คลังเก็บป้ายกำกับ: NOKIA

รวม 6 มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท สเปคดีซื้อไว้ให้ลูกหลานใช้ก็โอเค อัพเดทปลายปี 2022

มือถือราคาไม่เกิน 3000 ช่วงปลายปี 2022 นี้มีรุ่นสเปคดีน่าสนใจให้เลือกอยู่นะ

Share image Edit Name 2smtphne 1

ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 2000 บาทให้พ่อค้าแม่ค้าซื้อไว้ใช้ทำธุรกรรมการเงินแล้ว แต่ในมุมของผู้เขียนเห็นว่ามือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท จะเป็นระดับราคาที่ได้สเปคดีพอใช้เป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเอาไว้เล่นโซเชียล, ถ่ายภาพ, รับส่งข้อความและอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา และยังพอเล่นเกมแนว MOBA หรือ Tower Defense ได้ระดับหนึ่งด้วย

Advertisementavw

ยิ่งไปกว่านั้น มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท จะเป็นระดับราคาที่หาสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ชั้นนำมาใช้งานได้แล้ว ไม่ได้เป็นแบรนด์ระดับท้องถิ่นชื่อไม่คุ้นหูจนต้องลุ้นกันว่าถ้ามือถือมีปัญหาแล้วจะหาที่ซ่อมแล้วเคลมได้ไหม เพราะเมื่อเป็นแบรนด์ชั้นนำก็ดไม่ต้องห่วงเรื่องบริการหลังการขายเลยก็ได้ ถ้ามีปัญหาก็โทรให้ทางแบรนด์ช่วยดูแลได้เลย

มือถือราคาไม่เกิน 3000

สรุปสเปคมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ทั้ง 6 รุ่น มีแบรนด์ไหนให้เลือกบ้าง?

สเปคมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท หน้าจอ ชิป

RAM, ROM

ระบบปฏิบัติการ

การเชื่อมต่อ กล้อง แบตเตอรี่
(mAh)
ราคา
(บาท)
VIVO Y85 6.22″ HD IPS MediaTek Helio P22

4/64GB

MicroSD
256GB

Funtouch OS 4.0
(Android 8.1)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 2.4GHz

Bluetooth 4.2

กล้องหน้า
8 ล้าน

กล้องหลัง
13 และ 2 ล้านพิกเซล

3,260
mAh
2,000
Nokia C2 2nd 5.7″ HD IPS MediaTek
Quad-core

2/32GB

MicroSD
256GB

Android 11 Go Edition

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
2 ล้าน

กล้องหลัง 5 ล้าน

2,400
mAh

ถอดได้

2,490
Nokia C10 6.5″ HD+
IPS
Unisoc SC7331e

2/32GB

MicroSD
256GB

Android 11 Go Edition

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

3G

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหลัง 5 ล้าน

3,000
mAh
2,590
Infinix Smart 6 HD 6.6″ HD IPS Unisoc SC9863A

2/32GB

MicroSD
512GB

XOS 7.6 
(Android 11 Go Edition)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหน้า
8 ล้าน

5,000
mAh
2,699
Samsung Galaxy A01 5.7″ HD TFT LCD Qualcomm Snapdragon 439

2/16GB

MicroSD
512GB

One UI
(Android 10)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
2 ล้าน

กล้องหน้า
13+2 ล้าน

3,000
mAh
2,890
Xiaomi Redmi 9A 6.53″ HD MediaTek Helio G25

2/32GB

เพิ่ม MicroSD Card ได้

MIUI 12
(Android 10)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหน้า
13 ล้าน

5,000
mAh
2,999

6 มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทน่าใช้ ซื้อไว้ให้ลูกหลานใช้ก็โอเค

ผู้ใช้คนไหนที่อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทไว้ใช้เองหรือจะซื้อให้คนรอบตัวไว้ใช้งานแทนมือถือเครื่องเก่าที่ใกล้เสียแล้ว หรือจะหาเอาไว้เป็นเครื่องสำรองก็โอเคเช่นกัน โดยทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. VIVO Y85 (2,000 บาท)
  2. Nokia C2 2nd (2,490 บาท)
  3. Nokia C10 (2,590 บาท)
  4. Infinix Smart 6 HD (2,699 บาท)
  5. Samsung Galaxy A01 (2,890 บาท)
  6. Xiaomi Redmi 9A (2,999 บาท)
1. VIVO Y85 (2,000 บาท)

3a9aaad767bee1f5f54695d8cd520c45 1 1

สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำอย่าง VIVO Y85 นั้นแม้จะเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ดีและราคาไม่แพงมาก หากเน้นใช้งานทั่วไป, เปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คและเรียนออนไลน์ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ขนาดของ VIVO Y85 อยู่ที่ 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD (1520×720) พาเนล IPS ติดตั้งชิปเซ็ต MediaTek Helio P22 แบบ Octa-core มาให้ในตัว มีหน่วยความจำในเครื่องเป็น RAM 4GB, ROM 64GB เติม MicroSD Card ได้ 256GB รันระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.0 พัฒนาจาก Android 8.1 ในตัว รองรับคลื่น 4G และเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz, Bluetooth 4.2, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microUSB ได้ ติดตั้งกล้องหลัง 13 ล้านและ 2 ล้านพิกเซลมาให้ กับกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 3,260mAh หากไม่เกี่ยงว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เก่าแล้ว แค่ขอให้ใช้ทำงานได้ดีก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้

สเปคของ VIVO Y85
  • Display : 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD (1520×720) พาเนล IPS
  • Chipset : MediaTek Helio P22 แบบ Octa-core
  • Storage : RAM 4GB, ROM 64GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Funtouch OS 4.0 พัฒนาจาก Android 8.1
  • Camera :
    • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 และ 2 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 2.4GHz, Bluetooth 4.2
  • Battery : 3,260mAh
  • Price : 2,000 บาท (Trend_phone Shopee)
2. Nokia C2 2nd (2,490 บาท)

f988d78629741aa69af089558af63d79

Nokia C2 2nd เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่นอกจากจะแข็งแรงทนทาน ใส่ได้สองซิมและขนาดตัวเครื่องใหญ่กำลังพอดีมือแล้ว ยังรองรับ 4G และยังสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้อีกด้วย โดยสมาร์ทโฟน Nokia นี้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android Go Edition ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ Android ที่ไม่กินทรัพยากรตัวเครื่องมากแต่ก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้ Android ตัวเต็มเลย

ขนาดหน้าจอของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้อยู่ที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (960×480) พาเนล IPS ติดตั้งชิปเซ็ต MediaTek แบบ Quad-core ความเร็ว 1.5GHz พร้อมหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB รองรับ MicroSD Card Reader 256GB รันระบบปฏิบัติการ Android 11 (Go Edition) รองรับการเชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi, Bluetooth 5.0, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. ในตัว ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 5 ล้าน กับกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ 2,400mAh แบบถอดได้ติดตั้งมาให้ด้วย หากใครอยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท แต่ลื่นไหลไม่แพ้รุ่นที่แพงกว่าและงานประกอบสวยแข็งแรงทนทาน ก็ซื้อ Nokia เครื่องนี้มาใช้งานได้เลย

สเปคของ Nokia C2 2nd
  • Display : 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (960×480) พาเนล IPS
  • Chipset : MediaTek แบบ Quad-core ความเร็ว 1.5GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi, Bluetooth 5.0
  • Battery : 2,400mAh
  • Price : 2,490 บาท (Nokia Shopee Mall)
3. Nokia C10 (2,590 บาท)

f7e0e1e95ab39f28df6037e2b6aabb52

ถัดมาเป็น Nokia C10 ซึ่งมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า C2 2nd ในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดสเปคในหลายๆ ส่วนให้ดียิ่งขึ้น และยังใช้ระบบปฏิบัติการ Android Go Edition ให้สมาร์ทโฟนสามารถรันแอพฯ ต่างๆ ได้ไหลลื่นและยังได้รับการอัพเดทต่อเนื่องอีกด้วย

