คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_14

สรุปเหตุการณ์ Foxconn ป่วน! พนักงานแห่ออกกว่าสองหมื่น กระทบการผลิต iPhone 14 ช่วงปลายปี

สรุปเหตุการณ์ Foxconn ป่วน! พนักงานแห่ออกกว่าสองหมื่น กระทบการผลิต iPhone 14 ช่วงปลายปี
Noppinij

สรุปเหตุการณ์พนักงานแห่ลาออกกันเป็นจำนวนมากของ  Foxconn จากความไม่สงบที่เกิดขึ้นภายในโรงงาน ปัญหาสะสมต่อเนื่องกันมาจนถึงฟางเส้นสุดท้าย คือการที่บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินโบนัสตามที่เคยสัญญาไว้กับพนักงานได้ บวกกับความหวาดกลัวและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้มีพนักงานจำนวนมากกว่า 20,000 คน ประกาศลาออกจากบริษัท ส่งผลต่อสายการผลิตที่อาจจะลดลงไปมากกว่า 30% นั้นรวมถึง iPhone 14 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ Foxconn ด้วย

เรื่องราวความยุ่งเหยิงนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีการระบาดของ COVID-19 เกิดขึ้นภายในโรงงาน Foxconn ซึ่งรู้กันดีว่านี้เป็นโรงงานสำคัญและใหญ่ที่สุดที่ใช้ในการผลิตและประกอบอุปกรณ์ iPhone จนคนในท้องถิ่นเมืองเจิ้งโจวเรียกที่นี่กันว่า “iPhone City”

ด้วยมาตรการนโยบายปลอดโควิด-19 ของจีน ที่พยายามกำจัดไวรัสให้หมดสิ้นจากประเทศโดยไม่ทำลายเศรษฐกิจ จีนจึงได้ออกนโยบายการอนุญาตโรงอุตสาหกรรมและสายการผลิตภายในประเทศ ให้สามารถดำเนินการได้โดยใช้สายการผลิตแบบวงปิด (closed-loop ) ซึ่งพนักงานภายในบริษัทจะต้องอาศัยอยู่ทีโรงงาน ไม่ว่าจะทำงาน กิน หรือนอน จะอยู่กันแต่ภายในพื้นที่ที่บริษัทกำหนด เป็นมาตรฐานเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส และนั้นรวมถึงโรงงาน Foxconn ที่ปฎิบัติตามข้อกำหนดนี้ด้วยเช่นกัน

และแม้ทางบริษัท Foxconn จะออกมาอ้างว่าสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุม แต่นั้นก็หมายถึง กฎที่เพิ่มขึ้น และความเข้มงวดที่ปฏิบัติต่อพนักงานภายใน ที่แต่เดิมมีความเข้มงวดอยู่แล้วก็ได้เพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นไปอีก มีการปิดโรงอาหาร การปิดแยกส่วนสายการผลิต และการควบคุมที่เข้มงวดในการอนุญาตคนเข้าคนออกภายในโรงงาน ถึงกระนั้นการติดเชื้อก็ยังแพร่ระบาดอยู่ภายในโรงงานเช่นเดิม และตามมาด้วยปัญหาการขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคที่มีไม่เพียงพอ จนสุดท้ายทางเลือกของพนักงานคือการขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของพวกเขาแบบตายเอาดาบหน้า จนส่งผลกระทบให้ Foxconn เริ่มมองเห็นปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

ในตอนแรกทาง Foxconn ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการเสนอเงินโบนัสพิเศษเป็นการโน้มน้าวให้พนักงานอยู่ทำงานต่อ จากนั้นเมื่อพนักงานส่วนใหญ่ยังไม่สนใจจึงได้ประกาศเพิ่มเงินโบนัสมากขึ้นกว่าเดิมอีกสิบเท่า! รวมถึงโน้มน้าวด้วยเงินพิเศษสำหรับผู้ที่ทำงานเข้ากะจนครบตามที่กำหนด

สร้างความกดดันระหว่างการทำงานให้กับพนักงานที่ตัดสินใจทำงานต่อด้วยข้อเสนอใหม่ตามที่ Foxconn เสนอมา ในขณะที่การติดเชื้อยังคงแพร่กระจายต่อไป และโรงงานก็ถูกล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แต่อย่างไรก็ตามเหมือนปัญหาและความกดดันภายในบริษัทดูจะหนักขึ้นเรื่อยๆ พนักงานที่ได้รับเลือกให้มาทำงานด้วยข้อสัญญาใหม่เริ่มมีการออกมาบอกว่า พวกเขาไม่ได้รับโบนัสตามที่ Foxconn ได้เคยสัญญาไว้ จนสุดท้ายเกิดรวมกลุ่ม และเกิดการปะทะ จนนำไปสู่การประท้วงที่กลายเป็นความรุนแรงภายในบริษัทตามที่มีข่าวรายงานออกมาก่อนหน้านี้

222 | Foxconn | สรุปเหตุการณ์ Foxconn ป่วน! พนักงานแห่ออกกว่าสองหมื่น กระทบการผลิต iPhone 14 ช่วงปลายปี

โดยหลังจากนั้นทาง Foxconn ได้ออกยอมรับว่ามีปัญหาในเรื่องของการตกลงรายได้ซึ่งเกิดขึ้นจริง มีสาเหตุมาจาก “ข้อผิดพลาดทางเทคนิคเกี่ยวกับโบนัส” และสัญญาว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง

เนื่องจากพนักงานหลายคนยังคงมีความโกรธแค้น และความสงบเหมือนจะไม่ยอมมาง่ายๆ ทาง Foxconn จึงได้ยื่นข้อเสนอเป็นเงินชดเชยสำหรับใครก็ตามที่ต้องการจะลาออกในตอนนี้ พวกเขาจะได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวน 10,000 หยวน (หรือประมาณ 50,000 บาท) เทียบเท่ากับเงินเดือนหนึ่งถึงสองเดือนของพวกเขา เพื่อที่จะจบปัญหาความไม่สงบดังกล่าว

ซึ่งสรุปว่ามีคนงานจำนวนมากที่ตัดสินใจลาออกและขอรับเงินชดเชยที่ว่ามาครับ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุเอาไว้ว่ามีมากกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว

Mass resignations of iPhone workers | Foxconn | สรุปเหตุการณ์ Foxconn ป่วน! พนักงานแห่ออกกว่าสองหมื่น กระทบการผลิต iPhone 14 ช่วงปลายปี
ภาพฝูงชนและพนักงานที่กำลังขนกระเป๋าเข้าแถวยาวเพื่อรอขึ้นรถเมล์ออกจากเมือง

แล้วการผลิต iPhone 14 จะได้รับผลกระทบขนาดไหน?

