คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVER_AND_STORAGE

GIGABYTE เปิดตัวเมนบอร์ดระดับองค์กรและเวิร์กสเตชันระดับเริ่มต้นเพื่อการเปิดตัว AMD Ryzen 7000 Series

GIGABYTE Technology, (TWSE: 2376) ผู้นำอุตสาหกรรมด้านเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับแพลตฟอร์ม AMD AM5 ใหม่ โดยเริ่มจากเมนบอร์ด GIGABYTE สองรุ่น ได้แก่ MC13-LE0 & MC13-LE1, ที่จับคู่ ซีพียูกับฟังก์ชันการจัดการ IPMI ผ่าน BMC นอกจากนี้ เวิร์กสเตชันใหม่ W332-Z00 เปิดตัวโดยใช้ชุดเมนบอร์ดที่รองรับการจัดการจากระยะไกล แต่ W332 ใช้ Realtek NIC ที่เปิดการใช้งาน DASH

ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ GIGABYTE ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบโฮสต์นั้นทรงพลังอย่างเหลือเชื่อด้วยเมนบอร์ด micro-ATX ขนาดเล็กและคุณสมบัติการจัดการเอาท์ออฟแบนด์ที่หลากหลาย นอกเหนือจากเทคโนโลยี  PCIe® Gen 5 และ DDR5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรกับลูกค้าเหล่านี้จะพบได้ตั้งแต่ใต้โต๊ะสำนักงานแทนที่จะเป็นที่ชั้นวางในศูนย์ข้อมูล  เนื่องจากสามารถจัดการได้จากทุกที่หากมีการเชื่อมต่อเครือข่าย นอกจากนี้ยังสร้างขึ้นสำหรับชิปเซ็ต AMD B650 ที่ใช้สถาปัตยกรรม AMD Zen 4 ของโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อป AMD Ryzen™ 7000 Series

GIGABYTE MC13 Series ใหม่

เมนบอร์ดของ GIGABYTE MC13 Seriesใหม่นั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานในบ้านหรือสำนักงาน โดยอัปเกรด MC12 Series เจนเนอเรชั่นก่อนหน้าที่ใช้แพลตฟอร์ม AMD AM4 ความแตกต่างของเมนบอร์ดรุ่นใหม่ -LE0 และ -LE1 นั้นอยู่ที่ความต้องการด้านเครือข่าย สำหรับเครือข่ายที่เร็วขึ้น -LE1 มีพอร์ต 10GbE คู่ในขณะที่ -LE0 มี 1GbE คู่ เมื่อเทียบกับ ซีรีส์ MC12, ซีรีส์ MC13 อัปเกรดเป็น DDR5, PCIe Gen5 Throughput สำหรับ GPU และไดรฟ์ M.2 และ USB 3.2 นอกจากนั้น บอร์ดซีรีส์ MC13 ในมินิทาวเวอร์ W332-Z00 ใหม่ แทนที่ BMC (ASPEED AST2600) ด้วย Realtek NIC ที่รองรับ DASH (มาตรฐานการจัดการระบบ) ซึ่งเป็นโซลูชันการจัดการที่คุ้มค่าใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อการตรวจสอบและควบคุมระบบ

Form Factor แบบ micro-ATX ช่วยให้สามารถใช้งานได้ในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเกือบทั้งหมด และ ซีรีส์MC13 ยังได้รับเลือกให้เป็นเมนบอร์ดใน mini-tower W332-Z00 รุ่นใหม่ที่อัพเกรดคุณสมบัติต่างๆจาก W331-Z00 ซึ่งรองรับแพลตฟอร์ม AMD AM4 เช่นกัน

การจัดการระยะไกล:

  • สำหรับ MC13-LE1 & MC13-LE0: ส่วนหนึ่งของการนำเสนอคุณค่าของ GIGABYTE คือ GIGABYTE ได้จัดเตรียม GIGABYTE Management Console (GMC) สำหรับการจัดการเซิร์ฟเวอร์ BMC ผ่านแพลตฟอร์มบนเว็บเบราว์เซอร์ นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ GIGABYTE Server Management (GSM) ยังสามารถดาวน์โหลดได้ที่หน้าเวปเพจของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้เลย ซอฟต์แวร์นี้สามารถตรวจสอบและจัดการเซิร์ฟเวอร์ได้หลายเครื่องโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพิ่มเติม GMC และ GSM มอบความคุ้มค่าสูงสุด ช่วยลด TCO และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของลูกค้า
  • สำหรับ W332-Z00: โซลูชันการจัดการที่คุ้มค่าใช้ Realtek GbE NIC พร้อมความสามารถของ DASH เพื่อใช้ Realtek Remote Management Console ที่ใช้มาตรฐาน DASH เพื่อจัดการและตรวจสอบอุปกรณ์ไคลเอนต์ การใช้การจัดการแบบอินแบนด์และเอาท์ออฟแบนด์นี้ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดอยู่ ผ่านทางเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นงานการตั้งค่าสถานะพลังงาน เรียกตรวจเช็คความสมบูรณ์ของระบบ ดูบันทึกเหตุการณ์ และอื่นๆ

