คลังเก็บป้ายกำกับ: AIS_5G

SCG หนุนเศรษฐกิจ BCG ผนึกความร่วมมือนำ AIS 5G และ Huawei พร้อมผสานความเชี่ยวชาญจาก 2 พันธมิตร Yutong และ Waytous พัฒนาระบบขนส่งแบบไร้คนขับ สั่งการรถบรรทุกเครื่องยนต์ไฟฟ้า ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ 5G ในพื้นที่อุตสาหกรรม SCG แห่งแรกในไทย [Guest Post]

SCG โดย Circular Plus by CPAC Green Solution จับมือ AIS 5G และ Huawei พร้อมนำความเชี่ยวชาญจาก 2 พันธมิตร Yutong และ Waytous ร่วมต่อยอดความสำเร็จจากต้นแบบ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล สู่นวัตกรรมการขนส่งไร้คนขับ ด้วยศักยภาพ 5G ขับเคลื่อนรถบรรทุกเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ในการบริหารวางแผนเส้นทางเดินรถขนส่งวัตถุดิบภายในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม SCG จ.สระบุรี สอดคล้องการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่ไปพร้อมการสร้างสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวว่า “ทั่วโลกมุ่งสู่ยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งวัตถุดิบ คน งบประมาณ เวลาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG จึงได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G และต่อยอดมาสู่ความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่ง SCG โดย Circular Plus by CPAC Green Solution ผนึกกำลังความเชี่ยวชาญจาก เอไอเอส ผู้นำเทคโนโลยี 5G ในไทย หัวเหว่ย ผู้นำด้านเทคโนโลยี ICT รวมทั้งพันธมิตรจากประเทศจีน Yutong ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า และWaytous ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบยานยนต์ไร้คนขับสำหรับอุตสาหกรรม ในการพัฒนาระบบขนส่งด้วยยานยนต์ไร้คนขับสำหรับอุตสาหกรรม  เพื่อขยายขีดความสามารถของอุตสาหกรรม ทั้งด้านการขนส่ง (Logistics) ในการวางแผนเส้นทางการขนส่งวัตถุดิบเชื่อมต่อระหว่างคันได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในงานที่มีความเสี่ยง  ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีวางแผนการเดินทางอย่างแม่นยำ จึงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 35% ต่อปีเมื่อเทียบกับระบบเดิม สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593  (Net Zero 2050) ตามแนวทาง ESG 4 Plus (มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ ภายใต้หลักเชื่อมั่น และโปร่งใส) ของเอสซีจี ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยต่อยอดและสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทย 4.0”

ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญในการพาประเทศก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นนำความถี่ 5G ซึ่งมีมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ1420 MHz มาให้บริการลูกค้าและทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นในปี 2563 ที่เคยร่วมกับ SCG ทดลองทดสอบ Solutions 5G  remote controlled forklift ให้สามารถควบคุมผ่านระยะไกล บนเครือข่าย 5G จาก SCG สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ  ไปยังโรงงาน SCG  จ.สระบุรี โดยผู้ควบคุมรถ ไม่ต้องอยู่ที่เดียวกับรถ แต่สามารถควบคุมรถให้เคลื่อนย้าย สิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าว ได้ต่อยอดมายังความร่วมมือในโครงการ 5G Smart Autonomous Vehicles Solutions for Sustainable Industrial Advancement ครั้งนี้ โดยเราได้ทำงานร่วมกับ Huawei ในฐานะ Strategic Partner ติดตั้งเครือข่าย AIS 5G Private Network เพื่อให้สามารถควบคุมการกระจายสัญญาณไปยังบริเวณไซต์งานของ SCG ได้อย่างเฉพาะเจาะจง และใช้ขีดความสามารถของ 5G คือ ความเร็ว,ความหน่วงในระดับต่ำกว่า 20 ms และการเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ได้ในปริมาณมาก เมื่อผสมผสานเข้ากับแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการวางแผนเส้นทางวิ่ง เพื่อขนส่งอุปกรณ์ในพื้นที่อุตสาหกรรม พร้อมเชื่อมต่อระหว่างคันได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีระยะเวลาว่างงานน้อยที่สุด ก็ยิ่งทำให้ช่วยเพิ่ม Productivity ในภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตอบโจทย์”

MOU 5G Smart Mining x SCG & Huawei (2)

นายอลัน เหลียว ประธานฝ่ายกลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่าย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า“ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก หัวเว่ยรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนในการพัฒนา “โซลูชัน 5G ยานยนต์อัจฉริยะเพื่อความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในประเทศไทย”  ความร่วมมือดังกล่าวจะนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้จริงในด้านการบริหารจัดการการวางแผนเส้นทางวิ่งเพื่อขนส่งอุปกรณ์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรม ช่วยพัฒนาระบบขนส่งด้วยรถบรรทุกเครื่องยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับให้มีความปลอดภัย คล่องตัวและเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น หัวเว่ยจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีมาช่วยยกระดับโครงการโซลูชัน 5G ยานยนต์อัจฉริยะของ SCG (5G Smart Autonomous Vehicles Solutions for Sustainable Industrial Advancement) โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อเสริมศักยภาพ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง เป็นต้นแบบของ Green Manufacturing ให้กับทุกอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จุดประกายในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้และสร้างมาตรฐานใหม่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การปฏิรูปประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า พัฒนาได้อย่างยั่งยืนและเป็นผู้นำด้านสังคมคาร์บอนต่ำของอาเซียน”

Mr. Yu Zhiqiang ซีอีโอของ YUTONG

Mr. Yu Zhiqiang ซีอีโอของ Mining Equipment กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็น “การเปิดศักราชใหม่ของการทำเหมืองที่เป็นระบบอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

YUTONG GROUP จำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานใหม่ 160,000 คันทั่วโลก พร้อมด้วยประสบการณ์ด้านเครื่องจักรก่อสร้างมากว่า 64 ปี โดยเป็นรายแรกที่เปิดตัวรถบรรทุกขุด EV ตั้งแต่ปี 2561 โดยเป็นผู้นำในด้านการตลาด การวิจัย และพัฒนา การเลือกใช้วัสดุ การผลิต การควบคุมคุณภาพ และบริการ   นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตที่ครองส่วนแบ่งการตลาดหลักของอุตสาหกรรมรถขุดไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่โดยให้บริการพื้นที่ทำเหมืองและอุตสาหกรรมมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก โดยมีอัตราความปลอดภัยกว่า 1,500 วัน