เรื่องนี้มีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับผลกระทบการผลิต iPhone 14 โดยแหล่งข่าวหนึ่งมาจากพนักงานภายในบริษัท Foxconn ที่ได้ให้ข้อมูลว่า “คนงานกว่า 20,000 คนที่ตัดสินใจรับเงินชดเชยและออกไปจากบริษัท พวกเขาส่วนใหญ่เป็นพนักงานใหม่ที่ยังไม่ได้ทำงานอยู่ในสายการผลิต แม้เรื่องนี้จะมีผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของบริษัทเรา แต่จะส่งผลต่อความสามารถในการผลิตในปัจจุบันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

ซึ่งสวนทางกับอีกแหล่งข่าวที่ได้ออกมาอ้างถึงการประมาณการ ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะทำให้บริษัทสูญเสียกำลังผลิตไปมากกว่า 30% จากตัวเลขเดิมที่เคยวางแผนกันไว้ในเดือนพฤศจิกายน และจะส่งผลต่อการจัดส่งสินค้า iPhone ให้กับทาง Apple ในช่วงเดือนหน้าเป็นต้นไปอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามตั้งแต่การระบาดของ Covid-19 ในเจิ้งโจว ประเทศจีน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ทาง Apple ก็ได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนแก่คู่ค้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องไว้แต่แรกแล้วว่า

“ด้วยข้อจำกัดจาก COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อโรงงานประกอบหลักของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ในเมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน ในขณะนี้โรงงานกำลังดำเนินการด้วยกำลังการผลิตที่ลดลงอย่างมากเป็นการชั่วคราว และเรากำลังให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานในห่วงโซ่อุปทานของเรา ดังที่เราได้ดำเนินการตลอดช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19”

ฉะนั้นสินค้า iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max น่าจะมีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัดในช่วงปลายปีอย่างแน่นอนครับ ในเมืองไทยก็อาจจะได้รับผลกระทบในตัวเลือกของอุปกรณ์บางรุ่นความจุ หรือบางสีที่ได้รับความนิยม ส่วนเรื่องราวความโกลาหลที่เกิดขึ้นในเมืองเจิ้งโจว ก็เป็นการหน้าที่ในการแก้ปัญหาของ Foxconn ซึ่งเราต้องดูว่าจะส่งผลกระทบต่อไปอีกนานสักแค่ไหนตราบใดที่ Covid-19 ยังคงแพร่ระบาดกันอยู่แบบนี้ครับ

ข่าว: สรุปเหตุการณ์ Foxconn ป่วน! พนักงานแห่ออกกว่าสองหมื่น กระทบการผลิต iPhone 14 ช่วงปลายปี มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/foxconn-mass-resignations-iphone-14/

ลือ Apple วางแผนจะเปิดตัว Apple Pencil รุ่นราคาประหยัดสำหรับใช้กับ iPhone 14 แต่เปลี่ยนใจกะทันหัน

ล่าสุดมีข่าวลือออกมาว่าตอนแรกทาง Apple ตั้งใจว่าจะเปิดตัว Apple Pencil รุ่นใหม่ออกมาพร้อมกับ iPhone 14 Series โดยปากกาสไตลัสดังกล่าวจะสามารถใช้งานกับ iPhone ได้ด้วย แถมยังมีราคาถูกกว่า Apple Pencil รุ่นที่ใช้กับ iPad อีกต่างหาก…แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอยู่ ๆ Apple ดันยกเลิกไม่เปิดตัวปากกาสไตลัสรุ่นนี้ไปเฉยเลย

แม้ว่าข่าวลือนี้จะมาจากแหล่งข่าวที่ยังไม่ค่อยมีประวัติในการปล่อยข่าวเท่าไหร่ แต่ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและพอจะมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน โดยแหล่งข่าวบอกว่า Apple ได้เตรียมผลิตปากกาสไตลัส Apple Pencil รุ่นใหม่ มีโค้ดเนมว่า Marker เอาไว้แล้ว และตอนแรกกะว่าจะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 14 Series เมื่อช่วงเดือนกันยายนเลย

โดยปากกาสไตลัสดังกล่าวจะรองรับการใช้งานกับ iPhone และมีราคาอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,800 บาท ซึ่งถูกกว่า Apple Pencil สำหรับ iPad ซะอีแต่จากข้อมูลบอกว่า Marker จะไม่มีฟีเจอร์ตรวจจับแรงกดมาด้วย ส่วนข้อดีก็คือมันไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะใช้เทคโนโลยีเดียวกับปากกา S Pen ที่จะดึงพลังงานจากหน้าจอ iPhone มาแทน

แต่สุดท้าย Apple ก็ไม่ได้เปิดตัวปากการุ่น Marker ออกมาซักที ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นจนต้องยกเลิกการเปิดตัวและวางจำหน่ายปากกาสไตลัสรุ่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ตามข้อมูลบอกว่า Apple เริ่มผลิตเป็นจำนวนมากไปแล้ว

หากข่าวลือนี้เป็นจริงก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะหากผลิตเป็นจำนวนมากแล้วกลับไม่เอามาขายก็เสียเปล่า หรือไม่แน่ว่าอาจจะมีการวางจำหน่ายตามมาทีหลังก็ได้…แต่ย้ำอีกทีว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงข่าวหลุดข่าวลืออยู่นะครับ

 

ที่มา : 9to5Mac

from:https://droidsans.com/cheap-apple-pencil-rumor/

(ลือ) Apple ล้มแผนเปิดตัว Apple Pencil ชื่อ “Maker” ใช้คู่ iPhone 14 ได้ ในโค้งสุดท้าย!

