คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE

สะดวกมาก! วิธีเลือกรูปภาพหลาย ๆ รูป ไปวางในแอปอื่นพร้อมกันทีเดียวบน iPhone, iPad

ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะมาแนะนำในบทความนี้ เชื่อว่าผู้ใช […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-select-many-images-drag-and-drop-to-other-app-iphone.html

[ลือ] Apple พูดคุยภายใน อาจออก iPhone รุ่นบนสุด ที่แพงกว่าเดิม โดยใช้คำว่า Ultra

Mark Gurman แห่ง Bloomberg รายงานข่าวลือแอปเปิลล่าสุดในจดหมายข่าวประจำสัปดาห์ Power On คราวนี้ว่าด้วยการไอเดียซอยรุ่น iPhone ที่อาจจะได้เห็นในอนาคต

เขาบอกว่าแอปเปิลมีการพูดคุยกันภายใน เป็นไอเดียที่จะสร้าง iPhone รุ่นย่อยใหม่ ที่มีราคาสูงกว่าเดิม และเพื่อให้สมเหตุสมผล แทนที่จะใช้ชื่อ Pro Max ที่เป็นราคาแพงสุดตอนนี้ อาจเลือกใช้ชื่อใหม่คือเติมคำว่า Ultra แทน ซึ่งตอนนี้แอปเปิลก็ใช้คำว่า Ultra อยู่แล้วกับสินค้าบนสุดแพงสุด ทั้งชิป M1 Ultra กับ Apple Watch Ultra โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นใน iPhone 16 ที่จะขายปี 2024

ประเด็นที่ตามมาคือ แล้วรุ่นแพงสุดจะมีอะไรรองรับความแพง? Gurman บอกว่าแอปเปิลจะทดสอบตลาดเรื่องนี้กับ iPhone 15 ที่จะออกมาปีนี้ โดยรุ่น Pro Max จะมีสเป็กที่แตกต่างไปจาก Pro อยู่มาก เช่น จอ วัสดุ แบตเตอรี่ เป็นต้น ตามรายงานก่อนหน้านี้

โมเดลตั้งรุ่นใหม่แพงที่สุด Ultra นั้น มีโอกาสที่แอปเปิลจะทำแบบ Galaxy S23 Ultra ของซัมซุง ซึ่งกรณีนี้ จุดขายที่ซัมซุงใช้คือ สเป็กกล้อง และการรองรับสไตลัส ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าแอปเปิลจะมาในรูปแบบไหนกันแน่

สำหรับข่าวลืออื่นที่ Gurman รายงาน เขาบอกว่า Mac Studio รุ่นใหม่ยังไม่มีกำหนดออกมา เพราะแอปเปิลต้องการเปิดตัว Mac Pro ชิปตระกูล Apple Silicon ก่อน ซึ่งอาจมีความทับซ้อนกันเรื่องสเป็ก

ที่มา: Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/132510

วิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ง่ายๆ ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน อัปเดต 2023

แนะนำวิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน Android ก็สมัครได้ อัปเดต 2023

สมัคร Apple ID ใหม่, สมัคร Apple ID ไม่ได้

Apple ID ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้งานอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่จะต้องสมัครหรือลงทะเบียน Apple ID เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงใช้ในการเชื่อมต่อบัญชี, iCloud, แอปพลิเคชัน ฯลฯ ของทาง Apple อีกด้วย ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำวิธีสมัคร Apple ID ใหม่ ที่สามารถสมัครได้ง่ายๆ ในเวลาไม่นาน ด้วยขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอน ผู้ใช้งาน Android ก็สามารถสมัครได้


ทำความรู้จัก Apple ID

สมัคร Apple ID
Cr: Apple

Apple ID คือบัญชีส่วนตัวที่ใช้สำหรับการเข้าถึงบริการต่างๆ ของทาง Apple ไม่ว่าจะเป็น App Store, Apple Music, Apple TV, iCloud, iMessage, FaceTime เป็นต้น และช่องทางต่างๆ ของอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook, iPod ฯลฯ แม้กระทั่งซอฟต์แวร์ต่างๆของ Apple รวมถึง การค้นหาตำแหน่งของอุปกรณ์อย่าง Find My ก็ล้วนต้องใช้ Apple ID แทบทั้งสิ้น สำหรับใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple หลายๆ อุปกรณ์ เช่น iPhone, iPad, MacBook ก็สามารถใช้ Apple ID เดียวกันได้ เพื่อเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่านบัญชีเดียวกัน นอกจากนี้ เรายังสามารถลงชื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้าร่วม ด้วย Apple ID ได้อีกด้วย

