คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

เปิดตัว Infinix Note 12i 2022 มาพร้อมชิป Helio G85, กล้องหลัง 3 ตัว 50MP และจอ AMOLED 6.7 นิ้ว

Infinix Note 12i เปิดตัวที่ประเทศเคนย่าไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านโดยมาพร้อมชิปเซ็ท Helio G85 SoC และจอ 90Hz ล่าสุด Infinix ได้เปิดตัว Infinix Note 12i 2022 ออกมาอีกรุ่นด้วยดีไซน์ หน้าจอ และหน่วยความจำที่แตกต่างกัน

สเปก Infinix Note 12i 2022

Infinix Note 12i 2022

ตัวเครื่องมาพร้อมขนาด 164.47 x 76.7 x 7.8 มม. หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 60Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 180Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G85 (12nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM G52 MC2 จับคู่กับ RAM 4GB/6GB เพิ่มได้ด้วย RAM Extended 5GB และหน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 10.6

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Quad LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ AI ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมระบบเสียง DTS, ระบบระบายความร้อนด้วยกราฟีน 3 มิติ 6 ชั้น, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 33W

ทั้งนี้ Infinix Note 12i 2022 มีให้เลือก 3 สีคือ Force Black, Alpine White และ Metaverse Blue โดยมีราคาอยู่ที่ 1 2,299,000 รูเปียห์หรือประมาณ 7,300 บาทสำหรับรุ่น RAM 6GB+128GB ส่วนรุ่น RAM 4GB+64GB ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมา และวางจำหน่ายแล้วผ่านทางร้านค้าออนไลน์ Lazada

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-note-12i-2022-goes-official/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-note-12i-2022-goes-official

เปิดตัว Redmi Note 11R มาพร้อมชิป Dimensity 700, จอ 90Hz และแบตเตอรี่ 5,000 mAh

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi Note 11R สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลสมาร์ตโฟน Note 11 Series ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องที่ประเทศจีน แต่เป็นรุ่นรีแบรนด์ของ Poco M4 5G ที่เปิดตัวในตลาดโลกไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปรับลดสเปกอย่างลง

สเปก Redmi Note 11R

Redmi Note 11R

ตัวเครื่องมีขนาด 164 x 76.1 x 8.9 มม. และน้ำหนัก 200 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2408 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz พร้อมอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6833 Dimensity 700 (7 nm), หน่วยประมวลกราฟิก Mali-G57 MC2, RAM 4GB/6GB/8GB (พร้อม RAM เสมือน 5 GB), หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2, (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

รวมทั้งติดต้้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3.5 มม., วิทยุ FM และแบตเตอรี่ความจุ 5.000mAh รองรับขาร์จเร็ว 18W

ทั้งนี้ Redmi Note 11R มีให้เลือก 3 สีคือ สีเทา สีดำ และสีน้ำเงินโดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศจีน ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 4GB+128GB ราคา 1,099 หยวนหรือประมาณ 5,840 บาท
  • RAM 6GB+128GB ราคา 1,199 หยวนหรือประมาณ 6,370 บาท
  • RAM 8GB+128GB ราคา 1,399 หยวนหรือประมาณ 7,430 บาท

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/redmi-note-11r-unveiled/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=redmi-note-11r-unveiled

Infinix เตรียมส่ง HOT 20 Series มือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ พร้อมขาย 7 ตุลาคมนี้ ชูจุดขายหน้าจอลื่น 120Hz ผสานพลังชิปเซ็ต Helio G96 ในราคาไม่เกิน 6,000 บาท

อินฟินิกซ์ (Infinix) เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนซีรีส์ใหม่ล่าสุด Infinix HOT 20 Series กับสโลแกน “Booyah Now! – หนึ่งเดียว เพื่อชัยชนะ” มือถือสำหรับเล่นเกมและความบันเทิงเต็มรูปแบบที่ดีที่สุด ในช่วงราคาไม่เกิน 6,000 บาท

พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมในทุกระดับ และมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่าด้วยหน้าจอไฮเปอร์วิชั่นเกมมิ่งพร้อมรีเฟรชเรทลื่นไหลที่สุด 120Hz ผสานพลังกับโปรเซสเซอร์คอเกม MediaTek Helio G96 เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมและไลฟ์สไตล์ความบันเทิงของทุกคนได้ครบทุกความต้องการ

Infinix HOT 20 Series เป็นซีรีส์ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ อัดแน่นด้วยคุณสมบัติพรีเมียมมากมาย เล่นเกมลื่นไหลด้วยจอแสดงผลอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และมีหัวใจการทำงานเป็นชิปเซ็ต MediaTek Helio G96 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ ความละเอียดแบบ FHD+ ที่ให้ภาพสีสันสดใส ช่วยเติมเต็มอรรถรสการเล่นเกมและรับชมความบันเทิงได้อย่างสมบูรณ์

หน่วยความจำ 128 GB พร้อมผสานแรมสูงสุด 13 GB และพลาดไม่ได้กับการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์และหนังโฆษณาครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Infinix ที่มีแบรนด์แอมบาสเดอร์ นอกจากนี้ Infinix HOT 20 Series ยังได้จับมือกับ Free Fire จัดกิจกรรมและมอบของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเอาใจคอเกมตัวจริงโดยเฉพาะ

แฟนๆ อินฟินิกซ์ เตรียมพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ มินิคอนเสิร์ตจากแบรนด์แอมบาสเดอร์และรับชมการเปิดตัว Infinix HOT 20 Series พร้อมกันในวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ณ โซน A ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว หรือชม Live ผ่านทางเฟซบุ๊ก Infinix Mobile Thailand 

โดยมือถือซีรีส์นี้จะเริ่มจำหน่ายวันแรกตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2565 ด้วยราคาสุดคุ้มไม่เกิน 6,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์บน Shopee และ Lazada ผู้สนใจค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infinixmobility.com/th

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-to-ship-hot-20-series/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-to-ship-hot-20-series

เปิดตัว Infinix Zero 20 มาพร้อมกล้องเซลฟี่ 60MP, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และใช้ชิป Helio G99

Infinix เปิดตัว Infinix Zero 20 สมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูงถึง 60 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และออโต้โฟกัส, หน้าจอ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ชิปเซ็ท Helio G99 และกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 108 ล้านพิกเซล

สเปก Infinix Zero 20

Infinix Zero 20

ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอเจาะรู Punch Hole Display แบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว และมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท MediaTek Helio G99 (6nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2 จับคู่กับ RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย XOS 12

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Quad LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 60 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS ที่ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายเซลฟี่ที่คมชัดแม้ในขณะเดิน และระบบออโต้โฟกัส

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ต USB Type-C, ช่องหูฟัง 3,5 มม. วิทยุ FM และแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh พร้อมรองรับการเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W ชาร์จ 75% ภายในเวลา 30 นาที

ทั้งนี้ Infinix Zero 20 มีให้เลือก 3 สีคือ Grey, Gold, Green โดยวางจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ Aliexpress ในราคา 251 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 9,540 บาท

ที่มา : Playfuldroid

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-zero-20-launches/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-zero-20-launches

เปิดตัว vivo Y73t 5G มาพร้อมชิป MediaTek Dimensity 700, กล้องหลังคู่ 50MP และชาร์จไว 44W

vivo ประกาศเปิดตัว vivo Y73t 5G อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ตโฟน 5G ระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล Y73 Series ที่มาพร้อมจุดเด่นดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยว, ใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 700, ติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 44W

สเปก vivo Y73t 5G

vivo Y73t 5G

ตัวเครื่องมีขนาด 163.9 x 75.3 x 9.2 มม. และน้ำหนัก 201.5 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2408 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 60Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Dimensity 700 5G (7nm). หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2, RAM 8GB/12GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย OriginOS Ocean

ติดตั้งกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยม ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAF และกล้องรองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับการชาร์จ 44W ชาร์จ 50% ภายในเวลา 33 นาที

