เรื่องทั้งหมดโดย Feed News

นัดคุย สกมช. และเจรจาธุรกิจกับเหล่า Vendor/Service Provider ได้ในงาน NCSA Thailand National Cyber Week 2023 วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ ณ สามย่านมิตรทาวน์

บริษัท IT Consult, System Integrator และ Distributor ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้าน Cybersecurity จากเหล่า Vendor และ Service Provider มาขายหรือให้บริการในไทย สามารถลงทะเบียนเพื่อนัดเจรจาธุรกิจผ่านการทำ Business Matching ได้ในงาน “Thailand National Cyber Week 2023” วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ ณ สามย่านมิตรทาวน์ รวมถึงสามารถนัดพูดคุย ทำความรู้จักกับเหล่าผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) แบบ Exclusive ได้อีกด้วย

📆 วันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2023
⏰ เวลา 10:30 – 16:30 น.
🏢 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ (แผนที่, MRT สามย่าน)
📍 รายละเอียด https://www.thncw.com/matching/

Vendor และ Service Provider ที่เปิดเจรจา Business Matching เพื่อค้นหา Partner ในการทำธุรกิจร่วมกันมี 8 บริษัท ได้แก่ Bangkok MSP, Bangkok Systems, CDNetworks, DBR Systems – Thailand, Exclusive Networks, G-Able, Imperva และ Softnix Technology สามารถดูข้อมูลบริษัทและรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่นำเสนอได้ที่ https://www.thncw.com/matching/

หน่วยงาน/องค์กร CII, บริษัท IT Consult, System Integrator, Distributor, Service Provider และ Vendor ที่สนใจนัดพูดคุยกับเหล่าผู้บริหารของ สกมช. และเจรจาธุรกิจผ่านทาง Business Matching สามารถลงทะเบียนเพื่อยื่นเรื่องขอนัดหมายได้ทันที โดยทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันวันและเวลานัดหมายผ่านทางอีเมลและโทรศัพท์ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้

** Business Matching ไม่ใช่บริการสำหรับการค้นหาพ่อค้าหรือลูกค้าสำหรับซื้อขายผลิตภัณฑ์/บริการ

from:https://www.techtalkthai.com/ncsa-thailand-national-cyber-week-2023-business-matching/

Fortinet ออกชิป ASIC ใหม่ ‘FortiSP5’ ยกระดับการทำงาน ผสานพลัง Network และ Security

Fortinet ผู้นำด้าน Next-gen Firewall ได้เปิดตัวนวัตกรรมชิป ASIC ล่าสุดของตนรุ่นที่ 5 หรือ Security Processing Unit ‘SP5’ โดยมีสถิติใหม่ที่น่าสนใจดังนี้

credit : Fortinet
  • ให้ประสิทธิภาพสำหรับ Firewall สูงกว่า CPU ตามมาตรฐานชั้นนำถึง 17 เท่า
  • ให้ประสิทธิภาพสำหรับ Next-gen Firewall เช่น การทำ Traffic inspection สูงกว่า CPU ตามมาตรฐานชั้นนำถึง 3.5 เท่า
  • ทำการเข้ารหัสได้เร็วกว่า 32 เท่า เสริมพลังให้แก่การทำ VPN และการปกป้องข้อมูลที่อ่อนไหว
  • ตรวจตราทราฟฟิคที่เข้ารหัสเพื่อป้องกันมัลแวร์ได้ถึง 2.5 Gbps
  • เพื่อความสามารถ Secure Boot อนุญาตเฉพาะ OS ที่ถูกต้องเท่านั้น
  • ใช้พลังงานลดลงถึง 88% เทียบกับ CPU ชั้นนำตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
  • เสริมสมรรถนะให้แก่การป้องกัน DDoS และ ช่วยเรื่องของการทำ QoS ด้วยพลังจากฮาร์ดแวร์ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของ VXLAN/GRE Encapsulation ด้วย

ประสิทธิที่ภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างยิ่งยวดด้วยพลังงานที่ต่ำลงและขนาดชิปเล็กลง ยังตอบโจทย์นโยบายด้านความยั่งยืนไปพร้อมกัน ซึ่งการที่ฮาร์ดแวร์เก่งขึ้นการให้บริการฟีเจอร์ Firewall, ZTNA, SD-WAN และ SSL Inspection ก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยกระดับการใช้งานในแง่มุมต่างๆ ทั้ง Edge, 5G, Branch/Campus และงานในภาคอุตสาหกรรม (OT)

ผู้สนใจทุกท่านตั้งตารอได้เลย โดย FortiGate รุ่นระดับเล็กและกลางที่จะออกมาในปีนี้จะอัดแน่นมาด้วยขุมพลังจาก SP5 อย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.fortinet.com/corporate/about-us/newsroom/press-releases/2023/fortinet-unveils-new-asic-accelerate-networking-security-convergence-across-network-edges