Advertisementavw

Apple ID จะมีสิ่งที่จำเป็นต้องมี นั่นก็คือ Email และ Password ในการลงชื่อเข้าใช้งานทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดแอปพลิเตชันใหม่ๆ, เข้าเข้าถึงข้อมูลต่างๆ, การชำระเงิน รวมถึงความปลอดภัยในด้านการใช้งาน


การสมัครใช้งาน Apple ID

ในการสมัครใช้งาน Apple ID นั้น โดยหลักๆ แล้ว เราสามารถสมัครได้ 3 ช่องทางด้วยกัน นั่นคือ

  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ อย่าง iPhone, iPad หรือ iPod touch
  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ Mac / MacBook
  • การสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน Android, คอมพิวเตอร์ Windows

การสมัครหรือสร้าง Apple ID บนอุปกรณ์ต่างๆ นั้น สามารถทำได้ดังนี้

สมัคร Apple ID บน iPhone, iPad หรือ iPod touch

การสมัครบัญชี Apple ID บน iPhone, iPad หรือ iPod touch สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีที่เราซื้อใครใหม่และยังไม่มีบัญชี Apple ID ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ iPod touch และอีกกรณีก็คือ การสมัครใช้งาน Apple ID ในหน้า Settings หรือ App Store ซึ่งในกรณีนี้ ถ้ามีบัญชีที่ล็อกอินค้างอยู่ เราต้องลงชื่อออกจากระบบก่อนทุกครั้ง

สร้าง Apple ID ในกรณีที่เปิดใช้งานเครื่องใหม่

app3
  • ในกรณีที่เราเปิดใช้งานเครื่องใหม่และไม่เคยมีบัญชี Apple ID มาก่อนนั้น เมื่อเราเปิดใช้งานครั้งแรก ระบบก็จะมีข้อความปรากฏขึ้นมาให้เราเลือก
    • ลืมรหัสผ่านหรือยังไม่มี Apple ID
    • สร้าง Apple ID ฟรี
    • ตั้งค่าภายหลังในการตั้งค่า
  • ให้เราเลือกที่ ‘สร้าง Apple ID ฟรี ‘
  • จากนั้นระบบจะให้เรากรอกข้อมูลต่างๆ ลงไป เช่น วัน/เดือน/ปีเกิด, ชื่อ – นามสกุล >> จากนั้นกด ถัดไป
  • กำหนดชื่อ Email ที่เราต้องการสมัครใช้งาน โดยจะเป็นอีเมล …@icloud.com ซึ่งเป็นอีเมลจากทาง iCloud นั้นเอง หรือ ถ้าใครที่มีอีเมลอยู่แล้ว เช่น Gmail, Outlook ฯลฯ แล้วต้องการใช้เป็น Apple ID ด้วย ก็สามารถเลือกที่ ‘ใช้ที่อยู่อีเมลที่มีอยู่’
  • จากนั้นก็ให้เราทำตามขั้นตอนต่างๆ รวมถึงตรวจสอบและยืนยัน Email เพื่อที่จะสามารถลงชื่อเข้าใช้งาน App Store หรือบริการอื่นๆ ของ Apple

สร้าง Apple ID ผ่านหน้า Settings หรือ App Store บน iPhone, iPad หรือ iPod touch

S 39608328
  • ให้เราเข้าไปที่ Settings >> จากนั้น เลือกที่ไอคอนรูปคนด้านบนสุด (ถ้ามีล็อกอินค้างไว้ต้องออกจากระบบก่อนทุกครั้ง ถ้ายังไม่ออกจากระบบ ก็สามารถกดเข้าไป >> เลื่อนลงไปด้านล่างสุด >> เลือก Sign Out)
    • เช่นเดียวกัน ถ้าใครที่ต้องการสมัครผ่าน App Store ก็ให้เปิดแอปขึ้นมา >> จากนั้นเลือกไปที่ Profile หรือไอคอนรูปคน
S 39608327 side
  • ระบบจะให้เราลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Apple ID ให้เราเลือกที่ ‘ไม่มี Apple ID หรือลืมไปหรือไม่’
  • จากนั้นระบบจะปรากฏข้อความขึ้นมาให้เราเลือก สร้าง Apple ID, ลืม Apple ID หรือไม่, ยกเลิก >> เลือกที่ สร้าง Apple ID
  • จากนั้นให้เราใส่ข้อมูลต่างๆ ได้แก่ ชื่อและวันเกิด, ที่อยู่อีเมล >> เราสามารถเลือกสร้าง Email ใหม่ ซึ่งจะเป็น Email ของ iCloud หรือ จะใช้ Email ที่เรามีอยู่แล้วก็ได้ (ข้อมูลที่เราใส่นั้น ควรเป็นข้อมูลจริง ไม่ควรใช้ข้อมูลเท็จ เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน การทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการยืนยันตัวตน การกู้คืนรหัส ฯลฯ)
  • ส่ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลการเรียกเก็บเงิน จากนั้นกดถัดไป ซึ่งถ้าใครไม่มีบัตรเครดิต สามารถเลือก “ไม่มี” ได้เลย ซึ่งหากกดไม่มีจะไม่สามารถซื้อสินค้าหรือแอปฯ ของ Apple ได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยน หรือลบรายละเอียดการจ่ายเงินหลังจากสมัครไปแล้วได้เช่นกัน
  • ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ (มีผลต่อการยืนยันตัวตน และการกู้คืนรหัส) จากนั้นกดถัดไป และตรวจสอบ Email เพื่อยืนยันอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสมัคร Apple ID ได้แล้ว

