คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย สมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ราคาสุดคุ้มเพียง 3,299 บาท!

เรียลมี” แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว realme C30s อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย realme มุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมมาสู่ C-series มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และ realme C30s ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการออกแบบและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว 

พร้อมเรียกเสียงฮือฮาในฐานะสมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนนิ้วมือด้านข้างที่รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำสูง นับเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่อัดแน่นด้วยสเปกทรงพลัง แบตเตอรี่สุดอึด และหน้าจอฟูลสกรีน ขนาด 6.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าโดนใจเพียง 3,299 บาท

realme C30s น้องใหม่ล่าสุดจากตระกูล C series ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงในด้านการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในราคาสุดคุ้ม โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ realme C30s มาพร้อมกับเซ็นเซอร์การสแกนลายนิ้วมือด้านข้างที่มีความเร็วในการปลดล็อก 0.58 วินาที พร้อมความแม่นยำสูงถึง 99% 

ช่วยให้ผู้ใช้งานปลดล็อกได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการปลดล็อกด้านหลัง เพราะสามารถปลดล็อกได้แม้วางโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะ ด้วยอัลกอริทึมทรงประสิทธิภาพ เครื่องจึงสามารถจดจำลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขั้นสุด แม้จะมีพื้นที่สแกนลายนิ้วมือที่บางเฉียบเพียง 8×1.6 มม. ก็ตาม

อีกหนึ่งเรื่องที่ค่ายเรียลมีไม่เคยทำให้ผิดหวังคืองานดีไซน์ที่เข้าใจทุกสไตล์การใช้งาน โดย realme C30s โดดเด่นด้วยความบางเฉียบเพียง 8.5 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 182 กรัม และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ ดีไซน์ป้องกันการลื่นแบบ Micro-texture ที่นอกจากจะมอบการจับที่กระชับถนัดมือในทุกการเคลื่อนไหวแล้ว ยังสร้างสรรค์เป็นแพทเทิร์นที่สวยงามไม่เหมือนใครอีกด้วย

และสำหรับใครที่ต้องการหน้าจอที่คมชัด ใหญ่เต็มตา ก็จะต้องถูกใจกับหน้าจอ LCD คุณภาพสูงแบบฟูลสกรีน 6.5 นิ้ว ซึ่งมีอัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 88.7% พร้อมความสว่างสูงถึง 400nits ที่จะมาเพิ่มอรรถรสให้กับทุกประสบการณ์ความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว

ในแง่ของขุมกำลังก็ไม่น้อยหน้า เพราะ realme C30s ขับเคลื่อนด้วยUnisoc SC9863A Octa Core อันทรงพลัง ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh รองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนได้ลื่นไหลและต่อเนื่องยาวนาน เมื่อแบตเหลือน้อย

สมาร์ตโฟนจะเข้าสู่ Ultra Saving Mode เพื่อประหยัดพลังงานและคงฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ตโฟนไว้ได้อย่างทรงพลังและ realme C30s เครื่องนี้สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานถึง 16.5 ชั่วโมง แม้แบตจะเหลือเพียง 5% ช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้ในทุก ๆ วัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป realme C30s ก็ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน เพราะมาพร้อมกล้องหลัง 8MP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบในทุกช็อต พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัดตรงใจ

สเปกทรงพลังและดีไซน์สุดล้ำที่ “เรียลมี” จัดมาให้อย่างไม่ยั้งใน realme C30s นับเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟน Entry-level ขึ้นไปอีกขั้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาสุดคุ้มค่า realme C30s 

พร้อมวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Stripe Blue และสีดำ Stripe Black ในความจุ 2+32GB ราคา 3,299 บาท ผ่านช่องทาง realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee และ JD Central โดยวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคมทุกช่องทาง

แฟน ๆ เรียลมีสามารถติดตามรายละเอียดการวางจำหน่ายได้ผ่าน realme official ในช่องทาง Facebook Fan page: realme TH ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และติดตามข่าวสารล่าสุดของ realme ได้ที่เฟซบุ๊ก realme Official Fan Page หรือเว็บไซต์ https://www.realme.com/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-launches-realme-c30s-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-launches-realme-c30s-in-thailand

รีวิว Samsung Galaxy Z Fold4 สัมผัสประสบการณ์จริงกับการใช้งานสมาร์ตโฟนจอพับ เหมือนมี PC อยู่ในมือ เก่งทั้งเรื่องงาน และ เรื่องเล่น

