คลังเก็บป้ายกำกับ: RAZER

รีวิว Razer Basilisk V3 Pro อสรพิษไร้สายตัวพ่อ! มากับแท่นชาร์จเสริม เพิ่มความถี่ไปถึงระดับ 4,000Hz!

Razer Basilisk V3 Pro เมาส์เกมมิ่งเกรดตัวท็อปของวงการมาแล้วครับ คุณสมบัติขั้นสูงมีมาเพียบ ตั้งแต่การออกแบบภายนอก การใช้งาน ปุ่มควบคุมต่างๆ รวมุถึงอุปกรณ์เสริมและซอฟท์แวร์ที่พัฒนามารองรับ เป็นเมาส์ตัวจบของวงการ อสรพิษในมือตัวจริง!

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09994-2

Razer Basilisk V3 Pro เป็นเมาส์ไร้สายชนิดสมบูรณ์ หมายถึงรองรับระบบไร้สายทั้งการใช้งานและการชาร์จพลังงานนั้นเองครับ รองรับการชาร์จไร้สายในมาตรฐาน Qi แต่ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ถ้าจะให้เมาส์ตัวนี้กลายร่างเป็นเมาส์ระดับตำนานตัวจริง ก็ต้องอาศัยคู่หูของมันด้วย นั้นคือ Razer Mouse Dock Pro ซึ่งทำหน้าเป็นแท่นชาร์จไร้สาย พร้อมเพิ่มขยายอัตราการรับข้อมูล (Polling Rate) ของ Basilisk V3 Pro ให้ไปถึงระดับ 4K นั้นเองครับ ซึ่งทาง Razer ก็มีทั้งจำหน่ายแยกกันและเปิดจำหน่ายออกมาเป็นคู่ในราคาพิเศษด้วย

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09922Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09929

ผมจะพามาดูความพิเศษของ Razer Basilisk V3 Pro และ Razer Mouse Dock Pro เจ้าคู่หูตัวร้ายคู่นี้กันไปทีละส่วนครับ ว่ามันดีที่ตรงไหนกันบ้าง

การออกแบบภายนอก

แน่นอนว่า Razer Basilisk V3 Pro ไม่ใช่รุ่นแรกของซีรี่ส์ มันถูกพัฒนามาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว โดยเป็นเมาส์มือขวาที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ของแบรนด์ใหญ่อย่าง Razer บริษัทผู้ช่ำชองการผลิตเมาส์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนหลายล้านคนทั่วโลก เชื่อประสบการณ์ได้

โดยในรุ่นนี่จะเป็นเมาส์แบบฟลูไซด์ เข้าเต็มอุ้งมือ ออกแบบให้วางมือและกำใช้แบบเต็มน้ำหนักมือ ทั้งห้านิ้วจะมีจุดรองรับเอาไว้ทั้งหมด ขนาด 130 x 75.4 x 42.5 มม. หนัก 112กรัม

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09992-2
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09994-3
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00012-3
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09953
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09957
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09993-2

รองรับไฟ Razer Chroma RGB แสดงสีสันรอบตัวได้ถึง 13 จุด สวยงามเพราะมีการวางไฟไว้ใต้ฐานเมาส์ ส่องเล่นแสงกระทบกับพื้นให้ดูมีออร่า ปรับสีสันได้ 16.8ล้านสี ภายในโปรแกรม Razer Synapse และจัดแสดงไฟได้หลากหลายลักษณะ รวมถึงการแสดงแสงสีร่วมกับอุปกรณ์ Razer อื่นๆ ร่วมกันได้ ซึ่งอุปกรณ์ของ Razer จะปรับแต่งและทำงานภายใต้โปรแกรมเดียวกันได้ทั้งหมดครับ

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00028-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00031-1-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00029-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00032-1-1

หนึ่งในจุดเด็ดของ Razer Basilisk V3 Pro คือการออกแบบล้อหมุนของเมาส์มาเป็นแบบพิเศษ “HyperScroll tilt wheel” ซึ่งอันนี้หลายคนได้มาลองแล้วจะเลิฟเลยครับ เพราะโดยปกติตัวล้อหมุนของเมาส์มักจะมีการออกแบบกลไกภายในมาในสองรูปแบบ นั้นคือ

  • แบบแรก Free-spinning modes ล้อหมุนเมาส์ชนิดปล่อยฟรี ไม่มีกลไกในการห้ามล้อ หมุนได้ลื่น หมุนได้เร็ว หมุนได้สุดหน้าทีเดียวแบบปล่อยล้อฟรี ไม่มีกลไกแบบแมคคานิคภายในใส่มาให้เราได้รู้สึกถึงจำนวนบรรทัด หรือจังหวะในขณะหมุน
  • และแบบที่สอง Tactile Cycling หรือตัวล้อหมุนเมาส์ที่มีสัมผัสรู้สึกถึงจังหวะการหมุนได้ มีการตอบสนองแบบเป็นขั้นลำดับจากกลไกภายใน ให้เรารู้สึกถึงขั้นบรรทัด ซึ่งผมมักจะเรียกมันว่า เป็นล้อหมุนเมาส์แบบ “กึ๊ก กึ๊ก” ^^

ในเมาส์หลายๆตัว เราอาจจะพบว่าเขามีตัวเลือกให้สามารถสลับโหมดล้อหมุนให้ใช้ได้ทั้งสองแบบครับ แต่สำหรับ Razer Basilisk V3 Pro มีโหมดพิเศษมากไปกว่านั้น นั่นคือโหมด “Smart Reel Mode”

Smart Reel Mode จะสามารถทำงานไปมาในสองลักษณะของล้อหมุนเมาส์ร่วมกัน สลับไปมาได้เองอัตโนมัติ โดยในขณะที่เราหมุนล้อด้วยความเร็วต่ำ ตัวล้อจะทำงานแบบ Tactile Cycling ให้เรารู้สึกได้ถึงลำดับขั้นการหมุนแบบชัดๆ ไปทีละจังหวะ แต่ถ้าเราขยับเพิ่มความแรงหรือเร็วในการหมุนเมื่อไหร่ ตัวล้อจะไม่ฝืนใดๆ และจะเปลี่ยนไปทำงานแบบ Free-spinning modes ในทันทีแบบเนียนๆ เลยครับ โดยเราสามารถเปิดใช้งานโหมดนี้และสลับไปในแบบ Free-spinning และ Tactile Cycling ในโปรแกรม Razer Synapse ครับ

10

ซึ่งการทำงานในสองลักษณะนี้ถูกออกแบบกลไกเอาไว้เรียบเนียนมากครับ เวลาใช้จะไม่ขัดหรือมีจังหวะให้เรารู้สึกสะดุดใดๆ เลยแม่แต้นิดเดียว อยากจะหมุนช้าหรือเร็วมันจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเราได้ดั่งใจ  รองรับอารมณ์ผู้ใช้ได้สมบูรณ์สุดๆ ครับ

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09980

Razer Basilisk V3 Pro จะมีปุ่มควบคุมบนตัวเมาส์มากถึง 10(+1) ปุ่ม วางตำแหน่งเข้าถึงได้ง่ายครับโดยเฉพาะปุ่มบริเวณนิ้วโป้งด้านซ้ายของเมาส์ ได้รับการออกแบบใหม่ และใช้ปุ่มสวิตช์กดแบบ Razer Optical Mouse Switches ที่พัฒนามาใน เจนเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว เป็นรุ่นที่ขจัดปัญหาการเกิดคลิกซ้อนที่ไม่ได้ตั้งใจได้ในระดับเป็นศูนย์กันเลยทีเดียวครับ! ไม่เกิดการหน่วงในจังหวะเด้งกลับ รับคำสั่งได้ในเพียงเสี้ยว 0.2มิลลิวินาที แต่จะไม่เกิดการรับคำสั่งเกินหรือการคลิ๊กซ้อนแบบไม่ตั้งใจเกิดขึ้นมาโดยเด็ดขาด

ชุดสวิตช์มีความทนทานสูง ทดสอบมาตรฐานการใช้งานที่ทนต่อการคลิ๊กได้มากถึง 90 ล้านครั้ง แข็งแรงทนทานมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับชุดสวิตช์รุ่นก่อนถึง 25% ใช้งานกันได้นานครับ ตัวนี้รับประกันยาวให้นานถึงสองปีจาก Razer ด้วยนะครับ

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00050-1

ด้านล่างใช้วัสดุรองขาเมาส์แบบ PTFE 100% พร้อมปุ่ม Profile สำหรับการสลับชุดข้อมูลคำสั่งที่เราเซ็ตไว้ ซึ่งเราสามารถบันทึกเก็บลงหน่วยความจำในตัวเมาส์ได้มากถึง 5 โปรไฟล์ด้วยกันครับ กดสลับใช้ได้ที่ปุ่มใต้ฐานตรงนี้โดยไม่ต้องอาศัยเปลี่ยนบนคอมพ์

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09967

ติดตั้งออพติคัลเซนเซอร์ Focus Pro 30K เรียกได้ว่าเป็นเซ็นเซอร์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมเกมมิ่งเมาส์ของ Razer ให้ความแม่นยำสูงมาก และมีประสิทธิภาพการติดตามได้บนแทบทุกพื้นผิวรวมถึงโต๊ะกระจกที่ไม่สะท้อนเงาด้วยครับ  รองรับการทำงานร่วมกับฟังก์ชันอัจฉริยะอย่าง AI และการวิเคราะห์พื้นผิวที่กำลังใช้อัตโนมัติ กำหนดเอาไว้ในระดับที่ต้องการอ

สกรีนช็อต-2022-09-04-144548

ออกแบบที่จัดเก็บ USB Dongle ไว้ภายใต้ฝาปิดแบบหมุน ซึ่งฝาปิดตัวนี้เราสามารถเปลี่ยนไปใช้ Wireless Charging Puck หรือตัวรับการชาร์จไร้สายในมาตรฐาน Qi มาใส่แทนได้ครับ (ขายแยกกัน) ก็จะทำให้  Razer Basilisk V3 Pro รองรับระบบการชาร์จไร้สายได้นั้นเอง (*ฝาปิดแบบ Wireless Charging Puck จะแถมฟรีภายในกล่องของแท่นชาร์จ Razer Mouse Dock Pro มาให้ครับ)

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00008-3
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09965

เมื่อเปลี่ยนใส่ Wireless Charging Puck หน้าตาจะมีสัญลักษณ์ของการชาร์จแบบนี้ครับ

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09998-1-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00003-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00007-1

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Razer Basilisk V3 Pro ก็จะมีสายตัวเมาส์ พร้อมสาย Speedflex Cable USB Type C สายเชื่อมต่อแบบไร้แรงต้านเวลาขยับเมาส์ มาพร้อมกับหัวแปลง USB-A to USB-C สลักคำว่า Razer มาให้ เผื่อจะใช้ต่อ USB Dongle มาวางไว้บนโต๊ะ เพื่อให้ใกล้เมาส์มากขึ้นเพิ่มการตอบสนองที่ดีขึ้น และสติ๊กเกอร์ลายโลโก้สวยๆ จาก Razer แถมมาให้ครับ

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09985
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09995-2

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องของตัวฐาน Razer Mouse Dock Pro ภายในกล่องจะแถม Wireless Charging Puck หรือฝาปิดข้างใต้เมาส์ ที่ทำจะทำให้เมาส์ซึ่งรองรับฝาปิดตัวนี้ สามารถชาร์จพลังงานได้ในมาตรฐานไร้สาย Qi นั้นเองครับ นั้นรวมถึง Razer Basilisk V3 Pro ด้วยนั้นเอง

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00012-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00001-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09997-1
Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC09992

ด้านบนทำหน้าที่เป็นฐานชาร์จไฟ และใช้แรงแม่เหล็กยึดตัวเมาส์ในเวลาวางชาร์จ โดยด้านใต้ของฐานใส่ยางหน้าสัมผัสที่มีแรงยึดจับกับพื้นผิว เพื่อในเวลาวางชาร์จเมาส์และหยิบออกจะได้ไม่เคลื่อนง่ายๆ และ Razer Mouse Dock Pro ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อกับ PC, Notebook ผ่านพอร์ต USB นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแท่นชาร์จไร้สาย Qi แล้ว ก็เป็นตัวรับสัญญาณของเมาส์ในเทคโนโลยีใหม่ Razer HyperPolling 4K Hz Transceiver ไปในตัวพร้อมกัน

