คลังเก็บป้ายกำกับ: Qualcomm

เปิดตัว Snapdragon 782G ชิปภาคต่อของ SD778G+ ซีพียูเร็วขึ้น 5% จีพียูเร็วขึ้น 10%

นอกจากจะเปิดตัวชิปเรือธงแล้ว ก็ยังมีการเผยชิประดับอื่น ๆ ออกมาด้วย ทำให้ตอนนี้มีชิปใหม่ล่าสุดจากทาง Qualcomm คือเจ้า Snapdragon 782G ซึ่งเป็นชิปตัวที่อัปเกรดขึ้นมาจากตัวขวัญใจมหาชนอย่าง SD778G+ ที่เป็นชิประดับกลางคุณภาพแรงดีไม่มีตก แต่จะมีความแรงอัปขึ้นมา 5% จากค่าสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นครับ ส่วน GPU ก็ปรับให้เร็วขึ้นถึง 10% ดังนั้นมือถือระดับกลางค่อนบนที่เราจะได้เห็นกันต่อไปนี้ คงจะหันมาใช้ชิปตัวนี้กันอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

Snapdragon 782G เป็นชิปผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร ประกอบไปด้วยแกนประมวลผล Kryo 670 จำนวน 8 แกน และใช้ GPU เป็นตัว Adreno 642L

ข้างในยังคงใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ แบบเดิมกับ SD 778G+ ก็คือมีแกนหลัก Kryo 670 (Cortex-A78) 1 แกน แต่ปรับความแรงเพิ่มขึ้น 200MHz ทำให้มีความเร็วสูงถึง 2.7GHz ต่อมาเป็นแกน Performance Core คือเจ้า Kryo 670 Gold (Cortex-A78) จำนวน 3 แกน ความเร็ว 2.2GHz สุดท้ายแกน Efficiency Core เป็น Kryo 670 Silver (Cortex-A55) จำนวน 4 แกน ค่าความเร็วอยู่ที่ 1.9GHz

แต่ด้วยค่าความเร็วนาฬิกาแกนหลักที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ชิปตัวนี้จะมี CPU ที่เร็วขึ้น 5% ส่วน GPU จะแรงขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 778G+ ครับ

Snapdragon 782G จะยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ ไม่ต่างกับรุ่นที่แล้ว รองรับ Quick Charge 4+ (ชาร์จเต็ม 50% ได้ใน 15 นาที) ใช้สถาปัตยกรรม Fused AI Accelerator, มี Qualcomm Spectra ISP ที่รองรับ triple 14-bit ISP, สามารถประมวลผลภาพได้มากสุด 2 gigapixels ต่อวินาที และรองรับกล้องถ่ายความละเอียดสูงถึง 200MP อีกด้วย

ส่วนโมเด็มข้างในยังคงใช้เป็น Snapdragon X53 ที่รองรับเเครือข่าย 5G แบบทั้ง Sub-6GHz และ mmWave มีตัว FastConnect 6700 ทำให้รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ความเร็วสูงสุด 2.9 Gbps แถมยังสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth® 5.2 ได้อีกด้วย

ที่มา : gsmarena, qualcomm

from:https://droidsans.com/qualcomm-snapdragon-782g-chipset-launch/

รวมข้อมูลชิปประมวลผล Qualcomm ทุกซีรีส์หลัก แบ่งรุ่นกันอย่างไร อยู่ในมือถือระดับไหนบ้าง

ชิปประมวลผลของ Qualcomm มีประวัติการพัฒนาเยอะมาก แต่ละปีก็มีออกตัวใหม่มาเรื่อย ๆ จนหลายคนอาจสับสน หรือไม่เข้าใจว่าแต่ละตัวนั้นมีความแรงอยู่ระดับไหน คราวนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลชิปของค่าย Qualcomm ที่มีให้เห็นกันในมือถือทั่วไปมาให้ทุกคนได้ดู พร้อมอธิบายระดับความแรงและรายละเอียดอื่น ๆ เอาไว้ด้วย จะใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน หรือใช้เพื่อการอื่นก็ได้หมดเลยครับ

Qualcomm Snapdragon 8 Series | ชิประดับแรงที่สุด ใช้ในมือถือรุ่นท็อป

ชิปของ Qualcomm Snapdragon ที่มีตัวเลขด้านหน้าสุดเป็นเลข 8 จะเป็นชิประดับท็อปของบริษัท มักถูกใช้ในมือถือเรือธงของค่ายต่าง ๆ โดยแต่ละปีก็จะมีการออกรุ่นใหม่มาทุกปี มีหลักการดูทั่วไปว่าเลขยิ่งสูง CPU ยิ่งแรง

รุ่น / สถาปัตยกรรม CPU GPU AnTuTu 9 Geekbench 5 เทียบได้กับ
Snapdragon 8 Gen 2 (4nm) 1x Cortex-X3 @3.2GHz,
4x Cortex A715 @2.8GHz
3x Cortex A510 @2GHz
Adreno 1524 / 4597 (ไม่ยืนยัน)
Snapdragon 8+ Gen 1 (4nm) 1x Cortex-X2 @3.2GHz,
3x Cortex A710 @3GHz
4x Cortex A510 @2GHz
6MB sL3 Cache
Adreno 730 900 MHz 1110172 1328 / 4190 Dimensity 9000+
Snapdragon 8 Gen 1 (4nm) 1x Cortex-X2 @3.0GHz,
3x Cortex A710 @2.5GHz
4x Cortex A510 @1.8GHz
6MB sL3 Cache
Adreno 730 818 MHz 1054238 1224 / 3795 Dimensity 9000
Snapdragon 888 Plus (5nm) 1x Cortex-X1 @3.0 GHz
3x Cortex-A78 @2.42 GHz
4x Cortex-A55 @1.80 GHz
Adreno 660 840 MHz 846473 1179 / 3647
Snapdragon 888 (5nm) 1x Cortex-X1 @2.84 GHz
3x Cortex-A78 @2.42 GHz
4x Cortex-A55 @1.80 GHz
Adreno 660 840 MHz 804311 1134 / 3731 Exynos 2200,

Dimensity 8100, Tensor G2

Snapdragon 870 (7nm) 1x Cortex A77
@ 3.2GHz 3x Cortex A77
@ 2.42GHz 4x Cortex A55
@ 1.80GHz
Adreno 650 670MHz 729133 1010 / 3397 Kirin 9000E, Snapdragon 865 Plus, Exynos 2100
Snapdragon 865+ (7nm) 1x Cortex A77
@ 3.09GHz 3x Cortex A77
@ 2.42GHz 4x Cortex A55
@ 1.80GHz
Adreno 650 670MHz 727800 924 / 3317 Dimensity 8000,

