คลังเก็บหมวดหมู่: mobileocta

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย สมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ราคาสุดคุ้มเพียง 3,299 บาท!

เรียลมี” แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว realme C30s อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย realme มุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมมาสู่ C-series มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และ realme C30s ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการออกแบบและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว 

พร้อมเรียกเสียงฮือฮาในฐานะสมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนนิ้วมือด้านข้างที่รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำสูง นับเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่อัดแน่นด้วยสเปกทรงพลัง แบตเตอรี่สุดอึด และหน้าจอฟูลสกรีน ขนาด 6.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าโดนใจเพียง 3,299 บาท

realme C30s น้องใหม่ล่าสุดจากตระกูล C series ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงในด้านการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในราคาสุดคุ้ม โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ realme C30s มาพร้อมกับเซ็นเซอร์การสแกนลายนิ้วมือด้านข้างที่มีความเร็วในการปลดล็อก 0.58 วินาที พร้อมความแม่นยำสูงถึง 99% 

ช่วยให้ผู้ใช้งานปลดล็อกได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการปลดล็อกด้านหลัง เพราะสามารถปลดล็อกได้แม้วางโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะ ด้วยอัลกอริทึมทรงประสิทธิภาพ เครื่องจึงสามารถจดจำลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขั้นสุด แม้จะมีพื้นที่สแกนลายนิ้วมือที่บางเฉียบเพียง 8×1.6 มม. ก็ตาม

อีกหนึ่งเรื่องที่ค่ายเรียลมีไม่เคยทำให้ผิดหวังคืองานดีไซน์ที่เข้าใจทุกสไตล์การใช้งาน โดย realme C30s โดดเด่นด้วยความบางเฉียบเพียง 8.5 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 182 กรัม และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ ดีไซน์ป้องกันการลื่นแบบ Micro-texture ที่นอกจากจะมอบการจับที่กระชับถนัดมือในทุกการเคลื่อนไหวแล้ว ยังสร้างสรรค์เป็นแพทเทิร์นที่สวยงามไม่เหมือนใครอีกด้วย

และสำหรับใครที่ต้องการหน้าจอที่คมชัด ใหญ่เต็มตา ก็จะต้องถูกใจกับหน้าจอ LCD คุณภาพสูงแบบฟูลสกรีน 6.5 นิ้ว ซึ่งมีอัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 88.7% พร้อมความสว่างสูงถึง 400nits ที่จะมาเพิ่มอรรถรสให้กับทุกประสบการณ์ความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว

ในแง่ของขุมกำลังก็ไม่น้อยหน้า เพราะ realme C30s ขับเคลื่อนด้วยUnisoc SC9863A Octa Core อันทรงพลัง ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh รองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนได้ลื่นไหลและต่อเนื่องยาวนาน เมื่อแบตเหลือน้อย

สมาร์ตโฟนจะเข้าสู่ Ultra Saving Mode เพื่อประหยัดพลังงานและคงฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ตโฟนไว้ได้อย่างทรงพลังและ realme C30s เครื่องนี้สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานถึง 16.5 ชั่วโมง แม้แบตจะเหลือเพียง 5% ช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้ในทุก ๆ วัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป realme C30s ก็ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน เพราะมาพร้อมกล้องหลัง 8MP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบในทุกช็อต พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัดตรงใจ

สเปกทรงพลังและดีไซน์สุดล้ำที่ “เรียลมี” จัดมาให้อย่างไม่ยั้งใน realme C30s นับเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟน Entry-level ขึ้นไปอีกขั้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาสุดคุ้มค่า realme C30s 

พร้อมวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Stripe Blue และสีดำ Stripe Black ในความจุ 2+32GB ราคา 3,299 บาท ผ่านช่องทาง realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee และ JD Central โดยวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคมทุกช่องทาง

แฟน ๆ เรียลมีสามารถติดตามรายละเอียดการวางจำหน่ายได้ผ่าน realme official ในช่องทาง Facebook Fan page: realme TH ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และติดตามข่าวสารล่าสุดของ realme ได้ที่เฟซบุ๊ก realme Official Fan Page หรือเว็บไซต์ https://www.realme.com/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-launches-realme-c30s-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-launches-realme-c30s-in-thailand

รีวิว Samsung Galaxy Z Fold4 สัมผัสประสบการณ์จริงกับการใช้งานสมาร์ตโฟนจอพับ เหมือนมี PC อยู่ในมือ เก่งทั้งเรื่องงาน และ เรื่องเล่น

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 แล้วสำหรับ Samsung Galaxy Z Fold4 สมาร์ตโฟนจอพับแฟล็กชิประดับพรีเมียมรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ยังคงรูปลักษณ์ดีไซน์จากรุ่น Z Fold3 แต่มาพร้อมหน้าจอที่กว้างกว่าเดิม แถมยังมีความบาง และน้ำหนักที่เบาขึ้น ทำให้พกพาได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดชิปเซ็ท ความคมชัดของกล้อง โหมดต่างๆ รวมถึงความจุแบตเตอรี่ และเพิ่มการรองรับ Super Fast Charging เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางทีมงาน MobileOcta ก็ได้เครื่อง Samsung Galaxy Z Fold4 มาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อย โดยหลังจากที่ได้ลองใช้งานจริงมากว่า 1 สัปดาห์ก็ได้เวลามารีวิวให้ชมกันว่าสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นนี้จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจอะไรบ้าง และจะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ไปติดตามกันเลยครับ

https://news.samsung.com/global/user-guide-unfolding-new-possibilities-for-work-and-play-galaxy-z-fold4-for-on-the-go-productivity

