คลังเก็บหมวดหมู่: NOTEBOOKSPEC

Intel Arc A-Series Mobile ศักราชใหม่ของชิปกราฟิกจาก Intel

Intel Arc A-Series Mobile ชิปกราฟิกแบบแยกของทาง Intel มาแล้ว ไปดูกันว่าชิปกราฟิกรุ่นใหม่นี้พกอะไรมาบ้างและประสิทธิภาพในการเล่นเกมจะแรงมากแค่ไหน

Intel Arc A-Series Mobile
Intel Arc A-Series Mobile

Intel ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดชิปกราฟิกซึ่งมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง NVIDIA และ AMD เป็นผู้ครองตลาดอยู่ ดังจะเห็นได้ว่าทาง Intel เองนั้นมีความพยายามที่จะพัฒนากราฟิกชิปของตัวเองมาตลอดเวลาในช่วงเกือบจะ 20 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีในอดีตนั้นชิปกราฟิกของทาง Intel จะเป็นแบบฝังในหน่วยประมวลผล(CPU) แทบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นเรียกได้ว่าเทียบไม่ได้เลยกับคู่แข่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วกับด้านการเล่นเกม ทว่าหลังจากนี้นั้นเกมได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อล่าสุดทาง Intel ได้ทำการเปิดตัวชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของตัวเองอย่าง Intel Arc A-Series Mobile ออกมาอย่างเป็นทางการพร้อมกันทีเดียวถึง 5 รุ่น

Advertisementavw

งานนี้มาดูกันดีกว่าว่า Intel Arc A-Series Mobile นั้นพกเอาอะไรมาให้ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกันบ้าง แล้ว Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่นนั้นหากใช้งานในการเล่นเกมจริงแล้วจะแรงมากแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปติดตามกันได้เลย



การมาถึงของ Intel Arc A-Series Mobile

Intel Arc A Series Mobile 002

จริงๆ แล้วนั้นทาง Intel เปิดตัวชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของอย่าง Intel Arc A-Series Mobile ออกมาได้เป็นระยะเวลาเกือบจะหนึ่งปีได้แล้ว ทว่ากว่าที่โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile จะออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้นก็พึ่งจะผ่านมาไม่กี่เดือนนี้(ซึ่งยังออกไม่ครบทุกรุ่นด้วยสำหรับตลาดในไทย)

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นก่อนที่เราจะไปดูผลการทดสอบของ Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่นนั้นเรามาทำความรู้จัก Intel Arc A-Series Mobile กันก่อนดีกว่าว่ามันพกอะไรมาให้ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้ตื่นเต้นกันบ้าง

Intel Arc A Series Mobile 003

Intel Arc A-Series Mobile นั้นเป็นชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คที่ใช้สถาปัตยกรรม Intel Xe-HPG ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม Xe รุ่นที่ 2 ของทาง Intel ที่แรงมากขึ้นกว่าเดิม Intel Arc A-Series Mobile นั้นถูกแบ่งออกเป็น 5 รุ่นสำหรับแต่ละตลาดอันประกอบไปด้วย A770M, A730M, A550M, A370M และ A350M ตามลำดับความแรงของตัวชิป โดยรุ่น Arc 7 นั้นจะถูกจัดไว้ในระดับบน, Arc 5 ถูกจัดเอาไว้อยู่ในระดับกลาง ส่วน Arc 3 นั้นถูกจัดเอาไว้ในระดับเริ่มต้น โดยแต่ละรุ่นนั้นจะมีสเปคแตกต่างกันไปดังภาพด้านบน

Intel Arc A Series Mobile 004

ถึงแม้ว่าแต่ละรุ่นจะมีสเปคที่ต่างกัน ทว่าด้วยความที่ชิปกราฟิกทุกรุ่นนั้นใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกันหมดทำให้ Intel Arc A-Series Mobile ทุกรุ่นนั้นจะรองรับการใช้งานกับ DirectX 12 Ultimate รวมถึงยังรองรับการใช้งานฟีเจอร์แสงและเงาอย่าง Ray-Tracing อีกด้วยต่างหาก ตัวชิปผลิตภายใต้กระบวนการผลิตที่ระดับ 6nm โดยทาง TSMC

Intel Arc A Series Mobile 006

แน่นอนว่าเมื่อเป็นชิปกราฟิกของทาง Intel เองดังนั้นก็ต้องมีฟีเจอร์เด่นๆ สำหรับร่วมใช้งานกับหน่วยประมวลผล(CPU) ของทาง Intel อย่าง Deep Link technology ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประการดังต่อไปนี้

  • Dynamic Power Share จะทำให้ชิปกราฟิกกับหน่วยประมวลผลสามารถที่จะแชร์ปริมาณงานในการทำงานกันสำหรับการประมวลผลได้เมื่อใช้งานร่วมกับหน่วยประมวลผล Intel Gen 12 ขึ้นไป โดยการทำงานนั้นจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่างๆ ดีขึ้นโดยการแบ้งพลังงานของโน๊บุ๊คให้กับการใช้งานระหว่างหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกว่าอะไรต้องการทำงานมากกว่ากัน งานนี้นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้นแล้วฟีเจอร์นี้ยังช่วยเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย
  • Hyper Encode จะช่วยในการทำการเข้ารหัสไฟล์ภาพและวีดีโอโดยใช้การประมวลผลร่วมกันของหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกทำให้การเข้ารหัสไฟล์ภาพและวีดีโอต่างๆ นั้นเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
  • Hyper Compute จะช่วยในการประมวลผลด้าน AI รวมถึงกระประมวลผลด้านกราฟิกในโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่างๆ โดยใช้การประมวลผลร่วมกันระหว่างชิปกราฟิกแบบแยกอย่าง Intel Arc และชิปกราฟิกแบบฝังในหน่วยประมวลผล(Intel Gen 12 ขึ้นไปซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นเป็น Iris Xe)
Intel Arc A Series Mobile 005

ต่อกันที่การรองรับการเข้ารหัสไฟล์วีดีโอที่ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจาก Intel Arc A-Series Mobile ทุกรุ่นนั้นจะรองรับการถอดและเข้ารหัสไฟล์วีดีโอที่นิยมในปัจจุบันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น VP9, AVC, HEVC รวมไปถึงรูปแบบการถอดและเข้ารหัสไฟล์รุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่าง AV1 อีกด้วยต่างหาก หากถามว่าประสิทธิภาพเป็นอย่างไรแล้วล่ะก็นี่คือตัวอย่าง

Intel Arc A Series Mobile 007
Intel Arc A Series Mobile 008
Intel Arc A Series Mobile 009

จากกราฟทั้ง 3 ทางด้านบนนั้นเป็นการเทียบการเข้ารหัสไฟล์วัดีโอในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ชิปกราฟิกแบบแยกระดับเริ่มต้นของทาง Intel อย่าง A370M ซึ่งจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพในการเข้าและถอดรหัสไฟล์รวมถึงการใช้ AI ในการปรับแต่งวีดีโอผ่านโปรแกรมนั้น A370M สามารถที่จะทำผลการทดสอบได้ดีกว่า GeForce RTX 3050 ซึ่งถือว่าเป็นชิปกราฟิกตัวตึงในระดับเริ่มต้นได้ในบางการทดสอบด้วย

หมายเหตุ – แต่ว่าหน่วยประมวลผลรุ่นที่ทำการทดสอบนั้นจะเป็นคนละ Gen กันเลยทำให้อาจจะไม่สามารถยึดโยงผลได้มากนัก ทว่าก็ยังพอเห็นภาพได้ว่า Intel Arc A-Series Mobile จาก Intel นั้นมีของจริงๆ

Intel Arc A Series Mobile 010

สิ่งสุดท้ายที่หลายๆ ท่านอาจจะกังวลกันนั่นก็คือเรื่องของ Driver ของตัวชิปกราฟิกว่าจะทำออกมาได้ดีแค่ไหนเพราะขนาด AMD ซึ่งเป็นขาเก๋าแล้วในวงการกราฟิกยังมีปัญหากับการทำ Driver สำหรับชิปกราฟิกออกมาบางรุ่นอยู่ ทว่าในส่วนของทาง Intel นั้นเข้าใจเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างดี โดยทาง Intel ได้สัญญาว่าจะพัฒนา Driver สำหรับ Intel Arc A-Series Mobile ให้รองรับกับเกมใหม่ๆ ทันทีที่เกมใหม่นั้นๆ ออกวางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการ

นอกไปจากนั้นแล้วทาง Intel ยังได้แนะนำ Intel ARC Control สำหรับการควบคุมฟีเจอร์ของชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile ทั้งหมดออกมาซึ่งลักณะการใช้งานนั้นจะเน้น UI ที่สวยงามมากกว่าเดิม, ใช้งานง่ายขึ้น, รองรับการปรับแต่งมากขึ้น ฯลฯ

เราได้แนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับฟีเจอร์หลักๆ ของ Intel Arc A-Series Mobile กันไปแล้ว จากนี้ไปก็จะถึงเวลาที่หลายๆ ท่านรอคอยอยู่นั่นก็คือผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่น จะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกันต่อได้เลย


Intel Arc A770M

เริ่มต้นกันที่ชิปกราฟิกรุ่นท๊อปอย่าง Intel Arc A770M ซึ่งจะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 32 – unified
Raytracing Cores 32
Core Speed 1650 MHz
Cache L1: 6 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 16000 MHz
Memory Bus Width 256 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 16 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 512 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 150 Watt (120 – 150 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size large
Intel Arc A Series Mobile 011

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A770M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce RTX 3070 mobile อยู่เล็กน้อย งานนี้เรียกได้ว่าน่าประทับใจมาก


Intel Arc A730M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นท๊อปตัวรองอย่าง Intel Arc A730M ซึ่งจะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 24 – unified
Raytracing Cores 24
Core Speed 1100 MHz
Cache L1: 4.5 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 192 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 12 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 336 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 120 Watt (80 – 120 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium sized
Intel Arc A Series Mobile 012
Intel Arc A Series Mobile 013
Intel Arc A Series Mobile 014
Intel Arc A Series Mobile 015

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A730M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce RTX 3060 mobile อยู่เล็กน้อย


Intel Arc A550M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นกลางอย่าง Intel Arc A550M ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังคงไม่มีโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปกราฟิกรุ่นนี้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทำให้ยังไม่มีผลทดสอบออกมา อย่างไรก็ตามตัวชิปกราฟิกรุ่นนี้จะมีสเปคดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 16 – unified
Raytracing Cores 16
Core Speed 900 MHz
Cache L1: 3 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 128 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 12 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 224 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 80 Watt (60 – 80 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium sized

จากสเปคและการคาดการณ์นั้น Intel Arc A550M น่าจะมีประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง Radeon RX 6500M และ 6600M


Intel Arc A370M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นล่างตัวบนอย่าง Intel Arc A370M ซึ่งตัวชิปกราฟิกรุ่นนี้จะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 8 – unified
Raytracing Cores 8
Core Speed 1550 MHz
Cache L1: 1.5 MB, L2: 4 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 64 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 4 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 112 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 50 Watt (35 – 50 Watt TGP)
Transistor Count 7.2 Billion
Die Size 157 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 8x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium – small sized
Intel Arc A Series Mobile 016
Intel Arc A Series Mobile 017
Intel Arc A Series Mobile 018
Intel Arc A Series Mobile 019
Intel Arc A Series Mobile 020
Intel Arc A Series Mobile 021

จากกราฟและผลการทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A370M มีประสิทธิภาพตามหลัง Radeon RX 6500M อยู่พอสมควร แต่ถ้าหากถามถึงเรื่องการเล่นเกมแล้วนั้น Intel Arc A370M สามารถที่จะเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p โดยปรับเอฟเฟคที่ระดับกลาง – สูงได้แบบสบายๆ(ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น)


Intel Arc A350M

ปิดกันที่ชิปกราฟิกรุ่นเล็กสุดของซีรีย์อย่าง Intel Arc A330M ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังคงไม่มีโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปกราฟิกรุ่นนี้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทำให้ยังไม่มีผลทดสอบออกมา อย่างไรก็ตามตัวชิปกราฟิกรุ่นจะมีสเปคดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 6 – unified
Raytracing Cores 6
Core Speed 1150 MHz
Cache L1: 1.1 MB, L2: 4 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 64 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 4 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 112 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 35 Watt (25 – 35 Watt TGP)
Transistor Count 7.2 Billion
Die Size 157 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 8x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium – small sized
Intel Arc A Series Mobile 022
Intel Arc A Series Mobile 023
Intel Arc A Series Mobile 024
Intel Arc A Series Mobile 025

จากกราฟและผลการทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A330M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce GTX 1650 Max-Q อยู่เล็กน้อย แต่ถ้าหากถามถึงเรื่องการเล่นเกมแล้วนั้น Intel Arc A330M สามารถที่จะเล่นเกมระดับ AAA ที่ความละเอียด 1080p โดยปรับเอฟเฟคที่ระดับต่ำได้เท่านั้น(แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น)


โดยรวมแล้ว Intel Arc A-Series Mobile นั้นถือว่าเป็นชิปกราฟิกแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของทาง Intel ที่น่าประทับใจพอสมควร หากจะมีข้อเสียอยู่นั้นก็คือตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile นั้นยังมีออกมาวางจำหน่ายให้เลือกกันไม่มากนัก อย่างไรก็ตามก็คงต้องให้เวลาทาง Intel ได้พิสูจน์กันอีกสักพัก แต่การที่ Intel เริ่มมาเล่นตลาดชิปกราฟิกแบบจริงจังนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ เพราะนั่นหมายถึงทำให้คู่แข่งนั้นก็จะพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะหนีกันและสร้างความแตกต่างออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้่เลือกกันมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา : notebookcheck 1, 2, 3, 4, 5, intel, forbes, hothardware

from:https://notebookspec.com/web/686285-intel-arc-a-series-mobile-gpus-arrive-with-powerful-innovative-new-features-for-notebook

7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท พร้อมโค้ดลดจาก BaNANA สเปคดีน่าใช้ได้ Office 2021 ด้วย!

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเพื่อชาวออฟฟิศและนักศึกษาทุกคน สเปคดีจบน่าจัด!

7 Notebook 20K Banana 1

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนคงไม่ได้คาดหวังมากว่าโน๊ตบุ๊คเหล่านี้สเปคจะแรงทำงานดีอะไรมากนักอย่างแน่นอน แต่ ณ ปี 2023 นี้ เมื่อซีพียูรุ่นใหม่ๆ ของ AMD, Intel ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากได้ประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมแล้วราคาของเทคโนโลยีก็ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทสเปคดีทรงพลังพอควร ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัดอย่างนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานใหม่มาก

Advertisementavw

สเปคของโน๊ตบุ๊คเหล่านี้มักยืนพื้นด้วยจอขนาด 14 หรือ 15.6 นิ้ว กับ M.2 NVMe SSD 256~512GB มี Windows 11 Home ติดตั้งมาให้จากโรงงาน บางเครื่องอาจได้ Microsoft Office Home & Student ไม่ว่าจะ 2019, 2021 ติดเครื่องมาด้วย ส่วนแรมจะมีตั้งแต่ 8~16GB ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตจะจัดสเปคมาให้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนก็ขอแนะนำให้อัพแรมไป 16GB เลย จะได้เปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้พร้อมๆ กันหลายโปรแกรมแล้วเครื่องไม่ค้างด้วยและยังใช้งานในระยะยาวได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่แรมไม่พอเครื่องไม่แรง ใช้งานไม่ลื่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000

ซึ่งถ้าใครหาซื้อโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทอยู่ ณ ตอนนี้ร้าน BaNANA จัดโปรโมชั่นรวมรุ่นน่าใช้มาให้เลือกซื้อ มีโค้ดส่วนลดและยังผ่อนได้ 0% x 24 เดือน และยังนำไปเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยในอีเว้นท์ครั้งนี้มีโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายรุ่น ถูกใจผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน

สรุปสเปค 7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท สำหรับคนทำงาน

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-59-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,990
MSI Modern 14 B11M-004TH Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.6 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

16,990
Acer Aspire 5 A515-45-R503 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

16,990
Acer Aspire Vero AV15-51-518U Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

19,990
ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.1

17,990
Xiaomi RedmiBook 15 Intel Core
i5-11300H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI 1.4 x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,990
Hp 15s-eq3001AU AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.69 กก.

