คลังเก็บป้ายกำกับ: Social_Media

Meta ปรับให้ผู้ใช้สลับไปมาระหว่าง Facebook และ IG ของตัวเองได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เมต้าระบุว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้จัดการได้ทั้ง Facebook ใน IG จากหน้าอินเทอร์เฟซเดียวกัน ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำเจตนาของเมต้าที่จะผสานแอพต่างๆ เป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกจากกันแบบตอนนี้

ฟีเจอร์ใหม่จะช่วยให้เชื่อมบัญชีที่อยู่ใน Account Manager เดียวกัน ให้สามารถกดเปลี่ยนไปมาระหว่างแอพ รวมทั้งได้การแจ้งเตือนจากทุกแอพ ทุกบัญชีที่เชื่อมกัน จากที่เดียวกันได้ ยังไม่พอ เมต้ายังมีแผนการวร้าย เอ้ย แผนปรับปรุงเพิ่มด้วย

อย่างการลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้ใหม่ ก็จะเป็นการเปิดแอคเดียวใช้ได้ทุกแพลตฟอร์มเลย ด้วยเจตนาที่จะสร้างความสะดวกแก่ผู้ใช้งานจริงๆๆ แถมรำพึงว่าฟีเจอร์นี้ยังใช้ได้แค่ระหว่าง Facebook กับ IG แต่ก็จะพยายามเชื่อมกับทุกแอพให้ได้ในอนาคตอันใกล้มาก (เช่น WhatsApp)

ทั้งนี้เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัวบัญชีผู้ใช้แบบเครือใหญ่สไตล์กูเกิ้ลหรือไมโครซอฟท์แอคเคาต์ที่ล็อกอินใช้ได้กับทุกบริการในเครือ ในชื่อ Meta Account แต่ครั้งนั้นเพื่อให้คนที่ไม่มี Facebook ยังสามารถล็อกอินใช้อุปกรณ์สวมหัว VR ของบริษัทได้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-makes-it-easier-to-switch-between-facebook-and-instagram-accounts/

Instagram เตรียมทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ‘Nudity Protection ป้องกันการส่งภาพไม่เหมาะสมทาง DM

ที่ผ่านมาผู้ใช้งานใน Instagram ต้องเคยโดนสแปมภาพลามกอนาจารจากใครก็ไม่รู้ส่งมาให้ผ่าน direct messages ซึ่งสร้างความรำคาญพอสมควร มองในอีกมุมนี่ไม่ใช่เรื่องขำขันเลยนะคะ อาจเป็นปัญหาได้เลยทีเดียวเพราะวัยที่กำลังเล่นโซเชียลมีเดียในปัจจุบันมีเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปีด้วย ล่าสุดทาง Instagram เลยพัฒนาฟีเจอร์ Nudity Protection เพื่อป้องกันภาพนู้ดหรือสื่อลามก และข้อความที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาค่ะ

Meta กำลังพัฒนาฟีเจอร์เพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากการได้รับภาพโป๊เปลือย ที่ไม่เหมาะสมผ่านการรับส่งข้อความทาง DM ของแอป Instagram ซึ่งนักวิจัยได้เผยแพร่ภาพเบื้องต้นของฟีเจอร์มาให้เราชมกันด้วยค่ะ 

ทาง Meta กล่าวว่าส่วนควบคุมนี้เป็นตัวเลือกที่ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นค่ะ โดยมันจะช่วยให้บัญชีของเราสามารถบล็อคภาพ หรือข้อความในลักษณะคุกคามและข้อความอื่น ๆ ที่เราไม่ต้องการเห็นแบบอัตโนมัติเลยค่ะ  ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าทาง Instagram จะออกมาให้ข้อมูลเมื่อใกล้ถึงการทดสอบจริง

แต่ก็มีผู้ใช้งานบางรายกังวลใจว่าฟีเจอร์ตัวนี้จะมาละเมิดความเป็นส่วนตัวของเราด้วยการเข้ามาส่อง DM แล้วค่อยบล็อคให้หรือเปล่า ซึ่งทาง Meta ก็บอกว่า “เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะสามารถจัดการกับภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เอาไว้อยู่”

ในขณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว The Pew Research Center รายงานว่ามีผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์สูงถึง 33 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงพอตัว อย่างไรก็ตามเรายังคงเห็นความใส่ใจของ Instagram ที่พัฒนาฟีเจอร์นี้มาปกป้องทุกคนจากสิ่งที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ค่ะ 

