คลังเก็บหมวดหมู่: DROIDSANS

Nothing Phone (2) อาจเปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมเป้าหมายใหม่ จากมือถือระดับกลาง สู่นักฆ่าเรือธง

หลังจากปีที่แล้ว Nothing ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดมือถือโลก และมาพร้อมกับกระแสแรง Hype สุดปังในด้านดีไซน์แปลกตา ที่เหมือนจะปลุกกระแส Fashion Phone ให้กลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้ง แต่แล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่ ๆ  จนล่าสุด Carl Pei ได้ออกมาเผยรายละเอียดแล้วว่า Nothing Phone (2) จะกลับมาในปี 2023 แน่นอน แถมยังมีข่าวหลุดด้านสเปคออกมาด้วย

Nothing Phone (1) Black

Nothing Phone (2) จะมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่จากสมาร์ทโฟนระดับกลาง มาเจาะตลาดกลุ่มมือถือเรือธงระดับพรีเมียม (หรืออาจจะเป็นมือถือนักฆ่าเรือธงก็เป็นได้) โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับเลขโมเดล A065 และอาจใช้ชิปตัวท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 series แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็น Gen ไหน ประกบคู่มากับหน่วยความจำสูงสุด 12GB + 256GB รองรับระบบเพิ่มแรม Virtual RAM

จอแสดงผลคาดว่าจะมาพร้อมกับจอ Adaptive AMOLED ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานโดยจะรองรับสูงสุดที่ 120Hz นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่นก่อนเป็น 5,000 mAh (4,500 mAh ในรุ่นแรก)

มือถือตัวท็อปรุ่นใหม่จาก Nothing คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนไหน แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหว ตอนนี้ Nothing Phone (1) ศูนย์ไทยยังพอมีตัวเครื่องบางสี / บางความจุให้เลือกซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายนะ

ที่มา: MySmartPrice, GSMArena

from:https://droidsans.com/nothing-phone-2-to-launch-as-flagship-killer/

Nothing Phone (2) อาจเปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมเป้าหมายใหม่ จากมือถือระดับกลาง สู่มือถือเรือธง

หลังจากปีที่แล้ว Nothing ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดมือถือโลก และมาพร้อมกับกระแสแรง Hype สุดปังในด้านดีไซน์แปลกตา ที่เหมือนจะปลุกกระแส Fashion Phone ให้กลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้ง แต่แล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่ ๆ  จนล่าสุด Carl Pei ได้ออกมาเผยรายละเอียดแล้วว่า Nothing Phone (2) จะกลับมาในปี 2023 แน่นอน แถมยังมีข่าวหลุดด้านสเปคออกมาด้วย

Nothing Phone (1) Black

Nothing Phone (2) จะมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่จากสมาร์ทโฟนระดับกลาง มาเจาะตลาดกลุ่มมือถือเรือธงระดับพรีเมียม (หรืออาจจะเป็นมือถือนักฆ่าเรือธงก็เป็นได้) โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับเลขโมเดล A065 และอาจใช้ชิปตัวท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 series แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็น Gen ไหน ประกบคู่มากับหน่วยความจำสูงสุด 12GB + 256GB รองรับระบบเพิ่มแรม Virtual RAM

จอแสดงผลคาดว่าจะมาพร้อมกับจอ Adaptive AMOLED ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานโดยจะรองรับสูงสุดที่ 120Hz นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่นก่อนเป็น 5,000 mAh (4,500 mAh ในรุ่นแรก)

มือถือตัวท็อปรุ่นใหม่จาก Nothing คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนไหน แต่สำหรับใครที่รอไม่ไหว ตอนนี้ Nothing Phone (1) ศูนย์ไทยยังพอมีตัวเครื่องบางสี / บางความจุให้เลือกซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายนะ

ที่มา: MySmartPrice, GSMArena

from:https://droidsans.com/nothing-phone-2-to-launch-as-premium-flagship/

ชิปเซ็ต Samsung Galaxy S24? หลุดสเปคชิป Exynos 2400 ซีพียู 10 แกน (10-core)

หลุดข้อมูลจากขาประจำว่า Samsung กำลังพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Exynos 2400 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนของค่าย แปลว่าซัมซุงยังมุ่งพัฒนาชิปของตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าล่าสุดจะเปิดตัวมือถือเรือธง Galaxy S23 Series ไปโดยใช้แต่ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 เหมือนกันทั่วโลก

Samsung Galaxy S23 Series

Samsung เปิดตัว Galaxy S23 ไปโดยไม่มีการพูดถึงชิป Exynos เลย แปลว่าทุกประเทศจะใช้ใช้ชิปรุ่นพิเศษ Snapdragon 8 Gen 2 For Galaxy ที่ผลิตโดย TSMC อย่างเท่าเทียมกัน ถึงกระนั้นก็ยังมีข่าวล่าสุดเป็นชิป Exynos 2400 ที่ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะใช้เพื่อเป็นขุมพลังให้กับมือถือรุ่นไหน