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00041-1

มีจุดแสดงไฟ Razer Chroma RGB 8 จุด ปรับแต่งไฟได้ 16.8ล้านสี และยังใช้สัญลักษณ์แสงไฟเป็นการบอกสถานะแบตเตอรี่ของเมาส์ในขณะชาร์จด้วย โดยจะแสดงสีร่วมกับตัวเมาส์ไปพร้อมกันโดยอัตโนมัติ แบ่งเป็นสามระดับให้เราสังเกตเห็นได้ง่ายๆ สีแดง=แบตเตอรี่น้อย สีเหลือง=แบตเตอรี่ปานกลาง และ สีเขียว=แบตเตอรี่เต็ม 

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00003

การใช้งานภายใน

การเชื่อมต่อของ Razer Basilisk V3 Pro กับ PC, Notebook จะสามารถเชื่อมต่อได้สามรูปแบบครับ ทั้งการเสียบสายผ่านพอร์ต USB Type C ด้านหน้าตัวเมาส์ และแบบเชื่อมต่อผ่านสัญญาณไร้สาย ทั้งสัญญาณบลูทธ และแบบ Razer HyperSpeed Wireless 2.4Hz ซึ่งเป็นระบบไร้สายของ Razer ที่พัฒนาขึ้นมาเอง โดยจะใช้กับตัวรับที่เป็น USB Dongle ขนาดเล็ก ซึ่งแถมมาให้ภายในกล่อง

การเชื่อมต่อครั้งแรก และการตั้งค่าต่างๆ จะทำผ่านโปรแกรม Razer Synapse ทั้งหมดครับ (ดาวน์โหลด Razer Synapse) ทั้งตัวเมาส์ Razer Basilisk V3 Pro และฐาน Razer Mouse Dock Pro ใช้โปรแกรมควบคุมตัวเดียวกัน

1

การเชื่อมต่อในแบบ Razer HyperSpeed Wireless มีข้อดีเยอะครับ มีความเสถียรของสัญญาณสูง นิ่งและเนียนกว่า ไม่กระตุกสะดุด และมีความไวในการตอบสนองที่สูงกว่าการเชื่อมต่อไร้สายในมาตรฐานอื่นๆ มากถึง 25% เป็นระบบไร้สายสำหรับเกรดเกมมิ่งโดยเฉพาะ และอีกข้อดีที่สำคัญ คือด้วยตัวรับ USB Dongle เพียงตัวเดียว จะรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้มากกว่า 1 อุปกรณ์พร้อมกันขึ้นไปครับ ฉะนั้นใครใช้อุปกรณ์ของ Razer ที่มีมาตรฐาน Razer HyperSpeed Wireless เดียวกันอยู่มากกว่า 1 ตัว เช่นเมาส์และคีย์บอร์ด ก็เสียบตัวรับเอาไว้เพียงตัวเดียวพอครับ ไม่เปลืองพอร์ต USB และให้ความเสถียรของสัญญาณสูงได้อยู่เช่นเดิมด้วยครับ

3

และสำหรับ Razer Basilisk V3 Pro ยังไปได้ไกลกว่านั้น ด้วยคู่หูของมัน Razer Mouse Dock Pro เมื่อเรานำมาใช้เป็นตัวรับข้อมูลแทน USB Dongle ที่แถมมา ก็จะการเป็นการเชื่อมต่อไร้สายที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น นั้นคือระบบ 4K Hz HyperPolling Wireless ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานของ Razer

4K Hz HyperPolling Wireless เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความเร็วการส่งข้อมูลของตัวเมาส์ออกไปแบบไร้สายได้ในระดับ 4,000Hz หรือระดับ 4K นั้นเองครับ โดยเป็นความเร็วในขณะที่เราใช้งานแบบไร้สายด้วย! นับเป็นความเร็วที่สูงมากๆ ครับ นับเป็นประมาณ 4 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานเมาส์เกมมิ่งทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะรองรับ Polling Rate อยู่ที่ 1000Hz แม้จะใช้การเชื่อมต่อแบบเสียบสายอยู่ก็ตามครับ

ทุกเสี้ยวของเสี้ยวของเสี้ยววินาที ที่มีการขยับแม้เพียงเล็กน้อย เมาส์จะรับรู้ระยะเพียงเล็กน้อยที่เกิดขั้นนั้น และส่งข้อมูลไปบอก PC หรือ Notebook แบบถี่ยิบถึง 4000 ครั้งต่อวินาที! และแน่นอนว่า PC หรือโน๊ตบุ๊คของเราก็ต้องมีดีพอตัวนะครับ ไม่งั้นด้วยชุดคำสั่งระดับ 4000Hz จะทำให้คอมพ์ของเราเหนื่อยเอาการได้เช่นกัน แนะนำว่าควรเปิดค่า Polling Rate ในระดับที่เหมาะสมกับคอมพ์ของเราจะดีกว่าถ้าพบเจออาการสะดุดหลังเปิดค่า Polling Rate สูงมากเกินไป

การจะเปิดโหมด 4K Hz Wireless Polling Rate จะต้องถอดตัวสาย USB หรือตัวรับ Razer HyperSpeed Wireless Dongle ตามปกติที่มากับเมาส์ออกจากคอมพ์ซะก่อนนะครับ แล้วเสียบตัว Razer Mouse Dock Pro เข้าไปกับคอมพ์แทน หลังจากนั้นก็เชื่อมต่อเมาส์เข้ากับตัว Razer Mouse Dock Pro เพื่อใช้เจ้าฐานชาร์จของเราเป็นตัวรับสัญญาณในแบบ 4,000Hz

65

ภายในโปรแกรม Razer Synapse ก็จะทำหน้าที่เป็นตัวปรับตั้งค่าสีไฟ การแสดงสีไฟ และการเซ็ตค่าต่างๆ ทั้งหมดของอุปกรณ์ Razer รวมถึงการอัพเดทระบบต่างๆ ของอุปกรณ์ด้วยครับ รวมถึงการเลือกระดับ Polling Rate ก็สามารถเลือกได้ในหน้าโปรแกรมนี้เช่นกัน

11
8

สำหรับการใช้งานของเมาส์ ต้องบอกเลยว่าตอบสนองขั้นสุดครับ ไว แม่นยำ และสรีระศาสตร์ยังคงยอดเยี่ยม ปุ่มควบคุมวางตำแหน่งได้ถูกที่ถูกจุด

ที่ผมชอบคือแรงตึงของปุ่มกด Razer Optical Mouse Switches Gen-3 ไม่แข็งไม่นิ่ม แรงสะท้อนดี ไม่ลึกมากเกินไป ใช้แล้วสนุกครับ เข้ามือและคล่องมือ รวมถึงล้อหมุน HyperScroll Tilt Wheel ในโหมด Smart Reel Mode หมุนมันมือดีมาก จะไปช้าหรือไปเร็วก็ได้ดั่งใจ มันเหมาะทั้งในตอนเราเล่นเกมในหลายๆ จังหวะเวลาเลื่อนหน้าจอ หรือการใช้ในกิจวัตรประจำวันด้วยครับ รวมถึงการทำงานด้วยนะ โหมดล้อหมุนของเมาส์ตัวนี้มันดีมาก ^^

Razer-Basilisk-V3-Pro-Razer-Mouse-Dock-Pro-DSC00032-1-2

ตั้งแต่ใช้เมาส์ตัวนี้มา ไม่มีอะไรขัดใจเลยครับ ปุ่มกดไม่เคยลั่นเอง ควบคุม แบตเตอรี่อึดใช้ได้ จากที่ผมใช้งานเฉลี่ยวันละประมาณ 7 ชั่วโมง หยิบเข้าหยิบออก แบตเตอรี่ไม่เคยเหลือต่ำกว่า 50% สะดวกและคล่องตัวตามคอนเซปการออกแบบที่ทำมาให้ใช้คู่กัน ทั้งตัวเมาส์และแท่นชาร์จแสดงสีไฟร่วมกันได้สวยงาม ด้วยไฟบริเวณฐานล่างของทั้งคู่ทำให้การแสดงไฟไปในทางเดียวกัน และยังแสดงสีไฟเดียวกันเมื่อยามเราวางชาร์จเพื่อบอกสถานะแบตเตอรี่ได้เองด้วยครับ

Razer Basilisk V3 Pro มีราคาเปิดจำหน่ายที่หน้าเว็บไซด์ Razer.com ในราคา 159.99$

มีราคาพิเศษสำหรับการซึ้อคู่กับอุปกรณ์เสริม

  • Razer Basilisk V3 Pro + Razer Wireless Charging Puck ในราคา 169.99$
  • หรือซึ้อคู่ Razer Basilisk V3 Pro + Razer Mouse Dock Pro (รวม Razer Wireless Charging Puck ภายในแพ็ค) ราคา 199.99$

2022-09-04-180935

ข่าว: รีวิว Razer Basilisk V3 Pro อสรพิษไร้สายตัวพ่อ! มากับแท่นชาร์จเสริม เพิ่มความถี่ไปถึงระดับ 4,000Hz! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-razer-basilisk-v3-pro-mouse-gaming-dock/

Razer เปิดตัวเกมคอนโทรลเลอร์ Kishi V2 สำหรับ iPhone แล้ว

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Razer ได้ประกาศเปิดตัวคอนโทร […] More

from:https://www.iphonemod.net/razer-released-kishi-v2-for-iphone-ios.html

รีวิว Razer Kishi V2 (For Android) คอนโทรลเลอร์สมาร์ทโฟน เกรดคุณภาพจากเครื่องคอนโซล

Razer Kishi V2 คอนโทรลเลอร์ควบคุมเกมสำหรับมือถือ ที่มาในรุ่นอัปเกรดได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งรูปทรง วัสดุ และการใช้งานครับ โดยรุ่นที่มีการเปิดตัวออกมาก่อนจะเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับ Android ซึ่งเป็นรุ่นที่เห็นในบทความนี้ โดยจะมีรุ่นสำหรับ iPhone จะเปิดตัวตามมาในปลายปีนี้ครับ

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09282

Razer-Kishi-V2-AndroidDSC09467

แบรนด์ Razer ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ใหญ่ ที่อยู่ในวงการอุปกรณ์เกมพีซีและคอนโซลมาอย่างยาวนานครับ ผลิตอุปกรณ์ในมาตรฐานโลกตัวฮิตๆ มาแล้วหลายอุปกรณ์ โดยในรุ่นนี้เขาก็ได้นำประสบการณ์มาใช้ในการอัพเกรดใหม่ของ Razer Kishi V2 รุ่นนี้ด้วย เพราะว่ามีการนำแนวออกแบบของคอนโทรลเลอร์ตัวระดับรางวัลจากเครื่องคอนโซล อย่าง Razer Wolverine V2 มาใช้นั้นเองครับ

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09288
Razer-Kishi-V2-Android-DSC09287-1

Razer Kishi V2 เป็นคอนโทรลเลอร์ที่มีขนาดโดยรวมที่เล็กลงกว่ารุ่นก่อน น้ำหนักเบาลง เพียง 123 กรัม ออกแบบมาให้เบาเพื่อใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนได้ในน้ำหนักรวมที่กำลังพอดี ออกแบบรูปทรงเล็กกระชับ จับถนัดมือและเล่นได้นานมากขึ้นครับ ทำขายึดจับที่ยืดได้กว้าง เหมาะกับสมาร์ทโฟน Android ที่มักจะมีขนาดหน้าจอที่กว้างกว่า 6 นิ้วขึ้นไป

Razer-Kishi-V2-AndroidDSC09477

ปุ่มควบคุมมาครบยกชุด โดยมี thumbstick อะนาล็อกที่รองรับการคลิกได้ 2 ข้าง และปุ่มทิศทาง D-Pad

 

 

 

Razer-Kishi-V2-AndroidDSC09479

ปุ้มด้านหน้าสี่ปุ่ม A,B,X,Y และทริกเกอร์ด้านบนอีกข้างละสามตัว (L1/R1) (L2/R2) และปุ่มมัลติฟังก์ชั่น 2 ปุ่ม (M1/M2) ที่เราสามารถกำหนดค่าได้เองภายในแอพพลิเคชั่นครับ มีปุ่มเมนูและตัวเลือก ซึ่งมันทำงานได้สมบูรณ์กับการเล่นเกมบนระบบ Android

 

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09341

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09333

ปุ่มเซฟหน้าจอ และปุ่มเปิดแอป Razer Nexus ซึ่งต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น Razer Nexus ก่อนนะครับ (ดาวน์โหลด RAZER NEXUS รองรับ Android 9.0 ขึ้นไป )

