คลังเก็บป้ายกำกับ: ARTIFICIAL_INTELLIGENCE

Nvidia ออกแพลตฟอร์ม AI สำหรับโรงพยาบาลในสังกัด NHS ของอังกฤษ

Nvidia ร่วมมือกับกองทุนของสำนักบริการทางการแพทย์แห่งชาติ (NHS) เพื่อวางระบบแพลตฟอร์ม AI แก่โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักร ในรูปของแพลตฟอร์มชื่อ AI Deployment Engine (AIDE) ที่เป็นเครื่องมือตรวจหาโรคด้วยระบบ AI ที่ทันสมัย

ระบบนี้ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาโรคอย่างมะเร็ง โรคสมองหรืออัลไซเมอร์ โรคเส้นเลือดในสมอง และอาการอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งตอนนี้กำลังติดตั้งในโรงพยาบาล Guy’s and St Thomas’s, โรงพยาบาล King’s College, โรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัย East Kent, และโรงพยาบาลกลางของ NHS Trust อย่าง University College London Hospitals (UCLH)

ทั้งหมดนี้ได้ให้บริการผู้ป่วยประมาณ 5 ล้านรายต่อปี และมีแผนที่จะขยายไปยังโรงพยาบาลสังกัด NHS จำนวน 11 แห่งภายในสิ้นปี 2023 ทำให้จะมีผู้ป่วยที่ได้โอกาสรับการรักษาผ่านแพลตฟอร์มใหม่ที่ช่วยให้ข้อมูลผู้ป่วยได้ละเอียดมากขึ้นนี้รวมกว่า 18 ล้านรายต่อปีเลยทีเดียว

แพลตฟอร์ม AI ของ Nvidia นี้พัฒนาขึ้นบน MONAI ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์ก AI ด้านประมวลผลภาพทางการแพทย์แบบโอเพ่นซอร์ส ที่ร่วมกันพัฒนาระหว่าง Nvidia กับกลุ่ม AI Centre for Value Based Healthcare ที่ประกอบด้วยโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และพาร์ทเนอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-rolls-out-ai-platform-across-nhs-hospitals/

กูเกิลขายไลเซนส์ปัญญาประดิษฐ์ตรวจมะเร็งเต้านมให้บริษัทเฉพาะทาง

กูเกิลขายไลเซนส์ปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับมะเร็งเต้านมให้กับบริษัท iCAD ที่ขายเทคโนโลยีการตรวจจับมะเร็งโดยเฉพาะ โดยทาง iCAD จะนำเทคโนโลยีนี้ไปทดสอบการใช้งาน แล้วนำความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ของกูเกิลไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของ Breast AI Suite และ ProFound AI Risk ของ iCAD เอง

กูเกิลรายงานการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจจับมะเร็งเต้านมมาตั้งแต่ปี 2020 พบว่าช่วยลดความผิดพลาดการตรวจลงได้ แต่ที่ผ่านมาก็กูเกิลก็ยังไม่ได้เดินหน้าที่จะขออนุญาตใช้งานจริง

ที่มา – Google Blog, iCAD

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131652

Stable Diffusion 2.0 สร้างภาพจากภาพต้นฉบับได้หลากหลายขึ้น ทำภาพความละเอียดสูงได้

Stability AI เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Stable Diffusion 2.0 โดยฝึกจากชุดข้อมูล LAION-5B ที่ลบภาพโป๊ออกหมดแล้ว ตัวโมเดลสามารถสร้างภาพได้ขนาด 512×512 พิกเซลหรือ 768×768 พิกเซลพร้อมกับตัวเพิ่มความละเอียดภาพให้เป็นระดับ 2048×2048 พิกเซลหรือสูงกว่าได้

ฟีเจอร์สำคัญที่เพิ่มมาคือการสร้างภาพแบบ Depth-to-Image ที่สร้างภาพจากภาพต้นฉบับ แล้วใส่ขอความแนะนำเพิ่มเติม และโหมดปรับจากภาพเดิม (inpainting)

โมเดล Stable Diffusion 2.0 ยังคงรันได้ในชิปกราฟิกตัวเดียว และจะเปิดให้ใช้งานในแพลตฟอร์มออนนไลน์ต่อไป

ที่มา – Stability AI

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131614

นครนครปฐมติดตั้ง AI ฝีมือคนไทยชื่อว่า “ระบบรับฟังเสียงประชาชน”

