คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท พร้อมโค้ดลดจาก BaNANA สเปคดีน่าใช้ได้ Office 2021 ด้วย!

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเพื่อชาวออฟฟิศและนักศึกษาทุกคน สเปคดีจบน่าจัด!

7 Notebook 20K Banana 1

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนคงไม่ได้คาดหวังมากว่าโน๊ตบุ๊คเหล่านี้สเปคจะแรงทำงานดีอะไรมากนักอย่างแน่นอน แต่ ณ ปี 2023 นี้ เมื่อซีพียูรุ่นใหม่ๆ ของ AMD, Intel ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากได้ประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมแล้วราคาของเทคโนโลยีก็ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทสเปคดีทรงพลังพอควร ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัดอย่างนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานใหม่มาก

Advertisementavw

สเปคของโน๊ตบุ๊คเหล่านี้มักยืนพื้นด้วยจอขนาด 14 หรือ 15.6 นิ้ว กับ M.2 NVMe SSD 256~512GB มี Windows 11 Home ติดตั้งมาให้จากโรงงาน บางเครื่องอาจได้ Microsoft Office Home & Student ไม่ว่าจะ 2019, 2021 ติดเครื่องมาด้วย ส่วนแรมจะมีตั้งแต่ 8~16GB ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตจะจัดสเปคมาให้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนก็ขอแนะนำให้อัพแรมไป 16GB เลย จะได้เปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้พร้อมๆ กันหลายโปรแกรมแล้วเครื่องไม่ค้างด้วยและยังใช้งานในระยะยาวได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่แรมไม่พอเครื่องไม่แรง ใช้งานไม่ลื่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000

ซึ่งถ้าใครหาซื้อโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทอยู่ ณ ตอนนี้ร้าน BaNANA จัดโปรโมชั่นรวมรุ่นน่าใช้มาให้เลือกซื้อ มีโค้ดส่วนลดและยังผ่อนได้ 0% x 24 เดือน และยังนำไปเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยในอีเว้นท์ครั้งนี้มีโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายรุ่น ถูกใจผู้ใช้ทุกคนอย่างแน่นอน

สรุปสเปค 7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท สำหรับคนทำงาน

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-59-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,990
MSI Modern 14 B11M-004TH Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.6 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

16,990
Acer Aspire 5 A515-45-R503 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

16,990
Acer Aspire Vero AV15-51-518U Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

19,990
ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.1

17,990
Xiaomi RedmiBook 15 Intel Core
i5-11300H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI 1.4 x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,990
Hp 15s-eq3001AU AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.69 กก.

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

19,990

7 โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท สเปคคุ้มถูกใจได้ออฟฟิศแท้!!

หากใครมีโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่แล้วเริ่มทำงานไม่ดีไม่ลื่นไหลเหมือนก่อนแล้วอยากเปลี่ยนเครื่องเป็นรุ่นใหม่ที่ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ในบทความนี้ผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นซึ่งสเปคน่าสนใจและมีส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (16,990 บาท)
  2. MSI Modern 14 B11M-004TH (16,990 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-45-R503 (16,990 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)
  5. ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W (17,990 บาท)
  6. Xiaomi RedmiBook 15 (18,990 บาท)
  7. Hp 15s-eq3001AU (19,990 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (16,990 บาท)

acer1

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเครื่องแรกเป็น Acer Aspire 3 A315-59-31F5 รุ่นล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ โดยทาง Acer ได้อัพเดทเป็น Intel 12th Gen ซึ่งประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมแถมยังอัพเกรดเพิ่มแรมได้สะดวกและยังได้เครื่องใหญ่หน้าจอ 15.6 นิ้วอีกด้วย อย่างไรก็ตามแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 8~16GB จะได้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

ซีพียูของ Aspire 3 นี้เป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 ได้ น้ำหนักเครื่อง 1.77 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเครื่องนี้มาใช้งานก็อย่าลืมอัพเกรดแรมเท่านี้ก็ทำงานได้สบายๆ แล้ว

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-31F5
CPU Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 4GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 1.77 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. MSI Modern 14 B11M-004TH (16,990 บาท)

MSI Notebook Modern 15 B11M 01

MSI Modern 14 B11M-004TH นี้เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท เครื่องใหญ่ 15.6 นิ้ว แต่เครื่องไม่หนักมากและบอดี้ทำจากอลูมิเนียม มี Numpad ติดตั้งมาให้ ไฟ LED Backlit พร้อมใช้ ทำงานในที่แสงน้อยได้สะดวก น้ำหนักเครื่องมากสุดเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมมี 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 หากใครมองหาโน๊ตบุ๊คสายทำงานของ MSI ดีๆ ไว้ใช้สักเครื่องก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เลย

สเปคของ MSI Modern 14 B11M-004TH
CPU Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.6 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Aspire 5 A515-45-R503 (16,990 บาท)

Acer Notebook Aspire A515 02 square medium

ด้านแฟนคลับ AMD ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท ไว้ใช้ล่ะก็ Acer Aspire 5 A515-45-R503 ตอบโจทย์ใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ซึ่งจุดเด่นของมัน คืออัตราส่วนหน้าจอกับตัวเครื่อง (Screen-to-Body Ratio) ที่กว้างถึง 81.61% ทำให้มีพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอกว้าง กรอบจอบางพร้อมฟีเจอร์ถนอมสายตาของผู้ใช้ติดตั้งมาให้และยังอัพเกรดแรมเพิ่มได้อีกด้วย

ซีพียูของ Aspire 5 นี้เป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics และจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาด้วย ส่วนพอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R503
CPU AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
GPU AMD Radeon Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 16,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD10 ลดได้ 1,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)

Acer Notebook Aspire Vero AV15 51 518U Gray 3 square medium

Acer Aspire Vero AV15-51-518U เมื่อก่อนหน้านี้มักมีราคาสูงเกิน 20,000 บาทไปพอสมควร แต่เมื่อวางขายมาระยะหนึ่งแล้ว ราคาก็ค่อยๆ ลดลงจนเข้าข่ายเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทไปโดยปริยาย ซึ่งจุดเด่นของตระกูล Vero ได้แก่ บอดี้เครื่อทำจากพลาสติกรีไซเคิลรักษ์โลกและในเครื่องยังติดตั้ง Microsoft Office มาให้ใช้ฟรีๆ แถมมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้งาน แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม นับว่า Aspire Vero นี้เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่ลูกเล่นครบเครื่องน่าใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาด้วยก็ช่วยรักษาความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้เจ้าของเครื่องยิ่งขึ้น

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51-518U
CPU Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5~4.5GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 19,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W (17,990 บาท)

Asus Notebook Vivobook 15 X1500EA 02 square medium

ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่สเปคยังน่าใช้งานอยู่ โดยตัวเครื่องบางเบาพกง่ายน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม ได้ซีพียู Intel 11th Gen ดีไซน์หน้าจอขอบบาง NanoEdge Display ให้มีพื้นที่การมองเห็นกว้างยิ่งขึ้นด้วย

ซีพียูเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home แรมออนบอร์ดความจุ 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.1 ในตัว น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม นับเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทที่น่าสนใจอีกรุ่น

สเปคของ ASUS Vivobook 15 X1500EA-BR599W
CPU Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 17,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Xiaomi RedmiBook 15 (18,990 บาท)

Xiaomi Notebook Redmi Book15 i5 03 square medium

Xiaomi RedmiBook 15 เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท หน้าตาเรียบร้อยสเปคดีบางเบาพกสะดวกใช้ทำงานเอกสารหรือเรียนออนไลน์ได้ดี ได้ซีพียู Intel 11th Gen รุ่น H-Series หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ 

ซีพียูของ RedmiBook 15 เป็น Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มา แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 1.4 x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม หากใครหาเอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ก็ดีทั้งคู่

สเปคของ Xiaomi RedmiBook 15
CPU Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1~4.4GHz
GPU Intel Iris Xe Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI 1.4 x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1

Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home
Weight 1.8 กิโลกรัม
Price 18,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Hp 15s-eq3001AU (19,990 บาท)

HP Notebook 15s eq3001AU Natural Silver 1 square medium

โน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาทเครื่องสุดท้ายเป็น Hp 15s-eq3001AU ซึ่งสเปคของมันถือว่าครบจบจากโรงงานโดยได้แรม 16GB และซีพียู AMD Ryzen รหัสพิเศษและได้ Microsoft Office ติดเครื่องมาพร้อมใช้งานอีกด้วย เรียกว่าซื้อมาเปิดทำงานได้เลยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มก็ได้

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ น้ำหนัก 1.69 กิโลกรัม จัดว่าเป็นรุ่นเด็ดสเปคดี น่าซื้อมาใช้งานมาก

สเปคของ Hp 15s-eq3001AU
CPU AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.3GHz
GPU AMD Radeon Graphics
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
Weight 1.69 กิโลกรัม
Price 19,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

charlesdeluvio Lks7vei eAg unsplash 1

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คทำงานราคาไม่เกิน 20000 บาท ณ ปี 2023 นี้ สเปคดีขึ้นมากระดับใช้ทำงานต่างๆ ได้สบายๆ และราคาก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับสเปคที่ได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเป็นเครื่องใหม่มากๆ และยิ่งมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA เสริมเช่นนี้ ซื้อมาใช้คุ้มค่าทำงานได้สะดวกขึ้นแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20000 1

7 Wireless Charging 1

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

from:https://notebookspec.com/web/685973-7-laptop-under-20000-banana-2023

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ
HallZy

AMD ประกาศอย่างวันวางจำหน่ายและราคาของ Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ โดยจะวางขายด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นคือ Ryzen 7 7800X3D, Ryzen 9 7900X3D และ Ryzen 9 7950X3D โดยชิปประมวลผลทั้ง 3 ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้สูงขึ้น โดยโมเดลเรือธงนั้นทาง AMD ปล่อยออกมาเพื่อมาแข่งกับ Intel Core i9-13900K จากฝั่งคู่แข่งนั่นเอง

7900X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

 Ryzen 7000X3D ซีรีส์ที่มีการประกาศวันวางจำหน่ายและราคา 

  • AMD Ryzen 7950X3D 16C/32T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.7 GHz ขนาด Cache 144MB และ TDP 120W ราคา $699 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7900X3D 12C/24T 4.4 GHz ความเร็วสูงสุด 5.6 GHz ขนาด Cache 140MB และ TDP 120W ราคา $599 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7800X3D มาพร้อมกับ 8C/16T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.0 GHz ขนาด Cache 104MB และ TDP 120W ราคา $449 วางจำหน่ายวันที่ 6 เมษายน 2023

7800X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

หากใครสั่งซื้อ Ryzen 7 7800X, Ryzen 9 7900X หรือ Ryzen 9 7950 รับไปโค้ดเกม Star Wars Jedi: Survival ไปเล่นกันแบบฟรี ๆ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าโปรโมชั่นนี้จะมีใน Ryzen 7000X3D ซีรีส์หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป 

ข่าว: AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/amd-ryzen-9-7950x3d-launches-february-28th/

ทำไม AMD ดูดีกว่า Intel มากในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบเดียวกัน

AMD และ Intel เป็นคู่แข่งที่เบียดกันดุเดือดมากในตลาดชิปประมวลผล แต่รายแรกตอนนี้กลับดูภาพรวมสดใสกว่าอีกเจ้ามาก โดยขณะที่อินเทลคาดผลประกอบการณ์ว่ากำลังถดถอย แต่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของ AMD กลับทะยานด้วยการเปิดตัวชิปใหม่

โดยเฉพาะการโชว์ป๋าซื้อกิจการผู้ผลิตชิปเฉพาะด้านอย่าง Xilinx ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ที่ล่าสุดผลประกอบการส่วนนี้ก็เติบโตขึ้นด้วย แม้จากการแถลงของ AMD เมื่อวันอังคาร คาดการณ์ว่ายอดขายในไตรมาสเดือนมีนาคมนี้จะอยู่ที่ 5.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 10% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนก็ตาม

ถึงจะไม่ใช่ตัวเลขที่สวยงาม แต่ก็ดูดีกว่าตัวเลขยอดขายคาดการณ์ช่วงเวลาเดียวกันของอินเทลมาก โดยสัปดาห์ที่แล้วอินเทลกล่าวว่า ตัวเองทำนายยอดขายว่าจะได้ประมาณ 1.1 หมื่นล้านเหรียญฯ ซึ่งร่วงลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 40% เลยทีเดียว

ทั้งสองบริษัทไม่ให้ตัวเลขคาดการณ์ยอดขายตลอดทั้งปี โดยใช้เหตุผลว่าเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ซีอีโอ AMD คุณ Lisa Lu กล่าวกับนักวิเคราะห์ในงานแถลงผลประกอบการณ์ว่า “เราอยากเฝ้าระวังสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในปีนี้ ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม”

แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นต่างตอบสนองต่อทั้งสองบริษัทต่างกันมาก โดยหลังจากอินเทลรายงานออกมาสัปดาห์ก่อน หุ้นก็ร่วงลงมากกว่า 7% ในช่วงต่อเวลาซื้อขาย ขณะที่หุ้น AMD กลับพุ่งขึ้น 2% หลังการรายงานผลประกอบการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

บริษัททั้งสองนี้เผชิญกับภาวะตลาดพีซีถดถอยรุนแรงเหมือนกัน หลังจากช่วงสองปีก่อนหน้านี้ที่ยอดขายพุ่งทะยานในช่วงที่มีการระบาดของโควิด 19 ที่หลายคนต่างต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เอาไปทำงานหรือเรียนหนังสือจากบ้านกัน

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ AMD ลดลง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ของอินเทลลดค่ำลง 36% ซีอีโอ AMD ยังกล่าวว่า ตัวเลขตลาดพีซีน่าจะร่วงอีก 10% ในปี 2023 นี้ แต่ดีที่ AMD ทำตลาดชิปเซิร์ฟเวอร์พุ่งขึ้นถึง 42%

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/why-amd-is-faring-much-better-than-intel/

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer พร้อมส่วนลด 5,000 บาท รวมตัวแรงสเปคเทพ ทำงานดีปรับสุดได้ทุกเกม!!

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รอบนี้จัดตัวแรงมาเต็มๆ พร้อมส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท!!

Artboard 2 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ในแคมเปญ Acer Love Your Sale รับต้นเดือนกุมภาพันธ์เพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์หลายๆ ท่านที่กำลังมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ใช้งานได้เป็นรุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้อย่างมีความสุขยิ่งกว่าเดิม โดยโน๊ตบุ๊คเหล่านี้จะติดตั้งซีพียู AMD, Intel มาโดยจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA ซึ่งใช้รันงานและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้โดยปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลย หรือถ้าเป็นครีเอเตอร์ก็ตัดต่อคลิปได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อโน๊ตบุ๊คก็น่าใช้แล้ว ยังมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA ช่วยลดราคารุ่นที่เข้าร่วมรายการสูงสุดถึง 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ถึง ทาง BaNANA ก็ให้ส่วนลดถึง 2,500 บาท เพียงซื้อโน๊ตบุ๊คราคาเกิน 35,000 บาทเท่านั้น น่าจะถูกใจผู้ใช้ที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่อย่างแน่นอน ไม่ต้องรองานอีเว้นท์ใดๆ ก็เลือกซื้อรุ่นที่อากได้ที่หน้าเว็บไซต์ของทาง BaNANA ได้เลย และยังเลือกรอรับสินค้าหน้าร้านภายใน 1 ชั่วโมงได้อีกด้วย เรียกว่ามาหน้าร้านสั่งโน๊ตบุ๊ครุ่นในใจเอาไว้แล้วไปเดินช็อปปิ้งสักพักก็มารับโน๊ตบุ๊คกลับบ้านไปใช้งานต่อได้เลย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวเด็ดน่าโดน

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,990
Acer Nitro 5 AN515-58-52BB Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

50,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA เด็ดคุ้มส่วนลดจัดหนัก ซื้อได้ไม่ต้องรอ!!

จะผู้ใช้หรือเกมเมอร์คนไหนที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่ามาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer อยู่ ณ ตอนนี้ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะมีโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 5,000 บาททีเดียว โดยในบทความนี้ผู้เขียนขอยกมาแนะนำทั้งหมด 7 เครื่อง โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)
1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103220 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX โน๊ตบุ๊คสายทำงานที่สเปคดีราคาไม่แพงมาก ซึ่งทาง Acer ออกแบบรุ่นนี้มาเพื่อนักศึกษาหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ใช้งานสักเครื่อง เมื่อมีการ์ดจอ NVIDIA ติดตั้งมาก็ช่วยเสริมการประมวลผลตอนแต่งภาพ, ตัดต่อคลิปหรือจะเปิดเกมเล่นก็ได้เช่นกัน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้ภาพไหลลื่นไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องเพียง 2.15 กิโลกรัม หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ดีๆ เอาไว้ใช้สักเครื่องแนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX
CPU AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
GPU NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.15 กิโลกรัม
Price 22,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103314 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ตั้งแต่รุ่นนี้เป็นต้นไปจะเป็นตระกูล Nitro 5 รุ่นน่าใช้ เริ่มต้นด้วย Acer Nitro 5 AN515-58-52BB ซึ่งมีจุดเด่นหลายส่วน ได้แก่ ไฟคีย์บอร์ด 4-Zone RGB, พอร์ต USB-C เป็น Thunderbolt 4 ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery และต่อจอแยกแบบ DisplayPort ได้ในตัวและได้บอดี้ตัวเครื่องดีไซน์ใหม่อีกด้วย

เครื่องแรกใช้ซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz จากโรงงาน มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม และเมื่อมีโค้ดส่วนลดจากแคมเปญนี้เสริม เลยทำให้ Acer Nitro 5 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสุด ณ ตอนนี้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-52BB
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 33,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ15 ลดได้ 1,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)

r2d4 1

Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าซื้อไม่แพ้กัน โดยรุ่นนี้เป็นสเปคเอาใจเกมเมอร์ที่อยากได้เครื่องสเปคแรงพอตัวแต่ไม่แพงมาก โดยแชร์ดีไซน์กับฟีเจอร์เด่นร่วมกัน แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz และให้แรมมา 8GB DDR5 บัส 4800MHz กับพอร์ต USB-C 3.2 Full Function รองรับ Power Delivery และ DisplayPort ในตัวและเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย จัดเป็นรุ่นน่าใช้ สเปคดีและส่วนลดจัดเต็มมากอีกรุ่น

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)

r12a 1

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นแชร์สเปคร่วมกับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 แทน ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกราว 15% ช่วยเพิ่มเฟรมเรทระหว่างเล่นเกมให้สูงขึ้นอีก ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เกมเมอร์เลือกซื้อรุ่นนี้ไปเล่นเกม ส่วน Nitro 5 ข้อก่อนหน้าจะเน้นไปทางครีเอเตอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ทำงานกราฟิคมากกว่า

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 37,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)

r1qy 1

หากใครอยากได้ซีพียูแรงเป็นหลักล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้สเปคจะแชร์กับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมดแต่จะมีจุดแตกต่างตรงซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz และใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 แทน ซึ่งดีต่อครีเอเตอร์อย่างแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่เล่นเกมเน้นใช้ซีพียูประมวลผลเป็นหลักจะซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมก็เวิร์คเช่นกัน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 39,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

