คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

ขายอาหารแล้วรุ่ง ก็ขายความแซ่บไปเลยสิ! ครัวการบินไทยเปิดขายน้ำยำ 2 สูตรใหม่ ลองเล้ย!

ไม่ลองไม่ได้แล้ว! ของอร่อยจากครัวการบินไทยทั้งที หลังจากรายได้ฟื้นตัวเพราะขายสินทรัพย์เพิ่ม บวกกับประเทศเริ่มเปิด นักท่องเที่ยวเริ่มมา ตอนนี้การบินไทยขายน้ำยำสูตรใหม่ให้ลองแล้ว

การบินไทย Thai Airways

ครัวการบินไทยเปิดตัวน้ำยำสุดแซ่บบบบ 2 สูตร

  • น้ำส้มตำปรุงรส สูตรส้มตำปู
    น้ำส้มตำปรุงรส สูตรผสมพริกแห้งปลาร้า

จากราคาปกติขวดละ 99 บาท โปรโมชั่นแซ่บๆ ช่วงนี้ 1 ขวด 85 บาท ถ้าซื้อ 2 ขวด ราคา 165 บาท

สินค้ามีจำนวนจำกัด หาซื้อได้ที่ Puff & Pie ทุกสาขา, ภัตตาคารอร่อยล้นฟ้า, ภัตตาคาร Yellow Orchid, ภัตตาคารครัวการบินเชียงใหม่ และภัตตาคารครัวการบินภูเก็ต

ที่มา – ครัวการบินไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ขายอาหารแล้วรุ่ง ก็ขายความแซ่บไปเลยสิ! ครัวการบินไทยเปิดขายน้ำยำ 2 สูตรใหม่ ลองเล้ย! first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-airways-catering/

ท่องเที่ยวไทยมาแรง แต่แรงงานขาดแคลนกำลังสร้างปัญหา เสี่ยงรายได้ลดถ้าหาคนได้ไม่พอ ไม่ทัน

หลังประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดระบาด และกลไกหลักที่จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นคือภาคการท่องเที่ยว แต่การขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมนี้กำลังจะเป็นปัญหา หลังไทยเปิดประเทศตั้งแต่กรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมาและต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วกว่า 11 ล้านราย

Tourism

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่า ไทยจะรับมือกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากๆ ได้นานแค่ไหน เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวกำลังขาดแคลนแรงงาน หลังจากที่มีการเลย์ออฟอย่างหนักพร้อมๆ กับการปิดตัวของธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในช่วงโควิดระบาดที่ผ่านมา

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสะท้อนให้เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เลือกจะไปเยือนทะเลทางตอนใต้ของไทย เช่น ภูเก็ต ภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องเพิ่มงานให้มากกว่า 1.7 หมื่นตำแหน่ง ขณะที่เชียงใหม่ก็ขาดแคลนแรงงานราว 9,000 ตำแหน่ง ส่วนชลบุรีก็ต้องเพิ่มจำนวนงานอีกราว 3,000 ตำแหน่ง

ด้านกฤษฎา ตันสกุล ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวกำลังจะแย่ลงเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยื่อนเพิ่มมากขึ้น เพราะพนักงานขาดแคลน เราต้องการพนักงานจำนวนมาก ทั้งในส่วนของ bellboys หรือพนักงานยกกระเป๋า พนักงานแคชเชียร์ ไปจนถึงผู้จัดการโรงแรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักเท่องเที่ยวมาไทยทะลุ 25 ล้านราย ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไทยมากถึง 30 ล้านราย รายได้จะพุ่งถึง 3 ล้านล้านบาท โดยชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยระบุว่า ถ้าปัญหาแรงงานขาดแคลนไม่ได้รับการแก้ไข ก็เป็นไปได้ยากที่เราจะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 25-30 ล้านราย หมายความว่ารายได้ที่คาดหวังระดับ 3 ล้านล้านบาทก็จะเป็นไปไม่ได้ด้วย แม้ว่าหาแรงงานได้เพียงพอ กำไรก็จะมีขนาดลดลงกว่าที่คาดเพราะต้นทุนทุกอย่างขึ้นหมด

โรงแรมต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและต้องหาแรงงานเพิ่มขึ้น ผลที่ได้ก็คือต้นทุนแรงงานจะเพิ่มขึ้น พนักงานขับรถก็ต้องจ่ายค่าพลังงาน ค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำมันขึ้นราคา ทั้งสองอย่างนี้ก็ไม่ได้ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นนัก

การท่องเที่ยวของไทยช่วงที่กำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟูคือช่วงปี 2019 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึงเกือบ 40 ล้านคน ซึ่งก็เป็นช่วงที่ก่อนโควิดระบาด หลังมีเหตุโควิดเกิดขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลงอย่างหนักเป็น 6.7 ล้านรายเท่านั้นในปี 2020 ส่วนปี 2021 นักท่องเที่ยวก็ลดลงอีกเป้น 4.2 แสนราย จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 11 ล้านรายในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 หลังจากไทยเริ่มเปิดประเทศ

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ช่วงก่อนเกิดโควิดระบาด มีแรงงานด้านการท่องเที่ยวราวๆ 7.7 ล้านรายและลดจำนวนลงเป็น 3.9 ล้านรายหลังจากเกิดเหตุโควิดระบาด ราว 6.6% ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ต้องกลับคืนสู่บ้านเกิดและหันหน้าเข้าสู่ภาคการเกษตร ขณะที่อีก 20% มองหางานใหม่ในอุตสาหกรรมอื่น ส่วนอีก 20% เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง

วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ใครที่หางานใหม่ก็มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะคนที่หันไปทำธุรกิจของตัวเองก็จะรู้สึกปลอดภัย รู้สึกมีความมั่นคงกว่าเมื่อตัดสินใจหันหลังให้อุตสาหกรรมนี้ ซึ่งก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่กลับมาทำงานตำแหน่งเดิมอีก โรงแรมสาขาใหญ่ๆ ก็พร้อมจะเสนอเงินเดือนจำนวนมากให้พนักงาน แต่สำหรับโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กยังมีปัญหาเรื่องขาดสภาพคล่องอยู่ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กหันมาดึงดูดพนักงานใหม่ๆ ด้วยจำนวนเงินก้อนโตแบบที่โรงแรมขนาดใหญ่ๆ ทำ

