คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_KNOWLEDGE

[Guest Post] การใช้ Edge automation กับ 7 อุตสาหกรรมหลัก

บทความโดย เด็บ ริชาร์ดสัน, Contribution Editor, เร้ดแฮท

คำอธิบายง่าย ๆ ของ edge computing คือการประมวลผลที่เกิดขึ้น ณ ตำแหน่ง หรือใกล้กับตำแหน่งทางกายภาพของผู้ใช้ หรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่กำลังประมวลผล เช่น อุปกรณ์หรือเซ็นเซอร์

การวางบริการด้านการประมวลผลต่าง ๆ ไว้ใกล้กับตำแหน่งเหล่านี้ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์จากบริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้มากขึ้น และองค์กรจะได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นและความคล่องตัวของโอเพ่นไฮบริดคลาวด์ด้วย

ความท้าทายของ Edge computing

เนื่องจากมีการใช้อุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่ที่ edge แพร่หลายมากขึ้น ทำให้การบริหารจัดการนอกพื้นที่การทำงานแบบเดิม ๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย มีการนำแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไปใช้นอกดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์หลากหลายเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณและกระจายไปอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนออน-ดีมานด์แอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ก็ทำงานอยู่บนโลเคชันที่ห่างไกล หลากหลาย และแตกต่างกันอย่างมาก

สภาพแวดล้อมของการใช้งานไอทีที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น

  • ความท้าทายด้านบุคลากรที่จะต้องมั่นใจได้ว่ามีทักษะในการจัดการกับความต้องการต่าง ๆ ของโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ edge ที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
  • การสร้างความสามารถในการโต้ตอบและตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ ด้วยการใช้มนุษย์ให้น้อยที่สุด แต่ต้องปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้น
  • ทำให้การทำงานที่ edge สามารถปรับขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ต้องพิจารณาจำนวนอุปกรณ์และอุปกรณ์ปลายทางที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามความท้าทายที่ยากจะขจัดได้ดังกล่าวสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติที่ edge (edge automation)

คุณประโยชน์ของ Edge automation

การทำงานต่าง ๆ ที่ edge ได้แบบอัตโนมัติจะช่วยลดความยุ่งยากที่เกิดจากการใช้โครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ได้มาก องค์กรจึงสามารถใช้ประโยชน์จาก edge computing ได้มากขึ้น

Edge automation สามารถช่วยองค์กรได้ดังนี้

  • เพิ่มความสามารถในการปรับขนาดการทำงาน ด้วยการใช้การกำหนดค่าที่ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีทั้งหมดขององค์กรมีความเสถียรมากขึ้น และบริหารจัดการอุปกรณ์ edge ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มความคล่องตัว โดยปรับการทำงานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และใช้ทรัพยากร edge เท่าที่จำเป็น
  • ให้ความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยของการทำงานจากระยะไกล ด้วยการอัปเดต การแพตช์ และการบำรุงรักษาที่จำเป็นแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องส่งช่างเทคนิคไปที่หน้างาน
  • ลดดาวน์ไทม์ จากการบริหารจัดการเครือข่ายที่ง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการวิเคราะห์ การตรวจสอบ และการแจ้งเตือนแบบอัตโนมัติ

ตัวอย่างการใช้ edge automation ในอุตสาหกรรม 7 ประเภท

1.  การขนส่ง
ธุรกิจขนส่งสามารถทำให้กระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เคยทำแบบแมลนวลและมีความซับซ้อนกลายเป็นอัตโนมัติได้ ด้วยการอัปเดทซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้กับรถไฟ เครื่องบิน และยานพาหนะขับเคลื่อนอื่น ๆ ซึ่งช่วยลดการทำงานด้วยพนักงานได้อย่างมาก ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและขจัดความผิดพลาดจากการตั้งค่าต่าง ๆ แบบแมนนวล ช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานอื่น ๆ ที่เป็นงานในเชิงกลยุทธ์ สร้างสรรค์นวัตกรรม และมีความสำคัญมากกว่าได้

การติดตั้งและบริหารจัดการอุปกรณ์ได้แบบอัตโนมัติ มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้มากกว่าการทำงานเหล่านี้แบบแมนนวล

2.  ค้าปลีก
การก่อตั้งร้านค้าปลีกสักหนึ่งแห่งที่มีระบบการให้บริการแบบดิจิทัลผ่านออนไลน์อาจเป็นเรื่องซับซ้อน ตั้งแต่เรื่องของการจัดการตั้งค่าอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก การตรวจสอบการกำหนดค่าต่าง ๆ และตั้งค่าทรัพยากรด้านการประมวลผลทั่วทุกส่วนของร้าน และเมื่อร้านพร้อมเปิดให้บริการ งานด้านไอทีจะเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับความเสถียร ความสม่ำเสมอ และความเชื่อถือได้แทนเรื่องของความเร็วและการปรับขนาด

Edge automation ช่วยให้ร้านค้าปลีกพึ่งพาตัวเองและดูแลอุปกรณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอมากขึ้น พร้อม ๆ กับช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการตั้งค่าและการอัปเดตแบบแมนนวลลงได้อย่างมาก

3.  อุตสาหกรรม 4.0

สำหรับอุตสาหกรรม 4.0 เราเห็นกันอยู่ว่ามีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT), คลาวด์คอมพิวติ้ง, การวิเคราะห์ และปัญญาประดิษฐ์/แมชชีนเลิร์นนิง (AI/ML) มาผสมผสานใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานต่าง ๆ ของภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซไปจนถึงโรงงานอัจฉริยะ และระบบซัพพลายเชน 

ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของ edge automation ในอุตสาหกรรม 4.0 คือในส่วนของการผลิตที่ใช้เวอร์ชวลไลเซชัน อัลกอริธึม โดย edge automation สามารถช่วยตรวจจับความบกพร่องต่าง ๆ ของส่วนประกอบที่ผลิตขึ้นบนสายงานด้านการประกอบผลิตภัณฑ์ ทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการทำงานต่าง ๆ ในโรงงาน ด้วยการระบุและแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัจจัยแวดล้อมที่เป็นอันตรายหรือการกระทำใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต

4. โทรคมนาคม สื่อ และความบันเทิง

Edge automation เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ให้บริการ รวมถึงการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เช่น edge automation สามารถเปลี่ยนข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์ edge ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ เช่น การแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติ

Edge automation ยังช่วยให้ส่งมอบบริการใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการสามารถส่งอุปกรณ์ไปยังบ้านหรือสำนักงานของลูกค้า และลูกค้าก็สามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องมีช่างเทคนิคมาติดตั้งให้ การให้บริการได้แบบอัตโนมัติไม่เพียงช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า แต่ยังสร้างกระบวนการดูแลรักษาเน็ตเวิร์กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีศักยภาพในการลดค่าใช้จ่ายแฝงอยู่ด้วย

5. บริการด้านการเงินและประกันภัย

ลูกค้าของภาคการเงินต้องการบริการและเครื่องมือด้านการเงินที่เฉพาะตัวมากขึ้น และต้องสามารถเข้าใช้งานได้จากทุกที่ รวมถึงจากอุปกรณ์โมบายของลูกค้า

เช่น edge automation สามารถช่วยให้ธนาคารที่ต้องการเปิดตัวเครื่องมือทางการเงินแบบที่ลูกค้าสามารถหาข้อเสนอที่ต้องการได้ด้วยตนเอง (self-service tool) ไม่ว่าจะเป็นแพ็คเกจประกันภัยใหม่ ข้อเสนอในการจดจำนอง หรือบัตรเครดิต สามารถขยายบริการเหล่านี้ได้ในขณะที่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมไว้อย่างเข้มงวดโดยอัตโนมัติ และไม่กระทบต่อประสบการณ์ลูกค้า

Edge automation ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ และมีสิ่งที่ผู้ให้บริการทางการเงินต้องการ นั่นคือ ความเชื่อถือได้และการปรับขยายขนาดการให้บริการได้ตามต้องการ

6.  เมืองอัจฉริยะ

เมืองหลายแห่งใช้เทคโนโลยี edge ที่ทันสมัยหลายอย่างผสมผสานกัน เพื่อปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ เช่น ใช้  IoT และ AI/ML เพื่อติดตามและตอบสนองต่อปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ ความพึงพอใจของประชาชน และความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม

โครงการเมืองอัจฉริยะในช่วงแรก ๆ มีข้อจำกัดด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้น แต่เมื่อเกิด 5G networks (และเทคโนโลยีด้านการสื่อสารใหม่ ๆ ที่กำลังตามมา) ที่ส่งผลให้ไม่เพียงเข้ามาเพิ่มความเร็วของการรับส่งข้อมูล แต่ยังทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ด้วย เมืองอัจฉริยะจึงต้องขยายขีดความสามารถต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจำเป็นต้องทำให้การทำงานที่ edge เป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การติดตามและการแจ้งเตือน

7.  ภาคสาธารณสุข

ภาคสาธารณสุขได้เริ่มเปลี่ยนจากการให้บริการภายในโรงพยาบาลไปสู่ทางเลือกในการให้บริการทางไกลมานานแล้ว เช่น ศูนย์ผู้ป่วยนอก, คลินิก และห้องฉุกเฉินอิสระ (freestanding emergency rooms) และได้มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้อย่างแพร่หลายต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เหล่านี้ นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่หลากหลาย ยังช่วยให้การตัดสินใจด้านการรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงกับผู้รับบริการแต่ละรายมากขึ้น

การใช้ระบบอัตโนมัติ, edge computing และการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถแปลงข้อมูลใหม่จำนวนมากมายเหล่านี้ ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ทรงคุณค่า เพื่อช่วยให้การรักษาผู้ป่วยมีผลลัพธ์ดีขึ้น และมอบคุณประโยชน์ด้านการเงินและการดำเนินงานไปพร้อม ๆ กัน

Red Hat Edge

แพลตฟอร์มประมวลผลอันทันสมัยที่ขับเคลื่อนโดย Red Hat Edge สามารถช่วยองค์กรขยาย การใช้โอเพ่นไฮบริดคลาวด์ไปยัง edge ได้ Red Hat Edge แสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันร่วมกันของ เร้ดแฮทในการรวม edge computing ไว้ในโอเพ่นไฮบริดคลาวด์ ระบบนิเวศของพันธมิตรที่มีขนาดใหญ่และกำลังขยายตัวตลอดจนวิธีการทำงานแบบโอเพ่นของเร้ดแฮท ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นที่จำเป็นต่อการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสร้างข้อเสนอที่โดดเด่นให้กับลูกค้า

Red Hat Edge ประกอบด้วยพอร์ตโฟลิโอของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สระดับองค์กรที่เชื่อถือได้ เช่น Red Hat Enterprise Linux, Red Hat Ansible Automation Platform และอื่น ๆ สามารถช่วยให้ลูกค้าใช้แนวทางรักษาความปลอดภัยแบบเลเยอร์สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งในองค์กร, ในคลาวด์และที่ edge ให้ดีขึ้น  

