คลังเก็บหมวดหมู่: appdiscus

ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh

ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh
HallZy

Realme GT Neo 5 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Fast Charge เร็วถึง 240W ล่าสุดวันนี้ Senior Executive ของ Realme เผยรูปและยืนยันออกมาว่า Realme GT Neo 5 โมเดลที่สองจะมีความเร็วในการชาร์จ 150W 

gsmarena 001 | Realme GT Neo 5 | ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh

ถึงแม้จะเป็น Realme GT Neo 5 โมเดลที่ชาร์จแบตเตอรี่ช้าลงไปบ้างแต่ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh จาก 0%-100% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเพียงเท่านั้น ข้อมูลนี้อ้างอิงจากผลการทดสอบจาก Realme 

ในตอนนี้ Realme มีสมาร์ตโฟนที่รองรับ Fast Charge 150W มาแล้วหนึ่งรุ่นคือ Realme GT Neo3 ชิปเซ็ต Dimensity 8100 ตอนนี้ก็ได้แต่หวังการมาของ Realme GT Neo 5 จะสร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราบ้าง เท่าที่เรารู้ในตอนนี้คือตัวเครื่องมาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 8200 เทคโนโลยีการผลิต 5 นาโนเมตร สำหรับใครที่สนใจก็รอดูกันได้ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ 

ข่าว: ยืนยัน Realme GT Neo 5 มีโมเดลที่รองรับ Fast Charge 150W แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/realme_confirms_gt_neo_5_to_have_a_150w/

มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม
HallZy

Intel Core i5-12490F เป็นซีพียูรุ่นพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะในตลาดประเทศจีนเท่านั้น โดยมีการเพิ่มขนาดแคช L3 ให้ใหญ่ขึ้น และ Clock Speed สูดกว่า Core i5-12400Fน่าใช้ขนาดนี้ก็ได้แต่หวังว่า Intel จะนำมาวางขายในประเทศอื่น ๆ บ้าง 

Intel Core i5 13490F CPUZ1 | intel | มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิงจากสกรีนช็อตที่ถูกปล่อยมาโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ wnxod Intel Core i5-13490F มาพร้อมกับ Performance Core 6 คอร์ และ Efficient Core 4 คอร์ มีความเร็สสูงกว่า i5-13400F ถึง 200 MHz ซึ่งเป็นความเร็วในระดับเดียวกับ i5-13500 ส่วนแคช L3 มีขนาดใหญ่ขึ้น 4MB อย่างไรก็ตาม L2 ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงและมีขนาด 9.5 MB เท่าเดิม 

Intel Core i5 13490F CPUZ2 | intel | มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม

จากการทดสอบด้วย CPU-Z Benchmark คะแนน Single-Cores ของเร็วกว่า Intel Core i9-10850K โดยทำคะแนนไป 779.7 คะแนนแต่ในส่วนของ Multi-Core นั้นช้ากว่าโดยทำคะแนนไป 6,834 คะแนน ในตอนนี้ Intel Core i5-13490F ยังไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์ของ Intel และไม่ได้มีการเปิดตัวในงาน CES 2023 ในเดือนที่แล้ว

ข่าว: มาไม่หยุด! Intel เตรียมปล่อย Core i5-13490F เพิ่มขนาดแคชและความเร็วให้สูงขึ้นกว่าเดิม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/intel-preparing-core-i5-13490f-cpu/

Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้

Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้
Noppinij

ระบบการอัปเดตตั้งแต่ Android N เป็นต้นมา ได้มีการเพิ่มความสามารถที่เรียกว่า Seamless Updates (หรือเรียกว่า A/B updates) เป็นการอัปเดตที่จะดาวน์โหลดและติดตั้้งไฟล์อัปเดทลงในพาร์ติชั่นพื้นหลังที่ไม่ได้ถูกใช้งาน ในขณะที่ผู้ใช้ยังคงใช้งานเครื่องได้ตามปกติบนพาติชั่นหลัก ระบบนี้ทำขึ้นมาเพื่อให้เจ้าของเครื่องสามารถใช้งานโทรศัพท์ไปพร้อมๆ ทำการดาวน์โหลดติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ใหม่ไปพร้อมกันในพื้นหลัง ช่วยย่นเวลาการรอคอยที่เครื่องจะกลับมาพร้อมใช้ในเวลาที่สั้นลง เพราะผู้ใช้ต้องทำแค่การอนุญาตในขั้นตอนสุดท้าย ให้โทรศัพท์รีบูทตัวเองเพื่อสลับการทำงานเข้าสู่ระบบใหม่ที่ถูกดาวน์โหลดมาไว้ในพาร์ติชันที่ไม่ได้ใช้งานก่อนหน้านี้นั้นเองครับ

