คลังเก็บป้ายกำกับ: INFINIX

Infinix ส่งโปรโมชันแล็ปท็อปราคาดี ใน JD CENTRAL BIRTHDAY FEST มอบคูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท* พร้อมของแถมพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 ก.ย. นี้

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมและกำลังเติบโตในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ จัดหนักมอบโปรโมชันส่งท้ายปลายเดือน ช้อปจุใจกับส่วนลดพิเศษในแคมเปญ JD CENTRAL 9.28 BIRTHDAY FEST ด้วยกองทัพแล็ปท็อปรุ่นยอดนิยม INBOOK X1 และ INBOOK X2 ที่ลดราคากันแบบจัดเต็มเอาใจขาช้อปและผู้ที่กำลังมองหาแล็ปท็อปคุณภาพดี กับคูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท*

รับประกันสินค้านาน 2 ปี พร้อมของแถมสุดปัง เม้าส์ HP Wireless 200 และ หูฟังไร้สาย Infinix TWS XE20 เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ส่งฟรีทั่วประเทศ ไม่มีขั้นต่ำ และผ่อน 0% สูงสุดนาน 10 เดือน โดยสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน JD CENTRAL ระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน 2565 เท่านั้น!

สำหรับไฮไลต์สินค้าและโปรโมชันแล็ปท็อป พร้อมสิทธิพิเศษมากมายจาก Infinix อาทิ

  • Infinix INBOOK X2 รุ่น Intel Core i3 ราคา 8,990 บาท
  • Infinix INBOOK X1 รุ่น Intel Core i3 ราคา 9,990 บาท
  • Infinix INBOOK X1 รุ่น Intel Core i5 ราคา 14,990 บาท
  • Infinix INBOOK X1 PRO รุ่น Intel Core i7 ราคา 17,990 บาท
  • พิเศษ! คูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท* 
  • เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 5,000 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดสูงสุด 350 บาท*
  • เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 15,000 สามารถใช้คูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท*
  • คูปองส่วนลด สามารถเก็บได้ตั้งแต่วันที่ 22 – 30 กันยายน 2565
  • รับประกันสินค้า นาน 2 ปี
  • ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน* พร้อมส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ  
  • ทุกออเดอร์ แถมฟรี เม้าส์ HP Wireless 200
  • 100 ออเดอร์แรก รับฟรี หูฟังไร้สาย Infinix TWS XE20 (ของแถมจะถูกจัดส่งหลังจบแคมเปญ 2 สัปดาห์)

ผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน JD CENTRAL Link : https://cutt.ly/kVfBsoK จำกัดสิทธิ์เฉพาะในช่วงวันที่ 28 – 30 ก.ย. 2565 นี้ เท่านั้น! พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ จากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-sends-a-good-price-laptop-promotion-at-jd-central-birthday-fest/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-sends-a-good-price-laptop-promotion-at-jd-central-birthday-fest

รวม 6 มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท สเปคดีซื้อไว้ให้ลูกหลานใช้ก็โอเค อัพเดทปลายปี 2022

มือถือราคาไม่เกิน 3000 ช่วงปลายปี 2022 นี้มีรุ่นสเปคดีน่าสนใจให้เลือกอยู่นะ

Share image Edit Name 2smtphne 1

ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 2000 บาทให้พ่อค้าแม่ค้าซื้อไว้ใช้ทำธุรกรรมการเงินแล้ว แต่ในมุมของผู้เขียนเห็นว่ามือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท จะเป็นระดับราคาที่ได้สเปคดีพอใช้เป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเอาไว้เล่นโซเชียล, ถ่ายภาพ, รับส่งข้อความและอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา และยังพอเล่นเกมแนว MOBA หรือ Tower Defense ได้ระดับหนึ่งด้วย

Advertisementavw

ยิ่งไปกว่านั้น มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท จะเป็นระดับราคาที่หาสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ชั้นนำมาใช้งานได้แล้ว ไม่ได้เป็นแบรนด์ระดับท้องถิ่นชื่อไม่คุ้นหูจนต้องลุ้นกันว่าถ้ามือถือมีปัญหาแล้วจะหาที่ซ่อมแล้วเคลมได้ไหม เพราะเมื่อเป็นแบรนด์ชั้นนำก็ดไม่ต้องห่วงเรื่องบริการหลังการขายเลยก็ได้ ถ้ามีปัญหาก็โทรให้ทางแบรนด์ช่วยดูแลได้เลย

มือถือราคาไม่เกิน 3000

สรุปสเปคมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ทั้ง 6 รุ่น มีแบรนด์ไหนให้เลือกบ้าง?

สเปคมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท หน้าจอ ชิป

RAM, ROM

ระบบปฏิบัติการ

การเชื่อมต่อ กล้อง แบตเตอรี่
(mAh)
ราคา
(บาท)
VIVO Y85 6.22″ HD IPS MediaTek Helio P22

4/64GB

MicroSD
256GB

Funtouch OS 4.0
(Android 8.1)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 2.4GHz

Bluetooth 4.2

กล้องหน้า
8 ล้าน

กล้องหลัง
13 และ 2 ล้านพิกเซล

3,260
mAh
2,000
Nokia C2 2nd 5.7″ HD IPS MediaTek
Quad-core

2/32GB

MicroSD
256GB

Android 11 Go Edition

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
2 ล้าน

กล้องหลัง 5 ล้าน

2,400
mAh

ถอดได้

2,490
Nokia C10 6.5″ HD+
IPS
Unisoc SC7331e

2/32GB

MicroSD
256GB

Android 11 Go Edition

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

3G

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหลัง 5 ล้าน

3,000
mAh
2,590
Infinix Smart 6 HD 6.6″ HD IPS Unisoc SC9863A

2/32GB

MicroSD
512GB

XOS 7.6 
(Android 11 Go Edition)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหน้า
8 ล้าน

5,000
mAh
2,699
Samsung Galaxy A01 5.7″ HD TFT LCD Qualcomm Snapdragon 439

2/16GB

MicroSD
512GB

One UI
(Android 10)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
2 ล้าน

กล้องหน้า
13+2 ล้าน

3,000
mAh
2,890
Xiaomi Redmi 9A 6.53″ HD MediaTek Helio G25

2/32GB

เพิ่ม MicroSD Card ได้

MIUI 12
(Android 10)

MicroUSB

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

4G

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

กล้องหน้า
5 ล้าน

กล้องหน้า
13 ล้าน

5,000
mAh
2,999

6 มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทน่าใช้ ซื้อไว้ให้ลูกหลานใช้ก็โอเค

ผู้ใช้คนไหนที่อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทไว้ใช้เองหรือจะซื้อให้คนรอบตัวไว้ใช้งานแทนมือถือเครื่องเก่าที่ใกล้เสียแล้ว หรือจะหาเอาไว้เป็นเครื่องสำรองก็โอเคเช่นกัน โดยทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. VIVO Y85 (2,000 บาท)
  2. Nokia C2 2nd (2,490 บาท)
  3. Nokia C10 (2,590 บาท)
  4. Infinix Smart 6 HD (2,699 บาท)
  5. Samsung Galaxy A01 (2,890 บาท)
  6. Xiaomi Redmi 9A (2,999 บาท)
1. VIVO Y85 (2,000 บาท)

3a9aaad767bee1f5f54695d8cd520c45 1 1

สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำอย่าง VIVO Y85 นั้นแม้จะเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ดีและราคาไม่แพงมาก หากเน้นใช้งานทั่วไป, เปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คและเรียนออนไลน์ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ขนาดของ VIVO Y85 อยู่ที่ 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD (1520×720) พาเนล IPS ติดตั้งชิปเซ็ต MediaTek Helio P22 แบบ Octa-core มาให้ในตัว มีหน่วยความจำในเครื่องเป็น RAM 4GB, ROM 64GB เติม MicroSD Card ได้ 256GB รันระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.0 พัฒนาจาก Android 8.1 ในตัว รองรับคลื่น 4G และเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz, Bluetooth 4.2, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microUSB ได้ ติดตั้งกล้องหลัง 13 ล้านและ 2 ล้านพิกเซลมาให้ กับกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 3,260mAh หากไม่เกี่ยงว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เก่าแล้ว แค่ขอให้ใช้ทำงานได้ดีก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้

สเปคของ VIVO Y85
  • Display : 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD (1520×720) พาเนล IPS
  • Chipset : MediaTek Helio P22 แบบ Octa-core
  • Storage : RAM 4GB, ROM 64GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Funtouch OS 4.0 พัฒนาจาก Android 8.1
  • Camera :
    • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 และ 2 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 2.4GHz, Bluetooth 4.2
  • Battery : 3,260mAh
  • Price : 2,000 บาท (Trend_phone Shopee)
2. Nokia C2 2nd (2,490 บาท)

f988d78629741aa69af089558af63d79

Nokia C2 2nd เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่นอกจากจะแข็งแรงทนทาน ใส่ได้สองซิมและขนาดตัวเครื่องใหญ่กำลังพอดีมือแล้ว ยังรองรับ 4G และยังสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้อีกด้วย โดยสมาร์ทโฟน Nokia นี้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android Go Edition ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ Android ที่ไม่กินทรัพยากรตัวเครื่องมากแต่ก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้ Android ตัวเต็มเลย

