คลังเก็บป้ายกำกับ: Semiconductor

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐยื่นคำร้องตรวจสอบกรณี Apple ซื้อชิปความจำจากบริษัทจีน YMTC

วุฒิสมาชิกสหรัฐที่เป็นคณะกรรมการด้านหน่วยข่าวกรองของวุฒิสภา ทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ยื่นคำร้องต่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงกรณีที่มีรายงานว่า Apple กำลังพิจารณาซื้อชิป 3D NAND เพื่อใช้ผลิต iPhone 14 ในประเทศจีนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน YMTC โดยแสดงความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในแง่ซัพพลายเชน

วุฒิสมาชิกแสดงความกังวลว่าจีนอาจต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตชิปภายในประเทศผ่านบริษัท YMTC และอาจตีตลาดสหรัฐและประเทศพันธมิตร ด้วยการขายในราคาต่ำกว่าตลาด ซึ่งจะกระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลก ดังนั้น หาก Apple ซื้อชิปจาก YMTC อาจถูกเพ่งเล็งและถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น

ก่อนหน้านี้ สมาชิกวุฒิสภาก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่ม YMTC ลงในแบล็คลิสต์หลังมีรายงานว่าบริษัทส่งชิป NAND ให้กับ Huawei ขณะที่ Apple ก็ชี้แจงว่าบริษัทแค่พิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ชิป 3D NAND จาก YMTC สำหรับ iPhone ที่ขายในจีนเท่านั้น

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130582

[ไม่ยืนยัน] Apple เตรียมใช้ชิป 3 nm ผลิตโดย TSMC กับ iPhone และ Mac ที่จะเปิดตัวปีหน้า

แหล่งข่าวของ Nikkei Asia เปิดเผยว่า Apple จะใช้เทคโนโลยีผลิตชิป 3 นาโนเมตรล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า N3E ใน iPhone และ Mac ที่จะเปิดตัวในปีหน้า โดย N3E เป็นเทคโนโลยีของบริษัท TSMC ซึ่งเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติไต้หวันที่เป็นซัพพลายเออร์สำคัญของ Apple

N3E เป็นเวอร์ชันอัปเกรดจากเทคโนโลยีผลิตชิป 3 นาโนเมตรรุ่นแรกของ TSMC โดยรุ่นแรกเพิ่งจะใช้ได้ในปีนี้และ Apple จะเป็นบริษัทแรกที่ใช้ โดยจะใช้กับ iPad ที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ส่วน N3E จะใช้ได้ในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ซึ่ง Apple จะใช้ในการผลิตชิป A17 สำหรับ iPhone รุ่นพรีเมี่ยม (ซึ่งคาดว่าเป็น iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max) และใช้ผลิตชิป M3 สำหรับ Mac ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

TSMC เผยว่า N3E จะมีประสิทธิภาพดีกว่าและจะประหยัดพลังงานกว่าเทคโนโลยีชิป 3 นาโนเมตรรุ่นแรก ทั้ง TSMC และ Samsung ต่างแข่งขันกันเพื่อเป็นผู้ผลิตชิป 3 นาโนเมตรรายแรก
หาก Apple ใช้ชิป N3E ของ TSMC ก็จะเท่ากับว่า Apple ใช้เทคโนโลยีล่าสุดของบริษัทติดต่อกัน 2 ปี หลังจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตรป็นครั้งแรกในการผลิตชิป A16 ที่ใช้ใน iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ที่เปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130550

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ เร่งให้รัฐบาลแบนบริษัทชิปจีน YMTC เหตุสงสัยส่งชิป NAND ให้ Huawei

สมาชิกวุฒิสภาหลายรายทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพลับลิกันเร่งให้ฝ่ายบริหาร (รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน) เพิ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีน YMTC ลงในรายชื่อแบล็คลิสต์โดยเร็ว หลังมีรายงานจาก IP Research Group ว่าบริษัทส่งชิปความจุ NAND ให้กับ Huawei เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนพับได้รุ่น Huawei Mate Xs 2 ซึ่งอาจละเมิดข้อบังคับ Foreign Direct Product Rule (FDPR) ที่ห้ามไม่ให้ส่งออกเทคโนโลยีที่ผลิตในสหรัฐฯ ให้กับ Huawei