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 แล้วสำหรับ Samsung Galaxy Z Fold4 สมาร์ตโฟนจอพับแฟล็กชิประดับพรีเมียมรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ยังคงรูปลักษณ์ดีไซน์จากรุ่น Z Fold3 แต่มาพร้อมหน้าจอที่กว้างกว่าเดิม แถมยังมีความบาง และน้ำหนักที่เบาขึ้น ทำให้พกพาได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดชิปเซ็ท ความคมชัดของกล้อง โหมดต่างๆ รวมถึงความจุแบตเตอรี่ และเพิ่มการรองรับ Super Fast Charging เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางทีมงาน MobileOcta ก็ได้เครื่อง Samsung Galaxy Z Fold4 มาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อย โดยหลังจากที่ได้ลองใช้งานจริงมากว่า 1 สัปดาห์ก็ได้เวลามารีวิวให้ชมกันว่าสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นนี้จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจอะไรบ้าง และจะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ไปติดตามกันเลยครับ

https://news.samsung.com/global/user-guide-unfolding-new-possibilities-for-work-and-play-galaxy-z-fold4-for-on-the-go-productivity

สเปกเบื้องต้น Samsung Galaxy Z Fold4

ขนาด 155.1 x 130.1 x 6.3 มม. (เมื่อพับจอ)
155.1 x 67.1 x 14.2-15.8 มม. (เมื่อกางจอ)
น้ำหนัก 263 กรัม
หน้าจอ หน้าจอแสดงผลหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+ และความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0)

หน้าจอแสดงผล Cover แบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.19GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8475 Snapdragon 8+ Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 730
RAM 12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB/512GB/1TB
microSD Card สูงสุด 1TB
ระบบปฏิบัติการ Android 12L ครอบทับด้วย One UI 4.1.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.2, A2DP, LE, aptX HD
GPS with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
พอร์ต USB Type-C 3.2, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 (wide), 1.0µm, Dual Pixel PDAF และระบบกันสั่น OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 12mm, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 66mm, 1.0µm, PDAF, ระบบกันสั่น OIS และซูมออปติคอล 3x

*30X Space Zoom รวมฟีเจอร์ 3x Optical Zoom และ 30x digital zoom ด้วยเทคโนโลยี AI Super Resolution  การซูมมากถึง 3 เท่าอาจทำให้คุณภาพของรูปถ่ายลดลงได้

กล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ขนาดพิกเซล 2.0μm และ FOV 80˚

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2. ขนาดพิกเซล 1.22μm และ FOV 85˚

รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม และ 1 eSIM
2G GSM : GSM850, GSM900, DCS1800, PCS1900
3G UMTS : B1(2100), B2(1900), B4(AWS), B5(850), B8(900)
4G FDD LTE : B1(2100), B2(1900), B3(1800), B4(AWS), B5(850), B7(2600), B8(900), B12(700), B13(700), B17(700), B18(800), B19(800), B20(800), B25(1900), B26(850), B28(700), B66(AWS-3)
4G TDD LTE : B38(2600), B39(1900), B40(2300), B41(2500)
5G FDD Sub6 : N1(2100), N2(1900), N3(1800), N5(850), N7(2600), N8(900), N12(700), N20(800), N25(1900), N28(700), N66(AWS-3)
5G TDD Sub6 : N38(2600), N40(2300), N41(2500), N77(3700), N78(3500)
แบตเตอรี่ 4.400mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ภายใน 30 นาทีด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไว 25W หรือสูงกว่า
รองรับ Fast wireless charging 2.0
รองรับ Wireless PowerShare
สี Graygreen, Phantom Black, Beige และ Burgundy [Samsung.com Exclusive]
ราคา 59,900 บาท (256 GB)
65,900 บาท (512 GB)
75,900 บาท (1 TB)

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

Samsung Galaxy Z Fold4 มีรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่ไม่ต่างจากรุ่นก่อน โดยมีขนาดตัวเครื่องที่ถือว่าแทบจะเท่าเดิมเลย แต่ซัมซุงมีการปรับให้หน้าจอทั้งด้านนอก และด้านในใหญ่ขึ้น โดยมีความกว้างขอบจอน้อยลง ทำให้หน้าจอด้านนอกมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 2.7 มม. ส่วนหน้าจอด้านในก็ใหญ่ขึ้นอีก 3 มม. ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อน หน้าจอด้านในจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเป็นบานพับที่ปรับขนาดให้บางลงจากเดิมที่พับเข้าหากันจะมีขนาด 16 มม. รุ่นนี้มีการปรับลดลงมาอยู่ที่ขนาด 15.8 มม. พร้อมกับเพิ่มความแข็งแกร่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวลเหมือนเดิม และยังเล็กลงจากรุ่นก่อน 271 กรัม เหลือ 263 กรัม ทำให้น้ำหนักเครื่องเบาลง ซึ่งเวลาถือจับใช้งานจริงก็ยังรู้สึกหนักอยู่ แต่ไม่มากนัก เมื่อถือจับใช้งานบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง

ตัวบานพับของ Samsung Galaxy Z Fold4 ยังมีความสามารถที่มากกว่าแค่การกางออก-พับเข้าเท่านั้น โดยสามารถปรับมุมองศาได้หลากหลายไม่ว่าจะเลือกกางแค่ครึ่งเดียว หรือหยุดค้างตรงไหนก็ได้ ซึ่งตัวกลไกบานพับเองมีความแน่นมาก ไม่หลวมง่าย ทางซัมซุงเคลมว่าสามารถพับได้มากถึง 200,000 ครั้งเหมือนเดิมอีกด้วย