ขนาดของ Nokia C10 ได้หน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1600) พาเนล IPS ใช้ชิปเซ็ต Unisoc SC7331e แบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3GHz พร้อมหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB ใส่ MicroSD Card เพิ่มได้ 256GB และรันระบบปฏิบัติการ Android 11 Go Edition รองรับการอัพเดทต่อเนื่อง รองรับการเชื่อมต่อ 3G, W-Fi 5, Bluetooth 4.2, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. ติดตั้งกล้องหน้าและหลังความละเอียดตัวละ 5 ล้านพิกเซลมาให้ใช้งาน ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 3,000mAh ออกแบบให้ถอดแยกจากตัวเครื่องได้ ซึ่งถ้าใครหามือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ได้หน้าจอใหญ่ด้วยก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้

สเปคของ Nokia C10
  • Display : 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1600) พาเนล IPS
  • Chipset : Unisoc SC7331e แบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 3G, Wi-Fi 5, Bluetooth 4.2
  • Battery : 3,000mAh
  • Price : 2,590 บาท (Nokia Shopee Mall)
4. Infinix Smart 6 HD (2,699 บาท)

bg

Infinix Smart 6 HD รุ่นนี้เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่น่าสนใจมาก เพราะว่าขนาดตัวเครื่องใหญ่และสเปคคุ้มเกินตัวแล้วยังได้แบตเตอรี่เยอะ เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท แล้วเอาหน้าจอใหญ่สักหน่อย

ขนาดหน้าจอของ Infinix Smart 6 HD ใหญ่ถึง 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) พาเนล IPS ติดตั้งชิป Unisoc SC9863A แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.6GHz มาให้ในตัวพร้อมหน่วยความจำ RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512Gb ติดตั้งระบบปฏิบัติการ XOS 7.6 พัฒนาจาก Android 11 (Go Edition) เชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth, ช่องหูฟัง 3.5 มม., MicroUSB ได้ มีกล้องหน้า 5 ล้านและกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์อีกด้วย ด้านความน่าไว้ใจของแบรนด์ Infinix ณ ตอนนี้ เชื่อว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มั่นใจคุณภาพของแบรนด์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าจะซื้อมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทก็ซื้อแบรนด์นี้ไปใช้งานได้

สเปคของ Infinix Smart 6 HD
  • Display : 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) พาเนล IPS
  • Chipset : Unisoc SC9863A แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.6GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB
  • OS : XOS 7.6 พัฒนาจาก Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth
  • Battery : 5,000mAh
  • Price : 2,699 บาท (Deviceplus Shopee)
5. Samsung Galaxy A01 (2,890 บาท)

9720da4e7b4f0c4f2efad1824a0bff1a

สำหรับมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ก็มี Samsung Galaxy A01 ให้เลือกด้วย ซึ่งชื่อชั้นของ Samsung เรื่องบริการหลังการขายและอุปกรณ์เสริมต่างๆ นั้นมีให้ใช้งานและได้รับการอัพเดทเฟิร์มแวร์อย่างต่อเนื่องแน่นอน

ขนาดหน้าจอของมือถือเครื่องนี้อยู่ที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1560) พาเนล TFT LCD ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 439 แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz มีหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 16GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB รันด้วยระบบปฏิบัติการ One UI พัฒนามาจาก Android 10 รองรับการเชื่อมต่อ 4G, W-Fi 5, Bluetooth 5.0, MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. กล้องด้านหลังเครื่องมีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 3,000mAh ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งถ้าใครต้องการมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท เอาไว้ใช้ก็ซื้อเครื่องนี้ไปได้เลย

สเปคของ Samsung Galaxy A01
  • Display : 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1560) พาเนล TFT LCD
  • Chipset : Qualcomm Snapdragon 439 แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 16GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB
  • OS : One UI พัฒนามาจาก Android 10
  • Camera :
    • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 กับ 2 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 3,000mAh
  • Price : 2,890 บาท (WeMall Shopee Mall)
6. Xiaomi Redmi 9A (2,999 บาท)

9a 02

Xiaomi Redmi 9A เครื่องนี้เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่ยังคงหาซื้อได้ในปัจจุบันนี้และสเปคถือว่าเหมาะกับการใช้งานทั่วไปอย่างรับส่งข้อความ, เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือจะเล่นเกมฆ่าเวลาสักหน่อยก็ได้ไม่มีปัญหา

ขนาดของตัวเครื่องจัดว่าใหญ่กำลังดี หน้าจอมีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) รันด้วยชิป MediaTek Helio G25 แบบ Octa-core ความเร็ว 2.0GHz มีหน่วยความำจในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ MIUI 12 พัฒนาจาก Android 10 รองรับการเชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. มีกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ติดตั้งมาให้ใช้งาน ส่วนแบตเตอรี่ในตัวมีความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์ด้วย แม้ Redmi 9A จะเปิดตัวมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังหาซื้อได้และเป็นตัวเลือกที่ดีหากจะซื้อมือถือรคาไม่เกิน 3000 บาทไว้ใช้สักเครื่อง

สเปคของ Xiaomi Redmi 9A
  • Display : 6.53 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600)
  • Chipset : MediaTek Helio G25 แบบ Octa-core ความเร็ว 2.0GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้
  • OS : MIUI 12 พัฒนาจาก Android 10
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์
  • Price : 2,999 บาท (Xiaomi Official Shopee Mall)

creative christians HN6uXG7GzTE unsplash 1

จากบทความก่อนที่ผู้เขียนแนะนำมือถือราคาไม่เกิน 2000 บาทไปแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนอยากแนะนำให้ขยับมาซื้อกลุ่มราคาไม่เกิน 3000 บาท แบบนี้มากกว่า เพราะนอกจากจะได้มือถือที่สเปคดีขึ้น ใช้งานจริงได้ไหลลื่นกว่า ยังมีแบรนด์ชั้นนำให้เลือกอีกหลายรุ่นจึงสบายใจเรื่องศูนย์บริการได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3g142 1

Share image Edit Name 2printeronline 1

Share image Edit Name 1smartphone 1

from:https://notebookspec.com/web/667098-6-smartphone-under-3000-baht

Nokia เปิดตัว PureBook Fold, PureBook Lite, PureBook Pro โน้ตบุ๊คสายทำงานสะดวกพกพา

เชิญพบกับโน้ตบุ๊ค Nokia มาทีเดียว 3 รุ่นด้วยกัน Nokia PureBook Fold จอสัมผัสได้, Nokia PureBook Lite, และ Nokia PureBook Pro ไปในงาน IFA2022 ซึ่งรุ่น Fold และ Lite จะใช้ชิป  Intel Pentium Silver N6000 ส่วนรุ่น pro จะใช้ชิป Intel Core i3 1220P เป็นรุ่น i3 Gen ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อโน้ตบุ๊ครุ่นเหมาะพกพาราคาเบา ๆ พร้อมสู้ Ryzen 5000 ได้สบาย และอาจแรงพอสู้ i7 Gen 10 ได้เลยด้วย

Nokia PureBook Fold

ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับจอความละเอียด FHD 1920 x 1080 พิกเซล เป็นจอ IPS รีเฟรชเรต 60Hz มีความสว่างสูงสุด 250 นิต เพียงพอสำหรับใช้งานในที่ร่ม ส่วนรุ่น Fold จะมาพร้อมฟังก์ชัน Touch Screen ด้วย ใช้งานแบบพับจอไปประกบฝาหลังได้