Duan Rui เผย Apple พับแผนเปิดตัว Apple Pencil รุ่นราคา […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-drop-plan-announce-apple-pencil-name-maker-work-with-iphone-14.html

The Elec เผย iPhone 14 ทั้ง 4 รุ่น ส่วนใหญ่ใช้จอ OLED จาก Samsung

The Elec เผยว่า iPhone 14 ทุกรุ่น ส่วนใหญ่แล้วใช้จอ OLE […] More

from:https://www.iphonemod.net/samsung-larger-oled-display-for-iphone-14-model.html

ยอดส่งมอบมือถือพรีเมี่ยมฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไตรมาส 3 โตขึ้น 29% ค่าย Apple ทำยอดพุ่งพรวด

ช่วงนี้ตลาดมือถือเริ่มกลับมาอีกรอบ (แม้จะยังไม่กลับมาดีเหมือนเดิม) โดยปกติแล้วมือถือระดับเริ่มต้น-ระดับกลางมักจะเป็นตัวชูโรงที่ทำให้ยอดส่งออกมือถือจากค่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้น…แต่สำหรับปีนี้มาแปลก เพราะจากการสำรวจตลาดมือถือฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ พบว่ามือถือระดับพรีเมี่ยมมียอดส่งมอบสูงขึ้นกว่าไตรมาส 3 ปีที่แล้วถึง 29%

Counterpoint Research ออกมาเผยข้อมูลยอดส่งมอบมือถือในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2022 ฝั่งประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เก็บข้อมูลจากประเทศหลัก ๆ คือ ไทย, อินโดนีเชีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม) ว่าในช่วงนี้แม้ยอดส่งมอบรวมของมือถือจะยังคงหดตัว แต่ก็มีการกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของมือถือระดับพรีเมี่ยม ราคาตั้งแต่ 401 – 600 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 15,000 – 21,700 บาท มียอดส่งมอบสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 29% นำโดย iPhone 14 Series และมือถือเรือธงจากค่ายอื่น ๆ

ส่วนสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้มือถือระดับนี้ขายดีมากขึ้น ก็เพราะว่าเทคโนโลยี 5G เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานอยากเปลี่ยนมาใช้มือถือที่รองรับ 5G ด้วย แต่ถ้าดูข้อมูลยอดส่งมอบของ 2 ค่ายเจ้าตลาด จะพบว่า Samsung มียอดส่งมอบมือถือร่วงจากปี 2021 อยู่ที่ -13% ส่วนคู่แข่งอย่าง Apple กลับมียอดส่งมอบพุ่งพรวดถึง 63%

แต่อย่างที่บอกไป แม้ว่ายอดส่งมอบมือถือระดับพรีเมี่ยมจะสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ แต่ยอดส่งมอบรวมของมือถือทั้งหมดในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงติดลบอยู่ที่ -10% หากเทียบกับปี 2021 สาเหตุก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม ๆ คือเศรษฐกิจซบเซาและภาวะเงินเฟ้อนั่นเอง

ไม่แน่ว่าช่วงไตรมาส 4 ตลาดมือถืออาจกลับมาคึกคักอีกรอบ เพราะน่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วง Black Friday และช่วงเทศกาลปลายปีครับ

 

ที่มา : CounterpointResearch

from:https://droidsans.com/iphone-dominates-premium-phone-shipments-southeast-asia/

Apple เปิดบริการข้อความผ่านดาวเทียมในสหรัฐฯ และแคนาดา ไม่ฉุกเฉินก็แจ้งพิกัดให้ครอบครัวได้

Apple เปิดบริการ Emergency SOS บริการข้อความผ่านดาวเทียมที่เปิดใช้งานฟรีให้กับผู้ซื้อ iPhone 14 โดยเฟสแรกจะเปิดบริการในสหรัฐฯ และแคนาดาก่อน แล้วจึงเปิดบริการในฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, และสหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคมนี้

นอกจากการเปิดบริการจริง แอปเปิลยังอธิบายถึงขั้นตอนการใช้งานบริการนี้ละเอียดขึ้น โดยผู้ใช้ต้องพยายามโทรแจ้งเหตุร้าย (ในสหรัฐฯ คือหมายเลข 911) ก่อนเมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือไม่ได้จึงจะขึ้นตัวเลือกแจ้งเหตุร้ายผ่านทางดาวเทียม จากนั้นโทรศัพท์จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและส่งข้อมูลไปพร้อมกับพิกัดล่าสุด, ระดับแบตเตอรี่, หมายเลขประจำตัวทางการแพทย์ จากนั้นจะสามารถส่งข้อความสอบถามเพิ่มเติมได้เหมือนการส่ง SMS

อีกฟีเจอร์หนึ่งของบริการนี้คือการแจ้งพิกัดขงตัวเองให้ครอบครัวรับรู้แม้จะไม่ได้อยู่ในอันตรายก็ตาม ผู้ใช้สามารถเปิด Find My และสั่งแชร์พิกัดผ่านทางดาวเทียมได้

ตอนนี้แอปเปิลยังไม่แจ้งราคาของบริการ Emergency SOS ว่าค่าบริการเป็นอย่างไร แต่บอกเพียงว่าบริการฟรีสองปีเท่านั้น

ที่มา – Apple

from:https://www.blognone.com/node/131503

LG ก้าวเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์ผลิตจอ iPhone 14 Pro ให้กับ Apple อีกราย

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max มีความต้องการสูงในต […] More

from:https://www.iphonemod.net/lg-become-apple-new-supplier-for-oled-display.html

ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส”

ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส”
Appdisqus Team

ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัสเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

