คลังเก็บป้ายกำกับ: Chrome

Chrome เพิ่มฟีเจอร์ติดตามราคาสินค้า, แถบแสดงผลการค้นหาด้านข้าง และการซิงก์รหัสผ่าน

Google เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญ 3 อย่างให้กับ Chrome เวอร์ชั่น 108 ที่กำลังจะปล่อยให้ผู้ใช้อัพเดตใช้งานกัน โดยมีทั้งระบบติดตามราคาของสินค้าบนร้านค้าออนไลน์, การเพิ่มแถบแสดงผลการค้นหาด้วย Google Search บริเวณด้านข้างของหน้าจอ รวมถึงการซิงก์รหัสผ่านของผู้ใช้จากการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของบัญชีผู้ใช้คนเดียวกัน

รายละเอียดของฟีเจอร์ใหม่ข้างต้นมีดังนี้

1. ระบบติดตามราคาสินค้า
เมื่อผู้ใช้เปิดดูสินค้าในร้านค้าออนไลน์ จะปรากฏปุ่มสัญลักษณ์แจ้งเตือนพร้อมข้อความ “Track price” ขึ้นในช่อง address bar ของ Chrome หากผู้ใช้ต้องการติดตามราคาของสินค้าตัวดังกล่าวก็สามารถกดปุ่มที่ว่านี้ หลังจากนั้นหากมีการลดราคาสินค้าตัวนั้นไม่ว่าบนเว็บไซต์ใดก็ตาม ระบบจะส่งอีเมลแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ

No Description

2. แถบแสดงผลการค้นหาด้านข้างของหน้าจอ
เมื่อผู้ใช้ทำการค้นหาข้อมูลด้วย Google Search และทำการคลิกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งจากหน้าแสดงผลการค้นหาแล้ว จะมีปุ่มสัญลักษณ์ Google (ตัว G แบบ 4 สี) ปรากฏขึ้นในแถบ address bar ซึ่งเมื่อผู้ใช้คลิกสัญลักษณ์ดังกล่าวจะเป็นการเปิดแถบแสดงผลการค้นหาด้านข้างของหน้าจอ Chrome โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดลิงก์เพื่อเปลี่ยนไปดูผลการค้นหาลิงก์อื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกดปุ่ม back เพื่อย้อนกลับไปหน้าแสดงผล

ทั้งนี้ผู้ที่ใช้ Chrome เวอร์ชั่น 107.0.5304.88 อยู่ในปัจจุบันก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ว

No Description

3. การซิงก์รหัสผ่านจากหลายอุปกรณ์
สำหรับผู้ใช้ที่มีการใช้งาน Chrome บนอุปกรณ์หลายเครื่องและมีการบันทึกรหัสผ่านไว้หลายที่ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ซิงก์ข้อมูลรหัสผ่านเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถเปิดการซิงก์รหัสผ่านได้จากเมนู Setting

No Description

ทั้งนี้ข้อมูลจากหน้าเว็บ Chrome Developers ของ Google ระบุว่า Chrome เวอร์ชั่น 108 จะปล่อยให้ใช้งานจริงในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้

ที่มา – BGR

from:https://www.blognone.com/node/131354

หลังปีหน้า Chrome จะไม่มีอัพเดตใหม่สำหรับ Windows 7 และ Windows 8.1 อีกต่อไป

Google ประกาศแผนการปล่อยอัพเดต Chrome เวอร์ชั่น 110 ซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายที่สนับสนุนการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 7 และ Windows 8.1 ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปีหน้า

แม้ว่า Windows 7 จะมีอายุนานกว่า 13 ปีมาแล้ว และ Microsoft ได้ประกาศหยุดการอัพเดตเพื่อสนับสนุน Windows 7 ไปตั้งแต่ปี 2020 แต่จากการประเมินเมื่อต้นปี 2021 ยังมีอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นนี้อยู่มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งเท่ากับว่าหลังจากปีหน้าไปเครื่องของใครที่ยังรัน Windows 7 อยู่ก็จะขาดการสนับสนุนจากทั้งผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการเองและผู้พัฒนาเว็บเบราว์เซอร์รายใหญ่

