คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL_ALDER_LAKE

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD, Intel มี Office แท้! แรงคุ้มถูกใจสายทำงาน เริ่ม 29,990 บาท!

รวมโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นเด่นทั้ง AMD, Intel มาให้เลือก ได้ Office แท้ทุกเครื่องแน่นอน!!

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

ยุคนี้ที่เทคโนโลยีและเทคนิคการย่อขนาดชิ้นส่วนภายในอุปกรณ์ไอทีได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยขึ้น จึงมีกลุ่มโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ออกมาวางขายมากขึ้น ซึ่งข้อดีนอกจากเรื่องน้ำหนักเบาตัวเครื่องก็บางพกพาสะดวก ใส่กระเป๋าสะพายข้างหรือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแบบสะพายข้างแฟชั่นสวยๆ ให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 หลายรุ่นในปัจจุบันก็ติดตั้งพอร์ต USB-C ที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ จึงใช้ปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์และสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าไปก็ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้โน๊ตบุ๊คทำงานได้เมื่อจำเป็นอีกด้วย และยังไม่รวมฟังก์ชั่นเฉพาะของโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นที่ทางบริษัทปรับแต่งมาให้เป็นพิเศษด้วย

Advertisementavw

นอกจากนี้ โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ก็มีซีพียู Intel ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้ดีรอบด้านไม่ว่าจะงานเอกสารหรือจะใช้เรนเดอร์กราฟิคหรือแต่งภาพก็ได้ ด้านของโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD นอกจากได้ราคาน่าคบหาแล้ว Ryzen 6000 Series ณ ปัจจุบันนี้ก็มีกราฟิคการ์ดออนบอร์ดประสิทธิภาพสูงขึ้นจนใช้ทำงานกราฟิคหรือใช้เล่นเกมได้เสียด้วยซ้ำ โดยตั้งค่าตัวเกมด้วย AMD Software: Adrenalin Edition เล็กน้อยก็รันเกมได้ไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ในตอนนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกมากทีเดียว และประสิทธิภาพก็น่าประทับใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 สเปคดีมี Office แท้ให้ใช้ด้วย!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-512-51E2 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K
(2160×1440)
IPS

1.25 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Swift 5 SF514-56M4 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

ทัชสกรีน
14″ WQXGA
(2560×1440)
IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Swift 3 SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 AMD Ryzen 5 6600U

AMD Radeon 660M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

45,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

49,990

acer laptop swift edge the design 1

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 พกง่ายทำงานดีแบตเตอรี่ทนทาน ทำงานเวิร์คแน่นอน

ผู้ใช้คนไหนกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 เครื่องใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาใช้แทนเครื่องเก่าที่น้ำหนักมากพกพาลำบากอยู่ ณ ตอนนี้ก็มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกถึง 6 รุ่น ทั้งซีพียู AMD, Intel รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)
  2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)
  5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)
  6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)

acer1

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นแรกเป็น Acer Swift 3 SF314-512-51E2 ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ซึ่งจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว ได้ซีพียู Intel 12th Gen ได้จอความละเอียดสูง 2K กับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้กับปุ่ม Power อีกด้วย ช่วยเสริมความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เพื่อแสดงผลขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS ได้ดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเบาพกง่าย มีฟีเจอร์ติดมาให้ครบเครื่องพอใช้งาน เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ที่ราคาดีและฟีเจอร์ติดมาให้ใช้เยอะพอสมควรอีกด้วย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-51E2
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (Speed Computer Shopee)
2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)

acer2

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นถัดมาเป็น Acer Swift 5 SF514-56M4 ซึ่งวัสดุตัวเครื่องหรูหรายิ่งขึ้นและได้หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด 2K มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ที่ปุ่ม Power และบอดี้ดีไซน์ให้ยกฐานตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยเมื่อกางหน้าจอใช้งานและยังมีพอร์ต Thunderbolt ด้วย จัดว่าน่าใช้มาก

ซีพียูของ Swift 5 เป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอทัชสกรีนมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มาให้ใช้งาน มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม ซึ่งโน๊ตบุ๊คนี้เมื่อเป็นจอทัชสกรีนแล้ว ก็ใช้นิ้วแตะเลือกโปรแกรมหรือแอพฯ ที่ต้องการบนหน้าจอได้เลย ไม่ต้องใช้เมาส์ก็ได้เช่นกัน

สเปคของ Acer Swift 5 SF514-56M4
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 39,990 บาท (Chaikamol Group Shopee)
3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

acer3

หากผู้ใช้คนไหนทำงานสายอาร์ทตัดต่อแต่งภาพหรืออยากใช้หน้าจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-50E8 นับว่าน่าใช้มาก เพราะได้จอ OLED ความละเอียด 2.8K และยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และพอร์ต Thunderbolt และ Microsoft Office อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและกราฟิคงานขึ้นจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมในเครื่องเป็นแบบออนบอร์ดความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม หากมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 จอสวยสักเครื่องก็แนะนำเป็นรุ่นจอ OLED ตัวนี้เอาไว้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-50E8
  • CPUIntel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)
4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)

acer4

แม้ Intel Core i5-12500H จะทำงานได้ดีแต่ผู้เขียนมั่นใจว่ามีผู้ใช้บางคนที่รันงานหนักจนต้องหารุ่นซีพียู Intel Core i7 มาใช้ถึงจะตอบโจทย์ แต่ก็อยากได้จอ OLED ด้วยก็เพิ่มเงินเล็กน้อยแล้วซื้อ Acer Swift 3 SF314-71-75VF รหัสนี้แทน เพราะได้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ทำให้รันงานหนักได้ดีขึ้นและแชร์สเปคส่วนอื่นร่วมกับ Acer Swift 3 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด หากใครมีเงื่อนไขตามที่ผู้เขียนกล่าวถึงไปข้างต้นก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPUIntel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)

acer5

Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 นี้เป็น Acer Swift ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูงพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้และน้ำหนักเบาเพียง 1.17 กิโลกรัม, ได้หน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด 4K OLED คุณภาพสูงไม่พอ ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นได้ทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและชิป Microsoft Pluton เข้ามาช่วยซัพพอร์ตชิป TPM 2.0 อีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนสนใจจะซื้อรุ่นนี้อยู่แล้วสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

Swift Edge รุ่นเริ่มต้นติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz มาให้ มีหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz มาให้ครบเครื่อง มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.17 กิโลกรัม ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดของ Ryzen 6000 Series นั้นทรงพลังพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ณ ตอนนี้ได้ โดยใช้ซอฟท์แวร์ AMD Software: Adrenalin Edition ช่วยตั้งค่าเล็กน้อยก็เล่นเกมได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1
  • CPUAMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz
  • GPU :  AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)

acer6

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นสุดท้ายเป็น Acer Swift Edge SFA16-41-R76R ซึ่งแชร์สเปคกับ Swift Edge ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมดแต่อัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz รุ่นประสิทธิภาพสูงสุดและได้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz แทน ซึ่งเมื่อมีคอร์การ์ดจอออนบอร์ดเยอะขึ้นก็ช่วยให้เรนเดอร์งานกราฟิคได้ดีและถ้าเล่นเกมก็ได้เฟรมเรทมากขึ้นอีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนต้องการโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD ที่ดีสุด ณ ตอนนี้ ก็ต้องเป็น Acer Swift Edge รุ่นนี้เลย

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPUAMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU :  AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (CHI CHANG Shopee)

acer laptop swift edge the security

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ณ ช่วงปลายปีนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกหลายรุ่น ไม่ว่าจะรุ่นสเปคคุ้มราคาไม่เกิน 30,000 บาท, จอทัชสกรีนหรือได้ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series ก็มีให้เลือก และทุกรุ่นก็มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้จากโรงงานอีกด้วย เมื่อซื้อมาก็เปิดเครื่องใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1swift 1

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 1acer20000 1

from:https://notebookspec.com/web/678008-6-acer-light-weight-laptop-2022-to-2023

รีวิว Lenovo Legion 5i Pro หัวใจ Intel 12th Gen แรงทรงพลังพีซีอาย!! เอาอยู่ทุกเกมจบได้ทุกงาน ราคา 89,990 บาท

Lenovo Legion 5i Pro ตัวแรงเพื่อเกมเมอร์และครีเอเตอร์ แซ่บแบบเกมมิ่งพีซีมีอาย!!

