คลังเก็บป้ายกำกับ: MISCELLANEOUS

กรมอุตุฯ ไทย เริ่มใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านข้อความในการแจ้งเตือนพายุโนรูถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

กรมอุตุฯ ไทย เริ่มใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านข้อความในการแจ้งเตือนพายุโนรูถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
Alex

รัฐบาลไทยกับการใช้ช่องทางในการสื่อสารเรื่องภัยพิบัตินี่เหมือนเป็นของแสลงยังไงก็ไม่รู้ เพราะแม้ว่ามือถือจะอยู่ใกล้ตัวประชาชนทุกคน แต่เราแทบจะไม่ได้เห็นภาครัฐใช้ช่องทางดังกล่างให้เกิดประโยชน์สักเท่าไหร่เลย ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน หรือมันติดอะไรในกระบวนการ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนี้เริ่มมีประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับข้อความจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนการมาถึงของพายุโนรูที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในต่างประเทศและกำลังเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งก้าวสำคัญที่เราในฐานะเว็บไซต์ไอทีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นภาครัฐใช้วิธีนี้ในการเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง หรือจะดีกว่านี้หากผูกเข้ากับรับบเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีฝังช่องทางมาในระบบมือถือหลักๆ อย่าง iOS และ Android ไปเลยก็ได้

thai-meteorological-noru-alert
กรมอุตุฯ ส่งประกาศแจ้งเตือนพายุโนรูให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ หลายๆ คนชื่อผู้ส่งว่าเป็น TMDTel1182 อาจจะงงๆ กันไปว่ามันใช่กรมอุตุนิยมวิทยาตัวจริงเสียงจริงไหม เพราะเราแทบไม่คุยเคยกับเบอร์สายด่วนหรือชื่อย่อของกรมอุตุฯ ในภาษาอังกฤษกันเลย ซึ่ง แอพดิสคัส เองขอออนุญาตเป็นส่วนหนึ่งในการชี้แจงตรงนี้เลยว่า TMD นั้นเป็นชื่อย่อของกรมอุตุนิยมวิทยาในประเทศไทย โดยย่อมาจาก Thai Meteorological Department ซึ่งก็แปลตามตัวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศไทย ในขณะที่ 1182 นั้นเป็นเบอร์สายด่วนอย่างเป็นทางการของกรมอุตุฯ นั่นเอง

พายุไต้ฝุ่นโนรูเดินทางขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันนี้ (28 กันยายน 2565) และคาดว่าจะเข้าประเทศไทยทางภาคอีสานตอนร่างอย่างเต็มลูก บริเวณจังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานีในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 กันยายน 2565 ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุลูกดังกล่าวจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทยดังนี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความสับสนนี้น่าจะหมดไปอย่างแน่นอนหากภาครัฐลองประสานงานและหาวิธีในการเอาระบบของตัวเองไปผูกกับระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติของระบบปฏิบัติการมือถืออย่าง iOS และ Android ซึ่งระบบเดียวกันนี้ได้ถูกนำไปใช้งานในประเทศอื่นๆ แล้ว ยกตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

วันที่ 28 กันยายน 2565

ภาคเหนือ: จ.พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จ.ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

ภาคตะวันออก: จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 29 กันยายน 2565

ภาคเหนือ: จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 30 กันยายน 2565

ภาคเหนือ: จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง: จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

emergency-alert-ios
ตัวอย่างการสั่งข้อความผ่านทางระบบ Emergency Alerts ที่มีอยู่ใน iOS และ Android

แม้จะหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นการใช้งาน Emergency Alert จากภาครัฐบาลไทย แต่ในตอนนี้แค่มีการส่ง SMS แจ้งเตือนภัยพิบัติแบบที่กรมอุตุนิยมวิทยาทำอยู่นั้นก็ถือว่าช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้ได้เตรียมตัวรับมือการสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมากทีเดียว ซึ่ง แอพดิสคัส เองก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่อยากแสดงความชื่นชมไปยังกรมอุตุฯ สำหรับการเริ่มต้นในครั้งนี้ หวังว่าต่อไปเราคงมีการแจ้งเตือนลักษณะนี้กับภัยพิบัติที่สำคัญๆ ต่อไป เพื่อความปลอดภัยของชาวไทยทุกคน

ข่าว: กรมอุตุฯ ไทย เริ่มใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านข้อความในการแจ้งเตือนพายุโนรูถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/thai-meteorological-sent-noru-typhoon-sms-alerts-to-local/

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ
ดร.อเสข ขันธวิชัย

เชื่อว่าหลายคนหงุดหงิดกับป๊อปอัพแจ้งเตือนความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ ที่จะถามทุกครั้งที่เราเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยรวม ๆ จะระบุว่าเว็บไซต์นี้มีคุกกี้ที่เข้าถึงข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ “คุณจะอนุญาตหรือไม่?” “คุณจะยอมรับหรือไม่?” และอีกหลายหลายข้อความในทำนองเดียวกัน เจ้า คุกกี้ ป๊อป อัพ หรือ Cookie Consent Popups ตัวนี้มันคืออะไร? เราควรบล็อกคุกกี้หรือไม่? และมีวิธีบล็อก คุกกี้ ป๊อป อัพ ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบไม่ต้องมาถามอีกเลย ทำอย่างไร? บทความนี้เรามีคำตอบ

หมายเหตุ: นโยบายการใช้งานเทคโนโลยีการติดตามตัวบุคคล คุกกี้ (Cookies) ของ แอพดิสคัส.com

 

การขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups คืออะไร?

คุกกี้ของเว็บไซต์มีประโยชน์ในการช่วยทำให้การทำงานเบื้องหลังมีประสิทธิภาพ สะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งานอย่างเรา เช่น การเลือกภาษา การลงชื่อเข้าใช้ เป็นต้น หากเราปิดกั้นหรือบล็อกคุกกี้เหล่านี้จะทำให้เราต้องมาเลือกภาษาหรือลงชื่อเข้าใช้ใหม่ทุกครั้ง สำหรับบางคนก็ถือว่าสร้างความหงุดหงิดใหม่ขึ้นมาอีก ดังนั้นเราอาจต้องเลือกระหว่างการบล็อกคุกกี้ครั้งเดียวจบไม่ต้องมาถามอีกในทุกเว็บไซต์หรือความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ ก่อนตัดสินใจเรามีทางเลือกให้
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคุกกี้มีหลายประเภท และหลายวัตถุประสงค์ บทความนี้จะไม่ลงทฤษฎีหรือนิยาม ขอกล่าวง่าย ๆ ว่า คุกกี้ในการท่องเว็บไซต์ทมี 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ คุกกี้ของเว็บไซต์นั้นเอง และคุกกี้ของบุคคลที่สาม(ที่ฝังโดยเว็บไซต์นั้นเองหรือมาในรูปแบบอื่น)

  • คุกกี้ของเว็บไซต์นั้นเอง เป็นคุกกี้ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการท่องเว็บไซต์ของเรา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเว็บไซต์นั้น ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็อาจแฝงการเก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์หรือข้อมูลส่วนบุคคลก็เป็นไปได้ ใช่ว่าจะปลอดภัย 100%
  • คุกกี้ของบุคคลที่สาม เป็นคุกกี้ที่สามารถติดตามการท่องอินเทอร์เน็ตของเราในทุกเว็บไซต์ เก็บข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของเรา สำหรับนำไปแสดงผลโฆษณาต่าง ๆ อย่างที่เราเคยไปค้น Google เรื่องใดเรื่องนึง แล้วพอเข้าไปเว็บไซต์อื่นจะมีโฆษณาเกี่ยวกับสิ่งที่เราค้นหาตามมาด้วยนั่นหละครับ

