คลังเก็บป้ายกำกับ: Snapdragon

ลือ Snapdragon 8 Gen 2 จะมีรุ่นที่แรงกว่าเดิมอีกมาก

ลือ Snapdragon 8 Gen 2 จะมีรุ่นที่แรงกว่าเดิมอีกมาก
Wat.C

ใกล้ถึงเวลาแล้วที่ Qualcomm จะเปิดตัวชิปเซ็ตระดับเรือธงรุ่นใหม่แล้ว สิ่งที่เป็นปกติคือการอัปเกรดความเร็วของชิป แต่สำหรับรุ่นนี้ Qualcomm อาจจะแบ่งออกเป็น 2 โมเดลให้เลือกซื้อ

Digital Chat Station ได้เผยข้อมูลใหม่สำหรับชิป Snapdragon 8 Gen 2 รุ่นมาตรฐานจะเป็นชิปที่พัฒนาต่อยอดจาก Gen 1 แบบปกติ แต่นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว จะมีอีกรุ่นที่พัฒนาความเร็วมากขึ้นไปในระดับ 3.4-3.5 GHz เป็นอย่างน้อยเลยด้วย ซึ่งความเร็วระดับนี้ก็ต้องมารอดูกันว่าจะเกิดความร้อนได้มากขนาดไหน

ทางแหล่งที่มาบอกว่าน่าจะเป็นชิปที่เหมือนกัน ยกเว้นในแง่ของ CPU ที่แตกต่างกัน ส่วนภาพรวม GPU ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากข่าวลือก่อนหน้า Snapdragon 8 Gen 2 จะผลิตด้วยเทคโนโลยี 4nm ของ Qualcomm

สุดท้าย Digital Chat Station ได้ให้ข้อมูลของชิปคู่แข่งอย่าง MediaTek เผยว่า Dimensity จะมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นมาพอสมควร เพื่อลดช่องว่างระหว่าง Dimensity และ Snapdragon ให้มากขึ้น

ข่าว: ลือ Snapdragon 8 Gen 2 จะมีรุ่นที่แรงกว่าเดิมอีกมาก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/snapdragon-8-gen-2-rumored-to-have-an-ultra-high-frequency-variant/

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 6 Gen 1 และ Snapdragon 4 Gen 1 เร็ว…แรงกว่าเดิม พร้อม ISP และ AI Engine รุ่นใหม่

Qualcomm ประกาศเปิดตัวชิปเซตรุ่นใหม่ 2 รุ่น คือ Snapdragon 6 Gen 1 ชิปเซตระดับกลางบนสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร และ Snapdragon 4 Gen 1  ชิปเซตระดับเริ่มต้นบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร โดยให้ข้อมูลว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ Snapdragon 4 Gen 1 จะพร้อมออกสู่ตลาดภายในไตรมาสนี้ ในขณะที่ Snapdragon 6 Gen 1 จะตามมาทีหลังในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

ทั้งนี้ Qualcomm ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสถาปัตยกรรมซีพียู Snapdragon 6 Gen 1 และ Snapdragon 4 Gen 1 โดยระบุเพียงแค่เป็น Kryo และมี 8 แกน เช่นเดียวกับจีพียู Adreno ที่ไม่ระบุชื่อรุ่น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางในช่วงหลัง แต่จากข้อมูลในส่วนอื่น ๆ ทำให้ทราบได้ว่าชิปเซตทั้งสองรุ่นมีการอัปเกรดขึ้นมาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Snapdragon 6 Gen 1

Snapdragon 6 Gen 1

Snapdragon 6 Gen 1 มีความเร็วซีพียูสูงสุด 2.2GHz ประสิทธิภาพดีขึ้น 40% และจีพียูทรงพลังขึ้น 35% ภายในใส่หน่วยประมวลผลภาพ Spectra แบบ 12-bit มาให้ 3 ตัว พร้อม AI Engine รุ่นที่ 7 ที่ประมวลได้ดีขึ้นสามเท่า ทำให้มันเป็นชิปเซตรุ่นแรกในซีรีส์นี้ที่รองรับการถ่ายวิดีโอ HDR แบบ Computational และรองรับเอฟเฟกต์ AI Bokeh ซึ่งเป็นคุณสมบัติขั้นสูงของการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์

นอกจากนี้ Snapdragon 6 Gen 1 ยังเป็นรุ่นแรกในซีรีส์อีกเช่นกัน ที่มาพร้อมโมเดม X62 5G และภาคการเชื่อมต่อ FastConnect 6700 โดยรองรับทั้ง 5G แบบมัลติซิม Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 พร้อมตัวถอดรหัส LE Audio ที่ให้เสียงคุณภาพสูงกว่าเดิมในอัตราบิตเท่ากัน และกินพลังงานน้อยลง

Snapdragon 4 Gen 1

ทางด้าน Snapdragon 4 Gen 1 อัปเกรดประสิทธิภาพซีพียูและจีพียูขึ้นมา 15 และ 10% ตามลำดับ ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 2.0GHz ได้หน่วยประมวลผลภาพ Spectra จำนวน 3 ตัวเท่ากับ Snapdragon 6 Gen 1 รองรับกล้องเอาต์พุต 108MP เป็นรุ่นแรกของซีรีส์ สอดรับกับเทรนด์สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นยุคใหม่ที่เริ่มใช้งานกล้องความละเอียดสูงกันมากขึ้น

Snapdragon 4 Gen 1 มากับโมเดม X51 5G และ FastConnect 6200 ส่วนในแง่การจับคู่กับฮาร์ดแวร์ รองรับหน้าจอความละเอียด FHD+ อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz รองรับหน่วยความจำ LPDDR4x และสตอเรจ UFS 2.2 และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว Quick Charge 4+ เทียบเท่ากับ Snapdragon 6 Gen 1

 

ที่มา : Qualcomm

from:https://droidsans.com/snapdragon-6-gen-1-4-gen-1-launch/

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 6 Gen 1 และ 4 Gen 1 สินค้าขายจริงปี 2023

Qualcomm เริ่มทยอยเปิดตัวชิประดับรองๆ ที่เปลี่ยนระบบเลขรุ่นจากเลข 3 ตัว มาเป็นเลขหลักเดียว + Gen แทน หลังจากที่เปิดตัว Snapdragon 8 Gen 1 และ Snapdragon 7 Gen 1

รอบนี้ Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 6 Gen 1 และ Snapdragon 4 Gen 1 มาพร้อมกันสองรุ่นรวด

Snapdragon 6 Gen 1 สำหรับมือถือระดับกลาง ใช้กระบวนการผลิต 4nm สินค้าจะวางขายจริงไตรมาส 1/2023 แบรนด์มือถือที่ประกาศใช้แล้วคือ Motorola ยังไม่ระบุรุ่น

