คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

พบบั๊กร้ายแรงบน WhatsApp ที่ใช้เจาะอุปกรณ์จากระยะไกลได้

ทาง WhatsApp ได้ปล่อยตัวอัปเดตด้านความปลอดภัยมาแก้ไขช่องโหว่สองรายการบนแอพทั้งฝั่งแอนดรอยด์และ iOS ที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดอันตรายจากระยะไกลบนอุปกรณ์ได้ โดยหนึ่งในสองรายการนี้ได้แก่ CVE-2022-36934 (CVSS score: 9.8)

ซึ่งเป็นช่องโหว่ร้ายแรงแบบ Interger Overflow ใน WhatsApp ที่ทำให้รันโค้ดอันตรายที่ต้องการได้เพียงแค่ต่อสายวิดีโอวอล พบบนแอพ WhatsApp และ WhatsApp Business ทั้งบนแอนดรอยด์และ iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้า 2.22.16.12

นอกจากนี้ยังมีการแพ็ตช์บั๊กอีกตัวหนึ่งที่เป็นแบบ Interger Underflow ด้วย ที่เป็นรูปแบบความผิดพลาดที่ตรงข้ามกันกับ Overflow ในแง่ที่มีการทำผลลัพธ์ของการประมวลผลเล็กมากเกินไปที่จะจัดเก็บในพื้นที่หน่วยความจำที่จัดไว้ให้

อีกช่องโหว่หนึ่งได้แก่ CVE-2022-27492 (CVSS score: 7.8) กระทบกับ WhatsApp for Android เวอร์ชั่นก่อนหน้า 2.22.16.2 และ WhatsApp for iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้า 2.22.15.9 ที่ถูกใช้โจมตีได้เมื่อได้รับไฟล์วิดีโอที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/critical-whatsapp-bugs-could-have-let-attackers-hack-devices-remotely/

การทำงานเบื้องหลังแอป Facebook อาจเป็นหนึ่งสาเหตุทำให้ iOS 16 แบตหมดไว!

การทำงานเบื้องหลังของแอป Facebook อาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ […] More

from:https://www.iphonemod.net/facebook-background-activity-too-high-after-ios-16-update.html

Meta ปรับให้ผู้ใช้สลับไปมาระหว่าง Facebook และ IG ของตัวเองได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เมต้าระบุว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้จัดการได้ทั้ง Facebook ใน IG จากหน้าอินเทอร์เฟซเดียวกัน ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำเจตนาของเมต้าที่จะผสานแอพต่างๆ เป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกจากกันแบบตอนนี้

ฟีเจอร์ใหม่จะช่วยให้เชื่อมบัญชีที่อยู่ใน Account Manager เดียวกัน ให้สามารถกดเปลี่ยนไปมาระหว่างแอพ รวมทั้งได้การแจ้งเตือนจากทุกแอพ ทุกบัญชีที่เชื่อมกัน จากที่เดียวกันได้ ยังไม่พอ เมต้ายังมีแผนการวร้าย เอ้ย แผนปรับปรุงเพิ่มด้วย

อย่างการลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้ใหม่ ก็จะเป็นการเปิดแอคเดียวใช้ได้ทุกแพลตฟอร์มเลย ด้วยเจตนาที่จะสร้างความสะดวกแก่ผู้ใช้งานจริงๆๆ แถมรำพึงว่าฟีเจอร์นี้ยังใช้ได้แค่ระหว่าง Facebook กับ IG แต่ก็จะพยายามเชื่อมกับทุกแอพให้ได้ในอนาคตอันใกล้มาก (เช่น WhatsApp)

ทั้งนี้เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัวบัญชีผู้ใช้แบบเครือใหญ่สไตล์กูเกิ้ลหรือไมโครซอฟท์แอคเคาต์ที่ล็อกอินใช้ได้กับทุกบริการในเครือ ในชื่อ Meta Account แต่ครั้งนั้นเพื่อให้คนที่ไม่มี Facebook ยังสามารถล็อกอินใช้อุปกรณ์สวมหัว VR ของบริษัทได้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-makes-it-easier-to-switch-between-facebook-and-instagram-accounts/

