คลังเก็บป้ายกำกับ: NINTENDO_SWITCH

สุดยอด Emulator สำหรับ Nintendo Switch บน Windows

Nintendo Switch ได้รับการออกแบบให้พกพาได้ แต่ถ้าคุณต้องการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์ Windows แล้วล่ะก็นี่คือ Emulators ที่เราอยากแนะนำในช่วงต้นปี 2023 นี้

Nintendo Switch
Nintendo Switch Emulator

Nintendo Switch กลายเป็นหนึ่งในคอนโซลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ในความเป็นจริงผู้ใช้จำนวนมากกำลังเลือกซื้ออุปกรณ์พกพานี้มากกว่า Xbox และ Playstation(ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ Nintendo Switch มียอดจำหน่ายทั่วโลกเกิน 100 ล้านเครื่องไปแล้ว)

อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ Windows คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมจำลอง(Emulators) Nintendo Switch เพื่อให้คุณสามารถเล่นเกม Switch ที่คุณชื่นชอบได้ และนี่คือ Emulators ยอดนิยมที่คุณสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งบนพีซีของคุณ จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลย

Advertisementavw


การใช้ Nintendo Switch Emulators ถูกกฎหมายหรือไม่

crg6o14gqxf3grsm3vb0

ก่อนที่เราจะเริ่มต้น การดาวน์โหลดและการใช้โปรแกรมจำลองหรือ  Emulators นั้นถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เราไม่อนุญาตให้แชร์ ROM ที่มีลิขสิทธิ์เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย โดยทั่วไปหากคุณใช้โปรแกรมจำลอง Nintendo Switch และคุณไม่มีเกมที่ดาวน์โหลดอย่างผิดกฎหมาย แสดงว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นขอให้คุณโล่งใจและสนุกไปกับเกม Switch ที่คุณชื่นชอบโดยใช้โปรแกรมจำลอง Nintendo Switch ที่เราจะแนะนำในบทความนี้

อย่างไรก็ตาม คุณมีอุปสรรคทางเทคนิคที่ต้องเอาชนะให้ได้ นั่นก็คือเมื่อเทียบกับคอนโซลรุ่นเก่าอย่าง NES หรือ PlayStation 1 แล้ว Nintendo Switch ใช้รหัสที่ซับซ้อนซึ่งยากต่อการเลียนแบบ นั่นเป็นเหตุผลที่นอกเหนือจากอีมูเลเตอร์ที่ดีแล้ว คุณยังต้องมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถจำลองฮาร์ดแวร์และ Console BIOS เพื่อมิเรอร์เกมที่คุณต้องการเล่นในอัตราเฟรมเรท(FPS) ที่คุณยอมรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนที่คุณจะดาวน์โหลดโปรแกรมจำลองใดๆ ด้านล่าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณใช้หน่วยประมวลผล Intel Core i3 Gen 6 หรือ Ryzen 3 ขึ้นไปและควจจะต้องมีหน่วยความจำ(RAM) อย่างน้อย 8GB เพื่อให้คุณสามารถโหลดเกมได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอาการกระตุกหรือค้าง

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการประสบการณ์ที่ดีที่สุด คุณต้องมีหน่วยความจำ(RAM) 16GB (แต่ไม่ต้องกังวล 8 GB ก็เพียงพอแล้ว) นอกไปจากนั้นขอแนะนำให้มีกราฟิกการ์ด NVIDIA GTX 1060 หรือ Radeon RX 470 เป็นอย่างต่ำ

สุดท้ายนี้การซื้อ Nintendo Switch มาเล่นคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ Nintendo ตั้งใจให้คุณได้รับดีที่สุด แถมคุณจะไม่ต้องประสบปัญหาความเป็นส่วนตัวใดๆ จากการที่ต้องไปหาโหลด ROM เกมจากแหล่งที่ ไม่น่าเชื่อถือ(และผิดกฎหมาย) โปรดจำไว้ว่าอีมูเลเตอร์เป็นเพียงการคัดลอกอุปกรณ์ไม่ใช่ตัวเกม การเป็นเจ้าของเครื่องเกมที่คุณต้องการเล่นนั้นยังดีที่สุดเสมอหากเทียบกับประสบการณ์ที่จะได้รับจาก Emulators


1. Yuzu

Yuzu เป็นอีมูเลเตอร์ Nintendo Switch ตัวแรกที่ออกมา อีมูเลเตอร์โอเพ่นซอร์สนี้พัฒนาโดย Citra หนึ่งในอีมูเลเตอร์ 3DS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ Yuzu จึงสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีสำหรับ Windows

ในการจำลองส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ของ Nintendo Switch ตัวจำลองนี้สร้างขึ้นใน C++ ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมข้ามแพลตฟอร์มที่รองรับแอปพลิเคชันประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมันเขียนด้วยภาษานี้ บางเกมจึงใช้งานไม่ได้และประสิทธิภาพของโปรแกรมจำลองอาจไม่ดีที่สุดในบางเกม

แต่ไม่ต้องกังวล ผู้พัฒนามีรายชื่อเกมที่เข้ากันได้กับโปรแกรมจำลอง สิ่งที่คุณต้องทำคือตรวจสอบว่าคุณสามารถโหลดเกมโปรดของคุณในโปรแกรมจำลองนี้ได้หรือไม่

nintendo switch yuzu pc

น่าแปลกที่เกมยอดนิยมอย่าง Super Mario Odyssey, Legend of Zelda: BOTW และ Mario Kart 8 ทำงานได้ดีบนแพลตฟอร์มนี้ น่าเสียดายที่มันยังไม่สามารถโหลดเกมยอดนิยมหลายๆ เกมได้(หวังว่าผู้พัฒนาจะสามารถหาวิธีโหลดเกมเหล่านั้นบนแพลตฟอร์มได้อนาคต)

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณควรทราบก็คืออีมูเลเตอร์นี้มีช่วงที่ผู้ใช้ต้องทำการเรียนรู้การใช้งานเล็กน้อย โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ครั้งแรก อย่างไรก็ตามเมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยแล้ว การเล่นเกม Switch ที่คุณชื่นชอบจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

โปรแกรมจำลอง Yuzu มีให้โหลดเล่นได้ทั้งบน Windows และ Linux เนื่องจากความนิยมและการใช้งานของมัน มันจึงกลายเป็นอีมูเลเตอร์ Nintendo Switch พื้นฐานให้กับอีมูเลเตอร์ Nintendo Switch อื่นๆ ที่คุณจะพบในบทความนี้

หากพีซีของคุณรองรับความละเอียด 4K Yuzu สามารถใช้เพื่อแสดงเกม Switch ของคุณได้อย่างดีที่สุดบนความละเอียดระดับ 4K ทีผู้ใช้เครื่อง Nintendo Switch ไม่มีทางได้เล่นบนเครื่องของพวกเขาในปัจจุบัน

ประการสุดท้าย Yuzy รองรับกราฟิกการ์ดทั้งของ NVIDIA และ AMD เพื่อให้คุณสามารถเล่นเกม Nintendo Switch ที่ใช้งานหนักบนคอมพิวเตอร์ของคุณโดยแทบไม่มีปัญหาใดๆ

Download: Yuzu (Free)


2. Ryujinx

Ryujinx เป็นอีมูเลเตอร์อีกตัวที่เข้ากันได้กับ Windows เช่นเดียวกับ Yuzu อีมูเลเตอร์นี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี อีมูเลเตอร์ Nintendo Switch แบบโอเพนซอร์สนี้เขียนด้วยภาษา C# และสามารถให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ดีขึ้นและการจำลองที่แม่นยำเมื่อเทียบกับอีมูเลเตอร์อื่นๆ นอกจากนี้ยังใช้งานง่าย

เช่นเดียวกับ Yuzu โปรแกรม Ryujinx มีให้ใช้งานทั้ง Linux และ Windows อย่างไรก็ตาม Ryujinx มีข้อได้เปรียบกว่าตรงที่เข้ากันได้กับระบบที่ใช้แพลตฟอร์ม macOS

อีมูเลเตอร์นี้มีคุณสมบัติมากมายที่ช่วยให้ผู้ใช้ใหม่ไปยังส่วนต่างๆ ของแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย แม้ว่า Ryujinx จะไม่สามารถเล่นเกม Nintendo Switch ได้ทั้งหมด แต่ Ryujinx ก็มีเกมให้เล่นถึง 1,000 เกม (แต่ถือว่าเล่นได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น) เกมอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการรองรับนั้นคุณยังสามารถโหลดได้แต่คุณจะไม่สามารถเล่นได้ก็เท่านั้น

5yRk9kGE

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่คุณสามารถตรวจสอบเกมที่เข้ากันได้ เกม Pokémon ส่วนใหญ่สามารถเล่นได้ แต่เกมยอดนิยมอื่นๆ เช่น Animal Crossing และ Mario Kart ยังคงเล่นไม่ได้(ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกพอสมควร)

อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อเกมจะทำงานได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ ดังนั้นหากคุณมีความอดทนพอ คุณอาจเล่นเกมเหล่านี้ได้ในเร็วๆ นี้(ในขณะเดียวกันมีเกมให้เล่นฟรีมากมายที่คุณสามารถลองเล่นได้ 1000 กว่าเกมนี่ก็เลือกเล่นกันยันมีลูกแล้ว)

สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการการตั้งค่าทางเทคนิคมากนัก Ryujinx เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายและตรงไปตรงมา อีกทั้งยังสามารถรันเกมที่ 60 FPS นอกจากนี้ ประสบการณ์การเล่นยังคล้ายกับคอนโซลมากแม้ว่าคุณจะเล่นบนเดสก์ท็อปก็ตาม

Download: Ryujinx (Free)


3. Cemu

Cemu ไม่ใช่โปรแกรมจำลอง Nintendo Switch ในทางเทคนิค แต่สามารถรันเกม Switch บนแพลตฟอร์ม Windows ได้ เริ่มแรก Cemu สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบ Wii U ซึ่งเป็นเครื่องคอนโซลรุ่นก่อนของ Nintendo Switch ตัวโปรแกรม Cemu อาจไม่ล้ำหน้าเท่าอีมูเลเตอร์อีกสองตัว(ทางด้านบน) แต่ Cemu สามารถรันเกม Switch บางเกมด้วยประสิทธิภาพและความแม่นยำที่ยอดเยี่ยม นักพัฒนาซอฟต์แวร์อัปเดตโปรแกรมจำลองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้คุณเล่นเกมสมัยใหม่ได้

img 5c984931e16b0

ฟีเจอร์หนึ่งที่ผู้ใช้ชอบมากที่สุดเกี่ยวกับอีมูเลเตอร์ Cemu นี้คือคุณสามารถแก้ไขเกมที่คุณเล่นได้อย่างง่ายดายจากการตั้งค่าเปิด มันยังมีคุณสมบัติขั้นสูงรวมถึงชุดกราฟิกที่คุณสามารถเล่นกับม็อด, ความละเอียด แสงเงา, คุณภาพการเรนเดอร์และการตั้งค่าอื่นๆ ก็ทำออกมาให้ได้ปรับแต่งกันได้อย่างเยอะมาก เกมส่วนใหญ่สามารถเล่นได้ที่ 60 FPS เช่นเดียวกับ Ryujinx และ Yuzu