สมัคร Apple ID บนเครื่อง Mac / MacBook

สำหรับการสร้าง Apple ID บนเครื่อง Mac นั้นจะสามารถทำได้ผ่าน App Store, Apple Music โดยมีวิธีการทำที่คล้ายกับทำบนอุปกรณ์พกพา ดังนี้

app4
  • เข้าไปยัง App Store, Apple Music หรือเลือกเมนู Apple (ไอคอนรูป Apple) จากนั้นเลือกลงชื่อเข้าใช้ และกดสร้าง Apple ID (อย่าลืมว่าถ้าเคยมีอยู่แล้ว ให้ออกจากระบบก่อน)
  • อ่านเงื่อนไขทั้งหมดและกดยอมรับ หลังจากนั้นจะมีแบบฟอร์มขึ้นมาให้ใส่ข้อมูล อย่างวันเกิด ชื่อ Email และกดดำเนินการต่อ (หากใช้ email ที่ใช้อยู่แล้วจะมีคำแนะนำให้ทำต่อไป)
  • ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลที่อยู่เพื่อเรียกการเก็บเงิน จากนั้นกดดำเนินการต่อ ถ้าไม่มีบัตรสามารถกด “ไม่มี” ได้เช่นกัน จากนั้นจะมีตัวเลือกคำแนะนำขึ้นมา และสามารถกลับไปเปลี่ยน หรือลบรายละเอียดการจ่ายเงินได้ทีหลัง
  • เข้าไปตรวจสอบ Email และกดยืนยัน หลังจากยืนยันแล้ว ก็จะสมัคร Apple ID ใหม่ได้แล้ว และสามารถนำไปใช้งานบริการอื่นๆ ได้ในทันที

สมัคร Apple ID บน Android อุปกรณ์อื่น หรือบนเว็บไซต์

สำหรับการสร้าง Apple ID ผ่านเครื่องอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากสองวิธีแรกอย่างเช่น Apple TV, อุปกรณ์ที่ใช้ Android จะมีขั้นตอนที่ทำได้เหมือนกันทั้งหมด เมื่อต้องการเข้าไปใช้งานบริการต่างๆ ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Apple Music และ Apple TV+ หรือการติดตั้งแอปฯ ต่างๆ ส่วนการสมัครบน Windows จะสามารถทำได้ด้วยการเข้าไปที่ iTunes แต่ถ้าไม่มีก็ยังสมัครบนเว็บ Apple ได้เลย มีวิธีทำดังนี้

app2
  • เข้าไปยังเว็บ appleid.apple.com และเลือก ‘สร้าง Apple ID ของคุณ’
app5
  • กรอกรายละเอียดทั้งหมดให้ครบ เช่น ชื่อ วันเกิด Email รหัสผ่าน เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ ประเทศหรือภูมิภาคเพื่อเรียกเก็บเงิน (ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถสมัครได้เช่นกัน) ตรงนี้จะมีให้กดเลือกรับข้อมูลข่าวสาร หรือประกาศต่างๆ จากทาง Apple (เลือกหรือไม่เลือกก็ได้) จากนั้นกดดำเนินการต่อ
  • จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ขึ้นมา เพื่อยืนยันตัวตนจาก Email หรือเบอร์โทรศัพท์ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสมัคร Apple ID ใหม่ได้แล้ว และสามารถนำไปใช้งานกับบริการต่างๆ ของ Apple ได้เลย (อย่าลืมยืนยันก่อนด้วย)

สมัครใหม่แล้วมีข้อความให้เข้าใช้ iTunes จะลงชื่อเข้าใช้งานได้ที่ไหน ??