Ice Universe เผยสเปคภายในชิป Exynos 2400 ว่าจะประกอบไปด้วยแกนหลัก 1x Cortex-X4 + 2x Cortex-A720 (ความเร็วนาฬิกาสูงกว่าเดิม) + 3x Cortex-A720 (ความเร็วนาฬิกาต่ำกว่าเดิม) + 4x Cortex-520 ทำให้ชิปตัวนี้มีส่วนประกอบทั้งหมด 10 แกน (10-core) ต่างจากตอนนี้ที่ส่วนใหญ่ใช้ชิป 8 แกนกัน (8-core)

Samsung Galaxy S24 ใช้ชิป Exynos 2400?

แต่จากประวัติก่อนหน้า ชิป Exynos 2100 ถูกใช้ไปใน Galaxy S21 Series จากนั้น ชิป Exynos 2200 ก็ถูกใช้ไปใน Galaxy S22 Series (เฉพาะบางโซน) จึงเป็นไปได้ว่าเราอาจได้เห็น ชิป Exynos 2400 ในมือถือปีหน้า Samsung Galaxy S24 ครับ

 

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s24-might-use-exynos-2400-10-core-cpu/

สุดปัง OnePlus แต่งตั้งให้ Jackson Wang เป็น Global Brand ในฐานะ Smart Phone Ambassador คนใหม่ !

OnePlus แต่งตั้งให้ Jackson Wang นักร้องเคป็อปที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ในฐานะ APAC Smartphone Ambassador คนใหม่ ! ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ทั้งร้อง ทั้งเต้น แถมยังเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ ที่ใคร ๆ ก็ต้องการตัวจึงไม่แปลกใจที่ได้เป็นผู้นำเทรนด์ทางด้านสมาร์ทโฟนคนต่อไปนั่นเอง

Jackson Wang  นักร้อง K-POP ชาวฮ่องกง สุดร้อนแรงจากประเทศเกาหลี ที่เคยมีผลงานเด่น ๆ มากมายทั้ง มิวสิคเพลงฮิตติดชาร์ตหลายเพลง และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ GOT7 วงบอยแบนด์ชื่อดังสังกัดค่าย JYP Entertainment  ซึ่งตอนนี้เขาออกมาฉายเดี่ยว และได้สร้างผลงานเพลงไว้อย่างหลากหลายจนฮอตไปทั่วโลก แถมยังยืนหนึ่งในวงการแฟชั่นนิสตาอีกด้วย

ด้วยความความสามารถที่เต็มเปี่ยมทำให้เขา ถูกแต่งตั้งเป็น Global Ambassador คนใหม่ของ OnePlus APAC Region ประกอบด้วยประเทศไทย , มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ ,อินโดนีเซีย, เวียดนาม และสิงคโปร์

พร้อมการประกาศเปิดตัว OnePlus11 5G สมาทร์โฟนสุดแรงที่มาตอบรับการใช้งานได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเล่นเกมหนัก หรือถ่ายรูปสวย ๆ ก็ทำมาได้อย่างน่าสนใจ และถ้าใครรออยู่ ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะงานนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ระหว่างงาน OnePlus11 Launch Event เวลา 20:00 น. สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facrbook OnePlus thailand 

 

 

ที่มา : OnePlus

 

 

 

from:https://droidsans.com/oneplus-named-jackson-wang-as-latest-smartphone-brand-ambassador/

10 มือถือ Android สุดแรงเดือนมกราคม 2023 น้องใหม่ OnePlus 11 ครองแชมป์

ผลทดสอบมือถือ Android สุดแรงเดือนมกราคม 2023 จาก AnTuTu มาแล้วจ้า…แน่นอนว่ามือถือที่ใช้ชิปรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 8 Gen 2 ยังคงครองชาร์ทส่วนใหญ่ไว้เหมือนเคย แต่ก็ยังมือถือที่ใช้ Dimensity 9200 ติดเข้ามาอยู่ด้วย โดยคราวนี้มือถือรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเวอร์ชัน Global อย่าง OnePlus 11 ก็ขึ้นมาชิงอันดับ 1 ไปเรียบร้อย

10 มือถือ ANDROID สุดแรงจาก ANTUTU เดือนมกราคม 2023

มือถือระดับเรือธงสุดแรงเดือนมกราคม 2023 คราวนี้ได้ OnePlus 11 5G ขึ้นมาเป็นแชมป์คนใหม่ เบียด iQOO 11 Pro ร่วงลงไปอยู่ที่ 2 แบบฉิวเฉียด ส่วนมือถือชิป Dimensity 9200 ก็ยังคงเป็น vivo X90 Pro และ X90 อยู่เช่นเดิม