ดังนั้นหากคุณต้องการสนุกกับทั้งเกม Wii U และเกม Nintendo Switch โปรแกรม Cemu เหมาะสำหรับคุณ แต่ต้องอย่าลืมว่ามันเข้ากันได้กับเกม Wii U มากกว่า ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าไม่สามารถโหลดเกม Switch บางเกมได้

หากคุณต้องการเล่นเกม Nintendo Switch ที่ดีที่สุด ให้ตรวจสอบรายชื่อเกมที่เข้ากันได้ของ Cemu ก่อนดาวน์โหลดโปรแกรมจำลอง

Download: Cemu (Free)


4. NSEmu

หากคุณกำลังมองหาอีมูเลเตอร์ Nintendo Switch ที่ไม่มีขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อน คุณควรลองใช้ NSEmu เพราะ NSEmu เป็นอีมูเลเตอร์โอเพ่นซอร์สที่คุณสามารถติดตั้งได้ฟรี เมื่อคุณติดตั้งแล้วคุณจะได้สัมผัสกับประสิทธิภาพที่ลื่นไหลและกราฟิกและเสียงคุณภาพสูง แม้จะไม่ใช่ของจริง แต่ NSEmu ก็มาพร้อมกับประสบการณ์การใช้งานที่ปราศจากแลค ดังนั้นมันจึงมีรูปลักษณ์และความรู้สึกของคอนโซลบนเครื่องคอมพิวเตอร์(แต่สเปคเครื่องคุณต้องแรงพอนะ)

ทั้งนี้ทั้งนั้น NSEmu ยังอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาในช่วงแรก แต่กระนั้นแล้วนักพัฒนาก็ปล่อยการอัปเดตใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ดังนั้นคุณควรอัปเดท NSEmu ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอเพื่อไม่ให้พลาดฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมถึงการแก้ไขให้เล่นเกมดีๆ ที่ผู้พัฒนาได้ทำออกมา

Download: NSEmu (Free)


เฉพาะ Nintendo Switch Emulators ที่ดีที่สุดเท่านั้น

ตราบใดที่คุณไม่ได้ดาวน์โหลด ROMS ใดๆ ที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ Nintendo Switch emulators ก็ใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย ก่อนติดตั้งอีมูเลเตอร์ให้ตรวจสอบว่าเกมที่คุณต้องการเล่นเข้ากันได้หรือไม่เพื่อที่คุณจะได้ไม่เสียเวลา

แต่อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นหากคุณสามารถที่จะซื้อเครื่อง Nintendo Switch ได้ล่ะก็ เราอยากแนะนำให้คุณซื้อเถอะเพราะคงไม่มี Emulators ไหนที่จะให้ประสบการณ์ในการเล่นได้ดีกว่าตัวเครื่องจริงๆ อยู่แล้ว

ที่มา : makeuseof

from:https://notebookspec.com/web/684448-the-best-nintendo-switch-emulators-for-windows

Nintendo สั่งเพิ่มการผลิต Switch ขึ้นจากแผนเดิม คาดความต้องการเครื่องมีมากขึ้น

มีรายงานว่านินเทนโดได้วางแผนเพิ่มการผลิตคอนโซล Nintendo Switch ขึ้นอีก ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป จากก่อนหน้านี้บริษัทปรับลดตัวเลข Switch ที่ขายในปีปัจจุบันลงมาที่ 19 ล้านเครื่อง จากตัวเลขแรก 21 ล้านเครื่อง ด้วยเหตุผลจากปัญหาซัพพลายเชน แต่ล่าสุดกลับมาที่ตัวเลข 21 ล้าน เหมือนแผนแรกแล้ว

รายงานบอกว่านินเทนโดประเมินว่าปัญหาซัพพลายเชนเริ่มดีขึ้น ทั้งมองว่าเกมใหม่ที่เปิดตัวครึ่งแรกของปีอย่าง Fire Emblem Engage (วางขายแล้ว) และ The Legend of Zelda: Tears of the Kingdom รวมถึง Pikmin 4 ที่ยังไม่กำหนดวันวางขาย จะทำให้ความต้องการคอนโซลมีเพิ่มขึ้น

ตัวเลขจากรายงานผลประกอบการล่าสุด Switch ขายไปได้แล้วรวมกว่า 114 ล้านเครื่อง แซงยอดขายของ Wii และใกล้แซง Game Boy แล้ว

ที่มา: The Verge

from:https://www.blognone.com/node/132329

9 จอยเกม PC ตัวเด็ดต่อเครื่องไหนก็เล่นเกมได้ จะสมาร์ทโฟนหรือพีซีก็ว่าไป อัพเดทปี 2023

จอยเกม PC ตัวเด็ดเพือเกมเมอร์ จะซื้อมาเล่นทั้งทีเอาแบบไร้สายไปเลยจบๆ !!

Top9 Controller 1

นอกจากเมาส์, คีย์บอร์ด, หูฟังและไมค์ดีๆ จอยเกม PC ก็เป็นเกมมิ่งเกียร์อีกชิ้นประจำโต๊ะคอมของเกมเมอร์ที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน แม้เราจะเล่นด้วยเมาส์คีย์บอร์ดได้ก็ตาม แต่หลายๆ เกมเมื่อเล่นด้วยจอยเกม PC ดีๆ แล้ว นอกจากจะเล่นได้สนุกแล้วยังคุมตัวละครได้ง่ายกระชับต่อเนื่องกว่ามาก ยิ่งถ้าใครเล่นเกมต่อสู้หรือ JRPG บ่อยๆ จะรู้ได้ทันทีว่าแม้จะเล่นด้วยเมาส์คีย์บอร์ดได้แต่ถ้าใช้จอยเล่นยังไงก็ถนัดมือกว่าและถ้าเล่นจนถนัดมือแล้วเชื่อว่าหลายคนก็จะหันมาใช้จอยเกม PC บ่อยขึ้นแน่นอน

Advertisementavw

ยิ่งปัจจุบันนี้เมื่ออัตราส่วนเกมเมอร์ที่ใช้จอยเกม PC เล่นเกมมากขึ้น และใน Steam ก็มีเกมที่เน้นใช้จอยเป็นหลักให้เล่นเยอะมากจนทางบริษัทก็มีหมวดหมู่แยกเฉพาะให้เกมเมอร์หาเกมเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจัดเป็น “Controller-Friendly” โดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งมีเกมชั้นนำหลายเกมไม่ว่าจะ Final Fantasy VII, FIFA 23, Darkest Dungeon ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีระบุรายละเอียดเอาไว้ใน Steamworks Documentation หมวด Steam Input Devices อีกด้วย ว่า จอยเกม PC รุ่นที่ใช้งานกับแพลตฟอร์ม Steam ได้นั้นรองรับหลากหลายอย่างทีเดียว ได้แก่

  • Steam Controller (เลิกจำหน่ายแล้ว)
  • PlayStation 4 DUALSHOCK 4 ซึ่งรองรับไปถึง PlayStation 5 DualSense
  • Xbox One และ Xbox 360 Controller และจอยที่ใช้รูปแบบของ Xbox
  • จอยเกม Xinput
  • จอยเกม DirectInput

ซึ่งเกมเมอร์สามารถใช้จอยที่กล่าวมาเล่นเกมได้โดยต่อสาย USB หรือไร้สายผ่าน USB 2.4GHz และ Bluetooth ได้ รวมทั้งรองรับไปถึงเล่นเกมแบบ Remote Play ผ่านโปรแกรม Steam Link ได้อีกด้วย นับว่าคุ้มค่าน่าจ่ายเงินซื้อมาเล่นเกมอย่างแน่นอน ส่วนวิธีการเลือกจอยเกม PC ไว้เล่นกับ Steam จะมีรายละเอียดวิธีการตามบทความนี้

จอยเกม PC

สรุปสเปค 9 จอยเกม PC น่าเล่นช่วงต้นปี 2023 ซื้อเอาไว้เล่นเกมดีงามแน่นอน!

สเปคจอยเกม PC Design Battery Connectivity Platform ราคา
(บาท)
Fantech WFP1 Shooter II Xbox One 600mAh

แบบฝังในตัว

USB 2.4GHz

สาย USB

Windows 7
เป็นต้นไป

PlayStation 3

790
Logitech F710 Xbox 360 แบตเตอรี่
AA x 2 ก้อน
USB 2.4GHz Windows 7
เป็นต้นไป

Android

Chrome OS

1,255
HyperX Clutch Xbox One 600mAh

แบบฝังในตัว เล่นได้ 19 ชม.

USB 2.4GHz

USB-C

Bluetooth

Windows

Android

1,290
MSI Force GC30 V2 Xbox One แบบฝังในตัว เล่นได้ 8 ชม. USB 2.4GHz

MicroUSB

Windows

Android

1,445
Microsoft Xbox Controller Xbox One แบตเตอรี่
AA x 2 ก้อน

เล่นได้ 40 ชม.

USB-C

Bluetooth

Windows

Android

iOS

Xbox One

Xbox Series X|S

1,833
Nintendo Switch Pro Controller Xbox One แบบฝังในตัว ความจุ 1,300mAh

เล่นได้ 40 ชม.

USB-C

Bluetooth

Windows

Nintendo Switch

2,190
Flydigi Vader2 PRO Xbox One

พร้อมฟังก์ชั่น
Macro

แบบฝังในตัว ความจุ 650mAh

เล่นได้ 40 ชม.

USB-C

USB 2.4GHz

Bluetooth

Windows

Android

iOS

2,190
PlayStation DualSense PlayStation แบบฝังในตัว เล่นได้ 12 ชม. USB-C

Bluetooth

PlayStation 4 และ 5

Windows

macOS

iOS

สมาร์ทโฟน Sony Xperia

2,380
Razer Raiju Xbox One แบบฝังในตัว เล่นได้ 23 ชม. USB-C

Bluetooth

Windows

Android

2,690

9 จอยเกม PC เล่นสนุกเพลินทุกเกม จัดไปแบบไร้สายไม่ต้องพันกันให้ยุ่งเหยิง!!