729s 1

ถ้าหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เน้นเล่นเกมเป็นหลัก สเปคแรงพอเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันปรับสุดได้ทุกเกมบนความละเอียดระดับ Full HD~QHD ล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-58-729S รหัสนี้ถือว่าแรงจบจากโรงงาน โดยทาง Acer ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้จากโรงงาน ด้านสเปคส่วนอื่นๆ จะแชร์ร่วมกับรุ่นซีพียู Intel แทบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพและความแรงเรียกว่าหายห่วงทั้งทำงานและเล่นเกมก็เอาอยู่แน่นอน ยิ่งมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA เช่นนี้ยิ่งคุ้มค่าน่าซื้อแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
CPU Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 49,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ25 ลดได้ 2,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)

r8tg 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวแรงฝั่ง AMD เทียบชั้นกับ Intel Core i7 ในข้อก่อนได้ จะเป็น Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG รุ่นนี้ที่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มาให้และแรมอีก 16GB DDR5 บัส 4800MHz เท่ากันอีกด้วย เรียกว่าแรงทรงพลังไม่แพ้กัน และยังได้ส่วนลดแบบจัดเต็มถึง 5,000 บาทอีกด้วย หากใครอยากซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer มีการ์ดจอแยกร้าน BaNANA ดีๆ ก็ลงทุนซื้อเครื่องนี้มาเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 50,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

Nitro 5 main 2560 1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ครั้งนี้ถือว่าทาง BaNANA และ Acer จัดโปรโมชั่นแบบจัดหนักจัดเต็มมาก ตอบโจทย์เกมเมอร์และครีเอเตอร์ตั้งแต่งบสามหมื่นบาทต้นๆ ไปจนตัวแรงครึ่งแสนก็มีให้เลือกตามต้องการ เกมเมอร์คนไหนสนใจสเปคและความแรงระดับไหนก็เลือกซื้อได้ตามใจชอบเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20000 1

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

from:https://notebookspec.com/web/685573-7-acer-gaming-laptop-banana-2023

AMD เปิดราคา Ryzen 7000X3D แบบเพิ่ม V-Cache เน้นเล่นเกม ราคาเริ่มต้น 449 ดอลลาร์

AMD ประกาศราคาซีพียู Ryzen 7000X3D เวอร์ชันเพิ่มแคช L3 แบบ 3D V-Cache วางเป็นเลเยอร์ เพื่อให้แคชใหญ่ขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมมากขึ้น

ซีพียูทั้ง 3 รุ่นเปิดตัวตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่ แต่เพิ่งประกาศราคา ก่อนเริ่มวางขายรุ่น Ryzen 9 สองตัวในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ และรุ่น Ryzen 7 จะตามมาในเดือนเมษายน

  • Ryzen 7 7800X3D 8 คอร์ 16 เธร็ด, แคช 104MB, ราคา 449 ดอลลาร์
  • Ryzen 9 7900X3D 12 คอร์ 24 เธร็ด, แคช 140MB, ราคา 599 ดอลลาร์
  • Ryzen 9 7950X3D 16 คอร์ 32 เธร็ด, แคช 144MB, ราคา 699 ดอลลาร์

กรณีของรุ่น 7800X3D ไม่มีตัวเทียบตรงๆ แต่ตัวที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Ryzen 7 7700X ที่จำนวนคอร์เท่ากัน ราคา 399 ดอลลาร์ (แพงขึ้น 50 ดอลลาร์), รุ่น 7900X3D เพิ่มขึ้นมา 50 ดอลลาร์จากรุ่น 7900X ที่ราคา 549 ดอลลาร์ และรุ่นสูงสุดคือ 7950X3D ราคา 699 ดอลลาร์เท่ากับ 7950X เลย

No Description

ราคาของ Ryzen 7000 รุ่นไม่มี 3D ที่เปิดตัวเดือนสิงหาคม 2022

ที่มา – Notebookcheck

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132471

MSI PRODP20ZA คอมจิ๋ว เทรดหุ้น เล่นเกมเบาๆ ต่อได้ 3 จอ ดูหนัง 4K เริ่มหมื่นกว่า

MSI PRODP20ZA มินิพีซีขนาดฝ่ามือ เล่นเกมเบาๆ ดูหนัง 4K เทรดหุ้น ต่อได้ 3 จอ ประหยัดไฟ

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มินิพีซีเครื่องจิ๋ว แต่ประสิทธิภาพเกินตัว พร้อมการเชื่อมต่อครบครัน รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ ปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลายสไตล์ เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานในยุคใหม่ได้หลายรูปแบบ ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 series และแรม DDR4 รวมถึงกราฟิก Radeon Graphic ที่ตอบสนองได้ทั้งงานในสำนักงานทั่วไป งานเอกสาร และการทำบัญชี ไปจนถึงการตกแต่งภาพ รวมถึงการใช้งานส่วนตัว เช่นท่องอินเทอร์เน็ต ขายของออนไลน์ และความบันเทิงภายในบ้าน หรือเป็นพีซีเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ด้วยมิติที่เล็กกว่าเคสคอมทั่วไปหลายเท่า น้ำหนักเบา จึงติดตั้งได้ง่าย ใช้งานในจุดต่างๆ ของบ้านหรือสำนักงานได้ดี รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายรุ่นใหม่ กับดีไซน์ที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และที่น่าสนใจคือ ประหยัดการใช้พลังงานลง ใครที่ชอบด้วยงบประมาณเริ่มต้นเพียง 15,000 บาท กับการรับประกัน 2 ปีอุ่นใจ ในแบบ Onsite Pickup & Return อีกด้วย ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

MSI PRODP20ZA มินิพีซีตัวจิ๋ว เพื่องานและความบันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  1. มิติที่เล็กมาก ขนาดเทียบเท่าฝ่ามือเองครับ เทียบกับเราเตอร์ขนาดย่อมๆ ก็ยังได้ เล็กกว่าพีซี 6-8 เท่าเลยทีเดียว เพราะขนาด 2.6L เท่านั้น ประหบัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้เยอะ
  2. น้ำหนักประมาณ 1.5Kg เท่านั้นครับ วางมุมไหนก็ได้ โต๊ะไม่เอียงแน่นอน
  3. ออกแบบให้วางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้หมด แล้วแต่ผู้ใช้จะดีไซน์ จัดโต๊ะคอมได้ง่ายขึ้น
  4. วางตรงไหนในห้องก็ได้ แทบจะเป็นดีไซน์แบบเดียวกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นในปัจจุบัน ต่อสายเข้าจอ ก็พร้อมทำงาน เพราะมี WiFi ในตัว
  5. ด้านหน้าทันสมัย เน้นเส้นสายสะดุดตา ติดอยู่นิดนึง คือปุ่มอาจจะดูกลมกลืนไปกับลายด้านหน้าอยู่บ้าง แต่ก็มีแสงไฟสถานะให้พอสังเกตครับ
  6. ด้านข้างซ้ายปิดทึบ ใช้วางแนวนอนได้, ด้านขวามีช่องระบายอากาศ สำหรับพัดลมซีพียู
  7. ด้านหลังจัดพอร์ตมาให้เยอะพอสมควร เช่น USB 3.2, USB 2.0, พอร์ตแสดงผล HDMI, DP และ VGA
  8. การใช้พลังงาน มาพร้อมอแดปเตอร์ 120W ขนาดย่อมๆ มาให้ ไม่เปลืองไฟครับ
  9. ต่อได้ 3 จอเลยครับ สำหรับคนที่ต้องใช้งานหลายจอพร้อมกัน

ข้อสังเกต

  • มีไฟสถานะแสดงผลไม่มาก
  • ไม่รองรับการอัพเกรดการ์ดจอแยก
  • ใช้แรมแบบ SODIMM เท่านั้น

Specification

Description
CPU MODEL AMD Ryzen 3 5300G, 4 core/ 8 thread
CPU COOLING Air cooling
MEMORY DDR4 SO-DIMM 2 slot, Max. 64GB
STORAGE SSD 256GB, PCIe GEN3x4
2x M.2 slot
2x 2.5″ Drive bay
WIRELESS LAN INTEL/3168.NGWG, 802.11ac 1×1+BT 4.2
AUDIO Realtek ALC233, 2.1 Channel HD Audio
I/O PORTS (FRONT) 1 x USB 3.2 Gen 2 Type A
1 x USB 3.2 Gen 2 Type C
Front Audio Mic-In x1,
Headphone x1
I/O Port (Rear) USB 3.2 Gen 2 Type A x1
USB 2.0 TYPE A x3
LAN (RJ-45) x1
WiFi Antenna x2
VGA x1
HDMI x1
DP Out x1
COM Port x1
Power 120W Adaptor
Keyboard/ Mouse RF1430, MA04
PRODUCT DIMENSIONS (WXDXH) 160.55 x 193.3 x 85mm
WEIGHT 1.42Kg.
VESA SIZE 75 x 75 mm
Source: MSI Pro DP20Z

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA


Hardware / Design

MSI PRODP20ZA

การออกแบบของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามินิมอลกว่ารุ่นที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เสียอีก เพราะตัวถังแค่ 2.3L เท่านั้น มิติประมาณ 16cm x 19.3cm x 8.5cm หากเทียบกับเกมมิ่งตัวน้องอย่าง Trident AS ก็ยังเล็กกว่ามาก แต่จะพอๆ กับ MSI CUBI 5 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี Pro DP20ZA มีความคล่องตัว และสนับสนุนการติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมได้มากกว่า

ด้านหน้าออกแบบมาในโทนสีดำ มีเส้นสายที่มีการสลับไปมา ดูมีมิติ และทันสมัย แทรกปุ่มเพาเวอร์และแสงไฟสถานะมาด้วย พร้อมพอร์ตต่อพ่วง และโลโก้ MSI สีเงิน ซึ่งเป็นแนวที่เราอาจไม่ได้เห็นกันบ่อยบนพีซีขนาดเล็ก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบ ไม่มีลวดลายมากนัก

MSI PRODP20ZA

เมื่อมาดูกันแบบใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าเส้นสายที่อยู่ด้านหน้านี้ จะมีมิติยื่นออกมา สลับกับภายในที่เป็นสีดำเงา โดยปุ่มเพาเวอร์จะซ่อนอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งหากไม่ได้กด หรือมีแสงไฟสถานะลอดออกมา ก็แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นปุ่มเปิดการทำงาน ไฟจะมีสีฟ้าและสีขาว อยู่ตรงด้านบนขวา ใกล้กันก็จะเป็นพอร์ต Front panel ที่อยู่หน้าเครื่อง ประกอบด้วย USB Type-C, Type-A และหูฟัง ไมโครโฟน

MSI PRODP20ZA

ด้านข้างขวา จะเป็นช่องระบายความร้อน โดยเราจะเห็นพัดลมพื้นฐานของทาง AMD ดูดลมเข้ามาจากช่องนี้ เพื่อระบายความร้อนให้กับฮีตซิงก์ของซีพียู ที่อยู่ด้านใน และโลโก้ Pro series และใกล้ๆ กับช่องพัดลม และใกล้กับด้านหน้าจะมีระบุไว้ว่า Design and Engineering by MSI

MSI PRODP20ZA

ด้านซ้ายจะเป็นช่องเล็กๆ สำหรับติดตั้ง VESA Mount กับด้านหลังจอมอนิเตอร์ และฝาผนังเป็นแบบ 75mm x 75mm ส่วนตัวมองว่าเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายแบบ ไม่ว่าจะใช้ติดตั้งจอทีวีในบ้าน สำนักงาน สำหรับต้อนรับแขก พรีเซนเทชั่น หรือจะต่อกับจอภาพบางรุ่น เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ยิ่งใช้งานแบบไร้สาย ก็จะทำให้โต๊ะไม่ดูรกรุงรังอีกด้วย

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA วางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขึ้นอยู่กับการจัดวางองค์ประกอบบนโต๊ะ และความสะดวก ด้วยความกว้าง x ยาวระดับ 160.5 x 193mm เท่านั้น จึงไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน เรียกว่าโต๊ะขนาด 120cm ก็ยังเหลือพื้นที่ใช้สอยได้อีกมากมาย

ด้านหน้าที่มีพอร์ตต่อพ่วงมาให้ทั้ง USB และแจ๊ค 3.5mm อีกด้านจะเป็นโลโก้ MSI บนเพลทสีเงินสวยงาม

และอีกสองด้านที่เหลือ จะเป็นช่องระบายอากาศ ซึ่งมาในแบบตะแกรงขนาดเล็ก เพื่อให้อากาศไหลเวียนในตัวเคสได้ดีขึ้น ซึ่งหากดูตามการใช้งานแล้ว พีซีเครื่องนี้แทบไม่เกิดความร้อนขึ้นมากมายนัก โดยพัดลมซีพียูสามารถจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีทีเดียว

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังตัวเครื่องมาพร้อมช่องระบายความร้อนแบบตะแกรงช่องเล็กและพอร์ตต่อพ่วงมากมาย รวมถึงจุดติดตั้งเสาสัญญาณ WiFi อีกด้วย และเป็นจุดที่ใช้ไขน็อต เพื่อแกะฝาครอบ สำหรับการอัพเกรด

MSI PRODP20ZA

การดีไซน์โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว แตกต่างจากมินิพีซีทั่วไป ทั้งเส้นสาย พอร์ตการเชื่อมต่อ เพียงแต่อาจจะเน้นไปที่ Business เป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ใส่เรื่องของแสงสีมากมายนัก แต่ก็เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ดี ดูมินิมอลมากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI PRODP20ZA

พอร์ตการเชื่อมต่อด้านหน้า มีเป็นพอร์ต USB 3.2 Gen2 Type-C ที่ใช้ได้ทั้งการชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ส่วนที่เป็น Type-A ผมว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่มี External HDD หรือ SSD ที่ต่อภายนอก โอนถ่ายไฟล์ข้อมูลได้ไว เพราะเป็น USB 3.2 Gen2 ความเร็วระดับ 10Gbps เร็วกว่า Gen1 เท่าตัวเลยทีเดียว หรือใครสะดวกจะใช้พอร์ตด้านหลัง จะใช้พอร์ตนี้ในการต่อ เมาส์ คีย์บอร์ดได้เช่นกัน

ใกล้กันจะเป็นแจ๊ค 3.5mm ที่ทาง MSI ใส่แยกเอามาไว้ให้เป็น หูฟัง และไมโครโฟน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จะต่างจากบนโน๊ตบุ๊คที่เป็นคอมโบมาให้ อาจจะไม่สะดวก เมื่อต้องแยกใช้ไมโครโฟน กับเอาท์พุตเสียง เพื่องานในสำนักงาน

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อหลักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A 2 พอร์ต จุดนี้ผมมองว่าเหมาะกับการต่อเมาส์ คีย์บอร์ดเป็นหลัก เพราะไม่ได้เน้นความเร็ว ส่วนด้านล่างจะเป็น USB 3.2 Gen2 ซึ่งตอบโจทย์พรินเตอร์รุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล และอื่นๆ ที่เน้นเรื่องความเร็ว ใกล้กันเป็นพอร์ตเชื่อมต่อเครือข่าย RJ-45 สำหรับ Gigabit LAN และพอร์ตแสดงผล ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ เพราะมีให้ถึง 3 พอร์ตด้วยกัน ประกอบด้วย

  • VGA สำหรับต่อจอพื้นฐานแอนาลอกบนความละเอียด Full-HD
  • DisplayPort ต่อจอแสดงผลดิจิตอล รองรับความละเอียด 4K เหมาะกับจอรุ่นใหม่
  • HDMI ใช้ได้ทั้งจอมอนิเตอร์ โปรเจกเตอร์ และจอพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไป
MSI PRODP20ZA

เสาสัญญาณ WiFi รองรับ 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ทำให้การเชื่อมต่อของคุณไม่ติดขัด เพราะมีให้เลือกทั้ง LAN และ WiFi


Inside / Upgrade

MSI PRODP20ZA

การแกะอัพเกรดทำได้ค่อนข้างง่ายบน MSI PRODP20ZA นี้ เพราะไขน็อตเพียง 4 ตัวเท่านั้น สามารถไขออกได้ทั้ง 2 ด้านซ้ายและขวา

MSI PRODP20ZA

ด้านที่เป็นช่องระบายอากาศ จะเห็นพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ พร้อมฮีตซิงก์ติดตั้งมากลางตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ การกระจายลมออกไปได้ทั่วๆ ภายในเคส และให้ลมออกได้ถึง 3 ด้านด้วยกัน โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด AMD Ryzen 7 5700G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดที่วางจำหน่าย

MSI PRODP20ZA

พื้นที่ติดตั้ง Storage ด้านใน ติดตั้งได้ถึง 3 แบบ และยังอัพเกรดได้ โดยที่ติดตั้งมาให้เริ่มต้นเป็น SSD M.2 NVMe PCIe 256GB การถอดใช้เพียงไขควงแกะน็อตยึดเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบเล็กน้อย

MSI PRODP20ZA

ด้านล่างจะเป็นสล็อตสำหรับติดตั้งแรมเป็นแบบ SODIMM DDR4 3200 เดิมจะติดตั้งมาให้ 8GB มาตรฐาน แต่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้จากสล็อตที่เหลือ อัพเกรดได้สูงสุด 64GB (32GB x2)

MSI PRODP20ZA

แรมในแบบ SODIMM DDR4 3200 8GB จาก Samsung ที่ติดตั้งมาในระบบ

MSI PRODP20ZA

ด้านบนของโมดูล SSD M.2 เป็นพอร์ต SATA III เพิ่มเติมมาให้ สำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 2.5″ หรือสำหรับโน๊ตบุ๊ค รวมถึง SSD SATA III เพิ่มได้อีก 2 ตัวด้วยกัน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้แล้ว อีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเมนบอร์ด ก็สามารถแกะเปิดออกมาได้ ให้คุณสามารถอัพเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มีสล็อต M.2 PCIe รองรับการติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe เพิ่มได้อีก 1 โมดูล รวมเป็น 2 โมดูลทั้งด้านหน้าและหลัง ได้ทั้งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และความเร็วที่จาก SSD อีกด้วย เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกจะใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบต่อภายนอก


Performance / Software

MSI PRODP20ZA

โปรแกรม CPUz รายงานซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI PRODP20ZA รุ่นนี้เป็น AMD Ryzen 3 5300G เป็นแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุดประมาณ 4.2GHz ซีพียูรุ่นนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มของกราฟิกในตัว ให้ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความบันเทิง หรือเล่นเกมเบาๆ แต่อาจจะไม่ได้เจาะจงสำหรับงานเฉพาะทาง เช่นงานตัดต่อ แต่งภาพจริงจังหรืองานด้านวิศวกรรมโหดๆ ได้มากนัก

MSI PRODP20ZA

ติดตั้งแรม DDR4 3200 ในแบบ SODIMM 8GB และใส่เพิ่มอีก 8GB เป็น 16GB มีให้ติดตั้งได้ 2 สล็อต

MSI PRODP20ZA

การทดสอบเบื้องต้นบน CPUz นี้ เทียบกับซีพียูรุ่นพี่อย่าง AMD Ryzen 7 2700X ที่เป็นแบบ 8 core/ 16 thread ซีพียู Ryzen 3 สามารถเบียดบี้ได้อย่างสูสี และโดดเด่นในงาน Single core ด้วยสัญญาณนาฬิกาที่สูง แม้จะเป็นรองในแง่ของ Multi-thread เพราะคอร์ เธรดน้อยกว่านั่นเอง

MSI PRODP20ZA

กราฟิกเป็นแบบ Integrate ที่มาในตัวซีพียู AMD Ryzen 3 รุ่นนี้ กับ Radeon Graphic ที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับการเล่นเกมโดยตรง เพราะจะเน้นที่การทำงาน ดูหนัง กับงานกราฟิกพื้นฐาน แต่ก็สามารถเล่นเกมที่ไม่ใช้ทรัพยากรมากๆ หรือแนวเกมออนไลน์ เช่น Genshin, Chrono Odyssy รวมถึงเกมพีซีที่แค่ปรับ Detail ก็สามารถเล่นได้ในหลายๆ เกม สามารถชมในส่วนการทดสอบเกมด้านล่างนี้ได้

