คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD_RYZEN

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer พร้อมส่วนลด 5,000 บาท รวมตัวแรงสเปคเทพ ทำงานดีปรับสุดได้ทุกเกม!!

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รอบนี้จัดตัวแรงมาเต็มๆ พร้อมส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท!!

Artboard 2 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ในแคมเปญ Acer Love Your Sale รับต้นเดือนกุมภาพันธ์เพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์หลายๆ ท่านที่กำลังมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ใช้งานได้เป็นรุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นให้ใช้ทำงานและเล่นเกมได้อย่างมีความสุขยิ่งกว่าเดิม โดยโน๊ตบุ๊คเหล่านี้จะติดตั้งซีพียู AMD, Intel มาโดยจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA ซึ่งใช้รันงานและเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้โดยปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลย หรือถ้าเป็นครีเอเตอร์ก็ตัดต่อคลิปได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อโน๊ตบุ๊คก็น่าใช้แล้ว ยังมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA ช่วยลดราคารุ่นที่เข้าร่วมรายการสูงสุดถึง 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ถึง ทาง BaNANA ก็ให้ส่วนลดถึง 2,500 บาท เพียงซื้อโน๊ตบุ๊คราคาเกิน 35,000 บาทเท่านั้น น่าจะถูกใจผู้ใช้ที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่อย่างแน่นอน ไม่ต้องรองานอีเว้นท์ใดๆ ก็เลือกซื้อรุ่นที่อากได้ที่หน้าเว็บไซต์ของทาง BaNANA ได้เลย และยังเลือกรอรับสินค้าหน้าร้านภายใน 1 ชั่วโมงได้อีกด้วย เรียกว่ามาหน้าร้านสั่งโน๊ตบุ๊ครุ่นในใจเอาไว้แล้วไปเดินช็อปปิ้งสักพักก็มารับโน๊ตบุ๊คกลับบ้านไปใช้งานต่อได้เลย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวเด็ดน่าโดน

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX AMD Ryzen 5 5500U

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,990
Acer Nitro 5 AN515-58-52BB Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

USB-C 3.2 Full Function x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

50,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA เด็ดคุ้มส่วนลดจัดหนัก ซื้อได้ไม่ต้องรอ!!

จะผู้ใช้หรือเกมเมอร์คนไหนที่คิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่ามาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer อยู่ ณ ตอนนี้ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะมีโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 5,000 บาททีเดียว โดยในบทความนี้ผู้เขียนขอยกมาแนะนำทั้งหมด 7 เครื่อง โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)
1. Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX (22,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103220 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX โน๊ตบุ๊คสายทำงานที่สเปคดีราคาไม่แพงมาก ซึ่งทาง Acer ออกแบบรุ่นนี้มาเพื่อนักศึกษาหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ใช้งานสักเครื่อง เมื่อมีการ์ดจอ NVIDIA ติดตั้งมาก็ช่วยเสริมการประมวลผลตอนแต่งภาพ, ตัดต่อคลิปหรือจะเปิดเกมเล่นก็ได้เช่นกัน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้ภาพไหลลื่นไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องเพียง 2.15 กิโลกรัม หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ดีๆ เอาไว้ใช้สักเครื่องแนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-42G-R4BX
CPU AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
GPU NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.15 กิโลกรัม
Price 22,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ7 ลดได้ 700 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-52BB (33,990 บาท)

Screenshot 2023 02 02 103314 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ตั้งแต่รุ่นนี้เป็นต้นไปจะเป็นตระกูล Nitro 5 รุ่นน่าใช้ เริ่มต้นด้วย Acer Nitro 5 AN515-58-52BB ซึ่งมีจุดเด่นหลายส่วน ได้แก่ ไฟคีย์บอร์ด 4-Zone RGB, พอร์ต USB-C เป็น Thunderbolt 4 ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery และต่อจอแยกแบบ DisplayPort ได้ในตัวและได้บอดี้ตัวเครื่องดีไซน์ใหม่อีกด้วย

เครื่องแรกใช้ซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz จากโรงงาน มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม และเมื่อมีโค้ดส่วนลดจากแคมเปญนี้เสริม เลยทำให้ Acer Nitro 5 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสุด ณ ตอนนี้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-52BB
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 33,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ15 ลดได้ 1,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 (35,990 บาท)

r2d4 1

Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าซื้อไม่แพ้กัน โดยรุ่นนี้เป็นสเปคเอาใจเกมเมอร์ที่อยากได้เครื่องสเปคแรงพอตัวแต่ไม่แพงมาก โดยแชร์ดีไซน์กับฟีเจอร์เด่นร่วมกัน แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz และให้แรมมา 8GB DDR5 บัส 4800MHz กับพอร์ต USB-C 3.2 Full Function รองรับ Power Delivery และ DisplayPort ในตัวและเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย จัดเป็นรุ่นน่าใช้ สเปคดีและส่วนลดจัดเต็มมากอีกรุ่น

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R2D4
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (37,990 บาท)

r12a 1

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นแชร์สเปคร่วมกับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 แทน ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกราว 15% ช่วยเพิ่มเฟรมเรทระหว่างเล่นเกมให้สูงขึ้นอีก ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เกมเมอร์เลือกซื้อรุ่นนี้ไปเล่นเกม ส่วน Nitro 5 ข้อก่อนหน้าจะเน้นไปทางครีเอเตอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ทำงานกราฟิคมากกว่า

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
CPU AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 37,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY (39,990 บาท)

r1qy 1

หากใครอยากได้ซีพียูแรงเป็นหลักล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้สเปคจะแชร์กับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมดแต่จะมีจุดแตกต่างตรงซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz และใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 แทน ซึ่งดีต่อครีเอเตอร์อย่างแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่เล่นเกมเน้นใช้ซีพียูประมวลผลเป็นหลักจะซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมก็เวิร์คเช่นกัน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R1QY
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 39,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

729s 1

ถ้าหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer เน้นเล่นเกมเป็นหลัก สเปคแรงพอเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันปรับสุดได้ทุกเกมบนความละเอียดระดับ Full HD~QHD ล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-58-729S รหัสนี้ถือว่าแรงจบจากโรงงาน โดยทาง Acer ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้จากโรงงาน ด้านสเปคส่วนอื่นๆ จะแชร์ร่วมกับรุ่นซีพียู Intel แทบทั้งหมด ซึ่งประสิทธิภาพและความแรงเรียกว่าหายห่วงทั้งทำงานและเล่นเกมก็เอาอยู่แน่นอน ยิ่งมีโค้ดส่วนลดจากทาง BaNANA เช่นนี้ยิ่งคุ้มค่าน่าซื้อแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
CPU Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 49,990 บาท ใช้โค้ด BNACBJ25 ลดได้ 2,500 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG (50,990 บาท)

r8tg 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ร้าน BaNANA ตัวแรงฝั่ง AMD เทียบชั้นกับ Intel Core i7 ในข้อก่อนได้ จะเป็น Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG รุ่นนี้ที่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มาให้และแรมอีก 16GB DDR5 บัส 4800MHz เท่ากันอีกด้วย เรียกว่าแรงทรงพลังไม่แพ้กัน และยังได้ส่วนลดแบบจัดเต็มถึง 5,000 บาทอีกด้วย หากใครอยากซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer มีการ์ดจอแยกร้าน BaNANA ดีๆ ก็ลงทุนซื้อเครื่องนี้มาเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG
CPU AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity USB-C 3.2 Full Function x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 50,990 บาท ใช้โค้ด BNACAMD50 ลดได้ 5,000 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

Nitro 5 main 2560 1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ครั้งนี้ถือว่าทาง BaNANA และ Acer จัดโปรโมชั่นแบบจัดหนักจัดเต็มมาก ตอบโจทย์เกมเมอร์และครีเอเตอร์ตั้งแต่งบสามหมื่นบาทต้นๆ ไปจนตัวแรงครึ่งแสนก็มีให้เลือกตามต้องการ เกมเมอร์คนไหนสนใจสเปคและความแรงระดับไหนก็เลือกซื้อได้ตามใจชอบเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20000 1

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

from:https://notebookspec.com/web/685573-7-acer-gaming-laptop-banana-2023

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ซีพียู Ryzen 7000 Series แบตฯ อึดเหลือใช้ โปรแกรมครบเครื่อง ค่าตัว 32,990 บาทเท่านั้น!!

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 บอดี้เดิม เติมความแรงด้วย Ryzen 7000 Series มี Office 2021 ติดเครื่องมาพร้อมใช้ ได้จอ OLED ขั้นเทพด้วย!!

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

เมื่อพูดถึงโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมของ ASUS อย่าง ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านจะคิดถึงโน๊ตบุ๊คงานประกอบดี ฟีเจอร์ล้ำสมัยไม่ว่าจะ ASUS NumberPad 2.0 แป้นทัชแพดเปลี่ยนโหมดเป็น Numpad ได้, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบรวมกับปุ่ม Power พอร์ต USB-C Full Function รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้ด้านหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มีฟีเจอร์ถนอมสายตา SGS Eye Care Display และภาพบนหน้าจอยังลื่นไหลเพราะมีค่า Refresh Rate ถึง 90Hz ด้านตัวเครื่องก็ทนทานผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H การันตีความแข็งแรงทนทานอีกด้วย และทาง ASUS ก็ติดตั้ง Microsoft Office Home&Student 2021 มาให้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เปลืองเงินอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่าครบเครื่องมาก

Advertisementavw

ข้อดีถัดมา คือซีพียูของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ถูกอัพเกรดจาก Ryzen 5000 Series มาเป็น 7000 Series อย่าง AMD Ryzen 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด แล้ว คอร์ประมวลผลก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากได้รับการรับรองการจัดการพลังงานจาก Energy Star การันตีว่าตัวเครื่องจัดการพลังงานได้ดีใช้งานได้นาน ส่วนทีเด็ดของ Ryzen 7000 Series คือการ์ดจอออนบอร์ดถูกปรับแต่งให้ประสิทธิภาพดีขึ้น หากรุ่นก่อนใช้แต่งภาพและดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงได้ไหลลื่นอย่างเดียวล่ะก็ รุ่นใหม่นี้ก็ใช้เล่นเกมออนไลน์ปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลยทีเดียว จัดว่าน่าประทับใจมาก

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

NBS Verdicts

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00072

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะใช้บอดี้ร่วมกับ Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้าและยกจุดเด่นต่างๆ อย่าง NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต USB-C Full Function มาแทบทั้งหมดและเปลี่ยนเพียงซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U อย่างเดียว จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น Zenbook รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ตาม แต่การอัพเกรดครั้งนี้กลายเป็นการเสริมจุดเด่นให้ Zenbook 14 OLED UM3402 ดียิ่งขึ้น ทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและกราฟิคการ์ดออนบอร์ดมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนดูแล้วคุ้มค่าเกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

หากเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปเทียบกับโน๊ตบุ๊คคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว ต้องถือว่า Zenbook 14 OLED รุ่นนี้สมบูรณ์แบบทั้งด้านสเปคที่ดีทรงพลังและดีไซน์สวยงามแข็งแรงดูหรูหรา ตอบโจทย์ตั้งแต่นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่อยากลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมไว้ใช้งานได้หลายปี ไม่ต้องกังวลว่าประสิทธิภาพจะลดลงหรือไม่พอใช้รันโปรแกรมในอนาคตเลยก็ได้ ยิ่งใครเป็นเซลส์ที่ต้องออกไปพบลูกค้าและพรีเซนต์งานโปรเจคต่างๆ ก็พกเครื่องติดตัวไปได้สะดวกเพราะน้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม และพาเนลจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 แล้ว จึงใช้พรู้ฟงานอาร์ทและการันตีสีบนหน้าจอว่ามีความเที่ยงตรงกับผลงานจริงที่ปริ้นท์ออกมาใช้งานอย่างแน่นอน

จุดสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มีเรื่องบอดี้เครื่องยกมาจาก Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนทั้งหมดไม่ได้ปรับดีไซน์เพิ่มความแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก หากวางเทียบคู่กันอาจจะแยกกันได้ยาก และการซีลตัวเครื่องทำมาแข็งแรงปิดสนิทมากถึงแม้จะดีกับความแข็งแรงสวยงามแต่ก็ไม่ถูกใจผู้ใช้ที่ต้องการเปิดฝาอัพเกรดด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หากมีชิ้นส่วนภายในเสียหรือจะอัพเกรด SSD แนะนำให้เอาเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการเป็นผู้จัดการให้จะดีที่สุด ลดความเสี่ยงว่าถ้าแกะทำเครื่องด้วยตัวเองแล้วจะเกิดความเสียหายด้วย 

ข้อดีของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. บอดี้เป็นอลูมิเนียมแข็งแรงดูหรูหราพรีเมี่ยม ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H แล้ว
  2. น้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม พกพาง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
  3. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้โดยรวมไว้กับปุ่ม Power ปลดล็อคสะดวกรวดเร็ว
  4. ขาบานพับจอออกแบบให้กางได้แบนราบ 180 องศา มีความแข็งแรงทนทานมาก
  5. ทัชแพดมี ASUS NumberPad 2.0 ใช้งานสะดวก กดพิมพ์ตัวเลขได้สะดวกรวดเร็ว
  6. หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED มีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทได้ดี
  7. หน้าจอมีค่า Refresh Rate 90Hz แสดงผลภาพได้ไหลลื่นต่อเนื่องลื่นไหลดีมาก
  8. มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้ครบเครื่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  9. ได้พอร์ต USB-C Full Function ถึง 2 ช่อง ใช้ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตฯ ได้ ใช้งานสะดวก
  10. แบตเตอรี่ 75Wh กับซีพียู Ryzen 5 7530U จัดการพลังงานดีมาก ใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  11. ลำโพงได้ harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้ ได้เสียง Dolby Atmos เนื้อเสียงดีน่าประทับใจ
  12. ได้ประกัน ASUS Perfect Warranty 1 ปีแรก ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. ดีไซน์ภายนอกยังคล้ายรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ความแตกต่างหรือโดดเด่นมากนัก
  2. ตัวเครื่องซีลมาแน่นมากจนเปิดฝาเองไม่ได้ หากจะซ่อมหรืออัพเกรดควรให้ศูนย์บริการจัดการ

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

Specification

Screenshot 2023 01 30 102049 1

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาระดับพรีเมี่ยมของทาง ASUS ที่ได้อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5000 Series มาเป็น Ryzen 7000 Series แล้ว โดยสเปคจะเป็นดังนี้

CPU AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz
GPU AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz
SSD M.2 NVMe SSD 512GB PCIe 3.0 x4
RAM 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
Display 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600
Connectivity USB-A 3.2 Gen 2 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, HDMI 2.1 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
Weight 1.39 กิโลกรัม
Price 32,990 บาท (ASUS Shopee Mall)

Hardware & Design

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00070

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00055
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00056
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00061
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00046

บอดี้ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะยืนพื้นเหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้า นั่นคือบอดี้อลูมิเนียมเนื้อด้านมีความแข็งแรงสวยงาม บอดี้เป็นสีดำเหลือบน้ำเงินและตัดเว้นขอบล่างใต้ทัชแพดให้เว้าเข้ามาเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวกางเปิดหน้าจอได้ง่ายแถมยังวางบาลานซ์เครื่องได้ดีไม่มีอาการตัวเครื่องยกตามนิ้วขึ้นมาอีกด้วย ด้านที่วางข้อมือฝั่งซ้ายจะติดสติ๊กเกอร์การรับประกัน ASUS Perfect Warraty, Microsoft Office Home&Student 2021, ซีพียู AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon มาให้ ฝั่งขวาจะติดสติ๊กเกอร์โชว์ฟีเจอร์เด่นของ Zenbook 14 OLED UM3402 เอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้ทราบจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ในทันที

ปุ่ม Power จะติดตั้งรวมเอาไว้กับชุดคีย์บอร์ด โดยอยู่ระหว่างปุ่ม Print Screen, Delete รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องได้โดยทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่แพ้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของสมาร์ทโฟนเลย ตัวปุ่มแข็งโดยใช้น้ำหนักกดมากกว่าปุ่มใช้งานของคีย์บอร์ดพอสมควร ลดโอกาสกดพลาดแล้วเผลอปิดเครื่องในนาทีสำคัญไปได้ระดับหนึ่ง ถ้าไม่ตั้งใจกดก็แทบไม่พลาดกดดับเครื่องเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00035

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00033
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00041
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00031
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00029

ก้านขาบานพับของหน้าจอจะติดเป็นแนวนอนทำมุมกับตัวบานหน้าจอเป็นตัว L เป็นโลหะแข็งแรง ติดก้านพลาสติกรองใต้ขอบล่างของหน้าจอเอาไว้ซัพพอร์ตและยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดริ้วรอยเวลากางหน้าจอทำงานได้ดีมากและสังเกตว่าตัวเครื่องจะยกขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้ถนัดมือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่วางราบไปกับพื้นโต๊ะอีกด้วย

ด้านการกางหน้าจอ ทางบริษัทก็ออกแบบให้ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 กางจอได้แบนราบ 180 องศา ทำให้องศาการมองเห็นกว้างมาก จะตั้งพิมพ์งานบนโต๊ะหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมหน้าจอให้มองเห็นได้ง่ายและยังกางจอวางราบกับพื้นโต๊ะให้เพื่อนร่วมงานดูหน้าจอร่วมกันได้ง่ายๆ อีกด้วย จัดเป็นดีไซน์ที่มีประโยชน์มากไม่แพ้การพับจอกลับเป็นแท็บเล็ตเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00078
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00079

ฝาหลังของ Zenbook 14 OLED จะเน้นความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรมากกว่าโลโก้ ASUS แบบเส้นกราฟิตี้ตรงกลางเครื่องฝั่งขวามือและสกรีนคำว่า ASUS Zenbook ไว้ตรงกลางขอบล่างของตัวเครื่องอีกจุด ดีไซน์ดูเรียบร้อยไม่หวือหวาสมกับที่ทางบริษัทเน้นออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมมีระดับ ช่วยเสริมบุคลิคให้กับเจ้าของเวลาเครื่องติดไปประชุมงานกับลูกค้าก็ดูดีมีระดับยิ่งขึ้น

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00025

ฝาด้านใต้ตัวเครื่องจะมีแถบยางกันลื่นและช่วยป้องกันบอดี้เกิดริ้วรอยทั้งหมด 3 เส้น โดยมีแถบเส้นยาวขอบล่างตัวเครื่องและเส้นสั้นอีก 2 เส้นตรงขอบบนใกล้กับขาบานพับหน้าจอ ตรงกลางมีช่องสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนภายในเครื่องแล้วเป่าออกทางช่องระบายความร้อนที่ช่องฝั่งขวาของตัวเครื่อง แม้ช่องลมเข้าและออกจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็นำความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดี จากการทดลองใช้งานแม้จะรันโปรแกรมทดสอบอยู่ ความร้อนภายในเครื่องไม่มีการระอุหรือรบกวนผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ต้องถือว่าทาง ASUS จัดการเรื่องอุณหภูมิและระบบภายในเครื่องได้ดีมาก

Screen & Speaker

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00036

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00038
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00037
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00039
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00040

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED ของ Zenbook 14 OLED ใช้ดีไซน์แบบ NanoEdge โดยทำให้กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้านบางและขอบล่างสกรีนคำว่า ASUS Zenbook เอาไว้ แต่จอของเครื่องทดสอบจะไม่ได้เป็นจอทัชสกรีน ส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าจะสงวนเอาไว้ให้รุ่น Ryzen 7 หรือเป็นรุ่นที่ไม่ได้นำมาจำหน่ายในประเทศไทยก็เป็นไปได้ 

คุณสมบัติของจอนี้นอกจากจะมองเห็นได้กว้าง 178 องศาโดยสีสันไม่เพี้ยนหรือมีเงาสะท้อนขึ้นบนจอ ก็ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 และการันตีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี มีความสว่างสูงสุด 550 nits มีค่า Refersh Rate 90Hz และเป็นจอ SGS Eye Care Display ลดแสงสีฟ้าถนอมสายตาผู้ใช้อีกด้วย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00067

display 1
gamut
luminance 1

ขอบเขตสีหน้าจอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 99.8% sRGB, 92.6% Adobe RGB, 99.2% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้สูงถึง 165.9% sRGB, 114.3% Adobe RGB, 117.5% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.08~2.58 และหน้าจอนี้แสดงค่าสีได้สูงถึง 10-bit อีกด้วย จึงถือได้หน้าจอของ Zenbook 14 OLED นี้ยังคงยอดเยี่ยมคงเส้นคงวา ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทหรือใช้แต่งภาพก็ได้ และคุณภาพสีของผลงานกับบนจอคอมก็จะได้ความเที่ยงตรงกันอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอเมื่อตั้งความสว่าง 100% วัดได้ 387.58 cd/m2 จัดว่าสว่างมากพอสู้แสงแดดที่สะท้อนบนหน้าจอได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็เร่งความสว่างจอสู้ได้สบายๆ แต่ถ้านั่งทำงานในอาคารหรือออฟฟิศขอแนะนำให้ตั้งความสว่างราว 40~50% ก็สว่างเหลือเฟือพอมองเห็นจอได้สบายๆ แล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00026
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00027

เสียงลำโพงของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้ทาง harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้และให้เสียงแบบ Dolby Atmos เนื้อเสียงมีมิติและทิศทางเสียงดี สเตจเสียงถือว่ากว้างระดับหนึ่ง โทนเสียงของลำโพงจะเน้นเสียงร้องกับเครื่องดนตรีเป็นหลัก มีเสียงเบสจากลำโพงจะเน้นทางซัพพอร์ตให้โทนเสียงมีมิติฟังสนุกขึ้น เมื่อเปิดเสียงดัง 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงจะมีความดังราว 85dB ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงป็อปและแจ๊สน่าจะชอบลำโพงของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มากและยังฟังเพลงแนวร็อคได้ด้วย แต่ถ้าเป็นแนว EDM ถึงจะฟังได้สนุกระดับหนึ่งก็ตาม แต่เบสอาจจะไม่หนักและแรงปะทะยังไม่หนักแน่นมาก กรณีนั้นแนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปอีกชุดจะดีกว่า 

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00042

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00053
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00054
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00049
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00048
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00047
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00044
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00051
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00052

