe จำนวน 2 ช่องรวมอยู่ด้วย
  • รองรับพอร์ต Thunderbolt™ 4 จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.2 Gen2 จำนวน 6 พอร์ต (Type-A)
  • รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย Intel i225-LM 2.5Gbps Ethernet, Intel® Killer™ Wi-Fi 6E AX1690i และ Bluetooth®5.2
  • รองรับพอร์ต HDMI 2.1 TMDS (สูงสุด 4K60)
  • รองรับพอร์ต DisplayPort 2.0 จำนวน 2 พอร์ต

รับชมคลิปวิดีโอการชำแหละชิ้นส่วนภายในของ Intel NUC 12 Enthusiast Kit: https://www.intel.com/content/www/us/en/newsroom/news/intel-nuc-12-enthusiast-delivers-powerful-mini-pc.html?cid=iosm&source=twitter&campid=newsroom_posts&content=100003388600823&icid=always-on&linkId=100000150332579#gs.cf3zwx

Intel NUC 12 Enthusiast Kit Mini PC คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยมีราคาตั้งแต่ 1,180 ถึง 1,350 เหรียญสหรัฐฯ

ที่มา : https://www.intel.com/content/www/us/en/newsroom/news/intel-nuc-12-enthusiast-delivers-powerful-mini-pc.html?cid=iosm&source=twitter&campid=newsroom_posts&content=100003388600823&icid=always-on&linkId=100000150332579#gs.cf3zwx

from:https://www.techtalkthai.com/new-intel-nuc-12-enthusiast-mini-pc/

Intel เปิดตัว NUC 12 Enthusiast มินิพีซีเกมมิ่งตัวแรกที่มาพร้อมการ์ดจอแยก Arc A770M (16GB)

ขึ้นชื่อว่า Intel NUC หลายคนก็มีภาพจำไม่ค่อยดีว่าเป็น mini PC ที่เน้นขายเฉพาะความพรีเมียมของแบรนด์เป็นหลัก เพราะสเปคกับการใช้งานจริงที่ได้มันไม่ค่อยสุดเอาเสียเลยถ้าเทียบกับราคา โดยเฉพาะรุ่น Hardcore Gamer สมัยยุค Intel Gen 8 ที่เคยใส่การ์ดจอ custom ของ AMD มาให้ แต่พอลองเล่นจริงกลับพบว่าค่อนข้างร้อนง่าย บวกกับประสิทธิภาพยังสู้โน้ตบุ๊คเกมมิ่งในราคาใกล้ ๆ กันไม่ค่อยได้

อย่างไรก็ดี นั่นก็เป็นภาพจำเก่าในอดีตที่ผ่านมานาน เพราะปัจจุบัน Intel ก็ยังเปิดตัวสินค้าตระกูล NUC ใหม่มาเรื่อย ๆ และก็ได้รับการตอบรับในทางบวกขึ้น จนล่าสุดได้เปิดตัวรุ่น NUC 12 Enthusiast ซึ่งน่าจะเรียกได้เต็มปากได้แล้วว่าเป็นรุ่นเกมมิ่งแท้ ๆ ของ Intel เพราะใส่การ์ดจอแยก Intel Arc มาให้ครั้งแรก แถมเลือกรุ่นท็อปสุดอย่าง A770M อีกด้วย ในขณะที่ราคาถือว่าค่อนข้างถูกกว่าสมัยก่อนเยอะ


สำหรับ Intel Arc A770M ถือเป็นการ์ดจอรุ่นท็อปสุดของค่ายในฝั่งโน้ตบุ๊คปัจจุบันที่มี VRAM จัดเต็มถึง 16GB GDDR6 (สูงที่สุดในบรรดาทุกรุ่น) เคยมีผลทดสอบเล่นเกมหลุดด้วยว่าความแรงอยู่ในระดับ RTX 3060 Mobile ซึ่งเฉือนแพ้ชนะกันได้ในหลายเกม รวม ๆ แล้วก็นับว่าเป็นการ์ดจอใหม่อีกตัวที่น่าจับตาดูใช้ได้

สเปคเบื้องต้น Intel NUC 12 Enthusiast

  • upto Core i7-12700H (6P+8E/20T)
  • Intel Arc A770M 16GB GDDR6
  • Ram up to 64GB DDR4 Bus 3200 (dual slot)
  • SSD M.2 PCIe up to 1TB (Gen 4 x2, Gen 3 x1)
  • Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2
  • Windows 11 Home

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อ ประกอบด้วย Thunderbolt 4 x2 ช่อง, USB 3.2 Gen2 Type-A x6 ช่อง, DisplayPort 2.0 x2 ช่อง, HDMI 2.1, LAN และ Headset 3.5

Intel จะวางจำหน่าย Intel NUC 12 Enthusiast ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือแบบ Mini PC ที่เลือกจัดสเปคได้เองก่อนสั่งซื้อ หรือแบบ Kit ที่จะให้มาใส่แรมกับความจุกันเองทีหลัง และมีชุดเครื่องมือสำหรับแกะประกอบเองมาให้ (มีคลิปสาธิตในดูด้วยว่าแกะประกอบได้ง่าย)

ราคาของทั้ง 2 แบบจะขึ้นอยู่กับสเปคที่เลือก เริ่มต้นตั้งแต่ 1,180 – 1,350 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถ้าแปลงเป็นเงินไทยช่วงนี้ก็หนักหน่อยเพราะค่าเงินอ่อน เลยทะลุไปถึงเกือบ 44,000 บาทกันเลย ใครไหวและอยากลองของใหม่ที่เป็นเลือด Intel ทั้งตัวแท้ ๆ ก็รอจัดกันได้เลย

 

 

ที่มา : Intel (1)

from:https://droidsans.com/intel-nuc-12-enthusiast-gaming-mini-pc-with-arc-gpu/

Intel รีแบรนด์ Pentium และ Celeron ใหม่ ใช้ชื่อ Intel Processor

Intel ประกาศรีแบรนด์หน่วยประมวลผลตระกูล Pentium และ Celeron ใหม่ ใช้ชื่อ Intel Processor เริ่มต้นปีหน้า

Credit: Intel

Intel ได้ประกาศรีแบรนด์หน่วยประมวลผลตระกูล Intel Pentium และ Intel Celeron ที่ใช้สำหรับ Entry-level Latop โดยจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Intel Processor แทน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของลูกค้า โดยจะเริ่มใช้ชื่อนี้ในช่วงต้นปีหน้า

ปัจจุบันทั้งสองรุ่นมีอายุราวๆ 20 ปีแล้ว ซึ่ง Intel Pentium เปิดตัวเป็นครั้งแรกในช่วงปี 1993 ขณะนั้น พัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 800 นาโนเมตร มีความเร็ว 60 MHz และเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Superscalar ที่สามารถส่งคำสั่งมากกว่าหนึ่งคำสั่งภายใน Clock cycle เดียวได้ นับแต่นั้นมา Intel Pentium ก็กลายเป็นหน่วยประมวลผลหลักสำหรับตลาด PC ของ Intel จนกระทั้งปี 2006 มีการเปิดตัว Intel Core ทำให้ Intel Pentium ถูกผลักให้กลายเป็นหน่วยประมวลผลหลักใน Entry-level Laptop แทน