ทั้งนี้ Vivo Y73t 5G มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีน้ำเงิน และสีส้ม วางจำหน่ายแล้วที่ประเทศจีนผ่านทาง vivo.com โดยมีราคาอยู่ที่ 1,399 หยวนหรือประมาณ 7,450 บาทสำหรับรุ่น RAM 8GB+128GB, ราคา 1,599 หยวนหรือประมาณ 8,500บาทสำหรับรุ่น RAM 8GB+256GB และ ราคา 1,799 หยวนหรือประมาณ 9,580 บาทสำหรับรุ่น RAM 12GB+256GB

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y73t-debuts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-y73t-debuts

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S23 Ultra จากโปรแกรม CAD มาพร้อมดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

หลังจากที่มีภาพเรนเดอร์แรกของ Samsung Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD โดย @OnLeaks ได้ร่วมมือกับเว็บ SmartPrix และ Dig่it เผยแพร่ให้เห็นกันไปเมื่อวันก่อน

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra รุ่นท็อปที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยออกมาให้เห็นกันบ้าง

Samsung Galaxy S23 Ultra

Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks ได้ร่วมมือกันออกแบบภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 Ultra ด้วยโปรแกรม CAD เผยให้เห็นรูปลักษณ์ดีไซน์ตัวเครื่องที่คล้ายกับ Galaxy S22 Ultra

โดยมีส่วนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยคือ เลนส์กล้องด้านหลังขนาดเล็ก 2 เลนส์ที่อยู่ด้านขวาไม่มีส่วนที่ยื่นออกมา และหน้าจอแสดงผลมีความโค้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Galaxy S22 Ultra เนื่องจากกรอบโลหะทั้งสองข้างแบนเล็กน้อย

นอกจากนี้ บริเวณขอบด้านล่างของ Galaxy S23 Ultra มีไมโครโฟนเพิ่มเติม ดูเหมือนว่าหน้าจอแสดงผลจะมีขอบจอที่สมมาตรและบางเฉียบ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ Galaxy S23 Ultra ยังดูค่อนข้างเหมือนกับ Galaxy S22 Ultra

ในส่วนด้านขวาข้างเครื่องของ Galaxy S23 Ultra มีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง ขณะที่ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟน และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ปากกา S Pen, ช่องลำโพงเสียง, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องใส่ซิมการ์ด

ในส่วนสเปกของ Galaxy S23 Ultra คาดว่าจะมีขนาด 163.4 x 78.1 x 8.8 มม. ในขณะที่รุ่นก่อนมีขนาด 163.3 x 77.9 x 8.9 มม. แต่จะมีหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว เช่นเดียวกับรุ่นก่อน

และมีข่าวลือมากมายว่า Samsung Galaxy S23 Ultra จะมาพร้อมกับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2

ที่มา : SmartPrix

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-s23-ultra-cad-renders-reveal-minimal-design-changes

เปิดตัวในไทยแล้ว! “HONOR 70” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ยืนหนึ่งเรื่องกล้องสำหรับสาย Vlog พร้อมทัพสมาร์ทดีไวซ์รุ่นไอโคนิค สเปคเทพ ราคาโดนใจ วางจำหน่ายพร้อมกัน 6 ตุลาคมนี้

ออเนอร์ (HONOR) ผู้ให้บริการอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก และบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเท็มชั้นนำของเมืองไทย ร่วมเปิดตัวทัพสมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์รุ่นไอโคนิคใหม่ล่าสุด ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Trusted by SYNNEX 

นำโดยสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ “HONOR 70” ยืนหนึ่งเรื่องนวัตกรรมกล้องและฟีเจอร์สุดล้ำสำหรับสาย Vlog ที่มาพร้อมกับ Google Mobile Services การันตีความเทพด้วยรางวัลเทคโนโลยีระดับโลก

พร้อมด้วยสมาร์ทโฟนสเปคดี ราคาย่อมเยา HONOR X6 วางจำหน่ายพร้อมกัน 6 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีแท็บเล็ตคู่ใจทั้งเรื่องงานและความบันเทิง HONOR Pad 8 และ HONOR Band 6 สมาร์ทแบนด์ฟีเจอร์แน่นคับจอ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ พร้อมจัดเต็มแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