เรื่องนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองว่า อาจจะแก้ปัญหาด้วยการหาแรงงานในสถาบันการศึกษาเพื่อไปเติมเต็มตำแหน่งงานที่ขาดแคลนก่อน ด้วยการนำเด็กฝึกงานจากสถาบันต่างๆ เข้ามาช่วยเรื่องนี้ เด็กฝึกงานจะได้มีงานทำตรงกับที่เรียนมา ทางบริษัทก็จะได้มีแรงงานเข้าไปทำงานได้ ซึ่งทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้รับเงินสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารออมสินจำนวน 5 พันล้านบาท เพื่อให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องนี้ไปก่อน

ที่มา – Nikkei

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ท่องเที่ยวไทยมาแรง แต่แรงงานขาดแคลนกำลังสร้างปัญหา เสี่ยงรายได้ลดถ้าหาคนได้ไม่พอ ไม่ทัน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/shortage-labor-in-thailand-tourism-sector/

คนไทยเป็นงง!! เว็บไซต์ดังจัด “แกงส้ม” ติดอันดับเป็นอาหารยอดแย่

คนไทยเป็นงง!! “แกงส้ม” ติดอันดับอาหารยอดแย่ จากเว็บไซต์อาหารชื่อดัง โดยอันดับ 1 คือ Indigirka Salad จากรัสเซีย และที่ 2 คือ Pizza Cake 0kd จาก แคนาดา
เว็บไซต์ TasteAtlas ซึ่งเป็นเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารทั่วโลก ได้ประกาศผล “อาหารยอดแย่ที่สุดในโลก” ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีทั้งประเภทอาหาร ส่วนผสมท้องถิ่น และ ร้านอาหาร
โดยเมนู แกงส้ม (Kaeng som) อาหารขึ้นชื่อของประเทศไทย ติดอันดับที่ 12 เมนูยอดแย่ของโลกอีกด้วย ในขณะที่อันดับ 1 ได้แก่ Indigirka Salad จากรัสเซีย และ อันดับ 2 คือ Pizza Cake 0kd จาก แคนาดา
เนื้อหาในเว็บไซต์ TasteAtlas ระบุว่า แกงส้มเป็นแกงไทยที่มีรสชาติเปรี้ยว ใช้ปลา กุ้ง หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ เป็นวัตถุดิบ ปรุงรสด้วยน้ำพริกที่ใส่หอมแดง พริก และโขลกด้วยกุ้ง ใส่น้ำมะขามเปียกคั้น ทำให้มีรสชาติเปรี้ยว ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้จะมีความหลากหลายรวมถึงรสชาติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับภูมิภาค
ในภาคใต้ของประเทศไทย แกงส้มมักใส่ขมิ้นและหรือที่เรียกว่าแกงเหลือง ซึ่งแกงส้มสามารถใส่ผักต่างลงไปได้อีกด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post คนไทยเป็นงง!! เว็บไซต์ดังจัด “แกงส้ม” ติดอันดับเป็นอาหารยอดแย่ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kang-som-ranked-as-the-worst-food/

สหรัฐยกเลิกเยือนจีนแล้ว: หลังเหตุบอลลูนลับของจีนลอยเหนือพื้นที่เก็บขีปนาวุธ

รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ยกเลิกการเยือนจีนแล้ว

หลังจากที่มีข่าวความมั่นคงวุ่นวายไปหมดเพราะพบวัตถุลอยเหนือน่านฟ้ารัฐมอนทานา ใกล้ฐานทัพอากาศมาร์มสตอร์ม สหรัฐอเมริกา จนมั่นใจว่าเป็นบอลลูนสอดแนมจากจีน จนกระทั่งจีนออกมาแสดงความเสียใจและระบุว่าบอลลูนลอยพลัดหลงข้ามน่านฟ้า ด้วยเป้าหมายเพื่อตรวจสภาพอากาศด้านอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจากนี้

Antony Blinken
Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Cameron Smith)

หลายฝ่ายข้องใจกับสถานการณ์ดังกล่าวเพราะเกิดขึ้นในช่วงใกล้เวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ กำลังจะเยือนจีนครั้งแรก ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนยังยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเรื่องรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนจีน จนในที่สุด Antony Blinken รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยกเลิกการเยือนจีนแล้ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับสำนักข่าว Reuters ขณะเดียวกันสำนักข่าว ABC News ก็รายงานว่า Blinken ไม่ได้ต้องการให้ข่าวยกเลิกการเยือนจีนของเขากลายเป็นข่าวใหญ่โต ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์บอลลูนลับมากลบข่าวการประชุมของเขากับทางจีนด้วย

แม้ผู้นำฝ่ายทหารจะพิจารณาให้ยิงบอลลูนตกเหนือรัฐมอนทานาแล้วก็ตาม มีการเตรียมเครื่องบินเจ็ทขับไล่ F-22 สำหรับเตรียมการแล้วด้วย แต่ Biden ตัดสินใจให้ไม่ยิง เนื่องจากกังวลความเสี่ยงที่เกิดจากเศษซากของบอลลูนจะตกลงมาใส่ประชาชนภาคพื้นดิน

เรื่องนี้ Tom Cotton วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ Blinken ยกเลิกทริปการเยือนจีนดังกล่าว ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จากพรรครีพับลิกันที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงชิงดำตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2024 นี้ก็โพสต์ลง Truth โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มของเขาเองว่าให้ยิงบอลลูนนั่นเสีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า บอลลูนลอยเข้ามาในพื้นที่อ่อนไหว เนื่องจากใกล้ฐานทัพอากาศมาล์มสตอร์มในมลรัฐมอนทานา ซึ่งเป็นแหล่งเก็บขีปนาวุธพิสัยไกลถึง 150 ลูก ขณะที่วันอังคารที่ผ่านมา William Burns ผู้อำนวยการ CIA ได้กล่าวในงานอีเวนท์ที่มหาวิทยาลัย Georgetown ในวอชิงตัน โดยเขาพูดถึงจีนว่า จีนเป็นความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดที่กำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาอยู่

Joe Biden, Antony Blinken
President Joe Biden walks with Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Cameron Smith)

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง มองปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างไร?

