คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

กสิกรมาแล้ว! ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ยืนยันช่วยลูกค้า ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย

หลัง กนง. มีมติขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1% ต่อปี ธนาคารกรุงเทพและทีเอ็มบีธนชาตทยอยขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ถ้วนหน้า แต่กสิกรไทยหรือ KBank ใจดี ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากให้ แต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับรายย่อย

KBank, กสิกรไทย

ด้านกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุ ธนาคารตอบสนองการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวของแบงก์ชาติ แต่เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มกำลังซื้อ และช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการรายเล็กในภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง

ธนาคารจึงปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำให้สูงขึ้น 0.10% – 0.50% ส่วนเงินกู้เพื่อให้กระทบลูกค้ารายย่อยน้อยที่สุด ธนาคารจึงส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปรับเพิ่มดอกเบี้ยสินเชื่อเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ 0.25% มีผล 3 ตุลาคม 2565 ดังนี้

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.47% เป็น 5.72%

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.84% เป็น 6.09%

ที่มา – KBank

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กสิกรมาแล้ว! ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ยืนยันช่วยลูกค้า ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kasikorn-bank-raise-interest-rate/

มาอีกราย!! TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง.

หลังจาก กนง. มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1% ต่อปี จนธนาคารกรุงเทพนำร่อง ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเป็นรายแรก ล่าสุด TTB หรือธนาคารทีเอ็มบีธนชาตก็ประกาศเช่นกัน

ttb ทีเอ็มบีธนชาต

ทีเอ็มบีธนชาติหรือ TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกุ้เพื่อสอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกินไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นดูแลลูกค้าสินเชื่อรายย่อยให้สามารถปรับตัวและบริหารจัดการสภาพคล่องได้ พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มผลตอบแทนและส่งเสริมการออม

ด้านปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติหรือทีทีบี ระบุว่า หลังจากที่ กนง. ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ทำให้ภาพรวมการปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.50% เพื่อสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยขาขั้นดังกล่าว TTB พิจารณาแล้วได้มีการปรับดอกเบี้ย ดังนี้

  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) สำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น 0.20
  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี 0.25% และ
  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี 0.25% โดยการปรับดอกเบี้ยขึ้นนี้จะมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

ขณะที่กลุ่มลูกค้าเงินฝาก ธนาคารมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ อยู่ที่ระหว่าง 0.15%-0.80% ต่อปี รวมถึงบัญชีเงินฝากพิเศษ ทีทีบี อัพ แอนด์ อัพ ให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกๆ 6 เดือนและได้รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเงินฝากที่เน้นการออมในบัญชีดอกเบี้ยสูง เพิ่มสภาพคล่อง ถอนได้ก่อนกำหนดไม่ลดดอกเบี้ย และเริ่มฝากขั้นต่ำได้ที่ 5,000 บาท โดยธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยขั้นสูงสุดจาก 1.80% เป็น 2.50% มีผล 1 ตุลาคม 65 เป็นต้นไป

ที่มา – TTB

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post มาอีกราย!! TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง. first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ttb-raise-interest-rate/

รู้จัก GIC กองทุนความมั่งคั่งของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ใหญ่ติดอันดับโลก สินทรัพย์มากกว่า GDP ไทย

ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวการระดมทุน Series B ของ LINE MAN Wongnai ที่ได้ GIC กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์เป็นนักลงทุนรายใหญ่ (lead investor)

ข่าวนี้อาจทำให้ GIC ถูกพูดถึงในสื่อบ้านเรามากขึ้น สำหรับนักลงทุนอาจจะคุ้นเคยกับกองทุนของสิงคโปร์แห่งนี้ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่คุ้นเคย Brand Inside จะพาไปทำความรู้จักกับ GIC ให้มากขึ้น

Disclaimer LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทแม่ของ Brand Inside

gic
Sovereign Wealth Fund (SWF) หรือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ จัดเป็นกองทุนสถาบันที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของ โดยรัฐบาลจะนำทุนสำรองหรือรายได้ของประเทศบางส่วนมาฝากไว้กับกองทุน เพื่อนำไปลงทุนและหาผลตอบแทนกลับสู่ประเทศ 