  1. OnePlus 11 : Snapdragon 8 Gen 2 (16GB / 512GB) – 1,325,859 คะแนน
  2. iQOO 11 Pro : Snapdragon 8 Gen 2 (16GB / 512GB) – 1,322,680 คะแนน
  3. vivo X90 Pro+ : Snapdragon 8 Gen 2 (12GB/512GB) – 1,320,906 คะแนน
  4. RedMagic 8 Pro+ : Snapdragon 8 Gen 2 (16GB / 512GB) – 1,313,541 คะแนน
  5. iQOO 11 : Snapdragon 8 Gen 2 (16GB / 512GB) – 1,310,997 คะแนน
  6. Redmi K60 Pro : Snapdragon 8 Gen 2 (16GB / 512GB) – 1,301,319 คะแนน
  7. vivo X90 Pro : Dimensity 9200 (12GB / 512GB) – 1,283,385 คะแนน
  8. Xiaomi 13 Pro : Snapdragon 8 Gen 2 (12GB / 512GB) – 1,278,105 คะแนน
  9. Xiaomi 13 : Snapdragon 8 Gen 2 (12GB / 512GB) – 1,275,853 คะแนน
  10. vivo X90 : Dimensity 9200 (12GB / 512GB) – 1,220,260 คะแนน

10 อันดับมือถือระดับรองเรือธงจาก ANTUTU เดือนมกราคม 2023

มือถือระดับรองเรือธงคราวนี้ถูกครองชาร์ททั้ง 10 อันดับด้วยชิป Dimensity 8200 และ Dimensity 8100 แบบไม่เหลือที่ไว้ให้ค่าย Qualcomm เลย

  1. vivo S16 Pro : Dimensity 8200 (12GB / 512GB) – 870,121 คะแนน
  2. iQOO Neo7 SE : Dimensity 8200 (8GB / 256GB) – 864,337 คะแนน
  3. Redmi K60E : Dimensity 8200 (12GB / 256GB) – 841,006 คะแนน
  4. OPPO Reno9 Pro 5G : Dimension 8100-MAX (16GB / 256GB) – 833,988 คะแนน
  5. OnePlus Ace Racing Edition : Dimensity 8100-MAX (8GB / 256GB) – 829,678 คะแนน
  6. OnePlus Ace : Dimensity 8100-MAX (12GB / 256GB) – 825,011 คะแนน
  7. OPPO Reno8 Pro+ 5G : Dimension 8100-MAX (12GB / 256GB) – 820,100 คะแนน
  8. realme GT Neo3 : Dimensity 8100 (12GB / 256GB) – 813,808 คะแนน
  9. Redmi Note 11T Pro : Dimensity 8100 (8GB / 512GB) – 811,921 คะแนน
  10. vivo S15 Pro : Dimensity 8100 (12GB / 256GB) – 809,141 คะแนน

10 อันดับมือถือระดับกลางจาก ANTUTU เดือนมกราคม 2023

สุดท้ายกับมือถือระดับกลางเกือบจะกินเรียบด้วยชิป Snapdragon 7 Series แล้ว แต่ก็มีมือถือชิป Dimensity 1080 มาแทรกซะ 2 รุ่น

  1. iQOO Z6 : Snapdragon 778G+ (12GB / 256GB) – 599,586 คะแนน
  2. HONOR 80 : Snapdragon 782G (12GB / 256GB) – 582,614 คะแนน
  3. iQOO Z5 : Snapdragon 778G (12GB / 256GB) – 576,804 คะแนน
  4. OPPO Reno9 : Snapdragon 778G (12GB / 256GB) – 573,924 คะแนน
  5. OPPO Reno8 Pro 5G : Snapdragon 7 Gen 1 (12GB / 256GB) – 572,819 คะแนน
  6. HONOR 70 : Snapdragon 778G+ (12GB / 256GB) – 551,442 คะแนน
  7. HUAWEI nova 10 Pro : Snapdragon 778G (8GB / 256GB) – 520,818 คะแนน
  8. HUAWEI nova 10 : Snapdragon 778G (8GB / 256GB) – 519,046 คะแนน
  9. realme 10 Pro+ : Dimensity 1080 (8GB / 128GB) – 508,770 คะแนน
  10. Redmi Note 12 Pro+ : Dimensity 1080 (12GB / 256GB) – 464,134 คะแนน

ต้องมารอดูว่าผลการทดสอบของเดือนกุมภาพันธ์ Galaxy S23 Series ที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาสำหรบซีรีส์นี้โดยเฉพาะ จะขึ้นมาติดอยู่ที่อันดับไหนบ้างครับ

from:https://droidsans.com/antutu-android-best-performing-phones-janury-2023/

เปิดตัว Google Bard แชตบอต AI อัจฉริยะตัวใหม่ ผู้ที่จะมาฆ่า ChatGPT

มาตามนัดจริง ๆ สำหรับ Google Bard แชตบอท AI สุดล้ำที่หลาย ๆ สื่อขนานนามว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ ChatGPT Open AI ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก Microsoft โดย Google ได้ออกมาเผยรายละเอียดว่า Bard จะเปิดให้ใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ แต่ไม่ได้บอกว่าวันไหนนะ