เช่นเดียวกันกับ Intel Celeron ที่ถูกพัฒนาสำหรับใช้งานบน Entry-level Latop เช่นกัน เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1998 ส่วนใหญ่ถูกใช้งานใน Chromebook มีรายงานยอดขายในปี 2021 มากกว่า 37 ล้านเครื่อง

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/09/16/intel-rebrand-pentium-celeron-laptop-chip-lineups/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-rebrand-pentium-and-celeron-cpu-to-intel-processor/

อินเทลเปิดตัว NUC 12 รุ่นเกมเมอร์ ใส่ชิปกราฟิก A770M พร้อมแรมกราฟิก 16GB

อินเทลเปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Intel NUC 12 Enthusiast Mini PC (ชื่อรหัส Serpent Canyon) สำหรับเกมเมอร์และดีไซน์เนอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง โดยเป็น NUC ตัวแรกที่ใส่ชิปกราฟิกแยก Intel Arc มาในตัว

สเปคโดยรวมอัดเต็มระดับเดียวกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก

  • ซีพียู Intel Core รุ่นสูงสุด Core i7-12700H
  • ชิปกราฟิก Intel Arc A770M พร้อมแรมกราฟิก 16GB นับว่าเป็นรุ่นสูงสุดที่อินเทลเปิดตัวมา
  • รองรับแรม DDR4 สูงสุด 64GB
  • สล็อต M.2 จำนวน 3 ช่อง เป็น NVMe Gen4 2 ช่อง
  • Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.2 Gen2 หัว Type-A อีก 6 พอร์ต
  • แลน 2.5GbE 1 พอร์ต และ Wi-Fi 6E
  • พอร์ต HDMI 2.1 และ DisplayPort 2.0 อีก 2 พอร์ต

เริ่มขายเดือนกันยายนนี้ ราคาเริ่มจาก 1,180 ดอลลาร์ หรือ 44,000 บาท ในชุดคิทไล่ขึ้นไปตามคอนฟิกแบบต่างๆ

ที่มา – Intel

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130493

รีวิว MSI GF63 Thin เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อย แต่แรงเอาเรื่อง ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ลื่น เริ่มแค่ 26,900 บาท

MSI GF63 Thin หน้าตาเรียบร้อย แต่แรงไม่น้อยเลยนะ!

Share image Edit Name 3msi 1

ถ้าพูดคำว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขึ้นมาสักครั้ง ผู้เขียนมั่นใจว่าแทบทุกคนจะเห็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหนาและหนักและดีไซน์อลังการ ไม่ได้ดูมินิมอลเหมือน MSI GF63 Thin ที่แม้ดีไซน์จะมีความเกมมิ่งอยู่ทั้งตัวเครื่องสีดำและคีย์บอร์ดไฟสีแดง แต่นอกจากนั้นกลับดูเรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานแบบประสิทธิภาพสูงเครื่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งทางบริษัทเองก็เสริมฟีเจอร์เอื้อการทำงานและเล่นเกมมาให้ครบเครื่อง พร้อมเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ 

Advertisementavw

ฟีเจอร์เด่นที่เอื้อการเล่นเกม ได้แก่ Resizable BAR ซึ่งช่วยให้การประมวลและโหลด Texture ตอนเล่นเกมทำได้รวดเร็วกว่าเดิมราว 5~10% และยังรองรับการเปิด Ray Tracing, NVIDIA DLSS ช่วยเร่งเฟรมเรทตอนเล่นเกมให้มากขึ้น แม้จะรันการทำงานเต็มที่ก็ไม่ร้อน เพราะมีฟีเจอร์ Dynamic Boost 2.0 ที่ช่วยจัดการอุณหภูมิและเสียงของระบบระบายความร้อนในเครื่องให้เบาลงและเย็นขึ้นกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของบริษัทคู่แข่งถึง 10% ทีเดียว

และข้อดีอีกอย่างเมื่อทางบริษัทเติมคำว่า “Thin” เข้ามาให้ในชื่อ ก็หมายถึงน้ำหนักและบอดี้ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบให้บางเบาพกพาสะดวก โดย GF63 Thin มีน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัมและบางเพียง 21.7 มิลลิเมตร จะพกไปไหนมาไหนก็ไม่หนักมาก มีพอร์ตให้ใช้งานครบถ้วนและระบบเสียงยังได้ทาง nahimic มาช่วยจูนเสียงลำโพงและหูฟัง ทำให้เวลาดูคอนเทนต์หรือเล่นเกมก็ได้ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

MSI GF63 Thin

NBS Verdicts

MSI GF63 Thin DSC00135

ผู้เขียนมั่นใจว่าผู้ใช้หลายๆ คน ก็อยากได้โน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพสูง รันงานต่างๆ ได้ไหลลื่น ไม่ว่าจะงานออฟฟิศหรือยาวไปจนงานกราฟฟิคและตัดต่อวิดีโอก็ตาม เจ้า MSI GF63 Thin เครื่องนี้ก็เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นที่สเปคแรงพอรันงานเหล่านั้นได้ไหลลื่น เร็วทันใจผู้ใช้หลายๆ คนและตัวเครื่องก็ไม่หนักเกินไป พกใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากและรันงานหนัก เช่น ตัดต่อแต่งภาพหรือเปิดไฟล์ Excel ขนาดใหญ่ได้ลื่นไหลกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เน้นพกพาอย่างแน่นอน

ด้านดีไซน์ของตัวเครื่อง ก็ถือว่ามันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีไซน์ไม่อลังการเกินไปจนโดดเด่นเป็นเป้าสายตานัก ซึ่งจุดที่บ่งบอกความเป็นเกมมิ่งของ GF63 Thin ก็มีเพียงแค่โลโก้มังกรด้านหลังเครื่อง, คีย์บอร์ดสีแดงและขอบมุมตัวเครื่องที่ไม่ได้สมมาตรเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้งหมด แต่ถูกตัดเฉียงเล็กน้อยและยังมีรายละเอียดของดีไซน์แบบเกมมิ่งที่ทางบริษัทซ่อนเอาไว้ ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงเครื่องหนึ่งเท่านั้น

ทว่าจุดสังเกตที่ผู้เขียนพบเมื่อทดลองใช้งาน คือ ภายในเครื่องมีช่องอัพเกรด SSD เป็น M.2 NVMe SSD กับ 2.5″ SATA III SSD อย่างละช่อง ส่วนของ Function Hotkey บนปุ่ม F1-F12 มีให้ใช้งานเพียงไม่กี่ปุ่มเท่านั้น เพราะทาง MSI เลือกกระจายคีย์ลัดไปติดตั้งไว้ตามปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดแทน ทั้งที่ทาง MSI จะใส่คีย์ลัดเกมมิ่ง อย่างคำสั่งเรียก Crosshair, Windows Lock ฯลฯ เสริมเข้ามาเลยก็ได้ ซึ่งสะดวกกว่าการกดปุ่ม G แล้วเข้าไปตั้งค่าในซอฟท์แวร์ตั้งค่าของ MSI หลายเท่า ดังนั้นถ้า MSI จะกระจายคีย์ลัดไปยังปุ่มอื่นบนคีย์บอร์ดก็เอาฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมมาเซ็ตอัพไว้ให้แทนจะมีประโยชน์ต่อเกมเมอร์มากกว่าอย่างแน่นอน