ทั้งนี้กำหนดการปล่อย Chrome 110 นั้นถูกกำหนดให้ตามหลังวันสิ้นสุดโปรแกรมขยายเวลาการสนับสนุนด้านความปลอดภัย “Extended Security Update (ESU)” สำหรับ Windows 7 ซึ่ง Microsoft กำหนดวันสิ้นสุดโปรแกรม ESU ในวันที่ 10 มกราคมปีหน้า

โปรแกรม ESU ของ Microsoft นั้นหมายถึงการขยายกรอบเวลาเพื่อช่วยอัพเดตระบบความปลอดภัยให้แก่ระบบปฏิบัติการเก่าที่พ้นกำหนดรับการสนับสนุนระบบหลักไปอีก 3 ปี ซึ่งในช่วงระยะเวลาของโปรแกรม ESU นั้น Microsoft จะไม่ปล่อยการอัพเดตอื่นใดนอกเหนือจากระบบความปลอดภัยเท่านั้น (ไม่มีฟีเจอร์ใหม่ให้, ไม่มีการเปลี่ยนดีไซน์, ไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้านอื่น)

No Description

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131121

Chrome บน Android Tablet อัพเดตรองรับจอใหญ่ จัดการแท็บดีขึ้น เพิ่ม Tab Grid, Tab Groups

กูเกิลประกาศอัพเดต Chrome บน Android Tablet ให้ใช้งานหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นได้เต็มความสามารถ ของใหม่มีดังนี้

  • รองรับท่า swipe 2 นิ้วบนแถบเครื่องมือ เพื่อสลับแท็บไปมา โดยไม่ต้องจิ้มไปยังแท็บที่ต้องการ
  • หากเราเปิดแท็บเยอะจนแท็บมีขนาดเล็กเกินไป ซ่อนปุ่ม x สำหรับปิดแท็บเพื่อไม่ให้กดพลาด ปุ่ม x จะถูกแสดงเฉพาะบนแท็บที่ใช้งานเท่านั้น
  • visual tab grid แสดงตารางแท็บที่เปิดอยู่ทั้งหมดให้เห็นชัดๆ สลับแท็บได้ง่ายขึ้น ด้วยท่าปัดขึ้นจากขอบจอด้านล่าง
  • รองรับการลากรูปภาพ ข้อความ ลิงก์ จากหน้าต่าง Chrome ไปยังแอพตัวอื่น เช่น Gmail, Photos, Keep
  • ตั้งค่าให้ Chrome บนแท็บเล็ตเปิดเว็บในโหมดเดสก์ท็อป เพื่อให้เห็นหน้าตาเว็บแบบเดียวกับบนคอมพิวเตอร์
  • รองรับ tab groups จัดกลุ่มแท็บแบบเดียวกับ Chrome บนคอมพิวเตอร์

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/130993

Google รับรองการใช้งาน Passkey บน Android และ Chrome แล้ว – ล็อกอินเข้าอุปกรณ์ เว็บ และแอป ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

ตามที่ Google, Apple และ Microsoft ประกาศความร่วมมือกันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับความต้องการผลักดัน ‘Passkey’ บนมาตรฐาน FIDO ให้เข้ามาเป็นรูปแบบใหม่ของการล็อกอินอุปกรณ์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์มใด ๆ แทนที่การกรอกชื่อบัญชีและรหัสผ่านแบบเดิม ๆ — ซึ่งล่าสุด Google ได้ประกาศรับรองการใช้งานสำหรับนักพัฒนา Android และ Chrome แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รูปแบบการทำงานของ Passkey คือการยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์ที่รองรับของผู้ใช้งาน โดยใช้การปลดล็อกแบบเดียวกับที่ตั้งค่าไว้ในการล็อกอิน ตัวอย่างในกรณีนี้คือสมาร์ทโฟนในระบบ Android ซึ่งรองรับการปลดล็อกที่หลากหลาย เช่น สแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า หรือรหัสพิน เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาคอยจำรหัสผ่านของอุปกรณ์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

