คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED

บริษัท TRUE, TNN และ True4U แถลงแสดงความเสียใจ พนักงานทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะ

จากกรณีพนักงานบริษัทสื่อทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน ล่าสุด บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) และบริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น ออกมาแสดงความเสียใจแล้ว

True, TNN, True4U

เนื้อหาในแถลงแสดงความเสียใจ ระบุว่า

จากกรณีที่คุณศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ (เบิร์ด) เจ้าหน้าที่อาวุโส รับผิดชอบการจัดผังรายการของสถานีข่าว TNN ซึ่งเป็นเพื่อนพนักงานของเราได้เสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติงาน ณ สถานีข่าว TNN นั้น

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) และบริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณเบิร์ดเป็นอย่างยิ่ง และตระหนักถึงความรู้สึกของญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงาน ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

ในส่วนของบริษัทฯ นั้น รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นนี้ บริษัทจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของคุณเบิร์ดอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษให้กับครอบครัวเป็นจำนวน 24 เดือนของเงินเดือนปัจจุบัน พร้อมเงินประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ เงินจากกองทุนประกันสังคมตามสิทธิ์ที่พนักงานควรได้รับ รวมถึงการเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพตลดจนงานฌาปนกิจ

โดยขอเชิญชวนเพื่อนพนักงานร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของคุณเบิร์ด ณ ศาลานนินทร์สุขสันติ (ศาลา 1) วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ และร่วมพิธีฌาปนกิจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 17.00 น.

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ด้วยความอาลัยยิ่ง

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

สำนักข่าว TNN สถานีโทรทัศน์ True4U และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post บริษัท TRUE, TNN และ True4U แถลงแสดงความเสียใจ พนักงานทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/true-tnn-and-true4u-announce-after-one-of-employee-work-hard-untill-he-passed-away/

ประยุทธ์ขอให้ “ตะวัน-แบม” ปลอดภัย ในฐานะคนไทยด้วยกัน ให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ประยุทธ์ ขอให้ “ตะวัน-แบม” ปลอดภัย หลังจาก ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม อรวรรณ ภู่พงษ์ ถอนประกันตัวเองในคดีมาตรา 112 เมื่อ 16 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา พร้อมประท้วงอดอาหาร อดน้ำ

Tawan-Bam
.
ชูข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ (1) ให้ปฏิรูปกระบวนการยุติรรม ต้องเป็นอิสระจากอำนาจนำ ปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชน ผู้บริหารศาลต้องไม่แทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี (2) ยุติการดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง และ (3) พรรคการเมืองทุกพรรค ต้องเสนอนโยบายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยยกเลิกมาตรา 112 และมาตรา 116

จนกระทั่งอาการป่วยของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยทั้งสองรายเริ่มแย่ลงอย่างมาก มีอาการอ่อนเพลีย ปากแห้ง พะอืดพะอมตลอดเวลา เลือดออกตามไรฟัน มีอาการแสบร้อนลิ้นปี่ มีลมในช่องท้อง มีภาวะเกลือแร่ต่ำ มีภาวะเลือดเป็นกรด

Tawan Bamhttps://web.facebook.com/photo?fbid=507747834867835&set=a.248916167417671

ล่าสุด อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนนตา ระบุว่า ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แสดงความห่วงใย กรณี ทานตะวันและแบม เยาวชนนักกิจกรรมเคลื่อนไหวประกาศอดอาหาร อดน้ำ เรียกร้องศาลอนุมัติการประกันตัวผู้ต้องหา/จำเลย ระหว่างต่อสู้คดีนั้น

อนุชาระบุว่า ประยุทธ์ขอให้ทั้งสองคนปลอดภัย ในฐานะคนไทยด้วยกัน กำชับให้คณะแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดให้ปลอดภัย และยังแสดงความเป็นห่วงต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว สั่งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ฝากผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมลูกหลาน สร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง อย่าหลงเชื่อและตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ประยุทธ์ ย้ำทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน จะเคลื่อนไหวอะไรขอให้คำนึงถึงกฎหมาย เคารพกฎหมายด้วย ช่วยกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และอย่าไปเชื่อกลุ่มบิดเบือน สร้างความเกลียดชังจนเกิดความขัดแย้ง เกิดความไม่สงบขึ้นในสังคม ให้ทุกคนรักและสามัคคีร่วมกันพัฒนาประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้า

ที่มา – รัฐบาลไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ประยุทธ์ขอให้ “ตะวัน-แบม” ปลอดภัย ในฐานะคนไทยด้วยกัน ให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/save-tawan-and-bam-political-activists-of-thailand/

สหรัฐยกเลิกเยือนจีนแล้ว: หลังเหตุบอลลูนลับของจีนลอยเหนือพื้นที่เก็บขีปนาวุธ

รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ยกเลิกการเยือนจีนแล้ว

หลังจากที่มีข่าวความมั่นคงวุ่นวายไปหมดเพราะพบวัตถุลอยเหนือน่านฟ้ารัฐมอนทานา ใกล้ฐานทัพอากาศมาร์มสตอร์ม สหรัฐอเมริกา จนมั่นใจว่าเป็นบอลลูนสอดแนมจากจีน จนกระทั่งจีนออกมาแสดงความเสียใจและระบุว่าบอลลูนลอยพลัดหลงข้ามน่านฟ้า ด้วยเป้าหมายเพื่อตรวจสภาพอากาศด้านอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจากนี้

Antony Blinken
Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Cameron Smith)

หลายฝ่ายข้องใจกับสถานการณ์ดังกล่าวเพราะเกิดขึ้นในช่วงใกล้เวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ กำลังจะเยือนจีนครั้งแรก ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนยังยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเรื่องรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนจีน จนในที่สุด Antony Blinken รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยกเลิกการเยือนจีนแล้ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับสำนักข่าว Reuters ขณะเดียวกันสำนักข่าว ABC News ก็รายงานว่า Blinken ไม่ได้ต้องการให้ข่าวยกเลิกการเยือนจีนของเขากลายเป็นข่าวใหญ่โต ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์บอลลูนลับมากลบข่าวการประชุมของเขากับทางจีนด้วย

แม้ผู้นำฝ่ายทหารจะพิจารณาให้ยิงบอลลูนตกเหนือรัฐมอนทานาแล้วก็ตาม มีการเตรียมเครื่องบินเจ็ทขับไล่ F-22 สำหรับเตรียมการแล้วด้วย แต่ Biden ตัดสินใจให้ไม่ยิง เนื่องจากกังวลความเสี่ยงที่เกิดจากเศษซากของบอลลูนจะตกลงมาใส่ประชาชนภาคพื้นดิน

เรื่องนี้ Tom Cotton วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ Blinken ยกเลิกทริปการเยือนจีนดังกล่าว ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จากพรรครีพับลิกันที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงชิงดำตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2024 นี้ก็โพสต์ลง Truth โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มของเขาเองว่าให้ยิงบอลลูนนั่นเสีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า บอลลูนลอยเข้ามาในพื้นที่อ่อนไหว เนื่องจากใกล้ฐานทัพอากาศมาล์มสตอร์มในมลรัฐมอนทานา ซึ่งเป็นแหล่งเก็บขีปนาวุธพิสัยไกลถึง 150 ลูก ขณะที่วันอังคารที่ผ่านมา William Burns ผู้อำนวยการ CIA ได้กล่าวในงานอีเวนท์ที่มหาวิทยาลัย Georgetown ในวอชิงตัน โดยเขาพูดถึงจีนว่า จีนเป็นความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดที่กำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาอยู่

Joe Biden, Antony Blinken
President Joe Biden walks with Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Cameron Smith)

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง มองปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างไร?

ด้าน Marco Rubio วุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการหน่วยข่าวกรองของรัฐสภาระดับสูงของพรรครีพับลิกันระบุผ่านข้อความในทวิตเตอร์ว่า บอลลูนสายลับนั้นแค่กำลังเตือนภัย แต่ก็ไม่น่าประหลาดใจเท่าไรนัก เพราะระดับการจารกรรมข้อมูลของจีนที่มีเป้าหมายคือสหรัฐฯ นั้น ถือว่าขยายตัวเข้มข้นอย่างไร้ยางอายมาตั้ง 5 ปีกว่าแล้ว

John Parachini ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า บอลลูนลับนั้นมีขนาดเท่าๆ กับรถบัส 3 คันต่อกัน ขณะที่ Craig Singleton ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากมูลนิธิด้านความมั่นคงเพื่อประชาธิปไตยระบุว่า บอลลูนมักจะถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในช่วงที่มีสงครามเย็น เพราะเป็นวิธีการสืบราชการลับที่ต้นทุนต่ำ

ขณะที่ Lyle Morris นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิเคราะห์จีน สถาบันนโยบายสังคมเอเชีย ระบุว่า ดูเหมือนว่าจีนจะส่งบอลลูนเข้าไปเพื่อทดสอบศักยภาพในการต้านการสอดแนมของสหรัฐ จากนั้นก็หงายการ์ดที่ดูน่าเชื่อถือหรือดูแล้วไม่น่าปฏิเสธได้แทน

ด้าน Patrick Cronin ประธานด้านความมั่นคงแห่งเอเชียแปซิฟิกจากสถาบัน Hudson มองแตกต่างออกไป เขาบอกว่า การใช้บอลลูนดังกล่าวมันโดดเด่นเกินไป จีนจะใช้ดาวเทียมส่องทุ่งไซโลแหล่งเก็บขีปนาวุธ ICBM ของสหรัฐฯ ก็ทำได้ หรือจะไปสอดแนมในพื้นที่อื่นๆ ก็ยังได้อีก เพราะการใช้บอลลูนมันโจ่งแจ้งเกินไป แต่ Cronin สันนิษฐานว่า จีนอาจจะต้องการเล่นเกมจิตวิทยากับสหรัฐ

ด้วยการดึงความสนใจของสหรัฐ เพื่อจะส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศ Blinken ในการเยือนเพื่อพบปะกับ Xi Jinping ว่า สหรัฐควรจะถอยหลังเรื่องไต้หวันและเลิกเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้ด้านความมั่นคงได้แล้วก่อนที่มันจะตึงเครียดไปกว่านี้ การใช้บอลลูนเพื่อสำรวจมันไม่ได้มีขึ้นครั้งแรก และมันก็มีมาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือมันไม่ได้ถูกเปิดเผยขนาดนี้มาก่อน

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐมองว่า นี่ไม่ใช่แค่การละเมิดอำนาจอธิปไตยของสหรัฐเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณทางการทูตชัดเจนว่า จีนไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ทั้งนั้น

