คลังเก็บป้ายกำกับ: INFINIX

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รวมรุ่นน่าใช้ปลายปีนี้ไปจนต้นปีหน้า มี Office แท้ด้วย เริ่ม 10,350 บาท

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นดีๆ น่าใช้มีให้เลือกเยอะอยู่นะ!

Share image Edit Name 215000laptop 1

เวลาจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้งานก็อยากได้เครื่องสเปคแรงคุ้ม โปรแกรมครบซีพียูแรงมาใช้งานซึ่งในปัจจุบันนี้ โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทตอนนี้เข้าข่ายตามที่ว่ามาข้างต้นอย่างแน่นอน จะหาเอาไว้ทำงานเอกสาร, เรียนออนไลน์หรือหาเอาไว้เป็นเครื่องสำรองเผื่อใช้ทำงานเอกสารก็ใช้งานได้ดีไม่ต่างกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานช่วงราคา 20,000 บาทขึ้นไปเลย และบางรุ่นยังแถม Microsoft Office ของแท้ติดเครื่องมาให้ใช้ด้วย เวลาซื้อไปแค่เปิดเครื่องแล้วล็อคอินให้เรียบร้อยก็พร้อมใช้งานในทันที

Advertisementavw

หากใครคิดว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้นจะได้ซีพียูไม่แรงก็ต้องเปลี่ยนความคิดได้เลย เพราะระดับราคานี้มีรุ่น Intel Pentium Gold, Intel Core i3 หรือ AMD Ryzen 3 ให้เลือกซื้อด้วย มีคอร์และเธรดเยอะพอใช้รันเบราเซอร์, แต่งภาพและทำงานเอกสารพื้นฐานต่างๆ ได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเพิ่มแรมเข้าไปเป็น 8~16GB เมื่อไหร่ ก็ใช้งานได้สบายๆ อีกหลายปีได้สบายๆ 

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000

อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ซีพียู AMD และ Intel ในโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทมีหลากหลายรุ่นและบางรุ่นยังเป็นรหัสพิเศษซึ่งมีคอร์เธรดแตกต่างจากรหัสที่พบในท้องตลาดทั่วไป ซึ่งซีพียูในบทความจะมีรุ่นรหัสดังนี้

สเปคซีพียูในโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท คอร์, เธรด ความเร็ว ค่า TDP การ์ดจอ สถาปัตยกรรม
AMD Athlon Silver 3050U 2 คอร์ 2 เธรด 2.3~3.2GHz 15 วัตต์ AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ 14 นาโนเมตร
AMD Ryzen 3 5300U 4 คอร์ 8 เธรด 2.6~3.8GHz 15 วัตต์ AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ TSMC
7 นาโนเมตร

FinFET

Intel Pentium Silver N6000 4 คอร์ 4 เธรด 1.1~3.3GHz 6 วัตต์ Intel UHD Graphics 10 นาโนเมตร
Intel Pentium Gold 7505 2 คอร์ 4 เธรด 2.0~3.5GHz 15 วัตต์ Intel UHD Graphics 10 นาโนเมตร

SuperFin

Intel Core
i3-1005G1
2 คอร์ 4 เธรด 1.2~3.4GHz 13 วัตต์ Intel UHD Graphics 10 นาโนเมตร
Intel Core
i3-1115G4
2 คอร์ 4 เธรด 3.0~4.1GHz 12 วัตต์ Intel UHD Graphics 10 นาโนเมตร

SuperFin

จากตารางจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้นนอกจากมีซีพียูทั้ง AMD, Intel ให้เลือกแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นซีพียู 2 คอร์เป็นหลัก แต่สังเกตว่าจะมีซีพียู AMD Ryzen 3 5300U ซึ่งเป็น Ryzen 5000 Series รุ่นใหม่ซึ่งคอร์เธรดเยอะเป็นพิเศษมากกว่าซีพียูทุกรุ่นในตารางนี้ หากเทียบกับรุ่นก่อนที่ใกล้เคียงกันอย่าง AMD Ryzen 3300U ที่มีแค่ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.1~3.5GHz แล้ว ต้องถือว่า Ryzen 3 5300U รุ่นนี้เหนือกว่าชัดเจน น่าใช้งานอย่างแน่นอน

ด้านซีพียู Intel ในโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทจะได้ Intel Core i3 ทั้ง Intel 10th Gen, 11th Gen และที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ Intel Pentium Gold 7505 นั้น แม้จะเป็น Intel Pentium ก็ตาม แต่มีคอร์เธรดเทียบ Intel Core i3 และมีความเร็วสูงเกือบเทียบชั้น Intel Core i3-1115G4 ได้เลย ดังนั้นถึงจะเป็น Pentium Series แต่ก็มีประสิทธิภาพดี ใช้ทำงานเอกสาร, เปิดเบราเซอร์ทำงานกับเว็บแอพฯ ต่างๆ แม้แต่ดูหนังฟังเพลงก็ใช้ได้สบายๆ แน่นอน

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 7 รุ่น มี Office แท้ พร้อมทำงาน เลือกรุ่นไหนก็คุ้ม!

สเปคของโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-35-P9YL Intel Pentium Silver N6000

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
2933 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

10,350
DELL Inspiron 3515-W56625257ATHW10 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์

HDD 1TB

4GB DDR4
2400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ HD TN

1.69 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

10,490
Lenovo IdeaPad L3 Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
2933 MHz

Windows 11 Home

15.6″ HD IPS

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

DVD-RW x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

11,890
Infinix INBook X2 Intel Core
i3-1005G1

Intel Iris Plus Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

14″ FHD IPS

1.24 กก.

USB-C 3.0 x 2

USB-A 3.1 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

12,990
ASUS Vivobook 15 X1500EA Intel Pentium Gold 7505

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ฟรี 30 วัน

15.6″ FHD TN

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.1

12,490
Lenovo ThinkBook 14 G3 AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
3200 MHz

DOS

14″ FHD IPS

1.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

12,990
Lenovo IdeaPad Slim 3i 14ITL6 Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

1.41 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

13,990

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท มี Office แท้ ตอบโจทย์ทั้งเรียนออนไลน์หรือใช้ทำงานก็โอเค

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ตอนนี้จัดว่าน่าสนใจมากและจากตารางข้อมูลซีพียูที่ผู้เขียนได้นำเสนอไปเบื้องต้น ซีพียูหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้มีขั้นต่ำ 2 คอร์และหลายๆ รุ่นจะมี Hyperthreading ทำให้มีคอร์ใช้งานมากขึ้นทำงานได้ดีกว่าเดิม โดยโน๊ตบุ๊คทั้ง 7 รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำจะมีดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-35-P9YL (10,350 บาท)
  2. DELL Inspiron 3515-W56625257ATHW10 (10,490 บาท)
  3. Lenovo IdeaPad L3 (11,890 บาท)
  4. Infinix INBook X2 (12,990 บาท)
  5. ASUS Vivobook 15 X1500EA (12,490 บาท)
  6. Lenovo ThinkBook 14 G3 (14,969บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Slim 3i 14ITL6 (13,990 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-35-P9YL (10,350 บาท)

aspire 3

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่นแรกที่ผู้เขียนแนะนำเป็น Acer Aspire 3 A315-35-P9YL ซึ่งเครื่องนี้มีขนาดจอ 15.6 นิ้ว แต่น้ำหนักเครื่องเพียง 1.7 กิโลกรัม จัดว่าเบาพกพาง่าย แค่อัพเกรดแรมในเครื่องเพิ่มเป็น 8~16GB DDR4 ก็ใช้ทำงานเอการได้ดีอย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1~3.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics สำหรับเรนเดอร์แสดงผลขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 4GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัม หากอัพเกรดแรมเพิ่มเป็น 8GB ก็ทำงานได้ดีแล้วแต่ถ้าอัพเกรดไป 16GB ซึ่งสูงสุดเท่าที่โน๊ตบุ๊คนี้รับได้ก็ใช้ทำงานได้อีกหลายปีแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-35-P9YL
  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1~3.3GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 10,350 บาท (Advice)
2. DELL Inspiron 3515-W56625257ATHW10 (10,490 บาท)

3515 content

ด้านแบรนด์ขวัญใจคนทำงานอย่าง DELL ก็มี DELL Inspiron 3515-W56625257ATHW10 ให้เลือกซื้อ ซึ่งเครื่องนี้มีข้อดีที่ทางบริษัทติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้ด้วย แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดเพิ่มแรมและอาจจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ธรรมดาเป็น M.2 NVMe SSD จะเปิดเครื่องโหลดไฟล์งานได้เร็วกว่าเดิมแน่นอน