จริง ๆ ก็รู้สึกว่าฟีเจอร์นี้เป็นเรื่องดีเลยค่ะ เพราะสภาพจิตใจของคนเรามีภูมิคุ้มกันแตกต่างกัน ไม่รู้ว่าภาพลามกหรือข้อความแย่ ๆ พวกนี้จะไปเป็นฝันร้ายของใครมาแล้วไม่รู้กี่คน  

 

ที่มา : Theverge

from:https://droidsans.com/instagram-meta-tests-new-nudity-protection-feature-cyber-flashing/

TikTok เปิดให้ใช้งานปุ่ม Unlike ความคิดเห็นแล้ว เพื่อตรวจจับพฤติกรรมในเชิงลบ

หลังจากทดสอบระบบมานานกว่า 6 เดือน ล่าสุด TikTok ประกาศใช้งานปุ่ม Unlike เพื่อให้ผู้ใช้งานลดการมองเห็นความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง

หากทุกคนเข้าไปในแอปฯ TikTok ในช่องความคิดเห็นเราจะเจอ ‘นิ้วโป้งคว่ำ’ ด้านขวาสุด ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการช่วยให้แพลตฟอร์มระบุพฤติกรรมหรือความคิดเห็นในเชิงลบ

TikTok ระบุไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า “เราได้เริ่มทดสอบวิธีที่จะให้บุคคลระบุความคิดเห็นที่พวกเขาเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องหรือไม่เหมาะสม วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความรู้สึกไม่ดีระหว่างสมาชิกในชุมชนหรือทําให้ผู้ใช้อื่นเสื่อมเสีย ชื่อเสียง”

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ได้เตรียมพร้อมสำหรับการ “Brigading” หรือรวมตัวโจมตีผู้คนหรือความคิดเห็นทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน เนื่องจากทุกคนควรมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ฟีเจอร์นี้จะเป็นตัวกลั่นกรองของแพลตฟอร์ม จากนั้นจะมีการพิจารณาให้เป็นความคิดเห็นที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

การเตรียมพร้อมดังกล่าวจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและชุมชนในทางที่ดีขึ้น รวมถึงช่วยปรับปรุงอัลกอริทึมตรวจจับพฤติกรรมในเชิงลบได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตอีกด้วย

ที่มา

socialmediatoday

from:https://www.thumbsup.in.th/tiktok-roll-out-unlike?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=tiktok-roll-out-unlike

ทำความเข้าใจ 5 ฟีเจอร์ใหม่ของ YouTube ที่ใช้เพิ่ม Engagement

ล่าสุด YouTube Shorts มีผู้ใช้สูงสุด 1.5 พันล้านรายต่อเดือนในเวลาเพียงสองปี ด้วย 51% ของผู้บริโภคที่คาดการณ์ว่า YouTube จะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พวกเขาใช้มากที่สุดในปีนี้ ซึ่งความนิยมสูงยังหมายถึงการแข่งขันที่สูงอีกด้วย และฟีเจอร์ใหม่ของ YouTube จะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาดและครีเอเตอรมากยิ่งขึ้น 

1. คุณสมบัติการค้นหาของ YouTube

ค้นหาคอมเม้นท์

การตอบกลับความคิดเห็นเป็นส่วนสำคัญของการจัดการชุมชน โดย YouTube พัฒนาเครื่องมือกที่ช่วยในการค้นหาความคิดเห็นที่คุณยังไม่ได้ตอบกลับ ระบุผู้แสดงความคิดเห็นที่มีผู้ติกตามมากที่สุด และใช้คำถามที่พบบ่อยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเนื้อหาใหม่ของคุณต่อไป

ค้นหาแฮชแท็ก

เช่นเดียวกับ Twitter แฮชแท็กจะสามารถค้นหาได้บน YouTube นี่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวิจัยคู่แข่ง เพื่อระบุแฮชแท็กที่คุณควรใช้

2. คุณสมบัติ YouTube Live

37% ของผู้บริโภคกล่าวว่าวิดีโอสดเป็นเนื้อหาที่พวกเขามีส่วนร่วมมากที่สุด นี่จึงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับกลยุทธ์การตลาดวิดีโอของคุณ Live Video บน YouTube ยังมีฟีดเฉพาะ ซึ่งสามารถช่วยขยายการเข้าถึงของคุณได้

