คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

ใครว่าแป้ก! Apple ทุบสถิติ เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ในตลาดจีน ครองส่วนแบ่งมือถือกว่า 25% เดือนตุลาคม 2022

ตลาดมือถือในจีนเป็นอะไรที่ดุเดือด และคุกรุ่นกันอยู่ตลอดเวลา แบรนด์ในบ้านต่างแข็งแรง และแข่งขันกันเองเพื่อแย่งพื้นที่การตลาดอย่างไม่ลดละ แต่ในช่วงนี้เองนักวิเคราะห์ก็ได้ออกมาพูดว่าตลาดมือถือค่อนข้างเงียบเหงาเนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่นความตึงเครียดของเศรษฐกิจในภาพรวมของจีน และมาตรการล็อกดาวน์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ Apple กลับสวนกระแสตลาด ทุบสถิติส่วนแบ่งการตลาดของตัวเองจนแตะ 25% ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

Counterpoint Research ได้รายงานว่า Apple ได้ทุบสถิติตัวเอง แตะยอดส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนในตลาดจีนกว่า 25% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเติบโตสูงกว่า 21% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนก่อนหน้า และในขณะที่ยอดขายมือถือรวมในจีนตกลงกว่า 15% แต่ Apple ก็ไม่สะท้าน ยอดตกลงแค่ 4% เท่านั้น

นักวิเคราะห์อย่าง Ming Qi ยังได้เสริมด้วยว่า iPhone 14 Series มีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีในจีน โดยเฉพาะในซีรีส์ Pro ที่ทำยอดขายได้ดีกว่า iPhone 13 Pro Series ในช่วง 5 เดือนแรก และ iPhone 14 Pro Max ยังได้ครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในเดือนตุลาคมที่จีนด้วย ส่วน iPhone 13 ก็ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอยู่ เพราะสเปคที่ไม่ค่อยต่างจากรุ่นใหม่เท่าไหร่

 

ที่มา: Appleinsider, GizmoChina, Counterpoint Research

from:https://droidsans.com/apple-reaches-highest-peak-monthly-market-share-china/

[ลือ] Apple เรียกซอฟต์แวร์ VR/AR ว่า xrOS เปิดตัวอย่างเร็วต้นปีหน้า มีแอปสโตร์แยก

เราน่าจะได้เห็นเฮดเซ็ต VR/AR ของ Apple กันเร็วๆ นี้จริงๆ แล้วหลังจากช่วงนี้มีข่าวลือจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือออกมาค่อนข้างถี่ และล่าสุดก็จาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg เจ้าเดิม ที่บอกว่า Apple อาจจะเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดก็ต้นปีหน้า

Mark บอกด้วยว่าระบบปฏิบัติการณ์ของเฮดเซ็ต จะใช้ชื่อว่า “xrOS” ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจาก realityOS ที่เคยหลุดออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งก็น่าจะสะท้อนความสามารถของเฮดเซ็ตที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะ VR หรือ AR โดยคำว่า XR หรือ Extended Reality เป็นคำที่ใช้เรียกร่มของ VR, AR และ MR ทั้งหมด นอกจากนี้ Apple จะยังทำ App Store แยกสำหรับแอปที่ใช้งานบนเฮดเซ็ตนี้ด้วย

ที่มา – Bloomberg

ภาพแว่น VR ทั่วไปจาก Pixabay

from:https://www.blognone.com/node/131697

Coinbase โวย แอปเปิลขอหัก 30% จ่ายค่าแก๊สโอน NFT ภายในแอพ ไม่งั้นจะโดนแบน

Coinbase ประกาศว่าต้องปิดฟีเจอร์ NFT ในแอพเวอร์ชัน iOS หลังได้รับแจ้งจากแอปเปิลว่าต้องจ่ายส่วนแบ่ง 30% ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมให้แอพขึ้น App Store

ข้อมูลของ Coinbase บอกว่าแอปเปิลบังคับให้การจ่ายค่าแก๊สเพื่อโอน NFT จำเป็นต้องจ่ายผ่าน In-App Purchase (IAP) ของ App Store ด้วย ซึ่ง Coinbase บอกว่าไม่สามารถทำได้เพราะ IAP ของแอปเปิลยังไม่รองรับการจ่ายด้วยเงินคริปโต ดังนั้น Coinbase จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอดฟีเจอร์นี้ออกชั่วคราว