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่อาจเคยผ่านหูผ่านตาหลายๆ คนก็อาจจะมี Norges Bank Investment Management (NBIM) ของนอร์เวย์, Public Investment Fund (PIF) ของซาอุดิอาระเบีย หรือ Temasek ของสิงคโปร์ (รัฐบาลสิงคโปร์มี SWF 2 กองคือ GIC และ Temasek ซึ่งนโยบายการลงทุนอาจแตกต่างกัน)

สำหรับ GIC หรือ Government of Singapore Investment Corporation ตั้งขึ้นเมื่อปี 1941 โดยมีเป้าหมายคือสร้างผลตอบแทนในระยะยาว (ประมาณ 20 ปี) เหนืออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ส่วนแหล่งเงินทุนปัจจุบันนอกจากกองทุนสำรองระหว่างประเทศ ก็มีเงินจากพันธบัตรของรัฐบาล, รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล หรืออาจเป็นงบส่วนเกินบางส่วนจากรัฐบาลสิงคโปร์ โดยรัฐบาลสิงคโปร์สามารถนำเงิน 50% ของกำไรที่ GIC ทำได้ ไปใช้เป็นงบประมาณแผ่นดิน

image courtesy of GIC

นโยบายการลงทุนของ GIC จะเน้นไปที่การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศเป็นหลัก โดยสินทรัพย์ของ GIC ปัจจุบันที่ลงทุนจะแบ่งเป็น พันธบัตรทั่วไปและเงินสด(37%) หุ้นบริษัทเอกชน (17%) หุ้นในตลาดเกิดใหม่ (16%) หุ้นในตลาดที่พัฒนาแล้ว (14%) อสังหาริมทรัพย์ (10%) และพันธบัตรที่มีผลตอบแทนอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ (6%) 

ขณะที่ภูมิภาคที่ GIC ลงทุนมากที่สุดคือสหรัฐที่สัดส่วน 37% ตามมาด้วยเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) 25% ยุโรป (ยูโรโซน) 8% ญี่ปุ่น 7% ตะวันออกกลาง,แอฟริกาและยุโรปโซนอื่น 5% และสหราชอาณาจักรและละตินอเมริกาเท่ากันที่ภูมิภาคละ 4%

GIC

ปัจจุบันแม้ GIC จะไม่ได้เปิดเผยสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหาร (AUM) แต่ Global SWF และ SWFI บริษัทที่ปรึกษาและวิจัย SWF ทั่วโลกระบุว่า สินทรัพย์ภายใต้ GIC ปัจจุบันมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 (การจัดอันดับของ Global SWF) และอันดับ 5 (SWFI) ของโลก มีมูลค่าอยู่ที่ราว 6.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.6 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่า GDP ของไทยปี 2021 ที่อยู่ราวๆ 1.6 ล้านล้านบาท

GIC

ส่วนผลประกอบการล่าสุดของ GIC เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม 2022 ผลตอบแทน 20 ปีที่ผ่านมาของ GIC อยู่ที่ 4.2% (ต่ำกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 4.3%) เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อ (เงินลงทุน 100 เหรียญเมื่อปี 2003 จะกลายเป็น 228 เหรียญในปัจจุบัน รวมการปรับอัตราเงินเฟ้อ)

GIC

ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทย อ้างอิงจาก StockRadars มูลค่าพอร์ตของ GIC ปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 กันยายน) อยู่ที่ 1.193 พันล้านบาท และถือหุ้นอยู่เพียง 3 บริษัทคือ Major Cineplex ที่ 65.24% ของพอร์ตในไทย หรือประมาณ 778 ล้านบาท, Kerry ที่ 21.96% ของพอร์ตหรือประมาณ 262 ล้านบาท และ Strategic Hospitality กองทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยที่สัดส่วน 12.81% หรือประมาณ 152 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ GIC เคยถือหุ้นบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ไทยอย่าง CP All, PTT, OR, ADVANC หรือ KBANK ด้วย

GIC

GIC เริ่มหันมาลงทุนในสตาร์ทอัพทั่วโลกในปี 2017 ด้วยการจัดตั้งทีม Technology Investing Group (TIG) ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ช่วยเหลือจนเติบโตและเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