ลูกค้าสามารถใช้พอร์ตโฟลิโอแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส และระบบนิเวศพันธมิตรที่ครอบคลุมของเร้ดแฮท เพื่อทำให้เกิดโซลูชันที่ยืดหยุ่นสำหรับ

  • การมอบโครงสร้างพื้นอันทันสมัยที่เน้นความปลอดภัยและปรับขนาดได้มากขึ้น ตั้งแต่ edge ไปสู่แกนกลางจนถึงระบบคลาวด์
  • การใช้ edge computing แก้ไขปัญหาต่าง ๆ และส่งเสริมกรณีการใช้งานที่เป็นนวัตกรรม
  • หลีกเลี่ยงการถูกล็อกอินจากผู้ขายเทคโนโลยี และสร้างแพลตฟอร์มที่ยั่งยืนมากขึ้น
  • การสร้างแพลตฟอร์ม edge ที่คล่องตัว ที่สามารถปรับใช้เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
  • การปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาด และสร้างความโดดเด่นในการแข่งขัน

from:https://www.techtalkthai.com/applying-edge-automation-to-7-key-industries/

ดาวน์โหลด WHITEPAPER ฟรี: การสร้างรากฐานที่จำเป็นสำหรับ SMART HEALTHCARE

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้งในหน้าสื่อเกี่ยวกับธุรกิจคือการที่โรคระบาดโควิด 19 ได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการปฏิรูปทางดิจิทัลสำหรับองค์กรในทุกภาคส่วน คำพูดเหล่านี้จริง ทว่าแม้ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ขึ้น อาจกล่าวได้ว่าหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพนั้นตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีกว่าองค์กรประเภทอื่นๆ

รายงานที่เพิ่งถูกเผยแพร่ออกมาเร็วๆนี้โดย McKinley & Co เผยว่าอุตสาหกรรมสาธารณะสุขในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกได้ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากหลายทิศทางใหญ่ให้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ความยากลำบากในการตอบสนองต่ออุปสงค์ของผู้เข้ารับบริการ ภาระค่าใช้จ่ายในการให้บริการสุขภาพที่สูงขึ้น และความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการที่มีมากกว่าเดิม

แรงกดดันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผลักดันการพัฒนาสภาพแวดล้อมการให้บริการด้านสุขภาพที่มีผู้เข้ารับบริการเป็นศูนย์กลางซึ่งประกอบไปด้วยการให้บริการในรูปแบบต่างๆ เช่น การเพิ่มการให้บริการด้านสุขภาพในชั้นปฐมภูมิ การเร่งความเร็วในการให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน การบริหารและติดตามอาการป่วย และการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ในเชิงรุกเพื่อตรวจสอบปัญหาสุขภาพในเบื้องต้นที่อาจลุกลามเป็นอาการที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา

ดาวน์โหลด Whitepaper ฉบับนี้เพื่อเรียนรู้ถึงแนวโน้มของ Smart Healthcare และวิธีการเตรียมตัวที่เหมาะสมสำหรับหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล https://go.techtalkthai.com/2022/09/free-whitepaper-building-the-essential-foundations-of-smarter-healthcare/

from:https://www.techtalkthai.com/free-whitepaper-building-the-essential-foundations-of-smarter-healthcare/

Equinix เริ่มทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center

Equinix ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ของโลก ประกาศเริ่มการทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับ Data Center

ในครั้งนี้ Equinix ได้ประกาศความร่วมมือกับ Centre for Energy Research & Technology (CERT) ภายใต้ National University of Singapore เพื่อเริ่มทำการวิจัยในการนำ Fuel Cells หรือเซลส์เชื้อเพลิง มาใช้ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเป็นหนึ่งในแผน Climate Neutral ที่ต้องการจะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ของ Equinix

เซลส์เชื้อเพลิงนั้นอาศัยกระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี สำหรับการวิจัยครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. การใช้เซลส์เชื้อเพลิงแบบ Proton Exchange Membrane (PEM) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนและออกซิเจนในการสร้างพลังงานไฟฟ้า ในการออกแบบจะมีการผลิตไฮโดรเจนออกมาร่วมด้วย เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานอื่นต่อไป
  2. การใช้ Fuel-flexible linear generator ซึ่งจะรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ได้ เช่น ไฮโดรเจน, ก๊าซชีวภาพ หรือ Renewable Liquid Fuel อื่นๆ

ในโครงการจะมีการประเมินอย่างรอบคอบ โดยมีการนำตัวแปรต่างๆมาวิเคราะห์ด้วย เช่น ที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล, สภาพอากาศ, ความต้องการใช้พลังงาน, ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน, และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ โดย Equinix คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการทดลอง และสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ได้

ไม่เพียงแต่ Equinix เท่านั้นที่เริ่มนำเซลส์เชื้อเพลิงมาทดลองใช้งานกับศูนย์ข้อมูล ที่ผ่านมา Microsoft ได้ประสบความเร็จในการใช้งานเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 3MW มาแล้ว และ NorthC ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลในประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ประสบความสำเร็จในการใช้เซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อจ่ายพลังงานสำรองแทนที่เครื่องสำรองไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/09/22/equinix_fuel_cell_datacenter/

from:https://www.techtalkthai.com/equinux-starts-research-project-using-fuel-cells-to-power-data-center/

เราสามาถลบข้อมูลส่วนตัวใน Google Search ได้แล้ว

คุณสามารถขอลบข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ (PII) ออกจากผลการค้นหาของ Google Search

Google กำลังเปิดตัวเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถลบผลการค้นหาที่มีที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนออกจากผลลัพธ์หน้าค้นหาได้ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ “results about you” เปิดตัวครั้งแรกในงาน I/O 2022 ในเดือนพฤษภาคม
 