ต้นปี 2023 นี้ ถ้าเกมเมอร์คนไหนหาจอยเกม PC แบบไร้สายไว้เล่นเกมสักอัน ในตอนนี้แค่มีเงินไม่ถึงพันหรือพันบาทต้นก็เลือกซื้อได้แล้ว โดยจอยทั้ง 9 รุ่นในบทความนี้จะเป็นจอยที่ใช้เลย์เอ้าท์แบบ Xbox เป็นหลักและบางรุ่นยังต่อเล่นเกมกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Fantech WFP1 Shooter II (790 บาท)
  2. Logitech F710 (1,255 บาท)
  3. HyperX Clutch (1,290 บาท)
  4. MSI Force GC30 V2 (1,445 บาท)
  5. Microsoft Xbox Controller (1,833 บาท)
  6. Nintendo Switch Pro Controller (2,190 บาท)
  7. Flydigi Vader2 PRO (2,190 บาท)
  8. PlayStation DualSense (2,380 บาท)
  9. Razer Raiju (2,690 บาท)
1. Fantech WFP1 Shooter II (790 บาท)

WGP13 shooter

จอยเกมอันแรกสำหรับเกมเมอร์ประหยัดงบแต่เล่นดีไม่แพ้ใคร คือ Fantech WFP1 Shooter II ซึ่งใช้เลย์เอ้าท์แบบ Xbox One เชื่อมต่อไร้สายด้วย USB 2.4GHz หรือต่อสายเล่นก็ได้ มีปุ่ม Turbo ไว้เบิ้ลการกดปุ่มให้เพิ่มขึ้นและยังมีมอเตอร์สั่นฝังมาให้สั่นเวลาเล่นเกมด้วย ตัวจอยจะเป็นแบบฝังแบตเตอรี่เอาไว้ในตัว ความจุ 600mAh พร้อมไฟ LED บอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ ใช้ต่อเล่นกับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows 7 เป็นต้นไปหรือจะต่อกับเครื่อง PlayStation 3 ก็ได้ เป็นจอยเกมราคาไม่แพงหาซื้อง่ายและเล่นแบบไร้สายได้ด้วย จัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ Fantech WFP1 Shooter II
  • Design : Xbox One layout
  • Battery : ฝังในตัว ความจุ 600mAh มีไฟแสดงปริมาณแบตฯ
  • Connectivity : USB 2.4GHz, สาย USB
  • Platform : Windows 7 เป็นต้นไป, PlayStation 3
  • Price : 790 บาท (Gadget Villa Shopee)
2. Logitech F710 (1,255 บาท)

f710 gallery 1

Logitech F710 เป็นจอยเกมคอมไร้สายอีกรุ่นที่ยังน่าใช้แม้จะเปิดตัวมาหลายปีแล้ว โดยดีไซน์ของจอยนี้จะเป็นแบบ Xbox 360 และมีสวิตช์สลับโหมดระหว่าง Xinput, DirectInput ได้ตามต้องการให้เหมาะกับเกมที่ต้องการเล่น ตัวจอยมีระบบสั่นและเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง USB 2.4GHz กับ Windows 7 เป็นต้นไป, Android TV, Chrome OS เพื่อใช้งานได้ แบตเตอรี่ในจอยเป็นถ่านแบบ AA x 2 ก้อน ถอดเปลี่ยนได้ไม่ต้องกังวลหากแบตเตอรี่ในตัวจอยหมดหรือเสื่อมแล้ว แต่จุดสังเกตคือจอยนี้จะเชื่อมต่อด้วยสาย USB ไม่ได้เท่านั้น แต่ถ้าใครเน้นหาจอยไร้สายทนทานไม่พังง่าย ก็ซื้อจอยนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Logitech F710
  • Design : Xbox 360 layout
  • Battery : แบตเตอรี่แบบ AA x 2 ก้อน
  • Connectivity : USB 2.4GHz
  • Platform : Windows 7 เป็นต้นไป, Android TV, Chrome OS
  • Price : 1,255 บาท (Nava IT Shopee)
3. HyperX Clutch (1,290 บาท)

จอยเกมน่าใช้จากแบรนด์เกมมิ่งเกียร์ชั้นนำอย่าง HyperX มีจอย HyperX Clutch รุ่นนี้ให้เลือกซื้อ ซึ่งตัวจอยเชื่อมต่อได้หลากหลายแบบ ดีไซน์ตัวจอยใช้เลย์เอ้า Xbox One และฝังแบตเตอรี่ไว้ในตัว 600mAh ใช้งานได้นานสุด 19 ชม. เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C กับคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นไปชาร์จไป, USB 2.4GHz หรือจะต่อ Bluetooth แล้วต่อก้ามปูจับสมาร์ทโฟนแล้วเล่นเกมก็ได้ ใช้งานกับแพลตฟอร์ม Windows, Android ได้และยังมีปุ่ม Turbo ติดตั้งมาด้วย จัดเป็นจอยเกม PC ที่น่าซื้อมาไว้ที่โต๊ะคอมเล่นเกมประจำบ้านมาก

สเปคของ HyperX Clutch
  • Design : Xbox One Button layout
  • Battery : แบตเตอรี่ 600mAh ฝังในตัว เล่นได้นาน 19 ชม.
  • Connectivity : USB 2.4GHz, USB-C, Bluetooth
  • Platform : Windows, Android 
  • Price : 1,290 บาท (HyperX Shopee Mall)
4. MSI Force GC30 V2 (1,445 บาท)

1024 1

นอกจากจะมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงให้เลือกหลากหลายรุ่นแล้ว MSI ยังมีจอยเกม MSI Force GC30 V2 ให้เกมเมอร์เลือกไปเข้าเซ็ตกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่บ้านได้อีกด้วย โดยตัวจอยใช้ดีไซน์แบบจอย Xbox One และตัวปุ่ม D-Pad ยังมีตัวครอบปุ่มดีไซน์เฉพาะแถมมาให้ มีมอเตอร์สั่นติดไว้ในจอยถึง 2 ตัว ช่วยเสริมอรรถรสตอนเล่นเกมให้สนุกยิ่งขึ้น ตัวจอยเชื่อมต่อผ่านสาย MicroUSB หรือ USB 2.4GHz ก็ได้ มีแบตเตอรี่ฝังในตัวพร้อมไฟ LED แสดงสถานะแบตเตอรี่ ใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้นานสุด 8 ชม. รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, Android โดยเกม Android จะรันด้วยโปรแกรม MSI APP Player ในพีซีของ MSI ซึ่งถ้าใครชื่นชอบแบรนด์ MSI อยู่แล้วก็มีจอยนี้ให้ซื้อเอาไว้เล่นเกมเช่นกัน

สเปคของ MSI Force GC30 V2
  • Design : Xbox One Button layout
  • Battery : แบตเตอรี่ฝังในตัว เล่นได้นาน 8 ชม.
  • Connectivity : USB 2.4GHz, MicroUSB
  • Platform : Windows, Android 
  • Price : 1,445 บาท (McWinner Shopee)
5. Microsoft Xbox Controller (1,833 บาท)

55836945 e141 4d47 9dad 21d902948816

Microsoft Xbox Controller เป็นจอยเกม PC แบบมาตรฐานที่แม้จะเรียบง่ายก็ตามแต่ก็น่าใช้มาก ซึ่งตัวจอยนี้ใช้แบตเตอรี่ AA x 2 ก้อน และจะใช้เล่นเกมได้นานสุด 40 ชม. เชื่อมต่อเข้ากับพีซีและสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Windows, Android, iOS หรือแม้แต่เครื่องคอนโซล Xbox One หรือ Xbox Series X|S ด้วยสาย USB-C หรือ Bluetooth ก็ได้และใต้ตัวจอยยังมีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. อยู่ด้วย จุดเด่นคือมีปุ่ม Share บนจอยเพื่อแชร์ภาพหรือคลิปในเกมขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ได้ง่ายๆ ซึ่งจอยนี้แม้จะดูเรียบง่ายแต่จับถนัดมือเล่นเกมสะดวก ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าถ้าจับใช้จนคล่องน่าจะถูกใจจอยนี้อย่างแน่นอน

สเปคของ Microsoft Xbox Controller
  • Design : Xbox One Button layout
  • Battery : แบตเตอรี่ AA x 2 ก้อน เล่นได้นาน 40 ชม.
  • Connectivity : USB-C, Bluetooth
  • Platform : Windows, Android, iOS, Xbox One, Xbox Series X|S
  • Price : 1,833 บาท (McWinner Shopee)
6. Nintendo Switch Pro Controller (2,190 บาท)

51f14ee3e311070c48e7583d3151c6d5

จอยเกม Nintendo Switch Pro Controller ตัวนี้นอกจากใช้กับเครื่อง Nintendo Switch ได้แล้ว ยังต่อกับพีซีระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อเล่นเกมผ่านทางสาย USB-C หรือ Bluetooth ก็ได้และในตัวจอยมีมอเตอร์สั่นฝังมาให้กับแบตเตอรี่ในจอย 1,300mAh ใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้นาน 40 ชม. ตัวจอยเลย์เอ้าท์เป็นแบบ Xbox One จับถนัดมือเล่นเกมง่าย และจอยตัวนี้จะเหมาะกับเกมเมอร์ที่เน้นเล่นเกมของ Nintendo Switch และ Windows PC เป็นหลัก แนะนำให้ซื้อจอยนี้มาใช้เล่นเกมไปเลยจะเล่นได้จบครบเครื่องที่สุด

สเปคของ Nintendo Switch Pro Controller
  • Design : Xbox One Button layout
  • Battery : แบตเตอรี่ฝังในจอย 1,300mAh เล่นได้นาน 40 ชม.
  • Connectivity : USB-C, Bluetooth
  • Platform : Windows, Nintendo Switch
  • Price : 2,190 บาท (Tinzshop Shopee Mall)
7. Flydigi Vader2 PRO (2,190 บาท)

879960ab0ed86ff380cc0ce0e0497f33

Flydigi Vader2 PRO จอยเกม PC แบรนด์จีนซึ่งมีชื่อเสียงจากหูฟัง True Wireless เกมมิ่งมาก่อนก็มีจอยฟีเจอร์ดีล้นตัวและสีสวยน่าใช้อีกด้วย โดยจอยนี้เชื่อมต่อกับ Windows, Android, iOS ได้ด้วยสาย USB, Bluetooth หรือ USB 2.4GHz ได้แล้ว จอยเลย์เอ้าท์ Xbox One ตัวนี้ก็มีฟังก์ชันน่าใช้ติดตั้งมาให้หลายอย่าง ทั้งก้านก้ามปูจับสมาร์ทโฟน, มอเตอร์สั่น, ระบบ Motion Sensor, ปุ่มเสริมหน้าจอย 2 ปุ่ม, ปุ่มมาโครหลังจอย 4 ปุ่ม ให้กดคีย์ลัดที่ตั้งค่าในโปรแกรม Flydigi PC Space Station ได้และยังตั้ง Mapping ปุ่มจอยได้ละเอียดขึ้น ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบฝังในตัวจอย ความจุ 650mAh ใช้เล่นเกมได้นานสุดราว 40 ชม. จัดเป็นจอยเกม PC ตัวเด็ดน่าเล่นหากใครเน้นฟีเจอร์เยอะ ฟังก์ชั่นแน่นล้นตัวก็แนะนำให้ซื้อรุ่นนี้ไปเล่นเป็นอย่างมาก