สำหรับดีไซน์ที่เปลี่ยนไปอีกอย่างของ Samsung Galaxy Z Fold4 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ก็คือกรอบเครื่องที่ปรับให้ดู Flat ขึ้นลดความโค้งมนลง พร้อมเปลี่ยนผิวสัมผัสแบบด้านเป็นแบบมันวาว เพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่อง แต่ก็อาจติดรอยนิ้วมือได้ง่ายขึ้น

ในส่วนหน้าจอแสดงผล เริ่มจากหน้าจอแสดงผลด้านนอกหรือ Cover Screen เป็นจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ 904 x 2316 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 23.1:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus+

รวมทั้งมีการขยายขอบหน้าจอให้ชิดขึ้นไปถึงขอบเครื่องมากกว่าเดิม และมีความ Flat ขึ้นเป็นหน้าจอแบบแบนราบกว่าแต่ก่อ ทำให้แม้ความกว้างของหน้าจอจะมากขึ้น แต่เมื่อถือใช้งานก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเทอะทะมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน กลับกันยังทำให้มีพื้นที่มากขึ้น สามารถถือใช้งานได้คล่องกว่าเดิม

โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ไว้สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่สวยๆ และภาพ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอได้

ขณะที่หน้าจอหลักแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด QXGA+ 1812 x 2176 พิกเซล ขนาด 7.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 21.6:18 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10+, ความสว่างสูงสุด 1200 nits และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 (UTG 2.0) ให้ประสบการณ์การใช้งานหน้าจอกว้างที่เหมือนแท็บเล็ตขนาดย่อมๆ ทำอะไรได้มากขึ้น แถมยังถือจับใช้งานได้สะดวก และไม่หนักเท่าแท็บเล็ตอีกด้วย

และด้านขวาบนติดตั้งกล้อง Under Camera display 2.0 ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ซึ่งทางซัมซุงได้พัฒนารูปแบบการวางพิกเซลหน้าจอใหม่ทำให้เนียนตาขึ้น 20% ทำให้การทำงานทั่วไปไม่มีอะไรมารบกวนสายตา รวมถึงการดูคอนเทนต์ หรือเล่นเกม ก็แทบจะไม่เห็นเลนส์กล้องเลย เรียกว่าเนียนจริงๆ

ด้านหลังดีไซน์เรียบๆ พื้นผิวด้าน ซึ่งสีที่ทางทีมได้มารีวิวคือสี Phantom Black โดยมุมซ้ายด้านบนมีโมดูลกล้องที่ยื่นขึ้นมาภายในติดตั้งกล้อง 3 ตัว Triple Camera โดยวางเรียงกันในแนวตั้ง และมีไฟแฟลช LED อยู่ใต้เลนส์กล้อง 

ด้านซ้ายข้างตัวเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM

ส่วนด้านขวาข้างเครื่อง (เมื่อกางหน้าจอ) มีปุ่มปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องลำโพงเสียง กับช่องไมโครโฟนตัดเสียง

และด้านท้ายเครื่องประกอบไปด้วยช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟนสนทนา และพอร์ต USB Type-C

ตัวเครื่อง Galaxy Z Fold4 ยังรองรับการกันน้ำมาตรฐาน IPX8 จมน้ำลึก 1.5 เมตรได้ยาวนาน 30 นาที ซึ่งหาไม่ได้จากสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นอื่น สามารถใช้งานได้อย่างสบายแม้จะเจอละอองน้ำ หรือโดนน้ำกระเด็นใส่ แต่ในรุ่นนี้ยังไม่มีการรองรับการกันฝุ่น ดังนั้นควรระวังอย่าให้ไปอยู่กับเศษดินเศษทราย และคอยเช็คฝุ่นให้สะอาดบ่อย

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-samsung-galaxy-z-fold4/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-samsung-galaxy-z-fold4

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง
Noppinij

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย สมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ราคาสุดคุ้มเพียง 3,299 บาท! ยืนหนึ่งสมาร์ตโฟน Entry-level ที่แข็งแกร่งที่สุด ชูแบตอึด สเปคคุ้มราคา

realme C30s สมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนนิ้วมือด้านข้างที่รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำสูง นับเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่อัดแน่นด้วยสเปกทรงพลัง แบตเตอรี่สุดอึด และหน้าจอฟูลสกรีน ขนาด 6.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าโดนใจเพียง 3,299 บาท