Dimensity 1200

Snapdragon 865 (7nm) 1x Cortex A77
@ 2.84GHz 3x Cortex A77
@ 2.42GHz 4x Cortex A55
@ 1.80GHz
Adreno 650 587 MHz 680619 941 / 3458 Exynos 1080,

Dimensity 1300

Snapdragon 860 (7nm) 1x Cortex-A76 @ 2.96 GHz, 3x Cortex-A76 @ 2.42 GHz, 4x Cortex-A55 @ 1.80 GHz Adreno 640 675 MHz 567714 736 / 2592 A12 Bionic,

Snapdragon 855 Plus

Snapdragon 8 Gen 2

ชิป Snapdragon 8 Gen 2 เป็นชิปเรือธงล่าสุดที่เปิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 4 นาโนเมตร TSMC N4P ซึ่งเป็นแบบเดียวกับใน Apple A16 Bionic ซึ่งเค้าเคลมว่า CPU และ GPU แรงขึ้น 35% กับ 25% แถมประหยัดไฟขึ้น 40% และ 45% ตามลำดับ สามารถรองรับ Wi-Fi 7 ได้แล้ว แถมรองรับการใช้งานซิมคู่พร้อมกันได้ด้วย จะเริ่มมีให้เห็นในมือถือเรือธงที่วางขายตั้งแต่ท้ายปี 2022 นี้เป็นต้นไป

Snapdragon 8+ Gen 1 และ Snapdragon 8 Gen 1

ชิป Snapdragon 8+ Gen 1 นี่ถือเป็นชิประดับไฮเอนด์ปี 2022 ที่ครองตลาดมือถือฝั่งแอนดรอยด์ไปยาว ๆ หลังเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 นี้เอง รุ่นนี้ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 4 นาโนเมตร และได้รับการพัฒนาให้เร็วขึ้นว่าตัว Snapdragon 8 Gen 1 ธรรมดาให้แรงขึ้น 10% แถมยังประหยัดพลังงานมากขึ้นอีก 30% มีใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปล่าสุดแทบทุกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Z Fold 4, Samsung Galaxy Z Flip 4, HUAWEI Mate 50 Series, OnePlus 10T, motorola Edge 30 Ultra, Realme GT 2 Pro Master Edition

ส่วน Snapdragon 8 Gen 1 เป็นชิปไฮเอนด์ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร รุ่นแรกของ Qualcomm ทำงานได้ดีกว่ารุ่นก่อน 20% และประหยัดไฟมากขึ้น 30% ประมวลผลภาพเร็วขึ้น 30% พร้อมแก้ปัญหาความร้อน CPU จากในรุ่นก่อนหน้าได้ด้วย ใช้โมเด็ม X65 รองรับการดาวน์โหลด 10 Gbps อัปโหลด 3 Gbps ซึ่งเรือธงในช่วงนั้นก็จะใช้ชิปนี้ อย่างเช่น Samsung Galaxy S22 Series, OPPO Find X5 Pro, Vivo X80 Pro, Moto Edge 30 Pro, Xiaomi 12 Pro, OnePlus 10 Pro, Poco F4 GT

Snapdragon 888+ (Plus)

Snapdragon 888+ เปิดตัวมาเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 พัฒนาบนสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร เป็นตัวที่พัฒนาขึ้นมาจากรุ่น Snapdragon 888 โดยเพิ่มความแรง clocked prime core ขึ้น 160 MHz ประมวลผลภาพดีขึ้น 23% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 888 และใส่โมเด็ม X60 ทำให้รองรับเครือข่าย 5G ด้วย แต่ตัวนี้ยังแรงไม่เท่า Apple A14 และ A15 Bionic มีมือถือรุ่นเด่น ๆ ที่ใช้ชิปนี้อย่าง vivo X70 Pro Plus, Motorola Moto S30 Pro, Asus ROG Phone 5s, Xiaomi Mi MIX 4

Snapdragon 888

Snapdragon 888 เปิดตัวมาก่อนหน้ารุ่น 888+ ในเดือนธันวาคม 2020 ซึ่งก็เป็นชิปเรือธงตัวหลักที่มือถือหลาย ๆ ค่ายใช้เปิดตัวรุ่นใหม่กันไป ประมวลผลแรงขึ้นจาก SD865+ ราว 15% ประมวลผลภาพดีขึ้น 35% (เทียบกับ SD 865)  และหน่วยประมวลสัญญาณดิจิทัลแรงขึ้น 23% ใช้ Snapdragon X60 modem สำหรับเชื่อมต่อ 5G แต่รุ่นนี้มีชื่อเสียงเรื่องความร้อน ที่ทำมือถือหลายค่ายใช้งานแล้วร้อนจี๋เป็นปัญหากันไปบ้าง ส่วนมือถือที่ใช้ก็จะเป็นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy Z Flip3/ Fold3, Vivo X60 Pro+, Oppo Find X5, Xiaomi Mi 11, OnePlus 9,  Asus ROG Phone 5, Asus ZenFone 8,  Microsoft Surface Duo 2

Snapdragon 870

Snapdragon 870 เผยโฉมออกมาเดือนมกราคม ปี 2021 ผลิตบนฐาน 7 นาโนเมตร เป็นชิปตัวแรง แต่ไม่ถึงระดับไฮเอนด์ที่ Qualcomm เปิดตัวมาเพื่อปิดช่องว่างระหว่างรุ่นเรือธงเก่ากับเรือธงใหม่ ทำให้แรงกว่า SD 865/865+ แต่ไม่แรงเท่า SD 888 รุ่นนี้ใช้โมเด็ม X55 รองรับ 5G อยู่ มีมือถือรุ่นเด่น ๆ ที่ใช้อย่าง Motorola Edge 20 Pro, Vivo X60, POCO F3, realme GT Neo 2

Snapdragon 865/865+ (Plus)

Snapdragon 865 เปิดตัวมาช่วงเดือนธันวาคม 2019 ส่วน 865+ มาช่วงกรกฎาคม 2020 มีความต่างที่ความเร็วของตัว Prime Core และ Clock GPU ที่ 865+ แรงกว่ารุ่น 865 ที่ 10% ทั้งคู่ใช้งานร่วมกับโมเด็ม X55 เทียบแล้วมีความแรงพอ ๆ กันกับ Apple A13 ส่วนมือถือที่ใช้ชิปนี้ก็มีอย่าง Samsung Galaxy Z Fold2, Samsung Galaxy S20 FE, OnePlus 8, ASUS ROG Phone 3, Oppo Find X2 Pro, POCO F2 Pro