หากเราเห็นผลลัพธ์การค้นหาแสดงข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน หรืออีเมล เราสามารถคลิกเมนู 3 จุดที่ด้านขวาบน ซึ่งจะเปิดหน้าต่าง “About this result” จะมีตัวเลือกใหม่ชื่อ “Remove result” ปรากฏอยู่ เมื่อเลือกจะสามารถทำการส่งคำขอไปให้ Google พิจารณาลบข้อมูลที่แนบรายงานไปออกจากผลการค้นหา อาทิเช่น:
  • – ข้อมูลหมายเลขประจำตัวประชาชน (ID) ที่เป็นความลับ
  • – ข้อมูลหมายเลขบัญชีธนาคาร
  • – ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต
  • – ข้อมูลรูปภาพของลายเซ็นที่เขียนด้วยลายมือ
  • – ข้อมูลรูปภาพของเอกสารประจำตัว
  • – ข้อมูลเวชระเบียน
  • – ข้อมูลติดต่อส่วนบุคคล (ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่อีเมล)
  • – ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบที่เป็นความลับ
จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ส่งคำขอลบไปให้ Google พิจารณา:
 
1. จะได้รับการยืนยันอีเมลอัตโนมัติ เป็นการยืนยันว่าทาง Google ได้รับคำขอแล้ว
2. Google ดำเนินการตรวจสอบคำขอ โดยจะประเมินคำขอแต่ละรายการตามปัจจัยต่างๆ รวมถึงเกณฑ์ข้างต้น นอกจากนี้ Google ยังประเมินเนื้อหาเพื่อประโยชน์สาธารณะ
3. Google จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าหากจำเป็น หากคำขอมีข้อมูลไม่เพียงพอให้ประเมิน เช่น กรณีหาก URL สูญหายไป Google จะแชร์คำแนะนำเฉพาะและขอให้ส่งคำขอกลับมาอีกครั้ง
4. ผู้ส่งคำขอจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการดำเนินการใดๆ ต่อไปนี้:
  • หากทาง Google พบว่า URL อยู่ในขอบเขตของนโยบายของ Google URL นั้นจะถูกลบออกสำหรับคำค้นหาทั้งหมดหรือจะถูกลบออกจากผลการค้นหาที่คำค้นหานั้นรวมชื่อของผู้ร้องเรียนหรือตัวระบุอื่นๆ ที่ให้ไว้ เช่น ชื่อแทน
  • หากคำขอไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในการนำออก เราจะใส่คำอธิบายสั้นๆ หากคำขอของคุณถูกปฏิเสธและต่อมาคุณมีเอกสารเพิ่มเติมในการสนับสนุนกรณีของคุณ คุณสามารถส่งคำขอของคุณอีกครั้งได้
 
 

from:https://www.techtalkthai.com/google-about-this-result-remove-result/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

อัปเดตแนวทางปฏิบัติด้าน Cybersecurity ล่าสุดในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

สรุปแนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยปี 2022 พร้อมแนวทางการจัดตั้ง SOC ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร การวางสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วในการตอบโต้ภัยคุกคาม รวมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือ DDoS การรักษาความมั่งคงปลอดภัย API และการป้องกันระบบ OT ที่กำลังถูกหลอมรวมเข้าสู่ระบบ ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 2: Cybersecurity

09:00 – 09:30 การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์สำหรับภาคการธนาคาร
คุณชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Chief Information Security Officer, KBTG
09:30 – 10:00 ลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วการตอบโต้ภัยคุกคามด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh
ดร. รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet
10:00 – 10:30 ปิดจุดบอดและสร้างความตระหนักแก่ SOC ด้วยการค้นหาภัยคุกคามบน Active Directory อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ
คุณสุวิชชา มุสิจรัล Security Architect, Tenable Indochina
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 สรุปแนวโน้มการโจมตี DDoS ปี 2022 และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกัน API
คุณณัฐพันธ์ เรืองรังษีรัตน์ Regional Account Manager, Cloudflare
11:30 – 12:00 หลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัย
คุณณฐวัฒน์ ศิริพลับพลา Data Center Software Solutions Consultant (Thailand & APJ), Schneider Electric
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-2-cybersecurity/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

วางกลยุทธ์ด้าน Standards & Compliance ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

แนะนำมาตรฐานและกรอบการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่องค์กรยุคดิจิทัลควรประยุกต์ใช้ พร้อมการวางกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เช่น NIST Cybersecurity Framework, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมไปถึงเทคนิคการลบข้อมูลถาวรอย่างมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 4: Standards & Compliance

13:30 – 14:00 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII)
พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
14:00 – 14:30 การบริหารจัดการ Data Privacy และ PDPA
คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล CEO, Netka System
14:30 – 15:00 เช็คความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของคุณ ด้วย NIST Cybersecurity Framework
คุณปองภพ เหล่าชัยกุล Senior Sales Engineer, Sophos
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ลบข้อมูลถาวรอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA
คุณศิริพรรณ ณ จัตุรัส Country Sales Manager (Thailand), Blancco
16:00 – 16:30 PDPA บังคับใช้แล้ว คุณพร้อมแล้วหรือยัง?
คุณศราวุธ สุดสวาท Sales Executive / Director, Bangkok Systems & Software
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-4-standards-and-compliance/

[Guest Post] รายงานภัยคุกคามจากฟอร์ติการ์ดแล็บส์ พบแรนซัมแวร์ขยายสายพันธุ์มากขึ้นเกือบ 2 เท่าใน 6 เดือนแรกของปีนี้