Nokia PureBook Pro

แต่ละรุ่นก็รองรับ BT5.0, WiFi 5 มีให้สแกนนิ้วมือได้ แถมมีช่องให้เสียบ MicroSD card เพิ่มความจำเครื่อง มีช่องเสียบ  2 x USB-C 3.2, 1 x USB-A 3.2, รูเสียบหูฟัง มาด้วย RAM 8GB ในรุ่น Pro จะให้พื้นที่ความจำ 512GB SSD ส่วนรุ่น Lite และ Fold จะเป็น 128GB SSD

Nokia PureBook Lite

พวกรุ่น Pro จะมีกล้องความชัด 2MP พร้อมขอบอะลูมิเนียม แถมคีย์บอร์ดเป็นแบบ Back lit มองเห็นได้ในที่แสงน้อย ส่วนรุ่น Lite กับ Fold จะใช้โครงพลาสติก พร้อมกล้องความชัด 1MP และตัวคีย์บอร์ดเป็นแบบธรรมดา ต่างรุ่นก็ต่างความจุแบตด้วย รุ่น Pro จะมีแบตความจุ 57 Wh ใช้คู่กับอะแดปเตอร์ 65W แต่รุ่น Lite กับ Fold จะมาด้วยแบตเตอรี่ความจุ 38Wh ชาร์จผ่านอะแดปเตอร์ 44W แต่ไม่ต้องกลัวว่ารุ่นเล็กแล้วจะมีพลังงานใช้ได้ไม่เพียงพอ เพราะเค้าว่าใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ ครับ

PureBook Pro 15.6 นิ้ว PureBook Pro 17.3 นิ้ว PureBook Lite 14.1 นิ้ว PureBook Fold 14.1 นิ้ว
15.6 นิ้ว FHD IPS 17.3 นิ้ว FHD IPS 14.1 นิ้ว FHD IPS
19.05 19.6 17.7 18.6
2 2.5 1.47 1.66
57 Wh 63 Wh 38 Wh 38 Wh
Intel® Core™ i3-1220P Intel® Core™ i3-1220P Intel® Pentium® Processor N6000 Intel® Pentium® Processor N6000
8 GB 8 GB 8 GB 8 GB
512 GB 512 GB 128 GB 128 GB
Windows 11 Windows 11 Windows 11 Windows 11
2MP 2MP 1MP 1MP
ลำโพง 4 x 8 Ohm / 1 W 4 x 8 Ohm / 1 W 2 x 8 Ohm / 1 W 2 x 8 Ohm / 1 W
มี มี มี มี
2 x USB-C, 1 x USB-A,  รูเสียบหูฟัง 2 x USB-C, 1 x USB-A,  รูเสียบหูฟัง 2 x USB-C, 1 x USB-A,  รูเสียบหูฟัง 2 x USB-C, 1 x USB-A,  รูเสียบหูฟัง

โน้ตบุ๊คพวกนี้เป็นของ OffGlobal ที่ได้เครื่องหมายการค้า Nokia มาใช้ในการผลิต โดยจะเริ่มวางขายในเดือนกันยายนนี้ในประเทศฝรั่งเศสก่อนเป็นที่แรก แล้วเดี๋ยวค่อยขยายโซนขายในประเทศอื่นภายหลัง แต่ก็ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาให้เราทราบในขณะนี้ ต้องรอเค้าเผยมาอีกทีนะ

 

ที่มา :  nokiamob

from:https://droidsans.com/nokia-purebook-fold-lite-pro/

[Guest Post] เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิวัติธุรกิจ 5G ผ่านงาน BYOND MOBILE วันที่ 28-29 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ

ธุรกิจในปัจจุบันต่างหันมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำธุรกิจ 5G และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ IoT เช่นกับการรุกของระบบอินเทอร์เน็ตของภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณค่าของ 5G เป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าเดิม เมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เครือข่ายไร้สายนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญใหม่ในการอำนวยความสะดวกของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นใหม่ในทุกอุตสาหกรรม

จากผลการวิจัยของ  Component (Equipment Platform) เผยให้เห็นว่า ตลาด 5G ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 38.7% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 129.9 พันล้านดอลลาร์ในปีพ.ศ. 2565-2574 โดยมีปี 2564 เป็นพื้นฐาน

จากความสำคัญดังกล่าว วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค พร้อมเปิดตัวงานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุด BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจเครือข่ายแห่งอนาคต การประชุมและนิทรรศการสองวันจะรวบรวมผู้นำธุรกิจจากกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ เกษตรกรรม การผลิต เมืองอัจฉริยะ และการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ทางอินเทอร์เน็ต การสื่อสารเคลื่อนที่ และไอที

แบรนด์ผู้บุกเบิก 5G ชั้นนำและสตาร์ทอัพภายใต้การจัดงานเดียวกัน

งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี 5G จะมีการนำเสนอบริษัทชั้นนำของ blue-chip ตลอดจนสตาร์ทอัพที่มาจากสายเทคโนโลยีทั้งหมด บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. งาน BYOND MOBILE จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น 5G จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ อาทิ Nokia, RV Connex, True Corporation และ BD Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือและโซลูชันระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และหุ่นยนต์ ตลอดจน AR/VR แมชชีนเลิร์นนิง และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)

ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ อย่าง Nokia กล่าวว่า ในบูธของ Nokia เราจะจัดแสดงการสาธิตการใช้งาน 5G และโซลูชันเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับเครือข่ายมือถือ บริการคลาวด์และเครือข่าย ตลอดจนโครงสร้างเครือข่ายพื้นฐาน  นอกจากนี้ เรายังมองหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการนำ 5G สู่ภาคอุตสาหกรรมระดับองค์กรในด้านโลจิสติกส์ การผลิต การขนส่ง และพลังงาน พร้อมด้วยนวัตกรรมเครือข่ายที่สำคัญมากมาย และใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงจากเครือข่ายไร้สายส่วนตัวมากกว่า 485 เครือข่ายของ Nokia

2 ประเทศไฮไลท์ : ประเทศสหราชอาณาจักร และ ประเทศไทย

พาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ในนามของกรมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พร้อมนำผู้ประกอบการชั้นนำมาจัดแสดงภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Astrazeneca (โซลูชั่นสุขภาพแบบดิจิทัล), British Telecom (โทรคมนาคม), Air for Life (เทคโนโลยีด้านสุขภาพ), Albeego (โซลูชันบรอดแบนด์), Awen Collective (ความปลอดภัยทางไซเบอร์), British Telecoms (โทรคมนาคม), Electronic Media Services (โซลูชั่นการเชื่อมต่อ) และ Graphcore (เซมิคอนดักเตอร์) จะแสดงผลิตภัณฑ์และบริการ 5G ล่าสุดของพวกเขาภายในงาน

พบที่ปรึกษาเพื่อสร้างเครือข่ายใหม่กับสมาคมและสถาบันการศึกษาในอุตสาหกรรม 5G

ขยายความรู้ของคุณและค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดผ่านการเชื่อมต่อกับสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนภายในงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย (DITP), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT), สมาคมการค้าและสถาบันการศึกษา โดยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (AIEAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (Atsi), สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT), สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไฮไลท์หัวข้องานสัมมนา 5G ที่น่าสนใจ

