คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

ดีแทคคว้ารางวัลชนะเลิศ สาขา Force For Good จากแคมเปญ ดีทั่วดีถึงเพื่อผู้พิการ ในงาน YouTube Works Awards Thailand 2022

ดีแทครับรางวัล Winner สาขา Force For Good จากแคมเปญ ดีทั่วดีถึงเพื่อผู้พิการ ‘Go Beyond (Dis) abilities into possibilities together ต่อยอดศักยภาพผู้พิการ พลิกการขาดหาย ให้กลายเป็นพลังใหม่ พร้อมพาทุกชีวิต “ดีทั่วดีถึง ดีไปด้วยกัน ทุกคน” ในงานประกาศผลรางวัลจาก  YouTube Works Awards Thailand 2022 รางวัลส่งเสริมและยกย่องชิ้นงานโฆษณาที่โดดเด่น สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนสื่อ การเล่าเรื่องราว การใช้ข้อมูลและเครื่องมือของ YouTube รวมไปจนถึงการร่วมมือเชิงกลยุทธ์และสร้างสรรค์ระหว่างแบรนด์กับเหล่าครีเอเตอร์ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ

dtac

สื่อสารเรื่องราวโฆษณาให้เข้าใจและเข้าถึงผู้พิการทุกคนให้ได้มากที่สุด

ดีแทคเข้าใจ และเห็นถึงศักยภาพของผู้พิการ ในแบบที่ต่างจากมุมมองทั่วไปที่สังคมอาจเคยเห็น หรือเข้าใจมา ผู้พิการมีความสามารถกว่าที่ใครคิด เพราะแม้จะมีสิ่งที่ขาดหาย แต่สามารถพยายามเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค และข้อจำกัดในชีวิตที่มีมากกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเองใช้ชีวิตได้ดีที่สุดในแบบที่ต้องการ ด้วยจุดมุ่งหมายที่อยากจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกๆวัน ไม่ต่างจากคนทั่วไป ดีแทคจึงอยากสนับสนุนผู้พิการให้ต่อยอดศักยภาพในการใช้ชีวิตแบบที่ต้องการอย่างรอบด้านผ่านแพ็กเกจพิเศษเพื่อคนพิการและผู้ดูแล ที่ให้มากกว่า พร้อมสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย

ด้วยแนวความคิดที่ต้องการสื่อสารเรื่องราวโฆษณาให้เข้าใจและเข้าถึงผู้พิการทุกคนให้ได้มากที่สุด และคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคิดหรือสร้างสรรค์เรื่องราวของผู้พิการ โดยขาดมุมมองหรือความคิดเห็นจากคนที่เข้าใจจริงๆ ทีมงานทั้งครีเอทีฟเอเจนซี่และทีม production house จึงมองหาคนที่จะมาช่วยเสริมจุดนี้ เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งกระบวนการสร้างสรรค์ โดยได้ “น้องธันย์” ณิชชารีย์ มาเป็นตัวแทนของผู้พิการและในฐานะผู้กำกับร่วม ซึ่งในอดีตน้องธันย์ก็เคยชนะการประกวดทำหนังสั้นมาก่อน

การทำหนังออกมาให้ disabled friendly ด้วยข้อมูลและ insight ดีๆ จากน้องธันย์ ที่แบ่งปันความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มพัฒนา storyboard มีแนวคิดที่สำคัญหนึ่งที่น้องธันย์บอกว่า

“เราไม่ได้ทำโฆษณาที่ให้คนทั่วไปดูเท่านั้น แต่เรากำลังทำโฆษณาที่ทุกคนรวมถึงผู้พิการ ต้องสามารถดูโฆษณานี้ได้อย่างเข้าใจ เพราะฉะนั้นควรปรับ mindset ก่อนเริ่มทำงานทั้งหมด”

จึงเป็นสาเหตุที่โฆษณาเรื่องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นโฆษณาที่ disabled friendly กับผู้พิการ ที่ผู้พิการทุกประเภทสามารถรับชมเรื่องราวได้อย่างเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบรรยายภาพด้วยเสียง และจังหวะการเล่าช้ากว่าปกติเล็กน้อย เพื่อผู้พิการทางสายตา และมีคำบรรยาย พร้อมภาษามือ เพื่อผู้พิการทางการได้ยินอีกด้วย

นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ปัจจุบันนักการตลาด เผชิญความท้าทายปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี การสื่อสารการตลาดกับผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องสะท้อน ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนสื่อ การใช้ข้อมูล แพลตฟอร์ม YouTube ถ่ายทอด เรื่องราวของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างยิ่งใหญ่ ส่งต่อเรื่องราว ที่สร้างพลังใจ ความหวัง ความอบอุ่นใจ ไปจนถึงความเศร้าสะเทือนใจ ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แคมเปญการตลาดประสบความสำเร็จคือ พันธมิตร ซึ่งเรามี UM ช่วยวางแผนสื่อ ช่วยกรองโซลูชันต่างๆ ให้เหมาะสมภายใต้หลักที่ว่า “คอนเทนท์ที่ใช่ในเวลาที่ใช่ มี Wunderman Thompson Thailand เป็นพาร์ทเนอร์งานครีเอทีฟ ซึ่งดีแทคทำงานอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน แบ่งปันข้อมูลให้เห็นภาพรวมและความต้องการอย่างแท้จริงในฐานะลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา

ดีแทคต้องขอขอบคุณ พันธมิตรบริษัทเอเยนซี่โฆษณา ที่ร่วมจับมือสร้างผลงานโฆษณาด้วยเป้าหมายที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ในการหาแนวทางใหม่ที่จะสร้างผลงานออกสู่สายตาผู้บริโภคในจังหวะเวลาที่ใช่ในที่ที่ต้องการ

รางวัล YouTube Works Awards เป็นพลังใจให้ทีมงานดีแทค มุ่งมั่นที่จะช่วยกันผลักดัน สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมและเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับผลงานชิ้นต่อไป เพื่อสื่อสารไปถึงลูกค้าประชาชนด้วยภารกิจของแบรนด์ที่สะท้อนถึง ความมุ่งมั่นที่จะช่วยเติมเต็มและติดต่อกับทุกความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ให้ใช้ชีวิตที่ใช่ในแบบที่ชอบ”

ทั้งนี้ ดีแทคยังมีแคมเปญที่ได้รับคัดเลือกผ่านเข้ารอบสุดท้าย อีก 2 แคมเปญ คือ

1) แคมเปญ Reborn Rewards (dtac Network & Local SME shop) ที่ใช้ YouTube เพื่อกระตุ้น Conversion โอกาสในการขายออนไลน์โดยตรงและบรรลุเป้าหมายของแคมเปญอย่างมีประสิทธิภาพ

วิกฤตโควิด-19 กว่า 2 ปีมานี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ร้านค้าหลายแห่งต้องถูกสั่งปิดจนเกิดความเสียหายเท่านั้น แต่ผลกระทบหลังการกลับมาเปิดตัวกิจการก็หนักหนาไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ ‘ร้านเล็ก ๆ ด้วยกำลังและต้นทุน ที่ไม่อาจสู้รายใหญ่ได้ การกลับมาฟื้นตัวเหมือนเดิมต้องใช้เวลา ใช้แรงที่มากกว่า    ดีแทคจึงรวบรวมร้านเล็กๆ มาไว้ใน #ดีทั่วดีถึง reward ร้านเหล่านี้ไม่ได้เป็นร้านแบรนด์ใหญ่ หรือแฟรนไชส์ที่ทุกคนรู้จัก แต่เป็นร้านค้าที่ทุกคนไม่เคยรู้ ว่าร้านเหล่านี้มีของอร่อย คุณภาพดี บริการด้วยความตั้งใจของเจ้าของร้านและพนักงาน โดยได้นำเอาจุดขายของสินค้าบริการ ในร้านมาเล่าเรื่องราว ที่ชวนให้ทุกคนเข้ามาอุดหนุนด้วยรอยยิ้ม

แคมเปญ #ดีทั่วดีถึง reward ได้เล่าเรื่องราว ความน่ารักของร้านค้า ผ่าน YouTube วิดีโอ ออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้รู้จัก ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงผู้ใช้ดีแทคเกือบ 20 ล้านคน ทำให้ธุรกิจในท้องถิ่นกลับมามีชีวิตอีกครั้งและชวนกันมาอุดหนุนร้านเล็ก ๆ เพื่อให้พวกเขากลับมาฟื้นตัวได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ลูกค้าดีแทคยังจะได้รับดีลดี ดีลเด็ดจากร้านเหล่านั้นอีกด้วย