บล็อกคุกกี้ ป๊อปอัพ Cookie Consent Popups
หลายคนมองว่าคุกกี้ของบุคคลที่สามมันคือสปายแวร์หรือเปล่า ทำไมบราวเซอร์หรือระบบปฏิบัติการยินยอมให้มันทำได้ คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ! มันไม่ได้มีแต่ข้อเสีย ข้อดีของคุกกี้ของบุคคลที่สาม มีหลายอย่าง เช่น มันจะเก็บข้อมูลความชื่นชอบส่วนบุคคลนำไปแสดงผลโฆษณา ก็จะทำให้โฆษณาตรงกับสิ่งที่เราชื่นชอบ ลองนึกภาพว่าเราดู YouTube แล้วโฆษณาขึ้นแต่สิ่งที่เราไม่ชอบ กับโฆษณาขึ้นแต่สิ่งที่ตรงกับรสนิยมของเรา อันไหนดีกว่ากัน รวมทั้งคุกกี้ของบุคคลที่สามจะช่วยลดจำนวนป้ายโฆษณาที่คั่นระหว่างบทความลงด้วย และลดความถี่ของ ป้ายขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups ลงไปด้วย

แล้วทำไมถึงต้องมีการขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups ด้วย?

คำตอบก็เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) นั่นเองครับ ที่เมื่อก่อนไม่มีไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเข้าไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปนะ เขาเก็บครับ แต่เขาไม่แจ้งเราเท่านั้นเอง ความจริงแล้วผมเขียนบทความนี้เพราะความเข้าใจผิดแบบนี้หละครับ เพราะเมื่อวานไปเจอความคิดเห็นใต้โพสของสำนักข่าวนึงเข้า เขาด่าคนที่ตำหนิเขาว่าไม่คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดว่า “จะคลิกเข้าไปอ่านทำไม เข้าไปทีไรก็ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง จะดูดข้อมูลเอาไปทำอะไรไม่รู้”

“Cookie consent banners are a joke,”

Sergio Maldonado, co-founder and CEO at software development firm PrivacyCloud

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

การปิดกั้น การปฏิเสธ หรือ บล็อกคุกกี้ ขอความยินยอมในการเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ต่าง ๆ ในครั้งเดียวจบทำได้ไม่ยาก แต่การรอบรับคุกกี้เหล่านี้ทีเดียวจบในทุกเว็บไซต์ บทความนี้ไม่มีคำแนะนำนะครับ
สิ่งที่จะแนะนำคือเครื่องมือที่ชื่อว่า Consent-O-Matic ที่พัฒนาโดย Midas Nouwens และทีมงาน นักวิจัยด้านสิทธิดิจิทัล Aarhus University ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเครื่องมือนี้เกิดมาจากความเบื่อหน่ายกับนโยบายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล GDPR ของยุโรป คล้าย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของเรานั่นหละครับ ที่เขามองว่ามันไม่มีประโยชน์เลย และการบังคับให้เว็บไซต์ต่าง ๆ แสดง ป้ายขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้จริง เพราะบางเว็บไซต์อาจมีแต่ป๊อปอัพขออนุญาต พอเราปฏิเสธก็เมินคำปฏิเสธนั้น เปิดใช้งานคุกกี้เหมือนเดิม แถมน่ารำคาญด้วย โดย Consent-O-Matic จะดำเนินการตอบป๊อปอัพให้เราเองอัตโนมัติ (ค่าเริ่มต้นจะปฏิเสธทั้งหมด) เราจึงไม่ต้องมากดเองทุกครั้งที่เข้าเว็บไซต์
เมื่อติดตั้งแล้ว Consent-O-Matic จะทำหน้าที่เป็นส่วนขยายของเว็บบราวเซอร์ (สำหรับ Chrome ปุ่มส่วนขยายเป็นรูปจิกซอร์ด้านบนทางขวา แล้วเลือกส่วนขยายนี้ที่มีโลโก้เป็นรูปแม่กุญแจที่มีดาวล้อมรอบ) โดยปกติ Consent-O-Matic จะทำงานอัตโนมัติทันทีเลย แต่เราสามารถเรียกส่วนขยายนี้ขึ้นมาใช้งาน เพื่อดูเมนูอื่น ๆ ซึ่งมี 2 ปุ่มหลัก ๆ ให้เลือก ได้แก่ GDPR autofill didn’t work? (ปุ่ม Let us know!) เอาไว้ใช้กรณีที่ส่วนขยายนี้ไม่ทำงานสำหรับเว็บไซต์นี้ และปุ่ม More Add-on Settings สำหรับการเข้าไปอนุญาตสำหรับคุกกี้บางประเภทที่เรามองว่าอนุญาตได้ เช่น การปรับขนาดตัวอักษร การล็อกอินเข้าใช้งาน เป็นต้น

บล็อกคุกกี้ ป๊อปอัพ Cookie Consent Popups Consent-O-Matic

สำหรับปุ่ม Let us know! มีขึ้นมาเพราะว่า ตอนนี้ Consent-O-Matic สามารถทำงานได้กับป๊อปอัพที่สร้างโดย QuantCast, OneTrust, TrustArc, Cookiebot และ Crownpeak เท่านั้น แม้เว็บไซต์ส่วนใหญ่ 58% จะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการสร้าง แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นหากเราเจอเว็บไซต์ไหนที่ยังมีป๊อปอัพแสดงขึ้นมาอยู่ก็กดรายงานไปที่ปุ่ม Let us know! ได้เลยครับ

ดาวน์โหลด Consent-O-Matic รองรับบน Chrome, Firefox และ Safari

แต่หากทดลองใช้งานแล้วพบว่า Consent-O-Matic แทบไม่ได้ช่วยเราเลย ก็ยังมีเครื่องมืออีก 2 ตัวที่น่าสนใจ เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานกันได้นะครับ

1. Super Agent รองรับสำหรับ Chrome, Firefox, Opera, Safari และ Edge
2. I don’t care about cookies รองรับสำหรับ Chrome, Firefox, Edge, Opera, Pale Moon, Adblock Plus, AdBlock และ uBlock Origin

 

แต่สำหรับการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะทุกเว็บบราวเซอร์จะมีการตั้งค่าเกี่ยวกับการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามอยู่แล้ว ทั้ง Chrome, Edge, Firefox, Safari และอื่น ๆ ตัวอย่างเช่นของ Google Chrome ให้เข้าไปที่การตั้งค่า (Settings) เมนู Privacy and security เมนูย่อย Cookies and other site data แล้วเลือกการตั้งค่าตามภาพ

how to block cookie consent pop ups 2 | cookie | วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

อย่างไรก็ตาม ดังที่เว็บบราวเซอร์ระบุชัดในทางเลือกการตั้งค่าทุกอันจะแนะนำให้บล็อกเฉพาะคุกกี้ของบุคคลที่สามก็พอ ไม่จำเป็นต้องบล็อกทั้งหมด เพราะมันจะสร้างประสบการณ์ในการท่องเว็บที่แย่ได้ ลองนึกภาพว่าเราต้องล็อกอินเข้าใช้ Facebook ทุกครั้ง หรือ ตั้งค่าธีมพื้นหลัง twitter ใหม่ทุกครั้ง จะเป็นอย่างไร? ที่กล่าวมาสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้งานของเราเองครับ เมื่อเรารู้วิธีแล้วหากลองใช้งานแล้วเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนกลับได้ตลอดเวลา หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการท่องเว็บไซต์ของทุกคนนะครับ

