คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA_GEFORCE

ประกอบคอม งบ 30000 กับ 5 สเปคเล่นเกม FPS เทรดหุ้นจอใหญ่ แคสสตรีม คอมใหม่ 2023

ประกอบคอม งบ 30000 สเปคไหนดี 5 คอมเล่นเกมจอใหญ่ ตัดต่อ แต่งภาพ คอมมือใหม่ปี 2023 อัพเกรดได้

PC Spec 30K Cov1

ประกอบคอม งบ 30000 ต่อเนื่องจากในครั้งที่แล้ว ที่เราได้จัดสเปคคอม 20000 บาทให้ไป หลายคนอยากจะขยับช่วงราคา ไม่ให้อึดอัดเกินไป และในช่วงนี้ต้องถือว่าฟินสุดๆ เพราะอุปกรณ์หลายอย่างลดราคาลงมาถล่มกันท้ายปี เป็นโอกาสดีที่คอเกม จะอัพเกรดหรือประกอบคอมใหม่ เตรียมเล่นในปี 2023 ในครั้งนี้เรามีไอเดียสเปคคอมสำหรับเกมเมอร์ที่จะเริ่มต้นกับการเล่นเกม 5 สเปค สำหรับเป็นคอมเครื่องแรก ในการเล่นเกมใหม่ๆ บนจอขนาดใหญ่ อัพเกรดได้ โดยมีซีพียูตัวแรงอย่าง Intel Core i5 หรือ AMD Ryzen 5 หรือ Ryzen 7 มาพร้อมการ์ดจอตัวแรง อย่าง GeForce RTX หรือ Radeon RX 6000 series ที่ช่วยให้การเล่นไหลลื่นมากขึ้น และเลือกให้อัพเกรดได้ ใครที่มีงบประมาณอยู่ราวๆ นี้ จะสามารถประกอบคอมเล่นเกมได้อย่างสนุกต้อนรับปีใหม่กันได้เลย

ประกอบคอม งบ 30000 สเปคไหนดี 5 เล่นเกมจอใหญ่


Spec 1 – AMD Ryzen 7 7600X

ประกอบคอม งบ 30000

เริ่มกับสเปคแรกนี้ ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท ขอบอกก่อนว่าเซ็ตนี้เหมาะกับคนที่ต้องการไปต่อได้ เก็บเงินสำหรับซื้อการ์ดจอมาเพิ่มในอนาคต และยังได้สเปคใหม่ล่าสุด และแรงพอสำหรับการทำงานในด้านต่างๆ ด้วยการใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X ที่ราคาหมื่นต้นๆ ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่ ให้ประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่างๆ ได้ดี เพราะมาพร้อมการทำงานแบบ 6 core/ 12 thread เข้าคู่กับแรม DDR5 5200 ซึ่งช่วยให้แบนด์วิทธิ์กว้างขึ้น ระบบสามารถประมวลผลได้รวดเร็ว โดยสามารถอัพเกรดเพิ่มได้บนเมนบอร์ด B650 ที่ถือว่าเป็นชิปเซ็ตตัวรอง แต่สนับสนุนการปรับแต่งได้อย่างสนุก เช่นเดียวกับ SSD ที่เตรียมไว้ให้ 500GB บนอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ที่ให้ความเร็วได้มากกว่า 3,000MB/s (Read) ซึ่งช่วยให้การเปิดไฟล์ เปิดโปรแกรม เข้าเกม หรือโอนถ่ายข้อมูลได้ไหลลื่น และคุณยังอัพเกรดเป็น SSD PCIe 5.0 ที่มีความเร็วสูงได้ในอนาคตอีกด้วย

Advertisementavw

แม้ว่าจะไม่ได้มีการ์ดจอแยกมาให้ในชุดนี้ เพราะเตรียมเอาไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากจะเน้นการทำงานเป็นหลัก หรือยังไม่มีการ์ดจอที่เป็นตัวเลือกที่ถูกใจเวลานี้ หรืออาจจะรอการ์ดจอตัวกลางๆ อย่าง GeForce RTX4060/ RTX4070 รุ่นใหม่ หรือจะเป็น Radeon RX7000 series รุ่นเรือธงออกสู่ตลาดในราคาที่เหมาะสม โดยการ์ดจอที่ว่ามานี้ ราคาเริ่มตั้งแต่หมื่นกลางๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ก็จะได้ลุ้นใช้งานกัน แต่คุณยังสามารถใชกราฟิก Radeon Graphic ที่อยู่บนซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นนี้ได้ด้วย ซึ่งเราได้เคยทดสอบให้ได้ชมกันไปแล้วในการประกอบคอม AMD Ryzen 7600X โดยผลที่ได้กับการเล่นบน DOTA2 นั้นไหลลื่นสบายตา ในโหมด Medium หรือ Fastest และ Resident Evil Village ก็ไม่ธรรมดาว่ากันที่ 35-40fps. โดยเฉลี่ยกับการตั้งค่าแบบกลางๆ อีกด้วย ใครวางแผนรอการ์ดจอรุ่นใหม่ สเปคนี้ได้ของสดใหม่ยกชุด

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 7600X


Spec 2 – AMD Ryzen 5 + RX6700XT

ประกอบคอม งบ 30000

แต่ถ้าคุณไม่ชอบการรอ อยากได้แบบเล่นเกมจัดเต็ม Full-HD เล่นได้ระดับ 80-100fps. หรือจะเล่นบนจอใหญ่ 2K แล้วไหลลื่น เป็นแฟนเกม Call of Duty: warzone 2, Resident Evil, Dying Light หรือ GTA ก็จัดมาให้เป็น AMD Ryzen 5 5500 อาจจะเป็นน้องกลาง ที่ค่อนไปทางเล็ก แต่สเปคไม่ธรรดา จะว่าไปก็สามารถรีดประสิทธิภาพจากการ์ดจอแรงๆ ได้ดีพอตัว กับการทำงาน 6 core/ 12 thread บูสท์ได้สูงถึง 4.2GHz และมีแรม Kingston DDR4 3200 ใส่มาให้ 16GB เพื่อให้สอดคล้องกับการเล่นเกม ที่โดดเด่นกว่าน้องเล็กในระดับเดียวกัน เพราะนอกจากจะให้ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ รองรับ Ryzen 7 ได้แล้ว ยังมีสล็อตแรมมาให้ถึง 4 สล็อต มีงบเมื่อไร ก็อัพเพิ่มได้อีกสบายๆ พร้อมสล็อต M.2 ที่รองรับ PCIe 4.0 เราเตรียมเอาไว้ให้ 500GB หากจะอัพเกรด ก็เปลี่ยนตัวเดิมได้เลยทันที แม้จะไม่ได้มีแสงสีจัดจ้าน แต่เรื่องการสนับสนุนไว้ใจได้

และจุดสำคัญคือ การใส่การ์ดจอตัวเทพ ราคาเบาๆ มาให้อย่าง Radeon RX6700XT ที่เวลานี้ ราคาหล่น จนน่าจับจอง อย่างในงาน Commart ที่ผ่านมา ราคาแค่หมื่นนิดๆ เท่านั้น ใครโชคดีได้นาทีทอง ก็เหลือประมาณหมื่นบาท สามารถเล่นเกมโหดๆ ระดับ AAA ได้ไม่ยาก จากเกมที่ว่ามาด้านบน คุณสามารถปรับในโหมด High Detail ได้เลย บางเกมรองรับ FSR ก็ยิ่งทำให้ไหลลื่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังอัพเกรดเพิ่มได้อีกหน่อย เพราะเพาเวอร์ที่จัดมาให้ 750W 80+ และเคสสวยๆ ออกแบบแสงไฟตามใจชอบได้เลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 + RX6700XT


Spec 3 – AMD Ryzen 5 + RTX3060Ti

ประกอบคอม งบ 30000

มากันที่สเปคที่ 3 กับประกอบคอม งบ 30000 ซึ่งสเปคนี้ อาจจะเกินงบประมาณอยู่บ้าง แต่ก็จัดมาแบบครบๆ เอาใจคนที่ชอบความแรงขึ้นอีกระดับ เพราะให้เป็น AMD Ryzen 5 5600 ที่ขยับความแรงขึ้นมาอีกขั้น ได้ซีพียู 6 core/ 12 thread แต่เพิ่มความเร็วในการบูสท์ได้มากกว่า เหมาะกับการเล่นเกมในระดับ 1-4 core ที่ซีพียูสามารถดันการ์ดจอตัวแรงๆ ได้ดียิ่งขึ้น หรือใครงบประมาณสูงในอนาคต อยากจะขยับไป RTX3070/ RTX3080 หรือจะเป็น Radeon RX6800 ก็ยังไหว และงานนี้เราก็ใส่เป็น GeForce RTX3060Ti มาให้ เอาใจคอเกมในทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Action สไตล์มุมมองบุคคลที่สาม หรือจะเป็นเกม Racing ที่เน้นการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ชอบเล่นกับจอยพวงมาลัย ก็ยังสนุก โดยเฉพาะแนวขับรถแข่ง โดยให้แรม DDR4 16GB บนเมนบอร์ดชิปเซ็ต B550 จาก MSI

ส่วน SSD ที่ให้มาเป็น M.2 PCIe 4.0 x4 ความเร็วระดับ 3,300MB/s Read ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ติดตั้งเกมได้ 2-3 เกมใหญ่ เล่นได้อย่างจุใจ แต่ถ้าต้องการจะอัพเกรด ก็สามารถเปลี่ยนที่เป็นความจุได้ ไม่ว่าจะเป็นแรม หรือ SSD ก็ตาม หรือถ้าใช้งานเป็นหลัก ยังมีพอร์ต SATA III ให้ได้ใช้ สำรองข้อมูลหรือย้ายเกมไปไว้ก็ยังเรียกใช้ได้สะดวก เพาเวอร์ระดับ 650W ที่จัดการชุดนี้ได้อยู่หมัดและเคสพัดลม ARGB สวยๆ มาให้ ใครที่รู้สึกว่าอยากได้เมนบอร์ดตัวใหญ่ ใส่แรมเพิ่มได้อีก อาจเพิ่มอีกประมาณพันบาท ก็มี MSI B550-Pro ที่เป็นบอร์ด ATX ตัวใหญ่ อัพเกรดเพิ่มได้อีกหลายอย่างเลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 + RTX3060Ti


Spec 4 – Intel Core i5 + RTX3060Ti

ประกอบคอม งบ 30000

สำหรับสเปคที่ 4 ในการประกอบคอม งบ 30000 บาทนี้ ขยับเพิ่มมาที่ 34,000 บาท แต่ได้สเปคที่น่าสนใจ เอาใจคนที่เล่นเกมหนัก ลงโปรแกรมเยอะ และต้องการขยับขยายการทำงานได้พอสมควร เริ่มจากซีพียู Intel Core i5 12400F รุ่นพิมพ์นิยม ทำงานแบบ 6 core (Core-P) และ 12 thread สามารถรีดประสิทธิภาพจากการ์ดจอรุ่นกลางๆ พี่รองอย่าง GeForce RTX3070 หรือจะเป็น RX6700XT ได้ไม่ยาก แต่หลักๆ สเปคนี้ เน้นที่การเล่นเกม เฟรมเรตสูง โดยมีการ์ดจอ GeForce RTX3060Ti ที่เอาใจคอเกมในสไตล์ต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Action FPS, MOBA, RTS หรือเกมแนว Racing จัดมาได้แบบเต็มที่ และมีแรมระบบมาให้เป็น DDR4 3200 16GB รวมถึงใส่ SSD M.2 NVMe PCIe จากทาง WD SN350 แม้จะเป็นแบบ PCIe 3.0 x4 แต่ก็ให้ความจุมาถึง 1TB ใส่เกมกันได้อย่างสนุก โดยมีเพาเวอร์จากทาง Corsair 750W ให้มีช่องว่างในการอัพเกรดได้ และเคสสวยใส พัดลมแสงไฟ RGB จัดมาให้เต็ม จากทาง AeroCool ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งการทำงาน เล่นเกม Full-HD 1080p รวมถึงการวีดีโอสตรีมมิ่ง 4K กันแบบลื่นๆ แต่ถ้าในอนาคตจะใช้ในการแคสสตรีม อยากให้เพิ่มเป็น Intel Core i7 และแรมเป็น 32GB เท่านี้ก็ไหลลื่นมากขึ้นแล้ว

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: Intel Core i5 + RTX3060Ti


Spec 5 – Intel Core i5 + RX6650XT

ประกอบคอม งบ 30000

มาที่เซ็ตที่ 5 ราคาอาจจะดูดุไปบ้าง แต่อยากให้ดูที่สเปคหลักที่เราจัดให้มา ไม่ใช่แค่เพียงเน้นการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรองรับการอัพเกรดอีกด้วย แม้จะเป็น Intel Core i5 แบบเซ็ตที่ 4 แต่ด้วยความเป็นซีพียูรุ่นที่แรงกว่าของ Core i5-12500 ทั้งความเร็ว Base clock และ Boost clock ก็มีส่วนทำให้การเล่นเกม และการรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอได้ดีขึ้น จับคู่มากับเมนบอร์ด Intel B660 รุ่นใหม่ จากทาง ASRock ซึ่งให้สล็อตแรมมาถึง 4 สล็อต อัพเกรดเพิ่มเติมจากเดิมที่ใส่มา DDR4 16GB เมื่อคุณพร้อมเมื่อไร หรือยากจะให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น ก็อัพเกรดบนสล็อตที่เหลือได้ โดยมี SSD M.2 PCIe 3.0 x4 ความเร็วประมาณ 2,200MB/s Read มาใช้งาน ความจุประมาณ 500GB ติดตั้งเกม 2-3 เกมได้ไม่ยาก แต่ถ้าคุณมีงบประมาณในภายหลัง ยังมีสล็อต M.2 เหลือให้อีก 1 ช่อง แต่แนะนำให้ซื้อเป็น SSD M.2 PCIe 4.0 มาเป็นตัวหลัก เพราะคุณจะได้ศักยภาพในการจัดการไฟล์ โอนถ่ายข้อมูล เข้าสู่เกม เปิดโปรแกรมได้แบบลื่นๆ อีกด้วย

ส่วนการ์ดจอเมื่อเซ็ตประกอบคอม งบ 30000 ราคานี้มาให้ ก็แทบจะไม่ต้องกั๊ก เพราะตัวคุ้มยังอยู่ที่ Radeon RX6700XT ที่ดีกรีความแรงไม่เป็นรองคู่แข่ง แต่ทำราคาได้เร้าใจ เรียกว่าเกมไหนๆ ก็ใส่ได้แบบหมดปลอก Action, Racing หรือจะเน้นเป็นแนว Openworld เปิดแมปกันสนุก จะเป็น Call of Duty: warzone 2, Resident Evil, Forza Horizon 5 หรือจะแนว Red Dead Redemption จัดมาให้ทุกภาค เล่นแบบ 1080p ก็ไหลลื่น หรือจะเป็น 2K บนจอ 27″ ก็ยังน่าสนใจ โดยมีเพาเวอร์จาก Zalman 700W และเคสสุดล้ำจาก Thermaltake มาอีกด้วย ถ้าเน้นเล่นเป็นหลัก พักน้อยก็แนะนำเลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: Intel Core i5 + RX6700XT


Conclusion

ประกอบคอม งบ 30000
ประกอบคอม งบ 30000 Spec 1 Spec 2 Spec 3 Spec 4 Spec 5
ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X AMD Ryzen 5 5500 AMD Ryzen 5 5600 Intel Core i5-12400F Intel Core i5-12500
เมนบอร์ด MSI B650 ASUS A520 MSI B550 MSI H610 ASRock B660
แรม DDR5 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB
SSD M.2 500GB M.2 500GB M.2 500GB M.2 1TB M.2 500GB
กราฟิกการ์ด Radeon Graphic RX6700XT RTX3060Ti RTX3060Ti RX6700XT
เพาเวอร์ซัพพลาย 750W 80+ White 750W 80+ Bronze 650W 80+ Bronze 750W 80+ Bronze 700W 80+ White
เคส Tsunami Deepspace AeroCool Glider Cosmo Tsunami Deepspace AeroCool Quantum Mesh Tt Versa T27
ราคา 30,730 31,500 33,040 34,250 35,990

จัดมาให้แล้วครับ สำหรับคนที่ถามเรื่องสเปคประกอบคอม งบ 30000 บาท ราคานี้ย้ำว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นของ Banana และ Advice จากระบบจัดสเปคของ Notebookspec นี้เองครับ และถ้าคุณต้องการจะปรับแต่งในส่วนใด สามารถคลิ๊กเข้าไปในลิงก์ที่อยู่ด้านใต้ของแต่ละสเปคกันได้เลย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้นครับ หากคุณมีงบประมาณมากกว่านี้ หรือมีไอเดียที่จะแชร์ให้กับเพื่อนๆ ในการเลือกฮาร์ดแวร์ ก็สามารถอัพเดตกันได้เลยในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ และสำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกคอมสเปคไหนดี และอยากให้เราแนะนำกัน ก็ใส่ข้อมูลสเปค การใช้งานที่คุณต้องการเอาไว้ได้ เพื่อที่จะให้ทางทีมงานหรือเพื่อนๆ มาให้ข้อแนะนำกันได้เลยครับ


PC Spec 20000 Cov1

จัดสเปคคอม งบ 20000 แต่งภาพ เล่นเกมลื่น การ์ดจอ RTX เกมเมอร์อัพเกรดเพิ่มได้

from:https://notebookspec.com/web/677388-5-pc-spec-30000-game-2022

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 รุ่นใหม่ AM5 ไม่มีการ์ดจอ แต่เล่นเกมได้ ทำตามขั้นตอนกันได้เลย

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 ทำเองได้ ไม่กี่ขั้นตอน พร้อมปรับแต่ง AMD EXPO การ์ดจอไม่มี ก็เล่นเกมได้

มือใหม่

มือใหม่ประกอบคอม วันนี้เรามาประกอบเซ็ตคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่กันดีกว่า เรามาเอาใจสาวกค่ายแดงอย่าง AMD กันบ้าง ด้วยการประกอบคอม AMD Ryzen 7000 บนซ็อกเก็ต AM5 รุ่นใหม่ล่าสุด ให้ดูกันไปครับว่าจะต่างจากซ็อกเก็ต AM4 แบบเดิมอย่างไร รวมถึงวันนี้จะตอบคำถามที่หลายคนคาใจ เรื่องกราฟิกที่อยู่ในตัวซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ จะสามารถเล่นเกมได้ดีเพียงใดถ้าไม่ได้ใช้กราฟิกการ์ดแยก และที่สำคัญครั้งนี้เราได้เมนบอร์ดที่สนับสนุน AMD EXPO ในการปรับโพรไฟล์แรมเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย รวมถึงแรมที่เราได้มาเป็น Kingston FURY BEAST DDR5 6000 ก็จะได้ลองใช้ AMD EXPO ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแนะนำการตั้งค่าเบื้องต้นในการเพิ่มความเร็วแรมแบบง่ายๆ ไปจนถึงการทดสอบความเร็ว ให้เห็นความแตกต่างๆ ระหว่างความเร็วแรมพื้นฐาน และหลังจากที่ตั้งเป็น AMD EXPO แล้ว


ประกอบคอม AMD Ryzen 5 7600X


อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบ

  • ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X
  • เมนบอร์ด ASUS ROG CROSSHAIR X670E HERO
  • แรม Kingston FURY Beast DDR5 32GB EXPO
  • SSD 1TB PCIe 4.0
  • กราฟิก Radeon Graphic
  • เพาเวอร์ซัพพลาย DEEPCOOL DQ850-M-V2L
  • เคส DEEPCOOL CL500

อุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องมีหลักๆ ประกอบไปด้วย

Advertisementavw
มือใหม่
  • ไขควง 4 แฉก เป็นไปได้ขอเป็นแบบแม่เหล็ก จะช่วยป้องกันทำน็อตหล่นลงไปในเคสได้ดีทีเดียว
  • ซิลิโคนช่วยนำพาความร้อนให้ซีพียู เลือกตามความเหมาะสม และงบประมาณ หรือจะใช้ที่มากับฮีตซิงก์ก็ได้
  • สายรัด เคเบิลไทร์หรือสายจัดเก็บสายไฟ
  • บรรดาน็อตขนาดต่างๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เมนบอร์ด การ์ดจอ พัดลมเป็นต้น

อุปกรณ์ที่ใช้

มือใหม่

ซีพียู: AMD Ryzen 5 7600X เป็นน้องรอง ที่เป็นซีพียูในระดับ 5nm ใหม่ล่าสุด บนแพลตฟอร์ม AM5 ซ็อกเก็ต 1718 ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread ความเร็ว Boost สูงสุดที่ 5.3GHz มีรหัส X ต่อท้าย ซึ่งหมายถึง การปลดล็อค เพื่อโอเวอร์คล็อก บนเมนบอร์ดชิปเซ็ต AMD X670, X670E, B650 series เป็นหลัก รองรับแรม DDR5 และ AMD EXPO มีกราฟิกมาในตัว สนนราคาเวลานี้ราวๆ 12,500 บาท

มือใหม่

เมนบอร์ด: เรียกว่าตัวท็อปอีกรุ่นหนึ่งของ ASUS ก็ว่าได้ เพราะใช้ชิปเซ็ต X670E ที่จะพิเศษกว่ารุ่นพื้นฐานทั่วไปตรงที่ รองรับ PCIe 5.0 ได้ทั้งกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ และ SSD M.2 NVMe PCIe 5.0 ที่กำลังจะออกมาในอนาคต เมนบอร์ดนี้จากทาง ASUS ในรุ่น ROG CROSSHAIR X670E HERO

จุดเด่นที่มาพร้อมกับซีรีส์ของ ROG รุ่นนี้ก็คือ ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 18+2 phase รองรับการโอเวอร์คล็อก ทั้งซีพียูและแรม ที่ทำได้สูงสุด DDR5 6400MHz สนับสนุน PCIe 5.0 พร้อมชุดระบายความร้อนในจุดต่างๆ แสงไฟ RGB และมีพอร์ต USB 4 ในแบบ Type-C มาให้ใช้อีกด้วย การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 6E เรียกว่าออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ตัวจริงโดยเฉพาะ

มือใหม่

RAM: เป็นแรมรุ่นใหม่จากทาง Kingston FURY Beast DDR5 32GB เป็นแบบ 16GB x2 ผมว่าเป็นแรมที่น่าสนใจอย่างมาก หากเทียบกับ แรม DDR5 6000 ในท้องตลาดเวลานี้ เพราะราคาใกล้เคียงกับ DDR5 5200 บนความจุเดียวกันหลายรุ่น แต่เร็วกว่า และยังรองรับ AMD EXPO ในการปรับเพิ่มความเร็วแรมได้ง่ายๆ ด้วยโพรไฟล์โอเวอร์คล็อกที่ทาง AMD พัฒนาขึ้นมา ผู้ใช้ไม่ต้องไปเซ็ตค่าเองให้วุ่นวายอีกด้วย

SSD: เป็นแบบ M.2 NVMe PCIe ตรงนี้คุณเลือกได้นะ ว่าจะใช้แบบ PCIe 3.0/ 4.0 ไปก่อน เอาของเดิมที่มีอยู่ แล้วรอ SSD PCIe 5.0 ออกมา แล้วซื้อมาติดตั้งในภายหลัง หรือถ้าคุณมี SSD ในแบบ SATA ก็อาจจะเอามาใช้ก่อนได้

กราฟิกการ์ด: ครั้งนี้เราเน้นที่ขั้นตอนการประกอบ ไม่ได้เน้นที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ แต่อยากจะให้เห็นความสามารถของ Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นนี้ ที่เค้าใส่กราฟิกมาให้ใช้งานกันแล้ว แต่ก็จะติดตั้งกราฟิกการ์ดให้ดูเป็นแนวทาง สำหรับเพื่อนๆ ที่จะประกอบคอมด้วยครับ

มือใหม่

เพาเวอร์ซัพพลาย: DEEPCOOL DQ850-M-V2L เป็นเพาเวอร์ระดับ 850W และมี 80+ Gold การันตี เรื่องของการจ่ายไฟคุ้มค่า มาพร้อมสายถอดได้ทั้งหมด พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ หัวต่อมีให้แบบครบครัน ในราคาสบายกระเป๋า แต่แนะนำว่าหากคุณจะใช้กับการ์ดจอ RTX4000 series รุ่นใหม่ แนะนำรุ่น 1000W ขึ้นไปและ อาจจะต้องหาตัวแปลง PCIe 5.0 มาใช้ ในกรณีที่ไม่เป็นรุ่นที่มี 12VHPWR มาให้ครับ


เตรียมพื้นที่ภายในเคส

มือใหม่
  1. เคสที่ใช้วันนี้จาก DEEPCOOL CL500 ชอบตรง ถอด แกะ ส่วนต่างๆ ออกมาได้หมด
  2. ภายในกว้าง ติดตั้งง่าย ใส่ชุดน้ำสะดวก รองรับการ์ดจอขนาดใหญ่
  3. ถอดฝาทุกด้านออก
  4. เช็คน็อตหรือหมุดรองเมนบอร์ดให้ครบ
  5. จัดสายต่างๆ เอาไว้ด้านหลัง

ติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย

มือใหม่
  1. จะติดตั้งก่อนหรือหลังวางเมนบอร์ดก็ได้
  2. จะวางคว่ำหรือหงาย ให้ดูด้านบนตัวเคส หากมีช่องระบายอากาศ หันพัดลมขึ้น ช่วยดูดลมร้อน แต่ถ้าปิดทึบ หันแบบใดก็ได้
  3. หากเป็นแบบถอดสายได้ อย่าลืมต่อสายให้ครบก่อน จะต้องใช้อะไร ติดตั้งแล้ว ใส่เพิ่มลำบาก
  4. สายเพาเวอร์ 24-pins, 8-pins CPU, 6+2 pins VGA, SATA power, Molex สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ
  5. ไขให้แน่น แล้วลองลากสายไปยังจุดที่จะต่อในส่วนต่างๆ เพื่อเช็คระยะ
  6. เตรียมวางเมนบอร์ด

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ หรือไม่ถนัดกับการจัดการสิ่งต่างๆ ภายในเคส เบื้องต้นผมอาจะให้ติดตั้งซีพียู และชุดระบายความร้อนบนเมนบอร์ดข้างนอก ก่อนจะนำเมนบอร์ดลงในเคสอีกที แต่ถ้ามองว่าไม่จำเป็น ก็เอาเมนบอร์ดลงเคสไปก่อนได้เลยครับ


ติดตั้งซีพียู

มือใหม่

การติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7000 series บน AM5 ไม่ได้ซับซ้อนมากมากนัก จุดสังเกต การติดตั้งซีพียู AMD AM5 ด้วยกระดองที่ออกแบบมาใหม่ ไม่ได้มี Pin อยู่บนซีพียูแล้ว รวมถึงการปรับเลย์เอาท์การออกแบบใหม่ จึงเกิดมาเป็นกระดองหรือหน้าสัมผัสแปลกๆ แบบนี้ การจับและการวางลงบนซ็อกเก็ต อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม

  1. ซีพียู AMD “X” series จะไม่มีฮีตซิงก์มาให้ เพื่อให้คุณมีทางเลือกในชุดระบายความร้อนได้ตามใจ
  2. ทางเลือกในการใช้งาน ใช้ซิงก์ AM4 รุ่นเก่าก็ได้ หรือจะใช้ฮีตซิงก์ซื้อแยกก็ได้เช่นกัน
  3. แกะซีพียูออกจากกล่องด้วยความระวังครับ หน้ากล่องเค้าจะเป็นแบบนี้เลย กล่องบางแบบนี้ ไม่มีฮีตซิงก์นะครับ
  4. เมื่อพร้อมแล้ว ติดตั้งซีพียูลงบนเมนบอร์ดได้เลย
  5. สังเกตง่ายๆ หากเราวางเมนบอร์ดแนวตั้ง ก็วางแนวของตัวอักษรของซีพียูเป็นแนวตั้ง
  6. หรือสังเกตบากบนซีพียูกับซ็อกเก็ต จะตรงกัน ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีต ที่ต้องดูตามลูกศร

วางซีพียูลงบนเมนบอร์ด

มือใหม่
  1. งัดกระเดื่องหรือสลัก ขึ้นมาได้เลยครับ  วิธีคือ กดตัวล็อคลงไป แล้วดันออกทางด้านข้าง
  2. ยังไม่ต้องเอาฝาครอบซ็อกเก็ตออกครับ เพื่อความปลอดภัยต่อพินภายใน
  3. จากนั้นวางซีพียูลงไปตรงๆ ให้ดูบากให้ตรงกันครับ ที่สำคัญจับซีพียูแน่นๆ ถ้ารู้สึกมือลื่นให้ไปล้างมือ แล้วเช็ดให้แห้งครับ
  4. เมื่อวางลงไปแล้ว ดันฝาครอบลงไปช้าๆ จากนั้นฝาปิดจะหลุดออก แล้วกดตัวล็อคให้แน่น เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น

ติดตั้งฮีตซิงก์

มือใหม่

ยังไม่จบแค่นี้ครับ เรามาได้ประมาณ 30% แล้ว เรามาใส่ฮีตซิงก์กัน การติดตั้งฮีตซิงก์ AMD แจ้งว่าคุณสามารถใช้ฮีตซิงก์เดิมที่เป็น AM4 ได้ รวมถึงฮีตซิงก์แบบที่คุณซื้อแยกมาใช้ได้ แต่ครับ แต่… ย้ำแบบนี้ คุณจะยังไม่สามารถใช้ฮีตซิงก์ที่จะต้องเปลี่ยน Backplate ด้านหลังได้ตอนนี้นะครับ เพราะ AMD ออกแบบมาให้ Backplate เป็นชิ้นเดียวกับซ็อกเก็ตเลย ดังนั้นคุณอาจจะต้องเช็คตรงนี้ด้วย หากคุณมีฮีตซิงก์ตัวโปรดของคุณอยู่

ตัวอย่างเช่น ที่ผมใช้ DEEPCOOL GAMMAXX 400XT รุ่นนี้ เพราะเปลี่ยนแค่ตัวล็อคบนขาฮีตซิงก์เท่านั้น และใช้ตัวล็อคเดิมบนเมนบอร์ดได้เลย หรือจะลองกับฮีตซิงก์ตัวเดิมที่เป็น AM4 ก็ได้นะครับ วางได้เหมือนกัน มาวางฮีตซิงก์กัน

มือใหม่
  1. แต่ก่อนอื่น ทาซิลิโคนก่อนครับ เลือกตามสะดวกครับ แตะ ป้าย ทา ถู ขอแค่ฮีตซิงก์แปะหน้าสัมผัส แล้วกระจายให้ทั่ว เพื่อการนำพาความร้อนที่ดี ใช้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องถึงขนาดหนาเตอะ มือใหม่ต้องระวังครับ เพราะอาจจะหกเลอะไปด้านนอกได้
  2. ถ้าฮีตซิงก์หรือปั้มน้ำ มีพลาสติกปิดกันรอย ดึงออกด้วยครับ ไม่อย่างนั้นอาจร้อนจนดับได้
  3. หันทิศทางของพัดลมให้เหมาะครับ รูปแบบปกติคือ พัดลมเป่าผ่านฮีตซิงก์ ให้ลมเย็น ผ่านซิงก์ ไปยังด้านหลัง และมีพัดลมดูดออกทางด้านหลัง
  4. อย่าลืมต่อสายไฟพัดลมให้เรียบร้อย
  5. ส่วนถ้าเป็นชุดน้ำปิด หรือ AIO และมีไฟพัดลม RGB ด้วย ให้เช็คครับว่า ต้องต่อเข้ากับจุดไหนบ้าง เพราะบางรุ่นมาพร้อม Fan hub หรือบางรุ่นก็มีชุดสายพ่วงมาให้ ต่อให้ครบ จะได้เย็นด้วย สวยด้วยครับ
มือใหม่

ติดตั้งแรม

มือใหม่

มาติดตั้งแรมกันครับ บนเมนบอร์ดโดยพื้นฐาน ถ้าเราเห็นเมนบอร์ดชิปเซ็ตกลางๆ ถึงรุ่นประหยัด จะมีแรมให้ 2 สล็อต ส่วนถ้าเป็นชิปเซ็ตรุ่นท็อป มักจะมีให้ 4 สล็อตแรม อย่างเช่น X670E รุ่นนี้ วิธีการติดตั้งให้เริ่มแบบนี้ครับ มือใหม่ทำตามได้เลย

  1. หากเป็นแรม 2 สล็อต ส่วนใหญ่เริ่มจากแถวไหนก็ได้ แต่มักจะติดตั้งกันที่สล็อตแรก
  2. ส่วนถ้ามีแรม 4 สล็อต เช่นเดียวกับเมนบอร์ดนี้ เค้าจะนับแบบนี้ครับ A1, A2, B1 และ B2
  3. ผู้ผลิตแนะนำให้เริ่มที่สล็อต A2 ตามด้วย B2 หรือตามความเข้าใจของหลายคนคือ สล็อตที่ 2 และสล็อตที่ 4 นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะ ส่วนหนึ่งคุณจะให้ระบบทำงานแบบ Dual-channel ได้ในการติดตั้งแบบนี้ รวมถึงการเปิดใช้ XMP ในกรณีที่ใช้ในระบบ Intel อีกด้วย
  4. แต่ถ้าคุณมีแรม 4 แถว อยากใส่ให้ครบก็ได้ ใส่เต็มได้ทุกแถวครับ จะต่างความจุก็ใช้ได้เช่นกัน ส่วนผลที่ออกมา ก็ขึ้นอยู่กับสเปคของแรมด้วย

ติดตั้ง SSD

มือใหม่
  1. เมนบอร์ดรุ่นนี้มีสล็อต M.2 มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกันครับ M1_1 และ M2_2 เป็น PCIe 5.0 ส่วน M2_3 และ M2_4 เป็น PCIe 4.0
  2. สำหรับคนที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ และต้องการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ หรือสมมติว่ามี SSD PCIe 5.0 แล้ว แนะนำ ติดตั้งสล็อตด้านบน ใกล้กับสล็อต PCIe x16 นี้ หรือสล็อตด้านล่าง
  3. ส่วนอีก 2 สล็อตจะเป็น PCIe 4.0
  4. เวลาติดตั้ง มือใหม่ให้ดูบากบนโมดูล M.2 และสล็อตเป็นหลัก ให้เสียบลงไปเฉียงๆ แบบนี้ แล้วปิดฮีตซิงก์ได้เลย
  5. บางรุ่นจะมีตัวล็อคโมดูลมาให้ก่อน จากนั้นค่อยวางฮีตซิงก์
  6. แต่บางรุ่นก็จะไม่มีฮีตซิงก์ให้ จะหามาเพิ่มเติมเองก็ได้เช่นกัน
  7. ส่วนถ้ามี SSD หรือฮาร์ดดิสก์ในแบบ SATA อย่าลืม ต่อสายสัญญาณ และสายเพาเวอร์เข้าไปด้วย หน้าตาเป็นแบบนี้
มือใหม่

ถ้าจะถามว่าความจุ SSD เท่าไรถึงจะพอ เอาแบบนี้ครับ ง่ายๆ

  • มือใหม่ใช้งานทั่วไป ไม่มีข้อมูลมาก ท่องเน็ต ดูเว็บเป็นหลัก 240-256GB ก็พอ
  • ทำงาน มีข้อมูล ลงโปรแกรมขนาดใหญ่บ้าง วางไว้ที่ 480GB ขึ้นไป
  • เล่นเกมเป็นหลัก ทำงานด้านภาพ วีดีโอ ให้เริ่มที่ 1TB เพราะลงโปรแกรม กับเกมได้เยอะ

วางเมนบอร์ดลงในเคส

มือใหม่
  1. หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้เวลานำเมนบอร์ดลงไปในเคส
  2. เช็คหมุดตัวรองเมนบอร์ดให้ครบ ขาดอันไหน ใส่เพิ่ม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการประกอบค็
  3. ใส่ฝาปิดด้านหลัง หรือ IO shield ลงไปก่อน แต่ถ้าเป็นแบบ Pre-Install ก็ขยับให้ตรงด้านหลังกับหมุดรองบอร์ด
  4. ไขน็อตยึดเข้าไป เป็นไปได้ยึดให้ครบทุกจุด น็อตที่ใช้เป็นแบบเกลียวละเอียด
  5. แนะนำว่าให้ใช้ไขควงที่เป็นแม่เหล็ก เพื่อป้องกันน็อตหล่นลงบอร์ด

ติดตั้งการ์ดจอ

มือใหม่

ในการประกอบคอมมือใหม่ครั้งนี้เราตั้งใจว่าจะใช้กราฟิกออนบอร์ด บนซีพียู AMD มาทดสอบให้ได้ชมความสามารถกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ AMD ใส่กราฟิกลงบนซีพียู X series นอกเหนือจาก G series แต่ก็นำการ์ดจอแยก มาประกอบให้ได้ดูกัน จะได้ครบทุกองค์ประกอบนั่นเอง

  1. ให้เช็คพื้นที่ในการติดตั้งภายในเคสให้ดี ว่ามีความยาวมากพอ หรือมีสิ่งใดติดขัดหรือไม่
  2. เริ่มติดตั้งที่สล็อตหลักที่เป็นสล็อตแรก ใกล้กับซ็อกเก็ตของซีพียู เพราะจะเป็นสล็อตที่รองรับความเร็วมาตรฐานล่าสุดเอาไว้ อย่างเช่น PCIe 4.0 หรือ PCIe 5.0
  3. ให้ถอดฝาปิดตรงสล็อตด้านหลังเคสออก ส่วนใหญ่ 2 หรือ 3 ชิ้น
  4. เสียบการ์ดลงไปที่สล็อตตรงๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงคลิ๊ก เมื่อตัวล็อคทำงาน
  5. เมื่อมั่นใจว่าแน่นดีแล้ว ให้ไขน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่นหนา
  6. จากนั้นต่อสายไฟ ตามรูปแบบของ Power connector บนตัวการ์ด

ต่อสายไฟและสายสัญญาณ

มือใหม่
  1. สายไฟ 24-pins จ่ายไฟหลักต่อบนเมนบอร์ด
  2. สายไฟ 8-pins จ่ายไฟซีพียู มีอยู่ 2 ชุด ใช้งานทั่วไป ต่ออันเดียว ใช้ซีพียูแรงๆ และ OC ด้วย ต่อ 2 ชุด
  3. สายไฟ 6+2 pins ต่อการ์ดจอ แต่ถ้าเป็นการ์ดรุ่นใหม่ ต้องใช้หัวต่อ PCIe 5.0 หรือใช้ตัวแปลง
  4. สาย HD Audio ต่อ Sound บน Front panel
  5. สาย USB 2.0 ใช้กับ Front panel
  6. สาย Front USB 3.2
  7. สายสัญญาณ Front panel (Power, Reset, HDD LED, PW LED)

เมื่อต่อสายทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ให้ตรวจเช็คอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ จากนั้นต่อสายสัญญาณจากจอภาพ เข้าสู่พอร์ตแสดงผล ในกรณีนี้ ผมขอใช้เป็นการ์ดจอ AMD Radeon ที่มากับซีพียู และถอดการ์ดจอแยกออกไปเลย เพื่อที่จะได้ผลการทดสอบร่วมกับการ์ดจอ AMD Radeon Graphic ล้วนๆ


เข้า BIOS ตั้งค่า

มือใหม่

สิ่งที่สำคัญคือ เข้าไปตั้งค่าใน BIOS กัน สำหรับคนที่ใช้ระบบนี้ และมีแรม DDR5 ความเร็วสูง อย่างเช่น ในครั้งนี้ เรามาพร้อมแรม Kingston FURY Beast DDR5 6000 ความจุ 32GB และรองรับ AMD EXPO ในการเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย ตรงนี้อธิบายนิดนึงครับว่า ปกติแรมที่คุณใช้อาจเป็นมาตรฐาน DDR5 4800 หรือ DDR5 5200 ก็จะเป็นระดับค่าพื้นฐานในการใช้งาน แต่ในกรณีที่บางคนมีงบประมาณสำหรับแรมความเร็วสูง อย่างเช่น DDR5 6000 แบบนี้ คุณจะทำความเร็วนั้นได้ มีเพียงการโอเวอร์คล็อกเท่านั้น

มือใหม่

แต่คนที่ทำไม่เป็นหรือเป็นมือใหม่ ก็อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะขึ้นอยู่กับขนาดแรม ค่า CL แรงดันไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะยุ่งยากพอสมควร แต่ AMD EXPO จะทำให้ง่ายขึ้น ด้วยการเซ็ตค่าในไม่กี่คลิ๊ก ก็ทำให้ความเร็วของแรม DDR5 สูงขึ้นได้ คล้ายกับการใช้งาน Intel XMP Profile นั่นเอง แต่ความสำเร็จหรือการใช้งานบนความเร็วนั้นๆ ได้ ตัวแรม ก็ต้องรองรับ AMD EXPO นี้ด้วย

มือใหม่

ทดสอบแรม

มือใหม่

ทดสอบแรม เปรียบเทียบกันระหว่างการความเร็วแรมพื้นฐานที่ยังไม่ได้เปิด AMD EXPO และหลังจากเปิดใช้งาน ด้วยการทดสอบ Cache & Memory Benchmark บน AIDA64 ซึ่งผลที่ได้ชัดเจนว่า ค่าการอ่านข้อมูลเมื่อเปิด AMD EXPO แล้ว ทำให้แรม Kingston รุ่นนี้ ไปได้ถึง DDR5 6000 มีประสิทธิภาพสูงกว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานอยู่มากพอสมควร ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับผู้ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่นี้


ทดสอบการ์ดจอ

มือใหม่

เรามาทดสอบความสามารถในการเล่นเกมของ AMD Radeon Graphic ที่ใส่เข้ามาในซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ ด้วยเกม DOTA2 ผลที่ได้คือ การตั้งค่าความละเอียด 1080p ที่ Detail: Fastest ได้เฟรมเรตที่มากถึง 198fps.++ ส่วนถ้าตั้งค่า High จะไปได้ถึง 30-40fps. เลยทีเดียว ภาพสวย และยังลื่นไหลได้ดี

มือใหม่

ขยับมาที่เกม Resident Evil Village เกมนี้แม้จะโหดหินหน่อย แต่เราก็ตั้งค่ากราฟิก Texture Quality ไว้ที่ High และเป็นใช้ FSR หรือ AMD FidelityFX™ Super Resolution ผลที่ได้คือ เฟรมเรตอยู่ที่ประมาณ 36-40fps. และเล่นได้ลื่นพอสมควร ถือว่ากราฟิกที่ให้มาบนซีพียูรุ่นนี้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


Conclusion

มือใหม่

เชื่อได้ว่าด้วยขั้นตอนเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นประโยชนสำหรับใครที่เป็นมือใหม่อยากจะประกอบคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่อยู่บ้าง กับขั้นตอนที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ในการจัดสเปคประกอบคอมด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะมีเป็นวีดีโอให้คุณได้เป็นข้อมูลเสริมในการประกอบคอมของเซ็ตนี้เอาไว้ให้ด้วยครับ และอย่าลืมหากต้องการจัดสเปค หรืออยากจะทดลองจัดสเปคเริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง เข้ามาจัดสเปคกันได้แบบฟรีๆ หรือถ้าชอบ ก็สามารถลิงก์ไปยังร้านเพื่อสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งเราอัพเดตข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้สเปคที่สดใหม่กันอยู่เสมอครับ และหากมีติดขัดในส่วนใด สามารถสอบถามกันมาได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/675278-amd-ryzen-5-am5-radeon-graphic

รีวิว Lenovo Legion 5i Pro หัวใจ Intel 12th Gen แรงทรงพลังพีซีอาย!! เอาอยู่ทุกเกมจบได้ทุกงาน ราคา 89,990 บาท

Lenovo Legion 5i Pro ตัวแรงเพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์ แซ่บแบบเกมมิ่งพีซีมีอาย!!

Share image Edit Name 3legionreview 1

2-3 ปีที่ผ่านมา เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพกพาง่ายและประสิทธิภาพดีขึ้นจนเทียบคอมประกอบได้ ซึ่ง Lenovo Legion 5i Pro ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เกมเมอร์สนใจเลือกซื้อเพราะสเปคต่อราคาคุ้มค่า เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้ลื่นไหลและรองรับ NVIDIA G-SYNC ป้องกันอาการภาพฉีกขาดตอนเล่นเกม แม้แต่ครีเอเตอร์หลายๆ คนก็หันมาเลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้ไปทำงานมากขึ้น เพราะขอบเขตสีหน้าจอกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 และเป็นจอ Dolby Vision และจอนี้ทางบริษัทยังคาลิเบรตมาให้จากโรงงานอีกด้วยจึงใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีแน่นอน

Advertisementavw

สำหรับ Lenovo Legion 5i Pro นี้ถือเป็นรุ่นปรับสเปคให้ดีขึ้น ซึ่งเปลี่ยนจาก Intel 11th Gen มาเป็น Intel 12th Gen ให้มีคอร์เธรดไว้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยมี E-Core ไว้จัดการงานในระบบหลังบ้านของ Windows และ P-Core สำหรับรันโปรแกรมทำงานและเกมได้อย่างไหลลื่น และมีแรมมาให้จากโรงงาน 32GB DDR5 ซึ่งเยอะเหลือเฟือพอใช้งานอย่างแน่นอนและมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti มาให้และยังอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe SSD ได้ด้วย ดังนั้นเรื่องสเปคถือว่าแรงหายห่วงอย่างแน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro

 

NBS Verdicts

Lenovo Legion 5i Pro DSC01090

 

Lenovo Legion 5i Pro รุ่นปรับสเปคให้เป็น Intel 12th Gen ถือเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่มองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงเอาไว้ใช้มาก ยิ่งปรับสเปคแล้วก็แรงพอใช้ทำงานได้หมดทั้งตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพก็ทำได้สบายๆ หากใครไม่อยากประกอบพีซีเพราะพื้นที่ในบ้านไม่มากหรืออยากมีคอมเครื่องเดียวเอาไว้ใช้ทำงานและใช้กับงานอดิเรกได้ ก็หันมาใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับท็อปตัวนี้แทนก็ดีและมันยังพกไปใช้งานที่ไหนก็ได้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์เด่นของตระกูล Lenovo Legion ก็ยังยกมาติดตั้งให้ครบเครื่อง ทั้งคีย์บอร์ด Legion Spectrum แบบมีไฟ RGB มี Legion TrueStike เป็นคีย์บอร์ด 100% Anti-Ghosting ซึ่งกดแล้วทุกปุ่มทำงานได้อย่างรวดเร็วแม่นยำไม่รวนแล้วบางคำสั่งที่กดไปไม่ทำงานอย่างแน่นอน มีระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ช่วยจัดการอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดีไม่เกิดอาการ Throttle Down ลดประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดอุณหภูมิในเครื่องและยังมีพอร์ตติดตั้งมาให้ใช้งานครบถ้วน โดยเฉพาะพอร์ต USB-C x 2 และ Thunderbolt 4 อีกช่อง ซึ่งทั้งหมดนั้นต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort 1.4 ได้ทั้งหมดและมีช่องหนึ่งรองรับ Power Delivery ด้วยและยังมีพอร์ตพื้นฐานติดตั้งมาให้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5i Pro มีอยู่เล็กน้อย คือ ระบบจัดการพลังงานแบตเตอรี่ยังทำได้ไม่น่าประทับใจ เพราะใช้งานได้ราว 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าโน๊ตบุ๊คนี้เมื่อติดตั้ง Intel 12th Gen แล้ว เมื่อใช้งานทั่วไปอย่างเปิดดู YouTube, ทำงานเอกสารก็ควรใช้งานได้ราว 7~8 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าน่าเสียดายแต่ก็ยังมีพอร์ต USB-C Power Delivery มาให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่กรณีพกเครื่องออกไปธุระข้างนอกบ้านหรือออฟฟิศ ส่วนต่อมาคือความจุแรม แม้จะติดตั้งมาให้มากถึง 32GB แต่ก็สูงสุดเท่าที่เมนบอร์ดรองรับได้แล้วเช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการอัพเกรดเพิ่มเผื่อใช้ทำงานเฉพาะทางบางประเภทอย่างรันโมเดล 3D ขนาดใหญ่แล้วต้องใช้แรมเยอะกว่านี้ ก็น่าจะไม่พอใช้งาน

จุดที่น่าเสียดาย คือ ไฟคีย์บอร์ด Legion Spectrum ของ Lenovo Legion 5i Pro ของเครื่องสีขาวและดำจะเป็นคนละแบบกัน คือ เครื่องสีขาวที่ผู้เขียนได้รับมารีวิวจะเป็นไฟสีฟ้าอย่างเดียวแต่เครื่องสีดำเป็นไฟ RGB แทน ซึ่งผู้เขียนคิดว่าควรให้เป็นไฟ RGB ไปให้หมดเลยแล้วให้ผู้ใช้ตั้งค่าตามที่ตัวเองต้องการจะดีกว่า

ข้อดีของ Lenovo Legion 5i Pro
  1. งานประกอบแข็งแรงทนทาน มีความสวยงามและมีไฟ RGB คีย์บอร์ดติดตั้งมาให้ด้วย
  2. อัพเกรดซีพียูเป็น Intel 12th Gen แล้ว มีประสิทธิภาพดี รันโปรแกรมใหญ่ได้ดีมาก
  3. แรมอัพเดทเป็น DDR5 ใหม่ล่าสุดและให้ความจุ 32GB ซึ่งเยอะเหลือเฟือพอใช้งาน
  4. ใส่ M.2 NVMe SSD ได้อีก 1 ช่อง รองรับ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0
  5. การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti เป็นรุ่น Max-P ค่า TGP 150 วัตต์
  6. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 2 และ Thunderbolt 4 เชื่อมต่อ DisplayPort 1.4 ได้และมีช่องรองรับ Power Delivery ด้วย
  7. มีพอร์ตพื้นฐานทั้ง USB-A 3.2, HDMI, LAN ฯลฯ ติดตั้งมาครบถ้วนพร้อมใช้งาน
  8. เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น
  9. พาเนลจอมีคุณภาพสูง รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision, NVIDIA G-SYNC ครบถ้วน
  10. ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 จัดการอุณหภูมิได้ดีมาก
ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5i Pro
  1. เครื่องสีขาวมีไฟ LED Backlit สีฟ้าเท่านั้น ไม่ใช่ RGB แบบเครื่องสีดำ
  2. Legion 5i Pro รองรับแรมเพียง 32GB ซึ่ง ณ ตอนนี้ควรรองรับถึง 64GB ได้แล้ว
  3. แบตเตอรี่ในเครื่องใช้งานได้นานสุดไม่เกิน 6 ชั่วโมง

รีวิว Lenovo Legion 5i Pro

Specification

spec

Lenovo Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ที่ได้หน้าจอความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง เหมาะทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงไว้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดสเปคดังนี้

สเปคของ Lenovo Legion 5i Pro
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision, NVIDIA G-SYNC
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 1 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort 1.4 และมีช่องหนึ่งรองรับการชาร์จ Power Delivery 135 วัตต์, Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort 1.4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera มีบานสไลด์ E-Shutter
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.49 กิโลกรัม
  • Price : 89,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

Lenovo Legion 5i Pro DSC01082

Lenovo Legion 5i Pro DSC01057
Lenovo Legion 5i Pro DSC01058
Lenovo Legion 5i Pro DSC01059
Lenovo Legion 5i Pro DSC01043
Lenovo Legion 5i Pro DSC01044
Lenovo Legion 5i Pro DSC01045

 

Lenovo Legion 5i Pro แม้จะเป็นรุ่นใหม่ปรับสเปคแต่ยังใช้บอดี้ร่วมกับตระกูล Legion เครื่องอื่นๆ ซึ่งเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ กล่าวว่าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งจุดติดตั้งสติ๊กเกอร์ Intel, NVIDIA ตรงที่พักข้อมือฝั่งซ้าย, Fn+Q เพื่อปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่องที่ฝั่งขวามือข้างเพลตโลโก้ Lenovo รวมไปถึงปุ่ม Power ตรงกลางเหนือแป้นคีย์บอร์ดพร้อมไฟแสดงสถานะการเปิดหรือปิดเครื่องยังติดอยู่เหมือนกับ Legion 5 รุ่นอื่นๆ แต่จุดน่าสนใจคือทาง Lenovo ย้ายไมโครโฟนจากที่ติดไว้ข้างกล้องเว็บแคมมาอยู่ที่ขอบล่างของจอแทนแล้ว 

Lenovo Legion 5i Pro DSC01078

 

Lenovo Legion 5i Pro DSC01080
Lenovo Legion 5i Pro DSC01068
Lenovo Legion 5i Pro DSC01081
Lenovo Legion 5i Pro DSC01077

ฝาหลังของตัวเครื่องยังดีไซน์เน้นความเรียบง่าย มีโลโก้ Legion ตัวพิมพ์ใหญ่ทำจากอลูมิเนียมติดเอาไว้ตรงกลางส่วนครึ่งบนเครื่อง ถัดลงมาเป็นช่องระบายอากาศคู่หลังขนาบข้างชุดพอร์ตเชื่อมต่อชุดหลักเอาไว้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นพอร์ตที่เชื่อมต่อแล้วมักไม่ค่อยถอดบ่อยๆ อย่าง LAN, HDMI และอแดปเตอร์ของตัวเครื่องติดตั้งเอาไว้ตรงนี้ทั้งหมด และเมื่อมองด้านข้างเครื่องจะเห็นว่า Lenovo Legion 5i Pro จะมีช่องระบายความร้อนของระบบ Legion Coldfront 4.0 ทั้งหมด 4 ช่อง และเหนือช่องระบายความร้อนด้านหลังขวาจะมีเพลต Lenovo ติดเอาไว้ด้วย

Lenovo Legion 5i Pro DSC01066

Lenovo Legion 5i Pro DSC01032
Lenovo Legion 5i Pro DSC01033
Lenovo Legion 5i Pro DSC01034