ราคา realme C30s 1 | Realme | เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

realme C30s น้องใหม่ล่าสุดจากตระกูล C series ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงในด้านการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในราคาสุดคุ้ม โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ realme C30s มาพร้อมกับเซ็นเซอร์การสแกนลายนิ้วมือด้านข้างที่มีความเร็วในการปลดล็อก 0.58 วินาที พร้อมความแม่นยำสูงถึง 99% ช่วยให้ผู้ใช้งานปลดล็อกได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการปลดล็อกด้านหลัง เพราะสามารถปลดล็อกได้แม้วางโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะ ด้วยอัลกอริทึมทรงประสิทธิภาพ เครื่องจึงสามารถจดจำลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขั้นสุด แม้จะมีพื้นที่สแกนลายนิ้วมือที่บางเฉียบเพียง 8×1.6 มม. ก็ตาม

realme C30s สี Stripe Black | Realme | เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

อีกหนึ่งเรื่องที่ค่ายเรียลมีไม่เคยทำให้ผิดหวังคืองานดีไซน์ที่เข้าใจทุกสไตล์การใช้งาน โดย realme C30s โดดเด่นด้วยความบางเฉียบเพียง 8.5 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 182 กรัม และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ ดีไซน์ป้องกันการลื่นแบบ Micro-texture ที่นอกจากจะมอบการจับที่กระชับถนัดมือในทุกการเคลื่อนไหวแล้ว ยังสร้างสรรค์เป็นแพทเทิร์นที่สวยงามไม่เหมือนใครอีกด้วย และสำหรับใครที่ต้องการหน้าจอที่คมชัด ใหญ่เต็มตา ก็จะต้องถูกใจกับหน้าจอ LCD คุณภาพสูงแบบฟูลสกรีน 6.5 นิ้ว ซึ่งมีอัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 88.7% พร้อมความสว่างสูงถึง 400nits ที่จะมาเพิ่มอรรถรสให้กับทุกประสบการณ์ความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว

ในแง่ของขุมกำลังก็ไม่น้อยหน้า เพราะ realme C30s ขับเคลื่อนด้วย Unisoc SC9863A Octa Core อันทรงพลัง ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh รองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนได้ลื่นไหลและต่อเนื่องยาวนาน เมื่อแบตเหลือน้อย สมาร์ตโฟนจะเข้าสู่ Ultra Saving Mode เพื่อประหยัดพลังงานและคงฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ตโฟนไว้ได้อย่างทรงพลังและ realme C30s เครื่องนี้สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานถึง 16.5 ชั่วโมง แม้แบตจะเหลือเพียง 5% ช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้ในทุก ๆ วัน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป realme C30s ก็ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน เพราะมาพร้อมกล้องหลัง 8MP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบในทุกช็อต พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัดตรงใจ

realme C30s สี Stripe Blue 1 | Realme | เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง
สเปกทรงพลังและดีไซน์สุดล้ำที่ “เรียลมี” จัดมาให้อย่างไม่ยั้งใน realme C30s นับเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟน Entry-level ขึ้นไปอีกขั้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาสุดคุ้มค่า realme C30s พร้อมวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Stripe Blue และสีดำ Stripe Black ในความจุ 2+32GB ราคา 3,299 บาท ผ่านช่องทาง realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee และ JD Central โดยวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคมทุกช่องทาง

 

ข่าว: เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย มือถือราคา 3,299 บาท! รุ่นเดียวที่มากับสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/realme-c30s-launch-in-thai-3299/

ถึงเวลาแล้วที่จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ Galaxy Z Flip3 เพียง 25,900 บาท

โอกาสการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ ในราคาสุดคุ้มมาถึงแล้ว ซัมซุงส่ง Galaxy Z Flip3 สมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน พร้อมโปรโมชั่นเพื่อให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนจอพับได้ ที่จะมายกระดับและเปลี่ยนแปลงชีวิตการใช้สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ ในราคาสุดคุ้มค่า ใครที่กำลังลังเลอยู่ พลาดไม่ได้แล้ว!

Samsung Galaxy Z Flip3

รายละเอียดโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษ

เมื่อซื้อ Galaxy Z Flip3 ความจุ 128 GB สีครีม รับส่วนลดทันที 2,000 บาท โดยสามารถซื้อ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 29,900 บาท จากราคาปกติ 31,900 บาท

  • รับส่วนลดเพิ่มอีก 4,000 บาท จากราคาประเมิน เมื่อนำสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตเครื่องเก่ามาแลก ทำให้สามารถเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 25,900 บาท
  • ฟรี ประกันจอ Samsung Care+ 1 ปี มูลค่า 5,099 บาท เปลี่ยนจอฟรี  ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตามมูลค่าคุ้มครอง

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Flex Community ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ Samsung Experience Store หรือ samsung.com  และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht

เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

หลังเปิดตัว vivo V25 Series 5G ไปไม่นาน ล่าสุด vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศจับมือกับ CARNIVAL แบรนด์สตรีตแฟชั่นชั้นนำของไทย กลางงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการของทั้งสองแบรนด์ พร้อมสินค้าคอลเลกชันลิมิเต็ดสุดพิเศษจาก CARNIVAL ในจำนวนจำกัด!! เอาใจ vivo fans สายสตรีตที่ชื่นชอบความเท่ มีสไตล์โดยเฉพาะ

ความพิเศษในการจับมือกันครั้งนี้เป็นการผสานจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์ที่เน้นงานดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันสุดเอ็กคลูซีฟให้ผู้ซื้อสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G ได้จับจองเป็นเจ้าของฟรี! ในจำนวนจำกัด!! 