ข้อดีของ MSI GF63 Thin
  1. งานดีไซน์ตัวเครื่องเรียบร้อยไม่หวือหวา ดูเรียบร้อยและงานประกอบแข็งแรง
  2. สเปคต่อราคาจัดว่าคุ้มค่าและไม่แพงเกิน ใช้ทำงานและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ดี
  3. ติดตั้งซีพียู Intel 11th Gen ยังใช้รันงานหนักและเล่นเกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน
  4. อัพเกรดแรมได้ 64GB หากต้องการรันโปรแกรมหรือเกมที่กินทรัพยากรเครื่องมากๆ ก็ทำได้
  5. มีพอร์ต 2.5″ SATA III ติดตั้งมาให้ใส่ HDD/SSD เพื่อเพิ่มพื้นที่ในเครื่องได้
  6. หน้าจอรองรับ Dynamic Refresh Rate ปรับการแสดงผลหน้าจอได้เพื่อประหยัดพลังงาน รองรับขอบเขตสีกว้าง
  7. น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัม มีน้ำหนักเบาและพกพาได้สะดวก
  8. ระบบระบายความร้อนภายในเครื่องจัดการอุณหภูมิได้ดีและเสียงไม่ดังเกินไป
  9. มีพอร์ตที่ต้องใช้ค่อนข้างครบถ้วนทั้ง USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN
ข้อสังเกตของ MSI GF63 Thin
  1. มี M.2 NVMe SSD กับ 2.5″ SATA III ไม่ใช่ M.2 NVMe x 2 ช่อง
  2. มีคีย์ลัดที่ F1-F12 มีเพียงไม่กี่ปุ่ม แต่ก็ไม่ได้เสริมฟีเจอร์เกมมิ่งเข้ามาให้

รีวิว MSI GF63 Thin

Specification

Screenshot 2022 09 16 233855

MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวเครื่องบางเบาแต่สเปคจัดว่าดีพอใช้ทำงานและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ดี ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเพราะประสิทธิภาพดีแล้วดีไซน์เครื่องก็เรียบร้อยไม่หวือหวา ซึ่งสเปคโดยละเอียดมีดังนี้

สเปคของ MSI GF63 Thin
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (ราคากลาง)

ด้านสเปคของ MSI GF63 Thin นอกจากรุ่นที่นำมารีวิว จะมีรุ่นทางเลือกอีก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. MSI GF63 Thin 11UC-869TH สเปค Intel Core i5-11400H, NVIDIA GeForce RTX 3050, RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz, M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้, หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ราคา 26,900 บาท
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel Core i7-11800H, NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti, RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz, M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้, หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ราคา 29,990 บาท

Hardware & Design

MSI GF63 Thin DSC00133

MSI GF63 Thin DSC00176
MSI GF63 Thin DSC00156
MSI GF63 Thin DSC00159

ดีไซน์ของ GF63 Thin แม้จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค แต่เมื่อมองในมุมหน้าตรงจะเห็นว่าทาง MSI ออกแบบให้ตัวเครื่องดูเรียบง่าย ดีไซน์ไม่ค่อยหวือหวาเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นที่มีเหลี่ยมสันและช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ติดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของตัวเครื่อง แต่ทางบริษัทก็ยังซ่อนดีไซน์เกมมิ่งไว้กับองค์ประกอบต่างๆ เช่น ทรงของปุ่ม Power บ้าง หรือจะไฟคีย์บอร์ดสีแดงปรับความสว่างได้ เป็นต้น

MSI GF63 Thin DSC00203

MSI GF63 Thin DSC00153
MSI GF63 Thin DSC00155
MSI GF63 Thin DSC00218

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าขอบตัวเครื่องนั้นไม่ได้เป็นทรงสี่เหลี่ยมเสียทีเดียว แต่ถูกตัดเฉียงตรงขอบที่วางข้อมือสองฝั่งและขอบบนของหน้าจอด้วย ไม่ให้ตัวเครื่องดูเรียบง่ายจนเกินไป ถัดมาส่วนกลางเครื่องตรงขอบล่างหน้าจอจะถูกตัดเว้นเอาไว้ให้ใช้นิ้วดึงเพื่อกางหน้าจอได้สะดวก ส่วนการบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องตอนกางหน้าจอด้วยนิ้วเดียวแล้ว ตัวเครื่อง GF63 Thin จะยกตามหน้าจอขึ้นมาเล็กน้อยก่อนน้ำหนักตัวเครื่องจะดึงให้ตัวเครื่องกางออกแล้วใช้งานได้ตามปกติ ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้มืออีกข้างช่วยจับตัวเครื่องไว้ จะกางหน้าจอได้สะดวกกว่า

MSI GF63 Thin DSC00175

เมื่อกางหน้าจอจนสุดแล้ว MSI GF63 Thin จะกางจอได้ราว 120 องศา ถือว่ากว้างไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งและสายทำงานในระดับราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเราสามารถกางหน้าจอ GF63 Thin ให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้ง่าย จะวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับใช้งานได้สะดวก

MSI GF63 Thin DSC00143

MSI GF63 Thin DSC00201
MSI GF63 Thin DSC00129

ส่วนด้านหลังตัวเครื่องจะเห็นว่า MSI GF63 Thin จะเน้นดีไซน์เรียบง่าย โดยฝาหลังมีแต่โลโก้รูปมังกรของทางบริษัทเพียงอย่างเดียว ถัดลงมาที่บานพับหน้าจอจะเป็นแบบก้านหน้าจอยึดเข้ากับฐานตัวเครื่องโดยแยกเป็นฝั่งซ้ายและขวา เมื่อกางแล้วฝาหลังทำมุม 90 องศากับตัวเครื่องแล้ว พาร์ททั้งสองชิ้นจะตั้งอยู่ในระนาบเดียวกันพอดี

MSI GF63 Thin DSC00189

ด้านใต้ตัวเครื่องจะเป็นดีไซน์ฝาหลังแบบกากบาทและมีช่องระบายความร้อนอยู่ทั้งหมด 2 ส่วนด้วยกันคือฝั่งซ้ายเป็นช่องขนาดใหญ่ซึ่งตรงกับชุดซิ้งค์ของซีพียูและการ์ดจอพอดี ส่วนฝั่งขวามือมีช่องลมเข้าขนาดเล็กสำหรับดึงลมเข้าไปแล้วระบายออกที่ช่องด้านข้างเครื่อง ส่วนยางรองบอดี้ตัวเครื่องจะมีทั้งหมด 4 จุด ดีไซน์เป็นทรงสามเหลี่ยมติดตั้งเอาไว้ตามมุมของตัวเครื่อง เป็นยางขนาดใหญ่และเล็กอย่างละคู่ ช่วยป้องกันบอดี้ด้านใต้เครื่องเกิดความเสียหายได้เป็นอย่างดี

Screen & Speaker

MSI GF63 Thin DSC00147

MSI GF63 Thin DSC00149
MSI GF63 Thin DSC00148
MSI GF63 Thin DSC00150
MSI GF63 Thin DSC00152

