คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

กว่า 46 รัฐทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบ Meta ฐานผูกขาดสามแพลตฟอร์มอีกรอบ

ตอนนี้มีรัฐในสหรัฐฯ ถึง 46 รัฐแล้วที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้กลับมาพิจารณาคดีผูกขาดของเฟสบุ๊ก (ที่ตอนนี้เป็นบริษัทแม่อย่างเมตา) จากกรณีที่ซื้อกิจการ Instagram และ WhatsApp จากคดีเมื่อปี 2020 ที่ล้มไปเนื่องจากปัญหากำหนดเวลายื่นฟ้อง

รองอธิบดีอัยการของนิวยอร์ก Barbara Underwood ที่เป็นคนนำทีมจากสี่สิบกว่ารัฐครั้งนี้กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่พิจารณาคดีประจำแต่ละรัฐด้วยการวางข้อจำกัดเวลาในการยื่นฟ้องแบบที่ผ่านมา โดย 46 รัฐนี้รวมถึงเกาะกวมและดีซีด้วย

แต่ไม่รวมรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย เซาท์แคโรไลน่า และเซาท์ดาโกต้า ทั้งนี้ การยื่นฟ้องล่าช้าในสหรัฐฯ นั้นจะเข้าข่ายกฎหมายปกป้องจำเลยที่เรียกว่า “Laches” หรือภาษาไทยบ้านๆ น่าจะเข้าข่ายการหมดอายุความนั่นเอง โดยถือว่าผู้จะฟ้องได้ “เพิกเฉยต่อการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง”

คดีฟ้องเฟสบุ๊กที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาว่า การซื้อ Instagram เมื่อปี 2012 และ WhatsApp เมื่อปี 2014 (ผ่านมาหลายปีเลยนำก่อนยื่นฟ้องกับ USFTC ครั้งแรกตอน 2020) เกิดผลเสียกับทั้งเศรษฐกิจและตลาดด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และครั้งนี้ทั้ง 46 รัฐเตรียมขอให้ศาลอุทธรณ์แห่งกรุงดีซีพิจารณาคดีนี้ใหม่

from:https://www.enterpriseitpro.net/46-us-states-call-for-meta-monopoly-lawsuit/

Meta ถูกพนักงานตรวจสอบเนื้อหาในเคนย่ายื่นฟ้อง เหตุกดค่าแรง ละเมิดเสรีภาพ และไม่ดูแลสภาพจิตใจ

ศาลประเทศเคนย่านัดวันไต่สวนคดีระหว่าง Meta และบริษัท Sama ซึ่งเป็นบริษัท outsource ผู้ดูแลและคัดกรองเนื้อหาบน Facebook หลังถูกอดีตพนักงานยื่นฟ้องเรื่องการเอารัดเอาเปรียบและละเมิดสิทธิแรงงาน โดยจะไต่สวนในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

Daniel Motaung ชาวเคนย่าที่เป็นอดีตพนักงานของบริษัท Sama ได้ยื่นฟ้องทั้งบริษัทและบริษัท Meta ภายหลังจากที่ออกจากบริษัท

มีรายงานว่า Motaung เป็นผู้นำพนักงานราว 100 คนในการยื่นคำร้องต่อบริษัทเพื่อเรียกร้องให้พนักงานมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น Motaung อ้างว่าเขาและพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต้องทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่กดดันทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ต้องคัดกรองเนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาทางเพศ และเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงต้องทำงานมากสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ พนักงานยังมีปัญหาเรื่องการขาดประกันสุขภาพตามสัญญาจ้างและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้ บริษัทยังละเมิดสิทธิในการรวมตัวกันของพนักงานเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้ด้วย ทนายความของ Motaung ยังกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ในคำฟ้องระบุว่า Sama และ Meta ได้ละเมิดกฎหมายเคนย่าเรื่องการจ่ายค่าแรงที่ไม่ยุติธรรม อคติต่อเชื้อชาติ การทรมานด้านร่างกายและการขาดสวัสดิเพื่อการรักษาสภาพจิตใจที่เพียงพอ ทั้งยังละเมิดเสรีภาพในการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Meta (สมัย Facebook) เคยถูกแฉ และถูกฟ้องร้อง ลักษณะคล้ายๆ กันมาแล้ว