ด้าน Drew Thompson นักวิจัยอาวุโสจาก Lee Kuan Yew School of Public Policy จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองเรื่องนี้ว่า นี่อาจเป้นไปได้ว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนกำลังทำลาย Xi Jinping ที่พยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับสหรัฐอยู่ก็ได้

ส่วน Greg Falco ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ระบุว่า บอลลูนสายลับนั่นไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ดีไปกว่าการใช้ดาวเทียมเลย แต่เป็นไปได้ว่าจีนอาจจะใช้มันเพื่อสกัดกั้นการติดต่อสื่อสาร

Antony Blinken
Secretary of State Antony Blinken (Official White House Photo by Adam Schultz)

สรุป

การพบวัตถุลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐอเมริกา บริเวณรัฐมอนทานาใกล้ฐานทัพอากาศที่เก็บขีปนาวุธ 150 หัวนั้นเป็นเรื่องจริง สหรัฐฯมั่นใจมากว่าเป็นบอลลูนที่มาจากจีนก็เป็นเรื่องจริง จีนแสดงความเสียใจและระบุว่าเป็นบอลลูนที่ลอยพลัดหลงข้ามน่านฟ้าไป มีเป้าหมายเพื่อสำรวจอากาศเท่านั้น

ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นขณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเยือนจีนครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่เป็นการส่งสัญญาณจากจีนว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงนโยบายไม่ว่าสหรัฐฯ จะมากดดันในรูปแบบใดก็ตาม บ้างก็ว่าอาจจะเป็นการท้าทายอำนาจสหรัฐฯ ดูศักยภาพว่าต้านการสอดแนมได้แค่ไหน บ้างก็มองว่าการกระทำที่โจ่งแจ้งดังกล่าวเพื่อเตือนสหรัฐฯ ให้เลิกยุ่งเรื่องความมั่นคงกับภูมิภาคนี้ได้แล้ว ไม่มีข้อสรุปว่าเหตุผลไหนน่าเชื่อถือที่สุด แต่ Blinken อาจเยือนจีนอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้

ที่มา – Nikkei (1), (2), FT, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สหรัฐยกเลิกเยือนจีนแล้ว: หลังเหตุบอลลูนลับของจีนลอยเหนือพื้นที่เก็บขีปนาวุธ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/antony-blinken-usa-secretary-of-state-cancel-trip-visit-china/

เปิดวิธีสู้กับเผด็จการแบบใหม่ แบบสับ: กลุ่มอาสาสมัครยิงข่าวออนไลน์โต้โฆษณาชวนเชื่อรัสเซีย

เปิดวิธีสู้เผด็จการแบบใหม่ แบบสับ แบบที่ใครๆ ก็ทำตามได้

Russia Ukraine

ล่าสุด Business Insider เผยเรื่องราวการสู้กับเผด็จการแบบใหม่ เขาเล่าถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้วที่มีการบุกยูเครนของรัสเซีย จากนั้น วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียก็เริ่มควบคุมข่าวสารเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศ จึงทำให้เกิดกลุ่มอาสาสมัครใช้ข้อมูลข่าวสารตอบโต้บ้าง

กลุ่มอาสาสมัครนี้เริ่มรวมตัวโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาจำนวน 20 คนจากทั่วโลก หันมาใช้โฆษณาออนไลน์เพื่อต่อสู้กับการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารแบบผิดๆ ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า “Breaking Putin’s Censorship”

ปีที่ผ่านมา อาสาสมัครกลุ่มนี้เคลื่อนไหวด้วยการระดมทุนจากการบริจาคได้ราว 450,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 14.8 ล้านบาท ยิงแอด หรือยิงโฆษณาไปแล้วกว่า 450 ล้านชิ้น เป็นการยิงโฆษณาไปยังผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวรัสเซียที่เปิดรับข่าวสารอิสระและลิงก์สำหรับดาวน์โหลด VPN เพื่อให้เข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อตะวันตกที่ถูกบล็อกหรือถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลได้

Rob Blackie ผู้จัดการด้านการตลาด ที่ปรึกษาและผู้สมัครจากพรรค Liberal Democrat จากอังกฤษระบุว่า ตอนนี้ กลุ่มอาสาสมัครดังกล่าวก็เตรียมใช้เทคนี้เหล่านี้เพื่อขัดขวางข้อมูลผิดๆ และการเซ็นเซอร์ในประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซีเรีย และเติร์กเมนิสถานด้วย องค์กรนี้ยังไม่มีชื่อและยังไม่ได้ระบุชื่อประเทศต่อไปชัดเจน ขึ้นอยู่กับผู้บริจาคด้วย

เทคนิคและวิธีการที่กลุ่มอาสาสมัครใช้ ก็คือการเรียนรู้วิธีการเดียวกับสแปมเมอร์ (หรือผู้ที่มักจะส่งข้อความ อีเมล์ หรือข่าวสารไปยังผู้รับโดยไม่ได้รับอนุญาต) รวมทั้งเอกสารทางวิชาการที่สามารถหนีจากระบบที่ออกแบบมาเพื่อหยุดการลงโฆษณาจากการขายสินค้าที่น่าสงสัยได้ เช่น ยาไวอากร้าปลอม Blackie กล่าวว่า เราประสบความสำเร็จมากในแง่ของการทำงานเป็นระบบเหมือนกับที่องค์กรอาชญากรที่ชอบทำข้อมูลสแปมเหล่านี้

Vladimir Putin

Blackie เล่าว่า แม้รัสเซียจะเซ็นเซอร์ข้อมูลได้ แต่ก็มีช่องโหว่อยู่มาก และทีมไอทีของกลุ่มก็หาทางจัดการได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ด้วย อย่างไรก็ดี โฆษณาของทีมก็ยังถูกเอาลงบ้าง ส่วนเงินที่จะถูกโอนเข้าบัญชีก็เคยถูกปิดกั้นด้วยเช่นกัน

เมื่อพูดถึงผู้บริจาครายใหญ่ของทีมแล้ว Blackie กล่าวว่า ส่วนใหญ่พวกเขาขออยู่แบบนิรนาม ไม่มีตัวตน เพื่อป้องกันการโต้กลับ ทางทีมเองก็เตรียมจดทะเบียนเป็นบริษัทเอเจนซี่โฆษณา หรือไม่ก็มูลนิธิ หรืออาจจะทั้งสองอย่าง ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก

ปัจจุบันในทีมมีอาสาสมัครราว 60 คน โครงสร้างการทำงานคล้ายคลึงกับบริษัทเอเจนซี่โฆษณา มีทั้งฝ่ายครีเอทีฟ ฝ่ายทำคอนเทนต์ มีทีมนักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มีฝ่ายผลิตวิดีโอ มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และยังมีผู้ที่คอยให้ความรู้เกี่ยวกับบริบทด้านวัฒนธรรมของชาวรัสเซียและยูเครนเพื่อให้ความช่วยเหลือในการรันแคมเปญด้วย

สำหรับโฆษณาของทีมนั้นมีการคลิกเข้าไปดูโดยตรงกว่า 5 แสนครั้ง เป็นข่าวที่เกี่ยวกับความขัดแย้งที่มีกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียโดยตรง เป็นข่าวที่แนะให้ครอบครัวชาวรัสเซียควรจะทำอะไรเมื่อลูกชายของเขาถูกเกณฑ์ให้มาเป็นทหารในกองทัพรัสเซีย Blackie บอกว่า ยังเร็วเกินไปถ้าจะสรุปผลกระทบที่เกิดจากแคมเปญกองโจรของเขาต่อชาวรัสเซียที่ใช้อินเทอร์เน็ต

ขณะที่ Yotam Ophir ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารจาก University of Buffalo ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างผลกระทบโดยสื่อระบุว่า มันอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีเพื่อจะทำความเข้าใจต่อการแก้ไขข่าวสารผิดๆ ให้เข้าใจได้ถูกต้อง จากการทำวิจัยเกี่ยวกับข้อมูลผิดๆ 20 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่า มันค่อนข้างยากลำบากมากที่จะทำแก้ไขข้อมูลผิดให้ถูกต้องได้ มันไม่ใช่การทดลองในห้องแลปที่สามารถควบคุมและทดสอบผลกระทบจากสื่อได้

ที่มา – Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดวิธีสู้กับเผด็จการแบบใหม่ แบบสับ: กลุ่มอาสาสมัครยิงข่าวออนไลน์โต้โฆษณาชวนเชื่อรัสเซีย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/breaking-putins-censorship-campaign/

เทนเซ็นต์ คลาวด์ แนะภาคธุรกิจต้องใช้ “คลาวด์-เอไอ” ตัวช่วยสำคัญปี 2023 รับมือแข่งขันในโลกยุคดิจิทัล

พูดถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าลงในรายละเอียดเรื่องของ “คลาวด์-เอไอ” หลายคนอาจเริ่มไม่มั่นใจว่า องค์กรของตัวเอง มีการใช้งานเทคโนโลยีนี้ในระดับไหน ถูกต้องหรือไม่ ยังมีอะไรต้องเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ได้ศักยภาพทางธุรกิจเต็มประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยไปพร้อมกัน

สำหรับ เทนเซ็นต์ คลาวด์ กลุ่มธุรกิจคลาวด์ ภายใต้ เทนเซ็นต์ ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในการให้บริการด้านเทคโนโลยีมากว่า 20 ปี มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์-เอไอที่มีมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่จะทำให้แต่ละธุรกิจสามารถรับมือและคว้าทุกโอกาสที่เกิดขึ้น

tencent cloud

แนะองค์กรต้องเน้นเรื่อง Digital อย่างเป็นระบบ

ในปี 2023 นี้ คลาวด์-เอไอ จะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญด้านเทคโนโลยี สำหรับทุกองค์กร โดยจากรายงาน Worldwide Digital Transformation Spending Guide จัดทำโดยไอดีซี (IDC) บริษัทที่ปรึกษา และวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลก พบว่า หลังการระบาดของโควิด-19 องค์กรต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) เร่งการสร้าง Digital Engagement และออกผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

เท่ากับว่า องค์กรไหนที่ยังไม่เริ่มต้นการสร้าง Digital Engagement หรือเริ่มไปอย่างช้าๆ หรือขาดการตรวจสอบ อาจไปต่อได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

มร. ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า ทุกอุตสาหกรรมต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้องไม่ลืมเรื่องของความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นในการการดำเนินธุรกิจในยุค Digital-first 

tencent cloud

ความปลอดภัย หัวใจสำคัญที่จำเป็น และต้องมีรอบด้าน

หลายองค์กรมีบริการดิจิทัลเรียบร้อย แต่ต้องถามต่อว่า ความปลอดภัยพร้อมมากน้อยแค่ไหน ไปดูตัวอย่างโซลูชันด้านความปลอดภัยของ เทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่สามารถตอบความต้องการนี้ได้ ช่วยให้ธุรกิจมีเกราะป้องกัน และรักษาความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม 