ด้าน Marco Rubio วุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการหน่วยข่าวกรองของรัฐสภาระดับสูงของพรรครีพับลิกันระบุผ่านข้อความในทวิตเตอร์ว่า บอลลูนสายลับนั้นแค่กำลังเตือนภัย แต่ก็ไม่น่าประหลาดใจเท่าไรนัก เพราะระดับการจารกรรมข้อมูลของจีนที่มีเป้าหมายคือสหรัฐฯ นั้น ถือว่าขยายตัวเข้มข้นอย่างไร้ยางอายมาตั้ง 5 ปีกว่าแล้ว

John Parachini ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า บอลลูนลับนั้นมีขนาดเท่าๆ กับรถบัส 3 คันต่อกัน ขณะที่ Craig Singleton ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากมูลนิธิด้านความมั่นคงเพื่อประชาธิปไตยระบุว่า บอลลูนมักจะถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในช่วงที่มีสงครามเย็น เพราะเป็นวิธีการสืบราชการลับที่ต้นทุนต่ำ

ขณะที่ Lyle Morris นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิเคราะห์จีน สถาบันนโยบายสังคมเอเชีย ระบุว่า ดูเหมือนว่าจีนจะส่งบอลลูนเข้าไปเพื่อทดสอบศักยภาพในการต้านการสอดแนมของสหรัฐ จากนั้นก็หงายการ์ดที่ดูน่าเชื่อถือหรือดูแล้วไม่น่าปฏิเสธได้แทน

ด้าน Patrick Cronin ประธานด้านความมั่นคงแห่งเอเชียแปซิฟิกจากสถาบัน Hudson มองแตกต่างออกไป เขาบอกว่า การใช้บอลลูนดังกล่าวมันโดดเด่นเกินไป จีนจะใช้ดาวเทียมส่องทุ่งไซโลแหล่งเก็บขีปนาวุธ ICBM ของสหรัฐฯ ก็ทำได้ หรือจะไปสอดแนมในพื้นที่อื่นๆ ก็ยังได้อีก เพราะการใช้บอลลูนมันโจ่งแจ้งเกินไป แต่ Cronin สันนิษฐานว่า จีนอาจจะต้องการเล่นเกมจิตวิทยากับสหรัฐ

ด้วยการดึงความสนใจของสหรัฐ เพื่อจะส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศ Blinken ในการเยือนเพื่อพบปะกับ Xi Jinping ว่า สหรัฐควรจะถอยหลังเรื่องไต้หวันและเลิกเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้ด้านความมั่นคงได้แล้วก่อนที่มันจะตึงเครียดไปกว่านี้ การใช้บอลลูนเพื่อสำรวจมันไม่ได้มีขึ้นครั้งแรก และมันก็มีมาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือมันไม่ได้ถูกเปิดเผยขนาดนี้มาก่อน

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐมองว่า นี่ไม่ใช่แค่การละเมิดอำนาจอธิปไตยของสหรัฐเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณทางการทูตชัดเจนว่า จีนไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ทั้งนั้น

ด้าน Drew Thompson นักวิจัยอาวุโสจาก Lee Kuan Yew School of Public Policy จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองเรื่องนี้ว่า นี่อาจเป้นไปได้ว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนกำลังทำลาย Xi Jinping ที่พยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับสหรัฐอยู่ก็ได้

ส่วน Greg Falco ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ระบุว่า บอลลูนสายลับนั่นไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ดีไปกว่าการใช้ดาวเทียมเลย แต่เป็นไปได้ว่าจีนอาจจะใช้มันเพื่อสกัดกั้นการติดต่อสื่อสาร

Antony Blinken
Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Adam Schultz)

สรุป

การพบวัตถุลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐอเมริกา บริเวณรัฐมอนทานาใกล้ฐานทัพอากาศที่เก็บขีปนาวุธ 150 หัวนั้นเป็นเรื่องจริง สหรัฐฯมั่นใจมากว่าเป็นบอลลูนที่มาจากจีนก็เป็นเรื่องจริง จีนแสดงความเสียใจและระบุว่าเป็นบอลลูนที่ลอยพลัดหลงข้ามน่านฟ้าไป มีเป้าหมายเพื่อสำรวจอากาศเท่านั้น

ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นขณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเยือนจีนครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่เป็นการส่งสัญญาณจากจีนว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงนโยบายไม่ว่าสหรัฐฯ จะมากดดันในรูปแบบใดก็ตาม บ้างก็ว่าอาจจะเป็นการท้าทายอำนาจสหรัฐฯ ดูศักยภาพว่าต้านการสอดแนมได้แค่ไหน บ้างก็มองว่าการกระทำที่โจ่งแจ้งดังกล่าวเพื่อเตือนสหรัฐฯ ให้เลิกยุ่งเรื่องความมั่นคงกับภูมิภาคนี้ได้แล้ว ไม่มีข้อสรุปว่าเหตุผลไหนน่าเชื่อถือที่สุด แต่ Blinken อาจเยือนจีนอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้

ที่มา – Nikkei (1), (2), FT, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สหรัฐยกเลิกเยือนจีนแล้ว: หลังเหตุบอลลูนลับของจีนลอยเหนือพื้นที่เก็บขีปนาวุธ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/antony-blinken-usa-secretary-of-state-cancel-trip-visit-china/

จีนยืนยัน กำลังตรวจสอบเรื่องบอลลูนลับอยู่ ยังไม่มีข้อมูลรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะเยือนจีน

จีนยืนยัน กำลังตรวจสอบเรื่องบอลลูนสปายที่ลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐอยู่ ขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ใจเย็นๆ

China

Mao Ning โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่ากำลังตรวจสอบเรื่องบอลลูนจีนที่ลอยเหนือน่านฟ้าของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ ขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ จีนเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดดินแดนหรือละเมิดอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของประเทศใด

ส่วนเรื่องที่ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ Antony Blinken จะเยือนจีนในเดือนนี้นั้น Mao Ning ยืนยันว่า เธอไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ อาจจะอยู่ในช่วงดำเนินการอยู่

การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศต้องสรุปรายงานประจำวัน โดย Mao กล่าวว่า นักการเมืองและสาธารณชนทั้งหลาย สำหรับรายงานเรื่องบอลลูนสปาย ขอให้ทำความเข้าใจประเด็นใดๆ ให้ชัดเจนก่อนจะตัดสิน

ส่วนเรื่อง Blinken ที่ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Biden การเยือนจีนอาจจะเพื่อบรรเทาความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ถดถอยลงของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า ไต้หวัน สิทธิมนุธยน ไปจนถึงการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ของจีน

Malmstrom Air Force Base and Montana USA

สำหรับประเด็นที่บอลลูนสอดแนมปริศนากำลังลอยอยู่เหนือรัฐมอนทานานั้น แม้ไม่มีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์หรือท่าทีที่จะคุกคามประชาชนบนภาคพื้นดิน แต่ก็เป็นพื้นที่อ่อนไหวเนื่องจากอยู่ในบริเวณที่ถือเป็น 1 ใน 3 แห่งของสหรัฐฯ เป็นคลังในการเก็บขีปนาวุธที่สามารถทำลายล้างได้วงกว้างในระยะไกล

China-Montana, USA

ที่มา – Nikkei

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จีนยืนยัน กำลังตรวจสอบเรื่องบอลลูนลับอยู่ ยังไม่มีข้อมูลรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะเยือนจีน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-will-observe-report-on-spy-balloon/

เปิดเบื้องหลังวงการ AV ญี่ปุ่นที่หลายคนไม่ทราบ ตั้งแต่หาหางานจนถึงสารคัดหลั่งปลอม

ปกติเบื้องหลังของวงการภาพยนตร์ หากใครเป็นคอหนังสักหน่อย ก็อาจจะพอหาข้อมูลเบื้องหลังการสร้างกันได้ไม่ยาก

แต่หากพูดถึงลักษณะการทำงานของนักแสดง AV คงไม่ค่อยมีใครออกมาเล่าเบื้องหลังเท่าไรนัก ในครั้งนี้ทาง Brand Inside เลยขออาสามาเล่าว่ากว่า AV จะถูกผลิตออกมานั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ทั้งกระบวนการค้นหานักแสดง และกระบวนการถ่ายทำต่าง ๆ 

บทความนี้ มีคำตอบ

AV ญี่ปุ่น
ภาพจาก Shutterstock

นักแสดง AV หางานกันอย่างไร ?

สำหรับใครที่อยากก้าวเข้ามาในสายงานนักแสดง AV ก็มีสองวิธีการหลัก วิธีการแรกคือสมัครผ่านเว็บไซต์ วิธีการต่อไปคือการมีแมวมองตามสถานที่ต่าง ๆ มาทาบทาม

สำหรับการค้นหางานผ่านเว็บไซต์ เราสามารถค้นหางานได้ในเว็บไซต์จัดหางานรายใหญ่ เช่น Rikunabi และ Mynavi

ซึ่งหลาย ๆ บริษัทอนุญาตให้ผู้ที่มีประกาศนียบัตรมัธยมปลายสามารถสมัครได้ ขอแค่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีแบบฟอร์มแสดงความยินยอมจากผู้ปกครอง

โดยเอกสารหลัก ๆ ที่ใช้ประกอบการสมัครจะมีบัตรประชาชน รูปถ่าย 2-3 รูป เช่น รูปใบหน้า รูปเต็มตัว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ควรแสดงออกถึงสไตล์ที่ชัดเจน เพื่อสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง

ส่วนในฝั่งของวิธีทาบทาม แมวมองจะกระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นย่านที่คนพลุกพล่าน เช่น โตเกียว ชินจูกุ คาบุกิโจ 

แต่ด้วยความที่ในปี 2005 รัฐบาลกรุงโตเกียวได้ออกกฎหมายห้ามสอดแนมตามท้องถนน เหล่าแมวมองจึงเริ่มออกเดินทางตามหานักแสดง AV ที่ต่างจังหวัดมากขึ้น

ซึ่งคนที่ตอบตกลงด้วยการทาบทามแบบนี้ก็มีที่มาจากหลายเหตุผล เช่น อยากหารายได้พิเศษบ้าง อยากมีชื่อเสียงบ้าง

เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวงการ AV ในญี่ปุ่น
รูปจาก Shutterstock

จากนั้นหลังผ่านการคัดเลือกรอบแรกจะมีการสัมภาษณ์อีกประมาณ 2 ครั้ง เพื่อชี้แจงเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนการเซ็นสัญญา

ใครอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำในแต่ละครั้ง ?

ส่วนใหญ่นักแสดง AV จะสังกัดอยู่ในบริษัทโปรดักชัน ซึ่งมักจะตั้งอยู่ในเมืองหลวง และบริษัทโปรดักชันเหล่านี้จะมีพนักงานหลายฝ่าย ไม่ได้แตกต่างจากบริษัททั่วไปอย่างที่ใครหลาย ๆ คนคิด

อย่างเช่นในฝั่งหลังบ้านจะมีพนักงานขาย พนักงานบัญชี ผู้จัดการเว็บไซต์ ส่วนในสถานที่ถ่ายทำจะมีผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้อง ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า ตามปกติ

การทำงานของนักแสดง AV มีความคล้ายคลึงกับนักแสดงทั่วไปตรงที่จะมี ‘ผู้จัดการ’ ช่วยดูแลงานด้วย เพียงแต่ว่าโดยทั่วไปผู้จัดการจะไม่ได้เข้าไปดูระหว่างการถ่ายทำ แต่จะเข้าไปรออยู่ในอีกห้องที่มีคนจัดไว้แทน

ก่อนถ่ายทำต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ?

