คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

Samsung จับมือ Intel ร่วมพัฒนาคอมพิวเตอร์จอยืดได้ ขยายจาก 13 นิ้ว เป็น 17 นิ้ว

Samsung Display และ Intel ได้โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำที่เราอาจได้เห็นในอนาคตอันใกล้แล้วค่ะ มันคือต้นแบบของ PC ที่มากับหน้าจอ OLED ขนาด 13 นิ้ว ซึ่งความพิเศษของมันก็คือ มันเป็นหน้าจอแบบสไลด์ที่สามารถยืดจากขนาด 13 นิ้วให้กลายเป็น 17 นิ้วได้ โดยการใช้วิธียืดแบบนี้จะได้เปรียบกว่าหน้าจอแบบพับได้ในปัจจุบันตรงที่มันจะไม่เป็นรอยพับตรงกลางนั่นเองค่ะ

JS Choi ซีอีโอของ Samsung Display ออกมาโชว์เทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ที่ทาง Samsung Dispaly ได้ไปร่วมกันพัฒนากับ Intel ค่ะ โดยมันเป็นเทคโนโลยีหน้าจอของ PC ที่ใช้การสไลด์ หรือยืดออกได้ ทำให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายขึ้นพร้อมความยืดหยุ่นที่สามารถพกพาไปได้ง่ายกว่าเดิม

ซึ่งเทคโนโลยีหน้าจอดังกล่าวน่าจะมีการทำงานคล้าย ๆ มือถือจอยืดได้อย่าง OPPO X 2021 หรือ LG Rollable ที่พึ่งมีข่าวออกมานี่เองค่ะ แต่คราวนี้จะกลายเป็นแบบหน้าจอใหญ่ยักษ์เต็มตาเลย

เราต้องมารอดูกันอีกทีว่าทาง Samsung กับ Intel จะทำให้ PC จอยืดได้แบบนี้ ออกมาเป็นแบบไหนทั้ง รวมทั้งระบบ Windows ก็ต้องมี UI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ PC หน้าจอประเภทนี้ด้วย ก็ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ ว่าเทคโนโลยีนี้จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้จริงหรือเปล่า

 

ที่มา : Theverge

from:https://droidsans.com/intel-samsung-display-slidable-pc-concept-innovation-2022/

แสนนึงมีทอน ซัมซุงวางขายจอโค้งเกมมิ่ง Samsung Odyssey Ark ในไทย 99,000 บาท

ซัมซุงประเทศไทย ประกาศวางขายจอมอนิเตอร์โค้ง Odyssey Ark ขนาด 55 นิ้ว ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2022 ต้นปีนี้ ในราคา 99,000 บาท พร้อมประกัน 3 ปีซ่อมฟรีถึงบ้าน

Odyssey Ark เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งแบบความโค้งรัศมี 1000R ที่สามารถหมุนเป็นแนวตั้งได้ สเปกอย่างอื่นคือความละเอียด 4K, อัตรารีเฟรช 165Hz, อัตราตอบสนอง 1ms รองรับ AMD FreeSync Premium Pro, ระบบสี 14-bit, แสดงเฉดสีดำได้มากถึง 16,384 ระดับ

Odyssey Ark ยังมาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์แยกอีกชิ้นที่เรียกว่า Ark Dial เป็นแป้นแบบหมุนเพื่อตั้งค่าต่างๆ ของหน้าจอได้สะดวกขึ้น ตัวคอนโทรลเลอร์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือจะชาร์จผ่าน USB-C ก็ได้เช่นกัน

No Description

ที่มา – Samsung Thailand

from:https://www.blognone.com/node/130690

ซัมซุงเปิดตัว Odyssey Ark เกมมิ่งมอนิเตอร์สุดล้ำแห่งยุค

Odyssey Ark 1

ด้วยคุณภาพของภาพที่เหนือชั้นและระบบเสียงเซอร์ราวด์ระดับภาพยนตร์​ Odyssey Ark ได้กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ ของการเล่นเกมโดยสมบูรณ์​

ซัมซุงเปิดตัวจอมอนิเตอร์ Odyssey Ark เกมมิ่งมอนิเตอร์ขนาด 55 นิ้ว แบบโค้ง 1000R ขนาด 55 นิ้ว รูปทรงใหม่ล่าสุดในกลุ่มมอนิเตอร์ตระกูล Odyssey มาพร้อมกับค่าอัตรารีเฟรชหน้าจอที่ 165Hz และอัตราการตอบสนองพิกเซลจอที่ 1 มิลลิวินาทีเท่านั้น (ตามหน่วยการวัด GtG[1]) เพื่อให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์เล่นเกมที่เต็มอิ่มและไม่เหมือนใคร รวมทั้งยังมาพร้อมกับ Cockpit Mode ใหม่ล่าสุดและระบบควบคุมสุดพิเศษอย่าง Ark Dial ที่จะมามอบประสบการณ์ขั้นสุดยอดให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับโลกแห่งการเล่นเกมที่ไม่มีใครเทียบได้