Focus เดินหน้าลุยตลาดฟิล์มสมาร์ทโฟนเกาะกระแส iphone 14 Series อัดฉีดงบการตลาด ชิงเปิดแคมเปญใหม่ ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัสขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคที่ชอบของใหม่ ใช้ IT Review & Lifestyle Influencers มาช่วยสร้างสีสัน ผ่านกิจกรรมง่ายๆ ด้วยการท้าให้เหล่า influencers ออกไปปกป้องครบรอบด้าน iPhone 14 ยักษ์บนตึกสูงใจกลางกรุงเทพ

Focus | Focus | ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส”

Focus ได้เอาบิลบอร์ดขนาดยักษ์ในช่วงเปิดตัวไอโฟนใหม่แบบนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมกับสื่อสารให้เห็นภาพว่าฟิล์ม Focus พร้อมปกป้อง iPhone เครื่องใหม่ในมือคุณได้ทุกจุดทุกมุมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ ด้านหลัง และเลนส์กล้องหลัง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของเครื่อง ซึ่งรูปถ่ายที่เราเห็นกันนั้นไม่ว่าจะมุมซ้าย มุมขวา หรือมุมไหน ๆ iPhone14 ก็ยังถูกปกป้องจากกระจกกันรอยโฟกัสทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังสื่อสารแคมเปญอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายสไตล์ อย่างการ ท้าเหล่า influencers ตัวท็อป เช่น Bie the ska , Thammachad ให้ทำกิจกรรมกับกางเกงสุดอันตราย ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า กระจกกันรอยโฟกัส สามารถปกป้องครบรอบด้าน ปลอดภัยจากศัตรูใกล้มือคุณ ได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าจะเข้าไปเล่นโซเชียลบนแพลตฟอร์มไหนก็ยังคงเห็นว่า ฟิล์ม Focus พร้อมที่จะปกป้องมือถือของทุกคน

Focus 1 | Focus | ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส”

โดยที่ยังเดินหน้าคงคุณภาพ ตอบโจทย์ปัญหาเรื่องการกันรอย ชูจุดแข็งของสินค้ายอดนิยมครอบคลุมทุกด้านและทุกมุมของมือถือ

  • Focus ultimate glass กระจกกันรอยที่แข็งแกร่งที่สุด พร้อมรับประกัน 1 ปี ราคา 690 บาท
  • Focus full frame กระจกกันรอยเต็มจอ คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 249 บาท
  • Focus iron ring กระจกกันรอยเลนส์กล้อง กันรอยขีดข่วน ราคาเริ่มต้น 250 บาท

รองรับทุกการปกป้อง ทั้งกระจกด้านหน้า ฟิล์มด้านหลัง และกระจกกันรอยเลนส์กล้อง ในราคาที่ดีที่สุดในตลาด ให้มือถือของคุณปลอดภัยจากรอยขูดขีดทุกรูปแบบที่อยู่รอบตัวคุณ เพราะภัยใกล้ตัวไม่ได้มีแค่ด้านเดียว

ทั้งนี้เพื่อต้องการดึงจุดเด่นของสินค้าออกมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานในปัจจุบัน และยังต้องการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยไอเดียการสื่อสารที่แปลกใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มและกระจกกันรอย

 

ข่าว: ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส” มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/focus-flim-iphone-14-protect-all-campaign/

ฟิล์มโฟกัส เกาะกระแส iphone 14 ส่งแคมเปญ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

Focus เดินหน้าลุยตลาดฟิล์มสมาร์ทโฟนเกาะกระแส iphone 14 Series อัดฉีดงบการตลาด ชิงเปิดแคมเปญใหม่ “ปกป้องครบรอบด้าน ปกป้องด้วยกระจกกันรอยโฟกัส” ขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคที่ชอบของใหม่ ใช้ IT Review & Lifestyle Influencers มาช่วยสร้างสีสัน ผ่านกิจกรรมง่ายๆ ด้วยการท้าให้เหล่า influencers ออกไปปกป้องครบรอบด้าน iPhone 14 ยักษ์บนตึกสูงใจกลางกรุงเทพ

film focus

Focus ได้เอาบิลบอร์ดขนาดยักษ์ในช่วงเปิดตัวไอโฟนใหม่แบบนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมกับสื่อสารให้เห็นภาพว่าฟิล์ม Focus พร้อมปกป้อง iPhone เครื่องใหม่ในมือคุณได้ทุกจุดทุกมุมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ ด้านหลัง และเลนส์กล้องหลัง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของเครื่อง ซึ่งรูปถ่ายที่เราเห็นกันนั้นไม่ว่าจะมุมซ้าย มุมขวา หรือมุมไหน ๆ iPhone14 ก็ยังถูกปกป้องจากกระจกกันรอยโฟกัสทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังสื่อสารแคมเปญอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายสไตล์ อย่างการ ท้าเหล่า influencers ตัวท็อป เช่น Bie the ska , Thammachad ให้ทำกิจกรรมกับกางเกงสุดอันตราย ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า กระจกกันรอยโฟกัส สามารถปกป้องครบรอบด้าน ปลอดภัยจากศัตรูใกล้มือคุณ ได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าจะเข้าไปเล่นโซเชียลบนแพลตฟอร์มไหนก็ยังคงเห็นว่า ฟิล์ม Focus พร้อมที่จะปกป้องมือถือของทุกคน 

โดยที่ยังเดินหน้าคงคุณภาพ ตอบโจทย์ปัญหาเรื่องการกันรอย ชูจุดแข็งของสินค้ายอดนิยมครอบคลุมทุกด้านและทุกมุมของมือถือ 

  • Focus ultimate glass กระจกกันรอยที่แข็งแกร่งที่สุด พร้อมรับประกัน 1 ปี ราคา 690 บาท
  • Focus full frame กระจกกันรอยเต็มจอ คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 249 บาท
  • Focus iron ring กระจกกันรอยเลนส์กล้อง กันรอยขีดข่วน ราคาเริ่มต้น 250 บาท 