Motaung ยื่นคำฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ตัวเอง อดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของบริษัท Sama และเรียกร้องให้ศาลออกคำสั่งให้บริษัท Meta ปฏิบัติต่อพนักงานจากบริษัท outsource เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อพนักงานใน Meta ในเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ รวมถึงบริษัทปกป้องสิทธิของพนักงานและตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท Sama ด้วย

ก่อนหน้านี้ ทนายความของ Meta ก็ได้ยื่นคำร้องให้ศาลยกฟ้องคดีโดยโต้แย้งว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนในประเทศเคนย่า แต่ผู้พิพากษายังคงให้มีการไต่สวนในเดือนตุลาคมนี้

ที่มา: Gizmodo และ TIME

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130575

Meta โดนฟ้อง เหตุฝังสคริปต์เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้ผ่านเบราว์เซอร์

ผู้ใช้ Facebook 2 รายยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อศาลรัฐบาลกลางเมืองซานฟรานซิสโก จากเหตุที่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาแฉว่า เบราว์เซอร์ของ Facebook, Messenger และ Instagram แอบฝังสคริปต์ติดตามตัวผู้ใช้ ซึ่งอาจผิดกฎหมายเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

หลังจากรายงานออกมา Meta ได้โต้ตอบรายงานของ Krause ว่า แอปติดตามการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้จริงแต่ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย

Facebook ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเก็บข้อมูลผู้ใช้ของ Apple ทำให้เก็บข้อมูลผู้ใช้ iOS เพื่อยิงโฆษณาได้ยากขึ้น ทำให้รายได้จากการโฆษณาลดลง

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130556

เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว

Mark Zuckerberg เสียคนเพราะ Metaverse? สูญเงิน 8 หมื่นล้าน ดิ่งจากเศรษฐีอันดับ 3 ของโลกสู่อันดับ 20 ในเวลาแค่ 1 ปี แถมราคาหุ้น Meta ร่วง 56.85%

“Facebook กำลังเผชิญกับขาลง” คือเรื่องที่ได้ยินจนชินหูในช่วงหลังๆ ทั้งผู้ใช้ที่ลดลง ทั้งราคาหุ้นที่ดิ่งหนัก ไปจนถึงฟีเจอร์ที่ไม่มีอะไรใหม่นอกจากเลียนแบบจากเจ้าอื่น แถมคู่แข่งตัวยงอย่าง TikTok ก็ดูเหมือนจะมีหน้ามีตา ท้าทายสถานะนำของ Facebook มากขึ้นไปทุกที 

ไม่ใช่แค่ตัวแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทอย่าง Mark Zuckerberg ก็ถูกมองว่าอยู่ในขาลงเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีนักวิชาการออกมาวิจารณ์อย่างร้อนแรงว่า “Meta จะไม่มีวันไปได้ไกล ตราบใดที่เขายังเป็นผู้นำอยู่”

ประเด็นหลักที่น่าสนใจคือ ในปีนี้ Mark Zuckerberg คือบุคคลที่สูญเสียความร่ำรวยมากที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์หายไปแล้วกว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ นับตั้งแต่ต้นปี 2022 พูดง่ายๆ คือ หายไปเกินครึ่งของที่เคยมี ทั้งๆ ที่ในปีนี้ ไม่มีเศรษฐีสหรัฐฯ รายไหนสูญเสียรายได้เกินกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญเลย

และหากนับย้อนกลับไป 1 ปี เขาสูญความมั่งคั่ง (ซึ่งหลักๆ มาจากหุ้นของ Meta 350 ล้านหุ้น) ไปแล้วกว่า 8.6 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ผู้ร้ายของเรื่องนี้คือ Metaverse

เสียเรื่องเพราะ Metaverse?