ขนาดหน้าจอของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้อยู่ที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (960×480) พาเนล IPS ติดตั้งชิปเซ็ต MediaTek แบบ Quad-core ความเร็ว 1.5GHz พร้อมหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB รองรับ MicroSD Card Reader 256GB รันระบบปฏิบัติการ Android 11 (Go Edition) รองรับการเชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi, Bluetooth 5.0, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. ในตัว ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 5 ล้าน กับกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ 2,400mAh แบบถอดได้ติดตั้งมาให้ด้วย หากใครอยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท แต่ลื่นไหลไม่แพ้รุ่นที่แพงกว่าและงานประกอบสวยแข็งแรงทนทาน ก็ซื้อ Nokia เครื่องนี้มาใช้งานได้เลย

สเปคของ Nokia C2 2nd
  • Display : 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (960×480) พาเนล IPS
  • Chipset : MediaTek แบบ Quad-core ความเร็ว 1.5GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi, Bluetooth 5.0
  • Battery : 2,400mAh
  • Price : 2,490 บาท (Nokia Shopee Mall)
3. Nokia C10 (2,590 บาท)

f7e0e1e95ab39f28df6037e2b6aabb52

ถัดมาเป็น Nokia C10 ซึ่งมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า C2 2nd ในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดสเปคในหลายๆ ส่วนให้ดียิ่งขึ้น และยังใช้ระบบปฏิบัติการ Android Go Edition ให้สมาร์ทโฟนสามารถรันแอพฯ ต่างๆ ได้ไหลลื่นและยังได้รับการอัพเดทต่อเนื่องอีกด้วย

ขนาดของ Nokia C10 ได้หน้าจอ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1600) พาเนล IPS ใช้ชิปเซ็ต Unisoc SC7331e แบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3GHz พร้อมหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB ใส่ MicroSD Card เพิ่มได้ 256GB และรันระบบปฏิบัติการ Android 11 Go Edition รองรับการอัพเดทต่อเนื่อง รองรับการเชื่อมต่อ 3G, W-Fi 5, Bluetooth 4.2, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. ติดตั้งกล้องหน้าและหลังความละเอียดตัวละ 5 ล้านพิกเซลมาให้ใช้งาน ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 3,000mAh ออกแบบให้ถอดแยกจากตัวเครื่องได้ ซึ่งถ้าใครหามือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ได้หน้าจอใหญ่ด้วยก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้

สเปคของ Nokia C10
  • Display : 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1600) พาเนล IPS
  • Chipset : Unisoc SC7331e แบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 256GB
  • OS : Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 3G, Wi-Fi 5, Bluetooth 4.2
  • Battery : 3,000mAh
  • Price : 2,590 บาท (Nokia Shopee Mall)
4. Infinix Smart 6 HD (2,699 บาท)

bg

Infinix Smart 6 HD รุ่นนี้เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่น่าสนใจมาก เพราะว่าขนาดตัวเครื่องใหญ่และสเปคคุ้มเกินตัวแล้วยังได้แบตเตอรี่เยอะ เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท แล้วเอาหน้าจอใหญ่สักหน่อย

ขนาดหน้าจอของ Infinix Smart 6 HD ใหญ่ถึง 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) พาเนล IPS ติดตั้งชิป Unisoc SC9863A แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.6GHz มาให้ในตัวพร้อมหน่วยความจำ RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512Gb ติดตั้งระบบปฏิบัติการ XOS 7.6 พัฒนาจาก Android 11 (Go Edition) เชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth, ช่องหูฟัง 3.5 มม., MicroUSB ได้ มีกล้องหน้า 5 ล้านและกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์อีกด้วย ด้านความน่าไว้ใจของแบรนด์ Infinix ณ ตอนนี้ เชื่อว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มั่นใจคุณภาพของแบรนด์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าจะซื้อมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทก็ซื้อแบรนด์นี้ไปใช้งานได้

สเปคของ Infinix Smart 6 HD
  • Display : 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) พาเนล IPS
  • Chipset : Unisoc SC9863A แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.6GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB
  • OS : XOS 7.6 พัฒนาจาก Android 11 (Go Edition)
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth
  • Battery : 5,000mAh
  • Price : 2,699 บาท (Deviceplus Shopee)
5. Samsung Galaxy A01 (2,890 บาท)

9720da4e7b4f0c4f2efad1824a0bff1a

สำหรับมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท ก็มี Samsung Galaxy A01 ให้เลือกด้วย ซึ่งชื่อชั้นของ Samsung เรื่องบริการหลังการขายและอุปกรณ์เสริมต่างๆ นั้นมีให้ใช้งานและได้รับการอัพเดทเฟิร์มแวร์อย่างต่อเนื่องแน่นอน

ขนาดหน้าจอของมือถือเครื่องนี้อยู่ที่ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1560) พาเนล TFT LCD ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 439 แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz มีหน่วยความจำในเครื่อง RAM 2GB, ROM 16GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB รันด้วยระบบปฏิบัติการ One UI พัฒนามาจาก Android 10 รองรับการเชื่อมต่อ 4G, W-Fi 5, Bluetooth 5.0, MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. กล้องด้านหลังเครื่องมีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ในตัว 3,000mAh ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งถ้าใครต้องการมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาท เอาไว้ใช้ก็ซื้อเครื่องนี้ไปได้เลย

สเปคของ Samsung Galaxy A01
  • Display : 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1560) พาเนล TFT LCD
  • Chipset : Qualcomm Snapdragon 439 แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 16GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ 512GB
  • OS : One UI พัฒนามาจาก Android 10
  • Camera :
    • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 กับ 2 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 3,000mAh
  • Price : 2,890 บาท (WeMall Shopee Mall)
6. Xiaomi Redmi 9A (2,999 บาท)

9a 02

Xiaomi Redmi 9A เครื่องนี้เป็นมือถือราคาไม่เกิน 3000 บาทที่ยังคงหาซื้อได้ในปัจจุบันนี้และสเปคถือว่าเหมาะกับการใช้งานทั่วไปอย่างรับส่งข้อความ, เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือจะเล่นเกมฆ่าเวลาสักหน่อยก็ได้ไม่มีปัญหา

ขนาดของตัวเครื่องจัดว่าใหญ่กำลังดี หน้าจอมีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600) รันด้วยชิป MediaTek Helio G25 แบบ Octa-core ความเร็ว 2.0GHz มีหน่วยความำจในเครื่อง RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ MIUI 12 พัฒนาจาก Android 10 รองรับการเชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0, MicroUSB และช่องหูฟัง 3.5 มม. มีกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ติดตั้งมาให้ใช้งาน ส่วนแบตเตอรี่ในตัวมีความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์ด้วย แม้ Redmi 9A จะเปิดตัวมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังหาซื้อได้และเป็นตัวเลือกที่ดีหากจะซื้อมือถือรคาไม่เกิน 3000 บาทไว้ใช้สักเครื่อง

สเปคของ Xiaomi Redmi 9A
  • Display : 6.53 นิ้ว ความละเอียด HD (720×1600)
  • Chipset : MediaTek Helio G25 แบบ Octa-core ความเร็ว 2.0GHz
  • Storage : RAM 2GB, ROM 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้
  • OS : MIUI 12 พัฒนาจาก Android 10
  • Camera :
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • Connectivity : MicroUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม., 4G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 10 วัตต์
  • Price : 2,999 บาท (Xiaomi Official Shopee Mall)

creative christians HN6uXG7GzTE unsplash 1

จากบทความก่อนที่ผู้เขียนแนะนำมือถือราคาไม่เกิน 2000 บาทไปแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนอยากแนะนำให้ขยับมาซื้อกลุ่มราคาไม่เกิน 3000 บาท แบบนี้มากกว่า เพราะนอกจากจะได้มือถือที่สเปคดีขึ้น ใช้งานจริงได้ไหลลื่นกว่า ยังมีแบรนด์ชั้นนำให้เลือกอีกหลายรุ่นจึงสบายใจเรื่องศูนย์บริการได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3g142 1

Share image Edit Name 2printeronline 1

Share image Edit Name 1smartphone 1

from:https://notebookspec.com/web/667098-6-smartphone-under-3000-baht

Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท

Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท
Noppinij

อินฟินิกซ์ (Infinix) เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงของแบรนด์ Infinix ZERO X PRO มาพร้อมกล้องเลนส์ซูมระยะไกลสูงถึง 60 เท่า ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และมีระบบกันสั่นแบบ OIS คุ้มค่าในช่วงราคาไม่เกิน 7,000 บาท โดยรุ่นนี้มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโปรเซสเซอร์เกมมิ่งระดับรุ่นเรือธงจาก MediaTek Dual-Chip Helio G95 สามารถรับชมความบันเทิงได้อย่างคมชัด เต็มตา เต็มอารมณ์ด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว FHD+ อัตรารีเฟรชเรท 120Hz แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับชาร์ตเร็ว 45W กำหนดวางจำหน่ายแบบ Online Exclusive ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee และ Lazada พร้อมรับฟรีของแถมสุดพิเศษ Infinix TWS XE20, Cooling Fan และ 3 in 1 Data Line มูลค่ารวม 1,548 บาท เริ่มขายวันที่ 9 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