Honor

ออเนอร์ขนพาเหรดไลน์อัพผลิตภัณฑ์ไอโคนิคใหม่ล่าสุด ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Magic UI 6.1 บนพื้นฐานของ Android ที่สามารถใช้ GMS (Google Mobile Services) ได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความโดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมกล้อง หน้าจอ แบตเตอรี่ และดีไซน์ที่ได้รับการยกเครื่องใหม่หมดจด

รวมถึงสมาร์ทแบนด์ที่จัดเต็มประสิทธิภาพตอบโจทย์การใช้งานอย่างเต็มที่ในราคาคุ้มค่า พร้อมส่งมอบนวัตกรรม คุณภาพ และการบริการอันยอดเยี่ยมเพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตแบบสมาร์ทไลฟ์ให้กับผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีไอโคนิคระดับโลก โดยเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

HONOR 70 สมาร์ทโฟนสุดยอดนวัตกรรมกล้อง ตอบโจทย์ทุกการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ โดนใจสาย Vlog

HONOR 70 ชูสโลแกน “Seize the Moment”มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 54MP ที่มีเซนเซอร์สุดล้ำระดับแฟล็กชิปอย่าง Sony IMX800 ซึ่งมีขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่ถึง 1/1.49” ผสานกับการทำงานร่วมกันของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ HONOR Image Engine ปลดล็อกศักยภาพในการถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ ทั้งในที่มืดหรือถ่ายภาพย้อนแสง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ เลนส์อัลตร้าไวด์ ที่เก็บภาพมุมกว้างได้ 122 องศา และเลนส์มาโคร ที่สามารถถ่ายภาพวัตถุได้ในระยะใกล้เพียง 2.5 เซนติเมตร ซึ่งทั้งสองเลนส์ถูกรวมไว้อยู่ในกล้องตัวเดียวกัน มีความละเอียดสูงถึง 50MP ไม่ว่าจะถ่ายภาพมุมกว้างหรือจะถ่ายใกล้วัตถุแค่ไหนภาพก็สวยคมชัด ทั้งยังมั่นใจได้ว่าระบบ AI Distortion จะช่วยปรับให้ภาพมุมกว้างดูเป็นธรรมชาติ สัดส่วนไม่บิดเบี้ยว และกล้องหลังตัวสุดท้ายคือ เลนส์ Dept ความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้าก็เป๊ะปังไม่แพ้กัน มีความละเอียดที่ 32MP รูรับแสง f/2.4

นอกจากนี้ยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำสำหรับสาย Vlog โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น โหมด Dual View ในการถ่าย Vlog หลากหลายมุมมอง หรือโหมด Solo Cut ที่ทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI ในการจับโฟกัสบุคคลหรือวัตถุในวิดีโอได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถกดเลือกให้ระบบถ่ายเฉพาะบุคคลหรือวัตถุนั้นๆ ที่ต้องการได้อีกด้วย

พร้อมทั้งสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนพร้อมกันในการถ่ายเพียงครั้งเดียว เพื่อนำไปใช้อัปโหลดลงบนโซเชียลมีเดียได้ตามความเหมาะสมของแต่ละแพลตฟอร์มได้อย่างสนุกยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ Double Excellence รวมถึงฟีเจอร์ลูกเล่นสำหรับการถ่าย Vlog อีกมากมาย เช่น Slow-motion Vlog 

นอกจากนี้ HONOR 70 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4800mAh และมีเทคโนโลยีชาร์จไว 66W HONOR SuperCharge ที่สามารถชาร์จได้ถึง 60% ใน 20 นาที และชาร์จเต็ม 100% ใน 45 นาที สแตนด์บายใช้งานได้เต็มวัน หรือจะพกไปถ่าย Vlog ก็เต็มที่ไร้กังวลตลอดวัน