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

19,990

7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท สเปคคุ้มถูกใจได้ออฟฟิศแท้!!

หากใครมีโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่แล้วเริ่มทำงานไม่ดีไม่ลื่นไหลเหมือนก่อนแล้วอยากเปลี่ยนเครื่องเป็นรุ่นใหม่ที่ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ในบทความนี้ผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นซึ่งสเปคน่าสนใจและมีส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (16,990 บาท)
  2. MSI Modern 14 B11M-004TH (16,990 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-45-R503 (16,990 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)
  5. ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W (17,990 บาท)
  6. Xiaomi RedmiBook 15 (18,990 บาท)
  7. Hp 15s-eq3001AU (19,990 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (16,990 บาท)

acer1

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเครื่องแรกเป็น Acer Aspire 3 A315-59-31F5 รุ่นล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ โดยทาง Acer ได้อัพเดทเป็น Intel 12th Gen ซึ่งประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมแถมยังอัพเกรดเพิ่มแรมได้สะดวกและยังได้เครื่องใหญ่หน้าจอ 15.6 นิ้วอีกด้วย อย่างไรก็ตามแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 8~16GB จะได้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

ซีพียูของ Aspire 3 นี้เป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 ได้ น้ำหนักเครื่อง 1.77 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเครื่องนี้มาใช้งานก็อย่าลืมอัพเกรดแรมเท่านี้ก็ทำงานได้สบายๆ แล้ว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-31F5
CPU Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 4GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 1.77 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. MSI Modern 14 B11M-004TH (16,990 บาท)

MSI Notebook Modern 15 B11M 01

MSI Modern 14 B11M-004TH นี้เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท เครื่องใหญ่ 15.6 นิ้ว แต่เครื่องไม่หนักมากและบอดี้ทำจากอลูมิเนียม มี Numpad ติดตั้งมาให้ ไฟ LED Backlit พร้อมใช้ ทำงานในที่แสงน้อยได้สะดวก น้ำหนักเครื่องมากสุดเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมมี 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 หากใครมองหาโน๊ตบุ๊คสายทำงานของ MSI ดีๆ ไว้ใช้สักเครื่องก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เลย

สเปคของ MSI Modern 14 B11M-004TH
CPU Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.6 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Aspire 5 A515-45-R503 (16,990 บาท)

Acer Notebook Aspire A515 02 square medium

ด้านแฟนคลับ AMD ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท ไว้ใช้ล่ะก็ Acer Aspire 5 A515-45-R503 ตอบโจทย์ใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ซึ่งจุดเด่นของมัน คืออัตราส่วนหน้าจอกับตัวเครื่อง (Screen-to-Body Ratio) ที่กว้างถึง 81.61% ทำให้มีพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอกว้าง กรอบจอบางพร้อมฟีเจอร์ถนอมสายตาของผู้ใช้ติดตั้งมาให้และยังอัพเกรดแรมเพิ่มได้อีกด้วย

ซีพียูของ Aspire 5 นี้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics และจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาด้วย ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R503
CPU AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
GPU AMD Radeon Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD10 ลดได้ 1,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)

Acer Notebook Aspire Vero AV15 51 518U Gray 3 square medium

Acer Aspire Vero AV15-51-518U เมื่อก่อนหน้านี้มักมีราคาสูงเกิน 20,000 บาทไปพอสมควร แต่เมื่อวางขายมาระยะหนึ่งแล้ว ราคาก็ค่อยๆ ลดลงจนเข้าข่ายเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทไปโดยปริยาย ซึ่งจุดเด่นของตระกูล Vero ได้แก่ บอดี้เครื่อทำจากพลาสติกรีไซเคิลรักษ์โลกและในเครื่องยังติดตั้ง Microsoft Office มาให้ใช้ฟรีๆ แถมมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้งาน แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม นับว่า Aspire Vero นี้เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่ลูกเล่นครบเครื่องน่าใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาด้วยก็ช่วยรักษาความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้เจ้าของเครื่องยิ่งขึ้น

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51-518U
CPU Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 19,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W (17,990 บาท)

Asus Notebook Vivobook 15 X1500EA 02 square medium

ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่สเปคยังน่าใช้งานอยู่ โดยตัวเครื่องบางเบาพกง่ายน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม ได้ซีพียู Intel 11th Gen ดีไซน์หน้าจอขอบบาง NanoEdge Display ให้มีพื้นที่การมองเห็นกว้างยิ่งขึ้นด้วย

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home แรมออนบอร์ดความจุ 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.1 ในตัว น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม นับเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่น่าสนใจอีกรุ่น

สเปคของ ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W
CPU Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 17,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Xiaomi RedmiBook 15 (18,990 บาท)

Xiaomi Notebook Redmi Book15 i5 03 square medium

Xiaomi RedmiBook 15 เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท หน้าตาเรียบร้อยสเปคดีบางเบาพกสะดวกใช้ทำงานเอกสารหรือเรียนออนไลน์ได้ดี ได้ซีพียู Intel 11th Gen รุ่น H-Series หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ 

ซีพียูของ RedmiBook 15 เป็น Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มา แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 1.4 x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม หากใครหาเอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ก็ดีทั้งคู่

สเปคของ Xiaomi RedmiBook 15
CPU Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1~4.4GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 1.4 x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 18,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Hp 15s-eq3001AU (19,990 บาท)

HP Notebook 15s eq3001AU Natural Silver 1 square medium

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเครื่องสุดท้ายเป็น Hp 15s-eq3001AU ซึ่งสเปคของมันถือว่าครบจบจากโรงงานโดยได้แรม 16GB และซีพียู AMD Ryzen รหัสพิเศษและได้ Microsoft Office ติดเครื่องมาพร้อมใช้งานอีกด้วย เรียกว่าซื้อมาเปิดทำงานได้เลยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มก็ได้

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ น้ำหนัก 1.69 กิโลกรัม จัดว่าเป็นรุ่นเด็ดสเปคดี น่าซื้อมาใช้งานมาก

สเปคของ Hp 15s-eq3001AU
CPU AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.3GHz
GPU AMD Radeon Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
Weight 1.69 กิโลกรัม
Price 19,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

charlesdeluvio Lks7vei eAg unsplash 1

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท ณ ปี 2023 นี้ สเปคดีขึ้นมากระดับใช้ทำงานต่างๆ ได้สบายๆ และราคาก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับสเปคที่ได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเป็นเครื่องใหม่มากๆ และยิ่งมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA เสริมเช่นนี้ ซื้อมาใช้คุ้มค่าทำงานได้สะดวกขึ้นแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20000 1

7 Wireless Charging 1

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

from:https://notebookspec.com/web/685973-7-laptop-under-20000-banana-2023

แนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20่,000 สเปคแรง ราคาดีที่ BaNANA Online

Acer BNN

ปี 2023 นี้ใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สเปคแรงแต่ราคาย่อมเยาว์หรือใครที่ตั้งงบกับโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ไว้ วันนี้แอดขอแนะนำลิสต์โน๊ตบุ๊ค Acer ที่ราคาไม่เกิน 20,000 บาท รุ่นฮิต รุ่นฮอต ที่สำคัญซื้อที่ BaNANA Online ยิ่งได้ราคาที่ถูกกว่าพร้อมส่วนลดและของแถมอีกเพียบ มีรุ่นไหนน่าสนบ้างมาดูกัน

Advertisementavw

BNN Hero Banner PC2 Acer Brand Fair 010223 150223 homepage desktop banner medium

  1. Acer Aspire A515-45-R503_Silver 

   ราคา: 16,990 บาท จากราคาปกติ 19,900 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

1 Button Click

  1. โน๊ตบุ๊ค Acer Aspire A315-35-P9YL_Silver

    ราคา: 10,990 บาท จากราคาปกติ 14,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

2
Button Click

  1. Acer Aspire A315-58-55EX Pure Silver

    ราคา: 16,990 บาท จากปกติราคา 20,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

3

Button Click

  1. Acer Aspire A515-45-R8QC_Silver

    ราคา: 14,990 บาท จากปกติราคา 16,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 4
Button Click

  1. Acer Aspire A315-23-R77T_Black

    ราคา: 9,990 บาท จากปกติราคา 11,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

5

Button Click

  1. Acer Aspire A315-24P-R6XV_Silver

   ราคา: 18,990 บาท ชอปเลยที่ >>  BaNANA Online 

6

Button Click

สำหรับใครที่อยากได้โน๊ตบุ๊คที่สเปกเร็วแรงกว่าของ Acer สามารถเลือกชอปหรือดูสินค้าอื่นๆ ได้ BaNANA Online แหล่งรวมสินค้าไอทีและ Gadget ที่ครบครันที่สุด และมีราคากับโปรโมชันที่คุ้มสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด ตอนนี้มีบริการดีๆ อยากแนะนำกับ 1 Hour. Service Click and Collect เลือกซื้อสินค้าบน BaNANA Online และเลือกรับสินค้าที่สาขาที่คุณสะดวกได้ภายใน 1 ชั่วโมง ช้อปแบบไม่ช้อตฟีล ได้สินค้าไวสุดต้องที่ BaNANA Online หรือ BNN Application  เท่านั้น 

bnn

หมายเหตุ:

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงราคา, ส่วนลด ,ของแถมและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

– รายการส่งเสริมการขาย มีผลระยะเวลาวันที่ 1 ก.พ. 2566 – 15 ก.พ. 2566 เท่านั้น

from:https://notebookspec.com/web/686009-promotion-acer-banana-online

วิธีแก้ error 0x8007045d บน Windows 10/11

error 0x8007045d ปัญหาใหญ่ของระบบปฎิบัติการ Windows ที่ใครๆ ก็อาจจะเจอได้ มันคืออะไร? สาเหตุมาจากไหน? และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร มาลองติดตามกัน

error 0x8007045d
error 0x8007045d ปัญหาข้อผิดพลาดสุดโหดที่คุณควรรู้

Windows เป็นระบบปฎิบัติการที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติที่มันจะตามมาด้วยการพับเจอปัญหามากมาย บางข้อผิดพลาดผู้ใช้ก็ยังสามารถที่จะใช้งานระบบต่อไปได้ แต่บางข้อผิดพลาดก็อาจจะถึงขึ้นทำให้ระบบล่มจนสามารถใช้งานต่อเนื่องไม่ได้

ในวันนี้เราขอยกเอาอีกปัญหาหนึ่งอย่าง error 0x8007045d ที่ใครๆ ก็สามารถที่จะเจอกับปัญหานี้ได้(หรืออาจจะเคยเจอมาก่อนแล้ว) มาดูกันว่าเจ้า error 0x8007045d มันคืออะไร มีต้นเหตุมาจากไหน? พร้อมวิธีการแก้ไขเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้เองกัน จะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกันได้เลย

Advertisementavw


Error 0x8007045d คืออะไร?

error 0x8007045d 1

error 0x8007045d หรือข้อผิดพลาด 0x8007045d เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้ Windows ที่สามารถพบกันได้ทุกคน โดยปกติิแล้วข้อผิดพลาดนี้มักเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามสำรองไฟล์(หรืออาจจะทั้งโฟลเดอร์) ด้วยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก 

หากจะว่ากันไปแล้วข้อผิดพลาด 0x8007045d บน Windows นั้นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือ

  1. เกิดขึ้นเมื่อระบบปฏิบัติการของคุณไม่สามารถค้นหาหรืออ่านไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของคุณได้
  2. เกิดขึ้นเมื่อระบบปฎิบัติการของคุณไม่สามารถที่จะทำการบันทึกไฟล์ลงไปในแหล่งเก็บข้อมูลที่คุณต้องการจัดเก็บได้

ต้นเหตุของปัญหา Error 0x8007045d

hard drive head damage

โดยปกติคุณจะพบข้อผิดพลาด 0x8007045d ขณะคัดลอกไฟล์เดียวหรือหลายไฟล์ผ่านแหล่งเก็บข้อมูลภายนอก ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็น USB Flash หรือแหล่งเก็บข้อมูลแบบ CD/DVD/Blu Ray ทว่าการเกิดขึ้นของข้อผิดพลาด 0x8007045d บน Windows 10 และ Windows 11 ที่พบได้มากที่สุดก็คือตามอที่ระบบปฎิบัติการกำลังทำการโหลดอัปเดต(หรือระหว่างการอัปเดท) ตัวระบบปฎิบัติการ Windows แต่อย่างไรก็ตามข้อผิดพลาดนี้ยังปรากฏขึ้นระหว่างการถ่ายโอนไฟล์ที่ผิดพลาดหรือการสำรองข้อมูลได้ด้วยอีกต่างหาก

ข้อผิดพลาดอาจปรากฏเป็นการแจ้งเตือนได้ดังต่อไปนี้

  • Windows cannot install the required files. Make sure all the files necessary for installation are available, and restart the installation. Error code: 0x8007045D
  • Error 0x8007045D: The request could not be performed because of an I/O device error.

ข้อผิดพลาด 0x8007045d ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถค้นหาหรืออ่านไฟล์ของคุณได้ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าแหล่งเก็บข้อมูลที่คุณทำการเก็บไฟล์นั้นอยู่อาจจะมีปัญหา หรือในบางกรณีเองนั้น ข้อผิดพลาด 0x8007045d อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีกเช่นซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาระหว่างการติดตั้งหรือฮาร์ดแวร์อย่างแหล่งเก็บข้อมูลเกิดการเสียหาย ทั้งนี้อาการที่คุณจะพบได้ก็คือการไม่สามารถอ่านไฟล์หรือเกิดข้อผิดพลาดในการคัดลอกไฟล์เหล่านั้นในทุกๆ ครั้ง

หากจะให้พูดกันตรงๆ แล้วนั้นรหัสข้อผิดพลาด 0x8007045d มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ผู้ใช้เจอได้ซึ่งสามารถที่จะแยกออกมาได้ดังต่อไปนี้

  • Registry Editor เกิดความเสียหาย
  • ไฟล์ระบบปฎิบัติการหรือโปรแกรมเกิดความเสียหาย(บางไฟล์)
  • ไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตอาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการโหลด
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายนอกของคุณอย่าง external hard drive, USB drive, CD, DVD หรือ Blu ray มีปัญหาซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากช่องเชื่อมต่อส่วนใหญ่คือ USB หรือตัวแหล่งเก็บข้อมูลนั้นๆ มีปัญหา(ตัวอย่างเช่นหากเป็นแผ่น CD/DVD นั้นก็อาจจะมาจากการที่ตัวแผ่นได้รับการเก็บรักษาไม่ดีจนทำให้เกิดรอยขึ้นทางด้านหลังของแผ่น)
  • หน่วยความจำของตัวเครื่อง(หรือ RAM) ของคุณอาจจะมีปัญหา
  • พอร์ต USB ที่คุณใช้ในการเชื่อมต่อมีปัญหา

ข้อผิดพลาด 0x8007045d เป็นเรื่องปกติและไม่มีผลกระทบระยะยาวกับคอมพิวเตอร์ของคุณ ดังนั้นเมื่อเกิดข้อผิดพลาดคุณต้องลองใช้วิธีการที่มีอยู่ทั้งหมดทีละวิธีจนกว่าจะแก้ไขได้

แต่หากคุณลองทุกวิธีการแล้วยังพบปัญหาเดิมอยู่นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าเซ็กเตอร์ใน Hard disk ที่คุณใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คของคุณเกิดความเสียหาย ซึ่งการเสียหายนี้นั้นถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลเสียต่อความสมบูรณ์โดยรวมของไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ใน Hard disk นั้นๆ ดังนั้นคุณควรสำรองไฟล์อื่นๆ ที่สำคัญทั้งหมดเอาไว้ที่อื่นแล้วรีบไปหาช่างที่คุณไว้ใจได้เพื่อเช็คอาการดูโดยด่วย


วิธีแก้ไขปัญหา Error 0x8007045d เบื้องต้นที่คุณทำได้

1. Restart Windows

Ewfvt

หากคุณพบข้อผิดพลาด 0x8007045d ให้ลองรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คของคุณเพื่อแก้ไขดูก่อนเป็นลำดับแรก  โดยทั่วไปแล้ววิธีการนี้ใช้ได้ผลเสมอกับปัญหาส่วนใหญ่ของ Windows ดังนั้นการรีสตาร์ท Windows จึงถือว่าเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและสิ่งแรกที่คุณควรจะลองทำเมื่อเจอปัญหาใดๆ ก็ตามบนระบบปฎิบัติการ Windows