ในแง่ของบท สคริปต์และสตอรี่บอร์ด อาจจะมีการเตรียมการไม่แตกต่างจากวงการภาพยนตร์ทั่วไปเท่าใดนัก ที่จะต้องกำหนดซีน ฉาก และชั่วโมงการถ่ายภาพของฉากนั้นๆ เอาไว้ให้อยู่ภายในระยะเวลาและงบที่กำหนด

ทว่าสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในวงการ AV โดยเฉพาะของญี่ปุ่น คือการบังคับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ไม่ว่าการถ่ายทำจะ

เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวงการ AV ในญี่ปุ่น
รูปจาก Shutterstock

สิ่งที่น่าสนใจคือในสคริปต์จะระบุละเอียดเลยว่านักแสดงแต่ละคนต้องทำท่าอะไร อยู่ในตำแหน่งใด ต้องแสดงด้วยอารมณ์เข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ในนาทีที่เท่าไรบ้าง

บรรยากาศในกองถ่ายเป็นแบบไหน ?

ในส่วนของเบื้องหลัง วันถ่ายทำจะมีทีมจัดเตรียมสถานที่ รวมถึงอุปกรณ์ใช้ประกอบฉากต่าง ๆ และมีทีมจัดไฟเพื่อให้ได้ระดับแสงที่ต้องการ

เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวงการ AV ในญี่ปุ่น
รูปจาก Shutterstock

หลังจากจัดสถานที่ถ่ายทำแล้วจะมีสตาฟหลาย ๆ ฝ่ายมาแสตนด์บายถ่ายทำ ทั้งผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้องสำหรับถ่ายภาพเคลื่อนไหว ตากล้องสำหรับถ่ายภาพนิ่ง ตากล้องสำหรับถ่ายสินค้าเผื่อนำไปใช้ในการโฆษณา ทีมจัดแสง และนักแสดง รวม ๆ แล้วมีทีมงานประมาณ 15-20 ท่านในสถานที่ถ่ายทำ

แต่เมื่อถึงฉากสำคัญที่ต้องอาศัยการสร้างอารมณ์มาก ๆ สตาฟบางรายอาจจะออกจากห้องไป เพื่อให้เหลือคนน้อยที่สุด นักแสดงจะได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งคลิปวิดีโอไม่กี่นาทีที่ถูกผลิตออกมาอาจจะเกิดจากการใช้เวลาถ่ายทำรวมกันเป็นหลักชั่วโมงเลยทีเดียว 

เทคนิคที่ใช้ระหว่างการถ่ายทำ

เนื่องจากการถ่ายทำแต่ละครั้ง เริ่มตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ (หนึ่งวันมีการถ่ายทำหลายฉาก แต่ละฉากใช้เวลาเฉลี่ย 20 – 90 นาที) นักแสดงและทีมงานจึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคบางอย่างเพื่อช่วยให้ไม่เหนื่อยเกินไป ผู้ชมจะได้รับอรรถรสมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น ในฉากเล้าโลมที่ต้องการให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ ทางทีมงานจะใช้เทคนิคถ่ายทำที่ช่วยให้ได้อารมณ์มากขึ้น เช่น ถ่ายฉากจูบจากด้านข้างเพื่อให้เห็นสีหน้าและวิธีการการจูบหรือ เปลี่ยนตำแหน่งการจัดแสงเพื่อช่วยให้เห็นภาพอวัยวะเพศชัดขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายนักแสดงก็ต้องพยายามสร้างและรักษาอารมณ์ด้วยตัวเอง เช่น 

  • นอกจากการถ่ายทำตามสคริปต์แล้ว นักแสดงแต่ละฝ่ายจะอาศัยการด้นสด (Ad-lib) ด้วย เพื่อช่วยเสริมอารมณ์กันและกัน
  • ฝ่ายชายต้องหาวิธีทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวให้ได้ และบางรายก็หมั่นทาง Zinc เพื่อช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำอสุจิดีขึ้น
  • ฝ่ายผู้หญิงอาจใช้วิธีสูบบุหรี่เวลาว่างช่วงพักกอง เพื่อให้ปากไม่รับรสชาติน้ำอสุจิเท่าไร พวกเธอจะได้สามารถแสดงสีหน้าสุขใจระหว่างถ่ายทำ

เมื่อพูดถึงเรื่องสารคัดหลั่ง หลายคนอาจมีคำถามต่อว่าสารคัดหลั่งทั้งของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายที่เห็นในคลิปต่าง ๆ เป็นของจริงไหม หรือมีการใช้ตัวช่วยเพิ่มเติม 

เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับวงการ AV ในญี่ปุ่น
รูปจาก Shutterstock

นักแสดง AV บางรายเคยให้สัมภาษณ์ว่าถ้าร่างกายหลั่งน้ำได้ไม่ดีเท่าไร ทางกองถ่ายจะมีตัวช่วยเสริมเป็นน้ำที่เกิดจากการผสมระหว่างนมข้นหวานและโลชั่น ซึ่งถูกใส่เข้าไปในกระบอกฉีดยา และจะถูกนำมาใช้ในระหว่างถ่ายทำ

ขอบคุณที่มาจาก Nikkanspajp, Tokyoribbon, Teihenkai, Xnavcu 1, Xnavcu 2, Xnavcu 3, Trippartner, Huuzoku55

 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดเบื้องหลังวงการ AV ญี่ปุ่นที่หลายคนไม่ทราบ ตั้งแต่หาหางานจนถึงสารคัดหลั่งปลอม first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/behind-the-scene-av-japan/

ดัชนี EIU เผยไทยยังเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยบกพร่อง แต่พลิกโผได้คะแนนเพิ่มมากที่สุดในโลกจากปี 2021