  • ซีพียู Kryo ไม่ระบุรุ่นย่อย (หลังๆ เลิกบอกแล้ว) คล็อคสูงสุด 2.2GHz, ประสิทธิภาพดีขึ้น 35%
  • จีพียู Adreno ไม่ระบุรุ่นย่อย ประสิทธิภาพดีขึ้น 30%
  • ตัวช่วยเร่งประมวลผล Hexagon Vector eXtensions (HVX) สำหรับชุดคำสั่งเวกเตอร์
  • โมเด็ม Snapdragon X62 5G อัตราดาวน์โหลดสูงสุด 2.9 Gbps, รองรับสเปก 5G 3GPP Release 16
  • เป็นซีรีส์ 6 ตัวแรกที่มี Fuse Accelerator Architecture ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เหมือนชิปซีรีส์ 7/8 แล้ว
  • ชิปสื่อสาร FastConnect 6700 รองรับ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2, LE Audio
  • รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 4+

Snapdragon 4 Gen 1 สำหรับมือถือระดับล่าง ใช้กระบวนการผลิต 6nm สินค้าจะวางขายจริงไตรมาส 2/2023 แบรนด์มือถือที่ประกาศใช้งานแล้วคือ iQOO Z6 Lite

  • ซีพียู Kryo ไม่ระบุรุ่นย่อย คล็อคสูงสุด 2.0GHz, ประสิทธิภาพดีขึ้น 15%
  • จีพียู Adreno ไม่ระบุรุ่นย่อย ประสิทธิภาพดีขึ้น 10%
  • ตัวช่วยเร่งประมวลผล Hexagon Vector eXtensions (HVX) สำหรับชุดคำสั่งเวกเตอร์
  • โมเด็ม Snapdragon X51 5G อัตราดาวน์โหลดสูงสุด 2.5 Gbps
  • ชิปสื่อสาร FastConnect 6200 รองรับ Wi-Fi 5, Bluetooth 5.2
  • รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 4+

No Description

ที่มา – Qualcomm

from:https://www.blognone.com/node/130259

Qualcomm เซ็นสัญญา Meta ใช้ชิป Snapdragon ในแว่น VR ต่อไปอีกหลายปี

Qualcomm ประกาศเซ็นสัญญากับ Meta ในการใช้ชิป Snapdragon XR กับแว่น VR ต่ออีกหลายปี (multi-year)

ข่าวนี้อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะแว่น Meta/Oculus Quest ทั้งสองรุ่นก็ใช้ชิป Snapdragon มาตลอดอยู่แล้ว (Quest รุ่นแรกใช้ Snapdragon 835](https://www.blognone.com/node/105506), Quest 2 ใช้ Snapdragon XR2) แต่การที่ Meta ยังมีแว่นรุ่นใหม่ๆ รอเปิดตัวอยู่อีกหลายรุ่น เช่น Project Cambria การเซ็นสัญญาครั้งนี้ก็ถือเป็นการการันตีกลายๆ ว่าแว่นในอนาคตจะยังใช้ชิป Snapdragon ต่อไป

ที่มา – Qualcomm

from:https://www.blognone.com/node/130192

หลุดเอกสารสเปกชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 1

Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 4nm ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Snapdragon 8 Gen 1, Snapdragon 8+ Gen 1 และ Snapdragon 7 Gen 1 ซึ่งข้อมูลใหม่จาก Evan Blass บอกว่า Qualcomm กำลังพัฒนา Snapdragon 6 Gen 1 ที่อาจจะพร้อมเปิดตัวแล้วก็ได้

ข้อมูล Snapdragon 6 Gen 1

  • ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 4nm รหัสชิป SM6450
  • รองรับการเชื่อมต่อ 5G
  • รองรับ Qualcomm Quick Charge 4+
  • CPU Kryo ความเร็ว 2.2GHz
  • รองรับความละเอียดหน้าจอสูงสุด FullHD+ รีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz
  • รองรับการถ่ายภาพสูงสุด 108MP
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR @30 FPS, slow-mo videos @240 FPS

ทั้งนี้ Qualcomm ยังไม่เคยพูดถึงชื่อ Snapdragon 6 Gen 1 เลยสักครั้ง แต่คาดว่าเราอาจจะได้เห็น Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 6 Gen 1 พร้อมกับ Snapdragon 8 Gen 2 ในช่วงสิ้นปีนี้ครับ

รายละเอียดสเปกเต็ม

gsmarena 001-15

ข่าว: หลุดเอกสารสเปกชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 1 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/snapdragon-6-gen-1s-specs-sheet-leaked/

รีวิว ASUS ExpertBook B3 Detachable ชิป Snapdragon ทำงานลื่น แบตฯ 21 ชม. ไม่ง้อปลั๊ก!!

ASUS ExpertBook B3 Detachable โน๊ตบุ๊คร่างแท็บเล็ต พกง่ายแบตฯ อึดสุดๆ ด้วยชิป Snapdragon!

Share image Edit Name 1expert 1

ภาพจำเก่าๆ ว่าโน๊ตบุ๊คสักเครื่องต้องตัวใหญ่และหนักกำลังจะกลายเป็นอดีตเมื่อโน๊ตบุ๊คยุคใหม่เช่น ASUS ExpertBook B3 Detachable ซึ่งเป็นการตีความคำว่าโน๊ตบุ๊คใหม่ ว่าอุปกรณ์ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องหนาและใหญ่ถึงจะใช้ทำงานได้ดีเหมือนในอดีตอีกต่อไป ด้วยดีไซน์และขนาดเท่าแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งก็สามารถทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คที่หลายๆ คนรู้จักอย่างแน่นอน

Advertisementavw

ASUS ExpertBook B3 Detachable นั้นผสานระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows 11 ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่รู้จักดีและใช้งานได้ถนัดมือเข้ากับดีไซน์ตัวเครื่องแบบแท็บเล็ตมีคีย์บอร์ด น้ำหนักรวมอุปกรณ์เสริมเพียง 1.2 กิโลกรัม รันด้วยชิปเซ็ต Snapdragon ซึ่งใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและประหยัดพลังงานมาก จึงใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ติดกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลมาให้ถ่ายภาพเลคเชอร์หรือสิ่งที่ต้องการ มีฟังก์ชั่น 3DNR ลด Noise ในภาพ แล้วใช้ Stylus จดโน๊ตลงบนหน้าจอได้ทันที ExpertBook B3 Detachable จึงคล่องตัวกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเป็นอย่างมาก

ASUS ExpertBook B3 Detachable

ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ทาง ASUS เสริมมาใน ExpertBook B3 Detachable ก็มีอีกหลายอย่าง ได้แก่ AI-noise cancelling ตัดเสียงรบกวนเมื่อติดต่อประชุมงานออนไลน์, ผ่านมาตรฐานความแข็งแรง MIL-STD-810H ซึ่งทนทานต่อแรงกดทับหรือทำตกก็ไม่เสียหายง่ายๆ และยังได้ประกัน ASUS Exclusive Care ดูแล Onsite Service กับ Global Warranty 3 ปีต่อเนื่อง และในปีแรกยังมี Perfect Warranty ประกันอุบัติเหตุกรณีสุดวิสัยแล้วตัวเครื่องเกิดความเสียหาย ก็ได้ทางบริษัทคอยดูแลซ่อมแซมให้ด้วย