Meta เปิดให้ลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ เชื่อม Facebook กับ Instagram ได้ง่ายขึ้น

Meta เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้ผู้ใช้สร้างบัญชีและสลับแอปพลิเคชันระหว่าง Facebook และ Instagram ได้ง่ายขึ้น

ฟีเจอร์แรก Meta ได้เพิ่มหน้าสำหรับการสลับบัญชีระหว่างแอปพลิเคชันทั้ง 2 ในหน้านี้จะแสดงบัญชีของผู้ใช้และการแจ้งเตือนจากทั้ง 2 แอป ผู้ใช้สามารถกดสลับบัญชีข้ามแอปได้ในหน้านี้ ผู้ใช้สามารถทดลองได้บนระบบ iOS, Android และบนเว็บไซต์

No Description

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีใหม่บน Facebook และ Instagram ได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีบนแอปใดแอปหนึ่ง และใช้ข้อมูลการล็อกอินจากแอปนั้นเพื่อสร้างบัญชีบนอีกแอปหนึ่งได้โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ Meta เปิดให้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้ใน iOS และ Android

ทั้งนี้ ผู้ใช้จะสามารถใช้ฟีเจอร์ทั้ง 2 ได้เมื่อบัญชีจากทั้ง 2 แอปพลิเคชันอยู่ในศูนย์จัดการบัญชี (Accounts Center) เดียวกันเท่านั้น

Meta เผยว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ เช่น ถ้าหากผู้ใช้เปิดใช้งานการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน (Two-Factor Authentication) ในบัญชี Facebook ผู้ใช้จะไม่สามารถล็อกอินเข้า Facebook บนอุปกรณ์ใหม่โดยใช้ข้อมูลล็อกอินจาก Instagram ได้ นอกจากนี้ จะมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการสร้างบัญชีใหม่จากบัญชีที่มีอยู่แล้ว

ที่มา: Meta

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130632

กว่า 46 รัฐทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบ Meta ฐานผูกขาดสามแพลตฟอร์มอีกรอบ

ตอนนี้มีรัฐในสหรัฐฯ ถึง 46 รัฐแล้วที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้กลับมาพิจารณาคดีผูกขาดของเฟสบุ๊ก (ที่ตอนนี้เป็นบริษัทแม่อย่างเมตา) จากกรณีที่ซื้อกิจการ Instagram และ WhatsApp จากคดีเมื่อปี 2020 ที่ล้มไปเนื่องจากปัญหากำหนดเวลายื่นฟ้อง

รองอธิบดีอัยการของนิวยอร์ก Barbara Underwood ที่เป็นคนนำทีมจากสี่สิบกว่ารัฐครั้งนี้กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่พิจารณาคดีประจำแต่ละรัฐด้วยการวางข้อจำกัดเวลาในการยื่นฟ้องแบบที่ผ่านมา โดย 46 รัฐนี้รวมถึงเกาะกวมและดีซีด้วย

แต่ไม่รวมรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย เซาท์แคโรไลน่า และเซาท์ดาโกต้า ทั้งนี้ การยื่นฟ้องล่าช้าในสหรัฐฯ นั้นจะเข้าข่ายกฎหมายปกป้องจำเลยที่เรียกว่า “Laches” หรือภาษาไทยบ้านๆ น่าจะเข้าข่ายการหมดอายุความนั่นเอง โดยถือว่าผู้จะฟ้องได้ “เพิกเฉยต่อการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง”

คดีฟ้องเฟสบุ๊กที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาว่า การซื้อ Instagram เมื่อปี 2012 และ WhatsApp เมื่อปี 2014 (ผ่านมาหลายปีเลยนำก่อนยื่นฟ้องกับ USFTC ครั้งแรกตอน 2020) เกิดผลเสียกับทั้งเศรษฐกิจและตลาดด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และครั้งนี้ทั้ง 46 รัฐเตรียมขอให้ศาลอุทธรณ์แห่งกรุงดีซีพิจารณาคดีนี้ใหม่

from:https://www.enterpriseitpro.net/46-us-states-call-for-meta-monopoly-lawsuit/