แนวโน้มภัย Exploit แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ปลายทางยังคงเป็นเป้าหมาย จากความนิยมในโมเดลการทำงานจากที่ใดก็ได้

เดอริค มันคี หัวหน้าสายงาน Security Insights และรองประธานกลุ่ม Global Threat Alliances แห่งฟอร์ติการ์ดแล็บส์รายงานว่า “อาชญากรทางไซเบอร์กำลังเร่งพัฒนาเพลย์บุ๊กของตนเองให้สามารถหลบเลี่ยงการถูกพบจากระบบป้องกันภัย ขยายความร่วมมือในเครือข่ายพันธมิตรร้าย ใช้กลยุทธ์ในเชิงรุก เช่น การขู่กรรโชกหรือการล้างข้อมูลของเหยื่อ เน้นใช้กลยุทธ์การลาดตระเวนก่อนการโจมตีเพื่อให้แน่ใจว่าการคุกคามครั้งนั้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ในการต่อสู้กับการโจมตีขั้นสูงและซับซ้อน องค์กรต้องการโซลูชันการรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการที่สามารถประมวลข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจจับรูปแบบภัยคุกคาม และเปรียบเทียบกับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้แบบเรียลไทม์  เพื่อให้สามารถตรวจจับหาความผิดปกติ และเริ่มโต้ตอบภัยได้อย่างสอดประสานและอย่างอัตโนมัติในเครือข่ายไฮบริด”

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet®) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจรถึงรายงานรายครึ่งปี FortiGuard Labs Global Threat Landscape Report จากฟอร์ติการ์ดแล็บส์ที่จัดทำขึ้นสำหรับครึ่งปีแรกของปีพ.ศ. 2565 ล่าสุด โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  1. Ransomware-as-a-Service (RaaS) เป็นบริการที่ส่งให้ภัยคุกคามแรนซัมแวร์ยังคงขยายสายพันธุ์ได้มากขึ้นต่อไป
  2. อาชญากรทางไซเบอร์ยังคงมุ่งไปที่อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้งานในวิถีการทำงานจากทุกที่ (Work from anywhere: WFA) เพื่อใช้เป็นทางเข้าถึงเครือข่ายขององค์กร นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมของเทคโนโลยีปฏิบัติการ (โอที) ที่กำลังหลอมรวมเข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เปิดโอกาสให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีมากขึ้น
  3. ภัยคุกคามที่มุ่งทำลายล้างข้อมูลยังคงเป็นเทรนด์ต่อไป ดังที่ได้พบว่ามัลแวร์ไวเปอร์ที่ผู้ประสงค์ร้ายใช้เป็นเครื่องมือนั้นแพร่กระจายมากขึ้น

ศัตรูทางไซเบอร์ใช้เทคนิคการสอดแนมและเทคนิคหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบและการป้องกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรุนแรงในการทำลายล้างตลอดห่วงโซ่การโจมตีทางไซเบอร์ให้มากขึ้น

1. เทรนด์วิวัฒนาการของระบบนิเวศอาชญากรรมร้ายส่งให้แรนซัมแวร์ขยายสายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว: แรนซัมแวร์ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆ และอาชญากรทางไซเบอร์ยังคงลงทุนทรัพยากรมากมาย เพื่อสร้างเทคนิคการโจมตีใหม่ๆ โดยที่ในช่วง 6 เดือนแรกของต้นปีนี้ ฟอร์ติการ์ดแล็บส์พบแรนซัมแวร์ทั้งหมด 10,666 สายพันธุ์เทียบกับ 5,400 สายพันธุ์ในช่วง 6 เดือนหลังของปีที่แล้ว หมายถึงการเติบโตเกือบ 100% ในระยะเพียง 6 เดือน โดย RaaS อันเป็นที่นิยมในเว็บมืดยังคงหนุนหลังอุตสาหกรรมอาชญากร ส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงการคุกคามของแรนซัมแวร์ ทั้งนี้ ในการป้องกันแรนซัมแวร์ องค์กรในทุกอุตสาหกรรมในทุกขนาดจำเป็นต้องมีแนวนโยบายเชิงรุก สิ่งที่สำคัญคือควรมีศักยภาพในการมองเห็น การป้องกันและการแก้ไขแบบเรียลไทม์ควบคู่ไปกับโครงสร้างประเภทที่มีความวางใจเป็นศูนย์ (ZTNA) พร้อมการตรวจจับและตอบสนองปลายทางขั้นสูง (EDR)

ภาพที่ 1: ปริมาณแรนซัมแวร์รายสัปดาห์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