หลังจากประกาศรีแบรนด์บริษัทเป็น Meta เมื่อตุลาคม ปี 2021 ราคาหุ้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงต้นปีนี้ Meta จะดิ่งเหวครั้งประวัติศาสตร์ 26% ในวันเดียว หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาแล้วไม่เข้าตานักลงทุน แถมตัวเลขผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน (DAUs) ของ Facebook ลดลงเป็นครั้งแรก  

source: Meta Investor Relations

Laura Martin นักวิเคราะห์อาวุโสด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตของ Needham & Co. ชี้ว่า สาเหตุของความไม่เชื่อมั่นมาจากการลงทุนมหาศาลใน Metaverse ที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและยังไม่ก่อให้เกิดมูลค่าใดๆ และการลงทุนใน Instagram Reels เพื่อตอบโต้ TikTok ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และบริษัทก็ยอมรับกันเองภายในว่ายังเทียบชั้นไม่ได้จริงๆ

ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่กำลังบอบช้ำและส่งผลต่อบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถ้วนหน้าช่วงไตรมาส 2/2022 

  • Meta ได้กำไรจากธุรกิจแอปพลิเคชัน 11.16 หมื่นล้านเหรียญ (ลดลงจากปลายปีก่อน 30%) 
  • ขาดทุนจากธุรกิจ VR และ AR ถึง 2.8 พันล้านเหรียญ (ลดลงเพียง 15%) 

แถม Zuckerberg เคยพูดเองว่า การลงทุน Metaverse จะทำให้บริษัทต้องสูญเงินอย่างมีนัยสำคัญไปอีก 3-5 ปี

Mandeep Singh นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีของ Bloomberg Intelligence ให้ความเห็นว่า หาก Meta ไม่ได้ทะเยอทะยานในโปรเจ็กต์ Metaverse ผลการดำเนินในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะเกาะกลุ่มไปกับ Alphabet บริษัทเจ้าของ Google คือหุ้นสูญเสียมูลค่าเพียง 30% จากต้นปี ไม่ใช่ 57% อย่างที่กำลังเผชิญอยู่ และบริษัทก็อาจแก้เกมที่กำลังเจออยู่ได้ด้วยการ spin-off ธุรกิจอื่นๆ ที่มีอยู่ออกไป

ความมั่งคั่งหาย 8 หมื่นล้าน ใน 1 ปี

สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 Mark Zuckerberg เริ่มสูญเสียรายได้มหาศาล หลังจากรีแบรนด์เป็น Meta และลงทุนจริงจังใน Metaverse ตั้งแต่ปลายปี 2021

ช่วงต้นปี 2022

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 6 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.25 แสนล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 338 เหรียญ/หุ้น

หลังจากผ่านไป 3 ไตรมาส Mark Zuckerberg สูญเงินเกินครึ่ง หรือ 7.1 หมื่นล้านเหรียญ

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 20 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 5.59 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 148 เหรียญ/หุ้น (-56.85% จากต้นปี)

วันวานที่แสนดีซึ่งเป็นจุดที่พีคสุดของเขาอยู่ในเดือนกันยายนปี 2021 (ก่อนรีแบรนด์เป็น Meta) โดยในตอนนั้น

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 3 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.42 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 382 เหรียญ/หุ้น

เศรษฐกิจกระทบทุกคน แต่ Meta โดนหนักสุดแบบมีนัยสำคัญ

เอาเข้าจริงแล้ว สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ถูกถาโถมด้วยเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความขัดแย้ง ล้วนกระทบบริษัทเทคฯ ที่ต้องการการลงทุนก้อนใหญ่เพื่อการเติบโตในอนาคตทั้งสิ้น แต่ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ในหมู่บริษัทเทคฯ (และผู้บริหารบริษัทเทคฯ) ด้วยกันเอง Meta และ Mark Zuckerberg ดูจะได้รับผลกระทบกว่าใครเพื่อน

source: Google Finance

ถ้าลองเทียบมูลค่าที่ลดลงทั้งปีของ Meta กับบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่ม FAANG (ถ้าจะให้ถูกตอนนี้คือ MANGA) ซึ่งประกอบด้วย Meta, Amazon, Netflix, Google และ Apple จะเห็นภาพชัด