คุณสมบัติการกลั่นกรองแชทสด

หน้าต่างแชทระหว่างLive Videoสร้างการมีส่วนร่วมและชุมชนแบบเรียลไทม์ แต่นั่นก็หมายถึงว่าอาจคอมเม้นท์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นมาได้ Youtube จึงมีเครื่องมือกลั่นกรองแชทสดเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่นเครื่องมือ Assigning Moderators ที่เราสามารถเลือกคนเพื่อทำการตอบกลับหรือลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมได้ หรือเครื่องมือ Blocked words ที่สามารถกันไม่ให้ผู้คนสามารถพิมคำที่เราระบุไว้ได้

3. เครื่องมือในการทำคลิปวีดีโอ

แดชบอร์ดและ Studio ของ YouTube นำเสนอการวิเคราะห์และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ แต่ส่วนมากมักถูกมองข้าม

เช่น YouTube Creator Studio ที่สามารถดูภาพรวมช่องของคุณได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงความคิดเห็นล่าสุด ประสิทธิภาพของวิดีโอล่าสุด และการดูในช่วง 28 วันที่ผ่านมา นอกจากนี้ คุณยังจะพบส่วนที่เป็นประโยชน์ต่างๆอีกมากมาย เช่น ไอเดียที่คัดสรรมาสำหรับคุณ ข่าวสารและเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์ และอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมี Video editor and Audio Library ที่เป็นเครื่องมือตัดต่อวิดีโอของ YouTube ซึ่งทำให้ง่ายต่อการตัดแต่งวิดีโอ แม้กระทั่งวิดีโอที่เผยแพร่ ก็ยังสามารถเข้าถึงไลบรารีเสียงในตัวแก้ไขเพื่อเพิ่มเพลงที่พร้อมใช้งานและไม่มีลิขสิทธิ์ให้กับเนื้อหาได้อีกด้วย

4. การเชื่อมกับผู้ชมของคุณ

การเพิ่มประสิทธิภาพวิดีโอเพื่อแสดงในการค้นหาสามารถช่วยให้วิดีโอปรากฏในหน้าแรกของผู้คนได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยหน้า Homepage ของ Youtube ที่จะมีการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพวิดีโอ ว่าวิดีโอของคุณทำงานได้ดีแค่ไหนกับผู้ดู ประวัติการดูและการค้นหาของผู้ชมของคุณ ความถี่ที่พวกเขาดูช่องและหัวข้อ

5. แบรนด์ฟีเจอร์อื่นๆ ของ YouTube

เพื่อดึงดูดครีเอเตอร์ แพลตฟอร์มนี้กำลังขยายเครื่องมือการสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์ นอกเหนือจากการโฆษณาแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีฟีเจอร์สร้างสรรค์บางอย่างที่ครีเอเตอร์สามารถใช้ได้:

Super Chat และ Super Stickers: กระตุ้นให้แฟนๆ ซื้อสติกเกอร์ดิจิทัลสำหรับแชทสด

การเป็นสมาชิก: แฟนๆ สามารถเป็นสมาชิกของช่องได้โดยเลือกชำระเงินเป็นงวดเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษและเนื้อหาพิเศษ

การช็อปปิ้งบน YouTube: ครีเอเตอร์ที่มีสิทธิ์สามารถขายสินค้าให้กับแฟนๆ ได้ที่ด้านล่างวิดีโอ ระหว่างสตรีมแบบสดและผ่านหน้าร้านดิจิทัลในช่องของตน

ที่มา : blogaboutcontent.com

from:https://www.thumbsup.in.th/5-youtube-features?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=5-youtube-features

คำถามที่แบรนด์ต้องทบทวน ก่อนสร้างบัญชีโซเชียลมีเดีย

แบรนด์ควรเริ่มการวางแผนคุยกันเกี่ยวกับกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียล

1. คุณกำลังสร้างบัญชีเพราะเป็น “สิ่งใหม่” หรือแพลตฟอร์มนี้สามารถช่วยสนับสนุนเป้าหมายของคุณได้หรือไม่?