แต่วิธีการอัปเดตแบบนี้จำเป็นต้องใช้พื้นที่จัดเก็บที่มีขนาดใหญ่กว่ากระบวนการอัปเดตทั่วไป เนื่องจากต้องแบ่งพาร์ติชันการทำงานออกเป็นสองแทนที่จะเป็นพาร์ติชันเดียว ทำให้ในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่หลายแบรนด์สมาร์ทโฟนจะพยายามลดการใช้พื้นที่หน่วยความจำลงจากการตัดฟังก์ชั่นนี้ออกไป และทาง Samsung ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ไม่ได้ใส่ระบบ Seamless Updates เข้าไปในโทรศัพท์ Galaxy S23 series ที่เพิ่งเปิดตัวไปด้วยเช่นกัน

โดยมีข้อมูลยืนยันจาก Nicolas La Rocco นักข่าวจาก Computer Base ที่ได้ข้อมูลยืนยันผ่านทางทวิตเตอร์ไว้ว่า Galaxy S23 Ultra จะไม่รองรับการอัปเดตแบบ Seamless Updates ผู้ใช้ก็อาจจะต้องรอนานกันมากขึ้นสักหน่อยเมื่อมีการอัปเดทระบบใหม่ให้กับเครื่อง

12 | galaxy s23 | Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้
แต่อย่างไรก็ตามการรอคอยเครื่องอัปเดตดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ ที่เรากังวลกันมากกว่าคือเครื่องเราจะได้รับอัปเดตระบบใหม่กันหรือเปล่า แต่ปัญหานี้ผู้ใช้ Samsung อุ่นใจได้เลยเพราะว่า สมาร์ทโฟน Samsung ทุกรุ่นจะได้รับการอัพเดตระบบให้อย่างน้อยสามปีเป็นอย่างน้อยพร้อมแพทช์ความปลอดภัย อุ่นใจใช้งานได้ยาวไม่ตกรุ่นแน่นอนครับ

ข่าว: Samsung Galaxy S23 จะไม่มีระบบ Android Seamless updates ใส่เข้ามาให้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-galaxy-s23-no-seamless-updates/

สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
Appdisqus Team

Galaxy S23 series เป็นสมาร์ทโฟนที่เลือกใช้เฉดสีตัวเครื่องที่ Inspired by Nature หรือได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โดยทั้ง 4 สีสันเป็นแนวสีแบบเอิร์ธโทน ดูเรียบหรูโดดเด่นและผลิตจากสีย้อมธรรมชาติ ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยกระจกฟิล์ม PET รีไซเคิล ซึ่งทางซัมซุงก็มีผลิตออกมาให้เลือกถึง 4 สี ซึ่งต้องยอมรับว่าเครื่องจริงของ Galaxy S23 series สวยทุกสีจริงๆ

Galaxy S23 series จะมีทั้งหมด 4 สีได้แก่ Green, Cream, Lavender และ Phantom Black นอกจากนี้ซัมซุงยังมีสีพิเศษอย่าง Lime, Graphite, Sky Blue และ Red ซึ่งเป็นสีที่จะมีสำหรับการสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ samsung.com ที่เดียวเท่านั้น เป็นสีพิเศษที่นอกเหนือจากสีที่เปิดให้อยู่ทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ โดยเราจะเอาที่มาของสีเครื่องหลักทั้งสี่มาแนะนำกันก่อน

Samsung Galaxy S23 Series Inspired by Nature 1 | galaxy s23 | สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Green แรงบันดาลใจจากสีของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวจากหิน Botanic Green และสีเขียวพืชพรรณต่างๆ และได้ดีไซน์ออกมาเป็นสีเขียวอมเทาที่ช่วยเพิ่มความเรียบหรูให้กับตัวเครื่อง สีเขียวยังให้ความรู้สึก สดชื่น สงบ ผ่อนคลาย นอกจากนี้สีเขียวยังขึ้นแท่นสีมงคล หรือที่คุ้นหูกันในชื่อสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์เป็นสีที่หลายๆ คนต้องมีไว้ติดตัวเพื่อความอุ่นใจ

Samsung Galaxy S23 Series Inspired by Nature 2 | galaxy s23 | สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Cream สีขาวละมุน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดอกฝ้ายสีขาวที่ดูนุ่มฟู เฉดสีจากธรรมชาติ ที่ยังคงความหรูหรา และมินิมอลในตัว ด้วยโทนสีที่อบอุ่นและตัวเครื่องเหลือบทองนิดๆ เพิ่มความพรีเมียมไปอีกขั้น จะแมทช์ยังไงก็สวยอย่างมีระดับ

Samsung Galaxy S23 Series Inspired by Nature 3 | galaxy s23 | สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Lavender เป็นสีที่ได้แรงบันดาลใจมากจากสีของดอก Lilac ที่มาในโทนม่วงผสมกับสีเทาอ่อนๆ ได้อย่างลงตัวเป็นแนวสีพาสเทล ให้ความรู้สึกละมุนละไม อ่อนหวาน และงดงาม นอกจากนี้สี Lavender ก็กำลังเป็นเทรนด์อยู่ในตอนนี้ ใครเป็นสายชอบสีหวานๆ ละมุนต้องห้ามพลาด

