คลังเก็บป้ายกำกับ: TWITTER

Twitter โพสต์ข้อความทวีตที่แก้ไขได้ (Edited Tweet) ให้ดูเป็นข้อความแรก

Twitter โพสต์ข้อความทวีตที่แก้ไขได้ (edited tweet) ออกมาเป็นข้อความแรก ให้ผู้ใช้ดูเป็นตัวอย่างว่ามันทำงานอย่างไร

ข้อความนี้มาจากบัญชี @TwitterBlue ซึ่งเป็นบริการพรีเมียมแบบจ่ายเงินเพื่อแลกกับฟีเจอร์พิเศษ โดยผู้ที่เป็นสมาชิก Twitter Blue เท่านั้นถึงมีสิทธิได้ฟีเจอร์แก้ไขข้อความทวีต

ตัวอย่างข้อความ edited tweet มีป้ายกำกับ last edited อยู่ใต้ข้อความเพื่อบอกว่าแก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อใด และเมื่อกดที่ลิงก์ก็จะเห็นประวัติการแก้ไขทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้น (เงื่อนไขของ Twitter คือแก้ได้ 5 ครั้ง ภายใน 30 นาทีหลังทวีต แต่อาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต)

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130695

Twitter อัปเดตใหม่ เพิ่มแถบ Videos for you ไถดูคลิปวิดีโอแนวตั้งสไตล์ TikTok

เรียกว่าตามกันมาเป็นขบวนเลย สำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ที่ตอนนี้หันมาสนใจฟีเจอร์ประเภทคลิปวิดีโอสั้นสไตล์ TikTok กันใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, YouTube ฯลฯ ล่าสุดก็มีข่าวออกมาอีกว่า Twitter ขอร่วมเทรนด์อีกคน ด้วยการเพิ่มแถบ Videos for you บนหน้า Explorer ให้เราไถดูคลิปวิดีโอสั้นได้แบบง่าย ๆ เลย

Twitter ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่คราวนี้จะเน้นไปทางด้านคลิปวิดีโอสั้นเป็นพิเศษ (ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่ามีแรงบันดาลใจจากใคร) โดยฟีเจอร์แรกคือการเพิ่มแถบ Videos for you เข้ามาที่หน้า Explorer ที่เป็นไอคอนแว่นขยายด้านล่าง ซึ่งปกติเวลาเราเข้ามาในหน้านี้ก็จะมีการแนะนำ Tweet ต่าง ๆ รวมไปถึงมีวิดีโอที่น่าสนใจให้ดูด้วย แต่จะเป็นแค่การไล่ดูไปตาม Tweet ของแต่ละคน ที่จะมีทั้ง Tweet ปกติ, รูปภาพ และวิดีโอคละกันไป

ส่วนแถบ Videos for you ที่เพิ่มเข้ามา คราวนี้จะเป็นการเน้นดูคลิปวิดีโอโดยเฉพาะเลย เพราะมันจะเป็นแถบให้เราเลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อดูวิดีโอที่น่าสนใจได้เหมือนกับแถบ Reels and short videos ของแอป Facebook

อีกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือเอามาจาก TikTok เต็ม ๆ โดยเมื่อเรากดดูคลิปวิดีโอที่สนใจแล้ว แตะไปที่วิดีโออีกทีนึง มันก็จะขยายให้เต็มหน้าจอ และคราวนี้เราจะสามารถไถหน้าจอขึ้นเพื่อเปลี่ยนวิดีโอดูไปเรื่อย ๆ ได้แบบเดียวกับ TikTok เลย

ทั้งสองฟีเจอร์นี้จะทยอยอัปเดตให้ได้ใช้กันทั้งระบบ Android และ iOS ไม่นานนี้ แต่จะค่อย ๆ ไล่มาจากประเทศฝั่งที่ใช้แอป Twitter ภาษาอังกฤษเป็นหลักก่อนครับ

 

ที่มา : Twitter

from:https://droidsans.com/twitter-videos-section-explorer-tab-tiktok-style/

อะไรดีก็ต้องทำ – Twitter เปลี่ยนการแสดงผลวิดีโอเป็นเต็มจอ พร้อมปัดขึ้นเพื่อดูวิดีโอถัดไป