สเปกเบื้องต้น Samsung Galaxy Z Fold4

ขนาด 155.1 x 130.1 x 6.3 มม. (เมื่อพับจอ)
155.1 x 67.1 x 14.2-15.8 มม. (เมื่อกางจอ)
น้ำหนัก 263 กรัม
หน้าจอ หน้าจอแสดงผลหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+ และความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0)

หน้าจอแสดงผล Cover แบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.19GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8475 Snapdragon 8+ Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 730
RAM 12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB/512GB/1TB
microSD Card สูงสุด 1TB
ระบบปฏิบัติการ Android 12L ครอบทับด้วย One UI 4.1.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.2, A2DP, LE, aptX HD
GPS with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
พอร์ต USB Type-C 3.2, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 (wide), 1.0µm, Dual Pixel PDAF และระบบกันสั่น OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 12mm, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 66mm, 1.0µm, PDAF, ระบบกันสั่น OIS และซูมออปติคอล 3x

*30X Space Zoom รวมฟีเจอร์ 3x Optical Zoom และ 30x digital zoom ด้วยเทคโนโลยี AI Super Resolution  การซูมมากถึง 3 เท่าอาจทำให้คุณภาพของรูปถ่ายลดลงได้

กล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ขนาดพิกเซล 2.0μm และ FOV 80˚

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2. ขนาดพิกเซล 1.22μm และ FOV 85˚

รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม และ 1 eSIM
2G GSM : GSM850, GSM900, DCS1800, PCS1900
3G UMTS : B1(2100), B2(1900), B4(AWS), B5(850), B8(900)
4G FDD LTE : B1(2100), B2(1900), B3(1800), B4(AWS), B5(850), B7(2600), B8(900), B12(700), B13(700), B17(700), B18(800), B19(800), B20(800), B25(1900), B26(850), B28(700), B66(AWS-3)
4G TDD LTE : B38(2600), B39(1900), B40(2300), B41(2500)
5G FDD Sub6 : N1(2100), N2(1900), N3(1800), N5(850), N7(2600), N8(900), N12(700), N20(800), N25(1900), N28(700), N66(AWS-3)
5G TDD Sub6 : N38(2600), N40(2300), N41(2500), N77(3700), N78(3500)
แบตเตอรี่ 4.400mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ภายใน 30 นาทีด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไว 25W หรือสูงกว่า
รองรับ Fast wireless charging 2.0
รองรับ Wireless PowerShare
สี Graygreen, Phantom Black, Beige และ Burgundy [Samsung.com Exclusive]
ราคา 59,900 บาท (256 GB)
65,900 บาท (512 GB)
75,900 บาท (1 TB)

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

Samsung Galaxy Z Fold4 มีรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่ไม่ต่างจากรุ่นก่อน โดยมีขนาดตัวเครื่องที่ถือว่าแทบจะเท่าเดิมเลย แต่ซัมซุงมีการปรับให้หน้าจอทั้งด้านนอก และด้านในใหญ่ขึ้น โดยมีความกว้างขอบจอน้อยลง ทำให้หน้าจอด้านนอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 2.7 มม. ส่วนหน้าจอด้านในก็ใหญ่ขึ้นอีก 3 มม. ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อน หน้าจอด้านในจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเป็นบานพับที่ปรับขนาดให้บางลงจากเดิมที่พับเข้าหากันจะมีขนาด 16 มม. รุ่นนี้มีการปรับลดลงมาอยู่ที่ขนาด 15.8 มม. พร้อมกับเพิ่มความแข็งแกร่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวลเหมือนเดิม และยังเล็กลงจากรุ่นก่อน 271 กรัม เหลือ 263 กรัม ทำให้น้ำหนักเครื่องเบาลง ซึ่งเวลาถือจับใช้งานจริงก็ยังรู้สึกหนักอยู่ แต่ไม่มากนัก เมื่อถือจับใช้งานบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง

ตัวบานพับของ Samsung Galaxy Z Fold4 ยังมีความสามารถที่มากกว่าแค่การกางออก-พับเข้าเท่านั้น โดยสามารถปรับมุมองศาได้หลากหลายไม่ว่าจะเลือกกางแค่ครึ่งเดียว หรือหยุดค้างตรงไหนก็ได้ ซึ่งตัวกลไกบานพับเองมีความแน่นมาก ไม่หลวมง่าย ทางซัมซุงเคลมว่าสามารถพับได้มากถึง 200,000 ครั้งเหมือนเดิมอีกด้วย

สำหรับดีไซน์ที่เปลี่ยนไปอีกอย่างของ Samsung Galaxy Z Fold4 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ก็คือกรอบเครื่องที่ปรับให้ดู Flat ขึ้นลดความโค้งมนลง พร้อมเปลี่ยนผิวสัมผัสแบบด้านเป็นแบบมันวาว เพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่อง แต่ก็อาจติดรอยนิ้วมือได้ง่ายขึ้น

ในส่วนหน้าจอแสดงผล เริ่มจากหน้าจอแสดงผลด้านนอกหรือ Cover Screen เป็นจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

รวมทั้งมีการขยายขอบหน้าจอให้ชิดขึ้นไปถึงขอบเครื่องมากกว่าเดิม และมีความ Flat ขึ้นเป็นหน้าจอแบบแบนราบกว่าแต่ก่อ ทำให้แม้ความกว้างของหน้าจอจะมากขึ้น แต่เมื่อถือใช้งานก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเทอะทะมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน กลับกันยังทำให้มีพื้นที่มากขึ้น สามารถถือใช้งานได้คล่องกว่าเดิม

โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ไว้สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่สวยๆ และภาพ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอได้

