คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

เปิดตัว Infinix Note 12i 2022 มาพร้อมชิป Helio G85, กล้องหลัง 3 ตัว 50MP และจอ AMOLED 6.7 นิ้ว

Infinix Note 12i เปิดตัวที่ประเทศเคนย่าไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านโดยมาพร้อมชิปเซ็ท Helio G85 SoC และจอ 90Hz ล่าสุด Infinix ได้เปิดตัว Infinix Note 12i 2022 ออกมาอีกรุ่นด้วยดีไซน์ หน้าจอ และหน่วยความจำที่แตกต่างกัน

สเปก Infinix Note 12i 2022

Infinix Note 12i 2022

ตัวเครื่องมาพร้อมขนาด 164.47 x 76.7 x 7.8 มม. หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 60Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 180Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G85 (12nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM G52 MC2 จับคู่กับ RAM 4GB/6GB เพิ่มได้ด้วย RAM Extended 5GB และหน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 10.6

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Quad LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ AI ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมระบบเสียง DTS, ระบบระบายความร้อนด้วยกราฟีน 3 มิติ 6 ชั้น, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 33W

ทั้งนี้ Infinix Note 12i 2022 มีให้เลือก 3 สีคือ Force Black, Alpine White และ Metaverse Blue โดยมีราคาอยู่ที่ 1 2,299,000 รูเปียห์หรือประมาณ 7,300 บาทสำหรับรุ่น RAM 6GB+128GB ส่วนรุ่น RAM 4GB+64GB ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมา และวางจำหน่ายแล้วผ่านทางร้านค้าออนไลน์ Lazada

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-note-12i-2022-goes-official/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-note-12i-2022-goes-official

เปิดตัว Redmi Note 11R มาพร้อมชิป Dimensity 700, จอ 90Hz และแบตเตอรี่ 5,000 mAh

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi Note 11R สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลสมาร์ตโฟน Note 11 Series ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องที่ประเทศจีน แต่เป็นรุ่นรีแบรนด์ของ Poco M4 5G ที่เปิดตัวในตลาดโลกไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปรับลดสเปกอย่างลง

สเปก Redmi Note 11R

Redmi Note 11R

ตัวเครื่องมีขนาด 164 x 76.1 x 8.9 มม. และน้ำหนัก 200 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2408 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz พร้อมอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6833 Dimensity 700 (7 nm), หน่วยประมวลกราฟิก Mali-G57 MC2, RAM 4GB/6GB/8GB (พร้อม RAM เสมือน 5 GB), หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2, (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

รวมทั้งติดต้้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3.5 มม., วิทยุ FM และแบตเตอรี่ความจุ 5.000mAh รองรับขาร์จเร็ว 18W

ทั้งนี้ Redmi Note 11R มีให้เลือก 3 สีคือ สีเทา สีดำ และสีน้ำเงินโดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศจีน ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 4GB+128GB ราคา 1,099 หยวนหรือประมาณ 5,840 บาท
  • RAM 6GB+128GB ราคา 1,199 หยวนหรือประมาณ 6,370 บาท
  • RAM 8GB+128GB ราคา 1,399 หยวนหรือประมาณ 7,430 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/redmi-note-11r-unveiled/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=redmi-note-11r-unveiled

รีวิว HONOR 70 สวยพรีเมี่ยม กล้องเกรดเรือธง กับหน้าจอเทคโนโลยีสูง PWM dimming ระดับ 1920Hz (คลิป)

รีวิว HONOR 70 สวยพรีเมี่ยม กล้องเกรดเรือธง กับหน้าจอเทคโนโลยีสูง PWM dimming ระดับ 1920Hz (คลิป)
Noppinij