ก้านบานพับของ Legion 5i Pro จะล็อคเข้ากับฐานหน้าจอภายในเครื่อง ตัวบานพับแข็งแรงมากไม่ขโยกหรือเกิดอาการสั่นสะบัดตอนกางหน้าจอแม้แต่นิดเดียว สามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดราว 120 องศา ซึ่งกว้างพอกางจอให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้ดีไม่ว่าจะวางบนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมให้มองเห็นได้สะดวกอย่างแน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01011

Lenovo Legion 5i Pro DSC01008
Lenovo Legion 5i Pro DSC01009

 

ด้านใต้ตัวเครื่องจะเห็นว่าพื้นที่ครึ่งบนราว 40% เป็นช่องดึงลมเข้าของระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 ซึ่งดีไซน์ช่องเป็นแนวเฉียงทรงตัว V ทำมุมขึ้นไปรับกับแถบยางพลาสติกเส้นยาวที่ขอบบนมีคำว่า LEGION สลักเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เอาไว้ ถัดลงมาด้านล่างที่ฝั่งซ้ายและขวามีแถบยางอีก 2 เส้นเอาไว้ซัพพอร์ตตัวเครื่องไม่ให้บอดี้ด้านใต้เครื่องสัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง

น็อตที่ Lenovo ใช้ขันล็อคฝาใต้เครื่องจะเป็นน็อตหัวแฉก Philips Head แบบมาตรฐานทั้งหมด 10 ตัว ใช้ไขควงพื้นฐานขันปลดล็อคเครื่องได้เลย แต่ตรงกลางเครื่องจะมาสลักหน่วงฝาใต้ตัวเครื่องติดตั้งไว้ข้างในด้วย ดังนั้นตอนเปิดฝาอาจจะดึงแล้วไม่หลุดในทันที

Screen & Speaker

Lenovo Legion 5i Pro DSC01039

Lenovo Legion 5i Pro DSC01041
Lenovo Legion 5i Pro DSC01040
Lenovo Legion 5i Pro DSC01042
Lenovo Legion 5i Pro DSC01065

หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ของ Legion 5i Pro รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision และจอนี้ยังได้รับการคาลิเบรตมาจากโรงงานอีกด้วย จึงใช้ทำงานอาร์ทได้ทันทีตั้งแต่เปิดกล่องมา ถ้าเล่นเกมก็มี NVIDIA G-SYNC ช่วยลดอาการภาพฉีกขาดด้วย

กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ฝั่งซ้าย, ขวา และส่วนบนจะเป็นกรอบแบบบางและส่วนของกล้องเว็บแคมจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมป้านยื่นออกมาให้ผู้ใช้เอานิ้วเดียวกางหน้าจอเปิดได้เลย และพาเนล IPS มีข้อดีคือมีองศาการมองเห็นกว้างถึง 178 องศา จึงมองดูคอนเทนต์บนหน้าจอได้สะดวก ดังนั้นตอนจัดโต๊ะคอมแล้ววางโน๊ตบุ๊คไว้ข้างหน้าจอหลักที่ใช้งานก็มองจอโน๊ตบุ๊คได้โดยสีไม่เพี้ยน

display 1

gamut 1
luminance 1

หน้าจอของ Lenovo Legion 5i Pro พอ Calibrate ด้วย DisplayCal 3 แล้ว ค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้อยู่ที่ 99% sRGB, 73.5% Adobe RGB, 75.4% DCI-P3 ส่วนค่า Gamut volume สำหรับแสดงขอบเขตสีทั้งหมดโดยรวมของจอนี้ วัดค่าได้ 107.2% sRGB, 73.8% Adobe RGB, 75.9% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงของสีบนจอ (Delta-E) เฉลี่ยได้ 0.06~0.89 ต้องถือว่าจอของ Legion 5i Pro ทั้งเที่ยงตรงและแสดงผลสีได้กว้าง เหมาะจะใช้แต่งภาพถ่ายจากกล้องหรือตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ดีมาก

ความสว่างหน้าจอที่ DisplayCal 3 วัดได้เมื่อปรับความสว่างสูงสุด 100% อยู่ที่ 512.52 cd/m2 จัดว่าสว่างมากตรงตามที่ผู้ผลิตเคลมเอาไว้ที่ 500 nits ซึ่งตอนทดลองปรับความสว่าง 100% ก็สว่างพอใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้สบายๆ แต่ถ้าใช้ในห้องส่วนตัวหรือออฟฟิศแนะนำว่าปรับความสว่างไว้แค่ 50~60% ก็พอใช้งานแล้ว ซึ่งโอกาสปรับความสว่าง 100% นั้นถ้าไม่ได้ไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็ไม่ค่อยมีโอกาสปรับความสว่างระดับนี้แน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01012
Lenovo Legion 5i Pro DSC01013
Lenovo Legion 5i Pro DSC01014
Lenovo Legion 5i Pro DSC01015

ลำโพงของ Lenovo Legion 5i Pro เป็นลำโพงสองดอก กำลังขับดอกละ 2 วัตต์ ได้ Nahimic มาช่วยปรับจูนเสียงให้ ซึ่งเนื้อเสียงตอนใช้ฟังเพลงถือว่ามีมิติพอควรและเสียงเบสมีซัพพอร์ตเสียงหลักนักร้องและเครื่องดนตรีหลักได้เป็นอย่างดี แต่แรงปะทะของลำโพงอาจจะไม่หนักแน่นปะทะเป็นลูกๆ แต่จุดเด่นของลำโพงนี้อยู่ที่การแบ่งทิศทางเสียงตอนเล่นเกมได้ดีและเสียงเอฟเฟคในเกมหนักแน่นฟังได้อารมณ์เป็นหลักเสียมากกว่า

Keyboard & Touchpad

Lenovo Legion 5i Pro DSC01047

Lenovo Legion 5i Pro DSC01036
Lenovo Legion 5i Pro DSC01037
Lenovo Legion 5i Pro DSC01048
Lenovo Legion 5i Pro DSC01049
Lenovo Legion 5i Pro DSC01092
Lenovo Legion 5i Pro DSC01091
Lenovo Legion 5i Pro DSC01051
Lenovo Legion 5i Pro DSC01053

คีย์บอร์ด Legion TrueStrike ของ Lenovo Legion 5i Pro รองรับ 100% Anti-Ghosting ถ้าเป็นเครื่องสีดำจะเป็นไฟ Legion Spectrum แบบ RGB ถ้าเป็นเครื่องสีขาวจะเป็นไฟสีฟ้าแบบเดียว อย่างมากแค่ปรับความสว่างได้เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคิดว่าทาง Lenovo ควรให้ไฟ RGB เป็นมาตรฐานไปเลย ไม่ต้องแยกสีเครื่องขาวดำเช่นนี้แล้วปล่อยให้เจ้าของเครื่องตั้งสีไฟ RGB ด้วยตัวเองไปเลยดีกว่า

แป้นคีย์บอร์ด Full-size ของ Legion ดีไซน์ให้ชุดปุ่มลูกศรแยกตัวออกจากชุดแป้นหลัก ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่น มี Function Key ติดตั้งเอาไว้รวมกับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ด ได้แก่ FnLock ที่ปุ่ม Esc, ปุ่มปรับความสว่างไฟ LED Backlit ตรงปุ่ม Spacebar และมี Multimedia Key อีก 4 ปุ่มเหนือชุด Numpad โดยรวมเอาไว้กับ Function Key พื้นฐานปุ่มอื่นด้วย กล่าวคือแป้นคีย์บอร์ดของ Legion 5i Pro ก็แชร์ร่วมกับ Legion รุ่นอื่นๆ ที่มีขายในตอนนี้ จะต่างกันก็แค่สีของปุ่มเท่านั้นเอง

Lenovo Legion 5i Pro DSC01055

ในเมื่อคีย์บอร์ดของ Lenovo Legion 5i Pro แชร์ร่วมกับ Legion รุ่นอื่นในท้องตลาด ณ ตอนนี้ ปุ่ม Funtion Hotkey ก็จะใช้คำสั่งเดียวกันไปโดยปริยาย ซึ่งคีย์ลัดมีคำสั่งดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดไมโครโฟน
  • F5-F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – Lenovo Smart Key
  • F10 – ปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 – เรียกโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาเหมือนกด Windows+Tab
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator

ดังนั้นจุดสังเกตเดิมๆ เกี่ยวกับคีย์บอร์ดของ Legion ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม นั่นคือไม่มีคีย์ลัดใหม่ๆ ติดตั้งมาให้ เช่น คีย์ลัดปรับค่า Refresh Rate หน้าจอ, ปรับโปรไฟล์หรือเซฟปุ่มมาโครแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่างทาง Lenovo จะ Mapping ปุ่มบนคีย์บอร์ดใหม่ให้เอื้อการเล่นเกมอีกนิดหรือไม่ก็เพิ่มฟังก์ชั่นเกมมิ่งใน Lenovo Vantage เข้าไปด้วยจะดีกว่านี้แน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01056
Lenovo Legion 5i Pro DSC01060

แป้นทัชแพดของ Lenovo Legion 5i Pro เป็นแป้นขนาดใหญ่ พอวางมือลงบนแป้นแล้วสันมือซ้ายก็จะพาดขอบของทัชแพดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ใช้งานก็กด Fn+F10 ปิดการทำงานไปก็ได้ ส่วนตัวแป้นทัชแพดก็รองรับ Gesture Control และใช้ทำงานได้ดี 

Connector / Thin & Weight

Lenovo Legion 5i Pro DSC01075

Lenovo Legion 5i Pro DSC01072
Lenovo Legion 5i Pro DSC01069
Lenovo Legion 5i Pro DSC01070

พอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 5i Pro จะถูกติดตั้งเอาไว้ทั้ง 3 ด้านของเครื่อง แต่เน้นด้านหลังของตัวเครื่องเป็นหลัก โดยมีพอร์ตดังนี้

  • ด้านซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4, USB-C 3.2 Gen 2 ทั้งสองพอร์ตนี้รองรับ DisplayPort 1.4 และโอนถ่ายไฟล์เท่านั้น ไม่รองรับ Power Delivery
  • ด้านขวาจากซ้ายมือ – E-Shutter Slider, Audio combo, USB-A 3.2 Gen 1
  • ด้านหลังเครื่องจากซ้ายมือ – LAN RJ45, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort 1.4 และ Power Delivery 135 วัตต์, HDMI รองรับความละเอียดสูงสุด 8K 60Hz, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ช่องขวามือเป็น Always On ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนได้แม้จะดับเครื่องอยู่, ช่องต่ออแดปเตอร์
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax เสาอากาศแบบ 2×2 รองรับ Bluetooth 5.1

เมื่อดูรายละเอียดแล้วจะเห็นว่าพอร์ตของ Lenovo Legion 5i Pro มีให้ใช้งานเยอะมากและมี USB-C ที่รองรับ Power Delivery ด้วย ซึ่งจากที่ทดลองเสียบชาร์จด้วยปลั๊ก GaN แล้ว ต้องใช้ปลั๊กที่มีกำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไปถึงจะชาร์จ Legion 5i Pro ได้

ต้องถือว่าพอร์ตและการเชื่อมต่อเป็นจุดแข็งของ Legion 5i Pro จริง เพราะนอกจากจะมีพอร์ตพื้นฐานติดตั้งมาให้ครบถ้วน ยังมี Thunderbolt 4 กับ USB-C 3.2 ที่รองรับ DisplayPort 1.4 รวมถึง 3 ช่องและยังมี HDMI อีกช่องด้วย ถ้าใครต้องต่อหน้าจอแยกเยอะก็ต่อใช้งานได้สบายๆ

Lenovo Legion 5i Pro DSC01004

Lenovo Legion 5i Pro DSC01007
Lenovo Legion 5i Pro DSC01005
Lenovo Legion 5i Pro DSC01099
Lenovo Legion 5i Pro DSC01095

ทางบริษัทเคลมน้ำหนักของ Lenovo Legion 5i Pro ไว้ที่หน้าเว็บไซต์ 2.49 กิโลกรัม เมื่อชั่งดูแล้วได้น้ำหนัก 2.52 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์เฉพาะของตัวเครื่องกำลังไฟ 300 วัตต์ ที่หนัก 1 กิโลกรัมเข้าไปแล้วจะมีน้ำหนักรวมทั้งหมดถึง 3.5 กิโลกรัม ถือว่าเป็นน้ำหนักมาตรฐานของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6~16 นิ้วในปัจจุบันนี้

ผู้เขียนแนะนำว่าถ้าจะพกเครื่องไปพบลูกค้าหรือทำงานตามร้านกาแฟควรหากระเป๋าเป้ที่มีซับไหล่ดีๆ รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วได้มาใส่เครื่องนี้ เพราะถ้าเป็นเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้ว ถึงจะพอใส่ได้แต่กระเป๋าจะตึงและขอบซิปของกระเป๋าติดกับตัวเครื่องพอดีด้วย

Inside & Upgrade

Lenovo Legion 5i Pro DSC01018

Lenovo Legion 5i Pro DSC01022
Lenovo Legion 5i Pro DSC01025
Lenovo Legion 5i Pro DSC01023
Lenovo Legion 5i Pro DSC01031

การอัพเกรด Lenovo Legion 5i Pro สามารถขันน็อตหัวแฉก Philip Head มาตรฐานทั้ง 10 ตัวออกแล้วเอาการ์ดแข็งกดที่ตะเข็บตรงช่องระบายความร้อนด้านข้างตัวเครื่องฝั่งไหนก็ได้แล้วดันจนขอบเครื่องเลื่อนลงแล้วค่อยๆ ไล่ลงไปตามกรอบด้านล่างแล้วไปสุดที่กรอบพัดลมอีกฝั่งหนึ่งก็จะเปิดได้ง่าย แต่ถ้าไม่ได้เริ่มจากช่องพัดลมตามที่แนะนำจะเปิดได้ยากมาก

จุดอัพเกรดจะมีช่อง M.2 NVMe SSD ฝั่งซ้ายมือที่มีกรอบอลูมิเนียมปิดอยู่เพื่อความปลอดภัยของ SSD และ RAM สามารถขันออกแล้วใส่ไดรฟ์เสริมเข้าไปอีกตัวหนึ่งได้ รองรับความจุสูงสุด 1TB ต่อช่อง ส่วนแรมที่อยู่ในกรอบอลูมิเนียมติดตั้งมาให้ 32GB DDR5 บัส 4800MHz จากโรงงานและเป็นความจุสูงสุดที่ Legion 5i Pro รับได้แล้ว ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้อย่างมากคือซื้อ M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ใส่เสริมเข้าไปอีกชิ้นเท่านั้น

Performance & Software

cpu

mb 1
ram 1
ram2

ซีพียูใน Lenovo Legion 5i Pro เป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz เป็นสถาปัตยกรรม Alder Lake ค่า TDP พื้นฐาน 45 วัตต์ ทรานซิสเตอร์ 10 นาโนเมตร รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้ทำงานครบถ้วน

แรมในเครื่องมีความจุ 32GB DDR5 บัส 4800MHz ทำเป็นแบบ Dual Channel เป็นแรม 16GB x 2 แถวติดตั้งมาให้ ผลิตโดย Samsung แต่เป็นความจุสูงสุดที่ Legion 5i Pro รองรับ ซึ่งถ้าใช้ทำงานตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกมฟอร์มยักษ์ก็มีให้ใช้เหลือเฟือ แต่ผู้เขียนเสียดายอยู่ว่าถ้าทาง Lenovo ทำให้เมนบอร์ด Legion 5i Pro รองรับแรมได้ถึง 64GB DDR5 น่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ใช้งานหนักได้ดียิ่งขึ้น

discrete gpu 1
150w gpu

การ์ดจอยอดนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรง ณ ตอนนี้ อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ก็ติดตั้งมาใน Lenovo Legion 5i Pro เครื่องนี้ด้วย โดยมี CUDA ทั้งหมด 5888 Cores รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่งสำหรับงานกราฟิคครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, CUDA, Ray Tracing, PhysX ครบถ้วน พร้อมใช้ทำงานกับโปรแกรมกราฟิคและตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดี 

devicemgr 1

ด้านพาร์ทในเครื่องเมื่อเช็คผ่านทาง Device Manager จะเห็นว่า Legion 5i Pro ติดตั้งชิป TPM 2.0 และใช้การ์ด Wi-Fi PCIe รุ่น Intel AX211 เป็นเสาอากาศแบบ 2×2 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับคลื่นกว้าง 160MHz จึงจับสัญญาณ Wi-Fi 6GHz ได้ด้วย ดังนั้นถ้ามี Router ที่ปล่อยสัญญาณ 6GHz ได้ ก็จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับ MU-MIMO, OFDMA, Intel vPro ด้วย และรองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว

ssd 1

SSD แบบ M.2 NVMe จากโรงงานติดตั้ง Samsung MZVL21T0HCLR-00BL2 หรือ Samsung PM9A1 มาให้ เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จากหน้าสเปคมีความเร็ว Sequential Read 7,000 MB/s และ Sequential Write 5,100 MB/s จัดว่าประสิทธิภาพสูงมาก เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 6,617.65 MB/s และ Sequential Write 4,913.79 MB/s ซึ่งแม้จะติดตั้งโปรแกรมและเกมเข้าไปเยอะจนแทบเต็มไดรฟ์ คอนโทรลเลอร์ก็ยังทำงานได้ดีความเร็วไม่ตกลงเลย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าความเร็วไดรฟ์หลักทำได้สูงระดับนี้ก็ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้

ทว่าช่องใส่ M.2 NVMe SSD ที่เหลืออยู่อีกช่องในเครื่อง หากใครต้องการ SSD 1TB มาใช้ลงโปรแกรมและเกมเพิ่มเติม แนะนำให้หา Kingston Fury Renegade, WD Black SN850 หรือ 850X, PNY XLR8 CS3040, WD Black SN770 มาติดตั้งเพิ่มก็ได้ เพราะตัวเครื่องรองรับอยู่แล้วและทำงานได้ดีแน่นอน

r15 1
r20 1

การเรนเดอร์โมเดลและ 3D CG เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 แล้ว ได้คะแนน OpenGL 228.43 fps และ CPU 2523 cb ซึ่งผลคะแนนและค่า fps สูงระดับนี้ หมายความว่า Lenovo Legion 5i Pro ใช้พรีวิวหรือทำโมเดล 3D ได้ไหลลื่น ครีเอเตอร์ที่ใช้ทำเอฟเฟคหรือ CG ใช้ทำงานได้ดีแน่นอน ส่วนพลังการเรนเดอร์ของซีพียูเมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R20 แล้ว ได้คะแนน CPU 6,326 pts ถือว่าทำคะแนนได้สูงมาก จะใช้เรนเดอร์ CG ฉากใหญ่ๆ ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark 1

ผลการทดสอบเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy จะเห็นว่า Lenovo Legion 5i Pro ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 11,987 คะแนน แยกเป็น CPU score 13,966 คะแนน และ Graphics score 11,695 คะแนน ซึ่งผลคะแนนนี้ถือว่าสูงพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ทุกเกมในปัจจุบันบนหน้าจอ Full HD~QHD ปรับกราฟิคสูงสุดแล้วก็ยังได้เฟรมเรทสูงและไหลลื่นอย่างแน่นอน จะเล่นบนหน้าจอของ Legion 5i Pro เองหรือต่อหน้าจอแยกเล่นก็ได้ไม่มีปัญหา

ถ้าเล่นเกมบนจอ 4K ค่า Refresh Rate สูงนั้นก็ถือว่ายังเล่นได้พอควร แต่อาจจะปรับกราฟิคลงมาอยู่ที่ Medium~High และถ้าเกมไหนยังเล่นได้ไม่ลื่นไหลเท่าที่ต้องการ อาจจะเปิด NVIDIA DLSS เสริมก็จะพอช่วยได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามผู้เขียนแนะนำว่าถ้าจะต่อหน้าจอแยกแนะนำให้ใช้จอ QHD ก็พอแล้ว เพราะได้ความละเอียดเท่ากับจอของ Legion 5i Pro และไม่เกินแรงของ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti เกินไปอีกด้วย

pcmark10 1

ผลการทดสอบการทำงานด้วย PCMark 10 ของ Lenovo Legion 5i Pro ยิ่งน่าประทับใจ โดยโน๊ตบุ๊คนี้ทำคะแนนเฉลี่ยไปได้สูงมากถึง 7,726 คะแนน จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นที่ทำคะแนนได้ดีระดับนี้ ไม่ว่าจะงานเอกสารทั่วไป, ประชุมออนไลน์, แต่งภาพหรือเรนเดอร์โมเดล 3D ก็ทำได้ดีมากอย่างแน่นอน แต่ถ้าสังเกตในส่วนคะแนนย่อยอย่าง Video Editing score จะทำได้ 6,337 คะแนน อาจจะไม่สูงเท่ากับคะแนนย่อยหลายๆ หมวดก็ตาม แต่มั่นใจว่ามันใช้เรนเดอร์วิดีโอให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว

legion5ipro gaming result

สำหรับการเล่นเกมด้วย Lenovo Legion 5i Pro ผู้เขียนตั้งค่ากราฟิคสูงสุดและใช้ความละเอียดหน้าจอเดิมของตัวเครื่อง ไม่ลดลงมาเป็น Full HD และปิด NVIDIA DLSS เพื่อดูแรงประมวลผลเดิมๆ ของซีพียูและการ์ดจอว่าจะใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้ไหลลื่นหรือไม่ ซึ่งถ้า Legion 5i Pro ได้เฟรมเรทสูงระดับเกิน 60 Fps ขึ้นไปล่ะก็ ความละเอียดจอ Full HD ก็เล่นได้ดีอย่างแน่นอน

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าประทับใจมากเพราะ Legion 5i Pro ใช้เล่นเกมฟอร์มใหญ่ทุกเกมโดยปรับกราฟิคระดับสูงสุดแล้วได้เฉลี่ยเกิน 60 Fps ทั้งหมด แม้แต่ Red Dead Redemption 2 ที่เน้นใช้พลังประมวลผลของกราฟิคการ์ดสูงเป็นพิเศษก็ยังทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 67 Fps เสถียรตลอดการทดสอบ ไม่มีอาการเฟรมเรทแกว่งหรือตกจนน่าตกใจ และเกมยอดนิยม ณ ตอนนี้อย่าง Call Of Duty Modern Warfare II (2022) รวมถึง Call Of Duty Warzone 2.0 ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงเกิน 100 Fps อีกด้วย

สรุปได้ว่า Lenovo Legion 5i Pro นั้นเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงมากระดับทดแทนเกมมิ่งพีซีทั้งเครื่องได้สบายๆ และจากการทดสอบเมื่อใช้มันเล่นเกมบนจอความละเอียด WQXGA แล้วได้เฟรมเรทสูงระดับนี้แล้ว ถ้าเกมเมอร์คนไหนมีจอเกมมิ่ง Refresh Rate สูงความละเอียด Full HD อยู่แล้ว รับรองว่าได้เฟรมเรทสูงกว่าผลทดสอบนี้อย่างแน่นอน

Battery & Heat & Noise

Lenovo Legion 5i Pro DSC01016

แบตเตอรี่ใน Lenovo Legion 5i Pro เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ความจุแบบ Typical Capacity 5,182mAh หรือ 80Wh วัดเป็น Rated Capacity ได้ 5,052mAh หรือ 78Wh ซึ่งความจุนี้ถือว่าไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ พอใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง

battery

พอทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปรับตัวเครื่องเป็นโหมดประหยัดพลังงาน, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ลดความสว่างหน้าจอต่ำสุด เปิดเสียงลำโพงเพียง 10% แล้วดู YouTube ด้วย Microsoft Edge นาน 30 นาทีแล้ว ระยะเวลาใช้งานจากโปรแกรม BatteryMon วัดได้จะอยู่ที่ 5 ชั่วโมง 49 นาทีด้วยกัน หากเทียบในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ถือว่า Lenovo Legion 5i Pro มีแบตเตอรี่ให้พอใช้งานได้ระดับพอประชุมหรือฟังสัมนาครึ่งเช้าจบเท่านั้น หากใครต้องการใช้งานทั้งวันก็อย่างน้อยต้องพกปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์ติดกระเป๋าไปด้วยเพื่อใช้ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ตรงด้านหลังของตัวเครื่องด้วย

สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้ Lenovo Legion 5i Pro ใช้งานได้ร่วม 6 ชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เพราะแบตเตอรี่อย่างแน่นอน เพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุไล่เลี่ยกันบางรุ่นใช้งานได้ราว 7~10 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่น่าจะมาจากซีพียู Intel Core i9-12900H ในเครื่อง แม้มันจะรันโปรแกรมใหญ่ๆ ได้เป็นอย่างดีก็ตาม ในทางกลับกันก็ใช้พลังงานเยอะกว่าซีพียูหลายๆ รุ่น ก็ถือเป็นจุดพิจารณาก่อนซื้ออีกจุดหนึ่ง

Lenovo Legion 5i Pro DSC01020
Lenovo Legion 5i Pro DSC01019
Lenovo Legion 5i Pro DSC01021

ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ที่ติดตั้งมาให้จะมีชุดเพลตขนาดใหญ่ติดบนตัวซีพียูและการ์ดจอแยกเพื่อนำความร้อนขึ้นมายังฮีตไปป์ทั้ง 4 เส้นในเครื่องแล้วถ่ายเทอุณหภูมิไปยังฮีตซิ้งค์ของพัดลมโบลวเวอร์ที่มีช่องระบายความร้อน 2 ช่อง/ตัว โดยเป่าออกด้านหลังและด้านข้างเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานตามปกติอย่างเปิดเว็บไซต์, ทำงานเอกสารหรือดูหนังจะไม่มีเสียงรบกวนเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นตอนทำงานตัดต่อวิดีโอ, ทำโมเดล 3D หรือเล่นเกมจะได้ยินเสียงดังขึ้นมาชัดเจน ซึ่งเสียงที่วัดได้จากเครื่องวัดความดังได้เฉลี่ยอยู่ราว 60dB กล่าวคือได้ยินเสียงดังชัดเจนแต่ไม่มากเกินไปจนรบกวนผู้ใช้แน่นอน

normal temp 1
hottest temp

อุณหภูมิใช้งานตามปกติของ Lenovo Legion 5i Pro ถือว่าระบบ Legion Coldfront 4.0 นั้นจัดการความร้อนได้ดี ซึ่งอุณหภูมิทั้งเครื่องได้เฉลี่ยที่ 53 องศา และอุณหภูมิทั้งเครื่องอยู่ที่ 52~76 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิระดับทั่วไปและพอรันโปรแกรมทดสอบหรือเล่นเกมแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 53 องศา และอุณหภูมิทั้งเครื่องอยู่ที่ 36~100 องศาเซลเซียส

แม้จะเห็นว่าอุณหภูมิขึ้นสูงก็ตาม แต่ตอนวางมือบนคีย์บอร์ดแล้วเล่นเกมก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่ผู้ใช้หลายๆ คนกังวลอีกด้วย โดยความร้อนทั้งหมดของเครื่องจะไปรวมอยู่โซนช่องระบายความร้อนด้านข้างและหลังเครื่องเป็นหลักถ้าบนตัวเครื่องจะอยู่ช่วงเหนือแป้นคีย์บอร์ดขึ้นไป ดังนั้นผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะร้อนเกินไปจนใช้งานไม่ได้