ช่วงหลัง แอปเปิลถูกวิจารณ์เรื่องส่วนแบ่ง 30% ใน App Store มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจาก Elon Musk/Twitter, Telegram และล่าสุดคือ Mark Zuckerberg ยังไม่รวมถึงกรณีเก่าๆ ทั้งของ Spotify และ Epic

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131695

Mark Zuckerberg วิจารณ์แอปเปิลผูกขาดสโตร์ เทียบ Android เปิดกว้างกว่าเพราะยอมให้ Sideload

Mark Zuckerberg ไปพูดที่งานสัมมนา DealBook ของ The New York Times มีประเด็นที่น่าสนใจคือเขาวิจารณ์การผูกขาดสโตร์ของแอปเปิล ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

Zuckerberg บอกว่าแอปเปิลเป็นบริษัทเดียวที่พยายามควบคุมว่าแอพไหนถึงมีสิทธิอยู่ในโทรศัพท์ได้ ซึ่งเขามองว่ามันไม่ยั่งยืน เขายังเปรียบเทียบกับกรณีของ Android ที่กูเกิลยอมให้ sideload ได้ และยอมให้มีสโตร์อื่นเข้ามาแข่งขันกับ Google Play ซึ่งเขาบอกว่า Meta จะใช้แนวทางนี้กับแว่น VR/AR เช่นกัน

Zuckerberg บอกว่าแอปเปิลนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะคู่แข่งธุรกิจของแอปเปิลต้องเผยแพร่แอพผ่านช่องทางของแอปเปิล

ที่มา – CNBC, ภาพจาก Mark Zuckerberg

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131690

หลุดคะแนนทดสอบชิป Apple M2 Max บน Geekbench เฉือน M1 Max เพียงนิดเดียว

ไม่รู้จะคุ้มอัปเกรดหรือเปล่าสำหรับ Mac ซีรีส์ใหม่ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ Apple M2 Max เพราะล่าสุดได้มีผลคะแนนทดสอบจาก Geekฺbench หลุดออกมาให้ทราบกันแล้ว โดยทดสอบผ่านเครื่อง Mac รุ่นปริศนาโค้ดเนม Mac 14,6 และผลคะแนนที่ออกมาปรากฎว่าเฉือนกับ M1 Max ไปแค่หลักร้อย – พันเท่านั้น

ผลทดสอบ Geekbench ที่หลุดออกมานั้น เผยให้เห็นถึงสเปคเครื่องรุ่นปริศนาที่คาดว่าจะเป็น MacBook Pro หรือ MacStudio รุ่นใหม่ โดยมากับชิป M2‌ Max ที่มาพร้อม CPU 12 คอร์ และ RAM ความจุมหาศาลถึง 96GB โดยผลทดสอบแบบ Single-Core ออกมาที่ 1,853 คะแนน และ Multi-Core ที่ 13,855 คะแนน ซึ่งหากคำนวณดูแล้วชิปมีความแรงเฉือนรุ่นก่อนอย่าง M1 Max ที่ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,755 คะแนน และ Multi-Core ที่ 12,333 คะแนน ห่างกันแค่ประมาณ 11% เท่านั้น

ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่า Apple ใช้วิธีไหนในการรวมร่างชิป M2 รุ่นมาตรฐานให้กลายเป็นชิป M2 Max แต่ทั้งนี้เคยมีข่าวลือว่า Apple ได้เลื่อนเปิดตัว Mac รุ่นใหม่ที่จะใช้ชิป M2 Pro และ M2 Max เพื่อรอให้ TSMC พร้อมผลิตชิปบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรก่อน จึงอาจพอเดาได้ว่าชิป M2 รุ่นอัปเกรดทั้งสองตัว จะเปลี่ยนสถาปัตยกรรมชิปจากขนาด 5 นาโนเมตรในรุ่นเดิม เป็น 3 นาโนเมตรเพิ่มประสิทธิภาพความแรง และพัฒนาด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง Apple อาจเปิดตัว Mac ซีรีส์ใหม่ใช้ชิป M2 Pro, M2 Max และ M2 Ultra ภายในช่วงต้นปีหน้า โดยจะมีทั้ง MacBook Pro, iMac, Mac Mini และ Mac Pro เปิดตัวมาพร้อมเพรียงกัน ส่วนชิป M2 ซีรีส์ใหม่จะสมกับการรอคอยหรือไม่ ต้องรอติดตามกันครับ