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09296

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09299

แอพ Razer Nexus จะเป็นแอพที่ทำให้การใช้งาน Razer Kishi V2 สมบูรณ์ครับ เป็นศูนย์กลางในการตั้งค่า กำหนดการทำงานของปุ่มมัลติฟังก์ชั่นทั้ง 2 ปุ่มด้านบน (M1/M2) และใช้อัพเดทระบบของตัวคอนโทรลเลอร์ และเราสามารถใช้แอพ Razer Nexus เป็นตัวเริ่มต้นในการ Live การเล่นเกมของเรา ออกไปใน Facebook และ Youtube Live ได้ด้วยครับ

หน้าแอพพลิเคชั่น Razer Nexus จะรวบรวมไอคอนเกมภายในสมาร์ทโฟนของเรา ให้สามารถเรียกใช้ได้ผ่านแอพเดียว และยังแนะนำเกมและบริการที่ใช้งานได้เข้ากันกับตัวคอนโทรลเลอร์ครับ

Razer-Nexus-002
Razer-Nexus-003
Razer-Nexus-004
Razer-Nexus-005

 

ตัว Razer Kishi V2 ทำมาในระดับมาตรฐานสากล เข้ากันกับการใช้งานของระบบได้แบบเป็นมาตรฐาน ทดสอบใช้งานกับแอพ Steam Link สตรีมเกมจาก PC ใช้งานได้สมบูรณ์ครับ

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09370

ตัวบริการ Steam กับอุปกรณ์ที่ทำมาในระดับสากล ระบบเขาคุยกันรู้เรื่อง

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09380
Razer-Kishi-V2-Android-DSC09373

Razer Kishi V2 มีการออกแบบที่หยืดหยุ่นกับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android ได้ดีมากครับ เขาคำนึงถึงขนาดตัวเครื่องของสมาร์ทโฟน Android ที่มักมีหน้าจอกว้าง และหลายคนเลือกที่ใส่เคสกันกระแทกกับตัวเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา ฉะนั้นฐานรองด้านในที่ใช้ยึดจับทั้งสองด้าน จึงออกแบบมาให้รองรับทั้งแบบสวมใส่กับเครื่องสมาร์ทโฟนเปล่าๆ โดยจะเป็นยางกันกระแทกในตัว

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09329

และให้ฐานรองอีกหนึ่งชุดที่มีความบางมากกว่า สำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนที่สวมใส่เคสเอาไว้

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09300

เวลาประกอบมือถือเข้ากับ Razer Kishi V2 จะทำได้โดยไม่ต้องถอดเคสเลยครับ จากที่ผมลองใช้กับเคสที่มีความหนากว่า 1 เซนติเมตร ยังสวมใส่ได้ปกติครับ (รองรับสูงสุด 11.5 เซนติเมตร)

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09358

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09326

การออกแบบโครงสร้างของ Kishi V2 ใช้หลักสรีรศาสตร์ที่ดีครับ เล่นเกมยาวกว่าสามสี่ชั่วโมงไม่เมื่อยมือหรือข้อนิ้วเลย ใช้การเชื่อมต่อผ่านพอร์ท USB-C ซึ่งทำมาเป็นแบบพาส-ทรู สำหรับการเสียบสายชาร์จเข้าที่ด้ามคอนโทรลเลอร์เพื่อชาร์จแบตไปพร้อมกับการเล่นเกมได้ตลอดเวลา พร้อมไฟแจ้งเตือนการชาร์จอีกหนึ่งดวง

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09321
Razer-Kishi-V2-Android-DSC09308
Razer-Kishi-V2-Android-DSC09303
Razer-Kishi-V2-Android-DSC09304

ตัวพานสปริงด้านหลัง มีความแข็งแรงกำลังดี ไม่ต้องใช้แรงมากในการเงื้อออก รองรับขนาดสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ๆ ได้สบาย เพราะรองรับมือถือที่กว้างได้มากถึง 17 เซนติเมตรเลยทีเดียว

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09315

ปุ่มกดต่างๆ ใช้แบบ Microswitch buttons สวิตช์ปุ่มเชิงกลแบบแมคคานิค จึงมีความทนทานสูง แม่นยำและตอบสนองคงที่ จะมีเสียง Clicky เล็กๆ ให้ได้ยินเวลาใช้เล่นในที่เงียบๆ

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09377

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Razer Kishi V2 ก็จะมีตัวคอนโทรลเลอร์, คู่มือ, สติ๊กเกอร์จาก Razer และฐานรองเครื่องที่ให้มาสองชุดสองขนาด

Razer-Kishi-V2-Android-DSC09310

เป็นคอนโทรลเลอร์เกรดโปรสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ครับ ด้วยการเลือกใช้ขั้วต่อโดยตรงแบบ USB Type C โดยไม่ผ่านสัญญาณไร้สาย ทำให้ไม่เกิดความหน่วงหรือเหลื่อมแลคเลยในการเล่นเกม มาตรฐานดีใช้งานได้เสถียรกับเกมและบริการใน Android ที่รองรับ ไม่เสียอารมณ์กับปัญหาจุกจิก เล่นได้สะใจครับ และตัวอุปกรณ์ยังมีความคงทนและรู้สึกได้ว่าแข็งแรง จึงลงนิ้วกดได้เต็มไม้เต็มมือไม่ต้องมาคอยยั้ง ได้อารมณ์ของการเล่นเกมกับจอยเครื่องคอนโซลแบบนั้นเลยครับ

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

Kishi V2 สำหรับ Android เปิดราคา $99.99 USD เปิดจำหน่ายที่ Razer.com และร้านค้าตัวแทนที่ได้รับอนุญาต

https://rzr.to/kishi

 

ข่าว: รีวิว Razer Kishi V2 (For Android) คอนโทรลเลอร์สมาร์ทโฟน เกรดคุณภาพจากเครื่องคอนโซล มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-razer-kishi-v2-for-android/

เปิดตัว RAZER STRIDER CHROMA และ RAZER GOLIATHUS CHROMA 3XL แผ่นรองเมาส์เกมมิ่งที่ทุกคนรอคอย

แบรนด์: Razer แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของโลกสำหรับเกมเมอร์

ผลิตภัณฑ์: วันนี้ Razer ประกาศเปิดตัวแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมขนาดใหญ่พิเศษ 2 แบบ: Razer Strider Chroma และ Razer Goliathus Chroma 3XL

Razer

Razer Strider Chroma: ส่องประกายเหนือคู่แข่ง

Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองแบบไฮบริดที่มีส่วนผสมทั้งความนุ่มและแข็ง ให้พื้นผิวที่แข็งเรียบและลื่นไหล ให้การเคลื่อนไหวที่คล่องตัวและแม่นยำ มาในขนาด 900 x 370 มม. และความหนา 4 มม. แผ่นรองขยายขนาดใหญ่ขึ้นให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับแป้นพิมพ์และเมาส์ของคุณ ด้วยฐานกันลื่น ด้านล่างจับกระชับมือเสริมด้วยรูปแบบร่องเพื่อยึดเข้ากับโต๊ะอย่างเหมาะสมพอดีกับการใช้งาน

Strider Chroma ยังทนต่อการบิดงอ เพิ่มความทนทานที่มากขึ้น พร้อมเก็บรักษาพื้นผิวเรียบสำหรับการควบคุมที่สม่ำเสมอ อีกทั้งคุณสมบัติกันน้ำเพื่อป้องกันการหกโดยไม่ได้ตั้งใจ

Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบไฮบริดตัวแรกของโลกที่มีโซนแสงที่หลากหลาย พร้อมโซนแสงที่ปรับแต่งได้ 19 โซนเพื่อการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณที่ไม่มีใครเทียบได้ ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma™ RGB ให้แสง RGB สูงสุดด้วยสีมากกว่า 16.8 ล้านสีและเอฟเฟกต์แสงนับไม่ถ้วน พร้อมความสามารถในการตอบสนองแบบไดนามิกกับเกมที่รวมโครมามากกว่า 200 เกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Strider Chroma โปรดดู ที่นี่ 

Razer Goliathus Chroma 3XL: ปล่อยแสงอันทรงพลัง

สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการแผ่นรองขนาดใหญ่กว่านี้ Razer Goliathus Chroma 3XL มีขนาดมหึมา 1200 มม. x 550 มม. และมีความหนาถึง 3.5 มม. แผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบนุ่มที่ขายดีที่สุดของ Razer มาในขนาดที่ใหญ่พิเศษนี้ ทำให้ Goliathus Chroma 3XL ครอบคลุมทั้งโต๊ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ DPI ต่ำหรือต้องการพื้นที่แผ่นรองเมาส์เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น

ด้วยพื้นผิวผ้าไมโครเท็กซ์เจอร์ ทุกการเคลื่อนไหวของเมาส์จะถูกแปลเป็นการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์เพื่อความแม่นยำสูงสุด ช่วยให้เกมเมอร์สามารถบรรลุความสมดุลของความเร็วและการควบคุมที่อันตรายได้ ปรับให้เหมาะสมสำหรับการตั้งค่าความไวและเซ็นเซอร์ทั้งหมด Razer Goliathus Chroma 3XL ให้การตอบสนองและการติดตามทั้งหมดเพื่อการควบคุมเกมที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าคุณจะใช้เลเซอร์หรือเซ็นเซอร์ออปติคัล มาพร้อมฐานยางกันลื่น แผ่นรองจึงยึดอยู่กับที่ แม้ในระหว่างเกมที่เข้มข้นที่สุด

ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma RGB ด้วย 16.8 ล้านสี รูปแบบนับไม่ถ้วน และเอฟเฟกต์แสงไฟในเกมแบบไดนามิก เกมเมอร์สามารถสัมผัสประสบการณ์การปรับแต่ง RGB แบบเต็มรูปแบบและดื่มด่ำกับระบบนิเวศแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับอุปกรณ์เล่นเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Goliathus Chroma 3XL โปรดดู ที่นี่.

จุดเด่น: Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบไฮบริดตัวแรกของโลกที่มี Razer Chroma RGB ในขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้น Razer Goliathus Chroma 3XL เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบนุ่มพร้อม Razer Chroma RGB ในขนาด 3XL ขนาดใหญ่พิเศษ

กำหนดการ: วางจัดจำหน่ายแล้ววันนี้

สถานที่: Strider Chroma: Razer.com และในร้าน RazerStore เท่านั้น

Goliathus Chroma 3XL: Razer.comและในร้าน RazerStore เท่านั้น

ราคา: Strider Chroma: $129.99USD / 159.99€ MSRP
Goliathus Chroma 3XL: $99.99USD / 119.99€ MSRP

ข้อมูลสินค้า: Strider Chroma: ดาวน์โหลด ที่นี่
Goliathus Chroma 3XL: ดาวน์โหลด ที่นี่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Razer ให้สิทธิ์คุณในการ #WinItYourWay โปรดดู ที่นี่.