User Experience

Lenovo Legion 5i Pro DSC01089

จากที่นำ Lenovo Legion 5i Pro ไปใช้เป็นเครื่องหลักมาราวสัปดาห์ ถ้าหากระเป๋าเป้และปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์เอาไว้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ร่วม 6 ชั่วโมงและน้ำหนักตัวเครื่องรวมอแดปเตอร์ 3.5 กิโลกรัมก็ได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้หากระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่โน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วมาใส่ Legion 5i Pro จะดีที่สุด เพราะจากที่ผู้เขียนทดลองเอาเครื่องใส่กระเป๋าสำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วแล้ว แต่พบปัญหาว่าช่องใส่โน๊ตบุ๊คแน่นเกินไปและขอบบนของตัวเครื่องรั้งช่องซิปด้วย ดังนั้นถ้ายังหากระเป๋าที่ถูกใจไม่ได้ก็ใช้ใบที่แถมมากับเครื่องแก้ขัดไปก่อนดีกว่า

ด้านการทำงานและเล่นเกม Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีมากและไม่มีข้อกังขาอะไรให้ติดใจ มันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement แค่ต่อจอแยกและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเมาส์คีย์บอร์ดให้ครบก็ทำงานได้ดีไม่ต่างกับพีซีสักเครื่องเลย จะทำงานครีเอเตอร์อย่างตัดต่อแต่งภาพก็ทำได้ลื่นไหลหรือจะเล่นเกมก็รันบนความละเอียดดั้งเดิมของตัวเครื่องได้เลยหรือจะต่อจอแยกที่ความละเอียด QHD เท่ากันก็ได้เฟรมเรทสูงไม่แพ้กัน ยิ่งถ้าใครมีหน้าจอเกมมิ่ง Refresh Rate สูงความละเอียด Full HD ตัวเก่าอยู่แล้วยิ่งดันเฟรมเรทได้สูงกว่าผลทดสอบที่ได้ในบทความนี้อย่างแน่นอน

เรื่องเสียงและอุณหภูมิของตัวเครื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมและรันโปรแกรม 3D ต่างๆ เพื่อดึงให้ตัวเครื่องรันการทำงานเต็มที่ดู แม้จะใช้งานในอุณหภูมิห้อง Legion 5i Pro ก็ไม่ร้อนขึ้นมา อย่างมากคืออุ่นอยู่บริเวณขอบเหนือแป้นคีย์บอร์ดขึ้นไปแต่โซนปุ่ม WASD นั้นเย็นมาก ถ้าใช้ในห้องแอร์ยิ่งเย็นไม่มีปัญหาเรื่อง Throttle down ประสิทธิภาพลดเฟรมเรทตกให้วุ่นวายเลย อย่างมากคือเสียงพัดลมตอนเล่นเกมเท่านั้นที่ดังราว 60dB เท่านั้นที่อาจจะกวนใจผู้ใช้เล็กน้อย นอกจากนั้นผู้เขียนถือว่า Lenovo Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีมากรุ่นหนึ่ง

Conclusion & Award

Lenovo Legion 5i Pro DSC01086

Lenovo Legion 5i Pro แม้จะเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ใช้บอดี้ร่วมกับ Lenovo Legion Series รุ่นก่อนๆ มาก็ตามแต่สเปคและประสิทธิภาพที่ได้นั้นน่าประทับใจมาก ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่หาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนจอความละเอียด QHD ปรับสุดได้หมดเล่นได้อีกนานราว 3-5 ปีเป็นอย่างน้อย หรือเป็นครีเอเตอร์สายงานกราฟิคหาโน๊ตบุ๊คไว้ทำงานตัดต่อคลิป, แต่งภาพหรือปั้นโมเดล 3D ทำ CG เครื่องนี้เอาอยู่หมด หากพิจารณากลับไปที่ราคา 89,990 บาทที่ทาง Lenovo ตั้งมาแต่ได้ประสิทธิภาพระดับนี้ก็ถือว่าไม่แพงเกินไป ยิ่งใครเอาไปเป็นเครื่องทำงานหาเงินก็ตั้งต้นแล้วต่อทุนได้อีกมาก ไม่แน่อาจจะคืนทุนค่าเครื่องได้ในไม่กี่งานเลยด้วยซ้ำ

ในแง่การอัพเกรดแม้จะทำได้ไม่เยอะ แค่เพิ่ม M.2 NVMe SSD 1TB ได้อีกช่องแต่ก็เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จึงติดตั้ง SSD รุ่นใหม่เข้าไปได้ ได้แรมจากโรงงานมากถึง 32GB DDR5 บัส 4800MHz ซึ่งเยอะพอใช้ทำงานกราฟิคหรือเล่นเกม ณ ตอนนี้เลย ซึ่งคนที่คิดจะเป็นเจ้าของโน๊ตบุ๊คนี้ก็หันไปมองหาอุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอ, เมาส์, คีย์บอร์ด ฯลฯ แทนได้เลย ว่าจะซื้อชิ้นไหนมาใช้งานถึงจะดีและเหมาะกับสไตล์การใช้งานของเราได้เลย เท่านี้ก็ได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement มาใช้ ใช้เป็นพีซีเมื่ออยู่บ้านหรือออฟฟิศและพกไปทำงานตามที่ต่างๆ ได้ในฐานะโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงได้หมด

award

award new performance

best performance

Lenovo Legion 5i Pro ใช้ทำงานหนักและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ ไม่แพ้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะประสิทธิภาพสูงสักเครื่อง และระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ก็ระบายความร้อนได้ยอดเยี่ยมประสิทธิภาพไม่ลดแม้แต่นิดเดียว และยังได้พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ มาครบถ้วนด้วย

award new Gaming

best gaming

Legion 5i Pro ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันไปจนในอนาคตอีก 3~5 ปี โดยปรับกราฟิคสูงสุดได้ ไม่ว่าจะเล่นจนจอ QHD หรือ Full HD ก็ไม่มีปัญหา เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวเด็ดที่น่าใช้ที่สุดรุ่นหนึ่ง 

from:https://notebookspec.com/web/677290-review-lenovo-legion-5i-pro-2022

จัดสเปคคอม งบ 20000 แต่งภาพ เล่นเกมลื่น การ์ดจอ RTX เกมเมอร์อัพเกรดเพิ่มได้

จัดสเปคคอม งบ 20000 การ์ดจอ GeForce RTX เล่นเกม 1080p อัพเกรดเพิ่มได้ สำหรับคอเกมเริ่มต้น

จัดสเปคคอม งบ 20000

จัดสเปคคอม งบ 20000 ในช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนก็น่าจะเล็งที่จะประกอบคอมใหม่สักเครื่องกันใช่มั้ยครับ ยิ่งช่วงนี้การ์ดจอก็ยังราคาถูกลงเยอะมาก เหมาะกับคอเกมที่ต้องการจะซื้อคอมใหม่ หรือประกอบคอมใหม่ในช่วงนี้ ยังมีเงินเหลือซื้อของแต่งเคส จัดโต๊ะคอม รวมถึงเกมมิ่งเกียร์ต่างๆ ได้อีกด้วย หลายค่ายก็พร้อมจัดโปรโมชั่นเด็ดในช่วงปลายปีแบบนี้ จะหาซื้อแบบออนไลน์ Advice, Banana, IT City, ACE หรือ JIB หรือจะไปหน้าร้าน ก็ตามสะดวก ในครั้งนี้ทีมงานจึงถือโอกาสนำเสนอ สเปคคอม 20,000 บาท ที่ทุกท่านสามารถมาทดลองจัดสเปคกันได้ในเว็บไซต์ Notebookspec.com/pc/spec ซึ่งรวบรวมเอาราคาและฮาร์ดแวร์จากหน้าร้านออนไลน์ชื่อดังต่างๆ มาให้คุณได้เลือกใช้ เรามาดูแนวทางในการจัดสเปคกันครับ ว่าจะได้อุปกรณ์อะไรบ้างและราคาเท่าไร?


จัดสเปคคอม งบ 20000


1.Intel Pentium+RX6600XT

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับสเปคแรกนี้ เริ่มกันที่ราคาเบาๆ ในการจัดสเปคคอม งบ 20000 บาท เน้นไปที่การเล่นเกมออนไลน์ ในกลุ่มของ RTS และ MMORPG รวมถึงเกม Action FPS บางเกม ที่ไม่ได้ใช้พลังซีพียูมากเกิน 4 core โดยเราเลือก Intel Pentium Gold G7400 ซึ่งมาในแบบซ็อกเก็ต LGA1700 ทำงานในแบบ 2 core/ 4 thread และใส่แรมมาที่ 16GB เพื่อเป็นตัวช่วยให้ระบบไหลลื่นมาขึ้น ลดภาระในบางส่วนลง และให้ส่งข้อมูลประมวลผลไปยังซีพียูได้ดีกว่า และมีเมนบอร์ด H610M รุ่นน้องเล็กจาก ASRock มาให้พอต่อการทำงานพื้นฐาน รวมถึง SSD 256GB ในแบบ M.2 จากทาง ADATA มาด้วย และหัวใจหลักคือการ์ดจอ AMD Radeon RX6600XT ที่พอจะให้ซีพียูดันไหวในระดับหนึ่ง เพาเวอร์ซัพพลาย 500W ที่เป็นแบบ 80 Plus และเคสเรียบง่าย รวมชุดนี้เคาะอยู่ที่ประมาณ 19,430 บาทเท่านั้น จัดว่าไม่เกินงบ และยังได้การ์ดจอที่ยังไปต่อกับหลายๆ เกมในปัจจุบันได้

Advertisementavw

รายละเอียดสเปค: Spec 1


2.AMD Ryzen 7 5700G

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับเซ็ตจัดสเปคคอม งบ 20000 บาทในชุดที่ 2 นี้ เราเน้นที่การใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหล และเล่นเกมพื้นฐานได้ ด้วยการใช้กราฟิกบนซีพียู AMD Ryzen 7 5700G ที่เป็น AMD Radeon Graphic ซึ่งจัดว่ารองรับการเล่นเกมได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเกมที่ไม่ดึงทรัพยากรกราฟิกมากเกินไป อย่างเช่น DOTA2, PUBG, GTAV หรือจะเป็นเกม Openworld ในบางเกม และเพื่อให้กราฟิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงใส่แรมมาให้ 16GB ทำงานในแบบ Dual-channel และเพิ่ม SSD ไปเป็น 1TB ให้ใส่เกม เก็บงาน ลงโปรแกรมได้แบบสุดๆ และยังรวดเร็วด้วยการเชื่อมต่อ PCIe 3.0 x4 ที่ให้ประสิทธิภาพการ Read ได้ถึง 3,000MB/s

ได้เพาเวอร์ระดับ 600W มาอีกด้วย เซ็ตนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อาจจะยังไม่เจอการ์ดจอที่ใช่ และอยากได้การ์ดจอที่แรงขึ้น ซึ่งซีพียูยังพอรีดความสามารถจากการ์ดจอระดับกลางๆ หลายรุ่นได้ไม่ยาก เช่น RX6600, RX6700XT หรือจะเป็น GeForce GTX1660Ti, RTX2060 หรือจะเป็น RTX3060Ti ได้ไม่ยาก แต่การเชื่อมต่อบน PCIe จะอยู่ที่ X8 เท่านั้นตามช่องทางของซีพียู งบประมาณอาจจะเกินไปบ้าง เพราะเกือบแตะที่ 24,000 บาท แต่ถ้าจะลด แนะนำให้ลด SSD ลงมาเป็น 512GB ดูจะเหมาะสม

รายละเอียดสเปค: Spec 2


3.AMD Ryzen 3+RX6600XT

จัดสเปคคอม งบ 20000

เซ็ตนี้ทำออกมาเอาใจแฟน AMD โดยเฉพาะ เพราะใช้ทั้งซีพียูและการ์ดจอจาก AMD ยกชุด โดยมีซีพียู AMD Ryzen 3 4100 ที่ถือเป็นซีพียูสุดคุ้มอีกรุ่นหนึ่งจากค่ายนี้ แต่หาตัวค่อนข้างยากสักนิด กับการทำงานแบบ 4 core/ 8 thread เรียกว่ารองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การใช้งานทั่วไป การทำงานเอกสาร และการแต่งภาพเบื้องต้น ซีพียูรุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีพอ และยังสามารถใช้ร่วมกับเมนบอร์ดตัวกลางๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้การปรับแต่ง OC ได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งราคาไม่สูงเกินไป และยังเรียกความสามารถของกราฟิกการ์ดในหลายๆ รุ่นได้อีกด้วย แม้การเล่นเกมในบางเกม จะทำให้ซีพียูรันไปถึง 99% ก็ตาม

การจัดสเปคคอม งบ 20000 บาท มาพร้อมเมนบอร์ด B550 จาก Gigabyte ตัวกลางๆ แต่ฟังก์ชั่นเยอะ ได้แรมมาอีก 16GB และอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง อีกทั้งใส่ SSD มาให้ถึง 512GB มีสล็อตให้อัพเกรดเพิ่มเติมได้อีกด้วย เรียกว่าครบเครื่อง เมื่อรวมกับกราฟิกการ์ดที่ใส่มาเป็น AMD Radeon RX6600XT ก็ดูจะเข้าที่เข้าทางกันไม่น้อยเลย เซ็ตนี้จะลงตัวกันพอสมควร แต่ถ้าใครคิดว่าการเล่นเกมด้วยกราฟฟิกการ์ดนี้ก็เพียงพออยู่แล้ว แต่อยากจะอัพเกรด ก็แนะนำเป็น Ryzen 5 5500 ที่นอกจากจะได้ Core/Thread เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้แคชมากขึ้น มีส่วนต่อการทำงานอีกมากเลยทีเดียว ส่วนเพาเวอร์จัดมาแล้ว 600W ยังพอไปต่อได้กับการ์ดจอที่แรงกว่านี้ แต่ราคาอาจจะแรงอยู่บ้าง เพราะไปแตะเกือบ 24,000 บาท แต่โดยส่วนตัวมองว่าน่าลงทุน

รายละเอียดสเปค: Spec 3


4.Intel Core i3+RTX3050

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับสเปคนี้ อาจจะดูว่าเกิน 20000 บาทไปเยอะ แต่อยากให้ดูก่อนว่า มีความน่าสนใจเพียงใด เพราะคุณจะได้ของที่สดใหม่มากขึ้น บนแพลตฟอร์มของซีพียู Intel Gen 12 และกราฟิกการ์ด GeForce RTX ซึ่งจะทำให้คุณได้ไปต่อกับการเล่นเกมหรือทำงาน รวมถึงการอัพเกรดในอนาคต โดยเริ่มต้นที่ซีพียู Intel Core i3-12100F ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม หาง่าย ราคาสบายกระเป๋า โดยทำงานแบบ 4 core/ 8 thread แต่ไม่มี E-core เหมือนกับรุ่นพี่ๆ แต่จะเป็น P-core แรงๆ ล้วนๆ และมาพร้อมเมนบอร์ด H610M ตัวเริ่มต้นจาก ASRock พร้อมแรม 16GB DDR4 และมี SSD M.2 NVMe PCIe จากทาง WD 480GB ให้เริ่มต้นการใช้งานกับการลงเกมได้ 1-2 เกมใหญ่ พร้อมกับโปรแกรมอื่นๆ

แต่ที่พิเศษในการจัดสเปคคอม งบ 20000 บาทชุดนี้คือ กราฟิกการ์ด GeForce RTX3050 ซึ่งจากที่เราได้ทดสอบมา สำหรับคู่นี้ สามารถไปด้วยกันได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการเล่นเกมพื้นฐาน ที่มีไปได้ถึง 70-80fps. ในการตั้งค่า High และเกมหนักๆ บางเกม เช่น SCUM, RE Village หรือ COD WWII มีให้เห็น 50fps. อีกด้วย โดยได้เพาเวอร์ระดับ 600W มาให้และเคส ATX standard จะมีเพียงเรื่องเดียวคือ สนนราคาหลุดจากที่ตั้งไว้พอสมควร เพราะราคาของการ์ดจอที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ดูคุ้มค่าน่าลงทุน และชุดนี้ยังพอให้เล่นเกมใหม่ๆ ในปีหน้าได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับ RTX3050 มีราคาในรุ่นที่ถูกลงกว่านี้ แต่อาจจะต้องเช็คราคาบ่อยครั้งมากขึ้น

รายละเอียดสเปค: Spec 4


5.AMD Ryzen 5+RTX3050

จัดสเปคคอม งบ 20000

มาถึงสเปคที่อาจจะมีราคาสูงที่สุดในการจัดสเปคครั้งนี้ แต่ก็มีสเปคที่น่าสนใจไม่น้อยเลย รวมถึงเรื่องของอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การทำงานในหลายด้าน ด้วยซีพียูตัวแรงอย่าง AMD Ryzen 5 5500 ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread ที่ยังคงให้ประสิทธิภาพในการทำงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพเบื้องต้น ตัดต่อวีดีโอในระดับพื้นฐาน 1080p หรือจะเป็นการแต่งภาพ มาคู่กับเมนบอร์ด A520 จากทาง MSI ที่อาจจะเป็นเมนบอร์ดรุ่นน้องเล็ก แต่ก็พอปรับแต่งได้ และราคาค่อนข้างสบายกระเป๋า แต่ถ้างบคุณมากขึ้นอีกนิด อยากจะให้ขยับไปเป็น B550 เพื่อการใช้งานคล่องตัวมากขึ้น และจะได้สล็อตแรมเพิ่มขึ้นอีก มาพร้อมแรม DDR4 16GB และได้ SSD อีก 480GB ในแบบ M.2 NVMe PCIe ให้ความเร็วในระดับ 3,000MB/s Read อีกด้วย

โดยที่มีกราฟิกการ์ดตัวแรงอย่าง GeForce RTX3050 เข้ามารับหน้าที่ในการรีดเฟรมเรตให้กับเกมต่างๆ ซึ่งสเปคนี้ ก็เพียงพอต่อการใช้งานและเล่นเกมบนความละเอียด Full-HD ได้ในหลายๆ เกม และยังตั้งค่าระดับ Medium-High ได้แบบสวยๆ โดยที่เฟรมเรตจะยังคงเกินระดับ 40-50fps. เลยทีเดียว และได้เพาเวอร์ซัพพลาย 600W มาให้ใช้แบบไม่อึดอัด พออัพเกรดกราฟิกการ์ดระดับกลางรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย พร้อมเคส ATX standard มาพร้อมไฟพัดลมสวยงาม แต่ราคาขยับไปที่ 25,590 บาท แต่คุณอาจจะลองปรับบางส่วนได้บ้าง เช่นขยับกราฟิกการ์ดเป็น RX6600 หรือ GTX1660 SUPER เป็นต้น ก็จะลดลงได้อีก 1,000-2,000 บาทเลยทีเดียว

รายละเอียดสเปค: Spec 5


Conclusion

PC Spec 1 PC Spec 2 PC Spec 3 PC Spec 4 PC Spec 5
ซีพียู Intel Pentium Gold G7400 AMD Ryzen 7 5700G AMD Ryzen 3 4100 Intel Core i3 12100F AMD Ryzen 5 5500
เมนบอร์ด H610 B550 B550 H610 A520
แรม DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB
SSD M.2 256GB M.2 1TB M.2 512GB M.2 480GB M.2 480GB
กราฟิกการ์ด Radeon RX6600XT Radeon Graphic Radeon RX6600XT GeForce RTX3050 GeForce RTX3050
เพาเวอร์ซัพพลาย 550W 80+ 600W 600W 600W 600W
เคส Antec AeroCool Tsunami Tsunami Antec
ราคา 19,430 23,710 23,970 24,900 25,590

สรุปสุดท้ายในสเปคคอม 20,000 บาทที่จัดมาให้กันในครั้งนี้ 5 สเปค ถ้างบประมาณของคุณมากพอ สเปค Ryzen 5 5500 กับการ์ดจอ RTX3050 เป็นตัวเลือกที่ทำให้คุณสามารถจบได้ดีพอตัว แทบจะยังไม่ต้องอัพเกรดอะไรในช่วงแรก แต่ถ้างบน้อยลงมาอีกหน่อย Intel Core i3 กับ RTX3050 ก็พอตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีพอสมควร ในราคาที่ใกล้กับงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ถ้าคุณต้องการได้เซ็ตการ์ดจอแยก ในราคาที่เบาที่สุด Intel Pentium กับ RX6600XT ก็พอจะดันเฟรมเรตหลายๆ เกมได้ ในราคาที่เหมาะสม แต่อาจจะต้องอัพเกรดความจุของ SSD ขึ้นมาอีกหน่อยในงบหลักร้อย เพื่อให้ได้ความจุที่มากขึ้น รองรับการติดตั้งเกมได้มากกว่า 1-2 เกม ซึ่งจะทำให้คุณเล่นได้แบบไม่อึดอัดจนเกินไป หรือไม่ต้องไปลบเกมเก่าออก แต่ที่อยากจะแนะนำคือ ถ้าคิดจะเล่นเกมแล้ว อยากให้คงความจุของแรมไว้ที่ 16GB เพราะอย่างน้อย ก็เป็นตัวช่วยที่ดีให้การประมวลผลมีความลื่นไหล ในบางเกมก็ใช้แรมไปมากกว่า 4-5GB แล้ว หากมีแค่ 8GB แค่ใช้งานระบบ ก็อาจจะไม่พอ ก็อาจจะเกิดอาการสะดุดหรือกระตุกได้เช่นกัน

แต่ถ้าเป็นไปได้ถ้าอยากจะเล่นเกมให้ไหลลื่นและเป็นตัวจบ ของคุณได้ในช่วงปี 2022 นี้ อาจจะตั้งงบให้สูงขึ้นอีกหน่อย อย่างน้อยๆ คือ 30,000 บาท ก็จะมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงให้คุณใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และตัวเลือกในการใช้งานก็จะมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ หรือได้แรมและ SSD ที่มากกว่าเดิม รวมถึงซีพียูอาจจะเริ่มที่ Intel Core i5 หรือ AMD Ryzen 5 ได้อย่างไม่ยากนัก ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้ความสำคัญในส่วนใดมากที่สุด แล้วก็อย่าลืมนะครับ ถ้าอยากได้โปรโมชั่นเด็ดๆ ราคาดี มีตัวเลือกเยอะ แวะไปที่งาน Commart Game On 2022 ที่กำลังจัดขึ้นในวัน พฤหัสที่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ โปรดีๆ รอคุณอยู่ครับ หรือถ้าจะดูข้อมูลตัดสินใจ สามารถดูในบทความต่อไปของเราได้เลย บุกงาน Commart หาโปรเด็ดคอมประกอบราคาดีมาฝากกันครับ

from:https://notebookspec.com/web/674298-20000-rtx-commart-game-on-2022

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ พกพาได้ ทนทาน ทำงาน ดูหนัง เล่นเกมครบ

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คทำงาน เรียนและงานออนไลน์ เบา 1.7Kg ชาร์จไว จอกางได้ 180 องศา คีย์บอร์ดใหญ่ เล่นเกมได้

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คสำหรับกลุ่มคนทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ แต่น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ขุมพลัง Intel Core i7-1255U รุ่นใหม่ ประหยัดพลังงาน ใช้ได้นานขึ้น พร้อมกับ Intel Xe Graphic มีให้เลือกแรม 8GB – 16GB และ SSD ความเร็วสูงรุ่นใหม่ กล้องเว็บแคมชัด และไมโครโฟนเสียงคมชัด พอร์ตมีให้ครบครัน รวมถึง USB-C PD Charge ชาร์จได้ไว หรือจะเน้นไปที่ความบันเทิงก็มีจอแสดงผล 15.6″ ความละเอียด Full-HD ดูภาพได้เต็มตา พรีเซนเทชั่นสะดวก เพราะกางหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมฟีเจอร์ Flip & Share ให้คนรอบข้างมองเห็นได้ถนัด พิมพ์งานก็สะดวก เพราะปุ่มคีย์ขนาดใหญ่ กดนุ่มเบาสบายนิ้ว และมีแสงไฟ Backlit เห็นได้ชัดแม้แสงน้อย ฮอตคีย์มีให้ใช้มากมาย และทัชแพดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 30% รองรับ Multi-Gesture ปรับใช้ฟังก์ชั่นได้หลากหลาย โดยมีซอฟต์แวร์ช่วยจัดการอย่าง MSI Center Pro มาให้ ที่สำคัญความทนทานมาตรฐาน MIL-STD แกร่งรองรับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น ตั้งแต่ 25,990 บาท ไปจนถึง 30,990 บาท ซึ่งเป็นท็อปสุดที่เรารีวิวอยู่นี้ การรับประกัน 2 ปี โดยปีแรก ประกันแบบ Global เข้าเคลมได้ที่ศูนย์ MSI ทั่วโลก


MSI MODERN 15 จอใหญ่ น้ำหนักเบา สเปคแรง


จุดเด่น

Advertisementavw
  • หน้าจอขนาดใหญ่ แต่ไซส์พกพา
  • กางจอได้ 180 องศา
  • มีฟีเจอร์ Flip & Share สลับหน้าจอได้
  • MSI Center Pro ตรวจเช็ค ดูแลระบบด้วยตัวเอง
  • คีย์บอร์ดปุ่มใหญ่ มีแสงไฟ Backlit ปรับระดับได้
  • ซีพียู Intel Core i7 มาพร้อมแรม 16GB
  • มีพอร์ตจำนวนมากและ USB-C PD Charge
  • สามารถเล่นเกมเบาๆ ได้ เช่น DOTA2, PUBG

ข้อสังเกต

  • แรมเป็นแบบออนบอร์ด
  • จอแสดงผลเหมาะกับงานและความบันเทิงพื้นฐานทั่วไป
  • ถ้ามีพอร์ต RJ-45 มาให้เป็นทางเลือกนอกจาก WiFi ก็จะดี

Specification

Description
CPU Up to 12th Gen Intel® Core i7-1255U Processor
OS Windows 11 Home (MSI recommends Windows 11 Pro for business.)
DISPLAY 15.6″ FHD (1920×1080), IPS-Level
GRAPHICS Up to Intel® Iris® Xe graphics
MEMORY Max 16GB DDR4-3200 onboard
STORAGE 1x M.2 SSD slot (NVMe PCIe Gen3) 512GB
WEBCAM HD type (30fps@720p)
KEYBOARD Backlight Keyboard (Single-Color, White)
COMMUNICATION 802.11 ax Wi-Fi 6 + Bluetooth v5.2
AUDIO 2x 2W Speaker
I/O PORTS 1x Type-C USB3.2 Gen2 with PD charging
1x Type-A USB3.2 Gen2
1x (4K @ 30Hz) HDMI™
1x Micro SD Card Reader
2x Type-A USB2.0
AUDIO JACK 1x Mic-in/Headphone-out Combo Jack
BATTERY 39.3/53.8 Battery (Whr)
3-Cell
AC ADAPTER 65W adapter
DIMENSION (WxDxH) 359 x 241 x 19.9 mm
WEIGHT (W/ BATTERY) 1.7 kg
COLOR Classic Black
Price 30,990