image

ในกรณีที่สร้าง Apple ID ใหม่นั้นมักจะมีข้อความระบุว่าให้ลงชื่อเข้าใช้ iTunes หรือให้สู่ระบบเพื่อใช้งาน ถ้าใช้อุปกรณ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรก็สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้เหมือนกัน โดยจะสามารถลงชื่อเข้าใช้ได้ตามการใช้งานของตัวเองได้เลย ดังนี้

  • iPhone, iPad และ iPod Touch : เปิดการตั้งค่า และเลือก “ลงชื่อเข้าอุปกรณ์” จากนั้นใช้ Apple ID เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน
  • Mac : ให้เลือกเมนู Apple (ไอคอนรูป Apple) และเลือก Apple ID จากนั้นให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน
  • Apple TV : สามารถลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่าน App Store, iTunes Store หรือ Apple Music
  • PC : ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่านทาง iTunes
  • อุปกรณ์ Android : ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ผ่านทาง Apple Music บน Android

ลืมรหัส Apple ID ทำอย่างไร ?

สมัคร Apple ID สร้าง Apple ID ลืมรหัส

การสร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยมักจะเกิดปัญหา ตรงที่ผู้ใช้งานนั้นใส่รหัสที่ยากเกินไป หรืออาจจะเข้าสู่ระบบไว้นานแล้ว และเมื่อต้องเข้ามาใช้งานใหม่ ก็ลืมรหัสที่ใช้งานไปแล้ว และทำให้ไม่สามารถใช้บริการของ Apple หรือซื้อโหลดแอปฯ ของ Apple ได้เลย ซึ่งความจริงแล้วรหัสที่ยากก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ทำให้เรามั่นใจได้ในระดับนึงว่า จะไม่โดนแฮค หรือโดนเอาบัญชีไปใช้งาน แต่ทางที่ดีก็ควรสร้างรหัสที่เราจำได้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหลายครั้ง ส่วนใครที่ลืมไปแล้ว ทาง Apple ก็ได้รองรับตรงส่วนนี้ไว้แล้ว ด้วยการยืนยันตัวตนในครั้งแรก เมื่อตอนสมัครใช้ Apple ID อย่าง Email เบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้ในการรีเซ็ตรหัสใหม่ได้เลย โดยการ

  • กดเลือกที่ Settings (การตั้งค่า) >> กดที่ชื่อ หรือ Apple ID >> Password & Security (รหัสผ่านและความปลอดภัย) >> Change Password (เปลี่ยนรหัสผ่าน)
  • ระบบจะให้เราทำการยืนยันการเปลี่ยนรหัส Apple ID โดยให้เราใส่รหัสสำหรับใช้ปลดล็อกเครื่อง
  • เพียงเท่านี้เราก็สามารถเปลี่ยนรหัส Apple ID ได้แล้ว

ระบบจะแจ้งข้อมูลไปเพื่อให้เซ็ตรหัสใหม่ผ่านทาง iCloud (หากใช้งาน) หรือหากไม่ได้ใช้ ก็สามารถเลือกเพื่อรีเซ็ตผ่านทาง Email และผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ได้เหมือนกัน ส่วนใครที่ไม่สามารถเข้าอะไรได้เลย สามารถเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Apple Support เพื่อเซ็ตรหัสผ่านได้อีกทาง


และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีการสมัคร Apple ID ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครผ่านอุปกรณ์ของ Apple หรือ บนอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งสมาร์ทโฟนและบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมากๆ ทำได้เอง โดยใช้เวลาไม่นาน และขั้นตอนเพียงไม่กี่ขั้นตอน ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนเลย อย่างไรก็ตาม การใส่ข้อมูลต่างๆ นั้น เราไม่ควรใส่ข้อมูลเท็จ หรือใส่ข้อมูลมั่ว เพราะจะส่งผลเสียกับในอนาคต ทั้งในเรื่องของการทำธุรกรรมต่างๆ, การกู้คืนข้อมูล, การยืนยันตัวตน รวมไปถึงการดำเนินการต่างๆ และข้อความช่วยเหลือจากทาง Apple ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นอีกด้วย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Find my iPhone, iPhone หาย
ขนาดรูป Facebook, รูปเฟสบุ๊ค
เว็บไซต์หางาน
เกมมือถือน่าเล่นฟรี, เกมมือถือน่าเล่น 2023, เกมมือถือน่าเล่น ตลอดกาล
TikTok Shop Thailand, TikTok Shop ทำยังไง, TikTok Shop ลงทะเบียน
เกมหนอน io, เกมหนอน ออนไลน์, เกมหนอน y8
คีย์บอร์ด ipad gen 9, คีย์บอร์ด Bluetooth
เคสไอโฟน 13

from:https://notebookspec.com/web/685628-easy-way-to-register-apple-id

Apple เผยรายได้จากมือถือไตรมาส 1 ปี 2023 ลดลงจากปีก่อน เหตุเพราะ iPhone 14 Pro ผลิตไม่ทัน