“เทศบาลนครนครปฐม” ก้าวสู่เมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI ฝีมือคนไทย เปิดตัวโซลูชัน Fullloop สู่ “ระบบรับฟังเสียงประชาชน” อัจฉริยะ ตัวช่วยรวบรวมเรื่องราว – แยกแยะ – จัดส่ง ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงแก้ไข ลดเวลาและขั้นตอนที่ส่งข้อมูลตามสายงาน แบบ Omni-channel ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

นายสุทธิพันธุ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิสกิต โซลูชั่น จำกัด (BIZCUIT Solution) เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัท ฯ ได้เข้าไปให้บริการกับ เทศบาลนครนครปฐม ด้วยโซลูชัน Fullloop “ระบบรับฟังเสียงประชาชน” เป็นระบบที่แยกแยะทุกเรื่องราวที่ประชาชนส่งเข้ามาจากทุกช่องทาง ว่าเรื่องใดเป็น ‘คำร้องเรียน’ เรื่องใดเป็น ‘ข้อเสนอแนะ’ ทำให้พนักงานเทศบาลสามารถลำดับความสำคัญในการจัดการ และจัดส่งต่องานไปยังผู้ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบงานด้านนั้นโดยตรงให้ไปจัดการได้อย่างตรงจุด รวมถึงการนำไปต่อยอดในการสร้างระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ให้กับงานบริการอื่น ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย”

นายสมโชค พงษ์ขวัญ รองนายกเทศมนตรีนครนครปฐม ในฐานะผู้รับนโยบายและผู้ดูแลโครงการกล่าวว่า “เราต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น จึงได้นำร่องนำโซลูชัน Fullloop “ระบบรับฟังเสียงประชาชน” ทำให้ประหยัดเวลาแก้ไขปัญหาร้องเรียน หรือนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาตามแต่ละหน่วยงานได้รวดเร็วขึ้น”

from:https://www.enterpriseitpro.net/ai-fullloop-news-release/

ผู้ใช้โวย เว็บ DeviantArt ตั้งค่าเริ่มต้นให้เอาภาพศิลปินไปใช้เทรน AI ที่เพิ่งเปิดตัวได้ทุกรูป

เว็บไซต์ชุมชนศิลปะ DeviantArt เปิดตัวปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้สำหรับสร้างงานศิลปะโดยใช้ชื่อว่า DreamUp ที่สร้างภาพจากตัวอักษรที่ผู้ใช้ป้อนลงไป (prompt) แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า DeviantArt กลับตั้งค่าเริ่มต้นให้สามารถนำรูปภาพทุกรูปที่อยู่บนเว็บไซต์ซึ่งสร้างจากศิลปินที่เป็นมนุษย์ไปใช้เพื่อเทรนให้ AI ได้ หากเจ้าของผลงานไม่ต้องการให้นำรูปของตนเองเข้าสู่ฐานข้อมูลเพื่อเทรนโมเดล AI จะต้องตั้งค่า opt out ด้วยตัวเองทีละรูป

นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ DreamUp สร้างภาพ สามารถป้อนชื่อศิลปินที่เป็นมนุษย์ลงไปเพื่อให้ AI สร้างภาพในสไตล์ของศิลปินคนดังกล่าวได้ ทำให้มีผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจและตั้งคำถามถึงเรื่องจริยธรรมและกฎหมายลิขสิทธิ์ผลงาน

No Description

DreamUp ถือเป็นแหล่งรายได้อีกทางหนึ่งของ DeviantArt เพราะผู้ใช้จะสามารถป้อน Prompt ฟรีได้จำกัดจำนวน ยกเว้นว่าจะชำระเงินให้เว็บไซต์จึงจะใช้งานได้อย่างไม่จำกัด

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีผู้ใช้ไม่พอใจ DeviantArt ได้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเริ่มต้นผู้ใช้เป็นการไม่อนุญาตให้นำผลงานของตนเองเข้าสู่ชุดข้อมูลของปัญญาประดิษฐ์แทน หากผู้ใช้ต้องการอนุญาตจะต้องไปตั้งค่า opt in เอง

การสร้างภาพจาก AI ยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกันในพื้นที่ออนไลน์มาตลอด บางคนมองว่าการยอมรับภาพจากปัญญาประดิษฐ์เป็นการลดทอนคุณค่าของงานศิลปะที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง แม้แต่แหล่งซื้อขายภาพรายใหญ่อย่าง Getty Images และ Shutterstock เองยังมีแนวคิดไม่เหมือนกันในเรื่องนี้

ที่มา: DeviantArt, DeviantArt via Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/131480