แคมเปญประสบความสำเร็จที่จับต้องได้พร้อมผลลัพธ์เชิงบวกที่เกินความคาดหมาย ส่งผลให้ยอดแลกรางวัลดีแทคเพิ่มขึ้นทันที 415% ในเดือนแรกหลังจากเปิดตัว มียอดขายเพิ่มขึ้น 150% อย่างมีนัยสำคัญ สร้างรายได้เพิ่มเติมกว่า 50,000 บาท สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้

2) แคมเปญ เบอร์มงคลเฉพาะคุณ การทำการตลาดแบบ Full Funnel เริ่มจากการสร้างการรับรู้แบรนด์ไปจนถึงการเพิ่มการพิจารณาและสร้างยอดขาย โดยใช้ YouTube เป็นช่องทางในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์

การทำตลาดด้วยความเชื่อโชคลางและดวงชะตาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและท้าทาย ตลาดเรื่องความเชื่อยังคงเติบโต อย่างรวดเร็วจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ การรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์และความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา/มูลค่า มีผลต่อกระบวนการคัดเลือกเบอร์มงคล

ดีแทคเข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง และ จากการศึกษาพฤติกรรมของคนไทยที่ชื่นชอบเรื่องเลขมงคล เสริมโชคชะตา ในเชิงลึกและต่อเนื่อง ทำให้รู้ว่าสื่อไหนที่คนติดตาม ใช้สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อยู่ในทุกช่องทางที่ผู้บริโภคมองหา จนสามารถครองความเป็นเจ้าตลาดในเรื่องเบอร์มงคล สร้างการเติบโตของยอดขายที่ 36% การเติบโตของการจองบริการโหราศาสตร์ที่ 400% จากเดือนที่ 1 ของการเปิดตัวและการเติบโตของการเข้าชมเว็บไซต์ที่ 36.7% ต่อวันโดยเฉลี่ย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ดีแทคคว้ารางวัลชนะเลิศ สาขา Force For Good จากแคมเปญ ดีทั่วดีถึงเพื่อผู้พิการ ในงาน YouTube Works Awards Thailand 2022 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dtac-force-for-good-youtube-works-awards-thailand-2022/

ดีแทค- สถาปัตย์ จุฬาฯ-บุญมีแล็บ เผยรายชื่อเมืองรองที่ควรส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบค้างคืน เน้นสร้าง Fanbase – แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม- เพิ่มโอกาสพัฒนาท้องถิ่น

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองที่น่าสนใจจากผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นโดยดีแทค คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ จุฬาฯ และบุญมีแล็บ ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนที่ (mobility data) คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบค้างคืนเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ (Experience-based overnight tourism) ในเมืองรอง

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ใน “การพักค้าง” เป็นดัชนีหนึ่งในการวัดความสำเร็จของการท่องเที่ยว เมืองที่มีผู้พักค้างมากถือเป็นเมืองที่มีความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว เพราะการพักค้างทำให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่มากกว่าการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัด

นอกจากนี้ การพักค้างยังเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีกิจกรรมร่วมและปฏิสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่น ยิ่งพักค้างหลายวันยิ่งมีโอกาสได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบค้างคืนเพื่อประสบการณ์ใหม่นั้น มีเป้าหมายในการสร้างฐานแฟนคลับ (Fanbase) ของเมืองนั้นๆ ก่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่เน้น “คุณภาพ” กล่าวคือ ทำให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวซ้ำ นักท่องเที่ยวอาจมีการอุดหนุนสินค้าอื่นๆ แม้จะกลับมายังภูมิลำเนาแล้ว และนี่คือความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบพักค้างที่จะนำมาสู่ “ความยั่งยืน” ทางเศรษฐกิจเชิงการท่องเที่ยวในระยะยาว

“การท่องเที่ยวไม่ได้มีมิติทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อมิติทางสังคมโดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมและประสบการณ์ (Experience and Cultural Exchange) ซึ่งนี่คือผลกระทบเชิงบวกที่การท่องเที่ยวสามารถส่งมอบให้กับท้องถิ่น” ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ กล่าว

dtac

3 เทรนด์การท่องเที่ยวแบบพักค้าง

ในปัจจุบันจะเห็นว่า มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งพยายามพัฒนาการท่องเที่ยวแบบค้างคืนในรูปแบบการสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือน ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มในการออกแบบการท่องเที่ยวแบบค้างคืนมีแนวโน้มที่สำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่

  1. การพัฒนารูปแบบการพักค้างที่แปลกใหม่  ตัวอย่างเช่นการพัฒนาที่พักแบบ car camping  ที่พักแบบ glamping  ที่พักแบบบ้านต้นไม้  เป็นต้น
  2. การจัดการกิจกรรมภายในที่พักที่มีเอกลักษณ์  ที่พักหลายแห่งพยายามจัดให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อให้บริการกับผู้มาพักแรม เช่น การสอนทำอาหารโดยเชฟชื่อดังในที่พัก  การจัดที่กิจกรรมโยคะส่งเสริมสุขภาพยามเช้า  การร่วมกับเจ้าของที่พักในการออกเรือจับปลาหรือเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น
  3. การส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน  ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักที่ร่วมมือกับชุมชนรอบข้างเพื่อจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ทำความรู้จักวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในชุมชน  ตัวอย่างเช่นโรงแรม Once Again Hostel ในเกาะรัตนโกสินทร์ที่ร่วมมือกับชุมชนรอบข้างจัดโปรแกรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาในพื้นที่ หรือกรณีของโรงแรม The Tamarind Village ในเชียงใหม่ที่มีการจัดทัวร์เดินชมวัดและโบราณสถานรอบๆ โรงแรม

การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าพักนับเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการท่องเที่ยวแบบพักค้าง ดังเห็นได้จากในปัจจุบันเว็บไซต์ Airbnb ได้จัดโครงการ Airbnb experiences เพื่อเปิดโอกาสให้โฮสต์เจ้าของที่พักได้นำเสนอกิจกรรมที่จะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษแก่ผู้มาพักแรม ทั้งในรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น และกิจกรรมแชร์ความรู้ความสามารถของโฮสต์ให้กับผู้เข้าพัก เช่น การสอนทำเครื่องหนังอิตาลี  การทำขนมปัง  การนั่งสมาธิ เป็นต้น

อัตลักษณ์ที่งดงามและที่พักที่ได้มาตรฐาน คือ กุญแจสำคัญ

ผลการสำรวจโดยคณะผู้วิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการเดินทางมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ในท้องถิ่นมักให้ความสำคัญกับทัศนียภาพ อาหาร สินค้า และกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้น ในการเลือกที่พักนักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของที่พัก ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ความเป็นส่วนตัว และการให้บริการของโฮสต์เจ้าของที่พัก  

ดังนั้นการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบพักค้างเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในจังหวัดเมืองรองต้องอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการร่วมกันรักษาดูแลทรัพยากรทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในพื้นที่ให้คงไว้ซึ่งความงามและคุณค่า มีการสร้างข้อตกลงในการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุล และร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาสินค้าและการบริการที่ได้มาตรฐาน สะท้อนอัตลักษณ์และคุณค่าของพื้นที่อย่างแท้จริง

“การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ในการรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าของเมือง ไปพร้อมกับการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว สินค้า บริการ และที่พักในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ ลดการสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดการท่องเที่ยวแบบค้างคืนและเพิ่มเวลาการอยู่ในพื้นที่ของนักท่องเที่ยว  อีกทั้งยังเป็นหนทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองให้เกิดความยั่งยืน”  ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่ https://dtacblog.co/overnight-trips/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/mobility-data-reveals-second-tier-provinces-with-potential-to-develop-overnight-tourism/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=mobility-data-reveals-second-tier-provinces-with-potential-to-develop-overnight-tourism