เป็นสัญญาณดีที่ไทยเป็นประเทศที่ได้คะแนนความเป็นประชาธิปไตยเพิ่มมากที่สุดในโลกในปี 2022 เทียบกับปีก่อน ขณะที่เอเชียเผชิญกับประชาธิปไตยที่กำลังถดถอยลง

Economist Intelligence Unit เปิดเผยดัชนี Democracy Index 2022 ที่ให้คะแนนและวัดระดับความเป็นประชาธิปไตยใน 167 ประเทศทั่วโลกในปี 2022 โดยพิจารณาจาก 5 เกณฑ์หลัก ดังนี้

  • กระบวนการเลือกตั้งและความเป็นพหุนิยม
  • การทำงานของรัฐบาล
  • การมีส่วนร่วมทางการเมือง
  • วัฒนธรรมทางการเมือง
  • เสรีภาพของพลเมือง

โดยจะวัดผลเป็นคะแนนและแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ

  • ประเทศที่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์ (Full democracies)
  • ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่ยังบกพร่อง (Flawed democracies)
  • ประเทศที่ปกครองแบบกึ่งเผด็จการ (Hybrid regimes)
  • ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ (Authoritarian regimes)

ระบอบประชาธิปไตยไทยและเอเชีย

ระบอบการปกครองของไทยกลายเป็นไฮไลท์สำคัญใน Democracy Index 2022 เมื่อไทยพลิกโผมาอยู่หัวตารางเป็นประเทศที่ได้รับคะแนนความเป็นประชาธิปไตยเพิ่มมากที่สุดในโลก โดยได้คะแนนเพิ่ม 0.62 คะแนน ทำให้คะแนนรวมทั้งหมดขึ้นมาอยู่ที่ 6.67 คะแนน เทียบกับปี 2021 ที่มีคะแนนอยู่ที่ 6.04 คะแนน 

ไทยขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 55 จากเดิมที่อยู่อันดับ 72 เพราะพื้นที่ในการแสดงออกทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลมีมากขึ้น และภัยคุกคามจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองมีน้อยลง อย่างไรก็ตาม ไทยยังถูกจัดอยู่ในประเทศที่ประชาธิปไตยมีข้อบกพร่อง

ในเอเชียมีอีก 2 ประเทศที่มีพัฒนาการจนคะแนนสูงขึ้น คือ ศรีลังกาและกัมพูชา ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นสูงสุดจากปี 2021 เป็นลำดับที่ 7 และ 10 ตามลำดับ

ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากปี 2021 สูงสุด แต่คะแนนเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียรวมทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิกกลับเท่ากับปี 2021 ที่อยู่ที่ 5.46 เพราะหลายประเทศมีคะแนนลดลง โดยเฉพาะฮ่องกงที่ติดอันดับ 10 ประเทศที่มีคะแนนลดลงมากที่สุดและจีนที่ความเป็นประชาธิปไตยถดถอยลง

ประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยแข็งแรงที่สุด

แน่นอนว่าประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งที่สุดก็คงจะไม่พ้นประเทศแถบนอร์ดิกและยุโรปที่อยู่หัวตารางจัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุด โดยนอร์เวย์ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยคะแนน 9.81 ส่วน 10 ประเทศแรกที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ดังนี้

#1 นอร์เวย์
#2 นิวซีแลนด์
#3 ไอซ์แลนด์
#4 สวีเดน
#5 ฟินแลนด์
#6 เดนมาร์ก
#7 สวิสเซอร์แลนด์
#8 ไอร์แลนด์
#9 เนเธอร์แลนด์
#10 ไต้หวัน

ประเทศที่เป็นเผด็จการมากที่สุด

มาดูท้ายตารางกันบ้างว่าประเทศไหนเป็นประเทศที่มีคะแนนประชาธิปไตยยอดแย่หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นประเทศที่ถูกปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการอำนาจนิยม

#1 อัฟกานิสถาน
#2 เมียนมาร์
#3 เกาหลีเหนือ
#4 สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
#5 ซีเรีย
#6 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
#7 เติร์กเมนิสถาน
#8 ชาด
#9 ลาว
#10 อิเควทอเรียลกินี

เหตุการณ์ประท้วงต่อต้านเผด็จการทหารในประเทศเมียนมาร์ในปี 2021

คะแนนเฉลี่ยประชาธิปไตยของ 167 ประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 5.29 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2021 ที่มีคะแนนอยู่ที่ 5.28 อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วยังถือว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมีอยู่น้อยกว่า โดยประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์มีเพียง 24 คิดเป็น 14.4% จากประเทศทั้งหมดเท่านั้น และประชากรที่อยู่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงมีอยู่เพียง 8% จากจำนวนประชากรทั่วโลก

รัสเซียถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีการพัฒนาประชาธิปไตยต่ำที่สุด โดยเสียคะแนนไป -0.96 คะแนน เทียบกับปี 2021 จนร่วงลงมาจากที่อยู่อันดับที่ 124 ลงมาอยู่อันดับที่ 146 ได้คะแนนรวม 2.28 และจัดอยู่ในประเทศที่ปกครองในระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

สาเหตุที่รัสเซียมีคะแนนลดลงมากที่สุดเพราะเป็นประเทศที่มีผู้นำแบบอำนาจนิยมที่ต้องการแสวงหาความเป็นใหญ่และยึดติดกับอดีตของการเป็นจักรวรรดิ จนนำมาสู่การบุกรุกยูเครนเพื่อแย่งชิงดินแดนจนเกิดเป็นสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อยาวนานในที่สุด ขณะที่ยูเครนยังจัดอยู่ในประเทศที่ปกครองกึ่งเผด็จการเหมือนปี 2021

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ประเทศ ‘ผู้นำ’ ระบบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังติดหล่มเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยบกพร่องอยู่ดังเดิมตั้งแต่ปี 2016 และมีคะแนนความเป็นประชาธิปไตยอยู่ที่ 7.85 คะแนนเทียบเท่ากับปี 2021 โดยอยู่ในลำดับที่ 30 จากประเทศทั่วโลก หล่นลงมา 4 อันดับจากปี 2021