KV Infinix ZERO X PRO | 60x | Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท

ถ่ายภาพดวงจันทร์คมชัด ด้วยเลนส์ซูมไกล 60X ความละเอียด 108MP

Infinix ZERO X PRO รุ่นแรกของค่ายกับกล้องถ่ายภาพบนมือถือที่มีเทคโนโลยีเลนส์กล้องทางยาวโฟกัสประสิทธิภาพสูง ซูมระยะไกลได้ถึง 60 เท่า และมาพร้อมกับโหมด Super Moon ที่สามารถถ่ายดวงจันทร์หรือท้องฟ้ายามค่ำคืนได้แบบชัดเจนโดยไม่ต้องปรับแต่งการตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยาก โดยในรุ่นนี้ยังได้มีการติดตั้งระบบกันสั่นที่ช่วยล็อคโฟกัสเพื่อให้การถ่ายภาพในตอนกลางคืนคมชัด ลดภาพเบลอ ด้วยกล้อง OIS ultra-night Venti ที่มาพร้อมกับความละเอียด 108 ล้านพิกเซล จึงทำให้สามารถจับทุกรายละเอียดของภาพในทุกมุมมองได้อย่างมืออาชีพ ส่วนกล้องหน้ารุ่นนี้มีไฟแฟลชคู่ ผสานกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ AI ความละเอียด                16 ล้านพิกเซล ที่ช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้เซลฟี่ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Pro Night Style ที่ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพในที่มืดหรือมีแสงน้อยได้อย่างสวยงาม จึงทำให้บันทึกภาพในช่วงเวลาสุดพิเศษได้อย่างน่าประทับใจ

ตอบโจทย์ทุกการใช้งานที่ลื่นไหลด้วย MediaTek Dual-Chip Helio G95

สำหรับรุ่นนี้ได้ขับเคลื่อนการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและทรงพลัง ด้วยโปรเซสเซอร์เกมระดับเรือธงแบบ Dual-Chip Helio G95 จาก MediaTek ที่ทำให้สมาร์ตโฟนใช้งานได้อย่างลื่นไหล เช่น การเล่นเกมหรือการสตรีมวิดีโอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Octa-core ที่มีหน่วยประมวลผลด้านประสิทธิภาพแบบ Arm Cortex-A79 สองตัวที่มีความเร็วสัญญาณ 2.5 GHz และหน่วยประมวลผลกราฟิก Arm Cortex-A55 จำนวน               6 คอร์ที่ทำงานสูงสุดถึง 2GHz ที่ให้ทุกการใช้งานมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การตอบสนองที่เร็วขึ้น สามารถใช้งานได้ราบรื่นและเชื่อมต่อได้ดียิ่งขึ้น

Infinix ZERO X PRO 1 | 60x | Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท

เหนือกว่าด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรช 120Hz

            สมาร์ตโฟน Infinix ZERO X PRO รุ่นนี้มาพร้อมการดีไซน์ที่หรูหรา ทันสมัย ด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม แข็งแรงทนทาน ใช้งานง่ายและจับถนัดมือ ที่มาพร้อมกับประสบการณ์การรับชมภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยจอภาพแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียดสูงแบบ FHD+ ที่ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง และช่วยให้เพลิดเพลินกับความบันเทิงได้อย่างสบายตาทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน และภาพมีความลื่นไหลต่อเนื่องด้วยอัตราการรีเฟรชที่ 120Hz และอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอที่ 240Hz ซึ่งเหมาะต่อการเล่นเกม รับชมภาพยนตร์ และดูคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว

Infinix ZERO X PRO | 60x | Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท

แบตเตอรี่ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45 วัตต์ เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

            มอบประสบการณ์การเล่นเกมยาวนานด้วยแบตเตอรี่อึด ถึก ทน ขนาดความจุ 4500mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วปลอดภัยกำลังไฟ 45 วัตต์ ที่ช่วยให้การชาร์จแบตกลับมามีพลังงาน 100% ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมรองรับการเล่นเกมต่อเนื่องยาวนาน และสามารถสแตนบายการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

แฟนๆ อินฟินิกซ์ห้ามพลาด! Infinix ZERO X PRO พร้อมเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในราคา 6,999 บาท วางจำหน่ายแบบ Online Exclusive เริ่มวันแรกตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 เป็นต้นไป พร้อมรับฟรีของแถมลิมิเต็ดสุดพิเศษ Infinix TWS XE20, Cooling Fan และ 3 in 1 Data Line มูลค่ารวม 1,548 บาท ผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee Link: https://bit.ly/3CG3T7i และ Lazada Link: https://bit.ly/3CROAZ4 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.infinixmobility.com/th

ข่าว: Infinix เปิดตัว ZERO X PRO ล้ำด้วยกล้อง 108ล้านพิกเซล พร้อมซูมไกล 60X เปิดขายไทยเพียง 6,999 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/launch-infinix-zero-x-pro-108-mp-60x/

Infinix ZERO X PRO สเปคจัดเต็ม จอ OLED 120Hz กล้อง 108MP เลนส์ซูม Periscope ชิป Helio G95 เปิดราคา 6,699 บาท

Infinix ZERO X PRO สมาร์ทโฟนสเปคสุดคุ้มที่มากับจุดขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 108MP ซูมสูงสุด 60X หรือจะเป็นหน้าจอแบบ AMOLED สีสวยสดความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูง 120Hz พร้อมสเปคที่ใช้งานได้ลื่นไหล แถมยังมีชาร์จไว 45W มาให้อีกด้วยค่ะ เห็นสเปคแน่น ๆ แบบนี้ พอเห็นราคาแล้วยิ่งว้าวเลยค่ะ เพราะเปิดมาแค่ 6,699 บาทเท่านั้นเอง

nfinix ZERO X PRO มีหน้าจอแสดงผลขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 × 2400 พิกเซล) ใช้ดีไซน์เจาะรูสำหรับกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ใช้พาเนลแบบ AMOLED ให้ภาพสีสันสดใส และยังมีอัตราการรีเฟรชสูง 120Hz ไถหน้าจอ ไถฟีดได้ลื่นไหลสุด ๆ ค่ะ

Infinix ZERO X PRO มีกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ด้านหลังมีกล้อง 3 ตัว โดยกล้องหลักความละเอียด 108MP มีระบบกันสั่นแบบ OIS และกล้อง Telephoto ที่ใช้เลนส์แบบ Periscope ความละเอียด 8MP ซูม Optical 5x และซูม Digital สูงสุดได้ถึง 60x ส่วนเลนส์สุดท้ายจะเป็น Ultra-Wide ความละเอียด 8MP

แถมยังมีระบบ Galileo Engine ที่ใช้อัลกอริทึ่มต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้ Infinix Zero X Series สามารถถ่ายดวงจันทร์ได้แบบชัดเจนไม่ต้องปรับแต่งการตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยาก

ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G95 Octa Core มี RAM 8GB รองรับ Memory Fusion เพิ่มได้อีก 3GB รวมเป็น 11GB มีที่เก็บข้อมูล 128GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB แบตเตอรี่ 4,500mAh พร้อมรองรับการชาร์จ 45W ส่วนระบบปฏิบัติการเป็น XOS 7.6 ครอบบน Android 11

สเปค INFINIX ZERO X PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Helio G95
  • RAM : 8GB รองรับ Memory Fusion เพิ่มได้ 3GB
  • ROM : 128GB ใส่ microSD Card เพิ่มได้อีก 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลัก 108MP (f/1.79), กันสั่น OIS
    • กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope 8MP (f/2.25) ซูม Optical 5x และ Digital 60x, กันสั่น OIS
    • กล้อง Ultra-Wide 8MP (f/3.4)
  • กล้องหน้า 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • การเชื่อมต่อ : Nano-SIM 3G ,4G VoLTE, Wi-Fi 802.11b/g/n, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh ชาร์จไว 45W
  • ระบบปฏิบัติการ XOS 7.6 บนพื้นฐาน Android 11

Infinix ZERO X PRO มีเฉพาะรุ่น 8GB / 128GB ในประเทศไทย เปิดราคามาเพียง 6,699 บาทเท่านั้น เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2022 เป็นต้นไปทาง Lazada และ Shopee เท่านั้นค่ะ

 

ที่มา Infinix Mobile

from:https://droidsans.com/officially-infinix-zero-x-pro-series-th/

รีวิว Infinix NOTE 12 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ราคาต่ำหมื่น จัดเต็มด้วยกล้อง 108MP, จอ AMOLED และชาร์จไว 33W

เปิดตัว และวางจำหน่ายในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Infinix NOTE 12 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G รุ่นใหม่ล่าสุดของ Infinix ที่มาพร้อมสโลแกน ”Arena Grand Master – ที่สุด ทุกสมรภูมิ”  โดยมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าด้วยชิปเซ็ต 6nm MediaTek Dimensity 810 รองรับสัญญาณ 5G 