Advertisementavw

Odyssey Ark ถูกสร้างสรรค์ขี้นเพื่อมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่เหลือเชื่อ ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เหนือกว่า รวมทั้งยังมอบอินเทอร์เฟซที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุดได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่ง Odyssey Ark ที่ได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ยังได้รับรางวัล CES Innovation Award อีกด้วย

ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์รูปแบบใหม่ที่ตอบรับทุกประสาทสัมผัส

จอ 55 นิ้วขนาดใหญ่ได้ครอบคลุมขอบเขตการมองเห็นของผู้ใช้ทั้งด้านหน้าและด้านข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความโค้งแบบ 1,000R อีกทั้งยังถูกเพิ่มเติมด้วย Cockpit Mode ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถหมุนหน้าจอได้ด้วยขาตั้งที่สามารถปรับความสูงได้ (HAS – Height Adjustable Stand) ทำให้สามารถเอียงและหมุนเพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมหน้าจอที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด พร้อมกับมอบความรู้สึกใหม่ในการดื่มด่ำไปกับโลกแห่งการผสมผสานได้อย่างสมจริง  

Odyssey Ark ได้นำเทคโนโลยี Quantum Matrix ของซัมซุงที่เรียกว่าเทคโนโลยี Quantum Mini LED มาใช้ ซึ่งสามารถช่วยควบคุมหลอด LED ที่อัดแน่นได้อย่างละเอียดแม่นยำมากขึ้น เมื่อผสานเทคโนโลยีการประมวลผล 14-bit ที่เพิ่มเข้ามาใหม่เข้ากับเทคโนโลยีควบคุมแสงที่ซับซ้อนและล้ำสมัย ทำให้เหล่าเกมเมอร์สามารถเห็นฉากที่สว่างและมืดได้คมชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแสดงผลสีดำที่สมจริงยิ่งกว่าที่ผ่านมา เพราะสามารถแสดงเฉดสีดำได้มากถึง 16,384 ระดับ

ด้วยอัตราส่วนคงที่ล้านต่อหนึ่ง ทำให้การแสดงผลหน้าจอของ Odyssey Ark สามารถแสดงผลได้แม้กระทั่งรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนได้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์แบบ บวกกับ Neutral Quantum Processor Ultra ที่ช่วยชูคุณภาพของเนื้อหา    ขึ้นไปในอีกระดับโดยใช้ข้อมูลที่สร้างขึ้นจากเครือข่ายประสาทเทียม 20 เครือข่ายเพื่อยกระดับทุกรายละเอียดของการรับชม พร้อมทั้งยังสามารถเพิ่มความละเอียดการแสดงผลไปจนถึงระดับ 4K ได้

Odyssey Ark ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Matte Display และ Sound Dome ซึ่งสามารถช่วยมอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ระดับสูงให้กับผู้ใช้ โดยเทคโนโลยี Matte Display มีทั้งคุณสมบัติช่วยป้องกันแสงสะท้อนและป้องกันการสะท้อนของภาพ ซึ่งช่วยลดสิ่งรบกวนบนหน้าจอทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับคอนเทนต์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบเสียงอันดีเลิศด้วยเทคโนโลยี Sound Dome ที่รองรับฟีเจอร์ AI Sound Booster และ Dolby Atmos       เพื่อยกระดับประสบการณ์เสียงรอบด้านให้ดียิ่งขึ้น และด้วยลำโพงสี่ตัวที่ถูกติดตั้งอยู่ที่มุมของหน้าจอแต่ละด้าน รวมทั้ง    วูฟเฟอร์ 60W 2 ตัวตรงกลางที่จัดวางช่องเสียงแบบ 2.2.2 ส่งผลให้ได้เสียงที่สมบูรณ์และสมจริงที่สุด โดยสามารถขับเสียงที่มีความถี่ต่ำสุดที่ 45Hz ซึ่งเหนือกว่ากมมิ่งมอนิเตอร์หรือเกมมิ่งซาวน์บาร์อื่นๆ ในปัจจุบัน

ประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เหนือกว่าถูกปรับให้เหมาะสมสำหรับผู้เล่น

Odyssey Ark มาพร้อมกับอัตราการรีเฟรซหน้าจอที่ 165Hz ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) และอัตราการตอบสนองพิกเซลจอที่ 1 มิลลิวินาที (วัดด้วยหน่วย GtG) ด้วยเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium Pro ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการแสดงผลบนหน้าจอและช่วยให้เกมเมอร์ได้เปรียบขณะกำลังเล่นเกมด้วยการแสดงผลที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Samsung Gaming Hub[2] ที่ช่วยมอบประสิทธิภาพการเล่นเกมขั้นสุดและช่วยให้เกมเมอร์สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดได้ในที่เดียว Samsung Gaming Hub เป็นแพลตฟอร์มของการสำรวจและค้นพบการสตรีมเกมแบบครบวงจร ที่เหล่าเกมเมอร์สามารถค้นพบและเพลิดเพลินไปกับเกมต่างๆ จากพาร์ทเนอร์ที่หลากหลาย เช่น Xbox, NVIDIA GeForce NOW, Google Stadia, Utomik และ Amazon Luna