ในส่วนของงานสัมมนาเวทีหลักภายในฮอลล์นั้น มีผู้นำทางความคิดมากกว่า 40 ท่านร่วมกล่าวถึงบรรยาย เสวนา และอภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจ เมื่อสิ้นสุดวันแรกของการจัดงาน สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะผ่านการคัดเลือกให้มานำเสนอนวัตกรรมต่อหน้าผู้ตัดสินระดับแนวหน้าในวงการ ผ่านการแข่งขัน Start-Up Challenge ผู้เข้าชมงานจะได้รับความรู้เชิงลึกผ่านชั้นเรียนรู้และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากบริษัท และหน่วยงานต่างๆ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ดังนี้

Status of the 5G Economy in Thailand

Dr. Supakorn Siddhichai. EVP of DEPA

5G the Game Changer

Tawatchai Lerksumrand, Deputy Director, Mobile

Business and 5G Service Innovation, True Corporation

How Urban Data Platforms revolutionize Smart

Cities

Shannon Kalayanamitr, CEO & Founder,

5G Catalyst Technologies

Connected world: An evolution in connectivity

beyond the 5G revolution

Igor Maurell, President, Ericsson Thailand

5G vision: Life in 2030

Dr Mike Short CBE, DIT Chief Scientific Adviser

5G Connectivity and the Future of Mobility

Roland Bock, Global Director Advanced Development – Enabling Technologies, Continental

A playbook for Accelerating 5G in SEA

Thomas Sennhauser, CT and Business LEAD APJ, Intel Corporation

The Status of Tech in SEA

Amarit (Aim) Charoenphan, Angel Investor | Advisor | VC | Techstars Community All-Stars

5G NR device testing: R&S®ATS1800C Compact 3GPP-compliant OTA chamber for 5G NR

mmWave signals

Günter Pfeifer, Product Manager Mobile Radio Test

Signaling, Rohde & Schwarz

 

Future Frontiers: Unlocking the Power of 5G

Technologies

Lalita Linhavetss, Department for International Trade, British Embassy Bangkok

Dr. Mike Short, Chief Scientific Adviser, Department for International Trade, UK

Feat. representatives of British Telecom, Graphcore,

and AstraZeneca

5G, Next-gen mobile networks, AR/VR and the

Metaverse

Terence Mccabe, Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, Nokia

Obodroid: Service Robot and IT adoption

Obotrons: Building Transformation

Lertluck Leela-amornsin (Senior Engineer)

Sisilpa Srisukson (Innovation Project Manager)

5G & Automation & Robotics

Kanlayanee Kongsomjit, President at TKK Corporation, a MARA member GreetBot, LuckiBot, Robot X, Autonomous Vehicle

BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) เป็นเวทีเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าอันเป็นสะพานที่เชื่อมระดับโลกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้บริการกลุ่มประเทศ 11 ประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก แล้วพบกัน ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เปิดโลกการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายไร้สายแห่งอนาคต!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ทาง https://byondmobile.asia/
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T98EF  [ไม่มีค่าใช้จ่าย]

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค อีเมล communications@vnuasiapacific.com
โทร. 02-1116611 ต่อ 330, 335

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-byond-mobile-28-29-sep-22-bkk/

Nokia เปิดตัว Circular บริการ Subscription ใช้งานสมาร์ทโฟนแบบจ่ายรายเดือน

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต แบรนด์ Nokia 4 รุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวบริการใช้งานมือถือแบบ Subscription มีรายละเอียดดังนี้

สมาร์ทโฟน 4 รุ่นใหม่ HMD Global บอกว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่มีมา ได้แก่ Nokia X30 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และพลาสติกรีไซเคิล 65%, Nokia G60 5G ใช้พลาสติกหลังจากการรีไซเคิล 100% พร้อมแนวคิด 3-3-3 คือการันตีอัพเดต Android 3 ปี, มีอัพเดตความปลอดภัยทุกเดือน 3 ปี และรับประกัน 3 ปี

Nokia C31 สมาร์ทโฟนตระกูล C เน้นแบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นาน 3 วัน และ Nokia T21 แท็บเล็ตตัวเครื่องอะลูมิเนียม ใช้พลาสติกรีไซเคิล 60% หุ้มเสาอากาศ

ไฮไลท์ของการเปิดตัวนี้คือบริการชื่อ Circular ที่เป็นบริการ Subscription จ่ายค่าใช้สมาร์ทโฟนแบบรายเดือน ทำให้ไม่ต้องจ่ายเครื่องราคาเต็ม (ขออภัยด้วยที่อีกแบรนด์ยังไม่ได้ทำ) โดย Nokia จะใช้แอป MyDevice ในการควบคุมปิดเปิดการใช้งาน ผู้ใช้งานจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และจ่ายค่าใช้เครื่องรายเดือน เบื้องต้น Nokia จะให้บริการนี้เฉพาะในอังกฤษและเยอรมนี ซึ่งต้องซื้อเครื่องกับทาง Nokia โดยตรง ไม่ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย

HMD Global บอกว่าบริการนี้จะทำให้การใช้สมาร์ทโฟนมีความยั่งยืน เพราะ Nokia จะควบคุมทั้งการนำไปรีไซเคิล นำไปซ่อมแก้ไข จนถึงนำไปให้ผู้ใช้งานคนอื่นต่อ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สมัครใช้งานยังได้รับการประกันความเสียหายของเครื่องด้วย

ที่มา: HMD Global

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130203

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟน – แท็บเล็ต 4 รุ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด พร้อมชูบริการใหม่ “Circular”

HMD Global เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย (Nokia) ประกาศเปิดตัวบริการ “Circular” บริการสมัครสมาชิกที่ปฏิวัติวงการใหม่ โดยมีความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Nokia ใหม่ 4 รุ่น โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้แก่ Nokia X30 5G ซึ่งผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และจากพลาสติกรีไซเคิล 65% นอกจากนี้ ยังเน้นบรรจุภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น รวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานตามมาตรฐานของ Nokia เพื่อเปลี่ยนโฉมพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ Nokia ทั้งหมด

นายฟลอเรียน ซีช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอชเอ็มดี โกลบอล ซึ่งเป็นบ้านของโทรศัพท์ Nokia กล่าวว่า “HMD Global เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย (Nokia) ต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถใช้โทรศัพท์ได้นานขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สามารถเห็นได้จากทั้ง 3 ด้าน คือ เปิดตัว ‘Circular’ ซึ่งเป็นรูปแบบการสมัครสมาชิกแบบหมุนเวียนอย่างแท้จริง โดยจะมีรางวัลให้กับผู้ที่ยืดอายุการใช้งานโทรศัพท์มือถือ การพัฒนาโทรศัพท์มือถือที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มอายุอย่างต่อเนื่องกับการอัปเดตซอฟต์แวร์และความปลอดภัย พร้อมมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางนี้ด้วยคํามั่นสัญญาด้านความยั่งยืน ด้วยการทำงานอย่างหนักในการร่วมปกป้องและรักษาอนาคต”

Circular – บริการสมัครสมาชิกที่เป็นนิยามใหม่ของการเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือที่มุ่งเน้นหัวใจหลักของความยั่งยืน

การเปิดตัว “Circular” บริการสมัครสมาชิกใหม่ที่ปฏิวัติการใช้โทรศัพท์และแท็บเล็ต Nokia รูปแบบใหม่ที่ยั่งยืนและปราศจากความยุ่งยาก โดยบริษัทฯ จะให้รางวัลกับผู้ใช้งานที่รักษาโทรศัพท์ไว้ใช้งานได้นานขึ้น ในรูปแบบของรางวัลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย “Circular ช่วยลดผลกระทบเชิงลบของการเป็นเจ้าของโทรศัพท์ที่มีกับโลก โดยการรักษาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตให้ห่างจากการกลบฝังใต้ดินและทำให้โทรศัพท์มีชีวิตอีกครั้ง