ส่งคำถาม: ติดต่อฝ่ายขาย
ติดตาม GIGABYTE บน Twitter: http://twitter.com/GIGABYTEServer
ติดตาม GIGABYTE บน Facebook: https://www.facebook.com/gigabyteserver

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-supports-amd-ryzen-7000-series/

สรุปงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH : ก้าวสู่นวัตกรรมใหม่ Enterprise Networking & Security ด้วยอุปกรณ์เครือข่ายที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เทคโนโลยีในวงการ Enterprise Networking และ Security มีการปรับตัวสู่ทิศทางใหม่ในหลายแง่มุม และ Aruba Networks ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมด้าน Enterprise Networking และ Security เอง ก็ได้มีการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ภายในโซลูชันของตนเองมากมาย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ สำหรับเตรียมก้าวสู่การผลักดันสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัลแล้ว

ทีมงาน TechTalkThai และ APDT.news มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ที่มาจัดในประเทศไทย จึงขอนำสรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาครั้งนี้ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดงในบูธกันดังนี้ครับ

3 ปัจจัยสู่การทำ Networking Modernization

เทรนด์หลักที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในวงการ Network อยู่นี้ก็คือการทำ Network Modernization หรือการปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัย ตอบรับต่อโลกของการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุค Hybrid Work ซึ่งมีทั้งโจทย์ของการรองรับการทำงานจากนอกสถานที่ได้อย่างอิสระ ไปจนถึงการใช้งาน Cloud เป็นหลักในการทำงาน ในขณะที่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องสูงยิ่งขึ้นตามความซับซ้อนของภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการ Enterprise Networking และ Security ในยามนี้ ได้ทำให้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายนั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ และทำให้เหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ต้องมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และต้องปรับวิธีการดูแลรักษาระบบเครือข่ายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน

ในมุมของ HPE Aruba สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ คือการปรับระบบเครือข่ายให้มีคุณสมบัติ 3 ประการ ดังนี้

1.Automation
การทำ Automation ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญประการแรกของระบบเครือข่ายแห่งอนาคต เพราะด้วยระบบเครือข่ายที่มีการขยายตัวออกไปยังภายนอกองค์กร ทำให้มีองค์ประกอบภายในระบบเครือข่ายที่หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีการใช้งานอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเด็นด้าน Cybersecurity เองก็ยังมีความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทำให้ภาระในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบเครือข่ายนั้นสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ด้วยเหตุเหล่านี้ การบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมจึงไม่อาจเพียงพออีกต่อไป และหลายองค์กรเองก็ยังต้องเผชิญความกดดันจากการขาดแคลนบุคลากรที่จะมาดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure สำคัญเหล่านี้ด้วย ดังนั้นการมีเทคโนโลยีที่สามารถติดตั้งใช้งานบริหารจัดการได้ง่าย ทำงานได้แบบอัตโนมัติ และมี AI เป็นตัวช่วยจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ธุรกิจองค์กรยังคงสามารถจัดการและควบคุมการใช้ระบบเครือข่ายของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.Security
จากความต้องการในการใช้งานระบบเครือข่ายในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ทำให้การปกป้องดูแลผู้ใช้งานและอุปกรณ์ขององค์กรนั้นต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมด้าน Network Security อย่างในอดีตที่มีการแยกส่วนของการปกป้องผู้ใช้งานภายในองค์กรนั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

เพื่อตอบโจทย์นี้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ต้องถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานได้ตามหลักการของ Zero Trust เพื่อควบคุมทุกการยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่ใช้งาน ไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบเครือข่ายหรือ Internet ให้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่ระบบ IT จะถูกโจมตีต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ และจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3.Agility
ความคล่องตัวนั้นได้กลายมาเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญของระบบเครือข่ายในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้การเพิ่มเติมบริการหรือการปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบเครือข่ายนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว ตอบสนองต่อกลยุทธ์ของธุรกิจและการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการมาของ COVID-19 ได้ทำให้ความสำคัญของประเด็นนี้ยิ่งทวีคูณขึ้น จากการที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกต่างต้องรีบเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายเพื่อปรับตัวไปสู่การทำงานแบบ Remote Working อย่างเต็มตัวก่อนที่จะปรับมาสู่ Hybrid Working ในปัจจุบัน

นอกจากความคล่องตัวในเชิงเทคนิคแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ธุรกิจองค์กรต้องคำนึงถึงก็คือความคล่องตัวในแง่ของการลงทุนเพิ่มขยายระบบ IT ภายในองค์กร ซึ่งเทรนด์ของการใช้งานระบบ IT ในแบบ as-a-Service นั้นก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี และ Aruba ก็จะตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจองค์กรทั่วโลกนี้ ด้วยบริการ Network-as-a-Service หรือ NaaS นั่นเอง