Samsung Galaxy S23 Series Inspired by Nature 4 | galaxy s23 | สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Phantom Black สีดำสุดเท่ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากสีของถ่านหิน เชื้อเพลิงจากธรรมชาติสีดำด้าน เช่นเดียวตัวเครื่องที่มาพร้อมกับผิวสัมผัสที่พิถีพิถันกับความด้านที่ละมุน คลอบคลุมไปทั้งฝาหลัง ยิ่งเพิ่มลุคให้ดูเท่และคลาสสิกดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้เป็นสียอดนิยมตลอดกาลที่หลายคนยังคงเลือกใช้

Samsung Galaxy S23 Series Inspired by Nature 5 | galaxy s23 | สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

Samsung Galaxy S23 Series เป็นสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่เครื่องสวยจริงครับ สัมผัสดีและแข็งแรง เลือกใช้สีที่โดดเด่นเป็นธรรมชาติด้วยสีสันที่ Inspired by Nature ภายนอกสวยภายในสเปคแรง สุดท้ายเราแนบโปรโมชั่นการสั่งจองสำหรับผู้สนใจ ที่อยากได้ Galaxy S23 Series ในโปรโมชั่นพิเศษ ดูได้ที่ลิงก์นี้ครับ >> โปรโมชั่น ของแถม และราคาของ Samsung Galaxy S23 Series

ข่าว: สวยขนาดนี้รู้ที่มาหรือยัง? ที่มาของ 4 สีบนเครื่อง Galaxy S23 series ล้วนรับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/color-of-samsung-galaxy-s23-series-4-natural/

Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22

Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22
Wat.C

Samsung เพิ่งเปิดตัว Galaxy S23 ที่มีการอัปเกรดสเปกพอสมควร พร้อมกับกล้องใหม่ที่ซูมเทพขึ้นมาก และถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ถูกใจใครหลาย ๆ คนด้วยเหมือนกัน

TM Roh ประธานของ Samsung Mobile ได้บอกกับสื่อท้องถิ่นว่าบริษัทคาดว่า Galaxy S23 จะมียอดขายที่ดีกว่า Galaxy S22 ราว 10% ซึ่ง Roh เผยเพิ่มเติมว่าบริษัทเองวางเป้าหมายยอดขายที่ดีขึ้นในสมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้ด้วยเหมือนกัน

Roh เชื่อว่า Samsung Galaxy S23 Ultra หรือตัวท็อปจะครองส่วนแบ่งยอดขายมากกว่า 50% ใน Galaxy S23 ทั้งหมด ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Samsung ให้ความสำคัญกับสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมมากกว่ารุ่นอื่น บริษัทระบุว่าที่ยอดขายของ Galaxy S23 Ultra ทำได้ดีเพราะ Galaxy S22 Ultra ได้แสดงความสำเร็จเอาไว้ก่อนแล้ว

กลยุทธิ์การดันตัวท็อปนั้นถือว่าสมเหตุสมผล นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ตโฟนจะหดตัวลงอีกในปี 2023 ดังนั้น การเน้นจำหน่ายรุ่นที่สามารถสร้างกำไรได้ดีที่สุดเป็นสิ่งที่ควรทำ

ข่าว: Samsung คาด Galaxy S23 จะขายดีกว่า Galaxy S22 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-has-some-lofty-galaxy-s23-series-sales-goals/

ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
Noppinij

ปีนี้เป็นปีที่ซีรีส์ Samsung Galaxy S รุ่นใหม่ได้เลือกใช้ชิปเซ็ตเป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมดที่วางจำหน่ายไปทั่วโลก ไม่มีรุ่นแยกที่ใช้ Exynos อีกต่อไป มีเพียงแต่ Qualcomm Snapdragon เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Galaxy S23 จะไม่โดดเด่นกว่าใคร เพราะ Snapdragon 8 Gen 2 ที่นำมาใช้ทำงานภายใน S23 ทั้งหมด คือ “Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy” (Snapdragon 8 Gen 2 for Galaxy ) เป็นตัวประมวลผลรุ่นพิเศษ เพราะทั้ง CPU และ GPU ได้ถูกโอเวอร์คล็อกและให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่นที่มีชิปเซ็ตเดียวกันในตลาดขึ้นไปเล็กน้อย แต่มันจะสร้างความแตกต่างได้มากแค่ไหน? เรามีผลที่มีการทดสอบจากบริการทดสอบประสิทธิภาพหลายๆ ตัวมาฝากกันครับ

Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy ภายใน CPU ติดตั้งหัวประมวลผลแบบเดียวกันกับ Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นอื่นๆ ประกอบด้วย  1x Cortex-X3 , 2x Cortex-A715, 2x Cortex-A710 และ 3x Cortex-A510 cores แต่คอร์ Cortex-X3 ซึ่งเป็น Core ตัวหลักนั้นถูกโอเวอร์คล็อกขึ้นไปที่ 3.36 GHz แทนที่จะเป็น 3.2GHz เช่นเดียวกับ GPU – Adreno 740 ที่จะไปทำงานอยู่บนความเร็ว 719 MHz แทนที่จะเป็น 680 MHz ตามปกตินั้นเองครับ

เรามาดูผลการทดสอบของ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นแรงระดับท็อปตัวอื่นๆ กันดีกว่า แต่อย่าลืมว่า Samsung Galaxy S23 Ultra ที่ถูกนำมาทดสอบในเนื้อหานี้ แบกความความชัดของหน้าจอแสดงผลอยู่ที่ระดับ 1440p ซึ่งเป็นความละเอียดที่สูง โดยสมาร์ตโฟนแต่ละรุ่นก็จะมีความละเอียดหน้าจอที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่ที่นำมาทดสอบจะเป็นเครื่องที่ให้หน้าจอระดับ QuadHD ขึ้นไป นอกจาก iPhone 14 Pro Max และ ZTE nubia Red Magic 8 Pro ที่นำมาเทียบด้วยเพราะเป็นตัวแรงประจำ OS ในขณะนี้นั้นเอง

  1. Samsung Galaxy S23 Ultra : ความละเอียด 1440 x 3088 px
  2. ZTE nubia Red Magic 8 Pro : ความละเอียด 1116 x 2480 px
  3. iPhone 14 Pro Max : ความละเอียด 1280 x 2796 px
  4. Xiaomi 12S Ultra : ความละเอียด  1440 x 3200 px
  5. Xiaomi 12 Pro : ความละเอียด  1440 x 3200 px
  6. Samsung Galaxy S22 Ultra : ความละเอียด 1440 x 3088

เริ่มกันที่ผลลัพธ์จากการทดสอบ Geekbench 5 CPU ผลที่ได้ก็มีคำอธิบายว่าทำไม Galaxy S23 Ultra จึงเป็นผู้นำเหนือ nubia Red Magic 8 Pro ในการทดสอบแบบ single-core และตามหลังในการทดสอบแบบมัลติคอร์ นั้นเพราะว่า Cortex-X3 ภายใน S23 Ultra มีการโอเวอร์คล็อกที่สูงกว่าปกตินั้นเองทำให้การทดสอบแบบคอร์เดียวสามารถทำคะแนนได้ดี แต่ในการทดสอบแบบมัลติคอร์กลับได้คะแนนน้อยกว่าเพราะคอร์ Cortex-X3 ไม่ได้ใช้ในการทดสอบแบบมัลติคอร์เป็นตัวหลักนั้นเอง ทำให้ Red Magic 8 Pro มีข้อได้เปรียบเหนือ Galaxy เล็กน้อย

GeekBench 5 (มัลติคอร์) คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี

| galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
GeekBench 5 (แกนเดียว) คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี

2 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy
ในขณะผลทดสอบของ Galaxy S23 Ultra บน AnTuTu นั้นตามหลัง Red Magic 8 Pro อยู่ แต่เน้นไว้อีกครั้งว่าความละเอียดหน้าจอของ Red Magic 8 Pro อยู่ที่ 1080p+ ซึ่งต้องการพลังประมวลผลด้านกราฟิกที่น้อยลง ท้ายที่สุด AnTuTu 9 เป็นการทดสอบแบบผสม แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้จากทดสอบนี้คือ Snapdragon 8 Gen 2 มีความแรงกว่า Snapdragon 8+ Gen 1 รุ่นเก่า และแรงกว่า A16 Bionic ใน iPhone 14 Pro Max ค่อนข้างมากทีเดียว

AnTuTu 9 ยิ่งสูงยิ่งดี

3 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

ผลทดสอบอื่นๆ

GFX Aztek ES 3.1 High (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

4 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

GFX Aztek ES 3.1 High (offscreen 1440p)

5 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

GFX Aztek Vulkan High (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

6 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Aztek Vulkan High (offscreen 1440p) ยิ่งสูงยิ่งดี

7 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Car Chase ES 3.1 (offscreen 1080p) ยิ่งสูงยิ่งดี

8 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

GFX Car Chase ES 3.1 (onscreen) ยิ่งสูงยิ่งดี

9 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

 