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launch-of-the-razer-strider-chroma-and-razer-goliathus-chroma-3xl/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launch-of-the-razer-strider-chroma-and-razer-goliathus-chroma-3xl

เปิดตัว RAZER STRIDER CHROMAและ RAZER GOLIATHUS CHROMA 3XL แผ่นรองเมาส์เกมมิ่งที่ทุกคนรอคอย

1

แบรนด์: Razer แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของโลกสำหรับเกมเมอร์
ผลิตภัณฑ์: วันนี้ Razer ประกาศเปิดตัวแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมขนาดใหญ่พิเศษ 2 แบบ: Razer Strider Chroma และ Razer Goliathus Chroma 3XL Razer Strider Chroma: ส่องประกายเหนือคู่แข่ง Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองแบบไฮบริดที่มีส่วนผสมทั้งความนุ่มและแข็ง ให้พื้นผิวที่แข็งเรียบและลื่นไหล ให้การเคลื่อนไหวที่คล่องตัวและแม่นยำ มาในขนาด 900 x 370 มม. และความหนา 4 มม. แผ่นรองขยายขนาดใหญ่ขึ้นให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับแป้นพิมพ์และเมาส์ของคุณ ด้วยฐานกันลื่น ด้านล่างจับกระชับมือเสริมด้วยรูปแบบร่องเพื่อยึดเข้ากับโต๊ะอย่างเหมาะสมพอดีกับการใช้งาน
Strider Chroma ยังทนต่อการบิดงอ เพิ่มความทนทานที่มากขึ้น พร้อมเก็บรักษาพื้นผิวเรียบสำหรับการควบคุมที่สม่ำเสมอ อีกทั้งคุณสมบัติกันน้ำเพื่อป้องกันการหกโดยไม่ได้ตั้งใจ
Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบไฮบริดตัวแรกของโลกที่มีโซนแสงที่หลากหลาย พร้อมโซนแสงที่ปรับแต่งได้ 19 โซนเพื่อการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณที่ไม่มีใครเทียบได้ ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma™ RGB ให้แสง RGB สูงสุดด้วยสีมากกว่า 16.8 ล้านสีและเอฟเฟกต์แสงนับไม่ถ้วน พร้อมความสามารถในการตอบสนองแบบไดนามิกกับเกมที่รวมโครมามากกว่า 200 เกม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Strider Chroma โปรดดู ที่นี่
Razer Goliathus Chroma 3XL: ปล่อยแสงอันทรงพลัง สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการแผ่นรองขนาดใหญ่กว่านี้ Razer Goliathus Chroma 3XL มีขนาดมหึมา 1200 มม. x 550 มม. และมีความหนาถึง 3.5 มม. แผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบนุ่มที่ขายดีที่สุดของ Razer มาในขนาดที่ใหญ่พิเศษนี้ ทำให้ Goliathus Chroma 3XL ครอบคลุมทั้งโต๊ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ DPI ต่ำหรือต้องการพื้นที่แผ่นรองเมาส์เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น
ด้วยพื้นผิวผ้าไมโครเท็กซ์เจอร์ ทุกการเคลื่อนไหวของเมาส์จะถูกแปลเป็นการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์เพื่อความแม่นยำสูงสุด ช่วยให้เกมเมอร์สามารถบรรลุความสมดุลของความเร็วและการควบคุมที่อันตรายได้ ปรับให้เหมาะสมสำหรับการตั้งค่าความไวและเซ็นเซอร์ทั้งหมด Razer Goliathus Chroma 3XL ให้การตอบสนองและการติดตามทั้งหมดเพื่อการควบคุมเกมที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าคุณจะใช้เลเซอร์หรือเซ็นเซอร์ออปติคัล มาพร้อมฐานยางกันลื่น แผ่นรองจึงยึดอยู่กับที่ แม้ในระหว่างเกมที่เข้มข้นที่สุด
ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma RGB ด้วย 16.8 ล้านสี รูปแบบนับไม่ถ้วน และเอฟเฟกต์แสงไฟในเกมแบบไดนามิก เกมเมอร์สามารถสัมผัสประสบการณ์การปรับแต่ง RGB แบบเต็มรูปแบบและดื่มด่ำกับระบบนิเวศแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับอุปกรณ์เล่นเกม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Goliathus Chroma 3XL โปรดดู ที่นี่.
จุดเด่น: Razer Strider Chroma เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบไฮบริดตัวแรกของโลกที่มี Razer Chroma RGB ในขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้น Razer Goliathus Chroma 3XL เป็นแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกมแบบนุ่มพร้อม Razer Chroma RGB ในขนาด 3XL ขนาดใหญ่พิเศษ
กำหนดการ: วางจัดจำหน่ายแล้ววันนี้
สถานที่: Strider Chroma: Razer.com และในร้าน RazerStore เท่านั้น
Goliathus Chroma 3XL: Razer.comและในร้าน RazerStore เท่านั้น
ราคา: Strider Chroma: $129.99USD / 159.99€ MSRP
Goliathus Chroma 3XL: $99.99USD / 119.99€ MSRP
ข้อมูลสินค้า: Strider Chroma: ดาวน์โหลด ที่นี่
Goliathus Chroma 3XL: ดาวน์โหลด ที่นี่
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Razer ให้สิทธิ์คุณในการ #WinItYourWay โปรดดู ที่นี่.

Advertisementavw

from:https://notebookspec.com/web/660295-razer-strider-chroma-razer-goliathus-chroma-3xl

รีวิว RAZER DEATHSTALKER V2 PRO บางเบาที่สุดเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ

หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการคีย์บอร์ดบางเบา แต่ยังมาพร้อมฟังค์ชั่น ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ และความสวยงามในหนึ่งเดียวขอแนะนำ RAZER DEATHSTALKER V2 PRO คีย์บอร์ดบางเบา เพื่อการพกพาและการใช้งานในแบบเกมเมอร์ทุกที่ทุกเวลา พร้อมสวิตซ์แบบใหม่ที่ไฮเทคโนโลยีขั้นสุด

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO

Advertisementavw

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ที่อัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนไปเยอะ ด้วยรูปแบบคีย์บอร์ดที่บางและเบาเพียง 750 กรัม ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก แต่ก็ยังมาพร้อมฟังค์ชั่นที่พร้อมตอบสนองเกมเมอร์ด้วยสวิตซ์ที่ RAZER พัฒนาขึ้นมาเองในรูปแบบลำแสงอินฟราเรดในการตรวจจับระดับการเคาะแป้น ซึ่งหมายความว่าโอกาสเกิดความหน่วงระหว่างการเคาะแต่ละครั้งจะเท่ากับศูนย์ ทำให้ลดปัญหาสวิตซ์พังหรือตอบสนองช้า โดยมีให้เลือกทั้ง Linear Low-profile Optical Switch ที่ให้ความรู้สึกนิ่ม/เงียบกว่า และ Clicky Low-profile Optical Switch ที่จัให้ความรู้สึกแข็งกว่ารวมไปถึงเสียงคลิกแบบชัดเจนเช่นคีย์บอร์ด mechanical ไซท์ใหญ่ พร้อมการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่มีทั้งแบบตัวส่งสัญญาณจิ๋ว 2.4 GHz และแบบ Bluetooth 5.0 ให้เลือกเชื่อมต่อ

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO

  • Razer™ Low-profile Optical Switches
  • 70-million keystroke lifespan
  • Razer™ HyperSpeed Wireless Technology
  • Razer™ HyperSpeed Multi-device Support
  • Connect via Razer™ HyperSpeed Wireless (2.4 GHz), Bluetooth, or Type C
  • Multi-functional media button and media roller
  • Ultra-durable coated ABS keycaps
  • Razer Chroma™ RGB customizable backlighting with 16.8 million color options
  • 40-hour Battery Life
  • Razer™ Synapse enabled
  • Hybrid On-Board Memory and Cloud Storage – up to 5 profiles
  • Fully programmable key with on-the-fly- macro recording
  • N-key roll over
  • Gaming mode option
  • Detachable braided fiber Type C cable
  • 5052 Aluminum Alloy Top Case

RAZER DEATHSTALKER V2 01

RAZER DEATHSTALKER V2 03 RAZER DEATHSTALKER V2 04

กล่องของ RAZER DEATHSTALKER V2 PRO โชว์หน้าตาสเปคชัดเจนพร้อมระบุสวิตซ์ที่ได้มาทดสอบจะเป็น Linear Low-profile Optical Switch กล่องเขาเป็นเอกลักษณ์จริงๆ โชว์ไฟ RGB สดใสสวยงาม

RAZER DEATHSTALKER V2 05

อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีตัวคีย์บอร์ด สายชาร์ต สติกเกอร์ พร้อมคู่มือแนะนำการใช้งาน

RAZER DEATHSTALKER V2 48

สายที่แถมจะเป็นแบบสายถักแข็งแรงดี เป็นแบบ USB-A to USB-C

RAZER DEATHSTALKER V2 49

RAZER DEATHSTALKER V2 50 RAZER DEATHSTALKER V2 51

นอกจากนั้นยังมีหัวแปลง USB-A to USB-C ให้มาเพิ่มอีกด้วยเผื่อค้องการต่อสาย หรือแปลงสายเพิ่มเติม

RAZER DEATHSTALKER V2 06

RAZER DEATHSTALKER V2 08 RAZER DEATHSTALKER V2 07

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO ดูเผินๆจะเหมือนคีย์บอร์ด Full Size ทั่วไป มี NumPad พร้อมปุ่มต่างๆแยกมาให้ ใช้งานง่าย พร้อมปุ่ม Scroll ด้านขวาบน แต่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเลยคือน้ำหนักที่เบามาก และตัวคีย์บอรืดก้มีความบางเป็นพิเศษ โดยที่ Keycap ยังมีขนาดปรกติ ทำให้พิมพ์สัมผัส ไปจนถึงเล่นเกม สั่งงานได้โดยง่าย

โดยนอกจากขนาด Full Size แล้วยังมีขนาดกะทัดรัดแบบ TKL ให้เลือกซื้ออีกด้วย

RAZER DEATHSTALKER V2 19

ทางด้านขวาเหนือปุ่มลุกศรจะเป็นไฟแสดงสถานะ และบอกรูปแบบของการเชื่อมต่อ รวมถึงโพรไฟล์อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และขวาบนจะเป็นปุ่ม Scroll สำหรับเพิ่มลดเสียง และปุ่ม เล่นหยุดเพลงอยู่ข้างๆ ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการว่าจะให้สั่งงานอะไร

RAZER DEATHSTALKER V2 18

เมื่อมองด้านข้างจะเห็นได้ชัดว่าคีย์บอร์ดมีความบางขนาดไหน ซึ่งมีความบางสุดตั้งแต่ของด้านล่าง ถึงด้านบนปุ่ม Key cap จะอยู่ที่ 21 มิลลิเมตร ส่วนจุดที่หนาสุดจะอยู่ที่ 26.6 มิลลิเมตร แม้จะบางแต่ยังเหลือระยัให้กดสวิตซ์อีกราว 1.2 – 2.8 มิลลิเมตร โดยสวิตซ์การันตีกดใช้งานได้ถึง 70 ล้านครั้ง

RAZER DEATHSTALKER V2 36

ขอบด้านล่างมีสกรีนโลโก้ RAZER โดยเฟรมของตัวคีย์บอร์ดจะเป็นอลูมิเนียมผสมกับพลาสติกบริเวณด้านล่างของตัวคีย์บอร์ด

RAZER DEATHSTALKER V2 20

ระบบ Low-Profile Optical Switches มีด้วยกัน 2 แบบ ทั้งแบบ Linear และแบบ Clicky โดย Linear Low-Profile Optical Switch มีจุดรับแรงกด (Actuation Point) 1.2 มม. โดยมีระยะความลึกของปุ่มรวม 2.8 มม. และรับแรงกดที่ 45 กรัม ส่วนแบบ Clicky มีจุดรับแรงกด (Actuation Point) 1.5 มม. มีแรงต้านการกดระดับเดียวกัน ระยะความลึกของปุ่มรวม 2.8 มม. และรับแรงกดที่ 50 กรัม

ด้วยการใช้จุดสัมผัสที่น้อยลงทำให้ลดอัตราการเสื่อมโดยรวมของแป้นได้ โดย Razer Low-Profile Optical Switches ผ่านการทดสอบบนมาตรฐานขั้นสูงของอุตสาหกรรมว่าทนทานต่อการกดถึง 70 ล้านครั้ง มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแป้นของแบรนด์คู่แข่งถึง 40% และมีไฟ RGB อยู่ด้านบน

RAZER DEATHSTALKER V2 14

RAZER DEATHSTALKER V2 15 RAZER DEATHSTALKER V2 16

ทั้งรุ่น DeathStalker V2 Pro และ DeathStalker V2 Pro Tenkeyless มาพร้อม Razer HyperSpeed Wireless เทคโนโลยีการเชื่อต่อแบบไร้สายความเร็วสูงของเรเซเอร์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเกมมิ่งที่เร็วแรงและเชื่อถือได้มากที่สุดในปัจจุบัน ทำให้ Razer HyperSpeed Wireless มอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายที่รวดเร็ว เสถียร และมั่นใจได้เทียบเท่าการเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณแบบดั้งเดิม และด้วยฟีเจอร์การจับคู่ได้หลายอุปกรณ์ ทำให้เกมเมอร์สามารถเชื่อมต่อ DeathStalker V2 Pro เข้ากับเมาส์เรเซอร์รุ่นที่รองรับด้วยอุปกรณ์ดังเกิล HyperSpeed Wireless เพียงอันเดียว เพิ่มอิสระในการใช้งานและความสะดวกสบายยิ่งกว่า โดยยังคงประสิทธิภาพลดความหน่วงสัญญาณในระดับต่ำสุด

นอกจากนี้ รุ่น DeathStalker V2 Pro และ DeathStalker V2 Pro Tenkeyless ยังมีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้มากถึง 3 อุปกรณ์พร้อมกันโดยไม่ต้องเลือกอุปกรณ์ และยังสามารถสลับการเชื่อมต่อใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