คีย์บอร์ดของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ใช้ดีไซน์ Dished Keycaps เหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อน ซึ่งคีย์แคปจะดีไซน์ตรงกลางปุ่มโค้งลงเหมือนท้องจานลึก 0.2 มม. มีระยะกด 1.4 มม. ซึ่งข้อดีของคีย์แคปนี้ทาง ASUS ลดโอกาสตอนพิมพ์ให้ผิดน้อยลงและกดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งดีไซน์และระยะกดถือว่ากำลังดีใช้งานถนัดกว่าปุ่มแบบแบนมาก และตัวแป้นคีย์บอร์ดจะมีไฟ LED Backlit ปรับไฟสว่างได้ 3 ระดับ ทำงานแบบ Toggle โดยกดเพิ่มไปสว่างสุดแล้วกดอีกครั้งไฟจะดับลง ช่วยให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้นมาก

ปุ่มกดและคีย์ลัดสำคัญของคีย์บอร์ดจะมี Fn+Esc เพื่อสลับเลย์เอ้าท์ระหว่าง Function Hotkey กับปุ่ม F1~F12 ตามปกติได้ ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ด้านจะมี Home, End, Page Up/Down แยกไปเป็น Delete กับ Insert ซ้อนเลเยอร์เอาไว้ สามารถกด Fn ค้างไว้ก่อนแล้วกดเรียกคำสั่งเหล่านี้มาใช้งานได้เลย สามารถกดใช้งานได้สะดวกและทำงานได้รวดเร็วดี

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00043

ส่วน Function Hotkey บริเวณบรรทัดบนสุด ทาง ASUS ก็เซ็ตปุ่มใช้งานหลักเอาไว้ครบถ้วนกดใช้งานได้สะดวกหรือจะสลับปุ่ม F1~F12 มาใช้งานก็ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างหน้าจอ
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F10 – ปิด/เปิดกล้อง Webcam
  • F11 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool ขึ้นมาบันทึกภาพหน้าจอ
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง

ต้องถือว่าคีย์ลัดทั้งหมดนี้ของ ASUS Zenboook 14 OLED UM3402 เป็นคีย์พื้นฐานซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เรียกใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วและทางบริษัทก็เซ็ตไว้ให้เรียกใช้งานได้ง่ายดีด้วย แต่ถ้าให้ดีขึ้นอีกก็ขอแนะนำให้ทางบริษัทนำคำสั่ง Snipping Tool ตรง F11 ย้ายไปรวมไว้กับปุ่ม Print Screen ข้างๆ กันแล้วใส่คำสั่งสลับค่า Refresh Rate 60~90Hz มาให้จะดีกว่า ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้ภาพบนหน้าจอลื่นไหลหรือเน้นประหยัดพลังงานจะดีกว่า

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00057
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00058
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00063
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00062

ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 จะรวมชุดแป้น Numpad เอาไว้ให้ผู้ใช้กดใช้งานได้โดยเป็นแป้นแบบเลเซอร์ ตอนเปิดใช้งานจะเป็นแป้นทัชแพดธรรมดาแต่ถ้าแตะค้างตรงไอคอนกรอบสี่เหลี่ยมมุมบนขวาจะเปิดฟังก์ชั่น Numpad ขึ้นมาใช้งาน ส่วนไอคอนสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายมือจะใช้ปรับความสว่างของแป้นได้ หากแตะไอคอนมุมบนซ้ายแล้วลากออกจะเรียกโปรแกรม Calculator ขึ้นมาใช้งานได้ด้วย

ฟังก์ชั่นฝั่งทัชแพดของ NumberPad 2.0 ก็รองรับคำสั่ง Gesture ของ Windows 11 ครบถ้วน สามารถลากนิ้วตั้งแต่ 2~3 นิ้วเพื่อคุมการทำงานได้ง่ายๆ เวลาวางมือเพื่อพิมพ์งานแล้วสันมืออาจจะพาดตรงขอบของตัวทัชแพดเล็กน้อยแต่ก็ไม่เจออาการทัชแพดลั่นรบกวนการใช้งานเลย

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00064
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00065

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะถูกติดตั้งเอาไว้ 2 ฝั่งของตัวเครื่อง โดยฝั่งซ้ายมือจะเป็น USB-A 3.2 Gen 2 เพียงพอร์ตเดียวโดยอยู่ข้างๆ ช่องระบายความร้อน ส่วนฝั่งขวาจากซ้ายมือจะมีพอร์ต MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, Audio combo และ HDMI 2.1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

ส่วนนี้ถือว่าทางบริษัทให้พอร์ตใช้งานมาครบเครื่องทำงานได้สะดวกสบายมาก ฝั่งเจ้าของเครื่องไม่ต้องลำบากหา USB-C Multiport Adapter มาต่อแยกให้ลำบากเลย อย่างมากถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้ SD Card ก็หา Card Reader มาต่อเพิ่มอีกสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00018

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00086
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00020
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00019

น้ำหนักของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ทาง ASUS เคลมเอาไว้ที่ 1.39 กิโลกรัม แต่พอชั่งน้ำหนักดูแล้วมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมอแดปเตอร์หัวพอร์ต USB-C กำลังชาร์จ 65 วัตต์น้ำหนัก 224 กรัมแล้ว มีน้ำหนักรวมเพียง 1.58 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบาพกพาง่ายมาก จะใช้อแดปเตอร์ของตัวเครื่องอย่างเดียวหรือพกอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้ ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเวลาจัดอุปกรณ์ในกระเป๋ายิ่งขึ้น

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram 1

ASUS อัพเกรดซีพียูใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ให้เป็น AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz สถาปัตยกรรม TSMC 7nm FinFET รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน อิงจากหลักการอ่านรหัสซีพียู AMD ในปี 2023 แล้ว Ryzen 5 7530U จะเป็นซีพียูโมเดลปี 2023 สถาปัตยกรรม Zen 3 / Zen 3+ รุ่นมาตรฐาน ออกแบบมาใช้งานกับโน๊ตบุ๊คบางเบาค่า TDP 15~28 วัตต์ 

แรม Zenbook 14 OLED เป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ติดตั้งมาแบบ Dual Channel เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่งานเอกสาร Microsoft Office ไปจนงานตัดต่อแต่งภาพก็ยังพอมีให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ แต่น่าสังเกตว่าทาง ASUS ยังใช้แรม LPDDR4x ไม่ใช่ LPDDR5 บัส 5500MHz อย่างโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนิยมกัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัวแรมประเภทนี้ก็ได้บัสสูงพอและทำงานได้ไหลลื่นแล้ว ถ้าอัพเกรดมาแม้จะได้ความสดใหม่แต่ราคาสูงขึ้นแล้วประสิทธิภาพไม่หนีจากเดิมเกินไปอาจจะไม่คุ้มกันเท่าไหร่ แต่ถ้าในอนาคตเชื่อว่าทาง ASUS จะต้องมี Zenbook 14 OLED พร้อมแรม LPDDR5 ออกมาอย่างแน่นอน

gpu

การ์ดจอออนบอร์ดในซีพียูเป็น AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ DirectX 12 ที่จำเป็นต้องใช้งานครบถ้วน จึงใช้ทำงานกราฟิคและโปรแกรมตัดต่อได้ดีอย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คพาร์ทในเครื่องด้วย Device Manager จะเห็นว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ติดตั้งชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0 มาประสานงานกับระบบ Windows Hello เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในเครื่อง ด้านเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ผลิตโดย EgisTec เป็นผู้ผลิตเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของทางไต้หวันเอง

ด้าน Wi-Fi PCIe Card เป็น MediaTek Filogic 330 MT7922 รองรับการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz แบนด์วิธ 160MHz เชื่อมต่อแบบ Dual band, MU-MIMO ความเร็ว Data Thoughput สูงสุดได้ 1.9Gbps และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัวอีกด้วย

ssd

 M.2 NVMe SSD ภายในเครื่องเป็นรุ่น INTEL SSDPEKNU512GZ เมื่อเช็คข้อมูลแล้วเป็น Intel 670p ความจุ 512GB เป็น QLC NAND โดยข้อดีจุดเด่นของ SSD นี้คือใช้ไฟน้อยประหยัดพลังงานและเย็น ส่วนความเร็วที่วัดได้จากโปรแกรม CrystalDiskMark 8 ได้ค่า Sequential Read 3,009.03 MB/s และ Sequential Write 1,643.15 MB/s ซึ่งความเร็วนี้จัดว่าสูงพอใช้ทำงานออฟฟิศและรันโปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

3dmark

เมื่อนำ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มาทดสอบกับโปรแกรม 3DMark Time Spy แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ย 1,428 คะแนน แยกเป็นคะแน CPU score 5,667 คะแนน และ Graphics score 1,262 คะแนน โดยคะแนนเฉลี่ยระดับนี้ถือว่าพอใช้เล่นเกมออนไลน์หลาๆ เกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน แต่ไม่เหมาะกับเกมฟอร์มใหญ่นักเพราะการ์ดจอออนบอร์ดอาจประมวลผลไม่ไหวและทำให้เฟรมเรทตกเป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

gaming r2

จากการทดสอบเล่นเกมทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, DotA 2 และ Resident Evil Village ปรับกราฟิคสูงสุดจะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 5 7530U และการ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้รับการพัฒนามาพอสมควร ทำให้เล่นเกมออนไลน์ได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะ DotA 2 ซึ่งเป็นเกมเน้นใช้คอร์ซีพียูเป็นหลัก (CPU Intensive) จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงถึง 57 Fps

ด้านเกมยอดนิยมอย่าง Genshin Impact ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ค่อนข้างดี แม้จะตั้งกราฟิคในระดับสูงและเปิดค่าเฟรมเรทเอาไว้ 60 Fps ตัวเกมก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 29 Fps ซึ่งถ้าใช้เล่นฆ่าเวลา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็พอเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อสังเกตที่พบระหว่างทดสอบ คือ เมื่อมีเอฟเฟคไฟหรือท่าไม้ตายเมื่อไหร่ ภาพจะหน่วงแล้วเฟรมเรทลดลงจนรู้สึกได้ ดังนั้นผู้เขีนยแนะนำว่าถ้าจะเล่น Genshin Impact ควรเปิดกราฟิคระดับกลางหรือต่ำเพื่อเน้นความไหลลื่นสูงสุดไปจะดีกว่า

กรณีเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village แม้เอนจิ้นเกมจะเอื้อ AMD Ryzen และ Radeon และทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 27 Fps ก็ตาม แต่ตอนทดลองเล่นจริงแล้วผู้เขียนไม่แนะนำนัก เนื่องจากเครื่องต้องเรนเดอร์กราฟิคอย่างต่อเนื่องและใช้พลังของกราฟิคการ์ดสูงมาก ทำให้ภาพหน่วงและตอบสนองได้ไม่เร็วเท่ากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบมีการ์ดจอแยก ดังนั้นถ้าเป็นเกมฟอร์มใหญ่เน้นประมวลผลภาพด้วยการ์ดจอแยก AMD Radeon Graphics 7 คอร์ใน AMD Ryze 5 7530U จะไม่แนะนำนัก

สรุปคือ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 สามารถเล่นเกมออนไลน์ทั่วไป เช่น DotA 2, Genshin Impact, PUBG หรือแม้แต่ Valorant ได้ไหลลื่นระดับหนึ่ง ส่วนเกมฟอร์มใหญ่จะเหมาะกับประเภทที่เน้นใช้ซีพียูทำงานเป็นหลัก (CPU Intensive) เช่น Civilization VI หรือ Total War ก็พอเล่นได้ แต่ถ้าเป็นเกมเน้นกราฟิคการ์ดเป็นหลักอาจต้องปรับกราฟิคระดับ Medium~Low ถึงจะเล่นได้ลื่นขึ้น

pcmark10

กลับกันถ้าเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปทำงานจัดว่าทรงพลังไม่มีข้อกังขาแน่นอน โดยคะแนนจากโปรแกรมทดสอบการทำงานอย่าง PCMark 10 ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 5,903 คะแนน และถ้าดูแยกตามหมวดคะแนนจะเห็นว่า AMD Ryzen 5 7530U ทำคะแนนในกลุ่ม Essential อย่างการเปิดโปรแกรม, ประชุมงานออนไลน์หรือเปิดเว็บเบราเซอร์ได้ยอดเยี่ยม ถัดลงมาเป็นหมวด Productivity อย่างการเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและออฟฟิศไม่ว่าจะ Word, Excel ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน รองลงมาจะเป็นหมวด Digital Content Creation โดยเฉพาะการตัดต่อแต่งภาพจะทำได้ดีทีเดียว ส่วนการเรนเดอร์พรีวิวโมเดล 3D CG หรือตัดต่อวิดีโอต้องถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่โดดเด่นเท่ารุ่นมีการ์ดจอแยก

โดยรวมในแง่การทำงาน ต้องถือว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะทำงานเอกสาร, ประชุมออนไลน์หรือเปิดเว็บแอพฯ ขึ้นมาทำงานเป็นอย่างมากและพอตัดต่อแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ได้ดีระดับหนึ่ง อาจใช้พรีวิวโมเดล 3D CG เพื่อเสนองานให้กับลูกค้าได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นมันจะเหมาะกับงานสายเซลส์ที่ต้องไปพบลูกค้าประชุมงาน ติดต่อรับส่งเมล์และแก้ไฟล์เอกสารรวมไปถึงนักศึกษาที่หาโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่งมาก

r15
r20

ด้านผลคะแนนเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 เพื่อดูพลังการเรนเดอร์กราฟิคของซีพียู AMD Ryzen 5 7530U แล้ว จะเห็นว่าส่วนของ OpenGL ทำได้ 125.86 fps และ CPU ได้ 1,480 cb สรุปได้ว่าซีพียูนี้สามารถพรีวิวโมเดล 3D เพื่อนำเสนองานให้ลูกค้าดูได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่องแน่นอน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบพลังการทำงานของคอร์ซีพียูอย่างเดียว ได้คะแนน 3,423 pts จัดว่าสูงพอเรนเดอร์ภาพกราฟิคต่างๆ ได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครต้องทำงานกับโปรแกรมสาย Adobe Photoshop หรือแม้แต่ Lightroom ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแม้แต่เรนเดอร์โมเดลด้วยโปรแกรม Blender ก็ใช้งานได้ค่อนข้างไหลลื่นอีกด้วย

myasus1

oled care
customer support
settings

โปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ จะมีฟังก์ชั่น ASUS OLED Care ไว้ตั้งค่าแสดงผลของพาเนล OLED ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาหน้าจอ Burn-in ลงไปได้ โดยผู้เขียนแนะนำให้เปิดฟังก์ชั่น OLED Care ทั้งหมดเอาไว้เลยเพื่อถนอมพาเนลให้อายุใช้งานนานที่สุด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ รวมทั้งหมวดการอัพเดทเฟิร์มแวร์ด้วย หากใครใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รวมไปถึงเครื่องของแบรนด์ ASUS แนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาเช็คเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ และอัพเดทเป็นระยะๆ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีต่อเนื่อง

Battery & Heat & Noise

batt 1

แบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นแบตเตอรี่ความจุ 75Wh แบบฝังไว้ในเครื่อง ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นในท้องตลาดต้องถือว่ามีความจุสูงทีเดียว เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยเปิดความสว่าง 50% เปิดเสียงลำโพง 10% แต่เมื่อซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 7530U ผู้เขียนขอแนะนำให้เปลี่ยนจากการกดโหมด Battery Saver ของ Windows 11 มาเปิดฟังก์ชั่น Radeon Chill ใน AMD Software: Adrenalin Edition แทน และใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube โดยครั้งนี้ผู้เขียนทดลองเพิ่มระยะเวลาใช้งานให้นานขึ้นจาก 30 เป็น 45~50 นาทีแทน ตัว AMD Ryzen 5 7530U ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานมากถึง 15 ชั่วโมง 10 นาที

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ทดสอบโดยตั้งค่าตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ปล่อยเอาไว้ 30 นาที แบบเดียวกับที่ได้ทดสอบโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ มาก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งระยะเวลาใช้งานก็ไม่ต่างกันกับการทดสอบในรีวิวนี้ และหากเปลี่ยนวิธีการทดสอบเล็กน้อยโดยไม่ใช้ Radeon Chill แล้วใช้ระบบ Battery Saver แทน ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะลดลงเหลือราว 14 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งน้อยลงราว 40 นาที ดังนั้นถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen มาใช้งานก็ขอแนะนำให้ใช้ระบบ Radeon Chill แทน จะจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้นและแนะนำให้ลง AMD Chipset Driver ของโน๊ตบุ๊คเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยจะรีดประสิทธิภาพและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00028

ช่องระบายความร้อนของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะมีเพียงช่องเดียว โดยอยู่ถัดมาจากพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 ฝั่งซ้ายมือ เป็นช่องเล็กๆ ไม่กว้างมากแต่ก็ระบายความร้อนได้ดี เสียงตอนพัดลมโบลเวอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพจะดังราว 55~60dB เท่านั้น

temp

และแม้จะมีช่องระบายความร้อนเพียงช่องเดียวก็ตาม แต่เมื่อทดลองรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คอุณหภูมิในเครื่องด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิในเครื่องจะวิ่งอยู่ราว 62.5~95.4 องศา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 63.1 องศาเซลเซียสเท่านั้น และเวลาใช้งานจริงต้องถือว่าตัวเครื่องจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีมาก จะวางเครื่องบนหน้าตักเพื่อใช้งานก็ได้ไม่ร้อนมากแต่ถ้ารันโปรแกรมกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักๆ อย่าง Adobe Photoshop, Lightroom ตัวเครื่องจะอุ่นขึ้นมาระดับหนึ่ง แนะนำให้วางบนโต๊ะทำงานแทนจะดีกว่า

User Experience

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00074

แม้รูปลักษณ์ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะเหมือนกับ Zenbook 14 OLED ในรุ่นก่อนก็ตาม ใช้บอดี้เป็นอลูมิเนียมได้ความพกพาง่ายแข็งแรงทนทานและลวดลายดีไซน์เน้นความสวยเรียบหรูดูดีและได้ซอฟท์แวร์ใช้งานติดตั้งมาให้ครบทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เพียงเปิดเครื่องขึ้นมา Sign in ให้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำงานได้ทันที และทัชแพดของ Zenbook 14 OLEd นี้ก็เป็น ASUS NumberPad 2.0 ชุด Numpad เลเซอร์ซึ่งใช้งานได้สะดวกมาก ไม่ต้องเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ระดับ 15.6 นิ้วก็ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเอกสารได้ดีไม่แพ้กัน

นอกจากซอฟท์แวร์จะครบ น้ำหนักก็ยังเบาพกง่าย เพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เขียนชอบมาก เวลาจะหยิบเครื่องติดตัวไปออฟฟิศหรือไปร้านกาแฟใกล้บ้านเพื่อนั่งทำงานก็เบาสบายพกง่าย ไม่ต้องใช้เป้ใบใหญ่แค่ใช้กระเป๋าสะพายข้างเส้นหนึ่งกับเซ็ตสาย USB-C และอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์อีกอันใส่กระเป๋าไปก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันแล้ว แต่อันที่จริงซีพียู Ryzen 5 7530U ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก เพียงลง AMD Chipset Driver แล้วเข้า AMD Software: Adrenalin Edition เปิด Radeon Chill ใช้โหมด Power Saving เท่านี้ก็ใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้งวัน ส่วนตัวผู้เขียนจะตั้งสว่างหน้าจอ 50% แล้วปิดเสียงลำโพงกับไฟ LED Backlit ไป กลับถึงบ้านแบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้อีกพอสมควร

อุณหภูมิตอนใช้งานจริง แม้ตอนทดสอบ CPUID HWMonitor จะขึ้นว่าอุณหภูมิพุ่งไปสูงสุดถึง 95 องศาเซลเซียสก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงถ้าใช้งานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์ทำงานด้วยเว็บแอพฯ, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่เปิดดูหนังฟังเพลง ตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลาแถมพัดลมระบายความร้อนก็ไม่ได้ดังรบกวนเลยแม้แต่นิดเดียว อาจจะมีเสียงพัดลมแทรกเล็กๆ น้อยๆ เวลาเปิดโปรแกรมประเภท Photoshop, Lightroom อยู่บ้าง แต่เสียงพัดลมจะไปหมุนดังเต็มที่ก็ตอนเปิดเล่นเกมเท่านั้น จึงสรุปเรื่องอุณหภูมิได้ว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 นั้นถ้าใช้งานทั่วไปก็เย็นแทบตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

ด้านพอร์ตก็มี HDMI, USB-A 3.2 และ MicroSD Card Reader ติดเครื่องมาให้ใช้งานเลย ไม่จำเป็นต้องหา USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ USB-C 3.2 Full Function เพื่อเพิ่มพอร์ตก็ได้ อย่างมากอาจจะหา SD Card Reader และหัวแปลง HDMI to VGA มาเผื่อเอาไว้กรณีต้องต่อโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าจะได้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว

จุดแข็งแต่ก็เป็นจุดสังเกตในเวลาเดียวกันอย่างพาเนล OLED ที่ได้ขอบเขตสีกว้าง สว่างและได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 600 แถมขอบเขตสียังกว้างถึง 100% DCI-P3 ถือเป็นพาเนลที่ดีมากๆ หากใครต้องทำงานเกี่ยวกับสีสันเป็นประจำ ต้องการหน้าจอที่ดีเอาไว้พรีเซนต์งานหรือเทียบสี ก็ใช้จอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เทียบสีได้เลย แต่ก็ต้องระวังว่าพาเนล OLED อาจมีปัญหา Burn-in หากเปิดความสว่างจอสูงสุดหรือใช้ภาพใดภาพหนึ่งค้างบนหน้าจอเป็นเวลานานๆ แต่ทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์ ASUS OLED Care มาใน MyASUS แล้ว ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องไป ให้เปิดฟีเจอร์ทั้งหมดในหมวดนี้เอาไว้ได้เลย จะได้ลดโอกาสจอไหม้ไปในตัว แต่นอกจากนั้น Zenbook 14 OLED UM3402 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าใช้และได้ฟีเจอร์เกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

Conclusion & Award

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00076

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะอัพเกรดจากรุ่นก่อนเพียงแค่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U แต่ก็ยังน่าสนใจ ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น Ryzen 5000 Series ซึ่งวางขายไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือเป็นการยกข้อดีทั้งหมดที่รุ่นก่อนมาใช้แล้วใส่ซีพียูที่ประสิทธิภาพดีขึ้นลงไปแทน ทั้งทำงานหนักได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากจนแทบไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลย ยังไม่รวมถึงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับยุค New Normal และซอฟท์แวร์ที่ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อจากที่คั่งคางไว้ได้ทันที

หากคิดคำนวณแล้ว ราคาเครื่อง 32,990 บาท แลกกับฟีเจอร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดใน Zenbook 14 OLED UM3402 แล้วก็เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกัน ซื้อมาแล้วจบไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมอะไรเพิ่มให้เสียอารมณ์หรืองานสะดุดเลย ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าโน๊ตบุ๊คใครมีอายุราว 2 ปีขึ้นไปหรือมีเพื่อนถามหาโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าใช้สักเครื่องล่ะก็ นี่คือโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อหรือจะเอาไปแนะนำให้เพื่อนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

น้ำหนักเครื่อง 1.35 กิโลกรัม แม้จะรวมอแดปเตอร์เข้าไปก็หนักแค่ 1.58 กิโลกรัมเท่ากับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว แต่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมีให้ใช้เยอะไม่แพ้กันแถมยังพกง่ายหยิบใช้ถนัดอีกด้วย น่าจะถูกใจสายพกพาอย่างแน่นอน

award new Battery Life

best battery life

Zenbook 14 OLED UM3402 มีแบตเตอรี่ความจุ 75Wh ติดตั้งมาให้ เมื่อตั้งค่าการจัดการพลังงานแล้วก็ใช้งานได้นานมากถึง 15 ชั่วโมงทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลยสักนิด และยังใช้อแดปเตอร์ GaN ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ได้ด้วย ถือว่าสะดวกเหลือเฟือ

NBS award Features

 

best features

AMD Ryzen 5 7530U, ASUS NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021 เป็นฟีเจอร์และซอฟท์แวร์เด่นๆ ที่ทางบริษัทใส่มาในโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ทรงพลังราคา 32,990 บาทเครื่องนี้ เรียกว่าคุ้มเกินค่าตัวไปมาก!

award new Graphic

best graphic

จอของ Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นพาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ได้ภาพลื่นไหล มีขอบเขตสียังกว้าง 100% DCI-P3 แถมได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มาแบบครบเครื่อง ถูกใจสายกราฟิคแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/684943-review-asus-zenbook-14-oled-um3402

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มิตรแท้สายประหยัดเอาอยู่ทุกงานออฟฟิศ หัวใจ Ryzen 7000 Series ใหม่แกะกล่อง! ค่าตัว 16,400 บาทเท่านั้น!