YUTONG มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมชั้นนำด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เอสซีจี เป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อสังคมในการพัฒนาคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ YUTONG เป็นผู้สนับสนุนและผู้ปฏิบัติงานที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอนมาโดยตลอด และได้ร่วมมือกับ AIS Huawei และ Waytous ในโครงการนี้  โดยการจัดหารถบรรทุกสำหรับภาคอุตสาหกรรมที่เป็นระบบ EV พร้อม ที่ชาร์จและบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้   เพื่อสร้างความคุ้มค่าสำหรับลูกค้าและพันธมิตร ร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมสีเขียวและปกป้องโลกที่สวยงามของเรา”

Prof. Chen Long ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Waytous3

Prof. Chen Long ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Waytous กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องหมายของการบรรลุความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือนี้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเริ่มต้นของการมีส่วนร่วม   ในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ เราจะค่อยๆ กำหนดมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีการทำงานด้วยระบบอัจฉริยะ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เราเชื่อว่าจะนำภาคอุตสาหกรรมไปสู่การลดคาร์บอนและสร้างระบบการทำงานที่มีการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในประเทศไทยและแม้แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด

WAYTOUS เป็นผู้ให้บริการทำเหมืองไร้คนขับของจีน ที่ก่อตั้งโดย Institute of Automation of the Chinese Academy of Sciences (CASIA) นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมซีเมนต์ อุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ   WAYTOUS ได้ร่วมมือกับหลากหลายส่วนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโซลูชันขั้นสูง ในประเทศจีน ในฐานะผู้ให้บริการเหมืองแร่ไร้คนขับชั้นนำ WAYTOUS ได้ร่วมมือกับ Yutong ผู้ผลิตรถยนต์ขุดพลังงานชั้นนำรายใหม่ และ Huawei ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มระบบนิเวศ 5G     WAYTOUS มุ่งมั่นจะขยายความร่วมมือในต่างประเทศอย่างจริงจัง   เราจึงยินดีต่อความร่วมมือนี้อย่างยิ่ง และเราจะสนับสนุนความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ”

นวัตกรรมรถบรรทุกเครื่องยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ และ ระบบควบคุมรถระยะไกล (Unmanned EV Truck & Remote Control Vehicle) ผ่าน AIS 5G จะเริ่มนำมาใช้ในพื้นที่จริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมขยายผลสู่พื้นที่อุตสาหกรรมของ SCG อย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ เอสซีจี

เอสซีจี กลุ่มบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับเเนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เเละสิ่งเเวดล้อม ภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจีมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้า บริการ เเละโซลูชันครบวงจร ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าให้ได้อย่างทันท่วงที ภายใต้คำมั่นสัญญา “Passion for Better”

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.scg.com/

เกี่ยวกับ AIS

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการดิจิทัลบนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดรวม 1420 MHz และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดกว่า 45.7 ล้านเลขหมาย (ณ กันยายน 2565) พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ครบ 77 จังหวัดแล้วเป็นรายแรกผ่าน 3 สายธุรกิจ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre และบริการดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ วิดีโอ คลาวด์ ดิจิทัลเพย์เมนท์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ตลอดจนขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ AIS eSports, AIS Insurance Service ทั้งหมดนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ที่พร้อมนำศักยภาพเข้าสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน พบกับเราได้ที่ www.ais.th

เกี่ยวกับ Huawei

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชันที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อน โลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชันและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กร ทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด   
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com   

from:https://www.techtalkthai.com/scg-supports-bcg-economy-joins-forces-with-ais-5g-and-huawei-together-with-expertises-yutong-and-waytous-to-develop-the-unmanned-transporation-system/

AIS 5G เตรียมความพร้อมโครงข่ายดิจิทัลเต็มกำลัง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เดินหน้าสนับสนุนภารกิจประเทศร่วมเป็นเจ้าภาพ การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2022

AIS 5G พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับคณะผู้นำทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 -19 พฤศจิกายน 2565 

โดย AIS มีความพร้อมสูงสุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลโครงข่ายภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และความพร้อมของระบบสื่อสาร 5G ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่วันนี้ครอบคลุมแล้วมากกว่า 99% สามารถรองรับการใช้งานสำหรับผู้นำ คณะทำงาน ผู้ติดตาม และสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางเข้ามาร่วมการประชุมในครั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายอันจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศ

AIS 5G

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นการประชุมความร่วมมือของ 21 เขตเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจ มาตรการทางการค้า นโยบายด้านการลงทุน หรือแม้แต่เรื่องสิ่งแวดล้อม

โดยการประชุมครั้งนี้นับเป็นการประชุมแบบพบปะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ท่ามกลางสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกในหลายๆ มิติ ที่จะมีผู้นำ คณะทำงาน และสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางเข้ามาร่วมการประชุมในครั้งนี้ที่ประเทศไทย และแน่นอนว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศได้โชว์ศักยภาพในหลายๆ ด้าน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจต่างๆ ทั้ง อาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมของที่ระลึก ขนส่ง ภาคบริการ ภาคการผลิต หรือแม้แต่อุตสาหกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี

ดังนั้น AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายดิจิทัล เราขอร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมกับคนไทย ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายดิจิทัลแบบเต็มกำลัง ทั้งภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะที่ AIS เป็นผู้ให้บริการที่เข้าไปดำเนินการติดตั้งและวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยี รวมถึงวันนี้เรายังยืนยันความพร้อมในด้านโครงข่ายสื่อสารภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ภาพรวมของการใช้งานระบบสื่อสารและบริการดิจิทัลโครงข่ายทั้งหมดราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

“ชาว AIS ขอร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมกับคนไทย ด้วยการใช้ศักยภาพของ AIS ในการสนับสนุนการจัดการประชุมในทุกมิติทั้งระบบสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ให้งานครั้งนี้สามารถ สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล ตามแนวคิดของการจัดการประชุมในฐานะประเทศเจ้าภาพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของประเทศ ที่วันนี้ AIS ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีให้มีความพร้อม สามารถใช้เป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศต่อการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AIS มุ่งมั่นทำมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำ” นายวสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-continues-to-support-apec-2022/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-continues-to-support-apec-2022

AIS เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เติบโต 9.1% โชว์ความแข็งแกร่งฐานะผู้นำ

AIS เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เติบโต 9.1% โชว์ความแข็งแกร่งฐานะผู้นำ
Noppinij

AIS เผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ของปี 2565 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 46,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเผยข้อมูลผู้ใข้ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องในทุกบริการ

ด้านฐานผู้ใช้บริการ 5G ก็เติบโตกว่า 41% จากไตรมาสก่อน รวมมากกว่า 5.5 ล้านราย ในฝั่งของธุรกิจ AIS Fibre มีการเติบโตโดยมีฐานลูกค้ารวมแตะที่ 2.1 ล้านราย