รองรับทุกการปกป้อง ทั้งกระจกด้านหน้า ฟิล์มด้านหลัง และกระจกกันรอยเลนส์กล้อง ในราคาที่ดีที่สุดในตลาด ให้มือถือของคุณปลอดภัยจากรอยขูดขีดทุกรูปแบบที่อยู่รอบตัวคุณ เพราะภัยใกล้ตัวไม่ได้มีแค่ด้านเดียว

 ทั้งนี้เพื่อต้องการดึงจุดเด่นของสินค้าออกมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานในปัจจุบัน และยังต้องการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยไอเดียการสื่อสารที่แปลกใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มและกระจกกันรอย

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/film-focus-island-trend-iphone-14/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=film-focus-island-trend-iphone-14

เปรียบเทียบ iPhone X ถึง iPhone 14 ที่ผ่านมา มีอะไรเพิ่มเข้ามา มีอะไรหายไปบ้างนะ?

ในตอนนี้ iPhone ในดีไซน์แบบ Notch Display ได้เดินทางมาถึง iPhone 14 กันแล้ว ซึ่งก็ได้ผ่านการปรับดีไซน์แบบ Minor Change หลายต่อหลายครั้ง และในทุก ๆ ครั้งที่รุ่นใหม่เปิดตัว ก็มักจะมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ใส่มาเพื่อขายเครื่องรุ่นนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนสับสนว่า “รุ่นไหนเพิ่มอะไรมาบ้างนะ ?” วันนี้เราเลยได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบ iPhone ในดีไซน์แบบรอยบากทุกรุ่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาว่าได้เพิ่ม ตัด หรือลดฟีเจอร์ไหนไปบ้าง เพื่อไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้กระจ่างกัน

อยากดูรุ่นไหน กดกระโดดข้ามไปดูรุ่นนั้นได้เลย

iPhone X

iPhone X ถือเป็นการนับศักราชใหม่ด้วยการพลิกรูปโฉมแบบหมดจดนับตั้งแต่ปี 2007 มาพร้อมกับอะไรหลาย ๆ อย่างที่ถือเป็น “ครั้งแรก” บน iPhone อย่างเช่น

  • จอ Super Retina HD OLED ไร้ขอบมีรอยบาก
  • กล้องหน้า TrueDepth ที่รวมเซ็นเซอร์ไว้กว่า 6 ตัว เพื่อเก็บใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติ
  • สร้างมาตรฐานปลดล็อกตัวเครื่องแบบใหม่ Face ID แทนที่ Touch ID บนปุ่ม Home ที่ใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ iPhone 5s
  • มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic พร้อมชิป Neural Engine เป็นครั้งแรก

iPhone XR / XS / XS Max

ถัดมา 1 ปี Apple ได้เปิดตัว iPhone X  รุ่นใหม่ได้แก่ iPhone XS พร้อมแตกไลน์อัพใหม่ 2 รุ่น อาทิ รุ่นพรีเมียมจอใหญ่อย่าง XS Max และ XR รุ่นเริ่มต้นโดยทั้ง 3 รุ่นได้มีการอัปเกรด (และดาวน์เกรด) แบบ Minor Change ไม่ทิ้งลายจาก iPhone X รุ่นก่อนมากนัก โดยเฉพาะ iPhone XS / XS Max ที่เรียกได้ว่าเหมือนกับ iPhone X แทบจะ 80% เลยก็ว่าได้ ซึ่งถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแบบสเปคประปราย แต่สิ่งที่ 3 รุ่นได้อัปเกรดเหมือนกันก็คือ

  • ชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่อย่าง Apple A12 Bionic ซึ่งมาพร้อมกับชิป Neural Engine รุ่นที่ 2
  • กล้องหลัก Wide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อน 30%  และมีค่า ISO ที่กว้างกว่าเดิม 
  • รองรับการประมวลผลภาพ HDR แบบใหม่ “Smart HDR” ที่จะช่วยปรับแสง ดึงรายละเอียดภาพออกมาได้ดีขึ้นไม่ว่าถ่ายในแดดจ้า ๆ หรือที่แสงน้อย
  • เพิ่มฟีเจอร์ Advanced bokeh และ Depth Control ในกล้อง Portrait Mode ที่สามารถปรับความเบลอ และระยะตื้นลึกของภาพได้อิสระมากขึ้น
  • เป็นครั้งแรกที่ iPhone รองรับ 2 ซิม ผ่านเทคโนโลยี eSIM
  • อัดวิดีโอกล้องหน้าที่ความละเอียด 1080p ที่ 60fps และอัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอได้แล้ว

สิ่งที่ถูกดาวน์เกรดลงไปส่วนใหญ่จะมีในเฉพาะรุ่น iPhone XR โดยมีการตัดฟีเจอร์ ลดสเปค และลดเกรดวัสดุ เพื่อดั้มป์ราคาให้เบากว่าเดิมเกือบ 1 เท่า โดยสิ่งที่ถูกลดลงไปมีดังนี้

  • ใช้จอ Liquid Retina HD IPS LCD ความละเอียด HD+ แทน OLED แต่ก็ทดแทนมาด้วยขนาดจอที่ใหญ่กว่ารุ่น XS เป็น 6.1 นิ้ว
  • มีกล้องหลังแค่ตัวเดียว แต่ยังใช้ฟีเจอร์กล้องได้ครบครันโดยใช้ Software ช่วย
  • ลดเกรดวัสดุจาก Stainless Steel ขัดเงา เป็น Aluminum แทน
  • ตัด 3D Touch ออก ใช้ Haptic Touch แทนซึ่งภายหลังก็ได้กลายมาเป็นมาตรฐานของ iPhone รุ่นใหม่ ๆ

ตารางเทียบสเปค iPhone X, iPhone XR และ iPhone XS / XS Max

สเปค / รุ่น IPHONE X IPHONE XR IPHONE XS / XS MAX
หน้าจอแสดงผล Super Retina HD OLED 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina HD OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 5.8″ 6.1″ XS – 5.8″
XS Max – 6.5″
ความละเอียด 2436 x 1125 458ppi 1792 x 828 326 ppi XS – 2436 x 1125 458 ppi
XS Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A11 Bionic A12 Bionic A12 Bionic
RAM 3GB 3GB 4GB
ความจุ 64GB / 256GB 64GB