ในที่สุดก็มีในมือถือ นักพัฒนาทำแอปวาดภาพด้วย AI (Stable Diffusion) ลง iOS แล้ว

Stable Diffusion เป็นหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ชื่อดังที่สามารถวาดภาพได้ตามข้อความบรรยายที่ถูกป้อนให้มันเช่นเดียวกับ DALL-E และ Midjourney โดยที่ผ่านมาผู้ที่ต้องการใช้ Satble Diffusion จะต้องใช้งานผ่านเว็บ DreamStudio ซึ่งอาศัยการประมวลผลบนคลาวด์ หรือไม่หากจะใช้งานประมวลผลบนเครื่องพีซีเองก็ต้องนำเอาโค้ดโอเพ่นซอร์สมาลงเอง

แต่ล่าสุดมีนักพัฒนาแอปที่ชื่อ Draw Things: AI Generation จับเอา Stable Diffusion มารันบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ได้แล้ว

Liu Liu นักพัฒนาผู้สร้างแอป Draw Things โพสต์บล็อกเล่าความยากของการพัฒนาแอปตัวนี้ว่าเป็นเรื่องการใช้แรม หากเป็น iPhone ที่มีแรม 6 GB ตัว iOS จะตัดการทำงานแอปใดๆ ทันทีที่ใช้แรมเกิน 2.8 GB หรือถ้าหากเป็น iPhone รุ่นที่มีแรม 4 GB หากมีแอปตัวไหนใช้แรมเกิน 2 GB ก็จะโดนตัดการทำงาน

ในการเปิดใช้งานแอป Draw Things ครั้งแรกจะต้องมีการโหลดไฟล์โมเดล Stable Diffusion 1.4 ลงใน iPhone ก่อน หลังจากนั้นก็สามารถป้อนข้อความ (prompt) และสั่งให้แอปสร้างรูปภาพได้

นอกเหนือจากการบอกให้ปัญญาประดิษฐ์วาดรูปภาพขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ผู้ใช้ยังสามารถใช้งานให้มันเติมแต่งรูปภาพ (inpainting) ได้ด้วย การเติมแต่งรูปภาพนี้ก็อย่างเช่นการใช้รูปเก่าที่เบลอหรือมีรอยด่าง, รอยขาด นำมาให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเติมภาพในส่วนที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ได้

นอกจากนี้ Draw Things ยังสามารถดาวน์โหลดโมเดลสร้างรูปภาพที่มีสไตล์เฉพาะทาง เช่น “Modern Disney Diffusion” (โมเดลสร้างภาพตัวละคร 3 มิติในสไตล์ Disney) หรือ “Waifu Diffusion” (โมเดลสร้างภาพสาวสวยสไตล์อนิเมะ) มาใช้งานร่วมกันได้ด้วย

ทีมงานของ Ars Technica ได้ทดลองติดตั้งแอป Draw Things และทดสอบใช้งาน ก็พบว่าตัวแอปใช้เวลาหลักนาทีในการสร้างภาพแต่ละภาพ ซึ่งในแง่ความรู้สึกก็ดูช้าสักเล็กน้อย และบางครั้งหากตั้งค่าการทำงานไว้สูงเกินไป ตัวแอปก็ไม่สามารถทำงานได้กับ iPhone รุ่นเก่าเนื่องจากพลังประมวลผลไม่เพียงพอ

อันที่จริงถึงแม้ไม่มีแอปแต่ผู้ใช้ iPhone หรืออุปกรณ์ Android ก็สามารถใช้งาน Stable Diffusion ผ่านทางเว็บ DreamStudio ได้อยู่แล้ว แต่การที่มีแอป Draw Things นี้ขึ้นมาถือเป็นเรื่องน่าสนใจในอีกแง่มุมหนึงที่ได้พิสูจน์ในเชิงหลักการว่าการดึงเอาปัญญาประดิษฐ์วาดภาพมาใส่ลงในอุปกรณ์พกพาและอาศัยเพียงพลังประมวลผลของตัวอุปกรณ์เท่านั้นสามารถทำได้จริง

No Description

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/131464

เขียนโปรแกรมแบบไม่ต้องแตะคีย์บอร์ด “Hey, GitHub” สั่งให้ GitHub เขียนโค้ดด้วยเสียงพูด

GitHub เปิดตัวโปรเจคทดลอง “Hey, GitHub!” เป็นการสั่งงานด้วยเสียงคู่กับฟีเจอร์ Copilot ที่ใช้ AI ช่วยเขียนโปรแกรม ทำให้เราแทบไม่ต้องใช้คีย์บอร์ดในการเขียนโปรแกรมอีกเลย