ซีพียูเป็น AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3~3.2GHz มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์ กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มีฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้งาน มีแรม 4GB DDR4 บัส 2400MHz ติดตั้งมาให้ พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนัก 1.69 กิโลกรัม ซึ่งผู้เขียนถือว่า DELL Inspiron 3515 นี้ แม้จะไม่ได้จอ Full HD มาใช้ แต่ข้อดีคือได้ Microsoft Office แท้มาใช้งานและถ้าเพิ่มแรมและเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์เป็น SSD สักหน่อยจะทำงานได้ดีขึ้นมากแน่นอน

สเปคของ DELL Inspiron 3515-W56625257ATHW10
  • CPU : AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3~3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 2 คอร์
  • SSD : ฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.69 กิโลกรัม
  • Price : 10,490 บาท (Advice)
3. Lenovo IdeaPad L3 (11,890 บาท)

ideal3

Lenovo IdeaPad L3 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่ได้ซีพียู Intel 11th Gen ติดตั้งมาให้ มี Numpad และติดตั้ง SSD ความจุ 256GB มาให้ด้วย เหลือแค่อัพเกรดเพิ่มแรมในเครื่องเข้าไปเป็น 8GB ก็ใช้ทำงานและเรียนออนไลน์ได้ดีแน่นอน

ซีพียูเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics สำหรับเรนเดอร์แสดงผลภาพขึ้นจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1, DVD-RW x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักตัวเครื่อง 2.2 กิโลกรัม สังเกตว่าโน๊ตบุ๊คนี้แม้น้ำหนักจะเยอะกว่าแต่ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ทำงานราชการหรือองค์กรที่เปิดไฟล์งานใน CD, DVD ได้เลยไม่ต้องซื้อ External DVD มาเพิ่มก็ได้ จัดว่ามีประโยชน์ดี แต่แลกกับน้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้นสักหน่อยเท่านั้น

สเปคของ Lenovo IdeaPad L3
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1, DVD-RW x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 11,890 บาท (Advice)
4. Infinix INBook X2 (12,990 บาท)

Infinix INBook X2 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่น่าสนใจมากและราคาไม่แพง ซีพียูมีประสิทธิภาพใช้ทำงานเอกสารและเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ได้อย่างไหลลื่นแต่เสียดายเล็กน้อยที่แรมเป็นแบบออนบอร์ดอัพเกรดเพิ่มไม่ได้เท่านั้น ส่วนรายละเอียดของตัวเครื่องส่วนต่างๆ สามารถอ่านได้ในรีวิวนี้

รุ่นเริ่มต้นนี้ใช้ซีพียู Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2~3.4GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Plus Graphics กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB พร้อม Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 1.24 กิโลกรัม หากใครหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แรงน้ำหนักเบา สเปคพอใช้เรียนออนไลน์ได้ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Infinix INBook X2
  • CPU : Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2~3.4GHz
  • GPU : Intel Iris Plus Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.24 กิโลกรัม
  • Price : 12,990 บาท (ราคากลาง)
5. ASUS Vivobook 15 X1500EA (12,490 บาท)

Screenshot 2022 11 28 104112 1

แบรนด์ ASUS ก็มีโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท รุ่น ASUS Vivobook 15 X1500EA ให้เลือกและสเปคจัดว่าน่าสนใจ เพราะซีพียูเป็น Pentium Gold ซึ่งเทียบชั้นกับ Intel Core i3 ได้เลย และยังมีพอร์ตพื้นฐานติดตั้งมาให้ครบเครื่องทีเดียว

ซีพียูเป็น Intel Pentium Gold 7505 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.0~3.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และใช้บริการ Microsoft 365 ได้ฟรี 30 วันนับตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องใช้งานด้วย มีแรมออนบอร์ดในเครื่อง 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.1 ได้ น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม หากใครชอบแบรนด์ ASUS ไม่ว่าจะเรื่องดีไซน์, สเปคแต่อยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทเอาไว้ใช้ก็มีรุ่นนี้ให้เลือกซื้อ

สเปคของ ASUS Vivobook 15 X1500EA
  • CPU : Intel Pentium Gold 7505 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.0~3.5GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ฟรี 30 วัน
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 12,490 บาท (Advice)
6. Lenovo ThinkBook 14 G3 (14,969 บาท)

think14

Lenovo ThinkBook 14 G3 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่เป็นลูกผสมระหว่าง IdeaPad และ ThinkPad ซึ่งได้บอดี้สวยทันสมัยกับความแข็งแรงทนทานและยังอัพเกรดเพิ่มแรมอัพเกรดเครื่องได้ และยังเป็น AMD Ryzen 5000 Series ซึ่งมีคอร์เธรดเยอะขึ้นด้วย แต่จุดสังเกตคือเครื่องนี้ต้องหาระบบปฏิบัติการมาติดตั้งเพิ่มเอง ดังนั้นถ้าใครหาเครื่องมาลองลงระบบปฏิบัติการอื่นอย่าง Linux หรือ Chrome OS Flex มาใช้จะเป็นคำตอบที่ดีมาก

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~3.8GHz มีการ์ดจออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB มีระบบปฏิบัติการ DOS ติดตั้งมาให้ มีแรมออนบอร์ดติดตั้งมา 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทที่สเปคแรงพอแล้วเลือกระบบปฏิบัติการติดตั้งได้เองก็ซื้อ ThinkBook 14 G3 นี้ไปใช้ตอบโจทย์แน่นอน

สเปคของ Lenovo ThinkBook 14 G3
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 14,969 บาท (cpu2day Shopee)
7. Lenovo IdeaPad Slim 3i 14ITL6 (13,990 บาท)

slim3i

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทเครื่องสุดท้ายเป็น Lenovo IdeaPad Slim 3i 14ITL6 เครื่องนี้แม้ราคาตั้งต้นจะเกินงบประมาณไปบ้างแต่มักมีส่วนลดจากร้านค้าออนไลน์ให้ต่ำกว่า 15000 บาทอยู่บ่อยๆ และสเปคของมันก็แรงพอใช้ทำงานได้เลย ถ้าอัพเกรดเพิ่มก็ยิ่งใช้งานได้ดี

ซีพียูเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้ มีแรมในเครื่อง 8GB DDR4 บัส 3200MHz รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ด้วย มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.41 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครเจอ Lenovo IdeaPad Slim 3i เครื่องนี้ราคาต่ำกว่า 15000 บาท ก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 14ITL6
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0~4.1GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.41 กิโลกรัม
  • Price : 13,990 บาท (CHI CHANG Shopee)

tyler franta iusJ25iYu1c unsplash

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาทมีรุ่นน่าใช้ให้เลือกหลายรุ่นไม่พอ สเปคจัดว่าใช้ทำงานออฟฟิศหรือเรียนออนไลน์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หากใครหาเครื่องสำรองเอาไว้ทำงานแล้วไม่อยากจ่ายแพง ก็เลือกเครื่องไหนก็ได้ใน 7 รุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย 


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1acer20000 1

Share image Edit Name 2low 1

Share image Edit Name 2acer 1

from:https://notebookspec.com/web/677787-7-laptop-under-15000-baht-late-2022

Infinix ยกทัพสมาร์ตโฟนรุ่นยอดนิยม จัดโปรแรงมอบส่วนลด 1,000 บาท พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุด ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน* ในแคมเปญ Shopee Electronics Expo และ LAZADA PAYDAY

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมและกำลังเติบโตในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เดินหน้ามอบความคุ้มค่า เอาใจนักช้อปออนไลน์มอบโปรโมชันในช่วงเวลา Flash Sale ส่งท้ายช่วงสิ้นปีกับแคมเปญสุดพิเศษอย่าง Shopee Electronics Expo และ LAZADA PAYDAY

ด้วยกองทัพสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นยอดนิยม ที่ให้ช้อปกันอย่างจุใจด้วยส่วนลดสูงสุด 1,000* บาท เพื่อให้ทุกคนเป็นเจ้าของมือถือในราคาที่ดีที่สุด พร้อมผ่อน 0% สูงสุดนาน 10 เดือน* เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการโดยสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2565 และ Lazada ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2565 

ห้ามพลาด! Infinix มอบความคุ้มค่า รวบรวมมือถือสเปกดีน่าใช้มาให้ช้อปในช่วงเวลา Flash Sale พร้อมซื้อสินค้าและรับส่วนลดราคาพิเศษผ่านแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ 2 ช่องทางหลัก ได้แก่

Infinix

1. เมื่อซื้อสินค้าบน Shopee ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2565 รับส่วนลด 1,000* บาท โค้ดส่วนลดจากแบรนด์สูงสุด 200 บาท พร้อมบริการจัดส่งฟรี และข้อเสนอพิเศษ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือผ่อนผ่าน Special SPayLater 0% นาน 6 เดือน อาทิ