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ GF63 Thin มีขอบหน้าจอฝั่งซ้ายขวาบางกว่าส่วนอื่น ส่วนบนจะหนาและเว้นขอบเอาไว้เล็กน้อยให้เป็นจุดกางหน้าจอ ด้านค่า Refresh Rate ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นแบบ Dynamic ถ้าเปิดดูในคำสั่ง Advance Display ของ Windows 11 จะเห็นว่าถ้าตั้งค่าแบบ Dynamic แล้ว ระบบของตัวเครื่องจะปรับค่า Refresh Rate ให้เข้ากับคอนเทนต์โดยอัตโนมัติอีกด้วย ซึ่งมีหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถตั้งค่าแบบนี้ได้

display

Screenshot 2022 09 13 200312
Screenshot 2022 09 13 200333

ขอบเขตสีหน้าจอของ GF63 Thin เมื่อคาลิเบรตด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 จะเห็นว่าทาง MSI เลือกพาเนลคุณภาพดีมาติดตั้งให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ ซึ่งขอบเขตสีตั้งต้นจากโรงงานใน Gamut coverage นั้นได้ 87.8% sRGB, 63.7% Adobe RGB, 67.1% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตเสร็จแล้ว Gamut volume จะเพิ่มขึ้นเป็น 95.5% sRGB, 65.8% Adobe RGB, 67.6% DCI-P3 สำหรับความเที่ยงตรงของสีสันหน้าจอที่วัดเป็นค่า Delta-E เฉลี่ยอยู่ที่ 0.06~0.51 ซึ่งเมื่อน้อยกว่า 2 ก็ถือว่าเที่ยงตรงพอใช้พรู้ฟงานอาร์ตหรือแต่งภาพถ่ายจากกล้องก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

ความสว่างหน้าจอที่โปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้เมื่อปรับความสว่าง 100% อยู่ที่ 307.01 cd/m2 นับว่าสว่างสู้แสงแดดได้โดยไม่มีปัญหา จะนั่งทำงานที่ร้านกาแฟหรือโดนแสงส่องกระทบหน้าจอก็ไม่มีปัญหา โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ปรับความสว่างไว้ 60% ก็สว่างพอใช้ทำงานในออฟฟิศแล้ว

MSI GF63 Thin DSC00190
MSI GF63 Thin DSC00191
MSI GF63 Thin DSC00121
MSI GF63 Thin DSC00122

ลำโพงของ MSI GF63 Thin เป็นลำโพง 2 ดอก กำลังขับ 2W x 2 ได้ Nahimic มาช่วยปรับจูนเสียงให้ เนื้อเสียงจัดว่าคมชัด หากใช้เล่นเกมก็ได้เนื้อเสียงดีและตัวระบบสามารถแบ่งแยกทิศทางเสียงได้ดี แต่ในแง่การฟังเพลงถือว่าแค่พอใช้โดยเนื้อเสียงจะเน้นเสียงคนร้องและเครื่องดนตรีเป็นหลัก เสียงเบสพอมีแค่ซัพพอร์ตให้เนื้อเสียงโดยรวมมีมิติ แต่เมื่อฟังเพลงแนวฮิปฮอป, R&B จะมีกำลังขับไม่มากพอ ณ จุดนั้นควรต่อลำโพงแยกไปเลยจะฟังเพลงได้อรรถรสยิ่งกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI GF63 Thin DSC00161

MSI GF63 Thin DSC00169
MSI GF63 Thin DSC00170
MSI GF63 Thin DSC00168
MSI GF63 Thin DSC00164
MSI GF63 Thin DSC00167
MSI GF63 Thin DSC00173

แม้ GF63 Thin จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วก็ตาม แต่ขนาดของคีย์บอร์ดเป็น Tenkeyless ไม่มี Numpad เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นที่ขนาดเท่ากัน โดยทาง MSI ออกแบบให้ด้านข้างคีย์บอร์ดสองฝั่งมีพื้นที่ของตัวเครื่องเพิ่มขึ้นและได้ขนาดปุ่มคีย์บอร์ดเป็นแบบเต็มแทบทั้งหมด ยกเว้น F1-F12 และปุ่ม Grave Accent ที่ถูกย่อขนาดเหลือครึ่งเดียว

ไฟ LED Backlit ของ GF63 Thin เป็นไฟสีแดง ปรับความสว่างได้โดยคีย์ลัดที่รวมเอาไว้กับปุ่ม Page Up, Page Down และสังเกตว่า MSI ไม่ค่อยเอา Function Hotkey มาเซ็ตรวมไว้กับ F1-F12 เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น แต่กระจายปุ่มเอาไว้ตามส่วนต่างๆ ของคีย์บอร์ดแทน อย่างปุ่มลูกศรของคีย์บอร์ดก็มีคำสั่งเพิ่มลดความสว่างหน้าจอและเสียงลำโพงอยู่และปุ่ม End เป็นปุ่มปิดเสียงลำโพง เป็นต้น และยังออกแบบให้มีขีดมาร์กกิ้งไว้ที่ปุ่ม W ซึ่งเป็นปุ่มหลักที่เกมเมอร์วางนิ้วเพื่อเล่นเกมนั่นเอง

MSI GF63 Thin DSC00166

ด้าน Function Hotkey ที่ปุ่ม F1-F12 นั้น ทาง MSI เซ็ตเอาไว้ให้เพียง 6 ปุ่มเท่านั้น และเป็นปุ่มสำหรับใช้ทำงานทั่วไปเท่านั้น โดยมีคำสั่งดังนี้

  • F2 – ปุ่ม Project สำหรับตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F3 – ปุ่มปิดการทำงานทัชแพด
  • F6 – ปุ่มเปิดปิด Webcam
  • F7 – ปุ่มเรียกโปรแกรม MSI Center
  • F10 – Airplane Mode
  • F12 – Sleep Mode

แม้จะเห็นว่าทางบริษัทติดตั้งคีย์ลัดเอาไว้ให้ใช้งานค่อนข้างครบถ้วนก็ตาม แต่ผู้เขียนก็คิดว่าในเมื่อมีปุ่ม F1-F12 ว่างอยู่ ก็อยากให้ทาง MSI เสริมคีย์ลัดปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่อง, ปุ่มเปิด/ปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) และ Windows Lock มาให้กดใช้งานได้ทันทีเลยจะดีกว่าให้ผู้ใช้เข้าไปกดเปิดปิดใน MSI Center อย่างเดียว หรือไม่ก็อัพเดทให้ผู้ใช้เซฟปุ่มมาโครหรือเซ็ตคีย์ลัดแยกได้ด้วยตัวเองไปเลย เชื่อว่าจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าเดิมแน่นอน

MSI GF63 Thin DSC00172
MSI GF63 Thin DSC00171

ทัชแพดของ MSI GF63 Thin มีขนาดไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่น รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนและตอบสนองได้ดีและใช้แทนเมาส์ได้สบายๆ แต่พอวางมือบนคีย์บอร์ดแล้วสันมือซ้ายจะทาบลงขอบของทัชแพดพอดี แม้จะเป็นเช่นนั้น จากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานแล้วก็ไม่เจอปัญหาทัชแพดลั่นอย่างที่กังวลใจอย่างแน่นอน แต่หากใครกังวลปัญหาเรื่องนี้หรือจะต่อเมาส์แยกเพื่อใช้งานอยู่แล้ว ก็กดปุ่ม Fn+F3 เพื่อปิดการทำงานทัชแพดไปก่อนก็ได้