Bard จะทำงานโดยใช้แบบจำลองภาษา (Language Model) ที่ทาง Google พัฒนาเองในชื่อ Language Model for Dialogue Applications เวอร์ชันที่ 2 (LaMDA 2) โดย Google จะเริ่มนำร่องใช้งานบน Search Engine ก่อน ซึ่งทางแบรนด์มีแผนที่จะทำให้ Bard ช่วยรวบรวมกลั่นกรองข้อมูลที่มีความซับซ้อนจากหลาย ๆ มุมมอง จากนั้นก็จะย่อยข้อมูลให้ผู้ใช้งานเข้าใจภาพรวมในสิ่งที่ตัวเองค้นหาได้ง่ายขึ้น และรวดเร็ว ก่อนที่จะเข้าไปดูหน้าเวบไซต์อื่น ๆ เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ละเอียดขึ้น

Google Bard Capabilityสาธิตการใช้งาน Google Bard

Google ได้โชว์ตัวอย่างความฉลาดของ Bard ด้วยการจำลองสถานการณ์ที่ผู้ปกครองต้องการอธิบายเรื่องกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ให้กับเด็ก 9 ขวบฟัง Bard ก็จะทำหน้าที่ย่อยข้อมูลเป็นเรื่องเล่าสนุก ๆ พร้อมศัพท์ที่ไม่ยากให้เด็กเข้าใจได้ง่าย ๆ ทันที

ทั้งนี้ในช่วงแรก Google Bard จะเปิดให้นักทดลองที่เชื่อถือได้เข้าไปทดสอบใช้งานกันก่อน หลังจากนั้นถึงจะค่อย ๆ เปิดให้บุคคลทั่วไปได้ใช้งานทีละนิด ก่อนที่จะเปิดให้ใช้งานแบบเต็มรูปแบบ (Public Release) แต่ทั้งนี้ Google ยังไม่ได้เผยรายละเอียดว่า Bard จะทำอะไรได้อีกบ้างนอกจากจะช่วยย่อยข้อมูลบน Search Engine โดยความสามารถลับทั้งหลายจะถูกเปิดเผยในงาน Google Presents Live from Paris วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เวลาไทยตอน 2 ทุ่มครึ่ง 

ที่มา: Google, GizmoChina

from:https://droidsans.com/google-bard-ai-chat-bot-officially-announced/

ชมหนังที่ถ่ายด้วย Samsung Galaxy S23 Ultra : Behold โดย Ridley Scott

Samsung ปล่อยหนังสั้นที่ถ่ายทำด้วยสมาร์ทโฟน Galaxy S23 Ultra ทั้งเรื่อง มีชื่อว่า Behold ฝีมือผู้กำกับระดับโลก Sir Ridley Scott ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์สำหรับผลงานอย่างภาพยนตร์เรื่อง Gladiator และ The Martian มาแล้ว เป็นการชูความสามารถมือถือระดับเรือธงของซัมซุง ว่ามีความเจ๋งขนาดใช้เป็นอุปกรณ์ถ่ายทำหนังจริงจังได้เลย

Behold โดย Ridley Scott

Samsung Galaxy S23 Ultra film movie
Samsung Galaxy S23 Ultra film movie

ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Behold มีความยาวเพียง 3 นาทีกว่า เนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกกลุ่มคนไม่หวังดีติดตามมาเพื่อทำร้าย และได้หนีจนไปพบม้าตัวหนึ่งถูกกักขังอยู่ เรื่องจบที่ชายคนดังกล่าวปล่อยม้าออกไปสู่โลกกว้าง พร้อมปิดท้ายหนังด้วยคติเตือนใจ “จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนที่เราอยากถูกปฏิบัติด้วย”

Samsung Galaxy S23 Ultra film movie
Samsung Galaxy S23 Ultra film movie

ถึงเนื้อเรื่องจะงงแค่ไหน แต่หนังสั้นเรื่องนี้ก็ได้โชว์ประสิทธิภาพกล้องวิดีโอในมือถือ Samsung Galaxy S23 Ultra รุ่นใหม่ ที่พัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น งานวิดีโอ กันสั่น และการถ่ายในที่แสงน้อย ที่ถึงแม้จะยังมองออกว่าไม่ได้ถ่ายทำด้วยกล้องใหญ่ระดับโปร แต่ก็ทำหน้าที่ได้น่าประทับใจ สามารถรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำได้ที่นี่

Samsung Galaxy S23 Ultra film movie night mode

เรียกได้ว่า Samsung ผลักดันเรื่องฟีเจอร์กล้องอย่างต่อเนื่อง หลังเพิ่งโชว์ตัวอย่างหนังที่ถ่ายโดย Galaxy S22 Ultra ไปไม่นาน เรื่องนั้นก็กำกับโดยมือรางวัลออสการ์เหมือนกัน