  • ZERO 20 ราคาจากปกติ 8,999 บาท เหลือเพียง 7,999 บาท
  • HOT 20S ราคา 5,190 บาท
  • NOTE 12 G88 (6+128GB) ราคา 5,424 บาท
  • NOTE 12 G96 (8+128GB) ราคา 5,899 บาท
  • NOTE 12 G96 (8+256GB) ราคา 6,374 บาท
  • NOTE 12 Pro 4G ราคา 7,249 บาท
  • NOTE 12 Pro 5G ราคา 8,090 บาท
  • HOT 20 (4+128GB) ราคา 4,449 บาท
  • HOT 20 (6+128GB) ราคา 4,999 บาท
  • HOT 12i (4+64GB) รุ่นสีดำ ราคา 3,599 บาท
  • Smart 6 Plus ราคา 3,239 บาท

2. เมื่อซื้อสินค้าบน LAZADA ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2565 รับส่วนลดสูงสุด 1,000* บาท พร้อมบริการจัดส่งฟรี และรับข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อน 0% นาน 3 เดือน อาทิ

  • NOTE 12 G88 (6+128GB) ราคา 5,199 บาท
  • NOTE 12 G96 (8+128GB) ราคา 5,699 บาท
  • NOTE 12 G96 (8+256GB) ราคา 6,199 บาท
  • NOTE 12 Pro 4G ราคา 6,999 บาท
  • NOTE 12 Pro 5G ราคา 7,299 บาท
  • HOT 20S ราคา 5,290 บาท
  • HOT 20i (4+64GB) ราคา 3,499 บาท
  • HOT 20i (4+128GB) ราคา 3,699 บาท
  • HOT 12 Play (4+128GB) ราคา 3,600 บาท
  • Smart 6 Plus ราคา 2,890 บาท
  • Zero X Pro ราคา 6,790 บาท

สำหรับราคาพิเศษและส่วนลดต่างๆ จำกัดสิทธิ์เฉพาะในช่วงโปรโมชันเท่านั้น! โดยผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee Link: https://cutt.ly/l1q5n35 Lazada Link: https://cutt.ly/81q78VF 

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ จากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-raised-the-army-of-popular-smartphones/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-raised-the-army-of-popular-smartphones

Infinix จับมือพันธมิตร COM7 และ YAS เดินหน้าขยายช่องทางการขาย พร้อมรุกตลาดออฟไลน์-ออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโต

นายวิลเลียม เฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย อินฟินิกซ์ ไทยแลนด์ เดินหน้าวางกลยุทธ์ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมตอกย้ำความสำเร็จรุกตลาดออฟไลน์และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าให้กับผู้ใช้งาน ตั้งเป้าหมายเพิ่มโอกาสและยอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นในประเทศไทย

พร้อมจับมือพันธมิตร นายณรงค์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

และ นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย เอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ( YAS ) ให้เป็นผู้แทนดำเนินการจัดจำหน่ายและช่องทางการจำหน่ายหลักสำหรับสมาร์ตโฟนทุกรุ่นที่ร่วมรายการ เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดจำหน่ายสินค้าให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ ณ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เมื่อเร็วนี้ๆ

Infinix

สำหรับสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นยอดนิยม ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน ได้แก่ Infinix รุ่น Smart 6HD, HOT 20 Series, NOTE 12 G96 รุ่น 8+128GB / 8+256GB, PRO 4G และ PRO 5G วางจำหน่ายพร้อมกันแล้ววันนี้ โดยสามารถซื้อสินค้าได้ที่ BaNANA IT ได้ทุกช่องทางทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bnn.in.th/th

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ พร้อมโปรโมชันพิเศษจากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-partners-with-com7-and-yas-to-expand-sales-channels/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-partners-with-com7-and-yas-to-expand-sales-channels

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท ทั้ง AMD, Intel มี Office แท้ให้เลือก เริ่ม 3,699 บาทเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท ซื้อเอาไว้เป็นเครื่องสำรองก็โอเคแน่นอน

Share image Edit Name 2low 1

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้หาซื้อได้ง่ายกว่าในอดีตมาก โดยมีโน๊ตบุ๊ค Windows ที่ผู้ใช้คุ้นเคยไม่ต้องปรับตัวมากหรือจะ Google Chrome OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการน้องใหม่ที่เอาความคุ้นเคยของสมาร์ทโฟน Android มาปรับใช้งานกับโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ได้ทันทีและราคาก็ไม่แพง เอาไว้ทำงานเอกสาร, ตอบเมล์เปิดเว็บไซต์ทำงานได้สบายๆ อีกด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทนี้เป็นโน๊ตบุ๊คราคาประหยัดเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า จะซื้อเอาไว้ให้ลูกใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนก็ได้หรือจะเก็บเอาไว้เป็นเครื่องสำรองเผื่อว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหลักมีปัญหาส่งซ่อมนานหลายวันก็หยิบเครื่องนี้ออกมาใช้แก้ขัดได้ ช่วยให้ทำงานได้ต่อเนื่องไม่ขาดตอนด้วย ดังนั้นถ้าใครคิดอยากได้โน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเก็บไว้สำรองใช้งานสักเครื่องก็ดี

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000

หากใครอยู่ในวงการคอมพิวเตอร์และไอทีมานาน ก็น่าจะจำกันได้ว่าจะพีซีหรือโน๊ตบุ๊คนั้นในอดีตมีราคาแพง จะมาซื้อฟุ่มเฟือยเอาไว้ใช้คนละ 2-3 เครื่องก็ใช่ที่ แต่ปัจจุบันนี้กลับตรงกันข้ามเพราะเริ่มมีโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 บาทมาตีตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีการผลิตสินค้านั้นดีขึ้น เลยทำให้ชิ้นส่วนที่เอามาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีต่างๆ มีต้นทุนถูกลงมากตามหลัก Economy of scale ที่ถ้าสั่งผลิตเป็นจำนวนมาก สินค้าหรือชิ้นส่วนนั้นๆ ราคาก็จะถูกลงไปโดยปริยายนั่นเอง รวมทั้งปัจจุบันนี้มีสินค้าจากบริษัทในสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาตีตลาดอย่างต่อเนื่องด้วย จึงทำให้ผู้ใช้จ่ายน้อยลงแต่ได้ของดีมีคุณภาพมาใช้งานนั่นเอง

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท ซื้อเอาไว้ใช้สำรองก็ดี

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
BMAX S13 Intel Celeron N4020

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

6GB LPDDR4

Windows 10 Pro

ทัชสกรีน
13.3″ FHD IPS

1.3 กก.

USB-A 3.0 x 2

MicroSD Card Reader x 1

Mini HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

8,490
Infinix InBook X1 Intel Core
i5-1035G1

Intel HD Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

14″ FHD IPS

100% sRGB

1.46 กก.

USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort กับ Power Delivery

USB-A 3.0 x 1

USB 2.0 x 1

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

8,999
Dell Latitude 3190 Intel Celeron N4120

Intel UHD Graphics

e.MMC 64GB

4GB DDR4
2400MHz

Windows 11 Home

ทัชสกรีน
11.6″ HD VA

Gorilla Glass NBT

1.45 กก.

USB-A 3.1 Gen 1 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

8,990
DELL INSPIRON 3515-W56625257ATHW10 AMD Athlon Silver 3050U

AMD Radeon Graphics

HDD 1TB

4GB DDR4
2400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ HD TN

1.69 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

9,390
Lenovo IdeaPad 1 15IJL7 Intel Pentium Silver N6000

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe
256GB

4GB DDR4
2933MHz

Windows 11 Home

15.6″ HD TN

1.45 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

9,990
HP Chromebook 11MK G9 MediaTek Kompanio 500 (MT8183)

ARM Mali-G72 MP3 Graphics

32GB
e.MMC 5.0

4GB LPDDR4x
4266 MHz

Chrome OS

11.6″ HD TN

1.34 กก.

USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort 1.2 x 1

USB 2.0 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

3,699

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาท ซื้อไว้สำรองก็ได้ ใช้เป็นเครื่องหลักก็ดี!