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-asic-fortisp5/

แผ่นดินไหวตุรกี สะเทือนถึงซีเรียทำคนเสียชีวิตแล้วกว่า 4,300 คน บาดเจ็บนับหมื่น

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี เสียหายหนักหน่วงทั้งในประเทศและบริเวณใกล้เคียง

Recep Erdogan Tayyip
Image from T.C.Cumhurbaskanligi

ท่ามกลางความหนาวเหน็บเกือบถึงจุดเยือกแข็งด้วยอุณหภูมิราว 1 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อก ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 4,300 คนแล้ว

เหตุแผ่นดินไหวในตุรกีขนาด 7.8 แมกนิจูดเริ่มขึ้นครั้งในช่วงเวลาเช้ามืด 4.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวคือบริเวณเมืองกาซีอันทัพ (Gaziantep) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ความรุนแรงของแผ่นดินไหวสะเทือนไปถึงไซปรัส อียิปต์ อิสราเอล และเลบานอน จากนั้นจึงเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง ระดับ 7.5 แมกนิจูด เป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี

สำหรับในตุรกี มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,921 คน มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 13,293 คน ตึก อาคารเสียหายราว 5,600 แห่ง ขณะที่ในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,450 คน มีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน ทั้งนี้ มีผู้อพยพจำนวนมากที่หนีออกจากสงครามกลางเมืองในซีเรียไปอาศัยอยู่ในตุรกีบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว อีกทั้งตุรกียังเป็นประเทศที่เปิดรับให้ผู้อพยพชาวซีเรียหนีเข้าประเทศมากที่สุดถึง 3.6 ล้านคนด้วย

ที่มา – NYT

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แผ่นดินไหวตุรกี สะเทือนถึงซีเรียทำคนเสียชีวิตแล้วกว่า 4,300 คน บาดเจ็บนับหมื่น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/earthquake-in-turkey-and-syria-killed-more-than-4300-people/

Intel Arc A-Series Mobile ศักราชใหม่ของชิปกราฟิกจาก Intel

Intel Arc A-Series Mobile ชิปกราฟิกแบบแยกของทาง Intel มาแล้ว ไปดูกันว่าชิปกราฟิกรุ่นใหม่นี้พกอะไรมาบ้างและประสิทธิภาพในการเล่นเกมจะแรงมากแค่ไหน

Intel Arc A-Series Mobile
Intel Arc A-Series Mobile

Intel ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดชิปกราฟิกซึ่งมีคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง NVIDIA และ AMD เป็นผู้ครองตลาดอยู่ ดังจะเห็นได้ว่าทาง Intel เองนั้นมีความพยายามที่จะพัฒนากราฟิกชิปของตัวเองมาตลอดเวลาในช่วงเกือบจะ 20 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีในอดีตนั้นชิปกราฟิกของทาง Intel จะเป็นแบบฝังในหน่วยประมวลผล(CPU) แทบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นเรียกได้ว่าเทียบไม่ได้เลยกับคู่แข่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วกับด้านการเล่นเกม ทว่าหลังจากนี้นั้นเกมได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อล่าสุดทาง Intel ได้ทำการเปิดตัวชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของตัวเองอย่าง Intel Arc A-Series Mobile ออกมาอย่างเป็นทางการพร้อมกันทีเดียวถึง 5 รุ่น

Advertisementavw

งานนี้มาดูกันดีกว่าว่า Intel Arc A-Series Mobile นั้นพกเอาอะไรมาให้ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกันบ้าง แล้ว Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่นนั้นหากใช้งานในการเล่นเกมจริงแล้วจะแรงมากแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปติดตามกันได้เลย



การมาถึงของ Intel Arc A-Series Mobile

Intel Arc A Series Mobile 002

จริงๆ แล้วนั้นทาง Intel เปิดตัวชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของอย่าง Intel Arc A-Series Mobile ออกมาได้เป็นระยะเวลาเกือบจะหนึ่งปีได้แล้ว ทว่ากว่าที่โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile จะออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้นก็พึ่งจะผ่านมาไม่กี่เดือนนี้(ซึ่งยังออกไม่ครบทุกรุ่นด้วยสำหรับตลาดในไทย)

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นก่อนที่เราจะไปดูผลการทดสอบของ Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่นนั้นเรามาทำความรู้จัก Intel Arc A-Series Mobile กันก่อนดีกว่าว่ามันพกอะไรมาให้ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ได้ตื่นเต้นกันบ้าง