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


Hardware / Design

MSI MODERN 15

มาเริ่มกันที่เรื่องของดีไซน์ของ MSI MODERN 15 รุ่นนี้กันก่อนกับสีที่เรียกว่า Classic Black ออกเป็นโทนสีดำกึ่งด้านเล็กน้อย และเป็นสีเดียวกันตลอดทั้งบอดี้ ด้านบนมีโลโก้ MSI สีเงินเงาดูสะดุดตากับการออกแบบที่ดูเรียบง่าย เหมาะกับการนำไปใช้ในที่ต่างๆ

MSI MODERN 15

เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ในโทนสีดำ แต่กลับดูไม่ได้บึกบึน แม้จะไม่ได้มีเส้นสายนำสายตา ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ MSI ทำให้กรอบบานของหน้าจอบางลง จนทำให้ดูมีความกระทัดรัดมากขึ้น ด้วยวัสดุที่กึ่งเงา ก็อาจจะมีรอยนิ้วมือได้บ้างในบางครั้ง แต่เช็ดออกง่ายเช่นกัน แต่จุดที่สำคัญคือ โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้คุณใช้งานได้อย่างอุ่นใจ เพราะผ่านมาตรฐาน MIL-STD 810G ที่ให้ความมั่นใจในเรื่องของความทนทาน ใช้ในสภาพอากาศที่ร้อนหนาว และรองรับแรงกระแทกได้ทีระดับหนึ่ง คุณจะเอาไปใช้งานข้างนอกหรือไปไซต์งานยังสบายใจได้

MSI MODERN 15

จากบอดี้ที่เป็น Cover ด้านนอก มาสู่ขอบจอด้านใน อย่างที่ได้เห็นคือ ขอบจอซ้ายและขวา ที่บางเป็นพิเศษ ข้อดีคือ ทำให้ได้พื้นที่ในการแสดงผลมากขึ้น ในขณะที่บอดี้ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป และยังเป็นจอแบบ Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีพอสมควร

ขอบจอในแต่ละด้าน มีความบางพิเศษ และดูลงตัวมากขึ้น ขอบบนหนาเล็กน้อย เพราะเป็นจุดที่ติดตั้งกล้องเว็บแคม ส่วนด้านล่าง เป็นตัวรับน้ำหนักกับส่วนของบานพับ ก็จะเพิ่มขนาดขึ้นมา โดยมีโลโก้ MSI จัดวางอยู่ตรงกลางชัดเจน

MSI MODERN 15

ในด้านของมิติจุดที่บางสุดเพียง 1.99cm เท่านั้น ทำให้ใส่ได้ทั้งซอฟต์เคสและกระเป๋าเอกสารบางๆ ได้ไม่ยาก ทำให้การพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

ขอบด้านหลังของจอโน๊ตบุ๊ค MSI MODERN 15 ทำเป็นขอบยางยาวตลอดเกือบทั้งบอดี้ เมื่อคุณกางหน้าจอออก จะเป็นตัวยกทำมุมของคีย์บอร์ดให้สูงขึ้น รับกับการวางมือสะดวกกว่าเดิม อีกทั้งกันไม่ให้ขอบจอเป็นรอยอีกด้วย เรียกว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้ประโยชน์ 2 ต่อ

MSI MODERN 15

จากมุมมองด้านข้าง ผมสังเกตว่าจะค่อนข้างต่างจาก MODERN 14 เล็กน้อย คือ จะไม่เว้าตรงกลางที่เป็นคีย์บอร์ดลงไป แต่ทำเสมอกันตลอดทั้งบอดี้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะทำให้เมื่อกางหน้าจอออกแล้ว พิมพ์ได้ระดับมากขึ้น ระยะของคีย์บอร์ดอยู่ในแนวระนาบพอดี และกางได้สุดๆ 180 องศา

MSI MODERN 15

และที่สำคัญคือ ไม่เพียงกางหน้าจอออกไปได้แบบสุดๆ เท่านั้น แต่ MSI ยังให้ฟีเจอร์อย่าง Flip & Share มาให้สำหรับคนที่ต้องใช้งานแชร์หน้าจอ ให้คนรอบข้างได้ดู โดยกดปุ่ม F12 เพื่อสลับหน้าจอ เพื่อคนที่อยู่ตรงข้ามได้มองเห็นชัดเจนได้อีกด้วย

บานพับมีด้วยกัน 2 จุดอยู่บริเวณซ้ายและขวาของตัวเครื่องรับหน้าที่ทั้งการรับน้ำหนักหน้าจอ และดันกับพื้นเมื่อต้องกางหน้าจอออกแบบสุดๆ 180 องศา ค่อนข้างมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นโน๊ตบุ๊คจอใหญ่เช่นนี้ แต่ก็เป็นสไตล์ที่ทาง MSI ใช้อยู่บนโน๊ตบุ๊คทำงานทั่วไปหลายรุ่น

ด้านบน MSI MODERN 15 มาพร้อมกล้องเว็บแคม 720p ที่ให้ความคมชัดในระดับหนึ่ง จุดนี้มองว่าเหมาะกับการใช้สนทนา ประชุมออนไลน์และการเรียนได้ดี แต่ถ้าต้องการให้เห็นรายละเอียดได้มากขึ้น แนะนำให้หาแสงไฟมาเพิ่มบริเวณด้านหน้าคุณ จะเสริมความสว่างสดใสได้ไม่น้อย

MSI MODERN 15

คีย์บอร์ดมาในแบบ Full-size ปุ่มใหญ่พิเศษ แต่ที่สำคัญคือ ฟอนต์สวย มองเห็นง่าย และมีปุ่ม Number-pad มาในตัว เพิ่มการมองเห็นด้วยแสงไฟ Backlit บนตัวคีย์บอร์ด ปรับระดับความสว่างได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

ด้านหลังเป็นจุดที่ใช้ในการระบายความร้อน ซึ่งเราจะเห็นการออกแบบในลักษณะนี้บน MSI MODERN 14 มาบ้างแล้ว โดยใช้ในการดูดลมเย็นเข้าด้านใต้ของเครื่อง เพื่อนำพาความร้อนออกไปบริเวณช่องลมออก ด้านใต้ของจอนั่นเอง

MSI MODERN 15

Keyboard / Touchpad

MSI MODERN 15

ทาง MSI จัดวางคีย์บอร์ดที่ตอบโจทย์คนเล่นเน็ต พิมพ์งานและใช้งานหนักมาให้บน MSI MODERN 15 ว่ากันตั้งแต่ปุ่มคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ ในแบบ Island มีระยะห่างจากปกติเล็กน้อย เพื่อให้การพิมพ์แม่นยำมากขึ้น กับพื้นที่ปุ่มขนาดใหญ่ ทำให้การพิมพ์สัมผัสมีประสิทธิภาพ และจุดเด่นคือ ระยะ Travel key ที่สั้นประมาณ 1.5mm เท่านั้น ส่วนตัวมองว่าเหมาะกับงานพิมพ์เป็นหลัก การเล่นเกมอาจจะไวไปสักนิด แต่ก็พอปรับให้ชินได้

MSI MODERN 15

คีย์บอร์ดในแบบ Full-size ที่มีปุ่ม Number-Pad มาด้วย ฟอนต์มีความคมและสวยงาม มองเห็นได้ชัด การจัดเรียงปุ่มดูลงตัวทีเดียว

ปุ่มคีย์บอร์ดมีแสงไฟ Backlit มาให้ด้วย มองเห็นในที่แสงน้อยหรือใช้งานในห้องที่มืดได้ดี ไม่รบกวนคนอื่น ปรับความสว่างแสงได้ 2 ระดับ รวมถึงปิดใช้งานได้ หากคุณไม่ต้องการใช้ และยังช่วยประหยัดไฟ ใช้แบตได้นานขึ้นอีกด้วย

MSI MODERN 15

ปุ่มเพาเวอร์เปิดเครื่อง จะอยู่ด้านบนมุมขวาสุดของคีย์บอร์ด มีแสงไฟเล็กๆ ปรากฏขึ้น เมื่อระบบทำงาน

MSI MODERN 15

จุดที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ ปุ่มลูกศร ขึ้น,ลง,ซ้าย,ขวา ที่เป็นแบบปุ่มเต็ม ไม่ย่อครึ่งปุ่ม ทำให้กดใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำเอกสารหรือเลื่อนหน้าเว็บเป็นต้น

  • ปุ่มด้านบนสุดจะเป็นฮอตคีย์หรือฟังก์ชั่น การใช้ปุ่ม Fn+Lock เพื่อจะเปิดใช้ปุ่ม Fn ร่วมด้วยหรือไม่ใช้ก็ได้ ด้วยการกด Fn+Esc
  • เปิด-ปิดเสียง
  • ลดเสียง, เพิ่มเสียง
  • เปิด-ปิดใช้งานทัชแพด
  • เปิด-ปิดไมโครโฟน
  • ใช้งานกล้องเว็บแคม
  • เปิดใช้โปรแกรม MSI Center Pro
  • เพิ่ม-ลดแสงคีย์บอร์ด
  • เพิ่ม-ลดแสงสว่าง
  • ส่งสัญญาณไปยังจอภายนอก
  • เปิดใช้งาน Flip & Share
  • Printscreen
MSI MODERN 15

สัมผัสในการกดนุ่มนวลดีครับ ถ้ามองถึงระยะการกด ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างสั้น และมีแรงต้านในระดับหนึ่ง ให้อารมณ์ในการกดที่ดี เพราะไม่จมลึกเกินไป และมีแรงสะท้อนเล็กๆ พิมพ์งานได้สนุก ที่สำคัญคนไม่พิมพ์สัมผัส ก็มองได้ง่าย ฟอนต์ใหญ่ ทั้งไทยและอังกฤษ

MSI MODERN 15

ทัชแพดขนาดใหญ่บน MSI MODERN 15 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อ เอาใจสายท่องอินเทอร์เน็ตและทำงาน พรีเซนเทชั่น ความลื่นไหลอยู่ในระดับที่ดี แตะสัมผัสเพื่อสั่งงานได้ง่าย เพราะรองรับ Multi-Gesture ใช้งาน 2 นิ้วหรือ 3 นิ้วได้สะดวกอีกด้วย พร้อมปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวาที่ซ่อนอยู่ใต้ทัชแพด

MSI MODERN 15

แถบวางมือด้านข้างซ้าย มีสติ๊กเกอร์ 3 ชิ้นด้วยกันคือ Intel Core i7, Intel Iris Xe Graphic และ HDMI มีพื้นที่สำหรับการวางมือ ใช้งานได้สะดวก ยิ่งเป็นคนที่พิมพ์งานบ่อยๆ ผมว่าน่าจะถูกใจไม่น้อย เพราะอุ้งมือคุณจะไม่ยื่นออกมาจากตัวเครื่องเลย


Screen / Speaker

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มาพร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 15.6″ เป็นพาแนลในแบบ IPS ซึ่งทำให้มุมมองของภาพกว้างขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอนานๆ ในแต่ละวัน อีกทั้งเป็นจอแบบ Anti-Glare ก็ยิ่งช่วยลดแสงสะท้อนได้ไม่น้อยเลย เรื่องสีสันอย่างที่ได้เห็นในภาพกันเลยครับ ส่วนตัวมองว่าให้ความสดใสได้ดีในระดับหนึ่ง หากเป็นการสตรีมมิ่งวีดีโอ หรือการดูภาพถ่าย จากทริปที่ไปเที่ยว ก็ให้ความรู้สึกเต็มอิ่มและได้ระลึกถึงบรรยากาศได้ดี หรือจะแชร์หน้าจอให้กับคนข้างๆ ได้ดูก็ง่ายมาก

MSI MODERN 15

ในด้านความแม่นยำของการแสดงผลและขอบเขตสีของหน้าจอ MSI MODERN 15 รุ่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางตามมาตรฐานของจอทำงานในปัจจุบัน ให้ค่าหลังจากการทดสอบได้ในส่วน Gamut Coverage/ Volume ที่เป็นขอบเขตสีของจอรุ่นนี้ อยู่ที่ประมาณ 60% sRGB และในส่วนของ Delta-E อยู่ที่ประมาณ 0.13 ก็จัดว่าเป็นจอภาพสำหรับการทำงานทั่วไป รวมถึงการแสดงผลที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ในด้านของงานกราฟิก หรือการแสดงผลภาพสี ที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือการตรวจเช็คงานอาร์ตสิ่งพิมพ์ อาจจะต้องพึ่งพาจอภาพมาต่อพ่วงเสริมเข้าไป เพื่อให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

แต่สำหรับการดูหนัง เล่นเกม หรือการเล่นไฟล์วีดีโอสตรีมมิ่งทั่วไป ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว การปรับสภาพแสงแบบสุดๆ ก็ให้ผลทดสอบในแง่ของความสว่าง (Brightness) ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ใช้งานกับสภาพแสงภายนอกห้องได้อย่างชัดเจน โดยสรุปต้องถือว่าเป็นจอที่ใช้งานพื้นฐานได้ มีความสว่างสูง อีกทั้งตอบสนองกับการแสดงผลได้ดี ทั้งด้านของงานและความบันเทิง

MSI MODERN 15

ขยับมาดูทางด้านของเสียงที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้กันบ้าง ลำโพงเป็นแบบ 2W จำนวน 2 ตัว วางทางฝั่งซ้ายและขวา เป็นแนวเฉียงออกด้านข้างเล็กน้อย เพื่อให้เสียงกระจายออกไปได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เรื่องคุณภาพเสียงตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้ดี เสียงแม้จะออกโทนกลาง แต่เสียงเบสไม่หนักมาก อาจจะเน้นไปที่การดูหนัง และเล่นเกมเป็นหลัก ส่วนเสียงตัวละคร อาจไม่โดดเท่ากับเอฟเฟกต์ แต่ก็ให้อารมณ์ความสนุกได้ดีพอสมควร แต่แนะนำว่าให้วางโน๊ตบุ๊คไว้บนโต๊ะที่ระดับใกล้กับตัวคุณ จะได้อรรถรสของเสียงได้มากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มีพอร์ตมาให้ค่อนข้างเยอะ พอร์ตทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องต่อไฟเลี้ยง DC, HDMI, USB 3.2 Gen2 Type-A, USB 3.2 Gen2 Type-C โดยพอร์ตนี้ จะรองรับการชาร์จไฟ PD และการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงเท่านั้น และสุดท้าย 3.5mm Audio jack

MSI MODERN 15

อีกหนึ่งประโยชน์จาก USB Type-C ที่มากับโน๊ตบุ๊ค สามารถชาร์จไฟในแบบ PD หรือ Fast Charge ได้ เรียกว่าพอสำรองให้ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง กรณีที่เร่งด่วนหรือต้องใช้แบตมือถือชั่วคราว ให้การติดต่อธุรกิจสำคัญไปต่อได้ หรือจะใช้เพาเวอร์แบงก์ 65W ในแบบ PD ก็สามารถชาร์จไฟเข้าโน๊ตบุ๊คได้เช่นกัน

MSI MODERN 15

ทางด้านขวามีพอร์ต USB 2.0 Type-A ให้มา 2 ช่อง เหมาะกับการต่ออุปกรณ์พื้นฐานเช่น USB flash drive, Printer หรือของที่ไม่เน้นความเร็วสูงมากนัก และสล็อต microSD card reader

MSI MODERN 15

ช่องระบายความร้อน ที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง โดยระบายลมร้อนออกมาได้ดี เมื่อกางหน้าจอออก

MSI MODERN 15

อแดปเตอร์ 65W ที่ใช้สำหรับการชาร์จไฟให้กับโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ โดยคุณยังสามารถหาอแดปเตอร์ขนาดเล็ก ที่รองรับการชาร์จแบบ PD มาใช้ร่วมกันได้ ด้วยการต่อผ่านพอร์ตชาร์จ USB-C ที่มีมาบนโน๊ตบุ๊ค

MSI MODERN 15

น้ำหนักตัวเครื่อง MSI MEDERN 15 อยู่ที่ราวๆ 1.8Kg ซึ่งสูงกว่าที่เคลมเอาไว้เล็กน้อยครับ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คจอใหญ่พกพาได้

MSI MODERN 15

และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้ว อยู่ที่ราวๆ 2.1Kg กับน้ำหนักประมาณนี้ การใส่กระเป๋าไปทำงาน หรือหาลูกค้าถือว่าทำได้ เพราะระยะการเดินทางไม่ไกล และบางครั้งก็วางได้ แต่ถ้าจะต้องสะพายไปด้วยไกลๆ ก็อาจจะต้องหาโซลูชั่นมาช่วยแบ่งเบา หรือจะไม่พกอแดปเตอร์ไปด้วย ก็พอจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะแบตเดิมๆ ปรับจูนไว้ดีๆ ใช้งานได้ราว 5-6 ชั่วโมง


Inside / Upgrade

MSI MODERN 15

สำหรับอุปกรณ์ภายในและการอัพเกรดของ MSI MODERN 15 เมื่อเปิดด้านใต้ออกมา ด้วยการไขน็อต 4 แฉกจำนวนประมาณ 13 ตัวออกมาแล้ว การเปิดฝาเคสไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแต่จะมีบางจุดที่ค่อนข้างแน่น อาจจะต้องเริ่มแกะจากขอบด้านหน้าก่อน แล้วค่อยๆ เลาะไปยังด้านหลังเครื่อง ภายใต้ฝาปิดจะออกมาเป็นเช่นนี้ พื้นที่เมนบอร์ดจะค่อนข้างใหญ่ และมองเห็นภายในได้เกือบทั้งหมด แบตเตอรี่ก็วางเอาไว้เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ภายใน

MSI MODERN 15

MSI ใส่แบตขนาด 39.3Whr มาไว้ให้ ซึ่งถือว่าไม่ได้เล็กหรือใหญ่ อยู่ในขนาดกลางๆ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คระดับเดียวกันในท้องตลาด

MSI MODERN 15

ที่เห็นนี้คือ แรมหรือหน่วยความจำระบบ เป็นแบบ On-board โดยในรุ่นนี้ติดตั้งมาให้แล้ว 16GB เป็นแบบ DDR4 3200 แต่ไม่มีสล็อตเพิ่มเติมมาให้ ซึ่งก็จะคล้ายกับโน๊ตบุ๊คทำงานที่เน้นทำให้มิติบางลง ซึ่งมักจะมาพร้อม แรมในลักษณะนี้ อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างในการอัพเกรดเพิ่ม แต่โดยส่วนตัวมองว่า หากเป็นการทำงาน หรือการเรียนทั่วไป RAM 8GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้แล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ซอฟต์แวร์ MSI Center Pro ก็ยังให้คุณสามารถจัดสรรทรัพยากรในเครื่องได้ง่าย และมีระบบ Smart auto ai คอยจัดการระบบเครื่องให้ทำงานได้ไหลลื่นได้อีกทางหนึ่ง

MSI MODERN 15

ในส่วนของ Storage มาพร้อม SSD 512GB จากทาง Kingston บนอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 และมีมาให้เพียงสล็อตเดียวเท่านั้น ซึ่งการอัพเกรดอาจจะต้องเป็นการเปลี่ยนความจุ รองรับได้ถึง 1TB

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มีพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ ที่นำมาระบายความร้อนภายในระบบ สามารถตอบโจทยช่วงการทำงานหนักได้ดีทีเดียว อาจจะมีเสียงอยู่บ้างในโหมดที่เป็น Full load แต่ก็ไม่ได้ดังจนถึงขั้นรบกวน อยู่ในเกณฑ์ของพัดลมโน๊ตบุ๊คทั่วไป ตรงนี้คุณสามารถเลือกปรับโหมดได้จาก MSI Center Pro ได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

ฮีตไปป์ทองแดง 2 เส้นที่ช่วยในการนำพาความร้อนจากชุดซิงก์ระบายความร้อนของซีพียูไปยังพัดลม โดยเป็นไปป์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

MSI MODERN 15

ภายในที่เป็นชุดลำโพงมีอยู่ทั้ง 2 ด้าน ติดตั้งในมุมเฉียงออก ทำมุมสะท้อนบนโต๊ะทำงาน ตามพื้นฐานการใช้งานของโน๊ตบุ๊คทั่วไป


Performance / Software

MSI MODERN 15

ซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI MODERN 15 รุ่นนี้ใช้เป็น Intel Core i7-1255U ทำงานในแบบ 10 คอร์ 12 เธรด สัญญาณนาฬิกาสูงสุด (Boost clock) 4.70GHz โดยเป็นซีพียูในรุ่นประหยัดพลังงาน แต่ให้ความเร็วและเทคโนโลยีต่างๆ มาครบถ้วน เช่นเดียวกับกราฟิกในตัว จุดเด่นอยู่ที่ค่า TDP 15W เท่านั้น กินไฟน้อย ความร้อนต่ำ เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง

MSI MODERN 15

ส่วนแรมออนบอร์ดในเครื่องมีความจุ 16GB DDR4 3200MHz ติดตั้งมาให้บนเมนบอร์ดจากโรงงาน โดยรุ่นนี้จะมี 2 โมเดลคือ แรม 8GB และแรม 16GB โดยรุ่น 16GB จะมีอยู่บนโมเดลที่เป็น Intel Core i7 เท่านั้น แนะนำว่าหากคุณต้องการประสิทธิภาพและความไหลลื่นในการทำงานมากขึ้น เลือกตัวท็อปสุดก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

MSI MODERN 15

ทดสอบในเบื้องต้น ทั้งในส่วนของ Single Thread และ Multi-Thread เมื่อเทียบกับซีพียูเดสก์ทอป Intel Core i7-10700 ก็เรียกว่าเป็นรองอยู่เล็กน้อย เพราะเป็นซีพียูในแบบประหยัดพลังงานและ Core/ Thread ที่น้อยกว่านั่นเอง แต่ใน Single-Thread ทำงานคอร์เดียว ทำคะแนนแซงหน้าได้

MSI MODERN 15

กราฟิกที่มากับโน๊ตบุ๊ค Intel Iris Xe Graphic ซึ่งเป็นกราฟิกออนซีพียู ที่มีประสิทธิภาพสูงในการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป การชมภาพยนตร์ 4K หรือการเปิดไฟล์มัลติมีเดีย รวมไปถึงการเล่นเกมแบบเบาๆ โดยแชร์หน่วยความจำร่วมกับระบบแบบอัตโนมัติ

MSI MODERN 15

CrystalDiskMark เป็นการทดสอบระบบ Storage โดยให้ผลทดสอบมาในเกณฑ์มาตรฐาน นั่นคือ การอ่านข้อมูลอยู่ที่ราว 2,500MB/s Read และ 1,200MB/s Write โดยประมาณ ตามพื้นฐานของอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4

MSI MODERN 15

CINEBench เป็นการทดสอบซีพียูในด้านของการเรนเดอร์ CG และผลที่ได้ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะเป็นซีพียูในซีรีส์ “U” ที่ประหยัดพลังงาน แต่ก็ให้คะแนนน่าพอใจ แต่ก็แนะนำว่าโน๊ตบุ๊คถูกออกแบบมาเพื่องานเอกสาร แอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวัน และความบันเทิง เช่นการเล่นเกมที่ไม่หนักมากเท่านั้น หากจะจริงจังกับงานระดับนี้ แนะนำให้โน๊ตบุ๊คในกลุ่ม MSI Stealth, Titan หรือ Bravo จะตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

PCMark10 คะแนนออกมาเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สำหรับผลของ Essential อาจจะลดลงมาเล็กน้อย หากเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Core i7 “P” series แต่ก็ใกล้เคียงกันมาก และการได้แรมมา 16GB ก็เป็นตัวที่ทำให้ผลคะแนนในหลายจุดเพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงด้าน Productivity อีกด้วย

MSI MODERN 15

3DMark แม้ว่า MSI MODERN 15 จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีกราฟิกบนซีพียูอย่าง Intel Iris Xe Graphic แต่ก็รันโปรแกรม 3 มิติสุดโหดอย่างนี้ได้ และผลคะแนนที่ออกมา อาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ถ้าดูจากรายละเอียด สามารถทำได้ดีกว่าผลทดสอบบน UHD Graphic ที่เราเคยได้ทดสอบมา ก็เป็นแนวโน้มที่ดีว่า สามารถรองรับการเล่นเกมพื้นฐานได้อยู่

MSI MODERN 15

มาถึงการทดสอบบนเกมพื้นฐานกันบ้าง แม้ระบบจะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยตรง แต่ถ้าดูจากผลที่ได้บน 3DMark ก็พอจะตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์ หรือคนทำงานที่อาจจะใช้เวลาว่างในช่วงพักมาผ่อนคลายด้วยการเล่นเกม ซึ่งเราก็นำเกมยอดนิยมอย่าง DOTA2 และ PUBG มาทดลองเล่นกันว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลที่ได้นั้น DOTA2 – ตั้งค่าไว้ที่ Fastest ให้เฟรมเรตได้สูงถึง 98-99fps. เลยลองขยับมาที่ High settings เพื่อเพิ่มความสวยงาม และดูจะลงตัวที่สุด เพราะรีดเฟรมเรตไปได้ถึง 49-51fps. ได้ภาพที่สวยขึ้นและยังไหลลื่นอีกด้วย

ส่วนเกม PUBG นั้นก็ค่อนข้างจะโหด กินสเปคเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย เพราะเราลองเริ่มต้นที่ Low settings ปรากฏว่าเฟรมไปอั้นๆ ที่ประมาณ 28fps. แต่พอลองปรับเป็น Very Low เฟรมเรต ก็ขยับไปได้ถึง 42fps. แม้จะมองเห็นภาพไม่ละเอียดสวยงามมากนัก แต่ก็เล่นได้ลื่นมากขึ้น

MSI Center Pro

MSI MODERN 15

สำหรับใครที่ใช้โน๊ตบุ๊คจากทาง MSI ที่รองรับซอฟต์แวร์นี้ แนะนำให้ติดตั้งและเปิดใช้งานเลยครับ เพราะเครื่องมือและฟังก์ชั่นต่างๆ จะช่วยให้คุณทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างจากที่นำมาให้ชมนี้ เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยคุณสามารถใช้งานโน๊ตบุ๊คในโหมดต่างๆ ตามความเหมาะสม ด้วยการคลิ๊กเมาส์ไม่กี่ครั้งเท่านั้น และมีตัวเลือกเป็นแบบโพรไฟล์ให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพ หรือการใช้พลังงานก็ตาม หรือจะใช้เป็น Ai ในแบบ Smart Auto ระบบจะประเมินให้ว่า ในช่วงเวลานั้น จะจัดการกับพลังงานหรือให้ประสิทธิภาพแบบใดดี

MSI MODERN 15

หรือจะเป็นการรายงานสถานะของฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ระบบไหลลื่นขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Optimize ระบบไว้ให้อีกด้วย เร่งความเร็วขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องไปปรับแต่งบน Windows ให้ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นการ Clear cache หรือ Clear Memory ก็ตาม และคุณยังเลือกสร้างการคืนค่าระบบ หรือการทำ Recovery เอาไว้ได้เองแบบง่ายๆ

MSI MODERN 15

หรือถ้าติดปัญหาในการใช้งาน ก็สามารถเลือกขอคำปรึกษา หรือแนวทางแก้ไขได้ มีทั้งระบบอัตโนมัติ บอร์ดแนะนำข้อมูลหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้เช่นกัน