ที่มา – EIU

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ดัชนี EIU เผยไทยยังเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยบกพร่อง แต่พลิกโผได้คะแนนเพิ่มมากที่สุดในโลกจากปี 2021  first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/eiu-democracy-index-2022/

Lactasoy เปิดตัว Paper Planes พรีเซนเตอร์คนใหม่ เตรียมปล่อยเพลงโฆษณามี.ค.นี้

Lactasoy เปิดตัว Paper Planes พรีเซนเตอร์คนใหม่ ร่วมกันทำเพลงและโฆษณา เตรียมปล่อยเดือนมีนาคมนี้ พร้อมชี้แจงการปรับราคาเนื่องจากต้นทุนทุกอย่างที่สูงขึ้นกว่า 40%

ไม่มีอีกแล้วแลคตาซอย 5 บาท ที่ขายมายาวนานเกือบ 18 ปี หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านบริษัท แลคตาซอย จำกัด ได้ปรับขึ้นราคานมถั่วเหลืองทุกขนาดเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและแพคเกจจิ้งปรับราคาเพิ่มขึ้น 40% รวมถึงได้ทำเพลงโฆษณาใหม่ร่วมกับศิลปิน Paper Planes พร้อมปล่อยเพลงให้ได้รับฟังและชมกันต้นเดือนมีนาคมนี้ วัยรุ่นฟันน้ำนมเตรียมคอไว้ร้องเพลงใหม่ได้เลย 

โดยนางสาวมัลลิกา จิรพัฒนกุล ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท แลคตาซอย จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงประมาณปี 2560-2561 ทางแลคตาซอยได้เตรียมปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด แต่ช่วงนั้นเกิดการระบาดของโควิด 19 ทำให้บริษัทต้องตรึงราคาไว้เพื่อผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านราคาวัตถุดิบรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่นำมาทำแพคเกจจิ้ง และด้านพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งเกือบทั้งหมดได้ปรับราคาขึ้นกว่า 40%  ทำให้ต้นทุนในการผลิตนมถั่วเหลืองแลคตาซอยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านก็ได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองแลคตาซอยขึ้นทุกขนาด ยกเว้น นมถั่วเหลืองแลคตาซอยโกลด์ซีรีย์ 

“ที่ผ่านยอดขายนมถั่วเหลืองแลคตาซอยโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเห็นได้ชัดว่า ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมาขึ้น ซึ่งนมถั่วเหลืองแลคตาซอยเป็นโปรตีนจากพืชที่หาดื่มได้ง่าย และราคาถูก แม้ว่าไม่กี่วันที่ผ่านกระแสของการปรับราคานมถั่วเหลืองแลคตาซอยจะเพิ่มขึ้น แต่ผลตอบรับจากผู้บริโภคไม่ได้กังวลเรื่องราคาที่ปรับขึ้นแต่อย่างใด ในทางกลับกันคนส่วนใหญ่จะกังวลว่าหลังจากนี้เพลงแลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร จะเปลี่ยนไปอย่างไร” 

ด้านฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ และ เซน นครินทร์ ขุนภักดี สองหนุ่มจากวง Paper Planes และเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแลคตาซอย ทั้งคู่เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้ถูกเลือกเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของ แลคตาซอย ซึ่งทางPaper Planes และ แลคตาซอยก็ได้ทำเพลงใหม่ร่วมกันแล้ว โดยจะเตรียมปล่อยเพลงและโฆษณาตัวใหม่ ต้นเดือนมีนาคมนี้ เเน่นอน 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Lactasoy เปิดตัว Paper Planes พรีเซนเตอร์คนใหม่ เตรียมปล่อยเพลงโฆษณามี.ค.นี้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/lactasoy-launches-new-presenter-paper-planes/

สหรัฐพบบอลลูนสอดแนมต้องสงสัย มั่นใจมากว่าเป็นของจีน ลอยเหนือมอนทานาแหล่งเก็บขีปนาวุธ

สหรัฐฯ พบบอลลูนต้องสงสัยลอยเหนือน่านฟ้านาน 2 วันแล้ว คาดอาจเป็นบอลลูนสอดแนมจากจีน

Pentagon

ทางเพนตากอนยังไม่ตัดสินใจที่ยิงบอลลูนดังกล่าวให้ตกลงมา เนื่องจากเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อประชาชนบนภาคพื้นดินได้ การพบบอลลูนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายที่ยังไม่ค่อยราบรื่นนัก

ด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมระบุกับผู้สื่อข่าวเพนตากอนว่า “มีความมั่นใจสูงมาก” ว่าบอลลูนนั้นเป็นของจีนและมันกำลังลอยอยู่บนพื้นที่อ่อนไหวในการเก็บข้อมูล เนื่องจากบนพื้นที่ดังกล่าวคือรัฐมอนทานาใกล้กับฐานทัพอากาศมาล์มสตอร์มซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งในสามแห่งของทุ่งไซโลเก็บ Minuteman III หรือขีปนาวุธข้ามทวีป (ขีปนาวุธข้ามทวีปพิสัยไกลที่มีระยะทิ้งตัวได้ไกลกว่า 5,500 กิโลเมตร ออกแบบมาเพื่อบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ มีเป้าหมายทำลายได้ในวงกว้างและระยะไกล)

ด้านโฆษกเพนตากอน พลจัตวา Patrick Ryder ได้แถลงข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่ารัฐบาลกำลังติดตามบอลลูนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

Ryder ระบุว่า ล่าสุด บอลลูนกำลังลอยอยู่สูง อยู่เหนือการจราจรทางอากาศเชิงพาณิชย์และไม่ได้มีท่าทีคุมคามทางกายภาพต่อประชาชนบนภาคพื้นดิน ทางรัฐบาลได้ทำการป้องกันเพื่อต้านการเก็บข้อมูลอ่อนไหวโดยทันที แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องนี้