Share image Edit Name 3legionreview 1

2-3 ปีที่ผ่านมา เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพกพาง่ายและประสิทธิภาพดีขึ้นจนเทียบคอมประกอบได้ ซึ่ง Lenovo Legion 5i Pro ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เกมเมอร์สนใจเลือกซื้อเพราะสเปคต่อราคาคุ้มค่า เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้ลื่นไหลและรองรับ NVIDIA G-SYNC ป้องกันอาการภาพฉีกขาดตอนเล่นเกม แม้แต่ครีเอเตอร์หลายๆ คนก็หันมาเลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้ไปทำงานมากขึ้น เพราะขอบเขตสีหน้าจอกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 และเป็นจอ Dolby Vision และจอนี้ทางบริษัทยังคาลิเบรตมาให้จากโรงงานอีกด้วยจึงใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีแน่นอน

Advertisementavw

สำหรับ Lenovo Legion 5i Pro นี้ถือเป็นรุ่นปรับสเปคให้ดีขึ้น ซึ่งเปลี่ยนจาก Intel 11th Gen มาเป็น Intel 12th Gen ให้มีคอร์เธรดไว้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยมี E-Core ไว้จัดการงานในระบบหลังบ้านของ Windows และ P-Core สำหรับรันโปรแกรมทำงานและเกมได้อย่างไหลลื่น และมีแรมมาให้จากโรงงาน 32GB DDR5 ซึ่งเยอะเหลือเฟือพอใช้งานอย่างแน่นอนและมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti มาให้และยังอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe SSD ได้ด้วย ดังนั้นเรื่องสเปคถือว่าแรงหายห่วงอย่างแน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro

 

NBS Verdicts

Lenovo Legion 5i Pro DSC01090

 

Lenovo Legion 5i Pro รุ่นปรับสเปคให้เป็น Intel 12th Gen ถือเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่มองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงเอาไว้ใช้มาก ยิ่งปรับสเปคแล้วก็แรงพอใช้ทำงานได้หมดทั้งตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพก็ทำได้สบายๆ หากใครไม่อยากประกอบพีซีเพราะพื้นที่ในบ้านไม่มากหรืออยากมีคอมเครื่องเดียวเอาไว้ใช้ทำงานและใช้กับงานอดิเรกได้ ก็หันมาใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับท็อปตัวนี้แทนก็ดีและมันยังพกไปใช้งานที่ไหนก็ได้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์เด่นของตระกูล Lenovo Legion ก็ยังยกมาติดตั้งให้ครบเครื่อง ทั้งคีย์บอร์ด Legion Spectrum แบบมีไฟ RGB มี Legion TrueStike เป็นคีย์บอร์ด 100% Anti-Ghosting ซึ่งกดแล้วทุกปุ่มทำงานได้อย่างรวดเร็วแม่นยำไม่รวนแล้วบางคำสั่งที่กดไปไม่ทำงานอย่างแน่นอน มีระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ช่วยจัดการอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดีไม่เกิดอาการ Throttle Down ลดประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดอุณหภูมิในเครื่องและยังมีพอร์ตติดตั้งมาให้ใช้งานครบถ้วน โดยเฉพาะพอร์ต USB-C x 2 และ Thunderbolt 4 อีกช่อง ซึ่งทั้งหมดนั้นต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort 1.4 ได้ทั้งหมดและมีช่องหนึ่งรองรับ Power Delivery ด้วยและยังมีพอร์ตพื้นฐานติดตั้งมาให้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5i Pro มีอยู่เล็กน้อย คือ ระบบจัดการพลังงานแบตเตอรี่ยังทำได้ไม่น่าประทับใจ เพราะใช้งานได้ราว 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าโน๊ตบุ๊คนี้เมื่อติดตั้ง Intel 12th Gen แล้ว เมื่อใช้งานทั่วไปอย่างเปิดดู YouTube, ทำงานเอกสารก็ควรใช้งานได้ราว 7~8 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าน่าเสียดายแต่ก็ยังมีพอร์ต USB-C Power Delivery มาให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่กรณีพกเครื่องออกไปธุระข้างนอกบ้านหรือออฟฟิศ ส่วนต่อมาคือความจุแรม แม้จะติดตั้งมาให้มากถึง 32GB แต่ก็สูงสุดเท่าที่เมนบอร์ดรองรับได้แล้วเช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการอัพเกรดเพิ่มเผื่อใช้ทำงานเฉพาะทางบางประเภทอย่างรันโมเดล 3D ขนาดใหญ่แล้วต้องใช้แรมเยอะกว่านี้ ก็น่าจะไม่พอใช้งาน

จุดที่น่าเสียดาย คือ ไฟคีย์บอร์ด Legion Spectrum ของ Lenovo Legion 5i Pro ของเครื่องสีขาวและดำจะเป็นคนละแบบกัน คือ เครื่องสีขาวที่ผู้เขียนได้รับมารีวิวจะเป็นไฟสีฟ้าอย่างเดียวแต่เครื่องสีดำเป็นไฟ RGB แทน ซึ่งผู้เขียนคิดว่าควรให้เป็นไฟ RGB ไปให้หมดเลยแล้วให้ผู้ใช้ตั้งค่าตามที่ตัวเองต้องการจะดีกว่า

ข้อดีของ Lenovo Legion 5i Pro
  1. งานประกอบแข็งแรงทนทาน มีความสวยงามและมีไฟ RGB คีย์บอร์ดติดตั้งมาให้ด้วย
  2. อัพเกรดซีพียูเป็น Intel 12th Gen แล้ว มีประสิทธิภาพดี รันโปรแกรมใหญ่ได้ดีมาก
  3. แรมอัพเดทเป็น DDR5 ใหม่ล่าสุดและให้ความจุ 32GB ซึ่งเยอะเหลือเฟือพอใช้งาน
  4. ใส่ M.2 NVMe SSD ได้อีก 1 ช่อง รองรับ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0
  5. การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti เป็นรุ่น Max-P ค่า TGP 150 วัตต์
  6. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 2 และ Thunderbolt 4 เชื่อมต่อ DisplayPort 1.4 ได้และมีช่องรองรับ Power Delivery ด้วย
  7. มีพอร์ตพื้นฐานทั้ง USB-A 3.2, HDMI, LAN ฯลฯ ติดตั้งมาครบถ้วนพร้อมใช้งาน
  8. เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น
  9. พาเนลจอมีคุณภาพสูง รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision, NVIDIA G-SYNC ครบถ้วน
  10. ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 จัดการอุณหภูมิได้ดีมาก
ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5i Pro
  1. เครื่องสีขาวมีไฟ LED Backlit สีฟ้าเท่านั้น ไม่ใช่ RGB แบบเครื่องสีดำ
  2. Legion 5i Pro รองรับแรมเพียง 32GB ซึ่ง ณ ตอนนี้ควรรองรับถึง 64GB ได้แล้ว
  3. แบตเตอรี่ในเครื่องใช้งานได้นานสุดไม่เกิน 6 ชั่วโมง

รีวิว Lenovo Legion 5i Pro

Specification

spec

Lenovo Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ที่ได้หน้าจอความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง เหมาะทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงไว้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดสเปคดังนี้

สเปคของ Lenovo Legion 5i Pro
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision, NVIDIA G-SYNC
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 1 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort 1.4 และมีช่องหนึ่งรองรับการชาร์จ Power Delivery 135 วัตต์, Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort 1.4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera มีบานสไลด์ E-Shutter
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.49 กิโลกรัม
  • Price : 89,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

Lenovo Legion 5i Pro DSC01082

Lenovo Legion 5i Pro DSC01057
Lenovo Legion 5i Pro DSC01058
Lenovo Legion 5i Pro DSC01059
Lenovo Legion 5i Pro DSC01043
Lenovo Legion 5i Pro DSC01044
Lenovo Legion 5i Pro DSC01045

 

Lenovo Legion 5i Pro แม้จะเป็นรุ่นใหม่ปรับสเปคแต่ยังใช้บอดี้ร่วมกับตระกูล Legion เครื่องอื่นๆ ซึ่งเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ กล่าวว่าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งจุดติดตั้งสติ๊กเกอร์ Intel, NVIDIA ตรงที่พักข้อมือฝั่งซ้าย, Fn+Q เพื่อปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่องที่ฝั่งขวามือข้างเพลตโลโก้ Lenovo รวมไปถึงปุ่ม Power ตรงกลางเหนือแป้นคีย์บอร์ดพร้อมไฟแสดงสถานะการเปิดหรือปิดเครื่องยังติดอยู่เหมือนกับ Legion 5 รุ่นอื่นๆ แต่จุดน่าสนใจคือทาง Lenovo ย้ายไมโครโฟนจากที่ติดไว้ข้างกล้องเว็บแคมมาอยู่ที่ขอบล่างของจอแทนแล้ว 