NBS Verdicts

Expertbook B3 DSC00225

ASUS ExpertBook B3 Detachable เป็นคำตอบสำหรับคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นประจำ ไม่ว่าจะเอาเข้าชั้นเรียนหรือไปพรีเซนต์งานกับลูกค้าก็ตอบโจทย์ทั้งคู่ เพราะตัวเครื่องเบาสบายพกพาง่ายไม่พอ ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ก็สามารถรันโปรแกรมต่างๆ ได้ลื่นไหลไม่จำกัดว่าต้องโหลดเฉพาะแอพฯ ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสถาปัตยกรรม ARM เท่านั้น แต่ยังโหลดโปรแกรมยอดนิยมของสถาปัตยกรรม x86 หลายๆ ตัวมาใช้ได้โดยไม่มีปัญหา ซึ่งจากที่ผู้เขียนทดลองโหลดมาใช้งาน โปรแกรมยอดนิยมอย่าง Google Chrome, Microsoft Office, Spotify หรือ Adobe Photoshop ก็ใช้งานได้ปกติดี เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปเป็นอย่างมาก

จุดแข็งของชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 นอกจากรันโปรแกรมต่างๆ ได้ดีแล้ว ยังประหยัดพลังงานเหนือกว่าโน๊ตบุ๊คแทบทุกรุ่นในปัจจุบันนี้มาก ซึ่งระยะเวลาใช้งานที่เคลมไว้สูงสุด 21 ชั่วโมงนั้นไม่เกินจริงเลยทั้งในแง่การทดสอบหรือจะใช้งานจริง นับว่าโดดเด่นและใช้งานได้นานไม่ต่างกับแท็บเล็ตสักเครื่อง สามารถพกมันไปเข้าเรียน, ประชุมงานหรือแม้แต่พบลูกค้าได้สบายๆ 

ด้านลูกเล่นอื่นๆ อย่างแป้นคีย์บอร์ด ExpertBoard ซึ่งได้ดีไซน์ ErgoLift ยกแป้นคีย์บอร์ดให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้พิมพ์งานได้สะดวกและยังเคลือบสารป้องกันแบคทีเรียสะสมแล้ว ยังมี ExpertWidget ใช้เรียกโปรแกรมหรือคำสั่งลัดใช้งานประจำขึ้นมาได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องงานประกอบก็แข็งแรงไว้ใจได้ มีประกัน ASUS Exclusive Care คอยดูแลผู้ใช้ให้อุ่นใจด้วย

แม้จะมีจุดเด่นหลายอย่าง แต่พอร์ตการเชื่อมต่อมีแค่ USB-C 3.2 Gen 1 Full Function กับช่องหูฟัง 3.5 มม. อย่างละช่องค่อนข้างจำกัดไป ถ้าต้องต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่นเมาส์, คีย์บอร์ดหรือหน้าจอแยก ต้องซื้อ USB-C Multiport Adapter มาต่อโดยเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผู้เขียนหวังว่าถ้า ExpertBook B3 Detachable มีรุ่นย่อยเสริมหรือรุ่นใหม่ ก็อยากได้พอร์ตอื่นๆ อย่าง USB-C หรือช่อง MicroSD Card Reader เพิ่มอีกสักหน่อยจะยอดเยี่ยมมาก 

ข้อดีของ ASUS ExpertBook B3 Detachable
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงสวยงาม ผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810H
  2. ตัวเครื่องน้ำหนักเบาพกง่าย รวมอุปกรณ์เสริมทั้งหมดยังหนักเพียง 1.2 กก.
  3. ชิป Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและลื่นไหล
  4. สามารถติดตั้งโปรแกรม x86 ได้ ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมสถาปัตยกรรม ARM
  5. มีปากกา Stylus ติดตั้งมาให้ ใช้วาดหรือเขียนจดเนื้อหาได้สะดวกรวดเร็ว
  6. แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นานมาก สมที่เคลมเอาไว้ 21 ชั่วโมง
  7. คีย์บอร์ด ExpertBoard ใช้พิมพ์งานได้ดี เคลือบสารป้องกันแบคทีเรีย มี ExpertWidget ใช้เรียกโปรแกรมต่างๆ ได้สะดวก
  8. ฝาหลังเคส ExpertStand ใช้ตั้งเครื่องได้สะดวก แข็งแรงทนทานถอดได้ง่าย
  9. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 Full Function ติดตั้งมาให้ ใช้โอนไฟล์, ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ในพอร์ตเดียว
  10. กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้าน และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลถ่ายภาพได้คมชัด นำไปใช้งานได้สะดวก
  11. ได้ประกัน ASUS Exclusive Care ดูแลตัวเครื่องยาวนาน 3 ปี
  12. ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 Pro มาให้ใช้งาน
ข้อสังเกตของ ASUS ExpertBook B3 Detachable
  1. ตัวเครื่องมีแต่พอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ควรเตรียม USB-C Hub ไว้ต่อเป็นพอร์ตอื่นด้ว
  2. ยังรองรับเฉพาะโปรแกรมยอดนิยมตามที่กล่าวไปข้างต้น โปรแกรมเฉพาะทางบางตัวยังต้องรอทางผู้พัฒนาจัดการพอร์ตมาก่อน เช่น SolidWorks, AutoCAD เป็นต้น 

รีวิว ASUS ExpertBook B3 Detachable

Specification

b3 3000

ASUS ExpertBook B3 Detachable เป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 11 ที่รันด้วยชิป Snapdragon ซึ่งจัดว่าแปลกใหม่แต่ในแง่ประสิทธิภาพจัดว่าน่าประทับใจทีเดียว ซึ่งสเปคจากทาง ASUS มีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ ASUS ExpertBook B3 Detachable
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 แบบ 8 คอร์ ความเร็วสูงสุด 2.5GHz
  • GPU : Qualcomm Adreno 618
  • SSD : แบบ e.MMC 128GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4 
  • Display : ทัชสกรีนขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 1 Full Function x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : มีสองตัว แยกเป็น
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • Software : Windows 11 Pro
  • Weight : แยกเป็น
    • ตัวเครื่อง ExpertBook B3 Detachable 595 กรัม
    • คีย์บอร์ด ExpertBoard 244 กรัม
    • ฝาหลัง ExpertStand 172 กรัม

Design

Expertbook B3 DSC00240

Expertbook B3 DSC00216
Expertbook B3 DSC00218
Expertbook B3 DSC00224

ดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B3 Detachable จะดูเรียบง่ายเหมือนแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 11 เครื่องหนึ่ง มีกรอบหน้าจอ ติดกล้องหน้าเอาไว้ใช้งาน 1 ตัว แต่มีแป้นคีย์บอร์ด ExpertBoard พร้อมสกรีนโลโก้ ASUS เอาไว้บริเวณที่พักข้อมือฝั่งซ้ายใต้ขีดก้านพลาสติกสำหรับรองตัวแป้นคีย์บอร์ดสัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรงเมื่อพลิกแป้นคีย์บอร์ดกลับเพื่อใช้งานในโหมดแท็บเล็ต โดย ExpertBoard จะเชื่อมต่อกับ ExpertBook B3 Detachable ด้วย Connector พิเศษตรงขอบล่างของตัวเครื่อง