MSI PRODP20ZA

การทดสอบ PCMark10 ให้ผลออกมาได้น่าพอใจ เพราะถ้าเทียบกับพีซีพื้นฐานขนาดใหญ่ MSI Pro DP20ZA นี้ ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร กับคะแนนรวมที่มากถึง 5,621 คะแนน รวมถึงคะแนน Essentials และ Productivity ที่มาแตะเกือบ 10,000 เพราะหลายครั้งที่เราทดสอบมาใน 2 ส่วนนี้ เฉลี่ยจะอยู่ที่ 10,000 ต้นๆ แสดงถึงความไม่ธรรมดาของซีพียูและการทำงานในภาพรวม

MSI PRODP20ZA

สำหรับ CINEBench นั้น จะเป็นการทดสอบด้านกราฟิก 3D Animation แม้ว่าจะเป็นซีพียูน้องเล็กอย่าง AMD Ryzen 3 แต่ก็สามารถผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก แม้ว่าจะทำคะแนนได้ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับซีพียูรุ่นพี่ๆ ที่มี Core/ Thread จำนวนมากกว่า แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพลังของซีพียูระดับ 4 core นี้ ก็พอจะช่วยให้ใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้จะแนะนำให้ใช้งานกับโปรแกรมขั้นสูงเช่นนี้ เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และอาจใช้เวลาในการประมวลผลมากเกินไป แต่ถ้าเป็นโมเดล AMD Ryzen 7 ก็พอจะช่วยงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRODP20ZA

กับผลทดสอบด้านเกมกราฟิก ด้วยโปรแกรม 3DMark กับกราฟิก Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 3 5300G นี้ แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็แสดงศักยภาพได้ดีในระดับหนึ่ง โดยคะแนนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ผ่านการทดสอบมาได้ อยู่ในเกณฑ์ของกราฟิกบนซีพียูในหลายๆ รุ่น อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการเล่นเกม ร่วมไปกับการใช้งานพื้นฐาน บนเคสขนาดเล็กเช่นนี้ แนะนำโมเดลที่เป็น Ryzen 7 5700G ที่จะช่วยเพิ่มเฟรมเรตได้พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกม

MSI PRODP20ZA

เราทดสอบการเล่นเกม เพื่อให้เห็นศักยภาพของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ กับเกมพื้นฐานแนว MOBA อย่าง DOTA2 กับการปรับ Detail Fastest mode บนความละเอียด Full-HD เพื่อเน้นความลื่นไหล ตัวเกมสามารถให้เฟรมเรตได้ถึง 80-90fps. แต่ถ้าปรับเป็น High ให้เฟรมเรตเฉลี่ยที่ 47-48fps. แม้จะมีเอฟเฟกต์จากเวทย์ของฮีโรก็ตาม แนะนำตั้งค่านี้ได้เลยหากต้องการเล่น

MSI PRODP20ZA

ส่วนเกม PUBG บนความละเอียด Full-HD 1080p ตั้งค่า Very Low Detail ให้เฟรมเรตได้ในระดับ 39-45fps มีบ้างที่ขึ้นไป 50fps. บางจังหวะ แต่ก็ทำให้เล่นเกมนี้ได้ แนะนำให้ตั้ง Render scale ในระดับ 70-90 จะไม่กระทบต่อเฟรมเรตมากนัก และเล่นเกมได้สบายตามากขึ้น

MSI PRODP20ZA

มาสู่บททดสอบในด้านงานวีดีโอกันบ้าง ด้วยการ Export คลิปวีดีโอความละเอียด Full-HD มีความยาว 15 นาที ใส่เอฟเฟกต์ทั่วไป ด้วยการ Insert ภาพและเสียง ระบบใช้เวลาในการทำงานประมาณ 32 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น อย่างที่ได้แนะนำไปว่า หากต้องการจะเน้นไปที่การทำงานที่หนักมากขึ้น กับโปรแกรมเฉพาะทาง ทางเลือกของโมเดลรุ่น AMD Ryzen 7 มีความน่าสนใจ ส่วนในช่วงการใช้งานอาจมีบางจังหวะที่กระตุกเล็กน้อย เช่น ระหว่างการเลื่อนไทม์ไลน์ และพรีวิวภาพ เป็นปกติของการใช้งานที่เป็นซีพียูรุ่นน้องเล็ก และการ์ดจอแบบออนบอร์ดนั่นเอง แต่ในภาพรวมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง

MSI PRODP20ZA

และในครั้งนี้เราใช้งานร่วมกับจอแสดงผล MSI PRO MP241X ซึ่งเป็นจอที่ให้พื้นที่แสดงผล 23.8″ ใกล้เคียงกับ MSI PRO MP243 ความละเอียด Full-HD โดยเป็นจอพาแนล VA ให้ความสว่างสดใส และมุมมองที่กว้างใกล้เคียงกับ IPS เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะนำไปใช้ในสำนักงาน กับความสว่างสดใส และสีสันที่คมชัด ปรับแต่งได้ง่ายผ่านทางปุ่ม OSD ด้านหลังจอ มาพร้อมพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เลือกทั้ง HDMI และ VGA เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน

MSI PRODP20ZA

แต่ที่น่าสนใจคือ MSI PRO MP241X รุ่นนี้ มี VESA Mount ด้านหลัง สำหรับติดตั้งกับ Wall mount หรือ Arm table เพื่อแขวนหรือติดกับขาจับจอบนโต๊ะได้ง่าย รวมถึงเมื่อใช้ร่วมกับอแดปเตอร์ ก็จะสามารถต่อ MSI Pro DP20ZA เข้ากับด้านหลังจอ เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานได้อีกด้วย นับว่าเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับการทำงานในทืุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ทำให้แบ่งหน้าจอในการใช้งานได้สะดวก และใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเอกสาร ตรวจเช็คไฟล์งาน หรือจะด้านความบันเทิง ดูหนัง พร้อมดูหุ้นไปพร้อมกัน ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เช่น การเพิ่มหรือลด Scale บนหน้าจอ ก็ช่วยให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นแล้ว

MSI PRODP20ZA

ด้วยมุมมองที่กว้าง ก็ทำให้การใช้งานด้านภาพและวีดีโอได้ชัดเจน ผิดเพี้ยนน้อย รวมถึงใช้ในการแบ่งปันหน้าจอให้กับคนข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าหรือสมาชิกภายในบ้านให้เห็นได้อย่างชัดเจน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถต่อจอแสดงผลได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ผ่านทางพอร์ตสัญญาณ Output ที่อยู่ทางด้านหลังของ MSI PRODP20ZA ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort และ VGA ให้คุณขยายศักยภาพการทำงานของคุณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การท่องอินเทอร์เน็ตหาข้อมูล เทรดหุ้น ไปจนถึงการสตรีมมิ่งได้แบบลื่นๆ เลยทีเดียว


Battery / Heat / Noise

MSI PRODP20ZA

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอุณหภูมิในการทำงาน เห็นเคสเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็จัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะกับพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ และครอบคลุมอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วทั้งเมนบอร์ด ลมที่พัดเข้าไป ก็สามารถกระจายลมไปได้ทั่ว ลดความร้อนได้ดี โดยอุณหภูมิสูงสุดในการทดสอบบนแบบ Full load บนโปรแกรม FURmark อยู่ที่ราว 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65-68 องศาเซลเซียสเท่านั้น ถือว่าทำได้ดี เพราะโอกาสการใช้งานซีพียูระดับ 100% แบบนี้ มีไม่มากนัก ฉะนั้นหากเป็นการทำงานโดยทั่วไปน่าจะอยู่ที่ราว 55-60 องศาเซลเซียส เท่านั้น


Conclusion / Award

MSI PRODP20ZA

สรุปภาพรวมของ MSI PRODP20ZA รุ่นนี้ ผมว่าเหมาะกับคนที่ต้องการคอมทำงาน หรือใช้ในสำนักงานยุคใหม่ เน้นความมินิมอล ดูมันสมัย ลองนึกภาพดูครับว่า บ้านที่เป็นแบบ Smart Home ใช้งานไร้สายให้มากที่สุด โต๊ะคอมที่ไม่ต้องเทอะทะ และพีซีที่จัดวางได้ในทุกแนว ตกแต่งห้องได้สวย แต่ทำงานที่เหมือนกับใช้คอมเครื่องใหญ่ จะต่อ 3 จอก็ง่าย ทำงานเอกสาร ท่องเน็ตหาข้อมูล หรือจะเทรดหุ้น สตรีมมิ่งวีดีโอไปพร้อมกัน ก็ยังได้ครับ

แต่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ใช่สำหรับคอเกม ด้วยสเปคที่ไม่ได้ใส่การ์ดจอแยกมาให้ จะเล่นได้ในบางเกม ที่ไม่ได้เรียกใช้ทรัพยากรมากมายนัก เกมออนไลน์พอเล่นได้แบบที่เราได้ทดสอบบน DOTA2 และ PUBG ที่เล่นได้ลื่นในระดับ Low หรือ Medium Detail ในแง่ของการอัพเกรด ก็ยังทำได้ แม้ในเคสจะมีพื้นที่จำกัดก็ตาม เพราะเพิ่มได้ทั้ง SSD และ RAM บนสล็อตที่เหลือ 

สุดท้ายก็คือ พอร์ตที่ให้มาก็เรียกว่าเกือบครบครัน ให้คุณต่อพ่วงอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมี WiFi มาในตัวอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท การรับประกัน 3 ปี เป็นแบบ Onsite Pickup and Return อุ่นใจได้ในการใช้งาน โดยซีรีย์ DP20ZA จะมีทั้งหมด 3 รุ่น

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

  • MSI PRODP20ZA 5M-205TH เริ่มต้น 23210.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-206TH 18920.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-207TH 15070.-

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA

from:https://notebookspec.com/web/682753-msi-pro-dp20za-mini-pc

จอคอมมือสอง 2023 น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี เช็คอย่างไรให้ได้ของดี คุ้มค่า

จอคอมมือสอง 2023 รุ่นไหนน่าใช้ เลือกอย่างไรดี จอคอมเกมมิ่ง วิธีเช็คง่ายๆ ก่อนเลือกซื้อ

จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง อย่าไปซื้อ! ปี 2023 แล้วซื้อจอใหม่ดีกว่า… มักคำเตือนแบบนี้มักจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจเคยเจอ เมื่อรู้ว่าเราจะซื้อจอมือ 2 มาใช้งาน ซึ่งก็อาจจะเป็นคำเตือนที่ดี แต่บางทีก็ขัดกับใจใครบางคน เพราะบางทีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากได้จอคอมใหญ่ๆ ความละเอียดสูงมาใช้ 2K, 4K หรือยิ่งได้รีเฟรชเรตสูงๆ 144Hz ขึ้นไป แบบจอเกมมิ่ง ก็ยิ่งดี แต่ราคาต้องเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าด้วย การที่จะได้จอที่ถูกใจมานั้น คงไม่ใช่แค่กำเงินที่มี แล้วเดินไปหาอย่างเดียว เพราะคุณจะต้องพอเช็คสภาพจอ รวมถึงกลไกต่างๆ ในการขายของจากบรรดาพ่อค้า วันนี้เรามาดูกันครับว่า การจะเลือกจอมือ 2 เหล่านี้ จะซื้ออย่างไร ที่ไหนและต้องเช็คอะไรบ้าง


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย?

จอคอมมือสองน่าซื้อมั้ย ข้อนี้ต้องถามใจคุณดูก่อนว่า คุณพร้อมที่จะรับสภาพได้แค่ไหน มีความอดทนมากพอมั้ย และจอที่คุณมองไว้ เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งเอาไว้หรือไม่ เพราะราคาจะเป็นตัวกำหนด บางครั้งถูกมากไป ก็ได้ลุ้น แพงไปก็อาจจะไม่คุ้ม ฉะนั้นก็ต้องอยู่กลางๆ แต่หากคุณได้จอดีๆ มาใช้ ในราคาที่ถูกกว่าราคากลางในตลาด ก็ถือว่าคุณโชคดีมาก แต่กว่าจะได้จอมือสองแบบนั้นก็คงจะไม่ง่าย

Advertisementavw
จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง ก็คล้ายกับของมือสองอื่นๆ ในตลาด มีให้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การได้ของที่ถูกใจ ในราคาถูกมาใช้ แต่ของเหล่านั้น ก็ถูกใช้งานมาแล้ว โอกาสที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดความเสียหายก็มีเช่นกัน เช่นเดียวกับสภาพของจอ บางคนก็ดูแลดี เก็บรักษาอยู่ในห้อง แต่บางคนก็ไม่ได้ดูแล มีกระแทกบ้าง สัตว์เลี้ยงมาแทะ ซนชนจนหล่นตกแตก หรือบางทีก็ชอบเอานิ้วจิ้มจอ เป็นต้น ก็อาจจะมีผลต่อการใช้งานเช่นกัน

จอคอมมือสอง

รวมถึงของที่ใช้แล้ว ก็มีความเสื่อมเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นจอที่มีอายุในตลาดมายาวนาน และใช้งานต่อเนื่อง ลองนึกสภาพว่า ผู้ใช้ไม่เหมือนกัน บางท่านก็อาจจะเปิดใช้ทำงานแค่วันละ 5-8 ชั่วโมง ส่วนเกมเมอร์บางคน อาจจะเล่นต่อเนื่องวันละ 12 ชั่วโมง ความเสื่อมสภาพของหน้าจอ หรืออายุการทำงาน ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อครบปี โอกาสที่คุณจะรับไปใช้ต่อ แล้วเกิดปัญหาหรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนได้บ้าง ก็มีอยู่ไม่น้อย

จากข้อมูลพื้นฐานของผู้ผลิต จอภาพในแบบ LED นั้น จะมีอายุการใช้งานราวๆ 80,000-120,000 ชั่วโมง หรือราวๆ 20 ปี ในกรณีที่ใช้วันละ 8 ชั่วโมงนะ (อ้างอิง: digitalworld839.com) ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่อาจทำให้แผงวงจรหรือพาแนลเสียหายได้

จอคอมมือสอง

ยังไม่รวมถึงสภาพแวดล้อมหรือการจัดเก็บดูแล บางบ้านอยู่ในห้องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ก็จะยังอยู่ในสภาพที่ดี เพราะชิ้นส่วนภายใน ไม่เจอกับอุณหภูมิที่สูง ก็จะทนทานกว่าจอภาพที่อยู่ในห้องธรรมดา อากาศร้อน หรือบางทีก็เสี่ยงกับความชื้น เช่นวางใกล้หน้าต่าง หรือสัตว์เลี้ยง แมลง มด สิ่งเหล่านี้ มีส่วนทำให้จอภาพเสียได้ไวขึ้น

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าคุณได้จอคอมมือสองที่ถูกใจ ในราคาถูกลงเกือบครึ่ง สภาพดี มีประกัน แบบนี้ใครก็อยากเสี่ยง ไม่มีผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ดังนั้นถ้าคุณชอบของดี ราคาโดน เราไปดูรายละเอียดกันครับ ว่าจะเลือกอย่างไรบ้าง


ซื้อที่ไหนดี?

หลายคนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อจอคอมมือ 2 มาใช้เป็นการชั่วคราว และเก็บเงินซื้อจอใหม่ที่ดีกว่า อาจจะด้วยสาเหตุที่จอเก่าเสีย ส่งต่อให้คนอื่นหรือบางทีก็งบประมาณจำกัด ต้องการจะใช้จอที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งของใหม่อาจจะราคาสูงเกินเอื้อม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าซื้อจอได้ที่ไหนบ้าง เรามีข้อมูลมาเป็นแนวทางครับ

ห้างไอที ร้านตู้ มีร้านเยอะ ความหลากหลายอยู่ที่จังหวะ ราคาอาจสูงบ้าง แต่เห็นของ เช็คสภาพได้เลย ร้านออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลาย ชำระผ่านแพลตฟอร์ม ราคาอยู่ที่สภาพและความต้องการ จัดส่งมั่นใจได้ กลุ่มและคอมมูนิตี้ มีให้เลือกเยอะ ราคาดี มีให้บิดกับพ่อค้า ความไว้วางใจ ชำระเงิน ส่งของ เร็วช้าอยู่ที่เครดิต

ห้างไอที: ห้างเหล่านี้ หลายๆ แห่งจะมีบรรดาร้านที่มีจำหน่ายอุปกรณ์คอมมือสองอยู่ด้วย จะมีทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่ บางร้านก็จะมีหน้าร้านออนไลน์เอาไว้ด้วย คุณสามารถสอบถามข้อมูล ราคา ก่อนจะเข้าไปดูตัวจริงที่ร้าน ข้อดีของการซื้อแบบนี้อยู่ที่ การได้เห็นตัวจริงสินค้า สภาพ มีร้านการันตี หน้าร้านชัดเจน ต่อรองราคาได้ และมั่นใจเรื่องการบริการ แต่อาจจะมีให้เลือกไม่หลากหลาย รวมถึงราคาอาจจะสูงเล็กน้อย เพราะร้านมีค่าใช้จ่าย รวมถึงเราต้องเดินทางไป และบางครั้งก็อาจจะไม่มีของที่เราต้องการ

จอคอมมือสอง

ร้านค้าออนไลน์: ในนี้เราจะรวมเว็บไซต์ที่เป็นตลาดซื้อขายเข้าไปด้วย ซึ่งในบ้านมีให้เลือกเข้าไปช้อปมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, Kaidee หรือ Pantipmarket เป็นต้น ข้อดีของร้านค้าเหล่านี้คือ แพลตฟอร์มที่ช่วยในการจัดการ ตั้งแต่ คัดกรองสินค้า ผู้จำหน่าย รวมถึงการค้นหา การชำระเงิน ส่วนใหญ่จะปลอดภัย สะดวก แต่ที่เหลือคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องเช็คสินค้าและดูรายละเอียดให้ครบถ้วน ก่อนจ่ายเงิน และหลังจัดส่ง รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สอบถามรายละเอียดในแต่ละร้านได้โดยไม่ต้องโทรหา หรือเดินหาด้วยตัวเอง แค่แชทผ่านช่องทางที่กำหนด ทำราคาได้ค่อนข้างดี มีระบบจัดส่งที่วางใจได้ แต่คุณจะไม่ได้เห็นสินค้าแบบสัมผัสได้ หรือว่าทดสอบได้นั่นเอง

จอคอมมือสอง

Group หรือ Community: ส่วนใหญ่จอคอมมือสองจะเป็นกลุ่มใน Facebook ที่มักรวมกันเป็น Community ที่มีคนที่เป็นสมาชิกที่ชื่นชอบในสินค้าหรืออุปกรณ์แบบเดียวกัน เช่น กล้อง การ์ดจอ คอมพิวเตอร์ รวมถึงจอคอมด้วยเช่นกัน ข้อดีของ Community แบบนี้คือ ไม่ใช่แค่การมองหาแล้วซื้อ แต่คุณยังเปิดรับสินค้า ให้ผู้ขายเข้ามานำเสนอได้ บางครั้งแข่งกันเรื่องราคา ผู้ซื้อก็จะได้ราคาพิเศษไป แม้จะเป็นข้อดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ซื้อก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มไม่ได้เป็นแพลตฟอร์ม การคัดกรองค่อนข้างยาก มีทั้งผู้ที่จำหน่ายจริง และคนที่ไม่สุจริตเข้ามาแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ขั้นตอนที่สำคัญคือ การชำระเงิน การส่งของ จนกว่าจะถึงปลายทาง เพราะโอกาสที่ผิดพลาดก็มีสูง จากเคสต่างๆ เช่น โอนเงินแล้ว แต่ไม่ส่งของ ส่งของไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ส่งของเสียมาให้ หรือบางครั้งก็เป็นการหมุนเงินก่อน กว่าจะส่งของก็เป็นเดือนๆ หรือบางทีก็ไม่ส่ง การติดตามก็ยาก ช่วงหลายปีมานี้ ก็มีการใช้วิธี Verify ตัวบุคคล การสร้างเครดิตผู้ขาย รวมถึงการชำระแบบผ่านกลางแอดมินเป็นต้น

ห้างไอที ร้านค้าออนไลน์ Group หรือ Community
ความสะดวก ต้องเดินทางไป ดูข้อมูลง่าย ดูข้อมูลง่าย
ความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มีหลายร้านให้เลือก มีผู้ค้าจำนวนมาก
เช็คสินค้า เช็คได้ทันที ดูจากภาพ วีดีโอ ดูจากภาพ วีดีโอ
การชำระเงิน สะดวกจ่ายได้เลย หลายช่องทางตามสะดวก ขึ้นอยู่กับผู้ขาย
การจัดส่ง รับกลับได้ทันที รอร้านตามกระบวนการ ช้า/เร็ว อยู่ที่ความรับผิดชอบผู้ขาย
การรับประกัน เช็คได้ที่ร้าน ตามเงื่อนไข ตามที่ตกลงกับผู้ขาย
ความเชื่อมั่น มีหน้าร้านอุ่นใจ มีแพลตฟอร์มคืนได้ อยู่ที่เครดิตและความรับผิดชอบ
ราคา บวกจากปกติอยู่บ้าง ตามกลไกตลาด ถูก แพงอยู่ที่จังหวะและความต้องการ

เลือกอย่างไร?