Twitter ประกาศปรับปรุงเกี่ยวกับวิดีโอในแอป 2 อย่าง โดยระบุว่าเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงแรก วิดีโอจะแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ เมื่อกดแตะดูวิดีโอจากทวีตนั้น ๆ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปัดขึ้น เพื่อค้นพบวิดีโอที่น่าสนใจเป็นลำดับถัดไปได้ด้วย และหากต้องการออกจากหน้าวิดีโอก็กดลูกศรด้านบนซ้าย ฟีเจอร์นี้จะอัพเดตในไม่กี่วันข้างหน้า มีผลกับผู้ใช้ Twitter ภาษาอังกฤษบน iOS ก่อน

อีกการเปลี่ยนแปลงคือแถบ Explore จะเพิ่มส่วน Videos for You เพื่อแนะนำวิดีโอที่ได้รับความนิยมและผู้ใช้งานน่าจะสนใจ การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลแล้วกับผู้ใช้งานในบางประเทศ ทั้งบน iOS และ Android

ที่มา: Twitter

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130683

Twitter ขยายวงเพิ่มผู้ใช้เข้าในโปรแกรม Birdwatch ระบบที่คนช่วยกันตรวจสอบข่าวปลอม

Twitter เปิดตัวโปรแกรม Birdwatch มาตั้งแต่ปีก่อน โปรแกรมนี้คือการให้สิทธิ์กลุ่มผู้ใช้ของ Twitter จำนวนหนึ่งในการช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข่าวต่างๆ เพื่อคัดกรองว่าเป็นทวีตข่าวเหล่านั้นมีเนื้อหาบิดเบือนความจริงหรือไม่

กลุ่มผู้ใช้ Twitter ที่เข้าร่วมโปรแกรมในฐานะ contributor ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้ช่วยตรวจสอบเนื้อหาของทวีตข่าวต่างๆ จะมีสิทธิ์ทำเครื่องหมายให้กับทวีตข่าวที่ตนเองมองว่ามีเนื้อหาบิดเบือนและพิมพ์ข้อความกำกับทวีตนั้นไว้ได้ ซึ่งแรกเริ่มมีผู้ใช้แค่ราว 1,000 คนเท่านั้นที่มองเห็นการทำเครื่องหมายและข้อความกำกับข่าวเหล่านี้ แต่ล่าสุด Twitter ได้ขยายขอบเขตกลุ่มผู้ใช้เข้ามาในโปรแกรมนี้เพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ผู้ใช้งานราวครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาจะมองเห็นระบบนี้ใน Twitter ชองตนเองแล้ว

No Descriptionหากผู้ใช้เห็นทวีตที่มีเครื่องหมาย Birdwatch ก็สามารถกดเพื่อดูข้อความกำกับที่ contributor พิมพ์เอาไว้ได้

นอกจากนี้ Twitter ได้เพิ่มจำนวน contributor ในระบบเป็น 15,000 คน พร้อมทั้งเพิ่มระบบการคิดคะแนนประจำตัว contributor แต่ละคนด้วย (โดยคะแนนที่ได้จะมาจากการมีส่วนร่วมประเมินข้อความของ contributor คนอื่นว่ามีประโยชน์หรือไม่) หาก contributor คนใดทำคะแนนได้ถึง 5 คะแนนก็จะสามารถทำเครื่องหมายและพิมพ์ข้อความกำกับทวีตข่าวที่ตนเองตรวจสอบได้ แต่หาก contributor รายนั้นถูกคนอื่นประเมินว่าพิมพ์ข้อความกำกับทวีต “ไม่มีประโยชน์” จนคะแนนลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ก็จะถูกถอนสิทธิ์การพิมพ์เนื้อหากำกับข่าวออกไป

No DescriptionNo Descriptionระบบการเก็บคะแนนของ contributor

กลไกการให้คะแนนซึ่งกันและกันของกลุ่ม contributor นี้ดูเหมือนจะเป็นความพยายามป้องกันมิให้กลุ่ม contributor เหล่านี้กลายเป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาที่บิดเบือนสาระของข่าวเสียเอง