ข่าว: วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-block-cookie-consent-pop-ups/

บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์

บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
Noppinij

บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จัดงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างครบวงจรรับการขยายตัวของธุรกิจบันเทิง ท่องเที่ยว และเมกกะโปรเจคใหม่ๆ  พร้อมเดินหน้าสร้างให้ BMB ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมด้านระบบเครื่องเสียงในประเทศไทย โดยการจัดงานเปิดตัวในครั้งนี้ ได้ศิลปินแนวโฟลค์ร็อคผสมสไตล์บูลส์คันทรี “ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์” มาร่วมแสดงมินิคอนเสิร์ตโดยใช้เครื่องเสียง BMB เต็มรูปแบบเรียกความมันส์และเปิดประสบการณ์ใหม่ในแบบ Premium Real Sound อย่างเต็มอารมณ์เพลง

DSCF0443 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์

โดยลำโพงในแต่ละรุ่นนั้น BMB ได้พัฒนาให้มีจุดเด่นและคาแรคเตอร์ของเสียงที่แตกต่างกัน ตอบสนอง สไตล์ ความชื่นชอบเฉพาะตน รวมทั้งขนาดของลำโพงและกำลังวัตต์ เพื่อให้ได้สุนทรียและคุณภาพเสียงที่เหมาะสมกับทุกพื้นที่ด้วยเอกลักษณ์ของเสียงเฉพาะตัว นอกจากนี้อุปกรณ์อื่นๆ ของระบบเครื่องเสียง BMB ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพของเสียงดนตรี และเสียงร้อง โดยเฉพาะเสียงกลางที่คมชัด โดดเด่น และเสียงทุ้มที่สัมผัสได้ถึงคำว่า “Premium Real Sound” พร้อมกับจุดเด่นของ BMB มีระบบลดเสียงหวีด หอน (Anti-Feedback) ที่สำคัญคือการรับประกันสินค้าที่รวมถึงดอกลำโพงเป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมมอบความสะดวกด้านบริการหลังการขายด้วยศูนย์บริการคุณภาพทั่วประเทศ

DSCF1208 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
DSCF1454 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
DSCF1317 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
DSCF0798 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
DSCF0905 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
DSCF0634 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์

 

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ชุดเครื่องเสียง BMB ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า 20 ปีแล้ว และเป็นที่ยอมรับอย่างมากเรื่องคุณภาพเสียง การสานต่อความสำเร็จจากยุคแรกสู่ยุคปัจจุบันจึงเป็นภารกิจที่บราเดอร์มุ่งมั่นที่จะขยายฐานกลุ่มลูกค้าในไทยให้กว้างยิ่งขึ้น  โดยการรุกตลาดอย่างหนักในครั้งนี้ของบราเดอร์ จะทำให้ BMB กลับมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมด้านระบบเครื่องเสียงในประเทศไทยได้อีกครั้ง

“ในประเทศญี่ปุ่น บราเดอร์ มีความแข็งแกร่งอย่างมากด้านธุรกิจระบบเครื่องเสียง และหนึ่งในความสำเร็จจนก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดคือการสร้างสรรค์ธุรกิจเครือข่ายคาราโอเกะ (Joysound) โดยนำสินค้าแม่เหล็กอย่างระบบเครื่องเสียง BMB มาสร้างรายได้ในกลุ่ม non-print ให้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายธีรวุธ กล่าวถึงความสำเร็จของเครื่องเสียง BMB ในแดนปลาดิบ “ในประเทศไทยบราเดอร์เชื่อมั่นว่าธุรกิจเครื่องเสียงยังมีโอกาสเติบโตได้เพราะพื้นฐานไลฟ์สไตล์ของคนไทยนิยมเรื่องกิจกรรมความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะด้านดนตรี นอกจากนี้เครื่องเสียงยังถูกใช้เพื่อกิจกรรมในด้านอื่นๆ อย่างหลากหลาย ทั้งด้านการจัดการประชุม ด้านธุรกิจร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งกิจกรรมการแสดงดนตรี เครื่องเสียงก็เข้าไปมีบทบาทสำคัญเช่นกัน”

1 | BMB | บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์
ปัจจุบัน บราเดอร์ ประเทศไทย ได้นำระบบเครื่องเสียง BMB เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยครบทุกไลน์สินค้าเพื่อเตรียมพร้อมรุกตลาดอย่างครบวงจร ตามที่หลายฝ่ายคาดว่าตลาดกลุ่มดังกล่าวจะเริ่มกลับสู่สภาวะปกติตั้งแต่กลางไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นต้นไปหลังจากรัฐบาลประกาศให้โควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น “ช่วงปลายปี 2564 บราเดอร์ ประเทศไทยได้เริ่มขยายฐานลูกค้ากลุ่มเครื่องเสียง BMB จากกลุ่มลูกค้าครัวเรือนสู่กลุ่มธุรกิจองค์กร และด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนาน ตลอดจนความพิถีพิถันในการพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องกว่า 20 ปี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บราเดอร์เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในปีงบประมาณนี้อย่างแน่นอน โดยบราเดอร์กำหนดเป้าหมายไว้ว่าเครื่องเสียง BMB จะต้องเข้าไปอยู่ในทุกที่ที่มีบริบทด้านเสียงคุณภาพ ซึ่งยังมีอีกมากในปัจจุบัน”  นายธีรวุธกล่าว

ด้านนายพงษ์พันธ์ สุระวัฒน์เจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขยายธุรกิจ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บราเดอร์มั่นใจว่าหลังโควิด-19 คลี่คลาย ภาพรวมธุรกิจต่างๆ ของตลาดโลกและในไทยจะกลับมาเป็นปกติ การระดมนำทัพสินค้ากลุ่มเครื่องเสียง BMB เข้ามาในครั้งนี้ จะเป็นจังหวะทางการตลาดครั้งสำคัญของบราเดอร์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที โดยบราเดอร์ได้เพิ่มงบการตลาด เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มร้านค้าตัวแทนจำหน่ายตลอดครึ่งปีหลังปีงบประมาณ 2565 นี้ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับกลุ่มพรีเมี่ยร์พาร์ทเนอร์ในด้านภาพ เสียง และ content เพื่อนำเสนอ total solution ให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการระบบเครื่องเสียงเฉพาะด้านด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับภาพรวมของตลาดนั้น นายพงษ์พันธ์ แสดงความเห็นว่า “ตลาดกลุ่มเครื่องเสียงในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องเสียงระดับพื้นฐานที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงมากนัก, กลุ่มเครื่องเสียงที่เริ่มเป็นแบรนด์ที่ติดหูมากขึ้น ราคาก็จะอยู่ในระดับกลางๆ และกลุ่มเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่เน้นคุณภาพเสียงซึ่งจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง เน้นเจาะกลุ่ม  นิชมาร์เก็ตที่เน้นฟังเครื่องเสียงคุณภาพจริงๆ เท่านั้น ซึ่งการเข้ามาของบราเดอร์ในครั้งนี้จะเน้นเจาะไปที่กลุ่มช่วงกลางของตลาด โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกของกลุ่มลูกค้านั้น ประกอบด้วย ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ คุณภาพสินค้า และบริการหลังการขายที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก  ส่งผลให้บราเดอร์ได้คัดสรรตัวแทนจำหน่ายพร้อมจัดคอร์สฝึกอบรม เพื่อช่วยให้ตัวแทนเหล่านั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการครอบคลุมทุกปัจจัยที่กล่าวมา เพื่อให้ลูกค้าได้ระบบเครื่องเสียงที่ตรงตามต้องการที่สุด โดยช่องทางการขายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1. กลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง รวมทั้งภาพและเสียงโดยเฉพาะ 2. กลุ่ม  ที่ปรึกษาในรูปแบบ total solution  เพื่อติดตั้งงานในแบบโปรเจค  และ 3. กลุ่มร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบราเดอร์ในปัจจุบัน  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริงของระบบเครื่องเสียง BMB บราเดอร์จึงได้พัฒนา BMB Concept Showroom ขึ้นเป็นแห่งแรกที่สำนักงานใหญ่ บราเดอร์ อาคารรสาทาวเวอร์ ชั้น 21 เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงในแบบ Premium Real Sound จาก BMB”