ในการช่วยให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกก้าวไปสู่การทำ Network Modernization ได้อย่างสำเร็จนี้ ทาง Aruba ได้นำเสนอ Aruba ESP Solutions เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้ง 3 ประการดังกล่าวภายในโซลูชันเดียว โดยภายในโซลูชันดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งระบบออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  1. Connect โดยมี Switch, AP, Gateway สำหรับรองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงยังรองรับการทำงานจากภายนอกองค์กรได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสาขาได้ง่ายด้วย SD-WAN
  2. Protect ปกป้องทุกการเชื่อมต่อสื่อสาร โดยผสานระบบ Security เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายโดยตรง เพื่อปกป้องทั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ IoT ด้วยการทำ Zero Trust และเสริม Security เข้าไปในระบบ SD-WAN ให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่การทำ SASE ด้วยเทคโนโลยี Cloud Security ได้ทันที
  3. Automation การติดตั้งใช้งานและการดูแลรักษาระบบทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและเป็นอัตโนมัติ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อระบบเครือข่ายที่ต้องขยายและเปลี่ยนแปลงตามระบบ IT ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น โดย Aruba มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมในการทำ Automation
  4. Adapt เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางระบบเครือข่ายให้สูงยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนที่มีทางเลือกใหม่อย่าง NaaS และการบริหารจัดการที่สามารถเลือกได้ว่าจะดูแลรักษาระบบเครือข่ายด้วยตนเอง หรือ Outsource ออกไปให้กับผู้ให้บริการ Managed Services

อัปเดตเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจาก Aruba ในปี 2022

นอกจากการนำเสนอในเชิงวิสัยทัศน์แล้ว งานสัมมนาครั้งนี้ก็ได้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ จาก HPE Aruba มาเปิดตัวในภูมิภาค APAC กันอย่างหลากหลาย ดังนี้ครับ

โซลูชันแรกคือ Aruba Central NetConductor ที่จะช่วยให้การวางระบบ Network และ Security ภายในองค์กรกลายเป็นรูปแบบ Overlay ได้ ด้วยการตั้งค่าในแบบ Intent-based และบังคับใช้งานนโยบายเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายในภาพรวมทั้งในส่วนของ Network และ Security ถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการตั้งค่าทั้งหมดนี้จะอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง Protocol มาตรฐานของอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการทำงานนั้นจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตเมื่อมีมาตรฐานใหม่ๆ ออกมาให้ใช้งาน

ถัดมาที่ถูกเน้นย้ำเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือ Aruba EdgeConnect SD-WAN Fabric ที่มีทั้ง EdgeConnect Mobile, Mibrobranch, SD-Branch และ Enterprise ให้เลือกใช้งานได้ตามรูปแบบของสาขาที่ธุรกิจองค์กรต้องการ เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายและรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าโครงสร้างของธุรกิจและนโยบายในการทำงานจะเป็นอย่างไร และปกป้องผู้ใช้งานได้ในทุกการเข้าถึงทุก Application ทั้งภายใน Data Center และบน Cloud

ในส่วนของ Aruba EdgeConnect Microbranch ที่ Aruba ระบุว่าได้รับความนิยมสูงมากนั้น ก็คือการเสริมความสามารถ SD-WAN Gateway เข้าไปยัง Access Point รุ่น Remote ของ Aruba โดยตรง ทำให้การวางระบบเครือข่ายสำหรับสาขาขนาดเล็กมากๆ ที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 1 คน แต่อาจมีหลายอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน และต้องการส่งมอบประสบการณ์ในการทำงานให้กับพนักงานหรือผู้บริหารที่ทำงานจากที่บ้านนั้นเป็นไปได้เสมือนการมาทำงานที่ออฟฟิศ เกิดขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดายภายในอุปกรณ์เพียงแค่ชุดเดียว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งสำหรับสาขาของร้านค้าขนาดเล็ก หรือการวางระบบให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์การเพิ่มขยายสาขาจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งในระยะเวลาอันสั้นได้เป็นอย่างดี