RAZER DEATHSTALKER V2 09

RAZER DEATHSTALKER V2 11 RAZER DEATHSTALKER V2 12

ล่างล่างของคีย์บอร์ดจะมียางรอง 4 จุด พร้อมขาตั้งที่สามารถกางได้ 2 ระดับ

RAZER DEATHSTALKER V2 13

โดยจะมีที่เก็บตัวส่งสัญญาณอยู่ตรงจุดนี้ด้วย รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4 GHz และยังเชื่อมต่อกับเมาส์คีย์บอร์ด หรือหูฟังรุ่นอื่นของ Razer ได้ด้วย ผ่านตัวส่งสัญญาณอันเดียว

RAZER DEATHSTALKER V2 31

RAZER DEATHSTALKER V2 32 RAZER DEATHSTALKER V2 33

เมื่อกาขาตั้งทั้ง 2 ขา 3 ระดับ

RAZER DEATHSTALKER V2 40

คีย์บอร์ด RAZER DEATHSTALKER V2 PRO แม้จะเป็น Full Size แต่ก็มีน้ำหนักที่เบามากเพียง 0.757 กิโลกรัมเท่านั้น

razer deathstalker v2 pro hero desktop

https hybrismediaprod.blob .core .windows.net sys master phoenix images container h4e h82 9422672461854 220726 deathstalker v2 pro 1500x1000 5 https hybrismediaprod.blob .core .windows.net sys master phoenix images container hb8 h82 9422672429086 220726 deathstalker v2 pro 1500x1000 6 

RAZER DEATHSTALKER V2 23

RAZER DEATHSTALKER V2 24 RAZER DEATHSTALKER V2 25

RAZER DEATHSTALKER V2 34 RAZER DEATHSTALKER V2 35  

DeathStalker V2 ทุกรุ่น ยังรอบรับการใช้งานร่วมกับเครื่องมือ Razer Synapse 3 ที่ปรับแต่งแสงไฟได้ถึง 16.8 ล้านสี ผ่าน Razer Chroma RGB และติดตั้งหน่วยความจำในตัวเพื่อเก็บข้อมูลการตั้งค่าของผู้ใช้คีย์บอร์ด

RAZER DEATHSTALKER V2 26

โดยไฟ RGB จะลอดตามตัวอักษร สว่างกำลังดี อีกทั้งยังเพิ่มลดความสว่างได้ตามต้องการ รวมไปถึงโพรไฟล์สี โดยตัวที่ทีมงานได้มาทดสอบจะยังมีแต่ตัวอักษรภาษาอังกฤษไม่มีภาษาไทย

RAZER DEATHSTALKER V2 47

RAZER DEATHSTALKER V2 42 RAZER DEATHSTALKER V2 44

ในส่วนของการใช้งานทั่วไป สามารถพิมพ์ได้สะดวก ปุ่มใช้งานแยกเป็นส่วน ไม่ติดกันเกินไป ปุ่ม Fn ต่างๆครบครัน อันเป็นผลมาจากคีย์บอรืดแบบ Full Size ทำให้ใช้งานได้สะดวก อีกทั้งคีย์บอร์ดยังมีน้ำหนักที่เบามาก ทำให้พกพาได้อย่างสะดวก จะติดก็แค่ขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เท่านั้นเอง

ในส่วนของสวิตซ์ที่ได้มาทดสอบเป็นแบบ Razer™ Linear Low-profile Optical Switch ให้สัมผัสที่นุ่มมาก เสียงไม่ดังความรู้สึกเผินๆ จะเหมือนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊คคุณภาพสูงเช่น ThinkPad แต่จะให้ความลึกในการกดที่มากกว่า ทำให้รู้สึกได้ถึงการพิมพ์หรือกดอย่างชัดเจน การตอบสนองจัดว่าเร็วมาก จะไม่ได้เป็นจังหวะเหมือน mechanical คีย์บอร์ดทั่วไป คิดว่าน่าจะมาจากระบบแสงเลเซอร์ที่ช่วยให้ตอบสนองได้เร็วแม้เพียงแค่แตะในระยะเล้กน้อย

ทำให้สวิตซ์ Linear น่าจะเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ชอบคีย์บอร์ดเสียงเงียบ ตอบสนองดี พิมพ์สนุก รองรับการเล่นเกมไปจนถึงการพิมพ์ข้อความจำนวนมาก แต่ถ้าเน้นเล่นเกม และอยากได้ฟิลล์คีย์บอร์ดแบบ mechanical แนะนำ Razer™ Clicky Low-profile Optical Switch น่าจะเหมาะกว่า

RAZER DEATHSTALKER V2 46

ในส่วนของฟังค์ชั่นอื่นๆ ตั้งแต่คีย์ลัดด้านขวาบน หลักๆจะใช้งานเพื่อมัลติมีเดีย เล่นหยุดเพลง เพิ่มลดเสียง ใช้งานสะดวกดี หรืออยากจะปรับเป็นปุ่มมาโครในเกม หรือกับโปรแกรมเฉพาะทางก็ย่อมได้

การเชื่อมต่อจะเน้นการเชื่อมต่อไร้สาย ทั้งแบบตัวส่งจิ๋ว 2.4 GHz ที่ให้สัญญาณนิ่งไม่มีดีเล เหมือนต่อคีย์บอร์ดด้วยสายเลย ระยะใช้งานเท่าที่ลองทดสอบราว 10 เมตร ยังเสถียรและนิ่งดี ส่วน Bluetooth 5.0 ก็จัดว่านิ่งและไว แทบไม่ต่างจากแบบ 2.4 GHz แต่ระยะใช้งานจริงจะไม่เกิน 5 เมตร จริงๆถ้าห่างเกิน 4 เมตร ก็เริ่มมีการการหลุดแล้ว

DeathStalker V2 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีอายุใช้งานยาวนานถึง 40 ชั่วโมง ซึ่งจากการทดสอบใช้งานชาร์ตเต็มแล้ว ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง ใช้งานจริงราว 8 ชั่วโมง ราว 2 วัน ก็ยังเหลือแบตเตอรี่ราว 50% ถ้าวัดตามสเปคอาจจะไม่อึดเหมือนค่ายอื่น แต่คิดว่าก้เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว คงเพราะตัวคีย์บอรืดที่บาง และเน้นน้ำหนักเบาทำให้แบตเตอรี่อาจจะไม่ได้จุมากนัก

 Razer Synapse 7 28 2022 9 54 49 PM

ซอฟแวร์ Razer Synapse ศูนย์รวมของอุปกรณ์ Razer ที่สามารถปรับแต่ได้หลากหลายโดยเฉพาะไฟ RGB

Razer Synapse 7 28 2022 9 55 26 PM

จุดที่สำคัญและคนที่ใช้เกมมิ่งเกียร์จาก Razer ไม่ควรพลาดเลยก็คือ การใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Razer Synapse ซึ่งจะช่วยให้คุณดึงศักยภาพด้วยการปรับแต่งเกมมิ่งเกียร์ได้ดีทีเดียว ซึ่งหากติดตั้งและระบบตรวจพบแล้ว ก็จะเห็นเป็นรูปคีย์บอร์ดขึ้นมาให้ใช้งานได้เลย โดยในหน้าหลักจะเป็นการเปิด Gaming Mode ตั้งมาโคร ต่างๆ

Razer Synapse 7 28 2022 9 57 04 PM

ในหน้าของ Lighting จะมีให้ปรับแสงไฟ RGB ได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมกับการตั้งความสว่างของแสง และสร้างโพรไฟล์ เพื่อการใช้งานได้ง่ายขึ้น เพราะบันทึกลงหน่วยความจำของคีย์บอร์ดได้โดยตรง

ในส่วนของ Effect แสงไฟ เลือกได้ 10 รูปแบบที่เป็นพื้นฐาน หรือจะ Customize เองก็ได้ผ่านทาง Advanced Effect ในการเลือกแสงสีให้ลึกลงไปในรายละเอียดได้ตามต้องการอีกด้วย

Razer Synapse 7 28 2022 9 57 14 PM

หรืออยากปรับแต่ RGB โดยละเอียดแบบแยกทีละปุ่มก็สามารถกดเข้ามาที่ Advanced Effect 

Razer Synapse 7 28 2022 9 55 58 PM

สุดท้ายจะเป็นการจัดการพลังงานเช่นตั้งเวลาลดแสงไฟปุ่ม หรือถ้าไม่ได้ใช้นานเท่าไรคีย์บอร์ดจะปิดตัวเอง

RAZER DEATHSTALKER V2 29

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO เป็นคีย์บอร์ดแบบ Full Size ที่เหมาะกับท่านที่ต้องการคีย์บอร์ดที่เน้นการพกพา น้ำหนักเบา แต่ก็ยังต้องการสวิตซ์ที่ตอบสนองการพิมพ์ การกดได้อย่างเที่ยงตรง ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงคีย์บอร์ดแบบ mechanical มากที่สุด ในขนาดที่กะทัดรัด บางเบามากที่สุด

จะว่าไป RAZER DEATHSTALKER V2 PRO ดูเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการคีย์บอรืดดีๆ มากกว่าเกมเมอร์เสียอีก เพราะด้วยฟิลล์สัมผัสและการพกพาที่ดีกว่า แต่เมื่อต้องการเล่นเกม หรือแสงสีไฟ RGB ก็สามารถตอบสนองได้ดีไม่แพ้กัน

RAZER DEATHSTALKER V2 PRO มาในราคา $249 หรือประมาณ 9,100 บาท แรงสักหน่อย แต่วัสดุ ฟังค์ชั่นดีครบ จบจริง

จุดเด่น

  • บางเบามาก
  • ไฟ RGB สวยงามจัดเต็ม
  • สวิตซ์นุ่ม เสียงไม่ดัง สัมผัสลึกกำลังดี
  • สวิตซ์ตอบสนองได้เร็ว แม่นยำ
  • รองรับการเชื่อมต่อทั้ง 2.5 GHz และ Bluetooth 5.0

ข้อสังเกต

  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบมีสาย (ต่อสายแค่ชาร์ต)
  • ราคาสูง

from:https://notebookspec.com/web/659289-review-razer-deathstalker-v2

RAZER DEATHSTALKER V2 จัดเต็มคีย์บอร์ดยอดนิยมรุ่นอัปเกรด ดีไซน์เรียบง่ายสไตล์มินิมอล แต่มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสุด

Razer แบรนด์ระดับโลกสำหรับเหล่าเกมเมอร์เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์คีย์บอร์ด Razer DeathStalker รุ่นอัปเกรด จัดเต็ม,kทั้งรุ่น DeathStalker V2 Pro, DeathStalker V2 Pro Tenkeyless และ DeathStalker V2

ผลิตภัณฑ์คีย์บอร์ด DeathStalker V2 ยังคงใช้ดีไซน์ที่คลีน เรียบง่ายตามแบบฉบับ DeathStalker เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการให้เกมสเตชันของตัวเองดูสบายตาไม่รกรุงรัง แม้จะมีดีไซน์เพียวบางเรียบง่าย แต่เรื่องประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใคร มาพร้อมปุ่มระบบออปติคัล Razer™ Low-profile Optical Switches ซึ่งมีทั้งแบบ Linear และแบบ Clicky เสริมลุคพรีเมียมด้วยการตัดขอบเส้นอลูมิเนียมเพรียวสวยด้านบนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน และปุ่มกดที่สลักตัวอักษรด้วยระบบเลเซอร์พร้อมเคลือบผิวให้ทนทานต่อการใช้งานขั้นสุด

 

DST5“คีย์บอร์ด DeathStalker รุ่นดั้งเดิมได้กลายเป็นไอเท็มสุดโปรดของเหล่าแฟน ๆ เรเซอร์ไปแล้ว ด้วยดีไซน์หรูหราแนวใหม่และสัมผัสการพิมพ์ที่เหนือมาตรฐานไปอีกขั้น ภายใต้รูปทรงที่เพียวบางเรียบง่ายไม่ซ้ำใคร” คริส มิตเชลล์ หัวหน้าแผนกเกมสำหรับพีซี เรเซอร์ กล่าว “สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์คีย์บอร์ด DeathStalker V2 นี้ เรายังคงเอาใจแฟน ๆ ด้วยดีไซนร์คีย์บอร์ดที่เรียบง่ายสบายตา เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อาทิ Razer Optical Switches และ Razer HyperSpeed Wireless เพื่อมอบประสบการณ์คีย์บอร์ดแนวใหม่ที่ตอบสนองเร็วแรง พร้อมฟังก์ชั่นเต็มรูปแบบสำหรับเกมเมอร์ทั่วโลก”

