คลังเก็บป้ายกำกับ: REVIEW

รีวิว TCL 40SE สมาร์ตโฟนจอ 90Hz พร้อมเทคโนโลยี NXTVISION, กล้องหลัง 3 ตัว 50MP และแบตเตอรี่ 5,010mAh รองรับชาร์จไว 18W

TCL ผู้นำด้านเทคโนโลยีหน้าจอระดับโลก ที่มุ่งส่งต่อเทคโนโลยีจากทีวีสู่สมาร์ตโฟน จากการเป็นผู้นำด้านแอนดรอยด์ทีวี กลับมาบุกตลาดแอนดรอยด์สมาร์ตโฟนในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ TCL Unlock the GREATNESS, Unbox your PHONES เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการปลดล็อกและก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ไปอีกขั้น

ด้วยการเปิดตัว TCL 40 Series 3 รุ่น ได้แก่ TCL 40SE, TCL 405  และ TCL 403 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงามและทนทาน ใช้งานง่ายบนหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา สีสันคมชัด สัมผัสลื่นไหล และใส่ใจด้านการถนอมสายตา สมกับเป็นสินค้าจากผู้นำด้านหน้าจอตัวจริง เทคโนโลยีกล้องสวย ลำโพงเสียงดังกระหึ่ม แบตเตอรี่อึดใช้งานได้นาน

ซึ่งทีมงาน MobileOcta ได้เครื่อง TCL 40SE มาเรียบร้อยแล้ว มาดูกันว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ไปติดตามรีวิวกันเลยครับ

TCL 40SE

สเปคเบื้องต้น TCL 40SE

ขนาด 167.91 x 76.5 x 8.45 มม.
น้ำหนัก 190 กรัม
หน้าจอ Mini-Notch แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล (260 ppi) ขนาด 6.75 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และความสว่าง 450nits
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.3GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek MT6765 Helio G37 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GE8320
RAM 4GB/6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB/256GB
microSD Card สูงสุด 1TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Dual LED ประกอบด้วย
– กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 26mm (wide), 1/2.55″, 0.7µm และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่สอง เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่สาม เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย TCL UI 5.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, Bluetooth 5.1, GPS with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS, ช่องหูฟัง 3.5 มม., USB Type-C 2.0
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,010 mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W
สี/ราคา RAM 4GB+128GB เปิดจำหน่าย 2 สี คือ สี Twilight Purple และ Dark Gray ราคา 4,999 บาท
RAM 6GB+256GB เปิดจำหน่าย 2 สี คือ สี Twilight Purple และ Dark Gray ราคา 5,999 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ TCL 40SE เป็นกล่องกระดาษสีขาว ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่ โดยด้านซ้ายข้างกล่องก็มีชื่อรุ่น ส่วนด้านขวาช้างกล้องมีข้อความ Inspire Greatness

พลิกด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเบื้องต้นเช่น หน้าจอ 6.75 นิ้ว HD+, อัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ลำโพงสเตอริโอ, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 5,010mAh รองรับชาร์จไว 18W พร้อมข้อมูลผู้ผลิต

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1.ตัวเครื่อง TCL 40SE

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 18W

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสพลาสติกใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง TCL 40SE มีรูปลักษณ์ดีไซน์เรียบหรู การประกอบแน่นหนาดูแข็งแรง และจับถือได้อย่างถนัดด้วยดีไซน์ขอบมุมโค้ง 2.5D ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มีให้เลือก 2 สีคือ สีม่วง Twilight Purple สวมกอดแสงแห่งธรรมชาติของเฉดสีม่วง ที่สะท้อนแสงคล้ายเพชร สวยงาม เลอค่า กับสีเทา Dark Grey สัมผัสความสุขุมและสงบ ก้าวไปอย่างมั่นคงด้วยโทนสีเทาเข้ม ซึ่งสีที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มารีวิวคือ สีเทา Dark Grey

หน้าจอแสดงผล Mini-Notch แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 1600 x 720 พิกเซล (260 ppi) ขนาด 6.75 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และด้วยขอบจอบางจนทำให้มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 90% พร้อมมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ความสว่าง 450nits และรองรับเทคโนโลยีหน้าจอ NXTVISION ปรับภาพให้สวยยิ่งขึ้น

โดยในรอยบากแบบหยดน้ำที่ด้านบนสำหรับติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เหนือขึ้นไปซ่อนลำโพงสนทนาไว้จนสุดขอบด้านบน รวมทั้งมีเซนเซอร์ต่าง ๆ อาทิ LIGHT SENSOR และ PROXIMITY SENSOR เป็นต้น

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช Dual LED อยู่โมดูลสี่เหลี่ยม พร้อมข้อความ 50MP AI Camera

โดยกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 26mm (wide), 1/2.55″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่สอง เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่สาม เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

รองรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 8160 x 6120 พิกเซล และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด
1080p@30fps

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card 1 ช่อง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีช่องลำโพงเสียง และช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C 2.0 และช่องลำโพงเสียง

Performance ประสิทธิภาพการใช้งาน

ในส่วนของการทดสอบการใช้งาน TCL 40 SE สมาร์ตโฟนรุ่นนี้จัดว่าอยู่ในกลุ่มระดับเริ่มต้น หรือ Entry-Level ครับ เพราะมากับชิปเซ็ตอย่าง Helio G37 ของ MediaTek ที่เน้นการใช้งานทั่วไปในระดับพื้นฐาน

และยังมาพร้อม RAM 6GB และหน่วยความจำภายใน 256GB ที่เยอะเกินเบอร์ ที่ช่วยยกระดับการทำงานของระบบให้ลื่นไหลดีขึ้นครับ โดยเฉพาะการให้ความจำภายในมาเยอะขนาดนี้ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ

หรือถ้าเป็นคนที่ใช้มือถือเก็บภาพเยอะๆ หรือวีดีโอคลิปซีรีย์หลายเรื่อง ก็ยังสามารถใส่หน่วยความจำเสริม microSD Card ได้อีกสูงสุดถึง 1TB จุใจกันไป

ด้วยสเปคระดับนี้ สามารถดูหนังฟังเพลงได้ลื่นไหลดีครับ ไม่มีสะดุดเลย แต่สำหรับการเล่นเกมอาจจะยังไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกมกราฟฟิกระดับสูงเท่าใดนักครับ ยกตัวอย่างเช่นการทดสอบเล่นเกม RoV ผมใช้การเปิดกราฟฟิกระดับเริ่มต้นก็ต้องบอกว่าได้ในระดับพอใช้เท่านั้น หรือจะเป็นเกมอย่าง PUBG Mobile จะสามารถเล่นได้ดีในกราฟิกระดับเริ่มต้นครับ จะช่วยให้เล่นได้ลื่นขึ้นอย่างแน่นอน 

ทางด้าน UI หรือ UX ของรุ่นนี้โดยรวมถือว่ามาในสไตล์ของสมาร์ตโฟน TCL รุ่นอื่นๆ ครับ คือมาในแบบค่อนข้างโล่งโปร่งสบาย ไม่มีแอปติดตั้งอะไรมาเยอะแยะให้รกเครื่องอันนี้ถือว่าดีมากครับ หน้าตาเมนูต่างๆ แทบจะไม่ต่างจากสต็อคแอนดรอยด์เลย ทำให้ใช้ได้ง่ายแม้ไม่เคยใช้แบรนด์นี้มาเลยก็ตาม เพราะตำแหน่งของเมนูจะอยู่ตามมาตราฐานของมันอยู่แล้ว 

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้ให้มาที่ 5010mAh ที่จากการทดสอบก็สามารถใช้งานทั่วไปได้เต็มวันสบายๆ ครับ เพราะชิปเซ็ตรุ่นนี้เป็นชิปที่ประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถสแตนบายได้นาน และยังมาพร้อมกับระบบชาร์จเร็ว 18W ทำให้สามารถชาร์จโดยใช้เวลาน้อยกว่าที่ชาร์จทั่วไป จากการทดสอบการชาร์จ 0-100% จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถือว่าเร็วใช้ได้ครับ และมีที่ชาร์จแถมให้ในกล่องครับ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มเอง พร้อมใช้เลยล่ะ

ด้านการรักษาความปลอดภัย การปลดล็อคหน้าจอก็ให้มาค่อนข้างครบครับ นอกจากการใส่รหัสพื้นฐานของ Android แล้ว ยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่บริเวณปุ่ม Power ด้วยครับ ซึ่งถือว่าให้มาเยอะกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นบางรุ่นในราคาเดียวกันที่ไม่ค่อยให้มา การสแกนก็ทำได้ในความเร็วระดับมาตราฐานที่ดี นอกจากนี้ยังรองรับการสแกนใบหน้า Face Unlock ด้วย

ส่วนผลการทดสอบอื่นๆ จะมีดังนี้ครับ 

ด้านการถ่ายภาพ

TCL 40 SE มาพร้อมกล้องทั้งหมด 4 ตัวครับ โดยแบ่งออกเป็นกล้องหลัง 3 ตัวและกล้องหน้า 1 ตัว ซึ่งกล้องหลังไฮไลท์จะอยู่ที่กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล AI Camera รูรับแสง F1.8 รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF และเสริมด้วยกล้องรองอีก 2 ตัวคือ กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายภาพแบบระยะใกล้มาก และกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซลอีกตัวสำหรับทำระยะชัดตื้น ช่วยเบลอฉากหลังสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรดได้เนียนตายิ่งขึ้น

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F2.0 แบบ Fixed Focus โดยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังจะรองรับการถ่ายวีดีโอที่ Full HD 1080p @30fps มาพร้อมไฟแฟลช LED สำหรับส่องสว่างในที่แสงน้อย และใช้เป็นไฟฉายได้ 

โดยรวมด้านคุณภาพของกล้องต้องบอกว่าทำได้ดีในงบนี้ครับ โดยเฉพาะกล้องหลัก 50MP รูรับแสงกว้างถึง F1.8 ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีแม้จะอยู่ในสภาวะแสงน้อย รวมถึงถ่ายภาพ Portrait ช่วยเบลอฉากหลังได้มากขึ้น ในขณะที่แบบคมชัด และยังมี AI 2.0 ช่วยปรับภาพให้สวยงานโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสถานการณ์จำลอง 22 แบบ จะถ่ายคน ถ่ายสัตว์เลี้ยง หรืออาหารก็มั่้นใจได้ว่าจะได้ภาพที่ดีที่สุดเสมอ 

โหมดการถ่ายภาพก็ให้มาครบโหมดถ่ายสนุกครับ ไม่ว่าจะเป็นโหมดอัตโนมัติ, วีดีโอ, วันช็อต, ภาพถ่ายบุคคล, มืออาชีพ, พาโนราม่า, โหมดกลางคืน, พิกเซลสูง, หยุดการเคลื่อนไหว, ไลท์แทรนซ์, วีดีโอภาพยนตร์, ซุปเปอร์มาโคร, หรือ เอฟเฟ็กต์ศิลปะ เป็นต้น โดยโหมดเด่นๆ ที่น่าใช้ก็จะเป็น One Shot ที่ใช้การกดชัตเตอร์ถ่ายวีดีโอสั้่นๆ เพียงครั้งเดียว AI ก็จะช่วยเลือกเฟรมภาพที่ดีที่สุด และคัดมาให้เราเลือกใช้อย่างสนุกครับ เช่น ภาพนิ่ง ภาพแนวใส่ Effect หรือเป็นคลิปไทม์แลบเป็นต้น

และแน่นอนว่ากล้องหน้า 8MP ก็มี AI Face Beauty ช่วยปรับสกินโทนให้ผิวเนียนสวยดูเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นโหมดเซลฟีอัตโนมัติ ที่ระบบจะตรวจจับใบหน้าที่ยิ้มมีความสุขของคุณและถ่ายให้อัตโนมัติ ก็เป็นลูกเล่นที่สนุกดีใช้ได้ครับ 

ลองชมตัวอย่างภาพถ่ายด้านล่างนี้ครับ 

บทสรุป

TCL 40 SE ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่มีฟังค์ชั่นและฟีเจอร์ที่น่าประทับใจอีกรุ่นหนึ่งครับ โดยเฉพาะจุดเด่นในการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิง มีหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา 6.75 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ พร้อมเทคโนโลยี NXTVISION Display ช่วยปรับสีสันให้คมชัดสดใส และถนอมดวงตาผู้ใช้

มีลำโพงคู่ Dual Stereo Speakers ให้เสียงดังชัดใส เพิ่มมิติในการดูหนังฟังเพลงได้เป็นอย่างดี มีแบตเตอรี่ที่เยอะ 5010mAh พร้อมการชาร์จเร็ว 18W ที่สำคัญ มาพร้อมกล้อง AI Camera ที่ชาญฉลาด ช่วยให้ถ่ายภาพสวยได้ในทุกสภาพแสง และมากับระบบ SMART MANAGER & SMART CHARGING ช่วยให้การใช้งานของแบตเตอรี่นานยิ่งขึ้นอีก

โดยรวมแล้วเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีเกินงบรุ่นหนึ่งครับ โดย TCL 40 SE รุ่น RAM 6/256GB นี้เปิดราคาเพียงแค่ 5,999 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ Twilight Purple ที่เรารีวิว และ Dark Gray

และทาง TCL ยังร่วมกับพันธมิตรมืออาชีพอย่าง SYNNEX ที่ดูแลเรื่องการบริการหลังการขายอย่างครบวงจร ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์บริการหลังการขาย 11 แห่ง บริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงหน้าประตูครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงบริการโทรสายด่วน SYNNEX Care 1251 ด้วย

และตอนนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนทั่วประเทศ ใครที่สนใจสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ สำหรับการรีวิววันนี้ก็ต้องขอจบเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ 😀

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-tcl-40se/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-tcl-40se

รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
Noppinij

สมาร์ทโฟนใหม่เน้นดีไซน์สวย  HONOR X9a 5G การออกแบบพรีเมี่ยมสวยงาม น้ำหนักเบาแต่สเปคแรงในราคาไม่แพงมากครับ เปิดตัวมาในราคา 11,990 บาทเท่านั้น

HONOR X9a 5G ใช้การออกแบบด้านหลังเครื่องโค้ง ประกบกับหน้าจอโค้ง ทำให้ได้ตัวเครื่องในลักษณะขอบโค้งบางเป็นสันเหมือนสมาร์ทโฟนตัวพรีเมี่ยมทั้งหลาย ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.9 มม. และน้ำหนักแค่ 175 กรัมเท่านั้นเอง