วันนี้ทาง Apple ได้เปิดเผยตัวเลขรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตัวเลขในกลุ่มธุรกิจมือถือ iPhone ทำให้นักวิเคราะห์ผิดหวังจากรายได้ที่ลดลงไป และล่าสุด Tim Cook ซีอีโอคนดังก็ได้ออกมายืนยันกับนักวิเคราะห์แล้วว่า สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขรายได้รวมของแผนก iPhone ลดลงเป็นเพราะ iPhone 14 Pro ขาดตลาดหนัก ผลิตไม่ทันขาย

สิ่งที่ Tim Cook ออกมายืนยันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อช่วงปีที่แล้วมือถือซีรีส์ท็อปสุด และยอดนิยมที่สุดอย่าง iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เกิดขาดตลาดอย่างหนักในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ชาวตะวันตกมักจะออกมาจับจ่ายซื้อของขวัญ จนส่งกระทบทำให้รายได้รวมของไตรมาส 1 ปี 2023 ลดลงไปกว่าหมื่นล้านเหรียญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว

  • รายได้รวมจาก iPhone ไตรมาส 1 ปี 2023 : $65.78 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • รายได้รวมจาก iPhone ไตรมาส 1 ปี 2022: $71.63 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

iPhone 14 Pro Series

จากตัวเลขที่กล่าวมาด้านบน นักวิเคราะห์คาดว่า iPhone 14 Pro แค่รุ่นเดียวส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมที่ลดลงกว่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังได้ถาม Tim Cook ว่าปัญหาการขาดแคลน iPhone 14 Pro ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ, ไป iPhone ซื้อรุ่นอื่น หรือยกเลิกการซื้อด้วยหรือไม่ Tim Cook ก็ได้ตอบว่าเขายังไม่มีข้อมูลที่จะตอบคำถามเหล่านี้ พร้อมเสริมว่าถึงแม้ว่าจะมีปัญหาขาดแคลนตัวเครื่องเกิดขึ้น แต่ยอดขายทั่วโลกยังคงเติบโตเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ตัวเลขรายได้โดยรวมไตรมาสแรกปี 2023 ของ Apple อยู่ที่ $117.15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตกลงกว่า 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมีผลกำไรอยู่ที่ $29.99 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยลงกว่า 13% ในตอนนี้สถานการณ์ขาดแคลน iPhone 14 Pro ได้กลับมาปกติเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าในไตรมาสหน้าอาจจะได้เห็นตัวเลขที่ดีขึ้นบ้าง

 

ที่มา: 9to5mac

from:https://droidsans.com/apple-q1-2023-iphone-revenue-decline/

สอนใช้ Find my iPhone / iPhone หาย ทำยังไงดี อัปเดต 2023

แนะนำวิธีใช้งาน Find my iPhone / iPhone หาย ทำยังไงดี อัปเดต 2023

Find my iPhone, iPhone หาย

Find My เป็นเแอพพลิเคชันสำหรับช่วยในการติดตามอุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple หรืออะไรก็ตามที่ได้รับการติด Air Tag ไว้ ซึ่งการใช้งานนั้นก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย หากใช้เป็นก็จะมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ iPhone ของเราสูญหาย ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำวิธีการใช้งาน Find my iPhone ผ่านแอพ Find My และบนเว็บไซต์ สำหรับติดตาม iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่สูญหายกัน


Find my iPhone คือ ?

Find my iPhone, iPhone หาย

Find My นั้น เป็นฟีเจอร์สำหรับค้นหาอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook หรืออุปกรณ์ สิ่งของ อะไรอื่นๆ ที่ได้รับการติด Air Tag ก็จะสามารถใช้ Find My ในการติดตาม ค้นหาตำแหน่งได้ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดเสียงเพื่อค้นหาอุปกรณ์ที่อยู๋ใกล้ๆ ในกรณีที่หาไม่เจอ หรือติดตาม ลบข้อมูล เพื่อปกป้องข้อมูลของเราในกรณีที่ทำเครื่องหายอีกด้วย

Advertisementavw
  • ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน: Find My iPhone on the App Store
  • สำหรับใครที่ต้องการเข้าไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ก็สามารถเข้าไปได้ที่: iCloud