Intel Arc A Series Mobile 003

Intel Arc A-Series Mobile นั้นเป็นชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คที่ใช้สถาปัตยกรรม Intel Xe-HPG ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม Xe รุ่นที่ 2 ของทาง Intel ที่แรงมากขึ้นกว่าเดิม Intel Arc A-Series Mobile นั้นถูกแบ่งออกเป็น 5 รุ่นสำหรับแต่ละตลาดอันประกอบไปด้วย A770M, A730M, A550M, A370M และ A350M ตามลำดับความแรงของตัวชิป โดยรุ่น Arc 7 นั้นจะถูกจัดไว้ในระดับบน, Arc 5 ถูกจัดเอาไว้อยู่ในระดับกลาง ส่วน Arc 3 นั้นถูกจัดเอาไว้ในระดับเริ่มต้น โดยแต่ละรุ่นนั้นจะมีสเปคแตกต่างกันไปดังภาพด้านบน

Intel Arc A Series Mobile 004

ถึงแม้ว่าแต่ละรุ่นจะมีสเปคที่ต่างกัน ทว่าด้วยความที่ชิปกราฟิกทุกรุ่นนั้นใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกันหมดทำให้ Intel Arc A-Series Mobile ทุกรุ่นนั้นจะรองรับการใช้งานกับ DirectX 12 Ultimate รวมถึงยังรองรับการใช้งานฟีเจอร์แสงและเงาอย่าง Ray-Tracing อีกด้วยต่างหาก ตัวชิปผลิตภายใต้กระบวนการผลิตที่ระดับ 6nm โดยทาง TSMC

Intel Arc A Series Mobile 006

แน่นอนว่าเมื่อเป็นชิปกราฟิกของทาง Intel เองดังนั้นก็ต้องมีฟีเจอร์เด่นๆ สำหรับร่วมใช้งานกับหน่วยประมวลผล(CPU) ของทาง Intel อย่าง Deep Link technology ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประการดังต่อไปนี้

  • Dynamic Power Share จะทำให้ชิปกราฟิกกับหน่วยประมวลผลสามารถที่จะแชร์ปริมาณงานในการทำงานกันสำหรับการประมวลผลได้เมื่อใช้งานร่วมกับหน่วยประมวลผล Intel Gen 12 ขึ้นไป โดยการทำงานนั้นจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่างๆ ดีขึ้นโดยการแบ้งพลังงานของโน๊บุ๊คให้กับการใช้งานระหว่างหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกว่าอะไรต้องการทำงานมากกว่ากัน งานนี้นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้นแล้วฟีเจอร์นี้ยังช่วยเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย
  • Hyper Encode จะช่วยในการทำการเข้ารหัสไฟล์ภาพและวีดีโอโดยใช้การประมวลผลร่วมกันของหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกทำให้การเข้ารหัสไฟล์ภาพและวีดีโอต่างๆ นั้นเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
  • Hyper Compute จะช่วยในการประมวลผลด้าน AI รวมถึงกระประมวลผลด้านกราฟิกในโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่างๆ โดยใช้การประมวลผลร่วมกันระหว่างชิปกราฟิกแบบแยกอย่าง Intel Arc และชิปกราฟิกแบบฝังในหน่วยประมวลผล(Intel Gen 12 ขึ้นไปซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นเป็น Iris Xe)
Intel Arc A Series Mobile 005

ต่อกันที่การรองรับการเข้ารหัสไฟล์วีดีโอที่ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจาก Intel Arc A-Series Mobile ทุกรุ่นนั้นจะรองรับการถอดและเข้ารหัสไฟล์วีดีโอที่นิยมในปัจจุบันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น VP9, AVC, HEVC รวมไปถึงรูปแบบการถอดและเข้ารหัสไฟล์รุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่าง AV1 อีกด้วยต่างหาก หากถามว่าประสิทธิภาพเป็นอย่างไรแล้วล่ะก็นี่คือตัวอย่าง

Intel Arc A Series Mobile 007
Intel Arc A Series Mobile 008
Intel Arc A Series Mobile 009

จากกราฟทั้ง 3 ทางด้านบนนั้นเป็นการเทียบการเข้ารหัสไฟล์วัดีโอในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ชิปกราฟิกแบบแยกระดับเริ่มต้นของทาง Intel อย่าง A370M ซึ่งจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพในการเข้าและถอดรหัสไฟล์รวมถึงการใช้ AI ในการปรับแต่งวีดีโอผ่านโปรแกรมนั้น A370M สามารถที่จะทำผลการทดสอบได้ดีกว่า GeForce RTX 3050 ซึ่งถือว่าเป็นชิปกราฟิกตัวตึงในระดับเริ่มต้นได้ในบางการทดสอบด้วย

หมายเหตุ – แต่ว่าหน่วยประมวลผลรุ่นที่ทำการทดสอบนั้นจะเป็นคนละ Gen กันเลยทำให้อาจจะไม่สามารถยึดโยงผลได้มากนัก ทว่าก็ยังพอเห็นภาพได้ว่า Intel Arc A-Series Mobile จาก Intel นั้นมีของจริงๆ