HONOR X9a 5G DSC05503 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

มีเข้ามาจำหน่ายสองสีครับ คือสี Titanium Silver และ Emerald Green หรือสีเขียวสัมผัสโลหะ มีประกายเวลาสะท้อนแสงแดด และใช้งานไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือ เป็นสีที่เห็นอยู่ในรีวิวนี้นั้นเองครับ

งานประกอบแน่นหนา ลองจับแล้วเข้ามือ มาตรฐานการผลิตกันน้ำระดับ IPX4 โดนน้ำกระเซ็นหรือความชื้นไม่มีปัญหาอะไรในการใช้งาน

HONOR X9a 5G DSC05331 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ด้านหลังวางวงแหวน Matrix Star Ring เป็นดีไซน์ของการวางกล้องหลังที่เด่นมากทีเดียว ให้เลนส์หลักเป็นกล้องความละเอียด 64MP ทำงานร่วมกับกล้องมุมกว้างอัลตร้าไวด์ความละเอียด 5MP และกล้องเลนส์มาโคร 2MP

HONOR X9a 5G DSC05482 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ส่วนหน้าจอของ HONOR X9a 5G เป็นจอ Ultra-tough OLED Curve Display จอโค้งที่วัดจากตัวเครื่องได้ถึง 45 องศา มาพร้อมกับกระจอเสริมแกร่งเทคโนโลยี Ultra-Tough เคลือบทับไว้ด้านหน้าด้วยความบางเพียง 0.65 มิลลิเมตร เพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้กับหน้าจอ

HONOR X9a 5G DSC05491 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้นHONOR X9a 5G DSC05535 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

หน้าจอใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ขอบจอบาง อัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 93% รีเฟรชเรทสูง 120Hz และมีตอบสนองการทัชหน้าจอสูง 300Hz เป็นสเปคจอเหมาะสำหรับเล่นเกมด้วย

แสดงสีสันได้ถึง 1.07 พันล้านสี อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีลดแสงระดับสูง PWM Dimming 1920Hz ช่วยลดอัตราการกระพริบของหน้าจอ ทำให้สายตาไม่เมื่อยล้าจากการใช้งานเป็นเวลานาน เกรดจอดี ภาพสวย และลดภาระทางสายตาไปพร้อมกัน

HONOR X9a 5G DSC05543 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ดีไซน์บางแต่มีแบตเตอรีขนาดใหญ่ 5100mAh รองรับการชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยี HONOR SuperCharge 40W จากที่ทดสอบสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 50% ในเวลาแค่ 30นาทีเท่านั้นครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องของ HONOR X9a 5G ก็จะมีตัวชาร์จ SuperCharge 40W มาให้เลย พร้อมกับเคสใสซิลิโคน แต่จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ภายในกล่องนะครับ

HONOR X9a 5G DSC05548 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ตัวเครื่องสวย บางเบา แต่แข็งแรงน่าใช้ครับ การออกแบบตัวเครื่องรู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ดีครับในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

HONOR X9a 5G DSC05327 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

การใช้งานภายใน

HONOR X9a 5G ใช้ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 695 5G มีความแรงพอตัว รองรับการใช้ทั่วไปได้สบาย และนำมาเล่นเกมได้แบบจริงจัง

ทำงานบนซอฟต์แวร์ MagicOS 6.1 ครอบทับบน Android 12 ให้ RAM 8GB และหน่วยความจำขนาดใหญ่ 256GB มีความสามารถในการขยายแรมออกไปได้ด้วย  HONOR RAM Turbo อีก 5GB ด้วยพื้นที่หน่วยความจำที่ยังไม่ใช้งาน

HONOR X9a 5G 007 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 117 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 118 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ระบบ MagicOS 6.1 มีความลื่นไหลมากครับ ตอบสนองไวและไม่หน่วงช้า จากการทดสอบใช้งานมายังไม่เจอปัญหาใดๆ ไม่ค้าง ไม่รีสตาร์ทให้เจอเลยใช้งานแล้วรู้สึกถึงความสเถียรและความคล่องตัวของระบบ แต่จุดอ่อนของระบบ HONOR ยังเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้พัฒนาโหมดสำหรับการเล่นเกมมาให้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นโหมดที่จะช่วยปรับสภาพเครื่องและปิดกั้นการแจ้งเตือนให้กับเราได้แบบอัตโนมัติ ที่เราไม่ต้องไปเปิดปิดการตั้งค่าเหล่านั้นด้วยตัวเองครับ

HONOR X9a 5G DSC05520 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

หน้าจอแสดงผลก็ปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของเราได้เยอะครับ ปรับลดค่ารีเฟรชเรทได้เองตามการใช้งาน มีโหมดถนอมสายตาลดแสงสีฟ้า หรือจะเปลี่ยนโหมดอีบุ๊คสำหรับการอ่านหนังสือผ่านสมาร์ทโฟนก็ได้ครับ

HONOR X9a 5G 101 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 102 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 103 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 104 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

การถ่ายภาพของรุ่นนี้ มีโหมดกล้องค่อนข้างครบตามที่ใช้งานกัน โหมดภาพบุคคล โหมดภาพปรับรูรับแสงเพื่อทำภาพชัดลึกชัดตื่น โหมดถ่ายภาพกลางคืน และมากับ AI คอยปรับแสงและแนวสีของภาพตามความเหมาะสมให้กับผู้ถ่ายได้อัตโนมัติ

HONOR X9a 5G 125 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 013 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 024 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 015 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

กล้องถ่ายภาพสามารถถ่ายได้ในระยะใกล้ตั้งแต่มาโคร 4 เซนติเมตร ถ่ายภาพมุมกว้าง 122 องศา และซูมแบบดิจิทัลในระยะ 8X

HONOR X9a 5G 070 rotated | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 071 rotated | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 072 rotated | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 073 rotated | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

มีโหมดกล้องคู่ สำหรับการถ่ายภาพวีดีโอทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน ปรับได้หลายรูปแบบครับ

HONOR X9a 5G 084 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 079 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 087 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

โหมดถ่ายภาพบุคคล สามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า ภาพบุคคลถ่ายได้คมตัดฉากหลังได้สวยดีครับ มีฟิลเตอร์สีสันให้เลือกเปลี่ยนอารมณ์ของภาพได้หลายฟิลเตอร์

HONOR X9a 5G 052 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 055 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 061 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
HONOR X9a 5G 062 | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

ภาพถ่ายออกมาดูสวยสมราคา ในการถ่ายภาพกลางวันคมชัดทั้งการถ่ายภาพวิวและการถ่ายภาพบุคคล ภาพที่ได้มาสีสันดี สมดุลแสงขาวไม่เพี้ยนหวังพึ่งผลลัพท์ได้ ภาพกลางคืนก็ยังลดนอยส์ได้ดี แม้จะไม่คมมากแต่พอใช้งานได้ในโหมดกลางคืน

ตัวอย่างภาพถ่ายของ HONOR X9a 5G

IMG 20230120 132030 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 183301 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172545 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172548 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 141318 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 141302 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 132759 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 132737 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 141327 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230120 142255 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 171737 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 171649 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172043 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 171633 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172205 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172304 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172609 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 172631 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 174705 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น
IMG 20230122 175230 scaled | honor | รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น

สรุปท้ายรีวิว

ตัวเลือกในเรทราคาหมื่นต้นๆ ตัวเครื่องสวย บาง การออกแบบใช้พรีเมียมดีไซน์ โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เหมือนเป็นเรือธง หน้าจอสวยขนาดจอใหญ่ มีเทคโนโลยีหรี่แสงจอที่เหนือกว่าระดับตลาด PWM Dimming 1920Hz ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของสายตาได้ดีมาก

คุณสมบัติต่างๆ มีครบทั้งเรื่องแบตเตอรี่ อายุการใช้งาน และรองรับการชาร์จไว กล้องมีคุณภาพที่ดีกว่าราคาจำหน่ายของเครื่องด้วยครับ

HONOR X9a 5G เปิดจำหน่ายในราคา 11,990 บาท ที่ HONOR Official Store บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Shopee และ Lazada และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย HONOR ทั่วประเทศ

ผู้ใช้งานสามารถรับบริการหลังการขาย ภายใต้สัญลักษณ์ Trusted by Synnex ที่มีศูนย์บริการมากกว่า 11 ศูนย์ทั่วประเทศ

ข่าว: รีวิว HONOR X9a 5G ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม น้ำหนักเบา ราคาหมื่นต้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/review-honor-x9a-5g-premium/

รีวิว OPPO A78 5G เฉดสีพรีเมี่ยม Glowing Purple สเปคครบครัน พร้อมอัพสนุกให้สุดสปีดในราคาต่ำหมื่น !!!

OPPO ต้อนรับศักราชใหม่ 2023 ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเปิดตัว OPPO A78 5G น้องใหม่ในตระกูล A Series ที่มาพร้อมสโลแกน “อัพสนุกให้สุดสปีด” ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนต่ำหมื่นที่ให้ความครบครันมาแบบครบเครื่อง ทั้งในด้านดีไซน์ ที่มีความโดดเด่นด้วยเฉดสีพรีเมียม กับสีม่วง Glowing Purple

พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 ผสานด้วย RAM ขนาดใหญ่ 8+8GB (RAM Expansion) สามารถตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้ดีเยี่ยม ด้วยหน้าจอคุณภาพสูงในขนาดใหญ่เต็มตา สัมผัสความสมูทลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 90Hz และเต็มอิ่มด้านประสบการณ์การรับฟัง ด้วยลำโพงคู่สเตอริโอ ให้เสียงคมชัด และทรงพลัง มอบการใช้งานได้ไหลลื่นด้วย ColorOS 13

อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ยาวนานครบวันด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 33W SUPERVOOC อีกด้วย ในส่วนของฟีเจอร์และความน่าสนใจอื่น ๆ ของ OPPO A78 5G จะมีอย่างไรบ้าง มาติดตามรับชมรีวิวฉบับเต็มจาก IbelieveIT กันได้เลยครับ 

สเปคเบื้องต้น OPPO A78 5G

  • ขนาด 163.8 x 75.1 x 7.99 มม.น้ำหนัก 188 กรัม 
  • หน้าจอแสดงผล 6.56-inch HD+ (1612×720), Screen ratio: 89.9%, Refresh rate: 90 Hz; Color saturation: 96% NTSC Color gamut: 96% (100% DCI-P3; 100% sRGB) Brightness: 600nit (HBM) / 480nit (Typical)
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700
  • กล้องหลัง Main camera 50MP, f/1.8, FOV 77.07°, 5P lens, AF, open-loop focus motor
  • กล้องตัวที่สอง Depth camera 2MP, f/2.4, FOV 88.8°, 3P + 1R lens, 21 mm equivalent focal
  • กล้องหน้า 8MP, f/2.0, FOV 77°, 4P lens, FF, 26mm equivalent focal length
  • แรม 8GB + 8GB (RAM Expansion)
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB (รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD)
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 13 บนพื้นฐาน Android 13 
  • แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 33W SUPERVOOCTM
  • สีที่มีวางจำหน่าย สีดำ Glowing Blac, สีม่วง Glowing Purple
  • ราคาเปิดตัว 9,999 บาท 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องของ OPPO A78 5G ยังคงเลือกใช้โทนสีฟ้าสะอาดตาเหมือนเช่นเคย  โดยด้านหน้ากล่องจะมีชื่อรุ่น/แบรนด์และตัวอักษร A Series ขนาดใหญ่พร้อมกำกับขนาดความจุ ROM/RAM ไว้ที่มุมซ้ายบนของตัวกล่อง 

ส่วนด้านหลังกล่องเป็นการให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเครื่อง เช่น ไฮไลท์, ชื่อรุ่น, สีและขนาด ROM/RAM” เป็นต้น 

สำหรับสีที่ทางทีมงานได้รับมารีวิว คือสีม่วง Glowing Purple โดยเมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบตัวเครื่องซึ่งติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยตั้งแต่โรงงาน สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีดังนี้

  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ OUTPUT 5V– 2A / 5-11V -3A MAX
  • สายชาร์จ Type-C
  • Soft Case TPU แบบใส
  • อุปกรณ์เปิดถาด SIM Card
  • ใบรับประกัน, และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน OPPO A78 5G

ปลดล็อกความเร็วแรงด้วยเครือข่าย 5G ในรูปแบบ NSA และ SA

OPPO A78 5G รองรับ 5G แบบ SA และ NSA (Non-Standalone) โดยมีหลักการทำงานโดยใช้อุปกรณ์ร่วมกับเทคโนโลยี 4G LTE ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน และสามารถใช้งานได้ทันทีในปัจจุบัน

ส่วน SA (Standalone) จะเป็นการอัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รองรับเทคโนโลยี 5G โดยเฉพาะ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า ทั้งในเรื่องความเร็ว, latency,  แบนด์วิธ และความเสถียร อีกทั้งยังรองรับอนาคตที่เทคโนโลยี 5G จะเปลี่ยนเป็น SA ทั้งหมด จึงตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าสมาร์ตโฟนที่รองรับ NSA เพียงแบบเดียวนั่นเอง 

และยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี 5G ในแบบ dual mode SA&NSA / VoNR และรองรับ 5G+5G dual SIM standby รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบรื่น  และยังส่งผลในด้านการเล่นเกมโดยสามารถดาวน์โหลดได้เร็วขึ้น มอบการเล่นเกมบนมือถือที่ราบรื่นยิ่งขึ้น รวมถึงการสตรีมอย่างต่อเนื่อง จะสายโซเชียลหรือสายเล่นเกมก็ไม่ต้องกลัวสะดุด

แบตเตอรี่

OPPO A78 5G แม้จะมีดีไซน์ที่บางเบา แต่ก็ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000mAh โดยชาร์จเพียง 30 นาทีจะได้แบต 52% และชาร์จ 67 นาที ได้แบต 100% อีกทั้งยังมาพร้อมซอฟต์แวร์อัจฉริยะ จึงมั่นใจได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง ไม่พลาดทุกการติดต่อและมอบความเพลิดเพลินด้านความบันเทิงได้ตลอดทั้งวัน และนอกจากจะให้แบตเตอรี่ความจุสูงแล้ว  OPPO A78 5G ยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ช่วยให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน

Super Nighttime Standby
อัลกอริธึมนี้จะจดจำรูปแบบการนอนหลับของคุณและลดการใช้พลังงานโดยการจำกัดแหล่งจ่ายไฟสำหรับส่วนประกอบต่าง ๆ ระดับแบตเตอรี่จะลดลงเพียง 2% ถึง 3% ในชั่วข้ามคืน

SuperPowerSavingMode
เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือ10% ข้อความแจ้งของระบบจะปรากฏขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ให้ใช้งานได้นานที่สุด

ดีไซน์เฉดสีพรีเมียม กับสีม่วง Glowing Purple พร้อมขอบเหลี่ยมทันสมัย

OPPO A78 5G มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวด้วยดีไซน์บางเบาสวยงามทันสมัย โดยมีน้ำหนักประมาณ188 กรัม และมีความหนาประมาณ 7.79 มม. จึงช่วยให้จับถือและพกพาสะดวกคล่องตัวในทุกการใช้งานของชีวิตประจำวัน และยังสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ทุกเพศวัย ด้วยโทนสีระดับพรีเมียม ผสานตัวบอดี้ Ultra-Slim แบบตัดขอบเรียบซึ่งมอบรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและอินเทรนด์ของปี 2023 ได้อย่างลงตัว

ทั้งนี้ OPPO A78 5G มาด้วยกันสองสีได้แก่ สี Glowing Blackหรือสีดำบริสุทธิ์ที่เปรียบได้กับจักรวาลอันกว้างใหญ่ และสีม่วง Glowing Purple ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีม่วงอ่อนของดอกไลแลคที่แสดงถึงความหรูหราและมีระดับนั่นเอง

นอกจากนี้ตัวฝาหลังยังมีความโดดเด่นด้วยรูปแบบของเส้นแสงบนโมดูลกล้องที่ขยายไปถึงฝาหลังเหมือนลำแสงที่ส่องประกาย พร้อมมอบความสวยและสร้างสรรค์ทุกความสดใสให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสตั้งแต่แรกเห็น และด้วยแนวทางการออกแบบในสไตล์ OPPO Glow อันเป็นเอกลักษณ์ ที่นอกจากจะให้พื้นผิวโทรศัพท์ที่แวววาวแล้ว ยังช่วยป้องกันรอยนิ้วมือบนตัวเครื่องได้อีกด้วย

ดีไซน์ในภาพรวม

ด้านบนของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ  ส่วนด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ตามด้วยไมค์สนทนา / พอร์ต Type-C   และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

สำหรับฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ด ส่วนฝั่งขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์  โดยตัวปุ่มพาวเวอร์จะมีการฝั่งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Side Fingerprint Unlock ที่รองรับการใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ 

ตัวถาดซิมการ์ดจะเป็นแบบ Hybrid Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม หรือเลือกใช้งาน 1 ซิมการ์ดร่วมกับ MicroSD Card โดยรองรับหน่วยความจำภายนอกชนิด MicroSD Card ได้สูงสุดถึง 1TB

OPPO A78 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล HD+ ขนาดใหญ่เต็มตา 6.56 นิ้ว ให้สีสันสดใสคมชัด โดยมีอัตราส่วนขนาดหน้าจอต่อเครื่อง 89.9% พร้อมรองรับอัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz ในแง่ฟีเจอร์ถือว่าให้มาอย่างครบครัน ทั้งโหมดถนอมสายตา, รองรับขอบเขตสี Color gamut: 96%, (100% DCI-P3; 100% sRGB) Color saturation: 96% ให้ความสว่างสูงสุดที่ 600nit (HBM) / 480nit (Typical)

ในส่วนของกล้องหน้าเซลฟีนั้นให้ความละเอียดมาที่ 8MP และมีรูรับแสงกว้าง f/2.0 โดยกล้องหน้าจัดวางอยู่ส่วนบนของหน้าจอแสดงผลรูปทรง Waterdrop ส่วนเซนเซอร์วัดแสงและลำโพงสนทนาจะวางตำแหน่งไว้ที่ขอบจอของตัวเครื่องซึ่งช่วยให้จอแสดงผลได้เต็มพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย

กล้องหลัง AI Dual Camera ความละเอียด 50MP พร้อมไฟแฟลช 1 ดวง

กล้องหลังจัดวางในแถบวงรีแบบแนวยาวพร้อมข้อความกำกับ INNOVATIVE AI CAMERA สำหรับตัวโมดูลกล้องจะเป็นรูปทรงกลมและล้อมคาดด้วยขอบโลหะเพิ่มความพรีเมียม สำหรับกล้องหลัง AI Dual Camera บน OPPO A78 5G มีรายละเอียดดังนี้ 

กล้องหลักความละเอียด 50MP มี Sensor ขนาด 1/2.76″ และขนาด Pixel Size ที่  0.64 μm, ค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 
กล้องตัวที่สองความละเอียด 2MP Sensor ขนาด 1/5″ และขนาด Pixel Size ที่  1.75 μm, ค่ารูรับแสงกว้าง f/2.4

OPPO A78 5G ไม่ได้เด่นในด้านดีไซน์เพียงอย่างเดียว ในแง่ของคุณภาพวัสดุและเทคโนโลยีการผลิตยังมาพร้อมมาตรฐาน OPPO Enduring Quality ซึ่งทางค่าย OPPO มุ่งมั่นที่จะจัดหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและมอบการสนับสนุนลูกค้าที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยผลิตภัณฑ์ OPPO ทั้งหมดต้องผ่านการทดสอบหลัก 6 หมวดหมู่ ได้แก่การทดสอบการตกหล่น การกันน้ำ การแผ่รังสี สภาพแวดล้อม การตกไม่แรง และสัญญาณ รวมถึงการทดสอบความทนทานอย่างเข้มงวดมากกว่า 130 รายการ และการทดสอบคุณภาพที่ครอบคลุมกว่า 320 รายการเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพที่ดีที่สุดก่อนส่งมอบถือมือไปยังผู้ใช้งานทั่วโลก

อ่านต่อหน้า 2

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-oppo-a78-5g/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-oppo-a78-5g

รีวิว WHY NOVA Smart Watch ครบทุกฟังก์ชัน ในราคาที่เข้าถึงได้

รีวิว WHY NOVA Smart watch ราคาดี มีฟีเจอร์ครอบคลุม ตอบ […] More

from:https://www.iphonemod.net/review-smart-watch-why-nova.html

รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
Noppinij

OPPO A78 5G สมาร์ทโฟนออกแบบดี รองรับ 5G พร้อมสีใหม่ สีม่วง Glowing Purple มีสเปคคุ้มกับราคาที่เปิดตัวมาในเรทไม่ถึงหมื่นเท่านั้นครับ

OPPO A78 5G ใช้ตัวประมวลผลเป็น Dimensity 700 ชิปเซ็ตระดับ 7 นาโนเมตร ตัวแรงของสมาร์ทโฟนระดับ Mid-End เป็นชิปเซ็ตในตัวเลือกที่ดีมาก รองรับการใช้งาน 5G ได้ทั้งสองซิมพร้อมกัน ทำงานคู่กับ RAM ขนาดใหญ่ถึง 8GB และมีความสามารถในการขยายแรม RAM Expansion ที่ได้รับการอัพเกรดให้สามารถขยายแรมออกไปด้วยหน่วยความจำภายในที่ยังไม่ถูกใช้งานได้อีกถึง 8GB เลยทีเดียว รวมเป็นขนาด 8GB+8GB ถือว่าเยอะมาก และมีหน่วยความจำภายในมาให้ 128GB ครบเครื่องแรงดีในด้านสเปคการใช้งานครับ

OPPO A78 5GDSC05316 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่นOPPO A78 5GDSC05443 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ประสิทธิภาพแรงเกินพอจะนำมาใช้งานทั่วๆ ไปได้ทั้งหมด รวมถึงการนำมาเล่นเกมรุ่นนี้ก็ทำได้ดีเช่นกัน จากการทดสอบสามารถเล่นเกมภาพกราฟิกสวยๆ ได้ลื่นไหลครับ เกมที่มีเอฟเฟ็กต์สกิลใหญ่ๆ อย่างพวก MMORPG ก็เล่นได้สบายไม่มีปัญหาอะไร

OPPO A78 5GDSC05239 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่นOPPO A78 5GDSC05475 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ต้องบอกว่าออกแบบตัวเครื่องและระบบความร้อนภายในมาได้ดีด้วย เพราะไม่ร้อนเลยในเวลาใช้งานนานๆ ภายในติดตั้งชุดระบายความร้อน Multi-cooling System ช่วยกระจายอุณหภูมิและระบายออกได้รวดเร็ว แม้จะเสียบชาร์จไฟไปพร้อมใช้งานตัวเครื่องก็ไม่มีความร้อนสูงจนต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด รองรับ 5G ทั้งสองซิมโดยใช้ช่องใส่ซิมแบบไฮปริด สามารถสลับซิมการ์ดที่สองไปใส่ Micro SD Card ได้แทนครับ และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้ง 2.4 และ 5.0GHz ด้วย

OPPO A78 5GDSC05421 1 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5GDSC05424 1 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ระบบชาร์จที่ให้มาก็เป็นระบบตัวเก่งของ OPPO ครับ 33W SUPERVOOC สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh ได้มากเกินกว่า 52% ในเวลาแค่ 30 นาที ซึ่งมาตรฐานการชาร์จของ OPPO มีความปลอดภัยสูงครับ มีระบบการป้องกันหลายชั้นตั้งแต่หัวชาร์จไปจนถึงตัวเครื่อง เวลาใช้งานก็จะอุ่นใจได้ครับเพราะแบรนด์นี้เขามีมาตรฐานการผลิตที่เรียกว่า OPPO Enduring Quality ซึ่งเป็นการทดสอบความทนทานของตัวเครื่องในหลายๆ ส่วนก่อนการผลิตออกมาจำหน่ายจริง เช่นความทนต่อแรงบิด, แรงกด ทดสอบความทนทานของปุ่มกดต่างๆ ให้ใช้งานได้เป็นแสนๆ ครั้งโดยไม่เสียหรือชำรุดไปไวก่อนเวลาอันควร มาตรฐานเขาดี

OPPO A78 5GDSC05454 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

หน้าจอแสดงผลขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด HD+ Refresh rate 90Hz ขอบจอเล็กอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 89.9% จอภาพสวยครับ ความแม่นยำของสีสูง NTCS Color Gamut 96%, 100% DCI-P3 ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 8MP รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน

OPPO A78 5GDSC05195 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

OPPO A78 5G มีจุดเด่นที่ระบบเสียงด้วยครับ เพราะรุ่นนี้มากับลำโพงคู่ สเตอริโอรอบทิศทาง เสียงดังดีชัดเจนครับ เปิดใชัดูหนังฟังเพลงในห้องส่วนตัว ไม่ต้องต่อลำโพงภายนอกเพิ่ม

OPPO A78 5GDSC05233 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ตัวเครื่องของ OPPO A78 5G ออกแบบมาได้สวยงามครับ ใช้การผลิตฝาหลังแบบ OPPO Glow ผิวสัมผัสคล้ายโลหะกึ่งกระจก นอกจากสวยแล้วก็จะช่วยลดการเกิดรอยขีดขาวย และเวลาใช้งานก็จะไม่เกิดรอยนิ้วมือขึ้นมาให้ต้องเช็ดบ่อยๆ อีกด้วย ออกแบบเครื่องมาได้ทันสมัยและดูบางดีเช่นเดิมครับ แค่ 7.99 มม.

OPPO A78 5GDSC05254 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5GDSC05189 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5GDSC05208 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5GDSC05279 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ขอบเครื่องตัดเหลี่ยม ทรงทันสมัย สีสวยมากด้วย โดยมีการนำเข้ามาจำหน่ายสองสีครับ Glowing Purple เป็นสีม่วงอ่อนจากดอกไลแลค มีความงดงาม ดูหรูหรามีระดับ อีกหนึ่งสีคือ Glowing Black สีดำบริสุทธิ์แต่มีลวดลายบนผื้นผิวคล้ายอวกาศ รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง ขอบเครื่องตัดเหลี่ยมกระชับจับเข้ามือ น้ำหนักเบาพกพาง่าย 188 กรัม

OPPO A78 5GDSC05269 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ชุดกล้องหลังเป็นพื้นเรียบระดับเดียวกับฝาหลัง แต่ตัดกันด้วยสีสันและพื้นผิวขัดเงา วางกล้องหลังคู่ความละเอียด 50MP และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP ช่วยจับโฟกัส

OPPO A78 5GDSC05347 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีตัวชาร์จ 33W SUPERVOOC และสาย USB Type C และเคสใสซิลิโคน แต่จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ภายในกล่องนะครับ

OPPO A78 5GDSC05440 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5GDSC05448 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ระบบใช้งาน Android 13 ครอบทับด้วย ColorOS 13

ระบบที่ติดตั้งมาให้เป็นระบบใหม่ล่าสุด Android 13 ครอบทับด้วยระบบล่าสุด ColorOS 13 เป็นระบบใหม่ล่าสุดเช่นกันครับ ภายในมีการใส่ฟังก์ชั่นในด้านความสะดวกสบายของผู้ใช้และความปลอดภัยมาให้ เป็นระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายๆ สามารถปรับแต่งธีม ไอคอน และโทนสีของ UI ได้เองค่อนข้างอิสระเลยครับใน ColorOS 13 เลือกพื้นหลังและสีที่อ้างอิงเข้ากันมาใช้ได้เองในการตั้งค่าครับ

OPPO A78 5G Review 162 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 226 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 228 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 229 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 234 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

การทำงานมีฟังก์ชั่นฉลาดๆ เยอะ เช่นการเซฟหน้าจอด้วยการสไลด์สามนิ้วลงบนหน้าจอ เลือกพื้นที่เซฟหน้าจอได้อิสระ รวมถึงการทำงานแบบมัลติวินโดวเปิดใช้งานได้หลายแอปพร้อมๆ กัน

OPPO A78 5G Review 187 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 189 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 190 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 193 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ทำงานได้ทั้งแบบแบ่งหน้าจอ และแบบเป็นป๊อบอัพ เลือกปรับขยายหรือสลับแอปไปมาได้ตลอดครับ สิ่งหนึ่งที่ระบบของ OPPO ทำมาได้สะดวกมากคือการเปิดหน้าต่างแอปใหม่เพื่อทำการแชร์ไฟล์ในขณะนั้นขึ้นมาโดยเฉพาะครับ เพราะเราไม่ต้องสลับหน้าต่างไปยังแอปอื่นในขณะทำงาน