Samsung Gaming Hub ยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการสตรีมมิ่งชั้นนำต่างๆ ได้อย่างทันใจ รวมถึงคอนโซลและพีซีเกมยอดนิยมอีกด้วย โดยผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับเกมได้อย่างไร้ขีดจำกัดโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเกมหรือใช้พื้นที่หน่วยความจำใดๆ ทั้งสิ้น

อินเทอร์เฟซที่ยืดหยุ่นเพื่อการตั้งค่าที่สมบูรณ์แบบสำหรับชัยชนะ

เหล่าเกมเมอร์ต่างคาดหวังประสบการณ์การเล่นเกมที่เป็นส่วนตัวและสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับตัวเองได้มากขึ้น ซึ่ง Odyssey Ark มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เป็นนวัตกรรมมากมายที่ช่วยให้เกมเมอร์ปรับขนาดจอ ตำแหน่ง รวมถึงอัตราส่วนหน้าจอเพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุด โดยสิ่งแรกคือ Ark Dial ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์​ ซึ่งเป็นคอนโทรลเลอร์พิเศษของจอมอนิเตอร์รุ่นนี้โดยเฉพาะ เป็นคอนโทรลเลอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ว่าเป็นฟีเจอร์ Flex Move Screen, Multi View, Quick Settings และ Game Bar

ฟีเจอร์ Flex Move Screen ช่วยให้ผู้ใช้ปรับขนาดหน้าจอได้ตั้งแต่ 55 นิ้วไปจนถึง 27 นิ้ว อีกทั้งยังช่วยให้ปรับตำแหน่งจอ รวมถึงอัตราส่วนจอระหว่าง 16:9, 21:9 และ 32:9 ได้อย่าง่ายดาย เพียงแค่แตะที่คอนโทรลเลอร์ Ark Dial การปรับตำแหน่งทำได้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งมอบประสบการณ์การรับชมที่ควบคุมได้มากยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ ฟีเจอร์ Multi View ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้หน้าจอขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสามารถแบ่งหน้าจอแสดงผลได้สูงสุดถึง 4 หน้าจอในแนวนอน หรือ 3 หน้าจอใน Cockpit Mode ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้จอมอนิเตอร์หลายจอ

ฟีเจอร์ Game Bar[3] เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ทำให้เกมเมอร์ดูสถานะของเกมไม่ว่าจะเป็นค่า FPS (Frames Per Second) ค่า HDR (High Dynamic Range) และค่า VRR (Variable Refresh Rate) รวมทั้งยังสามารถปรับตั้งค่าที่สำคัญเช่นอัตราส่วนหน้าจอ อัตราการตอบสนอง และ Game Picture Mode ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วโดยไม่ต้องออกจากเกม Game Bar เป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ขณะก้าวไปสู่ชัยชนะอันหอมหวาน

นอกเหนือการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ Ark Dial ยังสามารถชาร์จได้ง่ายๆ ด้วยสาย USB Type-C โดยไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งอีกต่อไป  

Odyssey Ark เปิดตัวในประเทศไทยด้วยราคา 99,000 บาท พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยบริการ Door-to-Door Service บริการซ่อมฟรีถึงที่พักหรือสำนักงาน เป็นระยะเวลา 3 ปี ตามระยะเวลารับประกันสำหรับลูกค้าที่ซื้อมอนิเตอร์ทุกรุ่นของซัมซุง โดยสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1282 ตลอด 24 ชั่วโมง

[1] Gray to Gray. หน่วยวัดความเร็วพิกเซล ใช้เพื่อวัดเวลาตอบสนองของจอภาพสำหรับเล่นเกม

[2] Samsung Gaming Hub ใช้งานได้ในประเทศ/ท้องตลาดดังต่อไปนี้: สหรัฐฯ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, เกาหลี และบราซิล การให้บริการของพาร์ทเนอร์อาจแตกต่างกันตามแต่ละท้องที่