คลิปวีดีโอนี้ จะพามารีวิวให้รู้จักกับ HONOR 70 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ให้สเปคสูง รองรับ 5G ที่ได้กล้องถ่ายภาพระดับเกรดเรือธง กล้องหลังหลักความละเอียด 54ล้านพิกเซล จากเซนเซอร์แฟล็กชิป Sony IMX800 และยังทำงานคู่กับเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียดสูงถึง 50ล้านพิกเซล ที่เก็บภาพมุมกว้างได้ 122 องศา และถ่ายมาโครในระยะใกล้ได้ 2.5 เซนติเมตร ซึ่งทั้งสองเลนส์เหมือนกล้องหลักสองตัวที่ถูกรวมไว้อยู่ในสมาร์ทโฟนตัวเดียวกัน และกล้องหลังสุดท้ายคือ Dept Camera ความละเอียด 2ล้านพิกเซล สำหรับช่วยจับภาพบุคคล และกล้องหน้าความละเอียดที่ 32ล้านพิกเซล คุณสมบัติฟังก์ชั่นกล้องแปลกใหม่ โดยเฉพาะงานถ่ายวีดีโอเหมาะสำหรับการทำ VLOG อย่างมาก

สเปคแรงด้วนชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 778G+ เทคโนโลยีระดับ 6 นาโนเมตร RAM 8GB และ ROM256GB รันบนระบบ Android 12 ตัวล่าสุด สามารถใช้งาน Google Mobile Service ได้เต็มรูปแบบ

– บางเพียง 7.91 มม. และน้ำหนักเพียง 178 กรัม มี 2 สี ให้เลือกได้แก่ สีเงิน Crystal Silver และสีดำ Midnight Black

– หน้าจอ OLED แบบโค้ง ชิดเต็มขอบจอ ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว รองรับ HDR10+ อัตตรารีเฟรช 120Hz ให้สีสัน 10-bit แสดงผลเฉดสีได้มากกว่า 1.07 พันล้านสี ความละเอียด FHD+ (2400×1080)

– เป็นจอแบบ High-Frequency PWM dimming 1920Hz เทคโนโลยีเพื่อลดอาการปวดล้าของสายตาขณะใช้งาน

– มั่นใจได้กับบริการหลังการขาย ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Trusted by SYNNEX ได้รับประกันและบริการหลังการขายกับศูนย์บริการ SYNNEX ทั่วประเทศ

HONOR 70 วางจําหน่ายในราคา 16,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

แต่มีโปรโมชั่นการสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนวางจำหน่าย โดยจะได้รับของแถมตัวเด็ดอย่าง

  • สายรัดข้อมืออัจฉริยะ HONOR Band 6 มูลค่า 1,290 บาท
  • รับประกันหน้าจอแตกที่คุ้มครองนาน 90 วัน มูลค่า 5,200 บาท
  • ลิงก์ร้าน official สำหรับการจองล่วงหน้า Shopee : https://bit.ly/Honor70s Lazada : https://bit.ly/Honor70LZD

ผู้ที่สนใจ HONOR 70 ก็สามารถติดตามการเปิดจำหน่ายผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางร้านค้าออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

ข่าว: รีวิว HONOR 70 สวยพรีเมี่ยม กล้องเกรดเรือธง กับหน้าจอเทคโนโลยีสูง PWM dimming ระดับ 1920Hz (คลิป) มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/video-review-honor-70-pwm-dimming-1920h/

Infinix เตรียมส่ง HOT 20 Series มือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ พร้อมขาย 7 ตุลาคมนี้ ชูจุดขายหน้าจอลื่น 120Hz ผสานพลังชิปเซ็ต Helio G96 ในราคาไม่เกิน 6,000 บาท

อินฟินิกซ์ (Infinix) เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ใหม่ล่าสุด Infinix HOT 20 Series กับสโลแกน “Booyah Now! – หนึ่งเดียว เพื่อชัยชนะ” มือถือสำหรับเล่นเกมและความบันเทิงเต็มรูปแบบที่ดีที่สุด ในช่วงราคาไม่เกิน 6,000 บาท

พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมในทุกระดับ และมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่าด้วยหน้าจอไฮเปอร์วิชั่นเกมมิ่งพร้อมรีเฟรชเรทลื่นไหลที่สุด 120Hz ผสานพลังกับโปรเซสเซอร์คอเกม MediaTek Helio G96 เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมและไลฟ์สไตล์ความบันเทิงของทุกคนได้ครบทุกความต้องการ

Infinix HOT 20 Series เป็นซีรีส์ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ อัดแน่นด้วยคุณสมบัติพรีเมียมมากมาย เล่นเกมลื่นไหลด้วยจอแสดงผลอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และมีหัวใจการทำงานเป็นชิปเซ็ต MediaTek Helio G96 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ ความละเอียดแบบ FHD+ ที่ให้ภาพสีสันสดใส ช่วยเติมเต็มอรรถรสการเล่นเกมและรับชมความบันเทิงได้อย่างสมบูรณ์

หน่วยความจำ 128 GB พร้อมผสานแรมสูงสุด 13 GB และพลาดไม่ได้กับการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์และหนังโฆษณาครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Infinix ที่มีแบรนด์แอมบาสเดอร์ นอกจากนี้ Infinix HOT 20 Series ยังได้จับมือกับ Free Fire จัดกิจกรรมและมอบของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเอาใจคอเกมตัวจริงโดยเฉพาะ

แฟนๆ อินฟินิกซ์ เตรียมพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ มินิคอนเสิร์ตจากแบรนด์แอมบาสเดอร์และรับชมการเปิดตัว Infinix HOT 20 Series พร้อมกันในวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ณ โซน A ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว หรือชม Live ผ่านทางเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand 

โดยมือถือซีรีส์นี้จะเริ่มจำหน่ายวันแรกตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2565 ด้วยราคาสุดคุ้มไม่เกิน 6,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์บน Shopee และ Lazada ผู้สนใจค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infinixmobility.com/th

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-to-ship-hot-20-series/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-to-ship-hot-20-series

ภาพหลุดดีไซน์ Samsung Galaxy S23 ใกล้เคียง S22 Ultra

ภาพหลุดดีไซน์ Samsung Galaxy S23 ใกล้เคียง S22 Ultra
Wat.C

ช่วงต้นปีหน้า Samsung ก็จะเปิดตัว Galaxy S23 เรือธงรุ่นใหม่แล้ว ซึ่งไม่นานมานี้มีภาพเรนเดอร์ตัวเครื่องของ Galaxy S23 ออกมา เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของกล้องเป็นหลัก

ภาพเรนเดอร์ใหม่เผยแพร่โดย OnLeaks ยืนยันว่า Samsung จะเปลี่ยนดีไซน์กล้อง Samsung Galaxy S23 ใหม่ โดยจะลดรอยนูนรอบ ๆ กล้องลง ดีไซน์โดยรวมคล้ายกับ Samsung Galaxy S22 Ultra มากขึ้นกว่าเดิม ด้านสเปกโดยรวมของตัวเครื่อง Galaxy S23 และ S23 Plus จะคล้ายคลึงกับรุ่นที่แล้ว ได้แก่หน้าจอ 6.1 และ 6.6 นิ้ว กล้องหลังทั้งหมด 3 ตัวเหมือนเดิม แต่ในส่วนของสเปกนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัด

คาดว่าดีไซน์ภาพรวมของ Galaxy S23, Galaxy S23 Plus และ Galaxy S23 Ultra จะยังคล้ายเดิม จากข่าวลือ Galaxy S23 Ultra จะมีการปรับสเปกกล้องให้ดีขึ้นกว่าเดิม ใช้กล้องความละเอียด 200MP ในแง่ของสเปกก็จะให้ความละเอียดของรูปภาพที่ดีกว่า 108MP

 

ข่าว: ภาพหลุดดีไซน์ Samsung Galaxy S23 ใกล้เคียง S22 Ultra มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/leaked-galaxy-s23-renders-ditch-camera-pump/

เปิดตัว Infinix Zero 20 มาพร้อมกล้องเซลฟี่ 60MP, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และใช้ชิป Helio G99