128GB

256GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.8, 1.22µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS
กล้อง Ultra Wide X X X
กล้อง Telephoto 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS X 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 X x2
Digital Zoom x10 x5 x10
กล้องหน้า 7MP f/2.2 TrueDepth 7MP f/2.2 TrueDepth 7MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 5

Blutooth 5.0

5G X

(4G LTE)

ระบบ Dual SIM X

(ผ่าน eSIM)

(ผ่าน eSIM)

ลำโพง ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

แบตเตอรี่ 2716 mAh 2942 mAh Xs: 2658 mAh
Xs Max: 3174 mAh
ชาร์จไว 15W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W

 

iPhone 11 Series

ปี 2019 Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่โดยนับรุ่นเลขรุ่นต่อจาก iPhone X Series และข้ามรุ่นที่ 9 ไปแบบงง ๆ โดยเปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ iPhone 11 ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานที่มีการอัปเกรดจาก iPhone XR อีกนิดหน่อย เช่น

  • อัปเกรดชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่อย่าง Apple A13 Bionic ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 50% – 60% พ่วงด้วยชิป Neural Engine รุ่น 3
  • เพิ่มกล้อง Ultrawide เข้าสู่ครอบครัว iPhone เป็นครั้งแรก
  • เปลี่ยนเซ็นเซอร์กล้องหน้าใหม่เป็นกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นดีกว่าเป็นมาตรฐาน IP68 หมดทุกรุ่นแล้ว
  • เพิ่มโหมดถ่ายรูปกลางคืน และมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Deep Fusion เข้ามาช่วยประมวลผลรูปถ่ายให้มีคุณภาพดีขึ้น

iPhone 11 Pro และ Pro Max เป็นซีรีส์รุ่นท็อปออกมาให้มีความชัดเจนมากขึ้นภายใต้คำจำกัดความว่า “Pro” ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานระดับสูง ได้รับการอัปเกรดที่เหมือนกับ iPhone 11 แต่มากกว่า

เพราะ iPhone 11 Pro และ Pro Max มาพร้อมกับหน้าจอแบบใหม่ Super Retinal Display XDR ที่สว่างขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า มีกล้องหลัง 3 ตัวเป็นครั้งแรกของ iPhone อีกทั้งยังได้แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น อึดขึ้นอีกด้วย

ตารางเทียบสเปค iPhone XR/XS Series กับ iPhone 11 Series

สเปค / รุ่น iPhone 11 iPhone XR iPhone 11 / 11 Pro และ 11 Pro Max iPhone XS / XS MAX
หน้าจอแสดงผล Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz Super Retina HD OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 6.1″ 6.1″ 11 Pro – 5.8″ XS – 5.8″
11 Pro Max – 6.5″ XS Max – 6.5″
ความละเอียด 1792 x 828 326 ppi 1792 x 828 326 ppi 11 Pro – 2436 x 1125 458 ppi XS – 2436 x 1125 458 ppi
11 Pro Max – 2688 x 1242 458 ppi XS Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A13 Bionic A12 Bionic A13 Bionic A12 Bionic
RAM 4GB  3GB 4GB 4GB
ความจุ 64GB

128GB

256GB 

64GB

128GB

256GB

64GB

256GB

512GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS 
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ X 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ X
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.0, 1.0µm, กันสั่น OIS 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 X x2 x2
Digital Zoom x5 x5 x10 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 7MP f/2.2 TrueDepth 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 7MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 5
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 5
Bluetooth 5.0
5G X (4G LTE)
ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

แบตเตอรี่ 3110 mAh  2942 mAh 11 Pro: 3046 mAh Xs: 2658 mAh
11 Pro Max: 3989 mAh Xs Max: 3174 mAh
ชาร์จไว 18W  15W 11 Pro: 18W 15W
11 Pro Max: 20W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W 

iPhone 12 Series

iPhone 12 Series เปิดตัวมาด้วยการใช้ดีไซน์แบบใหม่ที่จากเดิมเป็นขอบมน เปลี่ยนมาใช้ขอบตัวเครื่องแบบเหลี่ยมที่ทำให้นึกถึง iPhone 4 – 5s อีกทั้งยังเปิดตัวไลน์อัพใหม่อย่าง iPhone 12 mini ที่เป็นซีรีส์สำหรับ iPhone ขนาดเล็ก 5.4 นิ้ว ใช้งานมือเดียวสะดวก แต่ยังได้สเปคแบบเดียวกับเครื่องไซซ์ปกติ ส่วนสเปคหลัก ๆ ที่ได้รับการอัปเกรดมีดังนี้

  • อัปเกรดพาเนลจอภาพเป็น OLED Super Retina XDR ทุกรุ่น
  • ใช้วัสดุกระจกใหม่  Ceramic Shield Screen ทนกว่า iPhone 11 Series ถึง 2 เท่า
  • ได้ชิปใหม่ Apple A14 Bionic
  • รองรับ 5G เป็นครั้งแรก
  • MagSafe ชาร์จแบบไร้สายได้ไวกว่าเดิมจากสูงสุด 7.5W เป็น 15W
  • ฟีเจอร์ใหม่ถ่ายวิดีโอแบบ Dolby Vision HDR 4K@30fps

iPhone 12 Series ยังเริ่มสร้างความแตกต่างระหว่างรุ่นมาตรฐาน และรุ่น Pro ให้มีความชัดเจนมากขึ้นด้วยการเก็บฟีเจอร์กล้องบางอย่างไว้ให้ในรุ่น Pro เท่านั้น ซึ่งสเปคพิเศษของใน iPhone 12 Pro Series มีดังนี้

  • เซ็นเซอร์วัดระยะวัตถุ LiDAR Scanner
  • โหมดถ่ายภาพ Portrait ตอนกลางคืน
  • ฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับสูง ProRaw