แม้จะเป็นแคมเปญที่ดูอลังการ แต่ก็ไม่วายโดนแซวโดยมือถือค่ายอื่น อย่าง OnePlus ก็ออกมาบอกว่า ถ้าใช้ผู้กำกับมือดีขนาดนี้ จะใช้กล้องตัวไหนงานก็ออกมาดีทั้งนั้นแหละ

หนังถ่ายโดย Galaxy S23 Ultra ฝีมือ นา ฮง-จิน

ทั้งนี้ หากหนังเรื่อง Behold ยังไม่โดนใจ จะยังมีหนังเรื่อง FAITH ที่ถ่ายทำโดย Galaxy S23 Ultra อีก กำกับโดย นา ฮง-จิน (Na Hongjin) เบื้องหลังหนัง ร่างทรง (The Medium) ที่เคยเป็นกระแสฮิตอยู่ช่วงนึง ต้องรอว่าเค้าจะปล่อยมาให้ดูตอนไหนครับ

Samsung Galaxy S23 Ultra film movie Na hong jin
Samsung Galaxy S23 Ultra film movie na hong jin

ชมหนังเรื่อง Behold ที่ถ่ายทำโดย Samsung Galaxy S23 Ultra

ดูคลิปพรีวิวเครื่องจริง Samsung Galaxy S23 Ultra

ที่มา : Samsung

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s23-ultra-behold-short-film/

สเปค POCO X5 Pro | POCO X5 5G จอสวยไหลลื่น ชิปแรงสะใจ เริ่มต้นราว 8,400 บาท

เปิดตัวมาอย่างเป็นทางการ มือถือ POCO X5 และรุ่นพี่ POCO X5 Pro คราวนี้ยังมาพร้อมกับจอสวย AMOLED DotDisplay ที่รีเฟรชเรตสูงสุดถึง 120Hz พร้อมสเปคจอด้านอื่นอีกเพียบ การีนตีว่าสีสันสวยงาม ด้านความแรงต่างกันคนละระดับ สำหรับ X5 มากับชิป Snapdragon 695 และรุ่น X5 Pro ใช้ชิป Snapdragon 778G เป็นชิปที่แรงกำลังดีทั้งคู่ สเปคเต็มเป็นอย่างไรมาดูกัน

POCO X5 Pro 5G 

POCO X5 Pro

เริ่มที่รุ่นสูงกันก่อน POCO X5 Pro คราวนี้เปลี่ยนโฉมดีไซน์ใหม่ วางโมดูลกล้องเป็นแนวตั้งด้านซ้าย ขอบเครื่องเหลี่ยมตามสมัยนิยม มีตัวเลือกสีฟ้า เหลือง และดำ

POCO X5 Pro amoled

หน้าจอเป็นแบบ Flow AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ใหญ่กำลังดี ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 รีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz ไถจอลื่น ๆ มีค่า Touch sampling rate 240Hz

รุ่นนี้จอสว่างได้สูงสุดถึง 1200 นิต สีสันสวยงาม ได้ความกว้างครอบคลุม DCI-P3 และสีลึก 10 bit รองรับ PWM Dimming 1920Hz ได้มาตรฐานปกป้องดวงตา SGS และครอบกระจกด้วย Gorilla Glass 5

POCO X5 Pro camera

กล้องหลัก 108MP (f/1.9) รุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.52 นิ้ว ตัวเดิมกับ POCO X4 Pro 5G ของปีที่แล้ว ส่วนกล้องตัวอื่นมี Ultrawide 8MP มุมกว้าง 118 องศา และ Macro 2MP โดยเค้าเคลมว่ากล้องทำงานได้ไวขึ้นซะทุกอย่าง เปิดกล้องไวขึ้น 41% ถ่ายภาพไวขึ้น 69% และถ่าย Night Mode ไวขึ้น 38% และรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K 

POCO X5 Pro chipset

ด้านในขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 778G บนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร พ่วงกับความจุ RAM 6/8 GB และ ROM 128/256 GB ใส่ MicroSD Card เพิ่มความจุได้สูงสุด 1TB

ใช้งานได้ยาวนานเพราะแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh รองรับชาร์จไวสูงสุดถึง 67W เต็ม 100% ได้ใน 46 นาที ใช้ระบบปฏิบัติการ MIUI 14 บน Android 12 ที่ปรับระบบซอฟต์แวร์ใหม่ให้ System กินแรมและความจุน้อยลง มีพื้นที่ความจำให้การใช้งานจริงมากขึ้น