เมื่อบราเดอร์นำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับแก่กลุ่มผู้บริโภคในไทยแล้ว เชื่ออย่างยิ่งว่าจะสามารถทำให้ลูกค้าของกลุ่มตลาดในระดับพื้นฐานหันมาเปิดใจให้ BMB ได้ด้วยเช่นกัน “ความโดดเด่นที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของระบบเครื่องเสียง BMB คือ ความเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีประวัติและความเชี่ยวชาญมายาวนาน จนได้รับการยกย่องจากทั่วโลกในด้านคุณภาพเสียงที่มีหัวใจหลักอยู่ที่ ‘การผลิตดอกลำโพง’ ด้วยกระดาษคุณภาพ ต้องใช้องค์ประกอบน้ำมีคุณภาพสูง จากแหล่งน้ำธรรมชาติบริสุทธิ์ใกล้ภูเขาไฟฟูจิและตรวจสอบคุณภาพเสียงโดยผู้เชี่ยวชาญให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกชิ้น

ทั้งนี้ ระบบเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นที่บราเดอร์ ประเทศไทยนำเข้ามาจำหน่าย ประกอบด้วย เครื่องขยายเสียง, ลำโพง,  ซาวน์โปรเซสเซอร์, ไมค์โครโฟนทั้งแบบสาย Dynamic Microphone และแบบไร้สาย Wireless Microphone

ข่าว: บราเดอร์ เปิดตัวเครื่องเสียง BMB 24 รุ่นใหม่ จากญี่ปุ่นแบบครบไลน์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/brother-launch-bmb-premium-real-sound/

ภารกิจ NASA สำเร็จ! ส่งยานอวกาศ Dart พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย ในการทดสอบป้องกันโลกเป็นครั้งแรก

ภารกิจ NASA สำเร็จ! ส่งยานอวกาศ Dart พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย ในการทดสอบป้องกันโลกเป็นครั้งแรก
Noppinij

เมื่อเวลา 19.14 น. ตามเวลา EDT นาซ่าได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำภารกิจ ส่งยานอวกาศเข้าไปกระแทกดาวเคราะห์น้อยด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนวิธีวงโคจร เป็นภารกิจเพื่อทำทดสอบการปกป้องโลก

ยานอวกาศชื่อว่า Double Asteroid Redirection Test หรือชื่อย่อ ” Dart” เป็นยานอวกาศขนาดโคลีเซียม มูลค่า 325 ล้านดอลลาร์ มีน้ำหนักประมาณ 1,200 ปอนด์ เป็นผลงานการผลิตที่เปิดตัวมาในปี 2021 แต่ทีมงาน NASA ทำงานภายใต้โครงการนี้มานานกว่า 7 ปีแล้ว

ยานอวกาศ Dart ใช้เวลาเดินทางกว่า 306 วัน เพื่อไปถึงปลายทางที่อยู่ไกลจากโลกถึง 6.8 ล้านไมล์ ด้วยวิถีการเดินทางที่ถูกวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์และทีมงาน NASA

เป้าหมายเพื่อพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยที่ชื่อว่า Dimorphos (ดิมอร์ฟอส) มันเป็นเคราะห์น้อยที่โคจรวนรอบดาวอีกหนึ่งดวงที่มีชื่อว่า Didymos เหมือนเป็นดวงจันทร์บริวาร ซึ่งดาวเคราะห์น้อยคู่นี้เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างจะเหมาะสมอย่างมากสำหรับการทดสอบดังกล่าว เนื่องจากพวกมันอยู่ในจุดที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อโลก และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการสังเกตการณ์ได้ง่ายเมื่อมันเดินทางมาใกล้มากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

การทดสอบนี้จะเน้นไปที่ดาวเคราะห์ Dimorphos เป็นหลัก เพราะวิถีโคจรปกติของมันจะหมุนรอบดาว Didymos ด้วยความเร็วรอบ 11.9 ชั่วโมง และนั้นคือตัวเลขเป้าหมายของนาซ่าในการทดสอบว่าการพุ่งชนของ Dart จะสามารถเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไปจากปกติได้หรือไม่

ในเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันจันทร์ ยานอวกาศ Dart ทำการพุ่งเข้าชน Dimorphos ด้วยความเร็ว 14,400 ไมล์ต่อชั่วโมง ก่อนจะกระแทกกลายเป็นฝุ่นฟุ้งเหมือนไข่สีเทาและหายไปเหลือไว้แค่รอยเปื้อนจางๆ เสียงไชโยโห่ร้องของสมาชิกในทีมทดสอบนาซ่าดังลั่นไปทั่วห้องควบคุมที่ Johns Hopkins University Applied Physics Laboratory ในรัฐแมริแลนด์

นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าได้ประเมินเอาไว้ว่า วงโคจรของ Dimorphos จะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มากเพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนเส้นทางดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดเท่ากัน หากดาวดวงนั้นมันกำลังมุ่งหน้ามายังโลก และเราสามารถเปลี่ยนแปลงการโคจรของมันได้ก่อนเกิดการชนโลกสักสองสามปี

หน่วยงานอวกาศ Nasa หวังเอาไว้ว่า ยานอวกาศอย่าง Dart จะสามารถใช้หันเหดาวเคราะห์น้อยที่กำลังเดินทางมาคุกคามโลกได้ในสักวันหนึ่ง ให้โลกมีโอกาสได้ต่อสู้กับสิ่งที่เคยกำจัดไดโนเสาร์ให้หมดจากโลกนี้ออกไป

ที่มาของข้อมูล : Cnet, Independent

ข่าว: ภารกิจ NASA สำเร็จ! ส่งยานอวกาศ Dart พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย ในการทดสอบป้องกันโลกเป็นครั้งแรก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/nasa-dart-asteroid-defence-change-trajectory/

Netflix เปิดสตูอิโอเกมเป็นของตัวเองในประเทศฟินแลนด์

Netflix เปิดสตูอิโอเกมเป็นของตัวเองในประเทศฟินแลนด์
Alex

Netflix ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเตรียมตัดตั้งสตูดิโอสำหรับการพัฒนาเกมเป็นของตนเองในเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์  โดยจะมีรองประเทศของค่ายพัฒนาเกม Zynga อย่าง Marko Lastikka นั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการ

“นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวตามวิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการจะสร้างสตูดิโอเกมระดับโลกที่จะผลิตผลงานเกมต้นฉบับที่ทั้งน่ารื่นรมย์และน่าหลงไหลมากๆ โดยไม่มีโฆษณาหรือการซื้อภายในแอปพลิเคชั่นมาให้กับเหล่าสมาชิกนับร้อยล้านรายทั่วโลก” Netflix กล่าวไว้ในประกาศบนเว็บไซต์