3DMark Wild Life Extreme (offscreen 1440p) ยิ่งสูงยิ่งดี

10 | galaxy s23 | ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy

จากผลทดสอบต่างๆ ก็พูดได้ว่าถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ GPU มาก Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy จะเป็นผู้ชนะที่ค่อนข้างชัดเจน โดยในการทดสอบแบบ Offscreen (ไม่เกี่ยวกับหน้าจอ) เกือบทั้งหมด Galaxy S23 Ultra สามารถแซงหน้าทำคะแนนได้สูง แต่ผลการทดสอบแบบบนหน้าจออาจจะถูกทำคำแนนได้ดีกว่าโดยโทรศัพท์ที่มีความละเอียดหน้าจอที่ต่ำกว่านั้นเอง ก็สรุปได้ว่า Galaxy S23 Series มีการอัปเกรดด้านการประมวลผลที่เหนือกว่ารุ่นก่อนอย่างมากแบบชัดเจนครับ

ข่าว: ผลทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S23 Ultra กับชิปเซ็ตเฉพาะ Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับ Galaxy มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/benchmarks-snapdragon-8-gen-2-for-galaxy-s23/

Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้

Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้
Wat.C

Honor จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Magic 5 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ภายในงาน MWC 2023 ซึ่งรุ่นนี้น่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Huawei P60 ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้

ข้อมูลจาก DigitalChatstation เผยว่า Honor จะเปิดตัวสมาร์ตโฟน Magic 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่ Huawei จะเปิดตัว P60 ในเดือนมีนาคม ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่า 2 รุ่นนี้จะมีความคล้ายคลึงกัน ทั้งในแง่ของสเปกและคุณสมบัติต่าง ๆ ครับ

Screen Shot 2566 02 04 at 22.25.56 | honor | Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้

Honor Magic series เป็นรุ่นที่เน้นความสามารถด้านกล้องเป็นหลัก จากภาพเรนเดอร์ด้านหลังจะใช้กล้องทรงกลม วางกล้องเป็นแนว 3 เหลี่ยม รองรับ Periscope Zoom 100x ตัวกล้องมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถรับแสงได้มากขึ้นกว่าเดิม ด้านสเปก ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 ระบบปฏิบัติการ MagicOS 7

ส่วน Huawei P60 ก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีกล้องล่าสุดเช่นเดียวกัน มีกล้องที่สามารถปรับรูรับแสงได้หลากหลาย ระบบภาพ XMAGE และรองรับชาร์จไว 88W

ข่าว: Huawei P60 อาจเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/huawei-p60-and-honor-magic-5-to-fight-in-march-in-china/

เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090
HallZy

Gigabyte เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กสุดแรง ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Intel Core i9-13900HX สถาปัตยกรรม Raptor Lake 24C/32T ความเร็วสูงสุด 5.4 GHz และมีการ์ดจอออนบอร์ด (Integrated Graphics) มาให้ด้วย แต่ว่าประสิทธิภาพในการทำงานต่ำกว่ารุ่นบนเดสก์ท็อป

GIGABYTE AORUS 17X 2 videocardz | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

ถึงจะใส่มาให้ก็เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงไม่ได้สนใจสักเท่าไรก็เพราะ AORUS 17X มาพร้อมกับ GeForce RTX 4090 การ์ดจอสุดแรงจาก NVIDIA และดีที่สุดในเวลานี้ ด้วยประสิทธิภาพระดับนี้ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม RTX 4090 ถึงมีการใช้พลังงานสูงสุดถึง 175W 

GIGABYTE AORUS 17X 1 videocardz2 | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

สเปกของ AORUS 17X 

  • Intel Core i9-13900HX 24C/32T Turbo 5.4 GHz 
  • NVIDIA GeForce RTX 4090 16GB GDDR6 
  • DDR5 32GB (16×2) 5600 MHz 
  • 2TB M.2 SSD 
  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว 16:9 ความละเอียด 2560×1440 240Hz, DCI-P3 100%
  • Windows 11 Pro / Wi-Fi 6E / Bluetooth V5.2 

GIGABYTE AORUS 17X 1 videocardz | AORUS | เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090

ความแรงระดับนี้การระบายความร้อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ตัวโน๊ตบุ๊กมาพร้อมกับมาลงระบายอากาศ 4 ตัวที่ และ Vapor Chamber แบบเต็มระบบ ด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมอาจทำให้การพกพาไปไหนมาไหนไม่สะดวกสักเท่าไร  ตัวเครื่องมีราคาอยู่ที่ $3,899 และเริ่มจัดส่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2023 ใครสนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ 

ข่าว: เปิดตัว AORUS 17X เกมมิ่งโน๊ตบุ๊กตัวแรกที่มาพร้อม GeForce RTX 4090 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/aorus-17x-the-first-laptop-with-geforce-rtx-4090/

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ
HallZy

AMD ประกาศอย่างวันวางจำหน่ายและราคาของ Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ โดยจะวางขายด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นคือ Ryzen 7 7800X3D, Ryzen 9 7900X3D และ Ryzen 9 7950X3D โดยชิปประมวลผลทั้ง 3 ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้สูงขึ้น โดยโมเดลเรือธงนั้นทาง AMD ปล่อยออกมาเพื่อมาแข่งกับ Intel Core i9-13900K จากฝั่งคู่แข่งนั่นเอง