สมาชิกวุฒิสภายังกังวลว่า YMTC ที่เป็นผู้ผลิตชิประดับสูงของจีน จะจำหน่ายชิปในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งจะกดดันให้ผู้ผลิตชิปรายอื่นของสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียด้วย

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่ารัฐบาลโจ ไบเดนเตรียมแบนไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ขายอุปกรณ์ระดับสูงให้กับบริษัทจีนรวมถึง YMTC มาก่อนแล้ว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีประกาศออกมา

การพิสูจน์ว่า YMTC ละเมิดข้อบังคับ FDPR จริงหรือไม่ อาจทำได้ยากหากชิปถูกจำหน่ายผ่านบริษัทตัวกลางอีกที ทั้งนี้ แหล่งข่าวของ Financial Times ได้ระบุว่า Huawei จำเป็นต้องติดต่อกับ YMTC โดยตรงเพื่อให้ดัดแปลงชิปที่จะสามารถใช้กับสมาร์ทโฟนพับได้

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130536

บริษัทชิปในจีนเจ๊งกันระนาวเป็นประวัติการณ์กว่า 3,470 บริษัท เซ่นพิษเศรษฐกิจและสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

บริษัทในจีนที่ทำเกี่ยวกับชิป semiconductor ล้มหายไปกว่า 3,470 บริษัท ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคมของปี 2023 ซึ่งนับว่าปิดตัวลงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับปี 2021 และ 2020 ที่ปิดตัวไป 3,420 และ 1,397 บริษัท ตามลำดับ ชี้ให้เห็นว่าความพยายามของจีนที่จะพึ่งพาตนเองในด้านการผลิตชิปภายในประเทศกำลังเจอปัญหาหนักอยู่

Zheng Lei ศาสตราจารย์วุฒิคุณสถาบันการเงินเซินเจิ้น ออกมาวิเคราะห์ว่า ช่วงนี้ตลาดชิปมีการแข่งขันดุเดือด และมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โหดร้ายมาก ๆ ทำให้ธุรกิจชิปที่ต้องใช้ต้นทุนสูงอยู่แล้วเริ่มทนไม่ไหว ต้องยอมเจ็บแต่จบกันไปก่อนที่จะโดนหนักกว่านี้ ส่วนพวกบริษัทสตาร์ทอัพที่ยังเหลืออยู่พอเงินทุนหมดก็เจ๊ง เพราะทำกำไรกันไม่ค่อยได้

มีตัวอย่างให้เริ่มเห็นกันอย่าง Nurlink บริษัทชิปสตาร์ทอัป เพิ่งมีข่าวไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้พนักงานในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึงปีเพิ่งเปิดการระดมทุนไป  200 ล้านหยวนหรือราว ๆ 1 พันล้านบาท

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ผลักดันให้เกิดการผลิตชิปใช้เองภายในประเทศ ทำให้เกิดบริษัทเกี่ยวกับชิปประมวลผลใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ถึงกว่า 23,100 บริษัทในปี 2020 และอีกกว่า 47,400 บริษัทในปี 2021

แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อุปสงค์ลดต่ำลงจากสถานการณ๋การระบาดของ COVID-19 บวกกับความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาคธุรกิจชิปต้องได้รับผลกระทบไปอย่างรุนแรง เห็นได้จากยอดการนำเข้าแผงวงจรรวม (IC) ที่ลดน้อยลงไปถึง 12% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ และล่าสุดในช่วงเดือนสิงหาคม ก็มีการชะลอการผลิตชิปลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน 

ส่วนด้านสหรัฐฯ ก็ยังคงออกมาตรการกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยีจีนอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ก็ห้ามไม่ให้บริษัท Nvidia Corp และ Advanced Micro Devices ขายชิปที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี AI และชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงให้จีน เพราะกลัวถูกลอกเทคโนโลยี แถมยังมีทุนให้สำหรับนักลงทุนผลิตชิปในประเทศสหรัฐฯ อีกราว 53 พันล้านดอลลาร์หรือกว่า 1.9 ล้านล้านบาทด้วย เรียกได้ว่าเค้ากีดกันทุกวิถีทาง ไม่ให้จีนได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว

 

ที่มา : scmp

from:https://droidsans.com/chinese-chip-company-closed-tech-war/

Foxconn จับมือ Vedanta ตั้งโรงงานผลิตชิปและจอภาพในอินเดีย ลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท

Foxconn ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมมือกับ Vedanta บริษัทด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ ประกาศเดินหน้าร่วมลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์และจอแสดงผลในเมืองคุชราฏทางตะวันตกของประเทศอินเดีย มุ่งหวังสร้าง Silicon Valley ของประเทศให้เป็นจริงให้ได้

การร่วมทุนกันในครั้งนี้จะใช้เงินลงทุนสร้างโรงงานผลิตจอแสดงผลราว 437,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะแยกไปสร้างโรงงานผลิตชิปประมวลผลอีก 277,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองบริษัทก็จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอินเดียอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการผลิตให้ได้มากที่สุด

ฝั่ง Foxconn ก็จะเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคนิคการผลิตต่าง ๆ ส่วน Vedanta ก็จะเป็นผู้คอยดูแลด้านค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ ในโครงการ เบื้องต้นคาดว่าโปรเจกต์ดังกล่าวจะสามารถสร้างอาชีพให้ผู้คนในเมืองได้มากกว่า 100,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว และน่าจะเริ่มการผลิตได้ภายในระยะไม่เกิน 2 ปีนี้ครับ 

แผนนี้นับว่าเป็นการลงทุนครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยในประเทศอินเดีย ซึ่งก็ประจวบเหมาะในขณะนี้ที่กำลังมีวิกฤติขาดแคลนชิปอยู่พอดี แล้วประเทศผลิตชิปสำคัญอย่างไต้หวันก็กำลังมีปัญหากับจีนอยู่อีก อินเดียก็เลยอยากคว้าโอกาสนี้ไว้ รีบลงทุนในด้านเซมิคอนดักเตอร์เพื่อให้ตัวเองได้มีช่องการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตชิปครับ

แต่ Vedanta ไม่ได้นับว่าเป็นบริษัทแรกที่จะตั้งโรงงานผลิตชิปในประเทศอินเดียนะครับ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีทั้งบริษัท ISMC เข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิปในรัฐกรณาฏกะ และบริษัทจากสิงคโปร์ IGSS Ventures ก็เข้ามาตั้งโรงงานในรัฐทมิฬนาฑูด้วย

 

ที่มา : reuters

from:https://droidsans.com/foxconn-vedanta-semiconductor-display-plant-india/

Foxconn ร่วมมือบริษัทท้องถิ่นเตรียมสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในอินเดีย

บริษัทสัญชาติอินเดีย Vedanta และ Foxconn ประกาศร่วมลงทุนมูลค่า 19.4 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในอินเดียในรัฐคุชราต โรงงานจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2024

บริษัททั้ง 2 ได้ลงนามกับรัฐบาลรัฐคุชราตเพื่อโรงงานเพื่อผลิตชิปและหน้าจอ โดย Vedanta ถือหุ้น 63% และ Foxconn ถือหุ้น 37% ในส่วนการผลิตชิป ส่วนฝั่งการผลิตกระจกสำหรับหน้าจอ Vedanta เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

การตั้งโรงงานได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดียเพื่อส่งเสริมให้อินเดียสามารถผลิตผลิตชิปภายในประเทศ ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รัฐบาลอินเดียได้อนุมัติแผนกระตุ้นให้นักลงทุนผู้ผลิตชิปเข้ามาลงทุนในอินเดียที่ใช้งบประมาณราว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากที่ความต้องการไมโครชิปเพื่อผลิตสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ รถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในอินเดียมีเพิ่มมากขึ้น

ที่มา: Financial Times

from:https://www.blognone.com/node/130401

แอปเปิลเปิดตัวชิป A16 Bionic ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตรตัวแรก

แอปเปิลเปิดตัวชิ A16 Bionic ใช้งานกับ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เป็นชิปตัวแรกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร

ภายในชิปมี ซีพียูประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ ซีพียูประหยัดพลังงาน 4 คอร์ ส่วนกราฟิก 5 คอร์ และหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์อีก 16 คอร์ เฉพาะหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์สามารถคำนวณได้ 17 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที โดยรวมแล้วส่วนประกอบไม่ต่างจาก A15 มากนัก แต่แอปเปิลก็ชูประเด็นประหยัดพลังงานว่าชิปใหม่นี้ประสิทธิภาพพลังงานดีกว่าเดิมมาก และแบนวิดท์หน่วยความจำก็สูงขึ้นถึง 50% และตัวคอร์ประสิทธิภาพสูงก็กินพลังงานน้อยลง 20%

พลังประมวลผลในชิป A16 ถูกใช้ในการประมวลผลภาพอย่างหนัก แอปเปิลระบุว่าการถ่ายภาพแต่ละภาพจะถูกประมวลผลด้วยคำสั่งถึง 4 ล้านล้านคำสั่ง

ที่มา – Apple

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130281

สหรัฐสั่งห้ามบริษัทเทคที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก CHIPS Act ตั้งโรงงานด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงในจีนเป็นระยะเวลา 10 ปี

ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาได้ผ่านร่างกฎหมาย CHIPS and Science Act เพื่อให้เงินสนับสนุนราว 52,000 ล้านเหรียญกับการลงทุนและวิจัยในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศรวมถึงการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทที่ตั้งโรงงานผลิตชิปในสหรัฐ โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาประเทศอื่นโดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานจำนวนมาก ภายหลังจากที่บริษัทต่าง ๆ ประสบปัญหาการขาดแคลนชิปจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชนจากมาตรการ Zero-COVID ของจีน รวมถึงการแข่งขันกันเพื่อเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีนด้วย

ในงานแถลงข่าว Gina Raimondo เลขาธิการด้านการค้าของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยแผนการและข้อบังคับในกฎหมาย CHIPS ว่าบริษัทเทคโนโลยีที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนในประเทศอื่น และข้อสำคัญ คือ ห้ามสร้างโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในจีนเป็นระยะ 10 ปี รวมถึงห้ามไม่ให้ส่งออกเทคโนโลยีล่าสุดด้วย แต่ยังสามารถตั้งโรงงานเพื่อผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยีเก่า (mature node) เพื่อขายในตลาดจีนได้ ข้อบังคับนี้ยิ่งเป็นการเพิ่มความกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและจีนไปอีก

แนวทางที่สหรัฐฯ บีบไม่ให้โรงงานผลิตชิปในจีนเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแนวทางต่อเนื่องมาหลายปี จากการบีบไม่ให้ ASML ขายเครื่องจักรเทคโนโลยี EUV ให้โรงงานในจีน และยังมีข่าวว่าจะบีบแม้แต่เครื่องในกลุ่ม DUV สำหรับชิปสำเร็จรูปเองสหรัฐก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ NVIDIA และ AMD ส่งชิประดับสูงไปยังจีนและรัสเซียด้วย

อ่านรายละเอียดงานแถลงข่าวได้ที่ White House

ที่มา: BBC News

ภาพจาก Pixabay

from:https://www.blognone.com/node/130263

TSMC ระบุ ปัญหาชิปขาดตลาดจะยังคงมีต่อไป – แม้แต่ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ก็หาชิปไม่ได้เหมือนกัน

หากพูดถึงวิกฤติเซมิคอนดักเตอร์ขาดตลาดที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 หลายคนอาจพาลนึกไปถึงชิ้นส่วนสำคัญอย่างซีพียูหรือจีพียู แต่ C. C. Wei ผู้บริหารของ TSMC เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วมันเป็นอะไรที่ง่ายกว่านั้นมาก เพราะที่ขาดแคลนจริง ๆ คือพวกชิปพื้นฐาน (เช่นไดรเวอร์ควบคุมหน้าจอและระบบจัดการพลังงาน) ที่มีราคาในช่วง 50 เซ็นต์ถึง 10 ดอลลาร์เท่านั้นเอง