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

Lenovo IdeaPad เป็นโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนมักคิดถึงเมื่อจะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่และมันมีสายตระกูลแยกย่อยไปอีกมากพอควร ส่วน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ซีพียู AMD Ryzen 7000 Series ก็ยังคงคอนเซปท์โน๊ตบุ๊คสายทำงานราคามิตรรักนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบใหม่ได้งานทำก็หาโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีราคาเพียง 16,400 บาท ถือว่าราคาสมเหตุผลมาก ยิ่งใครทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บทำงานผ่านทางเบราเซอร์เป็นหลักล่ะก็ IdeaPad 1 ก็นับว่าเหลือเฟือมาก

Advertisementavw

ด้านบอดี้ตัวเครื่องแม้จะเป็นพลาสติกแต่งานประกอบถือว่าแข็งแรงทนทานและดีไซน์ยังสวยเรียบง่าย น่าจะถูกใจผู้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบอดี้สวยเรียบง่ายแน่นอน ภายในเครื่องได้ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ติดตั้งมาให้ หาก SSD ติดเครื่องรันงานได้ไม่เร็วไม่ทันใจก็อัพเกรดไปใช้รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงขึ้นได้และแรมยังเป็น LPDDR5 จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้ทาง Lenovo จะติดตั้งมา 8GB ก็ยังทำงานได้เร็วทันใจไม่เจออาการเครื่องหน่วงทำงานช้าแน่นอน

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

NBS Verdicts

IdeaPad Slim 1 DSC00272

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ที่อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen 3 7320U แล้วและทาง Lenovo ตั้งราคามาเพียง 16,400 บาท ถือเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปคดีราคาเป็นมิตรกับผู้ใช้มาก เมื่อดูประกอบกับสเปคแล้วก็ถือว่าทาง Lenovo ให้มาคุ้มค่า ได้ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz และจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ด้วยก็นับว่าคุ้มค่าสุดๆ หาคู่เปรียบเทียบในระดับราคาใกล้เคียงกันได้ค่อนข้างยาก ซึ่งรุ่นที่สเปคไล่เลี่ยกันราคาอาจราคาสูงขึ้นไปถึงระดับ 19,990 บาทหรือสูงกว่านั้นได้เลย และน้ำหนักตัวเครื่องยังเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์แล้วก็อยู่ราว 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายไม่ลำบากแน่นอน

นอกจากนี้กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ในตัวก็มีประสิทธิภาพสูงพอทำงานกราฟิคหรือใช้เปิดเล่นเกมออนไลน์ก็ใช้งานได้ดีระดับหนึ่งทีเดียวและยังรองรับชุดคำสั่ง AV1 ด้วย เวลาเปิดดู Livestream หรือดูคลิปความละเอียดสูงบน YouTube ก็รันได้ลื่นไหลแถมยังได้พอร์ตพื้นฐานต่างๆ ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบเครื่องไม่ว่าจะ USB-A, USB-C, HDMI หรือแม้แต่ SD Card Reader ก็มีให้ใช้ด้วย จึงไม่ต้องหาพอร์ตมาต่อเสริมให้เปลืองเงินเลย

ด้านข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีอยู่เล็กน้อย อย่างแรกคือคีย์บอร์ดจะไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ เวลาใช้งานในที่แสงน้อยแล้วผู้ใช้คนไหนไม่ถนัดพิมพ์สัมผัสอาจจะทำงานได้ไม่สะดวกนัก และการอัพเกรดจะทำได้แค่ถอดเปลี่ยน M.2 NVMe SSD ได้อย่างเดียว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้งานสเปคเดิมจากโรงงานแล้วหันไปซื้อ External HDD/SSD มาเซฟงานแทนจะสะดวกกว่ามาก

ข้อดีของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาให้ใช้จากโรงงานแล้ว
  2.  แรมออนบอร์ดมีความจุ 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz ประสิทธิภาพดีและประหยัดแบตเตอรี่
  3. กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M ใช้เล่นเกมออนไลน์หรือทำงานได้ดี
  4. จัดการอุณหภูมิในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี แม้รันงานเต็มที่ตัวเครื่องก็ไม่ร้อนเลย
  5. มีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบถ้วนทั้ง USB-A, USB-C, SD Card Reader ไม่ต้องใช้ตัวแปลง
  6. มี Privacy Shutter ให้เลื่อนปิด Webcam เมื่อไม่ต้องการใช้งาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
  7. หน้าจอสามารถกางได้กว้างมากราว 170 องศา สามารถปรับมุมองศาหน้าจอให้มองได้สะดวก
  8. บอดี้ตัวเครื่องแม้เป็นพลาสติกแต่ก็ประกอบมาได้แข็งแรงทนทานและแกะอัพเกรดได้สะดวก
  9. น้ำหนักเครื่อง 1.5 กิโลกรัม สำหรับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว ถือว่าเบาพกพาง่าย
  10. ประสิทธิภาพต่อราคาถือว่าคุ้มค่า เพียง 16,400 บาทก็หาซื้อมาใช้งานได้ง่ายๆ
  11. แบตเตอรี่ 42Wh สามารถใช้งานได้นานถึง 11 ชั่วโมงด้วย Radeon Chill
ข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. แรมเป็นแบบออนบอร์ดจึงอัพเกรดได้เฉพาะ M.2 NVMe SSD เท่านั้น
  2. ไม่มีไฟ LED Backlit ถ้าใช้งานในที่แสงน้อยอาจทำงานไม่สะดวกบ้าง

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

Specification

lenovo laptops ideapad 1i gen 7 14 AMD hero

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานเน้นความคุ้มค่า ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำเจ้าต่างๆ ได้ ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากเปลี่ยนเครื่องแต่ไม่อยากจ่ายแพงอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคของ IdeaPad 1 รุ่นใหม่จะเป็นดังนี้

สเปคของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
CPU AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz
GPU AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
SSD M.2 NVMe SSD 256GB
RAM 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.1 Gen 1 x 1, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 1.4b x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.58 กิโลกรัม
Price 16,400 บาท

Hardware & Design

IdeaPad Slim 1 DSC00263

IdeaPad Slim 1 DSC00289
IdeaPad Slim 1 DSC00290
IdeaPad Slim 1 DSC00281

ดีไซน์ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะยังใช้บอดี้ร่วมกับ IdeaPad รุ่นก่อนหน้า มีความเรียบง่ายและสีตัวเครื่องเป็นสีเงินตัดกับกรอบหน้าจอสีดำ ทำให้ดูสวยเรียบร้อยและติดสติ๊กเกอร์แสดงคุณสมบัติเด่นและรุ่นซีพียูของตัวเครื่องเอาไว้ตรงที่วางข้อมือฝั่งว้าย ส่วนด้านขวามือจะเป็นป้ายอลูมิเนียมของ Lenovo ติดไว้ ซึ่งเหมือนกันกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นของทางบริษัท ส่วนมุมบนขวาเหนือคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Power และไฟ LED แสดงสถานะติดเอาไว้อีกดวงหนึ่งเพื่อบอกว่า ณ ตอนนี้เครื่องเปิดอยู่หรือไม่

IdeaPad Slim 1 DSC00276
IdeaPad Slim 1 DSC00301
IdeaPad Slim 1 DSC00256
IdeaPad Slim 1 DSC00257

ช่องระบายความร้อนของ IdeaPad 1 จะถูกดีไซน์ซ่อนเอาไว้ขอบส่วนบนเหนือแป้นคีย์บอร์ดและเป็นช่องเล็กเพียงช่องเดียวเท่านั้น เนื่องจากทาง Lenovo ติดตั้งพัดลมโบลวเวอร์เอาไว้เพียงตัวเดียว ก้านบานพับหน้าจอดีไซน์นก้านเดียวขนาดใหญ่ติดเอาไว้และมีฐานขาของหน้าจอติดเอาไว้ด้านในเครื่อง เมื่อลองกางหน้าจอดูแล้วต้องถือว่ามันแข็งแรงไม่มีอาการโยกคลอน ดังนั้นก้านบานพับและชิ้นส่วนขยับได้ของเครื่องนี้ถือได้ว่าแข็งแรงทนทาน กางเปิดพับปิดหลายครั้งไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00275

ด้านดีไซน์ก้านบานพับของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกออกแบบให้มันกางได้กว้างมากราว 170 องศา มันจึงปรับมุมองศาให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย จะวางบนโต๊ะทำงานตามปกติหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ใช้ได้สะดวกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังกางให้เพื่อนร่วมงานดูเนื้อหาบนหน้าจอเวลาทำงานด้วยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น 

IdeaPad Slim 1 DSC00298

ฝาหลังของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นพลาสติกสีเงินเหมือนตัวเครื่องแถบโซนคีย์บอร์ด แต่มีเพลตโลโก้ของทาง Lenovo ติดไว้ตรงมุมบนซ้ายมือของตัวเครื่องดูเรียบง่ายไม่รกเกะกะ ถูกใจผู้ใช้ที่ชอบดีไซน์ที่เรียบร้อยไม่หวือหวาอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00240

ฝาใต้ตัวเครื่องเป็นพลาสติกเนื้อด้าน มีแถบยางกันลื่นและรองเครื่องอยู่ไว้ 3 เส้น แบ่งเป็นเส้นสั้น 2 เส้นด้านล่างทั้งสองฝั่งใกล้ๆ กับลำโพงกับแถบยางเส้นยาวที่ขอบบนของฝาใต้ตัวเครื่องเหนือจากช่องนำลมเครื่องไประบายความร้อน มีน็อตหัวแฉก Philips Head 10 ดอกขันล็อคฝาใต้เข้ากับตัวเครื่อง ใช้ไขควงธรรมดาขันถอดใส่เข้ากลับได้ตามต้องการและยังเปิดฝาอัพเกรดได้สะดวกซ่อมเครื่องได้ง่ายมาก

Screen & Speaker

IdeaPad Slim 1 DSC00266

IdeaPad Slim 1 DSC00269
IdeaPad Slim 1 DSC00267
IdeaPad Slim 1 DSC00270
IdeaPad Slim 1 DSC00271

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นจอขอบบางฝั่งซ้ายและขวา ส่วนขอบบนจะหนาขึ้นเพื่อติดตั้งชุดกล้อง, ไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของกล้องและไมโครโฟนสำหรับพูดคุยสื่อสารเวลาประชุมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีบานสไลด์ Privacy Shutter ติดตั้งมาให้สไลด์ปิด Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งานได้อีกด้วย แม้จะเป็นฟีเจอร์เล็กน้อยแต่ก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้รู้สึกดีขึ้น เมื่อไม่ต้องการใช้งานและไม่อยากให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะระบบเข้ามาเปิดกล้องโดยพลการก็สามารถสไลด์ปิดกล้องทิ้งได้เลย

ถ้าสังเกต จะเห็นว่าขอบบนหน้าจอจะไม่ได้ราบเป็นระนาบเดียวเหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่วไปแต่จะทำหยักเป็นสันยื่นขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนกับโน๊ตบุ๊คตระกูล Yoga ให้เจ้าของเครื่องกางเปิดหน้าจอได้สะดวกขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00300

Screenshot 5
luminance
display

อย่างไรก็ตาม หน้าจอของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่เป็นเกรดพื้นฐานทั่วไป สามารถมองเห็นภาพและข้อความบนหน้าจอได้กว้าง 178 องศาก็ตาม แต่บางมุมหน้าจออาจจะมีเงาขึ้นมาบนหน้าจอเล็กน้อย และเมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 54.8% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้ทำได้อยู่ที่ 55% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.11~4.74 ซึ่งแม้จะแสดงภาพและสีสันบนหน้าจอได้ดีและพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ก็ตาม แต่ถ้าทำงานอาร์ทแต่งภาพถ่ายจากกล้องแนะนำให้ต่อหน้าจอเฉพาะทางใช้งานจะดีกว่า

ความสว่างหน้าจอที่วัดได้จาก DisplayCal 3 เมื่อปรับความสว่าง 100% จะได้ความสว่าง 234.39 cd/m2 ซึ่งสว่างพอใช้ทำงานในออฟฟิศได้สบายๆ แต่อาจมีเงาสะท้อนตอนมีแสงอาทิตย์ส่องกระทบหรืออยู่นอกอาคารอาจจะสู้แสงในบางโอกาสไม่ได้บ้าง ดังนั้นถ้าใครนั่งทำงานชานนอกร้านกาแฟบ่อยๆ อาจจะใช้งานไม่สะดวกเล็กน้อย

IdeaPad Slim 1 DSC00244
IdeaPad Slim 1 DSC00245
IdeaPad Slim 1 DSC00246
IdeaPad Slim 1 DSC00247

ลำโพงของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นลำโพงคู่กำลังขับ 3 วัตต์ (1.5 วัตต์ x 2) เมื่อปรับเสียงลำโพงดังสุด 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงได้ความดังราว 83dB แต่เนื้อเสียงเมื่อทดลองฟังแล้วโทนเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องนำเด่นขึ้นมาและเบสสนับสนุนเสียงได้ระดับหนึ่ง แต่แรงปะทะจะน้อยและไม่โดดเด่นนัก ซึ่งถ้าใช้ประชุมออนไลน์, เปิดดูคลิปและ Podcast ต่างๆ ใน YouTube ก็ถือว่าพอฟังได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่โดดเด่นนักและผู้เขียนแนะนำว่าถ้าต้องการฟังเพลงให้ได้อรรถรสควรต่อลำโพงหรือใส่หูฟังเพลงแทนจะดีที่สุด

Keyboard & Touchpad

IdeaPad Slim 1 DSC00277

IdeaPad Slim 1 DSC00278
IdeaPad Slim 1 DSC00279
IdeaPad Slim 1 DSC00283
IdeaPad Slim 1 DSC00280
IdeaPad Slim 1 DSC00282
IdeaPad Slim 1 DSC00284
IdeaPad Slim 1 DSC00288
IdeaPad Slim 1 DSC00285

คีย์บอร์ดแบบ Full-size ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นคีย์บอร์ดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่แยกชุดปุ่มลูกศรออกมาจากชุดคีย์บอร์ดปุ่มหลักและมีปุ่ม Function Key ติดตั้งมาให้โดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะปุ่มลูกศรที่มี Page Up/Down, Home, End ที่รวมเอาไว้กับปุ่มลูกศร มีปุ่ม Insert อยู่กับ Numpad 0 และเครื่องหมายมหัพภาค (.) เป็นปุ่ม Del ที่ต้องกด Fn ร่วมด้วยถึงจะทำงาน ด้านปุ่ม Function Key ในบรรทัดบนถัดจาก F12 จะมี Insert ซึ่งมีคำสั่ง User Define Key ให้เจ้าของเครื่องตั้งค่าเรียกโปรแกรมหรือคำสั่งอื่นๆ ได้และ Print screen เมื่อกด Fn แล้วจะเรียกโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมาใช้งานได้ ส่วนปุ่ม Esc จะมี Fn Lock ติดตั้งมาให้กดสลับเลเยอร์ของ F1~F12 กับ Function Hotkey ด้วย

ส่วนจุดน่าสนใจของคีย์บอร์ด IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็น Multimedia Key เหนือชุด Numpad โดยมีปุ่มเล่น/หยุดเพลงชั่วคราว, หยุดเล่นเพลง, เล่นเพลงก่อนหน้าและปุ่มเล่นเพลงถัดไปติดมาให้ใช้งานเช่นเดียวกันกับโน๊ตบุ๊ค IdeaPad รุ่นก่อนหน้า ช่วยให้ใช้ทำงานได้สะดวกทีเดียว ส่วนตัวปุ่มจะมีระยะกดสั้น ใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็ทำงานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าใครยังพิมพ์สัมผัสไม่ถนัดอาจใช้งานในที่แสงน้อยไม่สะดวก ซึ่งดูน่าเสียดายอยู่บ้างที่ทาง Lenovo ไม่ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้มาให้ใช้ด้วย

IdeaPad Slim 1 DSC00287

ปุ่ม F1~F12 ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมี Function Hotkey ติดตั้งมาให้ใช้งาน โดยคำสั่งจะมีส่วนคล้ายกับ IdeaPad หลายๆ รุ่นและมีคีย์ให้ใช้งานดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F5~F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – เปิดคำสั่ง Settings
  • F10 – Windows Lock
  • F11 – ปุ่มคีย์ลัด Windows+Tab เรียกโปรแกรมที่เปิดอยู่ขึ้นมาให้เลือกสลับใช้งาน
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator

แม้ Function Hotkey ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะคล้ายกับคีย์ลัดของ IdeaPad หลายๆ รุ่นที่วางจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ก็ตามแต่ก็มีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับเครื่องแต่ละรุ่นด้วย และทางบริษัทก็ติดตั้งคีย์ลัดที่จำเป็นต้องใช้งานอย่างคำสั่งเรียก Calculator ตรง F12 ซึ่งอยู่ใกล้ชุด Numpad พอดี ซึ่งถ้าผู้ใช้ปรับตัวได้แล้วก็จะใช้งานได้สะดวกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนคิดว่าทาง Lenovo ควรจะเปลี่ยนปุ่มเรียกคำสั่ง Settings ของ Windows 11 ออกไปแล้วใส่ปุ่มปิดการทำงานทัชแพดเข้ามาแทนจะดีกว่า เนื่องจากบางครั้งผู้ใช้บางคนอาจจะต่อเมาส์แยกแล้วไม่อยากให้ทัชแพดมารบกวนการทำงานจะได้ปิดทิ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00291
IdeaPad Slim 1 DSC00293

ทัชแพดของ IdeaPad 1 จะมีขนาดใหญ่และรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน ใช้งานได้สะดวกพอควร แต่ตัวแป้นจะติดตั้งใกล้มือซ้ายเป็นพิเศษ เวลาวางมือแล้วสันมือซ้ายจะพาดลงไปบนตัวแป้นพอดี แต่ก็ไม่ค่อยเจอปัญหาทัชแพดลั่นอย่างที่ผู้ใช้บางคนกังวลอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการป้องกันเอาไว้ก่อนก็สั่งปิดการทำงานในคำสั่ง Settings ได้เช่นกัน

Connector / Thin & Weight

IdeaPad Slim 1 DSC00297
IdeaPad Slim 1 DSC00296

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งซ้ายและขวา โดยจะมีพอร์ตใช้งานดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 1, HDMI 1.4b, USB-C 3.2 Gen 1 (ใช้ถ่ายโอนไฟล์เท่านั้น), Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – SD Card Reader, USB 2.0
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

ถึง IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพง แต่ทาง Lenovo ก็ยังติดตั้งพอร์ตพื้นฐานมาให้ใช้งานค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว ไม่ว่าจะ USB-A, USB-C ก็มีให้ใช้งาน แม้แต่ USB 2.0 ก็ยังให้มาด้วยเผื่อใช้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดเพื่อทำงาน จะได้ไม่รบกวน USB-A 3.2 ฝั่งซ้ายมือนั่นเอง และยังได้ Wi-Fi 6 อีกด้วย ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้บางรุ่นยังเป็น Wi-Fi 5 อยู่ด้วยซ้ำ ก็กล่าวได้ว่าทาง Lenovo ให้พอร์ตมาครบพอใช้งานดีทีเดียว

IdeaPad Slim 1 DSC00235

IdeaPad Slim 1 DSC00239
IdeaPad Slim 1 DSC00236
IdeaPad Slim 1 DSC00308

น้ำหนักของตัวเครื่องในหน้าสเปคนั้นเคลมเอาไว้ 1.58 กิโลกรัม เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วได้ 1.59 กิโลกรัม ถือว่าน้ำหนักใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ เมื่อรวมอแดปเตอร์กำลังชาร์จ 65 วัตต์ น้ำหนัก 320 กรัมเข้าไปแล้ว น้ำหนักสุทธิจะอยู่ที่ 1.91 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเทียบกับบรรดาโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วด้วยกันแล้ว ต้องถือว่า Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเบาพกพาง่าย สามารถพกเครื่องติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากจะผู้ชายหรือผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็พกได้สบายๆ แน่นอน 