นอกจากการค้นหาอุปกรณ์แล้ว Find My ยังมีข้อดีมากๆ นั่นก็คือ

  • เราสามารถเปิดเสียในการค้นหาอุปกรณ์ได้ เมื่อเราอยู่ใกล้ๆ เหมาะสำหรับใครที่บางครั้งลืมว่าวางอุปกรณ์ไว้ที่ได้ โดยสามารถกดเลือกที่ Play Sound ได้
  • Mark As Lost หรือ ฟีเจอร์ระบุว่าสูญหาย เหมาะสำหรับใครที่ทำเครื่องหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อย่าง iPad, iPod touch และ MacBook โดยเราสามารถใช้งานแม้จะอยู่ในระยะไกล ในเมนู Mark As Lost ให้กดไปที่ Activate >> จากนั้นเลือก Continue >> ใส่เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ของเรา >> ใส่ข้อความเพื่อบอกแก่ผู้ที่พบเจออุปกรณ์ของเรา >> เปิดการแจ้งเตือนเมื่อพบอุปกรณ์ >> กด Activate
  • ฟีเจอร์ Erase This Device เหมาะสำหรับใครที่ทำเครื่องหาย แล้วคิดว่าไม่สามารถหาเจอได้แล้วแน่ๆ ก็สามารถลบอุปกรณ์ เพื่อลบข้อมูลต่างๆ เราไปถึงป้องกันข้อมูลสำคัญของเราได้ แต่ต้องมั่นใจจริงๆ เพราะเมื่อลบแล้ว เราก็จะไม่สามารถติดตามอุปกรณ์ของเราได้อีก ซึ่งถ้าใครที่ใช้งาน AppleCare+ ก็ถ้าเข้าไปติดต่อความช่วยเหลือจาก Apple เพื่อทำการยื่นเรื่องในการคุ้มครองการขโมยและการสูญหาย

วิธีตั้งค่าเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPad, iPod touch หรือ MacBook

settings apple id find my find my iphone
Cr: Apple

ถ้าเราต้องการค้นหาอุปกรณ์ผ่านแอพ Find My นั้น เราต้องเข้าไปตั้งค่าเปิดการทำงานของฟีเจอร์นี้ก่อน สำหรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์การค้นหา iPhone ของฉัน หรือ Find My นั้น ในแต่ละอุปกรณ์ เราสามารถเข้าไปตั้งค่าเปิดการทำงานได้ดังนี้

iPhone, iPad, iPod Touch

S 39575672 side
  • เริ่มต้นนั้นให้เราที่แอพพลิเคชัน Settings >> จากนั้น เลือกที่ไป Apple ID (ดูวิธีการสมัคร Apple ID ได้ที่นี่) ของเรา >> จากนั้นเลือกที่ ‘ค้นหาของฉัน’ หรือ Find My
  • เมื่อเราเข้ามาที่หน้า Find My >> จากนั้นให้เปิดใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมด ใน ‘ค้นหา iPhone ของฉัน’ Find My iPhone ไม่ว่าจะเป็น Find My iPhone, Find My Network และ Send Last Location
    • ถ้าใครที่ต้องการแชร์ Location สำหรับคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ ให้ได้ทราบตำแหน่งของอุปกรณ์นี้ไว้เสมอ ก็สามารถเปิดได้ โดยในหน้า Find My >> เลือก Share My Location

MacBook

macos ventura system settings apple id icloud find my turn on
Cr: Apple
  • การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Find My บน MacBook นั้น สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ System Settings >> จากนั้นเลือกที่ Apple ID >> iCloud >> เปิดใช้งาน Find My Mac
  • ถ้าไอคอน Find My มีป้ายกำกับเตือน อาจเป็นไปได้ว่าเรายังไม่ได้เปิดบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่
    • System Settings >> Privacy & Security >> Location Services >> เปิดใช้ Location Services และ Find My

วิธีค้นหา iPhone หาย, iPad หาย ผ่าน Find My

วิธีการใช้งานฟีเจอร์ Find My ในการค้นหาอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPad touch, MacBook หรืออุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งการค้นหาอุปกรณ์ของตัวเอง และการค้นหาอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ

ค้นหาผ่าน Find My เครื่องตัวเอง

S 39575661 side

วิธีการค้นหาอุปกรณ์ของเราผ่าน Find My ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook, iPod touch หรืออุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ที่เราได้ทำการเชื่อมต่อไว้ เช่น AirPods, AirTag เป็นต้น สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เราใช้ Apple ID เดียวกัน หรือใครที่แชร์กับครอบครัว หรือ Family Sharing ก็เข้าไปดูตำแหน่งหรือค้นหาอุปกรณ์ได้ดังนี้