พร้อมยกระดับการถ่ายภาพด้วยกล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานด้วยหน่วยพื้นที่ความจำ 256 GB เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด รวมทั้งหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5,000 mAh และรองรับชาร์จเร็ว 33W วัตต์ ในราคาไม่ถึงหมื่น 

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะจัดรุ่นนี้ดีไหม มาดูกันว่า Infinix NOTE 12 Pro 5G จะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนในรีวิวกันเลย

Infinix NOTE 12 Pro 5G

สเปคเบื้องต้น Infinix NOTE 12 Pro 5G

ขนาด 164.7 x 76.9 x 8 มม.
น้ำหนัก 188 กรัม
หน้าจอ Dot Drop Display แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (393 ppi) ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6833P Dimensity 810 (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2
RAM 8GB (UP TO 13GB EXTENDED RAM)
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 2TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Quad LED ประกอบด้วย
– กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide) และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่สองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช Dual LED

ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 10.6
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, Bluetooth 5.0, GPS with A-GPS, FM Radio, USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ GSM: B2|3|5|8
WCDMA: B1|5|8
FDD:B1|3|5|7|8|20|28
TDD:B38|40|41
sub6 TDD: n38/n40/n41/n77/n78
sub6 FDD: n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28

GSM: B2|3|5|8
WCDMA: B1|2|4|5|8
FDD:B1|2|3|4|5|7|8|20|28|66
TDD:B38|40|41
sub6 TDD: n38/n40/n41/n77/n78/n79
sub6 FDD:
n1/n2/n3/n4/n5/n8/n20/n28/n66/n71

NETWORK 5G/4G/3G/2G

แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W พร้อมเทคโนโลยี Power Marathon ที่ประหยัดพลังงาน
ราคา ราคา  8,299 บาท 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Infinix NOTE 12 Pro 5G เป็นกล่องกระดาษแข็งสีขาว ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่ โดยมุมขวาบนระบุหน่วยความจำขนาด RAM 8GB+128GB และด้านขวาล่างระบุรองรับเครือข่าว 5G Hyper-Fast

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเบื้องต้นเช่น ชนาดตัวเครื่อง, หน่วยความจำ, หน้าจอแสดงผล, ความละเอียดกล้องหน้าและกล้องหลัง เป็นต้น พร้อมข้อมูลผู้ผลิต และผู้นำเข้า

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1.ตัวเครื่อง Infinix NOTE 12 Pro 5G

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสพลาสติกใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

6,บัตรเชิญเข้าสู่ XCLUB ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของผู้ใช้สมาร์ตโฟน Infinix

อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Infinix NOTE 12 Pro 5G มาพร้อมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรู ทันสมัย ใช้วัสดุพรีเมียม แข็งแรง ทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ตัวเครื่องบางมีความหนาเพียง 7.8 มม. เพื่อให้ผู้ใช้งานพกพาสะดวก จับถนัดมือ และพึงพอใจมากที่สุด ฝาหลังมีลวดลายเท็กเจอร์ลายเส้นเป็นคลื่น พร้อมครอบทับด้วยกระจก โดยมีผิวสัมผัสด้าน ทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือ สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวมีสองเฉดสีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Force Black) และสีขาว (Snow Fall) ซึ่งสีที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มารีวิวคือ สีดำ (Force Black)

หน้าจอแสดงผล Dot Drop Display แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล (393ppi) ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และครอบทับกระจกกันรอย Gorilla Glass 3 ที่มีความแข็งแรงทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วน

ตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 รวมทั้งมีช่องลำโพงสนทนา และเซนเซอร์ต่าง ๆ อาทิ LIGHT SENSOR และ PROXIMITY SENSOR เป็นต้น อีกทั้งมีช่องลำโพงสนทนาอยู่ด้านบนสุดด้วย

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช Quad LED อยู่โมดูลสี่เหลี่ยม

โดยกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

รองรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 12000 x 9000 พิกเซล และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด
2K@30fps

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card 1 ช่องสูงสุด 2TB

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง โดยสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชั่นกดปุ่ม Power ติดต่อกันสองครั้งเพื่อเรียกใช้งานถ่ายภาพด่วน หรือกดปุ่ม Power พร้อมปุ่มลดเสียง เพื่อแคปหน้าจอ ตามการตั้งค่า และติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังบนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C 2.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือถ่ายโอนข้อมูล และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

Infinix NOTE 12 Pro 5G รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 10.6 ที่ทาง Infinix เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเอง โดยมีหน้าตาเมนูที่ดูสวยงาม มี Theme ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย อีกทั้งมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจอย่าง Freeze หรือตู้แช่แข็ง ที่สามารถย้ายแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ หรือแอปที่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือแอบทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งสามารถย้ายเข้าไปเก็บไว้ได้ ทำให้แอปเหล่านั้นหยุดการทำงานทั้งหมด

ส่วนหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้าจอหลัก ส่วนด้านขวาเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชั่น และสามารถเพิ่มได้ตามจำนวนแอปที่ดาวน์โหลดมา ด้านบนเมื่อใช้นิ้วแตะลากลงมาจะเป็นส่วนแสดงรายละเอียดเครือข่ายที่ใช้งาน กิจกรรมล่าสุด และการแจ้งเตือนต่างๆ

ส่วนด้านล่างมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มด้วยกันได้แก่ ปุม Recent Apps, ปุ่มโฮม ถ้ากดค้างไว้จะเข้าหน้า Google Assistant และปุ่มย้อนกลับ

รองรับ 2 SIM แบบ 5G Dual-SIM Dual-Standby สามารถใช้งาน 5G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง โดยรองรับ 5G

sub6 TDD: n38/n40/n41/n77/n78/n79
sub6 FDD: n1/n2/n3/n4/n5/n8/n20/n28/n66/n71

รวมทั้งมี Smart 5G ฟังก์ชันอัจฉริยะที่สามารถสลับระหว่างเครือข่าย 5G/4G ได้อย่างราบรื่นและอัตโนมัติ ลดการใช้พลังงาน และปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของโทรศัพท์

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Power ที่ด้านขวาข้างครื่อง

ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่มากถึง 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHD+ พร้อมมาตรฐานหน้าจอ DCI-P3 ทำให้รับชมคอนเทนต์คมชัดระดับ HD ที่สวยเป็นธรรมชาติ และยังมีลำโพงมาตรฐานเสียงแบบ DTS สามารถปรับโทนเสียงได้ตามสไตล์คุณอีกด้วย

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-infinix-note-12-pro-5g/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-infinix-note-12-pro-5g

Infinix จัดโปร! ช้อปสุดคุ้มส่งท้ายปลายเดือนกับ Lazada Payday พบสมาร์ตโฟนราคาพิเศษ ลดสูงสุด 950 บาท* ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. – 1 ก.ย.นี้

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมและกำลังเติบโตในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ จัดโปรแรงส่งท้ายปลายเดือนกับช่วงเวลา Flash Sale ใน Lazada Payday ขนขบวนสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นยอดนิยม

อาทิ NOTE 12 G96 รุ่น 8GB+256GB, NOTE 12 PRO, NOTE 12 PRO 5G, Smart 6 Plus, HOT 12 และ HOT 12 Play รุ่น 4GB+64GB ที่ลดราคากันแบบจัดหนัก ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 950 บาท* ราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท

พร้อมมอบความคุ้มค่าส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำเมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ และผ่อน 0% สูงสุดนาน 3 เดือน เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของมือถือได้ในราคาที่ดีที่สุด โดยสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Lazada ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 1 กันยายน 2565

เตรียมตัวให้พร้อมกับการช้อปสมาร์ตโฟนคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า ในช่วงเวลา Flash Sale รับส่วนลด พร้อมซื้อมือถือรุ่นต่างๆจาก Infinix อาทิ

  • Smart 6 Plus ราคาพิเศษเพียง 2,990 บาท
  • HOT 12 ราคาพิเศษเพียง 4,549 บาท
  • NOTE 12 G96 รุ่น 8GB+256GB ราคา 6,090 บาทพร้อมรับฟรีหูฟัง TWS XE20
  • NOTE 12 PRO 4G ราคา 7,290 บาท พร้อมรับฟรีหูฟัง TWS F9
  • NOTE 12 PRO 5G ราคา 7,349 บาท พร้อมรับฟรี Smart Watch T500
  • HOT 12 Play รุ่น 4GB+64GB ราคาพิเศษเพียง 3,790 บาท

สำหรับผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Lazada Link : https://cutt.ly/pXbMXHy  จำกัดสิทธิ์เฉพาะในช่วงวันที่ 25 ส.ค.- 1 ก.ย.นี้ เท่านั้น! พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ จากอินฟินิกซ์ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-organizes-a-promotion-end-the-end-of-the-month-with-lazada-payday/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-organizes-a-promotion-end-the-end-of-the-month-with-lazada-payday

เทียบสเปคมือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่นบาท ที่วางจำหน่ายในปี 2022 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง?