Netflix ยังอธิบายเพิ่มอีกว่าที่เฮลซิงกินั้นมีนักพัฒนาเกมที่มีฝีมือระดับโลกมากมาย และนี่จะเป็นสตูดิโอแรกที่ Netflix เริ่มสร้างมาตั้งแต่รากฐาน โดยนอกจากสตูดิโอนี้แล้ว Netflix เองยังมีอีกหนึ่งสตูดิโอชื่อ Next Games ที่ก็มีฐานที่ตั้งอยู่ในเฮลซิงกิเช่นเดียวกัน

“นี่ยังเป็นเพียงช่วงเริ่มเท่านั้น และเรายังมีอะไรอีกเยอะที่ต้องทำในการส่งมอบประสบการณ์เกมที่ยอดเยี่ยมบน Netflix” บริษัทอธิบายต่อ “การสร้างเกมๆ หนึ่งนั้นต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ดังนั้นเราจึงภูมิใจมากที่จะได้เห็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเหล่าสตูดิโอเกมของเราในช่วงปีแรกนี้ และเราเองก็เฝ้ารอวันที่เราจะได้แบ่งปันสิ่งที่เราสร้างนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

netflix-oxenfree-released

จนถึงตอนนี้ Netflix ถือครองสตูดิโอสร้างเกมเอาไว้แล้วทั้งสิ้น 4 สตูดิโอด้วยกัน นั่นรวมไปถึง Night School Studio และ Boss fight Entertainment ที่บริษัทได้ถือครองไปก่อนหน้านี้ โดย Night School Studio เองได้ส่งผลงานอย่าง Oxenfree เวอร์ชั่น Netflix ให้สมาชิก Netflix ได้เล่นกันไปแล้ว ในขณะที่ Oxenfree II: Lost Signals นั้นถูกเลื่อนวันเปิดให้เล่นออกไปเป็นช่วงปี 2023 เพื่อที่ทางค่ายจะได้เพิ่มภาษาใหม่ๆ เข้าไปในตัวเกมให้ได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับชาวไทย Oxenfree’s Netflix Edition (ภาคแรก) นั้นสามารถดาวน์มาเล่นได้ฟรีแล้วหากท่านเป็นสมาชิก Netflix อยู่ โดยมาพร้อมชื่อเกมภาษาไทยว่า “สัญญาณวิทยุบอกลางร้าย”

ข่าว: Netflix เปิดสตูอิโอเกมเป็นของตัวเองในประเทศฟินแลนด์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/netflix-build-new-game-studio-in-finland/

แกร็บขยับดัน ‘GrabMart’ ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล

แกร็บขยับดัน ‘GrabMart’ ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล
Appdisqus Team

แกร็บ ผู้ให้บริการซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยตลาดควิกคอมเมิร์ซ (Quick Commerce) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง พร้อมดันธุรกิจแกร็บมาร์ทในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา  พร้อมเปิดเกมรุกตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้วยกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” เสริมแกร่งจุดขายด้านความคุ้มค่าผ่านแคมเปญการตลาด เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและร้านค้าพันธมิตร และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันและการจัดส่งที่รวดเร็ว เล็งขยายพันธมิตรโดยเจาะกลุ่มโชว์ห่วย-ร้านค้าขนาดเล็ก หวังสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

ตอกย้ำผู้นำ Quick Commerce 3 | grab | แกร็บขยับดัน 'GrabMart' ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด-พันธมิตรทางธุรกิจ และธุรกิจแกร็บมาร์ท แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า

“แกร็บมาร์ท บริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนดีมานด์จากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าทั่วไป ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยในช่วงไตรมาสสองของปี 2563 เนื่องจากเป็นบริการที่ช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยและความรวดเร็วในการจัดส่งแบบทันที ประกอบกับอิทธิพลจากสถานการณ์โควิดในช่วงสองปีที่ผ่านมาที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจแกร็บมาร์ทในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยปัจจุบัน แกร็บมาร์ทครอบคลุมพื้นที่การให้บริการใน 68 จังหวัด และมีร้านค้าพันธมิตรรวมกว่า 15,000 สาขา”

Grabmart 2 | grab | แกร็บขยับดัน 'GrabMart' ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากและมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้ รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report 2021) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา (2564) ตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้น 62% จากปีก่อนหน้า โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจดิจิทัล ซึ่งรวมถึงตลาด Quick Commerce ที่แม้ความนิยมและมูลค่าตลาดอาจจะยังไม่สามารถเทียบเท่ากับธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ แต่ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มของสดและของชำ (Online grocery) ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้าถึง (penetration rate) หรืออัตราการซื้อสินค้าประเภทนี้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพียง 2% เท่านั้น ทั้งนี้  ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลักเมื่อต้องเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันแบบออนดีมานด์ นั่นคือ การมีสินค้าที่หลากหลายให้เลือกสรร การจัดส่งที่รวดเร็ว และราคาที่เข้าถึงได้

ตอกย้ำผู้นำ Quick Commerce 2 | grab | แกร็บขยับดัน 'GrabMart' ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดควิกคอมเมิร์ซ แกร็บมาร์ทเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจและขยายฐานผู้ใช้บริการผ่านกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” ซึ่งครอบคลุมการเสริมความแข็งแกร่งใน 3 ด้าน คือ

  1. คุ้ม (Affordability): นำเสนอความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้บริการผ่านการทำแคมเปญการตลาดและส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรร้านค้าและสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ พร้อมมอบดีลส่วนลดต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือโมเมนต์พิเศษ รวมถึงส่วนลดขั้นกว่าจากแพ็กเกจสมาชิกรายเดือนหรือ GrabUnlimited
  2. ครบ (Wide Selection): เพิ่มหมวดหมู่ของสินค้าให้ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ของสดของชำ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป สินค้าด้านสุขภาพและความงาม สินค้าสำหรับแม่และเด็ก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้สำนักงาน ไปจนถึงสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
  3. คูล (User Experience): พัฒนาเทคโนโลยี แอปพลิเคชัน ตลอดจนระบบการให้บริการและมาตรฐานการจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้บริการสามารถค้นหา เลือกซื้อ และสั่งสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อาทิ การใช้ระบบ AI ในการนำเสนอดีลส่วนลดจากร้านค้าในรัศมีของผู้ใช้บริการ การจัดอันดับร้านค้าในแอปพลิเคชันตามคะแนนความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ และ การจัดให้มีไอคอนในแกร็บมาร์ทสำหรับประเภทสินค้าตามเทศกาล

“นอกเหนือจากกลยุทธ์หลักใน 3 ด้าน ในปีนี้ แกร็บยังเตรียมเดินหน้าขยายพันธมิตรและการเข้าถึงสินค้าไปยังกลุ่มร้านค้าขนาดเล็กมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ร้านโชว์ห่วย ร้านขายของชำในชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถใช้แพลตฟอร์มของแกร็บในการเข้าถึงฐานลูกค้าในวงกว้างขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายโอกาสในเชิงธุรกิจให้กับกลุ่ม MSMEs ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในสังคม” นางสาวจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าว: แกร็บขยับดัน ‘GrabMart’ ชูกลยุทธ์ “คุ้ม ครบ คูล” หนุนร้านเล็ก-โชว์ห่วยเข้าถึงลูกค้าดิจิทัล มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/grab-mart-quick-commerce-drive-business-in-thai/

Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง
Noppinij

เซนไฮเซอร์เปิดตัวหูฟังไร้สาย Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless วันนี้ ในประเทศไทย มากับฟีเจอร์เด็ดมากมายเอาใจเหล่าออดิโอไฟล์ให้ได้สัมผัสคุณภาพเสียงที่เหนือชั้น อันเป็นเอกลักษณ์ของเซนไฮเซอร์ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง และการชาร์จไฟที่รวดเร็วกว่าที่เคย

MTW4Wireless 1 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

คุณคาริน โกห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคุณแคนิส โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กลุ่มธุรกิจค้าปลีกประจำภูมิภาคเอเชียของ Sonova Consumer Hearing Singapore นำเทคโนโลยีสุดล้ำจากเซนไฮเซอร์มาเปิดเผยภายในงาน

MTW4Wireless 2 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

MOMENTUM 4 Wireless หูฟังครอบหูเรือธงแบบไร้สาย ดีไซน์ใหม่ที่สวมใส่สบายแน่นกระชับพอดีหู ด้วยแผ่นรองหูฟังทำจากหนังสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวน Adaptive Noise Cancellation (ANC) ขั้นสูงโดยอัตโนมัติ รวมถึงโหมด Transparency ที่จะช่วยให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

MOMENTUM 4 Wireless Female Lifestyle Image Outdoor Black | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

ยังมาพร้อมกับระบบทรานสดิวเซอร์ (Transducer) ขนาด 42 มม. ที่ได้รับการออกแบบมาเอาใจคนรักในเสียงเพลง โดยมอบคุณภาพเสียงที่มีความเที่ยงตรงสูงเป็นพิเศษ โดดเด่น มีไดนามิกที่คมชัด และสามารถเข้าถึงอรรถรสของดนตรีได้อย่างเหนือระดับและไร้ที่ติ

 

MTW4Wireless 5 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

นอกจากนี้ MOMENTUM 4 ยังมาพร้อมกับคุณภาพเสียงการสนทนาที่คมชัด ด้วยไมโครโฟนบีมฟอร์มมิ่ง ดิจิทัล จำนวน 4 ตัว  ทำให้มั่นใจได้ว่า หูฟัง MOMENTUM 4 Wireless สามารถรับเสียงพูดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพและตัดเสียงลมที่รบกวนอยู่รอบข้างได้โดยอัตโนมัติเพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังสามารถเข้าถึงการสั่งงานด้วยเสียง (Siri และ Google Assistant) ได้อย่างไม่มีสะดุด

MOMENTUM 4 Wireless Male Lifestyle Image Feature Tap Outdoor Black | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

มีความสามารถในการปรับแต่งเสียงที่ปรับให้เข้ากับการได้ยินตามสไตล์ของแต่ละบุคคล (Sound Personalization) และฟีเจอร์ Smart Touch Gestures หรือการสั่งงานอัจฉริยะด้วยระบบสัมผัส ที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมการเล่นเพลง การโทร การใช้งาน  Voice Assistant และเปลี่ยนโหมดระหว่างโหมด ANC ซึ่งจะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกโดยอัตโนมัติ และโหมด Transparency ที่จะช่วยให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกได้อย่างง่ายดาย เพียงใช้ปลายนิ้วแตะพร้อมบีบหรือขยายที่หูฟังเพื่อสั่งการ

MTW4Wireless 4 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

แบตเตอรี่ที่ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 60 ชั่วโมง ทำให้หูฟังรุ่นนี้เหมาะสำหรับการเป็นคู่หูของเหล่านักเดินทางอย่างยิ่ง โดยหูฟัง MOMENTUM 4 ยังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา พับเก็บได้ พร้อมกับเคสที่บางเฉียบทำให้คุณสามารถพกพาหูฟังไร้สายตัวนี้ติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะฟังเพลงทั้งอัลบัม อินไปกับพอดแคสต์หรือดื่มด่ำไปกับการดูซีรี่ส์ยาว ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายและราบรื่น

MOMENTUM 4 Wireless Product Image Render White | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง
MOMENTUM 4 Wireless Product Image Render Black Hero | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง
5D3 0706 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง
MTW4Wireless 1 | sennheiser | Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง

หูฟัง MOMENTUM 4 Wireless จากเซนไฮเซอร์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีขาว โดยผู้ที่สนใจสามารถซื้อหูฟังไร้สาย MOMENTUM 4 Wireless ได้แล้ววันนี้ในราคา 12,990 บาท ได้ที่ Sennheiser Web Shop และ Munkong Gadget

ข่าว: Sennheiser MOMENTUM 4 Wireless หูฟังดีไซน์เรียบหรู พร้อมคุณภาพเสียงทรงพลังและแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/sennheiser-momentum-4-wireless-launch-in-thai/

YouTube จะเปิดให้ใช้เพลงมีลิขสิทธิ์ใส่ในคลิปวีดีโอได้แล้ว และผู้สร้างคลิปสั้น Shorts รับส่วนแบ่งรายได้ไปเลย 45%

YouTube จะเปิดให้ใช้เพลงมีลิขสิทธิ์ใส่ในคลิปวีดีโอได้แล้ว และผู้สร้างคลิปสั้น Shorts รับส่วนแบ่งรายได้ไปเลย 45%
Noppinij

YouTube กำลังเตรียมปรับรูปแบบใหม่ในการอำนวยความสะดวกสำหรับครีเอเตอร์ผู้สร้างสรรค์คลิป ให้สามารถใช้เพลงประกอบที่มีลิขสิทธิ์โดยที่ยังคงมีรายได้เข้ากระเป๋าผู้สร้างคลิปอยู่ไม่โดนแบนหรือตัดรายได้จนหายไป

ในวันนี้ Youtube ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Creator Music เป็นโครงการอำนวยความสะดวกในด้านลิขสิทธิ์เพลงประกอบให้กับผู้สร้างคลิปโดยตรง โดยประกาศว่าจะเป็นสะพานเพื่อเชื่อมระหว่างอุตสาหกรรมเพลงให้เข้ากับเหล่าครีเอเตอร์  เป็นอำนวยความสะดวกโดยครีเอเตอร์จะยังคงมีรายได้แม้พวกเขาจะเลือกเพลงฮิตที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ประกอบคลิปก็ตาม โดย Youtube ได้เกริ่นทางเลือกปฏิบัติสำหรับครีเอเตอร์มาให้อยู่ 2 ทาง

1 ติดต่อซื้อใบอนุญาตลิขสิทธิ์เพลงได้จาก Youtube โดยตรง และหลังจากนั้นก็เก็บรายได้ทั้งหมดเอาไว้

2 แบ่งรายได้จากคลิปกับผู้ถือใบอนุญาตลิขสิทธิ์เพลง โดยจะมีการหักส่วนแบ่งตามจำนวนแทร็กที่นำไปใช้งานในวิดีโอ เช่น หากใช้เพลงประกอบหนึ่งแทร็ก พวกเขาจะสามารถเก็บส่วนแบ่งได้ 27.5 เปอร์เซ็นต์ หรือหากพวกเขาใช้สองแทร็กพวกเขาจะได้ไป 18.3 เปอร์เซ็นต์ (รายได้หลัง Youtube หักส่วนแบ่งไปแล้ว 45%)