OPPO A78 5G Review 197 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 222 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 236 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 237 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

การปรับหน้าจอเพื่อแสดงสีสันในลักษณะที่ต้องการ เร่งสีด้วย AI เมื่อใช้งานในแอปพลิเคชั่นเล่นวีดีโอบางตัว และมากับโหมดถนอมสายตาลดแสงสีฟ้า หรือจะปรับหน้าจอให้กลายเป็นขาวดำเหมือนหน้ากระดาษเพื่ออ่านหนังสือก็ทำได้

OPPO A78 5G Review 169 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 170 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 231 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 232 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ด้านการจัดสรรพลังงานของ OPPO A78 5G มีมาทั้งโหมดที่เน้นความสมดุล หรือจะเน้นประหยัดพลังงานเพื่อการใช้งานที่ยาวนานได้มากขึ้น หรือจะเร่งประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่สนใจในเรื่องของพลังงานมากนักก็ทำได้ครับ

โหมด Super Nighttime Standby เป็นการทำงานของตัว AI ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องลงไปอย่างมากในยามที่เราหลับ ตัดการทำงานที่ไม่จำเป็นออกไปได้เอง ทำให้ในเวลาหนึ่งคืนตัวเครื่องจะใช้พลังงานไปแค่ประมาณ 2% ในการสแตนด์บายได้ทั้งคืนเท่านั้นเองครับ

รวมถึงมีโหมดเร่งประสิทธิภาพเครื่อง เราสามารถปลดล็อกตัวจำกัดของโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานการประมวลผลได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดโดยไม่สนใจในเรื่องของการใช้พลังงานได้เองด้วยครับ สำหรับวันที่เราไม่ได้สนใจกับระยะเวลาสแตนด์บายของแบตเตอรี่สักเท่าไหร่ ก็เปิดใช้งานได้เลย

OPPO A78 5G Review 184 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่นมีการโหมดฉุกเฉินในการเซฟพลังงานไว้ขั้นสูงสุดในยามวิกฤต Super Power Saving Mode เป็นโหมดประหยัดพลังงานที่ ตัวระบบจะปิดการทำงานอื่นๆ และปรับหน้าจอเป็นพื้นหลังดำ จะช่วยยืดอายุการใช้งานคงเหลือของแบตเตอรี้่ออกไปได้อีก 3 เท่า

OPPO A78 5G Review 201 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 202 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 203 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 204 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

Game Mode ก็จะเป็นอีกฟังก์ชั่นที่จะช่วยปรับระดับประสิทธิภาพเครื่อง โดยเน้นไปที่ความสำคัญในการเล่นเกมเป็นหลัก เช่นโหมด”ใช้พลังงานต่ำ” เพื่อการเล่นเกมที่จะกินพลังงานเครื่องได้น้อยที่สุดแต่ก็แลกมากับความหน่วงช้าลงกว่าปกติสักหน่อย หรือ”โหมดสมดุล” และสุดท้ายคือ”โหมดโปรเกมเมอร์” เป็นโหมดที่เน้นไปที่ประสิทธิภาพ เพื่อการเล่นเกมที่ไหลลื่นและไม่มีการขัดจังหวะในการเล่นเกม โดยระบบจะปิดกั้นการแจ้งเตือน เร่งความไวตอบสนองของการทัชบนหน้าจอ และเปิดระดับเฟรมเรทสูงสุดของเครื่องออมาทำงาน เน้นไปที่ประสิทธิภาพแต่ก็จะแลกมากับการกินพลังงานมากขึ้นและตัวเครื่องอาจจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่จากที่ทดสอบ แม้จะเปิดโหมดโปรเกมเมอร์ขึ้นมาใช้งานเป็นเวลานานๆ ตัวเครื่องก็ไม่เกิดความร้อนสะสมมากมายอะไรให้ต้องเป็นกังวลครับ

OPPO A78 5G Review 220 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 219 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 215 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ในระบบ OPPO A78 5G จะมากับความสามารถใหม่ที่อยู่ใน ColorOS 13 เช่นการเบลอหน้าและชื่อของผู้ใช้งานในการแชต ได้ด้วยการคลิ๊กปกปิดข้อมูลเพียงครั้งเดียว หรือการลบ TAG ข้อมูลของภาพถ่ายออกไปได้ในคลิ๊กเดียวก่อนการแชร์ออกไปได้เช่นกัน

OPPO A78 5G Review 178 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 180 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

กล้องถ่ายภาพ

OPPO A78 5G มากับกล้องหลังคู่ AI ความละเอียดกล้องหลัก 50MP ทำงานคู่กับเลนส์ช่วยโฟกัส 2MP  กล้องหน้าความละเอียด 8MP โฟกัสภาพไว มีตัว AI และ HDR ช่วยในการทำงาน กล้องรุ่นนี้ไม่ผิดหวังสามารถนำไปใช้ถ่ายภาพท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างดีครับ

OPPO A78 5G Review 134 rotated | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 022 rotated | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

มีความสามารถในการถ่ายภาพ Ultra-Clear 108MP ได้ด้วยนะครับ เป็นการใช้ซอฟท์แวร์ในการรวมภาพจากกล้องหลัง 50MP มาสร้างภาพขนาดใหญ่ในการถ่ายเพียงแชะเดียว ถ่ายเพื่อนำไปซูมใช้งานในบางส่วนของภาพได้โดยยังมีความคมชัดเช่นเดิม

OPPO A78 5G Review 131 rotated | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 130 rotated | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดต่างๆ ของ OPPO A78 5G

ภาพดีครับ เข้มและคมชัด ภาพกลางคืน Night Mode ก็ยังคงคุณภาพของภาพได้ดีครับ

IMG20230120141350 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230120141444 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122150812 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230120132024 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230120141504 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230120142507 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122151030 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122183655 01 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122184716 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230120141927 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

กล้อง OPPO A78 5G มากับ AI Portrait Retouch การปรับแต่งผิวหน้าและรายละเอียดของใบหน้าได้สวยงาม ทำงานฉลาดดูไม่หลอกตาหลังการปรับแต่งเลยครับ ภาพบุคคลของ OPPO ยังคงทำได้อย่างยอดเยี่ยม ปรับระดับระยะชัดลึกชัดตื้นได้ตั้งแต่ f 0.95 ไปจนถึง f16 ทำงานพร้อมกับ AI Portrait Retouch โดยสามารถทำงานได้ดีทั้งหน้าและกล้องหลังเลยครับ รวมถึงการใช้ AI Portrait Retouch ในการถ่ายวีดีโอก็ทำงานได้เช่นกันด้วย

OPPO A78 5G Review 070 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 038 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 052 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

มาพร้อมกับฟิลเตอร์ปรับสีสันแบบต่างๆ ให้เราสามารถเติมแต่งปรับภาพได้ก่อนถ่ายหลากหลายมากครับ ทั้งในตอนกลางวัน ตอนกลางคืน และรวมถึงการถ่ายวีดีโอด้วยเช่นกัน สามารถถ่ายวีดีโอโดยการเลือกดึงสีเก็บไว้เพียงสีใดสีหนึ่งระหว่าง สีแดง, เขียว, น้ำเงิน

OPPO A78 5G Review 080 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 099 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 112 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
OPPO A78 5G Review 114 | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

Portrait Mode  แสงดีภาพสวย โดยฟิลเตอร์ต่างๆ ที่มีภายในตัวกล้อง จะช่วยทำแนวภาพใสๆ หวานๆ นุ่มๆ ให้กับการถ่ายคนได้หลากหลายด้วย ^^

IMG20230122152728 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122155153 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122154814 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122162754 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122165042 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น
IMG20230122163505 scaled | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

สรุปท้ายรีวิว

OPPO A78 5G เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องสวย มาตรฐานดี เกรดงานผลิตพรีเมี่ยมที่เปิดจำหน่ายมาในราคาไม่ถึงหมื่นบาทครับ งานเครื่องดีงามเช่นเดิมสำหรับ OPPO ในรุ่นนี้ รองรับการใช้งาน 5G มีชิปเซ็ตที่แรงคุ้มค่า ให้แรมมาขนาดใหญ่มาก 8GB ซึ่งรองรับการขยายออกไปได้อีก 8GB แรมใหญ่ครับ

หน้าจอใหญ่ภาพสวยและลำโพงสเตอริโอคู่ บนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับชาร์จไว 33W SUPERVOOC ชาร์จไวและปลอดภัย

ระบบภายในไหลลื่น ตัวเครื่องภายนอกสวยงาม ทนทาน มีมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ของ OPPO เป็นการันตี

OPPO A78 5G เปิดจำหน่ายในไทยราคา 9,999 บาทที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับของแถมสุดพิเศษ E-VIP Card รับประกันหน้าจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 4,000 บาท และ OPPO Trendy Bag มูลค่า 1,999 บาท มูลค่ารวม 5,999 บาท

และพิเศษเมื่อสั่งซื้อทางผู้ให้บริการเครือข่าย dtac ราคาเริ่มต้นเพียง 4,190 บาท และ AIS ราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2566

oPPO A78 5G | A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น

รายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ : https://bit.ly/3k8suu9

ข่าว: รีวิว OPPO A78 5G ตัวเลือกที่ดีสุดของสมาร์ทโฟน 5G ราคาไม่ถึงหมื่น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/review-oppo-a78-5g-ram-8gb-dimensity700/

รีวิว acerpure clean V1 : เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย สะอาดง่าย อย่างมือโปร

วันนี้เราจะพาทุกคนมารับชมเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย acerpure […] More

from:https://www.iphonemod.net/review-acer-pure-clean-v1.html

รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Noppinij

Oukitel WP19 เป็นสมาร์ตโฟนที่อยู่ในประเภท Rugged Phone หรือกลุ่มอุปกรณ์สายลุย แตกต่างกับสมาร์ตโฟนทั่วไปอย่างมาก ภายนอกจะดูเป็นอุปกรณ์ภาคสนามที่ออกแบบมาเพื่อความสมบุกสมบัน ลุยได้ทุกสภาพแวดล้อม และพร้อมใช้ในทุกสภาพอากาศ โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่มากับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปมากถึง 7 เท่าเลยทีเดียว

Oukitel WP19 DSC05092 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

เรามารู้จักกับ Oukitel (อ่านว่า “อูคิเทล” ) WP19 รุ่นนี้กันครับ

Oukitel WP19 ใช้การออกแบบภายนอกที่เห็นได้ชัดว่าเป็นอุปกรณ์ Rugged Phone ตัวเครื่องหนา หนัก 570g ไม่ใช่มือถือที่จะเอาพกพาใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน

Oukitel WP19 DSC05095 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

งานประกอบแน่น มีความถึก ได้มาตรฐานมาทั้ง IP68 & IP69K และ MIL-STD-810H ทนน้ำทนฝุ่นและทนทานต่ออุณหภูมิ บุกป่า ลุยเขา เอาไปลุยกับเราได้ทุกสภาวะผจญภัย และยังทนทานต่อแรงกระแทกได้มากกว่าสมาร์ตโฟนโดยทั่วไป เพราะป้องกันการตกกระทบในระดับความสูงไม่เกิน 1.5เมตรได้ในตัวอีกด้วย

Oukitel WP19 DSC05391 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพOukitel WP19 DSC05396 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

การออกแบบทรงเครื่องมีสันหลบมุมเพื่อให้เข้ารูปกับฝ่ามือ ทำให้ถือใช้งานไม่ลำบากมากนักสำหรับมือผู้ชาย ฝาหลังใช้วัสดุกึ่งหนัง เสริมโครงโลหะ ขอบเครื่องผิวสัมผัสยาง วัสดุทุกอย่างออกแบบให้มีความกระชับกับการถือของมือ ไม่ลื่นหลุดมือง่ายๆ และยังเป็นตัวกันกระแทกให้กับตัวสมาร์ทโฟนในตัวไปด้วยนั้นเองครับ

มีปุ่ม Smart Key เป็นปุ่มพิเศษของเครื่อง สามารถกำหนดให้ทำงานเป็นปุ่มเรียกใช้ฟังก์ชั่นด่วน ฟังก์ชั่นสำคัญได้โดยตรง รวมถึงเป็นปุ่มเปิดฟังก์ชั่น SOS ขอความช่วยเหลือด่วน ตัวอุปกรณ์จะพยายามส่องแสงและส่งเสียงเพื่อบอกพิกัด รวมถึงติดต่อไปยังรายชื่อที่เราตั้งไว้ได้สูงสุดพร้อมกัน 3 รายชื่อครับ

Oukitel WP19 DSC05102 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

ปุ่มกดเป็นโลหะดูแข็งแรงทุกปุ่ม รองรับการสแกนลายนิ้วมือด้วยปุ่มพาวเวอร์ด้านข้างเครื่อง

Oukitel WP19 DSC05105 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

พอร์ตทุกพอร์ตจะมีฝาปิด เพิ่มความแน่นหนาและไม่ให้อะไรเข้าไปอุดตันตามช่องต่างๆ ได้ง่าย ใช้พอร์ตชาร์จเป็น USB Type C และมีช่องหูฟัง 3.5มม.