Intel Arc A Series Mobile 010

สิ่งสุดท้ายที่หลายๆ ท่านอาจจะกังวลกันนั่นก็คือเรื่องของ Driver ของตัวชิปกราฟิกว่าจะทำออกมาได้ดีแค่ไหนเพราะขนาด AMD ซึ่งเป็นขาเก๋าแล้วในวงการกราฟิกยังมีปัญหากับการทำ Driver สำหรับชิปกราฟิกออกมาบางรุ่นอยู่ ทว่าในส่วนของทาง Intel นั้นเข้าใจเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างดี โดยทาง Intel ได้สัญญาว่าจะพัฒนา Driver สำหรับ Intel Arc A-Series Mobile ให้รองรับกับเกมใหม่ๆ ทันทีที่เกมใหม่นั้นๆ ออกวางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการ

นอกไปจากนั้นแล้วทาง Intel ยังได้แนะนำ Intel ARC Control สำหรับการควบคุมฟีเจอร์ของชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile ทั้งหมดออกมาซึ่งลักณะการใช้งานนั้นจะเน้น UI ที่สวยงามมากกว่าเดิม, ใช้งานง่ายขึ้น, รองรับการปรับแต่งมากขึ้น ฯลฯ

เราได้แนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับฟีเจอร์หลักๆ ของ Intel Arc A-Series Mobile กันไปแล้ว จากนี้ไปก็จะถึงเวลาที่หลายๆ ท่านรอคอยอยู่นั่นก็คือผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Intel Arc A-Series Mobile ในแต่ละรุ่น จะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกันต่อได้เลย


Intel Arc A770M

เริ่มต้นกันที่ชิปกราฟิกรุ่นท๊อปอย่าง Intel Arc A770M ซึ่งจะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 32 – unified
Raytracing Cores 32
Core Speed 1650 MHz
Cache L1: 6 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 16000 MHz
Memory Bus Width 256 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 16 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 512 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 150 Watt (120 – 150 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size large
Intel Arc A Series Mobile 011

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A770M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce RTX 3070 mobile อยู่เล็กน้อย งานนี้เรียกได้ว่าน่าประทับใจมาก


Intel Arc A730M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นท๊อปตัวรองอย่าง Intel Arc A730M ซึ่งจะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 24 – unified
Raytracing Cores 24
Core Speed 1100 MHz
Cache L1: 4.5 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 192 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 12 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 336 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 120 Watt (80 – 120 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium sized
Intel Arc A Series Mobile 012
Intel Arc A Series Mobile 013
Intel Arc A Series Mobile 014
Intel Arc A Series Mobile 015

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A730M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce RTX 3060 mobile อยู่เล็กน้อย


Intel Arc A550M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นกลางอย่าง Intel Arc A550M ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังคงไม่มีโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปกราฟิกรุ่นนี้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทำให้ยังไม่มีผลทดสอบออกมา อย่างไรก็ตามตัวชิปกราฟิกรุ่นนี้จะมีสเปคดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 16 – unified
Raytracing Cores 16
Core Speed 900 MHz
Cache L1: 3 MB, L2: 16 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 128 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 12 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 224 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 80 Watt (60 – 80 Watt TGP)
Transistor Count 21.7 Billion
Die Size 406 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 16x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium sized

จากสเปคและการคาดการณ์นั้น Intel Arc A550M น่าจะมีประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง Radeon RX 6500M และ 6600M


Intel Arc A370M

ต่อกันที่ชิปกราฟิกรุ่นล่างตัวบนอย่าง Intel Arc A370M ซึ่งตัวชิปกราฟิกรุ่นนี้จะมีสเปคและผลการทดสอบดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 8 – unified
Raytracing Cores 8
Core Speed 1550 MHz
Cache L1: 1.5 MB, L2: 4 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 64 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 4 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 112 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 50 Watt (35 – 50 Watt TGP)
Transistor Count 7.2 Billion
Die Size 157 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 8x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium – small sized
Intel Arc A Series Mobile 016
Intel Arc A Series Mobile 017
Intel Arc A Series Mobile 018
Intel Arc A Series Mobile 019
Intel Arc A Series Mobile 020
Intel Arc A Series Mobile 021

จากกราฟและผลการทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A370M มีประสิทธิภาพตามหลัง Radeon RX 6500M อยู่พอสมควร แต่ถ้าหากถามถึงเรื่องการเล่นเกมแล้วนั้น Intel Arc A370M สามารถที่จะเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p โดยปรับเอฟเฟคที่ระดับกลาง – สูงได้แบบสบายๆ(ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น)


Intel Arc A350M

ปิดกันที่ชิปกราฟิกรุ่นเล็กสุดของซีรีย์อย่าง Intel Arc A330M ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังคงไม่มีโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปกราฟิกรุ่นนี้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทำให้ยังไม่มีผลทดสอบออกมา อย่างไรก็ตามตัวชิปกราฟิกรุ่นจะมีสเปคดังต่อไปนี้