ทั้งนี้หากทำการรีสตาร์ทแล้วยังพบข้อผิดพลาดอยู่นั่นอาจจะหมายความว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเริ่มมีปัญหาที่ใหญ่มากกว่าการที่ระบบปฎิบัติการ Windows ที่ได้รับการเริ่มต้นการทำงานใหม่ผ่านการรีสตาร์ทไม่สามารถช่วยได้เช่นเครื่องของคุณอาจจะมีข้อผิดพลาดของอุปกรณ์ I/O ให้คุณลองวิธีการต่อไป

2. ทำการอัปเดต Windows

windows update 1

วิธีการแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดรองลงมาที่คุณควรทำเป็นอย่างที่สองเลยก็คือลองทำการอัปเดทระบบปฎิบัติการ Windows ผ่านทาง Windows Update โดยตรง เพราะการอัปเดทระบบปฎิบัติการ Windows ในแต่ละครั้งนั้นจะมีการเขียนบันทึกไฟล์ระบบใหม่ลงไปด้วย สำหรับวิธีการนั้นให้คุณทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. กดปุ่ม Win + I เพื่อเปิด Windows Settings
  2. คลิกที่ Windows Update
  3. จากนั้นคลิกที่ Check for updates
  4. คลิกที่ Download & install เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งระบบปฎิบัติการ Windows เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการอัปเดทและเพิ่มการแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ

3. ลองใช้พอร์ต USB อื่น

usb flash drive ports latptop

จริงๆ แล้ววิธีการนี้ควรเป็นวิธีการแรก แต่ที่เรานำมาเอาไว้เป็นขั้นตอนที่ 3 นั้นก็เนื่องมาจากว่าหากคุณพบว่าพอร์ต USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คมีปัญหานั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาร์ดแวร์หลักของเครื่องอย่างเมนบอร์ดอาจจะเกิดข้อผิดพลาดซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ดเสียหายเองหรือแหล่งจ่ายไฟมีปัญหา

และที่สำคัญเลยนั้นก็คือวิธีการนี้จะใช้งานได้เฉพาะก็ต่อเมื่อคุณเกิดข้อผิดพลาด 0x8007045d กับแหหล่งเก็บข้อมูลภายนอกที่เชื่อมต่อผ่าน USB เท่านั้น วิธีการก็คือให้คุณลองทำการเสียบแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกเข้ากับพอร์ต USB อื่นที่มีอยู่ทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของคุณทีละพอร์ตๆ หากลองเปลี่ยนพอร์ต USB แล้วพบว่าพอร์ต USB ใหม่นั้นสามารถใช้งานได้โดยไม่พบข้อผิดพลาด 0x8007045d เราขอให้คุณทำการรีบสำรองข้อมูลให้หมดแล้วให้คุณนำเครื่องไปหาช่างที่เชี่ยวชาญที่คุณไว้ใจเพื่อทำการบอกปัญหาโดยด่วนเพื่อทำการตรวจสอบดูว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่องหรือไม่(ควรทำเป็นอย่างยิ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คของคุณยังอยู่ในประกัน)

บางครั้งการใช้ USB HUB หรือตัวขยายพอร์ต USB ก็อาจจะก่อให้เกิดข้อผิดพลาด 0x8007045d นี้ขึ้นได้เช่นกันดังนั้นเพื่อไม่ประมาทคุณควรต่อแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกกับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของคุณโดยตรงดู

4. ดาวน์โหลดไฟล์ที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง

asdasdasvv easfdsfsdf

หากข้อผิดพลาด 0x8007045d ปรากฏขึ้นขณะพยายามเปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากทั้งอินเทอร์เน็ตหรือไฟล์ที่อยู่ใน Flash Drive เองแล้วนั้นบางทีปัญหาทั้งหมดอาจจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดระหว่างการดาวน์โหลดหรือบันทึกไฟล์ลงแหล่งเก็บข้อมูลนั้นๆ ซึ่งทำให้ไฟล์นั้นๆ ที่มีปัญหานี้ไม่สมบูรณ์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเจอข้อผิดพลาด 0x8007045d ได้

หากเป็นกรณีนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือดาวน์โหลดไฟล์ของคุณจากแหล่งเก็บข้อมูลต้นฉบับใหม่ โดยหากเป็นไปได้หากไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์งานคุณควรลองเปิดไฟล์ดังกล่าวจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คที่เป็นแหล่งของต้นฉบับไฟล์นั้นดูก่อนว่าสามารถเปิดใช้งานได้ปกติหรือไม่(หากเป็นไฟล์ที่โหลดจากอินเทอร์เน็ตเราขอแนะนำให้คุณทำการดาวน์โหลดไฟล์นั้นใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง)

5. เรียกใช้ Hardware and Device Windows Troubleshooter

hardware and device

Microsoft ได้จัดทำเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้คุณทำการแก้ไขข้อผิดพลาดเบื้องต้นต่างๆ บนระบบปฎิบัติการ Windows ได้ด้วยตัวของคุณเอง โดยตัว Hardware and Device troubleshooter นั้นจะทำการวินิจฉัยคอมพิวเตอร์ของคุณทั้งในส่วนของระบบไฟล์ของตัวระบบปฎิบัติการ(เช่น Driver) รวมถึงวินิจฉัยฮาร์ดแวร์ที่ทำการเชื่อมต่อที่มีปัญหาและสามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นบนคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คระบบปฎิบัติการ Windows ของคุณได้

สำหรับขึ้นตอนต่อไปนี้เราขอแนะนำให้คุณทำเมื่อคุณพบปัญหาข้อผิดพลาด 0x8007045d กับแหล่งเก็บข้อมูลภายนอก(อย่าง USB Flash, External Hard disk หรือแหล่งเก็บข้อมูลแบบ CD/DVD/Blu Ray) เนื่องจากเป็นไปได้ว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d นั้นอาจเกิดจากฮาร์ดแวร์ของแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกเอง วิธีการก็คือให้คุณเชื่อมต่อแหล่งเก็บข้อมูลที่พบข้อผิดพลาด 0x8007045d แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ไปที่แถบค้นหา(ไอคอนแว่นขยาย) ที่ Start พิมพ์ ‘cmd’ แล้วเลือก Command Prompt
  • จากนั้นให้ทำการพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter (หรือจะคัดลอกไปวางเลยก็ได้)

msdt.exe -id DeviceDiagnostic

Windows จะทำการเด้งหน้าจอ นี่Hardware and Devices ขึ้นมาจากนั้นให้คุณทำการเลือก Next แล้วตัวซอฟต์แวร์จะเริ่มสแกน Windows ของคุณเพื่อหาปัญหา ทันทีที่พบข้อผิดพลาดเครื่องมือจะแก้ไขทันทีโดยอัตโนมัติ หลังจากเสร็จสิ้นให้ลองตรวจสอบดูว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d ยังคงอยู่หรือไม่

6. ปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสขึ้นชื่อเรื่องการแทรกแซงการอัปเดตและการติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณพยายามสำรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบปฎิบัติการของซึ่งในที่สุดอาจจะก่อให้เกิดข้อผิดพลาด 0x8007045d ขึ้นมาได้อันเนื่องมาจากว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นๆ ไม่สามารถที่จะบนทึกลงไปในแหล่งเก็บข้อมูลหลักของคุณได้

หากคุณคิดว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d เกิดปัญหาขึ้นจากซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหรือไฟร์วอลล์นี้ให้คุณลองปิดการทำงานของซอฟ์ตแวร์ป้องกันไวรัส(ที่คุณใช้)ดูแล้วตามด้วยการปิดไฟร์วอลล์ดังวิธีการต่อไปนี้

ขอให้คุณตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าไฟล์ที่เกิดข้อผิดพลาด 0x8007045d นั้นไม่ได้ติดไวรัสก่อนที่คุณจะดำเนินการใดๆ ต่อไป

error 0x8007045d 5
  • เปิด Control Panel จากนั้นมองหาและคลิกที่ Windows Defender Firewall
error 0x8007045d 6
  • คลิกตัวเลือก Turn Windows Defender Firewall on or off เพื่อดำเนินการต่อ
error 0x8007045d 7
  • ทำเครื่องหมายที่ตัวเลือก Turn off Windows Defender Firewall ในการตั้งค่าเครือข่ายส่วนตัว และคลิก OK เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง

หลังจากปิดใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์แล้ว ให้ตรวจสอบว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d Windows ได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ หากข้อผิดพลาดยังคงอยู่ ให้เปิดใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์กลับเพื่อป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากการถูกโจมตีจากนั้นลองใช้วิธีอื่นต่อไป

7. บูตคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าใช้งานผ่าน Safe Mode

ในกรณีที่คุณไม่สามารถปิดปิดการทำงานของซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยได้(ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม) การเข้าสู่ Safe Mode เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาทำเพื่อทำการทดสอบดูว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะ Safe Mode นี้รันโปรแกรมและบริการต่างๆ ของระบบปฎิบัติการ Windows และซอฟต์แวร์ที่คุณติดตั้งน้อยที่สุด สำหรับวิธีการเข้าสู่ Safe Mode นั้นให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

error 0x8007045d 8
  1. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
  2. คลิก Start แล้วเปิด Run พิมพ์ msconfig ตามด้วยกด Enter
  3. คลิกปุ่ม Boot ในแอปเพล็ต Systems Configuration จากนั้นคลิก Safe Boot แล้วเลือกตัวเลือก Minimal จากนั้นให้คลิก OK เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
  4. คลิกปุ่ม Restart เพื่อรีบูตระบบของคุณในหน้าต่างป๊อปอัป จากนั้นตรวจสอบว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d Windows ได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่

8. ลองทำการ Update Driver ของแหล่งเก็บข้อมูลที่มีปัญหา

device manager 1

เอาจริงๆ แล้วนั้นข้อผิดพลาด 0x8007045d นั้นมักจะไม่ค่อยมีสาเหตุมาจากข้อผิดพลาดของไดรเวอร์แหล่งเก็บข้อมูลสักเท่าไรนัก แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่เช่นเดียวกันว่าไดรเวอร์ของแหล่งเก็บข้อมูลอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ดังนั้นหากมีปัญหากับไดรเวอร์ CD/DVD หรือแหล่งเก็บข้อมูลที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB ให้คุณลองทำการอัปเดทไดร์เวอร์ของมั้นดูโดยทำการขึ้นตอนต่อไปนี้

  1. ไปที่แถบค้นหา(ไอคอนรูปแว่นขยาย) ของ Start menu พิมพ์ ‘device manager’ แล้วคลิกเลือกเพื่อเปิด
  2. ใน Device manager ให้ไปที่ DVD/USB Drivers จากนั้นคลิกขวาที่ไดรเวอร์นั้น
  3. เลือก Update driver เพื่อเริ่มอัปเดตไดรเวอร์ของคุณ

ตัวช่วยทำการอัปเดตจะเปิดขึ้นมา ให้คุณเลือกตัวเลือก Search automatically for drivers เมื่อเสร็จสิ้นให้ลองดูว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d ถูกแก้ไขไปแล้วหรือยัง

9. ตรวจสอบไดรฟ์

9192e0aa 120d 91d6 131f b5f2f604819b

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่เราไม่อยากให้คุณได้พบเจอนั่นก็คือการเสียหายของเซกเตอร์บนพื้แหล่งเก็บข้อมูลหลักของคุณซึ่งหากคุณเจอกับปัญหานี้จริงข้อผิดพลาด 0x8007045d ก็อาจจะเกิดขึ้นกับคุณได้ โชคดีที่คุณสามารถใช้การตรวจสอบไดรฟ์เพื่อทำการค้นหาเซกเตอร์เสียของแหล่งเก็บข้อมูลได้โดยให้เปิด My Computer เลือกไปที่ไดรฟ์ที่คุณต้องการจัดเก็บข้อมูล(ที่มีปัญหาข้อผิดพลาด 0x8007045d) แล้วคลิกขวาจากนั้นเลือก Properties แล้วเลือกไปที่แท็บ Tools จากนั้นตรง Error-checking ให้เลือก Check now แล้วรอดูว่าระบบแจ้งว่ามีข้อผิดพลาดกับไดวฟ์ที่จะจัดเก็บข้อมูลของคุณหรือไม่

หากคุณเจอแจ้งเตือนว่าพบปัญหาเราขอแนะนำให้รีบสำรองข้อมูลของคุณลงไดรฟ์อื่นให้หมดแล้วรีบนำเครื่องคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของคุณไปหาช่างผู้เชี่ยวชาญโดยด่วนเพราะนี้อาจจะเป็นสัญญาณว่าแหล่งเก็บข้อมูลหลักของคุณเกิดปัญหาขึ้นแล้ว

หากตัวขั้นตอนทางด้านบนตรวจไม่พบแต่คุณก็ยังเจอปัญหาข้อผิดพลาด 0x8007045d อยู่ตลอดเวลาเราอยากให้คุณลองใช้ฟีเจอร์ Surface Test ของ MiniTool Partition Wizard ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ฟรีที่จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบการเสียหายของเซกเตอร์บนแหล่งเก็บข้อมูลหลักได้อย่างง่ายดาย (นอกไปจากนั้นยังมีฟีเจอร์เด่นๆ ที่ช่วยจัดการแหล่งเก็บข้อมูลได้อีกเช่น Format Partition, Data Recovery, Check File System, Disk Benchmark และอื่นๆ) หลังจากดาวน์โหลดและติดตั้ง MiniTool Partition Wizard Free Edition ลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้เปิดใช้งานโปรแกรมแล้วทำตามขั้นตอนด้านล่างต่อไปนี้

error 0x8007045d 2
  • เลือกไดรฟ์เป้าหมาย จากนั้นคลิก Surface Test ในแผงการทำงานด้านซ้าย
error 0x8007045d 3
  • คลิกปุ่ม Start Now เพื่อเริ่มการสแกน จากนั้นรอให้กระบวนการสแกนเสร็จสิ้นอย่างใจเย็น(เพราะการทำงานนี้จะใช้เวลามากน้อยตามขนาดพื้นที่ทั้งหมดของไดรฟ์ที่คุณทำการสแกน) หากผลการสแกนเป็นสีแดง แสดงว่ามีเซกเตอร์เสียในไดรฟ์และคุณจำเป็นต้องซ่อมแซมแหล่งเก็บข้อมูลนั้นอย่างเร่งด่วนโดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คไปหาผู้เชี่ยวชาญพร้อมบอกปัญหา หากไม่มีเซกเตอร์เสียในไดรฟ์คุณควรตรวจสอบที่อื่นเพื่อหาต้นตอของข้อผิดพลาด

10. ลดขนาด Hard Drive

error 0x8007045d 4

สำหรับผู้ที่พบข้อผิดพลาด 0x8007045d เมื่อคัดลอก/ถ่ายโอนข้อมูลไปยังอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก การลดขนาดฮาร์ดไดรฟ์อาจจะมีผลทำให้ข้อผิดพลาด 0x8007045d หายไปได้

ก่อนลดขนาดฮาร์ดไดรฟ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบและควรมั่นใจว่าคุณรู้จักขั้นตอนดังกล่าวนี้ดี หากคุณไม่มั่นใจแล้วอย่าทำขั้นตอนนี้เพราะอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดกับไฟล์ที่อยู่ในไดรฟ์ไฟล์อื่นๆ ได้

หากคุณมั่นใจว่าคุณแกร่งพอให้คุณทำตามวิธีการข้างล่างต่อไปนี้

  1. พิมพ์ control panel ในช่องค้นหา จากนั้นคลิกที่ Control Panel จากผลการค้นหาเพื่อเปิด
  2. คลิกที่ตัวเลือก System and Security ใน Control Panel เพื่อดำเนินการต่อ
  3. ในหน้า System and Security คลิก Create and format hard disk partitions เพื่อดำเนินการต่อ
  4. จากนั้น Disk Management จะเปิดขึ้น คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่คุณต้องการลดขนาด จากนั้นเลือกตัวเลือก Shrink Volume จากรายการ จากนั้นการดำเนินการจะเสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติ

11. ถ่ายโอนไฟล์ผ่านคลาวด์

02 secure file transfer

หากคุณไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ผ่านแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกได้เลยหลังจากที่ลองทุกอย่างแล้ว แหล่งเก็บข้อมูลภายนอกนั้นๆ ของคุณอาจเสียหายทางกายภาพอย่างรุ่นแรงจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณรีบแล้วล่ะก็เราขอแนะนำให้คุณส่งไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณผ่าน Cloud Service เช่น Google Drive, Dropbox หรือ One Drive แทนด้วยวิธีนี้ คุณจะข้อผิดพลาดดังกล่าว(แต่ต้องมั่นใจว่าไฟล์ต้นฉบับของคุณไม่มีปัญหาเท่านั้นนะ)