ปุ่มระบบออปติคัลรุ่นอัปเกรด All-New Razer Low-Profile Optical Switches 

คีย์บอร์ดกลุ่ม DeathStalker V2 ทุกรุ่น มาพร้อมระบบปุ่มออปติคัลรุ่นอัปเกรด All-New Razer Low-Profile Optical Switches ทำให้คีย์บอร์ดดีไซน์เรียบง่ายนี้มอบประสบการณ์การกดระดับความเร็วแสง ด้วยการใช้เทคโนโลยีลำแสงอินฟราเรดในการตรวจจับระดับการเคาะแป้น ซึ่งหมายความว่าโอกาสเกิดความหน่วงระหว่างการเคาะแต่ละครั้งจะเท่ากับศูนย์ จึงมอบประสิทธิภาพการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไวและแม่นยำในการเล่นเกมยิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสการกดที่เฉียบคมและไวมากขึ้นในการพิมพ์

ระบบ Low-Profile Optical Switches มีด้วยกัน 2 แบบ ทั้งแบบ Linear และแบบ Clicky โดย Linear Low-Profile Optical Switch มีจุดรับแรงกด (Actuation Point) 1.2 มม. โดยมีระยะความลึกของปุ่มรวม 2.8 มม. และรับแรงกดที่ 45 กรัม ส่วนแบบ Clicky มีจุดรับแรงกด (Actuation Point) 1.5 มม. มีแรงต้านการกดระดับเดียวกัน ระยะความลึกของปุ่มรวม 2.8 มม. และรับแรงกดที่ 50 กรัม

DST3

ด้วยการใช้จุดสัมผัสที่น้อยลงทำให้ลดอัตราการเสื่อมโดยรวมของแป้นได้ โดย Razer Low-Profile Optical Switches ผ่านการทดสอบบนมาตรฐานขั้นสูงของอุตสาหกรรมว่าทนทานต่อการกดถึง 70 ล้านครั้ง มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแป้นของแบรนด์คู่แข่งถึง 40%

ปุ่มทั้งสองแบบจึงเหมาะสมอย่างมากสำหรับคีย์บอร์ดกลุ่ม DeathStalker V2 ซึ่งมีดีไซน์เพรียวบาง ทำให้เกมเมอร์สามารถใช้แผ่นรองคีย์บอร์ดระดับต่ำลงได้ เพื่อให้สามารถวางตำแหน่งมือและข้อมือได้สบายและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เกมเมอร์จะรู้สึกเมื่อยล้าข้อมือน้อยที่สุด แม้ต้องใช้คีย์บอร์ดติดต่อกันเป็นเวลานานและไม่ได้พักข้อมือเลยก็ตาม

DST2นอกจากระบบ Low-Profile Optical Switches ปุ่มกดที่สลักตัวอักษรด้วยระบบเลเซอร์พร้อมการเคลือบผิวให้มีความทนทานต่อการใช้งานขั้นสูงสุด ยังช่วยต่อต้านการเกิดรอยขีดข่วนหรือสีซีดจาง การเคลือบปุ่มเพื่อความทนทานขั้นสูงนี้ยังทำให้ปุ่มมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าปุ่มแบบ Doubleshot PBT โดยยังมีการเสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นปิดหน้าวัสดุ 5052 Aluminum Alloy

ประสิทธิภาพขั้นสูงที่ผสานความสามารถแบบอเนกประสงค์อย่างลงตัว

ทั้งรุ่น DeathStalker V2 Pro และ DeathStalker V2 Pro Tenkeyless มาพร้อม Razer HyperSpeed Wireless เทคโนโลยีการเชื่อต่อแบบไร้สายความเร็วสูงของเรเซเอร์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเกมมิ่งที่เร็วแรงและเชื่อถือได้มากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยการผสานดาต้าโปรโคอลขั้นสูงซึ่งเป็นคลื่นวิทยุระดับ Ultra-fast เข้ากับ Adaptive Frequency Technology (ซึ่งทำหน้าที่สแกนหาคลื่นความถี่ที่ใช้งานได้เพื่อใช้ช่องทางสื่อสารที่ปราศจากคลื่นแทรก) ทำให้ Razer HyperSpeed Wireless มอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายที่รวดเร็ว เสถียร และมั่นใจได้เทียบเท่าการเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณแบบดั้งเดิม และด้วยฟีเจอร์การจับคู่ได้หลายอุปกรณ์ ทำให้เกมเมอร์สามารถเชื่อมต่อ DeathStalker V2 Pro เข้ากับเมาส์เรเซอร์รุ่นที่รองรับด้วยอุปกรณ์ดังเกิล HyperSpeed Wireless เพียงอันเดียว เพิ่มอิสระในการใช้งานและความสะดวกสบายยิ่งกว่า โดยยังคงประสิทธิภาพลดความหน่วงสัญญาณในระดับต่ำสุด

DST4

นอกจากนี้ รุ่น DeathStalker V2 Pro และ DeathStalker V2 Pro Tenkeyless ยังมีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้มากถึง 3 อุปกรณ์พร้อมกันโดยไม่ต้องเลือกอุปกรณ์ และยังสามารถสลับการเชื่อมต่อใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

DeathStalker V2 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีอายุใช้งานยาวนานถึง 40 ชั่วโมงและ 50 ชั่วโมงสำหรับ DeathStalker V2 Pro Tenkeyless ทั้งสองรุ่นใช้สายเคเบิลแบบถอดได้ที่มีพอร์ต Type C สำหรับการชาร์จไฟได้ในระหว่างใช้งาน ช่วยให้เกมเมอร์ไม่ต้องเสียจังหวะชาร์จไฟเมื่อต้องการตะลุยในโลกแห่งเกมกันยาว ๆ แบบมาราธอน

DeathStalker ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกคน

คีย์บอร์ดกลุ่ม DeathStalker V2 ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกประเภท โดยรุ่น DeathStalker V2 Pro มอบคีย์บอร์ดไร้สายที่มีฟังก์ชั่นครบครันสำหรับผู้ต้องการเกมสเตชั่นแบบไร้สายที่สมบูรณ์แบบ ส่วนผู้ที่ต้องการพื้นที่แบบสะอาดตาสไตล์มินิมัล ไม่รกรุงรัง หรือมีพื้นที่ใช้งานจำกัด เหมาะกับรุ่น DeathStalker V2 Pro Tenkeyless ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานแบบไร้สาย ความเร็วในการเชื่อมต่อ และการตอบสนองที่รวดเร็วไม่แตกต่างจากคีย์บอร์ดฟูลไซส์ในรุ่น DeathStalker V2 Pro โดยในรุ่น Tenkeyless นี้ยังคงมีปุ่ม Media Button และ Roller มาให้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน ส่วนรุ่น DeathStalker V2 มอบฟังก์ชั่นการใช้งานและความเร็วไม่ต่างจาก DeathStalker V2 Pro แต่ใช้การเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล Type C แทนแบบไร้สาย

DST1

นอกจากนี้ คีย์บอร์ดกลุ่ม DeathStalker V2 ทุกรุ่น ยังรอบรับการใช้งานร่วมกับเครื่องมือ Razer Synapse 3 ที่ปรับแต่งแสงไฟได้ถึง 16.8 ล้านสี ผ่าน Razer Chroma RGB และติดตั้งหน่วยความจำในตัวเพื่อเก็บข้อมูลการตั้งค่าของผู้ใช้คีย์บอร์ดเมื่อต้องนำออกไปใช้นอกบ้าน

ข้อมูลทั่วไปของ RAZER DEATHSTALKER V2 PRO

  • Razer™ Low-profile Optical Switches
  • 70-million keystroke lifespan
  • Razer™ HyperSpeed Wireless Technology
  • Razer™ HyperSpeed Multi-device Support
  • Connect via Razer™ HyperSpeed Wireless (2.4 GHz), Bluetooth, or Type C
  • Multi-functional media button and media roller
  • Ultra-durable coated ABS keycaps
  • Razer Chroma™ RGB customizable backlighting with 16.8 million color options
  • 40-hour Battery Life
  • Razer™ Synapse enabled
  • Hybrid On-Board Memory and Cloud Storage – up to 5 profiles
  • Fully programmable key with on-the-fly- macro recording
  • N-key roll over
  • Gaming mode option
  • Detachable braided fiber Type C cable
  • 5052 Aluminum Alloy Top Case

ข้อมูลทั่วไปของ RAZER DEATHSTALKER V2 PRO TENKEYLESS

  • Razer™ Low-profile Optical Switches
  • 70-million keystroke lifespan
  • Razer™ HyperSpeed Wireless Technology
  • Razer™ HyperSpeed Multi-device Support
  • Connect via Razer™ HyperSpeed Wireless (2.4 GHz), Bluetooth, or Type C
  • Multi-functional media button and media roller
  • Ultra-durable coated ABS keycaps
  • Razer Chroma™ RGB customizable backlighting with 16.8 million color options
  • 50-hour Battery Life
  • Razer™ Synapse enabled
  • Hybrid On-Board Memory and Cloud Storage – up to 5 profiles
  • Fully programmable key with on-the-fly- macro recording
  • N-key roll over
  • Gaming mode option
  • Detachable braided fiber Type C cable
  • 5052 Aluminum Alloy Top Case

ข้อมูลทั่วไปของ RAZER DEATHSTALKER V2

  • Razer™ Low-profile Optical Switches
  • 70-million keystroke lifespan
  • Multi-functional media button and media roller
  • Ultra-durable coated ABS keycaps
  • Razer Chroma™ RGB customizable backlighting with 16.8 million color options
  • Razer™ Synapse enabled
  • Hybrid On-Board Memory and Cloud Storage – up to 5 profiles
  • Fully programmable key with on-the-fly- macro recording
  • N-key roll over
  • Gaming mode option
  • Detachable braided fiber Type C cable
  • 5052 Aluminum Alloy Top Case

ราคาและการจำหน่าย

Razer DeathStalker V2 Pro

ราคาปลีก 249.99 ดอลลาร์ / 249.99 ยูโร

Razer.com และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม 2565

Razer DeathStalker V2 Pro Tenkeyless 

ราคาปลีก 219.99 ดอลลาร์ / 219.99 ยูโร

Razer.com และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ไตรมาส 3 ปี 2565

Razer DeathStalker V2

ราคาปลีก 199.99 ดอลลาร์ / 199.99 ยูโร

Razer.com และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ไตรมาส 3 ปี 2565

ข่าว: RAZER DEATHSTALKER V2 จัดเต็มคีย์บอร์ดยอดนิยมรุ่นอัปเกรด ดีไซน์เรียบง่ายสไตล์มินิมอล แต่มาพร้อมประสิทธิภาพขั้นสุด มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/razer-deathstalker-v2-pro-tenkeyless-launch/

พรีวิว ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION ที่สุดของออปชั่นและความสวยงามเพื่อ Intel gen 12

ถ้าเพื่อนๆ อยากได้เมนบอร์ดที่จัดเต็มที่สุดของ Intel Gen 12 ทั้งฟีเจอร์ ออปชั่น และแสงสี ต้องตัวนี้เลย ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION ที่สุดของเมนบอร์ดเพื่อ Intel ที่มาพร้อมแสดงแสงสีจาก Razer ที่ไม่เหมือนใคร

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION

Advertisementavw

 

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION เป็นอีกหนึ่งเมนบอร์ดที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ASROCK กับ Razer ที่ทีมงานเคยพรีวิว Asrock X570 Taichi Razer Edition ไปก่อนหน้านี้ โดยได้ยกเครื่องการออกแบบมาจาก ASRock Z690 Taichi มาเลยก็ว่าได้ด้วยหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยชิปเซ็ตใหม่อย่าง Z690 ที่เกิดมาเพื่อ Intel Gen 12 รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดไม่ว่าจะเป็น DDR5 ที่บัสสูงถึง 5,600 MHz ในโหมดโอเวอร์คล๊อต PCIe 5.0 สำหรับการ์ดจอที่รองรับถึง 2 Slot พอร์ตเชื่อมต่อจำนวนมาก และออปชั่นอีกเพียบ พร้อมไฟ RGB จาก Razer ตามจุดต่างๆทให้เมนบอร์ดตัวนี้สวยงามไม่เหมือนใคร