สเปคของ Flydigi Vader2 PRO
  • Design : Xbox One Button layout พร้อมฟังก์ชั่น Macro
  • Battery : แบตเตอรี่ฝังในจอย 650mAh เล่นได้นาน 40 ชม.
  • Connectivity : USB-C, USB 2.4GHz, Bluetooth
  • Platform : Windows, Android, iOS
  • Price : 2,190 บาท (EGadget Trending Shopee Mall)
8. PlayStation DualSense (2,380 บาท)

Screenshot 2023 01 09 103319 1

จอย PlayStation DualSense เองก็นับเป็นจอยเกม PC รุ่นที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่คุ้นเคยแน่นอน โดยจอยนี้จะเล่นโดยต่อสาย USB-C หรือ Bluetooth ก็ได้และยังมีช่องต่อสายหูฟัง 3.5 มม. ในตัว ใช้เล่นกับแพลตฟอร์ม PlayStation 4 และ 5, Windows, macOS, iOS ก็ได้ โดยจอยนี้มีลำโพงและไมค์ในตัวกับระบบ Motion Sensor และ Haptic Feedback แต่จอยนี้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมในระบบปฏิบัติการ Android โดยตรง ยกเว้นใช้สมาร์ทโฟน Sony Xperia เท่านั้นถึงจะใช้งานร่วมกันได้ แบตเตอรี่ของตัวจอยจะเป็นแบบฝังในตัวเล่นเกมได้นานสุด 12 ชม. ซึ่งจอยนี้ถ้าใครมีเครื่อง PlayStation 5 อยู่แล้วจะหยิบมาเล่นเกมคอมหรือเล่นบนเครื่องคอนโซลก็ดี

สเปคของ PlayStation DualSense
  • Design : PlayStation Controller layout
  • Battery : แบตเตอรี่ฝังในจอย เล่นได้นาน 12 ชม.
  • Connectivity : USB-C, Bluetooth
  • Platform : PlayStation 4 และ 5, Windows, macOS, iOS, สมาร์ทโฟน Sony Xperia
  • Price : 2,380 บาท (Jetkoy Shop Shopee Mall)
9. Razer Raiju (2,690 บาท)

575679fb15d2b69042de8c986170f26a

Razer Raiju เป็นจอยเกม PC แบบติดก้ามปูจับสมาร์ทโฟนเอาไว้ให้ในตัว เหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นเกมบนแพลตฟอร์ม Windows และ Android โดยใช้ร่วมกับแอพฯ Razer Raiju Mobile ได้สะดวกทั้งคู่แถมยังออกแบบมารองรับการเล่นเกมกับแพลตฟอร์ม GeForce NOW ระบบ Cloud Gaming ของ NVIDIA ด้วย ตัวเลย์เอ้าท์ปุ่มจะเป็นแบบจอย Xbox One จับง่ายใช้ถนัดพร้อมปุ่มมาโครพิเศษอีก 4 ปุ่ม เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือ USB-C ก็ได้ แบตเตอรี่เป็นแบบฝังในตัวเล่นเกมได้นานสุด 23 ชม. ถ้าใครเล่นเกมทั้งบนมือถือและพีซีล่ะก็จอยนี้ตอบโจทย์แน่นอน

สเปคของ Razer Raiju
  • Design : Xbox One Controller layout
  • Battery : แบตเตอรี่ฝังในจอย เล่นได้นาน 23 ชม.
  • Connectivity : USB-C, Bluetooth
  • Platform : Windows, Android
  • Price : 2,690 บาท (Hpbyiqink Shopee)

game console g90888dc69 1280

จะเห็นว่าจอยเกม PC ยุคนี้นอกจากต่อกับเครื่องคอนโซลโดยเฉพาะของเครื่องนั้นๆ แล้ว ยังต่อกับสมาร์ทโฟนและพีซีเล่นเกมได้อย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเกมเมอร์สายเกม RPG น่าจะขาดจอยเกม PC ดีๆ แบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากได้แนะนำให้ลองไปเดินจับดูตัวจริงตามร้านคอมพิวเตอร์ชั้นนำสักครั้งหนึ่งก่อนว่าขนาดจอยมันพอดีมือหรือไม่ เล็กหรือใหญ่เกินไปหรือเปล่าแล้วค่อยตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1katanagf66gen12

Share image Edit Name 1g15 1

ปก 6 ไมค์คอมน่าลอง แก้ scaled

from:https://notebookspec.com/web/681723-9-recommend-pc-controller

NYXI ออกจอย Switch หน้าตาย้อนยุคแบบ GameCube, การันตีไม่มีปัญหา Joy-Con Drift

บริษัทอุปกรณ์เสริม NYXI ออกสินค้าใหม่เป็นจอยของ Nintendo Switch ที่ใช้หน้าตาเหมือนกับจอยสีม่วงของ Nintendo GameCube ในอดีต เอาใจแฟนๆ กลุ่มย้อนยุค พร้อมชูจุดขายสำคัญที่จอยของนินเทนโดเองไม่มี คือ การันตีว่าจะไม่มีปัญหาคันโยกเลื่อนเอง Joy-Con Drift อย่างแน่นอน (Hall effect joystick, with no drifting)

จอยรุ่นนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า NYXI Wizard Wireless Joy-Pad เป็นจอยไร้สายที่ได้แรงบันดาลใจจาก GameCube (แฟนๆ เรียกจอยรุ่นเก่าด้วยชื่อเล่นว่า WaveBird) แต่ปรับปรุงเรื่อง ergonomic ให้เข้ากับยุคสมัย และเพิ่มฟีเจอร์การปรับแต่งเข้ามา เช่น ปุ่มด้านหลังที่ remapping ได้ตามต้องการ, เปลี่ยนก้านโยกได้เอง แบตเตอรี่ใช้งานได้ 6.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ราคาขายที่ 69 ดอลลาร์ สั่งซื้อได้แล้วจากเว็บไซต์ NYXI

ที่มา – IGN

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132194

Nintendo Switch 2 อาจวางจำหน่ายในปี 2023 นี้

งานนี้ปู่นินอาจมีเซอไพรส์ให้สาวกด้วยการวางจำหน่าย Nintendo Switch 2 ที่ใครๆ คาดว่าเป็น Switch Pro ในปี 2023 ที่จะถึงนี้ ถ้าไม่มีอะไรพลาด 4K และ DLSS มาด้วยอย่างแน่นอน

Nintendo Switch
Nintendo Switch

สมาชิกของ Digital Foundry ได้พูดคุยเกี่ยวกับอนาคตและอดีตของคอนโซลสุดแจ๋มจากปู่นินอย่าง Nintendo Switch ในวิดีโอล่าสุดของ DF Direct Weekly โดยนักข่าวถูกถามว่าจะมีคอนโซล Nintendo Switch 2 เปิดตัวในปี 2023 หรือไม่และคาดว่าจะมีสเป็คแบบใดสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าว ในขณะที่การอภิปรายส่วนใหญ่อิงตามความคิดเห็น(ส่วนตัวของผู้ให้สัมภาษณ์) ทว่า John Linneman เสนอข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแผน Switch ของ Nintendo ที่ไม่ได้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวออกมา

ฉันสามารถเข้าใจได้จากการพูดคุยกับนักพัฒนาที่แตกต่างกัน คือมีการวางแผนการอัปเดตสวิตช์รุ่นกลางบางประเภท ณ จุดหนึ่งและดูเหมือนว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป – John Linneman

Advertisementavw

ในช่วงต้นปี 2021 ดูเหมือนว่า Nintendo กำลังจะเปิดตัวคอนโซล Switch Pro โดยผู้ที่ให้ข่าวรั่วไหลอ้างว่าได้รับข้อมูลในด้านต่างๆ ของตัวเครื่องเช่น สเปค, ความสามารถและวันที่เปิดตัว ทว่าในขณะที่กระแสของ Switch Pro กำลังร้อนแรง Nintendo ก็ดันไปทำการเปิดตัวรุ่น Switch OLED ในเดือนกรกฎาคม 2564 แทนซะงั้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ารุ่น Switch Pro อยู่ในการพัฒนาของทาง Nintendo อยู่  แต่ด้วยสถานการ COVID-19 และการขาดแคลนชิปทั่วโลกได้กระทบไปยัง Nintendo และผู้ผลิตชิปเซ็ทหลักอย่าง NVIDIA โดยตรง ทำให้ความคิดเรื่องการเปิดตัว Switch Pro นั้นถูกปิดกั้นลงชั่วคราวแล้วทาง Nintendo ก็แก้เกมด้วยการเปิดตัว Nintendo Switch OLED ออกมาแทนที่

เนื่องจาก Switch Pro อาจเป็น “การอัปเดตสวิตช์รุ่นกลาง” ซึ่งยังคงหมายความว่าสวิตช์รุ่นต่อไปน่าจะอยู่ในขั้นตอนการผลิตและมีการอภิปรายที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งสามคนในรายการ(อันได้แก่ John, Oliver และ Richard) ไม่เชื่อว่า Switch 2 หรือ Super Switch จะวางจำหน่ายในปี 2023 แม้ว่ายอดขายของ Nintendo Switch จะค่อย ๆ ลดลง (แต่จริงๆ ปู่นินเก็บยอดขายไปแล้วกว่า 114 ล้านเครื่องตั้งแต่ปี 2017 แบบเงียบๆ ไม่ต้องบอกใครด้วย)

สิ่งที่ทำให้น่าคิดมากที่สุดสำหรับ Nintendo Switch รุ่นใหม่(หรือ Nintendo Switch 2) ก็คือชิปเซ็ท Nvidia Tegra T239 ที่เคยถูกเอ่ยขึ้นมาว่าจะถูกใช้งานยังคงเป็นปริศนา ไม่มีข้อมูลใดๆ หลุดออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลมว่าชิปเซ็ทบน Nintendo Switch รุ่นปัจจุบันทั้งหมดอย่าง Tegra X1 เริ่มเก่ามากแล้ว(Tegra X1 เปิดตัวปี 2015 แล้วค่อยอัปเดทเป็น Tegra X1+ ในปี 2019)

แม้ว่า Nintendo จะไม่สนใจที่จะไล่ตามเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ PlayStation 5 และ Xbox Series X ใช้งาน แต่ก็จำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่า Switch รุ่นต่อไปจะคุ้มค่ากับการเปลี่ยนผ่านที่ก่อให้ทั้งผู้เล่นและทาง Nintendo เองประสบความสำเร็จ โดยตัวเครื่องรุ่นใหม่นั้นน่าจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยที่ยังคงเสนอความเข้ากันได้แบบย้อนกลับเต็มรูปแบบกับคอนโซล Switch รุ่นปัจจุบัน(สามารถเล่นเกมของ Nintendo Switch ในปัจจุบันได้ทั้งหมด)

นอกไปจากนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือการสนับสนุน 4K และ DLSS (หรือ DLSS 2.0) ได้รับการเสนอแนะก่อนหน้านี้ว่าเป็นการอัปเกรดที่เหมาะสมสำหรับสวิตช์รุ่นถัดไป เนื่องจากมีการเล่นเกมที่มีความละเอียดสูงขึ้นที่ 60 FPS ขณะอยู่ในโหมดมือถือ การรองรับ HDR อัตราการรีเฟรช 120 Hz และแม้แต่การมี SSD ก็ยังได้รับการกล่าวถึงเกี่ยวกับการอัปเกรด Nintendo Switch 2 ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา : notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/web/681125-nintendo-switch-2-launch-in-2023

รีวิว The DioField Chronicle (Nintendo Switch) – เกมวางแผนที่สนุก แต่ต้องมาสะดุดเพราะการเล่าเรื่อง

รีวิว The DioField Chronicle (Nintendo Switch) – เกมวางแผนที่สนุก แต่ต้องมาสะดุดเพราะการเล่าเรื่อง
Alex

นับจาก Final Fantasy Tactics มา Square Enix เองก็เหมือนจะไม่ค่อยมีเกมไตเติลแนววางแผนการรบ หรือ Strategy Role-Playing Game ที่เป็นตำนานคลาสิกออกมาให้ได้เล่นกันอีกเลย จนในที่สุดปีนี้ SE เองก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเกมวางแผนการรบออกมาให้ได้เล่นกันอีกครั้ง โดยมาในรูปแบบของตำนานบทใหม่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ DioField กับมหาสงครามของอาณาจักร Alletain

The DioField Chronicle ถือเป็นเกม IP ใหม่ที่มีความน่าสนใจมากตั้งแต่ตอนเปิดตัวในงาน State of Play 2022 เพราะด้วยรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจ กอปรกับเรื่องราวที่ดูน่าติดตาม ทำให้ผู้รีวิวเองรอคอยเวลาที่จะได้ลองสัมผัสมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เล่น The DioField Chronicle อย่างจริงจังแล้วทำให้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของเกมที่ชัดเจนมาก โดยในขณะที่งานด้านเกมเพลย์ที่สุดแสนจะรวดเร็วและระบบการต่อสู้แบบ Real Time Strategy หรือ RTS นั้นถือเป็นข้อเด่นที่สำคัญมากของเกม แต่ตัวเนื้อเรื่องที่ดูเหมือนจะน่าสนใจกลับถูกกำกับและถ่ายทอดออกมาอย่างไม่ละเมียดและรวดเร็วเกินไปจนผู้เล่นไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์หรือเกิดอารมณ์ร่วมมากนัก ส่งผลให้หลายๆ พล็อตที่เป็นจุดเปลี่ยนของเกมไม่ได้สร้างผลกระทบทางความรู้สึกกับผู้เล่นสักเท่าไหร่เลย

ด้วยเหตุนี้ The DioField Chronicle จึงทำได้เพียงเกมที่สนุกพอประมาณ แต่ยังขาดความตราตรึงใจอย่างที่มันควรจะเป็น

แต่สำหรับใครที่ยังคงสนใจ The DioField Chronicle อยู่นั้นก็สามารถติดตามอ่านรีวิวแบบละเอียดกันได้ต่อด้านล่างนี้เลย

มิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน กับมหาสงครามบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์นามว่า DioField

ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ เจ้าชาย Levantia Shaytham ผู้ที่มีหน้าที่ในการสืบต่ออำนาจของราชวงค์ Shaytham แห่งอาณาจักร Alletain นั้นได้มีโอกาสพบกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งนาม Andrias Rhondarson (Rias) เด็กชายผู้มาพร้อมพรสวรรค์มากมายที่ฉายแววจนได้มาเป็นมหาดเล็กและองครักษ์ข้างกายของพระองค์ พร้อมกับหนุ่มน้อยมากความสามารถอีกคนที่มีนามว่า Fredret Lester (Fred)

ทั้ง Rias และ Fred เป็นพระสหายที่สนิทสนมของเจ้าชาย Levantia และร่วมเล่นและเรียนรู้ไปด้วยกันตลอดช่วงเวลาที่เจ้าชายทรงเตรียมพระองค์เพื่อขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ แต่อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าชาย Levantia ก็ถูกลอบปลงพระชนม์กระทันหันโดยผู้ไม่หวังดี ทำให้ Rias และ Fred ต้องระหกระเหินไปอยู่กับตระกูล Zoruaq นักรบผู้กล้าที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้มาพบกับ Izelair Wigan (Izzy) ลูกสาวของ Zoruaq ที่ต่อมาได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับทั้ง Rias และ Fred และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันจนเติบโต

Rias และ Fred ยังคงมีอุดมการณ์แน่วแน่ที่จะรักษาอาณาจักร Allentain ซึ่งเป็นอาณาจักรของสหายรักในอดีตอย่างเจ้าชาย Levantia เอาไว้ และมุ่งมั่นที่จะนำเอาความสงบสุขกลับคืนมาสู่อาณาจักร Allentain และดินแดน DioField อีกครั้ง ทั้งสองจึงได้ชักชวน Izzy ให้ออกเดินทางไปพร้อมกันเพื่อหาโอกาสในการทำตามความฝัน ก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างจะชักนำให้กลุ่มเพื่อนรักทั้งสามได้มาเป็นทหารรับจ้างภายใต้การดูแลของดยุค William Hende ซึ่งต่อมามีเหตุการณ์จับพลัดจับผลูให้ได้จัดตั้งกลุ่มทหารรับจ้างเป็นของตนเองภายใต้ชื่อกลุ่ม Blue Foxes ที่มีจุดประสงค์เพื่อเป็นทหารรับจ้างภายใต้การบัญชาการของดยุค William Hende และเพื่อกอบกู้และรักษาอาณาจักร Allentain จากการรุกรานของจักรวรรดิ Trovelt-Schoevian

Duke William Hende in strategy room - รีวิว The DioField Chronicle
ดยุค William Hende กับแผนการรบสำหรับการโจมตีครั้งใหม่

Rias, Fred และ Izzy ต้องรวบรวมกลุ่มคนที่มีความสามารถ และมีอุดมการณ์ร่วมกัน เพื่อที่จะมาทำภารกิจยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ โดยในระหว่างทางนั้น กลุ่ม Blue Foxes เองได้สร้างชื่อเสียงมากมายทั้งในด้านดีและด้านโหดเหี้ยม ก่อนที่จะกลายเป็นที่สมญานามกันไปทั่วทั้งแผ่นดิน Attelain และได้รับได้การเลื่อนขั้นจากกลุ่มทหารรับจ้างเป็นกองกำลังอัศวินพิทักษ์อาณาจักร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือของจักรวรรดิ Trovelt-Schoevian

และไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร Rias, Fred, Izzy และกลุ่ม Blue Foxes จะไม่ยอมให้จักรวรรดิ Trovelt-Shoevian ได้ในสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งจะไม่ยอมสูญเสียอาณาจักร Attelain อันยิ่งใหญ่ ซึ่งควรจะเป็นของสหายสนิทอย่างเจ้าชาย Leventia นี้ไปอย่างแน่นอน จึงก่อเกิดเป็นมหากาพย์สงครามบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์นามว่า DioField ใน The DioField Chronicle นั่นเอง

เรื่องราวระดับมหากาพย์ ที่ถูกเล่าและกำกับออกมาอย่างไม่คู่ควร

The DioField Chronicle ใช้วิธีการนำเสนอแบบ “เล่า” แทนการ “เล่น” เป็นหลัก หลายต่อหลายเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกเล่าผ่านทางมุมมองของผู้เล่าเรื่อง (Narrator) ซึ่งไม่ใช่ตัวละครต่างๆ ภายในเกมเลย และจะถูกเล่าผ่านไปโดยที่ผู้เล่นแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์หรือรายละเอียดภายในเหตุการณ์เหล่านั้นเลย ภารกิจหลักต่างๆ ที่เราได้ทำนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องที่ถูกเล่าในแต่บท (Chapter) เท่านั้น

story telling - รีวิว The DioField Chronicle
เรื่องราวที่เปิดเผยผ่านทางการ “เล่า” มากกว่าการ “เล่น” ของ The DioField Chronicle

นอกจากนี้หลายต่อหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Blue Foxes โดยตรงก็ยังถูก “เล่า” ออกมาแทนการให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งด้วยการ “เล่น” อีกด้วย นี่จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดภายในเกม The DioField Chronicle ที่ไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมไปกับเหตุการณ์และความจำเป็นของการกระทำในคณะ Blue Foxes ได้ดีสักเท่าไหร่นักเลย

Waltaquin and the gang - รีวิว The DioField Chronicle
Waltaquin กับความลับบางอย่างของ The DioField Chronicle

อีกหนึ่งปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการกำกับลำดับเรื่องของ Takahiro Kumagai ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้กำกับ The DioField Chronicle ในครั้งนี้ ที่โดยส่วนตัวแล้วผู้รีวิวแอบคาดหวังไว้สูงมากทีเดียวจากประสบการณ์การกำกับเกมก่อนหน้านี้อย่าง The Legend of Dragoon (PS1) และ The Last Remnant (Xbox360) ที่ทั้งสองเกมต่างก็เปรียบเสมือนเกมในตำนานบนแพลตฟอร์มของตัวเอง และถึงแม้ว่าเกมแนวประวัติศาสตร์อารยธรรมแบบ The DioField Chronicle นั้นดูจะเป็นแนวถนัดของ Takahiro Kumagai แต่การกลับมาในครั้งนี้ของเขากลับไม่สามารถเรียงร้อยเรื่องราวมหากาพย์ The DioField Chronicle ให้สมูธได้อย่างที่ควรจะเป็นเลย ในช่วงต้นเกมนั้น The DioField Chronicle สาดเทข้อมูลต่างๆ ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้เข้ามายังผู้เล่นแบบประหนึ่งยิงห่ากระสุนออกมา และอัดแน่นกันจนล้นไปหมดในทุกจุด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นกับบทที่ 1 (Chapter 1) ภายในเกม ทำให้ผู้เล่นอาจถึงขั้นประติดประต่อเรื่องราวไม่ถูกและไม่อยากเล่นต่อกันได้เลยทีเดียว แต่โชคยังดีที่เมื่อเวลาผ่านไป เนื้อหาใน Chapter หลังๆ สักประมาณ Chapter 3 เป็นต้นไปนั้นถูกลดทอนลงให้เหลือปริมาณที่เหมาะสมกับการย่อยของผู้เล่นต่อหนึ่งบทมากขึ้น จึงทำให้ตัวเกมกลับมารักษาจังหวะการเล่าเรื่องที่เหมาะสมเอาไว้ได้อีกครั้งในที่สุด