Qualcomm Snapdragon 7 Series

Qualcomm Snapdragon ขึ้นเลขรุ่นด้านหน้าเป็นเลข 7 ถือว่าเป็นชิประดับกลางค่อนบน มักใช้กับมือถือระดับกลางที่มีความพรีเมียมขึ้นมาหน่อย

รุ่น / สถาปัตยกรรม CPU GPU AnTuTu 9 Geekbench 5 เทียบได้กับ
Snapdragon 7 Gen 1 (4nm) 1x Cortex-A710 @ 2.4 GHz, 3x Cortex-A710 @ 2.36 GHz, 4x Cortex-A510 @ 1.8 GHz Adreno 633364 842 / 3117 Exynos 990,

Dimensity 1000 Plus

Snapdragon 778G+ (6 nm) 1x Cortex-A78 @ 2.5 GHz 3x Cortex-A78 @ 2.2 GHz 4x Cortex-A55 @ 1.9 GHz Adreno 642L 578467 818 / 2972 Kirin 990 (5G), Snapdragon 855,

Exynos 9825

Snapdragon 778G (6 nm) 1x Cortex-A78 @ 2.4 GHz
3x Cortex-A78 @ 2.2 GHz
4x Cortex-A55 @ 1.9 GHz
Adreno 642L 559452 776 / 2829 Exynos 9820
Snapdragon 780G (5 nm) 1x Cortex-A78 @ 2.4 GHz
3x Cortex-A78 @ 2.2 GHz
4x Cortex-A5 @ 1.9 GHz
Adreno 642L 534022 805 / 2927 Exynos 9825

Snapdragon 780G

Snapdragon 780G เปิดตัวมาเดือนมีนาคม 2021  ผลิตบนสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร ใช้โมเด็ม X53 เชื่อมต่อสัญญาณ 5G ได้ สัญลักษณ์ตัว G ก็แปลว่าเกิดมาเพื่อเน้นการเล่นเกม รุ่นนี้ประมวลผลแรงขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ SD768G ส่วนกราฟิกในรุ่นนี้แรงกว่ารุ่น Adreno 620 ตัวเก่าถึง 50% แต่ชิปนี้ไม่ค่อยมีเห็นกันทั่วไปเท่าไหร่ เท่าที่พบก็มีแค่ในมือถือ Xiaomi Mi 11 Lite 5G

Snapdragon 778G/778G+ (Plus)

Snapdragon 778G/778G+ เปิดตัวมาตามหลังรุ่น 780 ในช่วงพฤษภาคม และตุลาคม 2021 มีพบได้ในมือถือ Samsung Galaxy A52s 5G/A73 5G/M52 5G, Nothing Phone (1), HUAWEI Nova 9, Motorola Edge 30, vivo T1 5G, realme GT Master Edition

Qualcomm Snapdragon 6 Series

ขยับรุ่นลงมาก็จะเป็น Snapdragon รหัสหน้าเลข 6 ถือเป็นชิประดับกลางค่อนล่าง เป็นซีรีส์ที่ผู้ผลิตมักหยิบมาใช้ในมือถือและแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่นเลย

รุ่น / สถาปัตยกรรม CPU GPU AnTuTu 9 Geekbench 5 เทียบได้กับ
Snapdragon 6 Gen 1 (4 nm) 4x Cortex-A78 @ 2.2 GHz, 4x Cortex-A55 @ 1.8 GHz Adreno
Snapdragon 695 (6 nm) 2x Cortex-A78 @ 2.2 GHz, 6x Cortex-A55 @ 1.7 GHz Adreno 619 401736 695 / 2011 Exynos 9810, Snapdragon 845, A11 Bionic
Snapdragon 680 (6 nm) 4x Cortex-A73 @ 2.4 GHz, 4x Cortex-A53 @ 1.9 GHz Adreno 610 265763 373 / 1544 A10 Fusion,

Kirin 970,

Exynos 8895

Snapdragon 6 Gen 1

Snapdragon 6 Gen 1 เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2022 นี้เอง เป็นชิปบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร ที่เคลมว่ามีประสิทธิภาพดีขึ้น 40% ส่วนจีพียูก็แรงขึ้น 35% มีโมเด็ม X62 รองรับเชื่อมต่อ 5G ซึ่งยังไม่มีมือถือรุ่นไหนได้ลองใช้ชิปนี้ครับ

Snapdragon 695

Snapdragon 695 เปิดตัวไปตุลาคม 2021 สร้างบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร รุ่นนี้รองรับถึงแค่ WiFi 5 เท่านั้น จะเจอได้ในมือถือรุ่น Samsung Galaxy A23 5G, Motorola Moto G82 5G, OnePlus Nord CE 2 Lite 5G, OPPO Reno8 Z 5G, realme 9, Redmi Note 11 Pro 5G

Snapdragon 680

Snapdragon 680 ออกมาช่วงตุลาคม 2021 สร้างบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร รองรับเครือข่าย 4G เท่านั้น มีใช้อยู่ในรุ่นอย่าง OPPO A76, realme 9, vivo Y21T,  และ Redmi Note 11 4G, Redmi 10C

Qualcomm Snapdragon 4 Series

ชิป Snapdragon รหัสหน้าเลข 4 เป็นตัวประมวลผลระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือถือสเปคเบา ๆ เน้นการใช้งานพื้นฐานซะมากกว่า

รุ่น / สถาปัตยกรรม CPU GPU AnTuTu 9 Geekbench 5 เทียบได้กับ
Snapdragon 4 Gen 1 (6 nm) 2x Cortex-A78 @ 2.0 GHz, 6x Cortex-A55 @ 1.8 GHz Adreno
Snapdragon 480+ (8 nm) 2x Cortex-A76 @ 2.2 GHz, 4x Cortex-A55 @ 1.8 GHz Adreno 619 346506 539 / 1655 Snapdragon 720G, Helio G95, Dimensity 720
Snapdragon 480 (8 nm) 2x Cortex-A76 @ 2.0, 4x Cortex-A55 @ 1.8 GHz Adreno 619 285525 511 / 1661 A10 Fusion, Helio G90T

Snapdragon 4 Gen 1

Snapdragon 4 Gen 1 เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2022 นี้เอง โดยเค้าชูเรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพซีพียูให้ดีขึ้น 15% จีพียูแรงขึ้น 10% โมเดม X51 รองรับเครือข่าย 5G ตอนนี้ยังไม่มีมือถือรุ่นไหนได้ลองใช้เจ้าตัวนี้ครับ

Snapdragon 480/480+ (Plus)