Inside & Upgrade

IdeaPad Slim 1 DSC00248

การอัพเกรด IdeaPad 1 15AMN7 สามารถขันน็อตที่ล็อคฝาใต้ตัวเครื่องออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ตามขอบแล้วดึงฝาใต้ตัวเครื่องออกได้ทันที แต่เมื่อดูบนเมนบอร์ดแล้วจะเห็นว่าจุดที่อัพเกรดได้ มีแต่ M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2242 ที่ติดแผ่นเหล็กยืดระยะให้ยาวขึ้นเป็น M.2 2280 เพียงตัวเดียวเท่านั้น หัวอินเตอร์เฟสได้อัพเกรดเป็น PCIe 4.0 แต่แรมของเครื่องนี้จะเป็นออนบอร์ดจึงอัพเกรดอะไรได้ไม่มาก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าอย่างมากอาจจะถอดเปลี่ยน SSD ตัวหลักเปลี่ยนเป็นรุ่นอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นแทนก็พอแล้วหรือจะใช้งานเดิมๆ ไปเลยก็ดีเช่นกันแล้วหาซื้ออุปกรณ์เสริมมาใช้งานควบคู่กันจะดีกว่า

Performance & Software

cpu

mb
ram

ซีพียูของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกอัพเกรดมาเป็น AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นปรับปรุงรุ่นใหม่ของทาง AMD โดยมีค่า TDP 15 วัตต์ จึงจึดการพลังงานดีใช้งานได้หลายชั่วโมงและขนาดทรานซิสเตอร์ในตัวชิปเล็กเพียง 6 nm

เมนบอร์ดของ IdeaPad 1 นั้น ทาง Lenovo เป็นผู้ผลิตเองและติดตั้งอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 มาให้ใช้งานแล้ว สามารถเลือกติดตั้ง M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2280 รุ่นใหม่ความเร็วสูงได้ มีแรมออนบอร์ดมา 8GB LPDDR5 มีความเร็วรับส่งข้อมูลสูง ใช้เปิดเบราเซอร์และโปรแกรมต่างๆ เอาไว้แล้วใช้งานได้ค่อนข้างลื่นไหลต่อเนื่อง

314002974 619270526469025 4210931403582844625 n

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจยังไม่ทราบวิธีการอ่านรหัสของ AMD Ryzen 7000 Series ว่าเป็นเช่นไร โดยทาง AMD ได้เปลี่ยนวิธีการตั้งชื่อรหัสรุ่นซีพียูใหม่โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 นี้เป็นต้นไป โดยวิธีการอ่านชื่อรุ่นตัวเลข 4 หลักกับ 1 ตัวอักษร จะเป็นดังนี้

  • ตัวเลขหลักแรก – ใช้บอก Model Year หรือปีที่ซีพียูรุ่นดังกล่าวเปิดตัว โดยเริ่มจากรหัส 7 คือปี 2023, รหัส 8 คือปี 2024 และรหัส 9 คือปี 2025 และคาดว่าปี 2026 ทาง AMD จะประกาศการใช้ตัวเลขใหม่อีกครั้งหนึ่ง
  • ตัวเลขหลักที่สอง – Segment ของซีพียู โดยซีพียูแต่ละรุ่นจะแยกเป็น Tier ทั้งหมด 2 ระดับ คือ รุ่นธรรมดาและรุ่นบนซึ่งมีตัวเลขสูงกว่า จากภาพคือ
    • X1XX ~ X2XX – Athlon โดย X1XX เป็น Silver และ X2XX เป็น Gold
    • X3XX ~ X4XX – Ryzen 3 ซึ่ง X3XX เป็นรุ่นธรรมดา X4XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X5XX ~ X6XX – Ryzen 5 ซึ่ง X5XX เป็นรุ่นธรรมดา X6XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X7XX ~ X8XX – Ryzen 7 ซึ่ง X7XX เป็นรหัสเฉพาะ Ryzen 7 เท่านั้น ส่วน X8XX อาจะเป็น Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 ก็ได้ แต่มีประสิทธิภาพสูง
    • X9XX – รหัสเฉพาะ Ryzen 9 เท่านั้น
  • ตัวเลขหลักที่สาม – บ่งบอกสถาปัตยกรรมของซีพียูว่าเป็นรุ่นใด โดยแบ่งแยกดังนี้
    • 1 – Zen 1 / Zen+
    • 2 – Zen 2
    • 3 – Zen 3 / Zen 3+
    • 4 – Zen 4
    • 5 – Zen 5
  • ตัวเลขหลักที่สี่ – แยกโมเดลในรุ่นว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงหรือรุ่นมาตรฐาน โดยใช้เลข 0 แทนรุ่นมาตรฐานในซีรี่ส์ ถ้าเป็นเลข 5 แทนรุ่นประสิทธิภาพสูง
  • ตัวอักษรท้ายชื่อ – Form Factor และค่า TDP เอาไว้จำกัดความว่าซีพียูตัวนั้นๆ โดดเด่นเรื่องใด
    • HX – รุ่นประสิทธิภาพสูงสุด ค่า TDP 55 วัตต์ขึ้นไป
    • HS – รุ่นประสิทธิภาพสูงเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งบางเบาเหรือ Creator ค่า TDP 35 วัตต์ขึ้นไป
    • U – โน๊ตบุ๊คบางเบาคุณภาพสูง (Premium Ultrathin) ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • C – ซีพียูเพื่อ Chromebook โดยเฉพาะ ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • e – เป็นรุ่นย่อยของรหัส U แต่ถูกออกแบบให้ทำงานแบบไม่ใช้พัดลม ค่า TDP 9 วัตต์

จะเห็นว่าตั้งแต่ AMD Ryzen 7000 Series เป็นต้นไป วิธีการอ่านชื่อเรียกรุ่นของทาง AMD จะถูกเปลี่ยนมาใช้แบบนี้แทน หากใครต้องการทราบว่าซีพียูในโน๊ตบุ๊คของตนเองเป็นแบบใด ก็สามารถยึดตามนี้ได้เลย และหากจำกัดความให้กับ AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แล้ว ก็คือ

AMD Ryzen 3 ผลิตในปี 2023 เป็นรุ่นมาตรฐาน สถาปัตยกรรม Zen 2 ผลิตมาเพื่อใช้ในโน๊ตบุ๊คบางเบาประสิทธิภาพสูง ค่า TDP 15~28 วัตต์

gpu z

กราฟิคการ์ดออนบอร์ดของ AMD Ryzen 3 7320U จะเป็น AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz ใช้ประมวลผลกราฟิคต่างๆ ไม่ว่าจะแสดงภาพขึ้นหน้าจอ, ตัดต่อแต่งภาพหรือแม้แต่ใช้ทำงานก็ได้ รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และได้ Ray Tracing ในตัวและยังรองรับการเข้ารหัสแบบ AV1 อีกด้วย

devicemgr

พาร์ทภายในเครื่องเมื่อเช็คใน Device Manager แล้ว นอกจากชิป TPM 2.0 สำหรับใช้ทำงานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัย Windows 11 และ AMD PSP 10.0 แล้ว ก็ได้ Wi-Fi PCIe Card รุ่น Realtek RTL8852BE ซึ่งรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ในตัว ซึ่งจากการใช้งานจริง ต้องถือว่าชิป Realtek ตัวนี้ทำงานได้ดีมากและสเปคถือว่าคุ้มค่าอีกด้วย นั่นเพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20,000 บาท มักได้ชิป Wi-Fi 5 เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า IdeaPad 1 นี้คุ้มค่ามาก

crystaldiskmark

M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB จากโรงงานเป็นของ Samsung รหัส MZAL4256HBJD-00BL2 เมื่อทดสอบความเร็วอ่านเขียนข้อมูลด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 1,768.56 MB/s และ Sequential Write 1,337.42 MB/s ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าเร็วพอสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งแล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนคิดว่ายังช้าไปไม่ทันใจจะอัพเกรดเป็นรุ่นอื่นที่มีความเร็วสูงกว่านี้ก็ได้เพราะอินเตอร์เฟส SSD ก็เป็น PCIe 4.0 แล้ว แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าแทนที่จะเปลี่ยน SSD ก็ขอแนะนำให้ซื้อ External Harddisk/SSD แบบ USB-C สำหรับเซฟงานแยกไปเลยจะดีกว่า

Screenshot 1 1

ประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 3 7320U ด้านการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนเฉลี่ย 633 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,306 คะแนน และ Graphics score 554 คะแนน ซึ่งเป็นระดับคะแนนทั่วไปของโน๊ตบุ๊คพร้อมการ์ดจอออนบอร์ด ในแง่การเล่นเกมต้องถือว่าอยู่ในระดับทั่วไป

จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมดูแล้ว AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 พอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 โดยปรับกราฟิคสูงสุดได้และไม่กระตุกตอนมีเอฟเฟคในเกมเยอะๆ แน่นอน แต่เมื่อเป็นเกมที่เน้นกราฟิคมากขึ้นอย่าง Genshin Impact ต้องปรับกราฟิคระดับ Low แต่ยังเปิดเฟรมเรทระดับ 60 fps ถึงพอจะเล่นได้บ้าง แต่เมื่อเป็นเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village จะเกิดอาการหน่วงและแล็คอย่างเห็นได้ชัด

สรุปได้ว่า IdeaPad 1 ถ้าเล่นเกมเน้นกราฟิคอย่าง Genshin Impact หรือ Resident Evil Village จะไม่เหมาะนักและต้องปรับกราฟิคระดับ Low ถึงจะพอเล่นได้ แต่ถ้าเน้นทางซีพียูเป็นหลักอย่าง DotA 2 จะเล่นได้แน่นอนหรือถ้าเป็นเกม 8-bit และ JRPG พอร์ตมาจากเครื่องคอนโซลก็ไม่มีปัญหา

Screenshot 2

ด้านการทำงาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ทำคะแนนเฉลี่ยในโปรแกรมทดสอบอย่าง PCMark 10 ไปได้ 4,162 คะแนน ใช้ทำงานทั่วไปอย่างประชุมงานออนไลน์, เปิดเว็บเบราเซอร์, ทำงานเอกสารได้ดี แต่ด้านการแต่งภาพทำงานอาร์ทต้องถือว่าพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ไหลลื่นเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกเพื่อรันงานกราฟิคโดยเฉพาะ ดังนั้นลักษณะการทำงานที่เหมาะกับ IdeaPad 1 เป็นงานเอกสารและเน้นเปิดเว็บทำงานดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก หากเป็นนักศึกษา, พนักงานออฟฟิศหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทก็เหมาะกับมันอย่างแน่นอน

Screenshot 3
Screenshot 4

การทดสอบจำลองโมเดล 3D ด้วย CINEBENCH R15 จะเห็นว่า Ryzen 3 7320U ทำคะแนน OpenGL ได้ 63.14 fps ได้คะแนน CPU 757 cb ด้านของ CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูแล้วจะได้คะแนน CPU 1,787 pts ซึ่งผลคะแนนจากทั้งสองโปรแกรมนี้ถือว่าตัว IdeaPad 1 พอจะใช้รันงานกราฟิคทั่วไป อย่างการตัดต่อหรือแต่งภาพได้และพอใช้พรีวิวโมเดล 3D ได้ระดับหนึ่ง แต่ใช้โมเดลในโปรแกรม Blender อาจจะไม่ไหลลื่นไหลนักแต่ก็พอใช้ทำงานได้ระดับหนึ่ง

vantage 1

นอกจากนี้ ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีโปรแกรม Lenovo Vantage สำหรับปรับแต่งตัวเครื่อง, อัพเดทเฟิร์มแวร์หรือแม้แต่ต่อประกันภายในตัวได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใครซื้อ IdeaPad 1 มาใช้งานแล้ว ควรเปิดโปรแกรมนี้มาอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั้งหมดควบคู่กับระบบ Windows Update ให้เฟิร์มแวร์ในเครื่องเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเสมอจะได้ทำงานได้ดีที่สุด

Battery & Heat & Noise

IdeaPad Slim 1 DSC00252

แบตเตอรี่ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นแบตเตอรี่ขนาดไม่ใหญ่มาก มีความจุ Typical Capacity 3,735mAh หรือ 42Wh ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 3,635mAh หรือ 40Wh ขนาดตัวแบตเตอรี่ไม่ใหญ่มากและวางตัวยาวสุดขอบลำโพงทั้งสองด้าน

Screenshot 2023 01 27 104148

batt
Screenshot 2023 01 27 122605

ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้เหลือ 50%, ลดเสียงลำโพงเหลือ 10% และใช้โหมด Battery Saver เปิด Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 42Wh จะใช้งานได้นานเพียง 6 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งถือว่าไม่นานเท่าที่ควร ถ้าไปพบลูกค้าหรือเข้าห้องเรียนจดเลคเชอร์อาจจะใช้งานได้ไม่จบวัน

ในทางกลับกันวิธีการยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้นานยิ่งขึ้นสำหรับโน๊ตบุ๊ค AMD Ryzen โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็น Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ให้ใช้ AMD Software: Adrenalin Edition ตั้งค่า Graphics Profile เป็น Power Saving และเปิด Radeon Chill และจำกัด Min FPS ให้เหลือ 30 Fps เพื่อลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น เปิดความสว่างและเสียงเท่ากันและใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีเท่ากัน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง 53 นาที เท่ากับได้เพิ่มมาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง จัดเป็นวิธีการตั้งค่าจัดการพลังงานที่ดี ช่วยให้ใช้ทำงานได้นานขึ้นมากและแม้จะจำกัด FPS ลงมาแต่ก็ยังใช้ทำงานออฟฟิศหรือเปิดดูหนังฟังเพลงก็ได้สบายๆ 

IdeaPad Slim 1 DSC00258

normaltemp
gaming temp

นอกจากนี้จุดเด่นของ AMD Ryzen 3 7320U คือเรื่องอุณหภูมิในเครื่องเวลาใช้งาน ซึ่งตอนใช้งานตามปกติแล้วเครื่องจะไม่ร้อนและพัดลมแทบจะไม่หมุนส่งเสียงรบกวนเลย และพอเช็คด้วยโปรแกรม CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิของซีพียูวิ่งอยู่ราว 36~43 องศาเซลเซียสเท่านั้น พอเปิดเกมแล้วปรับโหมดตัวเครื่องเป็น Performance แล้ว อุณหภูมิขึ้นไปเป็น 36~74 องศาเซลเซียส เฉลี่ยราว 48 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมแม้จะรันเต็มที่แล้วก็ตามแต่พอวัดด้วยเครื่องวัดเสียงแล้ว เสียงพัดลมดังสุดราว 55dB ซึ่งดังพอได้ยินว่าเครื่องกำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่ไม่หนวกหูอย่างแน่นอน

User Experience

IdeaPad Slim 1 DSC00272

ประสบการณ์การใช้งาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักมาราว 1 สัปดาห์ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คราคา 16,400 บาทในยุคปี 2023 นั้นใช้งานได้ดีเกินตัว แม้จะมีแรมแค่ 8GB ก็ตาม แต่พอเป็น LPDDR5 ซึ่งเป็นแรมออนบอร์ดและประสิทธิภาพสูงพอควร ก็สามารถรันงานต่างๆ ให้เสร็จได้เร็วขึ้นมาก ยิ่งถ้าใครทำงานโดยใช้เบราเซอร์ เปิด WordPress, Google Doc ฯลฯ เป็นหลัก ต้องถือว่าพลังของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นดีพอใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้ดีมากโดยเฉพาะงานเอกสารหรือแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ เพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ถือว่าดีเหลือเฟือพลังประมวลผลเหลือใช้และยังเย็นตลอดเวลาอีกด้วย จัดเป็นตัวเลือกที่น่าใช้มากๆ

ด้านการพกพา น้ำหนัก Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รวมอแดปเตอร์อยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเกินไปและเทียบกับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นต้องถือว่าน้ำหนักเบาใส่กระเป๋าพกไปไหนมาไหนได้สะดวกหรือสาวๆ ที่มีกระเป๋าสะพายใบเล็กจะถือติดมือยกไปไหนมาไหนก็ไม่หนักจนเกินไป เพราะตัวเครื่องอย่างเดียวหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่จากการทดลองใช้งานจริงผู้เขียนไม่แนะนำให้กดโหมด Battery Saver ของ Windows แต่ให้กด Fn+Q ปรับโหมดการทำงานแล้วใช้ควบคู่กับโปรแกรม AMD Software: Adrenalin Edition ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ในหัวข้อก่อนหน้าแทน จะทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่า และระยะเวลาใช้งานก็อยู่ได้นานใกล้เคียงกับที่โปรแกรม BatteryMon ทดสอบได้จริงด้วย ดังนั้นในแง่แบตเตอรี่และการจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เรื่องน่าติดใจเล็กน้อยหากใครจะใช้ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เครื่องนี้อีก 2~3 ปี อย่างแรกคือเรื่องแรมแม้มีความจุ 8GB LPDDR5 ก็ตาม แต่เมื่อเปิดเบราเซอร์ 10 แท็บและมีโปรแกรมอีกสัก 1~2 โปรแกรม เรื่องจะเริ่มหน่วงอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้บริหารจัดการโปรแกรมและแท็บเบราเซอร์ให้ดีอย่าเปิดทิ้งเอาไว้เยอะเกินจำเป็นจะดีกว่า เพียงเท่านี้ก็ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีอย่างแน่นอน

Conclusion & Award

Lenovo IdeaPad Slim 1

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คธรรมดาๆ หน้าตาเรียบง่ายบอดี้พลาสติกที่สร้างมาเพื่อนักศึกษาและคนทำงาน ตีตลาดด้วยราคาเบาๆ เพียง 16,400 บาท แต่ได้ซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำงานได้ดีเกินตัว ซึ่งทั้ง 4 คอร์ 8 เธรด ในเครื่องนั้นสามารถรันงานพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเปิดเบราเซอร์, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่ดูหนังดู YouTube เพื่อความบันเทิงได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิด Radeon Chill แล้ว แม้จะตั้งค่าความสว่างหน้าจอเอาไว้ 50% ก็ยังใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ดังนั้นในแง่สเปคต่อราคาถ้าหาเอาไว้ทำงานถือว่าคุ้มมากและน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม กับตัวเครื่อง 15.6 นิ้ว ถือว่าพกง่ายติดตัวไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายอีกด้วย

ด้านสเปคต่อราคาระดับนี้ถือว่า IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เข้ามาเขย่าตลาดโน๊ตบุ๊คราคาต่ำกว่า 20,000 บาทให้มีสีสันได้อีกครั้ง ดังนั้นถ้าทาง Lenovo ทำตลาดและเปิดตัวโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ออกมาเรื่อยๆ ก็น่าจะจับใจผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแต่สเปคดีได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

award

award new value

best value

IdeaPad 1 15AMN7 ราคา 16,400 บาท แต่ได้ AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สบายๆ ดีต่อผู้ใช้ที่ยังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานใหม่ ถือว่าเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินมาก

NBS award 4 Mobility

best mobility

ปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักยืนพื้น 1.8~2.5 กิโลกรัม แต่ IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาพกง่าย ติดตัวไปทำงานหรือเข้าห้องเรียนก็ได้สบายๆ

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ 42Wh ปกติแล้วจะอยู่ได้ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเปิด Radeon Chill แล้วก็ใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าระบบจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 7320U ทำได้ดีขึ้นมาก ลบข้อครหาว่า AMD แรงแต่กินไฟไปได้อย่างสวยงาม

from:https://notebookspec.com/web/684449-review-lenovo-ideapad-1-15amn7

เล่นเกมแรงสุดในโลก… AMD เปิดตัวซีพียู Ryzen 7000X3D ทีเดียว 3 รุ่น มี Ryzen 9 แล้ว เพิ่ม V-Cache สูงสุดเป็น 144MB

เป็นเซอร์ไพรส์ที่เอาใจสายเกมมิ่งสุด ๆ จริง ๆ ในงาน CES 2023 ประจำวันนี้ เพราะ AMD เพิ่งได้มีการเปิดตัวซีพียูเดสก์ท็อปตระกูล Ryzen 7000X3D ใหม่เพิ่มอีก 3 ตัว สานต่อความแรงจาก Ryzen 7 5800X3D ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นซีพียูเล่นเกมที่แรงที่สุดในโลกมาแล้ว ด้วยการใส่เทคโนโลยี 3D V-Cache หรือการอัดหน่วยความจำแบบ L2 และ L3 Cache มาให้แบบเหลือ ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านเกมมิ่งขึ้นอีก 15% เมื่อเทียบกับ 5800X รุ่นปกติ

จากเดิมที่มีแค่ Ryzen 7 ตัวเดียว ปีนี้ AMD จัดเต็มเพิ่ม Ryzen 9 มาอีก 2 รวมเป็น 3 ตัว ประกอบด้วย Ryzen 9 7950X3D, Ryzen 9 7900X3D และ Ryzen 7 7800X3D ทั้ง 3 ตัวมีค่า TDP พื้นฐานเท่ากันคือ 120W แต่จะแตกต่างกันที่จำนวนคอร์เธรด, Clock Speed และสำคัญสุดเลยก็คือขนาดแคช ที่ปีนี้เพิ่มขึ้นให้แบบจุก ๆ ทุกตัว

 

ตารางสเปคซีพียู Ryzen 7000X3D ทั้ง 3 รุ่น

รุ่นซีพียู Core / Thread Clock Speed L2+L3 Cache TDP
Ryzen 9 7950X3D 16C/32T 4.2 – 5.7 GHz 144MB 120W
Ryzen 9 7900X3D 12C/24T 4.4 – 5.6 GHz 140MB 120W
Ryzen 7 7800X3D 8C/16T 4.X – 5.0 GHz 104MB 120W

 