ก่อนจะเลือกจอคอมมาใช้งาน ก็ต้องดูจากความต้องการของตนเองก่อนว่า อยากได้จอแบบไหน มาใช้งานอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ก่อนที่จะไปส่องจอคอมมือสอง เพราะจอแต่ละแบบก็มีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งราคาก็จะต่างกันด้วย เราไปดูกันก่อนว่าจอแบบไหน มีลักษณะอย่างไร

จอคอมมือสอง

จอคอมใช้งานทั่วไป: โดยพื้นฐานจะใช้สำหรับงานทั่วไป เช่นงานเอกสาร การเรียนรู้ หรือทำรายงาน แต่งภาพบ้าง สามารถใช้จอใหญ่ระดับ 24″-27″ ได้ ความละเอียด Full-HD และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา เช่น Low Blue Light อัตรารีเฟรชเรตพื้นฐาน 60Hz อาจจะรองรับ HDR ได้บ้าง พาแนล IPS ปรับแต่งได้บ้าง แต่อาจไม่ถึงขั้นมี Game Mode ราคาจะไม่ค่อยสูง เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน หรือสำนักงาน

จอคอมทำงานเฉพาะทาง: จอคอมในกลุ่มนี้ ต้องการขอบเขตสี และความแม่นยำของสีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์หรืองานด้านการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก 3 มิติ แอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟิก รวมถึงงานด้านภาพ ตัดต่อวีดีโอ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ จอต้องมีการแสดงภาพที่แม่นยำ สีสันคมชัด มองเห็นในมุมต่างๆ ได้ไม่ผิดเพี้ยน ปัจจุบัน เช่น มีขอบเขตสีครอบคลุมระดับ 100% sRGB พร้อมความแม่นยำของสี Delta E (ΔE) < 2 (น้อยกว่า 2) ความละเอียดสูง เพื่อให้รองรับงานและแอพพลิเคชั่นได้ดี เช่น 2K หรือ 4K มีความสว่างสูง ลดแสงสะท้อน การมีอัตรารีเฟรชเรตสูง ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าจอทั่วไป ก็ทำให้ราคาของจอภาพพุ่งสูงกว่าจอแบบอื่นๆ

จอคอมมือสอง

จอคอมเล่นเกม: Gaming monitor เป็นจอคอมที่เราเห็นได้บ่อย เมื่อค้นหาคำว่า จอเกมมิ่ง จอเล่นเกมนี้จะต่างจากแบบทั่วไปในหลายด้าน ว่ากันตั้งแต่พื้นที่แสดงผล ตั้งแต่ 24″ ขึ้นไป หากคุณอยากใช้จอใหญ่ 27″-29″ อาจจะยังไม่ทำให้คุณต้องถอยร่นจากจอมากนัก เห็นได้เต็มตายิ่งขึ้น รวมถึงความละเอียด ส่วนใหญ่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เทคโนโลยีจัดเต็ม 24″ Full-HD เป็นตัวเริ่มต้น แต่ถ้าเครื่องคอมคุณแรงพอ การ์ดจอเทพ จัดไป 2K (1440p) และ 4K (2160p) แต่อย่าลืมอัตรารีเฟรชเรตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่ 144Hz จะเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีทีเดียว

จอคอมมือสอง

นอกจากนี้หากคุณเลือกจอที่มีการปรับแต่งเพิ่มได้ เช่น Game Mode ให้เลือก รวมถึงเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น nVIDIA G-Sync หรือ AMD FreeSync เป็นต้น เช่นเดียวกับฟีเจอร์ที่ติดกับตัวจอมาด้วย ในการช่วยให้การเล่นเกมสนุกหรือได้เปรียบมากขึ้น เช่น Crosshair หรือ Night Vision เป็นต้น และที่สำคัญถ้าได้ปุ่มที่ปรับแต่ง OSD ได้ง่าย ยิ่งใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งได้ก็จะดีไม่น้อย แต่ทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อม Gaming monitor ที่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

จอคอมมือสอง

จอคอมสำหรับความบันเทิง: จะเน้นไปที่จอคอมที่มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ให้ความละเอียดสูง และมีสีสันสดใส ไม่จำเป็นต้องมีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงมาก แต่ให้การสนับสนุนด้านภาพที่ดี มีความสว่างสูง และมุมมองที่กว้าง เพื่อการรับชมได้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงพาแนลแบบ IPS ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย บนจอกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น OLED, Mini OLED, QuantumDot เป็นต้น ที่นอกจากจะให้ความคมชัดสดใส สีดำดำสนิทแล้ว ก็ยังสนับสนุนหรือได้ Certified DisplayHDR ที่ทำให้การแสดงผลมีความกลมกลืนสวยสมจริง ให้ขอบเขตสีที่กว้าง และผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดการแสดงผลให้เข้ากับการใช้งานได้อีกด้วย สนนราคาก็ขึ้นอยู่กับพาแนลที่ใช้และเทคโนโลยีที่เติมเข้ามานั่นเอง


เช็คสภาพจอได้อย่างไร?

เมื่อได้รับจอคอมมาแล้วต้องเช็คอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ซื้อจอมือสองมาใช้ โดยเฉพาะคนที่ซื้อแบบออนไลน์ และไม่ได้ทดสอบมาก่อน แนะนำว่าให้รีบทดสอบก่อนภายใน 7 วัน ที่มักจะเป็นประกันแบบสากล มีความผิดปกติจะได้แจ้งกับผู้ขายให้ได้รับทราบก่อน เผื่อว่าอาจจะต้องส่งคืน หรือส่งเคลม (อย่างไรก็ดี ย้ำกันอีกทีว่า การซื้อของมือสอง ก็อาจจะไม่ได้ใหม่กริ๊บ สวยไร้ริ้วรอยเสมอไป ยกเว้นว่าคุณได้มาครอบครอง ก็ถือว่าโชคดีสุดๆ)

จอคอมมือสอง

สภาพโดยทั่วไป น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายที่สุด ก่อนจะไปดูสิ่งอื่นๆ ว่ากันที่ กรอบจอ ไม่อ้า ไม่กางออก ไม่แตกหัก งานประกอบเรียบสนิท ไม่มีคราบกาวไหลเยิ้ม อย่างน้อยถ้าเป็นงานซ่อม ก็ต้องออกมาดี รวมถึงด้านหลังจอ ควรยึดกับฐานได้แน่น ไม่หลวมหลุดแกว่งไปมา ซึ่งจะบอกถึงความแข็งแรงได้ดี

จอคอมมือสอง

ฐานขาตั้ง ข้อต่อ ขาตั้งจอควรมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ หากเป็นจอที่ปรับมุม ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หรือ Pivot ได้ ก็ควรให้เป็นไปตามนั้น ยกเว้นว่าคุณยอมรับสภาพนั้นอยู่แล้ว เพื่อราคาที่ถูกลงมากๆ ก็เป็นข้อยกเว้น เพราะอย่าลืมว่า เวลาที่ใช้งาน สายตาคุณจะไม่แกว่งไปตามจอภาพนั่นเอง

จอคอมมือสอง

ปุ่มปรับแต่ง สำคัญมากๆ สำหรับการใช้งาน เพราะบางครั้งคุณต้องปรับเลื่อนเลือกฟังก์ชั่น เพิ่ม-ลดความสว่าง หรือการเปลี่ยนโหมดการใช้งาน บางรุ่นมีแค่ OSD settings มาให้ แต่ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ หากปุ่มเสียไปกด เลื่อน เลือกไม่ได้ ก็จะปรับอะไรไม่ได้เลย จึงต้องเช็คให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

พอร์ตสัญญาณ ควรจะต้องใช้ได้ทุกช่อง ให้ต่อสายจากคอมมาเช็คในทุกๆ พอร์ต ไม่ว่าจะเป็น VGA, DVI, HDMI หรือ DisplayPort บางรุ่นมี USB Type-A, Type-C สำหรับ PD Charging หรือช่อง Audio-Out มาอีกด้วย วันนี้คุณอาจไม่ได้ใช้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ ยิ่งมีฟีเจอร์ KVM หรือ Display-Out ต่อจอเสริมได้ ก็ควรจะต้องใช้งานได้ตามปกติ

จอคอมมือสอง

ระบบไฟ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้อแดปเตอร์ตัวแปลงไฟ หรือต่อสาย Powercord ต่อตรงก็ตาม ต้องแน่น ไม่หลุดหลวม เพราะโอกาสที่เกิดการลัดวงจร หรือภาพดับบ่อยๆ สามารถส่งผลเสียต่อการใช้งานอยู่ไม่น้อยเลย

จอคอมมือสอง

อุปกรณ์เสริม บางครั้งอาจจะครบ หรือไม่ครบ ก็ไม่ได้เป็นประเด็น แต่สิ่งที่ควรมี ก็ต้องมี เช่น น็อตสกรูสำหรับยึดจอเข้ากับขาตั้ง หรือสายไฟ สายสัญญาณ ในส่วนอื่นๆ ที่เสริมมานั้น ก็แล้วแต่กรณีไป ซึ่งถ้าเป็นเฉพาะของจอรุ่นนั้นๆ ก็ควรต้องสอบถามผู้ขายให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

หลังจากที่เช็คสภาพจอโดยทั่วไปแล้ว ก็ได้เวลาเช็คสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสดงผล แม้จะเป็นจอคอมมือสอง แต่ก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสว่าง ภาพที่คมชัด ไม่มี Dead/Bright dot จนรบกวนการใช้งาน ไปจนถึงไม่มีเส้น แตก ลายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง เป็นต้น แล้วจะเช็คได้อย่างไร?

เช็คบนวินโดว์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจเช็ค ด้วยการเปิดจอในหน้า Desktop ว่างๆ ด้วยการคลิ๊กขวาบนเดสก์ทอป จากนั้นเลือก View > เอาเครื่องหมายหน้า Show icon ออก แล้วเปลี่ยนสีของหน้าจอ ไปเป็นสีต่างๆ แล้วสังเกตสิ่งเหล่านี้

จอคอมมือสอง
  • เปิดหน้าจอสีขาว ต้องไม่มีจุดดำหรือ Dead pixel หรือถ้ามีมากสุดแค่จุดเดียว ก็ทำให้คุณเสียสมาธิและเสียอารมณ์ในการใช้งานได้แล้ว ยกเว้นว่าคุณรับได้
  • เปิดหน้าจอสีดำ ต้องไม่มีจุดสะดุดตา สีขาวหรือสีแดง ที่เป็น Hot pixel หรือ Bright pixel เพราะจะอารมณ์เดียวกันกับ Dead pixel และเป็นไปได้ว่า จะมีแนวโน้มเกิดขึ้นเพิ่มได้อีกด้วย
  • ไม่มีเส้นในแนวยาว หรือแนวตั้งปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะตอนเปิดจอใหม่ๆ หรือใช้งานไปนานๆ ก็ตาม
  • อาการแสงรั่ว ตรงนี้อยู่ที่การผลิตจอ ซึ่งเราแทบจะไม่เห็นกันในจอรุ่นใหม่ๆ ถามว่าน่ากังวลมั้ย ก็อาจจะมีอยู่บ้าง เมื่อเราใช้ในสภาพแวดล้อมที่มืดๆ ตรงจุดที่รั่วออกมาเยอะ อาจทำให้ความชัดลดลง และมีความรำคาญบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณงบน้อยจริง ต้องซื้อจอรุ่นเก่า พอรับได้ก็ดี แต่ถ้าจะซื้อจอกลางเก่ากลางใหม่ ก็ให้สังเกตเอาไว้หน่อยครับ รั่วเล็กน้อย แค่ขอบมุม พอได้ แต่ถ้ารั่วออกมากินพื้นที่จอเยอะเกินไป ก็ลองคุยกับผู้ขายดูอีกที

แต่ถ้าในกรณีที่ไม่แน่ใจจอคอมมือสองที่ได้มานี้ ใช้งานได้ดีมั้ย อยากจะเช็คการแสดงผลให้ละเอียดไปกว่านั้น ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ทดสอบมาเป็นตัวช่วยได้ เรียกว่า DPT หรือ Dead Pixel Tester ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โปรแกรมนี้สามารถแสดงผลให้เราทราบได้เลยว่า มีความผิดปกติใด เกิดขึ้นกับจอคอมมือสองที่ซื้อมาบ้าง ไม่ใช่แค่ Dead/ Hot/ Bright Pixel เท่านั้น แต่การแสดงผลสีขาว/ ดำ หรือวงกลม สมดุล เส้นขอบแนว ก็ทำได้หมด จากตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมนี้

จอคอมมือสอง ซื้อได้ ควรระวัง
สภาพโดยรวม ไม่แตกร้าว เบี้ยวหัก เสียหาย แตก งอ ชิ้นส่วนหาย
ขาตั้ง ฐาน รับน้ำหนักจอได้ สมดุล ปรับหมุนปกติ เอียง พับ เขย่าหรือเสียสมดุลเมื่อใช้
จอภาพ แสดงผลชัดเจน สว่าง สีสดใส ไม่มัว ภาพคมชัด ไม่กระพริบ จอสีเหลือบ มีเส้น หรือ Dead pixel เยอะ
พอร์ต ใช้งานได้ครบ ต่อพ่วงได้ตามปกติ พอร์ตเสีย สัญญาณขาดหาย ขั้วต่อเบี้ยง เอียง เสียบไม่แน่น
ปรับแต่ง ปุ่มใช้งานปกติ ตั้งค่าการทำงานได้ เปิด OSD settings ไม่ได้ ปุ่มพัง กดไม่ติด
เสียง เสียงดัง ฟังชัด ไม่ขาดหาย เสียงแตก ติดๆ ดับๆ
ประกัน ประกันศูนย์ ประกันร้าน ประกันใจ

Conclusion

จอคอมมือสอง

นอกจากคอมมือสอง จอคอมมือสองก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด หรือบางทีอาจจะหามาใช้เป็นจอสำรอง และนำไปใช้เป็นจอเสริม ต่อแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย แต่จากที่ว่ามาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การมองหาจอคอมให้ได้แบบที่ต้องการ บางครั้งก็ไม่ได้ง่าย และมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อมีการซื้อหาแบบออนไลน์ เพราะหลายท่านก็ไม่สะดวก ที่จะเดินทางไปดูที่ร้าน หรือชอบซื้ออยู่กับบ้านมากกว่า ดังนั้นการพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่เร่งรีบ หรือเช็คให้ถี่ถ้วนจะเป็นการดี นอกเหนือจากให้ความสำคัญกับสเปค ความสวยงาม บางครั้งถ้าถึงขั้นจะต้องขอ Live เพื่อดูการใช้งานจริงๆ ได้ ก็คงต้องทำ เพราะเมื่อเงินโอนออกจากคุณไปแล้ว โอกาสจะได้คืนก็จะยากขึ้น ในกรณีที่ปลายทางไม่มีของอยู่จริง หรือเป็นมิจฉาชีพมาหลอกคุณนั่นเอง การเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีแพลตฟอร์มก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรืออยากจะไปช้อปดูหน้าร้าน จ่ายเพิ่มอีกหน่อย แต่ได้เห็นของเช็คสภาพได้เลย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณคร่ำหวอดในตลาดมากพอ และรู้ช่องทางซื้อ จะทางไหนก็เลือกหากันได้เลย ตามความสะดวกของแต่ละบุคคลครับ


2nd hand gaming monitor 2023 63

จอคอมไม่ติด ไฟกระพริบ เช็คอาการ แก้ไขใน 7 ขั้นตอนปี 2023

from:https://notebookspec.com/web/684875-select-2nd-hand-display-2023

AMD ไตรมาส 4/2022 รายได้รวมโต 16% – กลุ่มพีซีรายได้ลดมาก แต่ Data Center ยังเติบโต

AMD รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2022 รายได้รวมตามบัญชี GAAP 5,599 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 21 ล้านดอลลาร์ สาเหตุที่กำไรลดลงมากเนื่องจากมีรายการตัดขาดทุนสินทรัพย์ ที่มาจากการซื้อกิจการ Xilinx

รายได้จากกลุ่มธุรกิจ Data Center เพิ่มขึ้น 42% เป็น จากยอดขายกลุ่ม EPYC สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ส่วนกลุ่ม Client รายได้ลดลงถึง 51% เป็น 903 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง AMD ระบุว่ามาจากความต้องการพีซีในตลาดที่ลดลง กลุ่มเกมมิ่งรายได้ลดลง 7% เป็น และกลุ่ม Embedded รายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเป็น เนื่องจากรวมรายได้ของ Xilinx เข้ามา

Lisa Su ซีอีโอ AMD ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงแถลงผลประกอบการ บอกว่าบริษัทประเมินภาพรวมตลาดพีซีปีนี้จะลดลง 10% พร้อมบอกว่าภาพรวมตลาดตอนนี้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามเนื่องจากความต้องการแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน บริษัทจึงมั่นใจว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มอีกในปีนี้ โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และ Embedded

ที่มา: AMD และ CNBC

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132449

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ซีพียู Ryzen 7000 Series แบตฯ อึดเหลือใช้ โปรแกรมครบเครื่อง ค่าตัว 32,990 บาทเท่านั้น!!

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 บอดี้เดิม เติมความแรงด้วย Ryzen 7000 Series มี Office 2021 ติดเครื่องมาพร้อมใช้ ได้จอ OLED ขั้นเทพด้วย!!