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 จนถึงปัจจุบันมีมือถือรองรับ 5G ที่มีสเปคและราคาน่าสนใจเปิดตัวและวางขายในประเทศไทยเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะมือถือ 5G ที่มีราคาไม่ถึงหมื่นบาท ในช่วงนี้เรียกว่ามีสเปครวม ๆ ที่เทียบกับราคาแล้วน่าใช้เลยล่ะ…วันนี้เราก็เลยมีมือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่น (หรือเกินนิดหน่อย) มาแนะนำกันครับ ว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นตรงไหน และน่าใช้ยังไงบ้าง

มือถือ 5G ราคา 5,xxx บาท

Redmi 10 5G (5,999 – 7,299 บาท)

มือถือราคาย่อมเยาที่สุดในลิสท์นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท สำหรับรุ่น 4/64GB และ 7,299 บาท สำหรับรุ่น 6/128GB โดยจะได้ทั้งหน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ชิป MediaTek Dimensity 700 ที่ใช้งานทั่วไปได้ไม่มีปัญหา และยังจะได้กล้องหลัง 50MP และแบตเตอรี่อึด ๆ 5000 mAh ด้วย เรียกว่าคุ้มสุด ๆ และเอื้อมถึงได้ง่ายมาก ๆ สำหรับคนที่อยากได้มือถือ 5G ไว้ใช้ซักเครื่อง

สเปค REDMI 10 5G

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 700 5G
  • RAM : 4GB / 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP
    – กล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13

มือถือ 5G ราคา 7,xxx บาท

moto G51 5G (7,499 บาท)

มือถือ 5G ราคาย่อมเยาที่วางขายไปตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว แต่ยังหาซื้อกันได้อยู่ โดย moto G51 5G เปิดราคามาแค่ 7,499 บาทเท่านั้น แต่สเปคจัดมาให้แบบแน่น ๆ เน้น ๆ ด้วยหน้าจอแบบ LCD ความละเอียด FHD+ แถมยังได้รีเฟรชเรทถึง 120Hz ด้วย

สำหรับสเปคก็สามารถใช้งานทั่วไปได้ไม่มีปัญหาด้วยชิป Snapdragon 480+, RAM 4GB และความจุ 128GB มีแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh รองรับชาร์จ 10W ส่วนกล้องหลังมี 3 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 50MP เรียกว่าเป็นมือถือคุ้มที่สุดรุ่นนึงในนี้แล้ว

Infinix ZERO 5G (7,999 บาท)

แทบจะไม่ต้องคุยเยอะเลยสำหรับมือถือค่าย Infinix เพราะว่าอัดสเปคมาให้แบบล้นเครื่องตลอด โดยเจ้า Infinix ZERO 5G นี้ บอกเลยว่าถูกใจคนชอบอะไรคุ้ม ๆ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz สเปคแรงด้วยชิป Dimensity 900 พร้อม RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB รองรับ Extended RAM สูงสุด 3GB และความจุแบบ UFS 3.1 ขนาด 128GB ที่ไม่มีใครกล้าใส่มาให้ในมือถือราคาระดับนี้

สเปคกล้องหลังก็น่าสนใจด้วยกล้องหลัง 3 ตัว เซนเซอร์หลักความละเอียด 48MP ซูมแบบดิจิทัลได้ถึง 30x และถ่ายวิดีโอ 4K ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W และรองรับ WiFi 6 อีกต่างหาก


Infinix ZERO 5G

moto G51 5G | Infinix ZERO 5G

สเปค moto G51 5G Infinix ZERO 5G
หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2460) รีเฟรชเรท 120Hz
CPU Snapdragon 480+ 5G Dimensity 900
RAM (LPDDR4x) 4GB (LPDDR5) 8GB
ความจุ (UFS 2.1) 128GB (UFS 3.1) 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 48MP

กล้อง Portrait 13MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหน้า 13MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC 5G, WiFi 6, Bluetooth 5
ระบบเสียง ลำโพงเดี่ยว ลำโพงเดี่ยว
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP52
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จ 10W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
ระบบ Android 11 ครอบด้วย My UX Android 11 ครอบด้วย XOS 10
ราคา 7,499 บาท 7,999 บาท

 

สำหรับมือถือ 5G ในช่วงราคา 7,xxx บาท ที่วางจำหน่ายในปี 2022 ก็จะมี moto G51 5G และ Infinix ZERO 5G ซึ่งรุ่นหลังจะมีราคาแพงกว่านิดหน่อยที่ 500 บาท แต่ต้องบอกเลยว่าการจ่ายเพิ่มแค่ 500 บาทเนี่ย เป็นอะไรที่คุ้มค่าเลย เพราะว่าได้ทั้ง RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB และความจุแบบ UFS 3.1 ขนาด 128GB ที่จะช่วยให้การทำงานโดยรวมมีความรวดเร็วมากกว่า แถมยังได้ WiFi 6 และชาร์จไว 33W อีกต่างหาก

แต่สำหรับ moto G51 5G ก็ใช่ว่าจะถูกกว่าแล้วแพ้ไปซะหมดนะครับ เพราะแม้ว่าสเปครวม ๆ จะไม่แรงเท่า แต่ก็ยังได้กล้อง Ultrawide 8MP, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP52 และ NFC มาแทน

 

มือถือ 5G ราคา 8,xxx – 9,xxx บาท

Infinix NOTE 12 Pro 5G (8,299 บาท)

สำหรับค่ายนี้บอกได้คำเดียวว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเป็นรุ่นที่อัดสเปคมาให้แบบแน่นสุด ๆ ในราคาระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ AMOLED (หนึ่งเดียวในระดับราคานี้) ขนาด 6.7 นิ้ว FHD+ สเปคแรงเล่นเกมลื่นด้วย Dimensity 810 พร้อม RAM 8GB + Extended RAM สูงสุด 5GB ไหนจะกล้องหลัง 3 ตัวที่มีความละเอียดสูงถึง 108MP และกล้องหน้าที่ถ่ายวิดีโอเซลฟี่แบบ 2K ได้…ยังให้ลำโพงสเตอรีโอระบบเสียง DTS กับระบบชาร์จไว 33W มาอีกต่างหาก

Galaxy M23 5G (8,999 บาท)

มากับหน้าจอความละเอียด FHD+ ขนาด 6.6 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz พร้อมสเปคแรง ๆ ด้วยชิป Snapdragon 750G, RAM ขนาด 6GB และความจุ 128GB รองรับ microSD card สูงสุดถึง 1TB ส่วนกล้องหลังให้มา 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 50MP พร้อมแบตเตอรี่อึด ๆ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W

สำหรับจุดที่โดดเด่นสุด ๆ ของมือถือจากค่ายนี้ ก็คือระบบ One UI ที่ค่อนข้างเสถียรและได้รับการดูแลแบบยาว ๆ ทั้งการอัปเดต Android ข้ามเวอร์ชั่นและการอัปเดตความปลอดภัยด้วยนั่นเอง

realme 9 Pro (8,999 – 9,999 บาท)

realme 9 Pro ก็สามารถสู้กับรุ่นอื่น ๆ ได้สบายในด้านความคุ้มค่าของราคาและสเปค ด้วยหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรทลื่น ๆ ถึง 120Hz มากับชิป Snapdragon 695, RAM สูงสุด 8GB และความจุ 128GB กล้องหลัง 3 ตัว มีกล้องหลักความละเอียด 64MP และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W ด้วย

realme 9 Pro มีให้เลือก 2 รุ่นคือ RAM 6GB ราคา 8,999 บาท และรุ่น RAM 8GB ราคา 9,999 บาท

OPPO A77 5G (9,999 บาท)

รุ่นนี้มากับหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด HD+ รีเฟรชเรท 90Hz สเปคใช้งานสบาย ๆ ด้วย Dimensity 810 พร้อม RAM 6GB มีโหมด RAM Expansion เพิ่มได้ถึง 5GB รวมเป็น 11GB มีลำโพงแบบสเตอรีโอ กล้องหลัังคู่ 48MP + 2MP กับแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W แถมยังกันน้ำ IPX4 อีกด้วย

vivo Y76 5G (9,999 บาท)

รุ่นนี้เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 แต่สเปครวม ๆ ยังใช้ได้สบาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้ชิป Dimensity 700 พร้อม RAM 8GB บวกกับ Virtual RAM ได้อีก 4GB รวมเป็น 12GB มีกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดเซนเซอร์หลัก 50MP มีฟีเจอร์กันสั่น Ultra Stable Video เพิ่มความนิ่งให้กับการถ่ายวิดีโอ ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 4100 mAh กับระบบชาร์จไวถึง 44W

Infinix NOTE 12 Pro 5G | Galaxy M23 5G | realme 9 Pro | OPPO A77 5G | vivo Y76 5G