เพราะในขณะที่ราคาหุ้น Amazon, Google และ Apple ลดลงไม่เกิน 30% แต่ราคาหุ้น Meta กลับลดลงถึง 57% ในปีนี้ ถ้าจะมีใครที่เจองานหนักพอๆ กันก็คงเป็น Netflix ที่ลดลงเกือบ 60%

นอกจากนี้ ถ้าลองเทียบกับตลาดจะพบว่าราคาหุ้น Meta ลดลงเยอะจริงๆ เพราะดัชนี NASDAQ ที่รวมหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเองก็ปรับตัวลงไปแค่ 27.84% ในปีนี้ และถ้าดูแค่ 100 บริษัทใหญ่ใน NASDAQ ก็จะพบว่ามีการปรับตัวลงไปแค่ 28.18% พูดง่ายๆ คือ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Meta เท่านั้น

source: Google Finance

Mark Zuckerberg เองก็ย่ำแย่ไม่แพ้ Meta เพราะปีที่ผ่านมา แม้เศรษฐีทั่วโลกจะสูญเสียความมั่งคั่งมหาศาล แต่ Zuckerberg คือมหาเศรษฐีที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าใคร 

เขาสูญเสียความมั่งคั่งไปแล้วในปีนี้กว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ แถมยังร่วงจากตำแหน่งรวยสุดอันดับ 6 สู่อันดับ 20 (ร่วงลงคราวเดียว 14 อันดับ)

ในขณะที่คนอื่นๆ ในสหรัฐฯ สูญเสียความมั่งคั่งกันไม่เกิน 5 หมื่นล้านเหรียญ 

  • Jeff Bezos ทรัพย์สินลดลง 4.6 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Larry Page ทรัพย์สินลดลง 3.4 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 2 อันดับ)
  • Sergey Brin ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Steve Ballmer ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 3 อันดับ)
  • Bill Gates ทรัพย์สินลดลง 2.7 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
source: Bloomberg Billionaires Index 2022

สรุป

Meta อาจกำลังเจอขาลงอย่างแท้จริง เพราะถ้าลองมองหลายๆ องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ รายได้ คู่แข่ง จำนวนผู้ใช้ ราคาหุ้น ไปจนถึงทรัพย์สินของผู้บริหาร ทุกอย่างล้วนชี้ไปในทางเดียวกัน แถมล่าสุด ยังมีข่าวอีกว่า Meta เตรียมปลดพนักงานราว 10% เพื่อลดต้นทุน

จะเห็นได้ชัดว่า Meta และ Mark Zuckerberg กำลังสูญเสียมนต์ขลังไปเรื่อยๆ จากเดิมที่คนเคยมองว่าโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 และ CEO ผู้เปลี่ยนโลก มาวันนี้ กลับถูกมองเป็นแพลตฟอร์มของคนแก่ที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ และ CEO นักก็อปและผลักดัน Metaverse ไม่ได้จริง

ที่มา – Bloomberg (1)(2), Yahoo Finance, Google Finance, Meta

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/metaverse-hit-mark-zuckerberg-hard-in-2022/

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
Wat.C

Meta ถูกดำเนินการฟ้องร้องแบบกลุ่มหลังจากมีการค้นพบว่าบริษัทแอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน

ปีที่ผ่านมา Apple ได้เปลี่ยนสำหรับการพัฒนาแอปฝั่ง iOS ใหม่ โดยจะต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน ตัวแอปจึงจะสามารถเก็บข้อมูลการใช้งานได้ แน่นอนว่าแอปพลิเคชัน Facebook ก็ต้องดำเนินการตามกฏใหม่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่รายงานจาก Bloomberg บอกว่า Meta ได้แอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่มีการแจ้ง