ตัวอย่างสตาร์ทอัพดังๆ ที่ GIC ไปลงทุนก็เช่น Doordash บริการเดลิเวอรี่ของสหรัฐตั้งแต่ก่อนเข้าตลาด, NIO ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน, Epic Games ผู้พัฒนาเอนจินเกม หรือ Traveloka ขณะที่ LINE MAN Wongnai เป็นสตาร์ทอัพไทยรายแรกที่ GIC เข้ามาลงทุนด้วย

อ้างอิง – GIC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post รู้จัก GIC กองทุนความมั่งคั่งของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ใหญ่ติดอันดับโลก สินทรัพย์มากกว่า GDP ไทย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/who-is-gic-singapore-swf/

Khaby Lame จากราชาแห่ง TikTok สู่แบรนด์แอมบาสเดอร์ฟุตบอลโลก 2022 ของ QNB Group

ความใฝ่ฝันจะเป็นดาราฮอลลีวูดยังไม่ทันจางหาย ตอนนี้ก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ฟุตบอลโลกแล้ว ซึ่ง QNB Group หรือ Qatar National Bank ก็คือสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและแอฟริกา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1964 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โดฮาร์ ประเทศกาตาร์

Khaby Lame

QNB Group เป็นบริษัทที่ติดอันดับที่ 252 ของ Forbes Global 2000 เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ โดยวัดจากตัวชี้วัด 4 ปัจจัยด้วยกัน ก็คือยอดขาย ผลกำไร สินทรัพย์และมูลค่าตลาด โดย QNB นั้น มียอดขายปี 2022 อยู่ที่ 1.42 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 5.4 แสนล้านบาท ผลกำไรอยู่ที่ 3.44 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท

มีสินทรัพย์ในครอบครองมูลค่า 3.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 11.5 ล้านล้านบาท มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 5.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท

ปัจจุบัน Khaby Lame มีผู้ติดตามใน TikTok มากที่สุดในโลกราว 150 ล้านแอคเคาท์ QNB คือผู้สนับสนุนในตะวันออกลางและแอฟริกาอย่างเป็นทางการประจำการแข่งขันนี้ มีธีม “ฝันให้ใหญ่” เพื่อสะท้อนบทบาทของ QNB ด้าน Heba Ali Al-Tamimi ผู้จัดการทั่วไปของ QNB Group ระบุว่า การเลือก Khaby Lame เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระหว่างการแข่งขันนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานไร้ขอบเขตของกาตาร์ โดยเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ขณะที่ Lame ก็เดินตามความฝันเช่นเดียวกับกาตาร์ จนทำสำเร็จได้ตคามเป้าหมาย

QNB ระบุว่า ขอเฉลิมฉลองร่วมกับโลกที่ทุกสิ่งเป็นไปได้ กาตาร์ก็เตรียมต้อนรับแฟนฟุตบอลหลายล้านคนในฤดูหนาวนี้ เราภูมิใจทั้งความสำเร็จของเราในฐานะธนาคารและในฐานะประเทศ ขณะที่ Lame ก็ดีใจที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และมองว่า QNB และตัวเองมีอะไรคล้ายกัน คือตั้งความฝันและบรรลุสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

QNB ทำธุรกิจครอบคลุมกว่า 30 ประเทศ 3 ทวีป ผ่านบริษัทในเครือและบริษัทร่วมโดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการขั้นสูงที่ตอบโจทย์หลากหลาย QNB มีพนักงานทั้งหมด 27,000 คน ให้บริการ 1,000 สาขา มีเครือข่ายตู้เอทีเอ็มกว่า 4,700 เครื่อง

ที่มา – Forbes (1), (2), InfoQuest, Gulf Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Khaby Lame จากราชาแห่ง TikTok สู่แบรนด์แอมบาสเดอร์ฟุตบอลโลก 2022 ของ QNB Group first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/khaby-lame-fifa-world-cup-qatar-2022-qnb-brand-ambassador/

ไทยเบฟฯ ทุ่มงบ 8,000 ล้าน ลุยธุรกิจนอนแอลฯ พร้อมรุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง EV