[3] ฟีเจอร์ Game Bar รองรับการเล่นเกมทั้งเกมคอนโซลและพีซี แต่ไม่รองรับการใช้งานร่วมกับ Samsung Game Hub

from:https://notebookspec.com/web/669685-samsung-odyssey-ark

แมทช์สีได้ไม่ซ้ำ สนุกกับแฟชั่นได้ทุกสไตล์ด้วย Samsung Galaxy Watch5 Series

สำหรับคนรักการออกกำลังกาย และใส่ใจสุขภาพ สมาร์ทวอทช์ถือเป็นอีกหนึ่งดีไวซ์ที่จะขาดไปไม่ได้เลย แต่สำหรับสายแฟชั่น จะมาใส่สมาร์ทวอทช์สีดำๆ เชยๆ เน้นแต่ฟังก์ชันก็คงไม่เก๋ เดี๋ยวนี้สมาร์ทวอทช์เค้าก็กลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเท็มไปแล้ว ดูอย่าง Samsung Galaxy Watch5 Series ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันและดีไซน์ที่มีความมินิมอลเข้าได้กับทุกลุค พร้อมสายและหน้าปัดหลากสีหลายลวดลายให้เลือกแถมยัง customize ได้ ตามใจเราเลย

Bespoke Edition มิกซ์แอนด์แมตช์สมาร์ทวอทช์ในแบบที่ใช่ตามสไตล์คุณ

Galaxy Watch5 Series ที่เปิดตัวล่าสุดจากมากับ Bespoke Edition ที่สามารถเลือกแมทช์สีตัวเรือนและสายได้หลากหลายสูงสุดถึง 80 แบบ ไม่ว่าจะสายไหนก็สนุกกับการครีเอทให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้ไม่ซ้ำ โดยตัวเรือนมีให้เลือกถึง 3 ขนาด Galaxy Watch5 40mm, 44mm และ Galaxy Watch5 Pro 45mm สำหรับขนาด 40mm ถูกออกแบบ         
มาให้กระทัดรัดมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เหมาะกับข้อมือของสาวๆ ตัวเรือนมาพร้อมกับสี Pink Gold, Silver, และ Graphite ไม่ว่าจะสีไหนก็ได้ลุคสุขภาพดีไม่ทิ้งความเป็นสายแฟ และขนาด 44mm ที่ออกแบบมาให้พอเหมาะพอดีกับขอมือของหนุ่มๆ โดยตัวเรื่อนมาในสี Sapphire, Silver, Graphite ที่ครีเอทให้เข้ากับทุกลุคได้ไม่ยาก และขนาด 45mm ที่เหมาะกับสายสปอร์ต รักการผจญภัย มาพร้อมกับสี Grey Titanium, Black Titanium ได้ลุคเท่ๆ พร้อมลุยไปกับทุกกิจกรรม

นอกจากนี้ตัวสายยังมีให้เลือกถึง 4 แบบไม่ว่าจะเป็น Sport Band, Two-Tone Sport Band, D-Buckle Sport Band และ Milanese Band สามารถเข้าไปลองมิกซ์แอนด์แมตช์สไตล์ที่ใช่ได้ที่Bespoke Studio

ไม่ว่าจะลุคไหนก็เปลี่ยนดีไซน์หน้าปัดสมาร์ทวอทช์ได้ไม่มีเบื่อ

          นอกจากตัวเรือนและสายที่สามารถ Mix and Match ได้ตามสไตล์แล้วสำหรับหน้าปัดเองก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสไตล์การแต่งตัวได้ง่ายๆ ด้วยการผสมผสานและจับคู่พื้นหลัง แบบอักษร และอื่นๆ ที่ไม่เหมือนใครเปลี่ยนตามอารมณ์ได้ทุกวัน ด้วยหน้าปัดที่มีให้เลือกถึง 80 แบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดแบบเข็มนาฬิกาที่ทำให้ได้กลิ่นอายของความคลาสสิก ที่ช่วยให้ลุคมินิมอลให้ดูสมบูรณ์แบบโดดเด่นไม่หลุดธีม และสำหรับหน้าปัดดิจิทัลที่สามารถแสดงค่าต่างๆ ได้ครบถ้วนทำให้ได้ลุคสปอร์ตที่ดูแอคทีฟ นอกยังสามารถรครีเอทหน้าปัดสมาร์ทวอทช์ในแบบของตัวเองได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ลุคกี่มู้ด ก็สามารถปรับตามได้มีเบื่อ

ฟีเจอร์จัดเต็มโดนใจไม่ว่าจะสายไหนก็เอาอยู่

คุณสมบัติของสมาร์ทวอทช์ที่นอกจากจะใช้ดูเวลาแล้ว ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่จะเป็นตัวช่วยในการเช็คและติดตามสุขภาพได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามและดูแลการนอนหลับให้มีคุณภาพ ผ่านสัญลักษณ์การนอนหลับรูปสัตว์ 8 ชนิด และ Samsung BioActive Sensor ได้แก่ เซ็นเซอร์การวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย, และเซ็นเซอร์อัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical ซึ่งเหมาะสำหรับสายสุขภาพสุดๆ นอกจากนี้สายออกกำลังกายก็ยังไม่พลาดกับตัวช่วยในการนับจำนวนก้าว, แคลอรี่ และยังรองรับการออกกำลังกายกว่า 90 แบบที่สามารถติดตามได้ง่ายๆ จากสมาร์ทวอทช์บนข้อมือ