Lenovo Legion 5i Pro DSC01078

 

Lenovo Legion 5i Pro DSC01080
Lenovo Legion 5i Pro DSC01068
Lenovo Legion 5i Pro DSC01081
Lenovo Legion 5i Pro DSC01077

ฝาหลังของตัวเครื่องยังดีไซน์เน้นความเรียบง่าย มีโลโก้ Legion ตัวพิมพ์ใหญ่ทำจากอลูมิเนียมติดเอาไว้ตรงกลางส่วนครึ่งบนเครื่อง ถัดลงมาเป็นช่องระบายอากาศคู่หลังขนาบข้างชุดพอร์ตเชื่อมต่อชุดหลักเอาไว้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นพอร์ตที่เชื่อมต่อแล้วมักไม่ค่อยถอดบ่อยๆ อย่าง LAN, HDMI และอแดปเตอร์ของตัวเครื่องติดตั้งเอาไว้ตรงนี้ทั้งหมด และเมื่อมองด้านข้างเครื่องจะเห็นว่า Lenovo Legion 5i Pro จะมีช่องระบายความร้อนของระบบ Legion Coldfront 4.0 ทั้งหมด 4 ช่อง และเหนือช่องระบายความร้อนด้านหลังขวาจะมีเพลต Lenovo ติดเอาไว้ด้วย

Lenovo Legion 5i Pro DSC01066

Lenovo Legion 5i Pro DSC01032
Lenovo Legion 5i Pro DSC01033
Lenovo Legion 5i Pro DSC01034

ก้านบานพับของ Legion 5i Pro จะล็อคเข้ากับฐานหน้าจอภายในเครื่อง ตัวบานพับแข็งแรงมากไม่ขโยกหรือเกิดอาการสั่นสะบัดตอนกางหน้าจอแม้แต่นิดเดียว สามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดราว 120 องศา ซึ่งกว้างพอกางจอให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้ดีไม่ว่าจะวางบนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมให้มองเห็นได้สะดวกอย่างแน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01011

Lenovo Legion 5i Pro DSC01008
Lenovo Legion 5i Pro DSC01009

 

ด้านใต้ตัวเครื่องจะเห็นว่าพื้นที่ครึ่งบนราว 40% เป็นช่องดึงลมเข้าของระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 ซึ่งดีไซน์ช่องเป็นแนวเฉียงทรงตัว V ทำมุมขึ้นไปรับกับแถบยางพลาสติกเส้นยาวที่ขอบบนมีคำว่า LEGION สลักเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เอาไว้ ถัดลงมาด้านล่างที่ฝั่งซ้ายและขวามีแถบยางอีก 2 เส้นเอาไว้ซัพพอร์ตตัวเครื่องไม่ให้บอดี้ด้านใต้เครื่องสัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง

น็อตที่ Lenovo ใช้ขันล็อคฝาใต้เครื่องจะเป็นน็อตหัวแฉก Philips Head แบบมาตรฐานทั้งหมด 10 ตัว ใช้ไขควงพื้นฐานขันปลดล็อคเครื่องได้เลย แต่ตรงกลางเครื่องจะมาสลักหน่วงฝาใต้ตัวเครื่องติดตั้งไว้ข้างในด้วย ดังนั้นตอนเปิดฝาอาจจะดึงแล้วไม่หลุดในทันที

Screen & Speaker

Lenovo Legion 5i Pro DSC01039

Lenovo Legion 5i Pro DSC01041
Lenovo Legion 5i Pro DSC01040
Lenovo Legion 5i Pro DSC01042
Lenovo Legion 5i Pro DSC01065

หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ของ Legion 5i Pro รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision และจอนี้ยังได้รับการคาลิเบรตมาจากโรงงานอีกด้วย จึงใช้ทำงานอาร์ทได้ทันทีตั้งแต่เปิดกล่องมา ถ้าเล่นเกมก็มี NVIDIA G-SYNC ช่วยลดอาการภาพฉีกขาดด้วย

กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ฝั่งซ้าย, ขวา และส่วนบนจะเป็นกรอบแบบบางและส่วนของกล้องเว็บแคมจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมป้านยื่นออกมาให้ผู้ใช้เอานิ้วเดียวกางหน้าจอเปิดได้เลย และพาเนล IPS มีข้อดีคือมีองศาการมองเห็นกว้างถึง 178 องศา จึงมองดูคอนเทนต์บนหน้าจอได้สะดวก ดังนั้นตอนจัดโต๊ะคอมแล้ววางโน๊ตบุ๊คไว้ข้างหน้าจอหลักที่ใช้งานก็มองจอโน๊ตบุ๊คได้โดยสีไม่เพี้ยน

display 1

gamut 1
luminance 1

หน้าจอของ Lenovo Legion 5i Pro พอ Calibrate ด้วย DisplayCal 3 แล้ว ค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้อยู่ที่ 99% sRGB, 73.5% Adobe RGB, 75.4% DCI-P3 ส่วนค่า Gamut volume สำหรับแสดงขอบเขตสีทั้งหมดโดยรวมของจอนี้ วัดค่าได้ 107.2% sRGB, 73.8% Adobe RGB, 75.9% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงของสีบนจอ (Delta-E) เฉลี่ยได้ 0.06~0.89 ต้องถือว่าจอของ Legion 5i Pro ทั้งเที่ยงตรงและแสดงผลสีได้กว้าง เหมาะจะใช้แต่งภาพถ่ายจากกล้องหรือตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ดีมาก

ความสว่างหน้าจอที่ DisplayCal 3 วัดได้เมื่อปรับความสว่างสูงสุด 100% อยู่ที่ 512.52 cd/m2 จัดว่าสว่างมากตรงตามที่ผู้ผลิตเคลมเอาไว้ที่ 500 nits ซึ่งตอนทดลองปรับความสว่าง 100% ก็สว่างพอใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้สบายๆ แต่ถ้าใช้ในห้องส่วนตัวหรือออฟฟิศแนะนำว่าปรับความสว่างไว้แค่ 50~60% ก็พอใช้งานแล้ว ซึ่งโอกาสปรับความสว่าง 100% นั้นถ้าไม่ได้ไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็ไม่ค่อยมีโอกาสปรับความสว่างระดับนี้แน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01012
Lenovo Legion 5i Pro DSC01013
Lenovo Legion 5i Pro DSC01014
Lenovo Legion 5i Pro DSC01015

ลำโพงของ Lenovo Legion 5i Pro เป็นลำโพงสองดอก กำลังขับดอกละ 2 วัตต์ ได้ Nahimic มาช่วยปรับจูนเสียงให้ ซึ่งเนื้อเสียงตอนใช้ฟังเพลงถือว่ามีมิติพอควรและเสียงเบสมีซัพพอร์ตเสียงหลักนักร้องและเครื่องดนตรีหลักได้เป็นอย่างดี แต่แรงปะทะของลำโพงอาจจะไม่หนักแน่นปะทะเป็นลูกๆ แต่จุดเด่นของลำโพงนี้อยู่ที่การแบ่งทิศทางเสียงตอนเล่นเกมได้ดีและเสียงเอฟเฟคในเกมหนักแน่นฟังได้อารมณ์เป็นหลักเสียมากกว่า

Keyboard & Touchpad

Lenovo Legion 5i Pro DSC01047

Lenovo Legion 5i Pro DSC01036
Lenovo Legion 5i Pro DSC01037
Lenovo Legion 5i Pro DSC01048
Lenovo Legion 5i Pro DSC01049
Lenovo Legion 5i Pro DSC01092
Lenovo Legion 5i Pro DSC01091
Lenovo Legion 5i Pro DSC01051
Lenovo Legion 5i Pro DSC01053

คีย์บอร์ด Legion TrueStrike ของ Lenovo Legion 5i Pro รองรับ 100% Anti-Ghosting ถ้าเป็นเครื่องสีดำจะเป็นไฟ Legion Spectrum แบบ RGB ถ้าเป็นเครื่องสีขาวจะเป็นไฟสีฟ้าแบบเดียว อย่างมากแค่ปรับความสว่างได้เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคิดว่าทาง Lenovo ควรให้ไฟ RGB เป็นมาตรฐานไปเลย ไม่ต้องแยกสีเครื่องขาวดำเช่นนี้แล้วปล่อยให้เจ้าของเครื่องตั้งสีไฟ RGB ด้วยตัวเองไปเลยดีกว่า