ด้วยโมเดลการสมัครสมาชิกดังกล่าว โทรศัพท์ Nokia จะถูกรีโซเคิล ชุบชีวิตและนำกลับมาใช้ หรือถูกนำไปบริจาค นอกจากนี้ บริการยังให้ทางเลือกกับผู้ใช้งานในการเลือกหรือเปลี่ยนการสมัครสมาชิก และยังครอบคลุมถึงกรณีเครื่องถูกขโมย ศูนย์หาย หรือเสียหายจากอุบัติเหตุ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแยกเป็นรายเดือน รวมทั้งมีบริการจัดเครื่องทดแทนให้อย่างรวดเร็ว หากจำเป็น

เบน วูด, ซีซีเอส  อินไซด์: กล่าวว่า “ความยั่งยืนเป็นสิ่งสําคัญสําหรับลูกค้าเมื่อพูดถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อ การวิจัยของ CCS Insight แสดงให้เห็นว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคในตลาดยุโรปให้ความสําคัญ และเชื่อว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นนั้นมีประโยชน์และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม HMD ยังคงสนับสนุนให้ผู้บริโภคเก็บอุปกรณ์ของตนไว้ได้นานขึ้น

และด้วย Circular ก็หมายความว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ จะช่วยลดอัตราการทิ้งขยะ และขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัญหาที่อุตสาหกรรมทั้งหมดต้องแก้ไขและบริการอย่าง Circular เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์”

Nokia X30 5G มอบพื้นที่เชิงนิเวศที่มีขนาดเล็กที่สุดและประสบการณ์การถ่ายภาพแบบPureview ที่ดีสุดที่เคยมี

Nokia X30 5G

Nokia X30 5G ผลิตด้วยกรอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และฝาหลังตัวเครื่องทำจากพลาสติกรีไซเคิล 65% เป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด รวมถึงกล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้กล่องกระดาษที่ได้รับการรับรอง FSC 100% และกล่องกระดาษรีไซเคิล 70% นอกจากนี้ ยังลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลงเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในการขนส่ง ด้วยการนำที่ชาร์จออก

โทรศัพท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงมาพร้อมกับประสิทธิภาพตามมาตฐานของ Nokia  Nokia X30 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์พรีเมียม ทั้งประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุดในวันนี้ ด้วยกล้องความละเอียด 50MP Pureview ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอล (OIS) และ AI เพื่อจับภาพมุมกว้างพิเศษ ถ่ายภาพกลางคืนมีชีวิตชีวา กล้องได้รับการปกป้องด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass ที่ป้องกันรอยขีดข่วนพร้อม DX+ ที่ช่วยให้แสง 98% เข้าถึงเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ จอแสดงผล PureDisplay ขนาด 6.43 นิ้ว ให้สีสดใสและ การแสดงภาพที่ไหลลื่น

Nokia G60 5G ความยั่งยืนที่มาพร้อมกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

Nokia G60 5G ผลิตจากภายใต้แนวคิดความยั่งยืนด้วยพลาสติกรีไซเคิล 100% และกรอบพลาสติกรีไซเคิล 60% Nokia G60 5G ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานของ X-Series  มาสู่  G-series เป็นครั้งแรก ช่วยให้ผู้ใช้เก็บโทรศัพท์ไว้ได้นานขึ้น โดยมาพร้อมกับ “สัญญา 3-3-3” คือ อัปเกรด Android 3 ปี อัปเดตความปลอดภัยรายเดือนได้ 3 ปี และยืดการรับประกันเพิ่มเติมเป็น 3 ปี (แตกต่างออกไปในแต่ละประเทศ) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

Nokia G60 5G ใช้จอแสดงผล FHD+ 120Hz ขนาด 6.58 นิ้ว เพื่อการเลื่อนจอที่ราบรื่นเป็นพิเศษและกล้อง AI สามตัว ความละเอียด 50MP มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น[1]

Nokia C31 ฮีโร่ใหม่ของ C-series มอบความทนทาน พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 3 วัน

Nokia C31 เป็นสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดจาก C – series ยอดนิยม จอแสดงผล HD+ ขนาด 6.7นิ้วที่ได้รับการปรับปรุง  แบตเตอรี่มีอายุใช้งานยาว 3 วัน ด้วยฟีเจอร์ประหยัดแบตเตอรี่ที่ควบคุมด้วย AI นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ Android 12 กล้องหลังสามตัวและกล้องเซลฟี่จาก Camera by Google ป้องกันได้ดีขึ้นด้วยการป้องกันฝุ่นและความชื้น รับประกันการอัปเดตความปลอดภัย 2ปี นําความปลอดภัยสูงสุดและความทนทานที่เหนือกว่าด้วยการป้องกัน IP52 จากหนึ่งในมาตรฐานการผลิตที่ยากที่สุด ราคาจับต้องได้ เหมาะสําหรับการแนะนําทุกคนสู่โลกของสมาร์ทโฟน

Nokia T21  แท็บเล็ตขุมพลังที่เชื่อถือได้ใช้งานได้นาน เป็นมิตรกับทุกครอบครัว

ออกแบบให้ตัวเครื่องแข็งแรงด้วยอะลูมิเนียมที่ประกอบด้วยพลาสติกรีไซเคิล 60% ครอบเสาอากาศ Nokia T21 ใหม่ มาพร้อมความทนทานและคํามั่นสัญญาทั้งหมดจากแท็บเล็ต Nokia ทั้งการอัพเกรด Android 2 ปี ให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เหมือนใหม่ตลอดการใช้งาน และปลอดภัยด้วยการอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนสูงสุด 3 ปี ทําให้เหมาะสําหรับทุกคนในครอบครัว จากความสําเร็จของรุ่นก่อน Nokia T21 จึงมีฟีเจอร์ที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น การสตรีมวิดีโอ HD การโทรด้วยเสียง และความสามารถในการชําระเงินด้วย NFC 

NFC จะช่วยให้สามารถชําระเงินและสแกนแท็ก NFC ในขณะที่หน้าจอที่สองจะช่วยขยายและควบคุมพีซี Windows นอกจากนี้ ยังสามารถจดบันทึกย่อ หรือวาดผลงานบนหน้าจอด้วยปากกาที่ใช้งานร่วมกับ Nokia T21 ได้อีกด้วย

อุปกรณ์เสริมออดิโอใหม่ของ Nokia ร่วมเดินทางสู่ความยั่งยืน

Nokia Portable Wireless Speaker 2 ลําโพงไร้สายแบบพกพา 2 ของ Nokia ใหม่ กันน้ำ ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา มาพร้อมกับการออกแบบภายนอกด้วยวัสดุรีไซเคิล 100% พร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 22 ชั่วโมง

Nokia Clarity Earbuds 2 Pro หูฟังไร้สายใหม่มา ในกล่องชาร์จที่ทําจากพลาสติกรีไซเคิล 100% มอบประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์และต่อเนื่องด้วยการตัดเสียงรบกวนแบบไฮบริดแอคทีฟ

ราคาและการวางจําหน่าย

อุปกรณ์ใหม่ทั้ง 4 รุ่นจะเริ่มวางจําหน่ายในบางตลาดทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565เป็นต้นไป

·    Nokia X30 5G มีสีฟ้าหรือสีขาว มีจำหน่ายทั้งรุ่น 6 /128 GB และ 8/ 256 GB หน่วยความจําและการกําหนดค่าการจัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ RRP เฉลี่ยทั่วโลกของ ราคา 529 ยูโร

·    Nokia G60 5G มีสีดําหรือสีเทา มีจำหน่ายทั้งรุ่น 4 /64 GB, 4/128 GB และ 6/128 GB หน่วยความจําและการกําหนดค่าการจัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ RRP เฉลี่ยทั่วโลกของ ราคา 319 ยูโร