เอาใจสายรักการผจญภัยกับ Galaxy Watch5 Pro ด้วยฟีเจอร์ Route Workout ที่จะช่วยเป็นไกด์สำหรับการออกไปทำกิจกรรม Outdoor ลุยๆ   ได้แบบไร้กังวล ด้วยการนำเข้าเส้นทางการออกกำลังกายในรูปแบบ GPX จากสมาร์ทโฟน และ Track Back เพื่อให้สามารถย้อนกลับไปยังจุดที่คุณเริ่มต้นได้ ไม่หลงทางด้วยการนำทางด้วยเสียง หรือการสั่น สำหรับนักปั่นจักรยาน และนักเดินป่า พร้อมทุกสถานการณ์ด้วยหน้าปัดกระจก Sapphire ที่แข็งแกร่งป้องกัน
การแตกร้าวได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า1 ตัวเรือน Titanium ที่ทนทานมากขึ้น และมีความสามารถในการทนน้ำที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน IP682 แถมยังมาพร้อมกับแบตที่อึดทน มั่นใจในทุกการผจญภัย

ข้อมูลเพิ่มเติม Galaxy Watch5


1ป้องกันการแตกร้าวได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า (Watch4 Hardness 15GPA vs New watch Hardness 29GPA)
2สามารถกันฝุ่น สิ่งสกปรก ทราย สามารถใส่ลงน้ำลึกได้ถึง 1.5 เมตร และการกันน้ำ 5ATM สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ อาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/unique-color-matching-with-the-samsung-galaxy-watch5-series/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=unique-color-matching-with-the-samsung-galaxy-watch5-series

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S23 Ultra จากโปรแกรม CAD มาพร้อมดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

หลังจากที่มีภาพเรนเดอร์แรกของ Samsung Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD โดย @OnLeaks ได้ร่วมมือกับเว็บ SmartPrix และ Dig่it เผยแพร่ให้เห็นกันไปเมื่อวันก่อน

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra รุ่นท็อปที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยออกมาให้เห็นกันบ้าง

Samsung Galaxy S23 Ultra

Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks ได้ร่วมมือกันออกแบบภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra ด้วยโปรแกรม CAD เผยให้เห็นรูปลักษณ์ดีไซน์ตัวเครื่องที่คล้ายกับ Galaxy S22 Ultra

โดยมีส่วนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยคือ เลนส์กล้องด้านหลังขนาดเล็ก 2 เลนส์ที่อยู่ด้านขวาไม่มีส่วนที่ยื่นออกมา และหน้าจอแสดงผลมีความโค้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Galaxy S22 Ultra เนื่องจากกรอบโลหะทั้งสองข้างแบนเล็กน้อย

นอกจากนี้ บริเวณขอบด้านล่างของ Galaxy S23 Ultra มีไมโครโฟนเพิ่มเติม ดูเหมือนว่าหน้าจอแสดงผลจะมีขอบจอที่สมมาตรและบางเฉียบ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ Galaxy S23 Ultra ยังดูค่อนข้างเหมือนกับ Galaxy S22 Ultra

ในส่วนด้านขวาข้างเครื่องของ Galaxy S23 Ultra มีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง ขณะที่ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟน และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ปากกา S Pen, ช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องใส่ซิมการ์ด

ในส่วนสเปกของ Galaxy S23 Ultra คาดว่าจะมีขนาด 163.4 x 78.1 x 8.8 มม. ในขณะที่รุ่นก่อนมีขนาด 163.3 x 77.9 x 8.9 มม. แต่จะมีหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เช่นเดียวกับรุ่นก่อน

และมีข่าวลือมากมายว่า Samsung Galaxy S23 Ultra จะมาพร้อมกับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2

ที่มา : SmartPrix

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S23 และ S23+ มาพร้อมกล้องหลังดีไซน์ใหม่

Samsung มีแผนจะเปิดตัว Samsung Galaxy S23 Series ในไตรมาสแรกของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ Galaxy S22 เปิดตัว โดยคาดว่าจะประกอบด้วย Galaxy S23, Galaxy S23+ และ Galaxy S23 Ultra ทั้ง 3 รุ่นเพิ่งผ่านการรับรองจากหน่วยงาน 3C ในประเทศจีน

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยออกมาให้ชมกันแล้ว

Samsung Galaxy S23

เริ่มที่ภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 โดย Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ร่วมกับเว็บ Digit ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ Infinity-O เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน และมีขอบบางทั้ง 4 ด้าน

ส่วนด้านหลังติดตั้งกล้อง 3 ตัว เรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

มาที่ภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23+ ที่ Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ร่วมกับเว็บ Smartprix ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD โดยมีดีไซน์ที่คล้ายกันกับ Galaxy S23 แต่ต่างกันที่ขนาด