บ่อยครั้งที่บัญชีโซเชียลมีเดียเริ่มต้นขึ้นเนื่องจากคำถามว่า “ทำไมเราไม่อยู่บนแพลตฟอร์มดังกล่าว” หรืออาจมีความตื่นเต้นทั่วไปที่จะกระโดดเข้าสู่แพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นใหม่ทันที แต่แท้จริงแล้วแบรนด์ควรเลือกและทำบัญชีตามกลุ่มเป้าหมายให้ออกมาดี หากคุณกำลังพยายามเพิ่มจำนวนผู้ชมหรือกำลังทดลองกับประเภทเนื้อหาต่างๆ การมีส่วนร่วมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ตั้งเป้าหมายเพื่อดูว่าคุณก้าวหน้าแค่ไหน

2. ทรัพยากรที่แบรนด์มี

คุณมีคนที่เหมาะสมในการผลิตเนื้อหาสำหรับแพลตฟอร์มใหม่หรือไม่ และคุณสามารถโพสต์เนื้อหาลงได้บ่อยเพียงใด ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณตัดสินใจเริ่มต้นบัญชี TikTok เพราะ TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มอื่นที่คุณสามารถแชร์เนื้อหาที่มีอยู่ได้ กระบวนการสร้างเนื้อหาแตกต่างจาก Twitter หรือ Facebook อย่างสิ้นเชิง ต้องมีการทำรูปแบบของวีดีโอขนาดสั้นออกมาในแพลตฟอร์มนี้ กระบวนการสร้างและการจัดการของแต่ละแพลตฟอร์มมีความซับซ้อนขึ้น เป็นการดีที่จะรู้เกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการสร้างแนวคิดและการเขียนโพสต์ของแพลตฟอร์มนั้นๆ

3. ผู้ชมของคุณอยู่บนแพลตฟอร์มนี้หรือไม่?

สิ่งสำคัญคือต้องทำวิจัยเกี่ยวกับแพลตฟอร์มก่อน ข้อมูลประชากรอายุหลักของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มคืออะไร? ผู้ชมที่คุณพยายามเข้าถึงส่วนมากอยู่ในแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่ อาจสังเกตจากคู่แข่งว่าผู้ชมใช้งานในพื้นที่นั้นหรือไม่ คุณภาพของเนื้อหาอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ถ้าอุตสาหกรรมโดยทั่วไปไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่ได้รับความสนใจมากนัก นั่นจะเป็นสิ่งที่บอกได้

from:https://www.thumbsup.in.th/social-media-question?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=social-media-question

สกิลที่ต้องมี เมื่อทำงานด้านโซเชียลมีเดีย

อาชีพที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียกำลังเริ่มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยคุณนำทางอาชีพที่กำลังพัฒนานี้ เราได้รวบรวมคู่มือนี้เกี่ยวกับงานในโซเชียลมีเดียว่าทักษะใดที่คุณต้องมี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

โซเชียลได้กลายเป็นช่องทางสำหรับทุกสิ่งตั้งแต่การค้นพบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการแชร์รีวิว ในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่กำลังเติบโตนี้ นักการตลาดส่วนมากกำลังทบทวนโครงสร้างทีมโซเชียลของตน เพราะจากลักษณะการทำงานร่วมกันของงานโซเชียลมีเดียที่มีมากขึ้น ช่องทางนี้ถูกใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานทางธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงทรัพยากรบุคคล การบริการลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตอบสนองความต้องการภายในและภายนอกองค์กร เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีทีมผู้เชี่ยวชาญ นักยุทธศาสตร์ และผู้จัดการที่มีความหลากหลายและความเชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่างจริงจัง

1. ทักษะเฉพาะทาง

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณรู้จักตัวคุณ” การรู้จักสิ่งที่ตัวเองมีถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้สามารถพัฒนาต่อไปได้ ประมาณตัวเองแล้วรู็จักในการศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพราะงานในด้านโซเชียลมีเดียนี้ต้องมีการตามเทรนด์อยู่เสมอ หาว่ารูปแบบใดที่เป็นตัวขับเคลือ่อนรูปแบบการมีส่วนร่วม

2.การกำหนดทิศทางของแบรนด์

ในบทบาทของโซเชียลมีเดีย คุณจะต้องสามารถตัดสินใจว่าได้ว่าจะกำหนดลักษณะบุคลิกของแบรนด์ให้ออกมาเป็นอย่างไร อาจต้องทำให้เชื่อมโยงเข้ากับที่ที่สังคมหรือกลุ่มลูกค้าที่คุณสนใจต้องการ

3. การวิเคราะห์ข้อมูล

องค์กรมากกว่าครึ่งใช้ข้อมูลโซเชียลทุกวัน การวิเคราะห์ทางสังคมเป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงรุกให้กับแบรนด์ ทางที่ดีก็ครต้องวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางโซเชียลและสื่อสารมันออกมาได้อย่างดีด้วย

4. ทิศทางที่สร้างสรรค์

บนโซเชียล แคมเปญที่จัดการได้รับผลตอบรับที่ดี มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือทิศทางที่สร้างสรรค์อย่างชัดเจน สิ่งนี้ขยายได้ดีกว่าคอนเท้นต์ธรรมดาทั่วไป อาจเป็นเรื่องของระยะของแคมเปญ หรือ mood and tone เป็นต้น