แป้นคีย์บอร์ด Full-size ของ Legion ดีไซน์ให้ชุดปุ่มลูกศรแยกตัวออกจากชุดแป้นหลัก ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่น มี Function Key ติดตั้งเอาไว้รวมกับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ด ได้แก่ FnLock ที่ปุ่ม Esc, ปุ่มปรับความสว่างไฟ LED Backlit ตรงปุ่ม Spacebar และมี Multimedia Key อีก 4 ปุ่มเหนือชุด Numpad โดยรวมเอาไว้กับ Function Key พื้นฐานปุ่มอื่นด้วย กล่าวคือแป้นคีย์บอร์ดของ Legion 5i Pro ก็แชร์ร่วมกับ Legion รุ่นอื่นๆ ที่มีขายในตอนนี้ จะต่างกันก็แค่สีของปุ่มเท่านั้นเอง

Lenovo Legion 5i Pro DSC01055

ในเมื่อคีย์บอร์ดของ Lenovo Legion 5i Pro แชร์ร่วมกับ Legion รุ่นอื่นในท้องตลาด ณ ตอนนี้ ปุ่ม Funtion Hotkey ก็จะใช้คำสั่งเดียวกันไปโดยปริยาย ซึ่งคีย์ลัดมีคำสั่งดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดไมโครโฟน
  • F5-F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – Lenovo Smart Key
  • F10 – ปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 – เรียกโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาเหมือนกด Windows+Tab
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator

ดังนั้นจุดสังเกตเดิมๆ เกี่ยวกับคีย์บอร์ดของ Legion ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม นั่นคือไม่มีคีย์ลัดใหม่ๆ ติดตั้งมาให้ เช่น คีย์ลัดปรับค่า Refresh Rate หน้าจอ, ปรับโปรไฟล์หรือเซฟปุ่มมาโครแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่างทาง Lenovo จะ Mapping ปุ่มบนคีย์บอร์ดใหม่ให้เอื้อการเล่นเกมอีกนิดหรือไม่ก็เพิ่มฟังก์ชั่นเกมมิ่งใน Lenovo Vantage เข้าไปด้วยจะดีกว่านี้แน่นอน

Lenovo Legion 5i Pro DSC01056
Lenovo Legion 5i Pro DSC01060

แป้นทัชแพดของ Lenovo Legion 5i Pro เป็นแป้นขนาดใหญ่ พอวางมือลงบนแป้นแล้วสันมือซ้ายก็จะพาดขอบของทัชแพดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ใช้งานก็กด Fn+F10 ปิดการทำงานไปก็ได้ ส่วนตัวแป้นทัชแพดก็รองรับ Gesture Control และใช้ทำงานได้ดี 

Connector / Thin & Weight

Lenovo Legion 5i Pro DSC01075

Lenovo Legion 5i Pro DSC01072
Lenovo Legion 5i Pro DSC01069
Lenovo Legion 5i Pro DSC01070

พอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 5i Pro จะถูกติดตั้งเอาไว้ทั้ง 3 ด้านของเครื่อง แต่เน้นด้านหลังของตัวเครื่องเป็นหลัก โดยมีพอร์ตดังนี้

  • ด้านซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4, USB-C 3.2 Gen 2 ทั้งสองพอร์ตนี้รองรับ DisplayPort 1.4 และโอนถ่ายไฟล์เท่านั้น ไม่รองรับ Power Delivery
  • ด้านขวาจากซ้ายมือ – E-Shutter Slider, Audio combo, USB-A 3.2 Gen 1
  • ด้านหลังเครื่องจากซ้ายมือ – LAN RJ45, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort 1.4 และ Power Delivery 135 วัตต์, HDMI รองรับความละเอียดสูงสุด 8K 60Hz, USB-A 3.2 Gen 1 x 2 ช่องขวามือเป็น Always On ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนได้แม้จะดับเครื่องอยู่, ช่องต่ออแดปเตอร์
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax เสาอากาศแบบ 2×2 รองรับ Bluetooth 5.1

เมื่อดูรายละเอียดแล้วจะเห็นว่าพอร์ตของ Lenovo Legion 5i Pro มีให้ใช้งานเยอะมากและมี USB-C ที่รองรับ Power Delivery ด้วย ซึ่งจากที่ทดลองเสียบชาร์จด้วยปลั๊ก GaN แล้ว ต้องใช้ปลั๊กที่มีกำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไปถึงจะชาร์จ Legion 5i Pro ได้

ต้องถือว่าพอร์ตและการเชื่อมต่อเป็นจุดแข็งของ Legion 5i Pro จริง เพราะนอกจากจะมีพอร์ตพื้นฐานติดตั้งมาให้ครบถ้วน ยังมี Thunderbolt 4 กับ USB-C 3.2 ที่รองรับ DisplayPort 1.4 รวมถึง 3 ช่องและยังมี HDMI อีกช่องด้วย ถ้าใครต้องต่อหน้าจอแยกเยอะก็ต่อใช้งานได้สบายๆ

Lenovo Legion 5i Pro DSC01004

Lenovo Legion 5i Pro DSC01007
Lenovo Legion 5i Pro DSC01005
Lenovo Legion 5i Pro DSC01099
Lenovo Legion 5i Pro DSC01095

ทางบริษัทเคลมน้ำหนักของ Lenovo Legion 5i Pro ไว้ที่หน้าเว็บไซต์ 2.49 กิโลกรัม เมื่อชั่งดูแล้วได้น้ำหนัก 2.52 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์เฉพาะของตัวเครื่องกำลังไฟ 300 วัตต์ ที่หนัก 1 กิโลกรัมเข้าไปแล้วจะมีน้ำหนักรวมทั้งหมดถึง 3.5 กิโลกรัม ถือว่าเป็นน้ำหนักมาตรฐานของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6~16 นิ้วในปัจจุบันนี้

ผู้เขียนแนะนำว่าถ้าจะพกเครื่องไปพบลูกค้าหรือทำงานตามร้านกาแฟควรหากระเป๋าเป้ที่มีซับไหล่ดีๆ รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วได้มาใส่เครื่องนี้ เพราะถ้าเป็นเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้ว ถึงจะพอใส่ได้แต่กระเป๋าจะตึงและขอบซิปของกระเป๋าติดกับตัวเครื่องพอดีด้วย

Inside & Upgrade

Lenovo Legion 5i Pro DSC01018

Lenovo Legion 5i Pro DSC01022
Lenovo Legion 5i Pro DSC01025
Lenovo Legion 5i Pro DSC01023
Lenovo Legion 5i Pro DSC01031

การอัพเกรด Lenovo Legion 5i Pro สามารถขันน็อตหัวแฉก Philip Head มาตรฐานทั้ง 10 ตัวออกแล้วเอาการ์ดแข็งกดที่ตะเข็บตรงช่องระบายความร้อนด้านข้างตัวเครื่องฝั่งไหนก็ได้แล้วดันจนขอบเครื่องเลื่อนลงแล้วค่อยๆ ไล่ลงไปตามกรอบด้านล่างแล้วไปสุดที่กรอบพัดลมอีกฝั่งหนึ่งก็จะเปิดได้ง่าย แต่ถ้าไม่ได้เริ่มจากช่องพัดลมตามที่แนะนำจะเปิดได้ยากมาก

จุดอัพเกรดจะมีช่อง M.2 NVMe SSD ฝั่งซ้ายมือที่มีกรอบอลูมิเนียมปิดอยู่เพื่อความปลอดภัยของ SSD และ RAM สามารถขันออกแล้วใส่ไดรฟ์เสริมเข้าไปอีกตัวหนึ่งได้ รองรับความจุสูงสุด 1TB ต่อช่อง ส่วนแรมที่อยู่ในกรอบอลูมิเนียมติดตั้งมาให้ 32GB DDR5 บัส 4800MHz จากโรงงานและเป็นความจุสูงสุดที่ Legion 5i Pro รับได้แล้ว ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้อย่างมากคือซื้อ M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ใส่เสริมเข้าไปอีกชิ้นเท่านั้น

Performance & Software

cpu

mb 1
ram 1
ram2

ซีพียูใน Lenovo Legion 5i Pro เป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz เป็นสถาปัตยกรรม Alder Lake ค่า TDP พื้นฐาน 45 วัตต์ ทรานซิสเตอร์ 10 นาโนเมตร รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้ทำงานครบถ้วน