Expertbook B3 DSC00204

Expertbook B3 DSC00208
Expertbook B3 DSC00207
Expertbook B3 DSC00205

ปากกา Stylus ถูกติดตั้งไว้เป็นส่วนหนึ่งของขอบตัวเครื่อง โดยซ่อนเอาไว้บริเวณขอบบนขวาของหน้าจอ สังเกตได้ง่ายๆ ว่าขอบเครื่องจะมีติ่งของปลายปากกายื่นขึ้นมาเล็กน้อยให้เอาเล็บเกี่ยวดึงปากกาออกมาใช้ได้ เมื่อทดลองเขียนใช้งานถือว่าตอบสนองได้ดีและจับแรงกดได้ค่อนข้างละเอียด อ้างอิงจากสเปคจะเห็นว่าสไตลัสด้ามนี้รับแรงกดได้ละเอียด 4096 ระดับ ถ้าใครต้องการเขียนจดเนื้อหาหรือเน้นข้อความส่วนไหน ก็ดึงปากกาออกมาเขียนงานได้ทันทีแล้วเก็บกลับไปได้สะดวกมาก

Expertbook B3 DSC00245

Expertbook B3 DSC00232
Expertbook B3 DSC00233
Expertbook B3 DSC00235
Expertbook B3 DSC00234

Expertbook B3 DSC00209

ฝาหลัง ExpertStand ของ ASUS ExpertBook B3 Detachable กับแป้นคีย์บอร์ดของตัวเครื่องจะเป็นผ้ายีนส์สีน้ำเงินเหมือนกัน ยึดเข้ากับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กและมีกลไกพับได้ติดตั้งเอาไว้เป็นแนวยาวแบบเครื่องหมายบวกตลอดตัวฝาหลัง เมื่อกางออกแล้วสามารถตั้งเครื่องเป็นแนวนอนเพื่อใช้งานในโหมดโน๊ตบุ๊คตามปกติหรือถอดคีย์บอร์ดออกแล้ววางในแนวตั้งเพื่ออ่านเอกสารยาวๆ ในโหมดแท็บเล็ตก็ได้ จึงใช้งานได้สะดวกและยืดหยุ่นดี

ที่มุมของ ExpertStand ทาง ASUS ได้เจาะช่องสำหรับกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลเอาไว้ เวลายกเครื่องไปถ่ายภาพทำงานก็ไม่ต้องดึงฝาหลังออกก็ถ่ายภาพได้เลย และยังช่วยให้จับตัวเครื่องได้กระชับมั่นคงไม่ลื่นหลุดมือง่ายๆ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้ติดฝาหลังเอาไว้กับตัวเครื่องตลอดเวลาได้เลย จะได้ช่วยป้องกันและทำให้ตัวเครื่องยังสวยอยู่ตลอดเวลา

Expertbook B3 DSC00236

ตอนตั้ง ASUS ExpertBook B3 Detachable แล้วกาง ExpertStand ไปจนสุด จะเอนไปด้านหลังได้ราว 120 องศา ซึ่งถือว่ากว้างพอรองรับมุมสายตาของผู้ใช้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนก็ได้ทดลองพกเครื่องไปนั่งพิมพ์งานตามสถานที่ต่างๆ ก็สามารถเอนหนัาจอให้เข้ามุมสายตาได้สะดวก มองเห็นภาพบนหน้าจอได้ชัดเจน

Screen & Speaker

Expertbook B3 DSC00194

Expertbook B3 DSC00195
Expertbook B3 DSC00196
Expertbook B3 DSC00197
display 1

หน้าจอทัชสกรีนของ ASUS ExpertBook B3 Detachable มีขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 มีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่บริเวณขอบบนกึ่งกลางหน้าจอสำหรับใช้ประชุมออนไลน์หรือใช้เซลฟี่ก็ได้ แต่ขอบตัวเครื่องจะหนานิดหน่อย เพราะต้องเว้นช่องให้เก็บปากกา, ติดตั้งพอร์ตและกล้องนั่นเอง แต่จากการใช้งานจริงก็ไม่ถือว่าหนาเกินไปจนรบกวนสายตามาก

gamut 1
luminance 1

ข้อดีของ ExperBook B3 Detachable คือ แม้จะเป็นชิป Snapdragon สถาปัตยกรรม ARM แต่ก็รองรับโปรแกรมฝั่ง x86 บางโปรแกรมเช่นกัน เช่น DisplayCal 3 เมื่อจัดการ Calibrated หน้าจอเพื่อเช็คขอบเขตสีหน้าจอแล้ว จะเห็นว่าพาเนล IPS ของ ExpertBook รุ่นนี้คุณภาพสูงทีเดียว ได้ Gamut coverage 98.5% sRGB, 78% Adobe RGB, 86.9% DCI-P3 และ Gamut volume 122.6% sRGB, 84.5% Adobe RGB, 86.8% DCI-P3 ด้านความเที่ยงตรงของสีบนหน้าจอ ได้ค่า Delta-E เฉลี่ย 0.14~1.46 เท่านั้น จึงใช้หน้าจอนี้พรู้ฟสีงานอาร์ตเวิร์คหรือใช้แต่งภาพเลยก็ยังได้

ความสว่างหน้าจอที่วัดได้ จะได้ค่า Luminance 318.08 cd/m2 จัดว่าสว่างสู้แสงแดดได้สบาย ถ้านั่งทำงานในออฟฟิศก็แนะนำให้ลดความสว่างลงเล็กน้อยเหลือสัก 70% ก็สว่างเพียงพอ หรือถ้าใช้ทำงานกลางแจ้งก็เร่งความสว่างหน้าจอสู้แสงแดดได้สบายๆ

Expertbook B3 DSC00230
Expertbook B3 DSC00231

ลำโพงของ ASUS ExpertBook B3 Detachable ติดตั้งเอาไว้ขอบบนตัวเครื่องคู่กับไมค์พร้อมระบบ AI-noise cancelling ด้านของเสียงลำโพงอยู่ในระดับฟังเสียงพูดตอนประชุมออนไลน์ได้ชัดเจน แต่แง่ความบันเทิงจะดูหนังฟังเพลงถือว่ามิติเสียงถือว่าได้ยินเสียงชัดเจนแต่มิติเสียงไม่ถึงกับโดดเด่นมากนัก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีๆ สักตัวไปเลยจะได้อรรถรสกว่า

Keyboard & Touchpad

Expertbook B3 DSC00210

Expertbook B3 DSC00212
Expertbook B3 DSC00213
Expertbook B3 DSC00215
Expertbook B3 DSC00214

แป้นคีย์บอร์ด ExpertBoard ถูกออกแบบให้ใช้พิมพ์งานได้ มีทัชแพดเหมือนแป้นคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่วไป เชื่อมต่อกับตัว ExpertBook B3 ด้วย Connector พิเศษเพื่อใช้พิมพ์งานและดูดติดด้วยแม่เหล็ก แรงยึดถือว่าค่อนข้างสูงไม่หลุดง่าย และยังออกแบบให้เป็น ErgoLift Hinge ด้วย ทำให้พิมพ์งานได้สะดวกมาก

ด้าน Function Key พื้นฐานของแป้นคีย์บอร์ดก็มีติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว ไม่ว่าจะคำสั่ง Home, End, Page Up, Page Down ตรงปุ่มลูกศรของตัวเครื่อง มีปุ่ม Function Lock ที่ปุ่ม Fn หรือแม้แต่ปุ่ม Delete ก็มีคำสั่ง Insert ซ้อนมาให้ จัดว่ามีคำสั่งครบถ้วนพร้อมใช้งาน