  • Tencent Cloud Web Application Firewall (WAF) คือ โซลูชันป้องกันการโจมตีเว็บไซต์แบบครบวงจร ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทั้งภายใน และภายนอกเทนเซ็นต์ คลาวด์ รับมือกับปัญหาด้านความปลอดภัย อาทิ การโจมตี การบุกรุกเว็บไซต์ การแฮ็กตัวเว็บไซต์ ไวรัสโทรจัน การก่อกวนระบบ ไปจนถึงการเจาะระบบหลังบ้าน เพื่อปกป้องเว็บไซต์ และรักษาความปลอดภัยให้กับการดำเนินธุรกิจบนเว็บไซต์ 
  • Tencent Anti-DDoS Advanced and Pro โซลูชันป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ (ทั้งที่อยู่ใน และนอกเทนเซ็นต์ คลาวด์) โดย Anti-DDoS จะปกป้องเซิร์ฟเวอร์จากการโจมตีแบบ DDoS ในปริมาณมาก ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างเสถียรภาพ และความพร้อมใช้งานให้กับเว็บไซต์ธุรกิจของผู้ใช้บริการได้

tencent cloud

สร้างการมีส่วนร่วม ด้วยเทคโนโลยีด้านเสียงและวิดีโอ

เมื่อการมีความพร้อมด้านความปลอดภัยแล้ว ได้เวลามาดูเรื่องการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยการใช้โซลูชันด้านเสียงและวิดีโอ ที่สามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าและกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง คลาวด์ และเอไอ ของเทนเซ็นต์ คลาวด์ สามารถรองรับบริการด้านนี้ได้เป็นอย่างดี อาทิ

  • Tencent Real-Time Communication (TRTC) โซลูชันสำหรับการโทร/วิดีโอกลุ่ม และการไลฟ์
    สตรีมมิง แบบอินเทอร์-แอคทีฟคุณภาพสูง รองรับกับทุกอุปกรณ์สื่อสาร
  • Tencent Online Video Platform โซลูชันสำหรับการสร้างแพลตฟอร์ม OTT ครบวงจร ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายเล็กสามารถนำมาสร้างแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงของตัวเอง โดย Tencent Online Video Platform สามารถสร้างขึ้นมาได้ ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
  • Cloud Streaming Services (CSS) บริการสตรีมมิงบนคลาวด์ ที่ให้ความมั่นใจทั้งในเรื่องเวลาหน่วงต่ำเป็นพิเศษ คุณภาพ และประสิทธิภาพของภาพที่สูงเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับการเรียกใช้งานพร้อมกัน
    ในปริมาณมากๆ มาพร้อมคุณสมบัติในระดับมืออาชีพที่มีความเสถียร และคล่องตัว เช่น การถ่ายทอดสัญญาณสด
    การแปลงรหัส การแพร่สัญญาณ และการรับชมย้อนหลัง

tencent cloud

ขยายธุรกิจสู่จีนแบบครบวงจร

ในยุคดิจิทัลไร้พรมแดนแบบนี้ ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่แทบทุกคนต้องการเข้าไปขยายธุรกิจ คือ ประเทศจีน
แต่การจะเข้าไปในจีนก็เป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย มีปัจจัยที่ต้องศึกษา เช่น ความเฉพาะตัวของตลาด การแข่งขัน พฤติกรรมผู้บริโภค กฎข้อบังคับต่างๆ วัฒนธรรม ซึ่งการได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์
และมีความน่าเชื่อถือ คือ กุญแจสำคัญของความสำเร็จ

อีกหนึ่งปัจจัยคือ การใช้เทคโนโลยี และดาต้า ก็เป็นกุญแจที่เปิดสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน ซึ่งโซลูชัน China Connect คือ อีกหนึ่งบริการครบวงจรของเทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ หรือองค์กรธุรกิจสามารถเปิดประตูสู่ตลาดจีน ด้วยการใช้เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาช่วยเสริมการดำเนินงาน
ไม่ว่าจะเป็น การจดทะเบียนบริษัท (Registration) การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (Security Compliance) การวางระบบธุรกิจ (Business Setup) การดำเนินงาน และการพัฒนา (Operation and Development) และโซลูชัน Go To Market (GTM Solutions) เป็นต้น 

โดยเทนเซ็นต์ คลาวด์ มุ่งนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละรายอย่างแม่นยำ
จากประสบการณ์กว่า 20 ปีของเทนเซ็นต์ ผสานกับความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนอย่างลึกซึ้ง และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงข้อกำหนดทุกข้อที่บังคับใช้ในประเทศจีน

tencent cloud

Web3 และ Metaverse เมกะเทรนด์ที่กำลังมา

Web 3 คือ อีกขั้นของอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน และผู้สร้างสรรค์คอนเทนท์สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างอิสระ โดยโซลูชันต่างๆ ที่เทนเซ็นต์ คลาวด์ ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ 5 แกนหลักสำหรับการสร้างแพลตฟอร์มบน Web3 ได้แก่

  • การสร้างการเติบโตทางธุรกิจ – โซลูชันที่ช่วยธุรกิจในการเข้าถึง และให้บริการลูกค้า ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง และเข้าถึงลูกค้ารายใหม่ ไปจนถึงการสื่อสารไปยังลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการแบบเจาะจง อาทิ บริการข้อความสั้น อีเมลล์ การแจ้งเตือนบนหน้าจอ และ แพลตฟอร์มด้านลูกค้าสัมพันธ์อัจฉริยะ
  • เนื้อหา และความบันเทิง – โซลูชันภาพ และเสียงที่ครบวงจร เครื่องมืออัจฉริยะต่างๆ ที่ช่วยในการสร้างเนื้อหาภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเทนเซ็นต์ คลาวด์ นำเสนอโซลูชัน Tencent Cloud Real-time Cloud Rendering
    ที่สามารถสร้างและสื่อสารภาพกราฟิกแบบเรียลไทม์ แบบครบวงจร และการสร้างแบบจำลองวัตถุขึ้นในโลกดิจิทัล และโซลูชันการสร้างแบบจำลองผู้ใช้ (Avatar) แบบอัตโนมัติ
  • เครื่องมือพัฒนา – ให้บริการเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านการทำงาน และการดูแลรักษา อาทิ โซลูชัน Serverless Cloud Function (SCF) ที่ให้ธุรกิจสามารถมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปราศจากเซิร์ฟเวอร์แต่ยังคงมีประสิทธิภาพ และต้นทุนต่ำ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถพุ่งเป้าไปที่โค้ดหลักเท่านั้น
  • ความปลอดภัย – โซลูชัน และผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ครบวงจร อาทิ Tencent Cloud EdgeOne
    ให้บริการด้านความปลอดภัยแบบครบวงจร และ โซลูชัน Electronic Know-Your-Customer (eKYC) ป้องกันมิจฉาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ บริการระบบป้องกันการหลอกระบบ AI Face Recognition
  • IaaS/PaaS – บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ระดับโลกเพื่อตอบความต้องการการขยายตัว อาทิ Cloud Virtual Machine (CVM) บริการคลาวด์ที่เสถียร ปลอดภัย ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูง ครอบคลุมกว่า 26 ภูมิภาค และ 70 พื้นที่ให้บริการ บริการ Tencent Blockchain as a Service (TBaaS) การสร้างระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ เป็นต้น

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ คือ แนวคิด Immersive Convergence หรือ การหลอมรวมดิจิทัลเข้าสู่โลกความจริง ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ล่าสุดที่เทนเซ็นต์ประกาศสู่สาธารณะ  โดยปัจจุบันกระแสการใช้เทคโนโลยีได้เติบโต และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากส่งผลให้การเชื่อมต่อระหว่างโลกเสมือนและโลกความเป็นจริงแข็งแกร่งมากขึ้น เทนเซ็นต์ คลาวด์ ได้ผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการใช้เสียงและวิดีโอ, แบบจำลองเสมือน,การตอบโต้ระยะไกล, การใช้ AR, VR และ MR, เรื่องของเอไอ, บล็อกเชน และคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อพัฒนาธุรกิจในด้าน Metaverse ให้สมจริงดังนี้

  • การจำลองโลกเสมือนจริง (Reality Virtualization) การจำลองเสมือนจริงคือการสร้างสำเนาดิจิทัลให้สมจริง และใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด โดยใช้โซลูชัน Tencent Cloud Real-time Cloud Rendering 
  • การเข้าถึงโลกเสมือน (Virtual Realization) คือ การทำให้โลกเสมือนกลายเป็นความจริงด้วยการฉายภาพดิจิทัลให้มองเห็น และรับรู้ในโลกจริง โดยโซลูชันที่เกี่ยวข้อง คือ โซลูชัน Digital Human, Text Driven Digital Human Avatar based on Real-Time Capturing
  • การใช้อินเทอร์เน็ตมาผสานโลกความจริง และวัตถุ (Augmented Internet) คือ การเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับการปฏิสัมพันธ์แบบ Real-Time และอาจให้มีการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสที่ เสมือนจริงผ่าน AR/VR
    โดยโซลูชันที่เกี่ยวข้อง คือ โซลูชัน Interactive Media & Communication อาทิ Game Multimedia Engine (GME) Tencent Rea-Time Communication (TRTC) Cloud Streaming Services (CSS) เป็นต้น
  • ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Smart Automation) คือ การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างแบบจำลอง และเชื่อมต่อกับโลกจริง โดยโซลูชันที่เกี่ยวข้อง คือ โซลูชันด้านการประมวลผล หรือ Computing อาทิ Tencent Cloud GPU Cloud Computing (GCC) ,  Edge Computing Cloud Connect Network (CCN) เป็นต้น

สรุป

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญต่อการอยู่รอดของทุกธุรกิจ คือการเร่งปรับตัว ผ่านการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้สามารถแข่งขันและไปต่อได้ ที่สำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับการมองหาพาร์ทเนอร์และโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เทนเซ็นต์ คลาวด์ แนะภาคธุรกิจต้องใช้ “คลาวด์-เอไอ” ตัวช่วยสำคัญปี 2023 รับมือแข่งขันในโลกยุคดิจิทัล first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tencent-cloud-for-business-2023/

เจาะลึกความสำเร็จของซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) หนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย พนักงานและองค์กร-สังคม-สิ่งแวดล้อมต้องเติบโตไปด้วยกัน

การบริหารทรัพยากรบุคคล คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เนื่องจากบุคลากรถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ วันนี้ Brand Inside ได้รับโอกาสจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ผู้คว้ารางวัลองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย

Suntory

โดยมีหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนฝ่ายทรัพยาบุคคลในองค์กร ก็คือ ณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์(คุณลัคกี้) รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทยและอินโดไชน่า มาร่วมพูดคุย เราจะมาถอดบทเรียนความสำเร็จกันว่า กลยุทธ์ใดที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ และตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญกับบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