อะไรเจ็บกว่า ระหว่างโพสต์ด่าลอยๆ กับทักด่าในแชทส่วนตัว

หลายคนคงเคยที่จะโพสต์ด่าลอยๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำกันเป็นปกติ ไปแล้วถ้าเราไม่หันกลับมาฉุกคิด ตั้งสติให้ดี เพราะการบ่น หรือพ่นอะไรลอยๆ มันคือความตั้งใจที่จะให้คนรอบข้างได้สำเหนียก ถึงความไม่เหมาะสม ไม่เป็นอย่างที่เราคิด เป็นการบูลลี่ที่สร้างความเจ็บปวด เจ็บใจจากการทำร้ายกันด้วยการโพสต์ด่าลอยๆแบบนี้

KOL ชวนคิด โพสต์ด่าลอยๆ ในที่สาธารณะ เจ็บกว่า ด่าในแชทส่วนตัว

แฮชแท็ก #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา ที่ดีแทคหยิบยกมาให้สังคมได้ตระหนัก กันมานาน 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวทวิตได้ฉุกคิดถึงการบูลลี่ทางออนไลน์ ล่าสุด John Winyu KOL twitter แถวหน้า ผู้บริหาร Spokedark.tv ที่มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์มากถึง 1.9 ล้านราย ได้เปิดกระทู้ ‘โพสต์ด่าลอยๆแบบสาธารณะ เจ็บกว่า ทักด่าในแชทส่วนตัว’  แสดงทรรศนะในประเด็นนี้ว่า ‘เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นคนโพสต์ Topic เป็นเรื่องอะไร ถ้าคนที่โพสต์ลอยๆไม่ได้สนิทกัน ก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าเป็นคนใกล้ตัวหรือคนสนิทโพสต์ด่าลอยๆ อาจจะรู้สึกเจ็บนิดนึง เพราะจริงๆทักแชทมาคุยกันตรงๆ ได้ไง โพสต์ลอยๆ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ยิ่งผิดใจกันขึ้นไปอีก’ ซึ่งต่างก็มี KOLในทวิตเตอร์ อย่าง บิ๊กคลุงยอดนักสืบ ที่มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์มากถึง 1.4 ล้าน ได้เข้ามาแสดงความเห็นต่างกัน ‘ว่าเจ็บทั้งสองแบบ แต่แบบที่สอง ถ้าทักมาคุยกันดีๆตั้งแต่แรก เคลียร์ใจกันในเรื่องที่ติดค้าง หรือมีประเด็นกัน น่าจะมีโอกาสจบประเด็นนั้นๆได้ มากกว่าโพสต์ลอยๆ’ ในขณะที่ Tptour และ koyykois ที่มีคนฟอล 4.1 หมื่น มองเป็นประเด็น ที่ควรให้เกียรติกันมากกว่า และแนะนำที่จะทักไปคุยส่วนตัว การโพสต์ด่าลอยๆทำให้ผิดใจกัน สู้ทักมาด่ากันตรงๆเลยดีกว่า

การโพสต์ด่าลอยๆ เป็นประเด็นบูลลี่ ที่ยังต้องสร้างการรับรู้ จำให้ขึ้นใจ และลงมือทำตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มที่ตัวเราเอง อย่างน้อยก็ย้อนมาสำรวจตัวเราเองว่าเคยเผลอ ด่าลอยๆ ไปบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่เกิดมาก็มีพร้อม account twitter, TIK TOK สร้างโปรไฟล์สวยหรู ดูดี แต่ไม่ควรเอาพฤติกรรมโพสต์ด่าลอยๆ มาทิ่มแทงตัวเองทำให้เสียโปรไฟล์ จนเพื่อนๆหรือคนที่ฟอล ต้องอยากอันฟอล ในช่วงข้ามวัน

ชมสด ผู้ว่าชัชชาติ โต้วาที กับนักเรียนมัธยมต้น

ดีแทค #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา เปิดประเด็นสุดฮอต ที่พบเห็นในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นโพสต์ที่ดูจะเป็นเรื่องปกติกันไปแล้ว ใน twitter โดยคัดเอาประเด็น ‘โพสต์ลอยๆให้คนอื่นร้อนตัว’ ซึ่งเป็นที่น่าขบคิดจากหนึ่งใน 13 วิธีไซเบอร์บูลลี่ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่สำคัญไซเบอร์บูลลี่น่ากลัวและรุนแรง เพราะการกลั่นแกล้งถูกขยายกว้างไปในทุกพื้นที่สาธารณะทั่วโลก ดูรายละเอียด 13 วิธีไซเบอร์บูลลี่ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้ที่ https://safeinternetlab.com/brave/brave-to-know

และยังต่อยอด จัดกิจกรรมโต้วาที Battle for Better จากผู้ว่าชัชชาติ และน้องๆโรงเรียนมัธยมต้นในสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จะมาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ผ่านญัตติ ‘สร้างวัฒนธรรมออนไลน์ ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจมากกว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องรับฟัง’

พบกันวันอาทิตย์ 25 กันยายน 2565 16.00-17.00 น. ในเทศกาลเด็กและเยาวชน “BKK เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง’ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง หรือติดตามการถ่ายทอดสดได้ที่ dtac Twitter #dtacSafeInternet

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อะไรเจ็บกว่า ระหว่างโพสต์ด่าลอยๆ กับทักด่าในแชทส่วนตัว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dtac-safe-internet-debate/

DTAC-TRUE หุ้นวิ่งเขียว หลังปลดล็อกปัญหาข้อกฎหมายดีลควบรวม

“ประชาชาติธุรกิจ” รายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ปิดตลาดภาคเช้าวันนี้ราคาหุ้นวิ่งไต่ขาขึ้นได้ค่อนข้างดี

โดย DTAC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.78% เทียบจากราคาปิดวันก่อนหน้า ยืนอยู่ที่ 45.75 บาท และ TRUE ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.88% ยืนอยู่ที่ 5 บาท

ทั้งนี้ตอบรับข่าวนี้วานนี้ (20 ก.ย. 65) ที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากช่วงปลายเดือน ส.ค. 65 สำนักงาน กสทช. ได้ขอความเห็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในการพิจารณากรณีควบรวม ทรู-ดีแทค ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้รับหนังสือตอบกลับจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยมีใจความสำคัญสรุปได้ว่า

“การรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรู-ดีแทค ต้องยึดตามประกาศ กสทช. ปี 2561 ที่กำหนดให้การรวมธุรกิจกระทำได้โดยจัดทำรายงานส่งให้ กสทช.”

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า เราคงประมาณการแล้วราคาเหมาะสม DTAC ที่ 55.75 บาทต่อหุ้น อิงโอกาสที่จะเกิดขึ้นของดีล 70% และคงคำแนะนำ “ซื้อ” Risk Reward Ratio ที่น่าสนใจ และไทม์ไลน์การรวบรวมกิจการที่คืบหน้ามากขึ้น ทำให้เราคาดตลาดจะเริ่มกลับเข้าสะสมหุ้น TRUE และ DTAC ในช่วงไตรมาส 4/65

ที่มา

ประชาชาติธุรกิจ

from:https://www.thumbsup.in.th/dtac-true-unlock-merge-business?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dtac-true-unlock-merge-business

จับให้ได้ ไล่ต้องทัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงประชาชน

ในขณะที่พวกเรายังเผชิญภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ SMS หลอกลวง อยู่ไม่เว้นแต่ละวัน และพยายามหลีกเลี่ยง ไม่รับ ไม่โทร ไม่คุย และคิดว่ารู้เท่าทัน เล่ห์ลมปาก มิจฉาชีพพวกนี้ แล้ว แต่เราสงสัยกันไหมว่า ทั้งๆที่ตำรวจ โอเปอเรเตอร์และ กสทช. ออกโรงจับโจร พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้โทรออกเป็นข่าวใหญ่โตแล้ว แต่เราก็ยังได้รับสาย และข้อความหลอกลวงมาไม่รู้จักหยุดหย่อน 

dtac

วันนี้เลยขอพาพวกเรามาเจาะลึก การทำงานหลังบ้าน ของหน่วยงานเฉพาะกิจ Anti-Scam Task Force ที่ดีแทค พยายามนำเอาเทคโนโลยี Fraud Management system ระบบที่ทำหน้าที่ตรวจจับรายการธุรกรรมที่เกิดการทุจริตหรือต้องสงสัย  เพื่อหารูปแบบการใช้งาน ทำการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางตอบสนองต่อพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์และน่าสงสัยได้ทันท่วงที