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION

  • Supports 12th Gen Intel® Core™ Processors (LGA1700)
  • 20 Phase SPS Dr.MOS Power Design
  • Supports DDR5 6400MHz (OC)
  • 2 PCIe 5.0 x16, 1 PCIe 4.0 x16, 1 PCIe 3.0 x1
  • Graphics Output Options: HDMI, 2 Thunderbolt™ Type-C
  • Realtek ALC1220 7.1 CH HD Audio Codec, ESS SABRE 9218 DAC, WIMA Audio Caps
    • 6 SATA3, 1 Independent SATA3
    • 2 Hyper M.2 (PCIe Gen4 x4)
    • 1 M.2 (PCIe Gen3 x2 & SATA3)
    • 2 Thunderbolt™ 4/USB4 Type-C
    • 1 USB 3.2 Gen2x2 Front Type-C
    • 2 USB 3.2 Gen2 (Rear)
    • 8 USB 3.2 Gen1 (4 Rear, 4 Front)
    • 1 Independent USB 3.2 Gen1 Type A Port
  • Killer E3100 2.5G LAN, Intel® Gigabit LAN
  • Killer AX1690 802.11ax (WiFi 6E) + Bluetooth
  • Killer DoubleShot™ Pro X3
  • Intel® Double Connect Technology
  • Razer Synapse

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 02 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 03

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION เป็นเอกลักษณืในแบบ Razer ด้วยโทนเขียวดำ พร้อมโชว์แสงไฟ RGB และฟีเจอร์ต่างๆครบครัน

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 04

อุปกรณ์ภายในเพียบทั้งที่ค้ำการ์ดจอ เสา wifi ไปจนถึงพัดลม

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 05

พัดลมเสริมสำหรับช่วยระบายความร้อนภาคจ่ายไฟ

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 06

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 08 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 09

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 10 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 11

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION มากับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ในซีรีย์ของ Taichi ที่เน้นโทนสีทอง ดำ แต่เปลี่ยนรูปฟันเฟืองที่คุ้นเคยเป็น โลโก้ Razer Edition โดยจุดเด่นหลักจะเป็นภาคจ่ายไฟที่ให้มาถึง 20 เฟส ภายในฮีทซิงค์ระบายความร้อนขนาดใหญ่ แรม 6,400 (ในโหมด OC) และส่วนล่างที่ถือเป็นจุดเด่น ภายใต้ฮีทซิงค์ช่วยระบายความร้อนให้ M.2 ขนาดใหญ่

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 19

สายไฟ PSU ที่ต้อรองรับเต็มที่แบบ 8 + 8 Pin

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 12

Slot RAM รองรับแรมแบบ DDR5 ที่บัสสูงถึง 6,400 MHz ในโหมดโอเวอร์คล๊อต พร้อมโลหะเสริมความแข็งแรง

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 13 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 14

ด้านล่างถือเป็นจุดเด่นของ ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION เลยก็ว่าได้ ด้วยอลูมิเนียมชุดใหญ่ที่สามารถถอดเพื่อติดตั้ง SSD M.2 พร้อม Slot PCIex16 3 ช่อง พร้อมโลหะเสริมความแข็งแรงรองรับ Crose Fire หรือไว้ติดตั้งอุปกรณ์ Capture Card ก็ได้ รวมไปถึง PCIx1 อีก 1 Slot นอกจากนั้นยังมีไฟ LED แสดงถานะตัวเมนบอร์ดรายงานออกมาเป็นรหัสเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบอุปกรณ์ อีกทั้งยังมีปุ่ม Power ,Reset บนเมนบอร์ดเลย เปิดเครื่องได้แม้ไม่ต่อเคส 

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 16

  พอร์ต SATA3 ให้มา 6 พอร์ต และ USB 3.2 

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 20

พอร์ต I/O ด้านหลัง

  • 2 x Antenna Ports
  • 1 x HDMI Port
  • 1 x Optical SPDIF Out Port
  • 2 x USB 3.2 Gen2 Type-A Ports (10 Gb/s) (ReDriver) (Supports ESD Protection)
  • 2 x USB 4.0 Thunderbolt™ 4 Type-C Ports (40 Gb/s for USB 4.0 protocol; 40Gb/s for Thunderbolt™ protocol) (Supports ESD Protection)*
  • 4 x USB 3.2 Gen1 Type-A Ports (Supports ESD Protection)**
  • 2 x RJ-45 LAN Ports with LED (ACT/LINK LED and SPEED LED)
  • 1 x BIOS Flashback Button
  • HD Audio Jacks: Rear Speaker / Central / Bass / Line in / Front Speaker / Microphone (Gold Audio Jacks with LED)

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 21

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 22ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 23

ชุดระบายความร้อนภาคจ่ายไฟที่ให้มาถึง 20 เฟส ทำให้ต้องมีฮีทซิงค์ขนาดใหญ่ช่วยระบายความร้อน และสามารถเพิ่มพัดลมได้ด้วย

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 25

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 27 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 28

ด้านหลังมีการเสริมโลหะทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เข้ามาเพิ่มความแข็งแรงให้ตัวเมนบอร์ด แม้จะติดตั้งฮีทซิงค์ หรือการ์ดจอขนาดใหญ่ก้ไม่มีปัญหาเมนบอร์ดโก่งอีกต่อไป และยังมีการสกรีนคำว่า For Gamer by Gamer

 ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION 30    

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเมนบอร์ดซึ่งไม่ใช่แค่ดีที่สุด ติดตั้งอุปกรณ์ พอร์ตต่างๆได้ครบครันที่สุด รองรับการ OC ดีที่สุด แต่ยังอยากได้ไฟ RGB จัดเต็มบนเมนบอร์ด เพื่อเพิ่มความสวยงามด้วย Razer Chroma RGB ที่สวยงามลงตัว ที่สุดบนเมนบอร์ดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว พร้อมเทคโนโลยีใหม่จัดเต็มเพื่อ Intel Gen 12 ตัวนี้ตัวเดียวจบ

ASROCK Z690 TAICHI RAZER EDITION ราคา 22,990 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
  • ติดตั้งอุปกรณ์ได้เยอะ
  • รองรับ PCIe 5.0 / DDR5
  • ไฟ RGB จัดเต็มสไตล์ Razer
  • รองรับการ OC เต็มระบบ
  • ภาคจ่ายไฟถึง 20 เฟส

ข้อสังเกต

  • ราคาสูง

from:https://notebookspec.com/web/649300-preview-asrock-z690-taichi-razer-edition

RAZER X BAPE® 2.0 เปิดตัวคอลเลกชันที่ใหญ่ที่สุดของ RAZER และการทำงานร่วมกันครั้งที่สองกับไอคอนสตรีทอย่าง BAPE®

หลังจากที่ทำงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา
A Gaming Ape กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับเล่นเกมสุดพิเศษที่มีการออกแบบ
ความจัดจ้านของสีสันที่มากขึ้น รวมถึงการเปิดตัว Razer’s Quartz เป็นครั้งแรก

RxB1

Razer™ แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมเมอร์ ประกาศในวันนี้ว่าได้ร่วมมือกับแบรนด์สตรีทแวร์จากญี่ปุ่นอย่าง BAPE® อีกครั้ง เพื่อเปิดตัวเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่อพ่วงสุดพิเศษในคอลเลกชัน A Gaming Ape Spring Summer 2022 หลังจากที่มหาอำนาจทั้งสองร่วมมือกันเมื่อเดือนธันวาคม 2020 จนประสบความสำเร็จทำให้คอลเลกชันแคปซูลที่ออกมาขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาที ในปีนี้ คอลเลกชันพิเศษนี้ได้เพิ่มขนาดเป็นสองเท่าด้วยการออกแบบและสีสันที่มากขึ้น รวมถึงการเปิดตัว Razer’s Quartz เป็นครั้งแรก

Advertisementavw

“ด้วยความสำเร็จจากการทำงานร่วมกันในครั้งแรก ทำให้เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญให้เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเพื่อชุมชนของเราด้วยคอลเลกชันใหม่นี้” Addie Tan รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Razer กล่าว “คราวนี้เรากำลังทำให้แฟนๆ ของเรามีโอกาสจับจองกันมากขึ้น – ด้วยการออกแบบสินค้าในคอลเลกชันที่มากขึ้น สีสันมากขึ้น และนวัตกรรมมากขึ้น ฤดูร้อนนี้คาดว่าแฟนๆจะเปลี่ยนใจจากคอลเล็กชัน A Gaming Ape รุ่นลิมิเต็ด ซึ่งคร่อมเอาสองโลกของเกมและแฟชั่นไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง”

เครื่องแต่งกายจาก A Gaming Ape
ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้คือรองเท้าผ้าใบ BAPE STA™ ที่ประดับด้วยดีไซน์ฉลามอันโดดเด่นของ BAPE® ที่พื้นรองเท้า เพื่อฉีกแนวสตรีทอย่างมีสไตล์ พร้อมทั้งโลโก้รูปดาว BAPE STA™ ที่กวาดไปตามด้านข้าง รองเท้าผ้าใบยังสามารถเรืองแสงในที่มืด โดยฉายแสงสีเขียวของ Razer ที่ส่องสว่าง แสดงให้เห็นถึงการออกแบบลายพรางที่เป็นการทำงานร่วมกันของ BAPE® และโลโก้งูสามหัวของ Razer ไว้อย่างลงตัว

RxB3

คอลเลกชันแคปซูลนี้ประกอบด้วยเสื้อยืด Gaming Ape ที่มีหัว Gaming Ape สวมชุดหูฟัง Kraken ของ Razer มาในสีดำและขาว แบบ Regular Size ในขณะที่เสื้อยืดหัว Gaming Ape สวมเข้ากับชุดหูฟัง Kraken Kitty จะมาในสีควอตซ์และสีขาวทรง Slim Fit โดยคอลเลกชันแคปซูลนี้ยังมีเสื้อยืด Camo Team ที่เน้นการพิมพ์ Camo ที่ทำงานร่วมกันด้วยหมายเลข 93 ที่ด้านหลัง เป็นการยกย่องปีที่ BAPE® ก่อตั้งขึ้น
ผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มแฟชั่นนี้คือเสื้อฮู้ด Shark รุ่นใหม่แบบมีซิปที่จะเปลี่ยนแฟนๆ ให้กลายเป็นหัวฉลามอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมนำเสนอลวดลาย WGM (World Gone Mad) ของ BAPE® รุ่นควอตซ์ที่ยังมีหูคิตตี้แบบหรูหราตามบทกวีของ Kraken Kitties เสื้อฮู้ดทั้งสองข้างยังมีแพทช์ปัก ‘A Gaming Ape’ ที่สลับซับซ้อนเป็นลูกเล่นที่สวยงาม

RxB4

แฟน ๆ ที่ชื่นชอบการแต่งตัวแบบมีสไตล์มากขึ้น สามารถจับคู่เสื้อกับกางเกงขาสั้นจากคอลเลกชันนี้ได้ โดยในคอลเลกชันพิเศษนี้นำเสนอกางเกงบาสเก็ตบอลขาสั้นสีดำพิมพ์ลายฉลาม ในขณะที่กางเกงขาสั้นสีควอตซ์มีแพทช์ปักลาย A Gaming Ape และทั้งคู่ยังมีดีไซน์ลายพรางรวมอยู่ด้วย คอลเลกชันนี้ยังมีหมวกแก๊ปแบบ snapback ที่มีการปัก A Gaming Ape ที่ด้านหน้าและลายพรางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกหมวก

RxB5

A Gaming Ape อุปกรณ์ต่อพ่วง
คอลเลกชันนี้จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีฮาร์ดแวร์ที่มีตราสินค้าที่นักเล่นเกมชื่นชอบ อย่างแรกคือปลอกแล็ปท็อปป้องกันรอยขีดข่วนจาก Razer x BAPE® สำหรับแล็ปท็อปขนาด 15 นิ้ว ซองกันน้ำและแผ่นรองเมาส์ลายพรางในตัว เกมเมอร์ในอเมริกาเหนือและจีนจะได้เพลิดเพลินกับ Razer Skins ด้วยลายพรางแบบเดียวกัน ซึ่งเหมาะสำหรับรุ่น Blade 15 บางรุ่น รวมถึง Apple MacBook Pro 13 สกินทำด้วยไวนิลหล่อ 3M™ และใช้พลังงานจาก 3M ™ Controltac™ และ 3M™ Comply™