สรุป

อย่างที่เราบอกไปในตอนต้นว่าข้อผิดพลาด 0x8007045d นั้นเป็นข้อผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเวลาที่เกิดและต้นเหตุของปัญหานั้นอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนั้นแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้คุณควรรักษาแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกที่คุณใช้ในการโอนถ่ายไฟล์สำหรับการทำงานต่างๆ ให้ดี การเก็บไฟล์ไว้บนระบบ Cloud ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาข้อมูลที่สำคัญให้กับคุณได้(แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากคุณต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลปริมาณมาก)

ทั้งนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับข้อผิดพลาด 0x8007045d ได้

ที่มา : lifewire, makeuseof, partitionwizard

from:https://notebookspec.com/web/685952-how-to-fix-the-0x8007045d-error-on-windows-10-or-11

7 ที่ชาร์จไร้สายน่าใช้ ชาร์จไวสะใจไม่ต้องรอนานแถมสะดวกด้วย!! เริ่มแค่ 499 บาท อัพเดท 2023

ที่ชาร์จไร้สายเป็นแกดเจ็ตน่าใช้อีกชิ้นสำหรับคนใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ณ ตอนนี้

7 Wireless Charging 1

ที่ชาร์จไร้สายเป็นแกดเจ็ดที่ออกแบบมาใช้งานกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริมอย่างหูฟังไร้สาย True Wireless (TWS) และสมาร์ทว็อชซึ่งออกแบบมาใช้งานคู่กันแล้วมีระบบชาร์จไร้สาย ณ ตอนนี้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำหลายเจ้าก็ติดตั้งฟีเจอร์นี้มาเป็นพื้นฐานสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงแล้วแถมยังพัฒนาให้ชาร์จได้เร็วขึ้นอีกด้วย บางแบรนด์ก็ออกแบบให้ชาร์จไร้สายกระแส 50 วัตต์ได้เลยทีเดียว เรียกว่าชาร์จได้เร็วทันใจไม่แพ้สายชาร์จกับอแดปเตอร์ชาร์จไวที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำหลายๆ เจ้าโฆษณากันอย่างสนุกสนานเลย

Advertisementavw

สำหรับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จไร้สายนั้น คือ มาตรฐาน Qi (ชี่) ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้วผู้ที่สนใจสามารถอ่านในบทความนี้เพิ่มเติมได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองก็ชื่นชอบฟีเจอร์นี้เป็นอย่างมากนั่นเพราะสะดวกและปลอดภัยมาก เพียงเราเอาอุปกรณ์ที่ต้องการไปวางทิ้งเอาไว้แล้วระบบชาร์จก็จะทำงานให้เองโดยอัตโนมัติและถ้าชาร์จเต็ม ตัวระบบก็มีตัวตัดไฟป้องกันชาร์จเกินแล้วเครื่องร้อนจนเกิดความเสียหายได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าสมาร์ทโฟนของใครรองรับการชาร์จไร้สายก็แนะนำให้ลองใช้เทคโนโลยีนี้ดู เชื่อว่าจะถูกใจฟีเจอร์นี้อย่างแน่นอน

ที่ชาร์จไร้สาย

สรุปสเปค 7 ที่ชาร์จไร้สายน่าใช้ มีแล้วชีวิตสะดวกขึ้นอย่างแน่นอน!

สเปคที่ชาร์จไร้สาย จำนวนอุปกรณ์ กำลังชาร์จและพอร์ต ราคา (บาท)
Hoco CW33 3-in-1 Wireless Charger 3 ชิ้น

สมาร์ทโฟน, TWS, สมาร์ทว็อช

15 วัตต์ (สมาร์ทโฟน)

3 วัตต์ (TWS)

USB-C

499
Baseus MagCharge Magnetic Simple Mini 2 1 ชิ้น

ระบบ MagSafe เป็นแม่เหล็ก

15 วัตต์ มีหน้าจอแสดงผล

USB-C

729
Xiaomi Vertical Air-cooled Wireless Charger 55W 1 ชิ้น

เป็นแท่นชาร์จกำลังสูง

55 วัตต์

USB-C

1,099
AUKEY LC-A1S 1 ชิ้น

เป็นแม่เหล็กดูดติดสมาร์ทโฟน

15 วัตต์

USB-C

990
AUKEY LC-A3 3 ชิ้น

สมาร์ทโฟน, TWS, สมาร์ทว็อช

20 วัตต์ (รวม)

10 วัตต์ (สมาร์ทโฟน)

5 วัตต์ (TWS, สมาร์ทว็อช)

USB-C

1,590
AUKEY LC-Q10 3 ชิ้น

สมาร์ทโฟน, TWS, สมาร์ทว็อช

25 วัตต์ (รวม)

10 วัตต์ (สมาร์ทโฟน)

5 วัตต์ (TWS, สมาร์ทว็อช)

USB-C

1,690
RIN นาฬิกาหัวเตียงพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย 1 ชิ้น

สมาร์ทโฟนหรือ TWS

5 วัตต์

ต่อปลั๊กไฟบ้านตามปกติ

1,250

7 ที่ชาร์จไร้สายน่าใช้ ชาร์จไวและสะดวกจนลืมสายชาร์จเลย!

ที่ชาร์จไร้สาย ณ ปัจจุบันนี้จะมีให้เลือกหลากหลายแบบและดีไซน์ ตั้งแต่แท่นชาร์จแนวนอน, ตั้ง หรือจะเป็นแบบชาร์จพร้อมกันได้ 3-5 อุปกรณ์พร้อมกันก็ได้ หรือแม้แต่รวมเอาไว้กับเครื่องใช้อื่นๆ ด้วยซ้ำ ซึ่งที่ชาร์จไร้สายทั้ง 7 รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Hoco CW33 3-in-1 Wireless Charger (499 บาท)
  2. Baseus MagCharge Magnetic Simple Mini 2 (729 บาท)
  3. Xiaomi Vertical Air-cooled Wireless Charger 55W (1,090 บาท)
  4. AUKEY LC-A1S (990 บาท)
  5. AUKEY LC-A3 (1,590 บาท)
  6. AUKEY LC-Q10 (1,590 บาท)
  7. RIN นาฬิกาหัวเตียงพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย (1,250 บาท)
1. Hoco CW33 3-in-1 Wireless Charger (499 บาท)

bc22faa462a3dc48ad6f754d04913a23

Hoco CW33 3-in-1 Wireless Charger เป็นแท่นชาร์จไร้สายดีไซน์ให้ชาร์จแกดเจ็ตพร้อมกับสมาร์ทโฟนได้ 3 ชิ้นพร้อมกัน โดยกำลังชาร์จสูงสุดสำหรับสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 15 วัตตํ และชาร์จให้กับหูฟัง TWS ที่รองรับการชาร์จไร้สายด้วยโดยมีกำลังชาร์จ 3W มีแท่นสำหรับใส่ตัวชาร์จสมาร์ทว็อชอีกด้วย พอร์ตที่ตัวแท่นชาร์จเป็น USB-C ส่วนวัสดุของแท่นชาร์จตัวนี้เป็นพลาสติก PC ผสมกับ ABS แข็งแรงและน้ำหนักเบาระดับหนึ่งและยังมีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จอีก 2 ดวงด้วย ซึ่งตัวชาร์จนี้เหมาะกับผู้ใช้ iPhone, Apple Watch และ AirPods อย่างแน่นอน

สเปคของ Hoco CW33 3-in-1 Wireless Charger
จำนวนอุปกรณ์ 3 ชิ้น รองรับสมาร์ทโฟน, TWS และสมาร์ทว็อช
กำลังชาร์จและพอร์ต 15 วัตต์ (สมาร์ทโฟน) / 3 วัตต์ (TWS)

มีแท่นติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ทว็อช มีพอร์ต USB-C

ราคา 499 บาท (gadget_d.dee Shopee)
2. Baseus MagCharge Magnetic Simple Mini 2 (729 บาท)

sg 11134201 23020

ส่วนผู้ใช้คนไหนใช้ iPhone หรืออุปกรณ์ที่ใช้ชาร์จระบบ MagSafe ได้ แต่ราคาของทาง Apple แพงเกินไปล่ะก็หันมาซื้อ Baseus MagCharge Magnetic Simple Mini 2 ตัวนี้แทนได้เลย ใช้งานได้เหมือนกัน มีกำลังชาร์จสูงสุด 15 วัตต์ ใช้ชาร์จได้ทีละชิ้นเท่านั้น ใช้ชาร์จ iPhone และ AirPods ได้และยังมีหน้าจอแสดงกำลังไฟตอนชาร์จติดตั้งมาให้กับตัวสายอีกด้วย ส่วนหัวสายอีกด้านเป็น USB-C ใช้ต่อกับอแดปเตอร์ได้หลากหลายแบบ หากใครหาที่ชาร์จไร้สายระบบ MagSafe แบบไม่แพงมาก แนะนำให้ซื้อตัวนี้ไปใช้งาน

สเปคของ Baseus MagCharge Magnetic Simple Mini 2
จำนวนอุปกรณ์ 1 ชิ้น เป็นระบบ MagSafe ดูดติดสมาร์ทโฟนด้วยแม่เหล็ก
กำลังชาร์จและพอร์ต 15 วัตต์ มีหน้าจอแสดงกำลังไฟ สายเป็น USB-C
ราคา 729 บาท (Moov Thailand Shopee)
3. Xiaomi Vertical Air-cooled Wireless Charger 55W (1,090 บาท)

d5f2c0722dbff03dd1745e8b8d6e2708

ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นจะรองรับการชาร์จไร้สายอย่างรวดเร็วแล้ว ตั้งแต่ 15~50 วัตต์ทีเดียว โดยขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าให้กำลังชาร์จมาเท่าไหร่ แต่ถ้าใครมองหาที่ชาร์จไร้สายกำลังสูงอยู่ล่ะก็  Xiaomi Vertical Air-cooled Wireless Charger 55W ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์อย่างแน่นอนด้วยกำลังชาร์จ 55 วัตต์ มีพัดลมระบายความร้อนในตัวและชาร์จทั้งที่ยังใส่เคสได้อีกด้วยแต่มีเงื่อนไขว่าเคสนั้นๆ จะต้องหนาไม่เกิน 3 มม. โดยทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้กับอแดปเตอร์กำลังชาร์จ 65 วัตต์เพื่อให้ทำงานได้เร็วเต็มประสิทธิภาพ ส่วนพอร์ตที่ตัวแท่นชาร์จเป็น USB-C ซึ่งถ้าใครใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงแล้วอยากชาร์จไร้สายให้เร็วทันใจ แท่นชาร์จตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอน

สเปคของ Xiaomi Vertical Air-cooled Wireless Charger 55W
จำนวนอุปกรณ์ 1 ชิ้น เป็นแท่นชาร์จไร้สายกำลังสูง
กำลังชาร์จและพอร์ต 55 วัตต์ สายเป็น USB-C แนะนำให้ใช้กับอแดปเตอร์กำลังสูง
ราคา 1,099 บาท (Coca Mall Shopee)
4. AUKEY LC-A1S (990 บาท)

sg 11134201 23010

ด้านแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเรื่องอุปกรณ์ชาร์จต้อง AUKEY จากเยอรมันเลย โดย AUKEY LC-A1S ตัวนี้เป็นที่ชาร์จไร้สายกำลังชาร์จ 15 วัตต์ ติดกับ iPhone ที่มี MagSafe ได้ด้วยแม่เหล็กในตัวชาร์จ ตัวสายเป็นหัว USB-C ความยาว 1.2 เมตร ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องใช้กับ iPhone ที่มี MagSafe เท่านั้น หากใครมี iPhone ที่รองรับการชาร์จไร้สาย, หูฟัง TWS ที่ชาร์จไร้สายได้หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน Android ก็ใช้กับ AUKEY LC-A1S ตัวนี้ได้เลยเช่นกัน และทาง AUKEY ก็ได้เสริมฟังก์ชั่นคุมอุณหภูมิและตรวจสอบกำลังชาร์จมาให้ในตัว ใช้งานได้ปลอดภัยอย่างแน่นอน

สเปคของ AUKEY LC-A1S
จำนวนอุปกรณ์ 1 ชิ้น เป็นระบบแม่เหล็กดูดติดสมาร์ทโฟน
กำลังชาร์จและพอร์ต 15 วัตต์ สายเป็น USB-C แนะนำให้ใช้กับอแดปเตอร์ 20 วัตต์
ราคา 990 บาท (AUKEY Shopee Mall)
5. AUKEY LC-A3 (1,590 บาท)

sg 11134201 22110 wq2m343q70jv8c

AUKEY LC-A3 ตัวนี้เป็นแท่นชาร์จไร้สาย 3 อุปกรณ์ของ AUKEY ซึ่งตัวแท่นชาร์จจะมีไฟ LED ติดตั้งมาเพื่อแสดงสถานการชาร์จ กำลังชาร์จรวม 20 วัตต์ ส่วนกำลังชาร์จของสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 10 วัตต์ และอุปกรณ์เสริมอย่างหูฟัง TWS จะมีกำลังชาร์จ 5 วัตต์ มีแท่นชาร์จ Apple Watch กำลังชาร์จ 5 วัตต์ ด้วย ด้านพอร์ตต่อแท่นชาร์จไร้สาย AUKEY จะเป็นหัว USB-C ซึ่งแท่นชาร์จไร้สายตัวนี้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ iPhone และสินค้า Apple โดยเฉพาะ หากใครใช้อุปกรณ์ iOS อยู่ล่ะก็แนะนำให้ซื้อแท่นชาร์จนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ AUKEY LC-A3
จำนวนอุปกรณ์ 3 ชิ้น รองรับสมาร์ทโฟน, TWS และสมาร์ทว็อช
กำลังชาร์จและพอร์ต กำลังชาร์จรวม 20 วัตต์
แยกเป็น 10 วัตต์ (สมาร์ทโฟน) / 5 วัตต์ (TWS) /
5 วัตต์ (Apple Watch)

มีแท่นติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ทว็อช มีพอร์ต USB-C

ราคา 1,590 บาท (AUKEY Shopee Mall)
6. AUKEY LC-Q10 (1,590 บาท)

f282c03f08eabe0fc664c6a338bd42c5

ส่วนที่ชาร์จไร้สายรหัส AUKEY LC-Q10 ตัวนี้ก็ใช้ชาร์จอุปกรณ์และสมาร์ทโฟนได้พร้อมกันสูงสุด 3 ชิ้นทีเดียว โดยตัวแท่นชาร์จนี้จะรองรับกำลังไฟสูงสุด 25 วัตต์ โดยใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนที่ใส่เคสหนาไม่เกิน 3 มม. ได้ทันที, หูฟัง TWS ได้ ส่วน Apple Watch จะต้องใช้สายของทาง Apple ควบคู่ด้วย โดยแท่นชาร์จนี้จะมีอแดปเตอร์กำลังชาร์จ 36 วัตต์แถมมาให้ในแพ็คเกจ ตัวแท่นชาร์จมีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จด้วย เหมาะกับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนและแกดเจ็ตของ Apple และผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android อย่างแน่นอน

สเปคของ AUKEY LC-Q10
จำนวนอุปกรณ์ 3 ชิ้น รองรับสมาร์ทโฟน, TWS และสมาร์ทว็อช
กำลังชาร์จและพอร์ต กำลังชาร์จรวม 25 วัตต์
แยกเป็น 10 วัตต์ (สมาร์ทโฟน) / 5 วัตต์ (TWS) /
5 วัตต์ (Apple Watch)

มีช่องติดตั้งหัวชาร์จ Apple Watch
มีอแดปเตอร์ชาร์จ 36 วัตต์ แถมมาให้ในกล่อง

ราคา 1,690 บาท (AUKEY Shopee Mall)
7. RIN นาฬิกาหัวเตียงพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย (1,250 บาท)