รวมถึง สร้างหุ่นยนต์ หรือบอท RPA (Robotic Automation Process) ขึ้นมาทำงานตามรูปแบบที่ถูกกำหนดเอาไว้ ในแผนการจัดการกับกลุ่มเหล่านี้ให้เท่าทัน กลลวงของแก๊งมิจฉาชีพ ที่ยังคงต้องจับให้ได้ ไล่ให้ทัน เพื่อปกป้องลูกค้าให้ใช้บริการได้อย่างสบายใจมากขึ้น

เจาะลึก วิธีจับโจร

ทีมงาน Anti-Scam Task Force ที่ดีแทค มีวิธีจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ SMS หลอกลวง ให้ทันเกมมิจฉาชีพ โดยการรวบรวมข้อร้องเรียนจากลูกค้า มาประมวลผลร่วมกับระบบตรวจับพฤติกรรมการใช้งาน และระบบตรวจจับสัญญาณการใช้งานในพื้นที่ ที่ผิดปกติมาวิเคราะห์ เพื่อจัดสร้างเป็นโปรไฟล์สำหรับใช้ในการตรวจจับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยระบบ จะมีการเรียนรู้ลักษณะของมิจฉาชีพอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถไล่ตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มมิจฉาชีพ

เมื่อระบบตรวจพบการใช้งานลักษณะหลอกลวงจากมิจฉาชีพ เบื้องต้นระบบ จะทำการระงับการใช้งานหมายเลขนั้นๆ ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้หมายเลขนั้นไปหลอกลวงผู้ใช้บริการรายอื่นต่อไป จากนั้นจะทำการตรวจสอบหาเครื่องอุปกรณ์ที่กลุ่มมิจฉาชีพและระงับการใช้งานผ่านเครื่องอุปกรณ์เหล่านั้นทันที นอกจากนี้ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อหาสถานที่ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป

ภายหลังจากที่เริ่มใช้ระบบ  เพื่อการตรวจจับและระงับการใช้งาน เราพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพเริ่มย้ายสถานที่ติดตั้งออกไปบริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และพบลักษณะพฤติกรรมการใช้ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเช่น การโทรออกไปยังเบอร์ภายในประเทศและต่างประเทศสลับกัน หรือการโทรหลอกลวงสลับกับการส่งข้อความหลอกลวง เป็นต้น

เพื่อเป็นการอำพรางพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ ในส่วนของเครื่องอุปกรณ์ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้นั้น ทีมงานจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กสทช และกรมศุลกากร เกี่ยวกับเรื่องการอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ในลักษณะดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าเครื่องอุปกรณ์โดยกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาเพิ่มเติม

3 เบาะแส จับโจร

1. เบาะแสจากข้อร้องเรียนการรับสายหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ SMS หลอกลวง ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญที่สุดที่จะต้องใช้ในการตรวจจับมิจฉาชีพ

2. จากพฤติกรรมการใช้ที่ผิดปกติที่แตกต่างจากการใช้บริการโทรศัพท์โดยทั่วๆไป เช่น การส่ง SMS ออกไปยังเบอร์ปลายทางจำนวนมากๆ ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือ การสุ่มโทรออกไปยังเบอร์ปลายทางอยู่ตลอดเวลา หรือการใช้บริการผ่านอุปกรณ์เฉพาะและเอื้อต่อการนำไปใช้หลอกลวงได้ เช่น SIMBOX หรือหรือ GSM Modem เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด ระบบ IP-PBX ที่สามารถโทรแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

3. การใช้งานโดยรวมที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติในแต่ละพื้นที่ กลุ่มมิจฉาชีพอาจจะมีการติดตั้งเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์สื่อสารลักษณะอื่นในพื้นที่เดียวกันเป็นจำนวนมากเพื่ออำพรางพฤติกรรมการใช้ให้ไม่แตกต่างจากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยทั่วๆไปนัก

เข้มมาตรการตรวจสอบทั้งเชิงรุก และรับ

ทั้งนี้ ดีแทคยังมีการตรวจสอบรวมถึงแนะนำให้ผู้ใช้บริการระมัดระวังหาทางป้องกัน เช่น

  • ใช้วิธีดักจับด้วยระบบ TCG (Test Call Generator) ระบบตรวจสอบ การโทรเข้ามาจากต่างประเทศที่มีความผิดปกติ ว่ามีการดัดแปลงเลขหมายหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหาเส้นทางการโทร จากต่างประเทศที่อาจจะเป็นการ โทรเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ผ่านผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจาก กสทช
  • ตรวจสอบเส้นทางและระงับบริการผู้ส่งข้อความ เป็นจำนวนมากและมีลักษณะผิดปกติ
  • ระงับสัญญาการใช้บริการ ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการนำเลขหมายไปส่งข้อความผิดกฎหมายเข้ามาซ้ำๆ หรือจงใจส่งข้อความผิดกฎหมายเข้ามาในโครงข่าย
  • ดีแทคเปิดสายโทร 1678 รับเรื่องร้องเรียนเบอร์โทร และ SMS หลอกลวง โทรฟรีในรูปแบบ IVR และช่องทางออนไลน์ บน Facebook, Line, Live Chat.
  • ให้ดาวน์โหลดบริการปกป้องคุ้มครองภัยไซเบอร์ด้วยบริการ dtac Safe จากดีแทคแอป
  • แนะประชาชนให้สังเกตหมายเลขที่โทรเข้ามา ถ้ามีเครื่องหมาย + เป็นเบอร์ที่โทรมาจากต่างประเทศ หากไม่มีคนรู้จัก หรือธุรกิจ ที่ติดต่อกับต่างประเทศ ไม่ควรรับสาย
  • ดีแทคจะตรวจจับการใช้งานทันที ที่มีลูกค้าร้องเรียนเข้ามายังช่องทางรับแจ้งภัยมิจฉาชีพและ SMS ข้อความหลอกลวงผ่านช่องทาง 1678 เพื่อบริษัทฯ จะได้ตรวจสอบ บล็อกเบอร์ และประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อการสืบสวน สอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/how-we-catch-call-center-scammers/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=how-we-catch-call-center-scammers

ดีแทค จุดประกายการถกเถียง #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา จับมือ กทม. จัดกิจกรรมโต้วาที Battle for Better ในเทศกาลเด็กและเยาวชน “BKK เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง”

ดีแทค ร่วมกับ กทม. ในฐานะเอกชนภาคีเครือข่าย จัดงานเดือนกันยายน เทศกาลเดือนเด็กและเยาวชน “BKK เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง” เปิดโต้วาที Battle for Better รอบชิงชนะเลิศ เปิดพื้นที่ถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ สร้างศูนย์กลางการรับฟัง ให้เด็กและเยาวชนโรงเรียนในกทม. ได้พูดแสดงทัศนะ ที่มีต่อญัตติ จากข้อตกลงร่วม 23 ข้อ สัญญาใจ แนวปฏิบัติแก้ปัญหาไซเบอร์บูลลี่ 

dtac

รับชมศึกโต้วาที แมตช์สำคัญ!

เปิดศึกโต้วาที 2 นัดพิเศษ ในวันอาทิตย์ 25 กันยายน 2565 16.00-17.00 น. ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง

  • คู่ชิงชนะเลิศสำหรับทีมเยาวชน ระหว่างโรงเรียนวัดปากบ่อ กับโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์

            ในญัตติ สร้างจิตสำนึกในใจ ทำให้ไซเบอร์บูลลี่จบได้ มากกว่าบังคับใช้กฎกติกา’

  • คู่พิเศษประชันโดยทีมเยาวชน และทีมผู้ใหญ่ กทม.

