คลังเก็บป้ายกำกับ: IOS

Apple เปลี่ยนสถานะ iPhone 6 เป็นสินค้าล้าสมัยแล้ว

Apple เปลี่ยนสถานะ iPhone 6 เป็นสินค้าล้าสมัยแล้ว
Wat.C

iPhone 6 เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Apple ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก แต่หลังจากเวลาผ่านไปก็เป็นเรื่องปกติที่ Apple จะหยุดจำหน่าย iPhone รุ่นเก่า

Apple ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า iPhone 6 เข้าสู่สถานะ vintage หรือสินค้าล้าสมัย ซึ่งจะเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายเกิน 5 ปี แต่น้อยกว่า 7 ปี โดย Apple จะมีซัปพอร์ตเรื่องการซ่อมและบริการหลังการขาย 7 ปี ซึ่งหลังจากเข้าสู่สถานะ vintage แล้ว สินค้าจะไม่ได้รับการซัปพอร์ตอีกต่อไป หรือไม่สามารถนำไปซ่อมได้แล้วนั่นเอง

ทั้งนี้ iPhone 6 Plus หรือรุ่นหน้าจอใหญ่กว่าได้เข้าสู่สถานะสินค้าล้าสมัยมาก่อนแล้วเนื่องจาก Apple หยุดจำหน่าย iPhone 6 Plus ก่อน ในขณะที่สมัยนั้น Apple ยังจำหน่าย iPhone 6 ในบางตลาดอยู่

iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี 2018 และไม่ได้ไปต่อในปี 2019 โดยสิ้นสุดที่ iOS 12 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมี Security Patch ออกมาให้อัปเดตบ้างเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยครับ

 

ข่าว: Apple เปลี่ยนสถานะ iPhone 6 เป็นสินค้าล้าสมัยแล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/iphone-6-is-now-considered-a-vintage-product-by-apple/

Apple ปิดไม่ให้ดาวน์เกรดกลับไป iOS 16.0 และ 16.0.1 แล้ว (Stop Signing)

Apple ปิดไม่ให้ติดตั้ง iOS 16.0 และ 16.0.1 แล้ว โดยผู้ใ […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-stop-signing-ios-16-0-1.html

ไมโครซอฟท์หยุดพัฒนา SwiftKey for iOS แต่ยังทำเวอร์ชัน Android ต่อ

ไมโครซอฟท์ประกาศหยุดพัฒนาแอพคีย์บอร์ด SwiftKey บน iOS โดยจะถอดออกจาก App Store ในวันที่ 5 ตุลาคม 2022 แต่แอพที่ติดตั้งอยู่แล้วจะยังใช้งานต่อได้

ส่วน SwiftKey จะยังพัฒนาเวอร์ชัน Android ต่อไป รวมถึงใช้เป็นเอนจินของ touch keyboard ของ Windows ด้วย

ไมโครซอฟท์ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลที่เลิกทำ SwiftKey for iOS แต่ตัวแอพก็ไม่ได้อัพเดตใดๆ มาเกิน 1 ปีแล้ว

SwiftKey ขายกิจการให้ไมโครซอฟท์ตั้งแต่ปี 2016

ที่มา – ZDNet, Windows Central

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130674

WhatsApp อัปเดตความปลอดภัย 2 รายการระดับวิกฤต บน Android และ iOS

WhatsApp เผยแพร่อัปเดตความปลอดภัย 2 รายการระดับ “วิกฤต” สำหรับแอปบน Android และ iOS สำหรับการใช้งานในส่วนของ Video Call และ Messenger
 

image credit: WhatsApp Business
CVE-2022-36934 (CVSS 9.8) บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย Malwarebytes พบจุดบกพร่องนี้ในส่วนของ “Video Call Handler” บน WhatsApp เวอร์ชันต่อไปนี้ :
  • WhatsApp สำหรับ iOS และ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.12
  • WhatsApp Business สำหรับ iOS และ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.12
CVE-2022-27492 (CVSS 7.8) Pieter Arntz นักวิจัยด้านข่าวกรองของ Malwarebytes กล่าวว่า “ในการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ ผู้โจมตีจะส่งไฟล์วิดีโอที่สร้างขึ้นมาไปหา WhatsApp Messenger ของผู้ใช้ แล้วหลอกให้เล่น” โดยบน WhatsApp เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้  :
  • WhatsApp สำหรับ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.2
  • WhatsApp สำหรับ iOS เวอร์ชัน 2.22.15.9
 

from:https://www.techtalkthai.com/whatsapp-updates-2-critical-security-updates-on-android-and-ios/