ส่วนกรณีใช้งานกับอุปกรณ์ข้ามแพลตฟอร์มในครั้งแรก เรายังสามารถล็อกอินได้ง่าย ๆ อยู่ผ่านวิธีสแกน QR code ดังภาพตัวอย่างด้านล่าง

Google ชี้ให้เห็นว่า Passkey มีข้อดีหลายอย่าง นอกเหนือจากในแง่ความสะดวกและรวดเร็วในการล็อกอินแล้ว มันยังปลอดภัยกว่าการกรอกรหัสแบบเดิม ๆ เพราะกุญแจที่ถูกเรียกใช้งานในแต่ละครั้ง ไม่สามารถถูกนำไปใช้งานซ้ำได้ และปลอดภัยต่อการโจมตีในรูปแบบฟิชชิงที่พบเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน

กรณี Passkey ของ Google จะซิงก์และจัดเก็บกุญแจตัวตนใน Google Password Manager ที่เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน ในขณะที่ Passkey ของ Apple ที่เปิดบริการไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้จะซิงก์กับ iCloud Keychain  ดังนั้นต่อให้เผลอทำมือถือหาย ตัวกุญแจก็ยังถูกเก็บไว้บนคลาวด์

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป Google บอกว่า Passkey จะพร้อมให้ใช้งานในเดือนพฤศจิกายน โดยอุปกรณ์จะต้องรันบน Android 9 ขึ้นไปถึงจะรองรับฟีเจอร์นี้

 

ที่มา : Google

from:https://droidsans.com/google-passkey-support-android-chrome/

Chrome ยืดเวลาหยุดซัพพอร์ตส่วนขยาย Manifest V2 เป็นมิถุนายน 2023

กูเกิลประกาศปรับแผนการเลิกใช้ API ส่วนขยายแบบเก่า Manifest V2 โดยยืดเวลาจากที่เคยประกาศไว้เล็กน้อย

  • มกราคม 2023 Chrome 112 Canary, Dev, Beta หยุดการรองรับ Manifest V2
  • มิถุนายน 2023 Chrome 115 Stable หยุดการรองรับ Manifest V2
  • มกราคม 2024 ปิดการรองรับ Manifest V2 ใน enterprise policy สำหรับลูกค้าองค์กร, ถอดส่วนขยาย V2 ออกจาก Chrome Web Store

การเปลี่ยนจาก Manifest V2 มาเป็น V3 ส่งผลกระทบต่อวิธีทำงานของส่วนขยายบล็อคโฆษณา ซึ่งตอนนี้ส่วนขยายหลายๆ ตัวก็เริ่มปรับตัวมาสู่ API V3 กันบ้างแล้ว เช่น AdBlock Plus, uBlock Origin, AdGuard เป็นต้น

No Description

No Description

ที่มา – Chrome Developer

from:https://www.blognone.com/node/130721

Chrome เริ่มใช้ฐานข้อมูล root CA ของตัวเอง

โครงการ Chromium ที่เป็นฐานของเบราว์เซอร์ Chrome ประกาศโครงการ Chrome Root Program และ Chrome Root Store เพื่อจัดการฐานข้อมูล root CA ที่สามารถออกใบรับรองเข้ารหัสแบบต่างๆ ได้

ที่ผ่านมา Chromium/Chrome ใช้ฐานข้อมูล root CA ของแพลตฟอร์มเป็นหลัก ทำให้ประสบการณ์ใช้งานต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น บนระบบปฎิบัติการรุ่นเก่าๆ ก็อาจจะไม่สามารถเข้าเว็บที่ใบรับรองจาก root CA ใหม่ๆ ได้แม้จะใช้ Chrome รุ่นใหม่ก็ตาม อย่างไรก็ดี แม้จะใช้ฐานข้อมูลของระบบปฎิบัติการแต่ที่ผ่านมา Chrome ก็มีนโยบายเพิ่มเติมไม่ยอมรับ root CA บางรายอยู่แล้ว เช่น เหตุการณ์ถอดถอน root CA ของ Synmantec การมีโครงการ root CA ของตัวเองจะทำให้ตัวเบราว์เซอร์ควบคุมได้มากขึ้น