            ในญัตติ สร้างวัฒนธรรมออนไลน์ ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจมากกว่าเด็กรุ่นใหม่ต้องรับฟัง

สามารถรับชมการถ่ายทอดสด เชียร์การแข่งขันแบบ real-time ผ่านแฮชแท็ก #BattleforBetter ที่ช่องทาง dtac Twitter

เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างสร้างสรรค์เพื่อ #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา

ดีแทคได้ร่วมกับสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรมประจำปี โต้วาที #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา ปีที่ 1 โดยได้เปิดรับสมัครนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  จำนวน 96 คน จากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครรวม 32 โรงเรียน โดยทั้งหมดได้เข้าอบรมการเรียนรู้วิธีการโต้วาที ที่ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ประเด็น เข้าใจปัญหาไซเบอร์บูลลี่จากมุมมองด้านสังคม วัฒนธรรม และค่านิยมของคนต่างรุ่น และทักษะการสื่อสารเพื่อการโต้เถียงที่สร้างสรรค์

นักเรียนที่ผ่านการอบรมได้จัดทีมเพื่อลงแข่งขันเป็นทีมตัวแทนของโรงเรียน ได้ร่วมโต้วาทีในญัตติที่พัฒนามาจากข้อตกลง 23 ข้อ สัญญาใจวัย GenZที่มาจากเสียงของคนรุ่นใหม่ กว่า 200,000 คน ที่ร่วมแลกเปลี่ยนและส่งต่อข้อความกว่า 1.44 ล้านครั้ง เพื่อแสดงเจตจำนงต่อการตราบทบัญญัติเพื่อทำให้ปัญหาไซเบอร์บูลลี่สิ้นสุดลง ผ่านแคมเปญ #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา 

โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ดีแทคได้เปิดเวที Battle for Better ปะชันฝีปาก 4 คู่รอบรองชนะเลิศ เพื่อคัดเลือกคู่ชิงชนะเลิศ ไปร่วมกิจกรรมก่อนขึ้นโต้วาทีในเวทีใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายนที่จะถึงนี้ 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/dtac-sparked-controversy-let-the-cyberbully-end-at-our-generation/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dtac-sparked-controversy-let-the-cyberbully-end-at-our-generation

สรุปโปร iPhone 14 Series จากค่าย dtac ลดค่าเครื่องสูงสุด 25,000 บาท

โปรของ dtac ซึ่งก็มี iPhone 14 ให้เลือกครบทั้ง 4 รุ่น สามารถกดจองได้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. – 15 ก.ย. 2022 เวลา 12.00 น. โดยโปรของดีแทคเองจะมีส่วนลดสูงสุดถึง 25,000 บาท และราคาเริ่มต้นเพียง 7,900 บาทเท่านั้น รวมถึงสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 24 เดือน อีกด้วยส่วนสิทธิพิเศษของดีแทค และวันที่ 16 กันยายน 65 เวลา 8: 00 .สามารถสั่งซื้อได้เป็นต้นไป

โปรโมชั่น iPhone 14 ทั้ง 4 รุ่น dtac

เงื่อนไขและรายละเอียดที่ควรทราบ

  • ผ่อน 0% พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 55%
  • แลก dtac coins รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท
  • แลกซื้ออุปกรณ์เสริม Apple ลดสูงสุด 25%
  • แลกซื้อ dtac mobile care ลดสูงสุด 25% / Apple Care+ รับส่วนลดเพิ่ม 10%
  • ดูข้อมูลบัตรที่ร่วมรายการ : ที่นี่

ลูกค้า Platinum Blue Member (ติดสัญญา 24 เดือน)

สำหรับลูกค้าดีแทครายเดือนที่มีอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป  เริ่มเพียง 7,900 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 24 ด.)

699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 35,500 31,500 27,500
256GB 48,900 39,500 35,500 31,500
512GB 57,900 48,500 44,500 40,500
1TB 66,900 57,500 53,500 49,500 41,900
ส่วนลดค่าเครื่อง 9,400 13,400 17,400 25,000
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 32,500 28,500 24,500
256GB 45,900 36,500 32,500 28,500
512GB 54,900 45,500 41,500 37,500
1TB 63,900 54,500 50,500 46,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 9,400 13,400 17,400
iPhone 14
128GB 32,900 23,500 19,500 15,500 7,900
256GB 36,900 27,500 23,500 19,500
512GB 45,900 36,500 32,500 28,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 9,400 13,400 17,400
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 28,500 24,500 20,500
256GB 41,900 32,500 28,500 24,400
512GB 50,900 41,500 37,500 33,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 9,400 13,400 17,400
  • *iPhone 14 Pro Max ความจุ 1TB จะได้ส่วนลดสูงสุด 25,000 บาทมากกว่ารุ่นอื่น
  • **iPhone 14 Pro Max,14 ,14 Pro,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 17,400 บาท
  •  1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

Gold Member (ติดสัญญา 24 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 24 ด.)

699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 36,000 32,000 28,000
256GB 48,900 40,000 36,000 32,000
512GB 57,900 49,000 45,000 41,000
1TB 66,900 58,000 54,000 50,000 42,400
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,900 12,900 16,900 24,500
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 33,000 29,000 25,000
256GB 45,900 37,000 33,000 29,000
512GB 54,900 46,000 42,000 38,000
1TB 63,900 55,000 51,000 47,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,900 12,900 16,900
iPhone 14
128GB 32,900 24,000 20,000 16,000 8,400
256GB 36,900 28,000 24,000 20,000
512GB 45,900 37,000 33,000 29,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,900 12,900 16,900
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 29,000 25,000 21,000
256GB 41,900 33,000 29,000 25,000
512GB 50,900 42,000 38,000 34,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,900 12,900 16,900
  • *iPhone 14 Pro Max ความจุ 1TB จะได้ส่วนลดสูงสุด 24,500 บาทมากกว่ารุ่นอื่น
  • iPhone 14 เริ่มเพียง 8,400 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 16,900 บาท
  • 1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

ลูกค้า dtac ธรรมดาอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป

(ติดสัญญา 24 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 24 ด.)
699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 36,500 32,500 28,500
256GB 48,900 40,500 36,500 32,500
512GB 57,900 49,500 45,500 41,500
1TB 66,900 58,500 54,500 50,500 42,900
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,400 12,400 16,400 24,000
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 33,500 29,500 25,500
256GB 45,900 37,500 33,500 29,500
512GB 54,900 46,500 42,500 38,500
1TB 63,900 55,500 51,500 47,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,400 12,400 16,400
iPhone 14
128GB 32,900 24,500 20,500 16,500 8,900
256GB 36,900 28,500 24,500 20,500
512GB 45,900 37,500 33,500 29,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,400 12,400 16,400
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 29,500 25,500 21,500
256GB 41,900 33,500 29,500 25,500
512GB 50,900 42,500 38,500 34,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 8,400 12,400 16,400
  • *iPhone 14 Pro Max ความจุ 1TB จะได้ส่วนลดสูงสุด 24,000 บาทมากกว่ารุ่นอื่น
  • iPhone 14 เริ่มเพียง 8,900 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 16,400 บาท
  •  1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

ลูกค้าทั่วไป (ติดสัญญา 24 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 24 ด.)
699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 37,500 33,500 29,500
256GB 48,900 41,500 37,500 33,500
512GB 57,900 50,500 46,500 42,500
1TB 66,900 59,500 55,500 51,500 43,900
ส่วนลดค่าเครื่อง 7,400 11,400 15,400 1,000
จ่ายล่วงหน้า 4,800 8,400 12,000
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 34,500 30,500 26,500
256GB 45,900 38,500 34,500 30,500
512GB 54,900 47,500 43,500 39,500
1TB 63,900 56,500 52,500 48,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 7,400 11,400 15,400
จ่ายล่วงหน้า 4,800 8,400 12,000
iPhone 14
128GB 32,900 25,500 21,500 17,500 9,900
256GB 36,900 29,500 25,500 21,500
512GB 45,900 38,500 34,500 30,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 7,400 11,400 15,400 23,000
จ่ายล่วงหน้า 4,800 8,400 12,000 18,000
iPhone 14 Plus 128GB 37,900 30,500 26,500 22,500
256GB 41,900 34,500 30,500 26,500
512GB 50,900 43,500 39,500 35,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 7,400 11,400 15,400
จ่ายล่วงหน้า 4,800 8,400 12,000
  • *iPhone 14 Pro Max ความจุ 1TB จะได้ส่วนลด 1,000 บาทมาก
  • iPhone 14 เริ่มเพียง 9,900 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 15,400 บาท
  •  1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

ลูกค้า Platinum Blue Member (ติดสัญญา 12 เดือน)

สำหรับลูกค้าดีแทครายเดือนที่มีอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป ติดสัญญา 12 เดือน

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 12 ด.)