คุณลัคกี้เล่าว่าอยู่กับ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) มา 1 ปี 8 เดือนแล้ว รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาทำงานกับ Suntory Group ซึ่งเป็นองค์กรผลิตเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่ในอันดับต้นๆของโลก โดยก่อนจะมารับตำแหน่งที่ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) คุณลัคกี้ได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการบริหารบุคคลมากว่า 20 ปี จากการทำงานในองค์กรต่างประเทศมาโดยตลอด ทั้ง DHL, HSBC, Tesco, Kimberly Clark, Diageo, JTI, Prudential และปัจจุบันคือ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) 

ณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์(คุณลัคกี้) รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทยและอินโดไชน่า
ณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์(คุณลัคกี้) รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทยและอินโดไชน่า

รู้จักวิสัยทัศน์ Growing for Good

เราดำเนินงานโดยยึดถือวิสัยทัศน์ Growing for Good ของ Suntory Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเราที่มุ่งให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกด้าน ทำอย่างไรให้เราอยู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล เราให้ความสำคัญกับโครงการ CSR ค่อนข้างมาก เช่น โครงการมิตซุยกุที่ปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยการให้ความรู้กับคุณครูในจังหวัดระยองเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อความรู้สู่นักเรียน โดยมีอเล็กซ์ เรนเดลล์ตัวแทนจาก EEC มาร่วมเป็นวิทยากร เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเราไม่ได้อยากเติบโตเพียงลำพังโดยไม่คำนึงถึงชุมชนหรือคนในท้องถิ่นหรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่เราให้ความสำคัญกับการเติบโตในทุกๆด้าน

นอกจากนี้เรายังนำนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้กับการบริหารบุคลากรในองค์กร เช่น การทำ Talent Review ซึ่งผู้บริหารระดับประเทศและระดับภูมิภาคต้องใช้เวลาประชุมหารือเพื่อดูว่าแต่ละคนมีศักยภาพด้านใด มีพัฒนาการด้านไหน จะทำอย่างไรให้เขาเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กร ซึ่งการพัฒนาศักยภาพของพนักงานเรายึดหลัก Learning Approach 70:20:10 ในการจะสร้างอาชีพตามที่เขาต้องการ ดังนี้ 

70% คือ On the job training เช่น การให้มอบหมายให้ไปทำงานในตำแหน่งที่อยากพัฒนาทักษะ โดยอาจให้ชิ้นงานแบบมีจำกัดระยะเวลา เพื่อได้ลองทำงานในตำแหน่งนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมหรือดูความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น

20% คือการ Coaching และ Mentoring สำหรับซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) เราทำ Mentoring Program คือให้ผู้บริหารมาเป็น Mentor ให้เป็นมากกว่าการสอนงานในระดับหัวหน้าต่อลูกน้อง และพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา

10% คือ Classroom training เราให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก มีทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills 

นอกจากนี้ ถ้าพนักงานที่มีความสามารถเหล่านี้สามารถเดินทางไปทำงานในประเทศอื่นๆ ได้ องค์กรก็พร้อมจะสนับสนุนให้เขาได้รับโอกาสนั้นโดยไม่จำเป็นต้องทำงานตำแหน่งเดิมไปตลอด เพราะซันโทรี่มีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศและเราก็ร่วมมือกันทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค นี่คือตัวอย่างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรเรายังให้ความสำคัญกับเรื่อง DE&I ในเรื่อง Diversity หรือความหลากหลาย เราเป็นองค์กรระดับโลก มีคนทำงานค่อนข้างมากจากหลากหลายเชื้อชาติ เราส่งเสริมความหลากหลายในทุกๆแง่มุม เพราะความหลากหลายเหล่านี้ช่วยสนับสนุนความคิดริเริ่ม และการเห็นต่าง ซึ่งช่วยในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า 

Equity คือความเท่าเทียม เรายึดหลักปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพนักงานจะทำตำแหน่งอะไรก็ตามในองค์กร

Inclusion คือการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเรามาดูนิยามทั้งหมด จะเห็นว่า Diversity หรือความหลากหลายก็เหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆจำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ แต่เมื่อไรที่เราเอาจิ๊กซอว์มาต่ออย่างถูกต้องเข้าด้วยกัน เราจะได้ภาพที่สวยงาม นั่นก็คือนิยามของคำว่า Inclusion หรือพูดอีกอย่างว่ามันคือการหลอมรวมกันของความหลากหลายเหล่านั้น

หมดยุคการทำงาน เก้าโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น

หลังโควิด-19 ระบาด ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างหนึ่งที่องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากขึ้น คือ ความยืดหยุ่น คนรุ่นใหม่ไม่ได้เน้นการทำงานกับองค์กรใดนานๆ และประเทศไทยถือเป็น Talent War หมายถึงในสังคมการทำงานเรามี Talent อยู่จำกัด มีการแข่งขันกันสูงมาก โอกาสในเรื่องงานของประเทศไทยจะเอื้อให้กับลูกจ้างมากกว่านายจ้าง ในส่วนของการบริหารงานนั้น องค์กรต้องคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถดึงดูดคนเก่งๆให้มาทำงานกับเราให้ได้ 

องค์กรต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องสวัสดิการ ผลประโยชน์ ความยืดหยุ่น การให้โอกาสในความก้าวหน้าทางอาชีพ ความเป็นผู้นำ คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันพวกเขาสามารถทำงานจากที่บ้านได้ ถ้าองค์กรไหนไม่มีนโยบาย Work from home ก็จะมีความน่าสนใจลดลง ยุคนี้ถือเป็นเรื่องของ Employee centric กล่าวคือ ให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง และเราเชื่อมั่นในพนักงานของเราว่าพนักงานมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนพวกเขายังสามารถผลิตผลงานที่มีคุณภาพได้เหมือนเดิม

ความท้าทายในการบริหารงานส่วนบุคคลในยุคโควิด-19 ระบาดจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของการบริหารงานทรัพยากรบุคคลในยุคโควิด-19 นั้นแตกต่างจากเดิมมาก โดยปกติคุณลัคกี้ไม่ได้ดูแลแค่แผนกทรัพยากรบุคคลเท่านั้น แต่ยังดูแลแผนกกฎหมายและแผนกรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ เรียกได้ว่าดูแลความเรียบร้อยการจัดการและการบริหารทุกอย่างภายในองค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคลช่วงโควิด-19 ฝ่ายบุคคล ต้องทำทุกอย่าง คนในทีมจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือเรื่องนี้ตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญก็คือจะทำยังไงให้การสื่อสารไม่ล้มเหลว นอกจากการสื่อสารผ่านทางอีเมลแล้ว ยังมีช่องทางการสื่อสารอื่นๆอีกเช่น Line Official, Microsoft Teams, การประชุม Mini Townhall ที่ให้หัวหน้าแผนกได้สื่อสารกับลูกทีม และการประชุมรายสัปดาห์ของผู้บริหารระดับสูง

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องคำนึงเสมอว่าจะทำอย่างไรที่ทำให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรตลอดเวลา เช่น การพูดคุยกัน ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว เราผลักดันให้เกิดกิจกรรมหลายด้าน อาทิ Coffee with CEO ผ่านทางออฟไลน์และออนไลน์ วิธีการก็คือใช้บริการ food delivery ส่งเครื่องดื่มและอาหารให้พนักงาน พอถึงเวลาก็เอามาทานด้วยกัน พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ทำให้พนักงานได้ใกล้ชิดผู้บริหารระดับสูงมากขึ้นส่งผลให้พนักงานรู้สึกมีความสุขในการทำงานมากขึ้น 

นอกจากนี้ เรายังจัดให้มี Quarterly Townhall หรือการประชุมรายไตรมาสผ่าน Microsoft Team และก็บรอดแคสต์ในวงกว้างให้พนักงานที่สำนักงานใหญ่, โรงงานที่ชลบุรี 3 แห่ง รวมถึงที่ฟิลิปปินส์ และที่อินโดจีน หรือที่พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนามได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมด้วย

Suntory

ความสำเร็จการบริหารงานทรัพยากรบุคคลของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)

คุณลัคกี้เล่าว่า ปี 2022 ถือว่ามีความท้าทายมากในแทบทุกด้าน ทั้งเรื่องเงินเฟ้อหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ได้ใช้กลยุทธ์ Employer Branding เพื่อที่จะดึงดูดคนที่มีศักยภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร ทั้งในด้าน Internal ที่เป็นการให้รางวัล (Reward) และการให้สวัสดิการที่เป็นผลประโยชน์ต่อพนักงาน (Benefit) ในขณะที่ด้าน External เรามีการจัดโร้ดโชว์ไปตามมหาวิทยาลัยเพื่อโปรโมทองค์กรกับคนรุ่นใหม่ๆ และจัดกิจกรรม CSR ที่ครอบคลุมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคม ส่งผลให้เราได้รับรางวัลจากนิตยสารชั้นนำของโลกคือ HR Asia Award ให้เป็นองค์กรหนึ่งที่น่าทำงานด้วยในเอเชียแปซิฟิก เรียกว่า The Best Companies to work for และรางวัลพิเศษ  WeCare 2022 จากการมาสำรวจความคิดเห็นของพนักงานและมาดูว่าในภาคปฏิบัติของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

เราเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องของ Wellness ความสุขสมบูรณ์ของพนักงาน, Welfare สวัสดิการของพนักงาน ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ทั้งหมด 

การย้ายออฟฟิศใหม่ คือ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่คนทำงาน

อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรพร้อมฟังเสียงและให้การส่งเสริมศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ก็คือ การให้ความสำคัญกับสถานที่และบรรยากาศในการทำงาน ด้วยการทำออฟฟิศใหม่ เพื่อรองรับการทำงานในปัจจุบัน ให้พนักงานได้เห็นบรรยากาศใหม่ๆ ตลอดจนปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือ Working area เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีอิสระ และไม่รู้สึกกดดันจากการทำงาน

นอกจากนี้ ยังมีการปรับองค์กรให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัล รองรับการทำงานในรูปแบบ Hybrid อาทิ ให้มี Hot-seat และ Co- working space คือการจัดพื้นที่สำนักงานให้มีโต๊ะส่วนกลางเน้นตอบโจทย์เรื่องของ Open Space และสร้างความยืดหยุ่นและอิสระในการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยพนักงานสามารถมาใช้โต๊ะทำงานส่วนกลางในเวลาใดก็ได้ ตำแหน่งไหนก็ได้ เพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมที่ตอบสนองความต้องการหลากหลายรูปแบบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Suntory

นอกจากนี้เรายังส่งเสริมวัฒนธรรมให้พนักงานได้มีการชื่นชมและขอบคุณกันและกันตลอดเวลา โดยมีการสร้างบอร์ดที่ให้พนักงานแปะกระดาษเขียนข้อความขอบคุณผู้คนที่สนับสนุนหรือส่งเสริมการทำงานให้ดีขึ้น สะท้อนหนึ่งในค่านิยมสำคัญขององค์กร Yatte Minahare อ่านว่า ยัตเตะ มินาฮาเระ หมายความว่า การมีจิตวิญญาณของผู้กล้า ลงมือทำ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ มีพลังขับเคลื่อนทุ่มเทคิดสิ่งใหม่ๆ ส่งมอบผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและสร้างสรรค์ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมผ่านการทดลองลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากความสำเร็จหรือความล้มเหลวไปพร้อมกัน

สรุป

บทเรียนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จของซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ก็คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้สอดรับกับผู้คนและยุคสมัย นี่คือเครื่องสะท้อนความพยายามที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งการทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงก็ทำให้พนักงานมีแรงใจในการทำงานมากขึ้นและยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อให้พนักงานพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมๆกับองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึกความสำเร็จของซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) หนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย พนักงานและองค์กร-สังคม-สิ่งแวดล้อมต้องเติบโตไปด้วยกัน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/key-success-factors-of-best-companies-to-work-for-in-asia-of-suntory-beverage-and-food/

ทำความรู้จัก “Monk Mode ช่วงเวลาแห่งการเป็นพระ” เทคนิคที่ซีอีโอนำมาใช้แล้ว ทำงานได้ดีขึ้น!