ระบบต่อสู้แบบ RTS เสน่ห์ที่ฉายแสงเด่นมากใน The DioField Chronicle

หากมองข้ามปัญหาในการเล่าเรื่องของ The DioField Chronicle ไป เราจะพบกับรูปแบบการเล่นหรือเกมเพลย์ที่มีความสนุก รวดเร็ว และน่าสนใจมาก โดย The DioField Chronicle นั้นมาพร้อมกับรูปแบบการเล่นแบบเกมวางแผนการรบที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเป็นแบบ Real Time Strategy หรือการต่อสู้แบบวางแผนโดยอิงตามเวลาจริง หมายความว่าตัวละครต่างๆ ทั้งฝั่งเราและศัตรูจะไม่หยุดโจมตีแล้วรอเทิร์นเหมือนพวก Turn Base แต่จะโจมตีตามจังหวะและรูปแบบจริง ทำให้สร้างความกดดันในการต่อสู้ได้ดีทีเดียว เพราะหากเราไม่ได้วางแผนให้ดี และเลือกเล่นในแต่ละด่านแบบเงอะงะ รับประกันเลยว่าผลจะจบลงไม่สวยแน่ๆ เพราะในระหว่างที่เราคิดอยู่นั้น ศัตรูของเราก็พร้อมเดินเกมอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ระบบการจัดทีมแม่ทัพและพลรองใน The DioField Chronicle
ระบบการจัดทีมแม่ทัพและพลรองใน The DioField Chronicle

ในการต่อสู้แต่ละครั้ง เราจะสามารถเลือกตัวละครหลักเข้าร่วมต่อสู้ได้ทั้งสิ้น 4 คน และจะมีอีก 4 ตัวละครที่สามารถพ่วงเข้าไปเป็นฝ่ายสนับสนุนในการต่อสู้ได้ (รวมเป็น 8 ตัวละคร) โดยจะทำหน้าที่เป็นพลรองของแม่ทัพหลักที่เราเลือกมาในการต่อสู้ครั้งนั้นๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นสามารถเรียกใช้ท่าไม้ตาย (Technique) ของคนที่เราเลือกเป็นพลรองมาช่วยในระหว่างการรบได้นั่นเอง

ตัวละครที่เราเลือกไปสู้ในด่านนั้นๆ ทั้งแม่ทัพและพลรองจะได้รับค่าประสบการณ์เมื่อจบด่าน โดยแม่ทัพจะได้มากกว่าพลรอง - รีวิว The DioField Chronicle
ตัวละครที่เราเลือกไปสู้ในด่านนั้นๆ ทั้งแม่ทัพและพลรองจะได้รับค่าประสบการณ์เมื่อจบด่าน โดยแม่ทัพจะได้มากกว่าพลรอง

แต่ละยูนิตที่เราจัดทัพ จะประกอบด้วยตัวละครที่ถนัดการใช้อาวุธและรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ถนัดมีดสั้นและเน้นความว่องไวในการโจมตี ซึ่งมี Rias เป็นตัวละครหลัก และตามมาด้วยกลุ่มที่เน้นการโจมตีหนักหน่วงและมีความแข็งแกร่งสูง แต่จะโจมตีได้ช้ากว่า ซึ่งในกลุ่มนี้จะมี Fred เป็นตัวละครหลัก และกลุ่มพลธนูและพลแม่นปืนที่เน้นการโจมตีระยะไกลโดยอยู่ภายใต้การนำของตัวละครหลักคือ Iscarion Colchester (Isca) และสุดท้ายคือกลุ่มนักเวทย์และฮีลเลอร์ที่มีตัวละครหลักในกลุ่มเป็นนักเวทย์สาวจากตระกูล Redditch ตัวจี๊ดประจำเกมอย่าง Waltaquin Redditch (Quin) เป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่อง

การใช้สกิลของตัวละครแต่ละตัวที่จะได้มาจากอาวุธแต่ละชนิดที่สวมใส่ไว้ต่างกันไป - รีวิว The DioField Chronicle
การใช้สกิลของตัวละครแต่ละตัวที่จะได้มาจากอาวุธแต่ละชนิดที่สวมใส่ไว้ต่างกันไป

สิ่งที่ชอบมากๆ เมื่อพูดถึงระบบการต่อสู้ของ The DioField Chronicle นั้นคือความหลากหลายของรูปแบบการปรากฏตัวและการจัดทัพของศัตรู รวมไปจนถึงความหลากหลายในสกิลการโจมตีของศัตรูเองที่ทำให้ผู้เล่นอย่างเราจะเป็นต้องวางแผนการรบที่กระชับและรัดกุมมากๆ ไม่สามารถสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าฉากต่อสู้แล้วหวังว่าจะได้รับชัยชนะแบบไร้กังวล ในความเป็นจริงแล้ว หลายๆ การต่อสู้อาจทำให้คุณต้องกลับมาเริ่มเล่นใหม่อยู่หลายครั้งเพื่อทดลองแผนการรบที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับการต่อสู้ในด่านนั้นๆ เพื่อผลลัพธ์การต่อสู้ที่ดีที่สุด เพราะหากเราสามารถชนะด่านนั้นๆ ได้ตามเงื่อนไขที่ระบบวางไว้ เราจะได้รับไอเท็มที่จำเป็นเมื่อผ่านเงื่อนไขนั้นๆ มาเพื่อทำการพัฒนาตัวละครและฐานทัพของเราต่อไป ดังนั้นในทุกการเล่นจึงไม่เพียงแค่เล่นเพื่อให้ผ่านๆ ไปเท่านั้น แต่ยังต้องวางแผนให้เป็นการเล่นที่มีกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเพื่อไอเท็มที่รออยู่เบื้องหน้าด้วย

อย่างไรก็ตาม The DioField Chronicle นั้นก็ยังใจดีพอที่จะมีระบบ Battle Log ไว้ให้เราสามารถเลือกเริ่มเล่นในแต่ละด่านใหม่ โดยเริ่มจากจุดที่เราทำไว้ได้ดีที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์กับความยากของตัวเกม และไม่ใจร้ายกับคนเล่นเกินไปถึงขนาดที่ว่าถ้าเล่นผิดพลาดเพียงก้าวเดียวแล้วต้องมาเริ่มเล่นใหม่กันตั้งแต่ศูนย์ให้น่าขัดใจแต่อย่างใด

การพัฒนาตัวละคร กองทัพ และฐานทัพ อีกหนึ่งความท้าทายใน The DioField Chronicle

The DioField Chronicle นั้นแทบไม่ได้ให้โอกาสผู้เล่นได้โฟกัสตัวละครหลักอย่างหลากหลายเลย (โดยเฉพาะในช่วงต้นของเกม) เนื่องจากไอเท็มในการอัพเกรดพวก Skill Trees, Weapons และ Magilumic Orbs นั้นหาได้ยากมากๆ และใช้ร่วมกันในการอัพเกรดทุกตัวละคร ดังนั้นจึงเหมือนเป็นการบังคับผู้เล่นกลายๆ ให้ต้องโฟกัสการอัพเกรดไปที่ตัวละครหลักที่ตัวเองเลือกจัดทัพเอาไว้ตั้งแต่ต้น และเดินไปในแนวทางนี้ต่อไปจนจบ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพลรองนั้นเราสามารถสลับมาเล่นตามความเหมาะสมทางกลยุทธ์ หรือยุทธศาสตร์ในด่านนั้นๆ ได้ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เราสามารถผ่านด่านนั้นๆ ไปได้อย่างง่ายดายขึ้น

สามารถอัพเกรด Skill Tree, Magilumic Orb และ Weapon ได้ที่สถานบันในฐานทัพ - รีวิว The DioField Chronicle
สามารถอัพเกรด Skill Tree, Magilumic Orb และ Weapon ได้ที่สถานบันในฐานทัพ

กระนั้นแล้วในช่วงหนึ่งของเกม ตัวเกมเองก็จะมีการบังคับให้เราสามารถใช้ตัวละครบางตัวได้ ในขณะที่อีกบางตัวนั้นมีภารกิจของตัวเองที่ต้องแยกย้ายกันไปสะสาง ซึ่งเมื่อถึงฉากเหล่านี้ หากตัวละครที่ต้องไปทำภารกิจอื่นคือตัวละครหลักที่เราเลือกเล่นไว้แต่ต้น เราก็จะมีโอกาสเอาตัวละครอื่นไปใช้งานแทนในภารกิจของเราเพื่อเป็นการทำความเข้าใจรูปแบบการต่อสู้และสร้างกลยุทธที่หลากหลายขึ้นได้สำหรับการต่อสู้ครั้งที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

ข้อดีนั้นเห็นได้ชัดมาก คือตัวผู้เล่นเองไม่ต้องเสียเวลาสับสนกับการเลือกอัพเกรดตัวละครมากนัก เพราะเนื่องจากทรัพยากรที่จำเป็นในการอัพเกรดนั้นมีอยู่อย่างจำกัด การที่เกมออกแบบมาให้เราไปให้สุดกับตัวละครใดตัวหนึ่งที่เลือกมาตั้งแต่แรกนั้นทำให้เราสามารถพุ่งเวลาการพัฒนาไปที่ตัวละครตัวนั้นๆ ได้เลยโดยไม่ต้องลังเล ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างความหลากหลายในการเล่นได้จากกลุ่มพลรองที่สามารถเลือกสลับมาใช้งานได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่จำเป็นต้องโฟกัสเรื่องการอัพเกรดตัวละครและอาวุธมากนักนั่นเอง

เมนูการอัพเกรด Skill Tree ของตัวละครแต่ละตัว โดยต้องใช้ไอเท็มที่เก็บได้จากหีบสมบัติในแต่ละด่าน - รีวิว The DioField Chronicle
เมนูการอัพเกรด Skill Tree ของตัวละครแต่ละตัว โดยต้องใช้ไอเท็มที่เก็บได้จากหีบสมบัติในแต่ละด่าน

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดและถือเป็นเสน่ห์สำคัญมากๆ ในระบบการต่อสู่ของ The DioField Chronicle นั้นคือเหล่าทวยเทพที่เราสามารถร่ายมนต์เรียกออกมาได้จากการติดตั้ง Magilumic Orbs ที่ได้มาจากเหตุการณ์ต่างๆ นั่นเอง โดยเราสามารถอัพเกรดทวยเทพเหล่านี้ได้ด้วยการใช้ไอเท็มที่เก็บได้จากหีบสมบัติในแต่ละด่านต่อสู้ ซึ่งมีทั้งการอัพเกรดพื้นที่เอฟเฟ็คของพลังเวทย์จากทวยเทพ รวมไปจนถึงพลังการโจมตี และพลังการฟื้นฟูต่างๆ ซึ่งมีรูปแบบการอัพเกรดเดียวกับ Skill Trees หรือทักษะพื้นฐานของตัวละครแต่ละตัวนั่นเอง