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

เมื่อพูดถึงโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมของ ASUS อย่าง ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านจะคิดถึงโน๊ตบุ๊คงานประกอบดี ฟีเจอร์ล้ำสมัยไม่ว่าจะ ASUS NumberPad 2.0 แป้นทัชแพดเปลี่ยนโหมดเป็น Numpad ได้, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบรวมกับปุ่ม Power พอร์ต USB-C Full Function รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้ด้านหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มีฟีเจอร์ถนอมสายตา SGS Eye Care Display และภาพบนหน้าจอยังลื่นไหลเพราะมีค่า Refresh Rate ถึง 90Hz ด้านตัวเครื่องก็ทนทานผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H การันตีความแข็งแรงทนทานอีกด้วย และทาง ASUS ก็ติดตั้ง Microsoft Office Home&Student 2021 มาให้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เปลืองเงินอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่าครบเครื่องมาก

Advertisementavw

ข้อดีถัดมา คือซีพียูของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ถูกอัพเกรดจาก Ryzen 5000 Series มาเป็น 7000 Series อย่าง AMD Ryzen 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด แล้ว คอร์ประมวลผลก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากได้รับการรับรองการจัดการพลังงานจาก Energy Star การันตีว่าตัวเครื่องจัดการพลังงานได้ดีใช้งานได้นาน ส่วนทีเด็ดของ Ryzen 7000 Series คือการ์ดจอออนบอร์ดถูกปรับแต่งให้ประสิทธิภาพดีขึ้น หากรุ่นก่อนใช้แต่งภาพและดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงได้ไหลลื่นอย่างเดียวล่ะก็ รุ่นใหม่นี้ก็ใช้เล่นเกมออนไลน์ปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลยทีเดียว จัดว่าน่าประทับใจมาก

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

NBS Verdicts

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00072

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะใช้บอดี้ร่วมกับ Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้าและยกจุดเด่นต่างๆ อย่าง NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต USB-C Full Function มาแทบทั้งหมดและเปลี่ยนเพียงซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U อย่างเดียว จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น Zenbook รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ตาม แต่การอัพเกรดครั้งนี้กลายเป็นการเสริมจุดเด่นให้ Zenbook 14 OLED UM3402 ดียิ่งขึ้น ทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและกราฟิคการ์ดออนบอร์ดมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนดูแล้วคุ้มค่าเกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

หากเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปเทียบกับโน๊ตบุ๊คคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว ต้องถือว่า Zenbook 14 OLED รุ่นนี้สมบูรณ์แบบทั้งด้านสเปคที่ดีทรงพลังและดีไซน์สวยงามแข็งแรงดูหรูหรา ตอบโจทย์ตั้งแต่นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่อยากลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมไว้ใช้งานได้หลายปี ไม่ต้องกังวลว่าประสิทธิภาพจะลดลงหรือไม่พอใช้รันโปรแกรมในอนาคตเลยก็ได้ ยิ่งใครเป็นเซลส์ที่ต้องออกไปพบลูกค้าและพรีเซนต์งานโปรเจคต่างๆ ก็พกเครื่องติดตัวไปได้สะดวกเพราะน้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม และพาเนลจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 แล้ว จึงใช้พรู้ฟงานอาร์ทและการันตีสีบนหน้าจอว่ามีความเที่ยงตรงกับผลงานจริงที่ปริ้นท์ออกมาใช้งานอย่างแน่นอน

จุดสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มีเรื่องบอดี้เครื่องยกมาจาก Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนทั้งหมดไม่ได้ปรับดีไซน์เพิ่มความแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก หากวางเทียบคู่กันอาจจะแยกกันได้ยาก และการซีลตัวเครื่องทำมาแข็งแรงปิดสนิทมากถึงแม้จะดีกับความแข็งแรงสวยงามแต่ก็ไม่ถูกใจผู้ใช้ที่ต้องการเปิดฝาอัพเกรดด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หากมีชิ้นส่วนภายในเสียหรือจะอัพเกรด SSD แนะนำให้เอาเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการเป็นผู้จัดการให้จะดีที่สุด ลดความเสี่ยงว่าถ้าแกะทำเครื่องด้วยตัวเองแล้วจะเกิดความเสียหายด้วย 

ข้อดีของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. บอดี้เป็นอลูมิเนียมแข็งแรงดูหรูหราพรีเมี่ยม ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H แล้ว
  2. น้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม พกพาง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
  3. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้โดยรวมไว้กับปุ่ม Power ปลดล็อคสะดวกรวดเร็ว
  4. ขาบานพับจอออกแบบให้กางได้แบนราบ 180 องศา มีความแข็งแรงทนทานมาก
  5. ทัชแพดมี ASUS NumberPad 2.0 ใช้งานสะดวก กดพิมพ์ตัวเลขได้สะดวกรวดเร็ว
  6. หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED มีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทได้ดี
  7. หน้าจอมีค่า Refresh Rate 90Hz แสดงผลภาพได้ไหลลื่นต่อเนื่องลื่นไหลดีมาก
  8. มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้ครบเครื่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  9. ได้พอร์ต USB-C Full Function ถึง 2 ช่อง ใช้ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตฯ ได้ ใช้งานสะดวก
  10. แบตเตอรี่ 75Wh กับซีพียู Ryzen 5 7530U จัดการพลังงานดีมาก ใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  11. ลำโพงได้ harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้ ได้เสียง Dolby Atmos เนื้อเสียงดีน่าประทับใจ
  12. ได้ประกัน ASUS Perfect Warranty 1 ปีแรก ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. ดีไซน์ภายนอกยังคล้ายรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ความแตกต่างหรือโดดเด่นมากนัก
  2. ตัวเครื่องซีลมาแน่นมากจนเปิดฝาเองไม่ได้ หากจะซ่อมหรืออัพเกรดควรให้ศูนย์บริการจัดการ

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

Specification

Screenshot 2023 01 30 102049 1

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาระดับพรีเมี่ยมของทาง ASUS ที่ได้อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5000 Series มาเป็น Ryzen 7000 Series แล้ว โดยสเปคจะเป็นดังนี้

CPU AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz
GPU AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz
SSD M.2 NVMe SSD 512GB PCIe 3.0 x4
RAM 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
Display 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600
Connectivity USB-A 3.2 Gen 2 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, HDMI 2.1 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
Weight 1.39 กิโลกรัม
Price 32,990 บาท (ASUS Shopee Mall)

Hardware & Design

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00070

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00055
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00056
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00061
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00046

บอดี้ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะยืนพื้นเหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้า นั่นคือบอดี้อลูมิเนียมเนื้อด้านมีความแข็งแรงสวยงาม บอดี้เป็นสีดำเหลือบน้ำเงินและตัดเว้นขอบล่างใต้ทัชแพดให้เว้าเข้ามาเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวกางเปิดหน้าจอได้ง่ายแถมยังวางบาลานซ์เครื่องได้ดีไม่มีอาการตัวเครื่องยกตามนิ้วขึ้นมาอีกด้วย ด้านที่วางข้อมือฝั่งซ้ายจะติดสติ๊กเกอร์การรับประกัน ASUS Perfect Warraty, Microsoft Office Home&Student 2021, ซีพียู AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon มาให้ ฝั่งขวาจะติดสติ๊กเกอร์โชว์ฟีเจอร์เด่นของ Zenbook 14 OLED UM3402 เอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้ทราบจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ในทันที

ปุ่ม Power จะติดตั้งรวมเอาไว้กับชุดคีย์บอร์ด โดยอยู่ระหว่างปุ่ม Print Screen, Delete รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องได้โดยทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่แพ้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของสมาร์ทโฟนเลย ตัวปุ่มแข็งโดยใช้น้ำหนักกดมากกว่าปุ่มใช้งานของคีย์บอร์ดพอสมควร ลดโอกาสกดพลาดแล้วเผลอปิดเครื่องในนาทีสำคัญไปได้ระดับหนึ่ง ถ้าไม่ตั้งใจกดก็แทบไม่พลาดกดดับเครื่องเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00035

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00033
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00041
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00031
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00029

ก้านขาบานพับของหน้าจอจะติดเป็นแนวนอนทำมุมกับตัวบานหน้าจอเป็นตัว L เป็นโลหะแข็งแรง ติดก้านพลาสติกรองใต้ขอบล่างของหน้าจอเอาไว้ซัพพอร์ตและยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดริ้วรอยเวลากางหน้าจอทำงานได้ดีมากและสังเกตว่าตัวเครื่องจะยกขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้ถนัดมือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่วางราบไปกับพื้นโต๊ะอีกด้วย

ด้านการกางหน้าจอ ทางบริษัทก็ออกแบบให้ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 กางจอได้แบนราบ 180 องศา ทำให้องศาการมองเห็นกว้างมาก จะตั้งพิมพ์งานบนโต๊ะหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมหน้าจอให้มองเห็นได้ง่ายและยังกางจอวางราบกับพื้นโต๊ะให้เพื่อนร่วมงานดูหน้าจอร่วมกันได้ง่ายๆ อีกด้วย จัดเป็นดีไซน์ที่มีประโยชน์มากไม่แพ้การพับจอกลับเป็นแท็บเล็ตเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00078
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00079

ฝาหลังของ Zenbook 14 OLED จะเน้นความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรมากกว่าโลโก้ ASUS แบบเส้นกราฟิตี้ตรงกลางเครื่องฝั่งขวามือและสกรีนคำว่า ASUS Zenbook ไว้ตรงกลางขอบล่างของตัวเครื่องอีกจุด ดีไซน์ดูเรียบร้อยไม่หวือหวาสมกับที่ทางบริษัทเน้นออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมมีระดับ ช่วยเสริมบุคลิคให้กับเจ้าของเวลาเครื่องติดไปประชุมงานกับลูกค้าก็ดูดีมีระดับยิ่งขึ้น

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00025

ฝาด้านใต้ตัวเครื่องจะมีแถบยางกันลื่นและช่วยป้องกันบอดี้เกิดริ้วรอยทั้งหมด 3 เส้น โดยมีแถบเส้นยาวขอบล่างตัวเครื่องและเส้นสั้นอีก 2 เส้นตรงขอบบนใกล้กับขาบานพับหน้าจอ ตรงกลางมีช่องสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนภายในเครื่องแล้วเป่าออกทางช่องระบายความร้อนที่ช่องฝั่งขวาของตัวเครื่อง แม้ช่องลมเข้าและออกจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็นำความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดี จากการทดลองใช้งานแม้จะรันโปรแกรมทดสอบอยู่ ความร้อนภายในเครื่องไม่มีการระอุหรือรบกวนผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ต้องถือว่าทาง ASUS จัดการเรื่องอุณหภูมิและระบบภายในเครื่องได้ดีมาก

Screen & Speaker

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00036

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00038
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00037
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00039
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00040

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED ของ Zenbook 14 OLED ใช้ดีไซน์แบบ NanoEdge โดยทำให้กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้านบางและขอบล่างสกรีนคำว่า ASUS Zenbook เอาไว้ แต่จอของเครื่องทดสอบจะไม่ได้เป็นจอทัชสกรีน ส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าจะสงวนเอาไว้ให้รุ่น Ryzen 7 หรือเป็นรุ่นที่ไม่ได้นำมาจำหน่ายในประเทศไทยก็เป็นไปได้ 

คุณสมบัติของจอนี้นอกจากจะมองเห็นได้กว้าง 178 องศาโดยสีสันไม่เพี้ยนหรือมีเงาสะท้อนขึ้นบนจอ ก็ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 และการันตีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี มีความสว่างสูงสุด 550 nits มีค่า Refersh Rate 90Hz และเป็นจอ SGS Eye Care Display ลดแสงสีฟ้าถนอมสายตาผู้ใช้อีกด้วย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00067

display 1
gamut
luminance 1

ขอบเขตสีหน้าจอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 99.8% sRGB, 92.6% Adobe RGB, 99.2% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้สูงถึง 165.9% sRGB, 114.3% Adobe RGB, 117.5% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.08~2.58 และหน้าจอนี้แสดงค่าสีได้สูงถึง 10-bit อีกด้วย จึงถือได้หน้าจอของ Zenbook 14 OLED นี้ยังคงยอดเยี่ยมคงเส้นคงวา ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทหรือใช้แต่งภาพก็ได้ และคุณภาพสีของผลงานกับบนจอคอมก็จะได้ความเที่ยงตรงกันอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอเมื่อตั้งความสว่าง 100% วัดได้ 387.58 cd/m2 จัดว่าสว่างมากพอสู้แสงแดดที่สะท้อนบนหน้าจอได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็เร่งความสว่างจอสู้ได้สบายๆ แต่ถ้านั่งทำงานในอาคารหรือออฟฟิศขอแนะนำให้ตั้งความสว่างราว 40~50% ก็สว่างเหลือเฟือพอมองเห็นจอได้สบายๆ แล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00026
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00027

เสียงลำโพงของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้ทาง harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้และให้เสียงแบบ Dolby Atmos เนื้อเสียงมีมิติและทิศทางเสียงดี สเตจเสียงถือว่ากว้างระดับหนึ่ง โทนเสียงของลำโพงจะเน้นเสียงร้องกับเครื่องดนตรีเป็นหลัก มีเสียงเบสจากลำโพงจะเน้นทางซัพพอร์ตให้โทนเสียงมีมิติฟังสนุกขึ้น เมื่อเปิดเสียงดัง 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงจะมีความดังราว 85dB ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงป็อปและแจ๊สน่าจะชอบลำโพงของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มากและยังฟังเพลงแนวร็อคได้ด้วย แต่ถ้าเป็นแนว EDM ถึงจะฟังได้สนุกระดับหนึ่งก็ตาม แต่เบสอาจจะไม่หนักและแรงปะทะยังไม่หนักแน่นมาก กรณีนั้นแนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปอีกชุดจะดีกว่า 

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00042

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00053
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00054
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00049
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00048
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00047
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00044
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00051
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00052

คีย์บอร์ดของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ใช้ดีไซน์ Dished Keycaps เหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อน ซึ่งคีย์แคปจะดีไซน์ตรงกลางปุ่มโค้งลงเหมือนท้องจานลึก 0.2 มม. มีระยะกด 1.4 มม. ซึ่งข้อดีของคีย์แคปนี้ทาง ASUS ลดโอกาสตอนพิมพ์ให้ผิดน้อยลงและกดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งดีไซน์และระยะกดถือว่ากำลังดีใช้งานถนัดกว่าปุ่มแบบแบนมาก และตัวแป้นคีย์บอร์ดจะมีไฟ LED Backlit ปรับไฟสว่างได้ 3 ระดับ ทำงานแบบ Toggle โดยกดเพิ่มไปสว่างสุดแล้วกดอีกครั้งไฟจะดับลง ช่วยให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้นมาก

ปุ่มกดและคีย์ลัดสำคัญของคีย์บอร์ดจะมี Fn+Esc เพื่อสลับเลย์เอ้าท์ระหว่าง Function Hotkey กับปุ่ม F1~F12 ตามปกติได้ ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ด้านจะมี Home, End, Page Up/Down แยกไปเป็น Delete กับ Insert ซ้อนเลเยอร์เอาไว้ สามารถกด Fn ค้างไว้ก่อนแล้วกดเรียกคำสั่งเหล่านี้มาใช้งานได้เลย สามารถกดใช้งานได้สะดวกและทำงานได้รวดเร็วดี

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00043

ส่วน Function Hotkey บริเวณบรรทัดบนสุด ทาง ASUS ก็เซ็ตปุ่มใช้งานหลักเอาไว้ครบถ้วนกดใช้งานได้สะดวกหรือจะสลับปุ่ม F1~F12 มาใช้งานก็ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างหน้าจอ
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F10 – ปิด/เปิดกล้อง Webcam
  • F11 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool ขึ้นมาบันทึกภาพหน้าจอ
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง

ต้องถือว่าคีย์ลัดทั้งหมดนี้ของ ASUS Zenboook 14 OLED UM3402 เป็นคีย์พื้นฐานซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เรียกใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วและทางบริษัทก็เซ็ตไว้ให้เรียกใช้งานได้ง่ายดีด้วย แต่ถ้าให้ดีขึ้นอีกก็ขอแนะนำให้ทางบริษัทนำคำสั่ง Snipping Tool ตรง F11 ย้ายไปรวมไว้กับปุ่ม Print Screen ข้างๆ กันแล้วใส่คำสั่งสลับค่า Refresh Rate 60~90Hz มาให้จะดีกว่า ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้ภาพบนหน้าจอลื่นไหลหรือเน้นประหยัดพลังงานจะดีกว่า

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00057
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00058
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00063
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00062

ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 จะรวมชุดแป้น Numpad เอาไว้ให้ผู้ใช้กดใช้งานได้โดยเป็นแป้นแบบเลเซอร์ ตอนเปิดใช้งานจะเป็นแป้นทัชแพดธรรมดาแต่ถ้าแตะค้างตรงไอคอนกรอบสี่เหลี่ยมมุมบนขวาจะเปิดฟังก์ชั่น Numpad ขึ้นมาใช้งาน ส่วนไอคอนสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายมือจะใช้ปรับความสว่างของแป้นได้ หากแตะไอคอนมุมบนซ้ายแล้วลากออกจะเรียกโปรแกรม Calculator ขึ้นมาใช้งานได้ด้วย

ฟังก์ชั่นฝั่งทัชแพดของ NumberPad 2.0 ก็รองรับคำสั่ง Gesture ของ Windows 11 ครบถ้วน สามารถลากนิ้วตั้งแต่ 2~3 นิ้วเพื่อคุมการทำงานได้ง่ายๆ เวลาวางมือเพื่อพิมพ์งานแล้วสันมืออาจจะพาดตรงขอบของตัวทัชแพดเล็กน้อยแต่ก็ไม่เจออาการทัชแพดลั่นรบกวนการใช้งานเลย

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00064
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00065

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะถูกติดตั้งเอาไว้ 2 ฝั่งของตัวเครื่อง โดยฝั่งซ้ายมือจะเป็น USB-A 3.2 Gen 2 เพียงพอร์ตเดียวโดยอยู่ข้างๆ ช่องระบายความร้อน ส่วนฝั่งขวาจากซ้ายมือจะมีพอร์ต MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, Audio combo และ HDMI 2.1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

ส่วนนี้ถือว่าทางบริษัทให้พอร์ตใช้งานมาครบเครื่องทำงานได้สะดวกสบายมาก ฝั่งเจ้าของเครื่องไม่ต้องลำบากหา USB-C Multiport Adapter มาต่อแยกให้ลำบากเลย อย่างมากถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้ SD Card ก็หา Card Reader มาต่อเพิ่มอีกสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00018

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00086
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00020
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00019

น้ำหนักของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ทาง ASUS เคลมเอาไว้ที่ 1.39 กิโลกรัม แต่พอชั่งน้ำหนักดูแล้วมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมอแดปเตอร์หัวพอร์ต USB-C กำลังชาร์จ 65 วัตต์น้ำหนัก 224 กรัมแล้ว มีน้ำหนักรวมเพียง 1.58 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบาพกพาง่ายมาก จะใช้อแดปเตอร์ของตัวเครื่องอย่างเดียวหรือพกอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้ ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเวลาจัดอุปกรณ์ในกระเป๋ายิ่งขึ้น

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram 1

ASUS อัพเกรดซีพียูใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ให้เป็น AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz สถาปัตยกรรม TSMC 7nm FinFET รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน อิงจากหลักการอ่านรหัสซีพียู AMD ในปี 2023 แล้ว Ryzen 5 7530U จะเป็นซีพียูโมเดลปี 2023 สถาปัตยกรรม Zen 3 / Zen 3+ รุ่นมาตรฐาน ออกแบบมาใช้งานกับโน๊ตบุ๊คบางเบาค่า TDP 15~28 วัตต์ 