ทำความรู้จัก Monk Mode เป็นคนธรรมดาไม่ชอบ ขอเป็นพระกับเขาบ้างได้มั้ย?

พระสงฆ์, Monk
Photo by sippakorn yamkasikorn on Unsplash

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือน Notification จากหลากหลายแพลตฟอร์ม จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะเข้าสู่โหมดการเป็นพระบ้าง พระผู้ซึ่งละกิเลสทั้งมวล ตัดตัวเองออกจากโลกที่มีแต่เสียงรอบทิศทางสู่ความสงบบ้าง

วันนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ “Monk Mode” ช่วงเวลาแห่งการเป็นพระ..มันเป็นยังไง?

เอาจริงๆ monk mode เป็นกระแสไวรัลตั้งแต่กลางปีที่แล้วและยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Josh Wood ซีอีโอจากบริษัท Bloc เขียนบทความในเว็บไซต์ Bloc ที่เป็นเว็บไซต์ให้ผู้คนเข้ามาแชร์เรื่องราวที่อยากเขียน โดย Business Insider ได้นำเรื่องนี้มาถ่ายทอดต่อ ดังนี้

Josh พูดถึงกระแส monk mode ว่า มันช่วยทำให้เขาทำงานไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์เล็กหรือใหญ่ได้สำเร็จทุกเรื่อง จากนั้นก็ยกตัวอย่าง Iman Gadzhi นักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จที่เผยแพร่แนวคิดดังกล่าวใน TikTok และทำให้เขาอยากลองทำบ้าง

Josh เอามาวิธีการเข้าสู่โหมดแห่งการเป็นพระมาใช้ในชีวิตจริงอย่างไร?

เขาบอกว่า วิธีนี้มันจำเป็นต้องโดดเดี่ยวตัวเองจากสังคมและมีวินัย พร้อมที่จะอยู่กับความเงียบสงบ ให้ตัวเองมุ่งเป้าไปที่ความคิดภายในของตัวเอง

สิ่งที่เขาทำก็คือ ปิดกั้นทุกช่องทางที่จะทำให้เขาเสียสมาธิได้ ไม่ว่าจะเป็นปิดโทรศัพท์ ปิดการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันทั้งจาก Slack โซเชียลมีเดีย และอีเมล์ รวมถึงดาวน์โหลดแอปที่ชื่อ Monk Mode มาใช้ด้วย แอปนี้ก็มีลักษณะใช้งานเหมือนแอปปลูกต้นไม้ หรือแอปที่กำหนดเวลาเพื่อให้เราทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เรากำหนด ใช้แอปเหมือนเล่นเกม ถ้าเราทำได้สำเร็จ เราจะได้รางวัลจากการให้เวลาทำมันโดยไม่เสียสมาธิกับสิ่งใด

Josh บอกว่า เขาเคยใช้เทคนิค Pomodoro หรือการกำหนดระยะเวลาในการทำงานช่วงสั้นๆ เช่น กำหนดเวลาไว้ที่ 25 นาทีแต่ก็พบว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไปและก็พบว่ามันยากมากที่จะสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองกลับมาทำงานหลังเบรคเพื่อพักผ่อน ขณะที่ monk mode ทำให้เขามีสมาธิมากกว่าและไม่สะดุดง่ายๆ เพราะใช้เวลายาวนานกว่า

เขาใช้ monk mode ในเวลาที่ต้องการตอบอีเมล์ในทุกๆ เช้าและยังใช้เพื่อทำงานยากๆ เช่น การวางแผนเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วงเวลาที่เขาเลือกใช้มักเป็นช่วงที่เขารู้สึก Productive มากที่สุดซึ่งก็คือช่วงเช้าของวัน เขาบอกว่ามันทำให้เขาวางแผนในการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น สื่อสารกับพนักงานในองค์กร กับหุ้นส่วน กับสมาชิกครอบครัวได้ดีขึ้น มันดีมากที่จะทำให้ผู้คนได้รู้ว่าเขายุ่งเมื่อไร เมื่อไรที่สามารถติดต่อเขาได้ ซึ่งเวลาที่เขาอยู่ในโหมดแห่งความสงบนี้ เขาก็ขอแค่เพียง 2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

สิ่งที่ยากสำหรับการเข้าสู่โหมดแห่งความสงบ

สิ่งที่ยากสำหรับ monk mode เมื่อเราตัดสิ่งรบกวนจากภายนอกได้แล้ว สิ่งที่ยากกว่านั้นก็คือ ความคิดของตัวเอง แต่เขาก็เรียนรู้ที่จะฝึกฝนและทำมันบ่อยๆ โดยกำหนดเป้าหมายและทำให้สำเร็จด้วยการแข่งกับตัวเอง เขาบอกว่า เทคนิคนี้ช่วยให้เขาทำงานได้ดีขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติถึง 5 เท่า

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการใช้เทคนิคนี้ของเขาก็คืด เขาจะไม่ทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลังยาวนาน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น แต่ทำงานเท่าเดิมในระยะเวลาที่สั้นลง เพื่อจะเอาเวลาไปทำสิ่งสำคัญอื่นๆ ได้ ทั้งการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงญาติมิตร หรือให้เวลากับครอบครัว

ทุกวันนี้ Josh ให้เวลากับงานราว 30-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำ ลองฝึกเริ่มที่ 30 นาทีก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มเป็นรายชั่วโมง ถ้ารู้สึกเหนื่อยล้าก็ควรแบ่งเวลาพักเบรคสั้นๆ สัก 10 นาที แต่กรณีที่ทำงานระยะไกล ทำงานจากบ้าน ควรบอกสมาชิกครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อให้ได้ปรับตัวที่จะไม่กวนใจคุณเวลาที่ต้องการสมาธิจดจ่อ และในที่สุดภารกิจ monk mode ที่คุณตั้งใจทำก็จะประสบความสำเร็จได้

ที่มา – Business Insider, TikTok, Monk Mode

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ทำความรู้จัก “Monk Mode ช่วงเวลาแห่งการเป็นพระ” เทคนิคที่ซีอีโอนำมาใช้แล้ว ทำงานได้ดีขึ้น! first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/how-to-use-monk-mode-technique/

ยุคทองของจีนจบแล้ว? ดูตัวอย่างการสูญสิ้นอำนาจของมหาเศรษฐี Jack Ma

ยุคทองของจีนจบแล้ว? ดูตัวอย่างจากการสูญสิ้นอำนาจของเจ้าอาณาจักรอาลีบาบาอย่าง Jack Ma และเศรษฐกิจของจีนที่ขยายตัวลดลง

Jack Ma

จีนมีระดับเศรษฐกิจขยายตัวลดลงต่อเนื่อง ปี 2022 เศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ที่ 3% ขณะที่ปี 2020 ที่มีการระบาดของโควิดอย่างหนัก ระดับเศรษฐกิจเติบโตอยู่ที่ 2.2% ถือว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนนั้นย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1976 หรือช่วงก่อนปฏิวัติวัฒนธรรมเป็นต้นมา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือการสูญสิ้นอำนาจของ Jack Ma

นักวิเคราะห์จาก Nikkei พูดถึงความรุ่งเรืองของจีนนั้นถึงกาลอวสานแล้ว โดยยกตัวอย่างจาก Jack Ma เขาบอกช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐเข้าออกบริษัทอาลีบาบาที่ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงกันบ่อยครั้ง มีทั้ง Liu Jie เลขาพรรคที่อยู่ในเมืองหังโจว และ Yi Lianhong เลขาคนใหม่ของพรรคที่อยู่ในเจ้อเจียง

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการทำธุรกิจในเจ้อเจียงระบุว่า หากมองอย่างผิวเผินอาจคิดว่าการเยือนบริษัทยักษ์ใหญ่ของเจ้าหน้าที่รัฐจีนน่าจะมีการเกี๊ยะเซียะ หรือจับมือร่วมกันกันทำงานแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ การเยือนของเจ้าหน้าที่รัฐเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่ Jack Ma ต้องลงจากอำนาจในการควบคุม Ant Group

Ant Group หรือ Ant Financial บริษัท FinTech ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมทางการเงินคือ Alipay มีผู้ใช้งานอยู่ราว 1.3 พันล้านคน เชื่อมต่อกับร้านค้าออนไลน์กว่า 100 ล้านบัญชี ไม่ใช่แค่ชาวจีนเท่านั้นที่ใช้ Alipay แต่ยังเปิดให้บริการสำหรับชาวต่างชาติที่เข้าไปในจีนด้วย Ant Group ก่อตั้งอย่างเป็นทางการโดย Jack Ma ในปี 2004 แต่เขากลับต้องสูญเสียอำนาจในการบริหารไป

การปรับโครงสร้างของบริษัททำให้ Jack Ma ที่เคยมีสิทธิในการออกเสียง มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า 50% เหลือสิทธิในการตัดสินใจเพียง 6% เศษๆ Ma อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนมีการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา

การเข้ากุมอำนาจ Ant Group ของรัฐบาลจีนแทนเจ้าของเดิม ทำให้รัฐบาลสามารถยึดข้อมูลผู้ใช้งาน Alipay ได้มากกว่า 1 ล้านแอคเคาท์ Ant Group กลายเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้พรรคคอมนิวนิสต์จีนโดยตรงและรัฐบาลจีนยังมีสิทธิออกเสียงโหวตอีกด้วย ไม่เพียงแค่นี้ Nikkei ยังวิเคราะห์การพาดหัวข่าวของสำนักข่าว Xinhua ในแอป WeChat เมื่อปี 2020 ที่พูดถึงภาพจากศิลปินระดับโลกอย่าง Kaii Higahiyan เมื่อปี 2020 อีกด้วย เป็นภาพม้าสีขาวที่ปรากฎตัวจางๆ ท่ามกลางก้อนเมฆบนท้องฟ้า

ภาพนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ Jack Ma กำลังเป็นอยู่ในขณะนั้น โดยนัยของภาพมาจากชื่อของ Jack Ma ที่เดิมใช้ชื่อจีนว่า Ma Yun ที่หมายความว่า ม้า และ ก้อนเมฆ คอลัมน์ของ Xinhua คือคำเตือนถึง Jack Ma ว่าม้ากำลังจะหายไปท่ามกลางก้อนเมฆ เพียงแค่ลมพัดก็หายไปแล้ว

คอลัมน์นี้เผยแพร่หลังจาก Ma ถูกหน่วยงานกำกับและดูแลของจีนเรียกตัวเข้าพบ ซึ่งก็หลังจากที่เขาตั้งคำถามต่อรัฐบาลจีนว่าไม่สนับสนุนให้ก่อเกิดนวัตกรรมนั่นเอง หลังจากคอลัมน์นี้ปรากฎเพียงหนึ่งวัน Ant Group ก็ประกาศเลื่อน IPO ด้วย

Jack Ma

Jack Ma กับความเชื่อมโยงบิดาแห่งโรงงานโลก Jiang Zemin

ไม่ใช่แค่ภาพพาดหัวข่าวของ Xinhua ที่ถูกนำมาวิเคราะห์หลังเกิดเหตุการณ์ที่จะเริ่มมีการหายตัวไปเงียบๆ ของ Jack Ma เท่านั้น แต่ยังวิเคราะห์ไปถึงบิดาแห่งโรงงานโลก Jiang Zemin ที่อาจมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างมาก เนื่องจาก ช่วงที่ Ma ก่อตั้งอาลีบาบาในมณฑลเจ้อเจียงเมื่อปี 1999 นั้นก็เป็นปีเดียวกับที่เจียง เจ๋อหมิน ผู้นำสูงสุดในช่วงนั้นประกาศนโยบายใหม่ ดันให้ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย ก่อนหน้านี้มีแต่คนงานและชาวนาเท่านั้นที่ร่วมได้

ไม่ใช่แค่ดันผู้ประกอบการเข้าพรรคเท่านั้น แต่เจียง เจ๋อหมินยังผุดแนวคิดสามตัวแทน (Three Represents) ที่ส่งผลให้นักธุรกิจเข้ามาร่วมสร้างบรรยากาศในการสร้างประเทศด้วย ซึ่งยุคสมัยก่อนหน้านั้นจีนประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจไม่พัฒนาอย่างมาก นับตั้งแต่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมที่เกิดโศกนาฏกรรมการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ทั่วประเทศจีนและนำไปสู่การคว่ำบาตรจากต่างประเทศอย่างมาก

จนกระทั่งเริ่มดีขึ้นในช่วงต้นปี 1992 ภายใต้การนำของเติ้ง เสี่ยวผิง ที่เริ่มมีการเยี่ยมเยือนเขตเศรษฐกิจในทางตอนใต้ของจีนและเริ่มปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ จากนั้น จีนก็เริ่มเข้าสู่องค์การการค้าโลกช่วงปี 2001 สมัยเจียง เจ๋อหมินเป็นต้นมา แม้เราจะเห็น Jack Ma ปรากฎตัวในญี่ปุ่นบ้าง ในกรุงเทพฯ บ้าง แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า Jack Ma จะกลับไปใช้ชีวิตในประเทศจีนต่อ

ที่มา – Nikkei, Ant Group

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ยุคทองของจีนจบแล้ว? ดูตัวอย่างการสูญสิ้นอำนาจของมหาเศรษฐี Jack Ma first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/the-end-of-china-properity/

Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายกที่อายุน้อยที่สุดในโลกประกาศลาออกแล้ว!

Jacinda Ardern นายกนิวซีแลนด์ เตรียมลาออกไม่เกิน 7 กุมภาพันธ์นี้ เธอย้ำว่า “บทบาทนี้มีสิทธิพิเศษมาก เพราะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ความรับผิดชอบที่รู้ว่า เมื่อไรคุณคือคนที่เหมาะสมที่จะนำ เมื่อไรที่คุณไม่เหมาะสมแล้ว”

Jacinda Ardern

คำประกาศช็อกโลกสำหรับเช้าวันนี้ คือคำประกาศจะลาออกของ Ardern เธอยืนยันว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นภายในเดือนตุลาคม ปีนี้

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการประชุมพรรคประจำปี Arden ระบุว่า เธอไม่เหลือเวลาอีกแล้ว มันถึงเวลาแล้ว เธอบอกว่า “ฉันลาออกเพราะหน้าที่มีสิทธิพิเศษที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ความรับผิดชอบที่รู้ว่า เมื่อไรคุณคือคนที่เหมาะสมที่จะมีบทบาทนำและรู้ตัวว่า เมื่อไรที่คุณไม่เหมาะสมแล้ว ฉันรู้ว่าฉันทำหน้าที่นี้ และฉันรู้ว่าฉันไม่เหลือเวลาที่จะทำหน้าที่นี้อีก มันเป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เลย”

Jacinda Ardern จะหมดวาระไม่เกิน 7 กุมภานี้ แต่เธอจะยังทำหน้าที่เป็น ส.ส. ต่อไปจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ Ardern กล่าว “ฉันเป็นมนุษย์ นักการเมืองคือมนุษย์ เราทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ตราบเท่าที่เราทำได้ และนี่ ถึงเวลาแล้วสำหรับฉัน”

Ardern คือนายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลก ขณะที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ในปี 2017 เธออายุเพียง 37 ปีเท่านั้น เธอพานิวซีแลนด์ก้าวข้ามภาวะโควิดระบาด ก้าวข้ามโศกนาฏกรรมจากเหตุการณ์ยิงมัสยิดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 คน บาดเจ็บ 20 คน รวมถึงเหตุภูเขาไฟ ไวท์ ไอส์แลนด์เกิดเหตุปะทุเฉียบพลันจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย

เธอกล่าวว่า นี่คือช่วงเวลา 5 ปีครึ่งที่เติมเต็มชีวิตเธอมากที่สุด แต่ก็มีความท้าทายมาก ท่ามกลางประเด็นปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ความยากจนของเด็กเล็ก และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เราต้องเผชิญกับเหตุการณ์ก่อการร้ายภายในประเทศ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ สถานการณ์โรคระบาดทั่วโลก รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจด้วย

เมื่อถูกถามว่า อยากให้ชาวนิวซีแลนด์จดจำความเป็นผู้นำของเธอในแบบไหน เธอตอบว่า ให้จำเธอในฐานะคนคนหนึ่งที่พยายามมีความเมตตาอยู่เสมอ

เธอบอกว่า เธอหวังว่า เธอจะลงจากตำแหน่งผู้นำนิวซีแลนด์ด้วยความเชื่อที่ว่า ผู้คนสามารถใจดี เมตตาต่อกันได้ แต่ก็ต้องมีความแข็งแกร่ง เด็ดขาด มองโลกในแง่ดี แต่ก็เป็นคนมีเป้าหมาย และคุณสามารถเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง คนที่รู้ว่า เมื่อไรที่ควรจะลงจากตำแหน่ง

Ardern ต้องเผชิญหลากหลายเรื่องราวท่วมท้น ในช่วงโควิดระบาดยังมีเรื่องทฤษฎีสมคบคิดเข้ามาอีก ทั้งเรื่องการต่อต้านการฉีดวัคซีนและการล็อคดาวน์ประเทศเพราะโควิด-19 เธอบอกว่า เธอไม่ต้องการจะลงจากตำแหน่งเพราะทำให้รู้สึกว่าเธอต้องเผชิญความทุกข์ยากในทางการเมือง แน่นอนว่ามันได้รับผลกระทบบ้าง เพราะเราเป็นมนุษย์ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออก

เธอยังไม่ได้มีแผนในใจว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ มากกว่าใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เธอขอบคุณคู่ชีวิตของเธอ Clarke Gayford และลูกสาว Neve เธอกล่าวถึงลูกสาวว่า เธอตั้งหน้าตั้งตารอที่จะอยู่กับลูกสาวในวันที่เธอเปิดเรียน ส่วน Clarke ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะแต่งงานกัน

การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม Ardern ระบุว่า เธอไม่ได้ลาออกเพียงเพราะเชื่อว่าจะไม่ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่เป็นเพราะเธอเชื่อว่า จะสามารถสร้างอะไรใหม่ๆ เพื่อรับความท้าทายดังกล่าวได้

ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะมาแทน Ardern สำหรับ Grant Robertson ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังที่ถูกคาดการณ์ว่าจะขึ้นมาแทนตำแหน่งนี้ ระบุว่า เขาไม่สนใจตำแหน่งนี้และไม่ได้คาดหวังว่าจะมาเป็นแคนดิเดตผู้นำให้กับพรรคแรงงาน

สำหรับการโหวตเลือกผู้นำใหม่ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 3 วันหรือประมาณวันที่ 22 มกราคมนี้

ที่มา – The Guardian

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายกที่อายุน้อยที่สุดในโลกประกาศลาออกแล้ว! first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/jacinda-ardern-new-zealand-prime-minister-resign/

Dapper แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องหนังสัญชาติไทย กับภารกิจปลุกความเนี้ยบให้ผู้ชายยุคใหม่

ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยเริ่มปรับปรุงภาพลักษณ์แบรนด์ และหันมาทำตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Dapper แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องหนังที่เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 1979

หากนึกไม่ออก Dapper คือแบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องหนังสำหรับผู้ชายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Formal Essential, Smart Casual, Functional, Trendy Fashion, Innovation, และสินค้า Sustainability  ทั้งยังมีประเภทสินค้าที่ครอบคลุมเท่าที่แบรนด์แฟชั่นสำหรับผู้ชายจะมีได้ ตั้งแต่เสื้อผ้าทั้งลำลองและทางการ, กางเกงชั้นใน, กระเป๋า, รองเท้า และสินค้า Accessory เช่น เข็มขัดหนัง, น้ำหอม, นาฬิกา เป็นต้น