ตารางเทียบสเปค iPhone 11 Series กับ iPhone 12 Series

สเปค / รุ่น iPhone 12 / 12 mini iPhone 11 iPhone 12 Pro / 12 Pro Max iPhone 11 / 11 Pro และ 11 Pro Max
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR OLED 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 12 – 6.1″ 6.1″ 12 Pro – 6.1″ 11 Pro – 5.8″
12 mini – 5.4″ 12 Pro Max – 6.7″ 11 Pro Max – 6.5″
ความละเอียด 12 – 2532×1170 460 ppi 1792 x 828 326 ppi 12 Pro – 2532 x 1170 460 ppi 11 Pro – 2436 x 1125 458 ppi
12 Mini – 2340×1080 476 ppi 12 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi 11 Pro Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A14 Bionic A13 Bionic A14 Bionic A13 Bionic
RAM 4GB 4GB  6GB 4GB
ความจุ 64GB

128GB

256GB 

64GB

128GB

256GB 

128GB

256GB

512GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS  iPhone 12 Pro
12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS
12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120
กล้อง Telephoto X X iPhone 12 Pro

12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS

12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max

12 MP f/2.2, 1.0µm, 65mm, กันสั่น OIS

Optical Zoom x2 x2 iPhone 12 Pro:

ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2

x2
iPhone 12 Pro Max: 

ซูมเข้า: x2.5 ซูมออก: x2.5

Digital Zoom x5 x5 x12 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
5G X

(4G LTE)

X

(4G LTE)

ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 (ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)
แบตเตอรี่ 12 : 2815 mAh 3110 mAh  12 Pro: 2815 mAh 11 Pro: 3046 mAh
12 mini : 2227 mAh 12 Pro Max: 3687 mAh 11 Pro Max: 3989 mAh
ชาร์จไว  20W 18W  12 Pro: 20W 11 Pro: 18W
12 Pro Max: 22W 11 Pro Max: 20W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W
Qi Wireless Charge 7.5W  Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W
Qi Wireless Charge 7.5W

 

iPhone 13 Series

iPhone 13 Series มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องดีไซน์นิดหน่อย มีการลดขนาดของรอยบากให้เล็กลงจากในรุ่นก่อน 20% เปลี่ยน Layout กล้องจากแนวตั้งมาเป็นแนวทแยงเพื่อให้รับแสงได้มากกว่าเดิม 47% มาพร้อมจอแสดงผลที่สว่างกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย

ในซีรีส์นี้ยังได้ใส่ชิปเซ็ตประมวลผล Apple A15 Bionic รุ่นใหม่ที่ช่วยให้คุณภาพภาพถ่าย และวิดีโอดีขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น พ่วงด้วย Neural Engine รุ่นใหม่ที่ประมวลผลข้อมูลรวดเร็วกว่าเดิม 44% และทำให้เราได้โหมดกล้องใหม่ ๆ อย่าง Cinematic mode ให้ได้ลองเล่นกันทุกรุ่น แถมยังถ่ายวิดีโอ HDR Dolby Vision ได้สูงสุด 60fps บนความละเอียด 4K ด้วย

ในรุ่น Pro รอบนี้ได้สร้างความแตกต่างด้วยการเลือกใช้พาเนลที่จอ OLED ตัวใหม่ที่มีรีเฟรชเรตแบบ ProMotion ลื่นไหลสูงสุดกว่า 120Hz และใช้ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic ที่มีชิป GPU มากกว่าในรุ่นมาตรฐานจาก 4 คอร์ เป็น 5 คอร์ ด้วยประสิทธิภาพชิปประมวลผลที่ดีกว่าทำให้ iPhone 13 Pro Series สามารถถ่ายวิดีโอในคุณภาพระดับสูงอย่าง ProRes ที่ความละเอียด 4k@30fps ได้ อีกทั้งยังใส่กันสั่นแบบ Sensor Shift ให้กับกล้องหลักในรุ่น Pro ด้วย

ตารางเทียบสเปค iPhone 12 Series กับ iPhone 13 Series

สเปค / รุ่น iPhone 13 / 13 mini iPhone 12 / 12 mini iPhone 13 Pro / 13 Pro Max iPhone 12 Pro / 12 Pro Max
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR OLED 60Hz Super Retina XDR OLED 60Hz Super Retina XDR 120Hz Super Retina XDR OLED 60Hz
ขนาดจอแสดงผล 13 – 6.1″ 12 – 6.1″ 13 Pro – 6.1″ 12 Pro – 6.1″
13 mini – 5.4″ 12 mini – 5.4″ 13 Pro Max – 6.7″ 12 Pro Max – 6.7″
ความละเอียด 13 – 2532 x 1170 460 ppi 12 – 2532 x 1170 460 ppi 13 Pro – 2532 x 1170 460 ppi 12 Pro – 2532 x 1170 460 ppi
13 mini – 2340 x 1080 476 ppi 12 mini – 2340 x 1080 476 ppi 13 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi 12 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi
CPU A15 Bionic
(GPU 4 คอร์)
A14 Bionic A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
A14 Bionic
RAM 4GB 4GB  6GB 6GB
ความจุ 128GB

256GB

512GB

64GB

128GB

256GB 

128GB

256GB

512GB

1TB

128GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift 12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift iPhone 12 Pro
12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/1.8, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS iPhone 12 Pro
12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12 MP f/2.2, 1.0µm, 65mm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 x2 ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
iPhone 12 Pro
ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2
iPhone 12 Pro Max
ซูมเข้า: x2.5 ซูมออก: x2.5
Digital Zoom x5 x5 x15 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 Blutooth 5.0
5G
ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 (ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)
แบตเตอรี่ 13: 3240 mAh 12 : 2815 mAh 13 Pro: 3095 mAh 12 Pro: 2815 mAh
13 mini : 2438 mAh 12 mini : 2227 mAh 13 Pro Max: 4352 mAh 12 Pro Max: 3687 mAh
ชาร์จไว 13: 23W 20W 13 Pro: 23W 12 Pro: 20W
13 mini : 18W 13 Pro Max: 27W 12 Pro Max: 22W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W