ขณะที่หน้าจอหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+, ความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0) ให้ประสบการณ์การใช้งานหน้าจอกว้างที่เหมือนแท็บเล็ตขนาดย่อมๆ ทำอะไรได้มากขึ้น แถมยังถือจับใช้งานได้สะดวก และไม่หนักเท่าแท็บเล็ตอีกด้วย

และด้านขวาบนติดตั้งกล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ซึ่งทางซัมซุงได้พัฒนารูปแบบการวางพิกเซลหน้าจอใหม่ทำให้เนียนตาขึ้น 20% ทำให้การทำงานทั่วไปไม่มีอะไรมารบกวนสายตา รวมถึงการดูคอนเทนต์ หรือเล่นเกม ก็แทบจะไม่เห็นเลนส์กล้องเลย เรียกว่าเนียนจริงๆ

ด้านหลังดีไซน์เรียบๆ พื้นผิวด้าน ซึ่งสีที่ทางทีมได้มารีวิวคือสี Phantom Black โดยมุมซ้ายด้านบนมีโมดูลกล้องที่ยื่นขึ้นมาภายในติดตั้งกล้อง 3 ตัว Triple Camera โดยวางเรียงกันในแนวตั้ง และมีไฟแฟลช LED อยู่ใต้เลนส์กล้อง 

ด้านซ้ายข้างตัวเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM

ส่วนด้านขวาข้างเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีปุ่มปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องลำโพงเสียง กับช่องไมโครโฟนตัดเสียง

และด้านท้ายเครื่องประกอบไปด้วยช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟนสนทนา และพอร์ต USB Type-C

ตัวเครื่อง Galaxy Z Fold4 ยังรองรับการกันน้ำมาตรฐาน IPX8 จมน้ำลึก 1.5 เมตรได้ยาวนาน 30 นาที ซึ่งหาไม่ได้จากสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นอื่น สามารถใช้งานได้อย่างสบายแม้จะเจอละอองน้ำ หรือโดนน้ำกระเด็นใส่ แต่ในรุ่นนี้ยังไม่มีการรองรับการกันฝุ่น ดังนั้นควรระวังอย่าให้ไปอยู่กับเศษดินเศษทราย และคอยเช็คฝุ่นให้สะอาดบ่อย

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-samsung-galaxy-z-fold4/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-z-fold4

AIS eSports เดินหน้ายกระดับมาตรฐานนักพากย์กีฬาอีสปอร์ต สู่การเป็น Caster มืออาชีพ กับโครงการ AIS eSports Young Caster Talent Season 2

AIS eSports ตอกย้ำภารกิจการยกระดับอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล ผ่านการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้าง Ecosystem ในอุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งผู้พัฒนาเกม ดีไวซ์ ผู้จัดการแข่งขัน นักกีฬา หรือแม้แต่ แคสเตอร์ สตรีมเมอร์ และนักพากย์เกม ที่วันนี้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น AIS eSports จึงเดินหน้าจัดโครงการ AIS eSports Young Caster Talent Season 2 เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานนักพากย์กีฬาอีสปอร์ตสู่การเป็น Caster มืออาชีพ ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มให้ Ecosystem มีความแข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการเติบโต Digital Economy หรือเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ผ่านการฝึกอบรมจากนักพากย์กีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่าง ไซคอป

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับการแชร์ประสบการณ์จาก Influencer ชั้นนำ โดยมีแพลตฟอร์มชั้นนำด้านอีสปอร์ตอย่าง Twitch Thailand เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานครั้งนี้

AIS eSport

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการพันธมิตรธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ AIS กล่าวว่า “นักพากย์กีฬาอีสปอร์ตเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตในเมืองไทย ซึ่งจากการจัดโครงการเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับนักพากย์ได้เข้ามาเรียนรู้การพากย์อย่างมืออาชีพในปีที่ผ่านมากับโครงการ AIS eSports Young Caster Talent 2021 ทำให้เราเห็นข้อมูลสำคัญว่า วันนี้มีเยาวชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่สนใจอยากเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพในวงการเกมและอีสปอร์ต ในฐานะ Caster อีสปอร์ตระดับมืออาชีพ จึงเป็นเหตุผลที่เรายังคงเดินหน้าจัดโครงการดังกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

โดยยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาที่เราได้นักพากย์กีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่าง ไซคลอป เข้ามาเป็นผู้จัดทำเนื้อหาการเรียนรู้ รวมถึงในปีนี้เรายังทำงานร่วมกับ Twitch Thailand ในฐานะแพลตฟอร์มด้านเกมและอีสปอร์ตที่ได้ชวน Influencer มาร่วมเปิดประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมโครงการอีกด้วย”

ความพิเศษของโครงการ AIS eSports Young Caster Talent Season 2 ในปีนี้ คือการขยายกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมโครงการออกเป็น 2 กลุ่มคือ นักพากย์เยาวชนหน้าใหม่ ระดับมัธยมศึกษาอายุตั้งแต่ 12–17 ปี ซึ่งจะเปิดรับสมัครในเดือนพฤศจิกายน โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือก 20 คนจะได้รับโอกาสเข้าคอร์สฝึกอบรมการเป็นแคสเตอร์ระดับมืออาชีพ ทั้งหมด 24 ชั่วโมง

และกลุ่มนักพากย์รุ่นบุคคลทั่วไปที่มีอายุ 18 ขึ้นไป ที่จะเปิดรับสมัครในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งจะคัดเลือกผู้สมัครเป็นจำนวน 20 คนเช่นเดียวกัน เพื่อเข้าอบรมการเป็นแคสเตอร์ระดับมืออาชีพทั้งหมด 30 ชั่วโมง โดยทั้งสองกลุ่มจะมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบถัดไปจำนวน 2 คนที่มาร่วมงานระดับอาชีพกับ AIS eSports ที่มีรายการแข่งขันระดับประเทศมากมาย