ผุดฟีเจอร์ตั้งค่าหน้าจอล็อค OneUI 5 Beta ของ Samsung คล้ายกับ iOS 16

นักพัฒนาเผยตัวอย่างการปรับแต่งหน้าจอล็อค OneUI 5 Beta ข […] More

from:https://www.iphonemod.net/samsung-ios-16-lock-screen.html

สาวกเตรียมเฮ! ฟีเจอร์ Stage Manager ใช้กับ iPad Pro รุ่นเก่าได้แล้วใน iPadOS 16 Beta

สาวกเตรียมเฮ! ฟีเจอร์ Stage Manager ใช้กับ iPad Pro รุ่นเก่าได้แล้วใน iPadOS 16 Beta
HallZy

ฟีเจอร์ Stage Manager หรือ คุณสมบัติตัวจัดการให้อยู่ตรงกลาง สำหรับ iPadOS 16 เพื่อให้ผู้ใช้ iPad ได้ประสบการณ์ในการใช้งานใกล้เคียงกับ Mac มากขึ้น แต่เดิมฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะ iPad ที่ใช้ชิปเซ็ต Apple M1 หน้าจอขนาด 11 นิ้วและ 12 นิ้วเพียงเท่านั้น จุดเด่นของฟีเจอร์นี้ก็เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานและใช้แอปพลิเคชั่นแบบ Multitasking โดยผู้ใช้นั้นสามารถวางหน้าต่างแอปพลิเคชั่นซ้อนทับกันได้ และสามารถเปิดแอปจากในแถบด้านข้างได้เลย

ipados 16 stage manager | iPadOS | สาวกเตรียมเฮ! ฟีเจอร์ Stage Manager ใช้กับ iPad Pro รุ่นเก่าได้แล้วใน iPadOS 16 Beta

ล่าสุดดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใน iPadOS 16 รุ่น Beta สำหรับนักพัฒนาที่พึ่งปล่อยออกมาให้ใช้กัน โดยฟีเจอร์ Stage Manager นั้นสามารถใช้กับ iPad Pro ขนาด 11 นิ้ว ตั้งแต่เจเนเรชั่นที่ 1 ขึ้นไปและ iPad Pro ขนาด 12 นิ้ว ตั้งแต่เจเนเรชั่นที่ 3 ขึ้นไป หรือถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ iPad Pro ที่ใช้ชิปเซ็ต Apple A12X และ A12Z จนถึง M1 สามารถใช้ฟีเจอร์ Stage Manager ได้นั่นเอง แต่ว่าในรุ่นเก่านั้น Stage Manager จะใช้ได้เฉพาะในตัว iPad เท่านั้นไม่สามารถใช้ได้เมื่อต่อจอภายนอกเหมือนกับ iPad Pro ชิปเซ็ต M1

ipad stage manager | iPadOS | สาวกเตรียมเฮ! ฟีเจอร์ Stage Manager ใช้กับ iPad Pro รุ่นเก่าได้แล้วใน iPadOS 16 Beta

ก่อนหน้านี้ Apple เคยออกมาเปิดเผยว่าที่ Stage Manager นั้นสามารถใช้ได้เฉพาะใน iPad Pro ชิปเซ็ต M1 เท่านั้นก็เพราะว่าฟีเจอร์นี้ใช้สเปกของ iPad สูงมาก ๆ ทั้งในเรื่องหน่วยความจำและการเชื่อมต่อกับจอภายนอก ซึ่งตัวของ Apple M1 นั้นมีการตอบสนองที่ดีและมีความยืดหยุ่นมาก อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับสาวก Apple ที่ใช้ iPad รุ่นเก่า ซึ่งชิปเซ็ต A12X และ A12Z มันก็ยังมีพลังเหลือล้นอยู่แล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป

ข่าว: สาวกเตรียมเฮ! ฟีเจอร์ Stage Manager ใช้กับ iPad Pro รุ่นเก่าได้แล้วใน iPadOS 16 Beta มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/ipados-16-stage-manager-to-older-ipad-pro/

Always On Display บน iPhone 14 Pro ทดสอบแล้วกินแบตเตอรี่ประมาณ 6% ต่อระยะเวลาใช้งาน 8 ชั่วโมง

Always On Display บน iPhone 14 Pro ทดสอบแล้วกินแบตเตอรี่ประมาณ 6% ต่อระยะเวลาใช้งาน 8 ชั่วโมง
Alex

หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ที่มาพร้อมกับ Always On Display หรือ AOD หลายต่อหลายกระแสก็ดูเหมือนจะถกกันเรื่องที่ว่าเราควรที่จะเปิดหรือปิดฟังก์ชั่นนี้ดี และฟังก์ชั่นที่ว่านี้มันกินแบตเตอรี่มากไหม แน่นอนว่าผู้ใช้งานเองก็ยังสรุปกันได้ไม่แน่ชัดมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วในการใช้งานในชีวิตประจำวันจริง เราคงจะสรุปกันไม่ได้ว่าการเปิด AOD นั้นมีผลต่อการกินแบตเตอรี่ของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ตอบได้แน่นอนคือมันมีผลกับแบตเตอรี่แน่ๆ

ในโหมด Always On Display นั้น iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max จะลดอัตราการกระพริบของหน้าจอลงเหลือเฉลี่ยที่ประมาณ 1Hz เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าหน้าจอทั่วไปถึง 60 เท่า จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม Apple ถึงยอมให้ใช้ฟังก์ชั่น AOD นี้ได้บน iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เท่านั้น อย่างไรก็ตาม Apple เองก็ไม่เคยออกมาชี้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่าการเปิดฟังก์ชั่น AOD นั้นจะทำให้ตัวเครื่องกินแบตเตอรี่มากขึ้นเพียงใด ซึ่งในวันนี้ เว็บไซต์ฝั่งมือถือยอดนิยมอย่าง PhoneArena เองได้ทำการทำสอบมาให้ทุกๆ คนได้รับรู้ไปพร้อมๆ กัน

โดย PhoneArena ได้กำหนดเงื่อนไขการทดสอบครั้งนี้เอาไว้ดังนี้

  • ผลการทดสอบจะทำบนเครื่อง iPhone 14 Pro
  • การวัดอัตราการใช้งานแบตเตอรี่ของโหมด Always-on display จะทำเป็นเวลา 8 ชั่วโมง (ระหว่าง 9.00 น. – 17.00 น.)
  • เครื่องที่ทดสอบไม่มีการใส่ซิมหรือแอคติเวทซิมสำหรับการใช้งานใดๆ ในระหว่างที่ทดสอบ
  • เครื่องที่ทดสอบจะไม่ถูกใช้งานใดๆ ในระหว่างการทดสอบ
  • เครื่องที่ทดสอบจะถูกตั้งค่าทั่วไปไว้เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งรวมไปจนถึงการติดตั้งแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียเพียงแอป ซึ่งก็คือ Instagram
  • การทดสอบจะกระทำเป็นเวลา 2 วัน โดยวันที่ 1 จะเปิดโหมด Always On Display เอาไว้ ในขณะที่วันที่ 2 จะทำการปิดโหมดดังกล่าวเอาไว้ และทั้งสองครั้งจะเริ่มต้นการทดสอบที่แบตเตอรี่เต็ม 100% เหมือนกัน

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบการใช้พลังงานของโหมด Always On Display โดย PhoneArena