ทางด้าน Aruba EdgeConnect Enterprise ก็มีประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ในฐานะของโซลูชัน SD-WAN แรกที่ได้รับ ICSA Secure SD-WAN Certification ที่รับรองถึงความสามารถในการทำ Next-Generation Firewall และ Cybersecurity อื่นๆ สามารถทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจจับและยับยั้งป้องกันภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบได้อย่างแม่นยำ เพื่อปกป้องการเชื่อมต่อของระบบ SD-WAN และควบคุมการเข้าถึงใช้งานระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจนั้นก็คือ Open Locate ที่ทาง Aruba ได้ทำการใส่ GPS ลงไปใน AP รุ่น Wi-Fi 6E และรองรับมาตรฐาน 802.11mc / Fine Time Measurement (FTM) ทำให้การระบุจุดติดตั้ง Access Point มีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้นกว่าในอดีต และนำตำแหน่งจุดติดตั้งไปใช้อ้างอิงกับระบบแผนที่อื่นๆ ได้อย่างเป็นสากล ในขณะที่ยังสามารถให้บริการข้อมูลพื้นที่ตำแหน่งให้กับ Mobile Application ได้ สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพัฒนา Location-based Application ที่ต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งภายในอาคารได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ของการติดตั้งใช้งาน และการต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มเติมจากระบบเครือข่ายไร้สายที่ธุรกิจมีการใช้งานอยู่

ในฝั่งของ Data Center Networking ทาง Aruba ได้พูดคุยถึงเทรนด์ Distributed Services Switch ด้วย Aruba CX 10000 Series Switch with Pensando ที่ใช้เทคโนโลยีชิป DPU และ Software จาก AMD Pensando เข้ามาเสริมให้กับ Data Center Switch ทำให้ Top-of-Rack Switch มีความสามารถด้าน Security ในตัวในระดับประสิทธิภาพเดียวกับการทำ Switching ได้ทันที อย่างเช่น การทำ Firewall เพิ่มเติมภายในอุปกรณ์ Switch ช่วยเสริม Data Center Network Security ได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพด้านระบบเครือข่าย และไม่มีความซับซ้อนของการรับส่งข้อมูลภายในระบบเครือข่ายอย่างในอดีตอีกต่อไป ตอบโจทย์ของธุรกิจที่ต้องการทำ Security ให้กับ Network Traffic ในแบบ East-West ซึ่งมีปริมาณมหาศาล และยากต่อการดูแลรักษาในอดีตได้ทันที

สุดท้ายก็คือการพูดคุยถึง NaaS – Network as a Service ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบ IT Infrastructure ในฝั่งของ Network และ Security จาก Aruba ทั้งหมดได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription-based ซึ่งจะมีทั้ง Hardware และ Software รวมอยู่ภายในบริการ พร้อมระบบ Data Analytics สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและการปรับแต่งระบบเครือข่าย เปิดให้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งโดยฝ่าย IT ขององค์กร และผู้ให้บริการ Managed Services ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ขององค์กรสามารถถูกใช้งานได้โดยตลาดที่มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีความสามารถเทียบเท่าได้กับโซลูชันในระดับธุรกิจองค์กร

Aruba ระบุว่าเทรนด์ของการปรับไปใช้งาน NaaS นั้นโตเร็วมากจากการมาของ Hybrid Work ที่ธุรกิจต้องการระบบเครือข่ายใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง บนการออกแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไป ดูแลง่าย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก

ในการใช้งาน NaaS นั้น ธุรกิจองค์กรจะสามารถใช้งานผ่านบริการ HPE GreenLake for Aruba Service Packs รองรับ 8 Use Case ได้แก่ Outdoor Wireless, Indoor Wireless, Remote Wireless, Wired Core, Wired Aggregation, Wired Access, SD-Branch และ UXI โดยสามารถเสริมความสามารถในส่วนของ Network Management และ Network Security จากโซลูชันของ Aruba ที่ต้องการได้ทั้งหมด ซึ่งสัญญาในการใช้บริการดังกล่าวนี้จะอยู่ที่ระยะเวลา 3-5 ปี

และทั้งหมดนี้ก็คือประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ครับ ถ้าหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ เพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทีมงาน HPE Aruba สามารถติดต่อ HPE Aruba ได้ที่อีเมล: nawarat.ch@hpe.com หรือติดต่อพาร์ทเนอร์รายต่างๆ ของ Aruba ทั่วประเทศ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดสอบเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่างๆ ที่ต้องการได้ทันทีครับ

 

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-atmosphere-2022-seath/

Intel เปิดตัวหน่วยประมวลผล 13th Gen Intel Core

Intel เปิดตัวหน่วยประมวลผล 13th Gen Intel Core ใช้โค้ดเนม Raptor Lake เตรียมวางจำหน่าย 20 ตุลาคมนี้

Credit: Intel

ในงาน Intel Innovation ทาง Intel ได้ประกาศเปิดตัวหน่วยประมวลผลใหม่ 13th Gen Intel Core อย่างเป็นทางการ โดยมีรุ่นเรือธงอย่าง i9-13900K ซึ่งเคลมว่าเป็นหน่วยประมวลผล Desktop ที่เร็วที่สุดในโลก หน่วยประมวลผลตระกูลใหม่นี้มีรุ่นให้เลือกกว่า 22 รุ่น รองรับทำงานบน Intel 600 Chipset และ Intel 700 Series Chipset รุ่นใหม่ รองรับหน่วยความจำทั้งแบบ DDR4 และ DDR5, รองรับ PCIe Gen 5.0 และเพิ่ม L2 Cache ถึงสองเท่า