Expertbook B3 DSC00220

ด้าน Function Hotkey ตรง F1-F12 จะมีคำสั่งหลักๆ ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบถ้วน แต่จะเว้นปุ่ม F7, F10 และ F12 เอาไว้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนอยากให้ทาง ASUS เสริมคำสั่งเรียกโปรแกรม MyASUS, Print Screen มาให้ด้วย ส่วนคำสั่งที่มีให้ใช้งานจะมีดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิดหรือเปิดทัชแพด
  • F8 – ปุ่ม Project สำหรับตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปุ่มล็อคหน้าจอ
  • F11 – คำสั่ง Snipping Tool

นอกจาก Function Hotkey แล้ว ทาง ASUS ก็มีฟีเจอร์ ASUS ExpertWidget ให้ใช้ด้วย เมื่อใช้งานสามารถกด Fn+1~4 เพื่อเรียกคำสั่งใช้งานบ่อยขึ้นมาได้เลย เป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มาก และยังตั้งค่าใน MyASUS ได้ด้วยว่าต้องการให้ปุ่มเลข 1~4 เรียกคำสั่งอะไรขึ้นมาใช้งาน ตัวอย่างเช่น เปิดปิดการทำงาน Bluetooth, เปิดเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ, เปิดปิดการใช้งานอินเตอร์เน็ตก็ได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนชอบฟังก์ชั่นนี้มากเพราะฟีเจอร์นี้เสริมปุ่มฟังก์ชั่นที่ต้องการแล้วทาง ASUS ไม่ได้ติดตั้งมาให้ตรงปุ่ม F1-F12 ได้ตามใจชอบ

Expertbook B3 DSC00217
Expertbook B3 DSC00219

ทัชแพดของ ASUS ExpertBook B3 Detachable ตรงขอบล่างของแป้นคีย์บอร์ดจะมีขนาดค่อนข้างเล็กกะทัดรัด รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนแต่ยังเซ็ตตำแหน่งเข้ามาใกล้กับสันมือซ้ายอยู่ระดับหนึ่ง แต่จากที่ลองพิมพ์งานอยู่ก็ไม่ค่อยพบปัญหาทัชแพดลั่นนัก แต่ถ้าใครต่อเมาส์ไร้สายเมื่อไหร่ ก็กดล็อคการทำงานทัชแพดก็ได้ พอใช้งานร่วมกับหน้าจอทัชแล้ว ก็ทำงานได้สะดวกรวดเร็วทีเดียว

Connector & Weight & Battery

Expertbook B3 DSC00227
Expertbook B3 DSC00228

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS ExpertBook B3 Detachable จะมีเฉพาะ USB-C 3.2 Gen 1 แบบ Full Function ใช้โอนไฟล์, ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery กับช่องหูฟัง 3.5 มม. อย่างละช่องติดตั้งเอาไว้ฝั่งขวามือส่วนขอบล่างตัวเครื่อง ส่วนฝั่งซ้ายมือขอบบนจะมีปุ่ม Power สำหรับกดปิด/เปิดเครื่องหรือล็อคหน้าจอและปุ่มเพิ่มลดเสียงติดตั้งมาให้อีกอย่างละปุ่มเท่านั้น

ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่ามีพอร์ตของ ExpertBook B3 มีให้ค่อนข้างจำกัด หวังให้ทาง ASUS ใส่พอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 หรือให้ช่อง MicroSD Card Reader มาสักช่อง เผื่อให้ผู้ใช้บางคนใช้เซฟงานไว้ในเครื่องได้จะได้ทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องพึ่งแต่ External HDD/SSD เท่านั้น

Expertbook B3 DSC00183

Expertbook B3 DSC00184
Expertbook B3 DSC00185

น้ำหนักของตัวเครื่องในหน้าสเปคบนเว็บไซต์ ASUS เคลมเอาไว้ที่ 0.59 กิโลกรัม เมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วจะได้น้ำหนักอยู่ที่ 600 กรัมพอดี จัดว่าใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้มาก พอรวมกับคีย์บอร์ด ExpertBoard และฝาหลัง ExpertStand แล้ว น้ำหนักจะอยู่ 1.02 กิโลกรัม ถ้าพกอแดปเตอร์ไปด้วย จะมีน้ำหนักรวม 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น นับว่าเบามากพกพาได้ง่ายแน่นอน

จากที่ทดลองใช้งานจริงมาแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าเราไม่ต้องพกอแดปเตอร์ติดตัวไปไหนมาไหนก็ได้ เพราะชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 จัดการพลังงานได้ดีมากและตัวเครื่องก็มีพอร์ต USB-C ไว้ชาร์จแบตเตอรี่อีกด้วย อาจจะพกแต่ปลั๊ก GaN กับสาย USB-C ดีๆ สักเส้นเผื่อไว้ชาร์จแบตเตอรี่ให้แท็บเล็ตในยามจำเป็นก็พอแล้ว

batterymon

ด้านระยะเวลาใช้งานต้องถือว่าน่าประทับใจมาก แม้แบตเตอรี่จะมีเพียง 38Wh แต่ก็จัดว่าเหลือเฟือ จากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยปรับเข้าโหมดประหยัดพลังงาน เปิดโหมด Battery Saver แล้วลดความสว่างหน้าจอต่ำสุดและเปิดเสียงลำโพง 10% ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าโปรแกรม BatteryMon วัดได้ว่า ASUS ExpertBook B3 Detachable สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 17 ชั่วโมง 54 นาทีทีเดียว

จุดน่าสนใจ คือ ระหว่างการทดสอบ BatteryMon โชว์แทบตลอดเวลาว่า ASUS ExpertBook B3 Detachable สามารถใช้งานได้นาน 20 ชั่วโมง ซึ่งผู้เขียนคิดว่าถ้าเป็นการใช้งานจริง ไม่ใช่การรันโปรแกรมทดสอบเช่นนี้ ก็ไม่ต้องพึ่งอแดปเตอร์เลยก็ได้ สามารถพกเครื่องติดกระเป๋าไปไหนมาไหนได้ได้สบายๆ ใช้งานได้เกินวันอย่างแน่นอน

ด้านอุณหภูมิตอนใช้งาน แม้โปรแกรมทดสอบอย่าง HWMonitor จะเช็คอุณหภูมิไม่ได้ก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงก็ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อน, ไอร้อนแผ่ออกจากเครื่องแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นถ้าใช้งานต่อเนื่อง เปิดสไลด์พรีเซนต์งาน, ประชุมออนไลน์หรือจะใช้จดเลคเชอร์ต่อเนื่องก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Camera

indoor with some light

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลของ ASUS ExpertBook B3 Detachable มีฟีเจอร์ 3DNR ช่วยลด Noise ตอนถ่ายภาพให้รายละเอียดภาพสวยคมชัดยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เขียนเองก็นำไปทดลองถ่ายภาพ ก็ถือว่าได้ภาพที่คมชัดพร้อมใช้งานอย่างแน่นอน