ทว่า แม้ชิปเหล่านี้จะมีราคาถูก แต่นั่นก็มากเพียงพอที่จะส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ จนนำไปสู่การสูญเสียรายได้อย่างมหาศาลของบริษัทยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น 15% ในทุกปี จากการอัปเกรดฟังก์ชันตัวรถให้ทันสมัย ในขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยังมีความต้องการชิปการจัดการพลังงานมากขึ้นเป็น 2 ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน

Apple เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก มีการประเมินว่ารายได้หดหายไปจากที่ควรจะได้มากถึง 6 พันล้านดอลลาร์ตลอดช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา กล่าวคือไม่ว่าชิ้นส่วนที่ขาดหายไป จะมีความสำคัญมากหรือสำคัญน้อย แต่ในเมื่อไม่มี จัดหามาไม่ได้ ผลลัพธ์ปลายทางก็ลงเอยในทางเดียวกัน คือไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาได้ หรือผลิตได้

Wei ยังบอกอีกว่า แม้แต่ ASML ที่เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ก็ขาดแคลนชิปพื้นฐานสำหรับใช้ในเครื่องจักรเหมือนกัน นั่นทำให้ปัญหาทุกอย่างวนเวียนไม่รู้จบเหมือนกับงูกินหาง

เพราะจากเดิม ในขั้นตอนการจัดซื้อเครื่องจักรผลิตชิปนั้นก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่แล้ว ในช่วงที่มีโรคระบาดอาจต้องรอส่งมอบนานเป็นเดือน แต่ตอนนี้อาจขยับไป 2 ถึง 3 ปี ครั้นจะตั้งโรงงานผลิตชิปใหม่มาช่วยบรรเทาวิกฤติ ก็จะมาติดปัญหาที่ตรงนี้อยู่ดี ชิปก็ผลิตได้น้อย เครื่องจักรก็หาไม่ได้

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตชิปเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาด้านการขนส่งและภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก เราจึงได้เห็นสินค้าเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างเริ่มปรับราคาตาม ดังเช่นการขึ้นราคา PS5 ของ Sony ที่เป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าปัญหาจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปี 2565 นี้

 

ที่มา : 9to5Mac | Bloomberg

from:https://droidsans.com/tsmc-chip-shortage-continue-2022/

ซีอีโอ TSMC เผยสถานการณ์ชิปขาดแคลน แม้แต่ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ก็ยังหาชิปไม่ได้

C. C. Wei ซีอีโอ TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกกล่าวในงานสัมมนาที่จีน พูดถึงสถานการณ์ชิปขาดแคลนว่ายังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มชิปเทคโนโลยีเก่าที่ไม่ซับซ้อน ที่ยังมีปัญหาผลิตไม่ได้ตามความต้องการมากกว่าเดิม

เขาบอกว่าผลจากปัญหานี้ยิ่งกระทบกับลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการชิป อย่างเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ มีความต้องการชิปใส่ในรถยนต์มากขึ้น 15% ก็ไม่เพียงพอ หรือสมาร์ทโฟนเองก็ต้องการชิปที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น 2-3 เท่าตัว เทียบกับชิปที่ใช้ใน 5 ปีก่อน

เมื่อพูดถึงการขยายโรงงานผลิต ปัญหานี้ยิ่งวนกลับมา เขายกตัวอย่างบริษัท ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับขั้นตอนการผลิตชิป ว่าบริษัทนี้ก็มีปัญหาไม่มีชิปสำหรับใช้ในเครื่องจักรงาน extreme ultraviolet lithography หรือ EUV ซึ่งชิปดังกล่าวแม้มีราคาเพียง 10 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่พอความต้องการ ผลคือการส่งมอบเครื่องจักร จากที่ต้องรอหลายเดือนช่วงก่อนโควิด ตอนนี้อยู่ในระดับรอ 2-3 ปี แล้ว

สุดท้าย Wei มองว่าช่วงเวลาที่ซัพพลายเชนของชิปที่เคยเสถียรกว่านี้ได้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ชิปจะมีราคาสูงขึ้น ผสมด้วยปัญหาเงินเฟ้อ

ที่มา: 9to5Mac

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130119