2. เทรนด์ของภัย Exploit ชี้ว่าอุปกรณ์ปลายทางและอุปกรณ์ประเภทโอทียังคงเป็นเป้าหมายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้: การหลอมรวมกันทางดิจิทัลของไอทีและโอทีรวมทั้งอุปกรณ์ปลายทางของการใช้งานแบบ WFA ยังคงเป็นจุดอ่อนให้ถูกโจมตี ผู้ประสงค์ร้ายได้ใช้วิธีเจาะระบบผ่านช่องโหว่ (Exploit) ที่มีอยู่จำนวนมากที่พบในอุปกรณ์ปลายทาง เมื่อพบการใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงระบบโดยมีเป้าหมายในการเคลื่อนย้ายไปมาเพื่อเจาะลึกเข้าไปในเครือข่ายขององค์กร เช่น ช่องโหว่การปลอมแปลง (CVE 2022-26925) ซึ่งพบว่ามีปริมาณมาก เช่นเดียวกับช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (CVE 2022-26937) นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์จุดอ่อนทางตามปริมาณและการตรวจจับของอุปกรณ์ปลายเผยให้เห็นเส้นทางที่ผู้ประสงค์ร้ายพยายามเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่องโดยรุกที่ช่องโหว่ทั้งเก่าและใหม่ให้มากสุด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองไปที่เทรนด์ช่องโหว่ในระบบโอที พบว่าอุปกรณ์และแพลตฟอร์มหลากหลายประเภทถูกเจาะโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบด้วยเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่าการหลอมรวมกันของไอทีและโอทีที่มีเพิ่มขึ้น จะเป็นเป้าหมายถูกคุกคามมากขึ้น ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่ป้องกันอุปกรณ์ปลายทางขั้นสูงจะสามารถช่วยบรรเทาและแก้ไขอุปกรณ์ที่ติดไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเริ่มต้นของการคุกคาม นอกจากนี้ องค์กรสามารถใช้บริการต่างๆ เช่น บริการป้องกันความเสี่ยงทางดิจิทัล (Digital risk protection service: DRPS) ช่วยประเมินภัยคุกคามที่เกิดภายนอก ค้นหาและแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย และช่วยให้ได้รับข้อมูลภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นและที่กำลังจะเกิดขึ้นในเชิงลึกได้ดีอีกด้วย|

3. เทรนด์ของภัยคุกคามที่มุ่งล้างข้อมูลในระบบเพิ่มมากขึ้นจากการเพิ่มจำนวนของมัลแวร์ไวเปอร์: มัลแวร์ไวเปอร์คือภัยที่มุ่งทำลายล้างข้อมูลให้หมดกำลังใช้ซอฟต์แวร์พัฒนาเทคนิคการโจมตีที่ทำลายล้างและมีกระบวนการซับซ้อนมากขึ้น พบว่าสงครามในยูเครนทำให้มัลแวร์ประเภทล้างข้อมูลดิสก์เพิ่มขึ้นอย่างมากในหมู่ผู้คุกคามที่กำหนดเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งนี้ ฟอร์ติการ์ตแล็ปส์ได้ระบุสายพันธุ์ไวเปอร์ใหม่อย่างน้อย 7 แบบในช่วงหกเดือนแรกของปีพ.ศ. 2565 ที่ถูกนำไปใช้ในการต่อต้านองค์กรภาครัฐ กองทัพ และเอกชนต่างๆ ซึ่งตัวเลขนี้มีความสำคัญเนื่องจากใกล้เคียงกับจำนวนของมัลแวร์ไวเปอร์ที่ตรวจพบเมื่อ 10 ปีที่แล้วคือตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ไม่ได้พบมัลแวร์ไวเปอร์ในที่แห่งเดียว แต่ตรวจพบและประกาศให้สาธารณะทราบในอีก 24 ประเทศนอกเหนือจากยูเครน ดังนั้น องค์กรต่างๆ จึงต้องการกระบวนการตรวจสอบในเครือข่ายและการตอบสนองภัย (Network Detection and Response: NDR) ที่ใช้เทคโนโลยีเอไอซึ่งเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ที่สามารถตรวจจับการบุกรุกได้ดียิ่งขึ้น และต้องสำรองข้อมูลไว้นอกสถานที่และเป็นแบบออฟไลน์ จึงจะช่วยลดผลกระทบจากการโจมตีของมัลแวร์ไวเปอร์ได้

4. ผู้ประสงค์ร้ายทั่วโลกใช้กลยุทธ์หลบเลี่ยงการถูกค้นพบและป้องกันเป็นหลัก: ฟอร์ติการ์ดแล็บส์ได้วิเคราะห์การทำงานของมัลแวร์ที่ตรวจพบได้ เพื่อติดตามแนวทางที่มัลแวร์ใช้มากที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่าในบรรดากลวิธีและเทคนิค 8 อันดับแรกที่เน้นคุกคามที่อุปกรณ์ปลายทางนั้น นักพัฒนามัลแวร์ใช้กลวิธีการหลีกเลี่ยงการป้องกันมากที่สุด โดยมักจะเรียกใช้งานพร็อกซีไบนารีของระบบเพื่อช่วยหลบแอบ ทั้งนี้ ผู้ประสงค์ร้ายต้องซ่อนเจตนาร้ายเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ผู้คุกคามจึงใช้เทคนิคการหลบเลี่ยงการป้องกันโดยการปิดบังและพยายามซ่อนคำสั่งโดยใช้ใบรับรองที่ถูกต้องเพื่อดำเนินการตามกระบวนการที่ดูเชื่อถือ นอกจากนี้ เทคนิคที่ได้รับความนิยมอันดับ 2 คือ การแทรกในกระบวนการ ซึ่งอาชญากรจะแอบแทรกโค้ดลงในกระบวนการอื่นแห่งหนึ่ง เพื่อหลบเลี่ยงการป้องกันของระบบและใช้พรางตัวให้แนบเนียนมากขึ้น องค์กรต่างๆ จึงควรใช้ข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ทั้งนี้ แพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ใช้เอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่ง และมีความสามารถในการตรวจจับและตอบสนองขั้นสูงซึ่งขับเคลื่อนโดยข่าวกรองภัยคุกคามที่นำไปปฏิบัติได้ทันทีนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องในทุกส่วนเอดจ์ของเครือข่ายไฮบริดทุกประเภท

ภาพที่ 2: กลวิธีและเทคนิคยอดนิยมที่มัลแวร์ใช้โจมตีอุปกรณ์ปลายทาง

แนะนำให้ใช้การรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอทั่วพื้นผิวการโจมตีแบบขยาย