ภาพจากกล้องหลังเมื่อทดลองถ่ายภาพในออฟฟิศ มีไฟนีออนอยู่จำลองกรณีว่าต้องถ่ายภาพในห้องเลคเชอร์หรือห้องประชุม ตัวกล้องหลังก็เก็บภาพได้ค่อนข้างดี คมชัดเห็นเงาตกกระทบและแยกสีสันของสิ่งของต่างๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ถ้าสังเกตจะเห็นว่ากล้องติดอมฟ้าเล็กน้อย แต่ถ้าใช้งานจริงก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรนัก

front cam text 2
front cam

กรณีหยิบไปถ่ายภาพที่มีตัวอักษรในภาพเยอะ ตัวกล้องจะจับโฟกัสภายใน 1 วินาทีแล้วสามารถกดชัตเตอร์ได้เลย แต่ไม่แนะนำให้เอาเข้าไปถ่ายใกล้กับตัวหนังสือมากนัก เมื่อกล้องจับโฟกัสได้แล้วแนะนำให้ถอยออกมาราว 1 ก้าว แล้วให้กล้องจับโฟกัสอีกทีจะถ่ายภาพตัวอักษรได้คมกว่าในภาพตัวอย่างอย่างแน่นอน

snack with colors

ส่วนวัตถุที่มีสีสันเยอะ กล้องหลังของ ASUS ExpertBook B3 Detachable ก็ถ่ายภาพเอาไว้ใช้งานได้ดี สีสันไม่เพี้ยนไปแต่อาจจะไม่ถึงกับสดเป็นพิเศษเหมือนกล้องสมาร์ทโฟนแต่ก็ใช้งานดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

selfie
back camera person

ภาพถ่ายบุคคลด้วยกล้องของ ExpertBook B3 จัดว่าใช้งานได้ไม่ว่าจะใช้เซลฟี่หรือใช้กล้องหลังถ่ายก็ไม่มีปัญหา ไม่มี Noise ในภาพ แต่จุดสังเกตคือแม้กล้องจะจับโฟกัสแล้วแต่ยังไม่ถึงกับคมชัดมาก ดังนั้นถ้าถ่ายภาพบุคคลประกอบการทำรายงานก็ถือว่าใช้ได้

Performance

cpu z

ชิปเซ็ตใน ASUS ExpertBook B3 Detachable ติดตั้ง Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 แบบ 8 คอร์ 8 เธรด ความเร็วสูงสุด 2.5GHz สถาปัตยกรรม ARM ใช้ทำงานทั่วไปอย่างเปิดเว็บไซต์, ทำงานเอกสาร, เอาปากกามาเขียนบนหน้าจอหรือตอบอีเมล์ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา เมื่อจับคู่กับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ก็ยังรันโปรแกรมที่เป็นตระกูล x86 ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแอพฯ หรือโปรแกรมของสถาปัตยกรรม ARM อย่างเดียวก็ได้

โดยตัวชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ในตอนนี้ ทางบริษัทก็เปิดโครงการให้ผู้พัฒนาพอร์ตโปรแกรมของตัวเองมารันบนสถาปัตยกรรม ARM อยู่ และทางบริษัทก็เผยชื่อโปรแกรมตระกูล x86 ยอดนิยมหลายๆ ตัวที่รันบนชิป Snapdragon 7c Gen 2 ได้อย่างแน่นอนบนหน้าเว็บไซต์ของ Qualcomm ด้วย ได้แก่ ตระกูล Microsoft Office, Adobe, Firefox, Edge (Chromium), Google Chrome, Slack, Zoom, Spotify เป็นต้น 

ram 1

แรมในเครื่องเป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 8GB LPDDR4 แม้ผู้ใช้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าน้อยไปบ้าง แต่ถ้าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอใช้งานอย่างแน่นอน และจากที่ผู้เขียนใช้พิมพ์บทความและเปิดเว็บไซต์ทำงานมาระยะหนึ่งก็ถือว่าใช้ได้ดีไม่มีปัญหาใดๆ 

device manager

ส่วนของ Device Manager เมื่อเปิดดูแล้วจะเห็นว่าทาง ASUS ติดตั้งอุปกรณ์สำคัญมาให้ครบถ้วน มีชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัย รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.1 ครบถ้วน

ssd 1

หน่วยความจำในเครื่องเป็น e.MMC ควาามจุ 128GB รุ่น SanDisk DA4128 สำหรับติดตั้งโปรแกรมและเก็บไฟล์งานเอาไว้ในเครื่องได้ด้วย เมื่อทดสอบความเร็วด้วย CrystalDiskMark 8 จะได้ความเร็ว Sequential Read 262.88 MB/s และ Sequential Write 221.66 MB/s จัดว่าเร็วพอใช้รันโปรแกรมและเปิดไฟล์งานต่างๆ ได้เร็วพอควร

geekbench 1
geekbench 2
single core
multicore

ด้านการ Benchmark ด้วย Geekbench 5 จะเห็นว่าตัวชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ก็มีประสิทธิภาพดีพอสมควร ทำคะแนน Single Core ได้ 550 คะแนน และ Multi-Core ได้ 1,592 คะแนน ซึ่งประสิทธิภาพนี้จัดว่าใช้ทำงานออฟฟิศ เปิดเบราเซอร์ ประชุมออนไลน์หรือพกไปเข้าห้องเรียนและจดเลคเชอร์ได้โดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน และจากที่ทดลองใช้งานแล้ว ชิปเซ็ต Snapdragon ก็สามารถทำงานได้ดี รันโปรแกรมใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหลดีทีเดียว

User Experience

Expertbook B3 DSC00221

แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows แต่ใช้ชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม ARM จริงๆ แล้วเปิดตัวและวางขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ส่วนประเทศไทยก็มี ASUS ExpertBook B3 Detachable มาให้เลือกซื้อไปใช้งานเพิ่มอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งเครื่องนี้ตอบโจทย์สายพกพาได้เป็นอย่างดี เพราะอยากพกแท็บเล็ตไปไหนมาไหนแต่ก็อยากให้ทำงานได้เท่ากับโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่ง

ด้านผู้เขียนเองก็ประทับใจ ASUS ExpertBook B3 Detachable ทั้งเรื่องพกพาง่าย เบาและมีปากกาให้เขียนวาดจดได้สะดวกไม่ต่างกับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง แต่พอวางบนโต๊ะก็มีคีย์บอร์ดให้พิมพ์งานตอบเมล์ได้สะดวก ส่วนประสิทธิภาพของชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ถ้าเทียบให้เห็นชัดต้องถือว่าไล่เลี่ย Intel Core i3 หรือ AMD Ryzen 3 ตอนพกติดตัวไปทำงานตามร้านกาแฟแล้วพิมพ์งานเอกสารและเปิดเบราเซอร์ทำงานก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ รุ่นที่รู้จักเลย แต่ด้านการจัดการพลังงานนั้นโดดเด่นมาก พกเครื่องติดไปทำงานทั้งวันแบตเตอรี่ก็ยังไม่หมดและยังเหลือใช้งานต่อในวันถัดไปได้สบายๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนเลยแทบไม่ได้หยิบอแดปเตอร์ GaN ในกระเป๋าออกมาใช้งานเลย