Connector / Thin & Weight

MSI GF63 Thin DSC00179

MSI GF63 Thin DSC00177
MSI GF63 Thin DSC00178

พอร์ตของ GF63 Thin จะถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างเครื่องทั้งฝั่งซ้ายและขวา ยกเว้น HDMI ซึ่งถูกแยกมาติดตั้งไว้ด้านหลังของตัวเครื่องซึ่งเป็นช่องที่ต่อแล้วไม่ถอดเข้าออกบ่อยๆ โดยพอร์ตและการเชื่อมต่อทั้งหมดจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – อแดปเตอร์จ่ายไฟ, USB-A 3.2 Gen 1 x 1
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Headphone out x 1, Mic in x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, RJ45 LAN x 1
  • ด้านหลังเครื่อง – HDMI รองรับความละเอียดสูงสุด 4K 60Hz x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

ซึ่งพอร์ตทั้งหมดของตัวเครื่องต้องถือว่าให้มาครบถ้วนและมีพอร์ต USB-C สำหรับต่อแยกเป็นพอร์ตอื่นๆ ได้ แต่จะเป็นพอร์ตแบบ Data Transfer อย่างเดียว ต่อชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery หรือหน้าจอแยกแบบ DisplayPort ไม่ได้ ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าถ้าทาง MSI จะส่งภาคต่อของตระกูล Thin ออกมาวางตลาดต่อ ก็อยากให้พอร์ต USB-C เป็นแบบ Full-Function จะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นแน่นอน 

MSI GF63 Thin DSC00111

MSI GF63 Thin DSC00115
MSI GF63 Thin DSC00112

น้ำหนักของ MSI GF63 Thin จากหน้าสเปคบนเว็บไซต์จะเคลมน้ำหนักเอาไว้ 1.86 กิโลกรัม เมื่อชั่งดูแล้วได้น้ำหนักเพียง 1.84 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบาและใกล้เคียงกับสเปคที่เคลมไว้ และเมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วรุ่นอื่นในปัจจุบันจัดว่าเบาทีเดียว เมื่อรวมกับอแดปเตอร์น้ำหนัก 474 กรัมแล้ว จะมีน้ำหนักรวม 2.31 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักนี้อาจจะหนักเท่าน้ำหนักเครื่องของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นเท่านั้น จัดว่าน้ำหนักอยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถใส่กระเป๋าเป้พกติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากมากนัก

Inside & Upgrade

MSI GF63 Thin DSC00117

MSI GF63 Thin DSC00132
MSI GF63 Thin DSC00130
MSI GF63 Thin DSC00199
MSI GF63 Thin DSC00197

หากใครต้องการอัพเกรด MSI GF63 Thin ก็เริ่มจากขันน็อตหัว Philips Head ทั้ง 11 ดอกออกได้เลย แต่จะมีน็อตตัวหนึ่งถูกสติ๊กเกอร์ Factory Seal ปิดเอาไว้อยู่ ขอให้เช็คดูเสมอค่อยใช้ปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบตัวเครื่องต่อไป ทว่าจุดที่ควรระวังอยู่ที่กรอบเครื่องส่วนช่องระบายความร้อน เพราะกรอบตัวเครื่องส่วนนั้นเป็นก้านตะขอเกี่ยวล็อคระหว่างตัวเครื่องและฝาด้านใต้เครื่องเอาไว้ด้วยกัน แนะนำให้ค่อยๆ ดันฝาใต้ตัวเครื่องให้ตะขอเกี่ยวเลื่อนออกเล็กน้อยก่อนค่อยดึงเปิดฝา ถ้าฝืนอาจจะทำให้ฝาหลังเสียหายได้

ที่เมนบอร์ดจะเห็นว่าทาง MSI ก็มีช่องอัพเกรดมาค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะ RAM แบบ SO-DIMM ทั้งสองช่องที่รองรับความจุ 64GB DDR4 และ M.2 NVMe SSD ที่เป็นช่องหลัง ส่วนฮาร์ดดิสก์ช่องเสริมจะเป็น 2.5″ SATA III ซึ่งยังพอยอมรับได้เพราะผู้ใช้สามารถเลือกอัพเกรดได้ว่าจะใส่เป็น HDD หรือ SSD ก็ได้

Performance & Software

cpu1

mb
ram
ram2

สเปคของ MSI GF63 Thin รุ่นนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake มีค่า TDP 45 วัตต์มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าพร้อมทำงานและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี ติดตั้งแรมมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ สามารถอัพเกรดเพิ่มความจุได้มากสุด 64GB DDR4 ทีเดียว ส่วนเมนบอร์ดใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จึงใส่ M.2 NVMe SSD รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงได้อย่างแน่นอน

gpu2
gpu

การ์ดจอในเครื่องนอกจาก Intel UHD Graphics ซึ่งติดมากับซีพียู Intel แล้ว ก็มี NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ติดตั้งมาให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดี รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่งกราฟฟิคต่างๆ ครบถ้วน ทั้ง OpenCL, OpenGL 4.6, CUDA, Ray Tracing, DirectCompute, DirectML, Vulkan, PhysX ด้วย ดังนั้นจะเล่นเกมหรือเอาไว้ทำงานกราฟฟิคก็ไม่มีปัญหา

devicemgr

ใน Device Manager จะเห็นว่า MSI GF63 Thin ติดตั้งการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 ซึ่งรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว มีแบนด์วิธคลื่น 160MHz อีกด้วย ดังนั้นเวลาเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ก็สามารถโหลดไฟล์, เปิดเว็บไซต์ได้ดีขึ้น

ssd

ด้าน M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ในเครื่องเป็น OEM ของ Kingston รหัส OM8PDP3512B-AI1 โดยตัว SSD นั้นเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 เมื่อทดสอบกับโปรแกรม CrystalDiskMark 8 แล้ว จะได้ความเร็ว Sequantial Read 2,542.68 MB/s และ Sequential Write 1,210.84 MB/s ซึ่งถ้าใช้งานในโน๊ตบุ๊คบางเบาและเน้นใช้ทำงานทั่วไปก็ถือว่าใช้งานได้ แต่ในกรณีของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คนั้น ผู้เขียนเห็นว่ามันยังทำงานได้ไม่เร็วเท่าที่ควร หากผู้เขียนซื้อมาใช้งานเองจะเปลี่ยนไปใช้ M.2 NVMe ที่ประสิทธิภาพดีกว่านี้ก่อนเป็นอย่างแรก

โดย M.2 NVMe SSD ที่แนะนำจะมีตัวเลือกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะ WD Black SN750, Samsung 980, Transcend MTE220S หรือจะข้ามไปเป็นตัวอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 อย่าง Samsung 980 PRO, WD Black SN770, PNY XLR8 CS3040 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน 

Screenshot 2022 09 12 065156
Screenshot 2022 09 12 070536

ด้านการเรนเดอร์ 3D CG เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 ที่ทดสอบการทำงานกราฟฟิคโดยรวม จะเห็นว่าตัว MSI GF63 Thin ทำคะแนน OpenGL ได้ 150.99 fps และได้คะแนนซีพียู 1,498 cb ทีเดียว และเมื่อรันทดสอบ CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูจะได้คะแนน CPU สูงถึง 3,417 pts ทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอ รวมทั้งพรีวิวโมเดล 3D ให้ลูกค้าได้ดูก็สามารถรันได้ดีไม่มีปัญหา