Meta ถูกพนักงานตรวจสอบเนื้อหาในเคนย่ายื่นฟ้อง เหตุกดค่าแรง ละเมิดเสรีภาพ และไม่ดูแลสภาพจิตใจ

ศาลประเทศเคนย่านัดวันไต่สวนคดีระหว่าง Meta และบริษัท Sama ซึ่งเป็นบริษัท outsource ผู้ดูแลและคัดกรองเนื้อหาบน Facebook หลังถูกอดีตพนักงานยื่นฟ้องเรื่องการเอารัดเอาเปรียบและละเมิดสิทธิแรงงาน โดยจะไต่สวนในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

Daniel Motaung ชาวเคนย่าที่เป็นอดีตพนักงานของบริษัท Sama ได้ยื่นฟ้องทั้งบริษัทและบริษัท Meta ภายหลังจากที่ออกจากบริษัท

มีรายงานว่า Motaung เป็นผู้นำพนักงานราว 100 คนในการยื่นคำร้องต่อบริษัทเพื่อเรียกร้องให้พนักงานมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น Motaung อ้างว่าเขาและพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต้องทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่กดดันทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ต้องคัดกรองเนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาทางเพศ และเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงต้องทำงานมากสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ พนักงานยังมีปัญหาเรื่องการขาดประกันสุขภาพตามสัญญาจ้างและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้ บริษัทยังละเมิดสิทธิในการรวมตัวกันของพนักงานเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้ด้วย ทนายความของ Motaung ยังกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ในคำฟ้องระบุว่า Sama และ Meta ได้ละเมิดกฎหมายเคนย่าเรื่องการจ่ายค่าแรงที่ไม่ยุติธรรม อคติต่อเชื้อชาติ การทรมานด้านร่างกายและการขาดสวัสดิเพื่อการรักษาสภาพจิตใจที่เพียงพอ ทั้งยังละเมิดเสรีภาพในการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Meta (สมัย Facebook) เคยถูกแฉ และถูกฟ้องร้อง ลักษณะคล้ายๆ กันมาแล้ว

Motaung ยื่นคำฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ตัวเอง อดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของบริษัท Sama และเรียกร้องให้ศาลออกคำสั่งให้บริษัท Meta ปฏิบัติต่อพนักงานจากบริษัท outsource เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อพนักงานใน Meta ในเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ รวมถึงบริษัทปกป้องสิทธิของพนักงานและตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท Sama ด้วย

ก่อนหน้านี้ ทนายความของ Meta ก็ได้ยื่นคำร้องให้ศาลยกฟ้องคดีโดยโต้แย้งว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนในประเทศเคนย่า แต่ผู้พิพากษายังคงให้มีการไต่สวนในเดือนตุลาคมนี้

ที่มา: Gizmodo และ TIME

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130575

Meta โดนฟ้อง เหตุฝังสคริปต์เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้ผ่านเบราว์เซอร์

ผู้ใช้ Facebook 2 รายยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อศาลรัฐบาลกลางเมืองซานฟรานซิสโก จากเหตุที่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาแฉว่า เบราว์เซอร์ของ Facebook, Messenger และ Instagram แอบฝังสคริปต์ติดตามตัวผู้ใช้ ซึ่งอาจผิดกฎหมายเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

หลังจากรายงานออกมา Meta ได้โต้ตอบรายงานของ Krause ว่า แอปติดตามการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้จริงแต่ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย

Facebook ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเก็บข้อมูลผู้ใช้ของ Apple ทำให้เก็บข้อมูลผู้ใช้ iOS เพื่อยิงโฆษณาได้ยากขึ้น ทำให้รายได้จากการโฆษณาลดลง

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130556

เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว

Mark Zuckerberg เสียคนเพราะ Metaverse? สูญเงิน 8 หมื่นล้าน ดิ่งจากเศรษฐีอันดับ 3 ของโลกสู่อันดับ 20 ในเวลาแค่ 1 ปี แถมราคาหุ้น Meta ร่วง 56.85%