AMD เคลมประสิทธิภาพของ Ryzen 7 7800X3D ตัวเล็กว่า เล่นเกม 1080p ได้แรงกว่า Ryzen 7 5800X3D ตัวเก่าสูงสุด 25% เมื่อเล่นเกม F1 2022 และสูงกว่า 10% เมื่อเล่นเกม Cyberpunk 2077 เท่ากับว่ามีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นพอสมควรจากอานิสงค์ของการเพิ่มแคช 96MB เป็น 104MB และการขยับจากสถาปัตยกรรม Zen3 มาเป็น Zen4

นอกจากเทียบกับตัวเองก็ขอเทียบกับคู่แข่งซะหน่อย AMD เคลมประสิทธิภาพของ Ryzen 9 7950X3D ตัวท็อปว่า เล่นเกม 1080p ได้แรงกว่า Core i9-13900K สูงสุด 24% เมื่อเล่นเกม Horizon Zero Dawn และสูงกว่า 9% เมื่อเล่นเกม Watchdogs: Legion (ในสไลด์เปิดตัวมีพิมพ์ผิดจาก Ryzen 9 เป็น Ryzen 7 ด้วย)

**ในสไลด์มีแอบเขียนผิดนิดหน่อย จาก Ryzen 9 เป็น Ryzen 7**

AMD จะเริ่มวางจำหน่ายซีพียู Ryzen 7000X3D ทั้ง 3 รุ่นนี้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 แต่ยังไม่ประกาศราคาวางจำหน่าย เดี๋ยวคงต้องรอติดตามเพิ่มเติมกันต่อไปครับ

 

 

 

ที่มา : VideoCardz, AMD

from:https://droidsans.com/amd-launched-ryzen-7950x3d-7900x3d-7800x3d-at-ces-2023/

AMD Ryzen 7 7800X3D เร็วกว่า 5800X3D มากถึง 21-30% จากสไลด์ข้อมูลที่หลุดออกมา

AMD Ryzen 7 7800X3D เร็วกว่า 5800X3D มากถึง 21-30% จากสไลด์ข้อมูลที่หลุดออกมา
HallZy

AMD Ryzen 7 7800X3D ถ้าดูจากชื่อของชิปประมวลผลบนสไลด์ข้อมูลที่หลุดออกมานั้น จะเห็นได้เลยว่านี่มันคือชิปประมวลผลที่มีแกนประมวลผล 8 คอร์ สถาปัตยกรรม Zen 4 ที่มาพร้อมกับ 3D V-Cache แต่จากข้อมูลที่หลุดออกมานั้นก็ไม่ได้ทำให้เรารู้ว่าสเปกของซีพียูรุ่นนี้เป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ มันมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้เหนือกว่า Ryzen 7 5800X3D อย่างเห็นได้ชัด 

RYZEN 7800X3D | AMD Ryzen | AMD Ryzen 7 7800X3D เร็วกว่า 5800X3D มากถึง 21-30% จากสไลด์ข้อมูลที่หลุดออกมา

จากสไลด์ที่เห็น AMD Ryzen 7 7800X3D มีประสิทธิภาพสูงกว่า 5800X3D ราว ๆ 21-30% ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการเล่นเกมทั้ง 4 เกมทั้ง Rainbow Six Siege, Warhammer: Dawn of War III, CSGO และ DOTA 2 แน่นอนว่าเกมเหล่านี้ก็คือเกมยอดฮิตทั้งนั้น และต้องการเฟรมเรตที่สูงในขณะที่เล่น แต่ข้อมูลเพียงเท่านี้ก็ยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากว่า AMD Ryzen 7 7800X3D สถาปัตยกรรม Zen 4 คุ้มค่าพอที่จะให้ซื้อมาใช้หรือไม่ ?

AMD พึ่งประกาศเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่สำหรับเดสก์ท็อปและอุปกรณ์พกพาไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนในงาน CES 2023 โดย Lisa Su ตำแหน่ง CEO ของ AMD โดยมีการพูดถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ในสถาปัตยกรรม Zen 4 ตอนนี้ก็ต้องมารอดูว่าซีพียู X3D จะมีการปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมออกมาตอนไหนอีก

ข่าว: AMD Ryzen 7 7800X3D เร็วกว่า 5800X3D มากถึง 21-30% จากสไลด์ข้อมูลที่หลุดออกมา มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/amd-reportedly-planning-ryzen-7-7800x3d/

รีวิว DELL G15 Gaming Ryzen Edition พลังแดงแรงจบ ราคา 46,990 บาท ได้ Office 2021 แท้ด้วย!!

DELL G15 Gaming Ryzen Edition รุ่นใหม่พลังแดง Ryzen 7 ตัวนี้เด็ดแน่นอน!

Share image Edit Name 1g15 1

โน๊ตบุ๊คจากอเมริกาอย่าง DELL นั้น ในฝั่งโน๊ตบุ๊คสายทำงานก็มีแฟนคลับผู้ชื่นชอบเลือกซื้อใช้งานอย่างเหนียวแน่น ส่วนฝั่งเกมมิ่งก็มี DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นรุ่นย่อยเคียงคู่กับรุ่น G15 ที่เป็นซีพียู Intel ซึ่งผู้เขียนได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งแง่ฮาร์ดแวร์และดีไซน์ตัวเครื่องภายนอกเรียกว่าแชร์กันทั้งหมด แต่จะต่างกันตรงซีพียู AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ มีพลังทำงานดีกว่าเดิมมากจะทำงานหรือเล่นเกมก็ยอดเยี่ยม และมีชุดระบบระบายความร้อนด้วยฮีตไปป์และพัดลมโบลวเวอร์ซึ่งแม้จะไม่มีชื่อเฉพาะหรูหราอะไร แต่มันก็จัดการอุณหภูมิในเครื่องได้อย่างดี จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 Series แล้วได้ซอฟท์แวร์ Alienware Command Center เข้ามาช่วยปรับจูนเครื่องให้รีดประสิทธิภาพออกมาได้อย่างหมดจดอีกด้วย

Advertisementavw

อีกข้อดีหนึ่ง คือ DELL G15 Gaming Ryzen Edition มีซอฟท์แวร์ติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ไม่ใช่แค่ Windows 11 Home อย่างเดียว แต่ได้ Microsoft Office Home & Student 2021 อีก หากนับในกลุ่มเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้ว มีรุ่นที่ติดตั้งซอฟอท์แวร์สายทำงานมาให้เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น ต้องถือว่าเจ้า G15 Gaming Ryzen Edition นี้เอาใจทั้งเกมเมอร์และพนักงานออฟฟิศทั้งคู่ ใช้ทำงานก็ได้ เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน

DELL G15 Gaming Ryzen Edition

NBS Verdicts

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00091

DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นสเปคฝั่ง AMD โดยเฉพาะเพื่อผู้ใช้ที่ชอบซีพียู AMD เมื่อจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3000 Series แล้วได้โปรแกรม Alienware Command Center เข้ามาช่วยปรับจูนตัวเครื่อง ก็ช่วยรีดประสิทธิภาพของมันออกมาได้เต็มที่และยังระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องเย็นตลอดเวลาไม่เกิดอาการ Throttle down หรือตัวเครื่องลดกำลังการทำงานลงเพื่อลดอุณหภูมิภายในเครื่องแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นแง่การใช้ทำงานจะหนักหรือเบาก็เอาอยู่ทั้งหมดอย่างแน่นอน

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาครบเครื่องทีเดียว ไม่ว่าจะ USB-C สำหรับต่อโอนไฟล์และต่อจอแยกแบบ DisplayPort ได้ เมื่อนับรวมกับพอร์ต HDMI แล้ว ทำให้ G15 Ryzen Edition ใช้หน้าจอแยกพร้อมกัน 2 จอพร้อมกันได้ง่ายๆ และยังมีพอร์ตใช้งานหลักๆ ติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ทั้ง USB-A 3.2, LAN ฯลฯ เรียกว่าไม่ต้องพึ่งตัวแปลงเพิ่มพอร์ตเลยก็ต่ออุปกรณ์เสริมใช้ทำงานได้ทันที

อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตหลักที่ผู้เขียนอยากให้ผู้ใช้รับทราบก่อนจะเลือกซื้อ คือ DELL G15 Gaming Ryzen Edition จะมีช่อง M.2 NVMe SSD แค่ช่องหลักเพียงช่องเดียวเท่านั้น ดังนั้นการอัพเกรดจึงมีข้อจำกัดอยู่ หากจะเซฟงาน, ติดตั้งเกมเพิ่มเติมก็ต้องพึ่ง External Harddisk แบบธรรมดาหรือเกมมิ่งโดยเฉพาะไปเลยจะดีกว่า และคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่มีไฟ LED Backlit ดังนั้นถ้าพิมพ์งานในที่แสงน้อยก็จะลำบากกว่าปกติเล็กน้อย แนะนำให้มีโคมไฟหน้าจอแบบพกพาติดกระเป๋าเอาไว้จะช่วยได้มาก

อีกส่วนที่เป็นข้อสังเกตเล็กน้อยคือค่า Refresh Rate หน้าจอของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition ยังยืนพื้นอยู่ที่ 120Hz เช่นเดียวกับรุ่นซีพียู Intel ซึ่งถ้าดูตามหน้าสเปค G15 Gaming บนหน้าเว็บไซต์จะเห็นว่าทางบริษัทมีรุ่นหน้าจอ 165Hz แบบขอบเขตสีกว้างให้เลือกปรับสเปคได้ แต่น่าเสียดายที่ DELL ไม่ติดตั้งมาให้ หากเป็นไปได้ก็คาดหวังว่ารุ่นย่อยอื่นๆ จะมีตัวเลือกจอ Refresh Rate สูงเกิน 120Hz ให้เลือกได้จะดีมาก หากให้ดียิ่งขึ้นอาจจะเสริม NVIDIA G-SYNC เข้ามาด้วยจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ข้อดีของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition
  1. ดีไซน์ตัวเครื่องมีความเป็นเกมมิ่งแต่ก็ไม่หวือหวามาก พกไปออฟฟิศก็ไม่ดึงดูดสายตามาก
  2. ได้ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที
  3. ซีพียูอัพเกรดเป็น AMD Ryzen 7 6800H ประสิทธิภาพสูง ใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดี
  4. ให้แรมมา 16GB DDR5 จากโรงงาน เป็น SO-DIMM ทั้งคู่ รองรับการอัพเกรดเพิ่มเติม
  5. พอร์ต USB-C รองรับการต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort ต่อได้ 2 จอพร้อมกัน
  6. ซอฟท์แวร์ Alienware Command Center ปรับจูนรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องได้ดีมาก
  7. ปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่องได้ง่าย ทั้งกดปุ่ม G ตรง F9 หรือกด Fn+G ก็ได้
  8. ชุดพัดลมระบายความร้อนคุมอุณหภูมิและระบายอากาศได้ดีมาก ใช้งานต่อเนื่องไม่ร้อนเลย
  9. ระบบจัดการพลังงานทำงานได้ดี เป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ใช้งานต่อเนื่องได้นานเกิน 8 ชั่วโมง
  10. ชุด Numpad มีปุ่มเรียกโปรแกรมเครื่องคิดเลขและฟังก์ชั่นเครื่องคิดเลขติดตั้งมาให้
ข้อสังเกตของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition
  1. ไม่มีไฟ LED Backlit ทั้งที่รุ่นก่อนหน้ามีไฟสีส้มติดมาให้ จึงใช้งานในที่แสงน้อยได้ลำบาก
  2. มีช่อง M.2 NVMe SSD ติดตั้งมาให้เพียง 1 ช่องเท่านั้น ทำให้อัพเกรดได้ค่อนข้างจำกัด
  3. ค่า Refresh Rate แค่ 120Hz เท่านั้น แต่แบรนด์คู่แข่งอัพเกรดไป 144~165Hz แล้ว

รีวิว DELL G15 Gaming Ryzen Edition

Specification

g15 gaming ryzen

DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นโน๊ตบุ๊ค Dell Gaming ที่อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุด สเปคทรงพลังพร้อมใช้ทำงานหรือเล่นเกมก็ได้สบายๆ โดยสเปคมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 2.52 กิโลกรัม
  • Price : 46,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00087

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00065
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00071
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00072
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00054

DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในตระกูล G15 Gaming ซึ่งแชร์บอดี้ร่วมกับรุ่นซีพียู Intel ดังนั้นรายละเอียดการดีไซน์ตัวเครื่องจะคล้ายกัน ไม่ว่าจะบอดี้ตัวเครื่องขนาดใหญ่สีทูโทนแบบน้ำเงินอมม่วงตัดสีดำ มีช่องสำหรับดึงลมเข้าไประบายความร้อนเหนือชุดคีย์บอร์ด, มีสติ๊กเกอร์แสดงฟีเจอร์ติดไว้ตรงที่วางข้อมือฝั่งซ้ายและขวา รวมทั้งสลักโลโก้ตัว G สีส้มไว้ 2 จุดด้วยกัน คือ เหนือสติ๊กเกอร์ฟีเจอร์ฝั่งซ้ายมือและสันตัวเครื่องสีดำระหว่างช่องระบายความร้อนด้านข้างและหลังฝั่งขวามือ

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00058

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00086
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00108
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00052

ตัวบานพับหน้าจอจะดีไซน์แบบยึดเข้าไปในฐานตัวเครื่องด้านหลังและเว้นพื้นที่ให้กางหน้าจอได้กว้างราว 120 องศา จะวางเอาไว้บนพื้นโต๊ะหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับองศาหน้าจอให้เข้ากับสายตาของผู้ใช้ได้ง่าย ด้านงานประกอบต้องถือว่าแข็งแรงทนทานมากรวมทั้งกางหน้าจอแล้วไม่มีอาการบานพับสะบัดหรือโยกแม้แต่นิดเดียวแถมยังบาลานซ์น้ำหนักทั่วตัวเครื่องได้ดี ทำให้ใช้มือแค่ข้างเดียวกางหน้าจอใช้งานได้ทันที

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00048
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00055

ฝาหลังเครื่องนอกจากโลโก้อลูมิเนียมของ DELL ในวงกลมตรงกลางหน้าจอด้านหลังแล้ว ตัวฝาหลังจะมีเนื้อตัวเครื่องสองแบบ คือทรงสามเหลี่ยมเป็นเส้นตีเฉียงเป็นทรงสามเหลี่ยมพีระมิดและถัดขึ้นไปจะเป็นบอดี้เนื้อเรียบ ให้ความแตกต่างจากฝาหลังของโน๊ตบุ๊ค DELL หลายๆ รุ่นที่เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00029

บอดี้ด้านใต้ของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition จะมีช่องระบายความร้อนดึงลมเข้าขนาดใหญ่โดยกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของตัวเครื่อง ถัดไปด้านข้างทั้งสองฝั่งซ้ายขวาจะเป็นช่องระบายอากาศร้อนออกจากเครื่อง ถัดลงมาจะมีช่องลำโพงติดตั้งเอาไว้ทั้งสองข้างของตัวเครื่องด้วย ส่วนแถบยางสำหรับกันบอดี้ตัวเครื่องสัมผัสกับพื้นโต๊ะและกันลื่นจะเป็นแบบแถบยาว 4 เส้น ติดไว้ 2 คู่แยกไว้ขอบบนและล่าง

Screen & Speaker

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00076

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00078
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00077
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00081
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00080

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate 120Hz กรอบหน้าจอบางทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ ขอบข้างทั้งสองฝั่ง แต่กรอบส่วนบนจะมีความหนาเล็กน้อยเพื่อติดตั้งกล้องเว็บแคมความละเอียด HD และไมค์สองตัวเพื่อใช้ประชุมออนไลน์ ซึ่งดีไซน์ขอบจอบางทั้งสองฝั่งเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้มองเห็นคอนเทนต์บนหน้าจอได้กว้างยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่า Refresh Rate ของ G15 Gaming ทำได้ตามขั้นต่ำของหน้าจอ High Refresh Rate คือ 120Hz ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปและเล่นเกมก็สามารถแสดงผลได้ลื่นไหลดี แต่ผู้เขียนก็หวังว่าทางบริษัทจะนำพาเนล 165Hz มาติดตั้งในรุ่นย่อยให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ในอนาคต

resolution

gamut 2
luminance 2

ขอบเขตสีหน้าจอของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition เมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite แล้ว วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 56.9% sRGB, 39.4% Adobe RGB, 40.5% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้ทำได้อยู่ที่ 57.2% sRGB, 39.4% Adobe RGB, 40.6% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 1.56 ซึ่งเมื่อค่าน้อยกว่า 2 นับว่าขอบเขตสีบนจอ DELL G15 นี้แสดงสีสันได้เที่ยงตรง แต่ขอบเขตสีไม่ได้กว้างนัก ดังนั้นถ้าใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คถือว่าพอใช้ได้ แต่ถ้าแต่งภาพถ่ายทำงานแนะนำให้ต่อหน้าจอแยกไปจะดีกว่า

ความสว่างของจอ DELL G15 เครื่อง Colorchecker วัดได้ 283.95 cd/m2 จัดว่าสว่างพอใช้งานในอาคารออฟฟิศต่างๆ ได้สบาย ปรับความสว่างราว 50~70% ก็สว่างเหลือเฟือแล้ว แต่ถ้านั่งอยู่ที่ชานร้านกาแฟหรือกลางแจ้งแล้วโดนแสงสะท้อนอาจจะเร่งความสว่างสู้ได้ไม่มากนัก ดังนั้นถ้านั่งทำงานนอกสถานที่แนะนำให้หามุมนั่งดีๆ จะช่วยได้ระดับหนึ่ง

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00030
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00032
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00045
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00044

ลำโพงของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นลำโพงคู่ติดตั้งไว้ที่ขอบล่างของตัวเครื่อง เนื้อเสียงถือว่าพอใช้ดูหนังและประชุมออนไลน์ได้ระดับหนึ่ง แต่เนื้อเสียงตอนฟังเพลงยังเน้นเสียงเครื่องดนตรีกับเสียงนักร้องเป็นหลัก ส่วนเสียงเบสยังพอมีซัพพอร์ตเครื่องดนตรีโดยรวมได้ระดับหนึ่งแต่แรงปะทะค่อนข้างน้อย ดังนั้นถ้าใครเน้นฟังเพลงเป็นหลักแนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีๆ สักชุดไปเลยจะดีที่สุด

Keyboard & Touchpad

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00059

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00060
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00061
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00062
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00063
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00064
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00068
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00069
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00070

คีย์บอร์ด Full-size ของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวปุ่มลูกศรไม่ได้แยกตัวออกมาจากชุดปุ่มหลัก แต่เพราะถูกกระชับพื้นที่เข้ามาเลยทำให้หลายๆ ปุ่ม อย่างเช่น Page Up, Page Down และกลุ่มปุ่มลูกศรเป็นปุ่มขนาดครึ่งเดียวของปุ่มหลัก ถ้าสังเกตชุดปุ่ม Numpad จะเห็นว่าชุดปุ่มนี้ดีไซน์มาเพื่อนักบัญชีและคนที่ต้องกดตัวเลขบ่อยๆ เพราะมีคีย์ลัดเรียกโปรแกรม Calculator, CE สำหรับลบตัวเลขที่กดผิดไปและเครื่องหมาย +/- สำหรับกลับตัวเลขจากบวกเป็นลบติดมาให้

ด้านดีไซน์พิเศษอื่นๆ จะเห็นว่าตัวปุ่ม WASD ถูกล้อมกรอบสีขาวเอาไว้เน้นเป็นพิเศษให้ดูเด่นกว่าปุ่มอื่นๆ เพราะเป็นปุ่มประจำนิ้วของเกมเมอร์ซึ่งเป็นลูกค้าของโน๊ตบุ๊ค DELL G15 มีปุ่ม Function Lock รวมอยู่กับปุ่ม Esc ให้กดสลับเลย์เอ้าท์ระหว่างปุ่ม F1~F12 กับ Function Hotkey ได้ตามสะดวก

นอกจากดีไซน์และจุดเด่นของคีย์บอร์ด DELL G15 Gaming Ryzen Edition ในข้างต้นแล้ว จุดสังเกตของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือไม่มีไฟ LED Backlit เหมือนรุ่นอื่น และโปรแกรม Alienware Command Center ก็แจ้งว่าไม่มีระบบไฟ LED Backlit ด้วย จึงทำให้ปุ่ม F5 ไม่มี Functio Hotkey ไปโดยปริยาย หากผู้ใช้คนไหนทำงานในที่แสงน้อยก็อาจจะลำบากอยู่บ้าง แต่ใครที่พิมพ์สัมผัสได้ก็ไม่น่ามีปัญหา

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00066

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00083
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00085

คำสั่ง Function Hotkey ตรงปุ่ม F1~F12 ของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition ใช้ชุดคีย์ลัดเดียวกันกับรุ่นซีพียู Intel ทุกอย่าง โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – หยุดหรือเล่นเพลงหรือวิดีโอ
  • F5 – ปรับไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด (ใช้เป็นปุ่ม F5 ตามปกติ)
  • F6-F7 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F8 – Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F9 – Game Shift กดเพื่อให้เครื่องทำงานเต็มที่ อาจจะกด Fn+G แทนก็ได้
  • F10 – Print Screen
  • F11 – Home
  • F12 – End

ในเมื่อ G15 Gaming Ryzen Edition แชร์บอดี้และชิ้นส่วนร่วมกับรุ่น Intel มันจึงยกจุดสังเกตต่างๆ ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวถึงไปก่อนหน้ามาทั้งหมด ทั้งเซ็ตปุ่ม Function Key ที่ไม่กระชับพื้นที่นัก ทั้งที่ควรเอา Inset กับ Delete ให้มีปุ่มว่างแล้วรวบ Home กับ End ไว้ด้วยกัน ถ้าดูไปจนชุด Numpad จะเห็นว่าถ้าเอา CE รวบกับ +/- แล้วย้ายปุ่ม Print Screen จาก F10 ไปไว้แทนแล้วเสริมคีย์ลัดเรียก Snipping Tool ขึ้นมาจะยิ่งน่าใช้ขึ้น