แล้ว Facebook เล่นนอกเกมได้อย่างไร? เมื่อเรากดเข้าเว็บไซต็ผ่านเบราเซอร์ของแอป Meta ได้แก่ Facebook และ Instagram เป็นต้น ทางบริษัทสามารถเก็บข้อมูลได้จากการที่เราเข้าเว็บต่าง ๆ ผ่านเบราเซอร์ของ Facebook นั่นเอง

แน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นการละเมิดกฏความเป็นส่วนตัวของ Apple สำหรับผู้ใช้งานที่เลือกไม่ต้องการให้ติดตาม ทั้งนี้ ก็ต้องมีการพิสูจน์กันเพิ่มเติมในศาลอยู่ดี

ข่าว: Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/meta-sued-for-tracking-ios-users-even-if-theyve-opted-out/

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่ ให้ครีเอเตอร์ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากขึ้น

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาโดยใช้ Page เพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเพจได้มากขึ้นและให้ผู้ใช้ค้นพบครีเอเตอร์ที่สนใจได้มากขึ้น

ฟีเจอร์แรกมีชื่อว่า “Creator Endorsement” ครีเอเตอร์สามารถแนะนำครีเอเตอร์คนอื่น ๆ ให้กับผู้ติดตามของตนเองได้ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนและเลือกได้ว่าต้องการติดตามครีเอเตอร์ที่ถูกแนะนำหรือไม่

Facebook ยังเพิ่มฟีเจอร์ติดป้าย “Rising Creator Labels” ให้กับครีเอเตอร์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และถูกต้องตามแนวทางของบริษัท โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกจะมีป้ายติดที่หน้าเพจของตนเองและจะแสดงบนฟีดของผู้ใช้ภายใต้หัวข้อ “Discover more rising creators to follow”

ครีเอเตอร์ยังสามารถตั้งค่าให้เนื้อหาบางอย่างเห็นได้เฉพาะผู้ติดตามหรือสมาชิกที่เป็น Top fans ของเพจ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Audience Setting และเลือก “Top fans” ขณะโพสต์ ในอนาคต Facebook วางแผนจะให้ครีเอเตอร์สามารถตั้งค่าให้ผู้ติดตามบางคนสามาถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษได้ก่อนผู้ติดตามคนอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังสร้างเทมเพลตให้กับครีเอเตอร์เพื่อกล่าวถึง Top fans ใหม่ ๆ ของเพจซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์และผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นและเพิ่มยอด engagement

นอกจากนี้ ผู้ใช้ iOS ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถสร้าง story, reel หรือไลฟ์สดได้รวดเร็วมากขึ้นผ่านแถบ navigation bar ของ Facebook ซึ่งบริษัทไม่ได้เผยว่าจะมีในระบบ Android ด้วยหรือไม่และเมื่อไร

ที่มา: TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130530

สัปดาห์นี้หุ้นเมตาร่วงอีก 14% จนแทบใกล้กับตัวเลขช่วงโควิดระบาด

เรียกว่าไม่เคยราคาถูกขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่ช่วงเริ่มโควิด สำหรับหุ้นบริษัทแม่เฟซบุ๊กอย่าง Meta ที่ล่าสุดร่วงลงกว่า 14% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ 146.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2020

ถือว่ามูลค่าของเมตาลดลงมาถึง 61% ภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร่วงหนักที่สุดในบรรดาหุ้นบิ๊กเทคทั้งหลาย หรือคิดเป็นร่วงกระฉูดมากกว่าสองเท่าของดัชนี Nasdaq Composite เสียอีก เป็นการทิ้งดิ่ง 5 วันติดต่อกัน