  • เข้าไปที่แอพพลิเคชัน Find My >> ในหน้าแรกจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องเรา หรือเครื่องที่กำลังใช้งานแอพ >> ให้เลือกที่ Devices
  • เราจะเห็นรายการ หรือรายชื่อและตำแหน่งของอุปกรณ์ของ Appleที่เราได้ทำการเชื่อมต่อ หรือ ลงชื่อเข้าใช้งาน Apple ID เดียวกัน
  • และเมื่อเรากดเลือกที่รายการของอุปกรณ์ ก้จะมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ของอุปกรณ์นั้นปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งที่ตั้ง, สถานะแบตเตอรี่, ระยะห่างกับเครื่องที่เราใช้, การแจ้งเตือนเมื่อพบเจออุปกรณ์, แจ้งว่าเป็นเครื่องที่ทำหาย ซึ่งเป็นเมนูที่สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าใครทำเครื่องสูญหาย เมนูนี้จะทำให้เราสามารถจัดการกับเครื่องได้ก่อนที่ใครจะเอาไปใช้งาน

ค้นหาผ่าน Find My เครื่องอื่น

S 39575667 side

นอกจากที่เราจะใช้ค้นหาอุปกรณ์ Apple ที่ลงชื่อเข้าใช้งาน Apple ID เดียวกับเรา หรือมีการเชื่อมต่อกับเครื่องของเราแล้ว เราก็สามารถที่จะช่วยเพื่อนหรือค้นหาอุปกรณ์ของเพื่อนได้ด้วย สำหรับในกรณีที่เพื่อนของเราทำอุปกรณ์หาย

  • เข้าไปที่แอพพลิเคชัน Find My >> จากนั้นเลือกไปที่เมนู Me (ฉัน) >> เราจะพบกับข้อมูลต่างๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็น My Location, Notifications ฯลฯ >> ให้เลื่อนลงมาด้านล่างสุด เลือกที่เมนู ‘Help a Friend’ หรือ ช่วยเพื่อน
  • จากนั้นตัวแอพจะพาเราไปยังหน้าเว็บไซต์ iCloud โดยอัตโนมัติ >> ให้เราลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Apple ID ของเพื่อน จากนั้นก็จะปรากฏอุปกรณ์ที่ลงชื่อเข้าใช้ Apple ID ที่เราเข้าสู่ระบบขึ้นบนแผนที่ทันที

วิธีค้นหา iPhone หาย, iPad หาย ผ่านเว็บไซต์ iCloud

fm1

นอกจากการค้นหาอุปกรณ์หรือดูตำแหน่งผ่านแอพพลิเคชัน Find My เราก็สามารถเข้าไปใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ iCloud

  • วิธีการง่ายๆ เลยก็คือ เมื่อเราเข้าไปยังเว็บไซต์ >> จากนั้น ก็เลือกที่ Sign In เพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน โดยใช้ Apple ID ของเรา
  • เมื่อเข้าสู่ระบบได้แล้ว ก็สามารถดูตำแหน่งของอุปกรณ์ที่เราต้องการได้เลยในทันที ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง Apple ID ของเรา หรือ Apple ID ของคนอื่น ในกรณีที่เพื่อนหรือคนรู้จักของเรา ทำเครื่องหาย

และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการใช้งาน Find My ฟีเจอร์สำคัญในการติดตามตำแหน่ง ค้นหาอุปกรณ์ของ Apple ที่ต้องบอกเลยว่ามีประโยชน์กับผู้ใช้งานมากๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการค้นหาอุปกรณ์เวลาที่หาไม่เจอ การติดตามตำแหน่งในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย อีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถลบข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูลต่างๆ ของเราไว้ ในกรณีที่ทำหายแล้วหาเครื่องไม่เจอ เพื่อไม่ให้คนที่เก็บไปสามารถนำข้อมูลต่างๆ ของเราไปใช้งานต่อหรือนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้นั่นเอง


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แผ่นรองเมาส์ แบบไหนดี
สายชาร์จไอโฟนแท้, สายชาร์จไอโฟน Type C, สายชาร์จไอโฟน 13
โหลดเทมเพลต PowerPoint ฟรี
SmartWatch รุ่นไหนดี
ซิมโทรฟรีทุกเครือข่าย 24 ชั่วโมง
My Hotpot Story, ร้านหม้อไฟแห่งความสุข
แอพออกแบบโลโก้ สวยๆ, แอพออกแบบ Logo, แอพออกแบบโลโก้ iPad

from:https://notebookspec.com/web/672357-easy-way-to-use-find-my-iphone

7 ฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมใน iOS 16 คาดว่าเปิดให้ใช้งานในปีนี้ (อัปเดต ก.พ. 2023)