ไทยเบฟฯ ระบุตลาดในเวียดนามยังเติบโตได้ดี ทุ่มงบ 8,000 ล้าน ลุยธุรกิจนอนแอลฯ พร้อมรุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง EV 

หลังจากปี 2560 ที่กลุ่มบริษัทไทยเบฟเวอเรจยักษ์ใหญ่สุราของไทย เข้าซื้อกิจการผู้ผลิตเบียร์ Sabeco Brewery ของเวียดนาม นั้น มีส่วนเเบ่งทางการตลาด 40% ของตลาดเบียร์ของเวียดนาม ซึ่ง Sabeco เป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายฐาปนา สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มไทยเบฟฯ เปิดเผยว่า เวียดนามเป็นตลาดเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 และอันดับ 3 ในเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่น ไทยเบฟเข้าซื้อหุ้น 54% ใน Sabeco เป็นเงิน 4.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 จากรัฐบาลเวียดนามซึ่งอยู่ในภาวะเติบโตได้ดี

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ไทยเบฟเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโดยปริมาณ แต่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงและการทำกำไรที่ต่ำในช่วงสองสามปีแรก เนื่องจาก Sabeco ต้องดิ้นรนกับการจัดการต้นทุนและผลิตภาพที่ไม่ดีในขณะที่พยายามสลัดการควบคุมของรัฐ

เงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอาจทำให้การนำเข้ามอลต์และอะลูมิเนียมมีราคาแพงขึ้น เขากล่าวว่าค่าแรงจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม เมื่อประเทศไทยถูกกำหนดให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างน้อย 5% เป็น 328 บาทต่อวัน

เช่นเดียวกับผู้ผลิตเครื่องดื่มหลายราย ไทยเบฟประสบปัญหาเช่นน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำ บริษัทใช้น้ำ 15 ถึง 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีที่แหล่งผลิตในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ณ ปี 2563 ภาษีการใช้น้ำของประเทศไทยสามารถเพิ่มต้นทุนได้ 70 ล้านบาทเป็น 140 ล้านบาท

ส่วนปี 2566 นั้นเราวางงบลงทุนประมาณ 5,000-8,000 ล้านบาท (ต.ค. 2565 – ก.ย. 2566) ภายใต้กลยุทธ์ Passion 2025 ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงธุรกิจอาหาร ที่เราได้ซื้อกิจการมาก่อนหน้านี้

รวมไปถึงการเปิดให้บริการสถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รองรับเทรนด์พลังงานทดแทนในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ที่รวบรวมธุรกิจร้านอาหารในเครือเข้าไปเปิดให้บริการควบคู่ไปด้วย คาดว่าจะเริ่มเห็นในปี 66 นี้ จากเบื้องต้นได้ทดลองติดตั้งหัวชาร์จรถอีวีที่ร้านเคเอฟซีแล้ว 2 แห่งจะเปิดบริการในปลายปี 65 นี้

นอกจากนี้บริษัทไทยเบฟยังมีแผนพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ในทุกรูปแบบเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยในปลายปีนี้จะเปิดให้บริการสถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รองรับเทรนด์พลังงานทดแทนในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ที่รวบรวมธุรกิจร้านอาหารในเครือเข้าไปเปิดให้บริการควบคู่ไปด้วย เบื้องต้นได้ทดลองติดตั้งหัวชาร์จรถอีวีที่ร้านเคเอฟซีแล้ว 2 แห่ง เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกของบริษัท เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน หรือ Enabling Sustainable Growth 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไทยเบฟฯ ทุ่มงบ 8,000 ล้าน ลุยธุรกิจนอนแอลฯ พร้อมรุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง EV first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thaibev-invests-8-billion-baht-to-enter-the-non-l-business/

แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราว

แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราวหลังพบเลขไทยไม่ตรงกับเลขอารบิก 

นางสาววชิรา อารมย์ดี รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงกรณีพบธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 20 บาท มีลักษณะบกพร่อง ว่า ในเบื้องต้นพบธนบัตรเลขหมายไทยไม่ตรงกับเลขหมายอารบิก ซึ่งความผิดปกติดังกล่าว เกิดในธนบัตรล็อตที่จ้างบริษัท De La Rue International Limited (DLR) เป็นผู้ผลิต