7900X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

 Ryzen 7000X3D ซีรีส์ที่มีการประกาศวันวางจำหน่ายและราคา 

  • AMD Ryzen 7950X3D 16C/32T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.7 GHz ขนาด Cache 144MB และ TDP 120W ราคา $699 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7900X3D 12C/24T 4.4 GHz ความเร็วสูงสุด 5.6 GHz ขนาด Cache 140MB และ TDP 120W ราคา $599 วางจำหน่ายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 
  • AMD Ryzen 7800X3D มาพร้อมกับ 8C/16T 4.2 GHz ความเร็วสูงสุด 5.0 GHz ขนาด Cache 104MB และ TDP 120W ราคา $449 วางจำหน่ายวันที่ 6 เมษายน 2023

7800X3D LAUNCH DATE | AMD | AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ

หากใครสั่งซื้อ Ryzen 7 7800X, Ryzen 9 7900X หรือ Ryzen 9 7950 รับไปโค้ดเกม Star Wars Jedi: Survival ไปเล่นกันแบบฟรี ๆ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าโปรโมชั่นนี้จะมีใน Ryzen 7000X3D ซีรีส์หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป 

ข่าว: AMD ประกาศวันวางจำหน่ายและราคา AMD Ryzen 7000X3D ซีรีส์อย่างเป็นทางการ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/amd-ryzen-9-7950x3d-launches-february-28th/

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
Appdisqus Team

รวมมือถือยอดขายถล่มทลายทั้งในกลุ่ม New-entry ไปจนถึงรุ่นแฟล็กชิป ของ realme ในปี 2022 รุ่นไหนบ้างที่ครองใจคนรุ่นใหม่ในรายชื่อสมาร์ตโฟนที่ติดอันดับรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ในปี 2022

โดยอ้างอิงความนิยมจากยอดขายในการเปิดตัว รวมถึงการจัดแคมเปญผ่านแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ ซึ่งในวันนี้ในทุกรุ่นยังคงเป็นมือถือขายดีอยู่ในทุกช่องทางจำหน่าย และเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เช่นเดิมด้วยราคาจำหน่ายในปัจจุบันนั้นเองครับ

รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realmeในปี 2022 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

เริ่มต้นกันที่สมาร์ตโฟนระดับแฟล็คชิปอย่าง GT Series ที่ realme จัดแน่นในทุกด้านทั้งสเปค ดีไซน์ แบตเตอรี่ เรียกได้ว่าได้รับเสียงฮือฮาในทุกครั้งที่เปิดตัว โดยมาเริ่มกันที่

1.   realme GT Neo 3 และ GT Neo 3T

realme GT Neo 3 และ GT Neo 3T นำแฟน ๆ ไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ฟอร์มูล่า-1 และธงตารางหมากรุกที่โบกสะบัด ณ จุดเส้นชัย สื่อถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วแรงเต็มสปีดสมศักดิ์ศรีแฟล็กชิปของแบรนด์ และไม่ได้เร็วเฉพาะการทำงาน แต่ยังรวมไปถึงระบบชาร์จ SuperDart Charge 80W ที่สามารถชาร์จไฟ 0-50% ได้ภายในเวลา 12 นาที นอกจากนี้ ยังมาพร้อมจอแสดงผลระดับเทพที่ Refresh Rate 120Hz พร้อมระบบเสียงลำโพงคู่ที่ให้คุณเสพความบันเทิงและคอนเทนต์ทุกรูปแบบได้อย่างเต็มอารมณ์

สำหรับรุ่น realme GT Neo 3T ยังครองแชมป์สมาร์ตโฟนยอดขายอันดับ 1 (หมวด Mobile Category) ในช่วงการจัดแคมเปญ “Shopee Super Brand Day” เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และยังสามารถครองยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 อย่างต่อเนื่องในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคา 10,000-14,999 บาท ประจำเดือนธันวาคมอีกด้วย

realme GT NEO 3 (8GB/256GB) สะท้อนความโฉบเฉี่ยวแบบ Racing Stripe Design ติดตั้งขุมพลัง Dimensity 8100 5G Processor จำหน่ายในราคา 18,999 บาท

realme GT Neo 3T (8GB/128GB) นำเสนอมิติใหม่แห่งงานดีไซน์ด้วยลายธงตารางหมากรุก เลือกใช้ซีพียู Snapdragon 870 ที่รันทุกแอปได้เร็วแรงถึงใจไม่มีสะดุด จำหน่ายในราคา 12,999 บาท

realme GT Neo 3

realme GT Neo 3 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT Neo 3 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme GT 3T

realme GT 3T 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT 3T 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