3dmark

ส่วนหน้าที่หลักอย่างการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy จะได้คะแนนเฉลี่ย 4,374 คะแนน แยกเป็น CPU score 5,815 คะแนน และ Graphics score 4,191 คะแนน เป็นระดับคะแนนที่เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้อย่างแน่นอน แต่ผู้เขียนแนะนำว่าความละเอียดหน้าจอควรอยู่ระดับ 1080p จะดีสุดและไม่เกินกำลังของ NVIDIA GeForce RTX 3050 เกินไปอีกด้วย 

pcmark10

เมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว MSI GF63 Thin นั้นทำคะแนนเฉลี่ยได้ 5,135 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นระดับคะแนนที่สูงพอใช้ทำงานต่างๆ ได้อย่างดีไม่มีปัญหา โดยเฉพาะงานทั่วไปอย่างการเปิดเว็บไซต์, เปิดโปรแกรมใช้งานต่างๆ รวมไปถึงโปรแกรมตระกูล Microsoft Office ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา เมื่อได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 เข้ามาเสริม ก็ช่วยให้ทำงานตัดต่อวิดีโอและแต่งภาพดีขึ้น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามันสามารถตัดต่อคลิปหนังสั้นหรือ Vlog ทั่วไปสำหรับอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างแน่นอน 

thin game benched

สเปคของ MSI GF63 Thin รุ่นที่ได้รับมาทดสอบ ต้องถือว่ามันสามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ดี โดยผู้เขียนแนะนำให้เล่นบนความละเอียด 1080p เป็นหลักจะไม่กินกำลังประมวลผลของการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 มากเกินไป และจากที่อัพไดรเวอร์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว จะเห็นว่าแต่ละเกมที่นำมาทดสอบแม้จะปรับกราฟฟิคระดับสูงสุดก็ยังรีดเฟรมเรทได้สูงและเล่นได้ไหลลื่นทั้งหมด ดังนั้นจะเล่นบนหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเองหรือต่อหน้าจอแยก 1080p ดีๆ ผ่านพอร์ต HDMI ก็ได้

อย่างไรก็ตาม Forza Horizon 5 ในการทดสอบครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะเมื่อทดลองตั้งค่ากราฟฟิคไประดับ Extreme Quality แล้วตัวเกมจะขึ้นแจ้งเตือนทันทีว่าแรมการ์ดจอ 4GB GDDR6 นั้นไม่พอใช้งาน และขอให้ปรับกราฟฟิคลง ซึ่งถ้าฝืนเล่นต่อไปจะได้เฟรมเรทอยู่ราว 25~29 Fps แม้จะปรับลงมาระดับ Ultra ก็ยังได้เฟรมเรทระดับ 30~40 Fps ซึ่งยังไม่ลื่นเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าใครจะเอา MSI GF63 Thin มาเล่นเกมนี้ แนะนำให้ตั้ง Graphics Preset ไว้ที่ระดับ High ก่อน แล้วค่อยปรับกราฟฟิคขึ้นทีละส่วน จะทำให้กราฟฟิคในเกมสวยและได้เฟรมเรทสูงไปพร้อมๆ กัน

Screenshot 2022 09 13 085750

Screenshot 2022 09 13 085816
Screenshot 2022 09 13 085826
Screenshot 2022 09 13 085836
Screenshot 2022 09 13 085849
Screenshot 2022 09 13 085935
Screenshot 2022 09 13 085943
Screenshot 2022 09 13 090009
Screenshot 2022 09 13 090032

ด้านโปรแกรม MSI Center นอกจากจะมีโหมดมอนิเตอร์ตัวเครื่องแล้ว ยังใช้ปรับแต่งโหมดการทำงาน, ตั้ง Gaming Mode สำหรับเกมที่เปิดเล่นเป็นประจำก็ยังใช้อัพเดทไดรเวอร์และยังใช้ตั้ง Recovery เพื่อดึงการตั้งค่าตัวเครื่องตอนสมบูรณ์ที่สุดกลับมาใช้งานได้ ยิ่งไปกว่านั้นหน้า User Interface ก็ใช้งานง่ายไม่ต้องทำความเข้าใจมาก ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เปิดโปรแกรมนี้มาเช็คอัพเดทและตั้งค่าตัวเครื่องเป็นระยะๆ จะช่วยให้ MSI GF63 Thin ใช้งานได้ดีต่อเนื่องไม่มีปัญหาแน่นอน

Battery & Heat & Noise

MSI GF63 Thin DSC00123

แบตเตอรี่ของ MSI GF63 Thin เป็นแบตเตอรี่แบบ OEM ที่ไม่ติดข้อมูลบอกว่ามีความจุเท่าไหร่และใครเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลูกนี้ คาดว่าทาง MSI สั่ง OEM มาให้ โดยตัวแบตเตอรี่ถูกติดตั้งเอาไว้ชิดกับลำโพงฝั่งซ้ายมือเมื่อวางโน๊ตบุ๊คใช้งานตามปกติและเว้นพื้นที่สำหรับติดตั้ง 2.5″ SATA III SSD ไว้ด้วย

batt30mins

ด้านความจุของแบตเตอรี่เมื่อเช็คด้วยโปรแกรม BatteryMon จะเห็นว่ามีความจุ 52Wh และเมื่อทดสอบตามมาตรฐานเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit, ลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุดและเปิดเสียงเพียง 10% และตั้งค่าเป็นโหมดประหยัดพลังงานแล้วดูคลิปใน YouTube เป็นเวลา 30 นาที ด้วย Microsoft Edge แล้ว สามารถใช้งานได้นานสุด 5 ชั่วโมง 37 นาที ถือว่าใช้งานได้นานไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ สามารถพกเครื่องเข้าประชุมหรือห้องเรียนเพื่อจดเลคเชอร์ได้โดยแบตเตอรี่ไม่หมดกลางคันเสียก่อน แต่ถ้าต้องทำงานหนักเมื่อไหร่แนะนำให้พกอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไปด้วย

MSI GF63 Thin DSC00188
MSI GF63 Thin DSC00124

ด้านชุดระบายความร้อนภายในเครื่องที่ทาง MSI เรียกว่า Dynamic Boost 2.0 จะเป็นชุดฮีตไปป์ 3 เส้น พาดจากซีพียูและการ์ดจอตรงไปยังพัดลมโบลเวอร์เพื่อระบายความร้อนออกจาเครื่อง ซึ่งทาง MSI เคลมว่าระบบนี้สามารถจัดการอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดี และลดอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดีกว่าเดิม 10% ทีเดียว

heat

ประสิทธิภาพการระบายความร้อนต้องถือว่าระบบ Dynamic Boost 2.0 นั้นทำงานได้ดี เมื่อทดลองเปิดโปรแกรม Benchmark ควบคู่กับ CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิของ Package นั้นเฉลี่ยเพียง 58 องศา และมีอุณหภูมิตัวเครื่องอยู่ระดับ 51~94 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าจัดการความร้อนได้ดีไม่ติดตัวแดงให้เห็นเลย ด้านของ SSD และการ์ดจอแยกในเครื่องก็ไม่ร้อนเกินไปด้วย ดังนั้นผู้ใช้คนไหนที่กำลังอยากได้ MSI GF63 Thin ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนในเครื่องเลยก็ได้