Oukitel WP19 DSC05114 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 DSC05116 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

รองรับ 4G สองซิมการ์ดและช่องใส่ micro SD Card เปิดออกได้โดยการเปิดฝาแล้วใช้เข็มจิ้มซิม ซึ่งเข็มจิ้มซิมที่ให้มาออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ทั้งสองด้าน เพื่อใช้เปิดฝาปิดและเป็นเข็มจิ้มถาดซิมได้อีกด้านหนึ่ง

Oukitel WP19 DSC05389 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

ความถึกทนในรูปแบบอุปกรณ์ภาคสนาม แค่ดูรูปทรงก็รู้เลยว่าสายพันธุ์ลุยแน่นอนครับ มีการทำหูแขวนสำหรับใส่สายรัดหรือยึดกับอุปกรณ์พกพามาให้ท้ายเครื่อง

Oukitel WP19 DSC05108 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

Oukitel WP19 DSC05375 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

ความทนทานของตัวเครื่อง มาพร้อมกับความอึดทนของแบตเตอรี่ภายใน ที่ให้มาขนาดใหญ่ถึง 21,000mAh เรียกว่าใหญ่ท็อปสุดของโลก ทำให้ Oukitel WP19 มีอายุการสแตนบายด์ใช้งานได้นานกว่าสามเดือนเลยทีเดียวครับ การสแตนด์บายใช้พลังงานน้อยอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะเครื่องที่มีแบตเตอรี่มากขนาดนี้ถ้านำติดตัวไปท่องเที่ยวเชิง adventure ไม่ได้หยิบมากดเล่นอะไรมากนัก เป็นไปได้ว่าตลอดทริปอาจจะไม่ต้องชาร์จพลังงานเลยสักครั้งก็ได้ครับ

Oukitel WP19 Rugged Phone 006 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

และจากการทดสอบใช้งาน โดยเปิดหน้าจอต่อเนื่องทิ้งไว้ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ใช้แบตเตอรี่ไปแค่ชั่วโมงละ 3% เท่านั้นเอง ฉะนั้นถ้าจะเฉลี่ยการใช้งานต่อเนื่องจนให้แบตเตอรี่หมดก็ต้องเปิดเล่นวีดีโอหรือเล่นเกมไม่พักไปนานกว่า 30 ชั่วโมงละครับแบตเตอรี่ถึงจะหมด

Oukitel WP19 รองรับระบบชาร์จไว Fast Charging 33W สามารถชาร์จแบตได้ 80% ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ ใช้เวลานานสักหน่อยเพราะแบตก้อนใหญ่มากๆ

Oukitel WP19 DSC05400 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ครับ 6.78 นิ้ว FHD+ เป็นจอ IPS Refresh Rate 90Hz จอใหญ่เห็นชัด สู้แสงได้ดีครับ ส่วนลำโพงเดี๋ยวด้านหลัง เสียงดังชัดครับ ออกแหลมเล็กน้อยเพื่อให้เราได้ยินเสียงของอุปกรณ์ได้ชัดไกลมากขึ้น

Oukitel WP19 DSC05097 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

Oukitel WP19 มาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพอีกด้วยครับ มากับกล้องหลัง 3 ตัว ใช้กล้องหลักเป็น 64MP Samsung S5K ทำงานร่วมกับเลนส์ Macro 2MP และสุดท้ายคือกล้อง SONY IMX 350 ความละเอียด 20MP

Oukitel WP19 DSC05095 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

แต่ด้วยการออกแบบที่ทำมาเพื่องานผจญภัย เช่นลุยป่า งานแอดเวนเจอร์ ที่เราอาจจะเจอกับสิ่งต่างๆ จากสถานการณ์ซึ่งไม่ใช่แค่สภาพในเมือง กล้องของ Oukitel WP19 จึงมีการใส่ตัว Night Vision IR Emitter มาเพื่อจับโฟกัสวัตถุในสภาพมืดมากๆ มาให้ใช้งานกันด้วย จะทำงานเมื่อเราเปิดกล้องโหมด Night Vision ในที่แสงน้อยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

Oukitel WP19 DSC05380 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

รองรับโหมดถ่ายรูปใต้น้ำ โหมดมาโคร และโหมดกลางคืน กล้องถือว่ามาครบหมด และมีความพิเศษครับ

Oukitel WP19 Rugged Phone 024 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 Rugged Phone 027 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

โดยเฉพาะในที่มืดสนิท ตัว Night Vision IR Emitter สามารถจับภาพในสภาพที่ไร้แสงได้เหมือนแว่นมองกลางคืนเลยครับ

Oukitel WP19 Rugged Phone 023 e1674397924499 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

ภาพมาโครและโหมดความละเอียด 64MP ถือว่ามีคุณภาพใช้ได้เลยครับ เหมาะแล้วสำหรับการใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องเก็บภาพสิ่งต่างๆ ได้ในความละเอียดที่สูงและชัดเจนเป็นหลักครับ

IMG 20230122 164327 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
IMG 20230122 164409 scaled | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
IMG 20230122 164425 scaled | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

สเปคชุดประมวลผลอยู่ในระดับปานกลาง MediaTek Helio G95 ให้ RAM 8GB และ ROM 256GB รันระบบ Android 12 สเปคไม่สูงมาก ให้ระดับการทำงานต่างๆ ลื่นไหลพอประมาณ ไม่ช้าไม่หน่วง ทำงานต่างๆ ได้ดีครับ

Oukitel WP19 Rugged Phone 003 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 Rugged Phone 004 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 Rugged Phone 005 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

ระบบภายในเป็น Android 12 ทำงานได้ทุกอย่างตามความสามารถของระบบ Android แต่ภายใน Oukitel WP19 จะมีการออกแบบมาเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับการทำงานของสาย Rugged Phone โดยเฉพาะเพิ่มเติม

มีโหมดการทำงานที่จำเป็นต่อสถานการณ์เช่น เปิดไฟแฟลชเป็นสัญญาณไฟเมื่อมีสายเรียกเข้า, ยกเครื่องขึ้นแนบหูเพื่อรับสายอัตโนมัติทันที, ปุ่มเปิดไฟฉายด่วน, การส่งขอความช่วยเหลือ SOS โดยการกดปุ่ม Smart Key ค้างไว้ เป็นต้น

Oukitel WP19 Rugged Phone 007 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 Rugged Phone 008 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

การตั้งหน้าที่ของปุ่ม Smart Key ทำได้หลายหน้าที่ครับ กำหนดไว้ได้ทั้งการกดครั้งเดียว กดสองครั้ง และแบบกดค้างไว้

Oukitel WP19 Rugged Phone 011 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

รองรับการรับสัญญาณวิทยุแบบไม่ต้องใช้ Internet จะใช้สายหูฟังเพื่อเป็นสายรับสัญญาณ และมีกล่องเครื่อง ToolBag เป็นแหล่งรวมเครื่องมือที่ช่วยเหลือผู้ใช้งานได้ในหลายกรณี เช่นเป็นเข็มทิศ, เป็นไฟฉาย, เป็นตัวจับเสียง, วัดองศา, วัดระดับน้ำ, เป็นแว่นขยาย เป็นต้น และตัวทำเสียงจำลอง Voice Simulation เป็นเสียงสุนัขเห่า, เสียงเครื่องยนต์ อาจจะไม่เหมือนจริงเท่าไหร่ แต่มีเสียงไซเรนและเสียงหวอขอความช่วยเหลือ ที่จะมีประโยชน์แน่นอนในบางกรณีที่ฉุกเฉินครับ

Oukitel WP19 Rugged Phone 014 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ
Oukitel WP19 Rugged Phone 015 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

สายหูฟังและที่ชาร์จ 33W จะมีแถมมาให้ภายในกล่องของ Oukitel WP19 ครับ

Oukitel WP19 DSC05369 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

Oukitel WP19 มีตัวแทนจำหน่าย Rugged Phone Thailand ที่นำเข้าสมาร์ตโฟนสายลุยรุ่นดังกล่าวมาขายไทยอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยเปิดจำหน่ายในราคาพิเศษ 18,900 บาท พร้อมรับประกันให้นาน 1ปี

Oukitel WP19 | Oukitel | รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชั่น จากลิงหน้าร้านค้าได้ที่ Shopee และ Lazada

ข่าว: รีวิว Oukitel WP19 สมาร์ตโฟนสายแกร่ง แบตใหญ่ 21,000 mAh คู่หูผจญภัย ลุยได้ทุกสภาพ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/review-oukitel-wp19-rugged-phone/

REVIEW | รีวิว TCL 40 SE มือถือสเปคแน่นแบตอึด จอใหญ่ กล้องชัด 50 ล้าน ลำโพงคู่กระหึ่ม

สมาร์ทโฟน TCL 40 SE ที่เพิ่งเปิดตัวกันไป คราวนี้ได้ผ่านมือทีมงาน Droidsans มาใช้งานจริงกัน เช่น ทดลองเล่นเกม ถ่ายรูป เช็คซอฟต์แวร์ และการใช้งานด้านอื่น ๆ อีกเรียบร้อย บอกได้ว่ามือถือรุ่นนี้มีข้อดีหลายอย่าง ด้วยจอขนาดใหญ่รีเฟรชเรตสูง ลำโพงสเตอริโอเสียงดัง และกล้องชัดระดับมาตรฐาน ทำให้เป็นมือถือรุ่นนึงที่คุ้มค่ากับราคา น่านำมาใช้งานครับ

TCL 40 SE Dark Grey

TCL แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เริ่มตีตลาดมือถือ ก่อนหน้าเราได้รีวิวรุ่น TCL 403 และ TCL 405 กันไป ตอนนี้ถึงคราวมือถือรุ่นใหญ่ที่สุดของค่าย  คือเจ้า TCL 40 SE แกะกล่องมามีอุปกรณ์ครบ ทั้งหัวชาร์จ สายชาร์จ เข็มจิ้มซิม และเคสใสแถมมาให้

TCL 40 SE Unbox

ดีไซน์เครื่อง TCL 40 SE 

รุ่นที่ได้มาเป็นสีเทา Dark Gray ฝาหลังมีลูกเล่นเป็นประกายระยิบระยับ เนื้อ Matte จับแล้วลื่นดีไม่มีติดลายนิ้วมือ ส่วนขอบเครื่องเป็นแบบแบน มี Texture ช่วยให้จับถือได้อยู่มือ มุมข้าง ๆ โค้งเว้าเข้ามา ตรงกล้องมีฐานเป็นพลาสติกใส โมดูลกล้องด้านในสีดำเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน ส่วนประกอบด้านนอกพวกนี้เป็นพลาสติกหมด แต่ว่าประกอบมาดี เนื้อสัมผัสใช้ได้

TCL 40 SE Body design

ขอบด้านล่างของเครื่องมีรูเสียบหูฟัง 3.5 มม. รูไมโครโฟน ช่องชาร์จ USB-C มีลำโพงใช้คู่กับอีกตัวที่อยู่ด้านบน เป็นระบบสเตอริโอ

TCL 40 SE speaker
TCL 40 SE usb c port 3.5 mm

ขอบด้านขวาเครื่องวางปุ่มเพิ่มลดเสียงไว้ด้านบน ปุ่ม Power ที่มีเซนเซอร์สแกนนิ้ว ลองกดแล้วมีความแข็งแรง สุดท้ายขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ได้ 2 ซิม และอีกช่องไว้ใส่ microSD Card เพิ่มความจุได้สูงสุด 1TB


หน้าจอแสดงผล

รุ่นนี้ใช้จอแบบ LCD ขนาด 6.75 นิ้ว มีความละเอียดระดับ HD+ 720 x 1600 รีเฟรชเรต 90Hz รองรับการเปิดโหมด Adaptive เปลี่ยนได้ตามเนื้อหาที่แสดงในจอ แต่ลองเปิดดูแล้วพบว่าส่วนมากจะปรับจอเป็น 60Hz ในแอปทั่วไปอย่าง Facebook Chrome Shopee Lazada แล้วเปิด 90Hz ให้พวกเกม กับแอปในระบบซะส่วนใหญ่

ตัวจอสามารถเปิดโหมด NXTVISION เพื่อเร่งสีและ Contrast ให้เข้มขึ้นได้ ซึ่งระบบจะแนะนำให้เปิดทิ้งเอาไว้เลย ส่วนตัวลองแล้วคิดว่าไม่ต้องใช้ก็ได้ ตัวจอจะติดสีฟ้า ๆ หน่อย กำลังดูสบายตา แต่ถ้าอยากได้จออีกโทนก็สามารถไปปรับสีได้ในหน้าการตั้งค่า

จอแบบนี้ก็ใช้ดูเนื้อหาคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ไม่ติดขัด แต่น่าเสียดายที่ดู Netflix ได้ความละเอียดแค่ SD เพราะได้แค่ Widevine L3 ครับ

TCL 40 SE Netflix SD

TCL 40SE ดู Netflix ได้ที่ความละเอียด SD เท่านั้น

และตัวจอเมื่อนำมาเจอแสงแดดจัด ๆ ด้านนอกจะมองเห็นยากหน่อย แต่ใช้ในที่ร่มจะสว่างดูได้ชัดปกติ (ในภาพดูมืดกว่าความเป็นจริงมากไปหน่อย)

TCL 40 SE screen
TCL 40 SE screen outside

ลำโพงดังเสียงใช้ได้ มีรูหูฟัง 3.5 มม.