แรมในเครื่องมีความจุ 32GB DDR5 บัส 4800MHz ทำเป็นแบบ Dual Channel เป็นแรม 16GB x 2 แถวติดตั้งมาให้ ผลิตโดย Samsung แต่เป็นความจุสูงสุดที่ Legion 5i Pro รองรับ ซึ่งถ้าใช้ทำงานตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกมฟอร์มยักษ์ก็มีให้ใช้เหลือเฟือ แต่ผู้เขียนเสียดายอยู่ว่าถ้าทาง Lenovo ทำให้เมนบอร์ด Legion 5i Pro รองรับแรมได้ถึง 64GB DDR5 น่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ใช้งานหนักได้ดียิ่งขึ้น

discrete gpu 1
150w gpu

การ์ดจอยอดนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรง ณ ตอนนี้ อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ก็ติดตั้งมาใน Lenovo Legion 5i Pro เครื่องนี้ด้วย โดยมี CUDA ทั้งหมด 5888 Cores รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่งสำหรับงานกราฟิคครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, CUDA, Ray Tracing, PhysX ครบถ้วน พร้อมใช้ทำงานกับโปรแกรมกราฟิคและตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดี 

devicemgr 1

ด้านพาร์ทในเครื่องเมื่อเช็คผ่านทาง Device Manager จะเห็นว่า Legion 5i Pro ติดตั้งชิป TPM 2.0 และใช้การ์ด Wi-Fi PCIe รุ่น Intel AX211 เป็นเสาอากาศแบบ 2×2 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับคลื่นกว้าง 160MHz จึงจับสัญญาณ Wi-Fi 6GHz ได้ด้วย ดังนั้นถ้ามี Router ที่ปล่อยสัญญาณ 6GHz ได้ ก็จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับ MU-MIMO, OFDMA, Intel vPro ด้วย และรองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว

ssd 1

SSD แบบ M.2 NVMe จากโรงงานติดตั้ง Samsung MZVL21T0HCLR-00BL2 หรือ Samsung PM9A1 มาให้ เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จากหน้าสเปคมีความเร็ว Sequential Read 7,000 MB/s และ Sequential Write 5,100 MB/s จัดว่าประสิทธิภาพสูงมาก เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 6,617.65 MB/s และ Sequential Write 4,913.79 MB/s ซึ่งแม้จะติดตั้งโปรแกรมและเกมเข้าไปเยอะจนแทบเต็มไดรฟ์ คอนโทรลเลอร์ก็ยังทำงานได้ดีความเร็วไม่ตกลงเลย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าความเร็วไดรฟ์หลักทำได้สูงระดับนี้ก็ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้

ทว่าช่องใส่ M.2 NVMe SSD ที่เหลืออยู่อีกช่องในเครื่อง หากใครต้องการ SSD 1TB มาใช้ลงโปรแกรมและเกมเพิ่มเติม แนะนำให้หา Kingston Fury Renegade, WD Black SN850 หรือ 850X, PNY XLR8 CS3040, WD Black SN770 มาติดตั้งเพิ่มก็ได้ เพราะตัวเครื่องรองรับอยู่แล้วและทำงานได้ดีแน่นอน

r15 1
r20 1

การเรนเดอร์โมเดลและ 3D CG เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 แล้ว ได้คะแนน OpenGL 228.43 fps และ CPU 2523 cb ซึ่งผลคะแนนและค่า fps สูงระดับนี้ หมายความว่า Lenovo Legion 5i Pro ใช้พรีวิวหรือทำโมเดล 3D ได้ไหลลื่น ครีเอเตอร์ที่ใช้ทำเอฟเฟคหรือ CG ใช้ทำงานได้ดีแน่นอน ส่วนพลังการเรนเดอร์ของซีพียูเมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R20 แล้ว ได้คะแนน CPU 6,326 pts ถือว่าทำคะแนนได้สูงมาก จะใช้เรนเดอร์ CG ฉากใหญ่ๆ ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark 1

ผลการทดสอบเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy จะเห็นว่า Lenovo Legion 5i Pro ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 11,987 คะแนน แยกเป็น CPU score 13,966 คะแนน และ Graphics score 11,695 คะแนน ซึ่งผลคะแนนนี้ถือว่าสูงพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ทุกเกมในปัจจุบันบนหน้าจอ Full HD~QHD ปรับกราฟิคสูงสุดแล้วก็ยังได้เฟรมเรทสูงและไหลลื่นอย่างแน่นอน จะเล่นบนหน้าจอของ Legion 5i Pro เองหรือต่อหน้าจอแยกเล่นก็ได้ไม่มีปัญหา

ถ้าเล่นเกมบนจอ 4K ค่า Refresh Rate สูงนั้นก็ถือว่ายังเล่นได้พอควร แต่อาจจะปรับกราฟิคลงมาอยู่ที่ Medium~High และถ้าเกมไหนยังเล่นได้ไม่ลื่นไหลเท่าที่ต้องการ อาจจะเปิด NVIDIA DLSS เสริมก็จะพอช่วยได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามผู้เขียนแนะนำว่าถ้าจะต่อหน้าจอแยกแนะนำให้ใช้จอ QHD ก็พอแล้ว เพราะได้ความละเอียดเท่ากับจอของ Legion 5i Pro และไม่เกินแรงของ NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti เกินไปอีกด้วย

pcmark10 1

ผลการทดสอบการทำงานด้วย PCMark 10 ของ Lenovo Legion 5i Pro ยิ่งน่าประทับใจ โดยโน๊ตบุ๊คนี้ทำคะแนนเฉลี่ยไปได้สูงมากถึง 7,726 คะแนน จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นที่ทำคะแนนได้ดีระดับนี้ ไม่ว่าจะงานเอกสารทั่วไป, ประชุมออนไลน์, แต่งภาพหรือเรนเดอร์โมเดล 3D ก็ทำได้ดีมากอย่างแน่นอน แต่ถ้าสังเกตในส่วนคะแนนย่อยอย่าง Video Editing score จะทำได้ 6,337 คะแนน อาจจะไม่สูงเท่ากับคะแนนย่อยหลายๆ หมวดก็ตาม แต่มั่นใจว่ามันใช้เรนเดอร์วิดีโอให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว

legion5ipro gaming result

สำหรับการเล่นเกมด้วย Lenovo Legion 5i Pro ผู้เขียนตั้งค่ากราฟิคสูงสุดและใช้ความละเอียดหน้าจอเดิมของตัวเครื่อง ไม่ลดลงมาเป็น Full HD และปิด NVIDIA DLSS เพื่อดูแรงประมวลผลเดิมๆ ของซีพียูและการ์ดจอว่าจะใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้ไหลลื่นหรือไม่ ซึ่งถ้า Legion 5i Pro ได้เฟรมเรทสูงระดับเกิน 60 Fps ขึ้นไปล่ะก็ ความละเอียดจอ Full HD ก็เล่นได้ดีอย่างแน่นอน

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าประทับใจมากเพราะ Legion 5i Pro ใช้เล่นเกมฟอร์มใหญ่ทุกเกมโดยปรับกราฟิคระดับสูงสุดแล้วได้เฉลี่ยเกิน 60 Fps ทั้งหมด แม้แต่ Red Dead Redemption 2 ที่เน้นใช้พลังประมวลผลของกราฟิคการ์ดสูงเป็นพิเศษก็ยังทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 67 Fps เสถียรตลอดการทดสอบ ไม่มีอาการเฟรมเรทแกว่งหรือตกจนน่าตกใจ และเกมยอดนิยม ณ ตอนนี้อย่าง Call Of Duty Modern Warfare II (2022) รวมถึง Call Of Duty Warzone 2.0 ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงเกิน 100 Fps อีกด้วย

สรุปได้ว่า Lenovo Legion 5i Pro นั้นเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงมากระดับทดแทนเกมมิ่งพีซีทั้งเครื่องได้สบายๆ และจากการทดสอบเมื่อใช้มันเล่นเกมบนจอความละเอียด WQXGA แล้วได้เฟรมเรทสูงระดับนี้แล้ว ถ้าเกมเมอร์คนไหนมีจอเกมมิ่ง Refresh Rate สูงความละเอียด Full HD อยู่แล้ว รับรองว่าได้เฟรมเรทสูงกว่าผลทดสอบนี้อย่างแน่นอน