ผู้ใช้ที่เหมาะกับ ExpertBook B3 นี้ ได้แก่ เซลส์ที่ต้องเดินทางไปพบลูกค้า, นักเขียน, วิศวกร, สถาปนิกที่ต้องลงไซต์งานถ่ายภาพและเขียนคอมเมนท์แก้งานก็ทำได้ทันทีแล้วเมล์ไปหาผู้เกี่ยวข้องได้เลย ด้านนักเรียนนักศึกษาที่จะพกเครื่องเข้าห้องเรียนจดเลคเชอร์ก็ทำได้สะดวก นอกจากพิมพ์แล้วก็ยังถ่ายเลคเชอร์ของอาจารย์เอาไว้ประกอบโน๊ตส่วนตัวเสริมความเข้าใจได้ง่ายๆ และไม่ต้องกลัวเรื่องแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน เพราะระบบจัดการพลังงานของชิป Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 นั้นทำได้ยอดเยี่ยมและน่าประทับใจมาก

Conclusion

Expertbook B3 DSC00222

ASUS ExpertBook B3 Detachable ถือเป็นโน๊ตบุ๊คดีไซน์แท็บเล็ตที่เอาความคุ้นเคยใช้งานได้ง่ายมาผสานกับประสิทธิภาพและการจัดการพลังงานได้ดีของ Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นชิปสถาปัตยกรรม ARM แต่ก็ติดตั้งโปรแกรมตระกูล x86 ไว้ใช้งานได้โดยไม่มีปัญหาเลย และยังประหยัดพลังงานมาก ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงไม่แพ้แท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง จัดเป็นการจับคู่ที่ดีมากและเอาชนะข้อจำกัดว่าแท็บเล็ตฝั่ง Windows ใช้งานต่อเนื่องได้ไม่นานอย่างสวยงาม

ด้านฟีเจอร์ประจำตัวเครื่อง ไม่ว่าจะแป้นคีย์บอร์ด, ปากกาสไตลัส, กล้องหน้าและหลังก็ลงตัวมาก ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ลื่นไหลไม่ติดขัด จะถ่ายภาพประกอบการทำงานก็มีกล้องหลัง จะเน้นก็มีปากกาให้ใช้ ถ้าต้องพิมพ์งานยาวๆ ก็วางเครื่องกางขาตั้งแล้วเริ่มพิมพ์งานได้ทันที ดีต่อคนทำงานทุกคนอย่างแน่นอน

Award

NBS award 4 Mobility

best mobility

จุดเด่นแรกของ ExpertBook B3 Detachable คือ ตัวเครื่องเบามาก เมื่อรวมกับ ExpertBoard และ ExpertStand แล้วเบาเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้นแต่ก็ใช้งานได้ดีไม่ต่างกับโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งเลย ตอบโจทย์คนที่พกเครื่องไปไหนมาไหนบ่อยๆ อย่างแน่นอน

award new Battery Life

best battery life

ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7c Gen 2 ของ ExpertBook B3 จัดการพลังงานได้ยอดเยี่ยมมาก สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวทั้งวันและข้ามไปวันถัดไปได้เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการเคลมไว้ว่าใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 21 ชม. จึงเป็นไปได้จริงอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/662302-review-asus-expertbook-b3-detachable

Qualcomm เซ็นสัญญาสปอนเซอร์กับ ‘ผีแดง’ ดันชื่อ Snapdragon ส่วน TeamViewer ตัดสินใจไม่ไปต่อ

วันนี้มีข่าวเซอร์ไพรส์หลาย ๆ คนเลยครับเพราะ Qualcomm บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สัญชาติอเมริกัน ที่เป็นผู้ผลิตชิป Snapdragon ออกมาประกาศร่วมงานกันกับสโมสรฟุตบอลในตำนาน Manchester United ในขณะที่ TeamViewer สปอนเก่า ประกาศตัดสินใจไม่เซ็นต่อสัญญาที่จะสิ้นสุดลงในอีกสี่ปีข้างหน้า

โดย Manchester United ก็ได้ประกาศออกมาว่า การจับมือเซ็นสัญญาใหม่ในครั้งนี้เป็นแผนระยะยาวระดับหลายปี โดยจะเน้นโปรโมทตัวสินค้าหลักของบริษัท Qualcomm คือแบรนด์ Snapdragon นั่นแหละ ซึ่งเป็นชิปประมวลผลในทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เล่นเกม รถยนต์ และแก็ตเจ็ตอื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนบริษัท Qualcomm เองจะมาคอยช่วยซัพพอร์ต ดูแลและให้คำปรึกษากับสโมสรในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการตือต่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพใน event ต่าง ๆ อย่างเช่นเวลาจัดงานแข่งที่สนามกีฬาฟุตบอล Old Trafford เป็นต้น

โดย Qualcomm ก็เชื่อว่าว่าการจับมือของทั้งสองฝ่ายจะเป็นการนำชื่อ Snapdragon ไปให้เป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการขยายไปตามตามความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทีมฟุตบอลกับแฟน ๆ ชาวบอลทั่วโลก

ก็เห็นได้ว่าเค้ามีการวางแผนมาอย่างลึกซึ้งนะครับ สโมสรชื่อดังอย่างแมนยูก็แน่นอนว่ามีแฟน ๆ คอยเชียร์อยู่ทั่วโลก ดังนั้นการจับมือร่วมกันแบบนี้ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการชิปเซ็ตของ Qualcomm ได้เป็นอย่างดี ต่อไปนี้งานไหนมีแมนยู ก็จะมีชื่อ Qualcomm Snapdragon ตามไปด้วยอีกหลายปีเลย

แต่ในทางกลับกัน ล่าสุดมีข่าวจากทางบริษัท TeamViewer สปอนเซอร์เก่าที่เพิ่งเซ็นสัญญากับแมนยูไปเพียง 18 เดือนกลับออกมาประกาศว่าจะไม่ต่อสัญญาที่จะสิ้นสุดลงในปี 2026 ด้วยสาเหตุราคาสัญญาที่แพงจนเกินไปถึงราว 10,000 ล้านบาท และปัญหาจากตลาดหุ้นเยอรมันที่กำลังอยู่ในขาลง ทำให้หุ้นของ TeamViewer ลดฮวบไปกว่า 80% นับตั้งแต่เป็นสปอนเซอร์ให้กับแมนยูมา…อื้อหือ ลดลงไปขนาดนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้ ว่าทำไมถึงต้องลดภาระใช้จ่ายของบริษัทลงนะครับเนี่ย

 

ที่มา: Qualcomm, dailymail, Wikipedia

from:https://droidsans.com/qualcomm-manchester-partnership/

Samsung ปฏิเสธข่าวลือ – ยืนยันไม่เลิกผลิต Exynos แค่อยู่ระหว่างจัดระเบียบธุรกิจชิปเซตใหม่เฉย ๆ

จากที่มีข่าวลือหนาหูในช่วงนี้ว่า Samsung จะเลือกใช้เฉพาะชิป Snapdragon สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงในปีหน้า และอาจลากยาวถึงปีถัดไป ทำให้เกิดความเคลือบแคลงในในวงกว้างว่า อนาคตของชิป Exynos กำลังเดินทางไปสู่จุดจบแล้วหรือไม่ ล่าสุด Samsung ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว โดยการปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า “ไม่เป็นความจริงเลย”