Snapdragon 480/480+ เคยเปิดตัวกันไปช่วงเดือนมกราคม และตุลาคม ปี 2021 สร้างบนสถาปัตยกรรม 8 นาโนเมตร ถือเป็นชิปซีรีส์ 4 กลุ่มแรกที่รองรับการใช้งาน 5G  มีประสิทธิภาพจีพียูแรงกว่ารุ่น SD460 ตัวเก่าถึง 100% ส่วนตัว Snapdragon 480+ มีแรง clock สูงกว่าตัว Snapdragon 480 ธรรมดาอยู่ 200 MHz ชิปพวกนี้เจอกันได้ในมือถืออย่าง Motorola Moto G62, vivo Y72 5G, Nokia G400, Vivo Y53s 5G

*หมายเหตุ การเทียบเคียงกับชิปรุ่นอื่นอาจมีการคาดเคลื่อน เนื่องจากวัดโดยคะแนนต่างแพลตฟอร์ม ควรดูเป็นแนวทางแล้วไปดูคะแนนเทียบตัวต่อตัวอีกทีครับ

 

ที่มา : wikipediaantutunanoreview, notebookcheck

from:https://droidsans.com/qualcomm-chip-list-spec/

OnePlus ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี Ray Tracing เสริมทัพ OPPO และ Qualcomm สู่อีกขั้นของเกมมือถือ

การกำเนิดเกมระดับ AAA บนแพลตฟอร์มมือถือเป็นการตอกย้ำแนวโน้มที่เกมมือถือได้ก้าวไปสู่ยุคใหม่ เกมเมอร์มือถือในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ภาพอย่างล้ำลึกโดยการปรับตั้งค่าเกมทั้งความละเอียดและเอฟเฟกต์แสง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นยังต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบเดียวกันกับที่ทำบนพีซี ซึ่งหมายความว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจำเป็นต้องเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ดีขึ้น และนำเสนอภาพกราฟิกที่มีมิติมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Ray Tracing มีไว้สำหรับการจำลองเอฟเฟกต์การสะท้อนและการหักเหของแสง เพื่อสร้างเอฟเฟกต์แสงและเงาตามให้สมจริง สิ่งนี้ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงจากฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ และมีอุปสรรคหลายประการในการมอบเทคโนโลยีนี้จากพีซีไปยังแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนเนื่องจากพื้นที่จำกัด

ณ งาน Snapdragon Summit 2022, ได้มีการนำเสนอความร่วมมือระหว่าง OPPO และ Qualcomm Technologies, Inc. เพื่อนำเทคโนโลยี Ray Tracing มาสู่ Snapdragon® 8 Gen 2 Mobile Platform เนื่องจากพวกเขาเข้าใจความต้องการของเหล่าเกมเมอร์มือถือ OnePlus จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาร่วมกันนี้ ภายใต้สโลแกน “Never Settle” OnePlus มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงให้กับผู้ใช้ โดยแนะนำสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มาพร้อมประสิทธิภาพการเล่นเกมที่โดดเด่นอยู่เสมอ

Kinder Liu ประธานบริษัท OnePlus กล่าวว่า: ” OnePlus มุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยประสบการณ์ที่รวดเร็วลื่นไหลแก่แฟน ๆ ด้วยคอมมูนิตี้ของเรา เราสามารถรับฟังความต้องการของผู้ใช้ในการเล่นเกมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกนี้ในการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี Ray Tracing บนสมาร์ทโฟน คือการตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเราให้กับผู้ใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นและสนุกมากยิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักพัฒนาเกมได้เปลี่ยนเกม AAA จากพีซีมาสู่แพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก OnePlus ก็เช่นกัน เราพัฒนาและปรับปรุงทั้งหน้าจอ ชิปเซ็ต และการเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ โดยร่วมมือกับนักพัฒนาเกมเพื่อให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมและสมจริงยิ่งขึ้น

ในปี 2019 OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus 7 Pro ที่มาพร้อม 2K+ OLED และหน้าจออัตราการรีเฟรช 90Hz การเปิดตัว OnePlus 7 Pro เป็นการพิสูจน์ว่าประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก

ในปี 2020 ด้วยความร่วมมือกับ Fortnite ทำให้ OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในตลาดที่สามารถเล่นเกมนี้ด้วย 90FPS เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่รวดเร็วและราบรื่น

ในปี 2022 OnePlus ได้เปิดตัว Hyperboost engine ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยีหลัก 3 ประการด้วยกัน ได้แก่ General Performance Adapter (GPA), Frame Stabilizer, GPU Load Control (GLC) และ LsTouch เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้อุปกรณ์ OnePlus มีประสบการณ์ที่รวดเร็วและราบรื่นด้วยเวลาตอบสนองที่สั้นและเฟรมเกมที่เสถียร

เรามุ่งมั่นที่จะรับฟังความต้องการของผู้เล่นเกม เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีขึ้นและประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น OnePlus ได้ร่วมมือกับทีมวิศวกรของ OPPO เพื่อวิเคราะห์และนำเทคโนโลยี Ray Tracing เข้าสู่แพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนได้สำเร็จ เทคโนโลยี Ray Tracing บนสมาร์ทโฟน ไม่เพียงแต่ปรับปรุงกราฟิกของเกม แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับคุณภาพด้านเสียง การขับขี่อัตโนมัติ และเนื้อหาเสมือนจริง นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสร้างเงาอีกต่อไป แต่สามารถเปิดใช้เทคโนโลยี Ray Tracing เพื่อเพิ่มเอฟเฟกต์แสงที่สมจริงให้กับงานของพวกเขา

OnePlus จะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสำรวจศักยภาพของเทคโนโลยี Ray Tracing บนสมาร์ทโฟนอย่างเต็มที่ และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงและพัฒนาประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลของ OnePlus ประเทศไทยได้ที่ https://www.oneplus.com/th    
Facebook Fanpage: OnePlus Thailand  >>> https://www.facebook.com/oneplusthailand/  Instagram: OnePlus Thailand >>> www.instagram.com/oneplus_thai/
หรือติดต่อสอบถาม OnePlus Call Center ได้ที่เบอร์ 02-126-3737

#OnePlusTH #NeverSettle

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oneplus-jointly-develops-ray-tracing-technology/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oneplus-jointly-develops-ray-tracing-technology

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon AR2 Gen 1 ชิปสำหรับแว่น AR