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ Infinity-O เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน และมีขอบบางทั้ง 4 ด้าน

ส่วนหลังติดตั้งกล้อง 3 ตัว เรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ คาดว่า Samsung Galaxy S23 จะมีขนาด 146.3 x 70.8 x 7.6 มม. ใกล้เคียงกับ Galaxy S22 แต่มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน ขณะที่ Galaxy S23+ จะมีขนาด 157.7 x 76.1 x 7.6 มม. และหน้าจอขนาด 6.6 นิ้ว และทั้ง 2 รุ่นจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 และรองรับชาร์จไว 25W

ที่มา : Playfuldroid

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s23-and-s23-renders-leak/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-s23-and-s23-renders-leak

หลุดข้อมูลแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S8 FE โผล่ทดสอบประสิทธิภาพบน Geekbench

แท็บเล็ต Android ตัวท็อปอย่าง Samsung Galaxy Tab S8 Series เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แน่นอนค่ะว่าซีรีส์นี้เค้าจัดเต็มสุด ๆ ทั้งเรื่องสเปคและฟีเจอร์ต่าง ๆ รวมไปถึงราคาที่ค่อนข้างแรงด้วย แต่ถ้าหากใครที่กำลังหาแท็บเล็ตราคาถูกลงมาอีก ล่าสุดมีข้อมูลของแท็บเล็ตรุ่นน้องอย่าง Galaxy Tab S8 FE โผล่ขึ้นมาแล้วค่ะ โดยเป็นการทดสอบประสิทธิภาพบนเว็บ Geekbench นั่นเอง

ถึงแม้ว่าในปีนี้ Samsung จะไม่มีการผลิตมือถือ Galaxy S22 FE ซึ่งเป็นรุ่นลดสเปคบางอย่างลงจาก Galaxy S22 Series รุ่นหลัก แต่สำหรับฝั่งแท็บเล็ตแล้ว เรายังจะได้เห็น Galaxy Tab S8 FE กันอยู่ค่ะ เพราะล่าสุดได้มีข้อมูลของแท็บเล็ตรุ่นดังกล่าวออกมาแล้วบนเว็บไซต์ Geekbench 

ตามข้อมูลบอกว่า Galaxy Tab S8 FE มีหมายเลขรหัสว่า SM-X500 และ SM-X506B ซึ่งปรากฎอยู่บนญานข้อมูลมาเป็นปีแล้ว นั่นหมายความว่าทาง Samsung ได้พัฒนาแท็บเล็ตรุ่นนี้มาพักใหญ่แล้วนั่นเองค่ะ แต่อาจจะพัฒนากันนานไปหน่อย เลยยังไม่ได้เปิดตัวกันซักที ส่วนผลการทดสอบประสิทธิภาพบน Geekbench ก็ออกมาตามนี้เลย

จากข้อมูลการทดสอบดังกล่าวจะเห้นว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้ใช้ระบบ Android 13 ด้วยค่ะ นั่นหมายความว่ามันเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของค่ายเลยที่มากับระบบนี้ เพราะแม้แต่รุ่นพี่อย่า Galaxy Tab S8 / S8+ / S8 Ultra ยังใช้ระบบ Android 12 อยู่เลย ส่วนสเปคอื่น ๆ ของแท็บเล็ตรุ่นนี้ บอกว่ามันจะมากับชิป MediaTek Kompanio 900T และมี RAM ขนาด 4GB

ถ้าเทียบกับ Galaxy Tab S7 FE ของปีที่แล้วที่เปิดไปช่วงเดือนกรกฎาคม จะเห็นว่า Galaxy Tab S8 FE เปิดตัวช้ามากเลยค่ะ เพราะป่านนี้ยังไม่มีแม้แต่ภาพหลุดออกมาเลย ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วแท็บเล็ตรุ่นนี้จะได้ออกมาวางขาย หรือจะโดนพับเก็บกันแน่ค่ะ

 

ที่มา : sammobile, Geekbench  

from:https://droidsans.com/galaxy-tab-s8-fe-specs-have-popped-up-through-online-geekbench/

รีวิว Samsung Galaxy Z Fold4 สัมผัสประสบการณ์จริงกับการใช้งานสมาร์ตโฟนจอพับ เหมือนมี PC อยู่ในมือ เก่งทั้งเรื่องงาน และ เรื่องเล่น