699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 39,300 37,200 34,900 31,500
256GB 48,900 43,300 41,200 38,900 35,500
512GB 57,900 54,300 52,200 49,900 46,500
1TB 66,900 57,500 53,500 49,500 41,900
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,600 11,400 15,400 25,000
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 36,300 34,200 31,900 28,500
256GB 45,900 40,300 38,200 35,900 32,500
512GB 54,900 49,300 47,200 44,900 41,500
1TB 63,900 58,300 56,200 53,900 50,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,600 11,400 15,400
iPhone 14
128GB 32,900 27,300 25,200 22,900 19,500
256GB 36,900 31,300 29,200 26,900 23,500
512GB 45,900 40,300 38,200 35,900 32,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,600 11,400 15,400 13,400
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 32,300 30,200 27,900 24,500
256GB 41,900 36,300 34,200 31,900 28,500
512GB 50,900 45,300 43,200 40,900 37,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,600 11,400 15,400 13,400
  • *iPhone 14 Pro Max ความจุ 1TB จะได้ส่วนลดสูงสุด 25,000 บาทมากกว่ารุ่นอื่น
  • *iPhone 14 ,14 plus แพ็กเกจ 2,199 บาท จะได้ส่วนลดสูงสุด 13,400
  • **iPhone 14 Pro Max,14 ,14 Pro,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 15,400 บาท
  •  1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

Gold Member (ติดสัญญา 12 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 12 ด.)

699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 39,800 37,700 35,400 32,000
256GB 48,900 43,800 41,700 39,400 36,000
512GB 57,900 52,800 50,700 48,400 45,000
1TB 66,900 61,800 59,700 57,400 54,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,100 7,200 9,500 12,900
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 36,800 34,700 32,400 29,000
256GB 45,900 40,800 38,700 36,400 33,000
512GB 54,900 49,800 47,700 45,400 42,000
1TB 63,900 58,800 56,700 54,400 51,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,100 7,200 9,500 12,900
iPhone 14
128GB 32,900 27,800 25,700 23,400 20,000
256GB 36,900 31,800 29,700 27,400 24,000
512GB 45,900 40,800 38,700 36,400 33,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,100 7,200 9,500 12,900
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 32,800 30,700 28,400 25,000
256GB 41,900 36,800 34,700 32,400 29,000
512GB 50,900 45,800 43,700 41,400 38,000
ส่วนลดค่าเครื่อง 5,100 7,200 9,500 12,900
  • *iPhone 14 Pro Max,14 Pro ความจุ 1TB จะได้ส่วนลดสูงสุด 12,900 บาทมากกว่ารุ่นอื่น
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 9,500 บาท
  • 1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

ลูกค้า dtac ธรรมดาอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป

(ติดสัญญา 12 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 12 ด.)
699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 40,300 38,200 35,900 32,500
256GB 48,900 44,300 42,200 39,900 36,500
512GB 57,900 53,300 51,200 48,900 45,500
1TB 66,900 62,300 60,200 57,900 54,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 4,600 6,700 9,000 12,400
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 37,300 35,200 32,900 29,500
256GB 45,900 41,300 39,200 36,900 33,500
512GB 54,900 50,300 48,200 45,900 42,500
1TB 63,900 59,300 57,200 54,900 51,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 4,600 6,700 9,000 12,400
iPhone 14
128GB 32,900 28,300 26,200 23,900 20,500
256GB 36,900 32,300 30,200 27,900 24,500
512GB 45,900 41,300 39,200 36,900 33,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 4,600 6,700 9,000 12,400
iPhone 14 Plus
128GB 37,900 33,300 31,200 28,900 25,500
256GB 41,900 37,300 35,200 32,900 29,500
512GB 50,900 46,300 44,200 41,900 38,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 4,600 6,700 9,000 12,400
  • *iPhone 14 ทุกรุ่นแพ็คเกจ 2,199 บาท จะได้ส่วนลดสูงสุด 13,400
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 9,000 บาท
  • 1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

ลูกค้าทั่วไป (ติดสัญญา 12 เดือน)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ แพ็กเกจรายเดือน(สัญญา 12 ด.)
699 บ. 1,099 บ. 1,499 บ. 2,199 บ.
iPhone 14 Pro Max
128GB 44,900 41,300 39,200 36,900 33,500
256GB 48,900 45,300 43,200 40,900 37,500
512GB 57,900 54,300 52,200 49,900 46,500
1TB 66,900 63,300 61,200 58,900 55,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 3,600 5,700 8,000 11,400
จ่ายล่วงหน้า 1,200 2,100 4,800 8,400
iPhone 14 Pro
128GB 41,900 38,300 36,200 33,900 30,500
256GB 45,900 42,300 40,200 37,900 34,500
512GB 54,900 51,300 49,200 46,900 43,500
1TB 63,900 60,300 58,200 55,900 52,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 3,600 5,700 8,000 11,400
จ่ายล่วงหน้า 1,200 2,100 4,800 8,400
iPhone 14
128GB 32,900 29,300 27,200 24,900 21,500
256GB 36,900 33,300 31,200 28,900 25,500
512GB 45,900 42,300 40,200 37,900 34,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 3,600 5,700 8,000 11,400
จ่ายล่วงหน้า 1,200 2,100 4,800 8,400
iPhone 14 Plus 128GB 37,900 34,300 32,200 29,900 26,500
256GB 41,900 38,300 36,200 33,900 30,500
512GB 50,900 39,500 45,200 42,900 39,500
ส่วนลดค่าเครื่อง 3,600 5,700 8,000 11,400
จ่ายล่วงหน้า 1,200 2,100 4,800 8,400
  • *iPhone 14 ทุกรุ่นแพ็คเกจ 2,199 บาท จะได้ส่วนลดสูงสุด 11,400
  • **iPhone 14 Pro Max ,14 Pro,14,14 plus ความจุ(512GB) จะได้ส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท
  • 1 บัตรประชาชนต่อ 1 เครื่อง

เงื่อนไขและรายละเอียดที่ควรทราบ

  • iPhone 14 Pro Max เริ่มต้น 27,500 บาท ลดสูงสุด 25,000 บาท 
  • iPhone 14 Pro เริ่มต้น 24,500 บาท ลดสูงสุด 17,400 บาท
  • iPhone 14 Plus เริ่มต้น 20,500 บาท ลดสูงสุด 17,400 บาท
  • iPhone 14         เริ่มต้นเพียง 7,900 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน  
  • โปรมี 2 แบบ คือ ติดสัญญา dtac นาน 12 หรือ 24 เดือน
  • แบ่งเป็นลูกค้าตามกลุ่มดังนี้  ลูกค้าปัจจุบันหรือเปลี่ยนเป็นรายเดือนลดสูงสุด 25,000 บาท
  • ส่วนลด iPhone มีให้ตั้งแต่ โปรรายเดือน 699 ถึง 2,199 บาท
  • ผ่อน 0% นาน 10 เดือนหรือสูงสุด 24 เดือน ตามบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 55%
  • แลก Coins ลดเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท
  • รับส่วนลดสูงสุด 25% Apple Accessories
  • รับส่วนลดสูงสุด 25% dtac Mobile Care หรือ Apple Care+





 

โปรโมชันแต่ละแพ็กเกจจะมีให้เลือกตามตั้งแต่ 699 ถึง 2,199 บาท สนใจโปรไหนสามารถดูได้ตามรายละเอียดแพคเกจด้านบนเลยค่ะ นี่ก็เป็นโปรจาก dtac ที่เราทำมาให้ดูเป็นตารางกันค่ะ ใครสนใจโปรไหนลองเลือกสั่งจองได้เลยค่ะ เข้าไปดูข้อมูลกันเพิ่มเติม iPhone 14 ทุกรุ่นจาก dtac กันได้

 

from:https://droidsans.com/dtac-promotion-iphone-14-series/

สภาองค์กรผู้บริโภคเชิญชวนคนไทยช่วยกันบีบ ให้ กสทช. ใช้อำนาจพิจารณาดีล true – dtac

ดูเหมือนว่าประเด็นเรื่องดีลของ ทรู – ดีแทค จะยังไม่จบง่าย ๆ นะคะ เพราะล่าสุดทางสภาองค์กรผู้บริโภคถึงกับส่งจดหมายเปิดผนึกถึง กสทช.เรียกร้องให้ออกมาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในการพิจารณาคดีข้อเสนอขอควบรวมกิจการของ ทรู – ดีแทค เรามาอ่านรายละเอียดกันค่ะว่าข้อกฎหมายจะไปถึงไหนกัน แล้วบทสรุปจะออกมายังไงบ้าง

การผูกขาดในธุรกิจโทรคมนาคมเป็นประเด็นใหญ่ที่มากระทบต่อโครงสร้างของเศรษฐกิจประเทศ และสิทธิพลเมืองในยุค 5G เนื่องจากปัจจุบันอินเทอร์เน็ตถือเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ไปแล้วนั่นเองค่ะ จึงเห็นว่าการผูกขาดจาก 2 ค่ายนี้ไม่ได้สร้างผลประโยชน์อะไร แถมยังจะกระทบโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความเสมอภาค รวมไปถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการแสดงออกอีกด้วย