ซึ่งประกอบไปด้วย กล่องสำหรับใส่รองเท้าสนีกเกอร์คู่โปรด เพิ่มความคูลด้วยลวดลายรูปตัววี (V) สลับสีขาว-ดำ, กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิสีดำสุดเท่ พร้อมโลโก้ vivo คู่กับ CARNIVAL กระเป๋าใส่สมาร์ตโฟนขนาดพอเหมาะกับ vivo V25 Series 5G เพิ่มลูกเล่นด้วยตัวอักษรตัววีเช่นกัน โดดเด่นด้วยลายเส้นสีเทาบนพื้นดำ ตัดด้วยตัวอักษรโลโก้แบรนด์ CARNIVAL สีขาวล้วน และพวงกุญแจลาย CARNIVAL ที่มีลูกเล่นคู่กับเทคโนโลยี Color-Changing Glass ของฝาหลังเครื่อง V25 series 5G

โดยแรงบันดาลใจในการดีไซน์ไอเทมสุดพิเศษนี้เป็นการจับคู่ดีเอ็นเอของทั้ง vivo และ CARNIVAL มาไว้ด้วยกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจด้านการออกแบบของ vivo ที่ตั้งใจรังสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และความเป็นสตรีตแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ของ CARNIVAL ที่สะท้อนพลังความเป็นคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟอยู่เสมอได้อย่างชัดเจน

สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตยามค่ำคืนด้วยกล้องหลักความละเอียดถึง 64MP มาพร้อมระบบกันสั่นไหว OIS Ultra-Sensing ที่ฉลาดยิ่งขึ้น กล้องหน้าความละเอียด 50MP รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus และ Super Night Portrait เนรมิตการถ่ายภาพบุคคลยามค่ำคืนให้สวยงาม คมชัดยิ่งขึ้น

เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 8GB โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมียมที่มีฝาหลังเป็นกระจกเปลี่ยนสีได้ ในรุ่น V25 5G กับสี Sunrise Gold และรุ่น V25 Pro 5G ในสี Surfing Blue โดยใช้เทคโนโลยี Color-changing Glass เมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดดและแหล่งกำเนิดรังสี UV อื่น ๆ ฉีกทุกกฎแห่งการดีไซน์สมาร์ตโฟนให้ล้ำไปอีกขั้น

vivo V25 Series 5G พร้อมวางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ vivo V25 กับสองสีใหม่Diamond Black และSunrise Gold ที่ราคา 14,999 บาท (รุ่น 8GB + 256 GB) ส่วน vivo V25 Pro สีStarlight Black และSurfing Blue วางจำหน่ายที่ราคา 19,999 บาท

ใครสนใจและไม่อยากพลาดเป็นเจ้าของสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันสุดพิเศษจาก CARNIVAL สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก vivo Thailand

#vivoxCARNIVAL #vivoV25Series5G #พอร์ตเทรตทุกคืนพิเศษของคุณ

###

ติดตามข่าวสารของ vivo ได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-x-carnival-limited-box-set/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-x-carnival-limited-box-set

หลุดภาพเรนเดอร์ OPPO A77s พร้อมสเปกเต็ม ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่มีรายงานว่า OPPO กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว OPPO A77s ในเร็วๆ นี้ พร้อมกับมีข้อมูลสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันไปเมื่อวันก่อน ล่าสุดมีภาพโปสเตอร์ที่เผยภาพเรนเดอร์ และข้อมูลสเปกเต็มของสมาร์ตโฟนดังกล่าวหลุดออกมาเพิ่มเติมแล้ว

OPPO A77s

@Sudhanshu1414 หรือ Sudhanshu Ambhore แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ทวีวภาพโปสเตอร์เผยภาพเรนเดอร์ และข้อมูลสเปกเต็มของ OPPO A77s ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัว โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ พร้อมดีไซน์ขอบเหลี่ยม

ส่วนด้านหลังติดตั้งกล้องเลนส์คู่ พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลมุมซ้ายด้านบน และด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนื้วมือฝังไว้บนปุ่ม

ส่วนสเปก OPPO A77s มาพร้อมตัวเครื่องที่บางเพียง 7.99 มม. และน้ำหนัก 187 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ ขนาด 6.56 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และขอบเขตสี DCI-P3 100% ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 680 จับคู่กับ RAM 8GB พร้อม RAM เสมือนสูงสุด 5GB และหน่วยความจำภายใน 128GB

ติดตั้งกล้องหลังคู่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้องรองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอ, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จไว SuperVOOC 33W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย ColorOS 12.1