User Experience

MSI GF63 Thin DSC00141

MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์น้ำหนักเบาพกพาสะดวก ผิดกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ได้รีวิวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งน้ำหนักรวมอแดปเตอร์ 2.31 กิโลกรัมนั้นสามารถพกใส่กระเป๋าติดไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟได้สบายๆ และดีไซน์ก็ดูเรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานทั่วไปไม่ดึงดูดสายตามากอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครต้องใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครันงานและโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องหนักๆ แล้วโน๊ตบุ๊คบางเบาไม่ตอบโจทย์นัก ก็มี GF63 Thin เป็นตัวเลือกที่ดีและน่าใช้งานมาก

นอกจากจะพกพาสะดวกแล้ว สเปคของ MSI GF63 Thin ก็จัดว่าแรงพอใช้ทำงานกราฟฟิค, งานออฟฟิศและเล่นเกมได้ดีด้วยซีพียู Intel 11th Gen พร้อมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 Series และยังอัพเกรดเพิ่มแรมไปได้มากสุด 64GB DDR4 ได้อีก ดังนั้นในแง่การใช้งานถือว่าไม่มีปัญหา หากใครรู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาไม่ตอบโจทย์ก็หันมาใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้แทนน่าจะตอบโจทย์กว่า

ด้านการเล่นเกม ผู้เขียนถือว่า MSI GF63 Thin นั้นสามารถเล่นเกมบนจอ 1080p ได้ดีทุกเกม แต่ต้องให้เวลากับการปรับกราฟิคในเกมสักหน่อย นั่นเพราะ NVIDIA GeForce RTX 3050, RTX 3050 Ti นั้นแม้จะมีประสิทธิภาพดีระดับหนึ่งแต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ VRAM มีเพียง 4GB GDDR6 ทำให้ปรับ Texture ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าปรับกราฟฟิคแบบง่ายๆ แนะนำให้เริ่มจาก High ก่อน แล้วจะดันกราฟิคในส่วนไหนเพิ่มค่อยปรับเพิ่มเติมจะเล่นได้ลื่นกว่า

อย่างไรก็ตาม เรื่องของการอัพเกรดภายในเครื่องแม้จะเพิ่มแรมได้ 64GB DDR4 ก็ตาม แต่ฮาร์ดดิสก์ในเครื่องถือว่ายังอัพเกรดได้ค่อนข้างจำกัด โดยอัพเกรดได้เพียง M.2 NVMe SSD และ 2.5″ SATA III SSD/HDD ได้อย่างละช่องเท่านั้น ซึ่งปกติเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันจะใส่ M.2 NVMe SSD ได้ 2 ช่อง แต่กรณีของ MSI GF63 Thin ก็ต้องบริหารพื้นที่ให้ดี ว่าจะติดตั้งโปรแกรมและเกมไหนเข้าไดรฟ์ไหน จะได้เรียกใช้งานได้เร็วทันใจยิ่งขึ้น

Conclusion & Award

MSI GF63 Thin DSC00140

จะเห็นว่า MSI GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาและตัวเครื่องไม่หนามาก พกพาง่ายและน้ำหนักไม่มากเกินไป เพียง 1.86 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใส่กระเป๋าเป้ก็พกติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายๆ จะทำงานหนักอย่างเปิดโปรแกรมตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพก็ทำได้ดี ด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 ในตัว ทำให้งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลกราฟิครันได้ไหลลื่นไม่มีปัญหาใดๆ ขอแค่ตอนเล่นเกมตั้งค่ากราฟิคให้เหมาะสมก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาแล้ว

ในมุมของผู้เขียนเอง มองว่า GF63 Thin เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาที่อยู่หอพักแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊คพกพาง่าย เล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ลื่นไหลและเอาไว้ทำงานได้ดี แบตเตอรี่ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสักหน่อย หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่อยากได้โน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงมาใช้รันงานที่ทำอยู่ให้เสร็จเร็วขึ้นก็เหมาะกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เช่นกัน แต่ถ้าซื้อรุ่นที่ติดตั้งแรม 8GB DDR4 มาให้ ก็หาแรมมาอัพเกรดเป็น 16GB DDR4 เท่านี้ก็ทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแล้ว

และหากใครรู้สึกเสียดายว่า MSI GF63 Thin ยังเป็น Intel 11th Gen อยู่ ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากทาง MSI นั้นติดตั้งซีพียู Intel แบบ 6 คอร์ 12 เธรด และ 8 คอร์ 16 เธรด มาให้ ช่วยให้มันสามารถรันงานและเกมได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงมากวนใจแน่นอน หากไม่ได้ซีเรียสว่าจะเอาของใหม่แกะกล่องเสมอ แต่สนใจว่าอยากได้โน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพต่อราคาคุ้มค่าที่สุด ก็ซื้อมันไปใช้งานได้เลย

Award

NBS award 4 Mobility

best mobility

ปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว มักมีน้ำหนักช่วง 2 กิโลกรัมขึ้นไปทั้งนั้น แต่ MSI GF63 Thin กลับเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมและตัวเครื่องไม่หนามาก จึงพกใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก และยังทำงานได้ลื่นไหลอย่างแน่นอน

NBS award 7 Design

best design

ดีไซน์ของ MSI GF63 Thin นั้นจัดว่าเรียบร้อยสวยงามไม่แพ้กับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน แต่น่าจะได้ใจผู้ใช้หลายๆ คนเพราะดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่ฉูดฉาดเกินไป จะพกไปทำงานในออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ดูไม่โดดเด่นจนเป็นเป้าสายตาเกินไปอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/667143-review-msi-gf63-thin

อินเทลเตรียมปิดตำนานชิปแล็ปท็อป Pentium และ Celeron ภายในปี 2023

อินเทลมีแผนเปลี่ยนชื่อแบรนด์ซีพียูเดิมจาก Pentium และ Celeron เดิมเป็นแค่คำว่า Intel Processor สำหรับโน้ตบุ๊กที่จะออกในปีหน้า พร้อมหวังว่าจะทำให้ลูกค้าเลือกตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเวลามองหาโน้ตบุ๊กรุ่นราคาประหยัด

จากนี้อินเทลจะหันมาให้ความสำคัญกับแบรนด์อย่าง Core, Evo, และ vPro แทนสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวหลัก แล้วใช้คำว่า Intel Processor กับผลิตภัณฑ์ “รุ่นพื้นฐาน” ซึ่ง Josh Newman รองประธานและผู้จัดการทั่วไปด้านแพลตฟอร์มโมบายล์ของอินเทลระบุว่า

“อินเทลต้องการผลักดันนวัตกรรมให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด ชิประดับเริ่มต้นของเราก็มีความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานพีซีด้วยเช่นกันในทุกระดับราคา แบรนดิ้งคำว่า Intel Processor ใหม่นี้จะทำให้ง่ายในการทำความเข้าใจเลือกชิปที่เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น”