ลำโพงของเค้าที่เป็นสเตอริโอ มีเสียงดังใช้ได้ เนื้อเสียงมีมิติฟังพอสนุก แถมยังให้ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ที่เป็นฟีเจอร์หายากมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคนี้มาด้วย ใครที่ไม่สะดวกใช้หูฟังไร้สาย ตัวนี้ก็ตอบโจทย์

ความจุเยอะ 256GB

มือถือรุ่นนี้มาพร้อมความจุ RAM 6GB รองรับการเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันหลายแอป และความจุ ROM 256GB ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและเกมต่าง ๆ ได้จุใจกันสุด ๆ แถมจะยังมีพื้นที่เหลือไว้เก็บภาพถ่ายหรือวิดีโอได้อีก แต่ถ้าคิดว่าไม่พอก็ไม่ต้องห่วง เค้ารองรับช่องใส่ microSD Card ได้อีกถึง 1TB ครับ

และซอฟต์แวร์ของเค้ายังมีระบบ Storage Manager ด้วย ตัวนี้จะคอยเตือนเราหากมีวิธีเพิ่มหน่วยความจำให้เครื่อง อย่างเช่นมีไฟล์ขยะให้ลบ เราจะได้มีพื้นที่เหลือไว้ใช้งานเยอะ ๆ

กล้องถ่ายภาพ TCL 40 SE

TCL 40 SE Camera bump

กล้องหลัก AI 50MP

กล้องหลักรุ่น 40 SE มีความละเอียด 50MP มีฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่นโหมด High Pixel ถ่ายความละเอียด 50MP เต็ม ๆ, ถ่ายภาพบุคคล (Portrait), ภาพ Panorama, โหมด Pro, เปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืน และรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 1080P 30fps

ถ่ายแล้วสีสันสดใสใช้ได้ ภาพมีความคมชัด แต่ภาพอาจมีแสงสว่างน้อยลงมาจากภาพที่ตาเห็น หากถ่ายภาพในที่มืดจะไม่ค่อยดันแสงขึ้นมา และเวลาเปิดโหมดถ่ายตอนกลางคืนในที่มืดมาก ๆ อาจต้องใช้เวลาค้างกล้องราว 5-6 วินาที โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ดี

TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera

TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera
TCL 40SE Camera

ส่วนวิดีโอมีการปรับแต่งความคมชัดสูง ทำให้ได้สีสันเข้มและเห็นขอบวัตถุชัดเจน ตัวกล้องไม่มีระบบกันสั่นทำให้ต้องถือกล้องถ่ายนิ่ง ๆ ครับ

กล้องมาโคร

กล้องมาโครมีความละเอียดสูงสุด 2MP เหมาะกับใช้ถ่ายในที่แสงเยอะ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้น และตัวกล้องเข้าใกล้สุดได้ 4 ซม. จะได้ภาพออกมาประมาณนี้



กล้องหน้า

กล้องหน้ารุ่นนี้มีความละเอียด 8MP ความชัดและความสว่างใช้ได้ สีผิวคนถ่ายแล้วได้โทนสีใกล้เคียงกับความจริง แม้กระทั่งถ่ายเซลฟี่ตอนกลางคืนก็ตาม

TCL 40SE selfie front camera
TCL 40SE selfie

วิดีโอกล้องหน้า TCL 40 SE รองรับการถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080P 30fps ไม่มีกันสั่นเช่นกัน

แบตเตอรี่อึดมาก

เรื่องแบตรุ่นนี้ต้องยกนิ้วให้เลย เพราะว่าอึดมากจริง ๆ ผ่านงานใช้งานเล่นแอปอะไรต่าง ๆ แล้วเปอร์เซ็นต์ลดยาก หรือวางทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีอาการแบตไหล ใช้งานถ่ายรูป เล่นโซเชียล เล่นเกมบ้าง และแอปทั่วไปอื่น ๆ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน พบเหลือแบตอยู่ที่ราว ๆ 50% แปลว่าชาร์จทีเดียวใช้งานได้เกือบสองวัน

ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบในฟีเจอร์จัดการแบตเตอรี่ (Battery Manager) ที่จะขึ้นเตือนเสมอเวลามีแอปตัวไหนกำลังดูดแบตเราอยู่ แล้วก็แนะนำให้เรากดปิดแอปนั้นไปถ้าไม่ได้ใช้อยู่

TCL 40 SE Battery Manager

ส่วนการชาร์จ 18W สามารถชาร์จจากแบต 20% ถึง 100% ได้ในประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ไม่ได้เร็วมาก อาจเป็นเพราะช่วงท้าย ๆ ที่ใกล้ 100% จะใช้เวลาชาร์จค่อนข้างนาน

การใช้งานและเล่นเกมด้วย TCL 40 SE 

TCL 40SE มากับชิป Helio G37 ที่มีความแรงพอประมาณ สามารถเปิดเล่นแอปทั่วไปอย่างแอปโซเชียล เบราเซอร์ค้นหาข้อมูลในเน็ต หรือวิดีโอคอลเพื่อเรียนออนไลน์ได้ อย่างลองทดสอบใช้แอป Zoom ก็ไม่มีปัญหา

TCL 40SE ใช้งานทั่วไป
TCL 40SE ใช้งานทั่วไป
TCL 40SE ใช้งานทั่วไป
TCL 40SE ใช้งานทั่วไป
TCL 40SE ใช้งานทั่วไป

TCL 40 SE Zoom call

TCL 40SE ใช้ Zoom ประชุมหรือเรียนออนไลน์

สเปค TCL 40 SE

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 x 1600 พิกเซล) รีเฟรชเรตสูงสุด 90Hz
  • CPU : MediaTek Helio G37
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว :
    – กล้องหลัก 50MP (f/1.8)
    – กล้อง Depth 2MP (f/2.4)
    – กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอริโอ, ช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : 4G, 802.11 a/b/g/n/ac, NFC, BT 5.1
  • เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง
  • แบตเตอรี่ : 5010 mAh ชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 13
  • น้ำหนัก 190 กรัม

และถ้าอยากเล่นเกมที่ต้องใช้กำลังประมวลผลเยอะขึ้นมา ตัวนี้ก็เอาอยู่ได้หลายเกม ถ้าเป็นเกม 2 มิติ หรือเกมใช้กราฟิกไม่มาก อย่าง Subway Surfers หรือ Angry Birds 2 ตัวนี้เล่นได้เต็มที่ไม่มีปัญหา

TCL 40 SE Surfers

Subway Surfers

TCL 40 SE Angry birds 2

Angry Birds 2

สำหรับใครอยากเล่น ROV รุ่นนี้ปรับกราฟิกระดับกลางก็เอาอยู่นะ

TCL 40 SE ROV

ส่วนบางเกมที่อาจต้องใช้ทรัพยากร CPU และ GPU หนักขึ้นมา พอปรับกราฟิกลงมาต่ำ ๆ ก็เล่นได้โอเค เช่น PUBG และ Asphalt Nitro

TCL 40 SE PUBG

PUBG

TCL 40 SE Asphalt Nitro Test

Asphalt Nitro

ซอฟต์แวร์ครอบคลุมการใช้งาน

มือถือรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ TCL UI ครอบบน Android 13 มีฟีเจอร์รองรับการใช้งานครบ เช่น ตัวแต่งหลังแคปหน้าจอ หน้าต่างแต่งเสียงโดยรวม และมีฟีเจอร์ยอดนิยมอย่างการโคลนแอป ให้เรามีแอปเดิม 2 แอปเพื่อใช้งานได้หลายแอคเคาท์ ส่วนหน้าตา UI ก็เรียบง่ายใช้งานง่ายครับ






สรุป TCL 40 SE เหมาะกับใคร

TCL 40 SE เหมาะกับคนต้องการมือถือเรียบง่าย มีฟังก์ชันหลักครบถ้วน ใช้เพื่อเสพสื่อความบันเทิง หรือแม้กระทั่งเล่นเกมทั่วไปที่กราฟิกไม่หนักมาก แต่ด้วยจุดเด่นที่มีระบบการจัดการแบตที่ดีมาก ๆ ทำให้สามารถพกพาออกไปข้างนอกนาน ๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องชาร์จ ในราคา 5,999 บาทได้ความจุ RAM 6GB + ROM 256GB ถือว่าโอเคเลยครับ

ข้อดี

  • แบตเตอรี่ 5010mAh อยู่ได้นานมาก
  • หน้าจอรีเฟรชเรต 90Hz ไหลลื่น
  • ความจุเยอะถึง 256GB แถมใส่ microSD ได้อีก1TB
  • กล้องความละเอียดสูง 50MP
  • ลำโพงสเตอรีโอเสียงดัง
  • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • ราคาไม่แพง

ข้อสังเกต

  • ชิปไม่แรงมาก ทำให้เห็นแอปกระตุกได้อยู่บ้าง
  • ดู Netflix ได้ชัดสุดระดับ SD
  • จอสู้แดดแรงไม่ได้

ราคาและการวางขาย

 TCL 40 SE มีรุ่นความจุ 2 แบบ

  • RAM 4GB + ROM 128GB ราคา 4,999 บาท
  • RAM 6GB + ROM 256GB ราคา 5,999 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์ตามนี้เลย

from:https://droidsans.com/tcl-40-se-review/

รีวิว Surface Laptop 5 ถือแล้วดูพรีเมียม, จอ 3:2 เหมาะสำหรับทำงาน, แบตอยู่ได้ 7 ชั่วโมง

Microsoft เปิดตัว Surface Laptop 5 โน้ตบุ๊กสายพรีเมียมที่เผลอแป๊ปเดียวก็เดินทางมาถึงรุ่นที่ 5 แล้ว โดยในรุ่นนี้ก็เป็นการปรับซีพียูให้ทันรอบของ Intel โดยขยับมาใช้ Intel Core 12th gen (Alder Lake) เรียบร้อย (แต่วางขายพร้อมๆ กับที่ Intel เปิดตัว Core 13th gen) มีหน้าจอให้เลือกสองขนาดคือ 13.5 และ 15 นิ้ว ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองขนาด นอกจากสเปกแล้ว ยังมีเรื่องของวัสดุด้วย โดยในรุ่นจอ 13.5 นิ้วบางสเปกจะเลือกผ้า Alcantara สีเทาบุภายในบริเวณรอบคีย์บอร์ดและแป้นวางข้อมือได้ หรือจะเลือกสีดำที่เป็นอะลูมิเนียมก็ได้ แต่ในรุ่น 15 นิ้วจะมีแค่อะลูมิเนียมสีเทาหรือดำเท่านั้น

alt="JvX86P.jpg"

สำหรับเครื่องที่ได้มารีวิว เป็นรุ่นท็อปสุด คือรุ่นจอ 15 นิ้ว ซีพียู Intel Core i7-1255U แรม 16GB, SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home ราคา 69,900 บาท โดยในกล่องมีเพียงตัว Surface Laptop 5, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟผ่านพอร์ต Surface Connect และเอกสารนิดหน่อย

ตัวเครื่องภายนอกออกแบบสวยงาม มินิมอล บาง สามารถเปิดจอขึ้นได้ด้วยมือเดียว ไม่ต้องกดเครื่องไว้อีกมือ แต่พอร์ตที่มีมาให้ค่อนข้างน้อย คือมีเพียง 1 USB-A 3.1, 1 USB-C 4.0 (รองรับ Thunderbolt 4), รูต่อหูฟัง 3.5 มม. และ Surface Connect สำหรับชาร์จไฟ และต่ออุปกรณ์เสริมพวก docking station ซึ่งความเห็นของผู้เขียนคิดว่า Microsoft ควรเลิกใช้พอร์ตเฉพาะของตนเองได้แล้ว และเปลี่ยนไปเพิ่ม USB-C อีกสัก 1-2 พอร์ตน่าจะดีกว่ามาก เพราะตัวผู้เขียนเองก็พกแค่หัวชาร์จ USB-C 65 วัตต์ อันเล็กๆ เป็นปกติ ใช้ชาร์จได้ทุกอย่าง แต่การที่ Surface Laptop 5 มีช่อง USB-C เพียงช่องเดียว ทำให้ไม่สามารถชาร์จไปและใช้งานอุปกรณ์ USB-C ชิ้นอื่นไปด้วยได้ (เช่น security key) กลายเป็นว่าต้องเลือกระหว่างการยอมพกอะแดปเตอร์ของ Surface Laptop 5 เพิ่มอีก หรือจะต้องคอยถอดสายชาร์จเข้าออกเมื่อต้องสลับใช้งานกับอุปกรณ์ชิ้นอื่น นี่ยังไม่ต้องพูดถึงพอร์ต HDMI ที่คงเลิกหวังได้เลย เพราะดูทรงแล้วหวงพอร์ตมาก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง MacBook Pro 14” นั้นให้ USB-C ถึง 3 พอร์ต, ช่องเสียบ SD card และ HDMI ขนาดเต็ม

alt="JvXuXu.jpg"

alt="JvXnzZ.jpg"

สำหรับคีย์บอร์ด เป็นเลย์เอาท์ทั่วไป ไม่มีอะไรพิสดาร ตัวปุ่มมีระยะกด (travel distance) ค่อนข้างตื้น แต่ไม่ได้ตื้นเหมือน Butterfly Keyboard ที่แอปเปิลเคยนำมาใช้งานอยู่ระยะหนึ่ง รวมๆ ใช้งานได้ดีปานกลาง ยังพิมพ์ไม่มันเหมือน ThinkPad ส่วนทัชแพดทำออกมาได้ดีมาก มีขนาดใหญ่และพื้นผิวลื่น การลากนิ้วไม่ติดขัด ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

alt="JvXrRI.jpg"

ส่วนน้ำหนักของเครื่อง ดูก็รู้ทันทีว่าตั้งใจทำมาชนกับ MacBook Pro เพราะรุ่น 13.5” หนัก 1.29 กก. ในขณะที่ MacBook Pro 13” (M2) หนัก 1.38 กก. และรุ่น 15” หนัก 1.56 กก. ในขณะที่ MacBook Pro 14” (M1 Pro) ที่จอเล็กกว่าหนัก 1.6 กก.

หลังได้เครื่องมา ผมจัดการอัพเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดคือ Windows 11 22H2 และอัพเดตไดรเวอร์กับเฟิร์มแวร์ทุกอย่างให้ล่าสุดเท่าที่จะมีใน Windows Update ณ ช่วงปลายเดือนธันวาคม และใช้งานจริง ยังไม่พบปัญหาอะไรในการใช้งาน ประสิทธิภาพในการทำงานเอกสารทั่วไปไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ด้านความร้อน ใช้งานทั่วไปแค่อุ่นนิดๆ เรียกว่าใช้ติดต่อกันหลายชั่วโมงไม่รู้สึกถึงความร้อนผ่านคีย์บอร์ดและตัวถังขึ้นมาเลย และที่น่าประทับใจคือไม่เคยได้ยินเสียงพัดลมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เงียบกริบ ทั้งที่ Surface Laptop 5 ยังมีพัดลมอยู่ด้านใน (เลือก Power mode แบบ Recommended) แปลว่าระบบระบายความร้อนและการจัดการอุณหภูมิภายในเครื่องทำมาได้ดีมากจริงๆ แต่หากเลือก Power mode แบบ Best performance จะได้ยินเสียงพัดลม แต่ก็เบามากๆ

หน้าจอของ Surface Laptop 5 เป็นระบบสัมผัส โดยรุ่น 15 นิ้วมีความละเอียด 2496 x 1664 พิกเซล (201 DPI) อัตราส่วน 3:2 ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 หน้าจอให้สีสวยมาก แต่ยังไม่สดจนแสบตา ทุกเครื่องถูกคาลิเบรตสีมาจากโรงงาน แต่ยังน่าเสียดายที่รีเฟรชเรทยังอยู่ที่ 60Hz เท่านั้น ผมพบว่าอัตราส่วน 3:2 เหมาะมากสำหรับการทำงาน เพราะได้พื้นที่แนวตั้งเยอะขึ้นมาก คนทำงานทุกคนจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ ตั้งแต่งานเอกสาร, เขียนโค้ด ไปจนถึงการวาดและดูไดอะแกรมต่างๆ สะดวกกว่าหน้าจอแบบ 16:9 มาก

alt="JvaIB0.png"