  • วันที่ 1 (เปิดโหมด Always-on display ไว้ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 17.00 น.) – ตอนจบรอบการทดสอบ แบตเตอรี่ลดลงจาก 100% เหลือ 94%
  • วันที่ 2 (ปิดโหมด Always-on display ไว้ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 17.00 น.) – ตอนจบรอบการทดสอบ แบตเตอรี่ยังคงเหลือเต็มที่ 100%
phonearena-aod-test-result
ผลการทดสอบ AOD จาก PhoneArena.com

อย่างไรก็ตาม PhoneArena ได้ระบุเพิ่มเติมไว้ว่า ผู้ทดสอบคาดว่าจริงๆ แล้วแบตเตอรี่ iPhone 14 Pro นั้นน่าจะลดลงประมาณ 1% ในวันที่ 2 (วันที่ทดสอบแบบปิด Always-on display) แต่เพราะเป็นที่รู้กันโดยทั่วอยู่แล้วว่า Apple มักจะยืดระยะเวลาของเปอร์เซ็นแบตเตอรี่ช่วงแรกออกไปก่อนจะลดลงตามความเป็นจริง ดังนั้นผลเลยยังคงออกมาเต็มที่ 100%

จากข้อมูลการทดสอบที่ได้ เราจึงสามารถสรุปได้ว่า Always-on Display บน iPhone 14 Pro นั้นใช้แบตเตอรี่ประมาณ 6% ในเวลา 8 ชั่วโมงของการใช้งาน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ และดูแล้วไม่น่าจะมีผลกระทบกับการใช้งานจริง เพราะฟังก์ชั่น AOD นี้จะไม่ทำงานเมื่อเราเก็บตัวเครื่อง iPhone 14 Pro ของเราไว้ในกระเป๋า แต่จะทำงานเฉพาะเวลาที่มันอยู่นอกกระเป๋าเท่านั้น เมื่อมาผนวกกับระยะเวลาต่อวันที่คนเราใช้โทรศัพท์มือถือเป็นปกติ การคิดคร่าวๆ ว่าโหมด AOD จะกินแบตเตอรี่เทียบเคียงประมาณ 8 ชั่วโมงใช้งาน หรือ 6% ของจากแบตเตอรี่รวมนั้นจึงดูมีความเป็นไปได้และเหมาะสม

แต่หากใครไม่สบายใจกับตัวเลข 6% นี้ และอยากจะปิดการทำงาน Always On Display แอพดิสคัสเองก็ได้เขียนวิธีการปิดการใช้งานเอาไว้แล้ว สามารถตามอ่านได้จากลิงก์ข้างล่างนี้เลย

How to disable Always On Display on iPhone 14 Pro Max

ข่าว: Always On Display บน iPhone 14 Pro ทดสอบแล้วกินแบตเตอรี่ประมาณ 6% ต่อระยะเวลาใช้งาน 8 ชั่วโมง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/iphone14-pro-always-on-battery-consumption-test-result/

10 เกม JRPG สำหรับ iOS และ Android แบบเสียเงินที่ดีที่สุดประจำปี 2022

10 เกม JRPG สำหรับ iOS และ Android แบบเสียเงินที่ดีที่สุดประจำปี 2022
Alex

สเป็กมือถือเดี๋ยวนี้แรงชนิดที่เรียกว่าติดจรวดกันไปแล้ว ดังนั้นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่หลายๆ คนทำกันบนมือถือก็คงหนีไม่พ้นการเล่นเกมนั่นเอง แน่นอนว่าตัวเลือกเกมในปัจจุบันเองก็มีมากมายหลากหลายเหลือเกิน บางคนก็อาจจะเป็นแฟนเกมประเภทเล่นฟรีแล้วไปเสียเงินในแอปพลิเคชั่นเอาอีกที หรือที่เรียกว่า Freemium ในขณะที่บางคนอย่างเช่นผู้เขียนเองก็ชอบเกมที่ซื้อเสียเงินครั้งเดียวแล้วจบไปเลย ไม่ต้องไปเสียเงินเพิ่มต่อในเกม หรือที่เรียกว่า Premium แต่ในวันนี้ แอพดิสคัส เองจะโฟกัสไปที่เกมแนว Role Playing Game หรือที่แฟนเกมบ้านเรารู้จักกันในนามเกมภาษา เฉพาะเกมแบบ Premium หรือแบบเสียเงินซื้อแล้วไม่ต้องไปจ่ายเพิ่มอีกในเกมเท่านั้น โดยเกมทั้ง 10 เกมที่ลิสต์นี้เป็นความชอบส่วนบุคคลของทีมงาน และที่สำคัญคือ แอพดิสคัส เองไม่ได้ค่าแนะนำแต่อย่างใดนะ