ผู้ใช้ที่คิดจะหาซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทเอาไว้เป็นเครื่องสำรองสักเครื่องล่ะก็ ในปัจจุบันนี้เราสามารถหาซื้อมาใช้งานได้ง่ายๆ และบางเครื่องสเปคก็ดีจนใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักได้ด้วยซ้ำไป ซึ่งโน๊ตบุ๊คทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. BMAX S13 (8,490 บาท)
  2. Infinix InBook X1 (8,999 บาท)
  3. Dell Latitude 3190 (8,990 บาท)
  4. DELL INSPIRON 3515-W56625257ATHW10 (9,390 บาท)
  5. Lenovo IdeaPad 1 15IJL7 (9,990 บาท)
  6. HP Chromebook 11MK G9 (3,699 บาท)
1. BMAX S13 (8,490 บาท)

7132981421ef622705d65dba98eb72c9

BMAX S13 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงจากกวางโจวที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจุดเด่นของมันคือติดตั้ง Windows 10 Pro ซึ่งมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเสริมเข้ามาให้ใช้งานเพิ่มขึ้นและได้หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด Full HD ด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Celeron N4020 แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 1.1-2.8GHz มาให้กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics และหน้าจอทัชสกรีนขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มาให้ใช้งาน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้กับแรมออนบอร์ด 6GB LPDDR4 มีพอร์ต USB-A 3.0 x 2, MicroSD Card Reader x 1, Mini HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊คจอทัชสกรีนเอาไว้ใช้งานก็ซื้อโน๊ตบุ๊คนี้เอาไว้ใช้งานได้เลย

สเปคของ BMAX S13
  • CPU : Intel Celeron N4020 แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 1.1-2.8GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 6GB LPDDR4
  • Display : ทัชสกรีน 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.0 x 2, MicroSD Card Reader x 1, Mini HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.3 กิโลกรัม
  • Price : 8,490 บาท (BMAX Shopee Mall)
2. Infinix InBook X1 (8,999 บาท)

Screenshot 2022 11 23 103537

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทรุ่นถัดมาที่ปลุกกระแสโน๊ตบุ๊คราคาถูกสเปคน่าใช้อย่าง Infinix InBook X1 เครื่องนี้ถือว่าน่าสนใจมาก โดยสเปคของมันเทียบชั้นกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานราคาเกือบ 2 หมื่นบาทได้สบายๆ แม้จะใช้ซีพียู Intel 10th Gen ก็ยังทำงานได้ดีไว้ใจได้แน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel HD Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ใช้งาน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort กับ Power Delivery,  USB-A 3.0 x 1, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องเบาพกง่ายแค่ 1.46 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทที่น่าซื้อมาใช้มาก ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษาทั้งที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งแล้วได้งานใหม่จะหาโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งานสักเครื่องมาก

สเปคของ Infinix InBook X1
  • CPU : Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6GHz
  • GPU : Intel HD Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort กับ Power Delivery,  USB-A 3.0 x 1, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 1.46 กิโลกรัม
  • Price : 8,999 บาท (Shopee)
3. Dell Latitude 3190 (8,990 บาท)

Dell Latitude 3190 2-in-1

Dell Latitude 3190 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Windows พร้อมปากกาสไตลัสที่พับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตเพื่อใช้งานได้และราคาไม่แพงมาก มีขนาดเล็กพกพาง่ายและแบตเตอรี่ทนทานใช้ได้นานหลายชั่วโมงด้วย หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของโน๊ตบุ๊คนี้ใช้ซีพียู Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 600 กับหน้าจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA มาให้ ใช้ปากกาสไตลัสหรือนิ้วแตะเขียนบนจอได้ มีฮาร์ดดิสก์แบบ e.MMC ความจุ 64GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมออนบอร์ดความจุ 4GB DDR4 2400MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 Gen 1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2 น้ำหนักเครื่องนี้อยู่ที่ 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งสเปคนี้อาจจะดูไม่สูงมากเหมือนโน๊ตบุ๊คระดับราคา 15000 บาทก้ตาม แต่เครื่องนี้จะเน้นความอเนกประสงค์และเน้นใช้งานออนไลน์ตอบเมล์เป็นหลักหรือใช้เรียนออนไลน์ก็ใช้ดีเช่นกัน

สเปคของ Dell Latitude 3190
  • CPU : Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics 600
  • SSD : แบบ e.MMC ความจุ 64GB อัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe ได้
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 2400MHz
  • Display : หน้าจอทัชสกรีน 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล VA กระจก Gorilla Glass NBT
  • Ports : USB-A 3.1 Gen 1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : HD Camera, Front Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 8,990 บาท (Comdee2You Shopee)
4. DELL INSPIRON 3515-W56625257ATHW10 (9,390 บาท)

dell

DELL INSPIRON 3515-W56625257ATHW10 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทสเปค AMD จาก DELL ซึ่งจุดแข็งคือทางบริษัทติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้งานด้วย ถ้าซื้อมาใช้งานขอแค่อัพเกรดแรมเป็น 8GB ก็พอใช้งานแล้ว

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพขึ้นจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN ได้ มีฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมในเครื่อง 4GB DDR4 บัส 2400MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.69 กิโลกรัม นับเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทที่คุ้มเพราะได้ Microsoft Office แท้ตั้งแต่เปิดเครื่อง หากจะซื้อเอาไว้ให้ลูกเรียนออนไลน์หรือใช้เป็นเครื่องสำรองก็ดีทั้งคู่ แต่ก็แนะนำให้เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์เป็น SSD และเพิ่มแรมไป 8GB จะทำงานได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สเปคของ DELL INSPIRON 3515-W56625257ATHW10
  • CPUAMD Athlon Silver 3050U แบบ 2 คอร์ 2 เธรด ความเร็ว 2.3-3.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics
  • SSD : ฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2400MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.69 กิโลกรัม
  • Price : 9,390 บาท (Speed Gaming Shopee Mall)
5. Lenovo IdeaPad 1 15IJL7 (9,990 บาท)

Screenshot 2022 11 23 103409

Lenovo IdeaPad 1 15IJL7 นี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทที่แม้จะตกรุ่นแล้วแต่ก็ยังหาซื้อบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำเจ้าต่างๆ ได้อยู่ ซึ่งข้อดีของมันคือได้หน้าจอ Full HD และมี M.2 NVMe SSD ติดตั้งมาให้ ถ้าเพิ่มแรมสักหน่อยก็ทำงานได้ดีแน่นอน

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ได้อย่างคมชัด มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ดมา 4GB DDR4 บัส 2933MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครหาเครื่องราคาไม่แพงสเปคดีพอควรเอาไว้ใช้ก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย แค่ไม่มี Microsoft Office แท้ติดตั้งมาให้เท่านั้น

สเปคของ Lenovo IdeaPad 1 15IJL7
  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-3.3GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 9,390 บาท (Viking Computer Shopee)
6. HP Chromebook 11MK G9 (3,699 บาท)

hp chromebook spec 1

หากใครต้องการลองโน๊ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ Chrome OS ล่ะก็ HP Chromebook 11MK G9 เป็นรุ่นน่าใช้ราคาไม่แพงและปรับเอาความคุ้นเคยของระบบปฏิบัติการ Android มาใช้กับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ทันที หากใครทำงานเน้นทางเว็บแอพฯ และระบบของ Google เป็นหลักก็น่าเลือกเครื่องนี้ไปใช้งานเช่นกัน

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู MediaTek Kompanio 500 (MT8183) แบบ Octa-core กับจีพียูรุ่น ARM Mali-G72 MP3 Graphics และหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN หน่วยความจำเป็นแบบ e.MMC 5.0 ความจุ 32GB ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS มาให้ มีแรมออนบอร์ดอยู่ 4GB LPDDR4x บัส 4266 MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort 1.2 x 1, USB 2.0 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ผ่านทาง Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac, Bluetooth 4.2 น้ำหนักเครื่องแค่ 1.34 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครสนใจอยากลองระบบปฏิบัติการ Chrome OS แต่ไม่อยากจ่ายแพงมากล่ะก็ HP Chromebook นี้ก็น่าสนใจมาก และแม้สเปคจะดูไม่สูงอย่างโน๊ตบุ๊ค Windows หลายๆ รุ่นที่ได้แนะนำไปก็ตาม แต่เมื่อเปิดเบราเซอร์เข้าเน็ตก็สามารถตอบสนองได้ดีไม่มีปัญหาเลย

สเปคของ HP Chromebook 11MK G9
  • CPU : MediaTek Kompanio 500 (MT8183) แบบ Octa-core
  • GPU : ARM Mali-G72 MP3 Graphics
  • SSD : 32GB e.MMC 5.0
  • RAM : 4GB LPDDR4x บัส 4266 MHz
  • Monitor : 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Port : USB-C 3.2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort 1.2 x 1, USB 2.0 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac, Bluetooth 4.2
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Chrome OS
  • Weight : 1.34 กิโลกรัม
  • Price : 3,699 บาท (Toysmobile Shopee)

goran ivos wJpl8D38Tq8 unsplash Medium

หากใครกำลังอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 10000 บาทเอาไว้เป็นเครื่องหลักหรือเครื่องสำรองก็ตาม ทั้ง 6 รุ่นนี้ก็ถือว่าน่าสนใจและราคาไม่แพงมากและบางรุ่นสเปคก็แรงพอใช้เป็นเครื่องหลักเอาไว้ทำงานเลยก็ได้ด้วยซ้ำ หากใครมีงบประมาณจำกัดมีค่าใช้จ่ายเยอะก็เริ่มจากใช้โน๊ตบุ๊คเหล่านี้เรียนและทำงานไปก่อนก็ได้แล้วค่อยเปลี่ยนเครื่องในภายหลังก็ไม่สาย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2macos 1

Share image Edit Name 3electricdesk 1

Share image Edit Name 2keyboard 1

from:https://notebookspec.com/web/676610-6-laptop-2022-under-10000-baht

แนะนำมือถือกล้องสวย เอาใจคนชอบถ่ายรูปและครีเอเตอร์ ในเรทราคา 8,000 บาท!

ปัจจุบันพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเราอยู่ในยุคที่ผู้คนนิยมเล่นโซเชียลมีเดียและแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเดินทางท่องเที่ยว ออกกำลังกาย ไปร้านกาแฟ ดูคอนเสิร์ต และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกกิจกรรมแน่นอนว่าหลายคนคงไม่พลาดที่จะเก็บโมเมนต์ดีๆ หรือช่วงเวลาพิเศษไว้ด้วยการถ่ายรูป

และจากพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้หลายคนหันมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์สร้างคอนเทนต์ด้วยรูปภาพหรือวิดีโอกันมากขึ้น โดยอุปกรณ์คู่ใจที่ถูกเลือกมาใช้สำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์นั้นจะต้องมีคุณภาพ ครอบคลุมทุกการใช้งานและพกพาสะดวก วันนี้เราจึงมีตัวเลือกสมาร์ตโฟน กล้องสวยมาแนะนำ จะถ่ายภาพก็ดี ถ่ายคลิปก็ปัง ที่สำคัญราคาคุ้มค่าในเรทราคา 8,000 บาท จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างตามไปดูกันเลย!

1. Infinix ZERO 20

เริ่มรุ่นแรกกับ Infinix ZERO 20 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ชูจุดขายด้วยกล้องหน้ากันสั่น OIS ความละเอียด 60 ล้านพิกเซล เจ้าแรกของโลก กับกล้องหลังความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพและเหล่าครีเอเตอร์ เพราะด้วยคุณภาพของกล้องจึงทำให้สามารถ ครีเอทคอนเทนต์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ได้ภาพที่สวยงามและคมชัด

นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพการใช้งานด้วยโปรเซสเซอร์ทรงพลังจาก MediaTek Helio G99 พร้อมอันแน่นด้วยหน่วยความจำ Rom 256GB Ram 8+5GB ด้านการดีไซน์สวยทุกมุมมอง มีความพรีเมียม ทันสมัย เกินราคา ฝาหลังมีผิวสัมผัสแบบด้าน ทำให้ไม่เป็นรอยเวลาจับ และด้วยความบาง และขนาดที่พอดีทำให้พกพาง่าย จับถนัดมือ และมาพร้อมหน้าจอแบบ AMOLED บางเฉียบ ขนาด 6.7 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ด้านแบตเตอรี่ให้ความจุมาที่ 4500mAh และรองรับระบบชาร์จไว 45W ซึ่งช่วยให้การชาร์จแบตกลับมามีพลังงาน 100% ในระยะเวลาอันรวดเร็ว 

โดยรุ่นนี้เปิดตัวในราคา 8,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา (Space Grey) สีเขียว (Green Fantasy) และสีทอง (Glitter Gold) วางจำหน่ายแล้วแบบ Online Exclusive ที่ร้าน Infinix Shopee Mall บน Shopee ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infinixmobility.com/th 

Infinix

ภาพจาก www.infinixmobility.com

2. Redmi Note 11 Pro

ถัดมากับสมาร์ตโฟนอีกรุ่น Redmi Note 11 Pro รุ่นนี้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี 2022 ด้านคุณภาพเหมาะกับสายถ่ายภาพและท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าความละเอียด   16 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิเศษสำหรับรุ่น 4G ได้มีการเพิ่มกล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เข้ามาเพื่อช่วยให้การวัดระยะลึกตื้นดีมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ในรุ่นนี้ยังได้เสริมแกร่งให้การใช้งานด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G96 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOELD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD คมชัดสวยงาม สามารถรับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มตา ส่วนแบตเตอรี่ความจุมากถึง 5,000mAh และรองรับระบบชาร์จเร็ว 67W หน่วยความจำภายในเครื่อง ความจุ Rom 64+128 GB รุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ Polar White, Graphite Gray และ Atlantic Blue

โดยเปิดตัวที่ราคา 8,999 บาท จำหน่ายแล้วกับร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.mi.com/th/

ภาพจาก http://www.mi.com

3. vivo Y35

ต่อมากับแบรนด์ vivo ด้วย vivo Y35 สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รุ่นนี้มีความพิเศษที่การรองรับ 2 nano SIMs + 1 micro SD ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 หน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ที่มีความคมชัดระดับ FHD+ สายถ่ายภาพต้องถูกใจเพราะรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล กล้อง Bokeh 2 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล     

ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยโหมดถ่ายภาพที่ครบครัน และมี Super Night Camera สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืน พร้อมด้วยโหมดกันสั่น EIS สำหรับการถ่ายคลิปวิดีโอ ด้านหน่วยความจำ ROM ให้มาที่ขนาด 128 GB และ RAM ขนาด 8 GB แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 44W FlashCharge ทำให้สามารถชาร์จแบตจาก 1% ไปจนถึง 70% ได้ในระยะเวลาไม่ถึง 40 นาที

สำหรับ vivo Y35 เปิดตัวด้วยราคา 8,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ สี Agate Black และ สี Dawn Gold ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้วที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วม รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.vivo.com

ภาพจาก www.vivo.com

4. realme 9 Pro

รุ่นสุดท้ายกับ realme 9 Pro สมาร์ตโฟนที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่าคุ้มราคา สายถ่ายรูปห้ามพลาด รุ่นนี้พิเศษด้วยกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักด้านหลังเซ็นเซอร์ 64 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Super Nightscape+ ที่ช่วยให้การถ่ายในเวลาภาพกลางคืนคมชัดสวยงาม มีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มมิติและความสนุกสนานในการถ่ายภาพได้มากยิ่งขึ้น ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล 

ในด้านของหน่วยความจำ รุ่นนี้ RAM 8GB ROM 256GB พร้อมด้วยระบบ Dynamic RAM Expansion ด้านแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มาถึง 5,000mAh รองรับชาร์จไว 33W ทำให้ไม่ต้องกังวลเลยว่าระหว่างการท่องเที่ยวหากมีเวลาหยุดพักเพียงน้อยนิดจะชาร์จเพิ่มเปอร์เซ็นแบตไม่ทัน โดยรุ่นนี้มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี คือ สี Sunrise Blue และ สี Aurora Green 

ด้วยราคาเปิดตัวที่ 8,999 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามโปรโมชันได้ทางร้านค้าออฟฟิเชียลสโตร์ของ realme ทางแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.realme.com

ภาพจาก www.realme.com

ครบแล้วกับสมาร์ตโฟนที่น่าสนใจและได้นำมาแนะนำ ซึ่งแต่ละรุ่นอยู่ในเรทราคา 8,000 บาท ด้วยคุณภาพของกล้องแบบพรีเมียม และประสิทธิภาพการใช้งานที่ถือได้ว่าตอบโจทย์สายท่องเที่ยวถ่ายภาพและครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งทุกรุ่นจัดเต็มสามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอ

อีกทั้งยังสามารถใช้งานครอบคลุมในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวันทั่วไป รับชมความบันเทิงดูหนังฟังเพลง เล่นเกม โทรเข้ารับสาย หรือชิทแชทส่งข้อความ ก็สามารถทำได้อย่างดี เรียกได้ว่าเลือกซื้อรุ่นใดรุ่นหนึ่งไปไม่ผิดหวังแน่นอน หากใครสนใจรุ่นไหนอย่าลืมติมตามโปรโมชันของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อ แอบกระซิบว่าแต่ละแบรนด์จัดโปรฯดีๆ เอาใจลูกค้าทุกเดือนเลยทีเดียว

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/introducing-a-beautiful-camera-phone-at-a-rate-of-8000-baht/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=introducing-a-beautiful-camera-phone-at-a-rate-of-8000-baht

REVIEW | รีวิว Infinix ZERO 20 มือถือสเปคแน่น กล้องหน้าเทพ 60MP มีกันสั่น OIS แค่ 8,999 บาท คุ้มแค่ไหน?