จากในรายงานกล่าวว่า YouTube ได้ทำข้อตกลงกับค่ายเพลง, ผู้จัดพิมพ์ และผู้จัดจำหน่ายเพลงไปแล้วมากกว่า 50 แห่ง โดยโครงการ Creator Music ขณะนี้อยู่ในช่วงการทดสอบเบต้าสำหรับผู้ใช้บางกลุ่มในสหรัฐอเมริกา และมีการประกาศว่าพร้อมจะขยายไปบริการยังประเทศอื่นๆ ภายในปี 2023 ซึ่งรูปแบบการบริการนั้นจะเน้นที่ความคล่องตัวสำหรับครีเอเตอร์ โดยครีเอเตอร์จะสามารถดูเงื่อนไขและสิทธิ์ต่างๆ ในการเลือกใช้เพลงของตนได้ทันที

ก็เป็นความพยายามเพื่อดึงดูดผู้สร้างใหม่ๆ ให้เข้าสู่แพลตฟอร์มของ Youtube เพื่อปรับตัวแข่งขันกับ TikTok ที่กำลังมาแรงนั้นเองครับ เพราะนอกจากเรื่องของโครงการ Creator Music แล้ว ในวันนี้ Youtube ยังได้ประกาศโปรแกรมการแบ่งรายได้จากโฆษณาให้แก่ผู้สร้าง Shorts คลิปสั้นอีกด้วย โดยผู้สร้าง Shorts จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ 45 เปอร์เซ็นต์ และ YouTube จะเป็นฝ่ายได้ส่วนแบ่งไป 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกันข้ามกับส่วนแบ่งรายได้สำหรับวิดีโอแบบยาวอยู่ในขณะนี้ครับ เพราะสำหรับวีดีโอแบบยาว ทาง Youtube จะเก็บส่วนแบ่งรายได้เอาไว้แค่ 45% และมอบรายได้ให้ผู้จัดทำคลิปไปมากกว่าที่ 55%

ข่าว: YouTube จะเปิดให้ใช้เพลงมีลิขสิทธิ์ใส่ในคลิปวีดีโอได้แล้ว และผู้สร้างคลิปสั้น Shorts รับส่วนแบ่งรายได้ไปเลย 45% มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/youtube-creator-music-licensing-program-videos/

HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ
Cherry Cola

หัวเว่ยเปิดฉาก HUAWEI CONNECT 2022 งานมหกรรมประจำปีระดับโลกด้านเทคโนโลยีไอซีที ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7  ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด ‘ปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล’ (Unleash Digital) โดยรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรมไอซีที รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรทั่วโลกกว่า 10,000 คนร่วมหารือแนวทางปลดล็อคศักยภาพด้านดิจิทัล, ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, และพัฒนาอีโคซิสเต็มดิจิทัลให้แข็งแกร่ง ภายในงาน หัวเว่ยได้ร่วมแบ่งปันกลยุทธ์เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าด้านดิจิทัลในหลากหลายอุตสาหกรรม และเปิดตัวนวัตกรรมบริการคลาวด์ขั้นสูงใหม่กว่า 15 รายการสำหรับตลาดโลก

HUAWEI Band 7 Review20220919 1318570 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ
กลยุทธ์หลัก 3 ประการเพื่อผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

นายเคน หู ประธานกรรมการบริหารหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานโดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญ 3 ประการของอีโคซิสเต็มด้านไอซีทีในการช่วยขจัดอุปสรรคระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

· สนับสนุนและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพและทรัพยากรด้านการประมวลผลที่เสถียรและมีความหลากหลาย

· ส่งเสริมองค์กรรุดหน้าไปกว่าการใช้ระบบคลาวด์พื้นฐาน โดยดึงประโยชน์สูงสุดจากคลาวด์มาใช้ และมุ่งเน้นการบริการด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแบบก้าวกระโดด

· สร้างอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลในท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาพันธมิตร การเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มบุคลากรด้านดิจิทัล และให้การสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับเอสเอ็มอี

HUAWEI Band 7 Review20220919 141745 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเติบโตของจีดีพีทั่วโลกไม่คงที่ มีเพียงเศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้นที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก หรือมากกว่า 15% ในปี พ.ศ. 2564 หลายองค์กรจึงพลิกโฉมการดำเนินงานและการให้บริการด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย

“การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง เพราะมีความต้องการในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็พร้อมแล้ว ขณะนี้ ทั้งโลกพร้อมแล้วที่จะปลดปล่อยศักยภาพแห่งดิจิทัลออกมา” นายเคน หู กล่าวเสริม

การเปิดตัวหัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud Region) ในอินโดนีเซียพร้อมนวัตกรรมบริการใหม่กว่า 15 รายการ

นาย จาง ผิงอัน ประธานกรรมการบริหาร ธุรกิจ หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศเปิดตัวหัวเว่ย คลาวด์ ระดับภูมิภาค (Huawei Cloud Regions) ในอินโดนีเซียและไอร์แลนด์ และภายในสิ้นปีพ.ศ. 2565 หัวเว่ย คลาวด์จะเปิดใช้งาน ศูนย์ข้อมูล (Availability Zone – AZ) 75 แห่งใน 29 ภูมิภาคทั่วโลก พร้อมให้บริการในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 170 แห่ง

HUAWEI Band 7 Review20220919 132750 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์และพันธมิตรยังได้เปิดตัวแผนพัฒนาอีโคซิสเต็ม ‘ก้าวไปกับคลาวด์ ก้าวสู่ระดับโลก’ (Go Cloud, Go Global) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ ‘นวัตกรรมบริการรอบด้าน’ (Everything as a Service) โดยแผนการดำเนินงานนี้จะเร่งการพัฒนาอีโคซิสเต็มของอุตสาหกรรมดิจิทัลทั่วโลกเพื่อผลักดันนวัตกรรมและความสำเร็จร่วมกัน

สืบเนื่องจากความร่วมมือนี้ แจ็กเกอลีน ซือ ประธานฝ่ายการตลาดและการขายระหว่างประเทศของหัวเว่ย คลาวด์ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมบริการขั้นสูงกว่า 15 รายการเป็นครั้งแรกในโลก รวมถึงคลัสเตอร์คลาวด์ความเร็วสูง (CCE Turbo), บริการคลาวด์เนทีฟแบบทุกหนทุกแห่ง (Ubiquitous Cloud Native Service – UCS), ตลอดจนโมเดล AI Pangu เพื่อประยุกต์ใช้กับการพยากรณ์คลื่นลมทะเล (Pangu wave model), รวมถึงบริการขั้นสูงอื่น ๆ อาทิ DataArts LakeFormation, Virtual Live, CodeCheck, CloudTest, KooMessage, KooSearch, และ KooGallery

ผลักดันอีโคซิสเต็มดิจิทัลในท้องถิ่นเพื่อความสำเร็จร่วมกัน

ภายในงาน หัวเว่ยตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชน โดยจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อปลูกฝังอีโคซิสเต็มดิจิทัลในท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง โดยการสร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยี, ส่งเสริมทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล, และผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพ

HUAWEI Band 7 Review20220919 134056 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

นายไซมอน หลิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวปาฐกถาหัวข้อ ‘ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นดิจิทัลเป็นหลัก’ (Digital First Economy) โดยให้ข้อมูลเชิงลึกในข้อเสนอแนะด้านนโยบายการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือผู้นำของภูมิทัศน์ดิจิทัลทั่วโลก หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก และพร้อมผลักดันการเข้าเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลตลอดจนส่งเสริมนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนและร่วมสร้างอีโคซิสเต็มอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้”