อีกจุดน่าเสียดาย คือเมื่อทาง DELL ถอด LED Backlit ออกจากชุดคีย์บอร์ดแล้ว ก็ควรเปลี่ยนฟังก์ชั่นที่ปุ่ม F5 ที่เอาไว้ปรับความสว่างไฟคีย์บอร์ดให้เป็นคำสั่งอื่นด้วย เพราะเมื่อกด Function Hotkey แล้วปุ่มนี้ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าควรใส่ใจรุ่นที่เป็น AMD Ryzen ให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ใช้ส่วนใหญ่นิยมเลือกซีพียู AMD มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประสิทธิภาพกับราคาคุ้มค่า แต่ถ้าทาง DELL ทำให้ดูด้อยกว่ารุ่น Intel อย่างนี้อาจไม่ดีนักและปั้นแบรนด์ฝั่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่ขึ้นแทน

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00073
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00074

ทัชแพดของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition มีขนาดปานกลาง โดยขอบแป้นจะเริ่มจากริม Spacebar ไปจนสุดปุ่ม Alt ฝั่งขวา รองรับ Gesture Control ของ Windows ครบถ้วนและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่มีคีย์ลัดล็อคการทำงานทัชแพดให้กด ต้องไปกดเปิดปิดในคำสั่ง Settings > Touchpad แทน

Connector / Thin & Weight

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00050

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00056
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00057

พอร์ตของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition ถูกเซ็ตเอาไว้ขอบตัวเครื่องทั้ง 3 ด้าน โดยทางบริษัทติดตั้งพอร์ตมาให้ตามนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – LAN RJ45, Audio combo, ไฟแสดงสถานะการชาร์จ
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 x 2 
  • ด้านหลังจากซ้าย – USB-C 3.2 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort, USB-A 3.2, HDMI, ช่องเชื่อมต่ออแดปเตอร์
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

ในแง่ของพอร์ตเชื่อมต่อถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะ USB-C 3.2 ที่รองรับการต่อจอแยกแบบ DisplayPort ได้ หากใครใช้จอ DELL UltraSharp ที่มีพอร์ต USB-C Upstream อยู่ด้วย ก็เอาสาย Thunderbolt ต่อเข้าหากันก็ใช้งานได้เลยและสะดวกมาก

แต่อย่างไรก็ตาม หากสังเกตส่วนด้านหลังเครื่องจะเห็นว่ามีพื้นที่ว่างใกล้ๆ พอร์ต HDMI อยู่ พื้นที่ระยะห่างระหว่างพอร์ตก็กว้างพอใส่พอร์ต USB 2.0 สักพอร์ตเอาไว้ต่อเมาส์หรือคีย์บอร์ดได้ ถ้าทาง DELL เสริมเข้ามาให้ก็น่าจะมีประโยชน์ดีทีเดียว

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00027

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00026
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00028
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00103

น้ำหนักของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition เฉพาะเครื่องมีน้ำหนัก 2.52 กิโลกรัม เมื่อรวมกับอแดปเตอร์กำลังไฟ 180 วัตต์ซึ่งหนัก 692 กรัมเข้าไปจะมีน้ำหนักรวมที่ 3.2 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักมาตรฐานของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน ดังนั้นถ้าจะพกเครื่องติดตัวไปไหนมาไหน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเป้เป็นหลักและส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ซื้อใบที่รองรับเครื่องขนาด 17.3 นิ้วได้ด้วย เพราะมิติตัวเครื่องและความหนาจะล้นกระเป๋าเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วทั่วไปพอสมควร

Inside & Upgrade

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00038

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00042
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00043

เมนบอร์ดของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition จะมีอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อหลักๆ ได้แก่ช่องสำหรับใส่แรมแบบ SO-DIMM ทั้งหมด 2 ช่อง วางหัวพอร์ตหันเข้าหากันและมีช่องสำหรับติดตั้ง M.2 NVMe SSD อีกช่องอยู่ถัดลงมาจากตัวการ์ด Wi-Fi PCIe ฝั่งซ้ายมือ แต่สังเกตว่าฝั่งขวามือของเมนบอร์ดจะมีฐานสำหรับติดตั้ง M.2 NVMe SSD เช่นเดียวกันแต่ไม่มีหัวอินเตอร์เฟส SSD ติดตั้งมาให้ ดังนั้น G15 Gaming แม้จะเป็นรุ่น AMD Ryzen ก็ยังอัพเกรดได้แต่แรมและ SSD ตัวหลักได้อีกเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าต้องการพื้นที่สำหรับติดตั้งไฟล์เกมเพิ่มเติม แนะนำให้ซื้อ Game Drive มาต่อ USB-A 3.2 ด้านหลังเครื่องแทนดีกว่า

Performance & Software

cpu 2

mb 2
ram 1
spd ram

ซีพียู AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2~4.7GHz ในเครื่องเป็นสถาปัตยกรรม Rembrandt ขนาดทรานซิสเตอร์ 6 นาโนเมตร ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าดีเหลือเฟือ มีแรมติดตั้งมา 16GB DDR5 บัส 4800MHz จากโรงงาน ซึ่งประสิทธิภาพเวลาใช้งานจริงก็ตอบสนองได้ดีมาก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ติดตั้ง AMD Chipset Driver เข้าไปด้วยเพื่อให้ตัวซีพียูสามารถทำงานหนักและจัดการพลังงานได้ดีขึ้น

integrated gpu 2
discrete gpu 1

กราฟิคการ์ดใน DELL G15 Gaming Ryzen Edition จะมี 2 ตัว คือ AMD Radeon Graphics ในซีพียูซึ่งทำงานเวลาดูหนังฟังเพลงหรือทำงานเอกสารทั่วไป ส่วนการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ในเครื่องจะทำงานเมื่อเล่นเกมหรือรันโปรแกรมทำงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอเพื่อให้ทำงานได้เสร็จเร็วขึ้น

การ์ดจอทั้งสองตัวจะรองรับ DirectX 12 เหมือนกัน รวมถึง Computing Technologies ด้วย ซึ่งรองรับ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing, PhysX ครบถ้วน ยกเว้นเฉพาะ CUDA ที่มีเฉพาะการ์ดจอ NVIDIA เท่านั้น

device mgr 1

พาร์ทในเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager จะเห็นว่า DELL G15 Gaming Ryzen Edition มีชิปเซ็ต TPM 2.0, AMD PSP 10.0 ติดตั้งมาให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมกับระบบของ Windows 11 และชิป Wi-Fi PCIe ในเครื่องเป็น MediaTek MT7921 ซึ่งผู้ผลิตหลายเจ้านิยมนำมาติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ เวลาใช้งานจริงก็สามารถเปิดเว็บไซต์, โหลดไฟล์งานต่างๆ ได้รวดเร็วไม่มีปัญหา

ssd 2

Samsung PM991a ความจุ 512GB ใน DELL G15 Gaming Ryzen Edition เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 3,136.49 MB/s และ Sequential Write 1,507.02 MB/s ซึ่งถือว่าเร็วใช้ได้ สามารถเปิดโปรแกรมหรือเกมได้เร็ว แต่เนื่องจากมีช่องอัพเกรดบนเมนบอร์ดแค่ช่องเดียวถ้าจะอัพเกรดแนะนำให้ซื้อรุ่นความจุ 1TB เช่น WD Black SN750 SE, Samsung 980 ฯลฯ มาเปลี่ยนแล้วเอา SSD จากโรงงานตัวนี้ไปทำเป็น External SSD แล้วซื้อ External Harddisk แบบ Game Drive มาต่อเสริมแล้วติดตั้งเกมในไดรฟ์นั้นดีกว่า

r15 2
r20 2

การทดสอบเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 ตัว DELL G15 Gaming Ryzen Edition สามารถทำคะแนน OpenGL ได้ 138.27 fps และได้คะแนน CPU อีก 2,143 cb และเมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R20 ก็ได้คะแนน CPU 4,937 pts กล่าวคือ ซีพียู AMD Ryzen 7 6800H เมื่อนำมาติดตั้งใน DELL G15 แล้ว ประสิทธิภาพของมันก็สูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งผลคะแนนระดับนี้ใช้ปั้น, เรนเดอร์และพรีวิวโมเดล 3D ให้ลูกค้าดูได้สบายๆ ดังนั้นนอกจากเกมเมอร์แล้ว คอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็เหมาะกับมันเช่นกัน

pcmark10 2

ผลดีต่อมาเมื่อซีพียูถูกอัพเกรดเป็น AMD Ryzen 7 6800H คือผลการทดสอบของ PCMark 10 สำหรับวัดประสิทธิภาพเวลาใช้ DELL G15 Gaming Ryzen Edition ทำงาน ได้ผลคะแนนเฉลี่ยได้สูง 7,000 คะแนน เมื่อดูคะแนนในแต่ละหมวดแล้วจะเห็นว่ามันสามารถทำงานได้ดีหมดไม่ว่าจะใช้ทำงานทั่วไปอย่างการประชุมงาน, เปิดเว็บไซต์, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่ทำงานกราฟิคอย่างตัดต่อ Vlog, แต่งภาพหรือเรนเดอร์โมเดล 3D ก็ทำได้ยอดเยี่ยมทั้งหมด ประกอบกับคะแนนเฉลี่ยระดับนี้ ก็ทำให้ G15 Gaming Ryzen Edition เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทำคะแนนทดสอบ PCMark 10 ได้สูงมาก

3dmark 1

การทดสอบ 3DMark Time Spy ตัว DELL G15 Gaming Ryzen Edition ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 6,271 คะแนน แยกเป็น CPU score 9,334 คะแนน และ Graphics score 5,928 คะแนน ซึ่งคะแนนโดยรวมต้องถือว่าสูงพร้อมใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันบนจอความละเอียด 1080p และปรับกราฟิคระดับ High แล้วยังได้เฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60 fps ขึ้นไปอย่างแน่นอน

gaming graph

ส่วนการทดสอบเล่นเกมฟอร์มยักษ์ยอดนิยมในปัจจุบันนี้ ผู้เขียนทดลองปรับกราฟิคทุกเกมไประดับสูงสุดที่มีให้ตั้งค่า ยกเว้น Call of Duty Modern Warfare II ที่ปรับกราฟิคเอาไว้ระดับ Ultra ซึ่งรองจากระดับสูงสุดลงมา 1 ขั้น จะเห็นว่า G15 Gaming Ryzen Edition สามารถรันทุกเกมได้ดี หลายๆ เกมทำได้เกิน 100 Fps แม้แต่ SCUM ปรับกราฟิคระดับ Epic ก็ยังเล่นได้และเฟรมเรทไม่พุ่งขึ้นลงวูบวาบเกินไป ทำให้ไม่เสียจังหวะในนาทีสำคัญอย่างการ Raid บ้านหรือปะทะกับผู้เล่นคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

mydell Medium

ด้านซอฟท์แวร์ปรับแต่งตัวเครื่องจะมีโปรแกรม My Dell เอาไว้เช็คสภาพสถานะและอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้ระบบภายในเครื่องและมี Alienware Command Center ที่โหลดเพิ่มจาก Microsoft Store มาติดตั้งเพื่อปรับแต่งและเร่งประสิทธิภาพการทำงานได้และผู้เขียนแนะนำให้โหลดมาติดตั้งด้วย เพราะมันช่วยรีดประสิทธิภาพโดยรวมทั้งเล่นเกมและทำงานได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน 

Battery & Heat & Noise

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00047

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 56Wh ใน DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นขนาดมาตรฐานซึ่งพบเห็นในโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งความจุนี้สามารถจ่ายไฟให้โน๊ตบุ๊คนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon 50 brightness new test system

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยปรับโหมดตัวเครื่องเป็นแบบประหยัดพลังงาน, ลดเสียงลำโพงเหลือ 10% และปรับความสว่างหน้าจอไว้ 50% เปิดเบราเซอร์ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีแล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งว่า DELL G15 Gaming Ryzen Edition ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 8 ชั่วโมง 13 นาที ซึ่งใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้ซึ่งแบตเตอรี่ใช้งานได้นานราว 5~6 ชั่วโมงเท่านั้น และถ้ารุ่นไหนมีแบตเตอรี่ราว 75Wh ก็จะใช้งานได้ราว 7 ชั่วโมง 30 นาทีไม่เกินนี้ ดังนั้นถ้าใครซื้อ G15 Gaming Ryzen Edition ไปก็พกเครื่องไปประชุมหรือเข้าห้องเรียนได้สบายๆ

กลับกัน DELL G15 Gaming Ryzen Edition รุ่นซีพียูรหัส H ซึ่งใช้พลังงานแบตเตอรี่มากกว่าซีพียูรหัส U หรือ HS สามารถบริหารจัดการพลังงานในเครื่องได้นานเกินกว่าที่คาดเอาไว้ ก็ถือว่าระบบภายในเครื่องทำงานได้ดีมาก แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนแนะนำให้ติดตั้ง AMD Chipset Driver เสริมเข้าไปด้วย จะช่วยดึงประสิทธิภาพของซีพียู Ryzen ในเครื่องออกมาได้ดีขึ้น

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00039

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00034
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00035
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00040
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00041
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00053
Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00054

ระบบระบายความร้อนของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นพัดลมโบลวเวอร์คู่ โดยดึงอากาศเย็นเข้าทางช่องขอบบนเหนือแป้นคีย์บอร์ดและด้านใต้เครื่องเพื่อระบายความร้อนและเป่าออกทางช่องด้านหลังและข้างเครื่องทั้งหมด 4 ช่อง แต่เราจะไม่เห็นชุดฮีตไปป์เพราะทางบริษัทติดมันเอาไว้อีกด้านถัดลงมาจากชุดคีย์บอร์ดที่วางมือนั่นเอง

ในส่วนนี้ผู้เขียนมั่นใจว่าหลายคนคงกังวลว่าถ้าติดชุดฮีตไปป์เอาไว้ใกล้กับผู้ใช้เช่นนั้นจะร้อนหรือมีปัญหาไหม ในส่วนนี้จากที่ผู้เขียนทดสอบเล่นเกมและทำงานโดยวางมือบนแป้นคีย์บอร์ดของ DELL G15 Gaming ต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง ตัวเครื่องก็แค่อุ่นๆ เท่านั้น ไม่ได้ร้อนจนวางมือไม่ได้เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในอดีตเลย และมีเสียงพัดลมโบลวเวอร์ความดังราว 58~61dB แทน ซึ่งถือว่าดังพอได้ยินว่าพัดลมกำลังทำงานอยู่

hwmonitor 1

อุณหภูมิในเครื่องตอนรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คด้วย CPUID HWMonitor แม้จะไม่เห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 7 6800H ตัวชิปโดยตรงจะร้อนเท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็ดูจากการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แทนได้ว่าอุณหภูมิของซีพียูนั้นจะวิ่งอยู่ที่ 45~75 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าไม่ร้อนมาก ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการ Throttle Down ลดประสิทธิภาพตัวเองระหว่างใช้งานอยู่

User Experience

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00090

ประสบการณ์ใช้งาน DELL G15 Gaming Ryzen Edition ในฐานะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้เล่นเกมและทำงานตัดต่อของครีเอเตอร์จัดว่าทรงพลัง ใช้ทำงานได้หลากหลายตั้งแต่ทำงานออฟฟิศทั่วไปจนกระทั่งงานกราฟิคตัดต่อวิดีโอหรือภาพนิ่งก็ไม่มีปัญหา ถ้าใครคิดจะซื้อเอาไว้ทำงานแล้วจะซื้อโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD มาใช้จะดีไหม ในยุค AMD Ryzen เช่นนี้ผู้เขียนกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของมันไล่เลี่ยกับ Intel Core Series ในราคาที่ถูกกว่าเสียด้วยซ้ำ

ด้านการเล่นเกม ยิ่งถ้าเกมไหนเน้นใช้พลังของซีพียู (CPU Intensive) ยิ่งไม่ต้องห่วง เพราะกำลังของ Ryzen 7 6800H มีให้ใช้เหลือเฟือและยังรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ได้ไหลลื่นไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย และพอมีแรมมาจากโรงงานอีก 16GB และเป็น DDR5 ก็รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว จากที่ลองใช้เล่นเกมฟอร์มใหญ่หลายๆ เกมในปัจจุบันนี้ ก็ได้เฟรมเรทสูงน่าประทับใจพอควร

หากจะพกพาไปไหนมาไหนและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ ผู้เขียนแนะนำให้หากระเป๋าเป้ใบใหญ่สำหรับโน๊ตบุ๊ค 17.3 นิ้วมาเตรียมเอาไว้ เพราะขนาดเครื่องแม้จะอยู่ที่ 15.6 นิ้ว แต่ตอนทดลองใส่กระเป๋าขนาดดังกล่าว กลายเป็นว่าขอบและความหนาทำให้โน๊ตบุ๊ครั้งแนวซิปของกระเป๋าโดยปริยาย ทำให้ต้องย้ายจากช่องใส่โน๊ตบุ๊คมาใส่รวมกับช่องกลางที่เอาไว้ใส่อุปกรณ์เสริมแทน แต่เรื่องระยะเวลาใช้งานต้อง 8 ชั่วโมง 13 นาทีของ DELL G15 Gaming Ryzen Edition จัดว่านานดีไม่มีปัญหา หากพกไปประชุมหรือเข้าเรียนก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดเอาง่ายๆ แต่ถ้าวันนั้นไม่มั่นใจว่าจะต้องทำธุระนานไหม ก็แนะนำให้เตรียมอแดปเตอร์ใส่กระเป๋าไปเลยจะอุ่นใจที่สุด

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอให้ทาง DELL ปรับปรุงเพื่อให้ Gaming Series ของทางบริษัทได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นในอนาคต คือใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูงเกรดเดียวกันทั้งหมด ไม่ต้องปรับแต่งสเปคให้วุ่นวายมีจอ 120Hz แต่ขอบเขตสีปานกลางแค่พอใช้งานได้ นั่นเพราะปัจจุบันนี้ครีเอเตอร์หลายๆ คนหันมาใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมากขึ้น ถ้าทางบริษัทต้องการจับตลาดกลุ่มนี้ ต้องติดตั้งพาเนล IPS ขอบเขตสี 100% sRGB มาก่อนเป็นอันดับแรก

ถัดมาคือ ไม่กั๊กหัวอินเตอร์เฟส M.2 NVMe PCIe ช่องสำรองไว้ให้ตัวท็อปหรือรุ่นซีพียู Intel เท่านั้น ติดตั้งมันให้เป็นมาตรฐานสำหรับ G Series ทุกรุ่นไปเลย ให้ผู้ใช้ที่ต้องการอัพเกรดเพิ่มความจุ SSD ในเครื่องจะได้อัพเกรดได้อย่างสบายใจ และให้ดีผู้เขียนแนะนำว่าใส่ฟีเจอร์ LED Backlit มาคู่กันจะได้ช่วยให้เจ้าของเครื่องที่เลือกซื้อ G15 Gaming Ryzen Edition ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

Conclusion & Award

Dell G15 AMD Ryzen 6000 DSC00092

DELL G15 Gaming Ryzen Edition เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจซึ่งเอาใจทั้งกลุ่มคนทำงานด้วยสเปคที่รันโปรแกรมทั่วไปตั้งแต่งานเอกสารไปจนงานตัดต่อภาพหรือวิดีโอก็ได้สบายๆ และยังได้ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้ ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมีเพียงหยิบมือเท่านั้นที่แถมโปรแกรมนี้มาให้ตั้งแต่เปิดเครื่อง ส่วนการเล่นเกมก็มีโปรแกรม Alienware Command Center เอาไว้รีดประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้ทำงานได้เต็มที่ แม้จะไม่ได้ติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรกก็แนะนำให้โหลดมาติดตั้งไว้เลย ยิ่งถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ครบเครื่องแม้จะมีข้อสังเกตอยู่บ้างแต่ถ้ายอมรับมันได้ ก็ถือเป็นรุ่นที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแน่นอน

award

award new Battery Life

best battery life

เมื่ออัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แล้วติดตั้ง AMD Chipset Driver เข้าไป G15 Gaming Ryzen Edition ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก อยู่ได้นานถึง 8 ชั่วโมง ชนะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันที่แบตเตอรี่ใช้ได้เฉลี่ยเพียง 5~7 ชั่วโมงไปได้อย่างสวยงาม

award new Gaming

best gaming

แม้จะเป็นการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แต่พอได้ Alienware Command Center ก็เร่งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมได้ดีขึ้นมากและยังจัดการอุณหภูมิระบายความร้อนได้ดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนรบกวนระหว่างใช้งานเลยแม้แต่น้อย

from:https://notebookspec.com/web/680554-review-dell-g15-gaming-ryzen-edition

รวม 7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รวมรุ่น Intel, AMD น่าใช้ให้เลือกทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง!

จะโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาดูทางนี้ รวมรุ่นเด็ดในใจผู้เขียนมาฝาก!