ถือเป็นการสิ้นสุดแบรนด์ Pentium หลังใช้กันมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เปิดตัวในปี 1993 ในฐานะซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ ก่อนย้ายมาใช้กับแล็ปท็อป ส่วนแบรนด์ Core เปิดตัวตั้งแต่ปี 2006 เพื่อเอามาเป็นแบรนด์ไฮเอนด์แทนเพนเทียมที่ย้ายมาเป็นแบรนด์ระดับกลางแทน

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Theverge

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-processor-will-replace-pentium-and-celeron-in-2023/

Intel ประกาศเลิกใช้ชื่อ Pentium กับ Celeron รีแบรนด์ใหม่เป็น ‘Intel Processor’ เริ่มใช้ปี 2023 เป็นต้นไป

และแล้วก็มาถึงวันที่ชื่อในตำนานกำลังจะจากเราไปอีกครั้ง แถมครั้งนี้ไปพร้อมกันทีเดียวถึง 2 ชื่อเลยกับแบรนด์ซีพียูตระกูล Pentium กับ Celeron ซึ่งทาง Intel ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะนำผลิตภัณฑ์ซีพียูตัวใหม่ในชื่อ ‘Intel Processor’ มาแทนที่โปรเซสเซอร์ 2 ตระกูลนี้ พร้อมวางขายกับโน้ตบุ๊ครุ่นหลัง ๆ ที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป

Intel เริ่มใช้ชื่อ Pentium ครั้งแรกในปี 1993 กับซีพียูรุ่นระดับบนของเดสก์ท็อป ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยตระกูล Core และถูกย้ายชื่อมาไว้ใช้กับซีพียูราคาประหยัดบนโน้ตบุ๊คแทน ขณะที่ฝั่ง Celeron ก็เริ่มใช้มานานเหมือนกันตั้งแต่ปี 1998 แต่ถูกวางแบรนด์เป็นซีพียูรุ่นเริ่มต้นตั้งแต่แรก ปัจจุบันทั้ง 2 ตระกูลยังมีสินค้าใหม่เปิดตัวเรื่อย ๆ แต่ก็มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างทับไลน์กันเองอยู่ จึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ Intel ตัดสินใจจับมาควบรวมกันในที่สุด

สำหรับชื่อใหม่อย่าง Intel Processor ทาง Intel ระบุว่าตั้งใจทำเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้วไส้ในก็ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเซคเม้นตลาดใด ๆ พูดง่ายๆ ว่า Pentium กับ Celeron ก็จะยังไม่หายไปไหน แค่โดนเปลี่ยนมาใช้เป็นชื่อเดียวกันเฉยๆ และอาจโดนแบ่งเป็น 2 รหัสท้ายที่มีความแรงต่างกันเล็กน้อยก็เป็นได้

 

 

ที่มา : Intel

from:https://droidsans.com/intel-brought-pentium-and-celeron-to-intel-processor/

NVIDIA, Arm, Intel ร่วมเสนอฟอร์แมตทศนิยม FP8 ใช้เทรน AI แบบเปลืองแรงน้อยลง

NVIDIA และเพื่อนร่วมวงการคือ Arm และ Intel ออกมานำเสนอฟอร์แมต 8-bit floating point (FP8) สำหรับคำนวณทศนิยมเพื่องาน Deep Learning ให้ประหยัดทรัพยากรการประมวลผลขึ้นกว่าเดิม

รูปแบบงานด้านกราฟิกและ AI จำเป็นต้องคำนวณทศนิยม (floating point) ที่เดิมทีมีความแม่นยำ 32-bit (FP32) แต่มีข้อเสียตรงที่ต้องใช้พลังและหน่วยความจำในการประมวลผลมาก ช่วงหลังเมื่อวงการ AI ต้องใช้โมเดลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (เช่น GPT-3 หรือ PaLM) ใช้เวลาเทรนนานเป็นหลายสัปดาห์ จึงต้องขยับมาใช้ 16-bit (FP16) ที่สิ้นเปลืองพลังน้อยลงมาก แต่ความแม่นยำไม่ลดลงมากนัก เช่น bfloat16

ล่าสุด NVIDIA กับพวกจึงนำเสนอ FP8 ที่เป็นการตัดจำนวนทศนิยมลงไปอีกขั้น ลดกำแพงเรื่องทรัพยากรที่ต้องใช้เทรนโมเดลลง ข้อเสนอ FP8 เป็นการวางมาตรฐานกลางให้อุตสาหกรรมใช้งาน โดย FP8 แยกวิธีการเข้ารหัสข้อมูล (encoding) ออกเป็น 2 แบบคือ E4M3 และ E5M2 ที่มีจำนวนบิตสำหรับ exponent (E) และ mantissa (M) ไม่เท่ากัน สำหรับใช้งานคนละประเภทกัน

No Description

NVIDIA โชว์ผลการทดสอบโมเดล AI ต่างๆ เช่น GPT หรือ BERT ว่าการลดจาก FP16 เหลือ FP8 แทบไม่มีผลต่อความแม่นยำของโมเดลเลย

No Description

ฟอร์แมต FP8 ถูกนำมาใช้งานแล้วในจีพียูตัวใหม่ NVIDIA Hopper, Arm ระบุว่าจะเริ่มนำมาใช้กับสถาปัตยกรรม Armv9.5-A ในปี 2023 ส่วน Intel ระบุคร่าวๆ แค่ว่าจะรองรับในอนาคต ทั้งในซีพียู จีพียู และตัวเร่งประมวลผล Habana Gaudi

ที่มา – Whitepaper, NVIDIA, Arm

from:https://www.blognone.com/node/130473

Intel ประกาศยกเลิกแบรนด์ Pentium และ Celeron มีผลปี 2023 เป็นต้นไป

อินเทลประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์ ซีพียูของโน้ตบุ๊คกลุ่มทั่วไป จากเดิมที่ใช้แบรนด์ Pentium และ Celeron โดยเรียกรวมทั้งหมดเป็นชื่อใหม่แบบตรงตัวว่า Intel Processor มีผลกับสินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊คทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป

อินเทลใช้แบรนด์ Pentium มาตั้งแต่ปี 1993 หรือเกือบ 30 ปีที่แล้ว ส่วน Celeron ใช้มาตั้งแต่ปี 1998 ในส่วนของแบรนด์ Pentium นั้น เริ่มต้นใช้กับซีพียูเดสก์ทอประดับบน ก่อนย้ายมาใช้กับโน้ตบุ๊ค และปัจจุบันใช้กับกลุ่มสินค้าโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไป ส่วน Celeron ถูกวางตำแหน่งเป็นซีพียูรุ่นราคาถูกกว่าตั้งแต่ต้น ปัจจุบันยังใช้กับกลุ่ม Chromebook ขณะที่โน้ตบุ๊ครุ่นเรือธง อินเทลตอนนี้ใช้แบรนด์ Core แทน

อินเทลบอกว่าการเปลี่ยนชื่อแบรนด์นี้ไม่มีผลต่อแผนงาน กำหนดออกซีพียูรุ่นใหม่ใด ๆ แต่ทำเพื่อให้การสื่อสารกับลูกค้าทำได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: อินเทล ผ่าน 9to5Google

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130457