ทางสภาองค์กรผู้บริโภคเห็นว่าการที่ กสทช.ไม่ทำหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตควบรวมกิจการแบบนี้ เป็นการแสดงออกถึงความไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคค่ะ ไม่ให้เกียรติสังคมที่เลือกเข้ามารับตำแหน่ง (ดันตลกคิดว่าตัวเองไม่มีอำนาจพอที่จะจัดการความรับผิดชอบของตัวเองได้เต็มที่)

และการที่ กสทช. ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความประเด็นข้อกฎหมายกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่างทรู – ดีแทคทำให้สังคมไม่มีทางเลือกต้องมาแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินความจำเป็นทั้งบริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นหรือทำให้โอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของผู้บริโภคลดลงไปอีกจากการควบรวมกิจการ (ซึ่งไม่ดีเลยนะคะ สำหรับผู้บริโภคอย่างเราที่ต้องมารับผลกระทบไปด้วย)

สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงเขียนบันทึกถึงผู้บริโภคและประชาชนให้ออกมาร่วมกันใช้สิทธิของตัวเองในการคัดค้าน และเรียกร้องให้ กสทช. ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็นโดยใจความสำคัญคือเรียกร้องให้ กสทช.ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน 66 ล้านคน เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะโดยเฉพาะทรัพยากรคลื่นความถี่ซึ่งแตกต่างจากทรัพยากรสาธารณะด้านอื่น ๆ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องประชาชนลุกขึ้นมาคัดค้าน กสทช.ที่ไม่ใช้อำนาจของตัวเองอย่างเด็ดขาด

นอกจากการรวบทรูดีแทคจะทำให้ค่าบริการแพงขึ้นถึง 12 เปอร์เซนต์เลยค่ะ จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ถึงค่าบริการที่สำคัญทาง กสทช.ยังไม่มีหลักประกันจะอนุญาตให้ควบรวมกิจการนี้เกิดขึ้นอีกทั้งเป็นเรื่องไม่สมควร และไม่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค 

ข้อสังเกตอีกประเด็น

ในช่วงแรกของการประมูลกสทช.ได้ออกแบบให้มี 3 ใบอนุญาต 3 ราย เพื่อป้องกันการควบรวมคลื่นความถี่ และการจัดสรรคลื่นของผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวถือเป็นสัญญาต่อรัฐ ซึ่งผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบต่อสัญญาดังกล่าว จึงฝากถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ยึดหลักการสัญญาการประมูลคลื่น และข้อสังเกตว่าการควบรวมคลื่นความถี่จะขัดกับสัญญาต่อรัฐ และขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?

ตอกกลับ กสทช.ที่ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเอง

ปัจจุบันคลื่นความถี่มีความจำเป็นและสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคนตอนนี้เป็นหน้าที่ของ กสทช. ที่ต้องมากำกับดูแลนั่นเอง ส่วนนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมต้องถามหาความรับผิดชอบจาก กสทช.ค่ะ  หากไม่ทำหน้าที่แล้วใครจะทำ ถ้าต่อไปในอนาคตประชาชนมีแรงขับเคลื่อนที่มากพอแล้วหน่วยงาน กสทช. ยังไม่รับผิดชอบในส่วนนี้  ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องตัดสินใจว่า ควรทำอย่างไรกับกสทช.กันต่อไปดีค่ะ

 

ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค

from:https://droidsans.com/tcc-trial-true-dtac-nbtc-news/

ดีแทค พร้อมวางจำหน่าย iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro, iPhone 14 Pro Max ผลิตภัณฑ์ตระกูล iPhone 14 ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน เป็นต้นไป

ดีแทค เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตระกูล iPhone ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่าง iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ซึ่งมาในดีไซน์ที่สวยเด่นสะดุดตาและทนทาน, 5G ที่เร็วสุดขั้ว, การอัปเกรดที่โดนใจสำหรับกล้อง และความสามารถด้านความปลอดภัยใหม่ๆ ที่สำคัญต่อชีวิต 

datc

ผลิตภัณฑ์ตระกูล iPhone 14 และ iPhone 14 Pro 

iPhone 14 และ iPhone 14 Plus มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ และความสามารถด้านความปลอดภัยใหม่สุดล้ำในสองขนาด ได้แก่ 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว[1] ระบบกล้องอันทรงพลังได้รับการอัปเกรดในแบบที่โดนใจและมีการปรับปรุงครั้งใหญ่สำหรับการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ซึ่งมีกระบวนการจัดการภาพที่ดียิ่งขึ้นอย่าง Photonic Engine อยู่เบื้องหลัง

นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังมีคุณภาพวิดีโอที่น่าทึ่ง และมาพร้อมโหมดแอ็คชั่นที่ช่วยให้วิดีโอนิ่งเหลือเชื่อ รวมทั้งโหมดภาพยนตร์ ซึ่งวันนี้ใช้งานได้ถึงระดับ 4K ที่ 30fps และ 4K ที่ 24fps ส่วนความสามารถด้านความปลอดภัยใหม่ๆ ที่สำคัญต่อชีวิต อย่างการตรวจจับการชนกัน ก็จะช่วยผู้ใช้ iPhone ต่อสายถึงบริการฉุกเฉินในยามที่ต้องการ

และยังมีชิป A15 Bionic พร้อม GPU แบบ 5-core, จอภาพ Super Retina XDR ที่สวยสดงดงาม, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานอย่างน่าทึ่ง, คุณสมบัติด้านความทนทานชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม และ 5G ที่เร็วสุดขั้ว

ทำให้วันนี้เรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone ที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าที่เคย กับ iPhone 14 และ iPhone 14 Plus ที่มีให้เลือกใน 5 สีสันสวยงาม ได้แก่ สีมิดไนท์ สีฟ้า สีสตาร์ไลท์ สีม่วง และรุ่น PRODUCT(RED). [2] 

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนอย่าง A16 Bionic มาพร้อมวิธีใหม่ๆ ที่เป็นธรรมชาติในการสัมผัสประสบการณ์ iPhone, ระบบกล้องระดับโปรที่เหนือชั้นไปอีกขั้น และความสามารถด้านความปลอดภัยใหม่สุดล้ำ

เริ่มจากระบบกล้องระดับโปรที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นโดยมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 48MP เป็นครั้งแรกบน iPhone, กล้องอัลตร้าไวด์ใหม่, กล้องเทเลโฟโต้ และกล้อง TrueDepth ใหม่พร้อมออโต้โฟกัส แถมยังมี Photonic Engine ด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับกล้อง ยิ่งกว่านั้น iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ยังมีจอภาพแบบติดตลอด

รวมถึง Dynamic Island ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการโต้ตอบกับการแจ้งเตือนและการเตือนต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ยังมี 5G ที่เร็วสุดขั้ว และการตรวจจับการชนกัน ทั้งหมดนี้โดยที่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้นานตลอดวัน อีกทั้งยังมาในขนาด 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว ใน 4 สีสันสวยงาม ได้แก่ สีม่วงเข้ม สีทอง สีเงิน และสีดำสเปซแบล็ค

ลูกค้าสามารถสั่งซื้อ iPhone ทุกรุ่นล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 สำหรับ iPhone 14, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายน 2565 และตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2565 สำหรับ iPhone 14 Plus 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจราคาต่างๆ ได้ที่ www.dtac.co.th/apple/iphone-14-pro 

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Apple ได้ที่ www.apple.com/th

1 จอภาพมีมุมมนที่รับกับดีไซน์แบบโค้งอันงดงาม และมุมทั้งหมดนี้อยู่ในสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐาน และเมื่อวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐานแล้ว หน้าจอจะมีขนาด 6.06 นิ้ว (iPhone 14) หรือ 6.68 นิ้ว (iPhone 14 Plus) ในแนวทแยง แต่พื้นที่สำหรับการดูจริงจะมีขนาดเล็กกว่า

2 วันนี้ทุกการจำหน่าย (PRODUCT)RED มอบให้กับกองทุนโลกเพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโรคอย่าง COVID-19 และเอดส์