และด้วยความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทาง AIS ก็ได้พัฒนาโครงข่าย 5G ด้วยการติดตั้งขยายสถานีฐานที่ใช้งานบนคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูงในพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้การให้บริการ 5G มีความครอบคลุมสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ให้บริการถึง 85% ของประชากร ซึ่งเป็นแผนการลงทุนต่อเนื่องด้วยงบ 30,000 ล้านบาทของ AIS ทีประกาศไปก่อนหน้านี้นั้นเอง

โดยการเติบโตต่อเนื่องของรายได้ AIS ในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศของเราแล้วนั้นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องเข้ามาเป็นแรงต้านอยู่เช่นกัน

221103 Pic AIS เผยผลประกอบการ Q3 2565 | AIS | AIS เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เติบโต 9.1% โชว์ความแข็งแกร่งฐานะผู้นำ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “ในไตรมาสที่ผ่านมาเราเผชิญกับความท้าทายหลายอย่างทั้งภาวะต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เราต้องเพิ่มการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวภาคธุรกิจ และอารมณ์ของผู้บริโภคก็ยังไม่ได้กลับมาอยู่ในจุดที่จะเป็นแรงขับเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรายังเห็นสัญญาณบวกจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของประเทศที่วันนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับกิจกรรมต่างๆ ภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักภาครัฐ ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาจัดงานอีเว้นต่างๆ ก็น่าจะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวกลับมาได้”

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS | AIS | AIS เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เติบโต 9.1% โชว์ความแข็งแกร่งฐานะผู้นำ

สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 46,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.1% กับไตรมาสก่อน โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (EBITDA) ในไตรมาสนี้ที่ 22,091 ล้านบาท ลดลง -3.5% จากปีก่อน และ -1.2% เทียบกับไตรมาสก่อน โดยอัตรา EBITDA Margin ยังคงแข็งแกร่งที่ 48% ในส่วนของกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 6,032 ล้านบาท ลดลง -5.4% เทียบกับปีก่อนและ   -4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีผลการดำเนินงานแยกตามรายธุรกิจดังนี้

  • ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายได้กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ AIS ลดลง -0.3% เทียบกับปีก่อน และลดลง -0.4% จากไตรมาสก่อน ด้านจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ 157,300 เลขหมายในไตรมาสนี้ โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการแบบรายเดือนที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือรวมที่ 7 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้าระบบเติมเงิน 33.3 ล้านเลขหมาย และระบบรายเดือน 12.4 ล้านเลขหมาย ทางด้านการให้บริการ 5G AIS มีผู้ใช้บริการรวมทั้งสิ้นแล้วมากกว่า 5.5 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่า 41% จากไตรมาสก่อน จากการพัฒนาและขยายโครงข่าย 5G ด้วยการติดตั้งสถานีฐานที่ใช้งานบนคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูงทั่วประเทศ ทำให้ AIS เป็นผู้ให้บริการโครงข่าย 5G ที่สามารถให้บริการครอบคลุมแล้วกว่า 85% ของพื้นที่ประชากร มากที่สุดเป็นอันดับ 1
  • ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fibre ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และยกระดับการแข่งขันด้วยมาตรฐานการให้บริการด้วยทีมที่พร้อมดูแลและอยู่เคียงข้างแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่สู่ตลาด ด้วยอุปกรณ์ส่งสัญญาณ High Performance รองรับการใช้งานที่ความเร็วแรงระดับ 2Gbps พร้อมนำ AI มาปรับใช้ร่วมกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณเพื่อเสริมศักยภาพในการส่งสัญญาณ Wi-Fi อัจฉริยะ ที่สามารถจัดสรรการใช้งานให้สอดรับกับพฤติกรรมหลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ AIS Fibre เติบโต 16% เทียบกับปีก่อน และ 2% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน มีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 114,500 ราย ทำให้มีฐานลูกค้ารวมกว่า 2.1 ล้านราย
  • ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร มีการเติบโต 17% เทียบกับปีก่อน โดยยังคงมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและเติบโตเคียงข้างภาคธุรกิจไทยให้แข็งแกร่งผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้พร้อมทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ผ่านโซลูชันเครื่องมือดิจิทัลที่ตอบโจทย์ ทั้ง AIS 5G NEXTGen Platform สำหรับการพัฒนา 5G Use Cases แห่งแรกในประเทศไทย การรุกตลาดบริการ Cloud Security ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เต็มรูปแบบสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจากการทำงานร่วมกับ Cisco รวมถึงยังเปิดตัว AIS Cloud X ระบบนิเวศคลาวด์อัจฉริยะที่เป็นการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังหนุนภาคธุรกิจไทยใช้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย มาร์เก็ตเพลสซอฟต์แวร์ รายแรกในไทยกับ AIS Biz App Mart ด้วยการนำเสนอโซลูชันและเครื่องมือทางธุรกิจที่ดีที่สุดจากไมโครซอฟท์ โดยทั้งหมดก็ยังคงเป้าหมายเดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทุกอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความสมบูรณ์ของ 5G Ecosystem ให้กับภาคธุรกิจไทยในอนาคต

“ในไตรมาสนี้ AIS ยังคงทำผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันและความท้าทายมากมาย เราเชื่อว่าหัวใจสำคัญของการจะเป็น Cognitive Tech-Co ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรได้นั้น ต้องอาศัยพลังและความมุ่งมั่นของพวกเรา เพื่อทำให้โครงข่ายอัจฉริยะถูกพัฒนาสู่บริการดิจิทัลที่จะเชื่อมต่อการเติบโตสู่โลกอนาคตได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้น AIS ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการโครงข่ายดิจิทัล นอกเหนือจากการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแล้ว เรายังมีหน้าที่สำคัญในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศมีความแข็งแกร่ง ทำให้เราเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพโครงข่าย และขยายความครอบคลุมของการให้บริการ รองรับความต้องการการใช้งาน ทั้งสำหรับลูกค้าทั่วไป และการใช้งานในองค์กร” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าว: AIS เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ทำรายได้รวม 46,234 ล้านบาท เติบโต 9.1% โชว์ความแข็งแกร่งฐานะผู้นำ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/ais-announces-the-results-of-the-3rd-quarter/

AIS 5G ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมตัวจริง จับมือ ZTE โชว์ LIVE Hologram สร้างแรงบันดาลใจ ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมความบันเทิงไปอีกขั้น

AIS 5G ต่อยอดความร่วมมือกับ ZTE บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และเทคโนโลยีโทรคมนาคมสัญชาติจีน เปิดตัวโชว์เคส AIS 5G x ZTE LIVE Hologram ให้ผู้สนใจ ในอุตสาหกรรมความบันเทิง หรือ ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจัดอีเวนท์ สัมผัสประสบการณ์ชมการแสดงสดๆ  ด้วยการถ่ายทอดสดภาพการแสดงจากศิลปินที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างเวที ให้สามารถมาปรากฏตัวในรูปแบบ Hologram และร่วมแสดงโชว์ไปด้วยกัน