Intel เปิดตัวด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core รหัส “K” ซึ่งเป็น Desktop Processor แบบ Unlocked มีด้วยกัน 6 รุ่น มีจำนวน Core สูงสุด 24 Core, 32 Thread ทำความเร็วได้สูงสุด 5.8 GHz เหมาะสำหรับงาน Gaming, Streaming และ Recording ใช้การผลิตแบบ Intel 7 และยังใช้ Hybrid Architecture ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Performance-cores (P-core) และ Efficient-cores (E-core) ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานแบบ Single-threaded เพิ่มขึ้น 15% และแบบ Multi-threaded เพิ่มขึ้น 41%

Credit: Intel

Intel ยังได้เปิดตัว Intel Speed Optimizer ใช้สำหรับการ Overclock เพื่อผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อม Intel Extreme Memory Profile (XMP) 3.0 และ Intel Dynamic Memory Boost ช่วยให้การ Overclock หน่วยความจำนั้นง่ายมากขึ้น

Intel จะเริ่มวางจำหน่าย 13th Gen Intel Core Desktop “K” และ Intel Z790 Chipset ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

ที่มา: https://www.intel.com/content/www/us/en/newsroom/news/13th-gen-core-launch.html

from:https://www.techtalkthai.com/intel-launches-13-th-gen-intel-core-processors/

TrendForce คาดการณ์ ราคา NAND Flash อาจลดลงถึง 20% ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

TrendForce คาดการณ์ ราคา NAND Flash อาจลดลง 15 – 20% ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เนื่องจากสินค้าล้นตลาด

Credit: ShutterStock.com

TrendForce Corp ออกรายงานคาดการณ์ตลาด NAND Flash ในไตรมาส 4 ปีนี้ อาจมีการปรับราคาลดลงประมาณ 15-20% เนื่องมาจากสินค้านั้นมีจำนวนมากกว่าความต้องการของตลาดค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ผลิตรายต่างๆ อาจพิจารณาในการลดกำลังการผลิตและลดราคาลงเพื่อระบายสินค้าในคลัง ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อ SSD ใหม่ ที่จะได้สินค้าในราคาที่ถูกลง

ตลาด PC Client SSD มีความต้องการลดลงในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ทำให้ผู้จำหน่าย PC แต่ละรายจะต้องเร่งระบายสินค้าออกด้วยการปรับราคา SSD เพื่อเพิ่มยอดขาย โดย PCIe 4.0 SSD นั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ ควบคู่กับที่ผู้ผลิตหลายรายมีการเปิดตัว NAND 176-layer ใหม่ด้วย

ด้านตลาด Enterprise SSD นั้น มีความต้องการในตลาดลดลง สอดคล้องกับความต้องการของ Server ที่ลดลงในไตรมาสที่ 4 นอกจากนี้ ตลาด NAND Flash นั้นมีการแข่งขันสูงมาก เห็นได้จากผู้ผลิตในสหรัฐที่ทยอยเปิดตัว 176-layer NAND Flash, Solidigm เปิดตัว SK Hynix 128-layer Enterprise SSD และ Kioxia ที่พยายามเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการ Cloud รายต่างๆในทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้อาจมีการปรับราคา NAND Flash ลง 15-20% เช่นเดียวกัน

ส่วน eMMC อาจจะมีการปรับราคาลดลงประมาณ 13-18% เนื่องจากความต้องการในการผลิตอุปกรณ์ Chromebook และ TV ที่ลดลง

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/09/27/trendforce_nand_flash_prices_2022_ssd/

from:https://www.techtalkthai.com/trendforce-predicts-nand-flash-price-drop-up-to-20-percents-in-q4-2022/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

NVIDIA เปิดตัว Ada Lovelace RTX 6000 แรงขึ้น 2-4 เท่า

NVIDIA เปิดตัว RTX 6000 Workstation GPU ใช้สถาปัตยกรรม Ada Lovelace มาพร้อมหน่วยความจำ 48GB GDDR6 ECC เตรียมวางจำหน่ายช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้
 