1cecca4ad2764173dec29d1a33820056

หากเป็นแท่นชาร์จอย่างเดียวแล้วดูฟังก์ชั่นน้อยใช้งานได้ไม่เยอะ ก็มี RIN นาฬิกาหัวเตียงพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย ให้เลือกซื้อ โดยตัวแท่นชาร์จจะถูกติดตั้งเอาไว้ตรงฝาด้านบนเหนือนาฬิกา มีกำลังชาร์จ 5 วัตต์เท่านั้น แต่ถ้าใครชอบใช้มือถือจนพอใจแล้วปล่อยชาร์จไว้ทั้งคืนน่าจะถูกใจนาฬิกาเรือนนี้อย่างแน่นอน ส่วนตัวนาฬิกามีหน้าจอปรับความสว่างได้ 3 ระดับ มีไฟ Nightlight ใต้ตัวนาฬิกาให้มองเห็นเวลากลางคืนอีกด้วย แม้กำลังชาร์จจะไม่สูงมาก แต่ฟังก์ชั่นใช้งานถือว่าดีน่าใช้ไม่แพ้ที่ชาร์จไร้สายชิ้นอื่นอย่างแน่นอน

สเปคของ RIN นาฬิกาหัวเตียงพร้อมแท่นชาร์จไร้สาย
จำนวนอุปกรณ์ 1 ชิ้น ใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนหรือ TWS ได้
กำลังชาร์จและพอร์ต 5 วัตต์

เป็นนาฬิกาดิจิตอลใช้ปลั๊กไฟบ้านและมีไฟ Nightlight ในตัว

ราคา 1,250 บาท (ideacube Shopee Mall)

mikey wu r0Do56ntkBs unsplash 1

จะเห็นว่าแท่นชาร์จไร้สาย ณ ตอนนี้จะมีทั้งแบบกำลังชาร์จสูง ชาร์จแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนกลับมาเต็มได้อย่างรวดเร็วหรือจะชาร์จอุปกรณ์อื่นอย่างหูฟังไร้สายและสมาร์ทว็อชก็ได้ และถ้าใครคิดว่ารูปทรงเป็นแท่นชาร์จอย่างเดียวดูน่าเบื่อ ปัจจุบันนี้ทางผู้ผลิตก็ออกแบบดีไซน์ให้รวมไว้กับอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่นนาฬิกาตั้งโต๊ะเป็นต้น หากใครชื่นชอบหรือมองหาแท่นชาร์จไร้สายแบบไหนอยู่ก็เลือกให้เข้ากับสไตล์การใช้งานของตัวเองแล้วค่อยตัดสินใจซื้อ จะได้คุ้มค่าที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

8 เคสคอมสีขาว 1

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

7 หูฟังเกมมิ่ง 2023 1

from:https://notebookspec.com/web/685722-7-wireless-charger-2023

แนะนำปากกา iPad น่าซื้อ ราคาประหยัด ใช้งานได้ดี อัปเดต 2023

แนะนำปากกา iPad ราคาถูก น่าซื้อมาใช้งาน เขียนลื่น วาดดี อัปเดต 2023

ปากกา iPad

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็น iPad หรือ Tablet อื่นๆ ในปัจจุบันก็มักต้องมีอุปกรณ์เสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปากกา เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของการเขียน, วาดภาพ หรือทำงานกราฟฟิกต่างๆ ยิ่งกับใครที่ใช้เรียนหรือทำงาน ก็ยิ่งต้องการใช้งานปากกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่ใช้งาน iPad แต่ปากกาอย่าง Apple Pencil นั้น ก็มราคาค่อนข้างสูง ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำปากกา iPad ราคาประหยัด ที่น่าใช้งาน สามารถใช้เขียนหรือวาดได้อย่างลื่นไหล ชาร์จแบตเตอรี่ได้ง่าย เหมาะสำหรับใครที่ต้องการใช้งานปากกากับ iPad ในงบที่จำกัด


ปากกา iPad จาก Apple ในปัจจุบัน

ก่อนที่เราจะดูปากกาไอแพดแบบประหยัดกันนั้น เรามาดูกันก่อนว่า ในปัจจุบัน Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นปากกาสำหรับใช้เขียนไอแพด รุ่นไหนบ้าง มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร

Advertisementavw

สำหรับปากกาสำหรับ iPad ในปัจจุบันนั้น ยังคงมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน โดยทาง Apple ได้ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์นี้ว่า ‘Apple Pencil’

ชื่ออุปกรณ์ ราคา ขนาด การเชื่อมต่อ ฟีเจอร์/คุณสมบัติ
Apple Pencil รุ่นที่ 1 3,900 – ยาว 175.7 มม.
– หนัก 20.7 กรัม
– Bluetooth
– หัวต่อ Lightning
– รับรู้ได้ทั้งแรงกดและความลาดเอียง
– สามารถขีดเขียนลายเส้นด้วยน้ำหนักที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการ แรเงาบางๆ การลงสี การเขียน หรือการวาดรูป
Apple Pencil รุ่นที่ 2 4,990 – ยาว 166 มม.
– หนัก 20.7 กรัม
Bluetooth – มีความหน่วงในระดับต่ำ
– เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้วาดรูป สเก็ตช์ภาพ ระบายสี จดโน้ต ทำเครื่องหมายใน PDF ฯลฯ
– ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติเหมือนดินสอจริงๆ
– รองรับระบบสัมผัส สามารถใช้งานเครื่องมือได้โดยไม่ต้องแตะปากกาที่หน้าจอ
– มีด้านหนึ่งแบนราบสำหรับยึดติดด้วยแม่เหล็กสำหรับชาร์จและจับคู่กับอุปกรณ์

แนะนำปากกกาไอแพด ราคาประหยัด

ปากกา iPad ราคา การใช้งาน การชาร์จแบตเตอรี่
KENTO LITE Stylus Pen 319 – 549 บาท – มีฟังก์ชันตรวจจับการเอียง
– ความหนาของเส้นสามารถปรับได้อัตโนมัติ ปรับได้ตามการเอียงของปากกา
– ฟีเจอร์ป้องกันฝ่ามือสัมผัสกับหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C
AppleSheep Stylus Pencil V4 990 บาท – สามารถเขียนไปโดยวางมือไปด้วยได้
– สามารถแรเงาได้
ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C
GOOJODOQ ปากกาสไตลัส รุ่น 13th 799 – 849 บาท – รองรับการวางมือขณะขีดเขียนบน iPad
– ฟังก์ชั่นการตรวจจับการเอียง ปรับน้ำหนักเส้นแบบไดนามิก ขึ้นอยู่กับมุมที่วางลง
สามารถแปะและชาร์จแบตเตอรี่กับตัวเครื่องได้โดยอัตโนมัติ
BASEUS Smooth Writing Stylus  969 – 1,099 บาท – ป้องกันฝ่ามือสัมผัสกับหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ
– รองรับการเอียงของปากกาเพื่อปรับขนาดเส้น
มีทั้งรุ่นที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C และ สามารถแปะและชาร์จแบตเตอรี่กับตัวเครื่องได้โดยอัตโนมัติ
OEMDIY Pencil Stylus 15th 599 บาท – มีความเสถียรในการทำงาน เขียนเส้นเล็ก เส้นใหญ่ ชัดเจน
– รองรับฟังก์ชัน Palm Rejection
ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C
Genius Pencil Stylus 999 บาท – รองรับฟังก์ชัน Palm Rejection
– รองรับการเอียงตัวปากกาเพื่อเปลี่ยนน้ำหนักของเส้นที่ขีดเขียน
ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C
Stylus Pencil USB-C with LED Light 690 บาท – รองรับฟังก์ชัน Palm Rejection
– ใช้งานได้ง่าย ลื่นไหล ไม่ดีเลย์
ชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C

1. KENTO LITE Stylus Pen

appc2

KENTO LITE Stylus Pen ปากกาสำหรับใช้งานบน iPad มีที่ฟีเจอร์มากมาย ปากกาดีไซน์ออกมาให้สามารถจับได้อย่างถนัดมือ สามารถตรวจจับการเอียงได้ มีฟีเจอร์ป้องกันฝ่ามือสัมผัสกับหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถใช้เขียน วาด ได้อย่างแม่นยำ ไม่กระตุก มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ รวมไปถึงมีโหมดประหยัดพลังงาน ปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ

  • เหมาะสำหรับ iPad รุ่นตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป
  • มีฟังก์ชันตรวจจับการเอียง, ความหนาของเส้นสามารถปรับได้อัตโนมัติ ปรับได้ตามการเอียงของปากกา
  • ฟีเจอร์ป้องกันฝ่ามือสัมผัสกับหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ โดยปลายปากกาจะถูกตรวจจับก่อน แม้ว่ามือของเราจะสัมผัสกับหน้าจออยู่ก็ตาม
  • หัวปากกาแบบ Ultra-fine ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 มม. สามารถเขียนได้อย่างลื่นไหล แม่นยำ ไม่กระตุก
  • มีไฟสถานะแสดงพลังงานแบตเตอรี่, สถานะการชาร์จแบตเตอรี่
  • สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth สะดวก รวดเร็ว
  • สามารถเปิด – ปิดเครื่อง ได้โดนแตะที่ด้านบนของปากกา

ราคา: 319 – 549 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SHOPEE


2. AppleSheep Stylus Pencil V4

ปากกาไอแพด ราคาประหยัด

ปากกา Stylus จากแบรนด์ AppleSheep แบรนด์คนไทยที่ออกแบบมาให้สำหรับคนไทยใช้งาน โดยจะเป็นปากกาสำหรับ iPad โดยเฉพาะ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่รองรับตัว iPad อย่าง Palm Resistant ที่สามารถเขียนไปโดยวางมือไปด้วยได้ เหมือน Apple Pencil เลย สามารถแรเงาได้ ตัวปากกาสามารถเชื่อมต่อกับ iPad ได้ง่าย เพียงแค่ แตะที่ปลายปากกา 2 ครั้ง เมื่อไฟแสดงสถานะติดขึ้น ก็เป็นการเชื่อมต่อกับตัว iPad เรียบร้อยแล้ว ตัวปากกายังมีแม่เหล็กที่สามารถยึดติดกับตัวเครื่องได้ด้วย มาพร้อมพอร์ตสำหรับชาร์จด้วย USB Type-C สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 14 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ตัวปากกาจาก AppleSheep รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 – 2022

  • iPad pro 11 นิ้ว Gen 1st, 2nd, 3rd
  • iPad pro 12.9 นิ้ว Gen 3rd, 4th, 5th
  • iPad Air 3
  • iPad Air 4
  • iPad Gen 6th
  • iPad Gen 7th
  • iPad Gen 8th
  • iPad Gen 9th
  • iPad Mini 5th
  • iPad Mini 6th (2021)

ราคา: 990 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SHOPEE, AppleSheep


3. GOOJODOQ ปากกาสไตลัส รุ่น 13th

appc3

ปากกาสำหรับ iPad จาก GOOJODOQ รุ่น 13th มาพร้อมความเพรียวบาง เบา ตัวปากกาสามารถถอดเปลี่ยนหัวได้ สามารถเขียนได้อย่างแม่นยำ ไม่ดีเลย์ และไม่ข่วนหน้าจอ iPad ด้วย รองรับฟังก์ชันที่รองรับการวางมือขณะขีดเขียนบน iPad สามารถเชื่อมต่อกับ iPad ได้ง่ายๆ โดยเพียงแค่กดที่ด้านบนของปากกา และตัวปากกายังสามารถเข้าโหมด Sleep ได้ หลังจากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานด้วย ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ตัวปากกายังมีแม่เหล็ก สำหรับติดกับตัวเครื่องด้วย สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านตัวเครื่องได้เลย แถมยังมีฟังก์ชันการตรวจจับการเอียง ปรับน้ำหนักเส้นแบบไดนามิก ขึ้นอยู่กับมุมที่วางลง

  • ตัวปากกาจาก GOOJODOQ รองรับกับ iPad ที่ใช้งาน Apple Pencil 2
  • แสตนบายได้ 365 วัน, สามารถใช้งานได้นาน 15 – 20 ชั่วโมง
  • เปิด – ปิด ได้ง่าย ผ่านการกดที่ด้านบนของปากกา
  • สามารถแปะและชาร์จแบตเตอรี่กับตัวเครื่องได้โดยอัตโนมัติ

ราคา: 799 – 849 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SHOPEE


4. BASEUS Smooth Writing Stylus

appc4

ปากกา Stylus จาก Baseus Smooth Writing Stylus มีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ รุ่นที่รองรับการชาร์จไร้สาย โดยแปะติดกับตัวเครื่อง และรุ่นที่สามารถเสียบชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB-C มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 125mAh – 130mAh มีฟีเจอร์ป้องกันฝ่ามือสัมผัสกับหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ รุ่นชาร์จไร้สายสามารถแปะติดกับตัวเครื่องและสามารถชาร์ตแบตเตอรี่ได้อัตโนมัติ มีฟีเจอร์รองรับการเอียงของปากกาเพื่อปรับขนาดเส้น สามารถใช้งานได้งาน เขียนได้อย่างแม่นยำ ลื่นไหล ไม่สะดุด

  • รุ่น USB-C รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป
  • รุ่นไร้สายเหมาะสำหรับ iPad ที่รองรับ Apple Pencil 2
  • สามารถเปิด – ปิด เครื่องได้ง่าย ด้วยการกดปุ่มด้านบนปากกา
  • มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่
  • สามารถถอดเปลี่ยนหัวปากกาได้
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง, สแตนบายได้ 12 เดือน

ราคา: 969 – 1,099 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SHOPEE


5. OEMDIY Pencil Stylus 15th

p3 1

ปากกา Stylus 15th สำหรับเขียนบน iPad รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีสองสีให้เลือกด้วยกัน ได้แก่ สีดำ และ สีขาว ตัวปากกามาพร้อมไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่แบบขีด 3 ขีด มีพอร์ตสำหรับชาร์จด้วย USB Type-C สามารถใช้งานได้อย่างเสถียร ไม่ดีเลย์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ รองรับฟังก์ชัน Palm Rejection รองรับการวางมือบน iPad ขณะเขียน มีฟังก์ชันแม่เหล็กดูดติดกับตัวเครื่องได้ด้วย สามารถเชื่อมต่อกับ iPad ได้อย่างง่าย เพียงแค่ ปิดการเชื่อมต่อ Apple Pencil จากนั้น แตะค้างที่หัวปากกา 3 วินาที เพื่อเปิดปากกา เพียงเท่านี้ก็สามารถเชื่อมต่อได้แล้ว นอกจากนี้ ยังสามารถปิดปากกาได้ด้วยการแตะที่หัวปากกา 2 ครั้ง

ตัวปากกา Pencil Stylus 15th รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป

  • iPad Gen 6th, 7th, 8th, 9th
  • iPad Air 4th
  • iPad Mini 5th, 6th
  • iPad Pro 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว

ราคา: 599 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SHOPEE


6. Genius Pencil Stylus

p4

ปากกา Stylus จาก Genius มาพร้อมกับไฟแสดงสถานะ 3 ดวง สำหรับบอกสถานะของแบตเตอรี่ สามารถเปิด-ปิด ปากกาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แตะ 2 ครั้ง ตัวปากกามาพร้อมฟังก์ชั่น Palm Rejection รองรับการวางมือขณะขีดเขียนบน iPad หัวปากกามีขนาดเพียง 1 มม. ทำให้ใช้งานได้เป็นอย่างดี รองรับการเอียงตัวปากกาเพื่อเปลี่ยนน้ำหนักของเส้นที่ขีดเขียน และยังมีแม่เหล็กสำหรับดูดติดกับตัวเครื่อง iPad ได้ด้วย หัวปากกาสามารถเปลี่ยนได้ รองรับการชาร์จด้วย USB Type-C สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 20 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถแสตนบายด์ได้นานถึง 2 สัปดาห์

  • ตัวปากกา Genius Pencil Stylus รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป

ราคา: 999 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Genius TH, SHOPEE


7. Stylus Pencil USB-C with LED Light

appc1

ปากกา Stylus Pencil USB-C with LED Light สำหรับเขียน iPad มาพร้อมฟังก์ชัน Palm Rejection รองรับการวางมือขณะที่ขีดเขียนบน iPad สามารถใช้งานได้ง่าย ลื่นไหล ไม่ดีเลย์ สามารถเชื่อมต่อกับ iPad ได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth ตัวปากกามีแม่เหล็กที่สามารถดูดติดกับเครื่อง iPad ได้ด้วย ปากกาสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 9 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีไฟ LED แสดงสถานะและปริมาณแบตเตอรี มีระบบ Power Saving โดยจะปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานนาน 5 นาที ส่วนหัวของปากกาสามารถเปลี่ยนได้ รองรับการชาร์จผ่าน USB Type-C