Battery & Heat & Noise

Lenovo Legion 5i Pro DSC01016

แบตเตอรี่ใน Lenovo Legion 5i Pro เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ความจุแบบ Typical Capacity 5,182mAh หรือ 80Wh วัดเป็น Rated Capacity ได้ 5,052mAh หรือ 78Wh ซึ่งความจุนี้ถือว่าไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ พอใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง

battery

พอทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปรับตัวเครื่องเป็นโหมดประหยัดพลังงาน, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ลดความสว่างหน้าจอต่ำสุด เปิดเสียงลำโพงเพียง 10% แล้วดู YouTube ด้วย Microsoft Edge นาน 30 นาทีแล้ว ระยะเวลาใช้งานจากโปรแกรม BatteryMon วัดได้จะอยู่ที่ 5 ชั่วโมง 49 นาทีด้วยกัน หากเทียบในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ถือว่า Lenovo Legion 5i Pro มีแบตเตอรี่ให้พอใช้งานได้ระดับพอประชุมหรือฟังสัมนาครึ่งเช้าจบเท่านั้น หากใครต้องการใช้งานทั้งวันก็อย่างน้อยต้องพกปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์ติดกระเป๋าไปด้วยเพื่อใช้ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ตรงด้านหลังของตัวเครื่องด้วย

สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้ Lenovo Legion 5i Pro ใช้งานได้ร่วม 6 ชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เพราะแบตเตอรี่อย่างแน่นอน เพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุไล่เลี่ยกันบางรุ่นใช้งานได้ราว 7~10 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่น่าจะมาจากซีพียู Intel Core i9-12900H ในเครื่อง แม้มันจะรันโปรแกรมใหญ่ๆ ได้เป็นอย่างดีก็ตาม ในทางกลับกันก็ใช้พลังงานเยอะกว่าซีพียูหลายๆ รุ่น ก็ถือเป็นจุดพิจารณาก่อนซื้ออีกจุดหนึ่ง

Lenovo Legion 5i Pro DSC01020
Lenovo Legion 5i Pro DSC01019
Lenovo Legion 5i Pro DSC01021

ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ที่ติดตั้งมาให้จะมีชุดเพลตขนาดใหญ่ติดบนตัวซีพียูและการ์ดจอแยกเพื่อนำความร้อนขึ้นมายังฮีตไปป์ทั้ง 4 เส้นในเครื่องแล้วถ่ายเทอุณหภูมิไปยังฮีตซิ้งค์ของพัดลมโบลวเวอร์ที่มีช่องระบายความร้อน 2 ช่อง/ตัว โดยเป่าออกด้านหลังและด้านข้างเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานตามปกติอย่างเปิดเว็บไซต์, ทำงานเอกสารหรือดูหนังจะไม่มีเสียงรบกวนเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นตอนทำงานตัดต่อวิดีโอ, ทำโมเดล 3D หรือเล่นเกมจะได้ยินเสียงดังขึ้นมาชัดเจน ซึ่งเสียงที่วัดได้จากเครื่องวัดความดังได้เฉลี่ยอยู่ราว 60dB กล่าวคือได้ยินเสียงดังชัดเจนแต่ไม่มากเกินไปจนรบกวนผู้ใช้แน่นอน

normal temp 1
hottest temp

อุณหภูมิใช้งานตามปกติของ Lenovo Legion 5i Pro ถือว่าระบบ Legion Coldfront 4.0 นั้นจัดการความร้อนได้ดี ซึ่งอุณหภูมิทั้งเครื่องได้เฉลี่ยที่ 53 องศา และอุณหภูมิทั้งเครื่องอยู่ที่ 52~76 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิระดับทั่วไปและพอรันโปรแกรมทดสอบหรือเล่นเกมแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 53 องศา และอุณหภูมิทั้งเครื่องอยู่ที่ 36~100 องศาเซลเซียส

แม้จะเห็นว่าอุณหภูมิขึ้นสูงก็ตาม แต่ตอนวางมือบนคีย์บอร์ดแล้วเล่นเกมก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่ผู้ใช้หลายๆ คนกังวลอีกด้วย โดยความร้อนทั้งหมดของเครื่องจะไปรวมอยู่โซนช่องระบายความร้อนด้านข้างและหลังเครื่องเป็นหลักถ้าบนตัวเครื่องจะอยู่ช่วงเหนือแป้นคีย์บอร์ดขึ้นไป ดังนั้นผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะร้อนเกินไปจนใช้งานไม่ได้

User Experience

Lenovo Legion 5i Pro DSC01089

จากที่นำ Lenovo Legion 5i Pro ไปใช้เป็นเครื่องหลักมาราวสัปดาห์ ถ้าหากระเป๋าเป้และปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์เอาไว้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ร่วม 6 ชั่วโมงและน้ำหนักตัวเครื่องรวมอแดปเตอร์ 3.5 กิโลกรัมก็ได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้หากระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่โน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วมาใส่ Legion 5i Pro จะดีที่สุด เพราะจากที่ผู้เขียนทดลองเอาเครื่องใส่กระเป๋าสำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วแล้ว แต่พบปัญหาว่าช่องใส่โน๊ตบุ๊คแน่นเกินไปและขอบบนของตัวเครื่องรั้งช่องซิปด้วย ดังนั้นถ้ายังหากระเป๋าที่ถูกใจไม่ได้ก็ใช้ใบที่แถมมากับเครื่องแก้ขัดไปก่อนดีกว่า

ด้านการทำงานและเล่นเกม Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีมากและไม่มีข้อกังขาอะไรให้ติดใจ มันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement แค่ต่อจอแยกและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเมาส์คีย์บอร์ดให้ครบก็ทำงานได้ดีไม่ต่างกับพีซีสักเครื่องเลย จะทำงานครีเอเตอร์อย่างตัดต่อแต่งภาพก็ทำได้ลื่นไหลหรือจะเล่นเกมก็รันบนความละเอียดดั้งเดิมของตัวเครื่องได้เลยหรือจะต่อจอแยกที่ความละเอียด QHD เท่ากันก็ได้เฟรมเรทสูงไม่แพ้กัน ยิ่งถ้าใครมีหน้าจอเกมมิ่ง Refresh Rate สูงความละเอียด Full HD ตัวเก่าอยู่แล้วยิ่งดันเฟรมเรทได้สูงกว่าผลทดสอบที่ได้ในบทความนี้อย่างแน่นอน

เรื่องเสียงและอุณหภูมิของตัวเครื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมและรันโปรแกรม 3D ต่างๆ เพื่อดึงให้ตัวเครื่องรันการทำงานเต็มที่ดู แม้จะใช้งานในอุณหภูมิห้อง Legion 5i Pro ก็ไม่ร้อนขึ้นมา อย่างมากคืออุ่นอยู่บริเวณขอบเหนือแป้นคีย์บอร์ดขึ้นไปแต่โซนปุ่ม WASD นั้นเย็นมาก ถ้าใช้ในห้องแอร์ยิ่งเย็นไม่มีปัญหาเรื่อง Throttle down ประสิทธิภาพลดเฟรมเรทตกให้วุ่นวายเลย อย่างมากคือเสียงพัดลมตอนเล่นเกมเท่านั้นที่ดังราว 60dB เท่านั้นที่อาจจะกวนใจผู้ใช้เล็กน้อย นอกจากนั้นผู้เขียนถือว่า Lenovo Legion 5i Pro เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีมากรุ่นหนึ่ง

Conclusion & Award

Lenovo Legion 5i Pro DSC01086

Lenovo Legion 5i Pro แม้จะเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ใช้บอดี้ร่วมกับ Lenovo Legion Series รุ่นก่อนๆ มาก็ตามแต่สเปคและประสิทธิภาพที่ได้นั้นน่าประทับใจมาก ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่หาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนจอความละเอียด QHD ปรับสุดได้หมดเล่นได้อีกนานราว 3-5 ปีเป็นอย่างน้อย หรือเป็นครีเอเตอร์สายงานกราฟิคหาโน๊ตบุ๊คไว้ทำงานตัดต่อคลิป, แต่งภาพหรือปั้นโมเดล 3D ทำ CG เครื่องนี้เอาอยู่หมด หากพิจารณากลับไปที่ราคา 89,990 บาทที่ทาง Lenovo ตั้งมาแต่ได้ประสิทธิภาพระดับนี้ก็ถือว่าไม่แพงเกินไป ยิ่งใครเอาไปเป็นเครื่องทำงานหาเงินก็ตั้งต้นแล้วต่อทุนได้อีกมาก ไม่แน่อาจจะคืนทุนค่าเครื่องได้ในไม่กี่งานเลยด้วยซ้ำ