Dapper มากับเป้าหมายแบรนด์ Lifestyle ที่ผู้ชายทุก Gen เข้าถึงได้ กับกลยุทธ์ใหม่ใช้ E-Angpao IG filters เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในช่วงตรุษจีน รายละเอียดจะเป็นอย่างไร Brand Inside ได้พูดคุยกับ ศิริทิพย์ ศรีไพศาล ผู้อำนวยการธุรกิจ และผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของ Dapper ดังนี้

Dapper

Dapper กับธุรกิจที่เริ่มต้นจากความเนี้ยบ

ศิริทิพย์ เล่าให้ฟังว่า Dapper เกิดจากความพยายามของคุณพ่อ ศิริชัย ศรีไพศาล ต้องการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายสำเร็จรูป ไม่ต้องรอตัดเย็บใหม่ โดยพื้นฐานครอบครัวซึ่งเป็นห้องเสื้อ Tailor-made ทำให้เสื้อผ้าสำเร็จรูปนี้ต้องคงคุณภาพระดับ Tailor-made และด้วยสไตล์การเสื้อผ้าของสุภาพบุรุษที่มีความเนี้ยบ จึงเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ Dapper ที่หมายถึง เนี้ยบ และเป็นระเบียบ จากคุณภาพของสินค้า กับราคาที่เอื้อมถึงได้ ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว มีสาขาเกือบทุกห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยระยะเวลาเปลี่ยนไป คุณภาพสินค้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ต้องมีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยวางตำแหน่งแบรนด์เป็น แบรนด์ Lifestyle ที่ผู้ชายทุก Gen เข้าถึงได้

ปัจจุบัน Dapper มีหน้าร้านมากกว่า 50 สาขาทั่วไทย ทั้งพื้นที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เซ็นทรัล โรบินสัน สยามพารากอน เดอะมอลล์  รวมถึงเครือห้างสรรพสินค้าอื่น ๆ และสาขาแบบ Standalone โดยแบรนด์ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์การตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว DAPPER มีกลยุทธ์ใหม่ ๆ อะไรบ้างที่ทำให้เป็นแบรนด์ที่ครองใจทุก Gen บทความนี้จะสรุปให้ทุกท่านได้ดูกัน

dapper

พัฒนาสินค้าเจาะตลาดลูกค้า Gen Z

โดยกลุ่มลูกค้ามีทุก Generation ตั้งแต่วัยรุ่น 15 ปี จนถึงวัยเกษียณ โดย 50% เป็นผู้ชายอายุตั้งแต่ 30 ปี นับเป็นความท้าทายของแบรนด์ที่ต้องเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทุกกลุ่มทุกวัยที่มีความต้องการแตกต่างกัน แต่ชื่นชอบในแบรนด์ DAPPER เหมือนกันดังนั้นการจะเติบโตในอนาคตได้ต้องสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Generation Z ให้ได้

“ในช่วงฤดูร้อนของปี 2023 นี้ Dapper มีแผนเปิดตัว Summer Capsule Collection ซึ่งเป็นการ Collaboration กับแบรนด์ Beach Wear ยอดนิยมของกลุ่มวัยรุ่น การร่วมมือครั้งนี้จะสร้างลุคซัมเมอร์ที่แปลกใหม่ที่ดึงจุดเด่นของแบรนด์ DAPPER และแบรนด์ที่เรา Collaboration เข้าด้วยกัน สินค้าก็จะมีสไตล์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น และลูกเล่นให้เหมาะกับการใช้ชีวิตในช่วงซัมเมอร์ ทั้งการออกไปท่องเที่ยว เทศกาลในช่วงนั้น ขอให้ติดตามคอลเลกชันพิเศษที่จะสร้างสีสันให้กับแฟชั่นไทยรับซัมเมอร์ปีนี้“

การที่ Dapper ดำเนินการสู่เป้าหมายครองใจคนทุก Gen ได้ เพราะ Dapper เป็นไม่กี่แบรนด์ในแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายไทยที่มีสินค้าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ประกอบไปด้วย

Formal Essential สินค้าทางการที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ เช่น เสื้อเชิ้ต, เสื้อสูท,  และกางเกงทำงานที่ขายดีมาจนถึงปัจจุบันด้วยแพทเทิร์นที่อิงตามสรีระชายไทยโดยเฉพาะ ทำให้ใส่แล้วเสริมรูปร่างให้ดูดี, กระเป๋าใส่เอกสาร

Smart Casual สินค้าลำลอง เช่น เสื้อเชิ้ตฮาวายพิมพ์ลาย ที่มีลายใหม่คอยอัพเดทในทุก ๆ เดือนให้ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ได้จับจอง, กระเป๋าสะพายข้าง, กระเป๋าใส่โทรศัพท์มือถือ

Trendy Fashion สินค้าตามเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนั้น และเอื้อให้ลูกค้า mix & match ในแบบของตัวเองได้

Functional นอกจากความสวยงาม แบรนด์ยึดหลัก Function และ Fashion ควบคู่กันในทุกสินค้า เช่น กระเป๋าต้องใช้งานได้จริง มีช่องจัดระเบียบในกระเป๋า, ใช้วัสดุที่สามารถลดการเกิดรอยขีดข่วนได้

Innovation นวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น เช่น ผ้า Bamboo Blend สัมผัสนุ่ม ช่วยลดแบคทีเรีย, ผ้า No More Iron รีดง่าย ยับยาก

Sustainability การใช้วัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ค่านิยมของคนในปัจจุบันที่ต้องการความยั่งยืนและลดปริมาณขยะจากการผลิต เช่น Tech Leather ที่นำหนังจากการผลิตมาอัดเป็นหนังชิ้นใหม่

ซึ่งปัจจุบัน Dapper มีการพัฒนาสินค้าสำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ ทั้งมีแผนพัฒนาสินค้ากลุ่ม Athleisure เสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่เน้นความคล่องตัวที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ แต่ไม่ได้เป็นเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อออกกำลังกายเท่านั้นจนใส่ในชีวิตประจำวันได้ยาก รับกับกระแส Sports Fashion ที่กำลังเติบโตอยู่ในตอนนี้

รวมถึงประเภทสินค้าที่ครบครัน ตั้งแต่เสื้อ, กางเกง, กางเกงชั้นใน, รองเท้า, กระเป๋า, กระเป๋าสตางค์ และสินค้า Accessory เช่น เข็มขัดหนัง, น้ำหอม, นาฬิกา และอื่น ๆ เรียกได้ว่าถ้าไปร้าน DAPPER คุณจะได้สินค้าครบทั้งลุคตั้งแต่หัวจรดเท้ากลับไปอย่างแน่นอน

Dapper
ภาพหน้าร้านจัดแคมเปญ #iFeelDapper CNY และ AR Instagram filters

โซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยี AR แจก E-Angbao ช่วงตรุษจีน

หากเจาะไปที่เรื่องเทคโนโลยีจะพบว่า Dapper พยายามสื่อสารแบรนด์ผ่านแคมเปญต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย เช่น แคมเปญ #iFeelDapper เมื่อปี 2022 ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ให้ลูกค้าถ่ายภาพตัวเองกับสินค้าในร้าน Dapper สาขาต่าง ๆ และแชร์ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อรับส่วนลด เกิดเป็นคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้บริโภคตัวจริง หรือที่เรียกว่า User-generated Content ช่วยสร้าง WOM (Word-of-Mouth marketing) การบอกต่อถึงแบรนด์, สินค้า และบริการพนักงาน  และเพิ่มการรับรู้ของสาขาต่าง ๆ ของ Dapper ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละสาขา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จจากการที่ มีลูกค้าซื้อสินค้าโดยร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,400 ใบเสร็จ ในระยะเวลาเพียง 2 อาทิตย์แรกของแคมเปญ และยังช่วยผลักดันยอดขายเพิ่มจากเดือนก่อนหน้าถึง 30%

ล่าสุด Dapper เปิดตัวแคมเปญตรุษจีนที่ใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยเพิ่มความสนุก 2 แบบคือ

  • E-Angpao Games Filter: ที่ให้ลูกค้าร่วมสนุกผ่านการเล่นเกมรับอั่งเปาแล้วแชร์ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อแลกรับส่วนลดสินค้า
  • Virtual Try on CNY Collection Filter: ที่ให้ลูกค้าลองสินค้าคอลเลกชันใหม่ ช่วยโปรโมทสินค้าของแบรนด์อีกทาง

ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายของ Dapper ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากได้ฐานลูกค้าเดิมมาร่วมสนุก ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าใหม่เข้ามารู้จักแบรนด์มากขึ้น และเพื่อการเกิด O2O (Online to Offline Marketing) โดยลูกค้าอาจจะใช้ฟิลเตอร์ลองเสื้ออยู่ที่บ้าน ดูว่าเหมาะกับสีกับดีไซน์หรือไม่ แล้วไปที่หน้าร้าน ณ สาขา เพื่อลองและซื้อสินค้าจริง หรือช่วยให้ไอเดียกับลูกค้าในการซื้อสินค้า Online ที่ไม่สะดวกไปหน้าร้านว่าใส่ออกมาแล้วจะเป็นประมาณไหน

นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะผสานการสื่อสารกับลูกค้าออนไลน์กับ Dapper Mascot Communication ที่สื่อสารกับลูกค้าด้วยคนจริง ๆ ไม่มีการใช้ระบบอัตโนมัติ แต่มีการโต้ตอบด้วยคาแรคเตอร์บุคลิกแบบ Dapper ทั้งหมด ทำให้ผู้ซื้อได้รับประสบการณ์ที่แตกต่าง ที่ยังคงได้สื่อสารกับคนจริง ๆ ที่มีความเข้าใจในความต้องการและปัญหาของลูกค้า ขณะเดียวกันก็มีสื่อสารในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเสริม Brand Personality ภาพลักษณ์ของแบรนด์

“ความท้าทายของเราคือการกำหนดให้ Dapper เป็นคนแบบไหน พูดจาอย่างไร เพราะลูกค้าในประเทศไทยชอบการ Chat & Shop มากกว่าการกดซื้อเองบนเว็บไซต์ ดังนั้นถ้าเรากำหนดเรื่องนี้ได้ โอกาสสร้างการจดจำ และความไว้ใจในการซื้อสินค้าออนไลน์กับ Dapper ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน”

Dapper

จำหน่ายในรูปแบบ Omni Channel

การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจค้าปลีกประสบปัญหาช่องทางจำหน่าย Dapper คือหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าได้ จึงเดินหน้าพัฒนาช่องทางจำหน่ายออนไลน์เต็มรูปแบบทั้งเว็บไซต์ DAPPER.com และแพลตฟอร์มยอดนิยม Lazada, Shopee, Central Online รวมถึงจัดการระบบคลังสินค้าใหม่เพื่อกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันการระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มทุเลา Dapper จึงเดินหน้าทำตลาดผ่านช่องทางแบบ Omni Channel หรือการผสานช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เช่น จูงใจให้ลูกค้าเลือกดูสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย หรืออินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ก่อนปิดการขายที่หน้าร้านในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