ปากกา Switcheasy EasyPencil Plus Stylus รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 – 2022

  • iPad Pro 11 นิ้ว (2018 / 2020 / 2021 / 2022)
  • iPad Pro 12.9 (2018 / 2020 / 2021 / 2022)
  • iPad 10.2 นิ้ว (2019) ขึ้นไป
  • iPad Air (2019) ขึ้นไป
  • iPad Mini 5th (2019) ขึ้นไป
  • iPad 9.7 (2018) หรือ iPad Gen 6th

ราคา: 690 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: 425degree


และทั้งหมดนี้ก็คือปากกา iPad ราคาประหยัด สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่าย น่าใช้งาน ประสิทธิภาพการทำงานดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นอยู่ในช่วงราคาหลักร้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานปากกาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Apple Pencil นั้น ก็อาจจะมีฟังก์ชันบางฟังก์ชันที่ไม่สามารถใช้งานกับปากกาอื่นๆ ได้ ใช้ได้กับ Apple Pencil เท่านั้น แต่ถ้าใครที่มีงบประมาณจำกัด และไม่ได้จำเป็นต้องใช้งานฟังก์ชั่น Apple Pencil นั้นก็สามารถซื้อปากกา Stylus อื่นๆ มาใช้งานกันได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สมัคร Apple ID ใหม่, สมัคร Apple ID ไม่ได้
Find my iPhone, iPhone หาย
ขนาดรูป Facebook, รูปเฟสบุ๊ค
เว็บไซต์หางาน
เกมมือถือน่าเล่นฟรี, เกมมือถือน่าเล่น 2023, เกมมือถือน่าเล่น ตลอดกาล
TikTok Shop Thailand, TikTok Shop ทำยังไง, TikTok Shop ลงทะเบียน
เกมหนอน io, เกมหนอน ออนไลน์, เกมหนอน y8
คีย์บอร์ด ipad gen 9, คีย์บอร์ด Bluetooth

from:https://notebookspec.com/web/685718-stylus-pencil-for-ipad-suggestion

วิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ง่ายๆ ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน อัปเดต 2023

แนะนำวิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน Android ก็สมัครได้ อัปเดต 2023

สมัคร Apple ID ใหม่, สมัคร Apple ID ไม่ได้

Apple ID ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้งานอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่จะต้องสมัครหรือลงทะเบียน Apple ID เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงใช้ในการเชื่อมต่อบัญชี, iCloud, แอปพลิเคชัน ฯลฯ ของทาง Apple อีกด้วย ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำวิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ที่สามารถสมัครได้ง่ายๆ ในเวลาไม่นาน ด้วยขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอน ผู้ใช้งาน Android ก็สามารถสมัครได้


ทำความรู้จัก Apple ID

สมัคร Apple ID
Cr: Apple

Apple ID คือบัญชีส่วนตัวที่ใช้สำหรับการเข้าถึงบริการต่างๆ ของทาง Apple ไม่ว่าจะเป็น App Store, Apple Music, Apple TV, iCloud, iMessage, FaceTime เป็นต้น และช่องทางต่างๆ ของอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook, iPod ฯลฯ แม้กระทั่งซอฟต์แวร์ต่างๆของ Apple รวมถึง การค้นหาตำแหน่งของอุปกรณ์อย่าง Find My ก็ล้วนต้องใช้ Apple ID แทบทั้งสิ้น สำหรับใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple หลายๆ อุปกรณ์ เช่น iPhone, iPad, MacBook ก็สามารถใช้ Apple ID เดียวกันได้ เพื่อเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่านบัญชีเดียวกัน นอกจากนี้ เรายังสามารถลงชื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้าร่วม ด้วย Apple ID ได้อีกด้วย

Advertisementavw

Apple ID จะมีสิ่งที่จำเป็นต้องมี นั่นก็คือ Email และ Password ในการลงชื่อเข้าใช้งานทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดแอปพลิเตชันใหม่ๆ, เข้าเข้าถึงข้อมูลต่างๆ, การชำระเงิน รวมถึงความปลอดภัยในด้านการใช้งาน


การสมัครใช้งาน Apple ID

ในการสมัครใช้งาน Apple ID นั้น โดยหลักๆ แล้ว เราสามารถสมัครได้ 3 ช่องทางด้วยกัน นั่นคือ

  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ อย่าง iPhone, iPad หรือ iPod touch
  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ Mac / MacBook
  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน Android, คอมพิวเตอร์ Windows

การสมัครหรือสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ต่างๆ นั้น สามารถทำได้ดังนี้

สมัคร Apple ID บน iPhone, iPad หรือ iPod touch

การสมัครบัญชี Apple ID บน iPhone, iPad หรือ iPod touch สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีที่เราซื้อใครใหม่และยังไม่มีบัญชี Apple ID ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ iPod touch และอีกกรณีก็คือ การสมัครใช้งาน Apple ID ในหน้า Settings หรือ App Store ซึ่งในกรณีนี้ ถ้ามีบัญชีที่ล็อกอินค้างอยู่ เราต้องลงชื่อออกจากระบบก่อนทุกครั้ง

สร้าง Apple ID ในกรณีที่เปิดใช้งานเครื่องใหม่

app3
  • ในกรณีที่เราเปิดใช้งานเครื่องใหม่และไม่เคยมีบัญชี Apple ID มาก่อนนั้น เมื่อเราเปิดใช้งานครั้งแรก ระบบก็จะมีข้อความปรากฏขึ้นมาให้เราเลือก
    • ลืมรหัสผ่านหรือยังไม่มี Apple ID
    • สร้าง Apple ID ฟรี
    • ตั้งค่าภายหลังในการตั้งค่า
  • ให้เราเลือกที่ ‘สร้าง Apple ID ฟรี ‘
  • จากนั้นระบบจะให้เรากรอกข้อมูลต่างๆ ลงไป เช่น วัน/เดือน/ปีเกิด, ชื่อ – นามสกุล >> จากนั้นกด ถัดไป
  • กำหนดชื่อ Email ที่เราต้องการสมัครใช้งาน โดยจะเป็นอีเมล …@icloud.com ซึ่งเป็นอีเมลจากทาง iCloud นั้นเอง หรือ ถ้าใครที่มีอีเมลอยู่แล้ว เช่น Gmail, Outlook ฯลฯ แล้วต้องการใช้เป็น Apple ID ด้วย ก็สามารถเลือกที่ ‘ใช้ที่อยู่อีเมลที่มีอยู่’
  • จากนั้นก็ให้เราทำตามขั้นตอนต่างๆ รวมถึงตรวจสอบและยืนยัน Email เพื่อที่จะสามารถลงชื่อเข้าใช้งาน App Store หรือบริการอื่นๆ ของ Apple

สร้าง Apple ID ผ่านหน้า Settings หรือ App Store บน iPhone, iPad หรือ iPod touch

S 39608328
  • ให้เราเข้าไปที่ Settings >> จากนั้น เลือกที่ไอคอนรูปคนด้านบนสุด (ถ้ามีล็อกอินค้างไว้ต้องออกจากระบบก่อนทุกครั้ง ถ้ายังไม่ออกจากระบบ ก็สามารถกดเข้าไป >> เลื่อนลงไปด้านล่างสุด >> เลือก Sign Out)
    • เช่นเดียวกัน ถ้าใครที่ต้องการสมัครผ่าน App Store ก็ให้เปิดแอปขึ้นมา >> จากนั้นเลือกไปที่ Profile หรือไอคอนรูปคน
S 39608327 side
  • ระบบจะให้เราลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Apple ID ให้เราเลือกที่ ‘ไม่มี Apple ID หรือลืมไปหรือไม่’
  • จากนั้นระบบจะปรากฏข้อความขึ้นมาให้เราเลือก สร้าง Apple ID, ลืม Apple ID หรือไม่, ยกเลิก >> เลือกที่ สร้าง Apple ID
  • จากนั้นให้เราใส่ข้อมูลต่างๆ ได้แก่ ชื่อและวันเกิด, ที่อยู่อีเมล >> เราสามารถเลือกสร้าง Email ใหม่ ซึ่งจะเป็น Email ของ iCloud หรือ จะใช้ Email ที่เรามีอยู่แล้วก็ได้ (ข้อมูลที่เราใส่นั้น ควรเป็นข้อมูลจริง ไม่ควรใช้ข้อมูลเท็จ เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน การทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการยืนยันตัวตน การกู้คืนรหัส ฯลฯ)
  • ส่ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลการเรียกเก็บเงิน จากนั้นกดถัดไป ซึ่งถ้าใครไม่มีบัตรเครดิต สามารถเลือก “ไม่มี” ได้เลย ซึ่งหากกดไม่มีจะไม่สามารถซื้อสินค้าหรือแอปฯ ของ Apple ได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยน หรือลบรายละเอียดการจ่ายเงินหลังจากสมัครไปแล้วได้เช่นกัน
  • ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ (มีผลต่อการยืนยันตัวตน และการกู้คืนรหัส) จากนั้นกดถัดไป และตรวจสอบ Email เพื่อยืนยันอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสมัคร Apple ID ได้แล้ว

สมัคร Apple ID บนเครื่อง Mac / MacBook

สำหรับการสร้าง Apple ID บนเครื่อง Mac นั้นจะสามารถทำได้ผ่าน App Store, Apple Music โดยมีวิธีการทำที่คล้ายกับทำบนอุปกรณ์พกพา ดังนี้

app4
  • เข้าไปยัง App Store, Apple Music หรือเลือกเมนู Apple (ไอคอนรูป Apple) จากนั้นเลือกลงชื่อเข้าใช้ และกดสร้าง Apple ID (อย่าลืมว่าถ้าเคยมีอยู่แล้ว ให้ออกจากระบบก่อน)
  • อ่านเงื่อนไขทั้งหมดและกดยอมรับ หลังจากนั้นจะมีแบบฟอร์มขึ้นมาให้ใส่ข้อมูล อย่างวันเกิด ชื่อ Email และกดดำเนินการต่อ (หากใช้ email ที่ใช้อยู่แล้วจะมีคำแนะนำให้ทำต่อไป)
  • ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลที่อยู่เพื่อเรียกการเก็บเงิน จากนั้นกดดำเนินการต่อ ถ้าไม่มีบัตรสามารถกด “ไม่มี” ได้เช่นกัน จากนั้นจะมีตัวเลือกคำแนะนำขึ้นมา และสามารถกลับไปเปลี่ยน หรือลบรายละเอียดการจ่ายเงินได้ทีหลัง
  • เข้าไปตรวจสอบ Email และกดยืนยัน หลังจากยืนยันแล้ว ก็จะสมัคร Apple ID ใหม่ได้แล้ว และสามารถนำไปใช้งานบริการอื่นๆ ได้ในทันที

สมัคร Apple ID บน Android อุปกรณ์อื่น หรือบนเว็บไซต์

สำหรับการสร้าง Apple ID ผ่านเครื่องอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากสองวิธีแรกอย่างเช่น Apple TV, อุปกรณ์ที่ใช้ Android จะมีขั้นตอนที่ทำได้เหมือนกันทั้งหมด เมื่อต้องการเข้าไปใช้งานบริการต่างๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Apple Music และ Apple TV+ หรือการติดตั้งแอปฯ ต่างๆ ส่วนการสมัครบน Windows จะสามารถทำได้ด้วยการเข้าไปที่ iTunes แต่ถ้าไม่มีก็ยังสมัครบนเว็บ Apple ได้เลย มีวิธีทำดังนี้

app2
  • เข้าไปยังเว็บ appleid.apple.com และเลือก ‘สร้าง Apple ID ของคุณ’
app5
  • กรอกรายละเอียดทั้งหมดให้ครบ เช่น ชื่อ วันเกิด Email รหัสผ่าน เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ ประเทศหรือภูมิภาคเพื่อเรียกเก็บเงิน (ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถสมัครได้เช่นกัน) ตรงนี้จะมีให้กดเลือกรับข้อมูลข่าวสาร หรือประกาศต่างๆ จากทาง Apple (เลือกหรือไม่เลือกก็ได้) จากนั้นกดดำเนินการต่อ
  • จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ขึ้นมา เพื่อยืนยันตัวตนจาก Email หรือเบอร์โทรศัพท์ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสมัคร Apple ID ใหม่ได้แล้ว และสามารถนำไปใช้งานกับบริการต่างๆ ของ Apple ได้เลย (อย่าลืมยืนยันก่อนด้วย)

สมัครใหม่แล้วมีข้อความให้เข้าใช้ iTunes จะลงชื่อเข้าใช้งานได้ที่ไหน ??

image

ในกรณีที่สร้าง Apple ID ใหม่นั้นมักจะมีข้อความระบุว่าให้ลงชื่อเข้าใช้ iTunes หรือให้สู่ระบบเพื่อใช้งาน ถ้าใช้อุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรก็สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้เหมือนกัน โดยจะสามารถลงชื่อเข้าใช้ได้ตามการใช้งานของตัวเองได้เลย ดังนี้

  • iPhone, iPad และ iPod Touch : เปิดการตั้งค่า และเลือก “ลงชื่อเข้าอุปกรณ์” จากนั้นใช้ Apple ID เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน
  • Mac : ให้เลือกเมนู Apple (ไอคอนรูป Apple) และเลือก Apple ID จากนั้นให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน
  • Apple TV : สามารถลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่าน App Store, iTunes Store หรือ Apple Music
  • PC : ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่านทาง iTunes
  • อุปกรณ์ Android : ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่านทาง Apple Music บน Android

ลืมรหัส Apple ID ทำอย่างไร ?

สมัคร Apple ID สร้าง Apple ID ลืมรหัส

การสร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยมักจะเกิดปัญหา ตรงที่ผู้ใช้งานนั้นใส่รหัสที่ยากเกินไป หรืออาจจะเข้าสู่ระบบไว้นานแล้ว และเมื่อต้องเข้ามาใช้งานใหม่ ก็ลืมรหัสที่ใช้งานไปแล้ว และทำให้ไม่สามารถใช้บริการของ Apple หรือซื้อโหลดแอปฯ ของ Apple ได้เลย ซึ่งความจริงแล้วรหัสที่ยากก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับนึงว่า จะไม่โดนแฮค หรือโดนเอาบัญชีไปใช้งาน แต่ทางที่ดีก็ควรสร้างรหัสที่เราจำได้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหลายครั้ง ส่วนใครที่ลืมไปแล้ว ทาง Apple ก็ได้รองรับตรงส่วนนี้ไว้แล้ว ด้วยการยืนยันตัวตนในครั้งแรก เมื่อตอนสมัครใช้ Apple ID อย่าง Email เบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้ในการรีเซ็ตรหัสใหม่ได้เลย โดยการ

  • กดเลือกที่ Settings (การตั้งค่า) >> กดที่ชื่อ หรือ Apple ID >> Password & Security (รหัสผ่านและความปลอดภัย) >> Change Password (เปลี่ยนรหัสผ่าน)
  • ระบบจะให้เราทำการยืนยันการเปลี่ยนรหัส Apple ID โดยให้เราใส่รหัสสำหรับใช้ปลดล็อกเครื่อง
  • เพียงเท่านี้เราก็สามารถเปลี่ยนรหัส Apple ID ได้แล้ว

ระบบจะแจ้งข้อมูลไปเพื่อให้เซ็ตรหัสใหม่ผ่านทาง iCloud (หากใช้งาน) หรือหากไม่ได้ใช้ ก็สามารถเลือกเพื่อรีเซ็ตผ่านทาง Email และผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ได้เหมือนกัน ส่วนใครที่ไม่สามารถเข้าอะไรได้เลย สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Apple Support เพื่อเซ็ตรหัสผ่านได้อีกทาง


และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีการสมัคร Apple ID ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครผ่านอุปกรณ์ของ Apple หรือ บนอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งสมาร์ทโฟนและบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมากๆ ทำได้เอง โดยใช้เวลาไม่นาน และขั้นตอนเพียงไม่กี่ขั้นตอน ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนเลย อย่างไรก็ตาม การใส่ข้อมูลต่างๆ นั้น เราไม่ควรใส่ข้อมูลเท็จ หรือใส่ข้อมูลมั่ว เพราะจะส่งผลเสียกับในอนาคต ทั้งในเรื่องของการทำธุรกรรมต่างๆ, การกู้คืนข้อมูล, การยืนยันตัวตน รวมไปถึงการดำเนินการต่างๆ และข้อความช่วยเหลือจากทาง Apple ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นอีกด้วย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Find my iPhone, iPhone หาย
ขนาดรูป Facebook, รูปเฟสบุ๊ค
เว็บไซต์หางาน
เกมมือถือน่าเล่นฟรี, เกมมือถือน่าเล่น 2023, เกมมือถือน่าเล่น ตลอดกาล
TikTok Shop Thailand, TikTok Shop ทำยังไง, TikTok Shop ลงทะเบียน
เกมหนอน io, เกมหนอน ออนไลน์, เกมหนอน y8
คีย์บอร์ด ipad gen 9, คีย์บอร์ด Bluetooth
เคสไอโฟน 13

from:https://notebookspec.com/web/685628-easy-way-to-register-apple-id

Service Host Process (svchost.exe) คืออะไร มาทำความรู้จักกัน

Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe คืออะไรทำไมถึงใช้ทรัพยากรเครื่อง Windows หนักขนาดนั้น วันนี้เราจะมาไขปริศนาพร้อมบอกวิธีแก้ไขเบื้องต้นกัน

Service Host Process
Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe

เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยเปิด Task Manager ดูนั้นจะสังเกตเห็นบริการหนึ่งที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาซึ่งนั่นก็คือ Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe บางครั้งมันก็ทำงานแบบนิ่งๆ ไม่ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฎิบัติการ Windows เท่าไรนัก ทว่าในบางครั้งเจ้า Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นี้ก็ใช้งานทรัพยากรของเครื่องสูงมากๆ ทั้งในส่วนของ CPU และ RAM

ในบทความนี้เราจะขอนำเสนอว่า Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นั้นคืออะไร ทำไมมันถึงใช้ทรัพยากรของเครื่องหนักมากและคุณสามารถจัดการอะไรกับเจ้า Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe ได้หรือไม่ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลย

Advertisementavw


Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe คืออะไร

wsh 1 650x189 1

Service Host Process หรือ Svchost.exe เป็นชื่อกระบวนการโฮสต์ทั่วไปสำหรับบริการที่เรียกใช้จากไลบรารีไดนามิกลิงก์

ข้อความทางด้านบนนี้เป็นคำตอบของ Microsoft เกียวกับเรื่องที่มีคนถามว่า Service Host Process หรือ Svchost.exe คืออะไรแต่นั่นไม่ได้อธิบายอะไรเรื่องดังกล่าวนี้มากนัก ดังนั้นหากอยากจะพูดถึง Service Host Process หรือ Svchost.exe แล้วนั้นต้องย้อนกับไปเมื่อไม่นานมานี้ที่ทาง Microsoft ได้เริ่มทำการเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงานของ Windows ส่วนใหญ่จากการใช้บริการ Windows ภายใน (หรือเรียกใช้งานบริการต่างๆ ที่ Windows ต้องการจากไฟล์ EXE) เป็นการใช้ไฟล์ DLL แทน

ถ้ามองในมุมมองของการเขียนโปรแกรม การแก้ไขดังกล่าวนี้ทำให้โค้ดสามารถนำมาใช้ซ้ำได้มากขึ้นและง่ายต่อการติดตามการทำงานของกระบวนการทำงานนั้นๆ ปัญหาก็คือคือคุณไม่สามารถเปิดไฟล์ DLL จาก Windows ได้โดยตรงแบบเดียวกับที่คุณเปิดไฟล์ EXE ซึ่งนักเขียนโปรแกรมจะใช้เชลล์ที่โหลดจากไฟล์ EXE เพื่อเรียกทำงานบริการ DLL เหล่านี้แทน

ดังนั้น Service Host Process (svchost.exe) จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นไฟล์กลางในการเรียกใช้งานบริการต่างๆ ที่อยู่ในรูปแบบของไฟล์ DLL ตามที่ Windows ต้องการ

ทำไมถึงมี Service Host หลายอันใน Task Manager

Service Host Process

หากคุณเคยดู Services(หรือบริการโดยหลังจากนี้จะใช้คำว่าบริการแทน) ใน  Control Panel คุณอาจสังเกตเห็นว่า Windows ต้องการบริการจำนวนมาก หากทุกบริการทำงานภายใต้ Service Host เดียว นั่นหมายความว่าหาก Service Host ล้มเหลวขึ้นมาแล้วล่ะก็ระบบปฎิบัติการ Windows ก็จะล้มเหลวไปด้วย ดังนั้นทาง Microsoft จึงได้ทำการแยก Service Host ออกมาเป็นหลายๆ ส่วนเพื่อให้ Service Host แต่ละอันควบคุมบริการต่างๆ ที่แตกต่างกันไปเช่น

Service Host ที่ให้บริการแตกต่างกันไปนั้นจะใช้เพื่อควบคุมการทำงานแยกกันอย่างชัดเจนตัวอย่างเช่น Service Host สำหรับควบคุม Network, Service Host สำหรับควบคุม UI หรือ Service Host สำหรับควบคุม Remote เป็นต้น

ด้วยความที่ Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นั้นเป็นตัวเรียกในการทำงานบริการของระบบปฎิบัติการ Windows ทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะใช้งานทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณในทุกๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM, GPU หรือแม้กระทั่ง Network เองนั้น Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe ก็เรียกใช้ทรัพยากรดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน


วิธีตรวจสอบ Service Host processes ใน Task Manager

Service Host Process 002

สำหรับวิธีการดังตรวจสอบดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมี Service Host processes อะไรทำงานอยู่บ้างนั้น คุณสามารถที่จะตรวจสอบได้ใน Task Manager ตามขึ้นตอนต่อไปนี้

  • กด Ctrl + Shift + Esc เพื่อโหลด Task Manager โดยตรง
  • คลิก More details ที่ด้านล่างของหน้าต่าง
  • คลิก Name เพื่อจัดเรียงตามชื่อและหยุดไม่ให้งานที่ทำอยู่โดดข้ามไปมา จากนั้นให้เลื่อนและค้นหา Service Host processes ที่ใช้งานอยู่ (คุณอาจต้องเลื่อนไปที่ด้านล่างใต้ Windows processes) จากนั้น คลิกขวาที่บริการที่คุณต้องการตรวจสอบ และเลือกไปที่ Go to details
Service Host Process 003
  • ไฟล์ Service Host ที่คุณคลิกจะถูกเน้นในตารางใหม่ที่ Task Manager โหลดขึ้นมาซึ่งทางด้านขวาคุณจะเห็นการใช้งาน CPU และ RAM (หรือทรัพยากรอื่นๆ) ที่กระบวนการนั้นใช้อยู่
Service Host Process 004

svchost.exe ปลอดภัยหรือไม่

Service Host Process 001

Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe โดยปกติแล้วมักจะปลอดภัย ทว่าด้วยความที่มันเป็นไฟล์ระบบดังนั้นจึงทำให้แฮ็กเกอร์และอาชญากรไซเบอร์สามารถสร้างมัลแวร์ svchost เพื่อเลียนแบบ svchost.exes ของตัวระบบปฎิบัติการ Windows ขึ้นมาได้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ใช้งานสงสัยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองโดนไวรัสหรือมัลแวร์เข้าให้แล้ว

โปรแกรมสแกนไวรัส บางโปรแกรมอาจจะเข้าไปตั้งค่าสถานะการทำงานของไฟล์ svchost.exe ของระบบปฎิบัติการ Windows ได้เนื่องจากไฟล์นี้สามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนอื่นๆ ของคอมพิวเตอร์คุณได้เกือบทั้งหมด

โดยปกติไฟล์ svchost.exe จะถูกเก็บเอาไว้ในโฟลเดอร์ C:\Windows\system32\ หากคุณพบไฟล์(หรือแม้กระทั่งโปรแกรมสแกนไวรัส) svchost.exe นอกโฟลเดอร์นี้ ให้คิดเอาไว้ก่อนเสมอว่าอาจเป็นไวรัสหรือมัลแวร์ตัวอย่างเช่น หากพบไฟล์ svchost.exe ในโฟลเดอร์ Download นั่นหมายความว่าคุณอาจติดไวรัสชื่อ svchost เข้าให้แล้ว(เป็นสปายแวร์ที่ใช้ตรวจสอบกิจกรรมการทำงานทั้งหมดของคุณกับคอมพิวเตอร์)

อาการของไวรัส Svchost นั้นจะเห็นได้จากการที่ตัวเครื่องใช้ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็น CPU หรือ RAM สูงมากผิดปกติ

นอกไปจากนั้นยังมี System Host process ที่ชื่อ csrss.exe (Client Server Runtime Subsystem หรือ ระบบย่อยไคลเอ็นต์เซิร์ฟเวอร์รันไทม์) เองก็ใช้งานทรัพยากรมากจนทำให้ผู้ใช้ Windows บางคนกังวล แต่ถ้ามันไม่ใช่มัลแวร์หรือไวรัสคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลไป วิธีการตรวจสอบด้วยตัวเองที่ง่ายที่สุดคือให้ดูตำแหน่งไฟล์นั้นจัดเก็บเอาไว้ตามวิธีการเดียวกับ svchost.exe หากไฟล์อยู่ใน “Windows\System32” ก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าอยู่ที่อื่นคุณสามารถที่จะลบมันทิ้งได้ทันที

Service Host Process 005

แม้ว่าไ Service Host process ส่วนใหญ่จะชื่อ svchost.exe แต่ไฟล์ .exe ประเภทอื่นที่เรียกว่า utcsvc.exe ก็เป็น Service Host process ประเภทหนึ่งเช่นกัน ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับการใช้งาน CPU สูง บางครั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสยังตั้งค่าสถานะไฟล์เหล่านี้เป็น PUP แม้ว่าจะไม่ได้รับการพัฒนาโดย Microsoft แต่ไฟล์ utcsvc ก็ได้รับการติดตั้งไว้ล่วงหน้าใน Windows และจัดอยู่ในประเภท Diagnostic Tracking Tool ที่โดยปกติจะไม่ค่อยได้ทำการเรียกใช้งานมากเท่าไรนัก(นานๆ จะถูกเรียกขึ้นมาใช้งาน)

เนื่องจากไฟล์ utcsvc สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ละเอียดอ่อนในคอมพิวเตอร์ของคุณได้ จึงมีโอกาสที่ไฟล์เหล่านั้นจะถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ได้ และเช่นเดียวกับภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ทั้งหมด Windows Defender อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการให้ความมั่นใจว่าคุณจะปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ดังนั้นหากเป็นไปได้คุณควรที่จะติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสเพิ่มเติมอย่างน้อยหนึ่งโปรแกรม(เลือกโปรแกรมที่ชอบและใช่สำหรับคุณ)


วิธีปิดการทำงาน svchost.exe

สำหรับปิดการทำงาน Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นั้นโดยปกติแล้วเราไม่อยากแนะนำให้คุณทำเพราะมันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวระบบปฎิบัติการ Windows ได้ ดังนั้นก่อนที่จะทำตามขั้นตอนนี้ขอให้คุณพึงระลึกไว้เสมอว่าการปิดการทำงาน Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นั้นมีความเสี่ยง หากคุณพร้อมที่จะลองก็สามารถที่จะทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้่

  • กด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager
  • คลิกที่ Name เพื่อจัดเรียงกระบวนการที่ใช้งานอยู่ตามชื่อ แล้วให้ค้นหา Service Host process ที่คุณต้องการหยุดจากนั้น คลิกขวา และเลือก End task
Service Host Process 007

อย่างที่เราได้เตือนไว้ การหยุด Service Host process ใดๆ นั้นอาจทำให้ระบบเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ดังนั้นก่อนที่จะทำให้คุณบันทึกงานของคุณทุกอย่างก่อนที่คุณจะทำการหยุดการทำงาน svchost.exe เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม Windows ไม่อนุญาตให้คุณหยุดการทำงาน svchost.exe ที่กำลังใช้งานโดยโปรแกรมที่เปิดอยู่ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรปิดโปรแกรมทุกอย่างก่อนทั้งหมด


วิธีลบไวรัส svchost.exe

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe นั้นโดนผู้ไม่หวังดีลอกเลียนชื่อไฟล์เพื่อทำเป็นมัลแวร์และไวรัสเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากคุณตรวจสอบดูตามด้านบนแล้วว่าตัวไฟล์ svchost.exe ที่มีปัญหาไม่ได้อยู่ในโฟลเดอร์  “Windows\System32” ก่อนที่คุณจะทำการลบเองนั้นเราขอแนะนำให้ทำการสแกนไฟล์ดังกล่าวด้วยโปรแกรมสแกนไวรัส(หรือมัลแวร์) ที่คุณใช้งานก่อน

แต่ปัญหาบางครั้งก็คือไวรัสหรือมัลแวร์ที่ใช้ชื่อว่า svchost.exe บางตัวนั้นอาจจะบล๊อคไม่ให้คุณเข้าถึง Task Manager เพื่อทำการตรวจสอบหาไฟล์เจ้าปัญหาดังกล่าวนี้ได้ วิธีการที่ดีที่สุดคือคุณควรที่จะต้องเข้าสู่ Windows Safe Mode แล้วทำการรันโปรแกรมสแกนไวรัสจากใน Safe Mode หลังจากนั้นให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อที่จะสั่งให้ Windows ซ่อมแซมไฟล์ระบบ

Service Host Process 008
  • กดที่ปุ่มค้นหา(รูปแว่นขยาย) ที่ Task Bar แล้วพิมพ์ CMD คุณจะเจอกับ Command Prompt ให้คุณทำการคลิกขวาแล้วเลือก Run as administrator
Service Host Process 009
  • เมื่อหน้าต่าง Command Prompt ขึ้นมาแล้วให้พิมพ์ sfc /scannow แล้วกด Enter เพื่อให้ระบบสแกนและซ่อมแซมไฟล์ของตัวระบบปฎิบัติการ(แนะนำให้คุณทำขั้นตอนนี้ 3 ครั้ง)

ไม่ได้มีเพียง Service Host Process หรือไฟล์ svchost.exe เท่านั้นที่เป็นเป้าหมายของผู้ไม่ประสงค์ดีในการลอกเลียนแบบไฟล์ไปสร้างไวรัสและมัลแวร์ คุณยังอาจจะเจอการจู่โจมจากผู้ไม่หวังดีจากช่องทางอื่นด้วยเช่นเดียวกัน(ลองศึกษาเพิ่มได้ที่ ทำความรู้จักกับ Shell Infrastructure Host พร้อมวิธีแก้ไขการใช้ทรัพยากรเครื่องสูง)

อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทคุณควรป้องกันตัวเองด้วยการติดตั้งโปรแกกรมสแกนไวรัส รวมทั้งไม่ควรโหลดไฟล์ต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการใช้งานเพื่อแฝงตัวของไวรัสและมัลแวร์จากอินเทอร์เน็ต ที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าคลิ๊กลิ้งค์แปลกๆ จากคนที่ไม่รู้จักด้วย

ที่มา : lifewire, avast, glasswire, howtogeek

from:https://notebookspec.com/web/685712-what-is-service-host-or-svchost-exe-and-how-can-we-do-with-it

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer พร้อมส่วนลด 5,000 บาท รวมตัวแรงสเปคเทพ ทำงานดีปรับสุดได้ทุกเกม!!

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รอบนี้จัดตัวแรงมาเต็มๆ พร้อมส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท!!

Artboard 2 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ในแคมเปญ Acer Love Your Sale รับต้นเดือนกุมภาพันธ์เพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์หลายๆ ท่านที่กำลังมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ใช้งานได้เป็นรุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้อย่างมีความสุขยิ่งกว่าเดิม โดยโน๊ตบุ๊คเหล่านี้จะติดตั้งซีพียู AMD, Intel มาโดยจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA ซึ่งใช้รันงานและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้โดยปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลย หรือถ้าเป็นครีเอเตอร์ก็ตัดต่อคลิปได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อโน๊ตบุ๊คก็น่าใช้แล้ว ยังมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA ช่วยลดราคารุ่นที่เข้าร่วมรายการสูงสุดถึง 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ถึง ทาง BaNANA ก็ให้ส่วนลดถึง 2,500 บาท เพียงซื้อโน๊ตบุ๊คราคาเกิน 35,000 บาทเท่านั้น น่าจะถูกใจผู้ใช้ที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่อย่างแน่นอน ไม่ต้องรองานอีเว้นท์ใดๆ ก็เลือกซื้อรุ่นที่อากได้ที่หน้าเว็บไซต์ของทาง BaNANA ได้เลย และยังเลือกรอรับสินค้าหน้าร้านภายใน 1 ชั่วโมงได้อีกด้วย เรียกว่ามาหน้าร้านสั่งโน๊ตบุ๊ครุ่นในใจเอาไว้แล้วไปเดินช็อปปิ้งสักพักก็มารับโน๊ตบุ๊คกลับบ้านไปใช้งานต่อได้เลย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวเด็ดน่าโดน

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,990
Acer Nitro 5 AN515-58-52BB Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

50,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA เด็ดคุ้มส่วนลดจัดหนัก ซื้อได้ไม่ต้องรอ!!