สเปค Infinix NOTE 12 PRO 5G Galaxy M23 5G realme 9 Pro OPPO A77 5G vivo Y76 5G
หน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 60Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+  (2408 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2412 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1612 x 720) รีเฟรชเรท 90Hz LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) รีเฟรชเรท 60Hz
CPU Dimensity 810 Snapdragon 750G Snapdragon 695 Dimensity 810 Dimensity 700
RAM 8GB 6GB 6GB/8GB 6GB 8GB
ความจุ 128GB 128GB 128GB 128GB 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 108MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 64MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 48MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหลัก 50MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหน้า 16MP 8MP 16MP 8MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.0 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.0, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.3, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1
ระบบเสียง ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงเดี่ยว ลำโพงเดี่ยว ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงเดี่ยว
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IPX4
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 4100 mAh รองรับชาร์จไว 44W
ระบบ Android 12 ครอบด้วย XOS 10.6 Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1 Android 12 ครอบด้วย realme UI 3.0 Android 12 ครอบด้วย ColorOS 12.1 Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 12
ราคา 8,299 บาท 8,999 บาท (6GB) 8,999 / (8GB) 9,999 บาท 9,999 บาท 9,999 บาท

 

มือถือในช่วงราคา 8,xxx – 9,xxx บาท ถ้าเน้นความครบเครื่องต้องยกให้ Infinix NOTE 12 PRO 5G เค้าเลย ด้วยหน้าจอ OLED หนึ่งเดียวในระดับนี้ แต่จะติดอยู่หน่อยก็ตรงรีเฟรชเรท 60Hz (ถ้าใครไม่ได้เน้นความลื่นสบายตาในการไถจอก็มองข้ามไปได้) สเปคใช้งานได้แบบลื่น ๆ ทุกอย่าง กล้องหลังความละเอียดสูง กล้องหน้าถ่ายวิดีโอ 2K แถมได้ลำโพงคู่อีก จะเสียเปรียบกว่าค่ายอื่นก็ตรงที่ Infinix ไม่เด่นเรื่องการอัปเดตซอฟท์แวร์นั่นแหละ

Galaxy M23 ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะมีทั้งหน้าจอ FHD+ และรีเฟรชเรทลื่น ๆ 120Hz ส่วนสเปคก็แรงใช้ได้ด้วยชิป Snapdragon 750G มีกล้อง Ultrawide และแบตเตอรี่อึด ๆ พร้อมชาร์จไว 25W ที่แม้ว่าจะไม่ไวเท่ารุ่นอื่นในช่วงราคานี้ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าช้าไปกว่ากันเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมี One UI ที่ค่อนข้างเสถียรและจะได้รับการอัปเดตแบบยาว ๆ ด้วย

อีกรุ่นที่น่าสนใจรองลงมาก็คือ realme 9 Pro ที่แม้ว่าสเปคจะแรงสู้รุ่นบนไม่ได้ แต่ทดแทนกันไปด้วยกล้องหลักกับกล้องเซลฟี่ที่มีความละเอียดมากกว่า และระบบชาร์จไวที่เร็วกว่าด้วย

ส่วนรุ่นที่ดูจากสเปครวม ๆ แล้วค่อนข้างเสียเปรียบคู่แข่งพอสมควร ก็คือ OPPO A77 5G ที่นอกจากจะมีหน้าจอแค่ระดับ HD+ แล้ว กล้องหลังยังให้มาแค่ 2 ตัวอีก…แต่ก็ยังมีจุดเด่นมาทดแทนด้วยลำโพงสเตอรีโอและมาตรฐาน IPX4 เพียงรุ่นเดียวในลิสท์นี้

สุดท้ายคือ vivo Y76 5G ที่เปิดตัวมาได้ซักพักใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2021 (ราคาตอนนี้อาจหาได้ที่ราว 8,000 บาทต้น ๆ) อาจจะเสียเปรียบกว่าคู่แข่งหน่อยนึงตรงหน้าจอที่มีรีเฟรชเรทแค่ 60Hz และไม่มี NFC แต่ก็พอทดแทนได้ด้วย RAM ที่ให้มา 8GB และระบบชาร์จไวกว่าใครที่ 44W

 

มือถือ 5G ราคา 10,xxx บาท

Galaxy M33 5G (10,999 บาท)

จากนี้ไปจะเป็นมือถือ 5G ที่มีราคาเกินหมื่นบาทมาอีกนิดหน่อย ซึ่งจะได้สเปค + ฟีเจอร์เพิ่มเติมขึ้นมาตามราคา อย่าง Galaxy M33 5G ที่มากับจุดเด่นตรงหน้าจอ 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz และมีกล้องหลังถึง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP + กล้อง Ultrawide 8MP + กล้อง Macro 2MP + กล้องจับความลึก 2MP พร้อมแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W

POCO X4 Pro 5G (10,990 บาท)

รุ่นนี้เริ่มมีราคาที่ขยับลงมาเหลือราว ๆ 9,xxx บาทแล้ว โดยมีสเปคหน้าจอมาเป็นพาเนลแบบ AMOLED เพิ่มความสว่างและความสดใสของการแสดงผล มีขนาดอยู่ที่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และรีเฟรชเรท 120Hz แถมยังครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 เพิ่มความแกร่งอีกต่างหาก สำหรับสเปคก็หายห่วงด้วย Snapdragon 695, RAM 8GB, ความจุจุก ๆ 256GB และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไวถึง 67W ส่วนกล้องหลังมี 3 ตัว ความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP

POCO X4 GT (10,990 บาท)

สำหรับรุ่นนี้พึ่งเปิดตัวในบ้นเราไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมนี่เอง เรียกว่าสเปคจัดเต็มสุด ๆ ถูกใจสายเกมแน่นอน เพราะมากับชิปตัวแรง Dimensity 8100 แถมมีหน้าจอ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรทลื่นปรื๊ด ๆ ถึง 144Hz อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมากับลำโพงสเตอรีโอพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และแบตเตอรี่ 5080 mAh รองรับชาร์จไว 67W ด้วย

รุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบคือ 8/128GB ราคา 10,990 บาท และ 8/256GB ราคา 12,990 บาท

POCO X4 GT

redmi note 11 pro 5G (10,990 บาท)

รุ่นนี้ก็ราคาลดลงมาเหลือที่ราว ๆ 9,xxx บาทแล้วเหมือนกัน เพราะเปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่สเปครวม ๆ ยังน่าสนใจด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz สเปคลื่นด้วยชิป Snapdragon 695, RAM 8GB รองรับ Memory Extension, กล้องหลังให้มาถึง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 108MP, ลำโพงสเตอรีโอ มีรูหูฟัง 3.5 มม., มาตรฐานกันน้ำ IP53 และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W ด้วย บอกเลยว่าครบเครื่องสุด ๆ ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท

Galaxy M33 5G | POCO X4 Pro 5G | POCO X4 GT | redmi note 11 pro 5G

สเปค Galaxy M33 5G POCO X4 Pro 5G POCO X4 GT Redmi Note 11 Pro 5G
หน้าจอ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) รีเฟรช 120Hz AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2460 x 1080) รีเฟรชเรท 144Hz AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz
CPU Exynos 1280 Snapdragon 695 Dimensity 8100 Snapdragon 695
RAM 8GB 8GB 8GB 8GB
ความจุ 128GB 256GB 128GB / 256GB 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหน้า 8MP 16MP 20MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, BT 5.2, NFC 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC
ระบบเสียง ลำโพงเดี่ยว ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53 IP53
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W 5,080 mAh รองรับชาร์จไว 67W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1 Android 11 ครอบด้วย MIUI 13 Android 12 ครอบด้วย MIUI 13 Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
ราคา 10,999 บาท 10,990 บาท (128GB) 10,990 บาท / (256GB) 12,990 บาท 10,990 บาท

 

สำหรับมือถือ 5G ในช่วงราคาหมื่นบาทนิด ๆ จะเริ่มมีสเปค + ฟีเจอร์ที่ให้มาแบบครบ ๆ แล้ว เริ่มจากรุ่นที่พึ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ อย่าง POCO X4 GT ที่น่าจะถูกใจสายเกมด้วยหน้าจอลื่น ๆ ถึง 144Hz และสเปคแรงกว่าใครด้วยชิป Dimensity 8100 รองรับ WiFi 6 และกล้องเซลฟี่ 20MP

ส่วนรุ่นพี่ POCO X4 Pro 5G ที่เปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว แม้สเปคแรงไม่เท่าแต่ก็ยังน่าสนใจด้วยหน้าจอแบบ AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz, ความจุสะใจถึง 256GB, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53 และเนื่องจากมันเปิดตัวมาได้ซักพักแล้ว ก็อาจจะหาได้ในราคาต่ำกว่าหมื่นบาทด้วย

อีกรุ่นที่เปิดตัวมาช่วงไล่เลี่ยกันกับรุ่นบนก็คือ Redmi Note 11 Pro 5G ที่มีสเปคแทบจะยกมาจาก POCO X4 Pro 5G เลย แต่เสียเปรียบตรงที่ความจุให้มาน้อยกว่า ที่ 128GB

สุดท้ายคือ Galaxy M33 5G ที่ดูจะเสียเปรียบกว่าคู่แข่งนิดหน่อยด้วยลำโพงที่มีแค่ตัวเดียว และระบบชาร์จไวที่ด้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ อยู่พอสมควร…แต่หากเทียบกับทุกรุ่นอื่น ๆ ในช่วงราคานี้จะได้เปรียบกว่าด้วย One UI ที่หากใครเคยใช้ MIUI กับ One UI มาแล้วจะรู้เลยว่ามันเสถียรกว่ามาก ๆ

from:https://droidsans.com/sub-10k-thb-5g-smartphones-2022-specs-comparison/

Xiaomi 12T Pro จะมีสเปคเรือธง + กล้องหลัง 200MP | หลุดสเปค Infinix Zero Ultra 5G จอ AMOLED กล้อง 200MP ชาร์จ 180W