2.   realme GT 2 Pro

สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่พรีเมียมที่สุดจาก realme ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ด้านแรกคือดีไซน์การออกแบบจาก Bio-Base polymer หรือโพลิเมอร์ชีวภาพ ตอบโจทย์กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ โดยได้ร่วมออกแบบกับคุณ Naoto Fukasawa และมากไปกว่านั้น สำหรับดีไซน์แบบ Bio-Base polymer นี้ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษจากคาร์บอนถึง 63% ต่อกิโลกรัม ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่พรีเมียม แต่ realme GT 2 Pro ยังมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ใหม่ล่าสุด มั่นใจในความเร็วแรงได้อย่างไม่มีจำกัด และยังได้จอแสดงผล Super Reality กับความละเอียด 2K AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว เอาใจผู้ใช้อย่างได้ในทุกด้านอย่างลงตัว

และด้วยความพรีเมียมที่มาในราคาที่คุ้มค่า จึงทำให้ realme GT 2 Pro ครองใจผู้ใช้งานด้วยกระแสที่มาแรงกับยอดขาย 300 เครื่องภายใน 1 ชั่วโมง และยังทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวด
สมาร์ตโฟนระดับราคา 20,000 บาท บนช่องทางออนไลน์มาแล้ว

realme GT 2 Pro (12/256GB) มาในราคา 24,990 บาท

realme GT 2 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme GT 2 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ตามมาด้วยรุ่น Number Series ที่ก็ไม่น้อยหน้า โดยในปีที่ผ่านมา realme ได้เปิดตัว Number Series หลายรุ่นโดยแต่ละรุ่นก็มาพร้อมความน่าประทับใจที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้น realme ก็มอบความคุ้มค่าได้อย่างเหลือเชื่อ โดยมาเริ่มกันที่

3.   realme 10 Pro Series

สุดยอดสมาร์ตโฟนตัวท็อปใน Number Series ที่ได้กระแสชื่นชมถล่มทลาย ด้วย realme 10 Pro+ 5G มาพร้อมหน้าจอโค้งที่หรูหราพร้อม Refresh Rate 120Hz ดีไซน์ตัวเครื่องและขอบจอเพรียวบางระดับ Ultra-Thin เอฟเฟ็กต์ฝาหลังแบบไฮเปอร์สเปซสุดอลังการด้วยดีไซน์เส้นแสงสุดล้ำ 3 มิติ และนอกจากดีไซน์สุดพรีเมียมแล้วยังจัดเต็มกับสเปก มอบการใช้งานที่ลื่นไหลขั้นสุด พร้อมหน่วยความจำเริ่มต้นสูงถึง 256GB เรียกได้ว่าใช้งานทั่วไปแบบเหลือ ๆ โดยไม่ต้องใส่เมโมรี่การ์ดเพิ่ม และอีกฟีเจอร์ที่เหนือกว่าแฟล็กชิปทุกรุ่นในท้องตลาดปัจจุบันคือเทคโนโลยีการปรับความสว่างหน้าจอระดับ 2160Hz PWM จึงสามารถแสดงสีสันได้แม่นยำในทุกระดับความสว่างและช่วยถนอมสายตาได้มากที่สุดในโลกสมาร์ตโฟนปัจจุบัน!

ด้วยฟีเจอร์เด่น ๆ ที่กล่าวมา จึงไม่น่าแปลกใจที่ realme 10 Pro Series จะติดอันดับ Top 2 สมาร์ตโฟนขายดีในระดับราคา 14,000-16,999 บาท บนแพลตฟอร์ม Shopee ประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

realme 10 Pro Series นำเสนอ 2 รุ่น ทั้ง realme 10 Pro 5G (8GB/256GB) ในราคา 11,999 บาท และ realme 10 Pro+ 5G (12GB/256GB) ในราคา 15,999 บาท

realme 10 Pro + 5G

realme 10 Pro 5G 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 10 Pro 5G 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme 10 Pro 5G

realme 10 Pro 5G 02 1 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022realme 10 Pro 5G 01 1 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

4.   realme 9 Pro Series

realme 9 Pro Series นับเป็นสมาร์ตโฟนที่เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก ด้วยการเป็น Capture The Light  ซึ่งนับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกล้องระดับเรือธงในระดับ Mid-range โดยมาด้วยกัน 2 รุ่น คือ realme 9 Pro+ ด้วยการเต็มกับกล้องที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟนระดับเซ็กเมนต์เดียวกัน พร้อมชูเทคโนโลยี ProLight Imaging Technology พร้อมจัดเต็มกับความแรงด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 920 5G และอีกหนึ่งรุ่นกับ realme 9 Pro มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 695 5G ตัวแรกในระดับเซกเมนต์เดียวกัน และเพิ่มหน่วยความจำ Dynamic RAM ได้ถึง 13GB ไม่เพียงเท่านั้น ยังมาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling System ทำให้ realme 9 Pro มอบประสิทธิภาพการทำงานเหนือขั้น