ตอนนี้ผู้ใช้ในประเทศไทยยังไม่สามารถสมัครเข้าร่วมเป็น contributor แต่ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโปรแกรมนี้ได้จากบัญชี @birdwatch

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130608

Twitter ระงับบัญชีผู้โพสต์วิดีโอปรับสีผิว The Little Mermaid เวอร์ชัน live action ให้ขาวขึ้น

ภายหลังจากที่ Disney ปล่อยตัวอย่างหนัง The Little Mermaid เวอร์ชัน live action ที่นำแสดงโดยนักแสดงและนักร้องผิวดำ Halle Bailey ที่แสดงเป็นตัวละครหลัก Ariel ออกมา ซึ่งก็เกิดเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความ woke ของฮอลลีวูด, ความไม่ตรงต้นฉบับ หรืออิสระในการตีความจากนิทานของสตูดิโอ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

ผู้ใช้บัญชี Twitter @vandalibm ได้ปล่อยคลิปที่ปรับสีผิวของ Halle Bailey ให้ขาวขึ้นและปรับลักษณะหน้าตาให้มีลักษณะของคนผิวขาวรวมถึงปรับสีผมให้มีสีแดงขึ้น ตรงตามต้นฉบับที่เป็นแอนิเมชันของ Disney

ภายหลังจากที่วิดีโอของ @vandalibm ถูกเผยแพร่ออกไป เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเขามีแนวคิดแบบเหยียดสีผิวและชาติพันธุ์ (racism) ก่อนที่ Twitter จะระงับบัญชีของเขาในที่สุด แต่ก็ไม่ได้มีเหตุผลที่แน่ชัด

ในทวิตวิดีโอต้นทาง @vandalibm กล่าวว่า Ariel ได้ถูก “แก้ไข” แล้ว และกล่าวว่าเขาสามารถ “แก้ไข” ภาพยนตร์ The Little Mermaid เรื่องเต็มที่จะปล่อยในเดือนพฤษภาคมปีหน้าภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่หนังได้ถูกปล่อยออกมา

ในทวิตถัดมาเขาได้ทวิตว่าวิดีโอดังกล่าวทำมาเพื่อ “จุดประสงค์ด้านการศึกษา” เท่านั้นและขอให้อย่าตีความว่าเขาเหยียดสีผิว เขาเพียงแค่ตื่นเต้นกับวิดีโอที่เพื่อนของเขาใช้ AI สร้างขึ้น โดยอ้างว่าวิดีโอทำโดยเพื่อนของเขาที่ใช้บัญชี @TenGazillionIQ ที่อ้างว่าตัวเองจบปริญญาเอกด้าน AI และคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ บัญชี @TenGazillionIQ ยังไม่ได้ถูกระงับ

ที่มา: Gizmodo

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130422

ศูนย์ข้อมูลทวิตเตอร์ดับทั้งศูนย์ หลังความร้านพุ่งสูงเกิน 45 องศา

CNN อ้างข้อความภายในของทวิตเตอร์ แจ้งเหตุในศูนย์ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุสภาพอากาศที่ศูนย์ข้อมูลเมือง Sacramento (SMF) ร้อนจัด จนอุปกรณ์ตัดการทำงานอย่างสมบูรณ์ส่งผลให้ทั้งศูนย์ข้อมูลดับไป และบริการของทวิตเตอร์อยู่ในสถานะ non-redundant หากมีศูนย์ข้อมูลใดมีปัญหาอีกก็จะมีปัญหาจนกระทบผู้ใช้

สถานะ non-redundant ทำให้นักพัฒนาไม่สามารถปล่อยฟีเจอร์ใหม่ลงระบบได้ จนกว่าศูนย์ข้อมูลจะกลับมาทำงานเต็มรูปแบบ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเมือง Sacramento พบ heat wave จนกระทั่งอากาศร้อนเป็นประวัติการณ์ถึง 46.7 องศาเซลเซียส จากเดิมที่เคยร้อนระดับ 45.6 องศาเซลเซียสเมื่อปี 1925