นายตรีภพ เที่ยงตรง ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สเปคเตอร์ อีสปอร์ต จำกัด หรือ ไซคลอป กล่าวในฐานะผู้ดำเนินการจัดหลักสูตรเนื้อหาผู้เข้าร่วมว่า “วันนี้การพากย์กีฬาอีสปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมยามว่างของผู้ชื่นชอบและคลั่งไคล้การแข่งขันเกมเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้จากการเติบโตของตลาดและการแข่งขัน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย

เพราะฉะนั้นการพัฒนาทักษะความสามารถของนักพากย์ให้ทันต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ภาพรวมของอีสปอร์ตไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ต้องขอขอบคุณ AIS eSports ที่มอบโอกาสให้เราอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ในการฝึกฝนนักพากย์หน้าใหม่ทั้งเยาวชนและคนทั่วไปให้มีทักษะพร้อมที่เป็นนักพากย์มืออาชีพต่อไป ผมเชื่อว่าโครงการ AIS eSports Young Caster Talent Season 2 จะเป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นให้กับบรรดานักพากย์กีฬาอีสปอร์ตได้มีพื้นที่ในการฝึกฝนยกระดับความสามารถของตัวเอง และสร้างมาตรฐานของนักพากย์อีสปอร์ตของไทยให้มีความเป็นมืออาชีพต่อไป”

ทางด้าน นางสาวจิรัฐติกาล สุทธิวรรณารัตน์  ผู้อำนวยการด้านคอนเทนต์ ประเทศไทย Twitch กล่าวว่า “สำหรับ Caster ในประเทศไทยนั้น ยังเป็นอาชีพที่ใหม่ และคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจค่อนข้างมาก แต่มีหน่วยงาน หรือองค์กรที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในกลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย การที่ AIS เปิดโอกาสให้กลุ่มนักพากย์ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับน้องๆ ให้ได้เรียนรู้ในทักษะที่หลากหลาย และเข้าใจในเกม กฎ และกติกา จนได้ลงสนามมาเป็นนักพากย์จริงๆ เรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการจะไม่ได้เข้ามาในวงการเพื่อเป็นนักพากย์หน้าใหม่เท่านั้น แต่ทุกคนยังสามารถใช้โอกาสที่ได้รับนี้ไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต”

นางสาวรุ่งทิพย์ กล่าวในช่วงท้ายว่า “ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการยกระดับอุตสาหกรรมอีสปอร์ตของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ เราจึงทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่อยู่ในคอมมูนิตี้ของตลาดในทุกระดับ และแน่นอนว่า Caster หรือ นักพากย์ ก็เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญของอุตสาหกรรมอีสปอร์ต การลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้และมาตรฐานของวิชาชีพจึงเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการนำพาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-esports-young-caster-talent-season-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-esports-young-caster-talent-season-2

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ ‘GARMIN RUN THAILAND’ งานวิ่งฮาล์ฟ มาราธอนแห่งปี ชวนคนไทยพิชิตเป้าหมายการวิ่ง ส่งท้ายปี 2565

การ์มิน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก จัดงาน Garmin Run Thailand ภายใต้ Garmin Run Asia Series 2022 สปอร์ตอีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย กิจกรรมวิ่งรูปแบบออฟไลน์ครั้งแรกในรอบหลายปี ชวนคนไทยและนักวิ่งทุกระดับ เริ่มภารกิจ From Zero to Hero ท้าทายขีดจำกัด พิชิตเป้าหมายของตัวเอง 

พร้อมฝึกฝนศักยภาพ สร้างสุขภาพดี ไปพร้อมกับนักวิ่งแนวหน้าระดับประเทศ อาทิ แชมป์ พิพัฒน์พน และจเร เจียรนัยพร้อมเหล่านักวิ่งมืออาชีพจากหลากหลายสังกัด ในวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เวลา 03.00 น. – 09.00 น. ในระยะทาง 5 กม. 10 กม. และ 21.1 กม.  

Garmin

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2565 ผ่านช่องทาง https://bit.ly/3xqvEgI พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 9 ตุลาคม จะได้รับสิทธิ์ Early Birds ในโปร “ซื้อ 1 ได้อีก 1” รับส่วนลดค่าบัตรมูลค่า 100 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 950 บาทในการซื้อสมาร์ทวอทช์ Garmin หลากหลายรุ่น อาทิ Forerunner รุ่น 245 รุ่น 745 และรุ่น 945 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Garmin Thailand 

คุณสกาย เชน ผู้อำนวยการ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “การ์มินมุ่งสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีของทุกคน ด้วยการส่งเสริมการออกกำลังกาย ผ่านกิจกรรมวิ่งที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การ์มินจึงเปลี่ยนการจัดกิจกรรมสู่รูปแบบออนไลน์ ผ่าน Virtual Challenge ต่างๆ ซึ่งก็ยังคงได้รับผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด

และในปีนี้เราได้กลับมาจัดกิจกรรมวิ่งรูปแบบออฟไลน์ครั้งแรกในรอบหลายปี กับ ‘Garmin Run Thailand’ ภายใต้ Garmin Run Asia Series 2022 ซึ่งกรุงเทพฯ จะจัดเป็นเมืองที่ 3 ปิดท้ายกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ต่อจากกัวลาลัมเปอร์ และไทเป