Qualcomm เปิดตัวชิปสำหรับแว่น AR ใช้ชื่อว่า Snapdragon AR2 Gen 1

ชิปตัวนี้ต่างกับ Snapdragon XR ที่ใช้กับแว่น Meta Quest เพราะแว่น AR เป็นแว่นกระจกที่ติดกล้อง ขนาดแว่นเล็กและบางกว่าแว่น VR ทั่วไป ทำให้ตัวชิปต้องมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังต้องประมวลผลเซ็นเซอร์, computer vision, รวมถึงเชื่อมต่อ Wi-Fi ด้วย (รองรับ Wi-Fi 7) ชิปกระจายกัน 3 ตัวอยู่ตามขาแว่นสองข้าง และตรงกลางของขอบแว่น (ดูภาพหรือวิดีโอประกอบ)

แบรนด์ที่ประกาศใช้ชิปตัวนี้ทำแว่นมีแล้วหลายราย ที่ระบุชื่อคือ Lenovo, LG, Nreal, OPPO, Pico, QONOQ, Rokid, Sharp, TCL, Vuzix, Xiaomi โดยมีไมโครซอฟท์ให้การสนับสนุนเรื่องแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ (เราน่าจะได้เห็นสินค้าทยอยเปิดตัวกันในงาน CES 2023 ช่วงต้นปีหน้า)

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Qualcomm

from:https://www.blognone.com/node/131539

Qualcomm พับแผน SoC เผยแผนสถาปัตยกรรมใหม่แบบหลายชิปให้กับแว่นตา AR

Qualcomm พัฒนาสถาปัตยแบบกรรมหลายชิปเพื่อให้แน่ใจว่าแว่นตาจะให้ความรู้สึกเหมือนแว่นปกติมากขึ้นจากการเสริม Snapdragon AR2 Gen 1 เพื่อทำให้ฮาร์ดแวร์มีรูปทรงบางและเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
 

Qualcomm พยายามและต้องการเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับแว่นตา Augmented Reality (AR) โมเดลส่วนใหญ่จะมีรูปทรงลักษณะหนา หนัก และถูกจำกัดด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ต่ำ ด้วยเหตุผลข้อจำกัดเหล่านี้และเพื่อแก้ไขปัญหา Qualcomm ได้ล้างกระดานเดิมออกและใช้แนวทางแบบใหม่ทั้งหมดในการพัฒนาสถาปัตยกรรม Snapdragon AR2 Gen 1 ซึ่งได้ประกาศแผนนี้แล้วในระหว่างการประชุมสุดยอด Snapdragon ประจำปี 2565
 
แนวทางใหม่ที่กล่าวมา คือ สถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบกระจายหลายชิปของ Qualcomm แทนที่จะยัดทุกอย่างลงบนชิปเพียงตัวเดียว Qualcomm แยกส่วนประกอบแต่ละส่วนออกและกระจายไปรอบๆ เฟรมของ AR2 Gen 1 ซึ่งช่วยให้ Qualcomm สามารถออกแบบแว่นตา AR ให้มีรูปทรงที่บางลงและขับเคลื่อนด้วยชุดประมวลผลที่ทรงพลัง

ส่วนประกอบหลักสามส่วน ได้แก่

  • ตัวประมวลผล AR – (AR Processor)
  • ตัวประมวลผลร่วม AR – (AR Co-processor)
  • แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ – (Connectivity Platform)
ในขณะที่สององค์ประกอบแรกสามารถจับและประมวลผลข้อมูลเซ็นเซอร์บนเครื่องได้ แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อช่วยให้มั่นใจได้ถึงการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกับสมาร์ทโฟนหรือพีซีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยลดภาระงานการประมวลผลข้อมูลที่ถูกร้องขอเข้ามามากขึ้น
 
ตัวประมวลผล AR – (AR Processor) รองรับกล้องในตัวได้สูงสุด 9 ตัว และมีความหน่วงต่ำ ทำให้สามารถใช้เวลาตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นในขณะที่มีการเคลื่อนไหวของผู้คนโดยรอบๆ การเร่งด้วยฮาร์ดแวร์ช่วยปรับปรุงการติดตามการเคลื่อนไหวและการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นด้วยการรองรับอย่างเต็มที่สำหรับอิสระถึง 6 ระดับ
 
ตัวประมวลผลร่วม AR – (AR Co-processor) รวมกล้องและข้อมูลเซ็นเซอร์เพื่อช่วยในการติดตามดวงตาและการจดจำม่านตาสำหรับการเรนเดอร์แบบ Foveated ซึ่งช่วยลดความต้องการพลังงาน นอกจากนี้ยังผสานร่วมกับ Fast Connect 7800 ซึ่งเป็นโมดูล Wi-Fi ตัวเดียวกับที่ใช้ในโปรเซสเซอร์มือถือ Snapdragon 8 Gen 2 ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 โดยมีความหน่วงน้อยกว่า 2ms และความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุด 5.8Gbps
 
การวางโมดูลแต่ละโมดูลไว้ตามจุดต่างๆ รอบ Snapdragon AR2 Gen 1 และการถ่ายโอนงานประมวลผลบางอย่างไปยังสมาร์ทโฟนช่วยให้ Qualcomm เพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด ตัวอย่างเช่น โปรเซสเซอร์ 4nm Hexagon Tensor เสริมประสิทธิภาพด้าน AI เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ในขณะที่ลดการใช้พลังงานลง 50% เมื่อเทียบกับแว่นตา AR รุ่นก่อนหน้าของ Qualcomm ที่สำคัญสิ่งนี้ทำให้ขนาดของก้านเกี่ยวหูเล็กและบางลงถึง 40% ซึ่งหมายความว่าแว่น AR จะให้ความรู้สึกเหมือนแว่นปกติมากขึ้น
นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ใหม่แล้ว Qualcomm ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายราย โดยเฉพาะ Microsoft เพื่อให้แน่ใจว่าเปิดกว้างสำหรับนักพัฒนาในการสร้างแว่นตา AR2 Gen 1 Snapdragon AR2 และ Snapdragon 8 Gen 2 ได้รับการปรับแต่งสำหรับแพลตฟอร์ม Snapdragon Spaces Ready Developer ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนามีแนวความคิดใหม่ๆ ว่าแว่นตา AR จะทำอะไรได้บ้าง
 
Qualcomm กล่าวว่า บริษัทต่างๆ เช่น Lenovo, LG, Oppo, Sharp, TCL และบริษัทอื่นๆ ได้แสดงความสนใจในแพลตฟอร์มนี้และกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี Qualcomm ไม่ได้ให้ข้อมูลเสริมถึงแผนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AR2 จะออกสู่ตลาดเมื่อใด
 

from:https://www.techtalkthai.com/qualcomm-breaks-up-soc-plans-reveals-new-multi-chip-architecture-plans-for-ar-glasses/