Infinix เปิดตัว Infinix Zero 20 สมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูงถึง 60 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และออโต้โฟกัส, หน้าจอ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ชิปเซ็ท Helio G99 และกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 108 ล้านพิกเซล

สเปก Infinix Zero 20

Infinix Zero 20

ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอเจาะรู Punch Hole Display แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว และมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท MediaTek Helio G99 (6nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2 จับคู่กับ RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 12

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Quad LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 60 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS ที่ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายเซลฟี่ที่คมชัดแม้ในขณะเดิน และระบบออโต้โฟกัส

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3,5 มม. วิทยุ FM และแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh พร้อมรองรับการเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W ชาร์จ 75% ภายในเวลา 30 นาที

ทั้งนี้ Infinix Zero 20 มีให้เลือก 3 สีคือ Grey, Gold, Green โดยวางจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ Aliexpress ในราคา 251 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 9,540 บาท

ที่มา : Playfuldroid

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-zero-20-launches/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-zero-20-launches

เปิดตัว vivo Y73t 5G มาพร้อมชิป MediaTek Dimensity 700, กล้องหลังคู่ 50MP และชาร์จไว 44W

vivo ประกาศเปิดตัว vivo Y73t 5G อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ตโฟน 5G ระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล Y73 Series ที่มาพร้อมจุดเด่นดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยว, ใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 700, ติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 44W

สเปก vivo Y73t 5G

vivo Y73t 5G

ตัวเครื่องมีขนาด 163.9 x 75.3 x 9.2 มม. และน้ำหนัก 201.5 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2408 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 60Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Dimensity 700 5G (7nm). หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2, RAM 8GB/12GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย OriginOS Ocean

ติดตั้งกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยม ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAF และกล้องรองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับการชาร์จ 44W ชาร์จ 50% ภายในเวลา 33 นาที

ทั้งนี้ Vivo Y73t 5G มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีน้ำเงิน และสีส้ม วางจำหน่ายแล้วที่ประเทศจีนผ่านทาง vivo.com โดยมีราคาอยู่ที่ 1,399 หยวนหรือประมาณ 7,450 บาทสำหรับรุ่น RAM 8GB+128GB, ราคา 1,599 หยวนหรือประมาณ 8,500บาทสำหรับรุ่น RAM 8GB+256GB และ ราคา 1,799 หยวนหรือประมาณ 9,580 บาทสำหรับรุ่น RAM 12GB+256GB

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y73t-debuts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-y73t-debuts

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S23 Ultra จากโปรแกรม CAD มาพร้อมดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

หลังจากที่มีภาพเรนเดอร์แรกของ Samsung Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD โดย @OnLeaks ได้ร่วมมือกับเว็บ SmartPrix และ Dig่it เผยแพร่ให้เห็นกันไปเมื่อวันก่อน

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra รุ่นท็อปที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยออกมาให้เห็นกันบ้าง

Samsung Galaxy S23 Ultra

Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks ได้ร่วมมือกันออกแบบภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra ด้วยโปรแกรม CAD เผยให้เห็นรูปลักษณ์ดีไซน์ตัวเครื่องที่คล้ายกับ Galaxy S22 Ultra

โดยมีส่วนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยคือ เลนส์กล้องด้านหลังขนาดเล็ก 2 เลนส์ที่อยู่ด้านขวาไม่มีส่วนที่ยื่นออกมา และหน้าจอแสดงผลมีความโค้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Galaxy S22 Ultra เนื่องจากกรอบโลหะทั้งสองข้างแบนเล็กน้อย

นอกจากนี้ บริเวณขอบด้านล่างของ Galaxy S23 Ultra มีไมโครโฟนเพิ่มเติม ดูเหมือนว่าหน้าจอแสดงผลจะมีขอบจอที่สมมาตรและบางเฉียบ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ Galaxy S23 Ultra ยังดูค่อนข้างเหมือนกับ Galaxy S22 Ultra