ท่ามกลางกระแสข่าวลือของ iOS 17 ที่เริ่มมีรายงานมาให้เห็ […] More

from:https://www.iphonemod.net/7-features-ios-16-coming-this-year-2023.html

ฟีเจอร์ตรวจจับการชน iPhone 14 ช่วยเหลือผู้ใช้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนที่หมดสติ

ฟีเจอร์ตรวจจับการชน (Cash Detection) บน iPhone 14 ได้รั […] More

from:https://www.iphonemod.net/cash-detection-iphone-14-save-truck-accident.html

แนะนำแอป Countdown with Emoji ช่วยเคาท์ดาวน์บน iPhone, Apple Watch ไม่พลาดวันสำคัญ

สำหรับใครที่ชอบติดตามวันสำคัญหรือวันครบรอบต่าง ๆ ทีมงาน […] More

from:https://www.iphonemod.net/countdown-with-emoji-app-suggestion-for-iphone-apple-watch.html

เปิดให้ใช้งานแล้ว! Apple Music Replay 2023 ติดตามเพลง อัลบั้ม และแสดงเพลงที่เราฟังมากที่สุดตลอดทั้งปีได้ง่าย ๆ

Apple เปิดให้ใช้งาน Apple Music Replay 2023 หรือที่เราคุ้นกันดีคือการฟังเพลงได้แบบเจาะลึก ฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับเพลงที่บ่งบอกเรื่องราวในแต่ละปีของเรา เพื่อติดตาม “เพลงยอดนิยมแห่งปี” หรือติดตาม อัลบั้ม ศิลปินคนโปรดที่เราชื่นชอบได้ตั้งแต่ต้นปี ผ่านแอป Music บน iPhone  แค่นี้ทุกคนก็เข้าถึงเพลงที่ตัวเองชอบได้ง่าย ๆ

Apple Music Replay 2023 

Apple Music Replay จะแตกต่างจาก Spotify Wrapped อยู่อย่างนึงค่ะ เพราะการใช้งาน Apple Music Replay สามารถติดตามเพลงยอดนิยมของเราได้ตลอดทั้งปี  แต่ในทางกลับกัน Spotify Wrapped จะเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคมเท่านั้น ก็คือท้ายปีถึงใช้งานได้

การทำงานหลัก ๆ ฟื้นช่วงเวลาเกี่ยวกับเพลงที่บ่งบอกถึงเรื่องราวในปีของเรา ทั้งรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเพลงที่ฟังตลอดทั้งปี และรับเพลย์ลิสต์เพลงอันดับสูงสุดของในปีนี้ รวมถึงเพลย์ลิสต์สำหรับทุกปีที่เราสมัครเป็นสมาชิก Apple Music ไว้ทั้งศิลปินยอดนิยม อัลบั้มยอดนิยม และระยะเวลาการฟังทั้งหมดของเรา อีกทั้งยังฟังย้อนหลังไปถึงปี 2015 ได้อีกด้วย ถ้าเป็นสมาชิก OG ของ Apple Music 

วิธีการทำงานของ Apple Music Replay

Apple Music Replay คำนวณเพลง อัลบั้ม ศิลปิน เพลย์ลิสต์ ประเภท และสถานียอดนิยมของคุณโดยใช้ข้อมูลต่อไปนี้

  • ประวัติการฟังเพลงของคุณใน Apple Music
  • จำนวนการเล่นเพลง ศิลปิน อัลบั้ม เพลย์ลิสต์ ประเภท และสถานี
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการฟังเพลง ศิลปิน อัลบั้ม เพลย์ลิสต์ ประเภท และสถานี
  • แชร์ข้อมูลเชิงลึก  เพื่อแชร์ข้อมูลเชิงลึกการฟังในแบบของคุณโดยใช้ข้อความและโซเชียลมีเดีย ผ่าน IG, Facebook , twitter

 

การเปิดให้ใช้งานจะเริ่มทยอยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ เพื่อน ๆ สามารถแชรเพลงที่เราชอบผ่านโซเชียล ให้ทุกคนเห็นได้ง่ายขึ้น หรือจะลิสเพลงโปรดไว้ฟังซ้ำ ๆ ก็ยังได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มี Your Listening Personality แบบ Spotify  เพราะสามารถดูได้ว่าตลอดทั้งปี เราฟังเพลงแบบไหนบ้าง โดยบ่งบอกถึงตัวตนและรสนิยมของเราผ่านเพลงที่ชอบนั่นเอง

 

 

ที่มา : 9to5mac

 

 

 

 

from:https://droidsans.com/apple-music-replay-2023/

10+ รักษาความปลอดภัยให้กับบัญชี Apple ID และ iCloud

บัญชี Apple ID และข้อมูลใน iCloud ถือเป็นข้อมูลสำคัญของ […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-secure-apple-id-icloud.html