โดยมีเป้าหมายให้คนไทย และนักวิ่งทุกระดับ ได้เข้าร่วมเริ่มต้นภารกิจ From Zero to Hero ก้าวข้ามขีดจำกัด พิชิตเป้าหมายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการมีสุขภาพที่ดีขึ้น หรือพัฒนาศักยภาพการวิ่งให้ดีขึ้น เพื่อ #BeatYesterday ‘เอาชนะเมื่อวาน’ สู่การเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม” 

การแข่งขันแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ  

  • BRAVE START – ฟันรัน (Fun Run) ระยะ 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 650 บาท และพิเศษราคาเพียง 550 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อบัตร EARLY BIRD ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 ต.ค. นี้  
  • EXPLORE YOUR LIMIT – มินิ มาราธอน (Mini Marathon) ระยะ 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 750 บาท และพิเศษราคาเพียง 650 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อบัตร Early Bird ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 ต.ค. นี้  
  • KEEP IT UP – ฮาล์ฟ มาราธอน (Half Marathon) ระยะ 21.1 กิโลเมตร ค่าสมัคร 950 บาท และพิเศษราคาเพียง 850 บาทสำหรับผู้ที่ซื้อบัตร Early Bird ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 ต.ค. นี้  
Race Pack ระยะ กิโลเมตร  Race Pack ระยะ 10 กิโลเมตร  Race Pack ระยะ 21.1 กิโลเมตร 

ผู้สมัครทุกคนจะได้รับ Race Pack สุดเท่ และสิทธิพิเศษในการลุ้นเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมร่างกาย (Running Camp) กับโค้ชผู้เชี่ยวชาญจาก Garmin Run Club ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการวิ่ง ฟิตเนส โยคะ

รวมไปถึงโภชนาการ ตลอดระยะเวลา 11 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน ที่จะช่วยฝึกฝน พัฒนา เพิ่มศักยภาพในการวิ่งอย่างถูกต้องและปลอดภัย สร้างความพร้อมในการพิชิตเป้าหมายของตนเองให้ได้ภายในเรซนี้

โดยผู้ชนะอันดับที่ 1 – 3 ในการแข่งขันประเภทฮาล์ฟ มาราธอนจะได้รับนาฬิกา Forerunner 955 พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท 8,000 บาท และ 5,000 บาทตามลำดับ

ผู้ชนะอันดับที่ 1 – 3 ในการแข่งขันประเภท มินิ มาราธอนจะได้รับนาฬิกา Forerunner 255 พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท 3,000 บาท และ 1,500 บาทตามลำดับ

ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนในประเภทมินิ มาราธอนและฮาล์ฟ มาราธอน จะได้รับเหรียญที่ระลึก และ e-Certificate พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จบการแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอนจะได้รับเสื้อ Finisher ดีไซน์เฉพาะตัวไปเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ผู้ที่สามารถวิ่งจบ 10 กิโลเมตรในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง (Sub 1) และผู้ที่สามารถวิ่งจบ 21.1 กิโลเมตรในเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง (Sub 2) ได้เร็วที่สุด 100 คนแรกประเภทชาย และ 100 คนแรกประเภทหญิง จะได้รับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากการ์มินด้วย  

Garmin Run Thailand เปิดรับสมัครนักวิ่งทุกระดับมาร่วมพิชิตเป้าหมายไปด้วยกันแล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2565 ทาง https://bit.ly/3xqvEgI ดูรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Garmin Thailand 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมศูนย์ข่าวของการ์มิน หรือติดตามเราได้ที่  

  เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand 
  อินสตาแกรม Garmin Thailand 
  YouTube ช่อง Garmin Thailand 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/garmin-run-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=garmin-run-thailand

เปิดตัว ‘เพย์ เน็กซ์ (Pay Next) เงินติดมือ*’ วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลัง ตอบโจทย์การใช้จ่ายในทุกวันใน ทรูมันนี่ วอลเล็ท

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชู ‘เพย์ เน็กซ์ (Pay Next) เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครดิตวงเงินเพื่อจับจ่ายสินค้าและบริการได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท

ตอบความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และจัดการเงินเพื่อใช้จ่ายในแบบง่ายๆ โดย บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาล่าสุดเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และบริการ Pay Next เงินติดมือ ในระดับแมส

ทั้งนี้ Pay Next เงินติดมือ คือวงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลัง สำหรับซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันแบบที่ไม่ต้องออกเงินสดไปก่อน ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงวงเงินเพื่อใช้จ่ายได้ง่ายๆ ผ่านแอป ทรูมันนี่ วอลเล็ท สมัครง่าย ไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ รู้ผลอนุมัติใน 5 นาที ให้วงเงินสูงสุดถึง 10,000 บาท โดยเมื่อสมัครและอนุมัติแล้วสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที ไม่มีดอกเบี้ยหากชำระภายในกรอบเวลาที่กำหนด หรือเลือกผ่อนได้สูงสุดถึง 5 เดือน 

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “จากการเป็นแพลตฟอร์มการใช้จ่ายที่ตอบรับความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ และขยายบริการการเงินที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา เราได้พัฒนาและเปิดตัวบริการ ‘Pay Next เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่าน ทรูมันนี่ วอลเล็ท” 

“โดยจากการสำรวจลูกค้าก่อนหน้านี้ทำให้เราพบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่จำนวนมากมองผลิตภัณฑ์การเงินประเภทใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) เป็นเครดิตทางการเงินที่ช่วยให้พวกเขาสามารถใช้จ่ายได้สะดวกสบายและจัดการเรื่องเงินได้ง่ายๆ เพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อน จาก insights นี้ เราจึงได้พัฒนา ‘Pay Next เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง โดยทยอยให้ลูกค้าทดลองใช้ในช่วงที่ผ่านมา จนมาถึงการเปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าทั่วประเทศในวันนี้ พร้อมๆ กับมีภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ Pay Next ในระดับแมส” 