ส่วนใครที่นึกไม่ออกว่าอะไรคือ JRPG ให้นึกถึงเกมยอดนิยมอย่าง Final Fantasy และ Dragon Quest (ซึ่งก็แน่นอนว่าติดอยู่ในลิสต์ที่เราแนะนำด้วย) แต่ใครที่พร้อมจะมาดูรายชื่อทั้ง 10 เกมกันแล้วก็ลุยกันต่อได้เลย ในแต่ละเกมเราจะระบุด้วยว่าสามารถเล่นได้บนแพลตฟอร์มใดบ้าง ระหว่าง iOS (iPhone / iPad) และ Android

15 เกม JRPG สำหรับ iOS และ Android แบบ Premium ที่ดีที่สุดประจำปี 2022

 

ข่าว: 10 เกม JRPG สำหรับ iOS และ Android แบบเสียเงินที่ดีที่สุดประจำปี 2022 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/10-best-premium-jrpg-for-ios-and-android-2022/

iPhone 14 ซบเซา ส่วน iPhone 14 Pro ขายดีต่อเนื่อง ของขาดเป็นเดือน

iPhone 14 ซบเซา ส่วน iPhone 14 Pro ขายดีต่อเนื่อง ของขาดเป็นเดือน
Wat.C

อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ iPhone 14 Pro จะขายดีกว่า iPhone 14 รุ่นธรรมดา เพราะ iPhone 14 แทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก iPhone 13 รุ่นก่อนหน้าเลยครับ

ปัจจุบันระยะเวลาส่งมอบ iPhone 14 ลดเหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ตรงกันข้ามกับ iPhone 14 Pro ทั้ง Pro และ Pro Max ที่ยังส่งมอบช้าเพราะมีความต้องการที่ยังสูงมาก ถ้ามองในแง่ของความต้องการหรือ Demand สำหรับ iPhone 14 นั้นยังน้อยกว่า iPhone 13 mini เสียอีกครับ

หากสั่ง iPhone 14 Pro และ Pro Max จาก Apple ตอนนี้ ในหลายประเทศต้องรอกันเป็นเดือน อย่าง iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ในสหรัฐอเมริกาต้องรอเครื่องนาน 31 และ 38 วัน ตามลำดับ ในขณะที่ประเทศจีนต้องรอ 32 วันและ 39 วันตามลำดับ ในขณะที่ iPhone 14 รอไม่เกิน 4-5 วันก็ได้ของแล้ว

อาจจะเรียกว่า Apple ประสบความสำเร็จก็ได้ เพราะดูจากการวางไลน์อัปสินค้า สเปกและการวางจำหน่ายก็ชัดเจนแล้วว่า Apple พยายามดันให้ผู้บริโภคซื้อ iPhone 14 Pro แทนรุ่นธรรมดา

ข่าว: iPhone 14 ซบเซา ส่วน iPhone 14 Pro ขายดีต่อเนื่อง ของขาดเป็นเดือน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/iphone-14-pro-pro-max-continue-to-be-high-in-demand/

Apple อาจเตรียมเปลี่ยนชื่อรุ่น Pro Max ไปเป็น Ultral โดยเริ่มจาก iPhone 15 Ultra

Apple อาจเตรียมเปลี่ยนชื่อรุ่น Pro Max ไปเป็น Ultral โดยเริ่มจาก iPhone 15 Ultra
Alex