ทั้งนี้ OPPO A77s มีให้เลือก 2 สีคือ Starry Black และ Sky Blue และมีหน่วยความจำให้เลือก 2 แบบคือ RAM 6GB+128GB และ RAM 8GB+128GB ส่วนราคายังไม่มีข้อมุลเผยออกมาในตอนนี้ แต่คาดว่าจะเปิดตัวในสปดาห์นี้ที่อินเดีย

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-a77s-renders-leaked-with-full-specs-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-a77s-renders-leaked-with-full-specs-before-launching-soon

เปิดตัว Xiaomi Civi 2 มาพร้อมกล้องเซลฟี่คู่ 32MP, ชิป Snapdragon 7 Gen 1 SoC และจอ AMOLED 120Hz

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Xiaomi Civi 2 สมาร์ตโฟนระดับกลางสำหรับสายเซลฟี่รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยมาพร้อมจุดเด่นกล้องเซลฟี่คู่ที่อยู่ในโมดูลรูปทรงแคปซูลตรงกลางด้านบน ดีไซน์เหมือน Dynamic Island ใน iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max ของ Apple, ชิป Snapdragon 7 Gen 1 และหน้าจอแสดงผล AMOLED 120Hz

สเปก Xiaomi Civi 2

Xiaomi Civi 2

ตัวเครื่องมีขนาด 159.2 x 72.7 x 7.2 มม. และน้ำหนักเบา 171.8 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.55 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9, ความสว่าง 1000nit, 1B colors, Dolby Vision, รองรับ HDR10+ โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4 GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 7 Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 662, RAM 8GB/12GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual-LED dual-tone flash ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766, รูรับแสง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″, ขนาดพิกเซล 1.0µm และรองรับระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX376K รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 115 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC02M1 รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual-LED dual-tone flash ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับระบบออโต้โฟกัส และกล้องเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ถ่ายมุมกว้างได้ 100 องศา

นอกจากนี้ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, ลำโพงสเตอริโอพร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res audio และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว VC

รวมทั้งรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Band (SA/NSA),Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จเร็ว 67W ชาร์จ 100% ภายใน 40 นาที

ทั้งนี้ Xiaomi Civi 2 มีให้เลือก 4 สีคือ Black, Blue, Violet และ Silver โดยวางจำหน่ายแล้วที่ประเทศจีน

ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 8GB + 128GB ราคา 2,399 หยวนหรือประมาณ 13,520 บาท
  • RAM 8GB + 256GB ราคา 2,499 หยวนหรือประมาณ 15,080 บาท
  • RAM 12GB + 256GB ราคา 2,799 หยวนหรือประมาณ 16,640 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/xiaomi-civi-2-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=xiaomi-civi-2-launched

เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น
Noppinij

หลังเปิดตัว vivo V25 Series 5G ไปไม่นาน ล่าสุด vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศจับมือกับ CARNIVAL แบรนด์สตรีตแฟชั่นชั้นนำของไทย กลางงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการของทั้งสองแบรนด์ พร้อมสินค้าคอลเลกชันลิมิเต็ดสุดพิเศษจาก CARNIVAL ในจำนวนจำกัด!! เอาใจ vivo fans สายสตรีตที่ชื่นชอบความเท่ มีสไตล์โดยเฉพาะ

2.vivo Carnival KV 2 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น
1.vivo Carnival KV 1 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

ความพิเศษในการจับมือกันครั้งนี้เป็นการผสานจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์ที่เน้นงานดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันสุดเอ็กคลูซีฟให้ผู้ซื้อสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G ได้จับจองเป็นเจ้าของฟรี! ในจำนวนจำกัด!! ซึ่งประกอบไปด้วย กล่องสำหรับใส่รองเท้าสนีกเกอร์คู่โปรด เพิ่มความคูลด้วยลวดลายรูปตัววี (V) สลับสีขาว-ดำ, กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิสีดำสุดเท่ พร้อมโลโก้ vivo คู่กับ CARNIVAL กระเป๋าใส่สมาร์ตโฟนขนาดพอเหมาะกับ vivo V25 Series 5G เพิ่มลูกเล่นด้วยตัวอักษรตัววีเช่นกัน โดดเด่นด้วยลายเส้นสีเทาบนพื้นดำ ตัดด้วยตัวอักษรโลโก้แบรนด์ CARNIVAL สีขาวล้วน และพวงกุญแจลาย CARNIVAL ที่มีลูกเล่นคู่กับเทคโนโลยี Color-Changing Glass ของฝาหลังเครื่อง V25 series 5G

1 1 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น
2 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

โดยแรงบันดาลใจในการดีไซน์ไอเทมสุดพิเศษนี้เป็นการจับคู่ดีเอ็นเอของทั้ง vivo และ CARNIVAL มาไว้ด้วยกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจด้านการออกแบบของ vivo ที่ตั้งใจรังสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และความเป็นสตรีตแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ของ CARNIVAL ที่สะท้อนพลังความเป็นคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟอยู่เสมอได้อย่างชัดเจน

3 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น
4 | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น

สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่น V25 Series 5G อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตยามค่ำคืนด้วยกล้องหลักความละเอียดถึง 64MP มาพร้อมระบบกันสั่นไหว OIS Ultra-Sensing ที่ฉลาดยิ่งขึ้น กล้องหน้าความละเอียด 50MP รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus และ Super Night Portrait เนรมิตการถ่ายภาพบุคคลยามค่ำคืนให้สวยงาม คมชัดยิ่งขึ้น เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 8GB โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมียมที่มีฝาหลังเป็นกระจกเปลี่ยนสีได้ ในรุ่น V25 5G กับสี Sunrise Gold และรุ่น V25 Pro 5G ในสี Surfing Blue โดยใช้เทคโนโลยี Color-changing Glass เมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดดและแหล่งกำเนิดรังสี UV อื่น ๆ ฉีกทุกกฎแห่งการดีไซน์สมาร์ตโฟนให้ล้ำไปอีกขั้น

3. V25 Product KV | V25 Series 5G | เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้นvivo V25 Series 5G พร้อมวางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ vivo V25 กับสองสีใหม่ Diamond Black และ Sunrise Gold ที่ราคา 14,999 บาท (รุ่น 8GB + 256 GB) ส่วน vivo V25 Pro สี Starlight Black และ Surfing Blue วางจำหน่ายที่ราคา 19,999 บาท

ใครสนใจและไม่อยากพลาดเป็นเจ้าของสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันสุดพิเศษจาก CARNIVAL สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก vivo Thailand

ข่าว: เอาใจสายสตรีต vivo จัดเต็มกับคอลเลกชันสุดพิเศษ ‘vivo x CARNIVAL Limited Box Set’ สำหรับลูกค้า V25 Series 5G เท่านั้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/vivo-x-carnival-limited-box-set-launch/

จะใช่หรอ? หรือว่า Samsung Galaxy S23 series ทุกรุ่น จะมาพร้อมระบบชาร์จไวแค่ 25W

จะใช่หรอ? หรือว่า Samsung Galaxy S23 series ทุกรุ่น จะมาพร้อมระบบชาร์จไวแค่ 25W
Noppinij

มีการคาดกันว่าในประมาณต้นปีหน้าไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ เราจะได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung นั้นคือ Galaxy S23 Series นั้นเอง แต่ในวันนี้เรามีข้อมูลบางส่วนที่หลุดออกมาจากข้อมูลการรับรองของ 3C จากประเทศจีน บอกถึงข้อมูลตัวชาร์จในการทดสอบของเครื่องหมายเลข SM-S9110 และ SM-S9160 เป็นข้อมูลที่มีออกมาต่อเนื่องกันกับ  SM-S9180 ซึ่งคาดว่าจะเป็นหมายเลขของเครื่อง Samsung Galaxy S23 Ultraนั้นเอง

SM-S9110, SM-S9160 และ SM-S9180 เมื่อไล่เรียงจากรหัสเลขรุ่น มันก็น่าจะหมายถึง Galaxy S23, Galaxy S23+ และ Galaxy S23 Ultra ตามลำดับ ซึ่งข้อมูลจาก 3C เผยให้เห็นว่าอุปกรณ์ทั้งสามรุ่นใช้ตัวชาร์จ  EP-TA800 ในการทดสอบ มันเป็นระบบชาร์จเก่าที่ป้อนกระแสไฟออกมาแค่ในระดับ 25W เท่านั้นเอง

ซึ่งค่อนข้างแปลกเพราะเนื่องจาก Galaxy S22 Ultra รุ่นปัจจุบันก็รองรับการชาร์จเร็วในระดับ 45W กันไปแล้ว ฉะนั้นทาง Samsung ไม่น่าจะเลือกถอยหลังกลับไปใช้เทคโนโลยีเก่าในรุ่นที่ใหม่กว่า หรืออาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น เช่น การตัดสินใจแถมอะเดปเตอร์ระดับ 25W มาให้ภายในกล่อง? แต่เมื่อดูจากระยะหลังที่ Samsung ก็ไม่ได้มีการแถมอะเดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้ในเครื่องรุ่นระดับสูงมาหลายรุ่นแล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นกันครับ

Galaxy S23 Series 3C Charge | galaxy s23 | จะใช่หรอ? หรือว่า Samsung Galaxy S23 series ทุกรุ่น จะมาพร้อมระบบชาร์จไวแค่ 25W

อย่างไรก็ตาม จากรายงานล่าสุดระบุสเปคบางส่วนของรุ่น S23, S23+ และ S23 Ultra เอาไว้ให้เราว่า จุดสำคัญส่วนใหญ่ก็ยังจะคล้ายกับ S22 และ S22+ ที่เป็นเรือธงในเจนเนอเรชั่นปัจจุบัน แต่จะมีความแตกต่างที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวคือการขยับไปใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 2 ตัวใหม่ล่าสุดที่กำลังจะมาถึง โดยคาดว่าบางตลาดอาจจะได้รับอุปกรณ์เป็นรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Exynos 2300 แทนครับ