เมื่อพบและยืนยันความผิดพลาดดังกล่าวแล้ว ธปท. ได้ระงับการจ่ายธนบัตรที่ยังคงเหลืออยู่ทันที โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นของ DLR พบว่ากระบวนการผลิตมีข้อผิดพลาด (เอกสารแนบ) ที่ทำให้กระบวนการตรวจสอบตามปกติไม่สามารถตรวจพบได้

ธปท. ขอเรียนว่า ประชาชนยังสามารถใช้ธนบัตรดังกล่าวชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และสามารถนำธนบัตรดังกล่าวมาแลกกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดย ธปท. กำลังเร่งดำเนินการนำธนบัตรเหล่านี้ออกจากระบบ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและหาสาเหตุเพิ่มเติมร่วมกับ DLR ตลอดจนจะดำเนินการตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ DLR ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับ ธปท. อย่างเต็มที่ ในการแก้ปัญหาจนถึงที่สุด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bank-of-thailand-temporarily-suspends-payment-of-20-baht-polymer-banknotes/

ANAN ชี้คดีแอชตันอโศกเป็นไปตามศาลฯบริษัทเป็น “ผู้ร้องสอด”

ANAN ธุรกิจคอนโด-อสังหาริมทรัพย์ เตรียมออกหุ้นกู้ดอกเบี้ย 4.30 – 5.70% ต่อปี ชี้คดีแอชตันอโศกเป็นไปตามศาลฯบริษัทเป็น “ผู้ร้องสอด” 

จากคดีของแอชตัน อโศก ที่ ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาคดีโครงการแอชตัน อโศก ครั้งแรก โดยตุลาการผู้แถลงคดีมีความเห็นว่า การออกใบอนุญาตดำเนินการโดยชอบ เห็นควรกลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง (ศาลชั้นต้น) ให้ยกฟ้องจำเลยทุกคดี 

ซึ่งเป็นการฟ้องร้องระหว่างผู้ฟ้องกับหน่วยงานของรัฐ โดยบริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด (“การร่วมค้า”)  ซึ่งเป็นบริษัทการร่วมค้าระหว่างอนันดาฯ และมิตซุย ฟูโดซัง ไม่ได้เป็นผู้ถูกฟ้อง โดยการร่วมค้ามีฐานะเป็น  “ผู้ร้องสอด” ในคดีนี้

ขณะเดียวกัน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อายุ 1 ปี 2เดือน 12 วัน อัตราดอกเบี้ย [4.30-4.50]% ต่อปี และอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย [5.50-5.70]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน คาดเปิดจองช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 

โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้ จากทริสเรทติ้ง ที่ระดับ BBB- พร้อมแต่งตั้ง 7 สถาบันการเงินเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย 

ด้านนายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอายุ 1 ปี 2 เดือน 12 วัน อัตราดอกเบี้ย [4.30-4.50%] ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย [5.50-5.70%] ต่อปี โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนในภายหลัง กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565  ที่ระดับ “BBB-” เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร และมีแนวโน้ม “คงที่” (Stable)

พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้แต่งตั้งสถาบันการเงิน 7 แห่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยคาดว่าจะเสนอขายในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม และ 1-2 พฤศจิกายน 2565

โดยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ (เม.ย.- มิ.ย. 2565) บริษัทฯ มียอดขายกว่า 3,900 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสแรกเกือบ 80% ขณะที่ยอดโอนสูงกว่าไตรมาสแรก 148% หรือ 3,500 ล้านบาท และยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคที่มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวชัดเจนตามภาพรวมเศรษฐกิจ สะท้อนจากยอดขายในไตรมาสที่ 2 กว่า 3,900 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสแรกเกือบ 80% ขณะที่ยอดโอนเพิ่มจากไตรมาสแรก 148% พร้อมเดินเครื่องทำตลาดครึ่งปีหลัง รุกโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ANAN ชี้คดีแอชตันอโศกเป็นไปตามศาลฯบริษัทเป็น “ผู้ร้องสอด” first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/anan-the-ashton-asoke-case-follows-the-court-the-company-is-a-interested-petitioner/

เริ่มแล้ว! ธนาคารกรุงเทพปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง.