·    Nokia C31 มีสีมิ้นท์ และสีฟ้า มีจำหน่ายทั้งรุ่น 3 /32 GB, 4/64 GB, และ 4 / 128 GB หน่วยความจําและการกําหนดค่าการจัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ RRP เฉลี่ยทั่วโลก ราคา 129 ยูโร

·    Nokia T21 มีสีสีเทาชาร์โคล มีจำหน่ายทั้งรุ่น 4/64 GB และ 4/128 GB และการกําหนดค่าการจัดเก็บข้อมูลในตัวเลือก Wi-Fi และ 4G /LTE เริ่มต้นที่ RRP เฉลี่ยทั่วโลก ราคา 239 ยูโร

อุปกรณ์เสริม

·    Nokia Portable Wireless Speaker 2 ลําโพงไร้สายแบบพกพา 2 ของ Nokia ใหม่ โดยจะมีจำหน่ายในบางประเทศทั่วโลก

·    Nokia Clarity Earbuds 2 Pro หูฟังไร้สายใหม่ โดยจะมีจำหน่ายในบางประเทศทั่วโลก

Circular มีบริการให้กับโทรศัพท์บางรุ่นที่จำหน่ายทาง Nokia.com/phones ในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี พร้อมมีแผนที่จะขยายบริการดังกล่าวไปทั่วโลกใน

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-global-launches-smartphones-4-most-environmentally-friendly-tablets/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-global-launches-smartphones-4-most-environmentally-friendly-tablets

รุ่นคลาสสิคกลับมาแล้ว Nokia 5710 XpressAudio พร้อมหูฟังไร้สายในตัว เตรียมขายในไทย

หลังจากทยอยเปิดตัวฟีเจอร์โฟนรุ่นเก่า ๆ ที่กลับมาทำใหม่อยู่เรื่อย ๆ ล่าสุด Nokia คืนชีพหนึ่งในรุ่นที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่าง XpressMusic ในรุ่น Nokia 5710 XpressAudio จุดเด่นคือมาพร้อมหูฟังไร้สายที่เชื่อมผ่าน Bluetooth 5.0 พร้อมช่องเก็บหูฟังบนตัวเครื่อง

มือถือมีขนาดหน้าจอ 2.4 นิ้ว และใช้กล้องหลัง VGA พร้อมแฟลช ใช้ซีพียู Unisoc T107 และระบบปฏิบัติการของ Nokia เองในเวอร์ชัน S30+ เชื่อมต่อแบบ 4G และรองรับ VoLTE และใช้ระบบ 2 นาโนซิม ส่วนแบตเตอรี่ 1,450 mAh และยังเป็นแบบถอดเปลี่ยนได้

ส่วนด้านเสียง สามารถฟังวิทยุ FM ได้ในตัว และรองรับการเล่นไฟล์ MP3 พร้อมโหมดปรับแต่เสียง

Nokia จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายนนี้ทางร้านโทรศัพท์ทั่วไปและทาง Shopee, Lazada, JD ในราคา 2,690 บาท มีให้เลือก 2 สี คือสีดำและสีแดง และมีให้เลือกความจุ 48MB และ 128 MB

ที่มา: Nokia Mobile

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129962

โนเกีย ไม่ทิ้งมือถือปุ่มกด ส่ง 8210 4G ลงสนาม ราคา 2,290 บาท ขอยึดเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 50%

โนเกีย ยังไม่ทิ้งตลาดโทรศัพท์มือถือปุ่มกด หรือฟีเจอร์โฟน ล่าสุดส่ง 8210 4G ฟีเจอร์โฟนที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นท็อปเมื่อ 20 ปีก่อน มาจำหน่ายในไทย ตั้งราคา 2,990 บาท พร้อมรุ่นใหม่อีก 2 รุ่น ตั้งเป้ายึดเบอร์ 1 ในตลาดนี้ ผ่านยอดขาย 50% ของตลาดที่มีจำนวนหลักล้านเครื่อง

Nokia

โนเกีย กับการปัดฝุ่นรุ่นเก่าลงสนาม

ภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) ผู้ได้รับใบอนุญาตจาก โนเกีย ในการทำการออกแบบ และทำการตลาดสินค้าของแบรนด์ เล่าให้ฟังว่า ความต้องการโทรศัพท์มือถือปุ่มกด หรือฟีเจอร์โฟน ยังมีอยู่ต่อเนื่องในประเทศไทย สังเกตจากภาพรวมยอดขายที่ยังวิ่งอยู่หลักล้านเครื่องทุกปี

“ถึงตอนนี้สมาร์ตโฟนจะครองตลาด แต่ฟีเจอร์โฟนยังมีการใช้งานอยู่ สังเกตจากยอดขายของตลาด และของโนเกียที่ยังเดินหน้าอยู่ โดยในประเทศไทยเราทำตลาดอยู่ 7 รุ่น กินส่วนแบ่งมือถือปุ่มกดในตลาดไทยอยู่ราว 50% ส่วนในระดับโลกเราก็ยังเป็นอันดับต้น ๆ เช่นกัน”

ล่าสุดส่ง 8210 4G ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ที่นำรุ่นที่เปิดตัวเมื่อปี 1999 มาปรับปรุง หน้าตามีรูปแบบคล้ายเดิม หน้าจอ 2.8 นิ้ว กล้องความละเอียด VGA ถ่ายวีดีโอได้ รองรับ 4G ราคา 2,290 บาท ทั้งเปิดตัว 5710 XpressAudio ฟีเจอร์โฟนที่มีหูฟังไร้สายในเครื่องราคา 2,690 บาท กับ 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนฝาพับราคา 2,490 บาท

โนเกีย กับทางเดินที่แตกต่างในตลาด

ปัจจุบัน สมาร์ตโฟนกินสัดส่วนการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั้งในตลาดไทย และระดับโลก ซึ่งผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเกือบทุกรายต่างมีรายได้จากสมาร์ตโฟนเป็นหลัก แต่ไม่ใช่กับ โนเกีย ที่ในประเทศไทยมีสัดส่วนยอดขายหลักมาจากฟีเจอร์โฟน

“ถึงเราทำตลาดสมาร์ตโฟน 9 รุ่น มากกว่าฟีเจอร์โฟนที่ทำตลาด 7 รุ่น แต่ยอดขายของเราในแง่จำนวน (Volume) จะมาจากฟีเจอร์โฟน 70% และหากนับตามมูลค่า (Value) จะคิดเป็น 60% ดังนั้นฟีเจอร์โฟนจึงมีความสำคัญกับเรา และในอนาคตจะมีรุ่นต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มเติม”

กลยุทธ์ขายรุ่นเก่าทำใหม่ยังจุดกระแสได้

ก่อนหน้านี้ โนเกีย เคยนำรุ่นในตำนานอย่าง 3310 มาจำหน่ายในหน้าตาใหม่ แต่ด้วยตัวสินค้ารองรับแค่ 3G จึงยกเลิกการทำตลาดไปแล้ว แต่การนำรุ่นเก่านี้มาทำตลาดก็สร้างกระแสได้ไม่น้อย นอกจากยังมีการนำ 8110 ที่มีฉายา มือถือกล้วย กลับมาทำตลาดเช่นกัน ดังนั้นการนำรุ่น 8210 4G มาขายใหม่ ถือเป็นการตอกย้ำถึงกลยุทธ์นี้