Infinix เอาใจสาย Vlog กันสุด ๆ ด้วยมือถือรุ่นใหม่ Infinix ZERO 20 ที่มากับกล้องหน้าสุดเทพไม่เหมือนใคร ทั้งความละเอียดสูงแถมมีระบบกันสั่น OIS เนียน ๆ นิ่ง ๆ ให้ถ่ายวิดีโอเซลฟี่กันได้แบบจัดเต็ม สเปคส่วนอื่นก็ไม่ใช่เล่น ๆ เลย ทั้งกล้องหลัง 108MP, จอ AMOLED สีสันสวยสด, ชิปแรงพอสำหรับเล่นเกม 3D ได้สบาย ฯลฯ ราคาก็น่ารักน่าชังแค่ 8,999 บาทเท่านั้นเอง…ถ้าอยากรู้ว่ามันน่าใช้แค่ไหน มีอะไรดีบ้าง ก็มาดูรีวิวเต็ม ๆ กันได้เลยจ้า

กล้องหน้าจัดเต็มไม่มีใครเทียบ

Infinix ZERO 20 เรียกว่าเป็นมือถือที่มาเจาะตลาด Vlogger โดยเฉพาะเลย ด้วยกล้องหน้าที่อัดสเปคมาแบบแน่นสุด ๆ แบบที่ไม่มีมือถือรุ่นไหนเคยให้มาก่อน ทั้งความละเอียด 60MP มีระบบออโต้โฟกัส และยังมีระบบกันสั่น OIS ที่ช่วยให้ถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้แบบเนียน ๆ นิ่ง ๆ ไม่เวียนหัว ทดสอบถ่ายวิดีโอเซลฟี่ที่ความละเอียด 720p 30fps / 1080p 30fps / 1080 60fps / 2K 30fps ออกมาก็นิ่งพอตัวเลย

มีระบบกันสั่นแบบ Ultra Steady ที่จะช่วยให้วิดีโอเซลฟี่นิ่งแบบสุด ๆ แต่จะจำกัดความละเอียดเอาไว้แค่ 720p เท่านั้น

สำหรับการถ่ายภาพนิ่งก็เด็ดดวงไม่แพ้กันเพราะมีทั้งระบบออโต้โฟกัส, โหมด Beauty ให้เลือกปรับได้ทั้งความสว่างของใบหน้า, ความเนียนของผิว, ขนาดใบหน้า, ขนาดดวงตา หรือจะปรับด้วยระบบ AI ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายแบบ Portrait ที่เบลอหลังได้ค่อนข้างเนียนเลย



 

มีโหมด Super Night สำหรับถ่ายเซลฟี่ตอนกลางคืนให้ออกมาหน้าตาสว่างสดใสด้วยนะ



กล้องหลัง 108MP

กล้องหลังของ Infinix ZERO 20 ก็จัดเต็มเหมือนกันด้วยกล้องหลัก 108MP + กล้อง Ultraiwide 13MP + กล้องจับความลึก 2MP โดยการถ่ายภาพปกติจะใช้ระบบ Pixel Binning รวมหลาย ๆ เม็ดพิกเซลให้กลายเป็นเม็ดใหญ่เพื่อการเก็บรายละเอียดและเก็บแสงให้ดีขึ้น ขนาดของภาพก็จะออกมาอยู่ที่ 12MP แต่ก็สามารถปรับให้ถ่ายออกมาเต็ม 108MP ได้เหมือนกัน (ไฟล์ภาพนึงขนาดราว ๆ 12MB) ส่วนการถ่ายภาพในที่แสงน้อยด้วยโหมด Super Night ก็ทำได้ในระดับดีเลยล่ะ แต่มือต้องนิ่งนิดนึงเพราะไม่มีกันสั่นมาให้ (ให้มาแต่กล้องหน้า)
















การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลังแม้จะไม่มีระบบกันสั่น OIS มาให้ แต่ก็มีระบบ Ultra Steady ให้เปิดเพื่อเพิ่มความนิ่ง โดยสามารถใช้โหมดนี้ได้ในความละเอียดระดับ 1080p 30fps กับ 720p 30fps เท่านั้นครับ

ส่วนการถ่ายแบบ 2K 30fps จะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ เวลาเดินลงเท้าจะเห็นชัดเลยว่ากล้องสั่นตาม

หน้าจอ AMOLED สีสดสวย

หน้าจอมีขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ติดแค่รีเฟรชเรทไม่ได้ลื่นเหมือนรุ่นอื่น ๆ เพราะอยู่ที่ 60Hz แต่ได้เปรียบที่ใช้พาเนลแบบ AMOLED ที่ให้ความสว่างสดใสมากกว่า สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ค่อนข้างโอเคเลย

นอกจากนี้ยังใช้ดู Netflix แบบ HD ก็ยังได้ด้วยนะ

ลำโพงสเตอรีโอ

จัดเต็มความบันเทิงหน้าจอสวยสดงดงามไปแล้ว ระบบเสียงก็ยังให้ลำโพงสเตอรีโอมาอีกต่างหาก โดยมากับระบบ DTS Sound ให้เลือกปรับได้ว่าจะให้เหมาะกับ เพลง วิดีโอ เกม หรือปรับอัตโนมัติก็ได้ ยังสามารถเข้าไปปรับเสียงเพิ่มเติมได้อีกว่าจะให้เสียงออกมาแบบไหน ทั้ง Wide ให้เสียงแบบกระจาย, In-front จำลองเสียงให้เหมือนลำโพงจ่อมาที่ด้านหน้า และ Traditional แถมยังปรัพวก Bass Vocal Treble เพิ่มเติมได้อีกต่างหาก


อ้อ! มือถือรุ่นนี้ให้รูหูฟัง 3.5 มม. มาด้วยนะเออ

ตัวเครื่องทนทานด้วยเฟรมโลหะ

แม้ว่าจะเป็นมือถือราคาย่อมเยา แต่งานประกอบไม่ใช่เล่น ๆ นะ เพราะ Infinix ZERO 20 มีเฟรมเครื่องที่ใช้วัสดุเป็นโลหะแข็งแรงทนทานแต่เคลือบสีเงินแวววาวก็เลยติดรอยนิ้วมือง่ายมาก ๆ (เวลาใช้ใส่เคสอยู่แล้วเลยไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่)

ส่วนฝาหลังเป็นโพลีคาร์บอเนตเคลือบผิวแบบด้านไม่เป็นรอยนิ้วมือ

สเปคแรงพอตัว เล่นเกมได้หมด

สเปค INFINIX ZERO 20

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400)
  • CPU : MediaTek Helio G99
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลัก : 108MP, PDAF
    • กล้อง Ultrawide : 13MP
    • กล้องจับความลึก : 2MP
  • กล้องหน้า : 60MP, AF, OIS
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth, พอร์ต Type-C 2.0
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, DTS Sound, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12 ครอบด้วย XOS 12
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh รองรับชาร์จไว 45W

สเปคของ Infinix ZERO 20 เรียกว่าใช้งานได้แบบครอบคลุมทุกอย่างในปัจจุบันแล้วด้วยชิป Helio G99 และ RAM 8GB + MemFusion ได้สูงสุด 5GB รวมเป็น 13GB

จะเล่นเกมกราฟิก 3D โหด ๆ อย่าง Genshin Impact ก็บ่ยั่น โดยระบบจะตั้งค่า Default เอาไว้ที่ระดับ Low ก็เล่นได้สบาย ๆ แล้ว (มีสะอึกบ้างบางจังหวะที่ศัตรูมาเยอะ ๆ)

ปรับเฟรมเรท 60fps ก็ยังไหวนะ

ส่วนเกมอื่น ๆ ไม่มีปัญหา ทั้ง ROV, PUBG, Nikke เล่นได้หมดทุกเกมจ้า

ROV

PUBG

NIKKE Goddess of Victory

ความจุจุก ๆ  256GB

หายห่วงเรื่องความจุในตัวเครื่องไปได้ยาว ๆ เพราะ Infinix ZERO 20 ให้มาแบบสะใจถึง 256GB และถ้าไม่พอใจจะเติมอีกก็ไม่ว่ากัน เพราะมีช่องใส่ microSD card แยกมาด้วย

แบตเตอรี่ใหญ่ + ชาร์จไว

Infinix ZERO 20 มีแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่เท่ารุ่นอื่น ๆ ในราคาเดียวกันที่เดี๋ยวนี้แทบจะมาตรฐานที่ 5000 mAh กันเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ ทั้งวัน ลองทดสอบแบบจัดหนักด้วยการเปิด YouTube ผ่าน WiFi ความสว่างจอ 60% ระดับเสียง 60% นาน 6 ชม. แบตเตอรี่ก็ยังคงเหลืออยู่ถึง 53% เลยทีเดียว นั่งดูหนังดูซีรีส์กันได้แบบไม่ต้องกลัวแบตหมด

จะชาร์จกลับก็ว่องไวด้วยระบบชาร์จ 45W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 5 – 100% ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น

สรุป

ข้อดี

  • หน้าจอ AMOLED สีสดสู้แดด
  • ดู Netfkix แบบ HD ได้
  • สเปคเล่นเกมในปัจจุบันได้ลื่น ๆ (ขึ้นกับการตั้งค่า)
  • ความจุสูง 256GB แถมเพิ่ม microSD ได้อีก
  • กล้องหน้าคุณภาพดี
  • กล้องหน้ามี AF / OIS ถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้สมูทมาก
  • กล้องหลังคุณภาพดีสำหรับมือถือราคาระดับนี้
  • กล้องหลังไม่มีกันสั่น OIS แต่มีโหมด Ultra Steady ที่ใช้งานได้จริง
  • ลำโพงสเตอรีโอ DTS Sound
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • ชาร์จไว 45W
  • ราคาเป็นมิตรสุด ๆ