“Facebook กำลังเผชิญกับขาลง” คือเรื่องที่ได้ยินจนชินหูในช่วงหลังๆ ทั้งผู้ใช้ที่ลดลง ทั้งราคาหุ้นที่ดิ่งหนัก ไปจนถึงฟีเจอร์ที่ไม่มีอะไรใหม่นอกจากเลียนแบบจากเจ้าอื่น แถมคู่แข่งตัวยงอย่าง TikTok ก็ดูเหมือนจะมีหน้ามีตา ท้าทายสถานะนำของ Facebook มากขึ้นไปทุกที 

ไม่ใช่แค่ตัวแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทอย่าง Mark Zuckerberg ก็ถูกมองว่าอยู่ในขาลงเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีนักวิชาการออกมาวิจารณ์อย่างร้อนแรงว่า “Meta จะไม่มีวันไปได้ไกล ตราบใดที่เขายังเป็นผู้นำอยู่”

ประเด็นหลักที่น่าสนใจคือ ในปีนี้ Mark Zuckerberg คือบุคคลที่สูญเสียความร่ำรวยมากที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์หายไปแล้วกว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ นับตั้งแต่ต้นปี 2022 พูดง่ายๆ คือ หายไปเกินครึ่งของที่เคยมี ทั้งๆ ที่ในปีนี้ ไม่มีเศรษฐีสหรัฐฯ รายไหนสูญเสียรายได้เกินกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญเลย

และหากนับย้อนกลับไป 1 ปี เขาสูญความมั่งคั่ง (ซึ่งหลักๆ มาจากหุ้นของ Meta 350 ล้านหุ้น) ไปแล้วกว่า 8.6 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ผู้ร้ายของเรื่องนี้คือ Metaverse

เสียเรื่องเพราะ Metaverse?

หลังจากประกาศรีแบรนด์บริษัทเป็น Meta เมื่อตุลาคม ปี 2021 ราคาหุ้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงต้นปีนี้ Meta จะดิ่งเหวครั้งประวัติศาสตร์ 26% ในวันเดียว หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาแล้วไม่เข้าตานักลงทุน แถมตัวเลขผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน (DAUs) ของ Facebook ลดลงเป็นครั้งแรก  

source: Meta Investor Relations

Laura Martin นักวิเคราะห์อาวุโสด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตของ Needham & Co. ชี้ว่า สาเหตุของความไม่เชื่อมั่นมาจากการลงทุนมหาศาลใน Metaverse ที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและยังไม่ก่อให้เกิดมูลค่าใดๆ และการลงทุนใน Instagram Reels เพื่อตอบโต้ TikTok ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และบริษัทก็ยอมรับกันเองภายในว่ายังเทียบชั้นไม่ได้จริงๆ

ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่กำลังบอบช้ำและส่งผลต่อบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถ้วนหน้าช่วงไตรมาส 2/2022 

  • Meta ได้กำไรจากธุรกิจแอปพลิเคชัน 11.16 หมื่นล้านเหรียญ (ลดลงจากปลายปีก่อน 30%) 
  • ขาดทุนจากธุรกิจ VR และ AR ถึง 2.8 พันล้านเหรียญ (ลดลงเพียง 15%) 

แถม Zuckerberg เคยพูดเองว่า การลงทุน Metaverse จะทำให้บริษัทต้องสูญเงินอย่างมีนัยสำคัญไปอีก 3-5 ปี

Mandeep Singh นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีของ Bloomberg Intelligence ให้ความเห็นว่า หาก Meta ไม่ได้ทะเยอทะยานในโปรเจ็กต์ Metaverse ผลการดำเนินในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะเกาะกลุ่มไปกับ Alphabet บริษัทเจ้าของ Google คือหุ้นสูญเสียมูลค่าเพียง 30% จากต้นปี ไม่ใช่ 57% อย่างที่กำลังเผชิญอยู่ และบริษัทก็อาจแก้เกมที่กำลังเจออยู่ได้ด้วยการ spin-off ธุรกิจอื่นๆ ที่มีอยู่ออกไป

ความมั่งคั่งหาย 8 หมื่นล้าน ใน 1 ปี

สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 Mark Zuckerberg เริ่มสูญเสียรายได้มหาศาล หลังจากรีแบรนด์เป็น Meta และลงทุนจริงจังใน Metaverse ตั้งแต่ปลายปี 2021