ในแง่การอัพเกรดแม้จะทำได้ไม่เยอะ แค่เพิ่ม M.2 NVMe SSD 1TB ได้อีกช่องแต่ก็เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 จึงติดตั้ง SSD รุ่นใหม่เข้าไปได้ ได้แรมจากโรงงานมากถึง 32GB DDR5 บัส 4800MHz ซึ่งเยอะพอใช้ทำงานกราฟิคหรือเล่นเกม ณ ตอนนี้เลย ซึ่งคนที่คิดจะเป็นเจ้าของโน๊ตบุ๊คนี้ก็หันไปมองหาอุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอ, เมาส์, คีย์บอร์ด ฯลฯ แทนได้เลย ว่าจะซื้อชิ้นไหนมาใช้งานถึงจะดีและเหมาะกับสไตล์การใช้งานของเราได้เลย เท่านี้ก็ได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement มาใช้ ใช้เป็นพีซีเมื่ออยู่บ้านหรือออฟฟิศและพกไปทำงานตามที่ต่างๆ ได้ในฐานะโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงได้หมด

award

award new performance

best performance

Lenovo Legion 5i Pro ใช้ทำงานหนักและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ ไม่แพ้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะประสิทธิภาพสูงสักเครื่อง และระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 4.0 ก็ระบายความร้อนได้ยอดเยี่ยมประสิทธิภาพไม่ลดแม้แต่นิดเดียว และยังได้พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ มาครบถ้วนด้วย

award new Gaming

best gaming

Legion 5i Pro ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันไปจนในอนาคตอีก 3~5 ปี โดยปรับกราฟิคสูงสุดได้ ไม่ว่าจะเล่นจนจอ QHD หรือ Full HD ก็ไม่มีปัญหา เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวเด็ดที่น่าใช้ที่สุดรุ่นหนึ่ง 

from:https://notebookspec.com/web/677290-review-lenovo-legion-5i-pro-2022

10 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง AMD, Intel รวมตัวคุ้มไปจนตัวแรงจัดหนัก ถูกใจรุ่นไหนซื้อได้เลยโดนใจแน่นอน

รวมเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ตัวเด็ด คิดไม่ออกซื้อรุ่นไหน ดูงบในกระเป๋าแล้วซื้อตามได้เลย

Share image Edit Name 1commart 1

งานอีเว้นท์อย่าง COMMART เป็นงานที่ผู้ใช้หลายๆ คนมาเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ก็มีให้เลือกซื้อ และแม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเห็นว่ารอซื้อช่วงแฟลชเซลส์บนเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ชั้นนำเจ้าต่างๆ จะได้ราคาถูกจนไม่ต้องไปงานก็ได้ แต่เสน่ห์ของงาน COMMART ที่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่มีให้ คือ ผู้ใช้ได้จับโน๊ตบุ๊คเครื่องจริงว่ารูปลักษณ์ของเครื่องถูกใจหรือไม่ ถ้าถูกใจก็สั่งซื้อและฝากทางร้านอัพเกรดเพิ่มแรมหรือ SSD ได้ทันที และหากเปิดเช็คแล้วมีปัญหาก็ขอเปลี่ยนเครื่องได้ทันที ไม่ต้องรอเคลมผ่านระบบออนไลน์ให้วุ่นวายเลย ได้ความทันใจและอุ่นใจก่อนจะรับโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่กลับมาใช้งาน

Advertisementavw

นอกจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON แล้ว ก็ยังมีเกมมิ่งเกียร์อย่างเมาส์, หูฟัง, เกมมิ่งคีย์บอร์ด ฯลฯ ให้เลือกซื้อแบบครบเครื่อง นอกจากนี้เสน่ห์ของงานอีเว้นท์เช่นนี้ คือ มีสินค้าให้เลือกดูมากมาย บางทีอาจเจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คิดอยากได้แต่หลงลืมไปในงานอีเว้นท์นี้ก็ได้แล้วจะซื้อมาใช้งานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองได้เลย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง 10 รุ่น อยากเปลี่ยนเครื่องมาดูทางนี้!

 

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
MSI Bravo 15 B5ED AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

29,990
Acer Nitro 5 AN515-58-5026 Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

42,290
DELL G15 Gaming-W566311600ATH AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.52 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

46,990
Lenovo Legion 5 15IAH7H Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์

USB-A 3.2 Gen 1 x 1

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

56,990
ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ AMD Ryzen 7 6800HS

AMD Radeon RX 6700S

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home&Student 2021

14″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

Refresh Rate 120Hz

Dolby Vision HDR

Adaptive-Sync

Pantone Validated

1.72 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 2

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort

HDMI 2.0b x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990
Gigabyte Aorus 15 XE5 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990
Acer Predator Helios 300 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900
MSI GE67HX Raider 12UGS Intel Core
i7-12800HX

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
OLED

Refresh Rate 240Hz

VESA DisplayHDR True Black 600

2.38 กก.

USB-A 3.2 x 3

Thunderbolt 4 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

85,400
ASUS ROG Zephyrus M16 Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

16″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

Refresh Rate 165Hz

100%
DCI-P3

Dolby Vision

Pantone Validated

Adaptive-Sync

Thunderbolt 4 x 1

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC

USB-A 3.2 Gen 2 x 2

HDMI 2.0b x 1

LAN x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

97,990

10 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รวมตัวแรงน่าซื้อสเปคเวิร์คสุด ณ ตอนนี้ อ่านเสร็จเลือกได้เลย!

เกมเมอร์ที่คิดจะไปอีเว้นท์เพื่อหาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ไว้เล่นเกมสักเครื่อง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ผู้เขียนก็ได้เลือกรุ่นน่าสนใจในระดับราคาต่างๆ ตั้งแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท, ไม่เกิน 6 หมื่นบาทและไม่จำกัดงบประมาณแต่สเปคแรงเอาอยู่พร้อมเล่นเกมฟอร์มยักษ์ทุกเกมอย่างแน่นอน โดยทั้ง 10 รุ่นมีดังนี้

  1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  2. MSI Bravo 15 B5ED (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-5026 (42,290 บาท)
  4. DELL G15 Gaming-W566311600ATH (46,990 บาท)
  5. Lenovo Legion 5 15IAH7H (56,990 บาท)
  6. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ (69,990 บาท)
  7. Gigabyte Aorus 15 XE5 (69,990 บาท)
  8. Acer Predator Helios 300 (79,900 บาท)
  9. MSI GE67HX Raider 12UGS (85,400 บาท)
  10. ASUS ROG Zephyrus M16 (97,990 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

1nitro5

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องแรกอย่าง Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT แม้จะมีรุ่นใหม่เปิดตัวมาแล้ว แต่ Nitro 5 รุ่นนี้นอกจากสเปคจะยังแรงพร้อมเล่นเกมต่างๆ ในตอนนี้ได้สบายๆ อัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ดีมากแล้ว Nitro 5 รุ่นนี้มักถูกจัดโปรโมชั่นลดราคาจนต่ำกว่า 25,000 บาทและอาจจะแถมแรมให้ลูกค้าอีกด้วย ซึ่งมันจะเหมาะกับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณไม่เยอะแต่ยังอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ดีๆ ไว้ใช้สักเครื่อง

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมในเครื่อง 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องได้แก่ USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.2 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครเจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จัดโปรฯ ลดราคาต่ำกว่า 25,000 ไม่ว่าจะแถมหรือไม่แถมแรมก็น่าซื้อ

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
2. MSI Bravo 15 B5ED (29,990 บาท)

2msibravo15

เกมเมอร์ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ AMD ล่ะก็ MSI Bravo 15 B5ED น่าจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ถูกใจอย่างแน่นอน เพราะโน๊ตบุ๊คนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon จับคู่กัน จึงรีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีเป็นพิเศษและราคายังไม่เกิน 30,000 บาทอีกด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำสเปคสูงสุดซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว มีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม หากใครสนใจเครื่องนี้นอกจากจะมองหาร้านที่มีส่วนลดหรือมีโปรโมชั่นแถมแรมเป็น 16GB ไปเลย รับรองว่ามันจะใช้งานได้ดีมากแน่นอน

สเปคของ MSI Bravo 15 B5ED
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 29,900 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-5026 (42,290 บาท)