ราคาล่าสุดอยู่เหนือกว่าที่เคยปิดตลาดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2020 วันที่หุ้นเริ่มได้รับผลกระทบจากโควิดตอนนู้นเพียงแค่ 28 เซนต์เท่านั้น และถ้าหุ้นเมตายังฉุดไม่อยู่ ร่วงลงถึงระดับ 146.01 ดอลลาร์ฯ เมื่อไร ก็จะแตะระดับเดียวกับช่วงมกราคม 2019

ซึ่งเป็นตอนที่เฟซบุ๊กโดนกระแส Cambridge Analytica ที่ทำให้ลูกค้าไม่ไว้ใจการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากถึงมากที่สุด แต่ทั้งนี้ถ้ามองถึงความเติบโตของเฟซบุ๊กที่เป็นข้อเท็จจริงแล้ว ก็ยังทำตัวเลขผู้ใช้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้อยู่ในไตรมาสที่ผ่านมา แม้จะแค่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-meta-shares-plunged-14-this-week/

คนรุ่นใหม่ยังเข้าเช็ก Facebook ตามปกติ แต่ใช้เวลาบน Instagram, TikTok มากที่สุด

เมื่อพิจารณาจากกระแสของ TikTok ซึ่งเป็นผู้นำยอดดาวน์โหลดมาเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันและยังคงเป็นจุดสนใจหลักจากแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่พยายามลอกเลียนแบบ คงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะมีตัวเลขการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก data.ai เผยว่า Facebook ยังคงเป็นโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งของ Gen Z ในสหรัฐ ขณะที่ TikTok มาเป็นอันดับที่สี่โดยอิงจากจำนวนผู้ใช้งานเป็นประจำ (Active User)

จากอันดับแอปพลิเคชันด้านบนจะเห็นว่า Instagram, TikTok, Snapchat, Pinterest และ Twitter มีแนวโน้มที่จะถูกใช้โดย Gen Z  มากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ แต่คนหนุ่มสาวยังคงเข้าสู่ระบบ Facebook, Messenger และ Instagram มากที่สุด

ความแตกต่างระหว่างตารางด้านบนคือจำนวนผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แอปพลิเคชันกับระยะเวลาที่ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม โดยจากอันดับดังกล่าว Facebook  ถูกใช้ในการเช็กข่าวสาร อัปเดตจากครอบครัวและเพื่อนเป็นประจำ ขณะที่ใช้เวลาและมีส่วนร่วมบน TikTok, Instagram มากที่สุด

ความสำคัญของข้อมูลนี้คือแม้ว่าจะมีคนเข้าแอปฯเป็นประจำทุกวัน แต่เวลาที่ใช้จริงๆ กลับอยู่ในแอปพลิเคชันอื่น นักการตลาดควรเล็งเห็นคุณสมบัติสำคัญเหล่านี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกช่องทางโฆษณาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการวิจัยของ Meta ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระยะเวลาการใช้ Facebook ลดลงอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้ใช้ที่อายุน้อยนับตั้งแต่ปี 2012

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดสำหรับการทำความเข้าใจแนวโน้มของโซเชียลมีเดีย และสิ่งสำคัญคือนักการตลาดต้องเจาะลึกกว่าข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อทำความเข้าใจอย่างแท้จริงว่ากลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงและมีส่วนร่วมในช่องทางใดมากที่สุด

ที่มา

data.ai

socialmediatoday

from:https://www.thumbsup.in.th/genz-spending-time-in-tiktok?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=genz-spending-time-in-tiktok

Zuckerberg เป็นผู้นำ ทำ Meta ดิ่งเหว นักวิชาการ Harvard ชี้ หิวเงิน-ไม่ฟังใคร-โทษคนอื่น

Facebook ขาลง? นักวิชาการเผย สาเหตุมาจาก Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัท ที่เห็นแก่เงิน ไม่ฟังใคร โทษแต่คนอื่น จนบริษัทดิ่งเหว

นับเป็นเรื่องที่ได้ยินกันชินหูกันมากขึ้นในระยะหลังว่า Facebook กำลังเจอกับขาลง Facebook ถูกเมินเฉยโดยคนรุ่นใหม่ Facebook คือยอดนักก็อป หรือไปไกลกระทั่ง Facebook กำลังจะตาย ซึ่งคำถามสำคัญก็คือทำไม Facebook อดีตโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 ถึงถูกมองเช่นนั้น?