ช่วงต้นปี 2022

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 6 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.25 แสนล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 338 เหรียญ/หุ้น

หลังจากผ่านไป 3 ไตรมาส Mark Zuckerberg สูญเงินเกินครึ่ง หรือ 7.1 หมื่นล้านเหรียญ

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 20 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 5.59 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 148 เหรียญ/หุ้น (-56.85% จากต้นปี)

วันวานที่แสนดีซึ่งเป็นจุดที่พีคสุดของเขาอยู่ในเดือนกันยายนปี 2021 (ก่อนรีแบรนด์เป็น Meta) โดยในตอนนั้น

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 3 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.42 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 382 เหรียญ/หุ้น

เศรษฐกิจกระทบทุกคน แต่ Meta โดนหนักสุดแบบมีนัยสำคัญ

เอาเข้าจริงแล้ว สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ถูกถาโถมด้วยเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความขัดแย้ง ล้วนกระทบบริษัทเทคฯ ที่ต้องการการลงทุนก้อนใหญ่เพื่อการเติบโตในอนาคตทั้งสิ้น แต่ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ในหมู่บริษัทเทคฯ (และผู้บริหารบริษัทเทคฯ) ด้วยกันเอง Meta และ Mark Zuckerberg ดูจะได้รับผลกระทบกว่าใครเพื่อน

source: Google Finance

ถ้าลองเทียบมูลค่าที่ลดลงทั้งปีของ Meta กับบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่ม FAANG (ถ้าจะให้ถูกตอนนี้คือ MANGA) ซึ่งประกอบด้วย Meta, Amazon, Netflix, Google และ Apple จะเห็นภาพชัด

เพราะในขณะที่ราคาหุ้น Amazon, Google และ Apple ลดลงไม่เกิน 30% แต่ราคาหุ้น Meta กลับลดลงถึง 57% ในปีนี้ ถ้าจะมีใครที่เจองานหนักพอๆ กันก็คงเป็น Netflix ที่ลดลงเกือบ 60%

นอกจากนี้ ถ้าลองเทียบกับตลาดจะพบว่าราคาหุ้น Meta ลดลงเยอะจริงๆ เพราะดัชนี NASDAQ ที่รวมหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเองก็ปรับตัวลงไปแค่ 27.84% ในปีนี้ และถ้าดูแค่ 100 บริษัทใหญ่ใน NASDAQ ก็จะพบว่ามีการปรับตัวลงไปแค่ 28.18% พูดง่ายๆ คือ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Meta เท่านั้น

source: Google Finance

Mark Zuckerberg เองก็ย่ำแย่ไม่แพ้ Meta เพราะปีที่ผ่านมา แม้เศรษฐีทั่วโลกจะสูญเสียความมั่งคั่งมหาศาล แต่ Zuckerberg คือมหาเศรษฐีที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าใคร 

เขาสูญเสียความมั่งคั่งไปแล้วในปีนี้กว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ แถมยังร่วงจากตำแหน่งรวยสุดอันดับ 6 สู่อันดับ 20 (ร่วงลงคราวเดียว 14 อันดับ)

ในขณะที่คนอื่นๆ ในสหรัฐฯ สูญเสียความมั่งคั่งกันไม่เกิน 5 หมื่นล้านเหรียญ 

  • Jeff Bezos ทรัพย์สินลดลง 4.6 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Larry Page ทรัพย์สินลดลง 3.4 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 2 อันดับ)
  • Sergey Brin ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Steve Ballmer ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 3 อันดับ)
  • Bill Gates ทรัพย์สินลดลง 2.7 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
source: Bloomberg Billionaires Index 2022

สรุป

Meta อาจกำลังเจอขาลงอย่างแท้จริง เพราะถ้าลองมองหลายๆ องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ รายได้ คู่แข่ง จำนวนผู้ใช้ ราคาหุ้น ไปจนถึงทรัพย์สินของผู้บริหาร ทุกอย่างล้วนชี้ไปในทางเดียวกัน แถมล่าสุด ยังมีข่าวอีกว่า Meta เตรียมปลดพนักงานราว 10% เพื่อลดต้นทุน