สรุป

โนเกีย อาจปรับตัวไปทำตลาดสมาร์ตโฟนได้ลำบาก เพราะทั้งการแข่งขันที่สูง และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้นการมุ่งไปทำเรื่องที่ตัวเองถนัดอย่างฟีเจอร์โฟนจึงเป็นคำตอบที่ดี แม้ตัวเครื่องมันจะตกยุคแล้ว แต่ถ้าครองตลาดเล็ก ๆ นี้ได้ ก็ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนเช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post โนเกีย ไม่ทิ้งมือถือปุ่มกด ส่ง 8210 4G ลงสนาม ราคา 2,290 บาท ขอยึดเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 50% first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/nokia-feature-phone-8210/

มาแล้วกองทัพ Nokia Classic ทั้ง 8210 4G , 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ในตัว และ Nokia 2660 Flip

ถ้าเอ่ยชื่อมือถือ รุ่น Nokia คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนเพราะมือถือรุ่นนี้เป็นตำนานมาอย่างยาวนานเป็นเวลา 3 ทศวรรษหรือ 30 ปีกว่าเลยก็ว่าได้ค่ะ ถึงจะมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ กำเนิดออกมากมายมาย Nokia ยังคงครองอันดับแบรนด์ยอดนิยมในทุกทวีปทั่วโลกรวมถึงตลาดในประเทศไทยด้วย ล่าสุดทาง Nokia ได้ออกจำหน่าย ฟีเจอร์โฟน รุ่น Retro ยุค 90s ถึง 3 รุ่นหวังเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ และคนรักความคลาสสิก ฟังแล้วน่าสนใจขึ้นมาเลยทีเดียว เรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีความพิเศษอะไรบ้าง

HMD ปลุกกระแส Retro ยุค 90s

ทาง HMD ประเทศไทยต้องการปลุกกระแส Retro ของยุค 90s ให้กลับมาอีกครั้งค่ะ ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่น 3 สไตล์สุดคลาสสิกอย่างทั้ง Nokia 8210 4G ,Nokia 5710 XpressAudio และ Nokia 2660 Flip ตอบโจทย์การใช้งานที่แสนง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถใช้แทนโทรศัพท์บ้านได้เลย ซึ่งน่าจะถูกใจเหล่าผู้ที่ชื่นชอบในความคลาสสิกและไม่ได้ต้องการลูกเล่นหรือความฉลาดของสมาร์ทโฟน แถมยังมีการใช้งานได้ยาว ๆ เพราะแบตเตอรี่อึดด้วย ส่วนจุดเด่นของแต่ละรุ่นจะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

Nokia 8210 4G (2,290 บาท)

Nokia 8210 4G ได้รับการพัฒนามาจากรุ่น Nokia 8210 รุ่นปี 1999หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนานเลยค่ะ มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียดQVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGAภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSocT107  และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS

รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่องโดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง

 

Nokia 5710 XpressAudio (2,690 บาท)

Nokia 5710 XpressAudioมีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107​ มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB

มาพร้อมกับแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง

 

Nokia 2660 Flip (2,490 บาท)

Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนานสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA


แบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกดขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและมีฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟังโดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา

 

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับมือถือในตำนานอย่าง Nokia ฟีเจอร์โฟนแนว Retro ทั้งสามรุ่น  มองในอีกมุมเรารู้สึกว่าน่าใช้มากสำหรับคนที่ชื่นชอบความคลาสสิกหรือความเรียบง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ที่สำคัญยังเหมาะมาก ๆ กับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เน้นฟีเจอร์อะไรเยอะแยะเน้นโทรออกรับสายเท่านั้น ส่วนคนวัยทำงานก็ใช้ได้นะ ไว้เป็นเครื่องสำรองสำหรับติดต่อประสานงานก็สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเลย

ถ้าใครสนใจสามารถไปจับจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไปผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee, JD CENTRAL และ Lazada ค่ะ

 

ที่มา : อีเมลประชาสัมพันธ์, Nokia

from:https://droidsans.com/3-new-nokia-feature-phones-available-thailand/

HMD พร้อมจำหน่าย NOKIA ฟีเจอร์โฟน รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s รักษาแชมป์ฟีเจอร์โฟนในตลาดไทย จับกลุ่มผู้สูงอายุ – กลุ่มคนรักความคลาสสิก

HMD ประเทศไทย เปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นสุดคลาสสิก ปลุกกระแส Retro ยุค 90s ประเดิมด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนอัปเกรดจากมือถือในตำนานยุค 90s คงเกมงูสุดคลาสสิกที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ Nokia 5710 XpressAudio มากับหูฟัง TWS ติดกับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานสะดวก

และปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับ มีปุ่มกดสัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันสนับสนุนการช่วยฟัง M4/T4 HAC เพื่อกลุ่มผู้สูงวัย

ชูทั้ง 3 รุ่น จับตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กรที่มองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้บริโภคผู้หลงไหลความคลาสสิกในยุค 90s พบผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานมากที่สุดถึง 60% และความน่าเชื่อถือด้านความทนทาน 30% 

เผยตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง คาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับตลาดในไทยช่วงปีที่ผ่านมาที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนเป็นรุ่นที่ถูกถามหา และยังเป็นที่ต้องการเพื่อก้าวข้ามสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากเครือข่าย 2G เป็น 4G วางกลยุทธ์รุกขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้ เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมมากขึ้น ตั้งเป้าดันกลุ่มฟีเจอร์โฟนโตในประเทศเพิ่ม 40%

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังคงเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง นับจากช่วงยุค 90s ที่ตลาดรวมฟีเจอร์โฟนมีการเติบโตอย่างมาก ด้วยยอดขายที่ทะลุกว่า 100 ล้านเครื่องต่อปีในตลาดโลก ปัจจุบันแม้ผ่านไปแล้วกว่า 3 ทศวรรษ โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนก็ยังคงเป็นที่ต้องการข้ามยุคสมัย โดยคาดว่าตลาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันแบรนด์ Nokia ยังติดอันดับแบรนด์นิยมต้น ๆ ในทุกทวีปทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทยที่ยังคงรักษาแชมป์ครองมาเกตแชร์อันดับหนึ่งเกินครึ่งของตลาด ทั้งนี้ จากความต้องการของตลาด เอชเอ็มดีได้ดึงเอาความเรียบง่ายของโทรศัพท์มือถือยุค 90s ด้วยจุดแข็งที่ข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันกลับมารีเมคอีกครั้ง พร้อมกับการอัปเกรดฟังก์ชันใช้งานที่ทันสมัยขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น 

แต่ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งความคงทนและพลังงานแบตเตอรี่อึดทนใช้งานยาวนาน พร้อมคุณภาพการผลิตจากวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน มั่นใจได้กับการใช้งานที่ยาวนาน บวกกับงานประกอบระดับพรีเมียม ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคกลุ่มฟีเจอร์โฟนปัจจุบัน จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนพบผู้บริโภค 60% ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และ30% เน้นความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความทนทานของโทรศัพท์

“แม้จะผ่านมากว่า 30 ปี ด้วยเสน่ห์และจุดแข็งของโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนอันเป็นเอกลักษณ์ และการใช้งานที่คลาสสิก โดยเฉพาะแบรนด์ Nokia ที่คงความโดดเด่นเรื่องวัสดุความทนทานใช้งานยาวนาน ส่งผลให้ตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลก และตลาดในไทยยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสการเข้าฟีเจอร์โฟนคุณภาพ เอชเอ็มดี ตั้งเป้าโทรศัพท์กลุ่มฟีเจอร์โฟนเติบโตในประเทศเพิ่มขึ้น 40% พร้อมรุกตลาดเดินหน้าขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้” นายภราดรกล่าว