แรม Zenbook 14 OLED เป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ติดตั้งมาแบบ Dual Channel เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่งานเอกสาร Microsoft Office ไปจนงานตัดต่อแต่งภาพก็ยังพอมีให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ แต่น่าสังเกตว่าทาง ASUS ยังใช้แรม LPDDR4x ไม่ใช่ LPDDR5 บัส 5500MHz อย่างโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนิยมกัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัวแรมประเภทนี้ก็ได้บัสสูงพอและทำงานได้ไหลลื่นแล้ว ถ้าอัพเกรดมาแม้จะได้ความสดใหม่แต่ราคาสูงขึ้นแล้วประสิทธิภาพไม่หนีจากเดิมเกินไปอาจจะไม่คุ้มกันเท่าไหร่ แต่ถ้าในอนาคตเชื่อว่าทาง ASUS จะต้องมี Zenbook 14 OLED พร้อมแรม LPDDR5 ออกมาอย่างแน่นอน

gpu

การ์ดจอออนบอร์ดในซีพียูเป็น AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ DirectX 12 ที่จำเป็นต้องใช้งานครบถ้วน จึงใช้ทำงานกราฟิคและโปรแกรมตัดต่อได้ดีอย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คพาร์ทในเครื่องด้วย Device Manager จะเห็นว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ติดตั้งชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0 มาประสานงานกับระบบ Windows Hello เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในเครื่อง ด้านเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ผลิตโดย EgisTec เป็นผู้ผลิตเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของทางไต้หวันเอง

ด้าน Wi-Fi PCIe Card เป็น MediaTek Filogic 330 MT7922 รองรับการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz แบนด์วิธ 160MHz เชื่อมต่อแบบ Dual band, MU-MIMO ความเร็ว Data Thoughput สูงสุดได้ 1.9Gbps และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัวอีกด้วย

ssd

 M.2 NVMe SSD ภายในเครื่องเป็นรุ่น INTEL SSDPEKNU512GZ เมื่อเช็คข้อมูลแล้วเป็น Intel 670p ความจุ 512GB เป็น QLC NAND โดยข้อดีจุดเด่นของ SSD นี้คือใช้ไฟน้อยประหยัดพลังงานและเย็น ส่วนความเร็วที่วัดได้จากโปรแกรม CrystalDiskMark 8 ได้ค่า Sequential Read 3,009.03 MB/s และ Sequential Write 1,643.15 MB/s ซึ่งความเร็วนี้จัดว่าสูงพอใช้ทำงานออฟฟิศและรันโปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

3dmark

เมื่อนำ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มาทดสอบกับโปรแกรม 3DMark Time Spy แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ย 1,428 คะแนน แยกเป็นคะแน CPU score 5,667 คะแนน และ Graphics score 1,262 คะแนน โดยคะแนนเฉลี่ยระดับนี้ถือว่าพอใช้เล่นเกมออนไลน์หลาๆ เกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน แต่ไม่เหมาะกับเกมฟอร์มใหญ่นักเพราะการ์ดจอออนบอร์ดอาจประมวลผลไม่ไหวและทำให้เฟรมเรทตกเป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

gaming r2

จากการทดสอบเล่นเกมทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, DotA 2 และ Resident Evil Village ปรับกราฟิคสูงสุดจะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 5 7530U และการ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้รับการพัฒนามาพอสมควร ทำให้เล่นเกมออนไลน์ได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะ DotA 2 ซึ่งเป็นเกมเน้นใช้คอร์ซีพียูเป็นหลัก (CPU Intensive) จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงถึง 57 Fps

ด้านเกมยอดนิยมอย่าง Genshin Impact ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ค่อนข้างดี แม้จะตั้งกราฟิคในระดับสูงและเปิดค่าเฟรมเรทเอาไว้ 60 Fps ตัวเกมก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 29 Fps ซึ่งถ้าใช้เล่นฆ่าเวลา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็พอเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อสังเกตที่พบระหว่างทดสอบ คือ เมื่อมีเอฟเฟคไฟหรือท่าไม้ตายเมื่อไหร่ ภาพจะหน่วงแล้วเฟรมเรทลดลงจนรู้สึกได้ ดังนั้นผู้เขีนยแนะนำว่าถ้าจะเล่น Genshin Impact ควรเปิดกราฟิคระดับกลางหรือต่ำเพื่อเน้นความไหลลื่นสูงสุดไปจะดีกว่า

กรณีเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village แม้เอนจิ้นเกมจะเอื้อ AMD Ryzen และ Radeon และทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 27 Fps ก็ตาม แต่ตอนทดลองเล่นจริงแล้วผู้เขียนไม่แนะนำนัก เนื่องจากเครื่องต้องเรนเดอร์กราฟิคอย่างต่อเนื่องและใช้พลังของกราฟิคการ์ดสูงมาก ทำให้ภาพหน่วงและตอบสนองได้ไม่เร็วเท่ากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบมีการ์ดจอแยก ดังนั้นถ้าเป็นเกมฟอร์มใหญ่เน้นประมวลผลภาพด้วยการ์ดจอแยก AMD Radeon Graphics 7 คอร์ใน AMD Ryze 5 7530U จะไม่แนะนำนัก

สรุปคือ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 สามารถเล่นเกมออนไลน์ทั่วไป เช่น DotA 2, Genshin Impact, PUBG หรือแม้แต่ Valorant ได้ไหลลื่นระดับหนึ่ง ส่วนเกมฟอร์มใหญ่จะเหมาะกับประเภทที่เน้นใช้ซีพียูทำงานเป็นหลัก (CPU Intensive) เช่น Civilization VI หรือ Total War ก็พอเล่นได้ แต่ถ้าเป็นเกมเน้นกราฟิคการ์ดเป็นหลักอาจต้องปรับกราฟิคระดับ Medium~Low ถึงจะเล่นได้ลื่นขึ้น

pcmark10

กลับกันถ้าเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปทำงานจัดว่าทรงพลังไม่มีข้อกังขาแน่นอน โดยคะแนนจากโปรแกรมทดสอบการทำงานอย่าง PCMark 10 ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 5,903 คะแนน และถ้าดูแยกตามหมวดคะแนนจะเห็นว่า AMD Ryzen 5 7530U ทำคะแนนในกลุ่ม Essential อย่างการเปิดโปรแกรม, ประชุมงานออนไลน์หรือเปิดเว็บเบราเซอร์ได้ยอดเยี่ยม ถัดลงมาเป็นหมวด Productivity อย่างการเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและออฟฟิศไม่ว่าจะ Word, Excel ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน รองลงมาจะเป็นหมวด Digital Content Creation โดยเฉพาะการตัดต่อแต่งภาพจะทำได้ดีทีเดียว ส่วนการเรนเดอร์พรีวิวโมเดล 3D CG หรือตัดต่อวิดีโอต้องถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่โดดเด่นเท่ารุ่นมีการ์ดจอแยก

โดยรวมในแง่การทำงาน ต้องถือว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะทำงานเอกสาร, ประชุมออนไลน์หรือเปิดเว็บแอพฯ ขึ้นมาทำงานเป็นอย่างมากและพอตัดต่อแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ได้ดีระดับหนึ่ง อาจใช้พรีวิวโมเดล 3D CG เพื่อเสนองานให้กับลูกค้าได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นมันจะเหมาะกับงานสายเซลส์ที่ต้องไปพบลูกค้าประชุมงาน ติดต่อรับส่งเมล์และแก้ไฟล์เอกสารรวมไปถึงนักศึกษาที่หาโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่งมาก

r15
r20

ด้านผลคะแนนเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 เพื่อดูพลังการเรนเดอร์กราฟิคของซีพียู AMD Ryzen 5 7530U แล้ว จะเห็นว่าส่วนของ OpenGL ทำได้ 125.86 fps และ CPU ได้ 1,480 cb สรุปได้ว่าซีพียูนี้สามารถพรีวิวโมเดล 3D เพื่อนำเสนองานให้ลูกค้าดูได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่องแน่นอน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบพลังการทำงานของคอร์ซีพียูอย่างเดียว ได้คะแนน 3,423 pts จัดว่าสูงพอเรนเดอร์ภาพกราฟิคต่างๆ ได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครต้องทำงานกับโปรแกรมสาย Adobe Photoshop หรือแม้แต่ Lightroom ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแม้แต่เรนเดอร์โมเดลด้วยโปรแกรม Blender ก็ใช้งานได้ค่อนข้างไหลลื่นอีกด้วย

myasus1

oled care
customer support
settings

โปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ จะมีฟังก์ชั่น ASUS OLED Care ไว้ตั้งค่าแสดงผลของพาเนล OLED ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาหน้าจอ Burn-in ลงไปได้ โดยผู้เขียนแนะนำให้เปิดฟังก์ชั่น OLED Care ทั้งหมดเอาไว้เลยเพื่อถนอมพาเนลให้อายุใช้งานนานที่สุด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ รวมทั้งหมวดการอัพเดทเฟิร์มแวร์ด้วย หากใครใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รวมไปถึงเครื่องของแบรนด์ ASUS แนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาเช็คเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ และอัพเดทเป็นระยะๆ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีต่อเนื่อง

Battery & Heat & Noise

batt 1

แบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นแบตเตอรี่ความจุ 75Wh แบบฝังไว้ในเครื่อง ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นในท้องตลาดต้องถือว่ามีความจุสูงทีเดียว เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยเปิดความสว่าง 50% เปิดเสียงลำโพง 10% แต่เมื่อซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 7530U ผู้เขียนขอแนะนำให้เปลี่ยนจากการกดโหมด Battery Saver ของ Windows 11 มาเปิดฟังก์ชั่น Radeon Chill ใน AMD Software: Adrenalin Edition แทน และใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube โดยครั้งนี้ผู้เขียนทดลองเพิ่มระยะเวลาใช้งานให้นานขึ้นจาก 30 เป็น 45~50 นาทีแทน ตัว AMD Ryzen 5 7530U ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานมากถึง 15 ชั่วโมง 10 นาที

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ทดสอบโดยตั้งค่าตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ปล่อยเอาไว้ 30 นาที แบบเดียวกับที่ได้ทดสอบโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ มาก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งระยะเวลาใช้งานก็ไม่ต่างกันกับการทดสอบในรีวิวนี้ และหากเปลี่ยนวิธีการทดสอบเล็กน้อยโดยไม่ใช้ Radeon Chill แล้วใช้ระบบ Battery Saver แทน ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะลดลงเหลือราว 14 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งน้อยลงราว 40 นาที ดังนั้นถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen มาใช้งานก็ขอแนะนำให้ใช้ระบบ Radeon Chill แทน จะจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้นและแนะนำให้ลง AMD Chipset Driver ของโน๊ตบุ๊คเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยจะรีดประสิทธิภาพและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00028

ช่องระบายความร้อนของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะมีเพียงช่องเดียว โดยอยู่ถัดมาจากพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 ฝั่งซ้ายมือ เป็นช่องเล็กๆ ไม่กว้างมากแต่ก็ระบายความร้อนได้ดี เสียงตอนพัดลมโบลเวอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพจะดังราว 55~60dB เท่านั้น

temp

และแม้จะมีช่องระบายความร้อนเพียงช่องเดียวก็ตาม แต่เมื่อทดลองรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คอุณหภูมิในเครื่องด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิในเครื่องจะวิ่งอยู่ราว 62.5~95.4 องศา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 63.1 องศาเซลเซียสเท่านั้น และเวลาใช้งานจริงต้องถือว่าตัวเครื่องจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีมาก จะวางเครื่องบนหน้าตักเพื่อใช้งานก็ได้ไม่ร้อนมากแต่ถ้ารันโปรแกรมกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักๆ อย่าง Adobe Photoshop, Lightroom ตัวเครื่องจะอุ่นขึ้นมาระดับหนึ่ง แนะนำให้วางบนโต๊ะทำงานแทนจะดีกว่า

User Experience

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00074

แม้รูปลักษณ์ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะเหมือนกับ Zenbook 14 OLED ในรุ่นก่อนก็ตาม ใช้บอดี้เป็นอลูมิเนียมได้ความพกพาง่ายแข็งแรงทนทานและลวดลายดีไซน์เน้นความสวยเรียบหรูดูดีและได้ซอฟท์แวร์ใช้งานติดตั้งมาให้ครบทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เพียงเปิดเครื่องขึ้นมา Sign in ให้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำงานได้ทันที และทัชแพดของ Zenbook 14 OLEd นี้ก็เป็น ASUS NumberPad 2.0 ชุด Numpad เลเซอร์ซึ่งใช้งานได้สะดวกมาก ไม่ต้องเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ระดับ 15.6 นิ้วก็ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเอกสารได้ดีไม่แพ้กัน

นอกจากซอฟท์แวร์จะครบ น้ำหนักก็ยังเบาพกง่าย เพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เขียนชอบมาก เวลาจะหยิบเครื่องติดตัวไปออฟฟิศหรือไปร้านกาแฟใกล้บ้านเพื่อนั่งทำงานก็เบาสบายพกง่าย ไม่ต้องใช้เป้ใบใหญ่แค่ใช้กระเป๋าสะพายข้างเส้นหนึ่งกับเซ็ตสาย USB-C และอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์อีกอันใส่กระเป๋าไปก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันแล้ว แต่อันที่จริงซีพียู Ryzen 5 7530U ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก เพียงลง AMD Chipset Driver แล้วเข้า AMD Software: Adrenalin Edition เปิด Radeon Chill ใช้โหมด Power Saving เท่านี้ก็ใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้งวัน ส่วนตัวผู้เขียนจะตั้งสว่างหน้าจอ 50% แล้วปิดเสียงลำโพงกับไฟ LED Backlit ไป กลับถึงบ้านแบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้อีกพอสมควร

อุณหภูมิตอนใช้งานจริง แม้ตอนทดสอบ CPUID HWMonitor จะขึ้นว่าอุณหภูมิพุ่งไปสูงสุดถึง 95 องศาเซลเซียสก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงถ้าใช้งานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์ทำงานด้วยเว็บแอพฯ, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่เปิดดูหนังฟังเพลง ตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลาแถมพัดลมระบายความร้อนก็ไม่ได้ดังรบกวนเลยแม้แต่นิดเดียว อาจจะมีเสียงพัดลมแทรกเล็กๆ น้อยๆ เวลาเปิดโปรแกรมประเภท Photoshop, Lightroom อยู่บ้าง แต่เสียงพัดลมจะไปหมุนดังเต็มที่ก็ตอนเปิดเล่นเกมเท่านั้น จึงสรุปเรื่องอุณหภูมิได้ว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 นั้นถ้าใช้งานทั่วไปก็เย็นแทบตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

ด้านพอร์ตก็มี HDMI, USB-A 3.2 และ MicroSD Card Reader ติดเครื่องมาให้ใช้งานเลย ไม่จำเป็นต้องหา USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ USB-C 3.2 Full Function เพื่อเพิ่มพอร์ตก็ได้ อย่างมากอาจจะหา SD Card Reader และหัวแปลง HDMI to VGA มาเผื่อเอาไว้กรณีต้องต่อโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าจะได้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว

จุดแข็งแต่ก็เป็นจุดสังเกตในเวลาเดียวกันอย่างพาเนล OLED ที่ได้ขอบเขตสีกว้าง สว่างและได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 600 แถมขอบเขตสียังกว้างถึง 100% DCI-P3 ถือเป็นพาเนลที่ดีมากๆ หากใครต้องทำงานเกี่ยวกับสีสันเป็นประจำ ต้องการหน้าจอที่ดีเอาไว้พรีเซนต์งานหรือเทียบสี ก็ใช้จอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เทียบสีได้เลย แต่ก็ต้องระวังว่าพาเนล OLED อาจมีปัญหา Burn-in หากเปิดความสว่างจอสูงสุดหรือใช้ภาพใดภาพหนึ่งค้างบนหน้าจอเป็นเวลานานๆ แต่ทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์ ASUS OLED Care มาใน MyASUS แล้ว ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องไป ให้เปิดฟีเจอร์ทั้งหมดในหมวดนี้เอาไว้ได้เลย จะได้ลดโอกาสจอไหม้ไปในตัว แต่นอกจากนั้น Zenbook 14 OLED UM3402 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าใช้และได้ฟีเจอร์เกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

Conclusion & Award

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00076

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะอัพเกรดจากรุ่นก่อนเพียงแค่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U แต่ก็ยังน่าสนใจ ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น Ryzen 5000 Series ซึ่งวางขายไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือเป็นการยกข้อดีทั้งหมดที่รุ่นก่อนมาใช้แล้วใส่ซีพียูที่ประสิทธิภาพดีขึ้นลงไปแทน ทั้งทำงานหนักได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากจนแทบไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลย ยังไม่รวมถึงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับยุค New Normal และซอฟท์แวร์ที่ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อจากที่คั่งคางไว้ได้ทันที

หากคิดคำนวณแล้ว ราคาเครื่อง 32,990 บาท แลกกับฟีเจอร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดใน Zenbook 14 OLED UM3402 แล้วก็เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกัน ซื้อมาแล้วจบไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมอะไรเพิ่มให้เสียอารมณ์หรืองานสะดุดเลย ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าโน๊ตบุ๊คใครมีอายุราว 2 ปีขึ้นไปหรือมีเพื่อนถามหาโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าใช้สักเครื่องล่ะก็ นี่คือโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อหรือจะเอาไปแนะนำให้เพื่อนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

น้ำหนักเครื่อง 1.35 กิโลกรัม แม้จะรวมอแดปเตอร์เข้าไปก็หนักแค่ 1.58 กิโลกรัมเท่ากับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว แต่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมีให้ใช้เยอะไม่แพ้กันแถมยังพกง่ายหยิบใช้ถนัดอีกด้วย น่าจะถูกใจสายพกพาอย่างแน่นอน

award new Battery Life

best battery life

Zenbook 14 OLED UM3402 มีแบตเตอรี่ความจุ 75Wh ติดตั้งมาให้ เมื่อตั้งค่าการจัดการพลังงานแล้วก็ใช้งานได้นานมากถึง 15 ชั่วโมงทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลยสักนิด และยังใช้อแดปเตอร์ GaN ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ได้ด้วย ถือว่าสะดวกเหลือเฟือ

NBS award Features

 

best features

AMD Ryzen 5 7530U, ASUS NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021 เป็นฟีเจอร์และซอฟท์แวร์เด่นๆ ที่ทางบริษัทใส่มาในโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ทรงพลังราคา 32,990 บาทเครื่องนี้ เรียกว่าคุ้มเกินค่าตัวไปมาก!

award new Graphic

best graphic

จอของ Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นพาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ได้ภาพลื่นไหล มีขอบเขตสียังกว้าง 100% DCI-P3 แถมได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มาแบบครบเครื่อง ถูกใจสายกราฟิคแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/684943-review-asus-zenbook-14-oled-um3402

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มิตรแท้สายประหยัดเอาอยู่ทุกงานออฟฟิศ หัวใจ Ryzen 7000 Series ใหม่แกะกล่อง! ค่าตัว 16,400 บาทเท่านั้น!