Codename Alchemist
Architecture Xe HPG
Pipelines 6 – unified
Raytracing Cores 6
Core Speed 1150 MHz
Cache L1: 1.1 MB, L2: 4 MB
Memory Speed 14000 MHz
Memory Bus Width 64 Bit
Memory Type GDDR6
Max. Amount of Memory 4 GB
Shared Memory no
Memory Bandwidth 112 GB/s
API DirectX 12_2, OpenGL 4.6, Vulkan 1.3
Power Consumption 35 Watt (25 – 35 Watt TGP)
Transistor Count 7.2 Billion
Die Size 157 mm²
technology 6 nm
PCIe 4 8x
Displays 4 Displays (max.), HDMI 2.0b, DisplayPort 2.0 10G Ready
Notebook Size medium – small sized
Intel Arc A Series Mobile 022
Intel Arc A Series Mobile 023
Intel Arc A Series Mobile 024
Intel Arc A Series Mobile 025

จากกราฟและผลการทดสอบนั้นจะเห็นได้ว่า Intel Arc A330M มีประสิทธิภาพตามหลัง GeForce GTX 1650 Max-Q อยู่เล็กน้อย แต่ถ้าหากถามถึงเรื่องการเล่นเกมแล้วนั้น Intel Arc A330M สามารถที่จะเล่นเกมระดับ AAA ที่ความละเอียด 1080p โดยปรับเอฟเฟคที่ระดับต่ำได้เท่านั้น(แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น)


โดยรวมแล้ว Intel Arc A-Series Mobile นั้นถือว่าเป็นชิปกราฟิกแยกสำหรับโน๊ตบุ๊คของทาง Intel ที่น่าประทับใจพอสมควร หากจะมีข้อเสียอยู่นั้นก็คือตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel Arc A-Series Mobile นั้นยังมีออกมาวางจำหน่ายให้เลือกกันไม่มากนัก อย่างไรก็ตามก็คงต้องให้เวลาทาง Intel ได้พิสูจน์กันอีกสักพัก แต่การที่ Intel เริ่มมาเล่นตลาดชิปกราฟิกแบบจริงจังนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ เพราะนั่นหมายถึงทำให้คู่แข่งนั้นก็จะพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะหนีกันและสร้างความแตกต่างออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้่เลือกกันมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา : notebookcheck 1, 2, 3, 4, 5, intel, forbes, hothardware

from:https://notebookspec.com/web/686285-intel-arc-a-series-mobile-gpus-arrive-with-powerful-innovative-new-features-for-notebook

NetApp ประกาศเลย์ออฟพนักงานถึง 8 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่

บริษัทด้านเทคโนโลยีสตอเรจและการจัดการบนคลาวด์ NetApp ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เตรียมเลย์ออฟพนักงานทั่วโลกประมาณ 8 เปอน์เซ็นต์ ตามข้อมูลที่ยื่นแบบฟอร์มให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่ไปเน้นธุรกิจที่มีโอกาสมากที่สุดก่อน

แผนการเลย์ออฟนี้มีกำหนดจะเสร็จภายในปีงบประมาณ 2023 ของ NetApp ซึ่งน่าจะภายในวันที่ 28 เมษายน ครั้งนี้ไม่ใช่การเลย์ออฟครั้งแรกของบริษัท ช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2022 ก็มีเลย์ออฟไปแล้ว 1 เปอร์เซ็นต์เพื่อปรับโครงสร้าง ลดการใช้พื้นที่สำนักงาน

นอกจากนี้ก็มีเลย์ออฟอีก 1 เปอร์เซ็นต์ช่วงต้นปีงบประมาณ 2023 เพื่อปรับโครงสร้าง จัดสรรทรัพยากรใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ทั้งนี้เมื่อกรกฎาคม 2023 NetApp มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 12,000 คน อ้างอิงจากข้อมูลที่ยื่นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ

การเลย์ออฟครั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการจ่ายค่าชดเชยและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องจากการปรับโครงสร้างองค์กรอยู่ในช่วง 85 – 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมแล้วในช่วงเดือนแรกของปีนี้ มีบริษัทไอทีที่ประกาศเลย์ออฟไปอย่างน้อย 17 บริษัท

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/netapp-laying-off-8-percent-of-workforce/

ความนิยมใน Java ยี่ห้ออื่นเพิ่มขึ้น หลัง Oracle เปลี่ยนวิธีคิดไลเซนส์แพงขึ้น

จากข่าว Oracle เปลี่ยนวิธีคิดค่าไลเซนส์ Java ใหม่ นับตามจำนวนพนักงานของทั้งองค์กร แทนการนับตามจำนวนพนักงานที่ต้องใช้งาน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความนิยมใน Java ของบริษัทหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นแทน