HONOR 70 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 778G+ 5G ทำงานควบคู่กับ HONOR RAM Turbo และ GPU Turbo X ที่เร็วแรงยิ่งขึ้น พร้อม RAM 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB บนระบบปฏิบัติการ Magic UI 6.1 บนพื้นฐาน Android 12 โดยสามารถใช้งาน GMS ได้เต็มรูปแบบ

ยังมาพร้อมหน้าจอ OLED แบบโค้งคู่ขนาด 6.67” ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz แบบ 10-bit แสดงผลเฉดสีมากกว่า 1.07 พันล้านสี ความละเอียดระดับ FHD+ (2400×1080) รองรับคอนเทนต์ HDR10+ ให้เสพความบันเทิงได้อย่างเต็มตา สีสันสดใส ลื่นไหล และหน้าจอยังเป็นแบบ High-Frequency PWM dimming ถึง 1920Hz เพื่อช่วยถนอมดวงตาขณะใช้งาน

ในขณะที่งานดีไซน์ของ HONOR 70 ได้รับการยกระดับกระบวนการออกแบบที่มีความแม่นยำ ทำให้ตัวเครื่องมีความสมมาตรในทุกมิติทั้งด้านหน้า ด้านหลัง รวมไปถึงโมดูลกล้องแบบวงแหวนคู่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและหรูหรา โดยมีความหนาเพียง 7.91 มม. และน้ำหนักเพียง 178 กรัม ทำให้จับถือใช้งานทั้งวันได้อย่างสบายมือ

มาใน 2 สีสุดพรีเมียมให้เลือกสรร ได้แก่ สีเงิน Crystal Silver และสีดำ Midnight Black ด้วยประสิทธิภาพและนวัตกรรมกล้องสุดล้ำในดีไซน์สะกดสายตา ทำให้ HONOR 70 กวาด 21 รางวัลในหลายหมวดในงาน IFA (IFA Consumer Electronics Show) และได้รับการยกย่องจากสื่อเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกว่าเป็น “ที่สุดของงาน IFA” (Best of IFA) และล่าสุดยังคว้าตำแหน่ง Best Buy Smartphone จาก EISA Awards อีกด้วย

HONOR X6 สมาร์ทโฟนระดับเอ็นทรี่ สเปคจุใจในราคาที่จับต้องได้

HONOR X6 สมาร์ทโฟนน้องเล็กแต่สเปคจัดเต็มบนหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา 6.5” ระดับ HD+ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP เก็บรายละเอียดภาพได้ครบถ้วน คมชัด และคุณภาพสูง ทั้งภาพมุมกว้างหรือภาพแบบมาโคร

สามารถใช้งานจัดเต็มทั้งเล่นโซเชียล ดูวิดีโอ เล่นเกม หรือฟังเพลงได้ทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ที่สามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 วันเมื่อชาร์จแบตเต็ม 100% เพียงครั้งเดียว และมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จ HONOR 10W Charge 

นอกจากนี้ HONOR X6 ยังให้ความจุขนาด 64GB และรองรับ microSD Card ขยายความจุเพิ่มได้สูงสุดถึง 1TB เพิ่มความสนุกให้เต็มที่กว่าเดิม ไม่ว่าจะเก็บไฟล์เพลงที่ฟังประจำ หนังเรื่องโปรด หรือรูปภาพกี่พันรูปก็ทำได้โดยไม่ต้องลบ HONOR X6 มาในดีไซน์พรีเมียมเกินราคา น้ำหนักเบา พกพาง่ายเพียง 194 กรัม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน Titanium Silver และสีดำ Midnight Black

สมาร์ทดีไวซ์สุดล้ำ HONOR Pad 8 แท็บเล็ตคุณภาพพรีเมียม และ HONOR Band 6 สมาร์ทแบนด์รุ่นล่าสุด