HUAWEI Band 7 Review20220919 140111 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ
HUAWEI Band 7 Review20220919 133639 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ แขกผู้มีเกียรติผู้แทนรัฐบาลจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ร่วมปราศรัยเพื่อแบ่งปันความคืบหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในแต่ละประเทศให้รุดหน้า อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม, นายอัยลางกา ฮาตาโต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, นายมูฮัมหมัด อับดุล มานนาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนแห่งบังกลาเทศ, นาย เดวิด อัลมิรอล ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์, กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศฟิลิปปินส์ และ ดร. หยาง มี เอง กรรมการบริหารมูลนิธิอาเซียน

HUAWEI Band 7 Review20220919 140120 | HUAWEI CONNECT 2022 | HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ

มหกรรมเทคโนโลยีไอซีที ‘HUAWEI CONNECT 2022’ เปิดฉากการเดินสายจัดงานทั่วโลก โดยเริ่มที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 วัน ภายในงานดังกล่าวมีการกล่าวปาฐกถา 2 ครั้ง การประชุม 6 ครั้ง และการอภิปรายย่อยพร้อมการสาธิตเทคโนโลยีอีกมากมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเจาะลึกความท้าทายที่รัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญตลอดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการความรุดหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของหัวเว่ย และการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของบริการหัวเว่ย คลาวด์รวมถึงโซลูชันจากเหล่าพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม

 

ข่าว: HUAWEI CONNECT 2022 มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ณ กรุงเทพฯ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/huaweiconnect2022theworldclasstechnologyexhibition/

โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี?

โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี?
ดร.อเสข ขันธวิชัย

สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามี 2 ข่าวดัง เกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพโทรมาหลอกว่าติดต่อมาจากกรมสรรพากร (หรืออาจเป็นหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ในอนาคต) ให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ แล้วส่งลิงก์เพื่อตรวจสอบข้อมูลภาษี ที่พยายามตั้งชื่อโดเมนให้เหมือนของกรมสรรพากร แต่ไม่ใช่ กล่าวคือ กรมสรรพากรจะเป็น https://www.rd.go.th/ แต่ลิงก์ของมิจฉาชีพที่ส่งมาจะเป็น http://www.rd-go-th.com มาถึงตรงนี้ในเชิงเทคนิคแล้วก็มี 2 ข้อที่เราควรสังเกตให้ดีก่อน นั่นคือ ลิงก์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงต้องเป็น https:// นำหน้า ไม่ใช่ http:// และเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐจะลงท้ายด้วย .go.th ไม่ใช่ .com หรือ .net หรืออื่น ๆ แต่อันนี้ก็เข้าใจว่า มิจฉาชีพส่วนใหญ่มีเทคนิคในการบีบให้เราตัดสินใจเร็ว ไม่ได้สังเกตให้ดีมากพอ

ลิงก์ ดูดเงิน

จากทั้งสองกรณี [อ่านข่าว] จะมาเหมือนกัน ดังที่กล่าวมาข้างต้น และเมื่อคลิกลิงก์!! สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ บนโทรศัพท์มือถือจะขึ้นโลโก้ของกรมสรรพากร พร้อมข้อความว่ากำลังตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์ แม้ตอนนี้เราจะรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอกต้องการจะใช้งานก็ใช้ไม่ได้ เครื่องจะค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือมิจฉาชีพกำลังทำการรีโมทโทรศัพท์มือถือเราอยู่ เพื่อโอนเงินจากบัญชีธนาคารจากแอปพลิเคชันธนาคารของเราออกไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้ ซึ่งก็เป็นบัญชีม้าอีกทอดนึง ทีนี้เงินทั้งหมดเราก็สูญครับ

crooks in Thailand rd go th มือถือค้าง มิจฉาชีพ ดูดเงิน
ที่มารูป: https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7268233

แล้วเราจะทำอย่างไร? เมื่อโดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์แบบนี้! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้

กรณีเช่นนี้ หากเกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งสำคัญคือ เมื่อเรารู้ตัว รู้ว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกแล้ว เราต้อง “ตั้งสติ” ให้ดีก่อนครับ อย่าเพิ่งตกใจ ลนลาน ทำอะไรไม่ถูก เพราะการดำเนินการรีโมทโทรศัพท์เพื่อโอนเงินในกรณีนี้มันต้องใช้เวลา จะสังเกตว่าในข่าวต้นทางกรณีหนุ่มที่สูญเงิน 56,000 บาท มิจฉาชีพระบุให้เหยื่อโอนเงินไปรวมกันที่ธนาคาร A นั่นเป็นวิธีทำให้การรีโมทโอนเงินทำได้เร็วขึ้น แสดงว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นถ้าเราขวางกระบวนการได้ทันก็ผ่อนหนักเป็นเบาหรือเอาตัวรอดจากความเสียหายได้ แล้วจะทำอย่างไรเมื่อเราปิดเครื่องไม่ได้ คำตอบก็คือ การดึงซิมการ์ดออกจากเครื่อง และปิด WiFi อันนี้มีอ้างอิงว่าใช้ได้ผลมาแล้ว สำหรับคนที่เกือบตกเป็นเหยื่อในกรณีคล้าย ๆ กัน

crooks in thailand มิจฉาชีพ ดูดงิน ลิงก์ ลิงค์
ที่มารูปภาพ: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=5203486169774402&set=a.309999849123083&type=3

เช่นเดียวกันสำหรับกรณีหนุ่มที่สูญเงิน 56,000 บาท การที่เขากดลิงก์(ตอนนี้มิจฉาชีพเห็นหน้าจอหมดแล้ว) ระหว่างคุยสายอยู่กับมิจฉาชีพ มิจฉาชีพระบุให้โอนเงินเข้าไปรวมไว้ที่บัญชีธนาคาร A นี่อาจเป็นวิธีการรู้รหัสผ่านเข้าแอปธนาคารที่ปกติแล้วเราจะใช้รหัสผ่านเดียวกันก็เป็นได้ แต่ในกรณีสาวที่สูญเงิน 1,458,000 บาท ไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนักจึงยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ก็ทำให้เรารู้ว่าแอปธนาคารอาจไม่ได้ถูกแฮ็กง่าย ๆ อย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นเพราะการกดลิงก์ทำให้โทรศัพท์ถูกรีโมทและการบอกรหัสผ่านทางอ้อมผ่านการโอนเงินตามคำแนะนำของมิจฉาชีพด้วยอีกทาง หรืออาจใช้การสแกนใบหน้าของเราก็เป็นได้

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดไม่ได้โทษเหยื่อที่กดลิงก์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ผมเขียนขึ้นมาเพื่อถอดบทเรียนและแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดลักษณะเดียวกันขึ้นมาอีกได้ในอนาคต ทั้งนี้ถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับธนาคารที่ต้องหาทางป้องกันการรีโมทโทรศัพท์มือถือในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่เน้นอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเท่านั้น ต้องมีความปลอดภัยสูงด้วยเช่นกัน ควรมีฟังก์ชันความปลอดภัยให้เลือกมากขึ้นหรือไม่?

นอกจากนี้แล้วถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบใช้เคสนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ทำงานเชิงรุกไปตรวจสอบโดเมนที่ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ แล้วทำการบล็อกถาวรเลย ก็จะถือว่าป้องกันได้ในระดับนึง แม้เราจะรู้ว่ามิจฉาชีพเหล่านี้จะมามุกใหม่ ๆ เสมอ แต่ไอ้มุกเก่าเราก็ควรอุดช่องโหว่นั้นให้ได้เสียก่อน ถึงจะไปป้องกันกลโกงใหม่ของมิจฉาชีพได้

ข่าว: โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี? มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/crooks-in-thailand-2565/