มือถือสเปคแรงแต่ราคาไม่แรง (มาก) อย่าง Xiaomi T Series ล่าสุดมีข้อมูลของตัวท้อปรุ่นใหม่ Xiaomi 12T Pro ออกมาแล้วว่ามันจะมีกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 200MP, มือถือราคาเป็นมิตรค่าย Infinix ก็เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ของตัวเองเหมือนกัน คราวนี้คือ Infinix Zero Ultra 5G ที่ล่าสุดมีข้อมูลสเปคออกมาแล้วว่ามันจะเป็นมือถืออีกรุ่นที่มากับกล้องหลัง 200MP เช่นกัน

Xiaomi 12T Pro

ตอนนี้มีข่าวว่า Xiaomi 12T Pro ได้ผ่านการรับรองจากหน่วยงาน FCC หรือ Federal Communication Commission เรียบร้อยแล้ว (คล้าย ๆ กสทช. ของอเมริกา) ส่วนข้อมูลสเปคต่าง ๆ ของมือถือรุ่นนี้มีหลุดออกมาแล้วว่าจะอยู่ในระดับไฮเอนด์เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ OLED ขนาด 6.67 นิ้ว, รีเฟรชเรท 120Hz, ชิป Snapdragon 8+ Gen 1, RAM สูงสุด 12GB, ความจุสูงสุด 256GB, แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 120W

และล่าสุดได้มีภาพตัวเครื่องจริงโผล่ออกมาโชว์กล้องหลังให้เห็นแบบเต็ม ๆ ด้วยว่ามันจะมีทังหมด 3 ตัว ดีไซน์คล้าาย ๆ Xiaomi 12 Series และที่เตะตาสุด ๆ ก็คือตัวอักษรข้าง ๆ ที่บอกว่าจะมีความละเอียดสูงถึง 200MP ด้วย…คาดว่า Xiaomi 12T Series น่าจะเปิดตัวแบบ Global ในช่วงปลายปีนี้แหละ

 

ที่มา : 91mobiles, Phonandroid


 

Infinix Zero Ultra 5G

มาต่อกันที่มือถือราคาเป็นมิตรแบรนด์ในอ้อมอกอ้อมใจหลาย ๆ คน ซึ่งช่วงหลังมานี้ก็มีมือถือสเปคดุออกมาให้เห็นกันหลายรุ่นอยู่เหมือนกัน โดยล่าสุดมีข้อมูลของ Infinix Zero Ultra 5G หลุดออกมาแล้วว่ามันจะเป็นมือถือที่มีสเปคแน่น ๆ น่าใช้ไม่น้อยเลย ทั้งหน้าจอ AMOLED ขอบโค้ง ขนาด 6.7 นิ้ว เจาะรู้ตรงกลางด้านบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่ พร้อมเซนเซอร์สแกนนิ้วมือใต้จอ, มีแบตเตอรี่ขนาด 4700 mAh รองรับชาร์จไวถึง 180W, RAM 8GB และความจุ 256GB แต่ยังไม่รู้ว่าจะมากับชิปรุ่นอะไร

ส่วนกล้องหลังจะมีทั้งหมด 3 ตัว คือกล้องหลักความละเอียด 200MP + กล้อง Portrait และกล้อง Macro ที่ยังไม่มีข้อมูลสเปค โดยคาดว่ามือถือรุ่นนี้จะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้แหละ…แฟน ๆ Infinix รอลุ้นกันเลยว่าราคาจะออกมาว้าวแค่ไหน

 

ที่มา : Gizmochina

from:https://droidsans.com/xiaomi-12t-pro-infinix-zero-ultra-5g-200mp-camera/

REVIEW | รีวิว Infinix Note 12 Pro 5G มือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่นที่มากับสเปคจัดเต็มแบบคุ้ม ๆ

ทุกวันนี้มือถือที่รองรับ 5G ก็เริ่มจะมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ ซึ่งรุ่นที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นบาทก็หาได้ไม่ยากแล้ว ซึ่งราคาระดับนั้นส่วนมากก็จะได้มือถือ 5G ที่มีสเปคแบบเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นนัก…แต่สำหรับแบรนด์ Infinix หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันดีว่ามือถือค่ายนี้มักจะจัดเต็มกับมือถือสเปคแน่น ๆ ในราคาเป็นมิตรอยู่เสมอ ซึ่งล่าสุดก็คือ Infinix Note 12 Pro 5G ที่มีค่าตัวเพียง 8,299 บาท แต่บอกเลยว่าคุ้มสุด ๆ เพราะเค้าจัดเต็มจริง ๆ จ้า

ดีไซน์

Infinix Note 12 Pro 5G มากับตัวเครื่องที่ใช้ดีไซน์มุมโค้งมน แต่ขอบเครื่องออกจะเหลี่ยม ๆ หน่อย พื้นผิวด้านหลังเป็นลวดลายที่จะเปลี่ยนเฉดสีไปตามองศาของแสงที่กระทบด้วย แต่เป็นพื้นผิวแบบด้านนะครับ ทำให้มันไม่เป็นรอยนิ้วมือมากเวลาไปจับโดนเข้า

โมดูลกล้องยื่นออกมาจากฝาหลังนิดหน่อย โดยมีตัวโมดูลยื่นออกมานิดนึงแล้ว ยังมีเลนส์กล้องยื่นมาอีกชั้น แต่อย่างที่บอกว่ารวม ๆ แล้วก็ยื่นออกมาไม่มากนักครับ เวลาใส่เคสที่แถมมาก็ได้ระนาบเดียวกันพอดี

 

หน้าจอ AMOLED

คนที่ชอบมือถือหน้าจอสวยสีสด ๆ ใช้งานกลางแดดได้ น่าจะถูกใจกับ Infinix NOTE 12 Pro 5G แน่นอน เพราะมันมากับพาเนลหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ให้ภาพคมชัดสดใสตามสไตล์ AMOLED เลย แต่เสียดายนิด ๆ ที่ยังให้รีเฟรชเรทมาที่ 60Hz เท่านั้น (เกือบเพอร์เฟ็คท์อยู่ละเชียว) แต่รวม ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่มากมายครับ เพราะแค่ภาพสวยคมชัดสู้แดดก็ใช้งานสบายแล้ว

และด้วยความที่มันเป็นจอแบบ AMOLED ก็เลยมากับฟีเจอร์อย่าง Always on display ที่สามารถโชว์ข้อมูลประเภท นาฬิกา, Notification, ภาพ ฯลฯ บนหน้าจอเวลาปิดอยู่ได้ด้วย

แต่ใครที่จะเอามือถือรุ่นนี้มานั่งดูหนังดูซีรีส์จาก Netflix ต้องขอดักไว้ก่อนว่า Infinix NOTE 12 Pro 5G ไม่รองรับแอป Netflix นะครับ

ไม่มี Netflix ให้ดาวน์โหลดใน Google Play Store นะจ๊ะ

 

ลำโพงคู่ + ระบบ DTS SOUND

นอกจาก Infinix NOTE 12 Pro 5G จะมีหน้าจอสวยแล้ว มันยังเหมาะกับสายเอนเทอร์เทนขึ้นไปอีก ด้วยลำโพงคู่ช่วยเพิ่มมิติให้กับการฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกมอีกด้วย แถมเวลาใช้หูฟังก็ยังมีโหมด DTS Sound ให้เลือกใช้ได้อีกนะ

สเปคแรงเร็วลื่นปรื๊ด

สเปค INFINIX NOTE 12 PRO 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080)
  • CPU : Dimensity 810
  • RAM : 8GB รองรับ Extended RAM สูงสุด 5GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD Card (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 108MP (f/1.8)
    – กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : 5G,WiFi IEEE 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G, 5G, USB-C
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), Proximity Sensor, Light Sensor, Gyroscope, G-Sensor, E-Compass
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, DTS, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W

สายเกมนี่ยิ้มกว้าง ๆ เลย เพราะสเปคของ Infinix NOTE 12 Pro 5G เหมาะกับการเล่นเกมสุด ๆ จนสามารถเล่นเกมในปัจจุบันได้ทั้งหมด และเล่นได้ลื่นด้วย (หากตั้งค่าให้เหมาะ) ทดสอบเล่นเกมกราฟิกโหดสุดฮิตทั้ง Genshin Impact, Apex Legend, Diablo Immortal ก็สบายแฮ…แต่บอกอีกครั้งว่าต้องตั้งค่ากราฟิกให้เหมาะสมนะครับ หากระบบตั้ง Default มาที่ระดับ Low เราอาจปรับแต่งได้อีกนิดหน่อย อย่างเช่นเพิ่มเฟรมเรท หรือเพิ่มความละเอียดภาพ เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินไปแล้วต้องลดประสิทธิภาพลงจนเกมกระตุกนั่นเอง