HONOR Pad 8แท็บเล็ตคุณภาพพรีเมียมที่จะมายกระดับประสบการณ์การใช้งานบนหน้าจอใหญ่ได้อย่างเต็มอรรถรสทั้งภาพและเสียงด้วยหน้าจอขนาดใหญ่พิเศษถึง 12” ขยายมุมมองให้เต็มตา คมชัดขึ้นกับความละเอียดถึง 2K แสดงผลภาพได้เป็นธรรมชาติถึง 1 พันล้านสี ในขณะเดียวกันยังได้รับการการันตีด้วย TÜV Rheinland Certification ในการช่วยลดแสงสีฟ้าและไม่มีการกระพริบของหน้าจอเพื่อช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ HONOR Pad 8 ยังมอบประสบการณ์เสียงได้อย่างน่าทึ่งด้วยลำโพง 8 ตัว ให้เอฟเฟกต์เสียงแบบ DTSx ความละเอียดสูง ทำให้ไม่ว่าจะประชุมออนไลน์ ดูหนัง หรือฟังเพลงก็ได้ยินเสียงคมชัดราวกับนั่งอยู่ในสถานที่จริง พร้อมเสพความบันเทิงได้จุใจด้วยแบตเตอรี่ขนาด 7250mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W Fast Charge 

นอกจากนี้ดีไซน์ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบอย่างประณีตด้วยวัสดุอะลูมิเนียมชิ้นเดียว บางเฉียบเพียง 6.9 มม. น้ำหนักเบา 520 กรัม ให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่แรกสัมผัส มาในสีฟ้า Blue hour สวยจับใจ

ส่วน HONOR Band 6 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมหน้าจอกระจกโค้ง 2.5D แบบ AMOLED ขนาด 1.47” อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 64% มีรายละเอียดคมชัดถึง 282 PPI ทำให้สามารถแสดงผลติดตามการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวมใส่ไปออกกำลังกายได้อย่างสบายด้วยสายยางซิลิโคนแบบนิ่ม และมีน้ำหนักเบาเพียง 18 กรัม

นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุดได้ถึง 14 วัน มาพร้อมการชาร์จแบบแม่เหล็กที่รวดเร็ว ชาร์จไวเพียง 10 นาทีก็ใช้งานได้ถึง 3 วัน ที่สำคัญ HONOR Band 6 คือคู่หูออกกำลังกายตัวจริง ด้วยโหมดออกกำลังกายแบบมืออาชีพถึง 10 โหมด และ 85 โหมดย่อยให้เลือก รวมถึงยังมีฟีเจอร์ในการตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือดได้อย่างแม่นยำตลอดทั้งวัน โดยตัวเรือนมาในสีดำ Meteorite Black

ตอกย้ำความมั่นใจด้านการรับประกันและบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยมที่สุด ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Trusted by SYNNEX กับศูนย์บริการซินเน็คฯ ทั่วประเทศที่พร้อมให้บริการลูกค้าออเนอร์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล่าสุดยังเตรียมเปิด HONOR Brand Shop แห่งแรกในไทยภายในปีนี้ และมุ่งขยายจุดขายมากกว่า 1,000 จุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีบนสมาร์ทดีไวซ์ราคาคุ้มค่าของออเนอร์ได้อย่างใกล้ชิด

สำหรับ HONOR 70 สมาร์ทโฟนสุดยอดนวัตกรรมกล้อง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 16,990 บาท และสมาร์ทโฟนระดับเอ็นทรี่ HONOR X6 มาในราคา 4,999 บาท โดยทุกรุ่นจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกันวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ส่วน HONOR Pad 8 แท็บเล็ตคุณภาพพรีเมียม ราคา 9,990 บาท และ HONOR Band 6 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคาเพียง 1,290 บาท

พิเศษสุด! กับแคมเปญเปิดตัวครั้งใหญ่ ให้เป็นเจ้าของ HONOR 70 ได้ง่ายขึ้น เมื่อทำการสั่งซื้อ HONOR 70 ล่วงหน้าระหว่างวันนี้ – 5 ตุลาคม 2565 รับฟรีทันที! HONOR Band 6 มูลค่า 1,290 บาท และประกันหน้าจอแตก* คุ้มครองนานถึง 90 วัน มูลค่า 5,200 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทดีไวซ์ไอโคนิคจากออเนอร์ได้ที่ HONOR Official Store บนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่าย HONOR ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

ติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: HONOR Thailand, Instagram: HONOR Thailand, Line OA: @SynnexThailand หรือ SYNNEX CARE โทร 1251 กด 1

*มายเหตุประกันหน้าจอแตก ครั้งภายในระยะเวลา 90 วัน

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launched-in-thailand-honor-70/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launched-in-thailand-honor-70

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy S23 และ S23+ มาพร้อมกล้องหลังดีไซน์ใหม่

Samsung มีแผนจะเปิดตัว Samsung Galaxy S23 Series ในไตรมาสแรกของปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ Galaxy S22 เปิดตัว โดยคาดว่าจะประกอบด้วย Galaxy S23, Galaxy S23+ และ Galaxy S23 Ultra ทั้ง 3 รุ่นเพิ่งผ่านการรับรองจากหน่วยงาน 3C ในประเทศจีน

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ Galaxy S23 และ Galaxy S23+ ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยออกมาให้ชมกันแล้ว

Samsung Galaxy S23

เริ่มที่ภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23 โดย Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ร่วมกับเว็บ Digit ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ Infinity-O เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน และมีขอบบางทั้ง 4 ด้าน

ส่วนด้านหลังติดตั้งกล้อง 3 ตัว เรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

มาที่ภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy S23+ ที่ Steve Hemmerstoffer หรือ @OnLeaks แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ร่วมกับเว็บ Smartprix ออกแบบด้วยโปรแกรม CAD โดยมีดีไซน์ที่คล้ายกันกับ Galaxy S23 แต่ต่างกันที่ขนาด

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ Infinity-O เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน และมีขอบบางทั้ง 4 ด้าน

ส่วนหลังติดตั้งกล้อง 3 ตัว เรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ คาดว่า Samsung Galaxy S23 จะมีขนาด 146.3 x 70.8 x 7.6 มม. ใกล้เคียงกับ Galaxy S22 แต่มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน ขณะที่ Galaxy S23+ จะมีขนาด 157.7 x 76.1 x 7.6 มม. และหน้าจอขนาด 6.6 นิ้ว และทั้ง 2 รุ่นจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 และรองรับชาร์จไว 25W

ที่มา : Playfuldroid

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s23-and-s23-renders-leak/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-s23-and-s23-renders-leak

เรียลมี เปิดตัว realme C30s ในไทย สมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมการสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ราคาสุดคุ้มเพียง 3,299 บาท!

เรียลมี” แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว realme C30s อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย realme มุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมมาสู่ C-series มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และ realme C30s ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการออกแบบและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว 

พร้อมเรียกเสียงฮือฮาในฐานะสมาร์ตโฟน Entry-level รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนนิ้วมือด้านข้างที่รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำสูง นับเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่อัดแน่นด้วยสเปกทรงพลัง แบตเตอรี่สุดอึด และหน้าจอฟูลสกรีน ขนาด 6.5 นิ้ว ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าโดนใจเพียง 3,299 บาท

realme C30s น้องใหม่ล่าสุดจากตระกูล C series ที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงในด้านการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในราคาสุดคุ้ม โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ realme C30s มาพร้อมกับเซ็นเซอร์การสแกนลายนิ้วมือด้านข้างที่มีความเร็วในการปลดล็อก 0.58 วินาที พร้อมความแม่นยำสูงถึง 99% 

ช่วยให้ผู้ใช้งานปลดล็อกได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการปลดล็อกด้านหลัง เพราะสามารถปลดล็อกได้แม้วางโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะ ด้วยอัลกอริทึมทรงประสิทธิภาพ เครื่องจึงสามารถจดจำลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขั้นสุด แม้จะมีพื้นที่สแกนลายนิ้วมือที่บางเฉียบเพียง 8×1.6 มม. ก็ตาม

อีกหนึ่งเรื่องที่ค่ายเรียลมีไม่เคยทำให้ผิดหวังคืองานดีไซน์ที่เข้าใจทุกสไตล์การใช้งาน โดย realme C30s โดดเด่นด้วยความบางเฉียบเพียง 8.5 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 182 กรัม และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ ดีไซน์ป้องกันการลื่นแบบ Micro-texture ที่นอกจากจะมอบการจับที่กระชับถนัดมือในทุกการเคลื่อนไหวแล้ว ยังสร้างสรรค์เป็นแพทเทิร์นที่สวยงามไม่เหมือนใครอีกด้วย