นายปริญญา พงษ์สิน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณท์ เอชเอ็มดี โกลบอล “ช่วงปีที่ผ่านมาฟีเจอร์โฟนโนเกียรุ่นเก๋าเกมในตำนานหลายรุ่นถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอัปเกรดฟีเจอร์ และฟังก์ชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภค อาทิ Nokia 3310 Nokia 2720 และ Nokia 8110 ที่ประสบความสำเร็จ ได้กระแสตอบรับอย่างดีในตลาดโลก ล่าสุด ฟีเจอร์โฟนทั้ง 3 รุ่นได้พร้อมนำเข้าและจัดจำหน่ายปลุกกระแสยุค 90s ในตลาดประเทศไทย

โดยช่วงครึ่งปีหลังเอชเอ็มดีวางกลยุทธรุกตลาดฟีเจอร์โฟนจับกลุ่มผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มธุรกิจองค์กรมองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน วัยทำงาน ผู้สูงวัย และกลุ่มผู้บริโภคที่หลงใหลในดีไซน์ความคลาสสิกในยุค 90s รวมทั้งลูกเล่นของแบรนด์ Nokia ในยุคนั้น

ประเดิมรุ่นแรกด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนทายาทรับไม้ต่อจากรุ่นพี่อย่าง Nokia 8210 รุ่นปี 1999 หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนาน มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด QVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSoc T107 และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB 

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง ในราคา 2,290 บาท”

ต่อด้วย Nokia 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA 

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107 มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง ในราคา 2,690 บาท

“ปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนาน ยกสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP  คุณภาพวีดีโอ qVGA ความอึดทนแบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB

จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกด tactile สัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟัง โดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา ในราคา 2,490 บาท” นายปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ดังนี้

Nokia 8210 4G 

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21232198870/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084532355.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.5.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385857.html

Nokia 5710 XA

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21332197427/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084459984.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.3.b0314edfzHuYwA  

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385727.html

และ Nokia 2660 Flip

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/19432196611/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084581222.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.1.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385716.html

พร้อมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th/feature-phones  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones

HMD พร้อมจำหน่าย NOKIA ฟีเจอร์โฟน รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s รักษาแชมป์ฟีเจอร์โฟนในตลาดไทย จับกลุ่มผู้สูงอายุ – กลุ่มคนรักความคลาสสิก

HMD ประเทศไทย เปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นสุดคลาสสิก ปลุกกระแส Retro ยุค 90s ประเดิมด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนอัปเกรดจากมือถือในตำนานยุค 90s คงเกมงูสุดคลาสสิกที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ Nokia 5710 XpressAudio มากับหูฟัง TWS ติดกับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานสะดวก

และปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับ มีปุ่มกดสัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันสนับสนุนการช่วยฟัง M4/T4 HAC เพื่อกลุ่มผู้สูงวัย

ชูทั้ง 3 รุ่น จับตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กรที่มองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้บริโภคผู้หลงไหลความคลาสสิกในยุค 90s พบผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานมากที่สุดถึง 60% และความน่าเชื่อถือด้านความทนทาน 30% 

เผยตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง คาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับตลาดในไทยช่วงปีที่ผ่านมาที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนเป็นรุ่นที่ถูกถามหา และยังเป็นที่ต้องการเพื่อก้าวข้ามสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากเครือข่าย 2G เป็น 4G วางกลยุทธ์รุกขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้ เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมมากขึ้น ตั้งเป้าดันกลุ่มฟีเจอร์โฟนโตในประเทศเพิ่ม 40%

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังคงเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง นับจากช่วงยุค 90s ที่ตลาดรวมฟีเจอร์โฟนมีการเติบโตอย่างมาก ด้วยยอดขายที่ทะลุกว่า 100 ล้านเครื่องต่อปีในตลาดโลก ปัจจุบันแม้ผ่านไปแล้วกว่า 3 ทศวรรษ โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนก็ยังคงเป็นที่ต้องการข้ามยุคสมัย โดยคาดว่าตลาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันแบรนด์ Nokia ยังติดอันดับแบรนด์นิยมต้น ๆ ในทุกทวีปทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทยที่ยังคงรักษาแชมป์ครองมาเกตแชร์อันดับหนึ่งเกินครึ่งของตลาด ทั้งนี้ จากความต้องการของตลาด เอชเอ็มดีได้ดึงเอาความเรียบง่ายของโทรศัพท์มือถือยุค 90s ด้วยจุดแข็งที่ข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันกลับมารีเมคอีกครั้ง พร้อมกับการอัปเกรดฟังก์ชันใช้งานที่ทันสมัยขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น 

แต่ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งความคงทนและพลังงานแบตเตอรี่อึดทนใช้งานยาวนาน พร้อมคุณภาพการผลิตจากวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน มั่นใจได้กับการใช้งานที่ยาวนาน บวกกับงานประกอบระดับพรีเมียม ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคกลุ่มฟีเจอร์โฟนปัจจุบัน จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนพบผู้บริโภค 60% ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และ30% เน้นความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความทนทานของโทรศัพท์

“แม้จะผ่านมากว่า 30 ปี ด้วยเสน่ห์และจุดแข็งของโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนอันเป็นเอกลักษณ์ และการใช้งานที่คลาสสิก โดยเฉพาะแบรนด์ Nokia ที่คงความโดดเด่นเรื่องวัสดุความทนทานใช้งานยาวนาน ส่งผลให้ตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลก และตลาดในไทยยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสการเข้าฟีเจอร์โฟนคุณภาพ เอชเอ็มดี ตั้งเป้าโทรศัพท์กลุ่มฟีเจอร์โฟนเติบโตในประเทศเพิ่มขึ้น 40% พร้อมรุกตลาดเดินหน้าขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้” นายภราดรกล่าว

นายปริญญา พงษ์สิน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณท์ เอชเอ็มดี โกลบอล “ช่วงปีที่ผ่านมาฟีเจอร์โฟนโนเกียรุ่นเก๋าเกมในตำนานหลายรุ่นถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอัปเกรดฟีเจอร์ และฟังก์ชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภค อาทิ Nokia 3310 Nokia 2720 และ Nokia 8110 ที่ประสบความสำเร็จ ได้กระแสตอบรับอย่างดีในตลาดโลก ล่าสุด ฟีเจอร์โฟนทั้ง 3 รุ่นได้พร้อมนำเข้าและจัดจำหน่ายปลุกกระแสยุค 90s ในตลาดประเทศไทย

โดยช่วงครึ่งปีหลังเอชเอ็มดีวางกลยุทธรุกตลาดฟีเจอร์โฟนจับกลุ่มผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มธุรกิจองค์กรมองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน วัยทำงาน ผู้สูงวัย และกลุ่มผู้บริโภคที่หลงใหลในดีไซน์ความคลาสสิกในยุค 90s รวมทั้งลูกเล่นของแบรนด์ Nokia ในยุคนั้น

ประเดิมรุ่นแรกด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนทายาทรับไม้ต่อจากรุ่นพี่อย่าง Nokia 8210 รุ่นปี 1999 หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนาน มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด QVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSoc T107 และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB 

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง ในราคา 2,290 บาท”

ต่อด้วย Nokia 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA 

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107 มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง ในราคา 2,690 บาท

“ปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนาน ยกสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP  คุณภาพวีดีโอ qVGA ความอึดทนแบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB

จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกด tactile สัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟัง โดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา ในราคา 2,490 บาท” นายปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ดังนี้

Nokia 8210 4G 

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21232198870/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084532355.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.5.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385857.html

Nokia 5710 XA

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21332197427/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084459984.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.3.b0314edfzHuYwA  

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385727.html

และ Nokia 2660 Flip

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/19432196611/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084581222.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.1.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385716.html

พร้อมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th/feature-phones  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones-classic/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones-classic