5. บริการลูกค้า

ในไม่ช้าโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการบริการลูกค้าและการสนับสนุนต่างๆ ผู้บริโภคหันไปใช้โปรไฟล์สาธารณะของแบรนด์เพื่อขอความช่วยเหลือหรือเมื่อมีสิ่งที่ต้องการ ซึ่งคุณควรจะต้องเข้าถึงการบริการลูกค้าเพื่อจัดการกับคำขอเหล่านี้ได้

from:https://www.thumbsup.in.th/skills-must-have-socialmedia?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skills-must-have-socialmedia

รายงานเผย ชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งใช้โซเชียลมีเดียในการติดตามข่าว Facebook และ YouTube นำ TikTok เติบโตเร็ว

บริษัทวิจัย Pew Research Center เผยรายงาน 2 ฉบับเรื่องช่องทางการติดตามข่าวสารและการใช้โซเชียลมีเดียในการติดตามข่าว โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ 12,147 รายในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 18 มิถุนายนถึง 21 สิงหาคม โดยวัดระดับความบ่อยของการใช้ 4 ระดับ ได้แก่ บ่อย (Often) บางครั้ง (Sometimes) แทบจะไม่ (Rarely) และ ไม่เคย (Never) พบว่าการใช้บ่อยและใช้บางครั้งรวมกันยังอยู่ที่ 50% เพิ่มขึ้นจากปี 2021 เล็กน้อย แต่อัตราการใช้บ่อยกลับลดลงต่อเนื่อง

รายงานเผยว่า ชาวอเมริกันติดตามข่าวโดยใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในระดับบ่อยหรือบางครั้งมากที่สุด รองลงมาเป็นโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ ตามลำดับ ในระดับตั้งแต่บางครั้งขึ้นไป ผู้ติดตามข่าวผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามข่าวจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสำนักข่าวโดยตรงคิดเป็น 63% รองลงมาใช้ search engine และโซเชียลมีเดียเป็น 60% และ 50% ตามลำดับ

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผู้ใช้มักใช้ติดตามข่าวเป็นประจำมากที่สุดได้แก่ Facebook ที่คิดเป็น 31% รองลงมาเป็น YouTube 25% และ Twitter 14% ทั้งนี้ Twitter มีสัดส่วนผู้ใช้แอปเพื่อติดตามข่าวมากที่สุด โดย 53% ของผู้ใช้ Twitter ใช้แอปเพื่อติดตามข่าวเป็นประจำ เมื่อมองสัดส่วนของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มต่างๆ แพลตฟอร์มหลักๆ กลับมีสัดส่วนการรับข่าวผ่านแพลตฟอร์มลดลง ยกเว้น TikTok ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนด้านอายุของผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน Snapchat, TikTok และ Reddit ผู้ที่ใช้ติดตามข่าวเป็นประจำส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

นอกจากนี้ ผลสำรวจเผยว่าชาวอเมริกัน 82% ใช้อุปกรณ์ดิจิทัล (สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต) เพื่อติดตามข่าวบ่อยในระดับบางครั้งหรือบ่อยซึ่งผู้ติดตามข่าวในระดับบ่อยมี 49% น้อยกว่าปีที่แล้วที่มี 51% ส่วนสัดส่วนผู้ที่ติดตามข่าวจากโทรทัศน์เป็นประจำคิดเป็น 31% ซึ่งน้อยกว่าปี 2021 ที่มีอยู่ 36%

ที่มา: Pew Research Center 1 และ Pew Research Center 2

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130531

สัปดาห์นี้หุ้นเมตาร่วงอีก 14% จนแทบใกล้กับตัวเลขช่วงโควิดระบาด

เรียกว่าไม่เคยราคาถูกขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่ช่วงเริ่มโควิด สำหรับหุ้นบริษัทแม่เฟซบุ๊กอย่าง Meta ที่ล่าสุดร่วงลงกว่า 14% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ 146.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2020

ถือว่ามูลค่าของเมตาลดลงมาถึง 61% ภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร่วงหนักที่สุดในบรรดาหุ้นบิ๊กเทคทั้งหลาย หรือคิดเป็นร่วงกระฉูดมากกว่าสองเท่าของดัชนี Nasdaq Composite เสียอีก เป็นการทิ้งดิ่ง 5 วันติดต่อกัน