Credit: NVIDIA

NVIDIA RTX 6000 พัฒนาบนสถาปัตยกรรม Ada Lovelace รุ่นใหม่ ออกแบบมาสำหรับใช้งานบน Workstation รองรับงานหลายรูปแบบ เช่น Real-time rendering, Graphics, AI และ Engineering โดยมีประสิทธิภาพดีกว่า RTX A6000 รุ่นก่อน 2-4 เท่าขึ้นอยู่กับงานที่นำไปใช้ นอกจากนี้ยังเพิ่มการรองรับ NVIDIA Omniverse Enterprise เพื่อใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชัน Metavese อีกด้วย สำหรับจุดเด่นของ RTX6000 มีดังนี้
  • มาพร้อมหน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 48GB แบบ ECC ช่วยรองรับ 3D Model, Render Image, Simulation และ AI Dataset ขนาดใหญ่
  • ใช้ 3rd-Gen RT Core ช่วยเพิ่ม Throughput ได้อีกสองเท่าในการใช้งานกับ Ray Tracing ทั้งแบบ Shading หรือ Denoising
  • ใช้ 4th-Gen Tensor Core ช่วยเพิ่มความเร็วการประมวลผล AI Training ได้ถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และรองรับข้อมูลแบบ FP8 Format
  • CUDA Core รองรับ Thoughput การประมวลผลแบบ Single-precision Floating point เพิ่มขึ้นสองเท่า
  • รองรับ NVIDIA Virtual GPU (vGPU) สำหรับงาน Vitualization
  • ทำ Video Encoding ได้เร็วขึ้น 3 เท่า และรองรับ Simulteneous XR session สำหรับงาน Streaming ผ่าน NVIDIA CloudXR

NVIDIA RTX 6000 Ada Generation จะพร้อมจำหน่ายในช่วงเดือนธันวามคมนี้ผ่านทาง Partner ของ NVIDIA

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-launches-ada-lovelace-rtx-6000-gpu-with-2-4-times-performance-improvement/

HPE ขอเชิญร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี Discover More Bangkok 18 ต.ค. 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

HPE ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, ผู้ดูแลระบบ IT ทั้งในส่วนของ Data Center และ Network เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี HPE Discover More Bangkok 2022 งานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่จะอัปเดตทุกเทคโนโลยีและทิศทางของ HPE ในวันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ HPE Discover More เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โดยจะสัมผัสกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการรวมประสบการณ์จาก Edge-to-Cloud การควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และยกระดับไอทีแบบ multi-gen ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
 
HPE Discover More กำลังรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มลูกค้า พันธมิตร และผู้นำของเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงใน digital transformation กับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบ AI การวิเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับเส้นทางการปรับปรุงข้อมูลของคุณให้มีความทันสมัย และการสร้างแรงบรรดาลใจที่จะช่วยให้คุณสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
ภายในงาน HPE Discover More 2022 คุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในหัวข้อการบรรยายของ HPE เรากำลังสำรวจว่าคุณจะนำหน้าเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
 

เตรียมพบกับผู้ร่วมบรรยาย

Khai Peng Loh
Vice President & Managing Director, Growth & Emerging Markets (GEMs) & APAC Solution Sales
Palasilp Vichivanives
Managing Director, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

กำหนดการ

สถานที่จัดงานสัมมนา
 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 เวลา 8.30 – 18.00 น.
 
8:30 – 9:30 น.

Registration and Welcome

9:30 – 9:40 น.

Opening by Palasilp Vichivanives

9:40 – 10:30 น.

Fast-forward your data-first modernization journey with the HPE GreenLake edge-to-cloud platform by Khai Peng Loh

10:30 – 10:50 น.

Lanta Supercomputer : In a new era of scientific discovery and engineering breakthroughs

10:50 – 11:10 น.

AM Networking Teabreak and Discover Showcase

11:10 – 11:40 น.

The future of banking and financial services

11:40 – 11:55 น.

Shaping the future of technology by Intel

11:55 – 12:10 น.

Delivering supercomputing for the Enterprise by AMD

12:10 – 12:25 น.

Accelerated hybrid multicloud by Nutanix

12:25 – 13:30 น.

Networking Lunch & Discover Showcase

13:30 – 17:00 น.

Breakout Sessions

17:00 – 18:00 น.

Grand Lucky Draw & Networking cocktail 

 

*The agenda is subject to change.

Breakout Sessions

Breakout Track 1 – Create your Hybrid Cloud

  • HPE GreenLake: The “Unified Experience” for Your Hybrid Cloud Estate by HPE
  • Unify, Simplify, & Secure Compute Management by HPE
  • Innovation Solving the World’s Most Challenging Problems by AMD
  • AI infused Next Gen platforms from Intel by Intel
  • Modernize Enterprise Networks with Intent-Based Software-Defined WAN by HPE (Aruba)
  • Boldly Unleash AI from Edge to Cloud and Everywhere in Between by HPE + NVIDIA
Breakout Track 2 – Turn your Data into Intelligence

  • Modernize your Enterprise with Data Services that Deliver Cloud Operations Everywhere by HPE
  • Two industry leaders, one integrated approach to protect and manage data from core to edge to cloud by HPE + Commvault
  • Defend your data and refuse the ransom by HPE +Cohesity
  • Data Protection Modernization in a Multi-Cloud World with Zerto by HPE
  • Safeguard the SAN with HPE Gen 7 B-series by HPE + Brocade
  • Solve Critical Data Management Challenges with Unbreakable Cloud Storage by HPE + Scality
Breakout Track 3 – HPE GreenLake Edge to Cloud Platform