เมื่อองค์กรใช้ข่าวกรองภัยคุกคามที่นำไปปฏิบัติได้มาสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเป้าหมายและยุทธวิธีที่ผู้ประสงค์ร้ายแล้ว องค์กรจะสามารถจัดแนวการป้องกันภัยเพื่อปรับตัวและตอบสนองต่อเทคนิคการโจมตีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในเชิงรุกได้ดีขึ้น ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยจัดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์ที่ปกป้องสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้ ทั้งนี้ การสร้างความตระหนักรู้และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับพนักงานและทีมรักษาความปลอดภัยเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญเช่นกันเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา องค์กรจำเป็นต้องมีการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยที่ทำงานได้เร็วเท่าที่ความเร็วของเครื่องเพื่อให้ทันกับปริมาณ ความซับซ้อน และความเร็วของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ กลยุทธ์การป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนองที่ขับเคลื่อนโดยเอไอ และแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เป็นแบบสถาปัตยกรรมตาข่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity mesh architecture) ช่วยให้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยทำงานกันได้แข็งแกร่งมากขึ้น ระบบเป็นอัตโนมัติมากขึ้น ตลอดจนมีการตอบสนองต่อภัยคุกคามทั่วทั้งเครือข่ายที่ขยายได้อย่างรวดเร็ว สอดประสานการทำงานกัน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพรวมของรายงาน

รายงานภูมิทัศน์ภัยคุกคามทั่วโลกล่าสุดนี้เป็นผลการประมวลที่แสดงถึงข้อมูลข่าวกรองโดยรวมของฟอร์ติการ์ดแล็บส์ซึ่งได้รับมาจากเซ็นเซอร์จำนวนมากของฟอร์ติเน็ตที่รวบรวมอีเว้นต์ภัยคุกคามนับพันล้านครั้งทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ รายงานภูมิทัศน์คล้ายกับที่กรอบงาน MITRE ATT&CK ที่จำแนกกลยุทธ์ของผู้ประสงค์ร้ายและเทคนิคต่างๆ ด้วยการจัดกลุ่มโดย 3 กลุ่มแรกครอบคลุมการลาดตระเวน (Reconnaissance) การพัฒนาทรัพยากร (Resource Development) และการเข้าถึงเบื้องต้น (Initial Access)  รายงานภูมิทัศน์ภัยคุกคามทั่วโลกของฟอร์ติการ์ดแล็บส์อิงโครงสร้างจากโมเดลนี้เพื่ออธิบายว่าผู้คุกคามกำหนดเป้าหมายช่องโหว่ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นอันตราย และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของเป้าหมายได้อย่างไร รายงานนี้ยังให้มุมมองในระดับโลกและระดับภูมิภาค ตลอดจนแนวโน้มภัยคุกคามที่ส่งผลต่อไอทีและโอทีอีกด้วย

สำหรับประเทศไทยนั้น ฟอร์ติการ์ดแล็บส์รายงานว่า เมื่อเปรียบเทียบไตรมาส 1 และ 2 นั้น ตรวจพบไวรัส HTML/Generic.31221958itr คุกคามมากที่สุดที่ 21.24% และ 21.41% ตามลำดับ ส่วนภัยประเภทบอตเน็ตนั้น พบ Mirai.Botnet  มากที่สุดที่ 49.19% และ 50.07% ตามลำดับ และภัยประเภทเอ็กซปลอยท์ที่หาประโยชน์จากช่องโหว่นั้นพบ MS Windows HTTP.sys.UipParSeAccep_ ในไตรมาส 1 มากที่สุดที่ 38.11% โดยกลับพบ HTTP.URl.Java Code.Injection ในไตรมาส 2 มากที่สุดที่ 31.71%

ภาพที่ 3 : ในไตรมาส 1 พบไวรัส HTML/Generic.31221958itr คุกคามมากที่สุดที่ 21.24%
ภาพที่ 4 : ในไตรมาส 1 พบภัยบอตเน็ต Mirai.Botnet คุกคามมากที่สุดที่ 49.19%
ภาพที่ 5 : ในไตรมาส 1 พบภัยประเภทเอ็กซปลอยท์ MS Windows HTTP.sys.UipParSeAccep_ มากที่สุดที่ 38.11%
ภาพที่ 6 : ในไตรมาส 2 พบไวรัส HTML/Generic.31221958itr คุกคามมากที่สุดที่ 21.41%
ภาพที่ 7: ในไตรมาส 2 พบภัยบอตเน็ต Mirai.Botnet คุกคามมากที่สุดที่ 50.07%
ภาพที่ 8 : ในไตรมาส 2 พบภัยประเภทเอ็กซปลอยท์ HTTP.URl.Java Code.Injection มากที่สุดที่ 31.71%
เกี่ยวกับฟอร์ติเน็ต
ฟอร์ติเน็ตปกป้ององค์กร ผู้ให้บริการ และหน่วยงานรัฐบาล ขนาดใหญ่ทั่วโลกให้พ้นจากภัยไซเบอร์ ฟอร์ติเน็ตช่วยให้ลูกค้าสามารถมีข้อมูลเชิงลึกในภัยคุกคาม และสร้างการป้องกันที่ชาญฉลาดให้ธุรกิจลูกค้าดำเนินไปอย่างราบรื่น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาต่อเครือข่ายไร้พรมแดนในวันนี้และในอนาคต  ทั้งนี้ เครือข่ายด้านความปลอดภัยซีเคียวริตี้แฟบลิคอันเป็นสถาปัตยกรรมใหม่จากฟอร์ติเน็ตเท่านั้นที่สามารถมอบคุณสมบัติด้านความปลอดภัยโดยจะไม่ยอมแพ้แก่ภัยที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นในเครือข่าย แอปพลิเคชัน มัลติ-คลาวด์ หรือ อุปกรณ์ปลายทาง เช่น โมบาย หรือไอโอที ฟอร์ติเน็ตดำรงตำแหน่งเป็น #1 ในการจัดส่งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสู่ตลาดโลกมากที่สุด  และมีลูกค้ามากกว่า 580,000 รายทั่วโลกไว้วางใจฟอร์ติเน็ตให้ปกป้องธุรกิจของตน ทั้งนี้ ศูนย์อบรม Fortinet Network Security Expert (NSE) Training Institute เป็นผู้จัดหลักสูตรการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึงในอุตสาหกรรม   รู้จักฟอร์ติเน็ตเพิ่มเติมได้ที่ www.fortinet.com   และ The Fortinet Blog  หรือ FortiGuard Labs  