ในส่วนด้านขวาข้างเครื่องของ Galaxy S23 Ultra มีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง ขณะที่ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟน และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ปากกา S Pen, ช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องใส่ซิมการ์ด

ในส่วนสเปกของ Galaxy S23 Ultra คาดว่าจะมีขนาด 163.4 x 78.1 x 8.8 มม. ในขณะที่รุ่นก่อนมีขนาด 163.3 x 77.9 x 8.9 มม. แต่จะมีหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เช่นเดียวกับรุ่นก่อน

และมีข่าวลือมากมายว่า Samsung Galaxy S23 Ultra จะมาพร้อมกับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2

ที่มา : SmartPrix

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes

Razer โชว์ภาพ Edge 5G เครื่องเกมพกพาพลัง Snapdragon + Android

Razer โชว์ภาพของ Razer Edge 5G เครื่องเล่นเกมพกพา ที่พัฒนาร่วมกับ Qualcomm และ Verizon ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน RazerCon วันที่ 15 ตุลาคมนี้

เมื่อปลายปีที่แล้ว เราเห็นข่าว Qualcomm กับ Razer เปิดตัวเครื่องเกมรุ่นต้นแบบที่ใช้ชิป Snapdragon G3x ตอนนี้เครื่องเกมรุ่นนี้พัฒนามาเป็นสินค้าขายจริงในชื่อ Razer Edge 5G โดยในสหรัฐจะเชื่อมกับเครือข่าย 5G ของ Verizon นั่นเอง

ข้อมูลของ Razer Edge 5G เท่าที่เปิดเผยคือใช้ระบบปฏิบัติการ Android และรองรับทั้งการเล่นเกมแบบดาวน์โหลด-เล่นผ่านคลาวด์

No Description

ส่วนสเปกของเครื่องรุ่นต้นแบบ (ที่อาจไม่เหมือนกันซะทีเดียว) คือ หน้าจอ 6.65″ OLED 1080p 120Hz, แบตเตอรี่ 6000 mAh

ช่วงหลังเราเห็นเครื่องเกมพกพาที่เป็น Android ออกมาทำตลาดหลายยี่ห้อ เช่น Logitech G Cloud ที่พัฒนาร่วมกับ Tencent รวมถึงแบรนด์เล็กอย่าง Aya และ Ayn ที่ออกเครื่องเกมพกพามาหลายรุ่น

สเปกเครื่องรุ่นต้นแบบของ Razer ที่เปิดตัวช่วงปลายปี 2021

ที่มา – Verizon, Droid Life

from:https://www.blognone.com/node/130675

WhatsApp อัปเดตความปลอดภัย 2 รายการระดับวิกฤต บน Android และ iOS

WhatsApp เผยแพร่อัปเดตความปลอดภัย 2 รายการระดับ “วิกฤต” สำหรับแอปบน Android และ iOS สำหรับการใช้งานในส่วนของ Video Call และ Messenger
 

image credit: WhatsApp Business
CVE-2022-36934 (CVSS 9.8) บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย Malwarebytes พบจุดบกพร่องนี้ในส่วนของ “Video Call Handler” บน WhatsApp เวอร์ชันต่อไปนี้ :
  • WhatsApp สำหรับ iOS และ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.12
  • WhatsApp Business สำหรับ iOS และ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.12
CVE-2022-27492 (CVSS 7.8) Pieter Arntz นักวิจัยด้านข่าวกรองของ Malwarebytes กล่าวว่า “ในการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ ผู้โจมตีจะส่งไฟล์วิดีโอที่สร้างขึ้นมาไปหา WhatsApp Messenger ของผู้ใช้ แล้วหลอกให้เล่น” โดยบน WhatsApp เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้  :
  • WhatsApp สำหรับ Android ก่อนเวอร์ชัน 2.22.16.2
  • WhatsApp สำหรับ iOS เวอร์ชัน 2.22.15.9
 

from:https://www.techtalkthai.com/whatsapp-updates-2-critical-security-updates-on-android-and-ios/