พร้อมทั้งยังสามารถสื่อสารและโต้ตอบระหว่างกัน ได้แบบ Real Time ราบรื่น ไร้รอยต่อ จากศักยภาพของเทคโนโลยี AIS 5G ซึ่งมีคลื่นความถี่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย

AIS 5G

AIS ได้เคยประกาศตั้งแต่ช่วงของการประมูล 5G ในประเทศไทยว่า จะเดินหน้านำคลื่นความถี่ 5G ที่ประมูลได้มาสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมได้ยกระดับไปอีกขั้น สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต หรือ แม้แต่อุตสาหกรรมความบันเทิง หรือ อีเวนท์  ที่สามารถนำเทคโนโลยีการถ่ายทอดเป็นภาพสามมิติมาใช้เป็นหัวใจสำคัญในการจัดงานได้ เพราะ 5G เข้ามาช่วยทำให้ความเร็วในการส่งข้อมูลเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อีกทั้งมีความหน่วงต่ำ ส่งผลให้การนำเสนอภาพจาก Hologram เป็นไปอย่างสมจริง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมความบันเทิงได้อย่างดี ทั้งในแง่ของการทลายข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลา,  ประสบการณ์ที่ผู้ชมจะสามารถพบศิลปิน ที่ชื่นชอบได้แบบ Real Time  แม้จะอยู่ต่างสถานที่, ลดเวลา และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ที่สำคัญคือ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม, ลูกเล่น และโอกาสใหม่ๆให้แก่อุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวสู่ Virtual Industry ที่สมบูรณ์แบบได้

โดยในวันเปิดตัวกิจกรรมที่ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม  ในงาน AIS 5G x ZTE MUSIC LIVE Hologram ON STAGE ได้รับเกียรติจาก ทอม อิศรา ศิลปินสุดฮอต และน้องๆวง Yes Indeed วงดนตรีมัธยมเปิดหมวก ขวัญใจเด็กสยาม มาเซอร์ไพรส์แฟนคลับกับบทเพลงมากมายในรูปแบบ Hologram LIVE Show ที่สามารถสร้างสีสันผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเห็นภาพ 

ทั้งนี้ AIS 5G x ZTE  LIVE Hologram จะยังจัดแสดงต่อเนื่องจนถึง 30 พฤศจิกายนศกนี้ โดยผู้ที่สนใจ สามารถไปทดลองสัมผัสประสบการณ์ ถ่ายภาพคู่กับศิลปิน อย่าง ทอม อิศรา ในรูปแบบ Hologram ได้ตั้งแต่เวลา 13.00 – 19.00 น.  หรือ หน่วยงานใดสนใจทดลองใช้ 5G Live Hologram จัด Virtual Event ถ่ายทอดสดบุคคลจากต่างสถานที่ ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ AIS D.C. (www.facebook.com/aisdesigncentre) หรือโทร 02-029-2299 (ตามเงื่อนไขการให้บริการ)

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-joins-hands-with-zte-to-show-live-hologram/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-joins-hands-with-zte-to-show-live-hologram

น้องอุ่นใจ Metaverse นำทัพชาว AIS ร่วมภารกิจส่งมอบ iPhone 14 Grab & Go ให้ลูกค้าใช้งาน 5G บนเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย

ภายหลังจากที่ AIS 5G เปิดให้ทุกคนเป็นเจ้าของสั่งจอง iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดล่วงหน้า ทั้ง iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อล่วงหน้ากับ AIS อย่างล้นหลาม

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นที่ 1 ตัวจริง ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล 5G ที่มีโครงข่ายใหญ่ที่สุด ให้ลูกค้าสามารถใช้งาน iPhone 14 ทุกรุ่น บนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดของไทย ด้วยคลื่นมากที่สุด เร็วที่สุด ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย กับงาน AIS x iPhone 14 Grab & Go ณ ใจกลางสยาม

โดยในครั้งนี้ AIS ขนความพิเศษ พร้อมเปิดประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำกับ 3D Anamorphic กับการนำน้องอุ่นใจเข้าสู่โลก Metaverse มาร่วมภารกิจส่งมอบ iPhone 14 ให้กับลูกค้าคนพิเศษที่สั่งจองล่วงหน้าผ่าน AIS Online Store กับเทคโนโลยี 3D Anamorphic ที่สุดแห่งนวัตกรรมดิจิทัลแบบสมจริง จัดเต็มเพื่อลูกค้า 

อีกทั้งในวันนี้ชาว AIS ยังพร้อมส่งมอบ iPhone 14 ผ่านทาง AIS Shop, AIS Telewiz ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการให้กับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าอีกด้วย

เป็นเจ้าของ iPhone 14 ได้แล้ววันนี้กับ AIS 5G เครือข่ายที่ดีที่สุด พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่เดียวเท่านั้น  รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.ais.th/apple/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/nong-aunjai-metaverse-leads-ais-people-in-a-mission-to-deliver-iphone-14-grab-go/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=nong-aunjai-metaverse-leads-ais-people-in-a-mission-to-deliver-iphone-14-grab-go

AIS 5G เตรียมเปิดจองและวางจำหน่าย iPhone 14 และ Apple Watch

AIS 5G เตรียมเปิดจองและวางจำหน่าย iPhone 14 และ Apple Watch
Cherry Cola

AIS 5G เตรียมวางจำหน่าย iPhone รุ่นที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้แก่ iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max รวมถึง Apple Watch Series 8 ใหม่และ Apple Watch SE ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและประสิทธิภาพอันทรงพลัง, Apple Watch Ultra ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมด มาพร้อมขีดความสามารถใหม่ๆ ที่ไม่ธรรมดา และ AirPods Pro รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็น AirPods ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมี

สรุปสเปค ราคา และการวางจำหน่าย IPHONE 14 SERIES และ IPHONE 14 PRO SERIES เราได้ทำไว้แล้วเข้าไปอ่านได้จากลิงก์นี้เลย https://www.แอพดิสคัส.com/iphone-14-plus-iphone-14-pro-max-spec/

ลูกค้าสามารถสั่งจอง iPhone ทุกรุ่นล่วงหน้ากับ AIS ได้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 เวลา 19.00 น. โดย iPhone 14, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 8.00 น. และ iPhone 14 Plus ในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/apple/iphone-14-pro-max/