มีความเป็นไปได้ที่ Apple อาจจะเตรียมเปลี่ยนชื่อรุ่นของ iPhone รุ่นท็อปสุดจากเดิมที่ใช้สกุลว่า “Pro Max” มาเป็น “Ultra” คาดว่าจะเริ่มใช้ครั้งแรกในปีหน้าภายใต้ชื่อรุ่น iPhone 15 Ultra นอกจากนี้ Mark Gurman ยังระบุอีกว่า iPhone 15 ยังจะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งรวมไปถึงการใช้ USB-C เป็นพอร์ตชาร์จแทน Lightning แบบในปัจจุบันอีกด้วย

ชื่อสกุล Pro Max ของมือถือเรือธงของ Apple นั้นเริ่มใช้มาตั้งแต่เมื่อปี 2019 โดยใช้กับ iPhone 11 เป็นครั้งแรก และแน่นอนว่าการพิจารณาว่าต่อจากนี้ไป Apple น่าจะเปลี่ยนมาใช้สกุล Ultra แทน Pro Max นั้นก็ไม่ได้ดูน่าประหลาดใจหรือเป็นไปไม่ได้อะไรขนาดนั้น เพราะจากการเปิดตัวโปรดักส์ในปีนี้ของ Apple บริษัทผลไม้ยักษ์เองก็เริ่มมีการเอาคำว่า Ultra มาใช้กับผลิตภัณฑ์ตัวท็อปของซีรีส์แล้วอย่าง Apple Watch Ultra หรือแม้แต่เรียกชิปเซ็ตใหม่ของตัวเองว่า M1 Ultra ตามที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้า นอกจากนี้ Apple เองยังมีการนำเอาชื่อเก่าที่เคยระงับใช้ไปแล้วอย่าง “Plus” กลับมาใหม่ในการเปิดตัว “iPhone 14 Plus” ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อต้นเดือนอีกด้วย

iPhone 14 เองเพิ่งจะเปิดตัวมาได้ไม่ถึงเดือน ข่าวลือเรื่อง iPhone 15 ก็มีหลุดมาเป็นว่าเล่นแล้ว โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์อย่าง Ross Young เองก็เคยออกมาคาดการณ์ว่า Dynamic Island ที่เพิ่งเปิดตัวมาบน iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้นั้นจะอยู่ยาวไปจนถึง iPhone 15 เลย โดยบน iPhone 15 นั้นคาดว่าจะมีมาให้ในทุกรุ่นของซีรีส์ iPhone 15 เลย ไม่ได้กั๊กไว้เฉพาะสำหรับสองรุ่นท็อปเท่านั้นเหมือนปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังลือกันว่า iPhone 15 นั้นจะมาพร้อมกับพอร์ตชาร์​จ USB-C แทนการใช้งานพอร์ตสิทธิบัตรอย่าง Lightning กันเสียที โดย Gurman ระบุว่า Apple เองได้เริ่มต้นกระบวนการทดสอบพอร์ตชาร์จใหม่บน iPhone นี้ตั้งแต่ก่อนที่สหภาพยุโรปจะมีการออกกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้มือถือทุกรุ่นต้องใช้งาน USB-C เป็นพอร์ตหลักภายในปี 2024 เสียอีก

การเปลี่ยนชื่อรุ่นของ Apple จากสกุล Pro Max มาเป็น Ultra สำหรับรุ่นใหญ่สุดในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะหากมองกันในเรื่องของแบรนดิ้งแล้ว ชื่อ Pro และ Pro Max เป็นอะไรที่ชวนสับสนมากๆ สำหรับผู้ใช้งานหลายๆ คน เพราะมันใกล้เคียงกันเกินไปทั้งชื่อเรียกและหน้าตาของโปรดักส์ ซุ่งหากมีการเปลี่ยนชื่อรุ่นใหญ่เป็น Ultra แทน Pro Max ก็จะถือว่าสร้างความแตกต่างในแง่ของแบรนดิ้งได้ดียิ่งขึ้นมา น่าจะลดความสับสนของการเรียกชื่อตัวผลิตภัณฑ์สำหรับคนทั่วไปได้มากทีเดียว

ข่าว: Apple อาจเตรียมเปลี่ยนชื่อรุ่น Pro Max ไปเป็น Ultral โดยเริ่มจาก iPhone 15 Ultra มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/apple-may-change-iphone-pro-max-series-to-ultra/