Magilumic Orb ที่ใส่ให้กับทัพเรา จะทำให้เราสามารถร่ายเทพมาช่วยในการโจมตีเราได้ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตาม Magilumic Orb ที่เลือก - รีวิว The DioField Chronicle
Magilumic Orb ที่ใส่ให้กับทัพเรา จะทำให้เราสามารถร่ายเทพมาช่วยในการโจมตีเราได้ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตาม Magilumic Orb ที่เลือก

นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถอัพเกรดฐานทัพของตัวเองให้มีความสามารถในการพัฒนาอาวุธ อุปกรณ์ และ Magilumic Orbs มากขึ้นได้อีกด้วย รวมไปจนถึงการอัพเกรดฐานทัพเพื่อพัฒนาค่าสแตตต่างๆ แบบยกทัพ เช่นเปอร์เซ็นการได้มาซึ่งค่าประกบการณ์ต่อการต่อสู้หนึ่งครั้ง รวมไปจนถึงความแข็งแกร่งของทัพที่จะเป็นการอัพเดตสแตตแบบทั้งขบวนทีมเลย ไม่ใช่แค่ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นเหมือนกันอัพเกรดสกิลทั่วไป

ทั้งหมดนี้คือปราการสำคัญที่จะทำให้เรากำชัยเหนือการต่อสู้ในทุกด่านได้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญของเกมมากที่ออกแบบมาให้เราสนุกไปกับการพัฒนาตัวละคร กองทัพ อาวุธ สกิล และฐานทัพแบบหลักเลี่ยงไม่ได้ เพื่อกลยุทธ์ที่หลากหลายและเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในแต่ละด่าน

The DioField Chronicle ตำนานบทใหม่จาก Square Enix ที่ยังไปไม่สุดถึงฝั่งฝัน

ชัดเจนมากว่า The DioField Chronicle นั้นคือการพยายามนำเสนอเกมในรูปแบบใหม่ๆ จาก Square Enix ในยุคหลังนี้ โดยตัวเกมเองพยายามหลีกหนีจากความเป็น Action RPG และ JRPG ในแบบถนัดที่มักเห็นอยู่บ่อยๆ ในปัจจุบัน มาเป็นการลองไอเดียของเกมในรูปแบบ RTS ที่มีรูปแบบการเล่าเรื่องและวิธีการเล่นที่แปลกใหม่ออกไปดูบ้าง อย่างไรก็ตาม การพยายามครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าสำเร็จไปเสียทั้งหมด เพราะนอกเหนือไปจากรูปแบบการเล่นที่ต้องยอมรับว่าเป็น Real Time Strategy ที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์มาก แต่ในพาร์ทของการเล่าเรื่องนั้นกลับสอบตกจนทำให้ตัวเกมเต็มไปด้วยบาดแผลและความไม่ลื่นไหล ส่งผลต่อภาพรวมของตัวเกมมาก

รีวิว The DioField Chronicle

ส่วนตัวแล้วผู้รีวิวคิดว่า The DioField Chronicle นั้นมีโอกาสที่จะเป็น IP สร้างชื่อให้กับ Square Enix มากๆ แต่อาจจะต้องอาศัยการเรียงร้อยเรื่องราวที่ดูเป็นระบบและเหมาะสมกว่านี้หน่อย เพราะไอเดียอื่นๆ ที่ผสมเข้ามานั้นมันได้แล้ว มันขาดแค่การปรุงแต่งในส่วนของการเล่าเรื่องเท่านั้นเอง แต่ใครที่มองหาความแปลกใหม่ในเกมยุคปัจจุบันอยู่ The DioField Chronicle เองก็ถือเป็นหนึ่งในเกมที่น่าสนใจ แต่หากพลาดไปก็ไม่ถึงขนาดต้องเสียดายหรือเสียใจอะไรนะ

ขอขอบคุณ Square Enix สำหรับโค้ดรีวิวเกม The DioField Chronicle ฉบับ Nintendo Switch มา ณ โอกาสนี้

ข่าว: รีวิว The DioField Chronicle (Nintendo Switch) – เกมวางแผนที่สนุก แต่ต้องมาสะดุดเพราะการเล่าเรื่อง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/the-diofield-chronicle-nintendo-switch-review/

Nintendo Switch ขายไปแล้วกว่า 114 ล้านเครื่อง ใกล้แซง Game Boy แล้ว

นินเทนโดรายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีการเงินบริษัท 2023 สิ้นสุดเดือนกันยายน ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อนเป็น 6.57 แสนล้านเยน และมีกำไรสุทธิ 2.30 แสนล้านเยน

Nintendo Switch ขายได้เพิ่มอีก 3.25 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ผ่านมา แบ่งเป็น Switch OLED 2.01 ล้านเครื่อง, Switch รุ่นเดิม 0.91 ล้านเครื่อง และ Switch Lite 0.33 ล้านเครื่อง ทำให้ยอดขายรวมนับตั้งแต่วางขายเป็น 114.33 ล้านเครื่อง เหลืออีกไม่ถึง 4 ล้านเครื่อง จะมียอดขายรวมแซง Game Boy (118.69 ล้านเครื่อง) ซึ่งตอนนี้เป็นคอนโซลขายดีตลอดกาลอันดับ 2 ของนินเทนโด ส่วนอันดับ 1 คือ DS (154.02 ล้านเครื่อง)

เกมเด่นในไตรมาสที่ผ่านมาคือ Splatoon 3 ขายไปแล้ว 7.90 ล้านชุด และ Nintendo Switch Sports ขายได้แล้วรวม 6.15 ล้านชุด

นินเทนโดยังประกาศแผนธุรกิจในอนาคต โดยตั้งบริษัทร่วมทุนกับ DeNA ผู้พัฒนาเกมบนมือถือเช่น Super Mario Run และ Mario Kart Tour โดยนินเทนโดจะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนนี้ 80% ส่วน DeNA ถือหุ้น 20%

ที่มา: นินเทนโด (pdf)

from:https://www.blognone.com/node/131392

Phil Spencer บอกอยากเห็น Call of Duty ลงทุกเครื่องเหมือน Minecraft, อยากทำเวอร์ชัน Switch

อีกโพสต์ของ Phil Spencer พูดที่งาน Wall Street Journal (เรื่อง Game Pass, เรื่องยกเลิก Keystone) เขาพูดถึงอนาคตของ Call of Duty หลังไมโครซอฟท์ซื้อกิจการ Activision Blizzard สำเร็จ ว่าเขาอยากเห็นแฟรนไชส์ Call of Duty ขยายตัวไปยังหน้าจอทุกขนาด แบบเดียวกับ Minecraft

เขาบอกว่า Call of Duty จะยังมีให้เล่นบน PlayStation ต่อไป แต่เขาก็อยากเห็นเวอร์ชัน Switch ด้วย และโอกาสที่แท้จริงคือตลาดเกมมือถือที่มีผู้เล่นมากถึง 3,000 ล้านคน ใหญ่กว่าตลาดคอนโซล 200 ล้านบ้านมากๆ

ปัจจุบัน Call of Duty มีเฉพาะบนพีซี และคอนโซล PlayStation/Xbox กับมีเวอร์ชันมือถือ Call of Duty Mobile แยกต่างหาก เทียบกันไม่ได้เลยกับ Minecraft ที่มีให้เล่นบนแทบทุกแพลตฟอร์ม และสามารถเล่นข้ามแพลตฟอร์มกันได้ด้วย

No Description

ที่มา – IGN

from:https://www.blognone.com/node/131178

Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!
Teethasade Isarankura Na Ayudhaya

XIII คือเกมยิงบุคคลที่ 1 บนเครื่องสมัยปี 2003 ที่มีทั้งใน PC และ Play Station 2 เป็นเกมที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คนมานาน ด้วยภาพกราฟฟิก แบบการ์ตูนดิบๆ เถื่อนๆ ที่สามารถได้ทั้งแบบลอบเร้น และ แบบตะลุมบอน ทำให้มีหลายคนเรียกร้องให้นำเกมนี้สานต่อ หรือ Remake ลงเครื่องปัจจุบัน แต่เวลายิ่งผ่านไปความหวังของแฟนๆ ก็เริ่มหมดลง แต่ว่าคราวนี้ก็มาถึงกับ XIII Remake จะสมการรอคอยไหม มาดูในรีวิวนี้เลย

311957954 801949077672595 6560719782272810873 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เนื้อเรื่อง

เราคือ XIII อดีตยอดฝีมือที่ความจำเสื่อม และ ถูกช่วยเหลือเอาไว้โดยผู้ดูแลชายหาด แต่เขากลับถูกตามล่าโดยกลุ่มคนปริศนา ที่พยายามจะกำจัดเขา และ พวกมันบุกมาถึงที่ๆ เขากำลังพักรักษาตัวอยู่ XIII ต้องลุกขึ้นสู้กับพวกกลุ่มคนเหล่านั้น ทั้งๆที่ความทรงจำของเขาก็ยังไม่กลับมาปกติดี

310832422 1120423825280986 1684437654509509920 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เขาที่พยายามปะติดปะต่อความทรงจำของตัวเองจึงตัดสินใจไปยังธนาคาร ที่เขามีกุญแจอยู่ เป็นของที่ติดตัวเขามาตอนคืนสติ พอเขาไปถึง เขาก็ได้รู้ว่ากลุ่มคนที่จะมาฆ่าเขานำโดยนักฆ่า Mongoose ที่จ้องจะเก็บเราในขณะที่ XIII ยังจำอะไรไม่ได้310491634 1156389445258215 3348948587724111580 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เนื้อเรื่องของเกมนี้เรียบง่ายไม่มีอะไรมาก ถ้าเราชอบดูหนังแอคชั่นย้อนยุคก็จะเดาเนื้อเรื่องได้ไม่ยากเลย การดำเนินเรื่องของเกมนี้จะเป็นเหมือนการ์ตูน คอมมิค เหมือนกับสไตล์ และ ธีมของเกม โดยเกมจะเล่าเรื่องเป็น Chapter ไปเรื่อยๆ มีทั้งหมด 13 Chapter เหมือนกับเกมแอคชั่นยิงปืนทั่วๆไป ที่เราจะเข้าไปในที่นึงที่มีคนเยอะๆ จัดการให้หมด และ ออกมา และเข้าไปอีกที่ และ ออกมา โดยแต่ละฉากที่เราเข้าไป มันจะมีวิธีเล่นที่แตกต่างกันออกไปตามเนื้อเรื่อง ซึ่งเพิ่มรสชาติให้กับเกมการเล่นพอสมควรเลย แต่ที่น่าเสียดายคืออะไรแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก

311515705 411913397803578 9118561861095737254 n 1 | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เกมเพลย์

เดิน! ยิง! จัดการให้หมด! จบละ จริงๆ ผมข้ามไปหัวข้อถัดไปได้เลยเพราะเกมนี้คือเกมเดินหน้ายิงคล้ายๆ Doom Classic หรือ 007 Golden Eyes มากๆ รีเมคมาใหม่อีกครั้งก็ไม่ได้เปลี่ยนแนวเกมหรือวิธีการเล่นเลย มีผสม Stealth เล็กน้อย แต่ก็ตามฉบับบเกมเดินหน้ายิงทั่วไป

310878636 448138284085499 6362240507462918119 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เรามีอาวุธให้ใช้ได้หลากหลาย หาเก็บได้จากศัตรู และ สลับเอามาใช้ได้เรื่อยๆ ด้วยกราฟฟิกแบบภาพการ์ตูน ทำให้เกมนี้มีความโดดเด่นใน Gun Fight มากกว่าเกมเก่าๆ จากยุคเดียวกัน การยิง การเข้า Cover หรือ ยิงศัตรูที่ดูเหมือนมาแบบคัตซีน เราจะต้องเล่นเองหมด ไม่เหมือนกับเกมทั่วๆ ไปทำให้ความลุ้นละทึกเวลาต่อสู้ของเกมนี้จะมาแบบ Non-Stop โดยศัตรูในเกมนี้จะมาแบบพิมพ์เดียวกันหมด แตกต่างเพียงแค่หน้าตา และ ปืนที่แบกกันมา ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้มีปืนให้เราเลือกเล่นเยอะมากๆ มีตั้งแต่บาซุก้า ยัน หน้าไม้ มีดปาก็ยังมี! แถมเราสามารถล็อคคอศัตรูเอามาเป็นตัวประกันได้ เอามาใช้กันกระสุน หรือ จับล็อคไม่ให้พวกตำรวจยิงเราก็ได้

312009226 567511438482139 4315948847641228634 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

วิธีการได้ปืนต่างๆ ก็คือการผ่านด่านไปเรื่อยๆ และ จะปลดล็อคอาวุธที่เอาไว้สู้กับพวกในด่านนั้นมา เช่นด่านตึกที่เราจะได้เจอสไนเปอร์เยอะๆ แต่ความท้าทายทั้งหมดก็จบทันที เมื่อต้องเจอกับ AI สุดเด๋อ สิ่งที่พวกมันทำคือการวิ่งไปวิ่งมา และ ยิงปืนมาทางเรา แบบไม่มีแบบแผน ไม่ว่าจะเป็น รปภ. ผู้ก่อการร้าย หรือ ตำรวจ ก็จะมี AI เดียวกันหมดทุกตัว ที่แย่ที่สุดคือมันแย่ด้วย

312150410 432797805460415 1351914259892193769 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

311106712 2059495734438262 4499871058390680669 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

อย่างที่บอกไปสิ่งที่ศัตรูของเราต่างกันคือจุดที่พวกเขายืน และ อาวุธที่พวกเขาถือ มันทำให้ความท้าทายของเกมนี้หายไปเยอะเลย สิ่งที่สำคัญของเกม Action คือศัตรูที่ท้าทาย และ หลากหลาย ถ้าเราต้องเล่นเกมโดยที่เจอศัตรูที่ทำอะไรเราไม่ได้ หรือศัตรูที่แค่ หาตัวเราแบบที่ย่องอยู่ด้านหน้าตัวเองยังทำไม่ได้แบบนี้คือเข้าขั้นแย่มากๆ

311203958 1224945668085683 8811706544733263705 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

เกมนี้มีการ Stealth แต่แย่มาก แย่มากกว่าการที่เราเดินยิงในเกมอีก! เพราะศัตรูนั้นหาเราไม่เจอแน่ๆ เราไม่สามารถใช้ตรรกะของความเป็นจริงในเกมนี้ได้นัก แค่เราหลบให้พ้นสายตา และ กดย่อง เราก็จะผ่านการ Stealth ได้ง่ายๆ เลย เราสามารถนำสิ่งของไปตีหัวของศัตรูได้แต่ทำยากมากจากการควบคุมที่ติดๆ ขัดๆ การเล็งปืนที่ยากแถม Hit-Box ยังทำออกมาได้แย่อีก บางทียิงเข้าไปเต็มๆ หัว ก็ทะลุไปเฉยเลย

311122107 515133873452686 153438869246025607 n 1 | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

จากองค์ประกอบต่างๆ ของ Gun Play เกมนี้จะทำให้เห็นว่าเกมนี้ไม่ได้แตกต่างจากเกมก่อนเลย แม้จะเป็น Remake แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรแม้แต่น้อย ระบบดูเก่าไปหมด เอามาหมดทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือแย่ และ ไม่ได้เอามาต่อยอดอะไรให้มันดีขึ้น บวกกับการควบคุมที่ติดขัด AI ที่ไร้ความท้าทาย ทำให้เกมนี้เหมือนให้เรามายิงเป้าเคลื่อนที่ไปเลย จาก XIII กลายเป็น Aim Lap ไปซะงั้น

311142756 673446117326836 6870047250029068033 n 1 | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

ภาพ

เกมนี้มีกราฟฟิก แบบ การ์ตูน Comic ทำให้ภาพมีความโดดเด่น และ สีสดมากๆ อนิเมชั่น และ เอฟเฟคของเกมนี้เช่น ไฟไหม้ในฉาก หรือ แสงเอฟเฟคของปืนเป็นต้น ที่เจ๋งที่สุดเลยคือตัวหนังสือกำกับข้อความ เวลาที่มีคนพูดเกมนี้จะไม่ใช่ซับขึ้นด้านล่างของจอแบบทั่วไป เกมนี้จะมีกล่องข้อความติดหัวตัวละครที่พูดอยู่เลย ถึงจะไม่ใช่อะไรใหม่ แต่ว่าเข้ากับสไตล์หนังสือการ์ตูนมากๆ รวมไปถึงเอเฟคแบบ BANG!!! NOOOO!!! ARRR!!!! แบบที่เห็นได้ตามหนังสือการ์ตูน เสียงเดินของศัตรูเราก็จะสามารถเห็นทะลุกำแพงได้ เป็นการนำกราฟฟิกมาผสมกับระบบเกมที่ลงตัวมากๆ เช่นเดียวกับเวลาเราใช้ปืนยิงไกล ยิงเข้าหัวศัตรู มันก็จะมีเอฟเฟคหน้าศัตรูตกตะลึงเล็กๆน้อยๆ

311910751 1107238596586943 2604432947086732867 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

311088290 1128046884770980 4849024650612271169 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!
311385595 1126699784654357 8088787250634139730 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

แต่ภาพของเกมนี้ปวดตามากๆ ต้องบอกก่อนว่าผมตาไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แต่เอฟเฟคแสง และ การตัดกรอบเงาของเกมนี้เหมือนกับให้เราดูรูปภ่ายฟิล์ม ที่เปียกน้ำตัดกับวัตถุ ที่มีกรอบหนาๆ จนทำให้ภาพเกมดูปวดตามากๆ เวลาเรามองท้องฟ้า ถ้าเป็นด่านที่มืด ยังว่าไปอย่าง แต่ว่าด่านกลางวันตาแถบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆเลย

312021780 516090739971669 4556027935803829600 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

 

นอกนั้นอนิเมชั่นจะดูเกร็งๆแข็งๆ ทั้งตัวหลัก และ ตัวร้าย หรือลูกกระจ๊อก ผสมกับเสียงพากย์ที่ดูไร้อารมณ์ทำให้ความรู้สึกของการได้เล่นเกมนี้นอกจากจะไร้ความตื่นเต้นแล้ว องค์ประกรอบด้านภาพ หรือ เสียงยังทำให้เราหาวซ้ำไปอีก

311515705 411913397803578 9118561861095737254 n 2 | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

ภาพรวม

เกมนี้ไม่เหมือนกับการ Remake เป็นเหมือนกับการ Reamstered มากกว่า เพราะว่าระบบอะไรก็ไม่ต่างจากเดิมภาพอัพเกรดขึ้นจริง แต่ถ้าถูกเรียกว่า Remake มันควรจะมีอะไรต่างจากเดิม ไม่มากก็น้อย เกมนี้อัพเดตมาแค่ภาพเท่านั้น ราคาของเกมนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆเลย ทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะซื้อมาเล่นนัก เกมนี้เหมือนกับเกมยิงปืนทั่วไปและไม่มีจุดเด่นเป็นของตนเองจนน่าเป็นห่วง มันอาจเวิร์คในสมัยก่อน แต่ไม่ใช่ในปัจจุบันที่มีเกมยิงปืนเดินหน้ายิงมากมาย แม้แต่ในธีมเดียวกันเลย

311122103 471514818269417 1840329206830470512 n | Nintendo Switch | Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่!

 

ข่าว: Review : XIII Remake เกมเดินยิงบุคคลที่ 1 จากยุคเก่ากลับมาอีกครั้งในยุคใหม่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/review-xiii-remake-a-dangerous-walking-game/

No Man’s Sky ออกเวอร์ชัน Stwitch, ออกอัพเดตใหญ่เวอร์ชัน 4.0 บนทุกแพลตฟอร์ม

ยิ่งทำยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ กับเกมสำรวจอวกาศ No Man’s Sky ที่วางจำหน่ายบน Nintendo Switch เมื่อวานนี้ (7 ตุลาคม)​ พร้อมออกอัพเดตใหญ่เวอร์ชัน 4.0 ให้กับแพลตฟอร์มอื่นๆ

อัพเดตตัวนี้ชื่อว่า Waypoint ถือเป็นอัพเดตใหญ่ที่สุดของ No Man’s Sky เคยทำมา การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ custom game mode ปรับแต่งคอนฟิกของเกมได้อย่างละเอียด ว่าอยากให้มี-ไม่มีอะไรในโลกของเกมบ้าง, ปรับความยากได้แล้วด้วย เปลี่ยนได้ตลอดเวลา, relaxed game mode สำหรับคนอยากเล่นสบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะเจออันตรายในเกม, ฟีเจอร์ ​auto-saving ไม่ต้องสนใจเรื่องการเซฟเกมอีกต่อไป, รองรับ AMD FSR 2.0

ฝั่งเกมเพลย์เพิ่มระบบการซื้อขายจรวด, ปรับปรุงระบบ inventory, ระบบบันทึกการเดินทาง, แสดง crafting tree เป็นแผนภูมิต้นไม้ เป็นต้น

No Description

ที่มา – No Man’s Sky, Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/130830