เขาเล่าว่า บอลลูนนี้มีลักษณะท่าทีเหมือนกับที่เคยเห็นก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว สหรัฐจะต้องทำให้แน่ใจว่าท่าทีดังกล่าวไม่ได้มีการเก็บข้อมูลอ่อนไหวใดๆ ออกไป ประเด็นนี้ได้มีการรายงานไปยัง Joe Biden แล้ว โดยรัฐมนตรีกลาโหม Lloyd Austin และประธานเสนาธิการทหารร่วม พลเอก Mark Milley แนะนำให้ยังไม่ตัดสินใจทำอะไรเนื่องจากอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนบนภาคพื้นดินได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมได้ประสานไปยังจีนหลายช่องทางแล้ว โดยทำให้พวกเขารู้ว่าสหรัฐฯ จริงจังกับเรื่องนี้ และสหรัฐจะทำอะไรก็ตามที่มันจำเป็น ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องประชาชนและแผ่นดินของเรา

บอลลูนน่าสงสัยไม่ได้ลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐครั้งแรก แต่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ Antony Blinken เตรียมจะเดินทางเยือนปักกิ่งครั้งแรกเร็วๆ นี้ คาดว่าจะเกิดการพบปะกันภายในสัปดาห์นี้แต่ทริปนี้ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันอยู่ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนที่จะยืนยันว่า การพบบอลลูนลับดังกล่าวจะกระทบแผนการเดินทางหรือไม่

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้เตรียมเครื่องบินเจ็ทขับไล่ ซึ่งรวมทั้ง F-22 เตรียมพร้อมที่จะยิงบอลลูนให้ตกด้วย เพียงแต่รอคำสั่งจากทางทำเนียบขาวเท่านั้น แต่ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แนะนำให้ไม่ยิงบอลลูน เนื่องจากเศษซากบอลลูนอาจตกลงมาใส่ประชาชนบนภาคพื้นดินได้

ขณะที่ Greg Gianforte ผู้ว่าการรัฐมอนทานา แถลงการณ์ว่าได้รับทราบข้อมูลเรื่องบอลลูนน่าสงสัยของจีนที่ลอยเหนือรัฐมอนทานาแล้ว จากบอลลูนสปาย ถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นสปายผ่าน TikTok ไปจนถึงบริษัทจีนที่เชื่อมโยงกับพรรคที่พยายามซื้อที่ดินของสหรัฐ ผมรู้สึกเป็นกังวลต่อความมั่นคงของประเทศเรามาก

 

เรื่องนี้ ยังไม่มีการปฏิเสธหรือตอบรับใดๆ จากทางฝั่งจีน

ที่มา – Nikkei, Defense, Malmstrom, Gov Montana

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สหรัฐพบบอลลูนสอดแนมต้องสงสัย มั่นใจมากว่าเป็นของจีน ลอยเหนือมอนทานาแหล่งเก็บขีปนาวุธ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/pentagon-tracking-surveillance-balloon-from-china/

Suntory เตรียมทุ่มทุนยกระดับโรงกลั่นวิสกี้เพิ่ม 2 แห่ง มูลค่ากว่า 2.5 พันล้านบาท

หลังจาก Suntory ผลิตวิสกี้สัญชาติญี่ปุ่นมานานนับ 100 ปีแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะปรับปรุงโรงกลั่นทั้ง 2 แห่งเสียที โรงกลั่นวิสกี้ที่ว่าก็คือ Yamazaki และ Hakushu

Suntory
Suntory Yamazaki Distillery

ทั้งสองแห่งต้องการเพิ่มพื้นที่สำหรับการทำมอลต์ซึ่งเป็นกระบวนการทำที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยโรงกลั่น Yamazaki ที่เป็นโรงขนาดเล็กจะเริ่มวิจัยและพัฒนาเพิ่มหม้อกลั่นไฟฟ้าเข้าไปใช้ ขณะที่โรงกลั่น Hakushu จะมีการเพาะเลี้ยงยีสต์ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด โดยทางบริษัทก็เตรียมจะเปิดให้เข้าชมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วย

สำหรับแผนฉลอง 100 ปีของ Suntory นั้น จะมีการเปิดตัวเครื่องดื่มไฮบอล (highball หรือวิสกี้ที่รินในแก้วทรงสูง เติมน้ำแข็งด้วย) โดยจะปล่อยวิสกี้ไฮบอลออกมาเป็นรุ่นลิมิเต็ดประมาณ 150,000 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 600 เยนหรือประมาณ 152 บาท เพิ่มจากราคาปกติของ Kaku Highball 3 เท่า เตรียมผลิตจากโรงกลั่น Yamazaki ช่วงฤดใบไม้ร่วงนี้

ซันโทรี่เริ่มผลิตวิสกี้จากโรงกลั่น Yamazaki ตั้งแต่ปี 1923 เป็นการปรับจากเครื่องดื่มตะวันตกให้เข้ากับวัฒนธรรมการดื่มของญี่ปุ่น ซึ่งวิสกี้ญี่ปุ่นก็มีชื่อเสียงอย่างมากด้านคุณภาพและการส่งออกจนขึ้นอันดับ 1 ของสาเกในปี 2020 และยังทำรายได้ทะลุ 5.6 หมื่นล้านเยนหรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาทในปี 2022

Suntory
Suntory Hakushu Distillery

ความต้องการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงมาก ขณะที่ผลิตภัณฑ์บางตัวก็ขาดแคลน การเพิ่มกำลังการผลิตก็เป็นไปได้ยากเพราะวิสกี้ต้องใช้เวลาในการบ่ม ด้านประธานซันโทรี่ Nobuhiro Torii ระบุว่า เราได้เพิ่มจำนวนถังบ่มวิสกี้แล้ว แต่ผลิตภัณฑ์ยังเป็นไปได้ยากเนื่องจากอุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน

ที่มา – Nikkei

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Suntory เตรียมทุ่มทุนยกระดับโรงกลั่นวิสกี้เพิ่ม 2 แห่ง มูลค่ากว่า 2.5 พันล้านบาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/suntory-will-upgrade-yamasaki-and-hakushu-distillery/