Qualcomm เผยชื่อซีพียูใหม่ Oryon เตรียมใช้กับชิปเซต Snapdragon ในปี 2023

Qualcomm เปิดตัวแบรนด์ย่อยของซีพียูใหม่ในชื่อ Oryon ซึ่งจะกลายมาเป็นซีพียูแบบกำหนดเองสำหรับขับเคลื่อนชิปเซตตระกูล Snapdragon ในอนาคต แทนที่ซีพียู Cortex ตามพิมพ์เขียวของ Arm ในปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งชิปเซตในส่วนของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต พีซี และอุปกรณ์อื่น ๆ โดยจะออกสู่ตลาดอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 หรืออาจเป็นช่วงต้นปี 2567

เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Qualcomm Oryon คือทีมจาก Nuvia ที่ Qualcomm ไปซื้อกิจการมาเมื่อปีกลายด้วยมูลค่าราว 1,400 ล้านดอลลาร์ เพื่อหวังจะลดช่องว่างจากชิปเซตตระกูล M ของ Apple ที่เริ่มทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ ในช่วงหลัง

เดิมที Qualcomm มีแผนจะส่งชิปเซตตัวอย่างที่มีซีพียู Qualcomm Oryon เป็นตัวขับเคลื่อนให้ผู้ผลิต OEM ภายในปลายปี 2565 นี้ แต่ดันมีคดีความที่ Arm ฟ้องร้องมาขัดจังหวะเสียก่อน ในข้อกล่าวหาที่ว่า Qualcomm ได้ละเมิดสิทธิ์ในการนำพิมพ์เขียวซีพียูของ Arm ที่ Nuvia ถือครองสิทธิสัญญาอยู่ มาใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน จนต้องเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นปีหน้าแทน

อย่างไรก็ดี Qualcomm ไม่ได้ให้รายละเอียดหรือข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับ Qualcomm Oryon อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่นัก โดยบอกเพียงแค่ว่ามันจะทรงพลังในระดับ BEST-IN-CLASS และนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่แพลตฟอร์ม Snapdragon ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

ที่มา : Qualcomm

from:https://droidsans.com/qualcomm-oryon-new-snapdragon-cpu/

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon AR2 Gen 1 ชิปสำหรับแว่น AR เน้นความบางเบา รองรับ Wi-Fi 7

ในงาน Snapdragon Summit 2022 วันนี้ Qualcomm ได้ประกาศเปิดตัว Snapdragon AR2 Gen 1 เป็นชิปสำหรับแว่น AR อัจฉริยะยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลสูง ใช่พลังงานต่ำ และรองรับการทำงานแบบไร้สายโดยที่ไม่ทำให้อุปกรณ์สูญเสียคุณสมบัติในแง่ความบางเบา นอกจากนี้ยังถือเป็นชิป AR รุ่นแรกของโลกที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 สามารถทำความหน่วงแฝงได้ต่ำกว่า 2 มิลลิวินาทีในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นด้วย

Qualcomm อธิบายว่า Snapdragon AR2 Gen 1 ถูกออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบกระจาย ประกอบด้วยชิป 3 ส่วนที่ทำงานแยกกันเป็นโครงข่ายภายในแว่นตา ได้แก่ หน่วยประมวลผล AR หลัก, หน่วยประมวลผล AR ร่วม และภาคการเชื่อมต่อคือ FastConnect 7800 ตัวเดียวกับที่อยู่ใน Snapdragon 8 Gen 2

สำหรับการประมวลผลที่ต้องการความหน่วงแฝงที่ต่ำเป็นพิเศษหรือการตอบสนองแบบทันท่วงที จะถูกประมวลผลภายในตัวแว่นตา ในขณะที่การประมวลผลใด ๆ ที่กินกำลังทรัพยากร จะถูกโยนให้เป็นหน้าที่ของสมาร์ทโฟนที่กำลังเชื่อมต่อ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นโฮสต์ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม Qualcomm ถึงต้องใส่ FastConnect 7800 ที่เป็นแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อระดับไฮเอนด์มา

การออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบกระจายลักษณะนี้ยังช่วยให้ผู้ผลิตแว่น AR สามารถลดพื้นที่ของแผงวงจรลงไปได้ 40% ทั้งยังใช้พลังงานในการขับเคลื่อนรวมกันไม่ถึง 1W ต่ำกว่า Snapdragon XR2+ Gen 1 ที่อยู่ในแว่น Quest Pro ของ Meta ราว 2 เท่า และมีประสิทธิภาพด้านการประมวลผล AI ดีขึ้นอีก 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับ XR2 Gen 1 รุ่นแรก

Qualcomm บอกว่ามีผู้ผลิต OEM หลายรายมีแผนจะนำ Snapdragon AR2 Gen 1 ไปใช้งานกับแว่น AR ของตัวเอง ซึ่งในนั้นมีแบรนด์ที่คุ้นหูรวมอยู่ด้วยหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น Lenovo, LG, NIANTIC, OPPO และ Xiaomi

 

ที่มา : Qualcomm

from:https://droidsans.com/snapdragon-ar2-gen-1-launch/

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 8 Gen 2 จีพียูแรงขึ้น 25%, รองรับ AV1 และ Wi-Fi 7

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 8 Gen 2 ชิปเรือธงรุ่นใหม่ประจำปี

ช่วงหลังๆ Qualcomm ไม่ค่อยเผยรายละเอียดสเปกซีพียู-จีพียูแล้ว รอบนี้บอกแค่ว่าซีพียู Kryo สัญญาณนาฬิกาสูงสุด 3.2GHz ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 40% (เทียบกับ 8 Gen 1) และจีพียู Adreno ประสิทธิภาพดีขึ้น 25% รองรับ Vulkan 1.3

ของใหม่อย่างอื่นคือชิป Hexagon รุ่นใหม่ประมวลผล AI ได้ดีขึ้นสูงุสุด 4.35 เท่า รองรับฟอร์แมตตัวเลข INT4 แบบใหม่ ประหยัดพลังงานขึ้นจากเดิม, รองรับการถอดรหัสวิดีโอ AV1 แล้วสักที, ชิปโมเด็มตัวใหม่ X70 รองรับ 5G Dual-SIM Dual-Active (DSDA) และชิปสื่อสาร FastConnect 7800 รองรับ Wi-Fi 7 แล้ว (สเปกละเอียด)

ค่ายมือถือที่ประกาศใช้งานแล้วมีจำนวนมาก เช่น ASUS ROG, Honor, iQoo, Motorola, Nubia, OnePlus, Oppo, Vivo, Xiaomi, Sony, ZTE โดยสินค้ารุ่นแรกจะเปิดตัวภายในสิ้นปี 2022