เบราว์เซอร์อีกตัวที่มีฐานข้อมูล root CA เป็นของตัวเองคือไฟร์ฟอกซ์ที่มี Mozilla Root Store มานาน

ตัวเบราว์เซอร์จะเริ่มใช้ฐานข้อมูลใหม่นี้ใน Chrome 105 ที่จะออกสิ้นเดือนนี้ ช่วงเริ่มต้นจะเริ่มใช้กับผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น โดยใช้งานใน Windows และ macOS ก่อนจะใช้ใน Linux และ Android ด้วย แต่ไม่สามารถใช้ใน iOS ได้เพราะนโยบายแอปของแอปเปิลล็อกเอาไว้ ส่วนผู้ใช้องค์กรที่กระจาย root CA ขององค์กรภายในเอง ตัวเบราว์เซอร์จะดึงเอา root CA ที่ติดตั้งเอง (locally managed) เข้าไปใช้งานอัตโนมัติ ดังนั้นเว็บภายในก็ควรใช้งานได้ต่อไป

ที่มา – Chromium Blog

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130496

Chrome บน Android เพิ่มตัวเลือกล็อกแท็บไม่ระบุตัวตน บังคับสแกนนิ้วก่อนเข้า Incognito mode

Google ออกอัปเดต Chrome เวอร์ชัน 105 บน Android มีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การเพิ่มตัวเลือก ‘ล็อกแท็บไม่ระบุตัวตน’ เข้ามา เมื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ในโหมดไม่ระบุตัวตน (หรือโหมด Incognito ในภาษาอังกฤษ) แอปจะเข้าสู่หน้าจอล็อกโดยอัตโนมัติและไม่แสดงเนื้อหาที่ถูกเปิดคาไว้อยู่ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ในการปลดล็อกโหมดไม่ระบุตัวตนใน Chrome จะรองรับทั้งสแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า พิน รหัสผ่าน และแพตเทิร์น ตามแต่ที่ผู้ใช้งานจะตั้งค่าไว้บนอุปกรณ์

ทั้งนี้ ฟังก์ชันล็อกแท็บไม่ระบุตัวตน ยังไม่เปิดให้ใช้งานในวงกว้าง แต่ผู้ใช้งานสามารถบังคับเปิดใช้งานด้วยตัวเองโดยวิธีดังต่อไปนี้

  • จากในแอป Chrome พิมพ์ chrome://flags บนช่องค้นหา
  • ในช่องค้นหาของ flags พิมพ์ device reauthentication
  • หากเจอตัวเลือก Enable device reauthentication for incognito แล้ว ให้เปลี่ยนเป็น Enable



 

หลังจากทำตามขั้นตอนด้านบนเสร็จแล้ว ต้องกดปุ่ม Relaunch เพื่อรัน Chrome ใหม่หนึ่งรอบ แล้วต่อด้วยวิธีด้านล่าง

  • แตะที่สัญลักษณ์เมนูบริเวณมุมขวาบน
  • เลือกการตั้งค่า
  • ไปที่ข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย
  • เปิดใช้งานฟังก์ชันล็อกแท็บไม่ระบุตัวตนเมื่อออกจาก Chrome
  • หากรายการล็อกแท็บไม่ระบุตัวตนเมื่อออกจาก Chrome ไม่ปรากฏ ให้ปิด Chrome ทิ้งแล้วเข้าใหม่อีกครั้ง




from:https://droidsans.com/chrome-android-lock-incognito-tab/

Chrome ออกอัพเดตฉุกเฉิน แก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ที่พบใน Mojo

กูเกิลออกอัพเดต Chrome เวอร์ชัน 105.0.5195.102 ทั้งบน Windows, Mac และ Linux ซึ่งแก้ไขบั๊ก Zero-Day โดยมีความรุนแรงระดับ High จึงแนะนำให้ผู้ใช้งาน Chrome อัพเดตทันที