ข่าว: AIS 5G เตรียมเปิดจองและวางจำหน่าย iPhone 14 และ Apple Watch มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/ais-5g-is-preparing-to-open-for-reservations-and-release-the-iphone-14-and-apple-watch/

AIS 5G จับมือคณะวิศวะ จุฬาฯ เปิดตัว ‘AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox’ แห่งแรกในไทย มุ่งสนับสนุนการศึกษาต่อยอด 5G Use case สู่อุตสาหกรรม

AIS 5G และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงจับมือสานสัมพันธ์อันดีต่อเนื่อง หลังจากเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ร่วมจับมือทดสอบ 5G ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน

จนล่าสุดได้ร่วมเปิดตัว ศูนย์ 5G R&D ในชื่อ “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox” แห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ที่ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา เพื่อสนับสนุนในภาคการศึกษาให้นิสิตและคณาจารย์ สามารถต่อยอดแนวคิดพัฒนา Use Case สู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในอนาคตบนเครือข่าย 5G

ยกระดับการศึกษายุคใหม่ เตรียมพร้อมสร้าง 5G Use Case

AIS มองว่า 5G ไม่ใช่แค่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น เพราะฉะนั้นการร่วมงานกับหลายหน่วยงาน เพื่อสร้าง Use Case ในการต่อยอดสู่เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งที่ AIS โฟกัสเป็นหลัก

แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น การศึกษาที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา AIS จึงมองว่า ภาคการศึกษาควรสร้างทักษะเพื่อเตรียมรองรับเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงเกิดเป็นการร่วมมือระหว่าง AIS และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในครั้งนี้ ซึ่งวิศวะ จุฬาฯ ก็ได้ชื่อเป็น 1 ในสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่เข้าไปร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กสทช., DE หรือ ภาคเอกชน เพื่อทดลอง และทดสอบ Use Case ต่าง ๆ อยู่แล้ว

ด้าน AIS เองก็เป็นรายแรกที่เปิดให้บริการด้วยการมีคลื่นความถี่มากที่สุดคือ 1420 MHz รวมถึงยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอด 5G ที่จะเป็นตัวเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นการจับมือร่วมกันเปิดตัวศูนย์ AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox ก็เพื่อส่งเสริมให้นิสิต และคณาจารย์เตรียมความพร้อม ผ่านการเรียนรู้ทั้งทางทฤษฎี และปฏิบัติจริงจากการสนับสนุนของ AIS

ทั้งสามารถใช้แหล่งทำงานวิจัย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างสรรค์นวัตกรรมบน Sandbox เพื่อที่ะต่อยอดการสร้าง Use Case ซึ่งมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมในอนาคตผ่าน 5G ได้อย่างตอบโจทย์ที่สุดต่อไปนั่นเอง

ติดตั้งสถานี 5G พร้อม 2 คลื่นความถี่ 2600 MHz และ 26 GHz สำหรับพัฒนา Use Case

AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox เรียกว่าเป็นการเปิดตัวศูนย์ 5G R&D แห่งแรกของสถาบันการศึกษา ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง และทดสอบ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงด้วย LIVE Private Network ด้วยสถานีฐาน 5G พร้อมกับ 2 คลื่นความถี่ 2600 MHz และ 26 GHz (mmWave) ที่เหมาะกับการพัฒนา Use case ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Industrial solutions, Holograms Solutions หรือ Fixed Wireless Access-FWA เป็นต้น

นอกจากนี้ AIS ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่าง 5G CPE รวมถึงจัดหาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G พร้อมทั้งการสัมมนาเวิร์กช็อป จาก Guest Speaker หลากหลายวงการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิค รวมถึงการเชิญชวนร่วม Co-Develop บริการต้นแบบบน 5G อีกด้วย

5 Use cases จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ที่นำมาจัดแสดง

ภายในงานยังนำ Use Cases ที่สร้างโดยนิสิต และบุคลากร คณะวิศวฯ จุฬาฯ มาจัดแสดง

  • หุ่นยนต์ WALKIE: หุ่นยนต์บริการในครัวเรือน ที่สามารถทำงานบ้าน และพูดคุยตอบโต้กับคนในบ้านแบบเรียลไทม์ได้ ผ่านระบบ AI อันชาญฉลาดที่ทำงานโดย 5G ซึ่งหุ่นยนต์ WALKIE ก็ได้ไปแข่งขัน และคว้ารางวัลอันดับ 2 ของโลกจากรายการ RoboCup@Home Open Platform League มาแล้วด้วย
  • หุ่นยนต์ไข่มุก: หุ่นยนต์ Home Healthcare ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน รักษาผู้พิการ โดยสามารถทำกายภาพตามคำแนะนำทางการแพทย์จากที่บ้านได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ผ่านการเก็บสถิติส่งต่อถึงแพทย์ผ่าน 5G
  • หุ่นยนต์ Rehab: Universal Controller หรือหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเป็นแขนกล ช่วยในการกายภาพสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง สามารถส่งสถิติตรงถึงแพทย์ผ่าน 5G ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีเกมสันทนาการเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยคลายเครียดขณะทำกายภาพอีกด้วย
  • IntaniaVerse: Metaverse เพื่อการศึกษาประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองสถานที่อย่าง โรงไฟฟ้า ณ เขื่อนท่าทุ่งนา และ การฝึกและบำบัดผู้สูงวัยด้วยแอปพลิเคชันโลกเสมือนจริง นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรอบรมการสร้างโลก Metaverse ภายใต้โครงการ Chula Engineering ที่ได้ AIS ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการด้วย
  • Autonomous Shuttle Bus: รถรับส่งผู้โดยสารไร้คนขับ ที่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ระบบ 5G เป็นตัวเชื่อมต่อในการสั่งการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยมีแผนจะนำไปวิ่งบนถนนจริงในช่วงปลายปีนี้

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นไฮไลต์ส่วนหนึ่งของการเปิดตัว AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกว่าเป็นการมองการณ์ไกล และปูทางเตรียมความพร้อมให้บุคลากรอย่างถูกจุด ทั้งในแง่การมองการศึกษาเป็นหัวใจหลักสำคัญในการพัฒนาด้านต่าง ๆ และมองว่า 5G ไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสนับสนุนในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมอื่นในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นในอนาคตเราคงจะได้เห็นภาพการสนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผ่านเครือข่าย 5G มากขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมภาคส่วนอื่นก็จะมีความเข้าใจในการทำงาน และการใช้ประโยชน์ในการต่อยอดจากเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยวันนี้ AIS ได้เริ่มก้าวแรกกับการศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นฐาานของการพัฒนาไปก่อนแล้ว

from:https://www.thumbsup.in.th/ais-5g-cu-engineering?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-cu-engineering