Battery / Heat / Noise

MSI MODERN 15

อแดปเตอร์ที่มีมาให้เป็นแบบ 65W ขนาดกระทัดรัด ประมาณฝ่ามือเท่านั้น ใครที่ชอบการพกพา ก็ไม่ต้องกังวล เพราะใส่กระเป๋าติดไปกับโน๊ตบุ๊คได้ไม่สบาย พร้อมกับสายต่อที่เป็นแจ๊ค DC หัวกลมมาให้ คู่กับสายไฟ 3 ขา กับสายที่ยาวมากกว่า 2 เมตร เมื่อวัดความยาวรวมกัน ช่วยให้คุณลากสายได้แบบยาวๆ กรณีที่ปลั๊กต่ออยู่ไกล

MSI MODERN 15

ช่องชาร์จอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ด้วยหัวต่อขนาดไม่ใหญ่นัก ทำให้ไม่เกะกะเวลาเชื่อมต่อ และยังมีพื้นที่สำหรับต่ออุปกรณ์ใกล้เคียงได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

แบตเตอรี่ที่ทาง MSI ที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ 39.3Whr ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่าง ใต้ทัชแพด ซึ่งมีโครงสร้างโลหะเสริมมาอย่างแข็งแรงเลยทีเดียว

MSI MODERN 15

ทดสอบระยะการใช้งานด้วย BatteryMon เพื่อดูระยะเวลาในการทำงานของแบตเตอรี่ ด้วยการเปิดสตรีมมิ่งยูทูปเป็นวีดีโอต่อเนื่อง ตั้งค่าความสว่างที่ 20% และระดับเสียง 20% เพื่อจำลองกับการใช้งานจริง ในการเล่น Video Playback ซึ่งผลที่ได้นั้น อยู่ที่ราวๆ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าทำได้ดีพอสมควร กับแบตเตอรี่ประมาณนี้ ซึ่งหากได้รับการปรับจูนที่ดี รวมถึงการปิดแสงไฟ Backlit บนคีย์บอร์ด ก็น่าจะไปได้ถึง 6 ชั่วโมงแบบไม่ยาก ระยะเวลาในการทำงานนี้ ก็เท่ากับคุณออกไปใช้งานข้างนอกได้เกือบครึ่งวัน


Conclusion

MSI MODERN 15

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ MSI MODERN 15 โน๊ตบุ๊คทำงานสายพกพา ราคาเบาๆ เอาเป็นว่าถ้าคุณชื่นชอบโน๊ตบุ๊คสไตล์เรียบง่าย ได้พอร์ตเยอะ สเปคซีพียูแรงๆ พกพาสะดวก ก็ไปเลือกตามโมเดลที่มีให้ 3 รุ่นกันได้เลย เริ่มแค่ 25,990 บาทเท่านั้น ข้อดี ก็จะเป็นเรื่องที่เราได้พูดถึงตั้งแต่ต้นคลิป อาทิ จอใหญ่ กางจอได้ 180 องศา แถมยังเป็นแบบ Flip & Share ชาร์จไฟเร็วรองรับ PD พอร์ตมีเยอะ และน้ำหนักเบา จะมีเพียงข้อสังเกตุเล็กๆ ที่สำหรับแอดมินก้อ ก็ไม่ได้ติดเรื่องนี้นะ เพราะเข้าใจอยู่ว่า โน๊ตบุ๊คทำงานส่วนใหญ่ ที่ทำให้บางลง มักจะมาพร้อม RAM On-board ที่มีข้อจำกัดในการอัพเกรดเพิ่มภายหลัง ซึ่งถ้ามองถึงการทำงาน หรือการเรียนทั่วไป RAM 8GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้แล้ว ส่วนถ้าใครที่งานหนัก เปิด Web browser ทีละหลายหน้า ทำงานพร้อมกันหลายโปรแกรม หรือต้องใช้งานร่วมกับไฟล์ขนาดใหญ่ แนะนำว่าแรม 16GB เหมาะที่สุด เพราะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเล็กสุด ประมาณ 5 พันบาท แต่ก็ได้ซีพียูแรงขึ้น แรมเยอะขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้เรื่องของพอร์ต ก็มีให้เลือกใช้มากมาย แบตก็ใช้ได้ราวๆ 5-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ รวมถึงประสิทธิภาพในหลายๆ ส่วนก็ออกมาในแนวที่คุ้มค่าใช้งานได้อย่างหลากหลาย และยังมี Windows 11 Home มาให้ใช้กับการรับประกันแบบ Global อีกด้วย

  • สเปคแรก ราคา 25,990 บาท สเปค Intel Core i5 gen 12, RAM 8GB
  • สเปคที่ 2 ราคา 28,990 บาท สเปค Intel Core i7 gen 12 RAM 8GB
  • สเปคที่ 3 ราคา 30,990 บาท เป็น Intel Core i7 gen 12 เช่นกัน แต่จะได้แรมเพิ่มขึ้นเป็น 16GB
  • ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ รับประกัน 2 ปี โดยปีแรก ประกันแบบ Global ซึ่งหมายความว่า หากเราพกไปทำงานต่างประเทศ แล้วเครื่องเกิดมีปัญหา ก็สามารถนำ Modern15 เข้ารับบริการศูนย์ MSI ได้ที่ศูนย์บริการทุกที่ทั่วโลก

Award

award new value

MSI MODERN 15 รุ่นนี้ เป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจและใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี แม้จะไม่ได้มีดีไซน์ที่หวือหวา หรือฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยแบบสุดๆ แต่เรื่องของฟังก์ชั่นพื้นฐานในการใช้งานมีอยู่อย่างครบครัน คุณจะได้หน้าจอขนาดใหญ่ และกางได้ 180 องศา ที่ Flip หน้าจอได้ แชร์หน้าจอก็สะดวก ได้แรม 16GB และมีซีพียู Intel Core i7 มาอีกด้วย ในราคา 30,990 บาทเท่านั้น และถ้าหากคุณไม่ได้เน้นความเร็วแรงมากนัก ใช้งานเอกสารพื้นฐาน เทรดหุ้น เรียนออนไลน์ หรือใช้เป็นเครื่องกลาง สำหรับทุกคนภายในบ้าน รุ่นที่เป็น Core i5 และแรม DDR4 8GB ก็เพียงพอแล้ว ความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ แบตก็ใช้ได้นานพอสมควร ในงบประมาณเท่านี้ เราถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าน่าสนใจไม่น้อยเลย

from:https://notebookspec.com/web/676081-msi-modern-15-b12m-i7-ram16

สเปคคอมประกอบ ทุกร้าน ราคา โปรฯ ใน Commart Game On 2022 ผ่อนได้ 0%

สเปคคอมประกอบ ในงาน Commart Game On 2022 ทุกร้าน โปรเด็ด แบ่งตามราคา คลิ๊กด่วน!

PC Spec Commart GameOn 2022 Cov1

สเปคคอมในงาน Commart Game On รวมโปรเด็ดที่ AdminKor จะพาไปชมภายในงาน เอาใจคนที่ต้องการจะช้อป ซื้อหรือประกอบคอมใหม่ในปี 2022 หรือเป็นของขวัญปีใหม่ 2023 เราจัดมาให้ทุกร้าน แยกราคาและโปรให้ได้ไปช้อปกันอย่างจุใจในงาน มีทั้งการจัดสเปคราคาประหยัดในงบประมาณต่ำกว่า 10,000 บาท ไปจนถึงสเปคคอมฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ และระดับไฮเอนด์ในงบประมาณระดับ 100,000 บาท โดยในงานนี้จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ไปจนถึง วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00น. โดยประมาณ เดินทางสะดวก ตั้งแต่รถโดยสาร รถไฟฟ้า และรถสาธารณะ รวมถึงที่จอดรถกว้างขวาง นำรถส่วนตัวมาจอดได้ครับ

สเปคคอมประกอบ Commart Game On 2022


สเปคคอม 10,000 – 30,000 บาท

สำหรับ Advice จัดหนักจัดเต็มเช่นเคย กับโปรเด่นอย่างผ่อน 0% กันแบบยาวๆ พร้อมกับนาทีทอง และของพรีเมียมอีกเพียบ

Advertisementavw
  • ผ่อน 0% สบายกระเป๋า!! นานสูงสุด 36 เดือน
  • ใบเสร็จนำไปเล่นกิจกรรมที่บูธ X1 รับของพรีเมี่ยมคอนเล็คชั่นพิเศษ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท
  • พลาดไม่ได้กับน้าเน็กเก๊กฮวยเดินซดให้ชื่นใจ ที่บูธแอดไวซ์ X1
  • นาทีทองออนไลน์ ลดสูงสุด 99% เริ่มต้นแค่ 1 บาทกับสินค้าไอทีโคตรรรรรรคุ้ม!
  • Exclusive AMD Luggage รับฟรี!! กระเป๋าเดินทางสุดเท่ห์
  • โปรโมชั่นราคาพิเศษ และของแถมแบบจัดเต็ม
  • เป็นเจ้าของสินค้า Apple พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่แอดไวซ์
  • พบกับคอมประกอบพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม!! ราคาเริ่มต้น 8,900 บาท
  • เกมเมอร์ตัวจริงต้องไม่พลาดกับ Gaming Gear จัดเต็มทุกแบรนด์ชั้นนำ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษบูธ Advice x Cooler Master
  • สัมผัสประสบการณ์อีกขั้นของเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์จาก Intel ได้ที่บูธ Advice x Intel Experience Zone (B2)
  • Lazada x Advice รับส่วนลดเพิ่มพิเศษสูงสุด 4,000 บาท
  • JD Central x Advice รับส่วนลดเพิ่มพิเศษสูงสุด 2,000 บาท
  • Shopee x Advice รับส่วนลดเพิ่มพิเศษสูงสุด 2,200 บาท
  • ThisShop x Advice สำหรับนิสิต-นักศึกษาที่ต้องการผ่อนสินค้า ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แค่บัตรนักศึกษาก็ผ่อนได้ที่แอดไวซ์ ลดเพิ่ม 10% หรือลดสูงสุด 8,000 บาท
  • ช้อปสินค้าในงานครบ 5,000 บาท ส่งถึงบ้านฟรี!!

Advice – 10,000 – 30,000 บาท

สเปคคอม

Advice เปิดราคาเริ่มต้นได้ดีทีเดียว ไม่ถึง 10,000 บาท สำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าจะเพิ่มการเล่นเกมให้ดีขึ้น คงจะต้องขยับมาที่ระดับ หมื่นบาทต้นๆ เริ่มต้นกับ AMD Ryzen 3 และ Intel Core i3 ซึ่งจะได้การ์ดจอแยก GeForce GTX1650 และแรม 16GB เหมาะกับการเล่นเกมระดับ 1080p ที่ไม่เรียกใช้ทรรัพยากรมากไป กับเกมพื้นฐานง่ายๆ เช่น DOTA, PUBG หรือแนว MMORPG รวมถึงเกมแนววางแผนเป็นต้น

แต่ถ้าคุณมีงบเกมในใจ อย่าง Call of duty Warzone II หรือ GTAV ไปจนถึงเกมอย่าง SCUM, Forza Horizon 2 อาจจะต้องขยับมาที่หมื่นปลายๆ หรือระดับ 20,000 บาท เพราะทาง Advice จัดให้ AMD Ryzen 5 มาพร้อมกับการ์ดจอตัวเริ่มต้น แต่แรงพอสำหรับการเล่นเกมหลายๆ เกม อย่างเช่น RTX3050 เป็นต้น

และถ้าจะโฟกัสที่เกมโหดๆ เป็นหลัก แนะนำเซ็ตระดับ 25,000 บาทขึ้นไป เพราะจะสนุกกับเกมได้ลื่นขึ้น ในหลายๆ เกม สามารถตั้งค่า High ได้อีกด้วย กับซีพียูระดับ Intel Core i5 และ AMD Ryzen 5 มาพร้อมการ์ดจอตัวกลางอย่าง GeForce RTX3060 เป็นต้น


Banana – 10,000 – 30,000 บาท

สำหรับ Banana นั้น มาจัดบูธในงาน พร้อมโปรโมชั่นจุใจ ในธีม Banana Comsale ลดสูงสุด 70%
ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน** | เครดิตเงินคืนสูงสุด 38,000.-** | ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดทันที 30%** กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
Shopee | Lazada แจกโค้ดลับที่บูธ BaNANA ลดสูงสุด 4,500.-

สามารถเข้าไปดูโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Banana COMSALE

สเปคคอม

ทาง Banana เองจัดสเปคในโปร COMSALE มาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะกับราคาไม่เกิน 30,000 บาท เพราะระดับหมื่นกลางๆ ได้ซีพียูระดับ AMD Ryzen 7 มาด้วย แต่เป็นกราฟิกออนซีพียูตัวแรง แต่ยังไปต่อได้ เพราะให้แรมมาถึง 16GB ส่วนสเปคของ 29,500 บาท ถือว่าทำได้ดีทั้งเซ็ต AMD และ Intel โดยเฉพาะสเปค AMD ก็น่าสนใจ เพราะมาพร้อม AMD Ryzen 5 และให้แรมมา 16GB DDR4 มีการ์ดจอเป็น Radeon RX6700XT อีกด้วย เล่นเกมเปิด High ได้เฟรมเรตเนียนๆ เลยทีเดียว ส่วนของ Intel ได้เป็น Core i5 Gen 12 กับการ์ดจอ RTX3060

ITCity – 10,000 – 30,000 บาท

สเปคคอม

สำหรับทาง IT City และ ACE ดูจะเป็นโปรแบบเดียวกัน ออกมาเพื่อเกมเมอร์ในระดับต่างๆ โดยชุดเริ่มต้นประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเริ่มต้นที่ Intel Core i3 และการ์ดจอระดับ GTX1650 และ RX6600 ให้เลย ส่วนรุ่นที่เป็น 2 หมื่นบาทนิดๆ ได้เป็น Intel Core i5 แรม DDR4 16GB และใส่ SSD 500GB มาคู่กับการ์ดจออย่าง GeForce RTX2060 มาอีกด้วย เล่นเกมได้แบบลื่น กับของแถมอีกเพียบ

และสำหรับครั้งนี้ IT City จัดโปรมาหนักมาก กับเซ็ตคอมในระดับต่างๆ เรียกว่ามีให้ผู้ซื้อได้เลือกกันมากมาย สำหรับคนที่เน้นการทำงานด้วยและเล่นเกมด้วย ในเซ็ตระดับ 25,000 บาท ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะขยับมาที่ AMD Ryzen 5 และ Intel Core i5 กันทั้งหมดแล้ว และยังได้การ์ดจอในกลุ่มของ RTX3050 รวมถึง Radeon RX6600 ซึ่งก็ดีพอในการรีดเฟรมเรตเกมโหดๆ ได้ดีในระดับหนึ่ง

ส่วนสเปคในระดับ 28,000 บาทนั้น จะขยับไปใช้การ์ดจอ GeForce RTX3060 เป็นหลัก ดังนั้นแนะนำว่าถ้าคุณจะเล่นเกมจริงจัง เน้นภาพสวย เปิด Ray-tracing หรือใช้ DLSS ในบางเกมนั้น แนะนำเซ็ตเหล่านี้เลย เพราะไม่ถึง 30,000 บาท แต่ได้ของแถมเพียบ และราคาที่ลดลงมาพอจับต้องได้ง่ายขึ้น

สเปคคอม

แต่ทีเด็ดนอกจากโปรเด็ด ของพรีเมียมมีมากมาย ตั้งแต่สเปคราคา 2 หมื่นกว่าบาทแล้ว ยังได้โปรผ่อน 0% ได้ถึง 24 เดือนอีกด้วย จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

JIB – 10,000 – 30,000 บาท

สเปคคอม

สำหรับทาง JIB มีสเปคมาให้เลือกตั้งแต่ 11,900 บาท กับสเปคน่ารัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสเปคคอมเริ่มต้นไว้ใช้งาน ที่ไม่ธรรมดาคือ ให้เป็น AMD Ryzen 3 หรือ Intel Core i3 พร้อมการ์ดจอแยก มาตั้งแต่ชุดเริ่มต้น

สำหรับราคา 15,000 บาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ ซึ่งหากคุณเน้นการเล่นเกมง่ายๆ ออนไลน์บ่อย รวมถึงการทำงานทั่วไป สเปคเหล่านี้ตอบโจทย์ได้

แต่สเปคที่เอาใจคอเกมเป็นหลัก ได้การ์ดจอแยกที่แรงขึ้น รวมถึงแรม 16GB จะอยู่ในเซ็ต 20,000 บาทขึ้นไปครับ โดยรุ่นที่เป็นตัวชูโรง จะอยู่ที่ราว 22,000 บาทโดยประมาณ เพราะได้ซีพียูระดับ Intel Core i3 และ AMD Ryzen 3 พร้อมแรม DDR4 16GB รวมถึงให้การ์ดจอ GeForce RTX3050 มาด้วย เล่นเกมได้ลื่นๆ เลยทีเดียว


สเปคคอม 30,001 – 50,000 บาท

Advice – 30,001 – 50,000 บาท

สเปคคอม

ถ้างบประมาณคุณมากพอ สเปคพีซีในระดับ 30,000 บาท จะอยู่ในเกณฑ์ที่ตอบโจทย์การเล่นเกมของคุณได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกับเกมใหม่ๆ ที่ออกมาในเวลนี้ โดยถ้าเป็นฝั่ง Advice มีที่น่าสนใจคือ สเปค 32,900 บาท ที่ได้เป็น Intel Core i5 Gen12 พร้อมแรม 16GB DDR4 รวมถึงการ์ดจอที่เป็น Radeon RX6700XT ที่พร้อมจะรีดเฟรมเรตให้การเล่นเกมสนุกขึ้นบนการตั้งค่า High ในหลายๆ เกม แต่ถ้าอยากไปค่ายเขียว ไปงบ 36,900 บาท จะได้เป็น GeForce RTX3070 ที่จัดว่าแรงน่าสนใจ

Banana – 30,001 – 50,000 บาท

สเปคคอม

ส่วนทาง Banana ถ้าในงบประมาณ 30,000 บาท ดูจะโดดเด่นไม่น้อย เพราะเริ่มที่ Intel Core i5 พร้อมแรม 16GB DDR4 และมีการ์ดจอ RTX3060 มาให้เลย แต่สเปคที่อยากแนะนำคือ 33,900 บาท เพราะมาแบบครบเครื่อง ตั้งแต่ซีพียู Intel Core i5 และเมนบอร์ด B660 ซึ่งรองรับการอัพเกรดและเพิ่มฮาร์ดแวร์ได้มากขึ้น รวมถึงแรม 16GB DDR4 และได้การ์ดจอระดับ GeForce RTX3070 อีกด้วย แต่ถ้าใครงบเยอะขึ้น และอยากได้แพลตฟอร์มใหม่ยกชุด แนะนำไปที่ 49,900 บาทเลย เพราะได้ AMD Ryzen 5 7600X และแรม DDR5 รวมถึงการ์ดจอ Radeon RX6750XT เล่นเกมในระดับ 2K ได้เนียนๆ เลยทีเดียว

IT City – 30,001 – 50,000 บาท

ส่วนสเปคของทาง IT City ในงบประมาณ 32,990 บาท สเปคอยู่ในเกณฑ์น่าใช้ทีเดียว เพราะเริ่มต้นด้วยการ์ดจอตัวคุ้มอย่าง RTX3060Ti มาด้วยเลย คู่กับซีพียู Intel Core i5 และ AMD Ryzen 5 พร้อมแรม 16GB โดยมีตัวเลือกมากถึง 6 โมเดลด้วยกัน สเปคนี้เล่นเกมได้ ทำงานก็ดี ตกแต่งภาพได้เลย ตัดต่อหรือทำ Vlog ในเบื้องต้นได้อีกด้วย

สเปคคอม

แต่สเปคเกมมิ่งที่เรียกว่าท้าชนค่ายอื่นได้เลย อยู่ที่งบประมาณ 37,990 เพราะ ให้มาเป็น Intel Core i5 และได้การ์ดจอ RTX3070Ti เล่นเกมโหดๆ ในเวลานี้ได้อย่างสนุก ไหลลื่นได้ แต่ถ้าเน้นทำงานและไลฟ์สตรีมไปด้วย แนะนำเซ็ต 39,900 บาท เพราะได้ซีพียูแรงขึ้นมาเป็น AMD Ryzen 75800X เลยทีเดียว แต่การ์ดจอเป็น RTX3060Ti

JIB – 30,001 – 50,000 บาท

ในงบประมาณ เริ่มต้น 30,000 บาทขึ้นไป จากทาง JIB ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยซีพียูมีทั้ง Intel Core i5 Gen12 และ AMD Ryzen 7 มาด้วย เพียงแต่ถ้าคุณเน้นการทำงานเป็นหลัก คุณจะได้ทั้งซีพียูระดับ AMD Ryzen 5 ที่เป็น X series รวมถึงการ์ดจออย่าง GeForce RTX3070

สำหรับงบประมาณ 3 หมื่นกลางๆ ไปจนถึง 40,000 บาท สเปคราคา 41,970 บาท ให้มาค่อนข้างดีทีเดียว เพราะได้มาเป็นซีพียู Intel Core i5 และการ์ดจอ RTX3080 ให้การเล่นเกมระดับ 1080p ที่รีดเฟรมเรตได้แบบลื่นๆ รวมถึงแรม DDR4 16GB ถ้าคุณอยากได้สเปคคอมที่ตอบโจทย์ แนะนำว่าขยับมาที่รุ่นนี้ ก็ดูลงตัวมากขึ้น

แต่ถ้าเน้นทั้งงาน การสตรีม รวมถึงเล่นเกม อยากจะแนะนำงบ 45,900 บาท สำหรับการทำสิ่งต่างๆ ที่ว่ามานี้ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะซีพียูระดับ AMD Ryzen 9 เลยทีเดียว

สเปคคอม

สเปคคอม 50,001 – 70,000 บาท

Advice – 50,001 – 70,000 บาท

สเปคคอม

ในงบประมาณ 50,000 – 70,000 บาท ต้องถือว่าเป็นตัวตึง ดึงเฟรมเรตให้กระฉูดได้เลย มาดูทีละค่ายกันครับ เริ่มจาก Advice มีราคา 50,900 บาทให้เลือก 2 รุ่น มี 2 แบบให้เลือกคือ ถ้าคุณชอบสเปคแบบสดใหม่ เลือกเซ็ตที่เป็น AMD Ryzen 5 7600X ได้เลย เพราะมาคู่กับแรม DDR5 32GB รวมถึงได้การ์ดจอ GeForce RTX3070 อีกด้วย โดยอีกรุ่นจะเป็น AMD Ryzen 7 5700X แต่เป็นแรม DDR4 16GB และการ์ดจอเป็น RTX3070Ti

Banana – 50,001 – 70,000 บาท

ส่วนทาง Banana มีจัดสเปคในงบ 50,900 บาท ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเป็น Intel Core i5 Gen 13 แต่ใช้เป็นแรม DDR4 16GB ส่วนการ์ดจอได้เป็น GeForce RTX3070Ti ยังไปต่อได้ เหมาะกับสายเกมมิ่งที่เล่นเกมในระดับ 1080p เน้นที่เฟรมเรตลื่นๆ เป็นหลัก จัดว่าราคาลงตัวเลยทีเดียว

JIB – 50,001 – 70,000 บาท

สเปคคอม

ในส่วนของการจัดสเปค 50,000 บาท จากทาง JIB มีเพียงรุ่นราคา 55,800 บาท ที่ถือว่าใกล้เคียง และถือว่าทำราคาได้อย่างน่าใช้ เพราะได้ซีพียู Intel Core i5 Gen13 และการ์ดจอ RTX3070 โดยมีแรม DDR5 32GB ใส่มาบนเมนบอร์ดตัวกลางๆ อย่าง Intel B660 ซึ่งรองรับการอัพเกรดได้พอสมควร


สเปคคอม 70,001 – 100,000 บาท

Banana – 70,001 – 100,000 บาท

สเปคในงบ 70,000 – 100,000 บาท ทาง Banana มี 2 รุ่นที่น่าสนใจ อยู่ที่ 85,500 บาท ซึ่งเป็น Intel Core i7 Gen12 มากับแรม DDR4 32GB และให้การ์ดจอ GeForce RTX4080 ส่วนถ้าเป็นรุ่น 97,500 บาท จะเป็น Intel Core i7 Gen 13 พร้อมแรม DDR5 32GB และให้การ์ดจอเป็น RTX4080 เรียกว่าเพิ่มอีกไม่ถึงหมื่นบาท แต่ก็ได้เซ็ตที่มีความใหม่มากขึ้น แต่ถ้าคุณมองว่าจะเอาเงินที่เพิ่ม ไปลงกับจอเกมมิ่ง ก็อาจจะเลือกรุ่นรองไปได้ครับ

JIB – 70,001 – 100,000 บาท

มาที่ค่าย JIB ในงบนี้กันบ้าง มีราคาใกล้เคียงกับค่ายอื่นๆ เช่นกัน 83,890 บาท ได้เป็น AMD Ryzen 7 5700X แรม DDR4 32GB และการ์ดจอเป็น RTX4080 ก็ถือว่าใช้งานกันได้ยาวๆ กับเกมกินสเปค เพิ่มเฟรมเรตให้กับเกมระดับ 2K แบบลื่นๆ

สเปคคอม

ส่วนถ้าใครอยากได้แบบไม่ถึงแสนบาท แต่ก็มีของแรงให้ได้เล่น AMD Ryzen 7 7700X กับแรม DDR5 32GB และใส่ GeForce RTX3090 มาด้วย พร้อม SSD 1TB รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวจบได้เช่นกันในงบเพียง 91,300 บาท


สเปคคอม 100,000 บาท ขึ้นไป

Banana – 100,000 บาท ขึ้นไป

สเปคคอม

หากเป็นสเปคงบหลักแสน ถือว่า Banana เอง ก็เตรียมสเปครุ่นนี้ในราคาที่ดี และน่าใช้เพราะให้มาเป็น AMD Ryzen 9 7900X พร้อมแรม DDR5 32GB และการ์ดจอ GeForce RTX4080 เมนบอร์ดก็เป็น AORUS ที่ใช้ชิปเซ็ต Intel X670 อีกด้วย เน้นเล่นเกม 4K หรือจะทำงาน แคสสตรีมและอัพเกรด ก็ลงตัว ทำราคาได้ดี หากเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน

IT City – 100,000 บาท ขึ้นไป

สำหรับคอมงบหลักแสนจากทาง IT City ในรุ่น 116,900 บาท ทำสเปคออกมาได้น่าสนใจ เพราะให้มาเป็น AMD Ryzen 9 7900X รุ่นใหม่ มาพร้อมแรม DDR5 32GB และให้เมนบอร์ดชิปเซ็ตตัวท็อปมาอีกด้วย คู่กับการ์ดจอตัวแรงอย่าง GeForce RTX4080 เรียกว่าถ้าเล่นคอมงบนี้ รุ่นนี้ถือว่าน่าโดนเลยครับ