  • Fast-Track Your Path to HPE GreenLake by HPE
  • Your Multi-Cloud Strategy isn’t Complete without HPE GreenLake By HPE Financial Services
  • Digital Transformation Requires Database Transformation: Reimagine Databases with Nutanix
  • Fast-forward digital transformation the open-source way: HPE GreenLake—Now with Red Hat by HPE + Red Hat
  • Free Your CPU Cycles for Revenue-Generating Workloads with HPE’s Solution for VMware’s Project Monterey
ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ดังนี้
  • เตรียมแสดงผลการทดสอบ ATK ที่ยอมรับได้ ซึ่งแสดงผลเป็นลบภายใน 24 ชม. ก่อนเข้างาน
  • ขออนุญาตสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม หากคุณมีอาการไม่สบาย มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก หรือได้รับคำสั่งกักกัน
  • ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม สามารถถอดหน้ากากออกได้เฉพาะเมื่อรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

ติดตามอัปเดตข่าวสารของงาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการและเนื้อหาล่าสุดภายในงานสัมมนาได้ที่
 
โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทำการลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-discover-more-bangkok-2022/

Intel รีแบรนด์ Pentium และ Celeron ใหม่ ใช้ชื่อ Intel Processor

Intel ประกาศรีแบรนด์หน่วยประมวลผลตระกูล Pentium และ Celeron ใหม่ ใช้ชื่อ Intel Processor เริ่มต้นปีหน้า

Credit: Intel

Intel ได้ประกาศรีแบรนด์หน่วยประมวลผลตระกูล Intel Pentium และ Intel Celeron ที่ใช้สำหรับ Entry-level Latop โดยจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Intel Processor แทน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของลูกค้า โดยจะเริ่มใช้ชื่อนี้ในช่วงต้นปีหน้า

ปัจจุบันทั้งสองรุ่นมีอายุราวๆ 20 ปีแล้ว ซึ่ง Intel Pentium เปิดตัวเป็นครั้งแรกในช่วงปี 1993 ขณะนั้น พัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 800 นาโนเมตร มีความเร็ว 60 MHz และเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Superscalar ที่สามารถส่งคำสั่งมากกว่าหนึ่งคำสั่งภายใน Clock cycle เดียวได้ นับแต่นั้นมา Intel Pentium ก็กลายเป็นหน่วยประมวลผลหลักสำหรับตลาด PC ของ Intel จนกระทั้งปี 2006 มีการเปิดตัว Intel Core ทำให้ Intel Pentium ถูกผลักให้กลายเป็นหน่วยประมวลผลหลักใน Entry-level Laptop แทน

เช่นเดียวกันกับ Intel Celeron ที่ถูกพัฒนาสำหรับใช้งานบน Entry-level Latop เช่นกัน เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1998 ส่วนใหญ่ถูกใช้งานใน Chromebook มีรายงานยอดขายในปี 2021 มากกว่า 37 ล้านเครื่อง

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/09/16/intel-rebrand-pentium-celeron-laptop-chip-lineups/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-rebrand-pentium-and-celeron-cpu-to-intel-processor/

Arm เผยแผนพัฒนาหน่วยประมวลผล Neoverse V2

Arm เผยแผนพัฒนาหน่วยประมวลผล Neoverse V2 สำหรับตลาด Cloud, Hyperscale และ HPC

Credit: Arm

Arm เผยแผนกลยุทธ์พัฒนาหน่วยประมวลผล Arm Neoverse V2 หรือโค้ดเนม Demeter โดยจะมีการรีดประสิทธิภาพต่อ Thread ให้สูงที่สุด เพื่อเจาะตลาด Cloud, Hyperscale และ High-Performance Computing (HPC) ก่อนหน้านี้ Arm ได้เคยเปิดตัว Arm Neoverse เมื่อปี 2018 เพื่อมาแข่งขันกับ Intel Xeon และ AMD Epyc และหลังจากนั้นมีการแบ่งออกเป็น 3 Series สำหรับแต่ละงานประมวลผล ได้แก่ V-series, N-series และ E-series

Arm กำลังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์หลายรายในการออกแบบหน่วยประมวลผล Neoverse V2 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ NVIDIA ที่จะใช้ Neoverse V2 เป็นพื้นฐานในการประมวลผลใน NVDIA Grace CPU โดยจะทำการรวมจุดเด่นในด้านประสิทธิภาพ รวมถึงการประหยัดพลังงานของ V2 และเทคโนโลยีหน่วยความจำ LPDDR5x เข้าด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิต่อ Watt สูงขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Server ทั่วไปตามท้องตลาด ปัจจุบัน NVIDIA Grance ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีลูกค้าหลายรายนำ Neoverse V2 ไปใช้ในการพัฒนาหน่วยประมวลผลแล้ว เช่น Ampere Computing LLC, Marvell Technolofies Inc. และ Amazon Web Services