และด้วยสเปคอันคุ้มค่าที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ realme 9 Pro Series ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มาแรงและเป็นกระแสจนถึงวันนี้ พร้อมการันตีจากการคว้ารางวัลสมาร์ทโฟนแห่งปี 2022จากสื่อไอทีหลายเจ้า แสดงให้เห็นว่า realme 9 Pro Series นั้นคุ้มค่าและสามารถมัดใจผู้ใช้งานได้อย่างปฏิเสธไม่ได้

realme 9 Pro Series นำเสนอ 2 รุ่นทั้ง realme 9 Pro (6/128) ราคา 8,999 บาท, realme 9 Pro (8/128) ราคา 9,999 บาท และ realme 9 Pro+ (8/256) ราคา 12,999 บาท

realme 9 Pro+

realme 9 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 9 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

realme 9 Pro

realme 9 Pro 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme 9 Pro 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ปิดท้ายด้วยสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กอย่าง C Series ที่ก็ปังไม่แพ้กัน นั่นเพราะ realme ตั้งใจที่จะมอบประสิทธิภาพที่คุ้มค่าผ่านสมาร์ตโฟนในทุกระดับ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง

5.   realme C33

หนึ่งในบัดเจ็ตสมาร์ตโฟนที่ครองใจวัยรุ่นทั่วโลกจนถูกยกย่องให้เป็น Budget King ในทันทีที่เปิดตัว กับ realme C33 ด้วยการออกแบบฝาหลังที่งดงามเกินบรรยายให้เป็นเอ็กเฟ็กต์ระลอกคลื่นที่เล่นแสงได้จากทุกทิศทาง ผสานรูปทรงตัวเครื่องที่บางเพียง 8.3 มม. ทำให้เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่ดูหรูหราเกินราคาและมีสไตล์โดดเด่นที่สุดในสมาร์ตโฟนเซกเมนต์เดียวกัน ทั้งยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ด้วยกล้องถ่ายรูปสุดล้ำนำเทรนด์ที่ให้ความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล พร้อมการประมวลผลภาพด้วย CHDR algorithm รูปแบบใหม่ ที่มีโหมดถ่ายภาพมากมายทั้ง Beauty, Super Night, HDR, Panoramic View, Portrait, Time-lapse และ Expert Mode ซึ่งตอบทุกโจทย์การถ่ายภาพได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ realme C33  ยังเป็นหนึ่งในบัดเจ็ตสมาร์ตโฟนเพียงไม่กี่รุ่นในท้องตลาดที่ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5000mAh และใช้ถาดใส่ซิมแบบ 3 สล็อต โดยใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม และยังสามารถใส่ Micro SD card เพิ่มได้สูงสุดถึง 1TB! ถือเป็นฟังก์ชันเด็ดที่แม้แต่มือถือระดับแฟล็กชิปก็ไม่มีให้

บัดเจ็ตสมาร์ตโฟน realme C33 เสนอขายในราคาเพียง 4,499 บาทเท่านั้น

realme C33 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme C33 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

6.   realme C35

realme ยังนำเสนอรุ่นอัปเกรดจาก C33 มาสู่ C35 โดยได้เพิ่มฟีเจอร์อีกมากมาย ทั้งงานออกแบบฝาหลังไดนามิกเรืองแสงอันล้ำสมัย พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางกว่าเดิมเพียง 8.1 มม. ซึ่งถือเป็นรุ่นที่บางเบาที่สุดของ C Series ในปัจจุบัน อีกหนึ่งการอัปเกรดคือในส่วนกล้องถ่ายภาพที่ขยับมาใช้เซ็นเซอร์กล้องหลักเทียบเท่ากับรุ่นท็อปในปีที่แล้วของแบรนด์อย่าง GT2 Pro ซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซลด้วยรูรับแสงกว้าง f/1.8 ช่วยเก็บรายละเอียดของแสงสีได้ครบถ้วนทุกมิติ

นอกจากนี้ ยังให้หน้าจอความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งหายากในมือถือระดับราคาเดียวกัน ด้วยขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นที่ 6.6 นิ้ว ช่วยให้คุณรับชมวิดีโอและคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างสมจริงและเต็มตามากขึ้น และยังคงมาพร้อมฟีเจอร์เด่นอื่น ๆ ที่มีในรุ่น C33 ทั้งแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh, เทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion Technology (DRE) เพื่อการใช้งานแบบ Multitasking, และระบบ Quick Charge 18W

และด้วยความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้นี้ทำให้ realme C35 ติดโผอยู่ในอันดับ 6 ในกลุ่มสมาร์ตโฟนยอดขายดีในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการรายงานของ Canalys Report ประจำไตรมาส 1 ปี 2565 อีกด้วย

realme C35 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 4,499 บาท

realme C35 02 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022
realme C35 01 | Realme | รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022

ข่าว: รวมสมาร์ตโฟนดาวเด่น realme ที่ครองใจผู้ใช้ในปี 2022 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/best-of-realme-smartphone-2022/