 

ที่มา: MacRumors

from:https://droidsans.com/apple-m2-max-geekbench-scores-leak/

Apple ยอมจ่าย 50 ล้านเหรียญฯ จบคดีฟ้องร้อง Butterfly Keyboard เพี้ยน บน MacBook รุ่นเก่า

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 เคยเปิดตัวกลไกคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่ชื่อว่า Butterfly Keyboard และนำมาใช้บน MacBook, MacBook Air, และ MacBook Pro โดย Apple เคลมว่ากลไกนี้จะช่วยให้ตอบสนองดีขึ้น และพิมพ์ได้สบายขึ้น แต่ผลกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะผู้ใช้งานหลายคนต่างเจอปัญหาคีย์บอร์ดหลอน กดไม่ติด กดแล้วเด้งตัวอักษรซ้ำ จนต้องรวมตัวกันฟ้องร้องในปี 2018 และล่าสุดคดีก็น่าจะจบได้ซักที เพราะ Apple เตรียมจ่าย 50 ล้านเหรียญฯ เพื่อจบคดีความนี้


กระบวนการฟ้องร้องเกิดขึ้นในปี 2018 โดยผู้ใช้งาน MacBook Pro รุ่นที่ผลิตในปี 2015 – 2019 ที่ใช้กลไกเจ้าปัญหาดังกล่าวในสหรัฐฯ ได้รวมตัวกันฟ้องโดยได้กล่าวอ้างว่า Apple รับรู้ถึงปัญหาของคีย์บอร์ดแบบปีกผีเสื้อนี้ดี แต่ได้พยายามปกปิดปัญหากับเหล่าลูกค้าเพื่อที่จะขายอุปกรณ์เหล่านี้ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ถึงแม้ว่า Apple จะเคยออกโปรแกรมซ่อม MacBook ที่ใช้กลไกคีย์บอร์ดแบบปีกผีเสื้อให้ฟรี ๆ ในปี 2018 แต่เนื่องจากปัญหาเหล่านี้เกิดจากข้อผิดพลาดทางด้านดีไซน์ ทำให้ไม่ว่าลูกค้าจะส่งซ่อมใหม่สักกี่ครั้ง ก็กลับมาเจอปัญหาคีย์บอร์ดหลอน กดไม่ติด และภายหลังที่ Apple รับทราบปัญหา ก็ได้พยายามออกกลไกแบบปีผีเสื้อรุ่นใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด แต่สุดท้ายแล้วทุกรุ่นล้วนวนกลับมาเจอปัญหานี้ จนต้องล้มเลิกความพยายาม และเปลี่ยนมาใช้กลไกคีย์บอร์ดแบบขากรรไกรเหมือนเดิม

โดยตอนนี้ศาลได้ตัดสินรับรองให้ Apple ชำระค่าเสียหายเป็นจำนวนกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 17,500 ล้านบาท) เพื่อยุติคดีความ โดยแบ่งเป็นค่าทนายความกว่า 13.6 ล้านดอลลาร์ (476 ล้านบาท), ค่าใช้จ่ายในการสู้คดีกว่า 2 ล้านดอลลาร์ (70 ล้านบาท) และค่าประนีประนอมยอมความอีก 1.4 ล้านเหรียญ (ประมาณ 50 ล้านบาท)

ส่วนจำนวนเงินที่เหลือ Apple จะต้องชดใช้กับผู้ใช้งานที่ทำการฟ้องร้อง โดยอิงจากค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนปุ่ม หรือคียบอร์ด และจำนวนครั้งที่เคยเปลี่ยน ซึ่งคาดว่าจะจ่ายให้คนที่เคยเปลี่ยนมามากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป สูงสุด 395 เหรียญ หรือประมาณ 13,800 บาทเลยทีเดียว โดยผู้ใช้งานที่ร่วมฟ้องร้องจะได้รับหนังสือแจ้งประกาศภายในเดือนธันวาคมนี้