ในช่วงหนึ่งของการประชุมผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 2 ปี 2565 ทาง Samsung อธิบายว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดระเบียบรูปแบบธุรกิจชิปเซตใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นในระยะกลางถึงระยะยาว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Exynos ที่เปรียบเสมือนเป็น “พระเอก” ของธุรกิจนี้ จะยังคงพัฒนาต่อไปอย่างแน่นอน

หมายความว่า Samsung ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัว Exynos ระดับไฮเอนด์ของปี 2566 และ 2567 ออกไปเป็นปี 2568 แทน เพื่อรอให้ชิปเซตที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่าคู่แข่งเสียก่อน ค่อยนำมาใช้งานกับ Galaxy S25 ที่จะปรากฏตัวในปีนั้น

หากอ้างอิงตามส่วนแบ่งการตลาดตลาดชิปเซตฝั่งมือถือในไตรมาส 4 ปี 2565 ผู้นำคือ MediaTek, Qualcomm และ Apple ตามลำดับ ส่วน Samsung ยังตามมาห่าง ๆ

  • MediaTek – ส่วนแบ่ง 33%
  • Qualcomm – ส่วนแบ่ง 30%
  • Apple – ส่วนแบ่ง 21%
  • Samsung – ส่วนแบ่ง 4%

 

ที่มา : Maeil Business Newspaper

from:https://droidsans.com/samsung-denies-rumors-exynos/

Samsung ประกาศขยายเวลาความร่วมมือกับ Qualcomm ตอกย้ำข่าวลือเตรียมเลิกใช้ชิป Exynos ในเรือธง

จากที่มีข่าวลือออกมาช่วงก่อนหน้านี้ว่าทาง Samsung น่าจะเลิกผลิตชิป Exynos แล้วจะหันไปพัฒนาชิปตัวอื่นแทน ล่าสุด Samsung ยังได้ออกมาประกาศขยายความร่วมมือกับ Qualcomm ยาวออกไปถึงปี 2030 เพิ่มความสงสัยให้แฟน ๆ ว่าในอนาคตมือถือเรือธงของ Samsung จะยังมีรุ่นที่ใช้ชิป Exynos อีกต่อหรือไม่

แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่ชิป Exynos ซึ่ง Samsung พัฒนาเอง มีประสิทธิภาพรวม ๆ ตามหลังชิป Snapdragon ของ Qualcomm มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสถียร ความร้อน และการใช้พลังงาน จนถึงขั้นมีการลงชื่อเรียกร้องให้ Samsung เลิกใช้ชิป Exynos กันเลยทีเดียว

และช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้มีข่าวลือออกมาว่า Samsung จะเปลี่ยนแผนให้มือถือระดับเรือธงมาใช้ชิป Snapdragon เท่านั้น และจะไม่แยกเป็นโซนประเทศที่ได้ Exynos หรือ Snapdragon แบบเมื่อก่อนแล้ว โดยจะเริ่มช่วงปีหน้ากับรุ่น Galaxy S23 Series เลย

แถมล่าสุด Samsung และ Qualcomm ก็ได้ออกมาประกาศความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์กันไปจนถึงปี 2030 โดยส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องการร่วมมือกันทางเทคโนโลยี 3G, 4G, 5G และ 6G ในอนาคต แต่ก็ยังกล่าวถึง การขยายความร่วมมือในการใช้ชิป Snapdragon กับมือถือ Samsung Galaxy ระดับพรีเมียมในอนาคตด้วย (แต่ไม่ได้บอกอย่างแน่ชัดว่าจะใช้แต่ Snapdragon เพียงอย่างเดียวเลยหรือไม่)

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้เราคาดหวังได้เลยว่า Galaxy S23 Series น่าจะมีเฉพาะรุ่นที่มากับชิป Snapdragon อย่างเดียวแน่ ๆ หรืออย่างน้อย Galaxy S23 รุ่นที่ใช้ Exynos ก็จะถูกผลิตออกมาน้อยมาก ๆ (ก่อนนี้มือถือ Galaxy S ที่ใช้ชิป Exynos จะวางขายจำนวนอยู่ที่ประมาณ 75% เทียบกับรุ่นที่ใช้ Snapdraon 25%)

ภาพคอนเซ็ปต์ Galaxy S23 Ultra

สุดท้ายแล้วทาง Samsung ก็ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนว่าจะเลิกผลิตชิป Exynos แล้วหรือไม่ บอกเพียงแต่ว่า “ทางบริษัทกำลังจัดระเบียบรูปแบบธุรกิจแผนก SoC ใหม่ และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันทั้งในระยะกลางและระยะยาว”

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Samsung กำลังพัฒนา SoC ของตัวเองอยู่เพื่อเตรียมเปิดตัวในปี 2025 ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า Samsung อาจจะใช้ชิป Exynos กับมือถือระดับกลางไปจนถึงปี 2023-2024 ส่วนมือถือระดับเรือธงก็จะใช้ชิป Snapdragon ไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเปิดตัวชิปใหม่หลังจากนั้นครับ

 

ที่มา : androidpolice

from:https://droidsans.com/samsung-and-qualcomm-extend-and-expand-their-partnership/

Qualcomm ชี้ Galaxy S23 อาจจะใช้เฉพาะ Snapdragon อย่างเดียว

ชิป Exynos ที่พัฒนาโดย Samsung เองนั้นเหมือนจะไปได้ไม่สวยเท่าไหร่นัก และยิ่งมีความห่างระหว่าง Snapdragon มากขึ้นเรื่อย ๆ โดย Galaxy S22 มีเพียงโซนยุโรปเท่านั้นที่ได้ชิป Exynos ที่เหลือใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 1 ทั้งหมด ซึ่ง Cristiano Amon หรือ CEO ของ Qualcomm เผยว่า Snapdragon มีส่วนแบ่งไปแล้วกว่า 75%

Amon บอกว่าสัดส่วนการใช้งานของ Snapdragon ใน Samsung Galaxy จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ยิ่งยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ว่า Galaxy S23 จะเหลือเพียงโมเดลที่ใช้ชิป Snapdragon เท่านั้น ทั้งนี้ Amon ไม่ได้บอกชัดเจนว่าจะเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon ทั้งหมด แต่ก็เพิ่มขึ้นจาก 75% เท่านั้น

นอกจากนี้ Qualcomm จะร่วมมือกับ Samsung ในการพัฒนาชิปเซ็ตต่อไปเรื่อย ๆ และไม่จบเพียงแต่สมาร์ตโฟน Galaxy เท่านั้น แต่จะยังขยายไปถึงอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตของ Samsung ด้วย โดยทั้ง 2 บริษัทมีสัญญาร่วมกันยาวถึงปี 2030 ครอบคลุมตั้งแต่ 3G, 4G, 5G และ 6G

ถามว่า นี่เป็นจุดจบของ Exynos เลยหรือไม่? จริง ๆ แล้วก็ไม่ แค่ Samsung ถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ Samsung ก็เคยประกาศแล้วว่ามีแผนพัฒนาชิปสำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงใหม่ที่ไม่ใช่ Exynos เหมือนกัน

ข่าว: Qualcomm ชี้ Galaxy S23 อาจจะใช้เฉพาะ Snapdragon อย่างเดียว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/qualcomm-all-but-confirms-that-the-galaxy-s23-series-will-use-only-snapdragon-chips/