หลัง กนง. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.75% เป็น 1% ตอนนี้ธนาคารกรุงเทพเริ่มปรับปรับอัตราดอกเบี้ยตามแล้ว ทั้งเงินฝากและเงินกู้ มีผลพรุ่งนี้ 29 กันยายน 65

Bangkok Bank ธนาคารกรุงเทพ
ภาพจาก Shutterstock

ธนาคารกรุงเทพ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. ด้านรัชนี นพเมือง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ธนาคารประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มขึ้น

โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น 0.15-0.50% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ MLR หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เพิ่มขึ้น 0.40% ต่อปี

เอ็มโออาร์ (MOR: Minimum Overdraft Rate) หรืออัตราอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี เพิ่มขึ้น 0.375% ต่อปี และเอ็มอาร์อาร์ (MRR: Minimum Retail Rate) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี เพิ่มขึ้น 0.30% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่พรุ่งนี้ 29 กันยายน 2565

ทางแบงก์กรุงเทพระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กลุ่มผู้ฝากเงิน และเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบกับกลุ่มเปราะบาง ในด้านเงินกู้ ธนาคารจึงปรับอัตราดอกเบี้ย MRR ในอัตราน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อื่นๆ

ที่มา – BBL

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เริ่มแล้ว! ธนาคารกรุงเทพปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง. first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bbl-raise-interest-rate/

ย้อนรอยการเติบโตและธุรกิจของ LINE MAN Wongnai จนนำมาสู่การเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายล่าสุด

สืบเนื่องจากการประกาศข่าวการระดมทุน Series-B รอบล่าสุดของ LINE MAN Wongnai มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,700 ล้านบาท) จนทำให้มูลค่าของบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ จนกลายเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายล่าสุดของไทย

ล่าสุดทาง LINE MAN Wongnai ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา ไปจนถึงภาพรวมของบริษัท โดยปัจจุบันธุรกิจของ LINE MAN Wongnai มี 3 ส่วนคือ

line man wongnai

  • ธุรกิจออนดีมานด์ เช่น Food Delivery, LINE MAN Mart, LINE MAN Taxi และ LINE MAN Messenger ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการครบแล้วทั้ง 77 จังหวัด 246 อำเภอทั่วประเทศ ขณะที่ LINE MAN Mart ขยายไปแล้ว 9 จังหวัด 96 อำเภอ 
  • ธุรกิจโซลูชันร้านอาหาร ผ่าน Wongnai Merchant App (รับออเดอร์เดลิเวอรี่) และ Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหาร ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ใช้ Wongnai POS มากกว่า 50,000 กลายเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในตลาด POS ร้านอาหารในปัจจุบัน
  • Value-added service ธุรกิจที่ต่อยอดจากฐานผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม เช่น โฆษณาร้านอาหารและบริการทางการเงิน (ระบบ subscription ของ Wongnai POS) โดยในอนาคตจะมีการออกบริการทางการเงินใหม่ๆ ด้วย

line man wongnai

ในส่วนของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ของ on-demand service จำนวนออเดอร์บนแพลตฟอร์มในราว 2 ปีที่ผ่านมา (2020 – 2022) เติบโตถึง 15 เท่า ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่จากบริษัทวิจัย K Reserach ที่คาดการณ์เอาไว้ว่าอยู่ที่ราว 4.2 เท่า นอกจากนี้ส่วนแบ่งการตลาดของฟู้ดเดลิเวอรี่ในช่วงโครงการคนละครึ่งรอบล่าสุด (เฟส 4) LINE MAN ก็ได้ส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 ถึง 75% ด้วย

line man wongnai

อย่างไรก็ตามการเติบโตของบริษัท ไม่ได้เกิดจากการขยายฐานผู้ใช้งานและร้านอาหารจาก Food Delivery แต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก synergy ของธุรกิจทั้ง 3 ส่วนของบริษัทด้วย โดยการเติบโตของร้านอาหารที่ใช้ผลิตภัณฑ์/บริการทั้ง 3 ส่วนธุรกิจของ LINE MAN Wongnai (Food Delivery, Wongnai POS และโฆษณา) เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 2.8 เท่า