S23 จะมีหน้าจอ 6.1 นิ้ว ในขณะที่ S23 Plus จะมีหน้าจอ 6.6 นิ้ว และเป็นแบบความละเอียด Full HD+ ใช้ระบบกล้องหลังสามตัว กล้องหลักความละเอียด 50ล้านพิกเซล ในขณะที่ Galaxy S23 Ultra จะให้หน้าจอที่ใหญ่และคมชัดกว่า เป็นจอแสดงผล QHD+ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียดสูง 40ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังจะใช้ระบบกล้อง 4 ตัว เซนเซอร์กล้องตัวหลักจะขยับไปในขอบเขตของตัวเลขความละเอียด 200ล้านพิกเซล จากเซนเซอร์ตัวใหม่ที่นำมาใช้กันตามยุคสมัยของเรือธง Android ในปี 2023 ส่วนเซ็นเซอร์กล้องอีกสามตัวน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะเป็นกล้องอัลตร้าไวด์ 12ล้านพิกเซล, กล้องเทเลโฟโต้ 12ล้านพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้อีกหนึ่งตัว ความละเอียด 12ล้านพิกเซล สำหรับช่วยในการซูมภาพแบบออปติคอลได้ที่ 10x ทั้งหมดจะอยู่ใน S23 Ultra รุ่นใหญ่สุดของซีรีส์ครับ

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ รวมถึงระบบชาร์จไฟ สุดท้ายจะออกมาเป็นแบบไหนนั้น เราไม่น่าจะต้องรอกันถึงวันเปิดตัว แค่เข้าใกล้วันเปิดตัวมากขึ้นกว่านี้เมื่อไหร่ สเปคก็น่าจะหลุดออกมาให้รู้กันแน่ชัดได้แล้วครับ

ข่าว: จะใช่หรอ? หรือว่า Samsung Galaxy S23 series ทุกรุ่น จะมาพร้อมระบบชาร์จไวแค่ 25W มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-galaxy-s23-s23-appear-3c-25w-fast-charg/

เปิดตัว vivo X Fold+ มาพร้อมชิป Snapdragon SD 8+ Gen 1, กล้องหลังเลนส์ ZEISS 4 ตัว 50MP และชาร์จไว 80W

vivo ประกาศเปิดตัว vivo X Fold+ สมาร์ตโฟนเรือธงจอพับรุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นรุ่นอัปเกรดของ vivo X Fold ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมาพร้อมชิปเซ็ทใหม่ แบตเตอรี่ที่มีขนาดเพิ่มขึ้น และรองรับชาร์จไว 80W

สเปก vivo X Fold+

vivo X Fold+

ตัวเครื่องมีขนาด 162 x 144.9 x 6.3 มม. (เมื่อพับหน้าจอ)  162 x 74.5 x 14.6 มม. (เมื่อกางหน้าจอ) และน้ำหนัก 311 กรัม หน้าจอแสดงผลหลักด้านในเป็นจอแบบ LTPO3 AMOLED E5 ความละเอียด 2K 1916 x 2160 พิกเซล ขนาด 8.03 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรทปรับได้ 120Hz และรองรับการแสดงผล HDR10+

ส่วนหน้าจอแสดงผลด้านนอกเป็นจอแบบ AMOLED E5 ความละเอียด 1080 x 2520 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ในอัตราส่วน 21:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.19GHz โดยใช้ชิปเซ็ทQualcomm SM8475 Snapdragon 8+ Gen 1 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 730, RAM 12GB และหน่วยความจำภายใน 256GB/512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Origin OS Ocean

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera เลนส์ Vario-Tessar พร้อมโคตติง T* จาก Zeiss พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GN1, รูรับแสง f/1.6, ระบบ Dual Pixel PDAF, ระบบ Laser AF และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, ระบบ PDAF, ระบบกันสั่น OIS และซูมออปติคอล 5 เท่า
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0, ระบบ PDAF และซูมออปติคอล 2 เท่า
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 114 องศา

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ 3D Sonic จาก Qualcomm ที่มีพื้นกว้างขึ้น สแกนได้ 2 นิ้วพร้อมกัน, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE/5G dual Band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, ฺBluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C

และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,730mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W ชาร์จ 100% ภายในเวลา 35 นาที นอกจากนี้ยังรองรับชาร์จไร้สาย 50W และชาร์จย้อนกลับไร้สายให้อุปกรณ์อื่น 10W ด้วย

ทั้งนี้ vivo X Fold+ มีให้เลือก 3 สีคือ Sunny Mountain Blue, Sycamore Ash และ Huaxia Red  โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 29 กันยายน 2565 

ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 12GB + 256GB ราคา 9,999 หยวนหรือประมาณ 53,880 บาท
  • RAM 12GB + 512GB ราคา 10,999 หยวนหรือประมาณ 591,270 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-x-fold-goes-official/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-x-fold-goes-official