ช่องโหว่ที่แก้ไขคือ CVE-2022-3075 ที่อาศัยช่องโหว่ในไลบรารี่ของ Mojo ทั้งนี้กูเกิลระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดของบั๊กนี้เมื่อมีผู้อัพเดตเบราว์เซอร์เป็นจำนวนมากพอสมควร แม้มีรายงานการโจมตีแล้ว

อัพเดตดังกล่าวเป็นการแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ครั้งที่ 6 ในปีนี้ของ Chrome

ที่มา: Bleeping Computer

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130252

ลบด่วน! 5 ส่วนขยายของ Chrome ที่เก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน

สืบเนื่องจากนักวิจัยของ McAfee ค้นพบส่วนขยายของ Google Chrome ที่เป็นอันตรายอย่าง Netflix Party ในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนขยายของ Chrome ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ Netflix หลายคนสามารถสตรีมเนื้อหาพร้อมกันได้ ผู้พัฒนา Netflix Party ได้เผยแพร่และรีวิวส่วนขยาย Netflix Party ผ่านหลายบัญชีทวิตเตอร์และเว็บไซต์รีวิวปลอม โดย Netflix Party จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ซึ่งถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก

ล่าสุด McAfee ได้ค้นพบส่วนขยายของเบราว์เซอร์ Chrome ที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับ Netflix Party เพิ่มเติม 4 รายการ ได้แก่ Netflix Party 2, FlipShope – Price Tracker Extension, Full Page Screenshot Capture – Screenshotting, และ  AutoBuy Flash Sales

Chrome-Extensions-netflix-party-full-page-screenshot-capture

ส่วนขยายทั้ง 5 รายการ มีผู้ใช้งานดาวน์โหลดไปแล้ว 1.4 ล้านครั้ง โดยจะรวบรวมข้อมูลการท่องเว็บ ชื่อผู้ใช้งาน และตำแหน่งที่อยู่ของอุปกรณ์ที่ระบุประเทศ เมือง รหัสไปรษณีย์ โดยข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปที่เว็บไซต์ d.langhort.com ซึ่งคาดว่าผู้พัฒนาส่วนขยายเหล่านี้ทำไปเพื่อเงินนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังมีข้อดีในเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ ส่วนขยายทั้งหมดเป็นการพัฒนาขึ้นมาสำหรับการใช้งานเฉพาะเจาะจง จึงมีกลุ่มเป้าหมายที่ใช้อยู่จำนวนไม่มากนัก กล่าวคือ การดาวน์โหลด 1.4 ล้านครั้ง ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนแบ่งการตลาดของเว็บเบราว์เซอร์ที่ Chrome มีมากถึง 65.12% และมีส่วนขยายจำนวน 188,620 รายการ

รายละเอียดส่วนขยายที่เป็นปัญหาทั้ง 5 รายการ แสดงดังตารางด้านล่างนี้ ซึ่งปัจจุบัน Google ก็ได้ลบออกจากสโตร์ทันทีที่มีรายงานการค้นพบจาก McAfee แล้ว แต่สำหรับใครที่เคยติดตั้งบนเบราว์เซอร์ เราต้องลบออกด้วยตัวเอง และควรรีบลบออกทันทีเลยนะครับ

ส่วนขยาย วัตถุประสงค์ จำนวนดาวน์โหลด
Netflix Party เพื่อดูได้พร้อมกันหลายเครื่อง 800,000
Netflix Party 2 เพื่อดูได้พร้อมกันหลายเครื่อง 300,000
FlipShope – Price Tracker Extension ค้าหาคูปองและใช้งานอัตโนมัติ 80,000
Full Page Screenshot Capture – Screenshotting จับภาพหน้าเว็บไซต์ 200,000
AutoBuy Flash Sales ค้นหาและซื้ออัตโนมัติ 20,000

 

ที่มา: spiceworks

ข่าว: ลบด่วน! 5 ส่วนขยายของ Chrome ที่เก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/chrome-extensions-netflix-party-full-page-screenshot-capture/

Tips | วิธีส่งหน้าเว็บจากมือถือไปดูต่อบน PC และส่งจาก PC ไปดูต่อบนมือถือ ทำง่าย ๆ จิ้มไม่กี่ที (ได้ทั้ง Android & iOS)