JIB – 100,000 บาท ขึ้นไป

สเปคคอม

สเปคในงบประมาณ 100,000 บาทขึ้นไปจาก JIB มีด้วยกัน 3 รุ่น รุ่นราคา 110,800 บาท จัดว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจ แต่ถ้ามองว่าอยากได้ความสดใหม่และได้แรม DDR5 ก็อาจจะต้องขยับมาที่ 117,570 บาท กับตัวเลือกอย่าง AMD Ryzen 7 7700X ใหม่ล่าสุด คู่มากับแรม DDR5 32GB พร้อมกับใส่การ์ดจอ GeForce RTX4080 มาอีกด้วย แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ถ้ามองถึงความสุด สดใหม่ เล่นเกม สตรีมมิ่ง แคสสตรีมได้ในตัว ก็ถือว่าคุ้มครับ


Conclusion

ก็จัดเต็มกันไปสำหรับสเปคพีซีในงาน Commart Game On ที่เริ่มต้นเป็นวันแรก เท่าที่เข้าไปดูยังมีโปรอีกมากมาย ทั้งสายที่ชอบสเปคที่หลายร้านจัดเอาไว้ให้แล้ว หรือจะไปเลือกช้อปของทีละชิ้นมาประกอบเอง ก็น่าสนใจ เพราะหลายชิ้น ทำราคาได้ดีทีเดียว แถมยังมีของพรีเมียมติดไม้ติดมือ กับส่วนลดไว้ให้อีกด้วย ใครที่สนใจหรือจะประกอบคอมอยู่แล้ว ก็แวะกันมาได้ที่งาน Commart จัดขึ้นที่ ไบเทคบางนา ตั้งแต่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ และอย่าลืมเข้ามาคอมเมนต์กันครับ ว่าได้สเปคไหนกันมาบ้าง โปรอะไรเด็ดจะได้ให้เพื่อนๆ ไปช้อปกันครับ

from:https://notebookspec.com/web/676776-commart-game-on-2022-spec

Microsoft ยืนยัน Windows 11 22H2 ทำประสิทธิภาพเล่นเกมลดลงจริงบนพีซีบางรุ่น เตรียมหยุดปล่อยอัปเดตให้เครื่องที่เจอไปก่อน

เรียกว่าเป็น OS ใหม่ที่ดูเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงสำหรับ Windows 11 เพราะนอกจากจะเจอวิกฤตคนอยากเปลี่ยนมาใช้น้อยอยู่แล้ว ไม่นานมานี้อุตส่าห์ปล่อยอัปเดตใหญ่เวอร์ชัน 22H2 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่เพื่อดึงใจคนเพียบ แต่ดูเหมือนไม่ได้มาแค่ฟีเจอร์อย่างเดียว เพราะดันมีรายงานว่าตัวอัปเดตไปทำให้โน้ตบุ๊กที่มีการ์ดจอ NVIDIA บางรุ่นมีประสิทธิภาพเล่นเกมลดลง หรือบางเครื่องก็เจออาการจอฟ้าบ่อยด้วย ทำเอาคนหวั่นไม่อยากใช้ไปกันใหญ่

ในช่วงแรกที่มีรายงานเรื่องนี้ออกมา (ปลายเดือนกันยายน) ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากใครกันแน่ระหว่าง Microsoft กับ NVIDIA แต่ทาง NVIDIA ได้ออกโรงประกาศก่อนว่าให้ผู้ใช้ลองแก้ด้วยการอัปเดตแอป GeForce Experience ดู ซึ่งผู้ใช้บางรายก็พบว่าไม่หาย

ล่าสุดผ่านไป 1 เดือนกว่า ๆ ทาง Microsoft เป็นฝ่ายออกมาประกาศรับทราบปัญหาบ้าง ซึ่งก็ได้ยอมรับตรง ๆ แล้วว่าการอัปเดต Windows ของตัวเองนี่แหละที่เป็นสาเหตุที่แท้จริง โดยมีส่วนไปทำให้บางเกมและบางแอปสั่งเปิดใช้ฟีเจอร์การ debug GPU เองโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไปมีผลกับประสิทธิภาพกราฟิกหรือ FPS ของเกมโดยตรง (ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้)

ทาง Microsoft จึงประกาศว่าเตรียมจะหยุดปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 22H2 ให้อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวไปก่อน และหากพีซีรุ่นที่ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นมาให้อัปเดตได้ผ่าน Windows Update พยายามเลี่ยงใช้เครื่องมือ Update Now และ Media Creation Tool อัปเดตเอง เพราะอาจเสี่ยงเป็นรุ่นที่กำลังมีปัญหาอยู่ตอนนี้ได้เหมือนกัน

ส่วนรุ่นที่อัปไปแล้วและยังเจอปัญหานี้อยู่ ทาง Microsoft ระบุให้ลองอัปเดตเกมทุกเกมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพราะบางเกมอาจแก้ได้จากตัวเองเลย แต่ถ้าภาพรวมยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องดาวน์เกรดไปใช้งานรุ่น 21H2 หรือต่ำกว่านี้แทนก่อน และหากมีการออกเวอร์ชันแก้ไขเมื่อไหร่ ทาง Microsoft จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง และกลับมาทยอยปล่อยอัปเดตให้เป็นปกติครับ

 

 

ที่มา : Microsoft, TechSpot

from:https://droidsans.com/microsoft-confirms-windows-11-22h2-update-is-killing-game-performance/

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค Intel, nVIDIA, AMD 2022 เล่นเกม ทำงาน ทำกราฟิก รุ่นไหนปัง!

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค 2022 เล่นเกม ทำงาน มีรุ่นไหนบ้าง Intel, nVIDIA หรือ AMD เลือกแบบไหน เช็คอย่างไร

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบัน มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำงาน ไปจนถึงเล่นเกม และมีให้เลือกเกือบทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Intel, nVIDIA หรือ AMD ก็ตาม แต่ละค่ายก็มีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกแบบ ขึ้นอยู่กับโน๊ตบุ๊คที่เลือกใช้ด้วย เพราะบางรุ่นก็มาในแบบติดตั้งในซีพียู ที่เรียกว่า Integrate graphic หรือ iGPU และอีกแบบก็เป็นกราฟิกแยกหรือ Discrete Graphic ซึ่งจะมีในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบจริงจัง เพียงแต่เพิ่มรุ่นที่เป็นกราฟิกสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบา หรือโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสิทธิภาพที่ดี แต่ประหยัดพลังงาน ไม่เพียงแค่นั้น การเลือกใช้งานการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ยังมีเรื่องของ สเปค รุ่น และฟีเจอร์ ที่จะช่วยให้งานของคุณไหลลื่นมากขึ้น เช่น MUX Switch, e-GPU, Ray tracing หรือ AMD FSR และ nVIDIA DLSS รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันครับ

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ Intel, nVIDIA, AMD


การ์ดจอโน๊ตบุ๊คมีกี่แบบ

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ก็ไม่ได้ต่างไปจากพีซีตั้งโต๊ะหรือเดสก์ทอปพีซีมากมายนัก เพราะการ์ดจอจะมีทั้งบนซีพียู ที่เรียกว่า Integrate Graphic หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า การ์ดจอออนบอร์ด ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งบนตัวซีพียู และอีกแบบจะเรียกว่าการ์ดจอแยก หรือ Discrete Graphic และทั้ง 2 แบบนี้ ก็มีความแตกต่าง ทั้งในแง่ของการติดตั้งและการใช้งาน โดยการ์ดจอบนซีพียู จะเป็นการเริ่มต้นใช้งานของโน๊ตบุ๊คพื้นฐานทั่วไป ซึ่งมีอยู่บนโน๊ตบุ๊คทุกรุ่น เพราะติดกับซีพียูโมบายมาทุกรุ่น แต่การ์ดจอแยก จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านนั้นๆ เช่น การเล่นเกมบนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค หรือการทำงานบนโน๊ตบุ๊ค Workstation นั่นเอง

Advertisementavw
การ์ดจอบนซีพียู การ์ดจอแยก
ประสิทธิภาพ การทำงานทั่วไป เล่นเกมหรือทำงานเป็นหลัก
การใช้พลังงาน ใช้พลังงานน้อย ใช้พลังงานสูง
แชร์ทรัพยากร แชร์แรมระบบ มี VRAM แยก
การระบายความร้อน ใช้ชุดระบายความร้อนปกติ เพิ่มชุดระบายความร้อน
ค่าใช้จ่าย ขึ้นกับ Position ของโน๊ตบุ๊ค ขึ้นกับชิปกราฟิกที่เพิ่มเข้ามา

การ์ดจอออนบอร์ด: เป็นการ์ดจอในเบื้องต้น ที่ติดตั้งรวมเข้ามาในซีพียูแล้ว ใช้ในการแสดงผล และประมวลผลกราฟิกระดับพื้นฐาน รองรับการทำงาน ดูหนัง เปิดไฟล์เอกสาร และการเล่นเกมแบบง่ายๆ ได้อย่างครบครัน โดยจะใช้ทรัพยากร อย่างเช่น แรม ร่วมกับแรมของระบบ (Share memory) จึงเหมาะกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นประสิทธิภาพด้านกราฟิกหรือการเล่นเกมที่หนัก แต่ก็ใช้งานได้ดี ขึ้นอยู่กับความสามารถของกราฟิกบางรุ่น แต่ที่โดดเด่นคือ ใช้พลังงานน้อยลง ไม่ต้องดีไซน์ระบบระบายความร้อนมากนัก และยังพกพาสะดวก เราจึงเห็นกราฟิกรูปแบบนี้ ได้ตั้งแต่โน๊ตบุ๊คราคาประหยัด สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน ไปจนถึงโน๊ตบุ๊คบางเบา และใช้ในงานธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ ที่ต้องการประหยัดพลังงาน ใช้ได้นาน ไม่ต้องชาร์จบ่อยอีกด้วย มีด้วยกันหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD ก็ตาม

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอแยก: จะเป็นการ์ดจอที่เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้งาน โดยเฉพาะกับการเล่นเกม และโน๊ตบุ๊คทำงานเฉพาะทาง นอกเหนือจากการ์ดจอ Integrate ที่อยู่บนซีพียู ซึ่งจะเป็นชิปกราฟิก GPU ที่ติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาบนโน๊ตบุ๊ค รวมถึงการเพิ่ม VRAM แยกต่างหาก ไม่ต้องแชร์แรมระบบ ทำให้ได้พลังในการเล่นเกมหรือทำงานเฉพาะทางที่สูงมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่มากกว่า และต้องการชุดระบายความร้อนที่ดี ซึ่งบางครั้งก็ส่งผลต่อมิติของโน๊ตบุ๊ค ที่ต้องมีความหนาและหนักมากขึ้นนั่นเอง รวมถึงราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย มีให้เลือกทั้ง AMD Radeon Graphic และ nVIDIA GeForce หรือ Quadro เป็นต้น


MUX Switch คือ?

เมื่อมีทั้งการ์ดจอออนบอร์ด บนซีพียู และมีการ์ดจอแยกอยู่ด้วย แล้วแบบนี้ระบบจะงงมั้ย เวลาที่ทำงานหรือเล่นเกม โดยในอดีตระบบจะสลับการทำงานให้อัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่การเล่นเกมตามเงื่อนไข แต่ก็มีบางครั้งที่เราต้องเข้าไปกำหนดค่าใน Driver ของการ์ดจอ เพื่อให้ระบบสลับการทำงานของชิปกราฟิกให้รวดเร็ว และถูกต้อง ซึ่งก็ดูจะวุ่นวายอยู่เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีและการปรับปรุงฟีเจอร์เข้ามา เพื่อให้ระบบจัดการกราฟิกได้ง่ายขึ้น

ASUS MUX
source: ASUS

MUX หรือ Multiplexer ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการจัดการระบบการทำงานของกราฟิก iGPU หรือเป็นชิปที่ Integrate อยู่บนซีพียู เพื่อที่จะควบคุมการแสดงผล ให้ปิดการทำงานของ iGPU เมื่อการ์ดจอแยกทำงาน (Discrete Graphic) ทำให้การตอบสนองรวดเร็วขึ้น ลด Latency ที่จะเกิดขึ้นในการแสดงผล และปิดการทำงานของ iGPU ไป เพื่อให้การ์ดจอแยกทำงานได้เต็มที่ ส่งผลดีต่อการเล่นเกม แต่ก็ทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้น ในปัจจุบัน MUX Switch ติดตั้งอยู่บนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น เช่น ASUS ROG, Dell G16 และ MSI Titan GT77 เป็นต้น


การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ดูตรงไหน

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การเช็ครุ่นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค มีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ฟังก์ชั่นบน Windows ไปจนถึงการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม แต่แบบไหนจะดีกว่ากัน คงต้องบอกว่า ถ้าเป็นฟังก์ชั่นเดิมๆ บนโน๊ตบุ๊ค ก็จะดูได้เพียงระดับหนึ่ง การจะลงรายละเอียด เช่น ข้อมูลภายในของตัวการ์ดจอ หรือจะ Monitor hardware ก็ทำได้ยาก การใช้โปรแกรมมาเสริม ก็ทำให้เราใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น จะดูเรื่องของความร้อน รอบพัดลม แรงดันไฟ ไปจนถึงสัญญาณนาฬิกา หรือบางโปรแกรมก็เช็ตได้ด้วยว่า เฟรมเรตในการเล่นเกมดีแค่ไหน ใช้งานก็ง่าย ไม่ซับซ้อน

DirectX Diagnostic: เป็นวิธีที่ดูการ์ดจอได้ค่อนข้างง่าย มีขั้นตอนอยู่ 2-3 สเตป ทำตามนี้ได้เลยครับ เริ่มด้วยกดปุ่ม Win+R, จากนั้นพิมพ์ dxdiag ในช่องว่าง แล้วกด Enter จะมีหน้าต่าง DirectX Diagnostic Tool ขึ้นมา ให้ไปดูที่แท็ป Display ได้เลย

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

Advance Display: ให้เข้าไปที่ Settings แล้วเลือก System จากนั้นเลื่อนมาด้านล่าง เลือกที่ Advance Display จะมีชื่อของ Display Adaptor ปรากฏให้เห็น

Device Manager: เป็นวิธีที่ง่ายเลยทีเดียว หากเป็น Windows 11 ให้คลิ๊กขวาที่โลโก้ Windows จากนั้นเลือก Device Manager แล้วเลือกที่ Display Adaptor ก็จะบอกรุ่นของการ์ดจอให้เห็น

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

CPUz: เป็นโปรแกรมที่ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มจาก ที่นี่ เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เข้าไปที่แท็ป Graphic จะบอกรายละเอียดของการ์ดจอให้ได้ทราบ ละเอียดกว่าบน Device Manager

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

GPUz: แต่ถ้าต้องการรายละเอียด ชนิดที่เห็นข้อมูลสำคัญ เช่น สัญญาณนาฬิกา, Shader, Memory speed หรือเฟิรมแวร์ ไบออส แนะนำโปรแกรมนี้ ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โดยเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว เข้าไปในหน้าแรก Graphic Card ตรงนี้จะให้ข้อมูลต่างๆ ของการ์ดจอโน๊ตบุ๊คได้อย่างครบถ้วน และยังใช้งานร่วมกับการ์ดจอออนบอร์ด และการ์ดจอแยก ไม่ว่าจะเป็น Intel, nVIDIA หรือ AMD ก็ตาม มีการอัพเดตข้อมูลสดใหม่อยู่เสมอ


e-GPU การ์ดจอต่อภายนอก

โน๊ตบุ๊คก็ฝังบอร์ดมาเช่นกัน การอัพเกรดก็แทบจะทำไม่ได้ เช่นเดียวกับซีพียู แต่ปัจจุบันก็ยังพอมีทางออกอยู่บ้าง เช่น การใช้การ์ดจอต่อภายนอกหรือ e-GPU ที่เป็น Box ใส่การ์ดจอต่อภายนอก ซึ่งใช้การ์ดจอพีซีปกติได้เลย เพียงแต่ข้อจำกัดจะอยู่ที่ โน๊ตบุ๊คที่คุณใช้จะต้องมีพอร์ต Thunderbolt รวมถึงการซื้อ Box สำหรับ e-GPU ไม่ได้ถูกราคาใกล้หลักหมื่น ส่วนเลือกการ์ดจอแรงแค่ไหน ราคาก็จะสูงตามไปด้วย นั่นก็ทำให้สายเกม เลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงๆ ไปเลย จะได้จบในทีเดียว และค่าใช้จ่ายถูกกว่า

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ กราฟิก GPU บนโน๊ตบุ๊คนั้น จะมีให้ 2 แบบคือ รุ่นปกติ และรุ่นประหยัดพลังงาน เช่น nVIDIA GeForce ในซีรีส์ของ Max-Q ที่จะถูกปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานอยู่ด้วย โดยจะดรอปความเร็วและฟีเจอร์บางส่วนลงจากรุ่นปกติ เพื่อให้โน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบาหรือกึ่งทำงาน ที่ต้องการการ์ดจอแยกได้สามารถพกพาและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น


การ์ดจอ Intel

Graphic Max.frequency EU
Intel Core i3-1115G4 Intel UHD Graphic 1.25GHz 48
Intel Core i5-1145G7 Intel Iris Xe Graphic 1.30GHz 80
Intel Core i7-1195G7 Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i7-11600H Intel UHD Graphic 1.45GHz 32
Intel Core i9-11900H Intel UHD Graphic 1.45GHz 32
Intel Core i3-1210U Intel UHD Graphic 850MHz 64
Intel Core i5-1235U Intel Iris Xe Graphic 1.20GHz 80
Intel Core i5-1250P Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 80
Intel Core i5-1240P Intel Iris Xe Graphic 1.30GHz 80
Intel Core i7-1260P Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i7-12700H Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i9-12900H Intel Iris Xe Graphic 1.45GHz 96
Intel Core i9-12900HX Intel UHD Graphic 1.55GHz 96

Intel Graphic: การ์ดจอโน๊ตบุ๊คจากทาง Intel จะเป็นแบบ Integrate มากับซีพียูที่เป็นแบบเดสก์ทอปและโน๊ตบุ๊ค โดยจะมีให้ใช้งานอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน ประกอบด้วย Intel Iris Xe Graphic และ Intel UHD Graphic ไม่ว่าจะเป็นซีพียู Intel Gen 11 ที่เป็นแบบ G series เช่น Core i3-1115G4 หรือจะเป็น U series และ H series ไปจนถึง HX series ก็ต่างมีกราฟิกมาในตัวเช่นเดียวกัน โดยในรุ่น G1/G4 และ G7 ตามรหัสต่อท้ายของซีพียู Intel Gen 11 เช่น Intel Core i3-1115G4 หรือ Intel Core i5-1135G7 เป็นต้น โดยจะต่างกันทั้งในเรื่องความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุดและ Execution Units รวมถึงการเชื่อมต่อของ PCIe จากตัวอย่างในตารางด้านบนนี้ จะมีข้อมูลบางส่วน จะเห็นได้ชัดว่า แม้บางครั้ง จะเป็นซีพียูในระดับเดียวกัน แต่ก็มีกราฟิก 2 โมเดล ดังนั้นการเลือกใช้ก็คงต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วย หากเน้นไปที่การใช้โน๊ตบุ๊คแบบไม่มีการ์ดจอแยก และทั้งหมดจะเป็นการแชร์หน่วยความจำหลักของระบบมาใช้อัตโนมัติ

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

ถ้ามองกันที่โครงสร้างสถาปัตยกรรม Iris Xe Graphic จะมีความทันสมัย และความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงกว่า รวมถึง CUs จำนวนมากกว่ากราฟิกรุ่นที่ผ่านๆ มาของ Intel โดยเริ่มต้นเปิดตัว Iris Xe ครั้งแรกบนซีพียู Intel Gen 11 ประมาณปี 2020 ซึ่ง Iris Xe Graphic บนซีพียู Intel Gen 12 จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมทั้งใน EUs และสัญญาณนาฬิกา มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมฟีเจอร์นหลายส่วนเข้ามา เช่น การเล่นเกมบนความละเอียดสูง 1080p @60fps. และ Ai ใหม่ ใช้พลังงานต่ำ รองรับ Intel Quick Sync แปลงไฟล์วีดีโอได้เร็วยิ่งขึ้น รองรับ API ใหม่ๆ ได้ดี รวมถึง OpenCL ด้วย

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
source: Laptopmedia

ส่วน Intel UHD Graphic เป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel เช่นเดียวกัน และได้รับการปรับปรุงมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ล่าสุดกับซีพียู Intel Gen 12 จะมาพร้อม UHD Graphic 770 ที่มี CUs มากถึง 32 ชุดด้วยกัน ในส่วนของ UHD Graphic เอง แม้ว่าอาจจะดูมีอายุอานามมาพอสมควร แต่ก็ได้รับการปรับปรุงมาตลอด ทำให้มีฟีเจอร์ต่างๆ แทบไม่ต่างไปจาก Iris Xe Graphic อย่างไรก็ดี หากมองไปที่รายละเอียดในตาราง จะเห็นได้ว่า execution units และสัญญาณนาฬิกาของ Iris Xe Graphic นั้นสูงกว่า UHD Graphic ดังนั้นประสิทธิภาพที่ได้ ก็ดูจะน้อยกว่ากันพอสมควร


การ์ดจอ nVIDIA

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊คของทาง nVIDIA จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ซีรีส์ หลักๆ คือ GeForce MX ซึ่งเป็นน้องเล็กสุดของการ์ดจอแยกบนโน๊ตบุ๊ค ซึ่งเน้นไปที่การทำงานเป็นหลัก โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกราฟิกได้ดีกว่าการ์ดจอ iGPU ที่อยู่บนซีพียูพื้นฐาน ส่วนที่เป็น GeForce GTX จะเป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค สำหรับเกมเมอร์ในระดับเริ่มต้น ซึ่งให้ประสิทธิภาพทั้งด้านการทำงาน และการเล่นเกมได้ดีพอสมควร ใอยู่ในโน๊ตบุ๊คราคาไม่สูงเกินไป และรุ่นพี่ใหญ่ท็อปสุด ก็จะเป็นการ์ดจอในตระกูล GeForce RTX ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มของฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ได้ และมีอยู่ด้วยกันหลายโมเดลในปัจจุบัน ประสิทธิภาพจะเหนือกว่า GeForce GTX และฟีเจอร์อีกหลายอย่างที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา เช่น การสนับสนุน DLSS หรือ Ray tracing เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมไหลลื่น และมีความสวยงามมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาโน๊ตบุ๊ค ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเหมาะกับเกมเมอร์ ที่เล่นเกมจริงจัง และยังพกพาไปเล่นข้างนอกได้อีกด้วย

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
RTX 3050 2048 1.74GHz 4GB GDDR6 128-bit
RTX 3050 Ti 2560 1.69GHz 4GB GDDR6 128-bit
RTX 3060 3840 1.70GHz 6GB GDDR6 192-bit
RTX 3070 5120 1.62GHz 8GB GDDR6 256-bit
RTX 3070 Ti 5888 1.48GHz 8GB GDDR6 256-bit
RTX 3080 Ti 7424 1.59GHz 16GB GDDR6 256-bit

ที่มา: GeForce RTX

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
GTX 1650 1024 1560 4GB GDDR6 128-bit
GTX 1650 Ti 1024 1485 4GB GDDR6 128-bit
GTX 1660 Ti 1536 1590 6GB GDDR6 192-bit

ที่มา: GeForce GTX

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
MX330 384 1.59GHz 2GB GDDR5 64 bit
MX350 640 1.46GHz 2GB GDDR5 64 bit
MX450 896 930MHz 2GB GDDR6 64 bit

Max-Q คืออะไร

เป็นรหัสที่ต่อท้ายการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ให้ทราบการ์ดจอรุ่นนั้นๆ จะถูกลดทอนบางสิ่งลง เพื่อให้สามารถติดตั้งบนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นใหม่ ที่มีขนาดบางลงได้ โดยไม่ทำให้อุณหภูมิสูงจนเกินไป และลดการใช้พลังงานได้มากขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ จากการ์ดจอรุ่นปกติมากนัก โดยสเปคที่จะถูกลดลง เช่น สัญญาณนาฬิกาของ GPU และค่าการใช้พลังงาน TGP โดย ประสิทธิภาพของตัว Max-Q แทบไม่ต่างจากรุ่นปกติ และยังได้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น Ray Tracing ที่มีอยู่ในการ์ดจอปกติของเครื่องพีซี ก็ถูกนำมาไว้ในการ์ดจอของโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่า nVIDIA จะไม่ได้ใส่คำว่า Max-Q ต่อท้ายผลิตภัณฑ์บนการ์ดจอโน๊ตบุ๊คที่เป็น GeForce 30 series แต่จะให้ทางผู้ผลิตโน๊ตบุ๊ค แจ้งข้อมูลในรูปแบบของค่าการใช้พลังงานกราฟิก TGP แทน โดยในส่วนของ Max-Q นั้น จะมีค่า TGP น้อยกว่าการ์ดจอในรุ่นปกติ รวมถึงค่า Base clock/ Boost clock ก็น้อยตามลงไปด้วย แต่ CUDA core และ VRAM ยังเท่ากัน


การ์ดจอ AMD

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค Radeon 600M series นั้น มาพร้อมกับซีพียู AMD Ryzen 6000 series อยู่บนซีพียูที่ใช้โค๊ตเนม Rembrandt หรือ Zen3+ รุ่นใหม่ เป็นกราฟิกแบบ Integrate ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2022 ที่ผ่านมา และถือว่าเป็นกราฟิกที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะให้ประสิทธิภาพแรงใกล้เคียงกับการ์ดจอแยก แม้ว่าจะเป็นการแชร์หน่วยความจำจากระบบก็ตาม ซึ่งมีด้วยกัน 2 รุ่นคือ Radeon 660M และ 680M โดยชูฟีเจอร์สำคัญอย่าง FidelityFX Super Resolution ที่ช่วยในการอัพสเกลภาพให้มีความละเอียดสูงขึ้น แบบไม่ส่งผลกระทบต่อเฟรมเรต เพราะฉะนั้นใครที่เล่นเกมที่รองรับ FSR นี้ ก็จะสามารถเล่นได้ลื่นบนภาพที่มีความละเอียดมากขึ้นนั่นเอง

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
Radeon 660M 384 1.90GHz Share system
Radeon 680M 640 1.46GHz Share system

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค AMD 6000 series นั้น เป็นการ์ดจอที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ และเป็นการ์ดจอแยก ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ 6000M เป็นกราฟิกที่เน้นสำหรับการเล่นเกมแบบจริงจัง ด้วยขุมพลังที่อัดแน่นมาให้กับเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณนาฬิกา VRAM หรือค่า TGP ก็ตาม ส่วน 6000S นั้น จะลดทอนบางอย่างลง เพื่อให้เหมาะกับโน๊ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีความบางเบา สำหรับเกมเมอร์แบบพกพา ประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่ยังคงความแรงไว้ได้ใกล้เคียงกับ 6000M โดยทั้งคู่ใช้โครงสร้างจาก RDNA2 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำคัญต่างๆ เช่น AMD Advantage, FidelityFX, Infinity Cache และ Ray tracing เป็นต้น เป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊คที่น่าจับตามอง สำหรับคอเกมในเวลานี้