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความโดดเด่นหนึ่งของ ทรูมันนี่ วอลเล็ท คือเราได้ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการใช้จ่ายที่หลากหลายและตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ลูกค้าทรูมันนี่สามารถใช้วงเงิน Pay Next ใช้จ่ายได้ทั้งในแบบออนไลน์เพื่อตอบรับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายบิล เติมเน็ต จ่ายซื้อแอป-ซื้อเกม ช้อปออนไลน์ หรือสมัครดูหนังฟังเพลง ก็สามารถทำได้  

เพราะทรูมันนี่ให้บริการจ่ายออนไลน์ที่รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลก หรือลูกค้าอยากใช้   Pay Next เพื่อออกไปซื้อสินค้าและบริการก็สามารถจ่ายได้ ผ่านจุดรับชำระออฟไลน์ที่ครอบคลุมร้านค้าชั้นนำและร้านค้ารายย่อยมากกว่า 200,000 จุดทั่วประเทศ ทั้งร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านค้าชั้นนำและร้านค้ารายย่อยทั่วไป เป็นต้น” 

“นอกจากนี้ การมีวงเงิน Pay Next ติดไว้ยังช่วยเสริมความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ทให้กับลูกค้า เพราะไม่ต้องเสียเวลาเติมเงินเวลาเงินหมด สามารถจ่ายจากวงเงิน Pay Next ได้เลย ถือเป็นตัวช่วยในการบริหารเงินของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง” นางสาวมนสินี กล่าว

ทั้งนี้ นับจากได้เริ่มทยอยให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้บริการ Pay Next ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีลูกค้าทรูมันนี่ที่สมัคร Pay Next แล้วมากกว่า 2 ล้านราย โดยการสำรวจกลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้ยังพบว่ากว่า 94% มีความพึงพอใจกับบริการ เพราะมองว่าตอบโจทย์การใช้จ่ายที่ช่วยให้ไม่ต้องออกเงินตัวเองไปก่อน สะดวกเพราะไม่ต้องคอยเติมเงินเข้าวอลเล็ท และสามารถรวมยอดใช้จ่ายเพื่อชำระทีเดียวตอนปลายเดือนได้ เป็นต้น

นอกเหนือจากบริการ Pay Next เงินติดมือแล้ว ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ Pay Next ยังมีอีกหนึ่งบริการบน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ที่ชื่อว่า ‘เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) วงเงินสะดวกใช้ผ่อนสบาย* สำหรับใช้ผ่อนชำระสินค้าและบริการจากร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ โดยให้วงเงินเพื่อใช้ซื้อสินค้าสูงถึง 50,000 บาท ผ่อนสบายนานสูงสุด 36 เดือน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตก็สามารถผ่อนชำระสินค้าได้

เพียงดาวน์โหลดแอปทรูมันนี่ วอลเล็ท และแสดงบัตรประชาชนและเอกสารแสดงรายได้เพื่อสมัคร ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 5,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ทั้งร้านค้าปลีก ร้านสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสมาร์ทโฟน ร้านทองและเครื่องประดับ คลินิกความงามและสุขภาพ ฯลฯ โดยทรูมันนี่ ตั้งเป้าขยายบริการ Pay Next Extra ให้ครอบคลุม 7,000 ร้านค้าในปีนี้

True Pay Next

สำหรับลูกค้าที่สนใจมี “Pay Next เงินติดมือ” วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลัง ติดไว้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย เพียงดาวน์โหลดแอป ทรูมันนี่ วอลเล็ท และกดเลือกไอคอน Pay Next เงินติดมือที่อยู่หน้าแรก จากนั้นให้กรอกข้อมูลการติดต่อให้ครบถ้วน และกดยอมรับเงื่อนไขการให้บริการก็จะเสร็จสิ้นการสมัคร เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ลูกค้าจะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่านข้อความในแอปภายใน 5 นาที และเมื่อต้องการชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่าน Pay Next ก็เพียงคลิกเปลี่ยนวิธีการจ่ายเป็น “เพย์ เน็กซ์ ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง” เพื่อใช้จ่ายได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจ ‘Pay Next เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงร้านค้าหรือจุดรับชำระด้วย Pay Next ได้ที่ https://www.truemoney.com/pay-next-pay-later/ 

พิเศษ! ลูกค้าทรูมันนี่ ที่สมัครและใช้จ่าย “Pay Next เงินติดมือ” ครั้งแรก ณ ร้านค้า บริการที่ร่วมรายการ รับเงินคืน 100% สูงสุด 50 บาท (กดรับสิทธิ์ก่อนชำระเงิน จำกัด 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม ศกนี้ ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/pay-next-pay-later/all-payment/

หมายเหตุ

*สินเชื่อโดยบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด

**ฟรีดอกเบี้ย สำหรับการใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท เมื่อชำระคืนสินเชื่อ เต็มจำนวนและตรงวันครบกำหนดชำระ

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launch-of-pay-next-money-on-hand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launch-of-pay-next-money-on-hand

Sony PlayStation ประกาศวางจำหน่ายคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense God of War™ Ragnarök Limited Edition ราคา 2,590 บาท ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ สิงคโปร์ (SIES) ประกาศวางจำหน่ายคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense – God of War™ Ragnarök Limited Edition ในวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้ ราคา 2,590 บาท ผ่านตัวแทนจำหน่าย Sony PlayStation และ Sony Store ทุกสาขา