Share image Edit Name 1acereditorchoice 1

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เช่นนี้ หลายคนก็คงจะมองหาของขวัญชิ้นใหม่ให้ตัวเองหรือคนใกล้ตัวอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่พ้นว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี จะเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานหรือเกมมิ่งก็มีให้เลือกหลากรุ่นหลายสเปค มีซีพียูทั้ง AMD, Intel ให้เลือก และมีราคาหลากหลายระดับตั้งแต่ช่วงไม่เกิน 20,000 บาท ไปจนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงแบบ Desktop Replacement ราคาเกือบ 90,000 บาทให้เลือกซื้อกัน

Advertisementavw

หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความแล้วและเป็นช่วงปลายปีเช่นนี้ ผู้เขียนจึงขอรวบรวมรุ่นดีสเปคโดนในใจของผู้เขียนมาแนะนำกัน ว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วมีรุ่นไหนเป็นรุ่นแนะนำในใจของผู้เขียนบ้าง ซึ่งบทความนี้จะรวมทั้งสายทำงานและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทั้งหมดในที่เดียวและผู้เขียนมั่นใจว่าถ้าผู้อ่านซื้อไปใช้งานน่าจะถูกใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี 7 รุ่นจากใจผู้เขียน รวมหมดทั้งสายเกมมิ่งและสายทำงาน!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

18,990
Acer Aspire 3 A315-54S1 Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,850
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

33,450
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

1.17 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

46,290
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-58-911C Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

52,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.6 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

84,990

Nitro Laptop KSP1 Static KSP Image Right Left L

7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รุ่นนี้ผู้เขียนแนะนำ ซื้อไปใช้ไม่ผิดหวังแน่นอน

สิ้นปีนี้หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความ เชื่อว่ามีผู้ใช้หลายท่านอยากให้ฟันธงว่าซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีถึงจะคุ้มที่สุด โดยบทความนี้ผู้เขียนรวบรวมโน๊ตบุ๊ค Acer 7 รุ่นที่สเปคและประสิทธิภาพคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานให้เลือกกัน โดยมีรายชื่อรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)
  4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)
  7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)
1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)

acer1 1

เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 สเปค AMD Ryzen ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วไปหรือจะสั่งผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าก็ยังหาซื้อได้เป็นระยะๆ ซึ่งเครื่องนี้นอกจากราคาจะถูกสุดในกลุ่มแล้ว สเปคยังดีพอใช้ทำงานเอกสารและเล่นเกมออนไลน์ได้ดีระดับหนึ่ง ขอแค่เพิ่มแรมไป 16GB DDR4 เท่านี้ก็พอแล้ว

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ กับหน้าจอแยกขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้จากโรงงาน มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย น้ำหนักเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นตัวคุ้มเพื่อคนทำงานที่ผู้เขียนยังเห็นว่าคุ้มค่าน่าซื้อมาก หากหาโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีไว้ทำงานแล้วเจอรุ่นนี้ทำโปรโมชั่นลดราคาอยู่ก็ตัดสินใจซื้อได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R6F9
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)

acer2 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้ซีพียู Intel แนะนำให้ดูรุ่นที่เป็น Intel 12th Gen ไปจะดีที่สุด อย่าง Acer Aspire 3 A315-54S1 จะดีกว่า โดยผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16GB ก็เพียงพอ และข้อดีคือโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องนี้ราคาไม่เกิน 20,000 บาทอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับทำงานและแสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ ติดตั้งพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 มาให้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 ได้ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.77 กิโลกรัม นับเป็นรุ่นสเปคสูสีกันกับสเปค AMD ในข้อก่อนหน้า ดังนั้นถ้าใครชอบสเปค Intel แล้วจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีก็มีเครื่องนี้ให้เลือกซื้อ

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-54S1
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 19,850 บาท (Advice)
3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)

acer3 1

ส่วนใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้พาเนลจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-75VF เป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำ เพราะมันได้หน้าจอความละเอียดสูง, Microsof Office ติดตั้งมาให้ใช้และสเปคครบเครื่องแค่ Sign in ก็พร้อมทำงานทันทีและได้ซีพียู Intel 12th Gen รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาให้ด้วย

ซีพียูของ Acer Swift 3 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักแค่ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเครื่องนี้นอกจากหน้าจอดี ซอฟท์แวร์ครบ ยังได้ซีพียูรุ่นประสิทธิภาพสูงติดมาให้ใช้อีกด้วย หากคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ต้องถือว่าเครื่องนี้เป็นรุ่นสเปคลงตัวสำหรับสายทำงานเลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 33,450 บาท (Advice)
4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)

acer4 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้ทำงานและพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ สเปคทันสมัยด้วยก็ต้อง Acer Swift Edge SFA16-41-R76R รุ่นนี้ที่ทาง Acer ติดตั้ง AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูง กราฟิคการ์ดออนบอร์ดพร้อมใช้ทำงานกราฟิคและเล่นเกมออนไลน์ได้ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้พร้อมโปรแกรม Microsoft Office แท้ติดตั้งมาครบเครื่องอีก หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2400) พาเนล OLED คุณภาพสูง ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 และขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น หากถามว่าโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีที่เป็นขวัญใจของผู้เขียนก็ยกให้เครื่องนี้เป็นการส่วนตัว หากใครอยากซื้อมาใช้ทำงานเชื่อว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครมีงบประมาณจำกัดอาจจะซื้อรุ่น AMD Ryzen 5 แทนก็ได้

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon 680M
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 46,290 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

acer5 1

ส่วนโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาเล่นเกม Acer Nitro 5 AN515-46-R12A รุ่นเริ่มต้นตัวนี้ก็ถือว่าราคากำลังดีแต่สเปคคุ้มใช้ได้ แค่เพิ่มแรมเป็น 16GB DDR5 ก็ใช้เล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ และเมื่อเทียบสเปคต่อราคาแล้ว ผู้เขียนถือว่าเป็น Nitro 5 รุ่นที่คุ้มมาก

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ในตัว มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นที่ผู้เขียนคิดว่าสเปคต่อราคาคุ้มค่าที่สุด ขอแค่เติมแรมสักนิดแล้วจะใส่ M.2 NVMe SSD เข้าไปอีกนิด เท่านี้ก็น่าใช้มากแล้ว

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)

acer6 1

Acer Nitro 5 AN515-58-911C เครื่องนี้ก็เป็นรหัสที่ผู้เขียนแนะนำถ้าคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้เล่นเกม เพราะตัวนี้เป็นรุ่นซีพียู Intel Core i9 ตัวแรงและสเปคองค์รวมจัดว่าคุ้มค่า อาจจะใส่ M.2 NVMe SSD เสริมเข้าไปให้อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นอีกนิดเท่านี้ก็เล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ แล้ว

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้ มีพอร์ต USB-C รองรับ Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำสเปคนี้เพราะเพิ่มเงินเพียง 3,000 บาทจากรุ่น Intel Core i7-12700H ก็ได้เครื่องนี้แล้ว ได้ซีพียูประสิทธิภาพดีกว่าเดิมและถ้าเฉลี่ยเงินผ่อนต่อเดือนก็ต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ถ้าใครคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ตัวนี้เป็นรุ่นที่ดีหากมีงบประมาณพร้อมจ่ายอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-911C
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 52,990 บาท (ราคากลาง)
7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)

acer7 1

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเครื่องสุดท้ายที่ผู้เขียนแนะนำยกให้ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 เป็นรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ซีพียูที่ทรงพลังกว่าเครื่องที่ผู้เขียนได้รีวิวไปก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน และประสิทธิภาพโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ดีกว่าจะประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องอย่างชัดเจน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz เรียกว่าครบเครื่องพร้อมรับงานทุกแบบได้สบายๆ มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ มีน้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม หากใครคิดว่าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี เอาแบบเครื่องเดียวจบเลยก็มี Predator Helios 300 เครื่องนี้ให้เลือก

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 84,990 บาท (ราคากลาง)

aspire ksp 3 1 Static KSP Image Right Left L

สำหรับผู้ใช้ที่คิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีในช่วงปลายปี 2022 ต้นปี 2023 เช่นนี้ ทั้ง 7 รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นส่วนตัวหรือถ้าจะเอาในลิสท์นี้เป็นบรรทัดฐานเลือกซื้อก็ได้ ขอแค่ทำการบ้านแล้วเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุด จะได้ซื้อมาแล้วถูกใจไม่ต้องเสียดายในภายหลัง


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

from:https://notebookspec.com/web/680704-7-acer-laptop-editor-choice

6 โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รวมรุ่นคุ้มปลายปี 2022 ซื้อไปยังไงก็คุ้ม!

รวมโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทตัวคุ้มน่าซื้อปลายปี ไม่แน่บางร้านมีของแถมด้วยนะ!

acer20k cover

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท ช่วงปลายปี 2022 ต้นปี 2023 นั้น มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่น โดยซีพียูจะคละกันทั้ง AMD Ryzen รหัส U เน้นประหยัดพลังงานและรุ่น PRO ซึ่งประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นปกติและเสริมระบบรักษาความปลอดภัยแบบฝังในชิปมาให้ใช้นาน 24 เดือนนับตั้งแต่เริ่มใช้งานและเป็น Binning คุณภาพดีหรือแม้แต่ Intel Gen 11 ซึ่งราคาถูกลงคุ้มค่าแล้วหรือจะ Intel Gen 12 ก็มีให้เลือก ถ้าใครอยากเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คส่งท้ายปีเก่าก็เป็นจังหวะที่ดีแน่นอน เพราะทางร้านค้าชั้นนำเจ้าต่างๆ ก็น่าจะมีโปรโมชั่นสำหรับผู้ใช้อย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทนั้นจะได้สเปคเริ่มต้นอย่าง RAM 4~8GB หรือ SSD 256GB เป็นหลักและบางรุ่นจะไม่มี Windows แต่ติดตั้ง Linux มาแทน ดังนั้นผู้ใช้ที่คิดจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer กลุ่มนี้มาใช้แนะนำให้เตรียมเงินสำหรับการอัพเกรดเผื่อเอาไว้ด้วย อย่างน้อยก็ควรเพิ่มแรมไป 8~16GB หรือถ้าเครื่องไหนไม่มี Windows 11 ติดตั้งมาให้ก็เตรียมเงินซื้อเวอร์ชั่น OEM มาติดตั้งเพิ่มด้วย และถ้าใครงบเหลือจะอัพเกรด SSD เพิ่มความจุให้เซฟงานได้มากขึ้นก็ดีเช่นกัน หรือจะเปลี่ยนไปเซฟใส่ External Harddisk ก็ได้

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รวมรุ่นเด็ดส่งท้ายปี ตัวไหนน่าจัดมาดู!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer TravelMate TMP214-41-R601 AMD Ryzen 3 PRO 5450U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Linux

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

10,090
Acer TravelMate TMP214-R10X AMD Ryzen 5 PRO 5650U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Pro

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

13,990
Acer Aspire 5 A515-45-R8QC AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

14″ HD TN

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

14,990
Acer Aspire 3 A315-59-33NG Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD TN

1.78 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,050
Acer Aspire 3 A315-5420 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,050
Acer Aspire 3 A315-43-R935 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.81 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,950

6 โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รวมรุ่นเด็ดส่งท้ายปี 2022 เปลี่ยนแล้วคุ้ม ทำงานลื่นขึ้นเยอะ!

ปลายปีนี้ผู้ใช้คนไหนมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทอยู่ ก็มีรุ่นน่าใช้ทั้งหมด 6 รุ่นให้เลือกซื้อไปใช้งาน แต่แนะนำว่าหลายๆ รุ่นควรอัพเกรดแรมเป็น 8~16GB และอาจจะต้องเตรียมเงินสำหรับซื้อ Windows 11 ด้วยในกรณีไม่ถนัดระบบปฏิบัติการ Linux ในเครื่อง โดยมีรายชื่อรุ่นดังนี้

  1. Acer TravelMate TMP214-41-R601 (10,090 บาท)
  2. Acer TravelMate TMP214-R10X (13,990 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-45-R8QC (14,990 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-59-33NG (17,050 บาท)
  5. Acer Aspire 3 A315-5420 (17,050 บาท)
  6. Acer Aspire 3 A315-43-R935 (18,950 บาท)
1. Acer TravelMate TMP214-41-R601 (10,090 บาท)

acer15k1

เริ่มต้นเครื่องแรกเป็น Acer TravelMate TMP214-41-R601 ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้นอกจากพอร์ตเชื่อมต่อจะมีให้ใช้ครบเครื่องและติดเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ตรงขอบแป้นทัชแพด น้ำหนักก็เบาดี แต่แนะนำให้เตรียมเงินซื้อ Windows 11 มาติดตั้งเพิ่มจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 3 PRO 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~4.0GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon Graphics มาให้ใช้งาน หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux มาให้ในเครื่องและแรมอีก 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัม หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทเน้นราคาไม่แพงเข้าว่า เดี๋ยวไว้อัพเกรดเครื่องทีหลังก็มี TravelMate ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมาก

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-41-R601
  • CPUAMD Ryzen 3 PRO 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Linux
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 10,090 บาท (Advice)
2. Acer TravelMate TMP214-R10X (13,990 บาท)

acer15k2

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทรุ่นถัดมาเป็น Acer TravelMate TMP214-R10X ที่แชร์สเปคกับ TravelMate ในข้อก่อน แต่อัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 PRO 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.2GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics เพิ่มแรมเป็น 8GB DDR4 บัส 3200MHz และติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ด้วย ถ้าใครคิดว่าจะซื้อมาใช้งานเลย ไม่อยากเสียเวลาเปิดฝาอัพเกรดก็ขยับขึ้นมารุ่นนี้แทนดีกว่า

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-R10X
  • CPU : AMD Ryzen 5 PRO 5650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3~4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 13,990 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 5 A515-45-R8QC (14,990 บาท)

acer15k3

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รุ่นที่ถูกมองข้ามอย่าง Acer Aspire 5 A515-45-R8QC เครื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะได้โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 15.6 นิ้ว, อัพเกรดเพิ่มแรมไป 24GB ได้ มีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่องแถมน้ำหนักยังเบาเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น จะพกเครื่องติดไปไหนมาไหนก็ง่ายไม่ลำบากแน่นอน

ซีพียูใน Aspire 5 เป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~3.8GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แสดงผลขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักตัวเครื่อง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทที่น่าซื้อมาก แค่อัพเกรดแรมเป็น 8~16GB แค่นี้ก็ทำงานได้ดีแล้ว

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R8QC
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6~3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 14,990 บาท (BaNANA)
4. Acer Aspire 3 A315-59-33NG (17,050 บาท)

acer15k4

หากใครมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทแล้วอยากใช้ Intel 12th Gen ก็มีเช่นกัน โดยเป็นรุ่น Acer Aspire 3 A315-59-33NG ซึ่งนอกจากพอร์ตจะครบแล้ว ยังอัพเกรดเพิ่มแรม, SSD ได้ แถมยังได้รุ่นหน้าจอใหญ่ 15.6 นิ้วและชุด Numpad ด้วย จึงใช้ทำงานออฟฟิศและบัญชีได้สบายๆ 

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.78 กิโลกรัม

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-33NG
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.78 กิโลกรัม
  • Price : 17,050 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 3 A315-5420 (17,050 บาท)

acer15k5

หากไม่เกี่ยงว่าซีพียูในโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทจะเป็น Intel Gen 11 ล่ะก็ Acer Aspire 3 A315-5420 รุ่นนี้จัดว่าคุ้มสุดๆ ณ ช่วงปลายปี 2022 และประสิทธิภาพของ Intel Core i5 ในเครื่องยังทรงพลังพอใช้ทำงานต่างๆ ได้อีก 3~4 ปีอย่างแน่นอน และถ้าอัพเกรดเพิ่มแรมไป 16GB เมื่อไหร่ ประสิทธิภาพก็ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ซีพียูใน Aspire 3 นี้เป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ใช้แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ ติดตั้งแรมมา 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ มีน้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม นับเป็นรุ่นเด่นราคาดิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าไม่เกี่ยงว่าซีพียูเก่าไปรุ่นหนึ่งแล้วก็ซื้อมาใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-5420
  • CPUIntel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 17,050 บาท (Advice)
6. Acer Aspire 3 A315-43-R935 (18,950 บาท)

acer15k6

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทรุ่นสุดท้ายเป็น Acer Aspire 3 A315-43-R935 เพื่อผู้ใช้ที่อยากได้รุ่นที่เป็น AMD Ryzen โดยเฉพาะ ซึ่งประสิทธิภาพของมันจัดว่าหายห่วง ทำงานหนักก็ได้ เหลือแค่อัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB เชื่อว่าใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สบายๆ

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ตัวเครื่องหนัก 1.81 กิโลกรัม

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-43-R935
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.81 กิโลกรัม
  • Price : 18,950 บาท (Advice)

TM SPIN P6 KSP 9

นอกจากสเปคของโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทจะน่าสนใจพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศหรือพกเข้าเรียนได้สบายๆ แล้ว ยิ่งซื้อช่วงปลายปีอย่างนี้มักมีโปรโมชั่นทั้งส่วนลดและของแถมส่งเสริมการขายให้ผู้ใช้อีกมากมาย บางทีทางร้านอาจจะแถมแรมมาให้อัพเกรดได้ทันทีหรือได้ส่วนลดราคาเครื่องเผื่อซื้อซอฟท์แวร์หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ด้วย ถ้าใครไม่เกี่ยงว่าซีพียูในเครื่องจะเก่าไปสักรุ่นล่ะก็ โน๊ตบุ๊คเหล่านี้จัดเป็นกลุ่มที่ราคาดีและสเปคคุ้มมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1aceri5 1

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

from:https://notebookspec.com/web/679771-6-acer-laptop-under-20000-baht

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12 ฉบับเข้าใจง่าย แต่ละคอร์ใช้ทำอะไร?? แล้วใช้กับ Windows 10 ได้ไหม?

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12 นั้นต่างจาก Intel Gen 11 คนละเรื่อง! เอาความเข้าใจเก่ามาใช้ไม่ได้หรอกนะ!

Share image Edit Name 1gen12 1

Intel Gen 12 ถือเป็นการปรับดีไซน์ซีพียูครั้งใหญ่ของทาง Intel จากที่ในอดีตจะมีแต่คอร์ชุดเดียวและระบบ Hyper-Threading ทำให้แต่ละคอร์ของซีพียูทำงานส่งและรับข้อมูลได้พร้อมๆ กันในครั้งเดียว จึงได้ประสิทธิภาพดีขึ้นเป็นสองเท่าเหนือกว่าซีพียูในอดีตที่ทำทีละงานจนเสร็จแล้วค่อยรับคำสั่งต่อไป แต่เมื่อดีไซน์นี้ใช้งานมาต่อเนื่องหลายปีจนขาดความสดใหม่และบริษัทคู่แข่งก็มีนวัตกรรมนี้เหมือนกันแล้วทำราคาได้ถูกกว่าจนผู้ใช้เริ่มเบนความสนใจไป มันจึงทำให้ทาง Intel ต้องเริ่มหานวัตกรรมใหม่ๆ มาเสริมในซีพียูบ้าง นั่นคือการปรับดีไซน์โครงสร้างของซีพียูนั่นเอง

Advertisementavw

Intel 12th Generation หรือ Intel Alder Lake จึงเป็นซีพียูรุ่นแรกที่มีคอร์เป็น 2 ชุด โดยมี P-Core (Performance Core) และ E-Core (Efficiency Core) แล้วมี Intel Thread Director (ITD) ซึ่งฝังเอาไว้ในตัวคอยดูและแจกแจงงานต่างๆ ให้คอร์แต่ละแบบโดยเหมาะสม โดยหลักการทำงานเมื่ออิงจากเอกสารเผยแพร่ของทาง Intel บนหน้าเว็บไซต์ รูปแบบการทำงานของ Intel Gen 12 ก็จะแตกต่างไปจากซีพียู Intel รุ่นก่อนโดยซีพียูใช้ P-Core รันงานทั้งหมดก่อน และเมื่อ AI ใน ITD ตรวจเจอและประเมินแล้วว่างานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ P-Core ก็จะส่งงานต่อให้ E-Core รับหน้าที่ต่อเพื่อให้ซีพียูสามารถทำงานได้เต็มที่

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12

ซึ่งตัว ITD จะมีอัลกอริธึ่มประเมินการทำงานแยกเป็น 4 ระดับ และทำงานได้รวดเร็ว จากสื่อต่างประเทศได้เผยแพร่รูปแบบการทำงานของ Intel Gen 12 ว่าจะรันงานแยกเป็น 4 Class ตามลำดับดังนี้

  • Class 3 : รันงานรอง โดยไม่เข้าไปกวนงานหลัก
  • Class 0 : โปรแกรมทั่วไป
  • Class 1 : งานที่ใช้ชุดคำสั่ง AVX/AVX2
  • Class 2 : งานที่ใช้ชุดคำสั่ง AVX-VNNI

แต่ถึง Intel Gen 12 จะดูน่าสนใจ มีรูปแบบการทำงานที่ล้ำสมัยเหนือคู่แข่งเท่าไหร่ก็ตาม แต่เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ในโลกที่มีซอฟท์แวร์เก่ารันอยู่มากพอสมควร และวิธีการนับคอร์เธรดของ Intel Gen 12 ก็ยังใช้ความเข้าใจเดิมอย่างที่ผ่านมาไม่ได้อีกด้วย จึงต้องหาข้อมูลแยกแต่ละรหัสไปว่าถ้าเป็นรุ่นนี้ทาง Intel ติดตั้ง P-Core, E-Core มาให้อย่างละกี่คอร์กันแน่

เมื่อ Intel 12th Generation นับคอร์แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป

coreandthreadfor12thgen

 

ในอดีต ภาพจำของซีพียู Intel แต่ละรุ่นของแต่ละคนก็จะจำกันง่ายๆ ว่า Intel Core i3 จะมีอยู่ 2 คอร์ 4 เธรด ขยับมา Core i5 เป็น 4 คอร์ 8 เธรด เท่ากับ Intel Core i7 แต่พอเป็นตัวท็อปก็จะได้ความเร็วเยอะขึ้นอะไรแบบนี้เป็นต้น แต่ความเข้าใจนั้นใช้กับ Intel 12th Gen แล้ว นั่นเพราะการดีไซน์แบบ Scalable Client Architecture ปรับเพิ่มลดจำนวน P-Core, E-Core ได้ ทำให้คอร์เธรดของซีพียูบางรหัสอาจจะเหมือนกัน แต่บางรุ่นแม้จะใช้ชื่อ Intel Core i7 เหมือนกัน แต่อาจได้คอร์เยอะกว่าด้วยซ้ำซึ่งจุดนี้ทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อเห็นรุ่นซีพียูแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้เปิดหาข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ ark.intel.com สักนิดเพื่อดูจำนวน P-Core ซึ่งเป็นคอร์หลักใช้งานจริงซึ่งสำคัญกว่า E-Core ก่อน ว่าซีพียูรุ่นนั้นมีมาให้กี่คอร์กันแน่

ด้านการนับจำนวนและหลักการทำงานของซีพียู Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake ทาง Intel ก็ได้ทำคลิปสรุปวิธีการทำงานออกมาให้ชมก่อนหน้านี้แล้ว โดยคอร์ทั้งสองชุดจะทำงานดังนี้