ทวิตเตอร์ไม่เคยเปิดเผยจำนวนศูนย์ข้อมูลและการทำงานภายในต่อสาธารณะ สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ทางโฆษกของบริษัทระบุเพียงว่าไม่มีเหตุการณ์กระทบการใช้งาน และบริษัทมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการพัฒนาและให้บริการ

ที่มา – CNN

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130398

บอร์ด Twitter อนุมัติข้อตกลง เตรียมบังคับขายหุ้น มูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ Elon Musk

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทวิตเตอร์ (Twitter) อนุมัติข้อตกลงขายหุ้นมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก

นั่นหมายความว่าทาง Twitter จะบังคับให้มัสก์ซื้อบริษัทผ่านการฟ้องศาล หลังจากมัสก์พยายามถอนข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากัญหาเกี่ยวกับจำนวนสแปมและบอทในแพลตฟอร์ม 

แพลตฟอร์มกล่าวว่าจำนวนบอทมีน้อยกว่า 5% ของจำนวนผู้ใช้งานรายวัน (ที่สามารถดูโฆษณาได้) ขณะที่มัสก์ให้เหตุผลว่าตัวเลขอาจสูงกว่านี้หลายเท่า

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Twitter มีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าข้อเสนอซื้อหุ้นของมัสก์อย่างมาก หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนเมษายน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดพบกับในศาลเดลาแวร์ในเดือนตุลาคม เพื่อพิจารณาว่ามิสก์ต้องซื้อบริษัทหรือไม่ หลังแพลตฟอร์มเผชิญปัญหาข้อมูลด้านความปลอดภัยตามที่ถูกกล่าวหา

 

ที่มา

BBC

from:https://www.thumbsup.in.th/twitter-approve-musk-deal?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=twitter-approve-musk-deal

ผู้ถือหุ้น Twitter ลงมติขายกิจการให้ Elon Musk – กระบวนการฟ้องร้องดำเนินต่อไป

Twitter จัดการประชุมผู้ถือหุ้นวาระพิเศษในวันนี้ เพื่อขอมติจากผู้ถือหุ้น ให้อนุมัติขายกิจการให้กับ Elon Musk ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ต่อจากบอร์ดบริหารมีมติเห็นชอบก่อนหน้านี้

ผลจากการประชุม ผู้ถือหุ้นลงมติเห็นชอบให้ขายกิจการตามที่ Elon Musk ยื่นข้อเสนอ แต่เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้เป็นที่ทราบว่า Elon Musk ขอล้มดีลและ Twitter ก็ยื่นฟ้องต่อศาล ฉะนั้นผลจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นนี้ จึงทำให้กระบวนการไต่สวนพิจารณาคดีต้องดำเนินต่อไป

การไต่สวนในคดี Twitter ฟ้องร้อง Elon Musk กำหนดการไต่สวนช่วงเดือนตุลาคมที่ศาลรัฐเดลาแวร์

ที่มา: The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130386

Twitter กำลังทดสอบ Birdwatch โปรแกรม Fact-Checking ว่าสิ่งที่พิมพ์ลงไปข่าวจริงหรือข่าวปลอม

ทุกคนเคยสงสัยมั้ยว่าข้อมูลต่าง ๆในโซเชียลมิเดียมันมีความจริงแท้แค่ไหนการที่เราจะรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ ได้ต้องแยกแยะอ่านแล้วอ่านอีกเพราะข้อมูลในปัจจุบันมีการเผยแพร่ที่ว่องไวและรวดเร็วมาก ส่งผลให้คนบางกลุ่มอาจรับส่งข้อมูลที่ผิด ๆ ออกไป ล่าสุดทาง Twitter กำลังทดสอบ Birdwatch โปรแกรม Fact-Checking ที่ผู้ใช้ประมาณครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาตอนนี้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เพิ่มลงในทวีตได้เพื่อแยกแยะว่าข้อมูลไหนเป็นความจริงหรือเป็นข่าวปลอม เรามาดูจุดเด่นของโปรแกรมนี้กันเลย

Twitter กำลังขยายโปรแกรมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่าง Birdwatch ที่ตอนนี้เริ่มเปิดทดลอง เพื่อให้ข้อมูลผิด ๆ ถูกลบออกไป ตอนนี้ผู้ใช้  Twitter ในสหรัฐอเมริกาได้เริ่มทดลองใช้งาน เพื่อแก้ไขข้อมูลผิดๆ หรือข่าวหลอกลวงที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