จะผู้ใช้หรือเกมเมอร์คนไหนที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่ามาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer อยู่ ณ ตอนนี้ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะมีโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 5,000 บาททีเดียว โดยในบทความนี้ผู้เขียนขอยกมาแนะนำทั้งหมด 7 เครื่อง โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)
1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103220 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX โน๊ตบุ๊คสายทำงานที่สเปคดีราคาไม่แพงมาก ซึ่งทาง Acer ออกแบบรุ่นนี้มาเพื่อนักศึกษาหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ใช้งานสักเครื่อง เมื่อมีการ์ดจอ NVIDIA ติดตั้งมาก็ช่วยเสริมการประมวลผลตอนแต่งภาพ, ตัดต่อคลิปหรือจะเปิดเกมเล่นก็ได้เช่นกัน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้ภาพไหลลื่นไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องเพียง 2.15 กิโลกรัม หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ดีๆ เอาไว้ใช้สักเครื่องแนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX
CPU AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
GPU NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.15 กิโลกรัม
Price 22,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103314 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ตั้งแต่รุ่นนี้เป็นต้นไปจะเป็นตระกูล Nitro 5 รุ่นน่าใช้ เริ่มต้นด้วย Acer Nitro 5 AN515-58-52BB ซึ่งมีจุดเด่นหลายส่วน ได้แก่ ไฟคีย์บอร์ด 4-Zone RGB, พอร์ต USB-C เป็น Thunderbolt 4 ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery และต่อจอแยกแบบ DisplayPort ได้ในตัวและได้บอดี้ตัวเครื่องดีไซน์ใหม่อีกด้วย

เครื่องแรกใช้ซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz จากโรงงาน มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม และเมื่อมีโค้ดส่วนลดจากแคมเปญนี้เสริม เลยทำให้ Acer Nitro 5 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสุด ณ ตอนนี้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-52BB
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 33,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ15 ลดได้ 1,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)

r2d4 1

Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าซื้อไม่แพ้กัน โดยรุ่นนี้เป็นสเปคเอาใจเกมเมอร์ที่อยากได้เครื่องสเปคแรงพอตัวแต่ไม่แพงมาก โดยแชร์ดีไซน์กับฟีเจอร์เด่นร่วมกัน แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz และให้แรมมา 8GB DDR5 บัส 4800MHz กับพอร์ต USB-C 3.2 Full Function รองรับ Power Delivery และ DisplayPort ในตัวและเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย จัดเป็นรุ่นน่าใช้ สเปคดีและส่วนลดจัดเต็มมากอีกรุ่น

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)

r12a 1

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นแชร์สเปคร่วมกับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 แทน ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกราว 15% ช่วยเพิ่มเฟรมเรทระหว่างเล่นเกมให้สูงขึ้นอีก ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เกมเมอร์เลือกซื้อรุ่นนี้ไปเล่นเกม ส่วน Nitro 5 ข้อก่อนหน้าจะเน้นไปทางครีเอเตอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ทำงานกราฟิคมากกว่า

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 37,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)

r1qy 1

หากใครอยากได้ซีพียูแรงเป็นหลักล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้สเปคจะแชร์กับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมดแต่จะมีจุดแตกต่างตรงซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz และใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 แทน ซึ่งดีต่อครีเอเตอร์อย่างแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่เล่นเกมเน้นใช้ซีพียูประมวลผลเป็นหลักจะซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมก็เวิร์คเช่นกัน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 39,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

729s 1

ถ้าหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เน้นเล่นเกมเป็นหลัก สเปคแรงพอเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันปรับสุดได้ทุกเกมบนความละเอียดระดับ Full HD~QHD ล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-58-729S รหัสนี้ถือว่าแรงจบจากโรงงาน โดยทาง Acer ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้จากโรงงาน ด้านสเปคส่วนอื่นๆ จะแชร์ร่วมกับรุ่นซีพียู Intel แทบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพและความแรงเรียกว่าหายห่วงทั้งทำงานและเล่นเกมก็เอาอยู่แน่นอน ยิ่งมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA เช่นนี้ยิ่งคุ้มค่าน่าซื้อแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
CPU Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 49,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ25 ลดได้ 2,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)

r8tg 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวแรงฝั่ง AMD เทียบชั้นกับ Intel Core i7 ในข้อก่อนได้ จะเป็น Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG รุ่นนี้ที่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มาให้และแรมอีก 16GB DDR5 บัส 4800MHz เท่ากันอีกด้วย เรียกว่าแรงทรงพลังไม่แพ้กัน และยังได้ส่วนลดแบบจัดเต็มถึง 5,000 บาทอีกด้วย หากใครอยากซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer มีการ์ดจอแยกร้าน BaNANA ดีๆ ก็ลงทุนซื้อเครื่องนี้มาเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 50,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

Nitro 5 main 2560 1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ครั้งนี้ถือว่าทาง BaNANA และ Acer จัดโปรโมชั่นแบบจัดหนักจัดเต็มมาก ตอบโจทย์เกมเมอร์และครีเอเตอร์ตั้งแต่งบสามหมื่นบาทต้นๆ ไปจนตัวแรงครึ่งแสนก็มีให้เลือกตามต้องการ เกมเมอร์คนไหนสนใจสเปคและความแรงระดับไหนก็เลือกซื้อได้ตามใจชอบเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20000 1

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

from:https://notebookspec.com/web/685573-7-acer-gaming-laptop-banana-2023

สอนใช้ Find my iPhone / iPhone หาย ทำยังไงดี อัปเดต 2023

แนะนำวิธีใช้งาน Find my iPhone / iPhone หาย ทำยังไงดี อัปเดต 2023

Find my iPhone, iPhone หาย

Find My เป็นเแอพพลิเคชันสำหรับช่วยในการติดตามอุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple หรืออะไรก็ตามที่ได้รับการติด Air Tag ไว้ ซึ่งการใช้งานนั้นก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย หากใช้เป็นก็จะมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ iPhone ของเราสูญหาย ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำวิธีการใช้งาน Find my iPhone ผ่านแอพ Find My และบนเว็บไซต์ สำหรับติดตาม iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่สูญหายกัน


Find my iPhone คือ ?

Find my iPhone, iPhone หาย

Find My นั้น เป็นฟีเจอร์สำหรับค้นหาอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook หรืออุปกรณ์ สิ่งของ อะไรอื่นๆ ที่ได้รับการติด Air Tag ก็จะสามารถใช้ Find My ในการติดตาม ค้นหาตำแหน่งได้ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดเสียงเพื่อค้นหาอุปกรณ์ที่อยู๋ใกล้ๆ ในกรณีที่หาไม่เจอ หรือติดตาม ลบข้อมูล เพื่อปกป้องข้อมูลของเราในกรณีที่ทำเครื่องหายอีกด้วย

Advertisementavw
  • ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน: Find My iPhone on the App Store
  • สำหรับใครที่ต้องการเข้าไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ก็สามารถเข้าไปได้ที่: iCloud

นอกจากการค้นหาอุปกรณ์แล้ว Find My ยังมีข้อดีมากๆ นั่นก็คือ

  • เราสามารถเปิดเสียในการค้นหาอุปกรณ์ได้ เมื่อเราอยู่ใกล้ๆ เหมาะสำหรับใครที่บางครั้งลืมว่าวางอุปกรณ์ไว้ที่ได้ โดยสามารถกดเลือกที่ Play Sound ได้
  • Mark As Lost หรือ ฟีเจอร์ระบุว่าสูญหาย เหมาะสำหรับใครที่ทำเครื่องหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อย่าง iPad, iPod touch และ MacBook โดยเราสามารถใช้งานแม้จะอยู่ในระยะไกล ในเมนู Mark As Lost ให้กดไปที่ Activate >> จากนั้นเลือก Continue >> ใส่เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ของเรา >> ใส่ข้อความเพื่อบอกแก่ผู้ที่พบเจออุปกรณ์ของเรา >> เปิดการแจ้งเตือนเมื่อพบอุปกรณ์ >> กด Activate
  • ฟีเจอร์ Erase This Device เหมาะสำหรับใครที่ทำเครื่องหาย แล้วคิดว่าไม่สามารถหาเจอได้แล้วแน่ๆ ก็สามารถลบอุปกรณ์ เพื่อลบข้อมูลต่างๆ เราไปถึงป้องกันข้อมูลสำคัญของเราได้ แต่ต้องมั่นใจจริงๆ เพราะเมื่อลบแล้ว เราก็จะไม่สามารถติดตามอุปกรณ์ของเราได้อีก ซึ่งถ้าใครที่ใช้งาน AppleCare+ ก็ถ้าเข้าไปติดต่อความช่วยเหลือจาก Apple เพื่อทำการยื่นเรื่องในการคุ้มครองการขโมยและการสูญหาย

วิธีตั้งค่าเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPad, iPod touch หรือ MacBook

settings apple id find my find my iphone
Cr: Apple

ถ้าเราต้องการค้นหาอุปกรณ์ผ่านแอพ Find My นั้น เราต้องเข้าไปตั้งค่าเปิดการทำงานของฟีเจอร์นี้ก่อน สำหรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์การค้นหา iPhone ของฉัน หรือ Find My นั้น ในแต่ละอุปกรณ์ เราสามารถเข้าไปตั้งค่าเปิดการทำงานได้ดังนี้

iPhone, iPad, iPod Touch

S 39575672 side
  • เริ่มต้นนั้นให้เราที่แอพพลิเคชัน Settings >> จากนั้น เลือกที่ไป Apple ID (ดูวิธีการสมัคร Apple ID ได้ที่นี่) ของเรา >> จากนั้นเลือกที่ ‘ค้นหาของฉัน’ หรือ Find My
  • เมื่อเราเข้ามาที่หน้า Find My >> จากนั้นให้เปิดใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมด ใน ‘ค้นหา iPhone ของฉัน’ Find My iPhone ไม่ว่าจะเป็น Find My iPhone, Find My Network และ Send Last Location
    • ถ้าใครที่ต้องการแชร์ Location สำหรับคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ ให้ได้ทราบตำแหน่งของอุปกรณ์นี้ไว้เสมอ ก็สามารถเปิดได้ โดยในหน้า Find My >> เลือก Share My Location

MacBook

macos ventura system settings apple id icloud find my turn on
Cr: Apple
  • การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Find My บน MacBook นั้น สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ System Settings >> จากนั้นเลือกที่ Apple ID >> iCloud >> เปิดใช้งาน Find My Mac
  • ถ้าไอคอน Find My มีป้ายกำกับเตือน อาจเป็นไปได้ว่าเรายังไม่ได้เปิดบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่
    • System Settings >> Privacy & Security >> Location Services >> เปิดใช้ Location Services และ Find My

วิธีค้นหา iPhone หาย, iPad หาย ผ่าน Find My

วิธีการใช้งานฟีเจอร์ Find My ในการค้นหาอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPad touch, MacBook หรืออุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งการค้นหาอุปกรณ์ของตัวเอง และการค้นหาอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ

ค้นหาผ่าน Find My เครื่องตัวเอง

S 39575661 side

วิธีการค้นหาอุปกรณ์ของเราผ่าน Find My ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook, iPod touch หรืออุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ที่เราได้ทำการเชื่อมต่อไว้ เช่น AirPods, AirTag เป็นต้น สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เราใช้ Apple ID เดียวกัน หรือใครที่แชร์กับครอบครัว หรือ Family Sharing ก็เข้าไปดูตำแหน่งหรือค้นหาอุปกรณ์ได้ดังนี้

  • เข้าไปที่แอพพลิเคชัน Find My >> ในหน้าแรกจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องเรา หรือเครื่องที่กำลังใช้งานแอพ >> ให้เลือกที่ Devices
  • เราจะเห็นรายการ หรือรายชื่อและตำแหน่งของอุปกรณ์ของ Appleที่เราได้ทำการเชื่อมต่อ หรือ ลงชื่อเข้าใช้งาน Apple ID เดียวกัน
  • และเมื่อเรากดเลือกที่รายการของอุปกรณ์ ก้จะมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ของอุปกรณ์นั้นปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งที่ตั้ง, สถานะแบตเตอรี่, ระยะห่างกับเครื่องที่เราใช้, การแจ้งเตือนเมื่อพบเจออุปกรณ์, แจ้งว่าเป็นเครื่องที่ทำหาย ซึ่งเป็นเมนูที่สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าใครทำเครื่องสูญหาย เมนูนี้จะทำให้เราสามารถจัดการกับเครื่องได้ก่อนที่ใครจะเอาไปใช้งาน

ค้นหาผ่าน Find My เครื่องอื่น

S 39575667 side

นอกจากที่เราจะใช้ค้นหาอุปกรณ์ Apple ที่ลงชื่อเข้าใช้งาน Apple ID เดียวกับเรา หรือมีการเชื่อมต่อกับเครื่องของเราแล้ว เราก็สามารถที่จะช่วยเพื่อนหรือค้นหาอุปกรณ์ของเพื่อนได้ด้วย สำหรับในกรณีที่เพื่อนของเราทำอุปกรณ์หาย

  • เข้าไปที่แอพพลิเคชัน Find My >> จากนั้นเลือกไปที่เมนู Me (ฉัน) >> เราจะพบกับข้อมูลต่างๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็น My Location, Notifications ฯลฯ >> ให้เลื่อนลงมาด้านล่างสุด เลือกที่เมนู ‘Help a Friend’ หรือ ช่วยเพื่อน
  • จากนั้นตัวแอพจะพาเราไปยังหน้าเว็บไซต์ iCloud โดยอัตโนมัติ >> ให้เราลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Apple ID ของเพื่อน จากนั้นก็จะปรากฏอุปกรณ์ที่ลงชื่อเข้าใช้ Apple ID ที่เราเข้าสู่ระบบขึ้นบนแผนที่ทันที

วิธีค้นหา iPhone หาย, iPad หาย ผ่านเว็บไซต์ iCloud

fm1

นอกจากการค้นหาอุปกรณ์หรือดูตำแหน่งผ่านแอพพลิเคชัน Find My เราก็สามารถเข้าไปใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ iCloud

  • วิธีการง่ายๆ เลยก็คือ เมื่อเราเข้าไปยังเว็บไซต์ >> จากนั้น ก็เลือกที่ Sign In เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน โดยใช้ Apple ID ของเรา
  • เมื่อเข้าสู่ระบบได้แล้ว ก็สามารถดูตำแหน่งของอุปกรณ์ที่เราต้องการได้เลยในทันที ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง Apple ID ของเรา หรือ Apple ID ของคนอื่น ในกรณีที่เพื่อนหรือคนรู้จักของเรา ทำเครื่องหาย

และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการใช้งาน Find My ฟีเจอร์สำคัญในการติดตามตำแหน่ง ค้นหาอุปกรณ์ของ Apple ที่ต้องบอกเลยว่ามีประโยชน์กับผู้ใช้งานมากๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการค้นหาอุปกรณ์เวลาที่หาไม่เจอ การติดตามตำแหน่งในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย อีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถลบข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูลต่างๆ ของเราไว้ ในกรณีที่ทำหายแล้วหาเครื่องไม่เจอ เพื่อไม่ให้คนที่เก็บไปสามารถนำข้อมูลต่างๆ ของเราไปใช้งานต่อหรือนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้นั่นเอง


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แผ่นรองเมาส์ แบบไหนดี
สายชาร์จไอโฟนแท้, สายชาร์จไอโฟน Type C, สายชาร์จไอโฟน 13
โหลดเทมเพลต PowerPoint ฟรี
SmartWatch รุ่นไหนดี
ซิมโทรฟรีทุกเครือข่าย 24 ชั่วโมง
My Hotpot Story, ร้านหม้อไฟแห่งความสุข
แอพออกแบบโลโก้ สวยๆ, แอพออกแบบ Logo, แอพออกแบบโลโก้ iPad

from:https://notebookspec.com/web/672357-easy-way-to-use-find-my-iphone