No Description

ที่มา – Qualcomm

from:https://www.blognone.com/node/131526

Qualcomm เปิดตัวชิป Snapdragon 8 Gen 2 สำหรับสมาร์ตโฟนเรือธง แรง และประหยัดพลังงานขึ้น พร้อมรองรับ Wi-Fi 7

Qualcomm ประกาศเปิดตัว Snapdragon 8 Gen 2 ชิปเซ็ทสำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงตัวใหม่อย่างเป็นทางการในงาน Snapdragon Summit 2022 มาพร้อมกับการมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI โดยสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ติดตั้งชิปเซ็ทดังกล่าวจะได้รับการเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้

ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 มีชื่อหลายเลขรุ่น SM8550-AB ซึ่งได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยี Node ระดับ 4 นาโนเมตร โดยมีรายละเอียดสเปกที่สำคัญ ดังนี้

ซีพียู และจีพียู

 Snapdragon 8 Gen 2

ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 ใช้ซีพียู Kryo ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น 35% และประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมอีก 40% ซึ่งประกอบด้วย

  • แกนซีพียู Kryo Prime (อ้างอิงพื้นฐานจาก Cortex-X3) จำนวน 1 แกน สำหรับการประมวลผลศักยภาพสูงสุดที่ความเร็ว 3.2 GHz
  • แกนซีพียูระดับ Performance จำนวน 4 แกน เพื่อรองรับงานได้ปริมาณมากในคราวเดียว มีความเร็ว 2.8 GHz
  • แกนซีพียูระดับ Efficiency สำหรับประมวลผลงานที่ไม่หนักมากเพื่อลดการใช้พลังงาน มีความเร็ว 2.0 GHz

ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีหน่วยความจำแบบใหม่ ทั้งแรม LP-DDR5X (4,200 MHz) ซึ่งมีความเร็วสูงขึ้นจาก LP-DDR5 (3,200 MHz) และสตอเรจแบบ UFS 4.0 ที่มีความเร็วสูงขึ้นแทน UFS 3.1 แบบเดิม

ในส่วนของจีพียู (GPU : หน่วยประมวลผลกราฟิก) ใช้ชิป Adreno ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 55% และประหยัดพลังงานมากขึ้น 45% พร้อมรองรับเทคโนโลยี Ray Tracing สำหรับเรนเดอร์เอฟเฟกต์แสงในการเล่นเกมได้อย่างสมจริง และยังรองรับเทคโนโลยีกราฟิก Vulkan 1.3 เป็นรุ่นแรกอีกด้วย

ชิปเซตดังกล่าวยังรองรับหน้าจอความละเอียดสูงสุด QHD+ รีเฟรชเรตสูงสุด 144 Hz หรือความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 60 Hz พร้อมรองรับจอเสริมความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 60 Hz และการเขารหัสวิดีโอ AV1 ซึ่งช่วยในการสตรีมเนื้อหาสูงสุดถึง 8K ที่ 60 Fps

กล้อง

ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 ได้รับการยกระดับด้วยการรองรับเซ็นเซอร์ภาพของ Sony พร้อม Digital Overlap HDR (DOL-HDR) และเซ็นเซอร์ Samsung HP3 ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ซึ่งปรับแต่การประมวลผลร่วมกับชิปประมวลผลสัญญาณภาพ Snapdragon ISP ที่สามารถรองรับการทำงานของกล้องความละเอียด 36 ล้านพิกเซล ได้สูงสุด 3 ตัว (30 Fps) หรือกล้องความละเอียด 200 ล้านพิกเซล จำนวน 1 ตัว

ในส่วนของการบันทึกวิดีโอนั้น รองรับสูงสุดถึง 8K HDR ที่ 30 Fps, 4K ที่ 120 Fps และสโลโมชัน 720p ที่ 960 Fps พร้อมรองรับภาพแบบ HDR+ และ Dolby Vision

การเชื่อมต่อ

ชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 อัปเกรดมาใช้ชิปโมเดม Snapdragon X70 รองรับการเชื่อม 5G บนย่านความถี่ mmWave และ sub-6GHz ซึ่งมีความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 10 Gbps และอัปโหลดสูงสุด 3.5 Gbps ซึ่งรองรับการใช้ซิม 5G คู่ จำนวน 2 ซิมพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi 7 (802.11be) ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่ 5.8 Gbps, Bluetooth 5.3, ระบบ Snapdragon Sound ที่สามารถสตรีมไฟล์เพลงแบบ Lossless ที่ 48 kHz, USB 3.1 และเทคโนโลยี Quick Charge 5

AI

นอกจากนี้ยังได้การติดตั้งชิปประมวลผล Hexagon ใหม่ เพื่อใช้ AI ช่วยในการประมวลผลงานต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ช่วยในการตรวจจับส่วนต่าง ๆ ของภาพ เช่น ใบหน้า, เส้นผม, เสื้อหา และพื้นหลัง เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ภาพได้อย่างสมจริง

แบรนด์ที่จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 เร็ว ๆ นี้

Qualcomm จะส่งชิปเเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 ให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนระบบ Android ได้ติดตั้งในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่จะได้รับการเปิดตัวต่อไปในเร็ว ๆ นี้ ได้แก่

  • ASUS ROG
  • Honor
  • iQOO
  • Motorola
  • nubia
  • OnePlus
  • OPPO
  • Red Magic
  • Sharp
  • Sony
  • vivo
  • Xiaomi
  • Meizu
  • ZTE

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/snapdragon-8-gen-2-unveiled/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=snapdragon-8-gen-2-unveiled

Snapdragon 8 Gen 2 ชิปเรือธงตัวใหม่ CPU แรงขึ้น 35% ประหยัดพลังงานขึ้น 40% รองรับ Wi-Fi 7

Qualcomm เปิดตัวชิปเรือธงรุ่นใหม่ของค่าย Snapdragon 8 Gen 2 ที่ยกระดับความแรงและฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เหนือกว่ารุ่นเดิมอย่างมาก ทั้งความเร็วที่เค้าเคลมว่า CPU เร็วขึ้นถึง 35% ทั้งนี้ไม่ได้เร็วอย่างเดียว แต่ยังจะประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 40% ทำให้มือถืออยู่ได้นานจากการชาร์จ นอกจากนี้ยังยกเครื่องทั้ง GPU ที่รองรับ Ray Tracing, การเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, และตัวประมวล AI ที่ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมช่วยเรื่องการถ่ายภาพและอื่น ๆ อีกมากมาย