Twitter Birdwatch

โปรแกรมนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว โดยศึกษาแนวทางจากเหล่าผู้ใช้งานเป็นเวลากว่า 1 ปีในการทดสอบบนทวิตเตอร์ เพื่อเช็คข้อเท็จจริงจากผู้ใช้โดยตรง และจากตัวอย่างการใช้งานของ Birdwatch แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ที่พบเห็นข้อมูลเท็จสามารถเพิ่มโน้ตย่อ ๆ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเพื่อแย้งข้อมูลเท็จนั้นได้ทันที และคนอื่น ๆ ยังสามารถให้คะแนนโน้ตนั้นได้ว่ามีประโยชน์หรือไม่

ตอนนี้ทวิตเตอร์กำลังเพิ่มผู้คนที่ให้ความสนับสนุน Birdwatch ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 15,000 คน โดยจะนำระบบใหม่ เช่นการให้คะแนนเข้ามาเพิ่ม โดยผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรมจะสามารถให้คะแนนบันทึกย่อของคนอื่นๆ ได้ด้วย ว่าระบุข้อมูลได้อย่างน่าเชื่อถือว่าเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ เมื่อได้ 5 คะแนนพวกเขาจะสามารถเริ่มเขียนโน้ตในข้อความอื่นๆ ได้ แต่ถ้าคนอื่นเห็นว่าบันทึกเหล่านั้นมีความซ้ำจำเจไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมาจะส่งผลให้คะแนนลดลง และอาจล็อกความสามารถในการเขียนโน้ตของผู้มีส่วนร่วมได้ชั่วคราวหรือสูญเสียสิทธิ์ในการเขียนบันทึกย่อนั่นเอง

ระบบการให้คะแนนดูเหมือนว่าจะออกแบบมาเพื่อช่วยในแน่ใจว่าผู้ร่วมให้ข้อมูลจะไม่โกง หรือเพิ่มข้อมูลที่ผิดของตัวเองลงไปบน Twitter แม้ว่า Birdwatch เป็นโปรแกรมที่มีการทดสอบไปตั้งแต่ต้นปีแต่ก็ยังกระจายถึงแค่คนกลุ่มน้อยเท่านั้น ตอนนี้เพิ่งเริ่มขยายไปยังผู้ใช้อีกหลายล้านคนที่สามารถดูการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย Birdwatch ได้ แต่ด้วยความที่ยังมีน้อยอยู่ เราก็จะไม่เห็นรายละเอียดของมันในทุกทวิต ซึ่งการวิจัยยังระบุว่า Birdwatch เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการแจ้งให้ผู้คนทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้องบน Twitter ได้ดีขึ้น

จากผลการทดสอบ 3 ครั้ง ผู้ที่เห็นโน้ตมีแน้วโน้มจะเห็นด้วยกับเนื้อหาของทวีตที่อาจทำให้เข้าใจผิดโดยเฉลี่ย 20-40% มากกว่าคนที่เห็นทวีตเพียงอย่างเดียว และจากการวิเคราะห์ภายในเรายังประเมินด้วยว่าผู้คนบน Twitter ที่เห็นโน้ตย่อมีแนวโน้มที่จะชอบหรือรีทวีตทวีต โดยเฉลี่ย 15-35% น้อยลงกว่าคนที่เห็นทวีตเพียงอย่างเดียว

อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ ชอบโปรแกรมนี้กันบ้างมั้ยส่วนตัวทางเราคิดว่าดีมากที่จะมีตัวช่วยมาให้เราได้คัดกรองข้อมูลที่เป็นเท็จ เรายังสามารถเห็นด้วยหรือโต้แย้งได้ทันทีไม่งั้นอาจส่งผลให้เรามีความเข้าใจผิด ๆ แล้วนำไปบอกต่อคนอื่นได้ค่ะ ยิ่งยุคปัจจุบันทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมด จะเข้าถึงโซเชียลอะไรแต่ละทีควรกรองข้อมูลข่าวสารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะ ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าโปรแกรม Fact-Checking หรือ Birdwatch จะเข้าประเทศไทยตอนไหนถ้ามีอะไรจะมาอัพเดตอีกทีค่ะ

 

ที่มา Twitter Inc.