AIS Serenade เล่นใหญ่!! จัดเต็มความพิเศษที่เหนือกว่า ภายใต้แนวคิด “เป็นได้ทุกอย่าง” ดึง วิน เมธวิน TEAM AIS 5G ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแบบ Co-Creation

AIS Serenade ยังคงตอกย้ำความเป็นที่ 1 ตัวจริงในโปรแกรมการดูแลลูกค้า ทั้งการบริการและสิทธิประโยชน์ หลังจากที่ได้มีการส่งมอบความพิเศษให้กับลูกค้าผ่านแคมเปญ Upsize มอบสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ทั้ง กิน-เที่ยว-ช้อป-สุขภาพ

ล่าสุดเดินหน้าตอกย้ำความพิเศษแบบเล่นใหญ่จัดเต็มภายใต้แนวคิด “เป็นได้ทุกอย่าง” ด้วยการดึง วิน เมธวิน TEAM AIS 5G ที่เข้ามาเป็นครอบครัว AIS ในบทบาทใหม่ที่ก้าวข้ามจากพรีเซนเตอร์ มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแบบ Co-Creator เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้าง Brand Love  ผ่านบทเพลงและมิวสิควีดีโอส่งมอบความพิเศษที่มีได้ทุกวัน และเป็นได้ทุกอย่างเพื่อลูกค้าคนสำคัญ

AIS Serenade

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ AIS อธิบายว่า “AIS Serenade เป็นได้ทุกอย่าง เป็นแนวคิดที่เราได้เลือกนำเสนอผ่านบทเพลงและมิวสิควีดีโอ สะท้อนถึงความหมายของ Serenade ซึ่งมีที่มาจากบทเพลงที่ชายหนุ่มร้องเพื่อขอความรักจากหญิงสาว เปรียบเหมือนกับการทำงานของเราที่ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อส่งมอบความรักความผูกพันกับลูกค้าคนสำคัญตลอดระยะเวลา 18 ปี ทำให้ชื่อนี้จึงมีความหมายต่อการทำงานของพวกเราอย่างมาก 

บทเพลง เป็นได้ทุกอย่าง ขับร้องโดย ทอม อิศรา ที่ถ่ายทอดเสียงเพลงออกมาได้อย่างละมุน สื่อถึงความรัก ความตั้งใจของ Serenade ได้อย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้ทำงานร่วมกับ วิน เมธวิน หนึ่งใน TEAM AIS 5G มาเป็นพาร์ทเนอร์ในการ Co-Creation สร้างสรรค์ผลงานมิวสิควีดีโอ โดยวินเป็นตัวแทนของ AIS Serenade ที่สามารถเป็นได้ทุกอย่างเพื่อคนพิเศษ พร้อมดูแลเอาใจใส่ในทุกเรื่อง เพื่อมอบความรักความผูกพันให้กับลูกค้าคนสำคัญ นำไปสู่เป้าหมาย Brand Love อย่างแท้จริง ”

“แม้วันนี้การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมจะมีความรุนแรง แต่หัวใจที่ AIS เชื่อมั่นเสมอว่า จะสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนก็คือ งานบริการและการดูแลที่สร้างประโยชน์ให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้ากลุ่ม High Value อย่าง AIS Serenade ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 6 ล้านราย

ทำให้เรายิ่งต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียดในการทำงานทั้งศาสตร์และศิลป์ ทั้งการใช้เทคโนโลยีและ Human Touch เพื่อให้การออกแบบงานบริการและสิทธิพิเศษสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้า AIS Serenade จะสัมผัสได้อย่างแท้จริง”

“จากความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดทั้งงานบริการและสิทธิพิเศษ เดินหน้าสู่การเป็น Brand Love ที่พวกเราพร้อมนำแนวคิด เป็นได้ทุกอย่าง ตามบทเพลงที่ถ่ายทอดผ่านมิวสิควีดีโอมาใช้แทนคำมั่นสัญญาและยึดเป็นแนวทางการทำงานเพื่อให้ AIS Serenade เป็นได้ทุกอย่างตามความต้องการของลูกค้า”  นางบุษยา กล่าวทิ้งท้าย

AIS Serenade พร้อมต้อนรับทุกท่านที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว AIS สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับชมมิวสิควีดีโอ เป็นได้ทุกอย่าง สามารถรับชมได้ทาง https://youtu.be/yPZ7JmT5nEE ที่ตอนนี้มียอดวิวการรับชมถึง 3 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถดาวน์โหลด Calling Melody เพลงเป็นได้ทุกอย่าง เป็นเสียงรอสายหรือ ได้ง่าย ๆ ฟรี โดยกด *789002061012200 แล้วกดโทรออก ติดตามความพิเศษของ AIS Serenade ได้ที่ www.ais.th/serenade

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-serenade-plays-big/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-serenade-plays-big

[Guest Post] วิศวะ จุฬา ผนึก AIS 5G อวดโฉม AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox พร้อมเครือข่าย 5G บนคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz แห่งแรกของไทย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือ AIS 5G ต่อเนื่อง หลังจากร่วมเป็นพันธมิตรทดลอง ทดสอบ 5G ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ร่วมเปิดตัวศูนย์ 5G R&D ในชื่อ “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่ติดตั้ง LIVE Private Network ด้วยสถานีฐาน 5G กับ 2 คลื่นความถี่ 2600 MHzและ 26 GHz (mmWave) พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรม 5G ให้นิสิตและคณาจารย์ หนุนภาคอุตสาหกรรม เสริมแกร่งประเทศ

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอ

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวในโอกาสเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนสนับสนุนภาคการศึกษา เปิดพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมให้แก่นิสิต นักศึกษา นักพัฒนา รวมถึง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงของเทคโนโลยี Digital ของไทย ได้มีโอกาสลงมือทดลอง ทดสอบ เพื่อพัฒนาไอเดียด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse,Robotic ,ฯลฯ บนเครือข่าย 5G”

“แม้ว่าวันนี้ประเทศไทยจะมีบริการ 5G เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดย AIS เป็นรายแรกที่เปิดให้บริการด้วยการมีคลื่นความถี่มากที่สุดคือ 1420 MHz แต่ประโยชน์ของ 5G ยังจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของ Digital Transformation ที่จะพลิกโฉม Business Model ของทุกภาคส่วนให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก Digital Disruption และการเกิดขึ้นของโควิด ดังนั้นการทำงานร่วมกับภาคการศึกษา เพื่อค้นคว้า วิจัย ทดลอง ทดสอบ จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา ดังเช่น ความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ที่ยังทำงานกันมาอย่างต่อเนื่องผ่าน use case ต่างๆ ทั้งที่เป็นผลงานวิจัยของคณาจารย์ หรือ โครงการของนิสิต ที่ล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ นวัตกรรมเพื่อประเทศ”

“จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว  “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษา ในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงด้วย LIVE Private Network   ซึ่งนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงนักพัฒนา ใน 5G Ecosystem สามารถใช้เป็นพื้นที่ศึกษา เรียนรู้ ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีต่างๆทั้ง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse, Robotic, ฯลฯ บน 5G ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะได้ติดตั้งสถานีฐาน 5G ที่เลือกเอาคลื่น 2600 MHz และ คลื่น 26 GHz (mmWave) ที่เหมาะกับการพัฒนา Use case ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Industrial solutions, Holograms Solutions หรือ Fixed Wireless Access-FWA   เพราะช่วงความถี่อย่าง 26 GHz มีปริมาณ Bandwidth มหาศาลและความหน่วงต่ำมาก (Low Latency), การสนับสนุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่าง 5G CPE , องค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, พร้อมทั้งการสัมมนา workshop จาก Guest Speaker หลากหลายวงการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิค ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill รวมไปถึงการเชิญชวนร่วม Co-Develop บริการต้นแบบบน 5G อีกด้วย”

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “วิศว จุฬาฯ เป็น 1 ในสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่เข้าไปร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กสทช. , DE หรือ ภาคเอกชน เพื่อทดลอง ทดสอบ use cases ต่างๆที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ sector หลักของประเทศให้ได้มากที่สุด ดังนั้นการมีสถานที่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเสมือนจริงอย่าง AIS 5G Playground และ 5G Garage ที่มีความครอบคลุมของคลื่นความถี่ของ 5G แบบ LIVE Network จึงถือว่าตอบโจทย์และสามารถส่งเสริมให้นิสิต และ คณาจารย์ ได้ใช้เป็นแหล่งทำงานวิจัย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมบน Sandbox ได้อย่างดี ที่สำคัญถือเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีจากเราและภาคปฏิบัติที่เกิดจากประสบการณ์ในการทำงานจริงของ AIS ที่จะมาช่วยเสริมทักษะให้แก่นิสิตและคณาจารย์ ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเทศไทย ผ่าน 5G ได้อย่างตอบโจทย์ที่สุดต่อไป”

ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายวสิษฐ์ กล่าวตอนท้ายว่า “การที่ภาคการศึกษา ให้ความสำคัญกับการฝึกฝน สร้างทักษะเพื่อเตรียมรองรับเทคโนโลยี 5G ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะ 5G คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อของ IoT และ ทำให้เครือข่ายตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด  ดังนั้นการศึกษาให้มากที่สุดย่อมทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาแนวคิดจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่ง AIS พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่”

ข้อมูล Use case ที่นำมาจัดแสดงในโอกาสเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” @CHULAENGINEERING

1. หุ่นยนต์ WALKIE

หุ่นยนต์บริการในครัวเรือน หรือ Domestic service robot  ที่สามารถทำงานบ้าน และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อาศัยภายในบ้านได้ เพราะมี AI อัจฉริยะที่ทำให้รู้ตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ และหุ่นสามารถเดินไปที่บริเวณห้องที่มีสิ่งของเหล่านั้นได้อัตโนมัติ พร้อมโต้ตอบได้แบบ Real Time ซึ่งต้องใช้ศักยภาพของ 5G ในการทำงาน โดยเป็นนวัตกรรมของชมรมหุ่นยนต์แห่งวิศวฯ จุฬาฯ (EIC Chula) ที่สามารถคว้ารางวัลอันดับที่ 2 ของโลกมาได้ในรายการ RoboCup@Home Open Platform League 

2. หุ่นยนต์ไข่มุก

หุ่นยนต์Home Healthcare ที่มีการใช้งานหลากหลายด้าน TeleHealth หนึ่งในการใช้งานที่โชว์ในงานนี้คือ  ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน สามารถทำกายภาพได้ตามคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โดยผู้ป่วยไม่ต้องเข้ามาที่โรงพยาบาล พร้อมเก็บและส่งต่อสถิติเพื่อให้คุณหมอและนักกายภาพสามารถดูพัฒนาการของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ผ่านการใช้ขีดความสามารถของ 5G

3. หุ่นยนต์ Rehab

Universal Controller ด้วยลักษณะของแขนกลที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สามารถฝึกทำกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเก็บและส่งต่อสถิติบนโครงข่าย 5G เพื่อให้สามารถดูพัฒนาการของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ อีกทั้งแขนกลนี้จะช่วยลดภาระของนักกายภาพบำบัด ทำให้สามารถที่จะกายภาพคนไข้ได้ปริมาณจำนวนคนต่อวันที่เพิ่มขึ้น

4. Autonomous Shuttle Bus

รถรับส่งผู้โดยสารไร้คนขับ (Autonomous Shuttle pod) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กสทช. และกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กทปส. ที่ใช้ระบบ 5G เป็นตัวเชื่อมต่อ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับการทำงานของรถไร้คนขับ โดยคาดว่าปลายปีจะเริ่มนำไปวิ่งบนพื้นที่ถนนจริง

5. IntaniaVerse

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ริเริ่มการทำเมตาเวิร์สเพื่อการศึกษา อาทิ โรงไฟฟ้า ณ เขื่อนท่าทุ่งนา การฝึกและบำบัดผู้สูงวัยด้วยแอปพลิเคชันโลกเสมือนจริง และรวมถึง AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE นอกจากนี้ มีหลักสูตรอบรมการสร้างโลกเมตาเวิร์สภายใต้โครงการ Chula Engineering สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต Lifelong Learning สำหรับบุคคลทั่วไป นิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจ โดย AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ด้วย

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-chula-engineering-x-ais-5g-launch-ais-5g-play-ground-and-5g-garage-the-first-thailand-sandbox-with-5g-26000mhz-and-26ghz/

วิศวะ จุฬา ผนึก AIS 5G อวดโฉม AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE Sandbox พร้อมเครือข่าย 5G บนคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz แห่งแรกของไทย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือ AIS 5G ต่อเนื่อง หลังจากร่วมเป็นพันธมิตรทดลอง ทดสอบ 5G ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ร่วมเปิดตัวศูนย์ 5G R&D ในชื่อ “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่ติดตั้ง LIVE Private Network ด้วยสถานีฐาน 5G กับ 2 คลื่นความถี่ 2600 MHzและ 26 GHz (mmWave) พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรม 5G ให้นิสิตและคณาจารย์ หนุนภาคอุตสาหกรรม เสริมแกร่งประเทศ

AIS

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวในโอกาสเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนสนับสนุนภาคการศึกษา เปิดพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมให้แก่นิสิต นักศึกษา นักพัฒนา รวมถึง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงของเทคโนโลยี Digital ของไทย ได้มีโอกาสลงมือทดลอง ทดสอบ เพื่อพัฒนาไอเดียด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse,Robotic ,ฯลฯ บนเครือข่าย 5G”