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/dtac-to-offer-all-new-iphone-14-iphone-14-plus-iphone-14-pro-and-iphone-14-pro-max/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dtac-to-offer-all-new-iphone-14-iphone-14-plus-iphone-14-pro-and-iphone-14-pro-max

ตัวอย่างนำใช้ Big Data มาใช้จริงในไทย! รวมข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชากรจากเครือข่ายมือถือ เพื่อวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว

ช่วงนี้น่าจะเคยได้ยินคำว่า Big Data กันบ่อย แต่ก็อาจจะยังไม่ค่อยเห็นภาพ หรือเจอการนำมาใช้แบบเป็นรูปธรรมนัก แต่ล่าสุดหลังความร่วมมือกว่า 2 ปี ระหว่างดีแทค จุฬาฯ สดช. และบุญมีแล็บ ก็ได้คลอดข้อมูลที่จะช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ด้วยการเอาข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชากรที่ดีแทคมีอยู่เป็นจำนวนมาก มาแปลผลเป็นข้อมูลเชิงลึก บอกเทรนด์การท่องเที่ยวของผู้คนในเรื่องการท่องเที่ยวได้

ก่อนจะไปถึงเรื่องว่ามีจังหวัดไหนน่าไป คนเที่ยวแบบไหนกัน ขอเล่าถึงเรื่อง Big Data สักนิดนึงก่อน เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่เราได้เห็นการนำเอามาใช้จริงในประเทศไทยสักที โดย Big Data ถ้าสรุปแบบง่ายๆ คือ การเอาข้อมูลดิบจำนวนมาก (database ใหญ่กว่า 1TB) ในที่นี้ทางดีแทคแจ้งว่ามีมากกว่าหมื่นล้านรายการ มาจัดเรียง ตีความ แปลผล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความหมายเชิงลึก ซึ่งในที่นี้ก็คือการนำเอา Mobility Data จากเครือข่าย มาแปลผลบอกถึงลักษณะการท่องเที่ยวของคนไทย ให้ภาครัฐสามารถสร้างนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม ภาคเอกชนก็สามารถจัดแคมเปญหรือโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับความต้องการของคนได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ยังงงอยู่มะ? ขออธิบายเพิ่มเติมอีกสักหน่อย

Mobility Data คืออะไร?

Mobility Data คือข้อมูลการเคลื่อนไหวของประชากร ที่สร้างขึ้นมาจากข้อมูลการเคลื่อนที่ของแต่ละผู้ใช้ ที่ปกติในทุกๆวันเครือข่ายจะทราบตำแหน่งของมือถือหรืออุปกรณ์แต่ละเครื่องอยู่แล้ว จากการเชื่อมต่อเข้ากับเสาสัญญาณ มาจัดเรียงจนทราบว่ามือถือแต่ละเครื่อง มีการเคลื่อนที่ เดินทาง ไปที่ไหนเวลาใด อย่างไรบ้าง แต่จะไม่ได้มองเฉพาะเจาะจงเพียงแค่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นการดูภาพรวมของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลว่า

  • คนมีการกระจุกตัวที่ใด
  • ช่วงวันเวลาหนึ่งมีการเดินทางไปสถานที่ไหนกัน
  • ออกจากตำแหน่งที่อยู่ปกติ ไปที่อื่นนานแค่ไหน
  • ช่วงเวลาการเดินทางตั้งแต่กี่โมง เช้า เย็น หรือกลางคืน
  • เดินทางด้วยความเร็วขนาดไหน

เมื่อนำข้อมูลมา Visualize ให้แต่ละเส้นเป็นลักษณะการเดินทางของนักท่องเที่ยว ก็จะทำให้เห็นภาพการเดินทางรูปแบบต่างๆของคนในประเทศ ที่จะสามารถศึกษาพฤติกรรมของประชากร, ตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม, ภาพรวมการเดินทาง, และวิเคราะห์เชิงธุรกิจได้

ความเจ๋งของข้อมูลชุดนี้คือ ความแม่นยำถูกต้องของข้อมูลจะสูงมาก ไม่ต้องพึ่งพาการทำแบบสอบถาม เพราะทุกเบอร์จะต้องมีการลงทะเบียน ระบุได้ถึงอายุ เพศ ถิ่นที่อยู่อาศัย และมือถือก็ติดตัวทุกคนอยู่ตลอดเวลา ไปไหนมาไหน ก็จะทราบทั้งหมด ถ้าเคยดูหนังไซไฟที่มีการติดตามตำแหน่งคนได้ โดยมากก็จะใช้เป็นตำแหน่งมือถือกันเป็นหลักเนี่ยแหละ

และข้อมูลเหล่านี้ เมื่อนำมาตีความและแปลผลแล้ว จะทำให้เข้าใจลักษณะการท่องเที่ยวของคนไทยมากยิ่งขึ้น เช่น

  • คนกระจุกตัวที่ใด = ชอบเที่ยวจังหวัดไหนกัน
  • ย้ายตำแหน่งไปที่ไหน = คนจังหวัด A ชอบไปเที่ยวจังหวัด B
  • ช่วงเวลาการเดินทาง = คนเริ่มเดินทางช่วงไหน
  • ความเร็วการเดินทาง = เดินทางด้วย รถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน

พอได้ข้อมูลชุดนี้มา หน่วยงานรัฐ และเอกชน ก็สามารถนำไปใช้วางแผนในการโปรโมตการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในครั้งนี้ก็จะโฟกัสไปที่การช่วยโปรโมทเมืองรองที่ก็น่าเที่ยวไม่ได้แพ้เมืองท่องเที่ยวหลักที่คนนิยมเลยนั่นเอง ส่วนข้อมูลที่แปลผลออกมาได้จะมีอะไรบ้างนั้น ผมขอคัดส่วนที่น่าสนใจมาให้ดูกันตามนี้ครับ

เมื่อมีกิจกรรมใหญ่ ก็เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักในจังหวัดนั้นๆได้เป็นอย่างดี 

จังหวัดที่ถูกขับผ่านเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยมีคนแวะเที่ยวสักเท่าไหร่

แต่ก็มีเหมือนกันที่บางจังหวัดถูกเที่ยวคู่กันเป็นประจำนะ

เผยวิธีการจำแนกและจับกลุ่มข้อมูลต่างๆ

Remark: ข้อมูล Mobility Data ไม่สามารถระบุการเดินทางเป็นรายบุคคลได้ เครือข่ายจะมีการส่งข้อมูลดิบแบบตัดส่วนที่ระบุตัวตนได้ทิ้งก่อนจะนำไปทำการวิจัยและแปลผล โดยข้อมูลรายบุคคลทางเครือข่ายจะถือเป็นความลับและต้องป้องกันรักษาเป็นอย่างดี ไม่ให้หลุดออกไปได้ เพราะหากมีปัญหารั่วไหลอาจโดนฟ้องร้องจากผู้ใช้บริการได้นั่นเอง

อ่านเบื้องหลังกว่าจะสามารถนำเอาข้อมูลชุดนี้มาใช้ทำงานวิจัยชิ้นนี้ได้ที่ https://dtacblog.co/co-lab-model/ 

โดยข้อมูล Mobility Data นี้ ทีมวิจัยพัฒนาเตรียมเปิดสาธารณะในรูปแบบ Interactive Dashboard ให้ทุกคนเข้าไปใช้งานได้ ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ NGO หรือใครก็ตาม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งข้อมูลนี้สามารถนำเอาไปตีความใช้งานในด้านอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย เช่น

  • ติดตามการย้ายถิ่นของประชากร
  • วิเคราะห์ปัญหาจราจร วางแผนการจำกัดการใช้รถใช้ถนน
  • หาพื้นที่สาธารณะ สำหรับเหล่านักเดินทาง
  • ตรวจสอบพื้นที่ความเสี่ยงของโรคระบาด
  • หาคำตอบทำไมเด็กต้องไปเรียนไกลบ้าน
  • วางแผนพัฒนาโรงเรียนและโรงพยาบาล
  • ศึกษาและปรับปรุงขนส่งสาธารณะ
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับใครที่สนใจข้อมูล Mobility Data ที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งหน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่ ภาครัฐ​ และทีมวิจัย สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://dtac.co.th/mobility-data/ มีเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่าน Mobility Data ให้ดาวน์โหลดได้ที่ https://dtacblog.co/tapping-the-untapped/ 

from:https://droidsans.com/big-data-real-use-case-thailand/