ข้อสังเกต

  • รีเฟรชเรทจอ 60Hz
  • กล้องหลังถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 2K 30fps
  • เป็นไปได้สูงที่จะไม่ได้อัปเดต Android 13

ยังคงคอนเซปท์ของความคุ้มค่าคุ้มราคาเอาไว้ได้เหมือนเดิมสำหรับ Infinix ZERO 20 ซึ่งคราวนี้น่าจะถูกใจสาย Vlog กันแน่นอนเลย เพราะกล้องหน้าเรียกว่าจัดเต็มสุด ๆ ส่วนกล้องหลังและการใช้งานส่วนอื่น ๆ ก็เรียกว่ารองรับได้หมดในปัจจุบัน ด้วยราคาค่าตัวแค่ 8,999 บาท ต้องบอกเลยว่ามือถือรุ่นนี้น่าสนมาก ๆ ครับ

from:https://droidsans.com/review-infinix-zero-20-vlogger-must-have/

Infinix จับมือ Discovery จัดกิจกรรม “วันเสาร์บ่ายสองChallenge” ชวนทุกคนครีเอทคอนเทนต์ พร้อมแชร์โมเมนต์สุดประทับใจ ลุ้นรับมือถือ Infinix ZERO 20

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จับมือ Discovery จัดกิจกรรม “วันเสาร์บ่ายสองChallenge” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนออกไปท่องเที่ยวและค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ

พร้อมสร้างสรรค์คอนเทนต์และบันทึกช่วงเวลาแห่งความสนุกด้วยโทรศัพท์มือถือและนำมาแชร์ส่งต่อความประทับใจ โดยเรื่องราวและโมเมนต์ของใครโดนใจที่สุด รับรางวัลพิเศษสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Infinix ZERO 20 จำนวน 3 รางวัล สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ถึง 12 ธันวาคม 2565 

Infinix Zero 20

Infinix ชวนร่วมเปลี่ยนวันเสาร์ธรรมดาให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป กับกิจกรรม “วันเสาร์บ่ายสองChallenge” เพียงครีเอทคลิปวิดีโอหรือถ่ายภาพในสไตล์ของตัวเองกับกิจกรรมที่น่าสนใจด้วยมือถือรุ่นใด ยี่ห้อก็ได้ โดยกติกาการร่วมสนุก มีดังนี้

  1. แชร์โมเมนต์ที่คุณกำลังสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ในช่วงวันหยุด เวลาบ่ายชิลๆ อาทิ เดินทางท่องเที่ยว, จิบกาแฟ, วาดรูป, เล่นดนตรี, ปีนผา, ออกกำลังกาย ฯลฯ
  2. โพสต์วิดีโอในรูปแบบแนวตั้ง ขนาด 9:16 หรืออัปโหลดรูปภาพที่โซเชียลมีเดียส่วนตัวของคุณ
  3. อัปโหลดลง Facebook, IG หรือ TikTok พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ
  4. ติดแฮชแท็ก #วันเสาร์บ่ายสองChallenge #DiscoveryYourOwnStoryFromZero และแท็กมาที่ Account ของ Infinix Mobile Thailand ทาง Social Media ช่องทางใดก็ได้ โพสต์ไหนโดนใจที่สุด รับไปเลยโทรศัพท์มือถือ Infinix ZERO 20 จำนวน 3 รางวัล 
  5. ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ถึง 12 ธันวาคม 2565 โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ทางเพจเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand สำหรับผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/InfinixMobileThailand 

Infinix ZERO 20 เป็นสมาร์ตโฟนสเปกจัดเต็ม โดดเด่นด้วยดีไซน์ ชูจุดขายเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่กล้องหน้ามีระบบกันสั่นแบบ OIS ความละเอียด 60 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล ซึ่งมอบประสบการณ์การใช้งานด้านกล้องถ่ายภาพทั้งการถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งบนมือถือที่ดีที่สุด พร้อมโหมดถ่ายภาพที่หลากหลาย

เสริมทัพด้วยโปรเซสเซอร์ทรงพลังจาก MediaTek Helio G99 และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานด้วยหน่วยพื้นที่ความจำ Rom 256GB Ram 8+5GB เปิดตัวในราคา 8,999 บาท ทางช่อง Shopee เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มดูได้ที่ https://cutt.ly/1NLm2fN

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ พร้อมโปรโมชันพิเศษจากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ http://www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-joins-forces-with-discovery-to-organize-saturday-2pm-challenge/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-joins-forces-with-discovery-to-organize-saturday-2pm-challenge

Infinix ส่งกองทัพสมาร์ตโฟนราคาพิเศษ เอาใจนักช้อปในแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale พร้อมรับดีลสุดปัง ลดสูงสุด 1,250 บาท* ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลก เอาใจนักช้อปออนไลน์ส่งท้ายดีลดีปลายปีกับมหกรรมช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ Shopee 11.11 Big Sale ให้นักช้อปเตรียมช้อปสมาร์ตโฟนคุณภาพดีจาก Infinix

พร้อมรับส่วนลดในช่วงเวลา Flash Sale สูงสุดถึง 1,250 บาท* โค้ดส่วนลดจากแบรนด์สูงสุด 500 บาท โค้ดส่วนลดจาก Shopee สูงสุด 2,000 บาท และรับข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน

หรือ ผ่อนผ่าน Special SPayLater 0% นานถึง 6 เดือน พร้อมของแถมพิเศษและจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ เมื่อซื้อสมาร์ตโฟนที่ร่วมรายการจาก Infinix Official Store บน Shopee ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤศจิกายน 2565 อาทิ

  • Infinix Zero 20 (Exclusive) ราคา 7,999 บาท แถมฟรีเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลจาก Infinix มูลค่า 699 บาท (กดเพิ่มของแถม Add on deal)
  • HOT 20S ราคา 5,190 บาท
  • NOTE 12 G88 รุ่น 128+6GB ราคา 5,090 บาท
  • NOTE 12 G96 รุ่น 128+8GB ราคา 5,399 บาท
  • NOTE 12 G96 รุ่น 256+8GB ราคา 5,899 บาท
  • NOTE 12 PRO 4G ราคา 6,799 บาท
  • NOTE 12 PRO 5G ราคา 7,049 บาท
  • HOT 20 รุ่น 128+4GB ราคา 4,190 บาท
  • HOT 20 รุ่น 128+6GB ราคา 4,690 บาท
  • HOT 12i รุ่น 64+4GB ราคา 3,199 บาท

สำหรับราคาพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ จำกัดสิทธิ์เฉพาะในช่วงโปรโมชันเท่านั้น! โดยนักช้อปที่สนใจสามารถซื้อสมาร์ตโฟนอินฟินิกซ์ได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee Link: https://cutt.ly/uNGJy5n

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดี ๆ จากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-campaign-shopee-11-11-big-sale/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-campaign-shopee-11-11-big-sale

เปิดตัว Infinix Zero 5G 2023 มาพร้อมจอ 120Hz, ชิป Dimensity 1080, กล้องหลัง 3 ตัว 50MP และชาร์จไว 33W

หลังจากที่ Infinix เปิดตัว Infinix Zero 5G สมาร์ตโฟน 5G รุ่นแรกของบริษัทไปเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดได้เปิดตัว Infinix Zero 5G 2023 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมจุดเด่นหน้าจอ IPS LCD 6.78 นิ้ว พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, ใช้ชิปเซ็ท Dimensity 1080, ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 33W

สเปก Infinix Zero 5G 2023

Infinix Zero 5G 2023

ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบ Uni-Curve ด้วยขนาด 168.7 x 76.5 x 8.83 มม. และน้ำหนัก 201 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว อัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.5GHz ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 1080 5G , หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G68 MC4 จับคู่กับ RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 12

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Quad LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัส
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ Hi-Res Audio, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ต USB Type-C, วิทยุ FM และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh พร้อมรองรับการเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W

ทั้งนี้ Infinix Zero 5G 2023 มีให้เลือก 3 เฉดสี ไดแก่ สีดำ สีส้ม และสีขาว ส่วนราคา และวันวางจำหน่ายเบื้องต้นยังไม่มีการประกาศออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-zero-5g-2023-quietly-announced/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-zero-5g-2023-quietly-announced

รีวิว Infinix HOT 20S เกมมิ่งสมาร์ตโฟนจอลื่นไหล 120Hz ผสานพลังชิป Helio G96 ในราคาไม่ถึง 6,000บาท

Infinix ยังคงเดินหน้ารุกตลาดเกมมิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์โฟนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว Infinix HOT 20 Series อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในสโลแกน “Booyah Now! – หนึ่งเดียว เพื่อชัยชนะ” พร้อมจับมือพันธมิตรอย่าง Garena Free Fire ชูจุดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ไฮเปอร์วิชั่นเกมมิ่งพร้อมรีเฟรชเรทลื่นไหล, ชิปเซ็ทสายเกมตัวแรงพร้อมระบบ AI ปรับกราฟฟิคอัจฉริยะในดีไซน์เรียบหรูทันสมัย ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้