“แม้ว่าวันนี้ประเทศไทยจะมีบริการ 5G เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดย AIS เป็นรายแรกที่เปิดให้บริการด้วยการมีคลื่นความถี่มากที่สุดคือ 1420 MHz แต่ประโยชน์ของ 5G ยังจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของ Digital Transformation ที่จะพลิกโฉม Business Model ของทุกภาคส่วนให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก Digital Disruption และการเกิดขึ้นของโควิด

ดังนั้นการทำงานร่วมกับภาคการศึกษา เพื่อค้นคว้า วิจัย ทดลอง ทดสอบ จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา ดังเช่น ความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ที่ยังทำงานกันมาอย่างต่อเนื่องผ่าน use case ต่างๆ ทั้งที่เป็นผลงานวิจัยของคณาจารย์ หรือ โครงการของนิสิต ที่ล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ นวัตกรรมเพื่อประเทศ”

“จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว  “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษา ในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงด้วย LIVE Private Network   ซึ่งนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงนักพัฒนา ใน 5G Ecosystem สามารถใช้เป็นพื้นที่ศึกษา เรียนรู้ ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีต่างๆทั้ง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse, Robotic, ฯลฯ บน 5G ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

เพราะได้ติดตั้งสถานีฐาน 5G ที่เลือกเอาคลื่น 2600 MHz และ คลื่น 26 GHz (mmWave) ที่เหมาะกับการพัฒนา Use case ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Industrial solutions, Holograms Solutions หรือ Fixed Wireless Access-FWA   เพราะช่วงความถี่อย่าง 26 GHz มีปริมาณ Bandwidth มหาศาลและความหน่วงต่ำมาก (Low Latency), การสนับสนุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่าง 5G CPE , องค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G

พร้อมทั้งการสัมมนา workshop จาก Guest Speaker หลากหลายวงการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิค ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill รวมไปถึงการเชิญชวนร่วม Co-Develop บริการต้นแบบบน 5G อีกด้วย”

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “วิศว จุฬาฯ เป็น 1 ในสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่เข้าไปร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กสทช. , DE หรือ ภาคเอกชน เพื่อทดลอง ทดสอบ use cases ต่างๆที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ sector หลักของประเทศให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นการมีสถานที่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเสมือนจริงอย่าง AIS 5G Playground และ 5G Garage ที่มีความครอบคลุมของคลื่นความถี่ของ 5G แบบ LIVE Network จึงถือว่าตอบโจทย์และสามารถส่งเสริมให้นิสิต และ คณาจารย์ ได้ใช้เป็นแหล่งทำงานวิจัย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมบน Sandbox ได้อย่างดี

ที่สำคัญถือเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีจากเราและภาคปฏิบัติที่เกิดจากประสบการณ์ในการทำงานจริงของ AIS ที่จะมาช่วยเสริมทักษะให้แก่นิสิตและคณาจารย์ ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเทศไทย ผ่าน 5G ได้อย่างตอบโจทย์ที่สุดต่อไป”

นายวสิษฐ์ กล่าวตอนท้ายว่า “การที่ภาคการศึกษา ให้ความสำคัญกับการฝึกฝน สร้างทักษะเพื่อเตรียมรองรับเทคโนโลยี 5G ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะ 5G คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อของ IoT และ ทำให้เครือข่ายตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด 

ดังนั้นการศึกษาให้มากที่สุดย่อมทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาแนวคิดจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่ง AIS พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่”


ข้อมูล Use case ที่นำมาจัดแสดงในโอกาสเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” @CHULAENGINEERING

1. หุ่นยนต์ WALKIE : หุ่นยนต์บริการในครัวเรือน หรือ Domestic service robot  ที่สามารถทำงานบ้าน และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อาศัยภายในบ้านได้ เพราะมี AI อัจฉริยะที่ทำให้รู้ตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ และหุ่นสามารถเดินไปที่บริเวณห้องที่มีสิ่งของเหล่านั้นได้อัตโนมัติ พร้อมโต้ตอบได้แบบ Real Time ซึ่งต้องใช้ศักยภาพของ 5G ในการทำงาน โดยเป็นนวัตกรรมของชมรมหุ่นยนต์แห่งวิศวฯ จุฬาฯ (EIC Chula) ที่สามารถคว้ารางวัลอันดับที่ 2 ของโลกมาได้ในรายการ RoboCup@Home Open Platform League

2. หุ่นยนต์ไข่มุก: หุ่นยนต์Home Healthcare ที่มีการใช้งานหลากหลายด้าน TeleHealth หนึ่งในการใช้งานที่โชว์ในงานนี้คือ  ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน สามารถทำกายภาพได้ตามคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โดยผู้ป่วยไม่ต้องเข้ามาที่โรงพยาบาล พร้อมเก็บและส่งต่อสถิติเพื่อให้คุณหมอและนักกายภาพสามารถดูพัฒนาการของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ผ่านการใช้ขีดความสามารถของ 5G

3. หุ่นยนต์ Rehab : Universal Controller ด้วยลักษณะของแขนกลที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สามารถฝึกทำกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเก็บและส่งต่อสถิติบนโครงข่าย 5G เพื่อให้สามารถดูพัฒนาการของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ อีกทั้งแขนกลนี้จะช่วยลดภาระของนักกายภาพบำบัด ทำให้สามารถที่จะกายภาพคนไข้ได้ปริมาณจำนวนคนต่อวันที่เพิ่มขึ้น

4. Autonomous Shuttle Bus : รถรับส่งผู้โดยสารไร้คนขับ (Autonomous Shuttle pod) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กสทช. และกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กทปส. ที่ใช้ระบบ 5G เป็นตัวเชื่อมต่อ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับการทำงานของรถไร้คนขับ โดยคาดว่าปลายปีจะเริ่มนำไปวิ่งบนพื้นที่ถนนจริง

5. IntaniaVerse : คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ริเริ่มการทำเมตาเวิร์สเพื่อการศึกษา อาทิ โรงไฟฟ้า ณ เขื่อนท่าทุ่งนา การฝึกและบำบัดผู้สูงวัยด้วยแอปพลิเคชันโลกเสมือนจริง และรวมถึง AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE นอกจากนี้ มีหลักสูตรอบรมการสร้างโลกเมตาเวิร์สภายใต้โครงการ Chula Engineering สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต Lifelong Learning สำหรับบุคคลทั่วไป นิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจ โดย AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ด้วย

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/engineering-chula-joins-hands-with-ais-5g/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=engineering-chula-joins-hands-with-ais-5g