สำหรับหน้าร้านของ Dapper มากกว่า 50 สาขาจะอยู่ในแผนกเสื้อผ้าของห้างสรรพสินค้าเป็นส่วนใหญ่ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ สยามพารากอน เป็นต้น ส่วนหน้าร้านแบบ Stand Alone จะมีอยู่บ้าง เช่น แฟชั่นไอซ์แลนด์, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้มีความพรีเมียม รวมถึงโฟลว์ของสินค้าทุกประเภทในร้านเมื่ออยู่ร่วมกัน และเอาท์เล็ทมอลล์ พัทยา เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ เพราะหน้าร้านในห้างสรรพสินค้าช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า และยังกระจายสาขาไปยังพื้นที่ที่ต้องการได้รวดเร็วกว่า เมื่อเทียบกับหน้าร้าน Stand Alone ที่มีค่าเช่า ใช้เวลาในการเตรียมการเข้าพื้นที่นาน

อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นคือ ถึงแม้จะเป็นหน้าร้านในห้างสรรพสินค้าแต่ลูกค้าก็ยังได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับพรีเมียม จากดีไซน์หน้าร้าน การจัดVM (Visual Merchandising) และสินค้า เช่น ในตัวเมือง ในสถานที่ท่องเที่ยว หรือต่างจังหวัด ก็จะแตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับสาขานั้น ๆ

Dapper

ยกระดับงานบริการด้วย WOW service experience

หนึ่งในกลยุทธ์ในการทำธุรกิจในปี 2023 ของ Dapper คือ วางแผนยกระดับงานบริการให้ดีขึ้นอีกระดับทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ผ่านการอบรมพนักงานขายกว่า 150 ชีวิตให้เป็น Super PC หรือพนักงานขายที่เป็นมากกว่าผู้ขาย แต่คือผู้ให้บริการที่น่าประทับใจและมีความเฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคนได้

“เราให้ความสำคัญกับพนักงานขายมาก โดย Super PC หลัก ๆ จะเป็นเรื่องการสร้าง WOW factors ในบริการให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ เช่น ขากางเกงควรตัดยาวเท่าไร และเจาะรูเข็มขัดอย่างไร การบริการหลังการขาย เป็นต้น ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกค้า แต่ละคนจะมีข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน การที่พนักงานจำรายละเอียดตรงนี้ได้ ถึงจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ก็ทำให้เกิด WOW experiences ความประทับใจของลูกค้าต่อแบรนด์ เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่คาดคิดว่าจะได้รับ

จุดเริ่มต้นของการเดินหน้าสร้าง Super PC มาจากการที่ Dapper มีนักขายที่เก่งอยู่หลายคน และพนักงานขายทุกคนของแบรนด์สามารถให้บริการที่ดีให้กับลูกค้าได้อยู่แล้วตามมาตรฐาน แต่หากต้องการให้แบรนด์มีการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จำเป็นต้องสร้าง Super PC ให้มีมากขึ้น โดยสร้างมาตรฐานใหม่ของการบริการที่เหนือระดับไปอีกขั้น เพื่อมอบ Experience ที่ดีให้กับลูกค้า และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมธุรกิจ

Dapper
โรงงานผลิตเครื่องหนังของ Dapper ในประเทศไทย

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกยกระดับการบริหาร

ด้วยภาพรวมตลาดเสื้อผ้าผู้ชายแบบ Formal มีขนาดตลาดเล็กลงต่อเนื่อง เช่น จากมีกว่า 20 แบรนด์ เหลือเพียงหลัก 10 แบรนด์ ทำให้บริษัทเลือกใช้เทคโนโลยีมายกระดับการบริหารจัดการ Sell-Through ให้มีรูปแบบ  Real Time ที่เน้นความเร็วมากขึ้น รวมถึงการทำระบบสมาชิกแบบ Cardless เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

“เราเลิกทำสินค้าเพื่อขายลดราคามานานแล้ว เพราะไม่ต้องการสร้างสินค้าสองเกรดให้ลูกค้า สินค้าทั้งหมดจะมีคุณภาพเดียวกัน ทำให้ตอนนี้เราบริหารสินค้าแค่ 3 เดือน ถ้าเกินกว่านั้นสินค้าที่ยังมีอยู่ในสต็อกจะถูกรวมไซส์ และนำไปเซลแทน ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้สต๊อกเราไม่บวม ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความแปลกใหม่ และเรามีการพัฒนาสินค้าโดยอ้างอิงจากข้อมูลการซื้อของลูกค้าเช่นกัน”

การทำแบบนี้ได้ Dapper มีการพัฒนาระบบสต๊อกแบบ Real Time สามารถดึงข้อมูลสินค้าทุกตัวมาดูได้ ทั้ง สี, ไซส์ และดีไซน์ เพื่อประเมินว่าจะนำไปลดราคา หรือทำเพิ่มเพื่อสร้างยอดขาย และการทำระบบสมาชิกที่อยู่บนออนไลน์ 100% ทำให้บริษัททำ CRM (Customer relationship management) แบบ Personalization ส่งโปรโมชัน, สิทธิพิเศษ เพื่อลูกค้าแต่ละคนได้ และหากลูกค้าจะซื้อสินค้าก็เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมคะแนน โดยปัจจุบัน Dapper มีข้อมูลสมาชิกอยู่กว่า 2 แสนราย

dapper

ลงลึกในทุกรายละเอียดเสริมแกร่ง Lifestyle Brand

อีกจุดที่เสริมส่งเป้าหมาย แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ผู้ชายทุกเจนเข้าถึงได้ คือการคงคุณภาพ และรายละเอียดการตัดเย็บ รวมถึงการเลือกใช้เนื้อผ้าระดับพรีเมียมที่ทำให้ Dapper ครองใจลูกค้าทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ทั้งยังประกาศไม่ขึ้นราคาสินค้าในปี 2023 เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในวิกฤตเศรษฐกิจช่วงนี้

“สินค้าเสื้อผ้าเราใช้โรงงานคุณภาพในการตัดเย็บ ส่วนสินค้าเครื่องหนัง เช่น เข็มขัด, กระเป๋าสตางค์ และรองเท้า จะผลิตโดยฝีมือคนไทยที่โรงงานในประเทศไทย จึงการันตีเรื่องคุณภาพของสินค้า มั่นใจได้ว่า Dapper เป็นสินค้าคุณภาพสูง ไม่มีการลดคุณภาพสินค้า เหมือนกับตลาดเสื้อผ้าที่เริ่มแข่งขันเรื่องราคา และลดคุณภาพเพื่อคงกำไร”

ทั้งนี้ Dapper ยังมีลูกค้าผู้หญิงอีก 30% ที่มักซื้อแทน และซื้อเป็นของขวัญให้ผู้ชายที่รัก หรือหัวหน้าในบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องหนังที่ได้รับความนิยมในการซื้อเป็นของขวัญ ลูกค้าผู้หญิงถือเป็นลูกค้าที่มีปฏิสัมพันธ์ Engagement กับแบรนด์มาก ทั้งทางโซเชียลมีเดียคอยติดตามข่าวสาร ไลค์ แชร์, สอบถามข้อมูลจากแอดมิน และเข้าไปที่สาขาหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าเชื่อมันเรื่องคุณภาพ ทำให้พวกเธอกลับมาซื้อซ้ำ และเมื่อนึกถึงสินค้าเพื่อให้ผู้ชาย สินค้า Dapper คือสิ่งที่ทำให้ผู้รับประทับใจแน่นอน

Dapper
ศิริทิพย์ ศรีไพศาล ผู้อำนวยการธุรกิจ และผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของ Dapper

กลับมาที่จุดเริ่มต้นของความเนี้ยบที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกระดับ

ความเนี้ยบที่หลากหลาย จากเดิมที่ความเนี้ยบจะอยู่ที่การแต่งกายแบบทางการ หรือ Formal แต่ปัจจุบันความเนี้ยบหมายถึงเรื่องสไตล์ และการใส่ใจในรายละเอียดมากกว่า ซึ่ง Dapper มีการทำเสื้อผ้าที่ดูสนุก และสวมใส่ได้ในโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น

“เมื่อก่อนผู้ชายแบบ Dapper หรือ Dapper Men คือคนที่ชื่นชอบการแต่งตัวเนี้ยบ และเน้นสวมใส่เสื้อผ้าทางการ แต่หลังจากนี้เราจะทำให้ความเนี้ยบที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นด้วยการผสานเครื่องแต่งกายแบบ ลำลอง และ ทางการ เพื่อให้พวกเขาสามารถ Mix & Match กับสินค้าที่พวกเขาชื่นชอบได้อย่างลงตัว”

การเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ทาง Brand inside ได้ถามคุณ ศิริทิพย์ ว่าการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เกิดขึ้นและแผนที่กำลังจะเกิดนั้นคุณพ่อ (ศิริชัย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ DAPPER) มีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง ก็ได้ความว่า

“การเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ Dapper แพรว (ศิริทิพย์) มีโจทย์สำคัญที่ได้มาจากคุณพ่อ (ศิริชัย) คือ มาตรฐาน Dapper ต้องยังคงความเนี้ยบและคุณภาพของสินค้าให้เหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้นี้ที่แบรนด์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 44 รวมถึงเรื่องของแพทเทิร์นที่ออกแบบเพื่อให้เข้ากับสรีระชายไทยโดยเฉพาะ แต่ตัวแบรนด์ไม่จำเป็นต้องคงรูปแบบเดิม เป็น DAPPER ที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยและลูกค้า ปัจจุบันจึงเห็น Dapper มีเสื้อผ้าที่ดูสนุก และไม่เป็นทางการเกินไป สามารถใช้ได้ในโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น”

สรุป

กลยุทธ์ธุรกิจ Dapper ในปี 2023 แสดงให้เห็นถึงองค์กรอายุ 44 ปี ที่ไม่กลัวการปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่ยึดติดอยู่กับความสำเร็จเดิม ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีในหลากหลายแง่มุมเข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจ แต่ยังคงถึงจุดแข็งเรื่องคุณภาพ และการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้า คงความเชื่อใจไว้ไม่เสื่อมคลาย

ยิ่ง Dapper มีความหลากหลายของสินค้า และมีการบริหารสต็อกแบบ Real Time ที่หมุนเวียนสินค้าใหม่อย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์อื่นในไทยอย่างชัดเจน และก้าวไปสู่เป้าหมายแบรนด์ Lifestyle ที่ครองใจผู้ชายทุก Gen ได้อย่างมั่นคง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Dapper แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องหนังสัญชาติไทย กับภารกิจปลุกความเนี้ยบให้ผู้ชายยุคใหม่ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dapper-2023-business-strategy/