หนึ่งในคำตอบของเรื่องนี้ อาจจะสะท้อนได้จากมุมมองของ Bill George อดีต CEO ของ Medtronic ที่ในภายหลังได้กลายมาเป็นนักวิชาการด้านการจัดการที่ Harvard Business School

“ผมคิดว่า Facebook จะไปได้ไม่ไกล ตราบที่เขายังเป็นผู้นำอยู่” George ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Mark Zuckerberg กับทาง CNBC เอาไว้อย่างเผ็ดร้อน “เขาคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนทำงานหันพลังให้กับบริษัทนี้ เขาดูจะหลงทางอยู่จริงๆ”

วิจารณ์ Zuckerberg หวังแต่เงิน

George เคยนำเสนอในหนังสือ True North: Leading Authentically in Today’s Workplace, Emerging Leader Edition ว่า ผู้นำที่สูญเสียความเชื่อ คุณค่า และจุดมุ่งหมายที่เคยยึดถือให้กับเงินตรา ชื่อเสียง และอำนาจ อาจทำให้องค์กรล้มเหลว 

และเขาก็เชื่อว่า Mark Zuckerberg ได้สูญเสียความเชื่อในคุณค่าและอุดมคติของตัวเองให้กับการมุ่งแสวงหาแต่กำไรสูงสุด ตรงกับสถานการณ์ที่ผ่านมาของ Meta ที่สนใจแต่ผลกำไรและการเติบโตของรายได้ โดยไม่สนใจผู้ใช้งาน และที่ผ่านมา Facebook เองก็พัวพันกับเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและสุขภาพของผู้ใช้งานอยู่หลายต่อหลายครั้ง

“ผมพูดตรงๆ ว่า ตอนนี้ ในหัวเขามีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ เท่านั้น” George ระบุ

ไม่รับคำติ-เข้าข้างตัวเอง

นอกจากนี้ เขายังระบุอีกว่า Zuckerberg ไม่รับความช่วยเหลือ คำแนะนำ และคำติจากใคร ไม่สัมพันธ์และผลักไสผู้อื่น ซึ่งผู้นำแบบนี้มีความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาด

George ทิ้งท้ายว่า Zuckerberg เป็นพวกหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เป็นผู้นำที่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองผิดและไม่ยอมเรียนรู้จากจุดที่ทำพลาด และพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเหตุผลแก้ต่างจุดที่ตัวเองทำผิดด้วยการโทษคนอื่น 

เช่น กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อหุ้น Meta ร่วง 26% ในวันเดียว จากการที่รายได้ไม่เข้าเป้า ซึ่งผู้บริหารก็โทษ Apple ที่ปรับนโยบายไม่สามารถติดตามข้อมูลผู้ใช้งาน ทำให้การยิงโฆษณายากกว่าเดิม George บอกว่าแม้เรื่องนี้อาจส่งผลอยู่บ้าง แต่ปัจจัยใหญ่คือ Meta เผาเงินกับการพัฒนา metaverse และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก

ที่มา – Finance Yahoo, Blognone

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Zuckerberg เป็นผู้นำ ทำ Meta ดิ่งเหว นักวิชาการ Harvard ชี้ หิวเงิน-ไม่ฟังใคร-โทษคนอื่น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/mark-zuckerberg-is-the-reason-of-the-decline-of-facebook/

นักวิชาการ Harvard ชี้ ที่ Meta ดิ่งเหวเพราะยังมี Zuckerberg เป็นผู้นำ ไม่ฟังใครและหวังแต่เงิน