สำหรับยุคนี้ที่เป็นยุค hybrid workplace ย่อมหลีกเลี่ยงการประชุมออนไลน์ไม่ได้ แต่น่าผิดหวังที่เว็บแคมและไมโครโฟนของ Surface Laptop 5 ยังไม่โดดเด่น เว็บแคมให้มาเพียง 720p ให้ภาพแค่พอใช้งานได้ ไม่ต่างจากโน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปในตลาดที่ราคาต่ำกว่า ส่วนไมโครโฟนก็รับเสียงได้ดีปานกลาง ไม่ชัดมากอย่างที่หวังไว้ หากต้องประชุมเยอะๆ ก็ควรต้องใช้หูฟังดีๆ ต่อแยกเอาเหมือนเดิม (ทดสอบบน Microsoft Teams เวอร์ชันล่าสุด ณ ตอนที่เขียนรีวิวนี้)

มาถึงสิ่งสำคัญมากคือแบตเตอรี่ ผมทดสอบโดยการชาร์จเต็มแล้วเปิดเครื่องใช้งานในลักษณะดังนี้

  • ทำงานเอกสารทั่วไป (Microsoft Office)
  • คุยงานทาง Microsoft Teams (ไม่มีการประชุม)
  • เข้าเว็บด้วย Microsoft Edge เปิด 3 หน้าต่าง จำนวนแท็บรวมกันราว 80 แท็บ แต่แท็บจำนวนมากก็ถูก sleep ไปเมื่อไม่ได้ใช้งาน (ฟีเจอร์ Sleeping Tabs)
  • เชื่อมต่อเมาส์บลูทูธ
  • เปิดความสว่างหน้าจอปานกลาง
  • เปิดไฟคีย์บอร์ดปานกลาง
  • แอพอื่นที่รันคือ Slack, LINE, Telegram Desktop, Netflix (ไม่ได้เล่น) และ Spotify
  • ไม่ได้ยุ่งกับการตั้งค่าเรื่องพลังงานใดๆ ทุกอย่างใช้ default ทั้งหมด

alt="JGcmDD.png"

ไทม์ไลน์ของแบตเตอรี่เป็นดังนี้

  • 100% — 10:41 น. ดึงสายชาร์จออก
  • 20% — 16:37 น. Battery Saver เริ่มทำงาน (5 ชั่วโมง 56 นาทีจากเริ่ม)
  • 6% — 17:41 น. แจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ (7 ชั่วโมง 0 นาทีจากเริ่ม)
  • 3% — 17:57 น. เครื่องเข้าสู่การ hibernate อัตโนมัติ (7 ชั่วโมง 16 นาทีจากเริ่ม)

จึงพอจะสรุปได้ว่าอายุแบตเตอรี่ของ Surface Laptop 5 ในการใช้งานทั่วไป ไม่ได้รันอะไรที่กินซีพียูหนักๆ จะใช้งานได้ราว 7 ชั่วโมงนิดๆ ทั้งนี้ สไตล์การใช้งานของแต่ละคนก็ต่างกัน หากใช้งานเบากว่านี้หรือเปิดแสงหน้าจอต่ำๆ ก็อาจใช้งานได้เกือบ 8 ชั่วโมง สำหรับรายงานแบตเตอรี่อย่างละเอียด ดาวน์โหลดได้จากที่นี่ (การทดสอบแบตเตอรี่อยู่วันที่ 29 ธันวาคม 2022)

สำหรับประสิทธิภาพ ผมได้ลองรัน Cinebench R23.200 ได้ผลการทดสอบดังนี้

alt="JvXX1e.png"

alt="JvXVWt.png"

alt="JvXaAl.png"

สรุป Surface Laptop 5 เป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ตลอดการใช้งานหลายสัปดาห์ไม่พบปัญหาอะไร ตัวเครื่องผลิตมาแข็งแรง พรีเมียม สวยทุกมุม เหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน ประสิทธิภาพดีสามารถทำงานทั่วไปได้ไม่มีปัญหา หรือแม้กระทั่งโปรแกรมเมอร์บางกลุ่มก็อาจใช้ได้หากไม่ได้รันคอนเทนเนอร์หนักๆ เพราะ Surface Laptop 5 มีแรมมากสุดที่ 16GB และในไทยไม่มีรุ่น 32GB ให้เลือก นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการกราฟิกการ์ดอาจพิจารณาขยับไปใช้ Surface Laptop Studio แทนเพราะมี GPU แยก แต่ขณะนี้ Surface Laptop Studio รุ่น 2 ที่อัพเดตซีพียูเป็นรุ่นใหม่ยังไม่เปิดตัว ทำให้อาจมีตัวเลือกจำกัด

alt="JvX2kR.jpg"

from:https://www.blognone.com/node/132292

CES 2023 – พาไปชมโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ไลฟ์สไตล์ บาง แรง Intel Gen 13 + RTX เพื่อ Creator และเกมเมอร์

โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ใน CES 2023 ขุมพลัง Intel Gen 13 + GeForce RTX 40 โฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำๆ

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI ที่เปิดตัวครั้งใหญ่ในงาน CES 2023 ครั้งนี้ จัดว่ายกทัพมาครบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป เกมเมอร์ และทำงานจริงจัง เรียกว่า All New เลยทีเดียว เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่ถูกปรับใหม่ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น ยังยกเครื่องมาใหม่ ใส่ขุมพลัง Intel Gen 13 รุ่นล่าสุด เกือบทุกซีรีส์ และหลายรุ่นก็มาพร้อมแรม DDR5 แล้ว พร้อมกับ SSD PCIe รุ่นใหม่ กับการ์ดจอระดับ GeForce RTX 40 series อีกด้วย บนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทาง MSI เติมเข้ามาให้กับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คได้สัมผัสกันอย่างจุใจเลยทีเดียว โดยในครั้งนี้จะเป็นส่วนของโน๊ตบุ๊คพกพก โน๊ตบุ๊คทำงาน และไลฟ์สไตล์ ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คใหม่สไตล์ล้ำสมัย มาใช้งานในปีนี้ ไม่ควรพลาดครับ


โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ ในงาน CES 2023


MSI Creator series

มากันที่โน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตัดต่อวีดีโอ ตกแต่งภาพ กราฟิกดีไซน์และเหล่ายูทูปเบอร์ อย่าง Creator มีด้วยกัน 2 ซีรีส์ อย่าง Creator Z16 HX Studio และ Creator Z17 HX Studio จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสอดคล้อง ไม่ว่าจะเป็นความบาง เบา มิติที่ดูกระชับ ขอบจอบาง โดยบอดี้นั้นขึ้นรูปในแบบ CNC ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ซึ่งบางเพียง 19mm และน้ำหนักเบาเพียง ปปปKg. เท่านั้น

Advertisementavw
โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน เพื่อตอบสนองการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายข้อมูลหรือการแสดงผลก็ตาม โดยที่ MSI CREATOR Z16 HX Studio นี้ มีทั้ง USB 3.2 Gen2 และ Thunderbolt 4 รวมถึงพอร์ต HDMI มาด้วย

และที่สุดของการทำงานคือ ขุมพลังอย่าง Intel Core i9-13950HX ซึ่งเป็นซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานแบบมัลติทากส์กรวมกันถึง 24 core และยังเป็นรุ่นใหม่ Intel Core Gen 13 จึงทำให้การทำงานในด้านคอนเทนต์ วีดีโอ กราฟิก 3 มิติ และงานด้านสตูดิโอ ภาพและเสียง ไหลลื่นได้ดีทีเดียว

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไม่เพียงแค่นั้น เพราะทาง MSI ยังได้ใส่ขั้นสุดของเทคโนโลยีกราฟิกมาให้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยกราฟิกการ์ด GeForce RTX ที่สนับสนุน nVIDIA Studio มาด้วย เพื่อให้สายทำงานและนักสร้างคอนเทนต์ได้ยกระดับการทำงานให้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน 3D, Video และการบรอดแคส โดยทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ GeForce RTX ได้อย่างลงตัว

20230104 135156 1600x1200 1

จุดที่เป็นไฮไลต์อีกสิ่งหนึ่งบนโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ก็คือ ชุดระบายความร้อน Vapor Chamber ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Cooler Boost มาพร้อมพื้นที่หน้าสัมผัสขนาดใหญ่ ช่วยลดเสียงรบกวน และให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้น เพิ่มเสถียรภาพในการทำงาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ความละเอียด QHD+ (2560×1600) ให้ความแม่นยำสีสูง เพื่อการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น 100% DCI-P3 และ Delta-E <2 อีกด้วย โดยหน้าจอนี้ยังผ่าน Calman Verify ด้วยการ Calibrate สีบนหน้าจอ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ด้านภาพและวีดีโอได้อย่างเหมาะสม

โน๊ตบุ๊ค MSI

และไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความบันเทิง ด้วยระบบเสียงชั้นยอดจากลำโพง 2W จำนวน 4 ตัว ที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ รองรับเสียงคุณภาพสูง Hi-Res Audio และระบบเสียง DTS กับบิตเรตที่สูง เก็บรายละเอียดได้ดี พลังเสียงจัดจ้าน

สามารถปรับแต่ง และตรวจเช็คระบบการทำงานต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ MSI Center ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่าจอ ระบบเสียง หรือการเลือกโหมดใช้งาน รวมถึงการมอนิเตอร์อุณหภูมิ ความเร็ว หรือการใช้แรมได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

ด้วยคุณภาพและการออกแบบที่ลงตัว พร้อมความทนทานระดับ Military Grade ทำให้มั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่การทำงานในสำนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเดินทาง พกพา เคลื่อนย้ายไปใช้งานนอกบ้านได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยในงานมีการจัดแสดงโน๊ตบุ๊ค MSI CREATOR 2 รุ่นด้วยกันคือ CREATOR Z16 HX Studio และ CREATOR Z17 HX Studio โดยจะต่างกันในแง่ของมิติ และดีไซน์อยู่เล็กน้อย องค์ประกอบส่วนใหญ่จะคล้ายกัน


MSI Modern series

สำหรับโน๊ตบุ๊ค MSI Modern ที่มาโชว์ตัวในงาน CES 2023 ครั้งนี้ มี 2 โมเดลด้วยกัน ตามไลน์เดิมที่เคยวางอยู่ในตลาด ประกอบด้วย Medern 14 C13M และ Modern 15 B13M ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ แม้จะค่อนข้างคล้ายคลึงกับในรุ่นก่อน แต่ก็มีการปรับปรุงในเรื่องของวัสดุ และดีไซน์อยู่พอสมควร ทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงคอนเซปต์ บาง กระทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเท่าเดินประมาณ 1.4Kg เท่านั้น สำหรับ Modern 14 โดยที่ MSI Modern รุ่นใหม่ปี 2023 นี้ มาในสไตล์ที่ Slim บางลง และบางสุดเพียง 19.35mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมกันนี้ยังได้เปลี่ยนไปใช้ขุมพลังรุ่นใหม่ อย่าง Intel Core Gen 13 ที่ให้การประมวลผลที่รวดเร็ว และมาคู่กับกราฟิกอย่าง Intel Iris Xe Graphic รุ่นใหม่ ในการตอบสนองด้านกราฟิก หรือด้านความบันเทิง โดยที่ยังใช้ร่วมกับแรมในแบบ DDR4 3200 และอัพเกรดเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ส่วนคีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบปุ่มใหญ่ ตอบสนองไวเช่นเดียวกัน และมีแสงไฟ Backlit สว่างขึ้นบนคีย์อีกด้วย โดยมีปุ่ม Hot key มากมายให้ใช้ พร้อมทัชแพดขนาดใหญ่กว่าเดิม และสนับสนุนการใช้งาน Multi-Gesture

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงมีมาอย่างครบครัน อาทิ USB-A, USB-C 3.2 Gen2 ใช้กับ PD-In ชาร์จไฟได้ แสดงผล และต่อสัญญาณไปยังจอนอกได้อีกด้วย รวมถึงมี HDMI และ Micro-SD card reader มาอีกด้วย

และ MSI ไม่เคยลืมที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง ปลอดภัยให้กับโน๊ตบุ๊คทุกๆ รุ่น เช่นเดียวกับ MSI Modern นี้ ก็ให้ความทนทานในระดับ MIL-STD-810G เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ละอองน้ำ รวมถึงการกระแทก

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยสามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ MSI Center ได้เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ในการตรวจเช็ค ปรับแต่ง และอัพเดตสิ่งต่างๆ ในระบบผ่านทางโปรแกรมนี้ได้ทันที


MSI Prestige series

สำหรับ โน๊ตบุ๊ค MSI Prestige เป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบา ดีไซน์ลงตัว พกพาสะดวก โดยมี 3 โมเดลคือ Prestige 13 EVO, Prestige 14 EVO และ Prestige 16 EVO พร้อมจบได้ทุกงาน กับการออกแบบที่พิเศษมากขึ้น ด้วยวัสดุ Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแรง และน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โดยที่ Prestige 13 EVO นี้ เบาเพียง 990 กรัมเท่านั้น แต่ให้ขุมพลังในการทำงาน พร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมาอย่างครบครัน และระยะเวลาในการทำงานต่อการชาร์จที่ยาวนานเลยทีเดียว เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นการใช้งานนอกสถานที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก หน้าจอ 13.3″ แต่เพื่อให้งานได้นานขึ้น MSI ใส่แบตระดับ 75Whrs มาให้ ซึ่งรองรับการใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ยังสนับสนุน Fast Charging โดยสามารถชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที ด้วยการชาร์จผ่าน PD-Charging 20V และสเปคยังระบุมาว่า ใช้ได้นานกว่า 1.5 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 15 นาทีเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอภาพขนาด 13.3″ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบ ให้พื้นที่การมองภาพแบบเต็มตา สามารถทำงานหรือใช้ในความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ สีสันสดใส ความละเอียดระดับ Full-HD และยังเป็นพาแนล IPS ให้ค่า sRGB 100%

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลังที่นำมาใส่ไว้ในโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 นี้ มาพร้อม Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ ตอบสนองในงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ และประหยัดพลังงาน แต่ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลแจ้งมาว่า ทำงานร่วมกับแรม DDR5 แล้ว และมีกราฟิก Intel Iris X รุ่นใหม่มาอีกด้วย