 

from:https://droidsans.com/birdwatch-fact-checking-notes-twitter/

วิเคราะห์ทิศทางของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แบรนด์ควรปรับตัวอย่างไร

หากย้อนดูในปี 2022 เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบ นโยบาย และจุดยืนของโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์ม วันนี้เราลองมาทบทวนแนวโน้มของโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้ข้อมูลในการทำความเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดียกันครับ

ลูกค้าของเราอยู่ในแพลตฟอร์มไหน? Twitter ยังเป็นที่นิยมสำหรับการสื่อสารแบบ B2C อยู่ไหม? แบรนด์จำเป็นต้องอยู่บน TikTok หรือไม่? มาดูบทวิเคราะห์พร้อมๆ กันครับ

แบรนด์จำเป็นต้องอยู่บน TikTok หรือไม่?

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า TikTok เป็นโซเชียลมีเพียที่ฮอตที่สุดในปีนี้ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2599 TikTok มีผู้ใช้งานเป็นประจำ (Active users) มากถึง 1 พันล้านบัญชีต่อเดือน โดยมีฐานผู้ใช้ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18 – 24 ปี เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่สุดในหมู่ Gen Z

แม้เนื้อหายอดนิยมส่วนใหญ่จะมาจากผู้ใช้ทั่วไป แต่คอนเทนต์ที่แบรนด์สร้างขึ้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามมาด้วย เนื่องจากลักษณะอัลกิริทึมที่สามารถส่งเนื้อหาไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้

TikTok ยังไม่อิ่มตัวจากการโฆษณาหรือแบรนด์คอนเทนต์ ดังนั้นแบรนด์ที่เจอบทบาทของตัวเองในแพลตฟอร์มจะได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต รวมถึงต้นทุนโฆษณายังไม่สูงเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มที่มีการแข่งขันมานาน

แล้วแบรนด์จำเป็นต้องอยู่บน TikTok ไหม? อย่างแรกไม่ควรมองในแง่ของอัลกอริทึมอย่างเดียว เพราะ TikTok เป็นแพลตฟอร์มสนุกสนานและสร้างสรรค์ ไม่เหมือนกับ Facebook และ Instagram หากแบรนด์อยากจะกระโดดเข้าไปต้องพร้อมที่จะสร้างเนื้อหาที่สนุกและมีส่วนร่วมได้ง่าย โดยต้องถอดรหัสประเภทเนื้อหาที่เหมาะกับแบรนด์ให้ได้ หากฝืนเกินไปก็จะถูกมองว่าขาดความเรียลและไม่จริงใจ เสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ไปได้ง่ายๆ 

อย่างต่อที่ต้องคำนึงคือ TikTok มีฐานผู้ใช้งานที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ในขณะที่ผู้คนทุกวัยเล่น Facebook และ Instagram แต่ Gen Z ส่วนใหญ่ใช้ TikTok ดังนั้นหากกลุ่มเป้าหมายของคุณไม่ใช่ Gen Z นี่อาจไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ดังนั้นแบรนด์ของคุณควรอยู่บน TikTok หรือไม่? มันขึ้นอยู่กับ. หากคุณไม่แน่ใจว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคุณหรือไม่ เราขอแนะนำให้ทำการวิจัยเพิ่มเติมและดูว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณใช้งานแอปอยู่หรือไม่

ผู้คนยังคงมีส่วนร่วมกับแบรนด์บน Twitter หรือไม่?