 

iPhone 14 Series

เดินทางมาถึง iPhone 14 Series รุ่นล่าสุดแล้ว ซึ่งรุ่นมาตรฐานในรอบนี้ มีสเปคที่คล้ายกันกับ iPhone 13 และ iPhone 13 mini แบบสุด ๆ ยกเว้นขนาดหน้าจอที่ iPhone 14 Series ได้ตัดรุ่นเล็กไซซ์มินิออกไป และเพิ่มซีรีส์จอใหญ่ที่ห่างหายไปนานอย่าง iPhone 14 Plus ขนาด 6.7 นิ้วเข้ามาแทน

ด้านชิปเซ็ตประมวลผลก็มีความต่างเพียงนิดเดียว เพราะแค่เปลี่ยนมาใช้ชิป A15 Bionic 5 คอร์ จากเดิมที่มีแค่ 4 คอร์ อีกทั้งยังมีฟีเจอร์หลายหลายที่เพิ่มเข้ามาดังนี้

  • กล้องถ่ายภาพอัปเกรดให้ถ่ายในที่แสงน้อยดีขึ้น
  • โหมดถ่ายวิดีโอกันสั่นแบบ Action Mode
  • ฟีเจอร์ส่ง SOS ผ่านดาวเทียม
  • ระบบตรวจจับการชน Crash Detection

iPhone 14 Pro Series ถือว่าได้สร้างความแตกต่างอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะได้อัปเกรดสเปคหลากหลายที่รุ่นมาตรฐานไม่มี เช่น

  • Dynamic Island
  • พาเนลจอแบบใหม่ LTPO OLED
  • รองรับการแสดงผลแบบ Always-on Display
  • เพิ่มความละเอียดกล้องหลักไปที่ 48MP จากความละเอียดเดิม 12MP
  • Photonic Engine

ตารางเทียบสเปค iPhone 13 Series กับ iPhone 14 Series

สเปค / รุ่น iPhone 14 / 14 Plus iPhone 13 / 13 mini iPhone 14 Pro / 14 Pro Max iPhone 13 Pro / 13 Pro Max
 
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR  60Hz Super Retina XDR 60Hz LTPO Super Retina XDR 120Hz Super Retina XDR 120Hz
ขนาดจอแสดงผล 14 – 6.1″ 13 – 6.1″ 14 Pro – 6.1″  13 Pro – 6.1″
14 Plus – 6.7″  13 mini – 5.4″ 14 Pro Max – 6.7″  13 Pro Max – 6.7″
ความละเอียด 14 – 2532 x 1170 460 ppi  13 – 2532 x 1170 460 ppi 14 Pro – 2556 x 1179 460 ppi  13 Pro – 2532 x 1170 460 ppi
14 Plus – 2778 x 1284 458 ppi 13 Mini – 2340 x 1080 476 ppi 14 Pro Max – 2796 x 1290 460 ppi  13 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi
CPU A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
A15 Bionic
(GPU 4 คอร์)
A16 Bionic  A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
RAM 6GB 4GB 6GB  6GB
ความจุ 128GB

256GB

512GB

128GB

256GB

512GB

128GB

256GB

512GB

1TB

128GB

256GB

512GB

1TB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift  12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift 48MP (Wide) f/1.8, 1.22µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift, Quad Pixel 12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.2, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/1.8, มุมกว้าง 120˚
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS
Optical Zoom ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2 x2 ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
Digital Zoom x5 x5 x15  x15
กล้องหน้า 12MP f/1.9 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/1.9 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS + AutoFocus  12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps, กันสั่น Action mode

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps, กันสั่น Action mode

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Blutooth 5.3
Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
Wi-Fi 6
Blutooth 5.3
Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
5G ✓ 
ระบบ Dual SIM
(ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo
รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68
(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที) 
แบตเตอรี่ 14: 3279 mAh 13: 3240 mAh  14 Pro: 3200 mAh  13 Pro: 3095 mAh
 14 Plus: 4323 mAh 13 mini : 2438 mAh  14 Pro Max: 4323 mAh 13 Pro Max: 4352 mAh
ชาร์จไว ยังไม่มีรายละเอียด  13: 23W ยังไม่มีรายละเอียด   13 Pro: 23W
13 mini : 18W 13 Pro Max: 27W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W

 

และนี่คือทั้งหมดของสเปค iPhone รุ่นรอยบากทุกรุ่นที่เราได้รวบรวมมาเปรียบเทียบให้ชมกัน นอกจากเราจะได้รู้เรื่องฟีเจอร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแล้ว เรายังได้เห็นพัฒนาการของ iPhone ในแต่ละปีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ ด้วย

หลัก ๆ แล้วใครที่ยังถือ iPhone 12 Series อยู่ อาจจะยังไม่คุ้มค่าที่อัปเกรดสักเท่าไหร่ เพราะชิป A14 ก็ยังแรงใกล้ ๆ ชิปรุ่นท็อปในยุคนี้อยู่ แถมฟีเจอร์กล้องที่ได้มา เมื่อเทียบกับ iPhone 14 Series ก็ถือว่ายังไม่ขาดสักเท่าไหร่

แต่หากใครที่กำลังถือ iPhone X Series ลงไปแล้วล่ะก็ อาจจะถึงคราวที่ต้องอัปเกรดกันแล้ว เพราะไม่มีทั้งกล้อง Ultrawide, โหมดถ่ายภาพกลางคืน อีกทั้งชิป A11 และ A12 Bionic ที่ตกรุ่นไปหลายปีแล้ว และในอนาคตเราจะได้เห็น Apple เข็นฟีเจอร์ และสเปคอะไรใหม่มาเพื่อผู้ใช้งานกันอีก ต้องคอยติดตามกันครับ

 

อ้างอิง: Apple, GSMArena

from:https://droidsans.com/from-iphone-x-to-i-phone-14-compare/