และสำหรับใครที่ต้องการหน้าจอที่คมชัด ใหญ่เต็มตา ก็จะต้องถูกใจกับหน้าจอ LCD คุณภาพสูงแบบฟูลสกรีน 6.5 นิ้ว ซึ่งมีอัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 88.7% พร้อมความสว่างสูงถึง 400nits ที่จะมาเพิ่มอรรถรสให้กับทุกประสบการณ์ความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว

ในแง่ของขุมกำลังก็ไม่น้อยหน้า เพราะ realme C30s ขับเคลื่อนด้วยUnisoc SC9863A Octa Core อันทรงพลัง ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไม่มีสะดุด พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh รองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนได้ลื่นไหลและต่อเนื่องยาวนาน เมื่อแบตเหลือน้อย

สมาร์ตโฟนจะเข้าสู่ Ultra Saving Mode เพื่อประหยัดพลังงานและคงฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ตโฟนไว้ได้อย่างทรงพลังและ realme C30s เครื่องนี้สามารถสแตนด์บายได้ยาวนานถึง 16.5 ชั่วโมง แม้แบตจะเหลือเพียง 5% ช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้ในทุก ๆ วัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป realme C30s ก็ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน เพราะมาพร้อมกล้องหลัง 8MP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบในทุกช็อต พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัดตรงใจ

สเปกทรงพลังและดีไซน์สุดล้ำที่ “เรียลมี” จัดมาให้อย่างไม่ยั้งใน realme C30s นับเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟน Entry-level ขึ้นไปอีกขั้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกแรงในราคาสุดคุ้มค่า realme C30s 

พร้อมวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Stripe Blue และสีดำ Stripe Black ในความจุ 2+32GB ราคา 3,299 บาท ผ่านช่องทาง realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee และ JD Central โดยวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคมทุกช่องทาง

แฟน ๆ เรียลมีสามารถติดตามรายละเอียดการวางจำหน่ายได้ผ่าน realme official ในช่องทาง Facebook Fan page: realme TH ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และติดตามข่าวสารล่าสุดของ realme ได้ที่เฟซบุ๊ก realme Official Fan Page หรือเว็บไซต์ https://www.realme.com/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-launches-realme-c30s-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-launches-realme-c30s-in-thailand

ถึงเวลาแล้วที่จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ Galaxy Z Flip3 เพียง 25,900 บาท

โอกาสการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนจอพับได้ ในราคาสุดคุ้มมาถึงแล้ว ซัมซุงส่ง Galaxy Z Flip3 สมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน พร้อมโปรโมชั่นเพื่อให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนจอพับได้ ที่จะมายกระดับและเปลี่ยนแปลงชีวิตการใช้สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ ในราคาสุดคุ้มค่า ใครที่กำลังลังเลอยู่ พลาดไม่ได้แล้ว!

Samsung Galaxy Z Flip3

รายละเอียดโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษ

เมื่อซื้อ Galaxy Z Flip3 ความจุ 128 GB สีครีม รับส่วนลดทันที 2,000 บาท โดยสามารถซื้อ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 29,900 บาท จากราคาปกติ 31,900 บาท

  • รับส่วนลดเพิ่มอีก 4,000 บาท จากราคาประเมิน เมื่อนำสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตเครื่องเก่ามาแลก ทำให้สามารถเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip3 ได้ในราคาเพียง 25,900 บาท
  • ฟรี ประกันจอ Samsung Care+ 1 ปี มูลค่า 5,099 บาท เปลี่ยนจอฟรี  ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตามมูลค่าคุ้มครอง

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Flex Community ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ Samsung Experience Store หรือ samsung.com  และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=its-time-to-own-a-foldable-smartphone-galaxy-z-flip3-for-only-25900-baht