อย่างไรก็ตาม Arm ไม่ได้เผยข้อมูลชิปตัวใหม่ในตระกูล N-series และ E-series ออกมามากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยชิปรุ่นใหม่ทั้งหมดจะถูกเปิดตัวในปี 2023 ได้แก่ V-series ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด, N-series ที่เน้นประสิทธิภาพและจำนวน Thread ส่วน E-Series ออกแบบมาสำหรับประมวลผลข้อมูล เช่น 5G, RAN และ Edge Networking

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/09/14/arm-unveils-updated-neoverse-cpu-roadmap-targeting-cloud-hyperscale-hpc-workloads/

from:https://www.techtalkthai.com/arm-reveals-arm-neoverse-v2-cpu-roadmap/

ลดต้นทุนด้านไอทีขององค์กร ด้วยโซลูชันการปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Commvault

ในสถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลในองค์กรอยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น On–Premise, Cloudรวมไปถึงการใช้งานซอฟแวร์แบบ SaaS ทำให้การสำรองข้อมูลมีความซับซ้อนและยากต่อการบริหารจัดการข้อมูล ตลอดจนเพิ่มความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้องค์กรต้องเสียค่า Operation Cost ที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากองค์กรมีโซลูชันสำหรับจัดการและปกป้องข้อมูลที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อมผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่ง่ายต่อการใช้งาน ยืดหยุ่นและประหยัดต้นทุน

การจัดการข้อมูลด้วย Commvault ช่วยลดต้นทุนด้านไอทีได้อย่างไร

Commvault สามารถปกป้องและจัดการข้อมูลที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อมทั้ง On–Premise, Cloud และ Hybrid-Cloud โดยมีศูนย์กลางการจัดการแบบ Single Platform ผ่านหน้าจอเดียว สามารถรองรับการปกป้องข้อมูล(Workload) ได้ทุกรูปแบบ ครอบคลุมเกือบทุกแบรนด์ในตลาดไม่ว่าจะเป็น File systems, Virtualization, Container, Applications, Database, Endpoint, SaaS เช่น Salesforce, MS365 รวมไปถึงเทคโนโลยีเก่าอย่าง AS/400 เป็นต้น โดย Commvault จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ด้วยความสามารถดังนี้

  • Backup & Recovery: ความสามารถในการสำรองและกู้คืนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความพร้อมในการใช้งานข้อมูลที่ built-in ฟังก์ชัน Deduplication เพื่อลดข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อน รวมถึงโซลูชันการทำ Archive สำหรับจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับ Storage Tier และ policy ขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ Storage และช่วยประหยัด Storage cost
  • Disaster Recovery: การจัดเตรียมการกู้คืนระบบที่มีความสำคัญเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจด้วยโซลูชัน Automated VM replication เพื่อให้เป็นไปตาม SLA ที่องค์กรกำหนด
  • File Storage Optimization: ความสามารถการทำ Data Analytic ในการจัดแยกประเภทข้อมูลในองค์กร ทำให้มองเห็นสถิติการกระจายตัวของข้อมูล อายุไฟล์, เจ้าของไฟล์, ประเภทของไฟล์ และไฟล์ที่ซ้ำกัน เป็นต้น สามารถบริหารจัดการข้อมูลด้วยการลบไฟล์ที่มีอายุมากกว่า 5 ปี เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ , การย้ายข้อมูลที่มีความสำคัญไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เป็นต้น  รวมทั้งสามารถทำ Data Consolidation สำหรับเตรียมความพร้อมในการทำ Data Migration และ Estimate storage cost
  • Data Security: Commvault มีฟังก์ชัน Security ภายในตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เช่น การทำ End-to-End Encryption , Immutable Data และ Air Gap solution สำหรับการจัดเก็บข้อมูลไว้ใน Isolate Site เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Ransomware โดยไม่ต้องมี Tool third party หรือ license เพิ่มเติม
  • Cloud Storage Integration: รองรับการทำงานกับคลาวด์แบบ Native โดยไม่จำเป็นต้องมี Tool third party หรือเขียน script เพิ่มเติมในการทำงานร่วมกับ Cloud เช่นการสำรองข้อมูล VMware บน AWS , การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud/Object-based Storage ผ่าน protocol S3 เป็นต้น

และทั้งหมดนี้ Commvault สามารถบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยโซลูชันเดียว ทีมผู้ดูแลขององค์กรไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำๆหลายครั้ง ไม่ต้องดูแลหลายระบบที่มีความซับซ้อน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ Human Error ได้ อีกทั้งยังสามารถวางแผนจัดการเพิ่ม-ลดพื้นที่ได้ง่าย ทีมไอทีของท่านสามารถให้บริหารจัดการข้อมูลภายใต้กรอบ SLA เดียวกัน และในมุมของธุรกิจเองก็พร้อมตอบสนองกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจ

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/reduce-your-it-cost-with-efficient-backup-solution-commvault-by-cu/