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 แล้วสำหรับ Samsung Galaxy Z Fold4 สมาร์ตโฟนจอพับแฟล็กชิประดับพรีเมียมรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ยังคงรูปลักษณ์ดีไซน์จากรุ่น Z Fold3 แต่มาพร้อมหน้าจอที่กว้างกว่าเดิม แถมยังมีความบาง และน้ำหนักที่เบาขึ้น ทำให้พกพาได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดชิปเซ็ท ความคมชัดของกล้อง โหมดต่างๆ รวมถึงความจุแบตเตอรี่ และเพิ่มการรองรับ Super Fast Charging เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางทีมงาน MobileOcta ก็ได้เครื่อง Samsung Galaxy Z Fold4 มาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อย โดยหลังจากที่ได้ลองใช้งานจริงมากว่า 1 สัปดาห์ก็ได้เวลามารีวิวให้ชมกันว่าสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นนี้จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจอะไรบ้าง และจะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ไปติดตามกันเลยครับ

https://news.samsung.com/global/user-guide-unfolding-new-possibilities-for-work-and-play-galaxy-z-fold4-for-on-the-go-productivity

สเปกเบื้องต้น Samsung Galaxy Z Fold4

ขนาด 155.1 x 130.1 x 6.3 มม. (เมื่อพับจอ)
155.1 x 67.1 x 14.2-15.8 มม. (เมื่อกางจอ)
น้ำหนัก 263 กรัม
หน้าจอ หน้าจอแสดงผลหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+ และความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0)

หน้าจอแสดงผล Cover แบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.19GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8475 Snapdragon 8+ Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 730
RAM 12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB/512GB/1TB
microSD Card สูงสุด 1TB
ระบบปฏิบัติการ Android 12L ครอบทับด้วย One UI 4.1.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.2, A2DP, LE, aptX HD
GPS with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
พอร์ต USB Type-C 3.2, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 (wide), 1.0µm, Dual Pixel PDAF และระบบกันสั่น OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 12mm, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 66mm, 1.0µm, PDAF, ระบบกันสั่น OIS และซูมออปติคอล 3x

*30X Space Zoom รวมฟีเจอร์ 3x Optical Zoom และ 30x digital zoom ด้วยเทคโนโลยี AI Super Resolution  การซูมมากถึง 3 เท่าอาจทำให้คุณภาพของรูปถ่ายลดลงได้

กล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ขนาดพิกเซล 2.0μm และ FOV 80˚

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2. ขนาดพิกเซล 1.22μm และ FOV 85˚

รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม และ 1 eSIM
2G GSM : GSM850, GSM900, DCS1800, PCS1900
3G UMTS : B1(2100), B2(1900), B4(AWS), B5(850), B8(900)
4G FDD LTE : B1(2100), B2(1900), B3(1800), B4(AWS), B5(850), B7(2600), B8(900), B12(700), B13(700), B17(700), B18(800), B19(800), B20(800), B25(1900), B26(850), B28(700), B66(AWS-3)
4G TDD LTE : B38(2600), B39(1900), B40(2300), B41(2500)
5G FDD Sub6 : N1(2100), N2(1900), N3(1800), N5(850), N7(2600), N8(900), N12(700), N20(800), N25(1900), N28(700), N66(AWS-3)
5G TDD Sub6 : N38(2600), N40(2300), N41(2500), N77(3700), N78(3500)
แบตเตอรี่ 4.400mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ภายใน 30 นาทีด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไว 25W หรือสูงกว่า
รองรับ Fast wireless charging 2.0
รองรับ Wireless PowerShare
สี Graygreen, Phantom Black, Beige และ Burgundy [Samsung.com Exclusive]
ราคา 59,900 บาท (256 GB)
65,900 บาท (512 GB)
75,900 บาท (1 TB)

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

Samsung Galaxy Z Fold4 มีรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่ไม่ต่างจากรุ่นก่อน โดยมีขนาดตัวเครื่องที่ถือว่าแทบจะเท่าเดิมเลย แต่ซัมซุงมีการปรับให้หน้าจอทั้งด้านนอก และด้านในใหญ่ขึ้น โดยมีความกว้างขอบจอน้อยลง ทำให้หน้าจอด้านนอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 2.7 มม. ส่วนหน้าจอด้านในก็ใหญ่ขึ้นอีก 3 มม. ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อน หน้าจอด้านในจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเป็นบานพับที่ปรับขนาดให้บางลงจากเดิมที่พับเข้าหากันจะมีขนาด 16 มม. รุ่นนี้มีการปรับลดลงมาอยู่ที่ขนาด 15.8 มม. พร้อมกับเพิ่มความแข็งแกร่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวลเหมือนเดิม และยังเล็กลงจากรุ่นก่อน 271 กรัม เหลือ 263 กรัม ทำให้น้ำหนักเครื่องเบาลง ซึ่งเวลาถือจับใช้งานจริงก็ยังรู้สึกหนักอยู่ แต่ไม่มากนัก เมื่อถือจับใช้งานบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง

ตัวบานพับของ Samsung Galaxy Z Fold4 ยังมีความสามารถที่มากกว่าแค่การกางออก-พับเข้าเท่านั้น โดยสามารถปรับมุมองศาได้หลากหลายไม่ว่าจะเลือกกางแค่ครึ่งเดียว หรือหยุดค้างตรงไหนก็ได้ ซึ่งตัวกลไกบานพับเองมีความแน่นมาก ไม่หลวมง่าย ทางซัมซุงเคลมว่าสามารถพับได้มากถึง 200,000 ครั้งเหมือนเดิมอีกด้วย