สเปค POCO X5 Pro 5G

  • หน้าจอ :
    • Flow AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว
    • ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล
    • รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด 1200 นิต
    • Contrast Ratio 5,000,000:1
    • ความกว้างสีครอบคลุม DCI-P3 ความลึกสี 10 bit
  • CPU : Snapdragon 778G
  • RAM : 6/8 GB เปิด RAM Expansion ได้
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128/256 GB
    • กล้องหลัง 3 ตัว :
    • กล้องหลัก 108MP
    • กล้อง Ultrawide 8MP มุมกว้าง 120 องศา
    • กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.4)
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่, ช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : 5G,  802.11a/b/g/n/ac/ax, NFC, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง, IR Blaster
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh ชาร์จไว 67W
  • มาตรฐานกันน้ำทนฝุ่น IP 53
  • ระบบ MIUI 14 สำหรับ POCO บนฐาน Android 13
  • ขนาด/น้ำหนัก : 162.91 x 76.03 x 7.9 มม. / 181 กรัม

POCO X5 

สำหรับมือถือรุ่นเริ่มต้น POCO X5 5G พบว่าสเปคต่างกันไม่มาก หลัก ๆ คือชิป, กล้อง, และความไวชาร์จ ส่วนหน้าจอยังใช้ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 รีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz  มีค่า Touch sampling rate 240Hz และสเปคอื่น ๆ เหมือนกัน แต่มีตัวเลือกสีเป็น เขียว, ฟ้า และ ดำ

จุดเปลี่ยนแรกคือชิปประมวลผล ที่จะใช้เป็นชิปรุ่นกลาง Snapdragon 695 ที่ไม่แรงเท่า 778G แต่ก็ครอบคลุมการใช้งานได้หลากหลาย ส่วนกล้องหลักลดสเปคมาเป็น 48MP ที่ยังใช้ร่วมกับกล้องตัวอื่นอย่าง Ultrawide 8MP และ Macro 2MP เช่นกัน แถมกล้องหน้าเซลฟี่ก็ลดเป็น 13MP ครับ

POCO X5  chip

ด้านในยังใช้แบต 5000mAh แต่ว่าจะชาร์จไวสุดถึง 33W เท่านั้น มีตัวเลือกความจุ RAM 6/8 GB + ROM 128/ 256GB เปิดใช้ Expansion RAM ได้อีก 5GB ใส่ MicroSD Card เพิ่มความจุได้สูงสุด 1TB ใช้ระบบ MIUI 14 บน Android 12

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อย่าง IR Blaster ไว้ใช้มือถือแทนรีโมทสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้า, NFC, รูหูฟัง 3.5 มม. และได้มาตรฐานกันน้ำทนฝุ่น IP53


สเปค POCO X5 5G

  • หน้าจอ :
    • AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว
    • ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล
    • รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด 1200 นิต
    • Contrast Ratio 5,000,000:1
    • ความกว้างสีครอบคลุม DCI-P3 ความลึกสี 10 bit
  • CPU : Snapdragon 695
  • RAM : 6/8GB เปิด RAM Expansion ได้
  • ความจุ (UFS 2.2) : 128/256GB
    • กล้องหลัง 3 ตัว :
    • กล้องหลัก 48MP
    • กล้อง Ultrawide 8MP มุมกว้าง 120 องศา
    • กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 13MP (f/2.4)
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่, ช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : 5G,  802.11a/b/g/n/ac/ax, NFC, BT
  • เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง, IR Blaster
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh ชาร์จไว 33W
  • มาตรฐานกันน้ำทนฝุ่น IP 53
  • ระบบ MIUI 14 สำหรับ POCO บนฐาน Android 13
  • ขนาด/น้ำหนัก : 165.9 x 76.2 x 8 มม. / 189 กรัม

ราคาและการวางขาย

POCO X5 และ POCO X5 Pro จะเริ่มวางขายในตลาดยุโรปก่อน ที่ประเทศสเปน อิตาลี เยอรมันนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ในราคาตามนี้

ราคา POCO X5 

  • ความจุ 6/128 GB ราคา 249 ดอลลาร์ (~ 8,400 บาท)
  • ความจุ 8/256 GB ราคา 299 ดอลลาร์ (~ 10,000 บาท)

ราคา POCO X5 Pro

  • ความจุ 6/128 GB ราคา 299 ดอลลาร์ (~ 10,000 บาท)
  • ความจุ 8/256 GB ราคา 349 ดอลลาร์ (~ 11,700 บาท)

ซึ่ง POCO X5 Series จะนำมาขายในประเทศไทยแน่นอน แต่ยังไม่ทราบว่าจะนำรุ่นไหนเข้ามาบ้าง รอติดตามทาง Droidsans ได้เลยครับ

ชมรีวิว POCO X4 Pro 5G

ที่มา : poco

from:https://droidsans.com/poco-x5-poco-x5-pro-spec-feature-global-official-launch/

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 | S23+ | S23 Ultra มาแล้ว! มาพร้อม Slide On Add-ons เปลี่ยนโมดูลได้ตามใจชอบ