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

Lenovo IdeaPad เป็นโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนมักคิดถึงเมื่อจะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่และมันมีสายตระกูลแยกย่อยไปอีกมากพอควร ส่วน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ซีพียู AMD Ryzen 7000 Series ก็ยังคงคอนเซปท์โน๊ตบุ๊คสายทำงานราคามิตรรักนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบใหม่ได้งานทำก็หาโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีราคาเพียง 16,400 บาท ถือว่าราคาสมเหตุผลมาก ยิ่งใครทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บทำงานผ่านทางเบราเซอร์เป็นหลักล่ะก็ IdeaPad 1 ก็นับว่าเหลือเฟือมาก

Advertisementavw

ด้านบอดี้ตัวเครื่องแม้จะเป็นพลาสติกแต่งานประกอบถือว่าแข็งแรงทนทานและดีไซน์ยังสวยเรียบง่าย น่าจะถูกใจผู้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบอดี้สวยเรียบง่ายแน่นอน ภายในเครื่องได้ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ติดตั้งมาให้ หาก SSD ติดเครื่องรันงานได้ไม่เร็วไม่ทันใจก็อัพเกรดไปใช้รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงขึ้นได้และแรมยังเป็น LPDDR5 จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้ทาง Lenovo จะติดตั้งมา 8GB ก็ยังทำงานได้เร็วทันใจไม่เจออาการเครื่องหน่วงทำงานช้าแน่นอน

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

NBS Verdicts

IdeaPad Slim 1 DSC00272

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ที่อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen 3 7320U แล้วและทาง Lenovo ตั้งราคามาเพียง 16,400 บาท ถือเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปคดีราคาเป็นมิตรกับผู้ใช้มาก เมื่อดูประกอบกับสเปคแล้วก็ถือว่าทาง Lenovo ให้มาคุ้มค่า ได้ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz และจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ด้วยก็นับว่าคุ้มค่าสุดๆ หาคู่เปรียบเทียบในระดับราคาใกล้เคียงกันได้ค่อนข้างยาก ซึ่งรุ่นที่สเปคไล่เลี่ยกันราคาอาจราคาสูงขึ้นไปถึงระดับ 19,990 บาทหรือสูงกว่านั้นได้เลย และน้ำหนักตัวเครื่องยังเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์แล้วก็อยู่ราว 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายไม่ลำบากแน่นอน

นอกจากนี้กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ในตัวก็มีประสิทธิภาพสูงพอทำงานกราฟิคหรือใช้เปิดเล่นเกมออนไลน์ก็ใช้งานได้ดีระดับหนึ่งทีเดียวและยังรองรับชุดคำสั่ง AV1 ด้วย เวลาเปิดดู Livestream หรือดูคลิปความละเอียดสูงบน YouTube ก็รันได้ลื่นไหลแถมยังได้พอร์ตพื้นฐานต่างๆ ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบเครื่องไม่ว่าจะ USB-A, USB-C, HDMI หรือแม้แต่ SD Card Reader ก็มีให้ใช้ด้วย จึงไม่ต้องหาพอร์ตมาต่อเสริมให้เปลืองเงินเลย

ด้านข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีอยู่เล็กน้อย อย่างแรกคือคีย์บอร์ดจะไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ เวลาใช้งานในที่แสงน้อยแล้วผู้ใช้คนไหนไม่ถนัดพิมพ์สัมผัสอาจจะทำงานได้ไม่สะดวกนัก และการอัพเกรดจะทำได้แค่ถอดเปลี่ยน M.2 NVMe SSD ได้อย่างเดียว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้งานสเปคเดิมจากโรงงานแล้วหันไปซื้อ External HDD/SSD มาเซฟงานแทนจะสะดวกกว่ามาก

ข้อดีของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาให้ใช้จากโรงงานแล้ว
  2.  แรมออนบอร์ดมีความจุ 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz ประสิทธิภาพดีและประหยัดแบตเตอรี่
  3. กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M ใช้เล่นเกมออนไลน์หรือทำงานได้ดี
  4. จัดการอุณหภูมิในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี แม้รันงานเต็มที่ตัวเครื่องก็ไม่ร้อนเลย
  5. มีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบถ้วนทั้ง USB-A, USB-C, SD Card Reader ไม่ต้องใช้ตัวแปลง
  6. มี Privacy Shutter ให้เลื่อนปิด Webcam เมื่อไม่ต้องการใช้งาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
  7. หน้าจอสามารถกางได้กว้างมากราว 170 องศา สามารถปรับมุมองศาหน้าจอให้มองได้สะดวก
  8. บอดี้ตัวเครื่องแม้เป็นพลาสติกแต่ก็ประกอบมาได้แข็งแรงทนทานและแกะอัพเกรดได้สะดวก
  9. น้ำหนักเครื่อง 1.5 กิโลกรัม สำหรับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว ถือว่าเบาพกพาง่าย
  10. ประสิทธิภาพต่อราคาถือว่าคุ้มค่า เพียง 16,400 บาทก็หาซื้อมาใช้งานได้ง่ายๆ
  11. แบตเตอรี่ 42Wh สามารถใช้งานได้นานถึง 11 ชั่วโมงด้วย Radeon Chill
ข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. แรมเป็นแบบออนบอร์ดจึงอัพเกรดได้เฉพาะ M.2 NVMe SSD เท่านั้น
  2. ไม่มีไฟ LED Backlit ถ้าใช้งานในที่แสงน้อยอาจทำงานไม่สะดวกบ้าง

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

Specification

lenovo laptops ideapad 1i gen 7 14 AMD hero

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานเน้นความคุ้มค่า ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำเจ้าต่างๆ ได้ ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากเปลี่ยนเครื่องแต่ไม่อยากจ่ายแพงอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคของ IdeaPad 1 รุ่นใหม่จะเป็นดังนี้

สเปคของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
CPU AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz
GPU AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
SSD M.2 NVMe SSD 256GB
RAM 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.1 Gen 1 x 1, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 1.4b x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.58 กิโลกรัม
Price 16,400 บาท

Hardware & Design

IdeaPad Slim 1 DSC00263

IdeaPad Slim 1 DSC00289
IdeaPad Slim 1 DSC00290
IdeaPad Slim 1 DSC00281

ดีไซน์ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะยังใช้บอดี้ร่วมกับ IdeaPad รุ่นก่อนหน้า มีความเรียบง่ายและสีตัวเครื่องเป็นสีเงินตัดกับกรอบหน้าจอสีดำ ทำให้ดูสวยเรียบร้อยและติดสติ๊กเกอร์แสดงคุณสมบัติเด่นและรุ่นซีพียูของตัวเครื่องเอาไว้ตรงที่วางข้อมือฝั่งว้าย ส่วนด้านขวามือจะเป็นป้ายอลูมิเนียมของ Lenovo ติดไว้ ซึ่งเหมือนกันกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นของทางบริษัท ส่วนมุมบนขวาเหนือคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Power และไฟ LED แสดงสถานะติดเอาไว้อีกดวงหนึ่งเพื่อบอกว่า ณ ตอนนี้เครื่องเปิดอยู่หรือไม่

IdeaPad Slim 1 DSC00276
IdeaPad Slim 1 DSC00301
IdeaPad Slim 1 DSC00256
IdeaPad Slim 1 DSC00257

ช่องระบายความร้อนของ IdeaPad 1 จะถูกดีไซน์ซ่อนเอาไว้ขอบส่วนบนเหนือแป้นคีย์บอร์ดและเป็นช่องเล็กเพียงช่องเดียวเท่านั้น เนื่องจากทาง Lenovo ติดตั้งพัดลมโบลวเวอร์เอาไว้เพียงตัวเดียว ก้านบานพับหน้าจอดีไซน์นก้านเดียวขนาดใหญ่ติดเอาไว้และมีฐานขาของหน้าจอติดเอาไว้ด้านในเครื่อง เมื่อลองกางหน้าจอดูแล้วต้องถือว่ามันแข็งแรงไม่มีอาการโยกคลอน ดังนั้นก้านบานพับและชิ้นส่วนขยับได้ของเครื่องนี้ถือได้ว่าแข็งแรงทนทาน กางเปิดพับปิดหลายครั้งไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00275

ด้านดีไซน์ก้านบานพับของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกออกแบบให้มันกางได้กว้างมากราว 170 องศา มันจึงปรับมุมองศาให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย จะวางบนโต๊ะทำงานตามปกติหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ใช้ได้สะดวกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังกางให้เพื่อนร่วมงานดูเนื้อหาบนหน้าจอเวลาทำงานด้วยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น 

IdeaPad Slim 1 DSC00298

ฝาหลังของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นพลาสติกสีเงินเหมือนตัวเครื่องแถบโซนคีย์บอร์ด แต่มีเพลตโลโก้ของทาง Lenovo ติดไว้ตรงมุมบนซ้ายมือของตัวเครื่องดูเรียบง่ายไม่รกเกะกะ ถูกใจผู้ใช้ที่ชอบดีไซน์ที่เรียบร้อยไม่หวือหวาอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00240

ฝาใต้ตัวเครื่องเป็นพลาสติกเนื้อด้าน มีแถบยางกันลื่นและรองเครื่องอยู่ไว้ 3 เส้น แบ่งเป็นเส้นสั้น 2 เส้นด้านล่างทั้งสองฝั่งใกล้ๆ กับลำโพงกับแถบยางเส้นยาวที่ขอบบนของฝาใต้ตัวเครื่องเหนือจากช่องนำลมเครื่องไประบายความร้อน มีน็อตหัวแฉก Philips Head 10 ดอกขันล็อคฝาใต้เข้ากับตัวเครื่อง ใช้ไขควงธรรมดาขันถอดใส่เข้ากลับได้ตามต้องการและยังเปิดฝาอัพเกรดได้สะดวกซ่อมเครื่องได้ง่ายมาก

Screen & Speaker

IdeaPad Slim 1 DSC00266

IdeaPad Slim 1 DSC00269
IdeaPad Slim 1 DSC00267
IdeaPad Slim 1 DSC00270
IdeaPad Slim 1 DSC00271

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นจอขอบบางฝั่งซ้ายและขวา ส่วนขอบบนจะหนาขึ้นเพื่อติดตั้งชุดกล้อง, ไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของกล้องและไมโครโฟนสำหรับพูดคุยสื่อสารเวลาประชุมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีบานสไลด์ Privacy Shutter ติดตั้งมาให้สไลด์ปิด Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งานได้อีกด้วย แม้จะเป็นฟีเจอร์เล็กน้อยแต่ก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้รู้สึกดีขึ้น เมื่อไม่ต้องการใช้งานและไม่อยากให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะระบบเข้ามาเปิดกล้องโดยพลการก็สามารถสไลด์ปิดกล้องทิ้งได้เลย

ถ้าสังเกต จะเห็นว่าขอบบนหน้าจอจะไม่ได้ราบเป็นระนาบเดียวเหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่วไปแต่จะทำหยักเป็นสันยื่นขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนกับโน๊ตบุ๊คตระกูล Yoga ให้เจ้าของเครื่องกางเปิดหน้าจอได้สะดวกขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00300

Screenshot 5
luminance
display

อย่างไรก็ตาม หน้าจอของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่เป็นเกรดพื้นฐานทั่วไป สามารถมองเห็นภาพและข้อความบนหน้าจอได้กว้าง 178 องศาก็ตาม แต่บางมุมหน้าจออาจจะมีเงาขึ้นมาบนหน้าจอเล็กน้อย และเมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 54.8% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้ทำได้อยู่ที่ 55% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.11~4.74 ซึ่งแม้จะแสดงภาพและสีสันบนหน้าจอได้ดีและพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ก็ตาม แต่ถ้าทำงานอาร์ทแต่งภาพถ่ายจากกล้องแนะนำให้ต่อหน้าจอเฉพาะทางใช้งานจะดีกว่า

ความสว่างหน้าจอที่วัดได้จาก DisplayCal 3 เมื่อปรับความสว่าง 100% จะได้ความสว่าง 234.39 cd/m2 ซึ่งสว่างพอใช้ทำงานในออฟฟิศได้สบายๆ แต่อาจมีเงาสะท้อนตอนมีแสงอาทิตย์ส่องกระทบหรืออยู่นอกอาคารอาจจะสู้แสงในบางโอกาสไม่ได้บ้าง ดังนั้นถ้าใครนั่งทำงานชานนอกร้านกาแฟบ่อยๆ อาจจะใช้งานไม่สะดวกเล็กน้อย

IdeaPad Slim 1 DSC00244
IdeaPad Slim 1 DSC00245
IdeaPad Slim 1 DSC00246
IdeaPad Slim 1 DSC00247

ลำโพงของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นลำโพงคู่กำลังขับ 3 วัตต์ (1.5 วัตต์ x 2) เมื่อปรับเสียงลำโพงดังสุด 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงได้ความดังราว 83dB แต่เนื้อเสียงเมื่อทดลองฟังแล้วโทนเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องนำเด่นขึ้นมาและเบสสนับสนุนเสียงได้ระดับหนึ่ง แต่แรงปะทะจะน้อยและไม่โดดเด่นนัก ซึ่งถ้าใช้ประชุมออนไลน์, เปิดดูคลิปและ Podcast ต่างๆ ใน YouTube ก็ถือว่าพอฟังได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่โดดเด่นนักและผู้เขียนแนะนำว่าถ้าต้องการฟังเพลงให้ได้อรรถรสควรต่อลำโพงหรือใส่หูฟังเพลงแทนจะดีที่สุด

Keyboard & Touchpad

IdeaPad Slim 1 DSC00277

IdeaPad Slim 1 DSC00278
IdeaPad Slim 1 DSC00279
IdeaPad Slim 1 DSC00283
IdeaPad Slim 1 DSC00280
IdeaPad Slim 1 DSC00282
IdeaPad Slim 1 DSC00284
IdeaPad Slim 1 DSC00288
IdeaPad Slim 1 DSC00285

คีย์บอร์ดแบบ Full-size ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นคีย์บอร์ดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่แยกชุดปุ่มลูกศรออกมาจากชุดคีย์บอร์ดปุ่มหลักและมีปุ่ม Function Key ติดตั้งมาให้โดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะปุ่มลูกศรที่มี Page Up/Down, Home, End ที่รวมเอาไว้กับปุ่มลูกศร มีปุ่ม Insert อยู่กับ Numpad 0 และเครื่องหมายมหัพภาค (.) เป็นปุ่ม Del ที่ต้องกด Fn ร่วมด้วยถึงจะทำงาน ด้านปุ่ม Function Key ในบรรทัดบนถัดจาก F12 จะมี Insert ซึ่งมีคำสั่ง User Define Key ให้เจ้าของเครื่องตั้งค่าเรียกโปรแกรมหรือคำสั่งอื่นๆ ได้และ Print screen เมื่อกด Fn แล้วจะเรียกโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมาใช้งานได้ ส่วนปุ่ม Esc จะมี Fn Lock ติดตั้งมาให้กดสลับเลเยอร์ของ F1~F12 กับ Function Hotkey ด้วย

ส่วนจุดน่าสนใจของคีย์บอร์ด IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็น Multimedia Key เหนือชุด Numpad โดยมีปุ่มเล่น/หยุดเพลงชั่วคราว, หยุดเล่นเพลง, เล่นเพลงก่อนหน้าและปุ่มเล่นเพลงถัดไปติดมาให้ใช้งานเช่นเดียวกันกับโน๊ตบุ๊ค IdeaPad รุ่นก่อนหน้า ช่วยให้ใช้ทำงานได้สะดวกทีเดียว ส่วนตัวปุ่มจะมีระยะกดสั้น ใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็ทำงานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าใครยังพิมพ์สัมผัสไม่ถนัดอาจใช้งานในที่แสงน้อยไม่สะดวก ซึ่งดูน่าเสียดายอยู่บ้างที่ทาง Lenovo ไม่ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้มาให้ใช้ด้วย

IdeaPad Slim 1 DSC00287

ปุ่ม F1~F12 ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมี Function Hotkey ติดตั้งมาให้ใช้งาน โดยคำสั่งจะมีส่วนคล้ายกับ IdeaPad หลายๆ รุ่นและมีคีย์ให้ใช้งานดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F5~F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – เปิดคำสั่ง Settings
  • F10 – Windows Lock
  • F11 – ปุ่มคีย์ลัด Windows+Tab เรียกโปรแกรมที่เปิดอยู่ขึ้นมาให้เลือกสลับใช้งาน
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator

แม้ Function Hotkey ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะคล้ายกับคีย์ลัดของ IdeaPad หลายๆ รุ่นที่วางจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ก็ตามแต่ก็มีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับเครื่องแต่ละรุ่นด้วย และทางบริษัทก็ติดตั้งคีย์ลัดที่จำเป็นต้องใช้งานอย่างคำสั่งเรียก Calculator ตรง F12 ซึ่งอยู่ใกล้ชุด Numpad พอดี ซึ่งถ้าผู้ใช้ปรับตัวได้แล้วก็จะใช้งานได้สะดวกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนคิดว่าทาง Lenovo ควรจะเปลี่ยนปุ่มเรียกคำสั่ง Settings ของ Windows 11 ออกไปแล้วใส่ปุ่มปิดการทำงานทัชแพดเข้ามาแทนจะดีกว่า เนื่องจากบางครั้งผู้ใช้บางคนอาจจะต่อเมาส์แยกแล้วไม่อยากให้ทัชแพดมารบกวนการทำงานจะได้ปิดทิ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00291
IdeaPad Slim 1 DSC00293

ทัชแพดของ IdeaPad 1 จะมีขนาดใหญ่และรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน ใช้งานได้สะดวกพอควร แต่ตัวแป้นจะติดตั้งใกล้มือซ้ายเป็นพิเศษ เวลาวางมือแล้วสันมือซ้ายจะพาดลงไปบนตัวแป้นพอดี แต่ก็ไม่ค่อยเจอปัญหาทัชแพดลั่นอย่างที่ผู้ใช้บางคนกังวลอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการป้องกันเอาไว้ก่อนก็สั่งปิดการทำงานในคำสั่ง Settings ได้เช่นกัน

Connector / Thin & Weight

IdeaPad Slim 1 DSC00297
IdeaPad Slim 1 DSC00296

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งซ้ายและขวา โดยจะมีพอร์ตใช้งานดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 1, HDMI 1.4b, USB-C 3.2 Gen 1 (ใช้ถ่ายโอนไฟล์เท่านั้น), Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – SD Card Reader, USB 2.0
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

ถึง IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพง แต่ทาง Lenovo ก็ยังติดตั้งพอร์ตพื้นฐานมาให้ใช้งานค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว ไม่ว่าจะ USB-A, USB-C ก็มีให้ใช้งาน แม้แต่ USB 2.0 ก็ยังให้มาด้วยเผื่อใช้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดเพื่อทำงาน จะได้ไม่รบกวน USB-A 3.2 ฝั่งซ้ายมือนั่นเอง และยังได้ Wi-Fi 6 อีกด้วย ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้บางรุ่นยังเป็น Wi-Fi 5 อยู่ด้วยซ้ำ ก็กล่าวได้ว่าทาง Lenovo ให้พอร์ตมาครบพอใช้งานดีทีเดียว

IdeaPad Slim 1 DSC00235

IdeaPad Slim 1 DSC00239
IdeaPad Slim 1 DSC00236
IdeaPad Slim 1 DSC00308

น้ำหนักของตัวเครื่องในหน้าสเปคนั้นเคลมเอาไว้ 1.58 กิโลกรัม เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วได้ 1.59 กิโลกรัม ถือว่าน้ำหนักใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ เมื่อรวมอแดปเตอร์กำลังชาร์จ 65 วัตต์ น้ำหนัก 320 กรัมเข้าไปแล้ว น้ำหนักสุทธิจะอยู่ที่ 1.91 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเทียบกับบรรดาโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วด้วยกันแล้ว ต้องถือว่า Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเบาพกพาง่าย สามารถพกเครื่องติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากจะผู้ชายหรือผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็พกได้สบายๆ แน่นอน 