DualSense God of War™ Ragnarök Limited Edition
Product Name ราคา วันวางจำหน่าย
DualSense Wireless Controller- God of War™ Ragnarök Limited Edition 2,590 บาท 9 พฤศจิกายน 2565

คลิกดูรายละเอียดร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย: https://www.playstation.com/local/retailers/

คอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense – God of War™ Ragnarök Limited Edition มาในดีไซน์แบบทูโทนระหว่างสีฟ้าโทนเย็นผสมผสานเข้ากับสีขาวราวกับหิมะ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่ง Midgard ในจักรวาลของชาวนอร์ส ประทับตราด้านบนด้วยสัญลักษณ์รูปหมีและหมาป่า ซึ่งเป็นดั่งตัวแทนของ Kratos และ Atreus เพื่อนำท่านเริ่มต้นการเดินทางแห่งตำนานไปกับ Kratos และ Atreus สู่การผจญภัยใน Nine Realms

SIES ยังคงพัฒนาแพลตฟอร์ม PlayStation อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ยอดเยี่ยมบนเครื่องเกม PlayStation

© 2022 Sony Interactive Entertainment LLC. God of War is a registered trademark of Sony Interactive Entertainment LLC and related companies in the U.S. and other countries.

* Please note that the information listed in this Media Alert is subject to change without prior notice.

* “”, “PlayStation”, “PS5” and “DualSense” are trademarks or registered trademarks of Sony Interactive Entertainment Inc. “SONY” is a trademark of Sony Corporation. All other trademarks are the properties of their respective owners.

Other information:

Website:                                               http://www.playstation.com

PlayStation® Authorised Dealers:            http://asia.playstation.com/sg/en/support/wheretoshop

Facebook:                                           http://www.facebook.com/PlayStationAsia

Customer Service Centre:                      http://asia.playstation.com/sg/en/support/p/customerservices

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/dualsense-god-of-war-ragnarok-limited-edition/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dualsense-god-of-war-ragnarok-limited-edition

ถึงเวลาแล้วที่จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ Galaxy Z Flip3 เพียง 25,900 บาท

โอกาสการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ ในราคาสุดคุ้มมาถึงแล้ว ซัมซุงส่ง Galaxy Z Flip3 สมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน พร้อมโปรโมชั่นเพื่อให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนจอพับได้ ที่จะมายกระดับและเปลี่ยนแปลงชีวิตการใช้สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ ในราคาสุดคุ้มค่า ใครที่กำลังลังเลอยู่ พลาดไม่ได้แล้ว!

Samsung Galaxy Z Flip3

รายละเอียดโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษ

เมื่อซื้อ Galaxy Z Flip3 ความจุ 128 GB สีครีม รับส่วนลดทันที 2,000 บาท โดยสามารถซื้อ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 29,900 บาท จากราคาปกติ 31,900 บาท

  • รับส่วนลดเพิ่มอีก 4,000 บาท จากราคาประเมิน เมื่อนำสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตเครื่องเก่ามาแลก ทำให้สามารถเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 25,900 บาท
  • ฟรี ประกันจอ Samsung Care+ 1 ปี มูลค่า 5,099 บาท เปลี่ยนจอฟรี  ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตามมูลค่าคุ้มครอง

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Flex Community ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ Samsung Experience Store หรือ samsung.com  และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht

เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

หลังเปิดตัว vivo V25 Series 5G ไปไม่นาน ล่าสุด vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศจับมือกับ CARNIVAL แบรนด์สตรีตแฟชั่นชั้นนำของไทย กลางงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการของทั้งสองแบรนด์ พร้อมสินค้าคอลเลกชันลิมิเต็ดสุดพิเศษจาก CARNIVAL ในจำนวนจำกัด!! เอาใจ vivo fans สายสตรีตที่ชื่นชอบความเท่ มีสไตล์โดยเฉพาะ

ความพิเศษในการจับมือกันครั้งนี้เป็นการผสานจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์ที่เน้นงานดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันสุดเอ็กคลูซีฟให้ผู้ซื้อสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G ได้จับจองเป็นเจ้าของฟรี! ในจำนวนจำกัด!! 

ซึ่งประกอบไปด้วย กล่องสำหรับใส่รองเท้าสนีกเกอร์คู่โปรด เพิ่มความคูลด้วยลวดลายรูปตัววี (V) สลับสีขาว-ดำ, กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิสีดำสุดเท่ พร้อมโลโก้ vivo คู่กับ CARNIVAL กระเป๋าใส่สมาร์ตโฟนขนาดพอเหมาะกับ vivo V25 Series 5G เพิ่มลูกเล่นด้วยตัวอักษรตัววีเช่นกัน โดดเด่นด้วยลายเส้นสีเทาบนพื้นดำ ตัดด้วยตัวอักษรโลโก้แบรนด์ CARNIVAL สีขาวล้วน และพวงกุญแจลาย CARNIVAL ที่มีลูกเล่นคู่กับเทคโนโลยี Color-Changing Glass ของฝาหลังเครื่อง V25 series 5G

โดยแรงบันดาลใจในการดีไซน์ไอเทมสุดพิเศษนี้เป็นการจับคู่ดีเอ็นเอของทั้ง vivo และ CARNIVAL มาไว้ด้วยกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจด้านการออกแบบของ vivo ที่ตั้งใจรังสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และความเป็นสตรีตแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ของ CARNIVAL ที่สะท้อนพลังความเป็นคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟอยู่เสมอได้อย่างชัดเจน

สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตยามค่ำคืนด้วยกล้องหลักความละเอียดถึง 64MP มาพร้อมระบบกันสั่นไหว OIS Ultra-Sensing ที่ฉลาดยิ่งขึ้น กล้องหน้าความละเอียด 50MP รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus และ Super Night Portrait เนรมิตการถ่ายภาพบุคคลยามค่ำคืนให้สวยงาม คมชัดยิ่งขึ้น

เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 8GB โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมียมที่มีฝาหลังเป็นกระจกเปลี่ยนสีได้ ในรุ่น V25 5G กับสี Sunrise Gold และรุ่น V25 Pro 5G ในสี Surfing Blue โดยใช้เทคโนโลยี Color-changing Glass เมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดดและแหล่งกำเนิดรังสี UV อื่น ๆ ฉีกทุกกฎแห่งการดีไซน์สมาร์ตโฟนให้ล้ำไปอีกขั้น

vivo V25 Series 5G พร้อมวางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ vivo V25 กับสองสีใหม่Diamond Black และSunrise Gold ที่ราคา 14,999 บาท (รุ่น 8GB + 256 GB) ส่วน vivo V25 Pro สีStarlight Black และSurfing Blue วางจำหน่ายที่ราคา 19,999 บาท

ใครสนใจและไม่อยากพลาดเป็นเจ้าของสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันสุดพิเศษจาก CARNIVAL สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก vivo Thailand

#vivoxCARNIVAL #vivoV25Series5G #พอร์ตเทรตทุกคืนพิเศษของคุณ

###

ติดตามข่าวสารของ vivo ได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-x-carnival-limited-box-set/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-x-carnival-limited-box-set

หลุดภาพเรนเดอร์ OPPO A77s พร้อมสเปกเต็ม ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่มีรายงานว่า OPPO กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว OPPO A77s ในเร็วๆ นี้ พร้อมกับมีข้อมูลสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันไปเมื่อวันก่อน ล่าสุดมีภาพโปสเตอร์ที่เผยภาพเรนเดอร์ และข้อมูลสเปกเต็มของสมาร์ตโฟนดังกล่าวหลุดออกมาเพิ่มเติมแล้ว

OPPO A77s

@Sudhanshu1414 หรือ Sudhanshu Ambhore แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ทวีวภาพโปสเตอร์เผยภาพเรนเดอร์ และข้อมูลสเปกเต็มของ OPPO A77s ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัว โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ พร้อมดีไซน์ขอบเหลี่ยม

ส่วนด้านหลังติดตั้งกล้องเลนส์คู่ พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลมุมซ้ายด้านบน และด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนื้วมือฝังไว้บนปุ่ม

ส่วนสเปก OPPO A77s มาพร้อมตัวเครื่องที่บางเพียง 7.99 มม. และน้ำหนัก 187 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ ขนาด 6.56 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และขอบเขตสี DCI-P3 100% ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 680 จับคู่กับ RAM 8GB พร้อม RAM เสมือนสูงสุด 5GB และหน่วยความจำภายใน 128GB

ติดตั้งกล้องหลังคู่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้องรองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอ, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จไว SuperVOOC 33W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย ColorOS 12.1

ทั้งนี้ OPPO A77s มีให้เลือก 2 สีคือ Starry Black และ Sky Blue และมีหน่วยความจำให้เลือก 2 แบบคือ RAM 6GB+128GB และ RAM 8GB+128GB ส่วนราคายังไม่มีข้อมุลเผยออกมาในตอนนี้ แต่คาดว่าจะเปิดตัวในสปดาห์นี้ที่อินเดีย

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-a77s-renders-leaked-with-full-specs-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-a77s-renders-leaked-with-full-specs-before-launching-soon

เปิดตัว Xiaomi Civi 2 มาพร้อมกล้องเซลฟี่คู่ 32MP, ชิป Snapdragon 7 Gen 1 SoC และจอ AMOLED 120Hz

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Xiaomi Civi 2 สมาร์ตโฟนระดับกลางสำหรับสายเซลฟี่รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยมาพร้อมจุดเด่นกล้องเซลฟี่คู่ที่อยู่ในโมดูลรูปทรงแคปซูลตรงกลางด้านบน ดีไซน์เหมือน Dynamic Island ใน iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max ของ Apple, ชิป Snapdragon 7 Gen 1 และหน้าจอแสดงผล AMOLED 120Hz

สเปก Xiaomi Civi 2

Xiaomi Civi 2

ตัวเครื่องมีขนาด 159.2 x 72.7 x 7.2 มม. และน้ำหนักเบา 171.8 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.55 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9, ความสว่าง 1000nit, 1B colors, Dolby Vision, รองรับ HDR10+ โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4 GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 7 Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 662, RAM 8GB/12GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual-LED dual-tone flash ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766, รูรับแสง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″, ขนาดพิกเซล 1.0µm และรองรับระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX376K รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 115 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC02M1 รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual-LED dual-tone flash ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับระบบออโต้โฟกัส และกล้องเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ถ่ายมุมกว้างได้ 100 องศา

นอกจากนี้ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, ลำโพงสเตอริโอพร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res audio และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว VC

รวมทั้งรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Band (SA/NSA),Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จเร็ว 67W ชาร์จ 100% ภายใน 40 นาที

ทั้งนี้ Xiaomi Civi 2 มีให้เลือก 4 สีคือ Black, Blue, Violet และ Silver โดยวางจำหน่ายแล้วที่ประเทศจีน

ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 8GB + 128GB ราคา 2,399 หยวนหรือประมาณ 13,520 บาท
  • RAM 8GB + 256GB ราคา 2,499 หยวนหรือประมาณ 15,080 บาท
  • RAM 12GB + 256GB ราคา 2,799 หยวนหรือประมาณ 16,640 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/xiaomi-civi-2-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=xiaomi-civi-2-launched