สำหรับดีไซน์ที่เปลี่ยนไปอีกอย่างของ Samsung Galaxy Z Fold4 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ก็คือกรอบเครื่องที่ปรับให้ดู Flat ขึ้นลดความโค้งมนลง พร้อมเปลี่ยนผิวสัมผัสแบบด้านเป็นแบบมันวาว เพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่อง แต่ก็อาจติดรอยนิ้วมือได้ง่ายขึ้น

ในส่วนหน้าจอแสดงผล เริ่มจากหน้าจอแสดงผลด้านนอกหรือ Cover Screen เป็นจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

รวมทั้งมีการขยายขอบหน้าจอให้ชิดขึ้นไปถึงขอบเครื่องมากกว่าเดิม และมีความ Flat ขึ้นเป็นหน้าจอแบบแบนราบกว่าแต่ก่อ ทำให้แม้ความกว้างของหน้าจอจะมากขึ้น แต่เมื่อถือใช้งานก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเทอะทะมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน กลับกันยังทำให้มีพื้นที่มากขึ้น สามารถถือใช้งานได้คล่องกว่าเดิม

โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ไว้สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่สวยๆ และภาพ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอได้

ขณะที่หน้าจอหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+, ความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0) ให้ประสบการณ์การใช้งานหน้าจอกว้างที่เหมือนแท็บเล็ตขนาดย่อมๆ ทำอะไรได้มากขึ้น แถมยังถือจับใช้งานได้สะดวก และไม่หนักเท่าแท็บเล็ตอีกด้วย

และด้านขวาบนติดตั้งกล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ซึ่งทางซัมซุงได้พัฒนารูปแบบการวางพิกเซลหน้าจอใหม่ทำให้เนียนตาขึ้น 20% ทำให้การทำงานทั่วไปไม่มีอะไรมารบกวนสายตา รวมถึงการดูคอนเทนต์ หรือเล่นเกม ก็แทบจะไม่เห็นเลนส์กล้องเลย เรียกว่าเนียนจริงๆ

ด้านหลังดีไซน์เรียบๆ พื้นผิวด้าน ซึ่งสีที่ทางทีมได้มารีวิวคือสี Phantom Black โดยมุมซ้ายด้านบนมีโมดูลกล้องที่ยื่นขึ้นมาภายในติดตั้งกล้อง 3 ตัว Triple Camera โดยวางเรียงกันในแนวตั้ง และมีไฟแฟลช LED อยู่ใต้เลนส์กล้อง 

ด้านซ้ายข้างตัวเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM

ส่วนด้านขวาข้างเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีปุ่มปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องลำโพงเสียง กับช่องไมโครโฟนตัดเสียง

และด้านท้ายเครื่องประกอบไปด้วยช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟนสนทนา และพอร์ต USB Type-C

ตัวเครื่อง Galaxy Z Fold4 ยังรองรับการกันน้ำมาตรฐาน IPX8 จมน้ำลึก 1.5 เมตรได้ยาวนาน 30 นาที ซึ่งหาไม่ได้จากสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นอื่น สามารถใช้งานได้อย่างสบายแม้จะเจอละอองน้ำ หรือโดนน้ำกระเด็นใส่ แต่ในรุ่นนี้ยังไม่มีการรองรับการกันฝุ่น ดังนั้นควรระวังอย่าให้ไปอยู่กับเศษดินเศษทราย และคอยเช็คฝุ่นให้สะอาดบ่อย

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-samsung-galaxy-z-fold4/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-z-fold4

Samsung โชว์จอม้วนได้แบบใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ ดึงออกด้านข้างเพื่อขยายจอได้

ในงาน Intel Innovation Keynote 2022 ที่ผ่านมา JS Choi ซีอีโอของบริษัท Samsung Display เผยโฉมหน้าจอ OLED แบบม้วนได้แบบใหม่ หน้าจอสามารถดึงออกเพื่อขยายขนาดได้จากทางด้านข้าง โดยสามารถขยายถึงขนาดใหญ่สุดถึง 17 นิ้ว จากขนาดเล็กสุดที่ 13 นิ้ว Choi กล่าวว่าจอสไลด์ได้ผลิตมาสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในลักษณะเหมือนแท็บเล็ต

ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสเปคและรายละเอียดอื่น ๆ

ที่มา: SamMobile

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130653

ผุดฟีเจอร์ตั้งค่าหน้าจอล็อค OneUI 5 Beta ของ Samsung คล้ายกับ iOS 16

นักพัฒนาเผยตัวอย่างการปรับแต่งหน้าจอล็อค OneUI 5 Beta ข […] More

from:https://www.iphonemod.net/samsung-ios-16-lock-screen.html