 

ที่มา: MacRumors

from:https://droidsans.com/apple-to-pay-50-millions-usd-to-settle-butterfly-keyboard-problem/

JerryRigEverthing จับ Apple Watch Ultra / Galaxy Watch5 / Garmin Fenix 7 ทดสอบกระจกหน้าจอ ใครแกร่งสุด

สำหรับเจ้าของสมาร์ทวอทช์รุ่นต่าง ๆ สิ่งที่ต้องเป็นห่วงอันดับแรก ๆ เลยก็คือหน้าจอนั่นเอง เพราะเป็นส่วนที่ต้องโผล่หน้าออกมาเจอกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวทุกวัน บางทีก็ไม่รู้ว่าจอไปโดนอะไรเข้าจนเป็นรอยขีดข่วนหมดสวยจิตตกกันไป แต่ก็มีสมาร์ทวอทช์ระดับไฮเอนด์หลาย ๆ รุ่นที่ใช้กระจก Sapphire ทนทานต่อแรงขีดข่วนอยู่ด้วย ทางช่อง JerryRigEverything ก็เลยจับเอาสมาร์ทวอทช์อย่าง Galaxy Watch5, Garmin Fenix 7, Apple Watch Ultra มาทดสอบให้ดูกันว่ากระจกดังกล่าวแข็งแกร่งแค่ไหน และรุ่นไหนแกร่งที่สุด

Galaxy Watch5, Garmin Fenix 7 Sapphire Solar, Apple Watch Ultra เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีกระจก Sapphire ครอบหน้าจอทั้ง 3 รุ่น แต่ว่าจะไม่ได้มีความแข็งเท่ากันหมดนะครับ โดย JerryRigEverything ได้ใช้ Diamond Selector หรือเครื่องตรวจเพชรมาเช็คว่ากระจกหน้าจอของแต่ละรุ่นใช้ Sapphire จริงรึเปล่า ปรากฎว่าทั้ง 3 รุ่น ใช้กระจกที่ทำจาก Saphire จริง ๆ นั่นแหละ

คราวนี้เอามาทดสอบความทนทานต่อการขีดข่วน ถ้าใครชอบดูคลิปของช่อง JerryRigEverything อยู่บ่อย ๆ ก็จะพอคุ้นเคยว่าเวลาเค้าทดสอบกระจกหน้าจอมือถือ จะมีการทดสอบด้วยของแข็งในระดับต่าง ๆ ซึ่งปกติกระจกหน้าจอมือถือระดับไฮเอนด์จะเริ่มเป็นรอยขีดข่วนตั้งแต่ของแข็งระดับ 6 ขึ้นไป

และจากการทดสอบ Galaxy Watch5 กับ Garmin Fenix 7 Sapphire Solar ถูกของแข็งระดับ 6 ขูดเข้าไป ก็พบว่ามีรอยจาง ๆ เกิดขึ้น แต่รอยดังกล่าวน่าจะเป็นแค่รอยที่เกิดขึ้นบนสารเคลือบของกระจก Sapphire อีกที และเริ่มเป็นรอยลึกกินเข้าไปที่เนื้อกระจกตอนโดนของแข็งระดับ 8

Galaxy Watch5 โดนขูดด้วยของแข็งระดับ 7 แทบไม่มีรอย

สำหรับ Apple Watch Ultra แม้ว่าเครื่อง Diamond Selector จะตรวจสอบออกมาว่าเป็นกระจก Sapphire ระดับสูงกว่า Galaxy Watch5 แต่พอทดสอบการขีดข่วนพบว่ามันเริ่มเป็นรอยตั้งแต่ระดับ 6 และเป็นรอยลึกขึ้นที่ระดับ 7 ขึ้นไป

ผลสรุปคือกระจก Sapphire ที่ครอบบนหน้าจอสมาร์ทวอทช์ Garmin Fenix 7 Sapphire Solar ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากที่สุด เพราะโดนของแข็งระดับ 6 – 7 แล้วแทบไม่มีรอยเกิดขึ้นเท่าไหร่ ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ Galaxy Watch5 และสุดท้ายคือ Apple Watch Ultra