หากใครจอง Samsung S23, S23+ และ S23 Ultra แล้ว แต่ยังไม่มีเคสล่ะก็ Samsung เขาไม่ปล่อยคุณไปง่าย ๆ เพราะล่าสุดทางแบรนด์ได้ปล่อยวิดีโอโปรโมท เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Series สวย ๆ ถึง 8 แบบให้เลือกซื้อ ซึ่งครั้งนี้ก็พิเศษสุด ๆ เพราะได้มีการเปิดตัว Slide On Add-ons โมดูลส่วนเสริมที่สามารถเปลี่ยนช้องด้านหลังมือถือให้กลายเป็นสายคล้องคอ ยันขาตั้งมือถือพกพา ซึ่งแต่ละแบบจะมีดีไซน์แบบไหน ลองมาดูกัน

เคสแกดเจ็ตพร้อมช่องต่อโมดูลเสริม

เคสแบบใหม่นี้จะมาพร้อมกับช่องวงกลมด้านหลัง “Slide On Add-ons ” โดยช่องที่ว่านี้ผู้ใช้งานสามารถใส่ / ถอด / เปลี่ยนอุปกรณ์เสริมได้ด้วยตนเอง ซึ่งอุปกรณ์เสริมที่ว่านี้ก็มีตั้งแต่ โมดูลขาตั้งมือถือแบบ Grip Tok, Card Holder Stand ช่องใส่บัตรพร้อมขาตั้งพับได้




Camera Grip Stand โมดูลแบบที่จับกล้องมาพร้อมปุ่มชัตเตอร์ ที่สามารถกางออกมาเป็นขาตั้งกล้องจริง ๆ แถมปุ่มชัตเตอร์ยังนำออกมาเป็นรีโมตได้, นอกจากนี้ยังมีขาตั้งเครื่องแบบบางพับเก็บได้ และยังมีสายคล้องมือหลากหลายดีไซน์ให้เปลี่ยนด้วย

เคสแกดเจ็ตที่รองรับโมดูลเสริม

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Rugged Case
เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Rugged Case
เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Rugged Case

เคสแกดเจ็ตสุดทนทาน ราคา 1,490 บาท

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Clear Gadget Case 2
เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Clear Gadget Case 1

เคสแกดเจ็ตแบบใส ราคา 1,490 บาท

เคสเฟรม เปลี่ยนด้านหลังเคสเป็นแบบต่าง ๆ ได้แบบง่าย ๆ

เคสเฟรมของ Samsung Galaxy S23, S23+, และ S23 Ultra จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้นให้ประกอบร่าง โดยแกนหลักของเคสจะอยู่ที่ตัวเฟรมที่เป็นกรอบหุ้มรอบ ๆ ตัวเครื่อง ส่วนฝาหลังของเคสถือเป็นทีเด็ด เพราะผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนด้านหลังได้ตามใจชอบ หากเบื่อก็สามารถซื้อฝาหลังลายต่าง ๆ มาเพื่อใช้เปลี่ยนได้ โดยฝาหลังที่มากับเคสชุดนี้จะมีด้วยกัน 2 อันได้แก่ ฝาหลังแบบใส และฝาหลังลายหนังพร้อมช่องใส่บัตร

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Frame Case ฝาหลัง

ส่วนแบรนด์ที่ร่วมยืนยันว่าจะมาทำฝาหลังร่วมกับ Samsung มีทั้ง Disney, Marvel Studio, The Simpsons, Star Wars, วง BTS, ขนม Pringles, Diesel และ Adidas ส่วนเคสเฟรมของ Galaxy S23 Series ทุกรุ่นมีราคาอยู่ที่ 1,190 บาท

เคสแท้ Samsung Galaxy Frame Case
เคสแท้ Samsung Galaxy Frame Case

เคสซิลิโคนพร้อมที่จับ พร้อมสาย Strap แบบใหม่

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Silicone Grip

ถึงแม้ว่าเราจะเคยเห็นเคสรุ่นนี้มาแล้วบน Galaxy Z Flip 4 และ Z Fold 4 แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกของ Samsung Galaxy S23 Series ที่มีเคสซิลิโคนพร้อมสาย Strap คล้องมือเป็นครั้งแรก ซึ่งในครั้งนี้สาย Strap ก็มาพร้อมดีไซน์แบบใหม่ที่เจาะรูไว้ให้เราได้ใส่ตัวตุ๊กตุ่นเล็ก ๆ ได้อย่างอิสระ (หากใครนึกไม่ออกให้นึกถึงรองเท้า Crocs ที่มีตัวติดรองเท้า Jibbitz ไว้ตกแต่งตามรูเพิ่ม) โดยตัวเคสซิลิโคนพร้อมที่จับสำหรับ Galaxy S23 Series ทุกรุ่นมีราคาอยู่ที่ 1,490 บาท

เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Silicone Grip Black
เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Silicone Grip White

 