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
Graphic CUs Game clock Memory Memory type
Radeon 5300M 22 1.18GHz 3GB GDDR6
Radeon 5500M 22 1.48GHz 4GB GDDR6
Radeon 5600M 36 1.19GHz 6GB GDDR6
Radeon 5700M 36 1.62GHz 8GB GDDR6
Radeon 6600S 28 1.80GHz 4GB GDDR6
Radeon 6700S 28 1.90GHz 8GB GDDR6
Radeon 6800S 32 1.97GHz 8GB GDDR6
Radeon 6300M 12 1.58GHz 2GB GDDR6
Radeon 6500M 16 2.19GHz 4GB GDDR6
Radeon 6600M 28 2.17GHz 8GB GDDR6
Radeon 6700M 36 2.3GHz 10GB GDDR6
Radeon 6800M 40 2.3GHz 12GB GDDR6

ข้อมูลเพิ่มเติม: AMD Radeon RX


Conclusion

สุดท้ายนี้การเลือกใช้งานการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ก็คงต้องดูตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล และงบประมาณที่มี เพราะในกรณีที่คุณแค่ทำงาน และความบันเทิงเล็กน้อย หรือจะเล่นเกมเบาๆ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก โน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอออนบอร์ด หรือ iGPU หลายรุ่นก็ตอบโจทย์คุณได้ ในงบประมาณที่ไม่แพงมากนัก หมื่นต้นๆ ก็มีให้เห็น แต่ถ้าคุณเน้นที่การเล่นเกม คุณอาจจะเริ่มต้นด้วย GTX1650Ti หรือ RTX3050 ก็ดูจะเหมาะสม เพราะเริ่มที่ 2 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น หรืออาจจะสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น ซีพียู หรือว่าแรมที่ใช้ เพราะถ้าเป็นเซ็ตใหม่อย่าง Intel Gen 12 และใช้ DDR5 ราคาก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงความพรีเมียมของโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นๆ

NBS MSI

แต่ถ้าคุณชื่นชอบในการเล่นเกม และเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ที่ยังชีวิตด้วยเฟรมเรต กระตุกไม่ได้ แร๊คก็ไม่ควร การ์ดจอแยก RTX3070, RTX3080Ti หรือจะเป็น Radeon RX6700M หรือ RX6800M ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และพาคุณไปให้สุดกับเกม ที่ให้ความสวยงามของเกม ได้มากกว่าเฟรมเรตอีกด้วย แต่อาจจะเคาะราคาไปเกือบแสนบาท หรือมากกว่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าน่าสนใจ

from:https://notebookspec.com/web/670670-graphic-card-notebook-2022

หลุดผลทดสอบ RTX 4080 บน Geekbench 5 โดยรวมแรงกว่า RTX 3080 สูงสุด 37% (แต่ราคาแอบห่างกันเกือบ 50% แล้ว)

หลุดมาก่อนใครอีกแล้วกับ benchmark ผู้เทสทุกอย่างครอบจักรวาลอย่าง Geekbench 5 รอบนี้เป็นตาการ์ดจอรุ่นรองเรือธงที่หลายคนหมายตารออย่าง RTX 4080 ซึ่งตอนนี้ตัดรุ่น 12GB ออกไปแล้ว เหลือแค่ 16GB อย่างเดียว คะแนนเฉลี่ยก็เลยออกมาแรงสุด ๆ สมกับราคาเปิดตัว 1,199 เหรียญที่แรงพอกัน

RTX 4080 (16GB) ถูกทดสอบทั้ง OpenCL, CUDA และ Vulkan ได้ออกมาอยู่ที่ 248,932, 300,728 และ 148,838 คะแนน ตามลำดับ เทียบกับ RTX 3080 ที่เคยทดสอบเฉลี่ยเก็บไว้ (ทั้ง 10GB และ 12GB) จะแรงกว่า 37.1%, 45.7% และ 29.9% ตามลำดับ โดยหากเน้นเฉพาะคะแนนประสิทธิภาพจริงก็ดูเฉพาะส่วน OpenCL กับ Vulkan ซึ่งตีเป็นแรงกว่ารวม ๆ อยู่ประมาณ 30-37%

อย่างไรก็ตาม หากเอามาเทียบกับด้านราคาดู จะพบว่า RTX 4080 (16GB) เปิดตัวอยู่ที่ 1,199 เหรียญ ซึ่งแรงกว่าราคาเฉลี่ยของ RTX 3080 (10GB) ที่เท่ากับ 780 เหรียญคิดเป็นประมาณ 53% กันเลย โดยราคานี้อ้างอิงจากเว็บ howmuch.one ที่อัปเดตราคา USD ทุกวัน ลองเข้าไปเช็คดูได้จากลิงก์นี้

ราคาเฉลี่ยของ RTX 3080 (10GB) มือ 1 ใน US ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2022

แต่อย่าลืมว่า RTX 3080 มีรุ่นใหม่ 12GB LHR ด้วยนะ ซึ่งตอนนี้บน Amazon ก็ราคาคร่าว ๆ อยู่ประมาณ 780-900 เหรียญเหมือนกัน ตีเป็นถูกแพงกว่ากันประมาณ 33-53% เหมือนกัน ซึ่งก็ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าเลือกราคาดี ๆ หน่อยการซื้อตัวเก่าอาจจะคุ้มกว่าเยอะก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนครับ

ราคาคร่าว ๆ ของ RTX 3080 (12GB LHR) บนเว็บ Amazon ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2022

 

 

ที่มา : VideoCardz

from:https://droidsans.com/rtx-4080-30-to-37-faster-than-rtx-3080/

ประกอบคอม งบ 10000 บาท 5 สเปค ท่องเน็ต เล่นเกมออนไลน์ เทรดคริปโต คุ้ม!

ประกอบคอม งบ 10000 เล่นเกมออนไลน์ 5 เซ็ต พร้อมทำงาน ดูหุ้น ต่อ 2 จอ ครบๆ

ประกอบคอม งบ 10000

ประกอบคอม งบ 10000 ปัจจุบันก็ดูเป็นเรื่องที่หาซื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่งบจำกัด หรือต้องการพีซีเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ หรือบางทีแค่ดูเอกสาร เทรดหุ้น รวมถึงเล่นเกมเบาๆ สนุกๆ ได้ ก็ยังพอหาซีพียูรุ่นประหยัดกับการ์ดจอแยกมาใช้ได้ด้วย หรือจะใช้งานแบบต่อ 2 จอในแบบ Full-HD ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และถ้าหากว่าใครพอมีความรู้ในด้านเลือกฮาร์ดแวร์ หรือประกอบคอมเองได้บ้าง ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ไม่น้อยเลย วันนี้เรามีตัวอย่างของคอมประกอบในงบประหยัด จัดมาให้ถึง 5 เซ็ตด้วยกัน ที่อาจจะนำมาเป็นแนวทาง ในการเลือกจัดสเปคคอมในช่วงปลายปีเช่นนี้ หรือหากจะลองจัดสเปคด้วยตัวเองใน หน้าจัดสเปคของ NBS ก็มีให้คุณใช้ได้อย่างสะดวก มือใหม่ยังทำเองได้ ส่วนจะมีรุ่นใดถูกใจคุณบ้าง ไปติดตามชมกันครับ


ประกอบคอม งบ 10000

ประกอบคอม งบ 10000 ได้สเปคอะไรบ้าง?

ประกอบคอม งบ 10000

สำหรับงบประมาณในการประกอบคอม งบ 10000 อาจจะดูตึงๆ ไปบ้างในราคาประมาณนี้ แต่ถ้ามองกันในแง่ของการใช้งาน ซีพียูเริ่มต้นอย่าง Intel Pentium หรือ AMD Athlon ก็ยังพอตอบโจทย์ในหลายๆ ด้านได้ โดยเฉพาะถ้ามองแค่การท่องเน็ต เปิดเอกสาร ทำงานออฟฟิศทั่วไป ด้วยซอฟต์แวร์พื้นฐาน การเริ่มต้นด้วยซีพียูระดับ 2 core/ 4 thread ก็เพียงพอ แต่ถ้าจะเน้นไปที่เรื่องของการแต่งภาพ หรือการทำงานซอฟต์แวร์ที่มีการใช้ทรัพยากรมากขึ้น ซีพียูระดับ 4 core ขึ้นไป ก็จะให้ความคล่องตัวได้ดีกว่า รวมถึงเมื่อเล่นเกม ด้วยการอัพเกรดในภายหลัง ก็ยังพอจะดันกันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการ์ดจอในระดับเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น GeForce GTX10, GTX16 series หรือ Radeon RX5500, 6500XT เป็นต้น

Advertisementavw

นอกจากนี้การเลือกเมนบอร์ด ที่ให้รองรับการอัพเกรดได้ ก็จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้น เพราะอย่างน้อยๆ คุณจะเพิ่มฮาร์ดดิสก์, SSD หรือจะเป็นแรม เข้าไปในเวลาที่คุณมีงบประมาณเพิ่มเติมในภายหลังได้ รวมไปถึงขยับเปลี่ยนซีพียูได้ในบางโอกาส ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

ประกอบคอม งบ 10000

ส่วนแรมควรจะเริ่มต้นที่ DDR4 8GB เพราะราคาไม่ถึงพันบาทแล้ว อีกทั้งยังเข้ากับแอพพลิเคชั่นหลายๆ อย่างในปัจจุบันได้ แต่ถ้ามีงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพัน ก็แนะนำว่าเพิ่มเป็น 16GB จะได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับซีพียูที่เป็น iGPU หรือ Integrate graphic อย่าง AMD Radeon RX หรือ Intel UHD Graphic ที่จะได้มีพื้นที่ในการแชร์แรมได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ประกอบคอม งบ 10000

และในส่วนของ Storage กับการเริ่มต้นด้วย SSD M.2 ความจุ 240-480GB ที่ให้ความเร็วได้ดีกว่า SSD SATAIII และราคาก็แทบจะไล่เลี่ยกัน แต่ให้ความเร็วได้มากกว่า อย่างน้อยๆ เราจะได้เห็นความเร็วระดับ 1,500MB/s (Read) ในขณะที่ SATAIII จะอยู่ที่ราวๆ 400-550MB/s เท่านั้น ซึ่งเราอาจจะนำมาใช้อีกครั้ง ในกรณีที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บที่มากขึ้น ก็เลือก HDD หรือ SSD ในแบบดังกล่าวนี้มาใช้กันได้เลย

ประกอบคอม งบ 10000

กราฟิกการ์ด อาจจะมองว่าเป็นเรื่องยากในการจับเข้ามาใส่ในชุดคอมงบ 10000 บาทนี้ แต่ก็พอเป็นไปได้ หากต้องปรับลดบางอย่างลงไปบ้าง เพื่อให้การทำงานเข้ากันได้มากที่สุด เวลานี้แม้ว่าซีพียูหลายรุ่นจะน่าสนใจ แต่เมื่อมองแนวโน้มของราคาซีพียูในกลุ่มที่มีกราฟิกในตัว ก็ดูเหมือนว่าราคาไม่เบาเลย ทำให้ต้องมาชั่งน้ำหนักกันว่า จะเพิ่มเงินอีกนิด เพื่อใส่การ์ดจอเข้าไปดี หรือจะเลือกซีพียูที่มีกราฟิกดีๆ ในตัว อย่าง Intel Gen 12 รุ่นปกติ หรือจะเป็น AMD Ryzen “G” series รุ่นใหม่ๆ ที่ให้พลังในด้านความบันเทิงได้ดีมากขึ้น

ประกอบคอม งบ 10000

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของเพาเวอร์ซัพพลาย ถ้าพื้นฐานการใช้งานร่วมกับซีพียู เมนบอร์ด แรม และ SSD ในระดับเริ่มต้น เพาเวอร์ซัพพลาย 500-550W ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าจะมีการอัพเกรดในอนาคต 600W 80+ Standard เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการ์ดจอระดับพื้นฐาน และแนะนำเป็น 650-700W สำหรับคนที่ต้องการอัพเกรดไปการ์ดระดับกลาง เช่น GTX1660, 1660SUPER, RTX2060, หรือจะเป็น Radeon RX560, RX5500XT และ RX6500XT ที่ยังคงเหมาะกับการใช้ร่วมกับซีพียู Intel Pentium หรือ Intel Core i3 และ AMD Athlon หรือ Ryzen 3 นั่นเอง


Set 1: เซ็ตทำงาน เรียนออนไลน์ แรม 16GB SSD เยอะ

ประกอบคอม งบ 10000

ในส่วนของเซ็ตนี้ จะเป็นการประกอบคอม งบ 10000 ที่ค่อนข้างประหยัด เพราะไม่ถึง 9 พันบาท แต่ได้แรม DDR 16GB และให้ SSD 500GB เอาใจคนที่เน้นความลื่นไหลในการทำงาน และการเรียนออนไลน์ หรือการเทรดหุ้น เทรดคริปโต ที่ไม่ต้องซีพียูที่แรงมาก เพราะการทำงานแบบ 2 core/ 4thread ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว โดยมีขุมพลังจากซีพียู AMD Athlon 3000G มาเสริมทัพ รองรับ DDR4 ที่เราจัดมาให้เต็มที่ และมี Radeon™ Vega 3 Graphics ที่เป็นกราฟิกมาในตัว ด้วยแรมที่เยอะนี้ ก็ช่วยให้งานที่ต้องอาศัยกราฟิกเป็นสำคัญ

และ SSD ที่ใส่มาให้นี้ ก็ให้ความเร็วในการทำงานได้ดี สำหรับ PNY รุ่นนี้ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลถึง 2,500MB/s เลยทีเดียว บนเมนบอร์ดที่รองรับการอัพเกรดได้พอสมควร และยังพอมีพอร์ต SATAIII ให้อัพเกรด HDD หรือ SSD ได้ในภายหลัง และก็ยังพอปรับแต่งเพิ่มเติมได้ ให้คนที่อยากจะรีดความเร็วซีพียูให้พอปรับเพิ่มได้อีกด้วย ส่วนเพาเวอร์ซัพพลายมาในแบบ 600W และเคส ATX เริ่มต้นที่ดูสบายตา โดยถ้าจะอัพเกรดเพิ่มกราฟิกการ์ด ก็ยังได้ เรียกว่าเป็นอีกรุ่นที่ราคาดีเลยทีเดียว

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้แรมมากถึง 16GB ใช้กราฟิกในตัวซีพียู
มี SSD ถึง 500GB

ดูข้อมูล ปรับเปลี่ยนสเปค: Set 4


Set 2: เทรดคริปโต ตกแต่งภาพ อัพเกรดง่าย

ประกอบคอม งบ 10000

มาถึงเซ็ตประหยัดที่ใช้ขุมพลัง Intel อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ และยังถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นที่ยังสดใหม่ เพราะใช้ซีพียูระดับ Intel Core i3-12100 ที่ทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ได้แกนหลัก P-core แบบเต็มที่ และยังมีการบูสท์ความเร็วได้มากขึ้น ในราคาประมาณ 5 พันกว่าบาท เติมความครบเครื่องด้วยกราฟิก Intel UHD มาบนซีพียูให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ กับการเล่นเกมง่ายๆ เกมออนไลน์ หรือสายเทรดคริปโต เปิด 2 จอพร้อมกัน ก็ยังไหว แต่ถ้าให้ดี เพิ่มแรมมาอีกสัก 8GB ให้ทำงานแบบ Dual channel ระบบก็จะเพิ่มศักยภาพให้ได้เห็นมากกว่านี้

เมนบอร์ดมาลงตัวที่ Intel H610 ที่เป็นตัวช่วยได้ดีไม่น้อย เพราะให้พอร์ตแสดงผลมามากถึง 3 พอร์ตด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น DisplayPort, HDMI และ VGA ถึงแม้จะเป็นเมนบอร์ดขนาดเล็ก แต่สเปคก็ดีพอในการใช้งานเหล่านี้ โดยมี Storage เป็น SSD 256GB ในแบบ M.2 PCIe ความเร็วสูงใส่มาให้ เพื่อการถ่ายโอนข้อมูล หรือการเปิดไฟล์ เปิดโปรแกรมได้ไหลลื่นยิ่งกว่า และยังพอมีสล็อต PCIe x16 สำหรับการติดตั้งกราฟิกการ์ดเพิ่มในภายหลัง

เพาเวอร์ซัพพลายเป็นแบบ 700W มาตรฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน และการอัพเกรดฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมได้ ในงบประมาณที่สบายกระเป๋า แต่ถ้าคุณมองว่าอยากจะอัพเกรดซีพียู เพิ่มการ์ดจอที่แรงขึ้นมาอีกหน่อยในภายหลัง ก็อาจจะเพิ่มเงินอีกสัก 5-600 บาท เลือกที่เป็น 600W 80+ มาใช้ได้ เคาะราคาของชุดนี้ อาจจะแรงสักหน่อย แต่ก็เกินงบไปไม่มากนัก

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ซีพียูรุ่นใหม่ Intel Gen 12 มีแรมให้ 8GB
มีพอร์ตแสดงผลให้ 3 ชุด

ดูข้อมูล ปรับเปลี่ยนสเปค: Set 3


Set 3: ทำงานจริงจัง พร้อมๆ กับความบันเทิง

ประกอบคอม งบ 10000

แต่ถ้าคุณต้องการศักยภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้น ด้วยซีพียูระดับ AMD Ryzen 5 4600G ที่มาพร้อมการทำงานแบบ 6 core/ 12 thread เรียกว่าจัดจ้านในการจัดสเปค ประกอบคอม งบ 10000 ที่รับงานได้ทั้ง Single core ไปจนถึงมัลติเธรด เล่นเกม ทำงาน แปลงไฟล์ ไปจนถึงการถอดรหัส ที่สัญญาณนาฬิกาบูสท์ไปได้ถึง 4.2GHz ก็ช่วยให้งานในชีวิตประจำวันของคุณไหลลื่นมากขึ้น ยังไม่รวมกราฟิกบนซีพียู ที่มีความแรงตอบโจทย์เกมเมอร์ในเบื้องต้นได้ ไม่ว่าจะเป็น DOTA2, CS:GO หรือจะเป็นแนวเกมน่ารักๆ ก็ไปด้วยกันได้ เมนบอร์ดเองก็รองรับการแสดงผลได้ 2 หน้าจอ ที่มีทั้ง HDMI, DVI และ VGA สล็อตแรม 2 ช่อง เลือกมาให้ 8GB DDR4 และอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง

นอกจากนี้ยังเสริมสล็อต M.2 PCIe 3.0 มาให้อีกด้วย โดยเราจัด SSD M.2 NVMe PCIe 240GB มาให้ในเบื้องต้น แต่ถ้ายังไม่พอ ก็เสริมที่เป็น SATAIII ได้ในภายหลัง เพื่อการเติมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น เพาเวอร์ซัพพลายจัดมาให้ 600W สบายๆ ยังสามารถเติมกราฟิกการ์ดตัวเริ่มต้นได้ ไม่ว่าจะเป็น GeForce GTX หรือ Radeon RX series ก็ตาม

และเมนบอร์ดเอง ก็ยังรองรับการปรับแต่งเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วซีพียูหรือบัสแรมก็ตาม แต่ที่สำคัญยังมีสล็อตให้ใส่กราฟิกการ์ดเพิ่มได้ในภายหลัง เพื่อการเล่นเกมในวันข้างหน้า เมื่อคุณมีงบประมาณพร้อมสำหรับการอัพเกรด สนนราคาในชุดนี้ ใกล้เคียงกับที่ตั้งเอาไว้ เกินไปประมาณ 5 ร้อยกว่าบาทเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ซีพียูประสิทธิภาพสูง ใช้กราฟิกบนซีพียู
มีพอร์ตแสดงผล 3 ชุดด้วยกัน ได้แรม 8GB
อัพเกรดเพิ่มได้

ดูข้อมูล ปรับเปลี่ยนสเปค: Set 2


Set 4: เล่นเกมเบาๆ ดูหนัง ทำงานเอกสาร

ประกอบคอม งบ 10000

เริ่มกันเบาๆ กับงบ 10,000 บาทนิดๆ ด้วยสเปคที่ใช้ขุมพลัง Intel รุ่นใหม่ ที่แม้จะเป็นซีพียู 2 core/ 4 thread แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้ความเป็น Intel Core มากขึ้น ด้วยการใช้ P-core แบบเน้นๆ เช่นเดียวกับรุ่นพี่ แต่ Core น้อยกว่าครึ่งนึง ความเร็วสูงกว่า และยังให้กราฟิก Intel UHD 710 มาอีกด้วย สนับสนุนการทำงานบน DDR4 และ PCIe ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องประสิทธิภาพ ก็วางใจได้มากขึ้น จับคู่มากับแรม DDR4 8GB ให้ใช้งานในระดับพื้นฐานอย่างสบายใจ เมื่อรวมกับ SSD 240GB แม้จะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ความเร็ว ก็ทำให้คุณได้หลงไหลอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายข้อมูล เปิดโปรแกรม หรือใช้งานเอกสารต่างๆ เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดาหลายเท่า และยังมีพอร์ต SATAIII เหลือให้คุณได้อัพเกรดเพิ่ม เช่นเดียวกับแรมที่ยังเหลืออีก 1 สล็อตบนเมนบอร์ด H610 ที่ยังคงสดใหม่ ที่สำคัญยังได้เติมความสนุกด้วยกราฟิกการ์ด GeForce GTX1030 มาให้ใช้งาน ดังนั้นด้านเกมพื้นฐาน อย่าง CS หรือจะเป็นเกมออนไลน์ง่ายๆ หลายตัว ก็ยังวางใจได้ เพาเวอร์ซัพพลาย 500W ยังพอให้อัพเกรดการ์ดจอ GTX หรือ RX เริ่มต้นได้อีกด้วย เกินงบไปประมาณพันกว่าบาท แต่ได้การ์ดจอแยกมาด้วย

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้การ์ดจอแยกเพิ่ม ได้แรม 8GB
ซีพียูรุ่นใหม่ LGA1700 SSD SATAIII
ใกล้เคียงกับงบประมาณ

ดูข้อมูล ปรับเปลี่ยนสเปค: Set 1


Set 5: ครบเครื่อง การ์ดจอแยก เกมพื้นฐาน งานทั่วไป

ประกอบคอม งบ 10000

แต่ถ้างบประมาณของคุณมากพอ และอยากจะได้สเปคที่เหนือกว่า ประกอบคอม งบ 10000 ขึ้นมาอีกหน่อย และการ์ดจอที่พอขยับตัวในการเล่นเกมได้ดีขึ้น ทางเลือกอย่างซีพียู AMD Ryzen 3 4100 ที่ทำงานแบบ 4 core/ 8 thread และให้ Boost clock ได้มากถึง 4GHz และพร้อมที่จะรีดความแรง ให้กับกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆ สำหรับการเริ่มต้นเกม ก็ยังพอไหวในหลายๆ รุ่น ไม่ว่าจะเป็น GeForce GTX หรือ AMD RX ก็ตาม เช่นเดียวกับการ์ด GeForce GTX1630 ที่จัดเป็นน้องเล็ก สเปคไม่ธรรมดา พอให้การเล่นเกมในหลายๆ เกมได้คล่องตัวมากขึ้น และถ้าได้การปรับจูนที่ดี ก็ยิ่งเพิ่มเฟรมเรตให้กับการเล่นได้ไม่น้อย โดยมีแรมระบบ 8GB DDR4 โดยยังเหลือสล็อตบนเมนบอร์ด ให้อัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง

รวมถึงการติดตั้งระบบ และโปรแกรมบางส่วนได้บน SSD 240GB แต่ถ้าเป็นไปได้มีงบประมาณเพิ่มอีก 500 บาท ก็จะได้ SSD ความจุมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนเรื่องความเร็ววางใจได้ เพราะไม่ว่าจะเปิดโปรแกรม บูตเครื่อง หรือโอนถ่ายไฟล์ แค่นี้ก็มากพอต่อการใช้งาน ไม่ต้องรอนาน

ส่วนการจ่ายไฟ เราได้เพาเวอร์ระดับ 600W มาช่วย รองรับการอัพเกรดได้ในภายหลัง ส่วนเคสเดิมๆ ถ้าไม่ถูกใจ ลองเตรียมงบไว้สัก 500-800 บาท ก็จะได้เคสกระจกข้างใส พัดลมไฟสวยให้คุณใช้ได้อย่างจุใจ สนนราคาอาจจะทะลุไปที่ 15,000 บาท แต่ก็ได้การ์ดจอเพิ่มขึ้นมานั่นเอง

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีกราฟิกการ์ดแยก ได้แรม 8GB
ได้ซีพียู 4 core/ 8 thread

ดูข้อมูล ปรับเปลี่ยนสเปค: Set 5


Conclusion

Set 1 Set 2 Set 3 Set 4 Set 5
ซีพียู AMD Athlon 3000G AMD Ryzen 5 4600G Intel Core i3-12100 Intel Pentium G7400 AMD Ryzen 3 4100
เมนบอร์ด ASUS B450M-A Pro Gigabyte B450M S2H ASRock H610M-HDV ASRock H610M-HDV ASUS B450M-A Pro
แรม DDR4 16GB DDR4 8GB DDR4 8GB DDR4 8GB DDR4 8GB
SSD M.2 500GB M.2 240GB M.2 256GB M.2 240GB M.2 240GB
กราฟิก Radeon Graphic Radeon Graphic UHD Graphic GT1030 GTX1630
PSU 600W 600W 700W 600W 600W
เคส Mid-Tower Mid-Tower Mid-Tower Mid-Tower Mid-Tower
ราคา 8,900 10,580 11,430 11,580 15,980

จะว่าไปการประกอบคอม งบ 10000 ในปัจจุบันก็ไม่ได้ถือว่าแห้งแล้งจนเกินไป เพราะสามารถหาอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้งานได้อย่างครบเครื่อง และควบคุมค่าใช้จ่ายได้พอประมาณ แต่ถ้าต้องการความแรงที่เพิ่มขึ้น หรือให้พอขยับขยายประสิทธิภาพได้ดียิ่งกว่า การเลือกฮาร์ดแวร์ตัวที่แรงขึ้น ในงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอีก 2-3 พันบาท ก็เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งในบางครั้ง ถึงกับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปได้เลย เช่น การเพิ่มแรม หรือลดซีพียู ไปลงกราฟิกการ์ดที่แรงขึ้น ก็เป็นทางออกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดีหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีงบจำกัดจริงๆ แต่มองฮาร์ดแวร์ได้ รู้จักปรับใช้ ก็มีทางเลือกอย่างของมือสอง ที่มีประกันให้เลือกอยู่มากมายด้วยเช่นกัน และยังนำมาเข้ากับของใหม่ได้ลงตัว ในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เช่น ราคาที่ปรับเปลี่ยนตลอด การรับประกันที่ลดลง และยังต้องหาผู้ขายที่ไว้ใจได้อีกด้วย มิฉะนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย เอาเป็นว่าคุณถนัดแบบไหน ก็เลือกตามที่สะดวกใช้กันได้เลยครับ ส่วนคุณชอบสเปคแบบไหน และจะปรับส่วนใดบ้าง ลองคอมเมนต์กันเข้ามาเยอะๆ ครับ จะได้เป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆ กันอีกทางหนึ่ง และอย่าลืมเข้าไปลองใช้งานระบบจัดสเปค NBS ใหม่ของเราด้วยนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/672799-pc-spec-10000-gaming-working