Mike Milinkovich ผู้อำนวยการของมูลนิธิ Eclipse Foundation โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ บอกว่าเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม Java ถึงแพงขนาดนี้ และแนะนำให้ใช้ไบนารี Temurin Java ของโครงการ Adoptium ภายใต้ Eclipse Foundation แทน ซึ่งเป็นไบนารีที่เข้ากันได้กับ Oracle Java 100%

อีกทางเลือกหนึ่งคือ Azul Platform Core ซึ่งเป็นแพ็กเกจ Java ของบริษัท Azul Systems ที่เสนอตัวเป็นทางเลือกของ Java แบบมีซัพพอร์ตในราคาที่ถูกกว่า Oracle มานานแล้ว ทาง Azul เองบอกว่าบริษัทได้รับการติดต่อจากลูกค้าเข้ามาอย่างมาก (massive increase) หลัง Oracle เปลี่ยนไลเซนส์

นอกจาก 2 ทางเลือกข้างต้นแล้ว ในตลาดยังมี Java ยี่ห้ออื่นๆ เช่น Amazon Corretto, Microsoft Build of OpenJDK, Red Hat OpenJDK ให้เลือกตามใจชอบ

จากสถิติของ New Relic ปี 2022 พบว่าความนิยมของ Oracle Java ลดลงจากเดิมมาก จากที่เคยมีส่วนแบ่งตลาด 75% ในปี 2020 เหลือเพียง 34.48% ในปี 2022 ส่วนอันดับสองคือ Amazon แรงขึ้นมาเป็น 22.04% ตามด้วย Adoptium 11.48%

No Description

ที่มา – InfoWorld

from:https://www.blognone.com/node/132532

AIS Business ตอกย้ำผู้นำด้านดิจิทัลและไอซีที สำหรับองค์กรและธุรกิจไทย ยกทัพโครงข่ายอัจฉริยะ, 5G โซลูชัน, โครงสร้างพื้นฐานดาต้าและคลาวด์ และทีมงานมืออาชีพ พร้อมเป็นดิจิทัลพาร์ทเนอร์อันดับ 1 ในใจผู้ประกอบการ ที่มุ่งสร้างการ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” [Guest Post]

AIS Business ขึ้นแท่นผู้นำการให้บริการดิจิทัลและโซลูชัน ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดจากกลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และ SME ในฐานะโอเปอเรเตอร์ ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co รวมถึงยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยี หรือ Digital infrastructure ที่แข็งแรงมากพอในการเชื่อมต่อประสบการณ์ของลูกค้าและคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ในปี 2023 นี้ AIS Business ยังคงเดินหน้าสร้างการ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” กับลูกค้า ทั้งภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยต้นทุนที่เหมาะสม สนับสนุนการเติบโตขององค์กรและธุรกิจ ภายใต้เทรนด์และสถานการณ์ภายหลังจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤติ และการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก ที่วันนี้ AIS Business พร้อมส่งมอบบริการดิจิทัลและไอซีทีโซลูชัน ที่สร้างความปลอดภัย มั่นใจ ตอบโจทย์การเติบโตของลูกค้าอย่างยั่งยืน

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS อธิบายต่อถึงภาพรวมสถานการณ์ตลาด และเทรนด์การทำ Digital Transformation ขององค์กร และ SME ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ว่า “3 ปี ที่เราอยู่กับการระบาดของโควิด-19 ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ได้ปรับตัวรับผลกระทบจนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อในบริบทของโลกหลังโควิดแล้ว และแน่นอนว่า พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการทำ Digital Transformation เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ธุรกิจขนส่ง Logistics และผู้ให้บริการทางการเงิน เป็นต้น อีกทั้งเทรนด์ของการใช้งานในปีนี้องค์กรจะมุ่งไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทาง IT ที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เข้ามาช่วยจัดการ ควบคุม ความมั่นคงปลอดภัยของ Data ตามกรอบกฎหมายที่ประกาศใช้ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกระแสเรื่องของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีการบริหารจัดการที่ดี ทั้งหมดนี้ทำให้ ดิจิทัลโซลูชัน ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้ามาช่วยองค์กรสร้างความพร้อมสู่การเติบโตควบคู่กับความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจได้”

นายธนพงษ์ ขยายความต่อไปอีกว่า เมื่อมองภาพรวมของสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ทำให้ในปีนี้เรายังคงมุ่งสร้าง Digital Business Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบ สามารถตอบโจทย์การทำงานทุกองค์กรได้ในทุกมิติ ผ่าน 5 กลยุทธ์ อันได้แก่ 1) เชื่อมต่อ 5G Ecosystem เพื่อการทำงานของภาคธุรกิจอย่างรอบด้าน 2) ยกระดับการทำงานของโครงข่ายด้วย Intelligent Network  3) มุ่งเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์ม  4) เสริมอาวุธด้านการตลาดและเพิ่มโอกาสการเติบโต Data-driven Business  5) ส่งมอบบริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่ไว้วางใจได้