ราคาล่าสุดอยู่เหนือกว่าที่เคยปิดตลาดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2020 วันที่หุ้นเริ่มได้รับผลกระทบจากโควิดตอนนู้นเพียงแค่ 28 เซนต์เท่านั้น และถ้าหุ้นเมตายังฉุดไม่อยู่ ร่วงลงถึงระดับ 146.01 ดอลลาร์ฯ เมื่อไร ก็จะแตะระดับเดียวกับช่วงมกราคม 2019

ซึ่งเป็นตอนที่เฟซบุ๊กโดนกระแส Cambridge Analytica ที่ทำให้ลูกค้าไม่ไว้ใจการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากถึงมากที่สุด แต่ทั้งนี้ถ้ามองถึงความเติบโตของเฟซบุ๊กที่เป็นข้อเท็จจริงแล้ว ก็ยังทำตัวเลขผู้ใช้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้อยู่ในไตรมาสที่ผ่านมา แม้จะแค่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-meta-shares-plunged-14-this-week/

Amazon เปิดตัว Kindle ตัวใหม่ 99 เหรียญ มีหน้าจอแจ่มกว่าเดิม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Amazon ประกาศเปิดแท็บเล็ต อ่านหนังสือ Kindle รุ่นเอนทรี่เลเวลราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวใหม่ ที่พัฒนาจากตัวก่อนหลายจุด โดยเฉพาะหน้าจอที่คมชัดมากกว่ารุ่น 89 ดอลลาร์ฯ ตัวก่อนหน้า

นั่นหมายความว่าตัวอักษรจะคมชัดกว่าเดิม ไม่เบลอนิดๆ เหมือนเก่า โดยอ้างว่าคมชัดระดับเดียวกับรุ่นแพงอย่าง Amazon Kindle Paperwhite 140 ดอลลาร์ฯ เลยทีเดียว แถมมาพร้อมกับสตอเรจที่เพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 16GB แทนที่จะเป็น 8GB เดิม

ถือว่าเนื้อที่ที่ใหญ่ขึ้นนี้พอสำหรับจุคลังหนังสือดิจิตอลย่อมๆ ระดับหลายพันเล่มได้ นอกจากนี้ยังมีไฟแบ๊กไลท์มาด้วย แม้จะไม่ได้แอดวานซ์แบบรุ่น Paperwhite ที่ปรับโทนแสงไวท์บาลานซ์ให้ออกส้มสำหรับถนอมสายตาได้

ย้ำว่าแม้แต่รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ก็ยังไม่ได้กันน้ำ จึงยังไม่เหมาะกับการอ่านกลางฝนหรือข้างสระว่ายน้ำที่มีน้ำกระเด็นเข้าเครื่องได้ สุดท้าย จุดที่มีการอัปเกรดขึ้นมาเหมือนกับรุ่นแพง Paperwhite ก็คือตัวชาร์จใหม่แบบ USB-C เหมือนพอร์ตที่ใช้บนโทรศัพท์แอนดรอยด์ทั่วไป เอามาแทนพอร์ต micro USB

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/amazon-announces-new-99-kindle-e-reader-with-better-screen/

เปิดตัว TikTok Now ฟีเจอร์โพสต์ภาพชีวิตจริงวันละ 1 ครั้ง แบบเดียวกับ BeReal

TikTok เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ TikTok Now จำกัดการแชร์วันละ 1 ครั้ง โดยต้องถ่ายภาพ-วิดีโอภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ได้ “ความเรียล” เป็นภาพที่สะท้อนชีวิตจริงแบบไม่ปรุงแต่ง

ถ้าฟีเจอร์นี้คุ้นๆ ก็ต้องบอกว่า ลอก ได้แรงบันดาลใจมาจากแอพ BeReal ที่กำลังมาแรงอยู่ในช่วงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าวว่า Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์แบบเดียวกัน

TikTok บอกว่าจะเริ่มทดสอบ TikTok Now กับผู้ใช้ในสหรัฐจากแอพหลักของ TikTok โดยตรง แต่ในภูมิภาคอื่นๆ อาจใช้วิธีออกแอพแยก TikTok Now ต่างหากแทน

ที่ผ่านมา เราเห็นแอพจากโลกตะวันตกหลายตัวลอกได้แรงบันดาลใจจาก TikTok แต่รอบนี้เราเห็น TikTok ลอกได้แรงบันดาลใจจากแอพอื่นด้วยเหมือนกัน

No Description

ที่มา – TikTok

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130439