CPU และ GPU

คราวนี้ทางแบรนด์ก็มุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน แต่ก็ยังคงเพิ่มความแรงในการประมวลผลของชิปไปได้มากยิ่งขึ้น จากข้อมูลระบุว่าชิปตัวใหม่มีความเร็วมากขึ้น 35% โดยยังสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 40%

และถึงแม้ค่าความเร็วสัญญาณนาฬิกาภายในยังมีเท่า 8+ Gen 1 แต่ว่าแกนข้างในใช้ตัวใหม่ ใช้ Kryo Prime core (สร้างบนฐาน Cortex-X3) @ 3.2GHz (หรือ 3.1872GHz) ที่จะเป็นตัวคอยชูโรงการประมวลผลให้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนแกนอื่นรอบนี้ให้มา 4 แกน เพื่อที่จะได้ช่วยประมวลพวกงาน multi-threaded ได้มากขึ้น ซึ่งแกนเหล่านี้มีความเร็ว @ 2.8GHz ส่วนแกนที่เหลืออีก 3 แกนเป็นแกน Efficiency @ 2.0GHz

Snapdragon 8 Gen 2 รองรับความเร็ว Memory ที่สูงขึ้น อย่าง RAM LP-DDR5X ที่มีค่าบัสสูงสุด 4200MHz (เดิม LP-DDR5 @ 3,200MHz) และรองรับประเภทหน่วยความจำ UFS 4.0 (เดิม UFS 3.1)

ในเรื่องการประมวลผลภาพก็อัปเกรดให้เร็วขึ้นมาก โดยเคลมว่า GPU แรงขึ้น 25% และประหยัดไฟมากขึ้น 45%  รองรับ Vulkan 1.3 และ OpenGL ES 3.2 แถมได้นำระบบ Hardware Accelerated Ray Tracing มาใช้ ทำให้มือถือแอนดรอยด์เรือธงรุ่นใหม่ ๆ จะรองรับการประมวลแสงสี ray tracing ได้ เหลือก็แต่ผู้พัฒนาเกมว่าจะริเริ่มการพัฒนาเกมกราฟิกระดับเทพขนาดนั้นกันตอนไหน

SD 8 Gen 2 รองรับการประมวลภาพหน้าจอความละเอียดระดับ QHD+@144Hz และ 4K@60Hz และยังรองรับการเชื่อมต่อขึ้นจอนอก 4K@50 ด้วย (10-bit Rec. 2020 color gamut, HDR10+ และ Dolby Vision) นอกจากนี้ยังใส่ตัว AV1 video decoding สำหรับวิดีโอ 8K 60fps HDR ด้วย

กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ

Qualcomm ได้ระบุไว้ว่าได้มีการ optimize เซนเซอร์ Sony ที่มี Digital Overlap HDR (DOL-HDR) และเซนเซอร์ Samsung 200MP HP3 ให้ทำงานกับ Snapdragon ISP ได้อย่างราบลื่น และได้นำ 18-bit ISP มาใส่ถึง 3 ตัว ทำให้รองรับกล้อง 36MP ได้ถึง 3 ตัวพร้อมกัน (30fps)  หรือจะนำไปประมวลภาพกล้อง 200MP ได้ 1 ตัว และสามารถประมวลภาพกล้อง 108MP ได้แบบถ่ายแล้วได้ภาพเลยทันที ไม่มี Shutter Lag

สำหรับการถ่ายวิดีโอ ชิปตัวนี้รองรับการถ่ายระดับ 8K HDR@30fps และถ่ายภาพ 64MP ไปพร้อมกันได้, ถ่ายวิดีโอ 4K@120fps, และถ่าย Slow-motion 720p@960fps และยังมีความสามารถประมวล HDR ได้หลายประเภท ทั้ง HDR10+, HLG และ Dolby Vision แถมด้วยความที่ใช้ DOL sensors ทำให้จับ exposure ได้ถึง 4 ระดับในแต่ละเฟรมของวิดีโอด้วย

การเชื่อมต่อ

Snapdragon 8 Gen 2 ใช้โมเด็มตัวใหม่ Snapdragon X70 รองรับเครือข่าย 5G แบบ mmWave และ sub-6GHz มีค่า Downlink สูงสุด 10Gbps และ uplink สูงสุด 3.5Gbps (เหมือนรุ่นก่อน)

โมเด็มตัวใหม่นี้รองรับซิมคู่ Dual-SIM แบบ Dual-Active (DSDA) ที่ทำให้ใช้สองซิมได้พร้อมกันทั้งแบบ 5G+5G และ 5G+4G

นอกจากนี้ SD8 Gen 2 มีระบบ FastConnect 78000 ที่ทำให้สามารถรองรับ Wi-Fi 7 (802.11be) ที่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดตัว มีความเร็วสูงสุด 5.8Gbps (รุ่นก่อน 3.6Gbps) ซึ่งมาตรฐานใหม่นี้ช่วยลดค่า latency ด้วย (Qualcomm เรียกว่า wire-like)

โดยสามารถรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 สามารถส่ง lossless music 48kHz แถมยังมีค่า latency ต่ำลงไปถึง 48ms เหมาะสำหรับสายเกมด้วย

ส่วนการเชื่อมต่อผ่านสายก็ไม่มีอะไรมาก รองรับ USB 3.1 กับมาตรฐานการชาร์จ Quick Charge 5 ซึ่งก็คือระบบ USB-PD มาปรับอะไรนิดหน่อยแค่นั้นเอง

ตัวประมวลผล AI

ตัวประมวลผล Hexagon processor แบบใหม่นำระบบ INT4 มาใช้เป็นครั้งแรกในชิป Qualcomm ที่ทำให้ประสิทธิภาพประมวลผลต่อวัตต์แรงขึ้น 60% เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า และมีความเร็วในการประมวลมากขึ้น 4.35 เท่า ซึ่งส่วนนี้จะมาช่วยเรื่องการถ่ายภาพ เช่นสามารถตรวจจับใบหน้า เส้นผม เสื้อผ้า หรือภาพพื้นหลัง เพื่อที่จะได้จัดการแต่งภาพที่ถ่ายออกมาได้สมบูรณ์ที่สุดครับ

Qualcomm ก็ได้ประกาศมาแล้ว ว่าจะมีค่ายมือถือหลายค่ายที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 ซึ่งก็มีมี Asus ROG, Honor, iQOO, Motorola, nubia, OnePlus, Oppo, Red Magic, Sharp, Sony, vivo, Xiaomi, Meizu และ ZTE ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องใช้เจอกันแน่นอนอยู่แล้ว โดยมือถือรุ่นแรกจะออกมาก่อนสิ้นปี 2022 ครับ

 

ที่มา : qualcommgsmarena

from:https://droidsans.com/snapdragon-8-gen-2-official-launch/