line man wongnai

การเติบโตและ synergy ของธุรกิจ LINE MAN Wongnai ดังกล่าวมีส่วนที่ช่วยให้นักลงทุนเล็งเห็นถึงโอกาสในทางธุรกิจของบริษัท ที่น่าสนใจคือการระดมทุนรอบนี้ LINE MAN Wongnai ได้รับเงินลงทุนส่วนหนึ่งจาก GIC ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งของประเทศสิงคโปร์ (sovereign wealth fund) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งอาจจะพอสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทิศทางการทำธุรกิจของ LINE MAN Wongnai ได้เป็นอย่างดี โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอ LINE MAN Wongnai ยืนยันด้วยว่ามาตรฐานการพิจารณาและการทำ due diligence ของ GIC นั้นสูงมากๆ 

line man wongnai
line man wongnai

ในแง่การนำเงินลงทุนไปขยายการเติบโต คุณยอดระบุว่าสิ่งที่จะทำก่อนเลยคือการเพิ่มจำนวนนักพัฒนาในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นจากราว 300 คนในปัจจุบันให้เป็น 450 คนภายในสิ้นปี เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้แข็งแกร่งมากขึ้น 

ซีอีโอ LINE MAN Wongnai ย้ำด้วยว่ากระแสการรัดเข็มขัดและปลดคนของสตาร์ทอัพหลายๆ รายในปัจจุบัน ไม่กระทบกับบริษัทแน่นอน เพราะบริษัทดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวังและไม่ได้ใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยมาตั้งแต่แรก

Disclaimer: Brand Inside เป็นบริษัทในเครือของ LINE MAN Wongnai

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ย้อนรอยการเติบโตและธุรกิจของ LINE MAN Wongnai จนนำมาสู่การเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายล่าสุด first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/how-line-man-wongnai-have-growth/

กนง. มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% เป็น 1% มีผลทันที

คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมิตเป็นเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากเดิม ร้อยละ 0.75 เป็น 1.00 ต่อปี มีผลทันที

แบงก์ชาติ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, BoT

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยอาศัยการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับสูง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มคลี่คลาย ภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้า คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่าการทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบ้ย 0.25 ต่อปี

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.3% และ 3.8% ในปี 2565 และ 2566 ตามลำดับ ตามแรงส่งของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวดีกว่าคาด นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมีความทั่วถึงมากขึ้น ทั้งมิติสาขาธุรกิจ ภาคบริการและมิติรายได้กระจายตัวดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงกว่าคาด ส่งผลต่อการส่งออก แต่ไม่กระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจในภาพรวม

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 และ 2566 คาดว่าอยู่ที่ 6.3% และ 2.6% ตามลำดับ

มีแนวโน้มปรับลดลงตามราคาน้ำมันโลกและปัญหาห่วงโซ่อุปทานคลี่คลาย อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2565 และ 2566 คาดว่าอยู่ที่ 2.6% และ 2.6% ตามลำดับ ค่าจ้างแรงงานปรับเพิ่มขึ้นบางธุรกิจและบางพื้นที่ที่ขาดแคลนแรงงาน ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับเพิ่มขึ้นในวงกว้าง แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังจำกัด เศรษฐกิจไทยอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ยังมี SMEs บางสาขาที่ฟื้นตัวได้ช้า ครัวเรือนรายได้น้อยบางกลุ่มยังอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ กนง. เห็นควรให้ดำเนินมาตราการปรับโครงสร้างหนี้ต่อเนื่อง แก้ปัญหาหนี้สำหรับกลุ่มเปราะบาง

ภาวะการเงินผ่อนคลาย อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ ปรับอ่อนค่าเร็วและต่อเนื่องตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ยังติดตามพัฒนาการตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนใกล้ชิด โดยเฉพาะที่ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่มีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป

ที่มา – ธนาคารแห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กนง. มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% เป็น 1% มีผลทันที first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bank-of-thailand-raise-interest-rate-to-one-percent/