Genshin Impact เล่นสบาย นาน ๆ จะกระตุกซักทีนึง

 

Diablo Immortal เล่นได้ไม่มีปัญหา

 

Apex Legend ลื่นปรื๊ด

หากต้องการความลื่นมากขึ้นไปอีกก็มีโหมดเล่นเกมที่จะช่วยบูสท์ความแรงของ CPU และ GPU พร้อมเคลียร์ RAM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมให้ดีกว่าเดิม

เรายังสามารถยืมความจุในตัวเครื่องมาเติม RAM ด้วยฟีเจอร์ MemFusion ได้สูงสุดถึง 5GB ด้วยนะ รวมกับ RAM ปกติที่มีอยู่ 8GB กลายเป็นสูงสุดถึง 12GB ไปเลย (เข้า Settings แล้ว Search ว่า MemFusion เพื่อเปิด-ปิดใช้งาน)

เวลาจะเปลี่ยนขนาด MemFusion เครื่องจะรีสตาร์ทก่อนทีนึง

กล้องหลัง 108MP

กล้องหลังของ Infinix NOTE 12 Pro 5G มีให้ทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108MP + กล้อง Macro 2MP + กล้องจับความลึก 2MP ซึ่งการถ่ายภาพนิ่งด้วยกล้องหลักจะไม่ได้ตั้งค่า Default ให้ถ่ายออกมาเต็มความละเอียด 108MP นะครับ แต่มันจะใช้เทคโนโลยี Pixel Binning ในการรวมเอาเม็ดพิกเซล 9 เม็ดให้กลายเป็นเม็ดใหญ่เม็ดเดียวเพื่อให้เก็บแสงและรายละเอียดได้ดีขึ้น หรือหากต้องการถ่ายแบบ 108MP ก็มีให้เลือกได้เหมือนกัน













 

การถ่ายภาพเต็มความละเอียด 108MP เรียกว่าละเอียดแบบสะใจเลยล่ะ เพราะสามารถ Crop ภาพได้เยอะมากจนยังมองเห็นรายละเอียดของป้ายที่อยู่ลิบ ๆ ได้ชัดเจนเลย

Crop ภาพบริเวณป้ายโฆษณายังเห็นตัวอักษรได้แบบชัดแจ๋ว

ส่วนการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 2K ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยนะ ส่วนคุณภาพจะออกมาเป็นยังไงไปดูกันได้จากคลิปรีวิวด้านล่างครับ

แบตเตอรี่ 5000 MAH ชาร์จไว 33W

แบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ของ Infinix NOTE 12 Pro 5G สามารถใช้งานได้สบาย ๆ แบบข้ามวันเลย และทดสอบแบบหนักหน่วงด้วยการดูคลิป YouTube (ต่อกับ WiFi) ต่อเนื่องยาวววว ถึง 8 ชั่วโมง พบว่าแบตเตอรี่ยังเหลือถึง 56% เลยทีเดียว…เรียกว่าอึดแบบน่าทึ่งจริง ๆ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่กลับก็รวดเร็ว เพราะรองรับระบบชาร์จไว 33W ชาร์จจาก 0 – 100% ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้นครับ

สรุป

ข้อดี

  • หน้าจอ AMOLED สีสวยสดสู้แดดได้ดี
  • ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้เลย
  • สเปคแรงพอสำหรับเล่นเกมในปัจจุบันได้ทั้งหมด (ขึ้นกับการตั้งค่า)
  • ถ่ายวิดีโอ 2K ได้
  • ถ่ายวิดีโอเซลฟี่ 2K ได้
  • กล้องหลังคุณภาพใช้ได้สำหรับมือถือราคาระดับนี้
  • ถ่ายภาพตอนกลางคืนใช้ได้เลย
  • ลำโพงคู่เสียงดังดี
  • แบตเตอรี่อึดมาก
  • มีระบบชาร์จไว 33W
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • ราคาเป็นมิตร

ข้อสังเกต

  • สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • หน้าจอดีไซน์แบบ Notch อาจไม่ถูกใจบางคน
  • หน้าจอรีเฟรชเรท 60Hz
  • ถ่ายวิดีโอไม่มีกันสั่น
  • ไม่มีกล้อง Ultrawide
  • ไม่รองรับ Netflix

Infinix NOTE 12 Pro 5G เป็นมือถือ 5G ในราคาระดับไม่ถึงหมื่นบาท (8,299 บาท) ที่น่าสนใจมาก ๆ รุ่นนึงเลย เพราะให้มาแบบครบ ๆ ทั้งหน้าจอ AMOLED, ลำโพงคู่, สเปคแรง, กล้องสวย, แบตเตอรี่อึด และชาร์จไวอีกต่างหาก…สายคุ้มที่ชอบของราคาเป็นมิตรแต่คุณภาพคับแก้วแบบนี้ ต้องขอแนะนำ Infinix NOTE 12 Pro 5G ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจเลยครับ

from:https://droidsans.com/infinix-note-12-pro-5g-sub-10k-5g-phone-review/

Infinix เสิร์ฟโปรแรง! ซื้อมือถือราคาพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 1,030 บาท พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุด ผ่านแคมเปญช้อปกลางเดือน 8.15

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมและกำลังเติบโตในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เอาใจนักช้อปออนไลน์ตัวยงส่งโปรเด็ดส่วนลดแบบจัดเต็ม ในช่วงเวลา Flash Sale กับแคมเปญช้อปกลางเดือน 8.15 ให้ผู้ใช้งานและนักช้อปชาวไทยซื้อมือถือหลากหลายรุ่นด้วยราคาพิเศษที่คุ้มค่า

อาทิ รุ่น NOTE 12 Pro 5G (8+128GB), NOTE 12 G96 (8+256GB), NOTE 12 G96 (8+128GB), NOTE 12 G88, NOTE 10 Pro (8+128GB), HOT 12, HOT 12 Play (4+64GB) และ Smart 6 Plus มอบส่วนลดสูงสุด 1,030 บาท พร้อมโค้ดส่วนลดจากแบรนด์ Infinix สูงสุด 315 บาท 

พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุดเมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ ผ่อน 0% สูงสุดนาน 10 เดือน* โดยสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee และ Lazada ระหว่างวันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2565 เท่านั้น!

เตรียมพบกับสินค้าสมาร์ตโฟนไฮไลท์จาก Infinix ในราคาสุดคุ้มค่า

Infinix
  1. เมื่อซื้อสินค้าบน Shopee ในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 เท่านั้น! รับส่วนลด 1,030* บาท โค้ดส่วนลดจากแบรนด์สูงสุด 315 บาท และโค้ดส่วนลดจาก Shopee สูงสุด 1,000 บาท พร้อมจัดส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ และข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน* อาทิ
  2. NOTE 12 Pro (8+256GB) จากปกติราคา 7,999 บาท เหลือเพียง 6,969 บาท
  3. NOTE 12 Pro 5G (8+128GB) จากปกติราคา 8,299 บาท เหลือเพียง 7,299 บาท
  4. NOTE 10 Pro (8+128GB) ราคาพิเศษเพียง 5,299 บาท
  5. NOTE 12 G88 ราคาพิเศษเพียง 5,090 บาท 
  6. NOTE 12 G96 (8+128GB) ราคาพิเศษเพียง 5,790 บาท
  7. NOTE 12 G96 (8+256GB) ราคาพิเศษเพียง 6,290 บาท
  • เมื่อซื้อสินค้าบน Lazada ระหว่างวันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2565 รับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ และข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อน 0% นาน 3 เดือน* อาทิ
  • Smart 6 Plus ราคาพิเศษเพียง 2,999 บาท
  • HOT 12 Play (4+64GB) ราคาพิเศษเพียง 3,499 บาท
  • HOT 12 ราคาพิเศษเพียง 4,499 บาท
  • NOTE 12 G88 ราคาพิเศษเพียง 4,999 บาท 
  • NOTE 12 G96 (8+128GB) ราคาพิเศษเพียง 5,699 บาท
  • NOTE 12 G96 (8+256GB) ราคาพิเศษเพียง 6,199 บาท
  • NOTE 12 PRO ในช่วง Flash Sale วันที่ 13 – 14 ส.ค.65 เหลือเพียง 7,499 บาท พิเศษ! เฉพาะในวันที่ 15 ส.ค.65 เท่านั้น ราคาเหลือเพียง 6,999 บาท
  • NOTE 12 PRO 5G ในช่วง Flash Sale วันที่ 13 – 14 ส.ค.65 เหลือเพียง 7,799 บาท พิเศษ! เฉพาะในวันที่ 15 ส.ค.65 เท่านั้น ราคาเหลือเพียง 7,299 บาท

ผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Infinix Official Store บน Shopee คลิกที่ Link : https://cutt.ly/7ZNfDky และ Lazada : https://cutt.ly/WZNfw1v พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของแบรนด์อินฟินิกซ์ และโปรโมชันดีๆ ได้ทาง Infinix Mobile Thailand หรือทางเว็บไซต์ www.infinixmobility.com

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-serves-a-hot-promotion/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-serves-a-hot-promotion