จะเห็นได้ชัดว่า Meta และ Mark Zuckerberg กำลังสูญเสียมนต์ขลังไปเรื่อยๆ จากเดิมที่คนเคยมองว่าโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 และ CEO ผู้เปลี่ยนโลก มาวันนี้ กลับถูกมองเป็นแพลตฟอร์มของคนแก่ที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ และ CEO นักก็อปและผลักดัน Metaverse ไม่ได้จริง

ที่มา – Bloomberg (1)(2), Yahoo Finance, Google Finance, Meta

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/metaverse-hit-mark-zuckerberg-hard-in-2022/

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
Wat.C

Meta ถูกดำเนินการฟ้องร้องแบบกลุ่มหลังจากมีการค้นพบว่าบริษัทแอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน

ปีที่ผ่านมา Apple ได้เปลี่ยนสำหรับการพัฒนาแอปฝั่ง iOS ใหม่ โดยจะต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน ตัวแอปจึงจะสามารถเก็บข้อมูลการใช้งานได้ แน่นอนว่าแอปพลิเคชัน Facebook ก็ต้องดำเนินการตามกฏใหม่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่รายงานจาก Bloomberg บอกว่า Meta ได้แอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่มีการแจ้ง

แล้ว Facebook เล่นนอกเกมได้อย่างไร? เมื่อเรากดเข้าเว็บไซต็ผ่านเบราเซอร์ของแอป Meta ได้แก่ Facebook และ Instagram เป็นต้น ทางบริษัทสามารถเก็บข้อมูลได้จากการที่เราเข้าเว็บต่าง ๆ ผ่านเบราเซอร์ของ Facebook นั่นเอง

แน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นการละเมิดกฏความเป็นส่วนตัวของ Apple สำหรับผู้ใช้งานที่เลือกไม่ต้องการให้ติดตาม ทั้งนี้ ก็ต้องมีการพิสูจน์กันเพิ่มเติมในศาลอยู่ดี

ข่าว: Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/meta-sued-for-tracking-ios-users-even-if-theyve-opted-out/

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่ ให้ครีเอเตอร์ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากขึ้น

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาโดยใช้ Page เพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเพจได้มากขึ้นและให้ผู้ใช้ค้นพบครีเอเตอร์ที่สนใจได้มากขึ้น

ฟีเจอร์แรกมีชื่อว่า “Creator Endorsement” ครีเอเตอร์สามารถแนะนำครีเอเตอร์คนอื่น ๆ ให้กับผู้ติดตามของตนเองได้ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนและเลือกได้ว่าต้องการติดตามครีเอเตอร์ที่ถูกแนะนำหรือไม่

Facebook ยังเพิ่มฟีเจอร์ติดป้าย “Rising Creator Labels” ให้กับครีเอเตอร์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และถูกต้องตามแนวทางของบริษัท โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกจะมีป้ายติดที่หน้าเพจของตนเองและจะแสดงบนฟีดของผู้ใช้ภายใต้หัวข้อ “Discover more rising creators to follow”

ครีเอเตอร์ยังสามารถตั้งค่าให้เนื้อหาบางอย่างเห็นได้เฉพาะผู้ติดตามหรือสมาชิกที่เป็น Top fans ของเพจ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Audience Setting และเลือก “Top fans” ขณะโพสต์ ในอนาคต Facebook วางแผนจะให้ครีเอเตอร์สามารถตั้งค่าให้ผู้ติดตามบางคนสามาถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษได้ก่อนผู้ติดตามคนอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังสร้างเทมเพลตให้กับครีเอเตอร์เพื่อกล่าวถึง Top fans ใหม่ ๆ ของเพจซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์และผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นและเพิ่มยอด engagement

นอกจากนี้ ผู้ใช้ iOS ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถสร้าง story, reel หรือไลฟ์สดได้รวดเร็วมากขึ้นผ่านแถบ navigation bar ของ Facebook ซึ่งบริษัทไม่ได้เผยว่าจะมีในระบบ Android ด้วยหรือไม่และเมื่อไร

ที่มา: TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130530