คีย์บอร์ดปุ่มขนาดใหญ่ กดง่าย สวยงาม และยังสว่างชัดเจนในที่มืด ด้วยแสงไฟ Backlit เป็นแบบสีเดียว เปิด-ปิดได้ ทัชแพดกว้างกว่าเดิม รองรับ Multi-Gesture ด้วยเช่นกัน

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงก็ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ของโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ต HDMI และUSB-A 3.2 พร้อม micro-SD card reader

ระบบความปลอดภัย มีมาให้แบบจัดเต็ม โดยโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 EVO นี้ มาพร้อมกล้อง IR FHD camera รองรับการสแกนใบหน้า เพื่อเข้าเครื่อง อีกทั้งเพิ่มในส่วนสแกนลายนิ้วมือมาให้ บนปุ่มเพาเวอร์ สำหรับการ Log-in เข้าระบบอีกด้วย และไม่พลาดกับฟีเจอร์อย่าง Tobii Aware ที่เข้ามาเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ เมื่อไม่ได้ใช้งานอยู่หน้าจอ โดยระบบจะเบลอหน้าจอให้อัตโนมัติ ป้องกันการลอบมองหรือเข้าใช้งาน โดยไม่ได้รับอนุญาต

โน๊ตบุ๊ค MSI

อีกรุ่นหนึ่งเป็น MSI Prestige 16 Studio จะเป็นรุ่นที่เพิ่มฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา เพื่อมอบพลังในการสร้างสรรค์ผลงาน แก่เหล่านักสร้างคอนเทนต์ทั้งหลาย ดีไซน์ที่เน้นไปทางพรีเมียม ดูหรูหรา แต่ยังคงความ Mobility บางเบา พกพาสะดวก พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันเช่นกัน บนขุมพลัง Intel Core Gen 13

มาพร้อมการสนับสนุน nVIDIA Studio ร่วมกับกราฟิการ์ด GeForce RTX ทำให้การทำงานในด้าน 3D, Video หรือการบรอดแคสนั้นไหลลื่น

โน๊ตบุ๊ค MSI

เสริมความมั่นใจด้วยระบบระบายความร้อน Dynamic Cooler Boost ที่ออกแบบฮีตซิงก์และฮีตไปป์ พัดลมให้ลดความร้อนในระหว่างการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยพื้นฐานการออกแบบ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Ultra-Slim ก็ไม่ผิดไปนัก เพราะบางเพียง 16.85mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอแสดงผลที่ให้มาบน MSI Prestige 16 Studio นี้ ให้พื้นที่แสดงผล 16″ ความละเอียด QHD+ 2560×1600 ขอบจอบางพิเศษ ให้ค่า DCI-P3 100% ความแม่นยำของสีสูง Delta-E <2 พร้อม Calman verified และเทคโนโลยี True Color และพิเศษคือ เป็นพาแนลแบบ Mini LED ซึ่งเม็ดพิกเซลเล็กลง แต่ให้ความสว่างสดใสมากขึ้น เหมาะทั้งการทำงาน และความบันเทิง ที่ให้สีสันสดใสสวยงาม รองรับระบบเสียง Hires และ DTS เพื่อเพิ่มอรรถรสในด้านความบันเทิง และไมโครโฟน ที่รองรับการสนทนาได้อย่างคมชัด

พอร์ตให้มาแบบจัดเต็มเช่นกัน เพราะมีทั้ง Thunderbolt 4, HDMI, USB 3.2 Type-A และ microSD card reader สำหรับ MSI Prestige 16 Studio นี้ มาพร้อมการใช้งานที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ และให้แบตเตอรี่ระดับ 82Whrs มาอีกด้วย เหมาะกับคนที่ใช้งานนอกบ้าน หรือไปพรีเซนต์งานลูกค้านอกสถานที่ และสนับสนุนการชาร์จไวด้วย PD Charging 100W


MSI Stealth series

โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คทำงาน ที่สามารถเล่นเกมได้ดี บนบอดี้ที่บางเบา หากเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คทั่วไป กับดีไซน์ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ มีสไตล์ Stealth 14 Studio นั้น มาในโทนสีที่ดูเคร่งขรึม มีให้เลือกทั้ง Star Blue และ Pure White ที่จะเหมือนยานอวกาศ มีการตัดเส้นสายได้อย่างลงตัว จุดเด่นอยู่ที่บางเพียง 19mm และน้ำหนักแค่ 1.8Kg เท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นที่คว้ารางวัล Gaming Award ในงานนี้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

กับความเบาบางนี้ ยังแฝงด้วยความแข็งแรง เพราะผลิตจาก Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ทำให้เบาลงกว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้วัสดุทั่วไป อีกทั้งลดการเกิดรอยนิ้วมือบนบอดี้ได้ง่ายอีกด้วย

20230104 134037 1600x1200 2

นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว MSI ยังได้เติมสีสันมาบน Stealth 14 Studio รุ่นนี้ ด้วยแสงไฟ RGB บนคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นบบ RGB per-key คือแยกสีบนปุ่มได้อิสระ และด้านหลังเครื่องยังมีแสงไฟที่ปรับแต่งเพิ่มเติมได้

20230104 135637 1600x1200 1

พอร์ตต่อพ่วงตอบโจทย์ในการใช้งานครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C รองรับ PD Charging รวมถึง USB 3.2 Type-A และ Thunderbolt 4 พร้อมพอร์ตแสดงผล HDMI มาในตัว

ยกระดับความแรงด้วยซีพียู Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ในแบบ H-series ที่พร้อมสำหรับงานด้านภาพ สตูดิโอ วีดีโอและการบรอดแคส รวมถึงการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 รุ่นล่าสุด ให้ประสิทธิภาพที่มากพอสำหรับคอเกม และยังใช้พลังงงานได้อย่างคุ้มค่า รองรับ Ray-tracing ทั้งในงานและการเล่นเกม เช่นเดียวกับสนับสนุนไดรเวอร์ nVIDIA Studio ด้วยเช่นกัน โดยมีชุดคอนโทรลกราฟิกอย่าง MUX switch มาในตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการสนับสนุนแรม DDR5 ที่ให้แบนด์วิทธิ์สูง และรองรับ SSD PCIe Gen4 อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 14″ ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึง QHD+ 2560×1600 และอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 240Hz ให้ภาพที่ดูสวย นุ่มนวล เพิ่มระดับความบันเทิงให้เร้าใจมากขึ้นด้วยลำโพงที่ติดตั้งมาให้ 2 ชุด และยังมีซับวูเฟอร์อีก 2 ชุด พร้อมระบบเสียง Nahimic สนับสนุน Hi-res Audio โดยที่ผู้ใช้ยังเพิ่มความสนุกสนานกับระบบเสียงรอบทิศทาง ด้วยการต่อพ่วงลำโพงบลูทูธเข้าไปเท่านั้น ก็จะได้มิติของเสียงที่เร้าใจมากขึ้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

Vapor Chamber ขนาดใหญ่ เพื่อการระบายความร้อนให้กับซีพียูและกราฟิกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น ลดเสียงรบกวน

โน๊ตบุ๊ค MSI

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็น โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ซึ่งฟีเจอร์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน จะต่างกันในส่วนของมิติ และฟังก์ชั่นบางรายการ แต่ยังคงมาพร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และแรม DDR5 รวมถึงกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 เพียงแต่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น 16″
บนความละเอียด QHD+ 2560×1600 เช่นกัน แต่อัตรารีเฟเรชเรต 120Hz

20230104 134059 1600x1200 1

โดยที่เสริมระบบความปลอดภัยมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น Webcam shutter ปิดกล้องแบบ Manual ด้วยตัวเอง ชุดสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเข้าระบบ พร้อมกล้อง FHD IR Camera ที่ใช้ในการสแกนใบหน้าได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

เช่นเดียวกับระบบพลังงาน ที่ให้แบตขนาดใหญ่ถึง 99.9Whrs มาด้วย เรียกว่าเป็นไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานนอกสถานที่ทำงานได้ยาวนานมากขึ้น และที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ใช้ชุดระบายความร้อนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ กับไปป์ไลน์จำนวนมาก พัดลม 2 ตัว และเทคโนโลยี Cooler Boost 5 อีกด้วย

ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบ WiFi 6E ร่วมกับ Intel KILLER ที่ให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็ว เชื่อมต่อได้ไว ช่องทางขนาดใหญ่ในการติดต่อ และการสนับสนุน 2.5G LAN


MSI Summit series

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit มีมาโชว์ตัวในงานนี้ถึง 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย Summit E13 Flip Evo, Summit E14 Flip Evo และ Summit E16 โดยโน๊ตบุ๊คซีรีส์นี้ มุ่งเป้าไปที่งานธุรกิจ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบความบางเบา แต่ให้การใช้งานได้อย่างหลากหลาย จุดเด่น ไม่ได้อยู่ที่ขนาดกระทัดรัด และขุมพลังที่แรงเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมหน้าจอที่พับได้ 360 องศา เป็นแบบทัชสกรีน รวมถึงใช้ร่วมกับปากกา MSI Pen ได้อีกด้วย เช่นเดียวกับระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานต่อการชาร์จ และระบบความปลอดภัย ที่ทาง MSI จัดมาให้อย่างครบครัน พร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel EVO เพื่อยืนยันว่า โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ให้ทั้่งประสิทธิภาพที่ดี น้ำหนักเบา การเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่ และประหยัดไฟใช้งานได้นาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo และ E14 Flip Evo โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม มีให้เลือกทั้งตัวเคสสีดำ ตัดเส้นสายสีทอง และแบบสีขาวทั้งตัว ทำให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น นั่งที่ทำงาน พบลูกค้า จิบกาแฟในคาเฟ่ และการพรีเซนเทชั่น ให้ความยืดหยุ่นด้วยการปรับพับหน้าจอเพื่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น โหมดโน๊ตบุ๊คปกติ, Tablet mode, Desk mode และ Tent mode

20230104 135055 1600x1200 1

หน้าจอแสดงผล 13.4″ FHD+ (Summit E13 Flip Evo) และ 14″ QHD (E14 Flip Evo) เป็นพาแนล IPS ให้ความคมชัดสูง ระดับ sRGB 100% พร้อมขอบจอที่บางพิเศษ ให้พื้นที่ในการรับชมกว้างขึ้น รองรับการทัชสกรีน และสนับสนุน MSI Pen สำหรับการเขียน จดบันทึกบนหน้าจอ

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลัง Intel Core Gen13 ใหม่ล่าสุด และกราฟิก Intel Iris Xe ที่รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงครบครัน และทำงานร่วมกับแรม LPDDR5 รุ่นใหม่แล้ว และการสนับสนุน SSD M.2 PCIe Gen4

คีย์บอร์ดกดได้ไว ปุ่มใหญ่ ตอบสนองเร็ว พร้อมแสงไฟ Backlit สีขาวสว่างสดใส เพื่อการใช้งานในที่แสงน้อย เช่นเดียวกับทัชแพดขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งาน รองรับ Multi-Gesture ใช้หลายนิ้วพร้อมกัน ในการเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ พอร์ตสำคัญมีให้ใช้งานครบครัน โดยเฉพาะพอร์ตความเร็วสูงอย่าง Thunderbolt 4, USB Type-A หรือจะเป็น HDMI และ microSD card reader ก็ตาม

โน๊ตบุ๊ค MSI

ทนทานด้วยการผ่านการรับรอง MIL-STD-810G ที่แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยให้ใช้งานได้อย่างอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตกกระแทก แรงสั่นสะเทือน หรือความร้อนเย็นมากๆ และความชื้นเป็นต้น โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo มาพร้อมแบตเตอรี่ 70Whrs ใช้ได้นาน 14 ชั่วโมง ส่วน Summit E14 Flip Evo จะเป็นรุ่น 72Whrs รองรับการใช้งานได้ถึง 13 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ อีกทั้งสนับสนุน PD-Charging อีกด้วย ชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที

นอกจากนี้ยังมี Tobii Aware เพื่อป้องกันผู้อื่นมาแอบมองข้อมูล หรือใช้งานขณะที่คุณไม่อยู่ที่หน้าจอ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับกล้องเว็บแคม ที่มีปุ่มสำหรับเปิด-ปิดหน้ากล้อง ในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หลังจากเลิกประชุม ที่สำคัญคือ ให้การป้องกันอย่างเต็มระบบ ไม่ว่าจะใช้การสแกนใบหน้าผ่าน FHD IR Camera หรือการสแกนลายนิ้วมือเข้าใช้งาน

ส่วน MSI Summit E16 Flip นั้น เป็นโน๊ตบุ๊คในซีรีส์เดียวกัน แต่ออกแบบมาเพื่อ นักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ รวมถึงนักสร้างงานอิสระ ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่มากขึ้น ในการทำงาน โดยสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ รองรับการทัชสกรีน และ MSI Pen พับได้ 360 องศา พร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และกราฟิก GeForce RTX 40 series รวมถึงแรม LPDDR5

ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 82Whrs เพื่อการทำงานในแต่ละวันได้ยาวนานระดับ 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ อีกทั้งรองรับ PD-Charging 20V อีกด้วย เพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการระบบระบายความร้อนในแบบ Dynamic Cooler Boost ที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และมีเสียงรบกวนที่น้อย ไม่ทำให้การชมภาพยนตร์ หรือการนำเสนอผลงานของคุณถูกรบกวน


Conclusion

นอกจากโน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มบางเบา พกพาสะดวก และตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันเหล่านี้แล้ว MSI ยังยกทัพเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมาอวดโฉมภายในงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น MSI Titan, Raider, Pulse, Katana รวมถึงซีรีส์ใหม่อย่าง MSI Cyborg ที่จัดเต็มทั้งด้านประสิทธิภาพและการแสดงผลอันยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถเข้าไปดูบทความโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่เหล่านี้ได้ที่นี่ และเชื่อเหลือเกินว่าจะยังมีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ทะยอยเปิดตัวกันอย่างสนุกจากทาง MSI ให้คุณได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่มในช่วงปี 2023 นี้ ทาง Notebookspec จะนำข่าวสาร และการรีวิวมาให้ได้ชมกันอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง MSI ที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปเยี่ยมชมและสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างใกล้ชิดในงาน CES 2023 มา ณ ที่นี้ด้วย รวมถึงขอบคุณผู้ชมทุกท่าน และขอต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่ 2023 นี้ด้วยครับ

from:https://notebookspec.com/web/681406-msi-intel-gen-13-rtx-ces-2023