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS Business ประกอบกับความพร้อมในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ 5G อันดับ 1 ของไทย ทำให้เราพร้อมเป็นพันธมิตรดิจิทัล ที่มั่นใจได้ เพื่อพัฒนาธุรกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ในมิติต่างๆ ดังนี้

Growth: Accelerating Growth Beyond Pandemic Recovery เร่งการเติบโตของธุรกิจโดยการสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ด้วยเครื่องมือทางดิจิทัล เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยศักยภาพของ AIS 5G และ Cloud Platform, ตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าด้วยการบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ Data Insight & Lifestyle as a Service, พร้อมการสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Smart Manufacturing, Smart Transportation & Logistics, Smart City & Building, และ Smart Retail

Trust: Modernizing Trusted Digital Infrastructure to Improve Efficiency, Agility and Security บริการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ด้วยความพร้อมเต็มรูปแบบของ Intelligent Network, Cloud Platforms, และ Cyber Security สอดรับกับกฎระเบียบของการใช้งานที่ปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละอุตสาหกรรม ผ่านโซลูชันอย่างเช่น Sovereign Cloud, SD-WAN, Secured Connectivity เป็นต้น ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความยืดหยุ่น ช่วยยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยขององค์กร

Sustainability: Creating Sustainable Business with Digital Solutions สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อธุรกิจอย่างยั่งยืน AIS Business พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การสร้างระบบนิเวศสำหรับการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรต่างๆ การสร้าง AIS 5G NEXTGen Platform เพื่อการสร้าง 5G โซลูชันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไปจนถึงโซลูชันที่เข้ามาช่วยในการบริการจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยคาร์บอน การปล่อยน้ำเสียโดยใช้ข้อมูลแบบ real-time จากอุปกรณ์ IoT ทำให้พร้อมการคาดการณ์การใช้พลังงานล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจวางแผนการทำงาน หรือการผลิตได้อย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่าง e-Waste, Academy for Thai, และอุ่นใจไซเบอร์ เป็นต้น

“จากเป้าหมายใหญ่ของ AIS ที่ต้องการเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ ในส่วนธุรกิจลูกค้าองค์กรอย่าง AIS Business ก็จะสร้างเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้ยั่งยืน ด้วยการเร่งขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของลูกค้า โดยเทคโนโลยีและการให้บริการดิจิทัลที่หลากหลายครบครัน ด้วยทีมงานที่ไว้ใจได้ในความสามารถอย่างมืออาชีพ

เรามุ่งหวังที่จะเป็นพันธมิตรสมาร์ตดิจิทัลที่ไว้วางใจได้ สนับสนุนองค์กรธุรกิจและ SME ไทยให้ “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” อย่างยั่งยืน”  นายธนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย 

เกี่ยวกับ AIS

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการดิจิทัลบนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดรวม 1420 MHz และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดกว่า 45.7 ล้านเลขหมาย (ณ กันยายน 2565) พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ครบ 77 จังหวัดแล้วเป็นรายแรกผ่าน 3 สายธุรกิจ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre และบริการดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ วิดีโอ คลาวด์ ดิจิทัลเพย์เมนท์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ตลอดจนขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ AIS eSports, AIS Insurance Service ทั้งหมดนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ที่พร้อมนำศักยภาพเข้าสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน พบกับเราได้ที่ www.ais.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-strategies-growth-relieve-together-guest-post/

Nothing Phone (2) อาจเปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมเป้าหมายใหม่ จากมือถือระดับกลาง สู่มือถือเรือธง

หลังจากปีที่แล้ว Nothing ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดมือถือโลก และมาพร้อมกับกระแสแรง Hype สุดปังในด้านดีไซน์แปลกตา ที่เหมือนจะปลุกกระแส Fashion Phone ให้กลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้ง แต่แล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่ ๆ  จนล่าสุด Carl Pei ได้ออกมาเผยรายละเอียดแล้วว่า Nothing Phone (2) จะกลับมาในปี 2023 แน่นอน แถมยังมีข่าวหลุดด้านสเปคออกมาด้วย

Nothing Phone (1) Black

Nothing Phone (2) จะมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่จากสมาร์ทโฟนระดับกลาง มาเจาะตลาดกลุ่มมือถือเรือธงระดับพรีเมียม (หรืออาจจะเป็นมือถือนักฆ่าเรือธงก็เป็นได้) โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับเลขโมเดล A065 และอาจใช้ชิปตัวท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 series แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็น Gen ไหน ประกบคู่มากับหน่วยความจำสูงสุด 12GB + 256GB รองรับระบบเพิ่มแรม Virtual RAM