เคสแบบคลาสสิก

สำหรับใครที่ไม่ชอบตกแต่งตัวเครื่อง Samsung S23 Series ก็ยังคงมีเคสแบบธรรมดาให้เลือกเหมือนเดิม ถึงแม้จะไม่ได้มีโมดูลสวยงามเหมือนในรุ่นอื่น ๆ แต่ก็ยังสามารถตกแต่งได้ด้วยสติกเกอร์เหมือนเดิม โดยทุกรุ่นจะมาด้วยกันทั้งหมดถึง 4 แบบดังนี้

เคสฝาพับ Smart View Wallet Case ราคา 1,490 บาท

เคสหนัง ราคา 1,490 บาท

เคสซิลิโคน ราคา 790 บาท
เคสใส ราคา 590 บาท

สำหรับใครสนใจ เคสแท้ Samsung Galaxy S23 Series สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้บนเวบไซต์ Samsung Thailand ได้แล้ว แต่ทั้งนี้จะมีบางรุ่น / บางสีที่สินค้าหมด หรือต้องรอสินค้าในระยะเวลาหนึ่ง หากใครสนใจรุ่นไหนเป็นพิเศษ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะ

 

ที่มา: Samsung Thailand

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s23-s23-plus-s23-ultra-official-cases-thai-prices/

OPPO เผยรายชื่อมือถือกว่า 50 รุ่นที่จะได้รับ ColorOS 13 (Android 13) ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

สำหรับแฟน ๆ OPPO ที่รอการอัปเดต ColorOS อยู่ก็สมหวังกันสักที เพราะคราวนี้ได้เวลาปล่อย ColorOS 13 ที่มีพื้นฐานบนระบบ Android 13 ให้กับมือถือหลาย ๆ รุ่นแล้วทั้งแบบ Beta Version และ Stable Version และมีรายชื่อของมือถือกว่า 50 รุ่นที่กำลังจะได้รับอัปเดตภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เรียกว่าเป็นการอัปเดตแบบชุดใหญ่ภายในระยะเวลาแค่เดือนเดียวเลยล่ะ

โดยรายชื่อมือถือเหล่านี้จะอยู่ในกำหนดการที่จะได้รับอัปเดตของเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ก็อาจจะมีบางรุ่นที่เกิดความล่าช้าไปจากนี้บ้างเล็กน้อยค่ะ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

รายชื่อมือถือที่จะได้อัปเดต COLOROS 13 BETA 

  • OPPO Reno8 Z 5G
  • OPPO F21s Pro 5G
  • OPPO F19s
  • OPPO F19
  • OPPO A95
  • OPPO A77s
  • OPPO A74

ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป 

  • OPPO Reno5 F (อินโดนีเซีย)
  • OPPO F19 Pro  (อินเดีย)

ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป 

  • OPPO Reno6  (อินโดนีเซีย)
  • OPPO Reno5  (อินโดนีเซีย)
  • OPPO Reno5 Marvel Edition (อินโดนีเซีย)

รายชื่อมือถือที่จะได้อัปเดต COLOROS 13 STABLE 

กำลังทยอยอัปเดต

  • OPPO Find X5 Pro
  • OPPO Find X5
  • OPPO Find X5 Lite
  • OPPO Find X3 Pro
  • OPPO Find X3 Pro
  • OPPO Find X3 Neo 5G
  • OPPO Find X3 Lite 5G
  • OPPO Find X2 Pro
  • OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini
  • OPPO Find X2
  • OPPO Reno8 Pro 5G
  • OPPO Reno8 5G
  • OPPO Reno8
  • OPPO Reno7 Pro 5G
  • OPPO Reno7 5G
  • OPPO Reno7
  • OPPO Reno7 Z 5G
  • OPPO Reno6 Pro 5G
  • OPPO Reno6 5G
  • OPPO Reno6 Z 5G
  • OPPO Reno5 Pro 5G
  • OPPO Reno5 Pro
  • OPPO Reno5 5G
  • OPPO Reno5 Z 5G
  • OPPO F21s Pro
  • OPPO F21 Pro 5G
  • OPPO F21 Pro
  • OPPO F19 Pro+
  • OPPO K10 5G
  • OPPO K10
  • OPPO A96
  • OPPO A77 5G
  • OPPO A76
  • OPPO A74 5G

ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป 

  • OPPO Reno8 Z 5G (ประเทศไทย)
  • OPPO F21s Pro 5G (อินเดีย)

ตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป 

  • OPPO F19s (อินเดีย)
  • OPPO A95  (อินโดนีเซีย)
  • OPPO A77s (อินเดีย , อินโดนีเซีย)
  • OPPO A74   (อินโดนีเซีย)

นี่คือรุ่นที่อยู่ในรายชื่อทั้งหมดกว่า 50 รุ่น ที่ได้รับ ColorOS 13  แต่ถ้ารุ่นใหนไม่มีขึ้นว่าประเทศไทย ไม่ต้องแปลกใจนะคะ อาจจะล่าช้ากว่ากำหนดการนิดหน่อย

 

ที่มา : twitter

from:https://droidsans.com/oppo-coloros-13-android-13-global-update-list-february-2023/