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-fortinet-fortiguard/

HPE ขอเชิญร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี Discover More Bangkok 18 ต.ค. 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

HPE ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, ผู้ดูแลระบบ IT ทั้งในส่วนของ Data Center และ Network เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี HPE Discover More Bangkok 2022 งานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่จะอัปเดตทุกเทคโนโลยีและทิศทางของ HPE ในวันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ HPE Discover More เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โดยจะสัมผัสกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการรวมประสบการณ์จาก Edge-to-Cloud การควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และยกระดับไอทีแบบ multi-gen ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
 
HPE Discover More กำลังรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มลูกค้า พันธมิตร และผู้นำของเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงใน digital transformation กับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบ AI การวิเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับเส้นทางการปรับปรุงข้อมูลของคุณให้มีความทันสมัย และการสร้างแรงบรรดาลใจที่จะช่วยให้คุณสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
ภายในงาน HPE Discover More 2022 คุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในหัวข้อการบรรยายของ HPE เรากำลังสำรวจว่าคุณจะนำหน้าเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
 

เตรียมพบกับผู้ร่วมบรรยาย

Khai Peng Loh
Vice President & Managing Director, Growth & Emerging Markets (GEMs) & APAC Solution Sales
Palasilp Vichivanives
Managing Director, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

กำหนดการ

สถานที่จัดงานสัมมนา
 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 เวลา 8.30 – 18.00 น.
 
8:30 – 9:30 น.

Registration and Welcome

9:30 – 9:40 น.

Opening by Palasilp Vichivanives

9:40 – 10:30 น.

Fast-forward your data-first modernization journey with the HPE GreenLake edge-to-cloud platform by Khai Peng Loh

10:30 – 10:50 น.

Lanta Supercomputer : In a new era of scientific discovery and engineering breakthroughs

10:50 – 11:10 น.

AM Networking Teabreak and Discover Showcase

11:10 – 11:40 น.

The future of banking and financial services

11:40 – 11:55 น.

Shaping the future of technology by Intel

11:55 – 12:10 น.

Delivering supercomputing for the Enterprise by AMD

12:10 – 12:25 น.

Accelerated hybrid multicloud by Nutanix

12:25 – 13:30 น.

Networking Lunch & Discover Showcase

13:30 – 17:00 น.

Breakout Sessions

17:00 – 18:00 น.

Grand Lucky Draw & Networking cocktail 

 

*The agenda is subject to change.

Breakout Sessions

Breakout Track 1 – Create your Hybrid Cloud

  • HPE GreenLake: The “Unified Experience” for Your Hybrid Cloud Estate by HPE
  • Unify, Simplify, & Secure Compute Management by HPE
  • Innovation Solving the World’s Most Challenging Problems by AMD
  • AI infused Next Gen platforms from Intel by Intel
  • Modernize Enterprise Networks with Intent-Based Software-Defined WAN by HPE (Aruba)
  • Boldly Unleash AI from Edge to Cloud and Everywhere in Between by HPE + NVIDIA
Breakout Track 2 – Turn your Data into Intelligence

  • Modernize your Enterprise with Data Services that Deliver Cloud Operations Everywhere by HPE
  • Two industry leaders, one integrated approach to protect and manage data from core to edge to cloud by HPE + Commvault
  • Defend your data and refuse the ransom by HPE +Cohesity
  • Data Protection Modernization in a Multi-Cloud World with Zerto by HPE
  • Safeguard the SAN with HPE Gen 7 B-series by HPE + Brocade
  • Solve Critical Data Management Challenges with Unbreakable Cloud Storage by HPE + Scality
Breakout Track 3 – HPE GreenLake Edge to Cloud Platform

  • Fast-Track Your Path to HPE GreenLake by HPE
  • Your Multi-Cloud Strategy isn’t Complete without HPE GreenLake By HPE Financial Services
  • Digital Transformation Requires Database Transformation: Reimagine Databases with Nutanix
  • Fast-forward digital transformation the open-source way: HPE GreenLake—Now with Red Hat by HPE + Red Hat
  • Free Your CPU Cycles for Revenue-Generating Workloads with HPE’s Solution for VMware’s Project Monterey
ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ดังนี้
  • เตรียมแสดงผลการทดสอบ ATK ที่ยอมรับได้ ซึ่งแสดงผลเป็นลบภายใน 24 ชม. ก่อนเข้างาน
  • ขออนุญาตสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม หากคุณมีอาการไม่สบาย มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก หรือได้รับคำสั่งกักกัน
  • ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม สามารถถอดหน้ากากออกได้เฉพาะเมื่อรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

ติดตามอัปเดตข่าวสารของงาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการและเนื้อหาล่าสุดภายในงานสัมมนาได้ที่
 
โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทำการลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-discover-more-bangkok-2022/