โดย Infinix HOT 20 Series ประกอบด้วย Infinix HOT 20, Infinix HOT 20i และ Infinix HOT 20S ซึ่งรุ่นที่ทางทีม MobileOcta ได้มารีวิวคือ Inifnix HOT 20S สมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวตึงแห่งยุค รุ่นท็อปสุดของซีรีส์ ด้วยจุดเด่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ใช้ชิป MediaTek Helio G96 หน่วยความจำสูงสุดถึง 128GB สามารถเพิ่ม Extended RAM ได้สูงถึง 13GB ในช่วงราคาไม่เกิน 6,000 บาท (คุ้มค่าที่สุดในช่วงราคาเดียวกัน)

และทาง Infinix ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมกับทาง Free Fire ผลิต Limited Edition Package มอบไอเทมสุดพิเศษทั้งในเกมและนอกเกมมากมาย พร้อมดึงสาวๆ เกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่มาแรงอย่าง “PiXXiE” (พิกซี่) มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของทางแบรนด์ที่มีแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อตอบโจทย์ความเป็น Gaming and Entertainment Smart Phone และสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ในตลาดประเทศไทย

เพื่อไ่ม่ให้เสียเวลา มาดูกันว่า Infinix HOT 20S จะเล่นเกมได้ลื่นไหลแค่ไหนในรีวิวกันเลย

Infinix HOT 20S

สเปคเบื้องต้น Infinix HOT 20S

ขนาด 168.65 x 76.75 x 8.47 มม.
น้ำหนัก 202 กรัม
หน้าจอ Punch Hole Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2460 พิกเซล (396 ppi) ขนาด 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และความสว่างสูงสุด 500nits
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.05GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek MT6781 Helio G96 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2
RAM 8GB (UP TO 13GB EXTENDED RAM)
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 512GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Quad LED ประกอบด้วย
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6, (wide) และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่สองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช Dual LED

ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 12
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, Bluetooth 5.0, GPS with A-GPS, FM Radio, USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 2G: B3|8
3G: B1|8
4G: B1|3|7|8|20|28A

2G: B2|3|5|8
3G: B1|5|8
4G: B1|3|5|8|38|40|41(120M)
2G: B2|3|5|8
3G: B1|2|4|5|8
4G: B1|2|3|4|5|7|8|20|28A|28B|38|40|41(120M)

NETWORK 4G/3G/2G

แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W พร้อมเทคโนโลยี Power Marathon ที่ประหยัดพลังงาน
สี สีดำ (SONIC BLACK) และสีขาว (LIGHT RIDER WHITE)
ราคา ราคา  5,899 บาท 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

สำหรับกล่องแพ็คเกจจิ้งของ Infinix HOT 20S ทาง Infinix ได้ร่วมกับ Free Fire ผลิต Infinix x FreeFire Special Limited Edition Box Set ที่บนกล่องจะมีตัวละคร Free Fire อันเป็นที่รักอย่าง Kelly ซึ่งรวมอยู่ในธีม UI ของ HOT 20 Series โดย Kelly จาก Free Fire เป็นที่รู้จักในด้านความคล่องแคล่วในจักรวาล Free Fire ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ของ HOT 20 Series – “FAST AND FUN”

นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ เคส และสติกเกอร์ใน Special Limited Edition Box Set ยิ่งไปกว่านั้นภายในเกมยังมีของสะสมอย่างร่มชูชีพและเป้สะพายหลังสุดเท่ที่มีสัญลักษณ์ Infinix บนนั้นอีกด้วย

ส่วนกล่องแพ็คเกจจิ้งของ Infinix HOT 20S เป็นกล่องกระดาษแข็งสีเขียว ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่ โดยด้านล่างระบุใช้ชิปเซ็ท Helio G96 พร้อมหน้าจอแสดงผล 120Hz FHD+HyperVision Display

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเบื้องต้นเช่น ชนาดตัวเครื่อง, หน่วยความจำ, หน้าจอแสดงผล, ความละเอียดกล้องหน้าและกล้องหลัง เป็นต้น พร้อมข้อมูลผู้ผลิต และผู้นำเข้า

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1.ตัวเครื่อง Infinix HOT 20S

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 18W

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสพลาสติกใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

6,บัตรเชิญเข้าสู่ XCLUB ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของผู้ใช้สมาร์ตโฟน Infinix

อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 18W

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Infinix HOT 20S มาพร้อมดีไซน์สวยหรู ทันสมัย ตัวเครื่องมีขนาด 168.65 x 76.75 x 8.47 มม. น้ำหนัก 202 กรัม ค่อนข้างมีน้ำหนักหน่อยจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ภายใน แต่ด้วยความบางของเครื่อง จึงให้สัมผัสที่พอดี ช่วยให้การเคลื่อนไหวตัวเครื่องเพื่อคอนโทรลคล่องมากขึ้น

ฝาหลังใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเคลือบเงา มีลวดลายเท็กเจอร์เปลี่ยนตามแสงกระทบ โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ (SONIC BLACK) และสีขาว (LIGHT RIDER WHITE) ซึ่งสีที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มารีวิวคือ สีดำ (SONIC BLACK)

หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2460 พิกเซล (396 ppi) ขนาด 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และความสว่างสูงสุด 500nits

ตรงกลางด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ที่อยู่ด้านขวาบน รวมทั้งมีช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ อาทิ LIGHT SENSOR และ PROXIMITY SENSOR เป็นต้น อีกทั้งมีช่องลำโพงสนทนาอยู่ตรงกลางด้านบนสุดด้วย

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช Quad LED

โดยกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6, (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card 1 ช่องสูงสุด 512GB

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังบนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C 2.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือถ่ายโอนข้อมูล และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

Infinix HOT 20S รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 12 ที่ทาง Infinix เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเอง โดยมีหน้าตาเมนูที่ดูสวยงาม มี Theme ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย อีกทั้งมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจอย่าง Freeze หรือตู้แช่แข็ง ที่สามารถย้ายแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ หรือแอปที่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือแอบทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งสามารถย้ายเข้าไปเก็บไว้ได้ ทำให้แอปเหล่านั้นหยุดการทำงานทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าตา UI สุดเท่ไม่เหมือนใคร จากความร่วมมือกับทาง Free Fire สมาร์ตโฟน Infinix HOT 20 Series จึงมากับสโลแกน “Booyah Now! – หนึ่งเดียว เพื่อชัยชนะ” ด้วยความร่วมมือนี้เอง Infinix HOT 20S จึงมีวอลเปเปอร์ธีม 4 แบบสุดพิเศษสำหรับแฟนๆ Freefire โดยเฉพาะ ปรับแต่งตัวละครสี่ตัว Kelly, Moco, Hayato และ Kla มาเป็นไอคอน หน้าจอ ข้อความตัวอักษร สภาพอากาศ และรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมาย ให้ได้เลือกเปลี่ยนได้ตามใจชอบ  

และมาพร้อมชุดเสียงเรียกเข้า และการแจ้งเตือนพิเศษของ Free Fire ให้เข้ากับธีมหน้าจอ

Infinix HOT 20 S ใช้หน้าจอแสดงผล 120Hz FHD+ HyperVision Gaming Pro ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมอัตราการรีเฟรชที่ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งทำงานขณะเล่นเกม และชมภาพยนตร์เพื่อให้คุณภาพของภาพที่คมชัดเป็นพิเศษ พร้อมเทคโนโลยี Dark Region Enhancement ใหม่ถูกรวมเข้ากับอุปกรณ์ด้วย AI อัลกอริธึมความละเอียดเพื่อปรับแต่งคอนทราสต์ของหน้าจอและปรับปรุงความคมชัดแม้ในสภาพแสงจ้า เช่น แสงแดดจ้า

เพื่อแก้ปัญหาความสมดุลระหว่างภาพที่ราบรื่นและการสิ้นเปลืองพลังงาน Infinix HOT 20 S มอบอัตรารีเฟรชเรทแบบสวิตช์อัตโนมัติที่ 60Hz / 90 Hz / 120 Hz ให้กับผู้ใช้เพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส Touch Sampling Rate Rate 240Hz เพื่อประสบการณ์ที่นุ่มนวลทุกครั้งที่เลื่อน การอัปเดตเหล่านี้ช่วยปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกมทาให้ผู้ใช้สามารถปรับการเล่นเกมได้อย่างแม่นยำโดยมีการป้อนข้อมูลล่าช้าน้อยลง

รองรับ 2 SIM แบบ dual sim dual standby สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power ที่ด้านขวาข้างครื่อง

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-infinix-hot-20s/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-infinix-hot-20s