  • P-Core (Performance Core) – คอร์ใช้งานหลักแบบประสิทธิภาพสูงพร้อมฟีเจอร์ Hyper-Threading ซึ่ง E-Core จะไม่มีฟีเจอร์นี้ รับหน้าที่รันงานหลักทั้งหมดก่อน ITD จะเข้ามาดึงงานบางอย่างออกไปไว้ที่ E-Core ซึ่งจะใช้เล่นเกม, ตัดต่อวิดีโอ, AI Workload ฯลฯ จะมารันอยู่กับคอร์ชุดนี้เป็นหลัก
  • E-Core (Efficiency Core) – คอร์ชุดเล็กสำหรับรันงานเบื้องหลังเพื่อให้ P-Core ทำงานได้เต็มที่ ไม่มี Hyper-Threading และมีขนาดแค่ 1/4 ส่วนของ P-Core เป็นงานไม่กินพลังงานมาก เช่น เช็คอีเมล์, อัพเดท Patch ของ Windows และอาจจะซัพพอร์ต P-Core บ้างเล็กน้อย
  • Intel Thread Director (ITD) – ระบบจัดสรรการทำงานของคอร์ภายในตัวซีพียูโดยไม่พึ่งระบบปฏิบัติการภายในตัวเครื่องเหมือน Intel 11th Gen ลงไป โดยทาง Intel พัฒนาฟังก์ชั่นนี้ร่วมกับ Microsoft และจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อนำซีพียู Intel Gen 12 ไปใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ขึ้นไป เพราะชุดคำสั่งบริหารคอร์ซีพียูของ Windows 11 จะไม่เข้ามาก้าวก่าย ITD นั่นเอง
ตัวอย่างซีพียู Intel Gen 12 รุ่นยอดนิยมในโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้
สเปคของซีพียู Intel Gen 12 คอร์, เธรด ความเร็ว ค่า TDP การ์ดจอ สถาปัตยกรรม
Intel Core
i3-1215U
6 คอร์ 8 เธรด

แยกเป็น

2 P-Core
4 E-Core

3.3~4.4GHz 12 วัตต์ Intel UHD Graphics Intel 7
Intel Core
i5-12500H
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.3~4.5GHz 35 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i5-1240P
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.3~4.4GHz 20 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i7-1255U
10 คอร์ 12 เธรด

แยกเป็น

2 P-Core
8 E-Core

3.5~4.7GHz 12 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics  Intel 7
Intel Core
i7-1260P
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.4~4.7GHz 20 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i7-12700H
14 คอร์ 20 เธรด

แยกเป็น

6 P-Core
8 E-Core

3.5~4.7GHz 35 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7

จากตารางจะเห็นว่าซีพียู Intel Gen 12 หลายๆ รุ่นแม้จะเขียนปริมาณคอร์และเธรดเยอะก็ตาม แต่เป็นการเขียนโดยรวบ P-Core, E-Core เข้าหากันอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่ได้ติดตามเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเกิดการเข้าใจผิดได้ หากนำซีพียูรุ่น Intel Core i7-12700H มาเป็นตัวอย่างแล้วคิดจำนวนคอร์เธรดที่เขียนโดยรวมข้างบนจะเป็นดังนี้

  • คอร์ – คำนวณแบบไม่รวม Hyper-Threading เมื่อบวกแล้วได้ 6+8 = 14 คอร์
  • เธรด – คำนวณแบบรวม Hyper-Threading เมื่อบวกแล้วได้ 6+6+8 = 20 เธรด

และถ้าสังเกตจะเห็นจุดน่ากังขาที่ i3-1215U และ i7-1255U มี 2 P-Core เท่ากัน แต่ใช้วิธีเพิ่ม E-Core จาก 4 ไป 8 คอร์แทนเพื่อให้มีคอร์รันงานเบื้องหลังมากยิ่งขึ้นและพอนับคอร์รวมก็จะดูมีให้ใช้งานเยอะและน่าจะทำงานได้เร็ว แต่ในแง่การใช้งานจริงอาจจะทำงานได้ไล่เลี่ยกันไม่ต่างกันอย่างที่ควรก็ได้

เทคโนโลยีใหม่ก็ต้องมีบั๊กแซมมาเป็นเรื่องปกติ เพราะโปรแกรมต่างๆ ยังไม่คุ้นเคย

intel 12th gen core 1

นับจากวันที่ 4 พฤษจิกายน พ.ศ. 2564 หลังจาก Intel เปิดตัวสถาปัตยกรรม Alder Lake และเริ่มวางจำหน่ายในท้องตลาดหลังจากนั้นมาไม่นาน ทว่าปัญหาของการออกแบบชุดคอร์แยกเป็น 2 ชุด ก็ยังตามมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังได้รับการแก้ไขให้เรียบร้อยเป็นระยะๆ ซึ่งปัญหาที่ผู้ใช้ต่างประเทศพบเจอเมื่ออัพเกรดมาเป็น Intel 12th Gen แล้ว จะมีดังนี้

  1. (ได้รับการแก้ไขแล้วเมื่อ 25 มกราคม พ.ศ. 2565) เกิดปัญหาเมื่อบางเกมที่ใช้ Denuvo DRM (Digital Right Management) เมื่อรันบน Intel 12th Gen แล้วเล่นเกมไม่ได้
  2. เกิดปัญหาผู้ใช้ชื่อ CrissTi แจ้งเข้ามาในเว็บบอร์ดของ Intel ว่าเมื่อใช้ i7-12700K แล้วรันโปรแกรม 3 เธรด เกิดปัญหาว่าซีพียูทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทางผู้เชี่ยวชาญของ Intel จึงแจ้งให้โหลด Intel SSU สำหรับ Windows ไปติดตั้งเพิ่มเติม
  3. ExamSoft ผู้ให้บริการซอฟท์แวร์ด้านการศึกษาแจ้งว่า Intel Gen 12 ใช้กับซอฟท์แวร์ของทางบริษัทไม่ได้และเกิดปัญหาตอนใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์ Melissa Esq. เป็นผู้โพสท์ปัญหาดังกล่าวเอง
  4. ล่าสุดเมื่ออัพเดทระบบปฏิบัติการ Windows 11 เป็นแพทช์ 22H2 แล้ว ITD จัดสรรคอร์ให้โปรแกรมผิดพลาด โดยผู้ใช้ชื่อ kuugkjv-8772 ได้โพสท์ในเว็บบอร์ดของ Microsoft ว่าโปรแกรม HandBrake ถูก ITD นำไปรันบน E-Core จนประสิทธิภาพลดลง จึงต้องสั่งปิด E-Core ใน BIOS ของเมนบอร์ดเพื่อลดปัญหานี้

อีกจุดน่าสังเกตจากสื่อต่างประเทศ คือ Intel Alder Lake รุ่นที่เพิ่งวางตลาดใหม่ๆ มีชุดคำสั่ง Intel AVX-512 (Intel Advanced Vector Extensions 512) ใช้เร่งประสิทธิภาพการคำนวณเวคเตอร์เพื่อเสริมการทำงานเชิงวิศวกรรม, วิทยาศาสตร์ และงานหนักต่างๆ ติดตั้งมาใน P-Core เท่านั้น ถ้าใช้ E-Core ก็ใช้ชุดคำสั่งนี้ไม่ได้ ต้องสั่งปิดใน BIOS ของเมนบอร์ดซึ่งผู้ใช้พีซีก็ไม่มีปัญหา แต่ฝั่งโน๊ตบุ๊คจะปิดได้แค่บางรุ่นเพราะเหตุผลเรื่องการยืดระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นนั่นเอง

ถ้าใช้ Intel Gen 12 ต้อง Windows 11 เท่านั้น?

Screenshot 2022 12 15 161221

ด้านซีพียูนอกจากจะเป็นดีไซน์ใหม่แตกต่างจากที่คุ้นเคย, ยังมีบั๊กและซอฟท์แวร์แบบเก่ายังไม่คุ้นเคยกับดีไซน์เช่นนี้ ระบบปฏิบัติการ Windows ก็ไม่เว้น โดยทาง Intel และ Microsoft ได้ร่วมกันออกแบบระบบปฏิบัติการ Windows 11 ให้ใช้งานกับ Intel Alder Lake ได้ดีที่สุดโดยระบบปฏิบัติการจะไม่เข้ามาจัดสรรการทำงานของคอร์ซีพียูเหมือน Windows รุ่นก่อนหน้า

ในทางกลับกัน ผู้ใช้บางคนที่ยังอยากใช้ Windows 10 อยู่แต่ก็อยากใช้ Intel Gen 12 ก็ไม่ได้ โดยทางสื่อต่างประเทศอย่าง AnandTech ได้กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวเอาไว้ว่าถ้าทำเช่นนี้ ตัว Windows 10 เองจะมอง E-Core เป็นชุดคอร์ประสิทธิภาพต่ำ ไม่ทราบเรื่องความเร็วประมวลผลและไม่รู้ว่าจะจัดสรรงานอะไรให้คอร์ชุดนี้ทำดี ผิดกับ Windows 11 ซึ่งมีชุดคำสั่งกำหนดความสำคัญของการทำงาน (Instruction Prioritization model) ทำให้ Intel Alder Lake ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

intel 12th gen core 5

ในทางกลับกัน ผู้ใช้ที่ชอบและคุ้นเคยกับ Windows 10 ก็จะถูกจำกัดไว้กับซีพียู Intel Gen 11 ที่มีคอร์ประมวลผลชุดเดียวไปโดยปริยาย จะอัพเดทมาเป็น Intel Gen 12 ก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่ หรือไม่ก็ต้องยอมย้ายมาเป็น Windows 11 แทน และก็อาจจะได้พบกับบั๊กที่กล่าวไปข้างต้นเข้ามารบกวนการทำงานอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Jarrod’s Tech ก็ได้ทดสอบเอา Intel Gen 12 ไปใช้กับ Windows 10 และ 11 ว่าได้ผลแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในแง่การใช้ทำงานกับโปรแกรมทั่วไปอาจจะไม่แตกต่างกันมาก ยกเว้นใครที่จะประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วใช้ Intel Gen 12 ไม่ควรใช้ Windows 10 เลย ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าผลการทดสอบเมื่อใช้ Windows 10 กับ Intel Gen 12 นอกจาก FPS เฉลี่ยจะทำได้แพ้ Windows 11 แล้ว ในส่วนผลการทดสอบ 1% Low หรือค่าเฟรมเรทต่ำสุดเฉลี่ย 100 เฟรม จะเห็นว่า Windows 10 ทำได้แย่กว่า Windows 11 อย่างชัดเจน จึงเป็นการบังคับกลายๆ ว่า Intel Alder Lake ต้อง Windows 11 เท่านั้น

ผลการทดสอบจาก Notebookspec

 

r20 zenbook 14 oled
r20
r20 vivobook s14 1
r20yoga6
r20swiftedge
r20 thinkpad z16

จากบทความทดสอบและรีวิวโน๊ตบุ๊คซีพียู Intel Alder Lake มาเทียบกับคู่แข่งอย่าง AMD Ryzen 6000 Series ที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกันเท่าที่ทำได้ คือ เป็นซีพียูที่มี Hyper-Threading จำนวน 16 เธรดเท่ากัน และเทียบคะแนนด้วย CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบการทำงานของคอร์ซีพียูเป้นหลัก จะเห็นได้ว่าพลังการประมวลผลต่อคอร์ของ Intel Alder Lake กับ AMD Ryzen ไม่ว่าจะ 5000, 6000 Series ก็ได้คะแนนไล่เลี่ยกันทั้งหมด แต่ถ้าเป็น Ryzen PRO Series กลับกลายเป็นทำคะแนนได้ฉีกขึ้นไปเลย

ในมุมของผู้เขียนเอง คิดว่าเหตุผลที่ Intel Alder Lake ทำคะแนนได้ระดับไล่เลี่ยกันเช่นนี้ สันนิษฐานว่ามาจาก ITD ที่โยกการ Benchmark ด้วย CINEBENCH R20 ลงไปที่ E-Core ก็เป็นไปได้ เพราะด้านการทดสอบด้วย PCMark 10 นั้น Intel Alder Lake ก็ทำคะแนนได้ดีไม่แพ้กับ AMD Ryzen เลยด้วยซ้ำ

batt 2
batt

ฝั่งของ BatteryMon เอง ผู้เขียนพยายามเลือกโน๊ตบุ๊ค 2 รุ่นที่แบตเตอรี่มีความจุใกล้เคียงกันที่สุด 2 รุ่น ซึ่งฝั่ง Intel Alder Lake มีขนาด 74Wh กับ AMD Ryzen 6000 Series มี 72Wh เท่านั้น เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นว่าระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของทั้งสองฝั่งสูสีกัน แม้ฝั่ง AMD จะจัดการพลังงานได้ดีกว่าจนใช้ได้ 13 ชั่วโมงก็ตาม แต่ฝั่ง Intel ก็ใช้งานได้ร่วม 12 ชั่วโมงทีเดียว ซึ่งค่อนข้างน่ากังขาเล็กน้อยที่แม้ Intel จะมี E-Core ก็ตาม แต่ระยะเวลาใช้งานยังทำได้นานระดับหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่นั้นแม้จะเห็นว่าใช้งานได้นานเท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็มีตัวแปรในแง่การใช้งานจริงเยอะมากไม่ว่าผู้ใช้จะเสียบชาร์จแบตเตอรี่เมื่อไหร่, ปรับความสว่างและระดับเสียงลำโพงดังมากน้อยแค่ไหนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

intel 12th gen core 6

จากข้อสังเกตและวิธีการดูคอร์ซีพียู Intel Gen 12 ที่ได้นำเสนอไป จะเห็นว่าการยกเครื่องสถาปัตยกรรมครั้งใหม่นี้จะมีวิธีการนับจำนวนคอร์ไม่เหมือนเดิม เอาความคุ้นเคยเก่าในอดีตมาเทียบไม่ได้เลย ถ้าให้ดีก็ควรค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลของทาง Intel เสริมเข้าไปด้วยว่าซีพียูรุ่นดังกล่าว ทางบริษัทติดตั้ง P-Core, E-Core มาให้เท่าไหร่กันแน่ ซึ่งถ้า P-Core มีมากเท่าไหร่ก็จะทำงานประมวลผลได้ดียิ่งขึ้น ในทางกลับกันก็จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานมากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นว่า Intel Alder Lake ยังมีบั๊กต่างๆ ออกมาเนืองๆ ก็ตาม แต่ก็เพราะเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ต้องให้เวลาการปรับปรุงพัฒนาต่อไปด้วย ซึ่งถ้าต่อไปการทำคอร์ 2 ชุดได้รับการพัฒนาชุดคำสั่งภายในให้ดีขึ้นแล้ว ก็เชื่อว่ามันจะทำงานได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ถ้าใครเป็น Early Adopter รีบซื้อมาใช้งานก่อนก็ต้องคอยติดตามและหาข้อมูลวิธีการปรับแต่ง Intel Gen 12 เป็นระยะๆ ด้วยจะได้ใช้ซีพียูนี้ทำงานได้ดีที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

laptop screen cover

shutdown cover

Share image Edit Name 2acer 2022 office

from:https://notebookspec.com/web/679436-how-to-determine-intel-gen-12-core

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD, Intel มี Office แท้! แรงคุ้มถูกใจสายทำงาน เริ่ม 29,990 บาท!

รวมโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นเด่นทั้ง AMD, Intel มาให้เลือก ได้ Office แท้ทุกเครื่องแน่นอน!!

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

ยุคนี้ที่เทคโนโลยีและเทคนิคการย่อขนาดชิ้นส่วนภายในอุปกรณ์ไอทีได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยขึ้น จึงมีกลุ่มโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ออกมาวางขายมากขึ้น ซึ่งข้อดีนอกจากเรื่องน้ำหนักเบาตัวเครื่องก็บางพกพาสะดวก ใส่กระเป๋าสะพายข้างหรือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแบบสะพายข้างแฟชั่นสวยๆ ให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 หลายรุ่นในปัจจุบันก็ติดตั้งพอร์ต USB-C ที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ จึงใช้ปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์และสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าไปก็ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้โน๊ตบุ๊คทำงานได้เมื่อจำเป็นอีกด้วย และยังไม่รวมฟังก์ชั่นเฉพาะของโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นที่ทางบริษัทปรับแต่งมาให้เป็นพิเศษด้วย

Advertisementavw

นอกจากนี้ โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ก็มีซีพียู Intel ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้ดีรอบด้านไม่ว่าจะงานเอกสารหรือจะใช้เรนเดอร์กราฟิคหรือแต่งภาพก็ได้ ด้านของโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD นอกจากได้ราคาน่าคบหาแล้ว Ryzen 6000 Series ณ ปัจจุบันนี้ก็มีกราฟิคการ์ดออนบอร์ดประสิทธิภาพสูงขึ้นจนใช้ทำงานกราฟิคหรือใช้เล่นเกมได้เสียด้วยซ้ำ โดยตั้งค่าตัวเกมด้วย AMD Software: Adrenalin Edition เล็กน้อยก็รันเกมได้ไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ในตอนนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกมากทีเดียว และประสิทธิภาพก็น่าประทับใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 สเปคดีมี Office แท้ให้ใช้ด้วย!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-512-51E2 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K
(2160×1440)
IPS

1.25 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Swift 5 SF514-56M4 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

ทัชสกรีน
14″ WQXGA
(2560×1440)
IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Swift 3 SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 AMD Ryzen 5 6600U

AMD Radeon 660M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

45,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

49,990

acer laptop swift edge the design 1

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 พกง่ายทำงานดีแบตเตอรี่ทนทาน ทำงานเวิร์คแน่นอน

ผู้ใช้คนไหนกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 เครื่องใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาใช้แทนเครื่องเก่าที่น้ำหนักมากพกพาลำบากอยู่ ณ ตอนนี้ก็มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกถึง 6 รุ่น ทั้งซีพียู AMD, Intel รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)
  2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)
  5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)
  6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)

acer1

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นแรกเป็น Acer Swift 3 SF314-512-51E2 ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ซึ่งจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว ได้ซีพียู Intel 12th Gen ได้จอความละเอียดสูง 2K กับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้กับปุ่ม Power อีกด้วย ช่วยเสริมความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เพื่อแสดงผลขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS ได้ดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเบาพกง่าย มีฟีเจอร์ติดมาให้ครบเครื่องพอใช้งาน เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ที่ราคาดีและฟีเจอร์ติดมาให้ใช้เยอะพอสมควรอีกด้วย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-51E2
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (Speed Computer Shopee)
2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)

acer2

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นถัดมาเป็น Acer Swift 5 SF514-56M4 ซึ่งวัสดุตัวเครื่องหรูหรายิ่งขึ้นและได้หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด 2K มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ที่ปุ่ม Power และบอดี้ดีไซน์ให้ยกฐานตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยเมื่อกางหน้าจอใช้งานและยังมีพอร์ต Thunderbolt ด้วย จัดว่าน่าใช้มาก

ซีพียูของ Swift 5 เป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอทัชสกรีนมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มาให้ใช้งาน มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม ซึ่งโน๊ตบุ๊คนี้เมื่อเป็นจอทัชสกรีนแล้ว ก็ใช้นิ้วแตะเลือกโปรแกรมหรือแอพฯ ที่ต้องการบนหน้าจอได้เลย ไม่ต้องใช้เมาส์ก็ได้เช่นกัน

สเปคของ Acer Swift 5 SF514-56M4
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 39,990 บาท (Chaikamol Group Shopee)
3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

acer3

หากผู้ใช้คนไหนทำงานสายอาร์ทตัดต่อแต่งภาพหรืออยากใช้หน้าจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-50E8 นับว่าน่าใช้มาก เพราะได้จอ OLED ความละเอียด 2.8K และยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และพอร์ต Thunderbolt และ Microsoft Office อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและกราฟิคงานขึ้นจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมในเครื่องเป็นแบบออนบอร์ดความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม หากมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 จอสวยสักเครื่องก็แนะนำเป็นรุ่นจอ OLED ตัวนี้เอาไว้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-50E8
  • CPUIntel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)
4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)

acer4

แม้ Intel Core i5-12500H จะทำงานได้ดีแต่ผู้เขียนมั่นใจว่ามีผู้ใช้บางคนที่รันงานหนักจนต้องหารุ่นซีพียู Intel Core i7 มาใช้ถึงจะตอบโจทย์ แต่ก็อยากได้จอ OLED ด้วยก็เพิ่มเงินเล็กน้อยแล้วซื้อ Acer Swift 3 SF314-71-75VF รหัสนี้แทน เพราะได้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ทำให้รันงานหนักได้ดีขึ้นและแชร์สเปคส่วนอื่นร่วมกับ Acer Swift 3 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด หากใครมีเงื่อนไขตามที่ผู้เขียนกล่าวถึงไปข้างต้นก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPUIntel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)

acer5

Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 นี้เป็น Acer Swift ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูงพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้และน้ำหนักเบาเพียง 1.17 กิโลกรัม, ได้หน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด 4K OLED คุณภาพสูงไม่พอ ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นได้ทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและชิป Microsoft Pluton เข้ามาช่วยซัพพอร์ตชิป TPM 2.0 อีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนสนใจจะซื้อรุ่นนี้อยู่แล้วสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

Swift Edge รุ่นเริ่มต้นติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz มาให้ มีหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz มาให้ครบเครื่อง มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.17 กิโลกรัม ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดของ Ryzen 6000 Series นั้นทรงพลังพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ณ ตอนนี้ได้ โดยใช้ซอฟท์แวร์ AMD Software: Adrenalin Edition ช่วยตั้งค่าเล็กน้อยก็เล่นเกมได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1
  • CPUAMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz
  • GPU :  AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)

acer6

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นสุดท้ายเป็น Acer Swift Edge SFA16-41-R76R ซึ่งแชร์สเปคกับ Swift Edge ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมดแต่อัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz รุ่นประสิทธิภาพสูงสุดและได้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz แทน ซึ่งเมื่อมีคอร์การ์ดจอออนบอร์ดเยอะขึ้นก็ช่วยให้เรนเดอร์งานกราฟิคได้ดีและถ้าเล่นเกมก็ได้เฟรมเรทมากขึ้นอีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนต้องการโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD ที่ดีสุด ณ ตอนนี้ ก็ต้องเป็น Acer Swift Edge รุ่นนี้เลย

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPUAMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU :  AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (CHI CHANG Shopee)

acer laptop swift edge the security

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ณ ช่วงปลายปีนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกหลายรุ่น ไม่ว่าจะรุ่นสเปคคุ้มราคาไม่เกิน 30,000 บาท, จอทัชสกรีนหรือได้ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series ก็มีให้เลือก และทุกรุ่นก็มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้จากโรงงานอีกด้วย เมื่อซื้อมาก็เปิดเครื่องใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1swift 1

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 1acer20000 1

from:https://notebookspec.com/web/678008-6-acer-light-weight-laptop-2022-to-2023