Inside & Upgrade

IdeaPad Slim 1 DSC00248

การอัพเกรด IdeaPad 1 15AMN7 สามารถขันน็อตที่ล็อคฝาใต้ตัวเครื่องออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ตามขอบแล้วดึงฝาใต้ตัวเครื่องออกได้ทันที แต่เมื่อดูบนเมนบอร์ดแล้วจะเห็นว่าจุดที่อัพเกรดได้ มีแต่ M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2242 ที่ติดแผ่นเหล็กยืดระยะให้ยาวขึ้นเป็น M.2 2280 เพียงตัวเดียวเท่านั้น หัวอินเตอร์เฟสได้อัพเกรดเป็น PCIe 4.0 แต่แรมของเครื่องนี้จะเป็นออนบอร์ดจึงอัพเกรดอะไรได้ไม่มาก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าอย่างมากอาจจะถอดเปลี่ยน SSD ตัวหลักเปลี่ยนเป็นรุ่นอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นแทนก็พอแล้วหรือจะใช้งานเดิมๆ ไปเลยก็ดีเช่นกันแล้วหาซื้ออุปกรณ์เสริมมาใช้งานควบคู่กันจะดีกว่า

Performance & Software

cpu

mb
ram

ซีพียูของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกอัพเกรดมาเป็น AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นปรับปรุงรุ่นใหม่ของทาง AMD โดยมีค่า TDP 15 วัตต์ จึงจึดการพลังงานดีใช้งานได้หลายชั่วโมงและขนาดทรานซิสเตอร์ในตัวชิปเล็กเพียง 6 nm

เมนบอร์ดของ IdeaPad 1 นั้น ทาง Lenovo เป็นผู้ผลิตเองและติดตั้งอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 มาให้ใช้งานแล้ว สามารถเลือกติดตั้ง M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2280 รุ่นใหม่ความเร็วสูงได้ มีแรมออนบอร์ดมา 8GB LPDDR5 มีความเร็วรับส่งข้อมูลสูง ใช้เปิดเบราเซอร์และโปรแกรมต่างๆ เอาไว้แล้วใช้งานได้ค่อนข้างลื่นไหลต่อเนื่อง

314002974 619270526469025 4210931403582844625 n

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจยังไม่ทราบวิธีการอ่านรหัสของ AMD Ryzen 7000 Series ว่าเป็นเช่นไร โดยทาง AMD ได้เปลี่ยนวิธีการตั้งชื่อรหัสรุ่นซีพียูใหม่โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 นี้เป็นต้นไป โดยวิธีการอ่านชื่อรุ่นตัวเลข 4 หลักกับ 1 ตัวอักษร จะเป็นดังนี้

  • ตัวเลขหลักแรก – ใช้บอก Model Year หรือปีที่ซีพียูรุ่นดังกล่าวเปิดตัว โดยเริ่มจากรหัส 7 คือปี 2023, รหัส 8 คือปี 2024 และรหัส 9 คือปี 2025 และคาดว่าปี 2026 ทาง AMD จะประกาศการใช้ตัวเลขใหม่อีกครั้งหนึ่ง
  • ตัวเลขหลักที่สอง – Segment ของซีพียู โดยซีพียูแต่ละรุ่นจะแยกเป็น Tier ทั้งหมด 2 ระดับ คือ รุ่นธรรมดาและรุ่นบนซึ่งมีตัวเลขสูงกว่า จากภาพคือ
    • X1XX ~ X2XX – Athlon โดย X1XX เป็น Silver และ X2XX เป็น Gold
    • X3XX ~ X4XX – Ryzen 3 ซึ่ง X3XX เป็นรุ่นธรรมดา X4XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X5XX ~ X6XX – Ryzen 5 ซึ่ง X5XX เป็นรุ่นธรรมดา X6XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X7XX ~ X8XX – Ryzen 7 ซึ่ง X7XX เป็นรหัสเฉพาะ Ryzen 7 เท่านั้น ส่วน X8XX อาจะเป็น Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 ก็ได้ แต่มีประสิทธิภาพสูง
    • X9XX – รหัสเฉพาะ Ryzen 9 เท่านั้น
  • ตัวเลขหลักที่สาม – บ่งบอกสถาปัตยกรรมของซีพียูว่าเป็นรุ่นใด โดยแบ่งแยกดังนี้
    • 1 – Zen 1 / Zen+
    • 2 – Zen 2
    • 3 – Zen 3 / Zen 3+
    • 4 – Zen 4
    • 5 – Zen 5
  • ตัวเลขหลักที่สี่ – แยกโมเดลในรุ่นว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงหรือรุ่นมาตรฐาน โดยใช้เลข 0 แทนรุ่นมาตรฐานในซีรี่ส์ ถ้าเป็นเลข 5 แทนรุ่นประสิทธิภาพสูง
  • ตัวอักษรท้ายชื่อ – Form Factor และค่า TDP เอาไว้จำกัดความว่าซีพียูตัวนั้นๆ โดดเด่นเรื่องใด
    • HX – รุ่นประสิทธิภาพสูงสุด ค่า TDP 55 วัตต์ขึ้นไป
    • HS – รุ่นประสิทธิภาพสูงเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งบางเบาเหรือ Creator ค่า TDP 35 วัตต์ขึ้นไป
    • U – โน๊ตบุ๊คบางเบาคุณภาพสูง (Premium Ultrathin) ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • C – ซีพียูเพื่อ Chromebook โดยเฉพาะ ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • e – เป็นรุ่นย่อยของรหัส U แต่ถูกออกแบบให้ทำงานแบบไม่ใช้พัดลม ค่า TDP 9 วัตต์

จะเห็นว่าตั้งแต่ AMD Ryzen 7000 Series เป็นต้นไป วิธีการอ่านชื่อเรียกรุ่นของทาง AMD จะถูกเปลี่ยนมาใช้แบบนี้แทน หากใครต้องการทราบว่าซีพียูในโน๊ตบุ๊คของตนเองเป็นแบบใด ก็สามารถยึดตามนี้ได้เลย และหากจำกัดความให้กับ AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แล้ว ก็คือ

AMD Ryzen 3 ผลิตในปี 2023 เป็นรุ่นมาตรฐาน สถาปัตยกรรม Zen 2 ผลิตมาเพื่อใช้ในโน๊ตบุ๊คบางเบาประสิทธิภาพสูง ค่า TDP 15~28 วัตต์

gpu z

กราฟิคการ์ดออนบอร์ดของ AMD Ryzen 3 7320U จะเป็น AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz ใช้ประมวลผลกราฟิคต่างๆ ไม่ว่าจะแสดงภาพขึ้นหน้าจอ, ตัดต่อแต่งภาพหรือแม้แต่ใช้ทำงานก็ได้ รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และได้ Ray Tracing ในตัวและยังรองรับการเข้ารหัสแบบ AV1 อีกด้วย

devicemgr

พาร์ทภายในเครื่องเมื่อเช็คใน Device Manager แล้ว นอกจากชิป TPM 2.0 สำหรับใช้ทำงานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัย Windows 11 และ AMD PSP 10.0 แล้ว ก็ได้ Wi-Fi PCIe Card รุ่น Realtek RTL8852BE ซึ่งรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ในตัว ซึ่งจากการใช้งานจริง ต้องถือว่าชิป Realtek ตัวนี้ทำงานได้ดีมากและสเปคถือว่าคุ้มค่าอีกด้วย นั่นเพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20,000 บาท มักได้ชิป Wi-Fi 5 เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า IdeaPad 1 นี้คุ้มค่ามาก

crystaldiskmark

M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB จากโรงงานเป็นของ Samsung รหัส MZAL4256HBJD-00BL2 เมื่อทดสอบความเร็วอ่านเขียนข้อมูลด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 1,768.56 MB/s และ Sequential Write 1,337.42 MB/s ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าเร็วพอสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งแล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนคิดว่ายังช้าไปไม่ทันใจจะอัพเกรดเป็นรุ่นอื่นที่มีความเร็วสูงกว่านี้ก็ได้เพราะอินเตอร์เฟส SSD ก็เป็น PCIe 4.0 แล้ว แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าแทนที่จะเปลี่ยน SSD ก็ขอแนะนำให้ซื้อ External Harddisk/SSD แบบ USB-C สำหรับเซฟงานแยกไปเลยจะดีกว่า

Screenshot 1 1

ประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 3 7320U ด้านการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนเฉลี่ย 633 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,306 คะแนน และ Graphics score 554 คะแนน ซึ่งเป็นระดับคะแนนทั่วไปของโน๊ตบุ๊คพร้อมการ์ดจอออนบอร์ด ในแง่การเล่นเกมต้องถือว่าอยู่ในระดับทั่วไป

จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมดูแล้ว AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 พอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 โดยปรับกราฟิคสูงสุดได้และไม่กระตุกตอนมีเอฟเฟคในเกมเยอะๆ แน่นอน แต่เมื่อเป็นเกมที่เน้นกราฟิคมากขึ้นอย่าง Genshin Impact ต้องปรับกราฟิคระดับ Low แต่ยังเปิดเฟรมเรทระดับ 60 fps ถึงพอจะเล่นได้บ้าง แต่เมื่อเป็นเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village จะเกิดอาการหน่วงและแล็คอย่างเห็นได้ชัด

สรุปได้ว่า IdeaPad 1 ถ้าเล่นเกมเน้นกราฟิคอย่าง Genshin Impact หรือ Resident Evil Village จะไม่เหมาะนักและต้องปรับกราฟิคระดับ Low ถึงจะพอเล่นได้ แต่ถ้าเน้นทางซีพียูเป็นหลักอย่าง DotA 2 จะเล่นได้แน่นอนหรือถ้าเป็นเกม 8-bit และ JRPG พอร์ตมาจากเครื่องคอนโซลก็ไม่มีปัญหา

Screenshot 2

ด้านการทำงาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ทำคะแนนเฉลี่ยในโปรแกรมทดสอบอย่าง PCMark 10 ไปได้ 4,162 คะแนน ใช้ทำงานทั่วไปอย่างประชุมงานออนไลน์, เปิดเว็บเบราเซอร์, ทำงานเอกสารได้ดี แต่ด้านการแต่งภาพทำงานอาร์ทต้องถือว่าพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ไหลลื่นเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกเพื่อรันงานกราฟิคโดยเฉพาะ ดังนั้นลักษณะการทำงานที่เหมาะกับ IdeaPad 1 เป็นงานเอกสารและเน้นเปิดเว็บทำงานดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก หากเป็นนักศึกษา, พนักงานออฟฟิศหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทก็เหมาะกับมันอย่างแน่นอน

Screenshot 3
Screenshot 4

การทดสอบจำลองโมเดล 3D ด้วย CINEBENCH R15 จะเห็นว่า Ryzen 3 7320U ทำคะแนน OpenGL ได้ 63.14 fps ได้คะแนน CPU 757 cb ด้านของ CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูแล้วจะได้คะแนน CPU 1,787 pts ซึ่งผลคะแนนจากทั้งสองโปรแกรมนี้ถือว่าตัว IdeaPad 1 พอจะใช้รันงานกราฟิคทั่วไป อย่างการตัดต่อหรือแต่งภาพได้และพอใช้พรีวิวโมเดล 3D ได้ระดับหนึ่ง แต่ใช้โมเดลในโปรแกรม Blender อาจจะไม่ไหลลื่นไหลนักแต่ก็พอใช้ทำงานได้ระดับหนึ่ง

vantage 1

นอกจากนี้ ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีโปรแกรม Lenovo Vantage สำหรับปรับแต่งตัวเครื่อง, อัพเดทเฟิร์มแวร์หรือแม้แต่ต่อประกันภายในตัวได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใครซื้อ IdeaPad 1 มาใช้งานแล้ว ควรเปิดโปรแกรมนี้มาอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั้งหมดควบคู่กับระบบ Windows Update ให้เฟิร์มแวร์ในเครื่องเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเสมอจะได้ทำงานได้ดีที่สุด

Battery & Heat & Noise

IdeaPad Slim 1 DSC00252

แบตเตอรี่ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นแบตเตอรี่ขนาดไม่ใหญ่มาก มีความจุ Typical Capacity 3,735mAh หรือ 42Wh ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 3,635mAh หรือ 40Wh ขนาดตัวแบตเตอรี่ไม่ใหญ่มากและวางตัวยาวสุดขอบลำโพงทั้งสองด้าน

Screenshot 2023 01 27 104148

batt
Screenshot 2023 01 27 122605

ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้เหลือ 50%, ลดเสียงลำโพงเหลือ 10% และใช้โหมด Battery Saver เปิด Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 42Wh จะใช้งานได้นานเพียง 6 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งถือว่าไม่นานเท่าที่ควร ถ้าไปพบลูกค้าหรือเข้าห้องเรียนจดเลคเชอร์อาจจะใช้งานได้ไม่จบวัน

ในทางกลับกันวิธีการยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้นานยิ่งขึ้นสำหรับโน๊ตบุ๊ค AMD Ryzen โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็น Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ให้ใช้ AMD Software: Adrenalin Edition ตั้งค่า Graphics Profile เป็น Power Saving และเปิด Radeon Chill และจำกัด Min FPS ให้เหลือ 30 Fps เพื่อลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น เปิดความสว่างและเสียงเท่ากันและใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีเท่ากัน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง 53 นาที เท่ากับได้เพิ่มมาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง จัดเป็นวิธีการตั้งค่าจัดการพลังงานที่ดี ช่วยให้ใช้ทำงานได้นานขึ้นมากและแม้จะจำกัด FPS ลงมาแต่ก็ยังใช้ทำงานออฟฟิศหรือเปิดดูหนังฟังเพลงก็ได้สบายๆ 

IdeaPad Slim 1 DSC00258

normaltemp
gaming temp

นอกจากนี้จุดเด่นของ AMD Ryzen 3 7320U คือเรื่องอุณหภูมิในเครื่องเวลาใช้งาน ซึ่งตอนใช้งานตามปกติแล้วเครื่องจะไม่ร้อนและพัดลมแทบจะไม่หมุนส่งเสียงรบกวนเลย และพอเช็คด้วยโปรแกรม CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิของซีพียูวิ่งอยู่ราว 36~43 องศาเซลเซียสเท่านั้น พอเปิดเกมแล้วปรับโหมดตัวเครื่องเป็น Performance แล้ว อุณหภูมิขึ้นไปเป็น 36~74 องศาเซลเซียส เฉลี่ยราว 48 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมแม้จะรันเต็มที่แล้วก็ตามแต่พอวัดด้วยเครื่องวัดเสียงแล้ว เสียงพัดลมดังสุดราว 55dB ซึ่งดังพอได้ยินว่าเครื่องกำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่ไม่หนวกหูอย่างแน่นอน

User Experience

IdeaPad Slim 1 DSC00272

ประสบการณ์การใช้งาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักมาราว 1 สัปดาห์ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คราคา 16,400 บาทในยุคปี 2023 นั้นใช้งานได้ดีเกินตัว แม้จะมีแรมแค่ 8GB ก็ตาม แต่พอเป็น LPDDR5 ซึ่งเป็นแรมออนบอร์ดและประสิทธิภาพสูงพอควร ก็สามารถรันงานต่างๆ ให้เสร็จได้เร็วขึ้นมาก ยิ่งถ้าใครทำงานโดยใช้เบราเซอร์ เปิด WordPress, Google Doc ฯลฯ เป็นหลัก ต้องถือว่าพลังของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นดีพอใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้ดีมากโดยเฉพาะงานเอกสารหรือแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ เพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ถือว่าดีเหลือเฟือพลังประมวลผลเหลือใช้และยังเย็นตลอดเวลาอีกด้วย จัดเป็นตัวเลือกที่น่าใช้มากๆ

ด้านการพกพา น้ำหนัก Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รวมอแดปเตอร์อยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเกินไปและเทียบกับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นต้องถือว่าน้ำหนักเบาใส่กระเป๋าพกไปไหนมาไหนได้สะดวกหรือสาวๆ ที่มีกระเป๋าสะพายใบเล็กจะถือติดมือยกไปไหนมาไหนก็ไม่หนักจนเกินไป เพราะตัวเครื่องอย่างเดียวหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่จากการทดลองใช้งานจริงผู้เขียนไม่แนะนำให้กดโหมด Battery Saver ของ Windows แต่ให้กด Fn+Q ปรับโหมดการทำงานแล้วใช้ควบคู่กับโปรแกรม AMD Software: Adrenalin Edition ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ในหัวข้อก่อนหน้าแทน จะทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่า และระยะเวลาใช้งานก็อยู่ได้นานใกล้เคียงกับที่โปรแกรม BatteryMon ทดสอบได้จริงด้วย ดังนั้นในแง่แบตเตอรี่และการจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เรื่องน่าติดใจเล็กน้อยหากใครจะใช้ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เครื่องนี้อีก 2~3 ปี อย่างแรกคือเรื่องแรมแม้มีความจุ 8GB LPDDR5 ก็ตาม แต่เมื่อเปิดเบราเซอร์ 10 แท็บและมีโปรแกรมอีกสัก 1~2 โปรแกรม เรื่องจะเริ่มหน่วงอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้บริหารจัดการโปรแกรมและแท็บเบราเซอร์ให้ดีอย่าเปิดทิ้งเอาไว้เยอะเกินจำเป็นจะดีกว่า เพียงเท่านี้ก็ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีอย่างแน่นอน

Conclusion & Award

Lenovo IdeaPad Slim 1

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คธรรมดาๆ หน้าตาเรียบง่ายบอดี้พลาสติกที่สร้างมาเพื่อนักศึกษาและคนทำงาน ตีตลาดด้วยราคาเบาๆ เพียง 16,400 บาท แต่ได้ซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำงานได้ดีเกินตัว ซึ่งทั้ง 4 คอร์ 8 เธรด ในเครื่องนั้นสามารถรันงานพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเปิดเบราเซอร์, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่ดูหนังดู YouTube เพื่อความบันเทิงได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิด Radeon Chill แล้ว แม้จะตั้งค่าความสว่างหน้าจอเอาไว้ 50% ก็ยังใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ดังนั้นในแง่สเปคต่อราคาถ้าหาเอาไว้ทำงานถือว่าคุ้มมากและน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม กับตัวเครื่อง 15.6 นิ้ว ถือว่าพกง่ายติดตัวไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายอีกด้วย

ด้านสเปคต่อราคาระดับนี้ถือว่า IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เข้ามาเขย่าตลาดโน๊ตบุ๊คราคาต่ำกว่า 20,000 บาทให้มีสีสันได้อีกครั้ง ดังนั้นถ้าทาง Lenovo ทำตลาดและเปิดตัวโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ออกมาเรื่อยๆ ก็น่าจะจับใจผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแต่สเปคดีได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

award

award new value

best value

IdeaPad 1 15AMN7 ราคา 16,400 บาท แต่ได้ AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สบายๆ ดีต่อผู้ใช้ที่ยังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานใหม่ ถือว่าเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินมาก

NBS award 4 Mobility

best mobility

ปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักยืนพื้น 1.8~2.5 กิโลกรัม แต่ IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาพกง่าย ติดตัวไปทำงานหรือเข้าห้องเรียนก็ได้สบายๆ

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ 42Wh ปกติแล้วจะอยู่ได้ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเปิด Radeon Chill แล้วก็ใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าระบบจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 7320U ทำได้ดีขึ้นมาก ลบข้อครหาว่า AMD แรงแต่กินไฟไปได้อย่างสวยงาม

from:https://notebookspec.com/web/684449-review-lenovo-ideapad-1-15amn7