เคยมั้ย…เล่นมือถือบนรถไฟฟ้าหรือรถเมล์เข้าเว็บนู้นเว็บนี้กำลังอ่านเพลิน ๆ พอถึงบ้านแล้วอยากอ่านต่อบนจอคอม ก็ต้องก๊อป URL ไปแปะในแชทฝากไว้กับเพื่อน, แปะใน LINE Keep, หาเอาจาก History ฯลฯ (อันนี้เป็นหลากหลายวิธีจากคนใน Droidsans) แต่จริง ๆ แล้วเบราว์เซอร์ Chrome มีวิธีส่งหน้าเว็บระหว่างมือถือ – PC ที่ง่ายกว่ามาก เพราะจิ้ม ๆ แค่ไม่กี่ทีหน้าเว็บก็เด้งไปบนจอคอมให้แล้วจ้า

สำหรับวิธีการส่งหน้าเว็บจากมือถือไปที่ PC และส่งจาก PC ไปที่มือถือแบบง่าย ๆ ด้วยการจิ้มหรือคลิกแค่ 4 จึ๊ก จะเป็นวิธีสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome ทั้งบนมือถือระบบ Android, iOS และบน PC ก็ได้ครับ โดยเบราว์เซอร์จะต้อง Sign in เป็นชื่อเดียวกันด้วยนะ นอกจากนี้การส่งหน้าเว็บไปอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็น มือถือ > PC หรือ PC > มือถือ เท่านั้น เพราะทำได้ทั้ง มือถือ > มือถือ หรือ PC > PC ก็ไม่มีปัญหา

วิธีส่งหน้าเว็บจากมือถือไปที่ PC

Android

เริ่มจากหน้าเว็บที่เรากำลังอ่านเพลิน ๆ อยู่ ให้กดที่เมนู 3 จุด มุมขวาบน > กดที่ Share… > เลือก Send to your devices จากนั้นก็เลือกชื่ออุปกรณ์ที่เราต้องการส่งหน้าเว็บนี้ไปซะ

iOS

สำหรับระบบ iOS ก็วิธีคล้าย ๆ กัน คือเริ่มจากหน้าเว็บที่เราต้องการส่งต่อไปที่ PC ให้กดที่ Share (ด้านขวาของแถบ URL) > กด Send To Your Devices และเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการได้เลย

เมื่อกดเลือกอุปกรณ์แล้ว จะมี Notification เด้งขึ้นมาที่เบราว์เซอร์ Chrome ของ PC ว่ามีการส่ง URL เว็บไซต์มาให้…ก็กด Open in New Tab เพื่อเปิดเว็บนั้นดูได้ทันทีเลยครับ

 

วิธีส่งหน้าเว็บจาก PC ไปที่มือถือ

วิธีการส่งเว็บจาก PC ไปที่มือถือก็ง่ายเหมือนกันเลย เริ่มจากหน้าเว็บที่เรากำลังอ่านอยู่ให้กดที่ปุ่ม Share this page (อยู่ริมขวาของแถบ URL)

จากนั้นเลือก Send to your devices แล้วเลือกอุปกรณ์ที่เราต้องการส่งไปให้ก็เรียบร้อยครับ

ทีนี้มาดูหน้าจอมือถือก็จะเห็น Notification เด้งขึ้นมาบอกว่ามีการแชร์หน้าเว็บไซต์มาจากอุปกรณ์อื่น ก็ให้เรากดเปิดดูได้เลย

แค่นี้เราก็สามารถส่งหน้าเว็บจากมือถือไปอ่านต่อบน PC หรือจะส่งจาก PC ไปอ่านต่อบนมือถือได้แบบง่าย ๆ ไม่ต้องมาคอยกด Copy ลิ้งก์แล้วส่งไปฝากเพื่อนใน LINE หรือ Messenger ให้วุ่นวายแล้วล่ะครับ

from:https://droidsans.com/tips-chrome-share-url-between-phone-pc-vice-versa/