Apple Watch Ultra เป็นรอยนิด ๆ ตั้งแต่ระดับ 6 และระดับ 7 เป็นรอยเห็นชัดเลย

ซึ่งทาง JerryRigEverything คาดว่าที่สมาร์ทวอทช์ของ Apple เป็นรอยง่ายกว่ารุ่นอื่น ๆ อาจจะเป็นเพราะวัสดุที่ทำกระจกหน้าจอไม่ได้เป็น Sapphire บริสุทธิ์ หรืออาจจะเกิดขึ้นเพราะกระบวนการขัดเงากระจกเลยทำให้มันเปราะบางกว่าเดิมก็ได้

 

ที่มา : JerryRigEverything

from:https://droidsans.com/jerryrigeverthing-galaxy-watch5-garmin-fenix-7-apple-watch-ultra-sapphire-glass-durability-test/

ดีกันแล้ว Elon Musk เผยพบหน้า Tim Cook แอปเปิลยืนยันไม่ถอด Twitter จาก App Store

สงครามระหว่าง Elon Musk กับแอปเปิลจบลงเร็วกว่าที่คาดกัน หลัง Elon Musk โพสต์ภาพว่าไปพบกับ Tim Cook ที่สำนักงานใหญ่ของแอปเปิล พาเดินทัวร์สวนกันอย่างชื่นมื่น

Elon Musk ยังบอกว่าแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่อง Twitter จะโดนถอดออกจาก App Store โดย Tim Cook ยืนยันว่าแอปเปิลไม่เคยคิดทำอะไรแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม Elon ไม่ได้เปิดเผยว่าได้คุยกันเรื่องอื่นหรือไม่ เช่น เรื่องแอปเปิลจะไม่ลงโฆษณากับ Twitter แล้ว หรือประเด็นเรื่องส่วนแบ่ง 30% ของ App Store ที่เขาไม่อยากจ่าย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131682

Apple ออกอัพเดต iOS 16.1.2 ปรับปรุงการทำงานหลายรายการ

แอปเปิลออกอัพเดตย่อย iOS 16.1.2 ซึ่งออกมาหลังจาก iOS 16.1.1 ที่ออกมาเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ผู้ใช้งานสามารถอัพเดตได้โดยไปที่ Settings > General > Software Update

ในอัพเดต iOS 16.1.2 นี้ แอปเปิลบอกว่าเป็นการปรับปรุงการทำงานร่วมกัน กับเครือข่ายจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และปรับปรุงระบบตรวจจับรถชนในสินค้ากลุ่ม iPhone 14 และ iPhone 14 Pro ซึ่งเคยมีรายงานว่า ผู้ใช้งาน iPhone 14 มีการส่งข้อความเตือนออกมาหลายคน เมื่อไปเล่นรถไฟเหาะในสวนสนุก

ที่มา: MacRumors

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131677

[ลือ] รายได้จากโฆษณาของ Twitter ลดลง 15%, Elon เลื่อนออก Blue เพราะไม่อยากจ่าย 30% ให้แอปเปิล

เว็บไซต์ Platformer อ้างว่าได้เห็นข้อมูลของบริษัท Twitter ในเขตยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (Europe, the Middle East and Africa – EMEA) มีรายได้จากโฆษณาลดลง 15% จากปีที่แล้ว

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือยอดจองเพื่อลงโฆษณา (bookings) รายสัปดาห์นั้นลดลงถึง 49% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีว่ารายได้ในอนาคตของ Twitter ลดน้อยลงมาก

นอกจากนี้ Platformer ยังรายงานว่า Elon Musk ตัดสินใจเลื่อนการออก Twitter Blue บน iOS ออกไปก่อน เพราะไม่ต้องการจ่ายส่วนแบ่ง 30% ให้แอปเปิล ซึ่งเชื่อมโยงกับการที่ Elon Musk ออกมาโจมตีแอปเปิลในช่วงนี้

ที่มา – Platformer, The Verge

No Description

ภาพจาก @elonmusk

from:https://www.blognone.com/node/131673