ตัวอย่างการใช้งานเช่น พูดว่า “import Pandas” ก็จะเป็นการเขียนโค้ดที่นำเข้าไลบรารีวิเคราะห์ข้อมูล Pandas ของ Python ให้อัตโนมัติ (ดูตัวอย่างได้จากเว็บ GitHub Next)

คำสั่งเสียง Hey, GitHub รองรับทั้งการเขียนตัวโค้ด, การเลื่อนตำแหน่ง, การสั่งงานตัว IDE (VS Code) และการสั่งให้ GitHub Copilot อธิบายการทำงานของโค้ดที่เขียนมาให้เรา

ตอนนี้ฟีเจอร์ “Hey, GitHub!” ยังเปิดให้ทดสอบแบบ technical preview ในวงจำกัด และต้องลงทะเบียนเพื่อต่อคิวทดสอบ

No Description

ที่มา – GitHub

from:https://www.blognone.com/node/131455

เด็ก 18 เยอรมันทำกล้องห้อยคอพลัง AI ช่วยบอกทางให้ผู้พิการทางสายตา

Tamás Nemes เป็นเด็กหนุ่มชาวเยอรมันวัยเพียง 18 ปี สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับประเทศคือผลงานการประดิษฐ์กล้องห้อยคอที่มาพร้อมระบบ computer vision ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยจำแนกสิ่งที่กล้องมองเห็นและจำแนกวัตถุในภาพเหล่านั้น

การจำแนกวัตถุจากภาพของกล้องนั้นทำไปเพื่อบอกเสียงแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้ซึ่งมีปัญหาด้านการมองเห็นให้ได้รับรู้ว่ามีกีดขวางอะไรอยู่รอบตัวผู้ใช้บ้าง และช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ดีขึ้น

No DescriptionTamás Nemes (คนสวมเสื้อแดง) กับอาสาสมัครผู้ร่วมทดสอบใช้งานสิ่งประดิษฐ์ของเขา

Nemes ตั้งชื่อสิ่งประดิษฐ์ของเขาว่า GUIDE-Walk โดยในปัจจุบันเขาได้พัฒนามันมาเป็นรุ่น 2.0 แล้ว ตัวอุปกรณ์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อ Gabrielle ช่วยในการจำแนกแยกแยะวัตถุที่กล้องจับภาพได้ เพื่อนำมาบอกแก่ผู้ใช้ด้วยเสียงพูดสังเคราะห์ผ่านหูฟังแบบอาศัยการสั่นสะเทือนผ่านกระดูก

ตัวอุปกรณ์หลักส่วนที่เป็นกล่องห้อยคอผู้ใช้นั้นภายในมีกล้องบันทึกภาพที่มีเซ็นเซอร์รับภาพของกล้องสามารถจับภาพขนาด 1280*720 พิกเซล บันทึกภาพได้ 30 เฟรมต่อวินาที ภาพที่ถูกกล้องถ่ายไว้ได้จะถูกส่งให้ปัญญาประดิษฐ์ทำการจำแนกวัตถุในภาพแบบเรียลไทม์

ภายในกล่องอุปกรณ์หลักของ GUIDE-Walk ซึ่งเป็นที่ติดตั้งกล้องยังมีเซ็นเซอร์ LIDAR ช่วยตรวจจับวัตถุโดยรอบผู้ใช้ หากผู้ใช้เดินเข้าใกล้สิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าซึ่ง LIDAR ตรวจจับได้ มันจะส่งเสียงร้องเตือนผู้ใช้เพื่อบอกให้ระวังสิ่งกีดขวางตรงหน้า นอกจากนี้ยังมีชุดเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์วัดอัตราเร่ง, ไจโรสโคป, เซ็นเซอร์วัดค่าสนามแม่เหล็ก, เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ รวมทั้งเซ็นเซอร์วัดแรงดันอากาศในตัว ซึ่งจะช่วยรวบรวมข้อมูลในสภาพพื้นที่การใช้งานรวมทั้งการเคลื่อนตำแหน่งของผู้ใช้นำเอาไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ด้วย

ชุดอุปกรณ์ทั้งหมดทำงานโดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ขนาด 8300 mAh ซึ่งสามารถใช้ได้ ตัวแบตเตอรี่นั้นถูกออกแบบให้มีกล่องห่อหุ้มเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ด้วยสายไฟ ทำให้ในระหว่างการใช้งานผู้ใช้สามารถแยกเอาส่วนแบตเตอรี่มาคล้องกับเข็มขัดหรือใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้ ช่วยลดน้ำหนักให้เหลือเพียงอุปกรณ์หลักจริงๆ เท่านั้นที่จะต้องห้อยคอ