Twitter มีมานานกว่า 16 ปีแล้ว และยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 330 ล้านคนต่อเดือน

แม้ว่า Twitter อาจไม่ใหม่ ไม่ฉูดฉาดเหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจในการเชื่อมต่กับลูกค้าและสร้างบทสนทนาออนไลน์

ข้อมูลจาก Raven5 บริษัทการตลาดระดับโลกระบุว่าทวีตจากแบรนด์ต่างๆ มีการเข้าถึงแบบออร์แกนิกลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า Twitter ไม่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจ แต่ที่จริงแล้ว 80% ของความคิดเห็นของลูกค้าบนโซเชียลมีเดียมาจาก Twitter 

โดยสรุปแล้ว Twitter อาจไม่ใช่แพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับแชร์เนื้อหา แต่ยังคงเป็นช่องทางที่ดีมากสำหรับการเชื่อมต่อกับลูกค้าและสร้างบทสนทนาออนไลน์ ซึ่งสามารถรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากแบรนด์ได้

Facebook กำลังจะตาย?

เมื่อ Meta บริษัทแม่หันมาสนใจฟีเจอร์จากแพลตฟอร์มอื่น จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจว่า Facebook กำลังจะตายเพราะสูญเสียตัวตนไปแล้ว แต่เมื่อมองถึงความเป็นจริง Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโกล มีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านคนต่อเดือน และตัวเลขผู้ใช้งานตั้งแต่ต้นปีไม่ได้ลดลงเลย

เพราะแม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานในหลายประเทศจะลดลง แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่น บราซิล อินเดีย และอินโดนีเซีย ผลักดันให้จำนวนผูใช้งานของ Facebook ยังคงเป็นบวก แม้ว่าจะมีกลุ่ม Gen Z เพียง 27% เท่านั้นที่ระบุว่ายังใช้ Facebook ก็ตาม

นอกจากนี้ Facebook ยังได้ประกาศแยกฟีดออกเป็น 2 แถบ “Home” จะคอยนำเสนอคอนเทนต์ที่คิดว่าเราน่าจะชื่นชอบ ทั้ง Reels, Stories และคอนเทนต์จากครีเอเตอร์คนอื่น ๆ ที่เราไม่ได้ติดตามคล้ายกับ TikTok และ “Feeds” ที่จะคอยนำเสนอคอนเทนต์หรือโพสต์ จากเพื่อน, ครอบครัว, เพจที่เราติดตาม ตามลำดับเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงวิพกษ์วิจารณ์มากมาย แต่เฟซบุ๊กก็ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุด หลายๆ ธุรกิจจึงยังต้องพึ่งพาเฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แม้จะต้องปรับตัวให้ทันอัลกอริทึมที่ท้าทายนักการตลาดอยู่บ่อยๆ ก็ตาม

Instagram กับจุดยืนที่เปลี่ยนไป

เป็นเวลาหลายปีที่ Instagram รักษาจุดยืนได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในปี 2022 ที่ผ่านมาเกิดการปรับฟังก์ชันใหม่ๆ มากมายจากบริษัทแม่ Meta โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาฐานผู้ใช้ไม่ให้หนีไปยัง TikTok ด้วยการสร้างฟีเจอร์ที่คล้ายคลึง พร้อมปรับการแสดงผลแบบใหม่ ดังนี้

Instagram เปิดตัว Reels ฟีเจอร์วิดีโอสั้นและนำ IGTV ออก พร้อมโปรโมทวิดีโอไปยังผู้ใช้ แม้ว่าจะไม่ได้ติดตาม จนเกิดดราม่า ‘Make instagram instagram again’

นอกจากนี่ยังมุ่งเป็น Social shopping Platform โดยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงในแพลตฟอร์ม ช่วยให้แบรนด์ลดขั้นตอนในการเข้าถึงลูกค้า รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Live shopping

ลูกค้าจะเชื่อมต่อกับแบรนด์อย่างไร?

แพลตฟอร์มอย่าง Twitter และ Instagram ช่วยให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย 51% ของผู้บริโภคกล่าวว่าพวกเขาเคยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อบ่นเกี่ยวกับแบรนด์

แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ดี แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในการเชื่อมต่อกับลูกค้า และตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด ช่วยให้คุณระบุและแก้ไขปัญหาที่ลูกค้ากำลังประสบได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณเข้าใจว่าผู้คนชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับแบรนด์อีกด้วย

ที่มา

raven5

sproutsocial

hootsuite

from:https://www.thumbsup.in.th/social-media-platform-brand-connected?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=social-media-platform-brand-connected