นอกจากนี้ยังมีแป้นพิมพ์ Razer BlackWidow V3 ที่เป็นร่วมเข้ามาในคอลเลกชันพิเศษนี้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการได้รับการสนับสนุนจากมรดกตกทอดในฐานะคีย์บอร์ดเกมมิ่งเครื่องแรกและบ่งบอกถึงความเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มากที่สุดในโลก ติดอาวุธด้วยสวิตช์ที่ปรับให้เหมาะกับการเล่นเกม คีย์บอร์ดมาพร้อมกับสวิตช์เชิงกล Razer™ Green ตัวเรือนสวิตช์แบบโปร่งใส และคีย์แคป ABS เคลือบ UV แฟน ๆ ที่เป็นเจ้าของเมาส์ Razer x *A Bathing Ape® DeathAdder V2, แผ่นรอง Goliathus Speed และชุดหูฟัง Opus จาก A Gaming Ape ที่ดรอปก่อนหน้านี้จะสามารถใช้คีย์บอร์ด BlackWidow V3 ได้สำเร็จ
ในที่สุด Razer Iskur X ได้รับการปรับปรุงโฉมครั้งใหม่โดย BAPE® ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบสีดำและแบบควอตซ์ โดดเด่นด้วยการออกแบบลายพรางร่วมกัน เก้าอี้เล่นเกมทำขึ้นเพื่อความสบายและการรองรับที่จำเป็น การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงสุขภาพของนักเล่นเกม ตั้งแต่รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์และขอบที่นั่งที่ทำเป็นมุม ไปจนถึงเบาะโฟมความหนาแน่นสูง

RxB7

“การเล่นเกมได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก ศิลปินและคนดังระดับโลกมากมายต่างก็โอบรับมัน เราคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปและจะส่งผลกระทบสำคัญต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นที่ก้าวไปข้างหน้า” Akihiro Fukui ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจแบรนด์ของ A Bathing Ape® กล่าว “ด้วยความร่วมมือของเรากับ Razer ซึ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำสำหรับเกมเมอร์ การทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งจึงถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันและใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ด้วย A Gaming Ape เราเชื่อว่าเราได้สร้างมรดกให้คงอยู่”
คอลเลกชัน Gaming Ape จะเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีกลิ่นอายความเป็นป่าในเมืองผ่านชุดอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายที่มีสไตล์ โดยมีจำหน่ายที่ Razer.com, RazerStore London, BAPE® ทางออนไลน์และในร้านค้าทั่วโลก

PRICE & AVAILABILITY
เสื้อยืด Razer x *A Bathing Ape® Gaming Ape: $125 USD / 125€
• สีขาวและสีดำ
• สีขาวและสีควอตซ์ (Slim Fit)
เสื้อยืด Camo Team 93 Razer x *A Bathing Ape®: $245 USD / 245€
เสื้อแบบมีฮู้ด Shark Razer x *A Bathing Ape®: $529 USD / 619€
• สีดำ
• สี Quartz (Slim Fit)
กางเกงบาสเก็ตบอลขาสั้น Razer x *A Bathing Ape®: $349 USD / 349€
กางเกงวอมขาสั้น Razer x *A Bathing Ape®: $245 USD / 245€
หมวก Snapback Razer x *A Bathing Ape®: $179 USD / 179€
รองเท้าผ้าใบ M2 BAPE STA™ Razer x *A Bathing Ape®: $359 USD / 359€
ปลอกป้องกันแล็ปท๊อป V2 – 15.6″Razer x *A Bathing Ape®: $79.99 USD / 79€
Razer Skins Razer x *A Bathing Ape® – (จำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกา, แคลิฟอร์เนีย และ จีน): $79.99 USD / 89.99€
BlackWidow V3 Razer x *A Bathing Ape®: $199.99 USD / 219€
Iskur X Razer x *A Bathing Ape®: $699 USD / 759€
• Black
• Quartz

from:https://notebookspec.com/web/658390-razer-x-bape-2-0-razer

ปลดล็อกทุกการควบคุม เติมเต็มพลังแห่งการสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดกับ RAZER STREAM CONTROLLER

ด้วย Switchblade Key แบบสัมผัส 12 จุด, แป้นหมุนแอนาล็อกแบบสัมผัส 6 จุด และปุ่มตั้งโปรแกรม 8 จุดมอบศักยภาพที่เหนือกว่าเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์และปรับแต่งไลฟ์สตรีมได้ตามใจคุณ

SC1

 Razer™ แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ประกาศเปิดตัว Razer Stream Controller โซลูชั่นเพื่อการสร้างสรรค์และไลฟ์สตรีมมิ่งคอนเทนต์ครบวงจรแบบ all-in-one พร้อมทุกฟังก์ชั่นการควบคุมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเหล่าครีเอเตอร์ที่ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส มอบความสะดวกที่เหนือกว่าด้วยคีย์ลัดมากมายไม่รู้จบ การทำงานแบบมัลติทัสกิ้งที่ง่ายดาย และการเข้าถึงทุกฟังก์ชั่นได้อย่างรวดเร็ว ผสานขีดความสามารถแทบไร้ข้อจำกัดของซอฟต์แวร์ที่รองรับทั้งทัชสกรีน คีย์คำสั่ง แป้นควบคุม และปุ่มอื่น ๆ ที่ปรับแต่งได้ทุกแง่มุมความต้องการ

Advertisementavw

ประสิทธิภาพการควบคุมไลฟ์สตรีมคอนเทนต์ที่ง่ายและฉับไว

Razer Stream Controller ช่วยให้ทั้งนักสร้างคอนเทนต์และสตรีมเมอร์สามารถระเบิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยอินเตอร์เฟซที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะให้สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล ผ่านการเรียงลำดับงานแบบ Multi-Tasking และการปรับแต่งได้ตามลักษณะการทำงานของแต่ละบุคคล ผู้ใช้ยังสามารถกำหนด Switchblade Key แบบสัมผัสทั้ง 12 จุดแทนคำสั่งรวมถึงคำสั่งมาโครได้มากมายไม่จำกัด ทั้งยังกำหนดรูปแบบไอคอนให้สามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้น ด้วยอุปกรณ์ปรับแต่งของ Loupedeck ยังช่วยให้สามารถปรับจูนปุ่มควบคุมได้แทบทั้งหมดและมอบการตอบสนองแบบสัมผัสได้หลายระดับตามต้องการ เสริมประสิทธิภาพการตอบสนองต่อการควบคุมได้ดียิ่งขึ้น ส่วนแป้นหมุนแอนาล็อกแบบสัมผัสทั้ง 6 จุดช่วยให้สามารถปรับจูนระบบเสียงได้อย่างอิสระในทุกช่วงเวลา ให้คุณใส่ลูกเล่นได้อย่างฉับไวทั้งช่องทางเสียง สื่อ และช่องทางอื่น ๆ ครีเอเตอร์สามารถจัดการงานทุกอย่างได้พร้อมกันผ่านจอทัชสกรีนแบบ LCD บนตัวเครื่องที่ไวต่อการตอบสนองขั้นสุด และปุ่มตั้งโปรแกรม 8 จุด ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสลับการใช้งานระหว่างพื้นที่งานที่หลากหลายกับชุดคำสั่งทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว

“วันนี้ ขอบเขตแห่งการสร้างสรรค์จะถูกขยายออกไปอย่างไม่รู้จบ ซึ่งสิ่งเดียวที่เรเซอร์ให้ความสำคัญสูงสุดคือชุดเครื่องมือการไลฟ์สตรีมที่สมบูรณ์แบบซึ่งเราตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่อเหล่าครีเอเตอร์โดยเฉพาะ” ริชาร์ด ฮาชิม หัวหน้าฝ่าย Mobile & Console Division แห่งเรเซอร์ กล่าว “ด้วยการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อันล้ำสมัยที่สมบูรณ์แบบของเรา ทำให้เรเซอร์สามารถสนับสนุนการทำงานของเหล่าครีเอเตอร์ ซึ่งไม่เพียงลดข้อจำกัดของเครื่องมือ แต่ยังทลายกำแพงแห่งจินตนาการให้หมดไปอีกด้วย”

SC2

แม้ครีเอเตอร์จะจบการไลฟ์สตรีมแล้ว แต่งานจริง ๆ ก็ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะคลิปไลฟ์สตรีมต้องถูกนำมาตัดต่อและเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลทั้งทางยูทูปและเฟซบุ๊กต่อไปอีก Razer Stream Controller จึงช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถจัดการชุดคำสั่งบนเลย์เอาต์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่าพื้นที่งาน (Workspace) ที่สามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ผ่านปุ่มตั้งโปรแกรมทั้ง 8 จุด เพื่อให้สามารถเข้าถึงคำสั่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย และหมุนใช้งานผ่านจอทัชสกรีนเพียงปลายนิ้วสัมผัส จึงเข้าถึงการทำงานได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ประสิทธิภาพการรองรับซอฟต์แวร์สตรีมมิ่งและการสร้างคอนเทนต์ที่เหนือกว่า มอบความสะดวกสบายแค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย

Razer และ Loupedeck ร่วมกันผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายในด้านการสตรีมมิ่งและการสร้างคอนเทนต์ เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้ซอฟต์แวร์ที่ครบครันแบบ all-in-one แก่เหล่าครีเอเตอร์ ด้วยการให้ความสำคัญกับปรัชญาการออกแบบที่เน้นการปรับแต่งตามสไตล์การใช้งานของแต่ละบุคคล ทำให้ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ของ Razer Stream Controller ช่วยให้บรรดาเกมเมอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และสตรีมเมอร์ สามารถค้นพบเครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองบนแพลตฟอร์มแบบ all-in-one เพื่อการปรับแต่งขั้นตอนการทำงานในรูปแบบเฉพาะได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

Razer Stream Controller ยังนำเสนอประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ง่ายดายและให้ประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถลากและวางคำสั่งเพื่อกำหนดชุดการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถค้นหาชุดคำสั่งที่ต้องการทั้งหมดแบบครบจบในที่เดียวได้จาก Marketplace รูปแบบใหม่ ซึ่งมีการเพิ่มชุดปลั๊กอิน โปรไฟล์ และไอคอนใหม่ ๆ มาให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของครีเอเตอร์ทุกรูปแบบ นอกจากชุดเครื่องมือที่มีให้เลือกสรรมากมายใน Marketplace ครีเอเตอร์ยังสามารถสร้างชุดการทำงาน (Actions) เป็นของตัวเองและใช้งานได้ในรูปแบบคำสั่งมาโครซึ่งสั่งทำงานได้เพียงการสัมผัสปุ่มที่ตั้งค่าไว้

ด้วยฟังก์ชั่นทั้งหมดนี้ ทำให้ Razer Stream Controller เป็นแผงควบคุมอันทรงประสิทธิภาพและพกพาง่าย เหมาะสำหรับใช้ในการสตรีมมิ่ง การสร้างงาน การตัดต่อภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ พร้อมอินเตอร์เฟซที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการซึ่งพร้อมรองรับการทำงานไลฟ์สตรีม การตัดต่อ และการควบคุมระบบทั่วไป ครีเอเตอร์จึงสามารถยกระดับคุณภาพการสตรีมคอนเทนต์และเพิ่มศักยภาพการสร้างสรรค์ผลงานให้เต็มเปี่ยมได้ด้วย Razer Stream Controller เครื่องนี้เพียงเครื่องเดียว

ข้อมูลทั่วไปของ Razer Stream Controller

  • อินเตอร์เฟซ: Switchblade Key แบบสัมผัส 12 จุด, แป้นหมุนแอนาล็อกแบบสัมผัส 6 จุด และปุ่มตั้งโปรแกรม 8 จุด
  • ความต้องการระบบขั้นต่ำ: macOS X 10.14 (and later), Windows 10 systems, Loupedeck software
  • ขนาด: 151 x 101.5 x 30.2 มม.
  • น้ำหนัก: 210 กรัม (เฉพาะเครื่อง Stream Controller) ขาตั้ง 216 กรัม (รวมขาตั้งแบบถอดได้)
  • การเชื่อมต่อ: สาย USB-A to USB-C ยาว 2 เมตร
  • อุปกรณ์ภายในกล่อง: Razer Stream Controller, สาย USB-A to USB-C ยาว 2 เมตร, ขาตั้งแบบถอดได้

from:https://notebookspec.com/web/658386-razer-stream-controller