No Descriptionเครื่อง GUIDE-Walk 2.0

ตัวปัญญาประดิษฐ์ Gabrielle ซึ่งเป็นหัวใจหลักในระบบการทำงานของ GUIDE-Walk นั้นสามารถจำแนกวัตถุต่างๆ ในภาพได้ 10 ประเภท คือ คนเดินถนน, รถยนต์, จักรยาน, จักรยานยนต์, รถบัส, เก้าอี้, ม้านั่ง, ถังขยะ รวมถึงไฟจราจรทั้งไฟเขียวและไฟแดง

อุปกรณ์ GUIDE-Walk นี้ยังคงอยู่ในขั้นการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ ในการทดสอบใช้งานผู้ร่วมทดสอบเห็นว่าระบบยังทำงานช้าอยู่บ้าง เช่นบางครั้งเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์แล่นผ่านมาก่อนจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนจาก GUIDE-Walk แต่ก็คิดว่ามันมีประโยชน์ในฐานะเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อใช้งานในขณะออกเดินไปไหนมาไหน เนื่องด้วยรูปแบบการสื่อสารโดยเน้นการใช้เสียงแจ้งเตือน ทั้งนี้ Nemes ตั้งเป้าจะปรับปรุง GUIDE-Walk ให้มีขนาดเล็กลงและไอเดียในขณะนี้คือการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้อยู่ในรูปแบบของแว่นตาที่มีแผงวงจรในการประมวลภาพ

ที่มา – DW

from:https://www.blognone.com/node/131378

Google มีแผนพัฒนาโมเดล AI ให้บริการด้านแปลภาษาครอบคลุม 1,000 ภาษาในโมเดลเดียว

Google ประกาศแผนโครงการใหม่ชื่อว่า “1,000 Languages Initiative” ที่จะพัฒนาและเทรนโมเดลปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้บริการแปลภาษาครอบคลุม 1,000 ภาษาที่มีผู้พูดเยอะที่สุดในโลกโดยใช้แค่โมเดลเดียว Google คาดว่าจะใช้โมเดลนี้กับแพลตฟอร์มของบริษัทตั้งแต่ Google Translate ไปจนถึงแคปชันใน YouTube

Zoubin Ghahramani รองประธานฝ่ายการวิจัยของ Google AI กล่าวว่าการสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่นี้จะทำให้สามารถแปลได้ดีขึ้นทั้งภาษาที่มีผู้พูดจำนวนมากกับภาษาที่ไม่ค่อยมีข้อมูลมากนัก (low resource languages)

ในการเริ่มต้น Google เตรียมที่จะเปิดตัวโมเดล AI ที่ได้รับการเทรนมาแล้ว 400 ภาษา แต่การพัฒนาโมเดลให้ครอบคุลม 1,000 ภาษายังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น

บริษัทได้พัฒนาโมเดลด้านภาษามาเป็นระยะเวลานานแต่ก็ยังคงมีปัญหาเช่น การที่ AI ไม่สามารถวิเคราะห์ภาษาที่มนุษย์ใช้ได้จริง หรือการแปลภาษาที่ก่อให้เกิดอคติต่าง ๆ ในประเด็นทางสังคม

ที่มา: The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131324

OpenAI เปิด API ของ DALL·E ให้นักพัฒนาติดตั้งลงในแอปของตัวเองแล้ว

Open AI เปิด API ของ DALL·E เป็น public beta ให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถติดตั้ง DALL·E ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างภาพขึ้นมาตามคำบรรยายลงในแอปพลิเคชันและผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเองได้โดยตรงแล้ว

บริษัทเผยว่ามีการดึง API ของ DALL·E ไปใช้งานบ้างแล้วเช่น เช่น Microsoft ที่ใช้ DALL·E ในแอปออกแบบที่ชื่อว่า Designer รวมทั้งติดตั้งใน Bing และ Microsoft Edge นอกจากนี้ยังมีบริษัทแฟชัน CALA ที่นำ AI ไปใช้เพื่อสร้างแบบเสื้อผ้าด้วยการพิพม์ตัวอักษร รวมทั้ง Mixtiles ที่เป็นเว็บไซต์ที่ให้คนเข้ามาสร้างภาพจาก AI

ที่มา: OpenAI

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131323