ช่วงปีที่ผ่านมาอาจนับได้ว่าเป็นขาลงของ Meta ก็ว่าได้ ซึ่งสะท้อนออกมาทั้งจากรายได้ที่ลดลง, จำนวนผู้ใช้ FB ลดลง หรือผลสำรวจในสหรัฐที่ชี้ว่าคนรุ่นใหม่ใช้งาน FB กันน้อย ไม่รวมการโจมตีมากมาย ทั้งเรื่องอัลกอริทึมฟีด ระบบ AI หรือการจัดการต่างๆ สำหรับเพจที่มีปัญหามายาวนาน

Bill George ศาสตราจารย์ด้านการจัดการและความเป็นผู้นำที่ Harvard Business School และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความเป็นผู้นำองค์กรหลายเล่ม จากประสบการณ์กว่า 20 ปีที่ศึกษาความล้มเหลวของผู้นำในองค์กร แสดงความเห็นกับ CNBC ถึงขาลงของ Meta และ Facebook ว่าสาเหตุมาจากตัว Mark Zuckerberg เอง และจะเป็นยังงี้ต่อไป ถ้าเขายังอยู่ในตำแหน่ง

No Description

George เสนอในหนังสือ True North: Leading Authentically in Today’s Workplace, Emerging Leader Edition ว่าองค์กรที่มีผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ขาดความเชื่อมั่นและจุดมุ่งหมาย และมุ่งแสวงหาแต่กำไร จะเป็นตัวชี้ชะตาที่ทำให้องค์กรตกลงสู่ความล้มเหลว ซึ่งสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นกับตัว Zuckerberg และ Meta

ศาสตราจารย์ของ HBS เสริมด้วยว่า Mark เป็นคนที่สนใจแต่ชื่อเสียงและเงินทอง ซึ่งผู้นำประเภทนี้ จะไม่มีวันพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงและเงินทอง ซึ่งก็ตรงกับสถานการณ์ที่ผ่านมาของ Meta ที่สนใจแต่ผลกำไรและการเติบโตของรายได้ โดยไม่สนใจผู้ใช้งาน และที่ผ่านมา Facebook เองก็พัวพันกับเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและสุขภาพของผู้ใช้งานอยู่หลายต่อหลายครั้ง

No Description

Bill George

นอกจากเรื่องการสนใจแต่เงินแล้ว Bill ยังให้เหตุผลเพิ่มอีก 2 ข้อด้วยคือ

  • Mark เป็นคนที่โทษแต่คนอื่น แต่ไม่โทษตัวเอง เป็นพวกชอบหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง (rationalizer) อย่างเช่นกรณีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่หุ้น Meta ตกลง 26% ในวันเดียว ทำให้มูลค่าบริษัทหายไปทันทีกว่า 2.3 แสนล้านเหรียญ จากการที่รายได้ไม่เข้าเป้า ซึ่งผุ้บริหารก็โทษ Apple ที่ปรับนโยบายไม่สามารถติดตามข้อมูลผู้ใช้งาน ทำให้การยิงโฆษณายากกว่าเดิม ซึ่ง George บอกว่าแม้เรื่องนี้อาจส่งผลอยู่บ้าน แต่ปัจจัยใหญ่คือ Meta เผาเงินกับการพัฒนา metaverse และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
  • Mark เป็นคนที่ไม่รับฟังคำแนะนำหรือติชมจากใครทั้งสิ้น โดย George บอกว่า Mark เป็นคนที่ไม่สร้างความสัมพันธ์อย่างสนิทสนมกับใครและไม่สนไม่ฟังใคร ซึ่งผู้นำลักษณะนี้มีแนวโน้มจะตัดสินใจพลาด ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่ Mark ใช้กึ๋นตัวเองสร้าง Facebook ขึ้นมาจนประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้เขามีกระบวนการตัดสินใจที่อิงกับวิธีการนี้เป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Facebook ก็เคยออกมาแฉ ว่า Facebook ส่งเสริมให้มี Hate Speech เพราะหน้าเงินไม่อยากให้ Engagement ตก และสนใจกำไรมากกว่าความปลอดภัย

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/130427