จอแสดงผลคาดว่าจะมาพร้อมกับจอ Adaptive AMOLED ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานโดยจะรองรับสูงสุดที่ 120Hz นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่นก่อนเป็น 5,000 mAh (4,500 mAh ในรุ่นแรก)

มือถือตัวท็อปรุ่นใหม่จาก Nothing คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนไหน แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหว ตอนนี้ Nothing Phone (1) ศูนย์ไทยยังพอมีตัวเครื่องบางสี / บางความจุให้เลือกซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายนะ

ที่มา: MySmartPrice, GSMArena

from:https://droidsans.com/nothing-phone-2-to-launch-as-premium-flagship/

Nothing Phone (2) อาจเปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมเป้าหมายใหม่ จากมือถือระดับกลาง สู่นักฆ่าเรือธง

หลังจากปีที่แล้ว Nothing ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดมือถือโลก และมาพร้อมกับกระแสแรง Hype สุดปังในด้านดีไซน์แปลกตา ที่เหมือนจะปลุกกระแส Fashion Phone ให้กลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้ง แต่แล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่ ๆ  จนล่าสุด Carl Pei ได้ออกมาเผยรายละเอียดแล้วว่า Nothing Phone (2) จะกลับมาในปี 2023 แน่นอน แถมยังมีข่าวหลุดด้านสเปคออกมาด้วย

Nothing Phone (1) Black

Nothing Phone (2) จะมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่จากสมาร์ทโฟนระดับกลาง มาเจาะตลาดกลุ่มมือถือเรือธงระดับพรีเมียม (หรืออาจจะเป็นมือถือนักฆ่าเรือธงก็เป็นได้) โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับเลขโมเดล A065 และอาจใช้ชิปตัวท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 series แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็น Gen ไหน ประกบคู่มากับหน่วยความจำสูงสุด 12GB + 256GB รองรับระบบเพิ่มแรม Virtual RAM

จอแสดงผลคาดว่าจะมาพร้อมกับจอ Adaptive AMOLED ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานโดยจะรองรับสูงสุดที่ 120Hz นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่นก่อนเป็น 5,000 mAh (4,500 mAh ในรุ่นแรก)

มือถือตัวท็อปรุ่นใหม่จาก Nothing คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนไหน แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหว ตอนนี้ Nothing Phone (1) ศูนย์ไทยยังพอมีตัวเครื่องบางสี / บางความจุให้เลือกซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายนะ

ที่มา: MySmartPrice, GSMArena

from:https://droidsans.com/nothing-phone-2-to-launch-as-flagship-killer/

ชิปเซ็ต Samsung Galaxy S24? หลุดสเปคชิป Exynos 2400 ซีพียู 10 แกน (10-core)

หลุดข้อมูลจากขาประจำว่า Samsung กำลังพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Exynos 2400 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนของค่าย แปลว่าซัมซุงยังมุ่งพัฒนาชิปของตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าล่าสุดจะเปิดตัวมือถือเรือธง Galaxy S23 Series ไปโดยใช้แต่ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 เหมือนกันทั่วโลก

Samsung Galaxy S23 Series

Samsung เปิดตัว Galaxy S23 ไปโดยไม่มีการพูดถึงชิป Exynos เลย แปลว่าทุกประเทศจะใช้ใช้ชิปรุ่นพิเศษ Snapdragon 8 Gen 2 For Galaxy ที่ผลิตโดย TSMC อย่างเท่าเทียมกัน ถึงกระนั้นก็ยังมีข่าวล่าสุดเป็นชิป Exynos 2400 ที่ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะใช้เพื่อเป็นขุมพลังให้กับมือถือรุ่นไหน

Ice Universe เผยสเปคภายในชิป Exynos 2400 ว่าจะประกอบไปด้วยแกนหลัก 1x Cortex-X4 + 2x Cortex-A720 (ความเร็วนาฬิกาสูงกว่าเดิม) + 3x Cortex-A720 (ความเร็วนาฬิกาต่ำกว่าเดิม) + 4x Cortex-520 ทำให้ชิปตัวนี้มีส่วนประกอบทั้งหมด 10 แกน (10-core) ต่างจากตอนนี้ที่ส่วนใหญ่ใช้ชิป 8 แกนกัน (8-core)

Samsung Galaxy S24 ใช้ชิป Exynos 2400?

แต่จากประวัติก่อนหน้า ชิป Exynos 2100 ถูกใช้ไปใน Galaxy S21 Series จากนั้น ชิป Exynos 2200 ก็ถูกใช้ไปใน Galaxy S22 Series (เฉพาะบางโซน) จึงเป็นไปได้ว่าเราอาจได้เห็น ชิป Exynos 2400 ในมือถือปีหน้า Samsung Galaxy S24 ครับ

 

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s24-might-use-exynos-2400-10-core-cpu/