3nitro5

หากผู้ใช้คนไหนตั้งใจจะซื้อ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ในงาน COMMART GAME ON ครั้งนี้ Acer Nitro 5 AN515-58-5026 รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีพอร์ต Thunderbolt 4 Full Function, คีย์บอร์ด 4-Zone RGB และยังเพิ่ม SSD กับแรมได้ด้วย หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคแนะนำเป็นซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งเครื่องนี้จะเหมาะกับคนที่เน้นเล่นเกมโดยเฉพาะทว่าถ้าใครอยากเอาไว้ใช้ทำงาน 3D CG ด้วย จะมีรุ่นที่ติดตั้ง Intel Core i7-12700H ราคา 46,090 บาทให้เลือกด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-5026
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 42,290 บาท (Advice)
4. DELL G15 Gaming-W566311600ATH (46,990 บาท)

4dellg15

DELL G15 Gaming-W566311600ATH เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่สเปคที่ได้ AMD Ryzen 6000 Series และไฟ LED Backlit บนคีย์บอร์ด Full-size อย่างเดียว เพราะมันมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาด้วย จึงไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมเพิ่มเลยก็ได้

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ติดตั้งมาให้ หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาพร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz รองรับการอัพเกรดเพิ่มเป็น 32GB DDR5 มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.52 กิโลกรัม นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เพื่อเกมเมอร์ที่ทำงานแล้วอย่างแน่นอน

สเปคของ DELL G15 Gaming-W566311600ATH
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 2.52 กิโลกรัม
  • Price : 46,290 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo Legion 5 15IAH7H (56,990 บาท)

5legion5

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON สเปคดีระบายความร้อนได้ยอดเยี่ยมและมีไฟ RGB สวยงามและหน้าจอเป็น Dolby Vision HDR ล่ะก็ Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติตามที่ว่ามาข้างต้นทั้งหมดและยังต่อหน้าจอแยกได้พร้อมกัน 3 จออีกด้วย ถ้าใครสนใจรุ่นนี้อยู่แล้วแต่อยากได้รายละเอียดเพิ่ม ก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอคุณภาพสูงขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC, Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ด้วย มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ในตัว มีแรมจากโรงงาน 16GB DDR5 บัส 4800 MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.4 กิโลกรัม ดูโดยรวมแล้วถือว่า Lenovo Legion 5 นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON สำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทำงานครีเอเตอร์ได้ด้วย

สเปคของ Lenovo Legion 5 15IAH7H
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision รองรับ NVIDIA G-SYNC ความสว่าง 300Nits
  • Port : Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 56,990 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ (69,990 บาท)

6g14

ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นที่ผ่านมาตรฐานเป็น AMD Advantage ซึ่งหน้าจอมีขอบเขตสีกว้างความละเอียดสูง, แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 10 ชั่วโมง, มีกล้อง IR Camera ใช้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้และยังมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้ด้วย ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync ได้รับรอง Pantone Validated การันตีว่าขอบเขตสีหน้าจอกว้างและแม่นยำใช้ทำงานอาร์ทได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้งาน มีแรมในเครื่อง 16GB DDR5 บัส 4800 MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 ติดตั้งมาให้ใช้งาน เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักยังเบามากเพียง 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในงบประมาณ 70,000 บาทนี้ก็ได้โน๊ตบุ๊คแรงระดับ Desktop Replacement ไว้ใช้งาน และยังได้เซนเซอร์สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้สะดวกมากอีกด้วย

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz 
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync, Pantone Validated
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (Advice)
7. Gigabyte Aorus 15 XE5 (69,990 บาท)

7aorus15

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ในงบ 70,000 บาท อีกรุ่นที่ถือเป็นม้ามืดและยังหาซื้อในงานได้อย่าง Gigabyte Aorus 15 XE5 รุ่นนี้ก็น่าซื้อ เพราะกล้องเว็บแคมมี IR Camera ไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้, หน้าจอความละเอียดสูงขอบเขตสีกว้าง, คีย์บอร์ดมีไฟ Per-Key RGB และพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้ หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงได้ที่นี่

ซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.4 กิโลกรัม ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องนี้เป็นตัวแรงระดับ Desktop Replacement ที่แม้จะไม่ค่อยคุ้นหูก็ตามแต่ก็เป็นแบรนด์เกมมิ่งชั้นนำที่เกมเมอร์รู้จักดี ดังนั้นจะซื้อมาเล่นเกมหรือเอาไว้ทำงานครีเอเตอร์ก็ดีอย่างแน่นอน

สเปคของ Gigabyte Aorus 15 XE5
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)
8. Acer Predator Helios 300 (79,900 บาท)

8helios300

Acer Predator Helios 300 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ซึ่งผู้เขียนเคยทำรีวิวไปก่อนหน้านี้ หากใครสนใจจุดเด่นและรายละเอียดฉบับเต็มสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ แต่จุดเด่นหลักของโน๊ตบุ๊คนี้คือหน้าจอขอบเขตสีกว้างเหมาะกับครีเอเตอร์หรือเกมเมอร์มีปุ่ม Turbo ให้กดเพื่อเร่งพลังการประมวลผลให้สูงยิ่งขึ้นและระบบระบายความร้อนภายในเครื่องจัดว่าดีมาก

ซีพียูของ Predator Helios 300 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ในตัว ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 32GB DDR5 บัส 4800 MHz พอร์ตเครื่องนี้มี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องที่ 2.5 กิโลกรัม ถ้าครีเอเตอร์หรือเกมเมอร์คนไหนหาโน๊ตบุ๊คดีๆ มาแทนพีซีก็เหมาะกับเครื่องนี้มาก

สเปคของ Acer Predator Helios 300
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)
9. MSI GE67HX Raider 12UGS (85,400 บาท)

9ge67

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำนั้น MSI GE67HX Raider 12UGS เป็นรุ่นที่โดดเด่น เพราะได้หน้าจอพาเนล OLED ค่า Refresh Rate สูงซึ่งเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกที่ใช้พาเนลนี้และยังได้รับการรับรองคุณภาพมากมาย มีระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีระบบไฟ RGB “MSI Msytic Light” และมีพอร์ต Thunderbolt 4 จึงต่อหน้าจอแยกได้มากสุด 3 จอพร้อมกันด้วย

ซีพียูใน MSI Raider ติดตั้ง Intel Core i7-12800HX แบบ 16 คอร์ 24 เธรด (8P+8E) ความเร็ว 3.4-4.8GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 มาให้ใช้กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 240Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ติดตั้งมาให้ มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.38 กิโลกรัม หากใครอยากเล่นเกมให้สีสันสวยเต็มอิ่มล่ะก็ จอ OLED ของ MSI Rader GE67HX เครื่องนี้คือคำตอบที่ดีมากและยังมีพอร์ตเชื่อมต่อติดตั้งมาครบเครื่อง เอื้อครีเอเตอร์และช่างกล้องทุกท่านเป็นที่สุด

สเปคของ MSI GE67HX Raider 12UGS
  • CPU : Intel Core i7-12800HX แบบ 16 คอร์ 24 เธรด (8P+8E) ความเร็ว 3.4-4.8GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 240Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.38 กิโลกรัม
  • Price : 85,400 บาท (Advice)
10. ASUS ROG Zephyrus M16 (97,990 บาท)

10m16

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นสุดท้ายในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำเป็น ASUS ROG Zephyrus M16 ที่ได้กล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้, หน้าจอ ROG Nebula Display ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Dolby Vision, Pantone Validated, Adaptive-Sync และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่หรือชมคลิปรีวิวด้านล่างก็ได้

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องเป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, HDMI 2.0b x 1, LAN x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 1.9 กิโลกรัม

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus M16
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Dolby Vision, Pantone Validated, Adaptive-Sync
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, HDMI 2.0b x 1, LAN x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 97,900 บาท (Advice)

3 1

ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง 10 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็นรุ่นเด่นในระดับราคาตั้งแต่ช่วงไม่เกิน 3 หมื่นบาทไปจนกระทั่งหลักเกือบแสนบาท โดยแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นจุดขายแตกต่างกันไปไม่ว่าจะราคาถูกหาซื้อเป็นเจ้าของได้ง่ายหรือจะตัวแรงที่เหมาหน้าที่ทั้งเล่นเกมและทำงานสายครีเอเตอร์ได้แบบครบจบในตัวเดียวก็ได้ หากใครคิดไม่ออกว่าจะซื้อเครื่องไหนก็ดูรุ่นแนะนำจากบทความนี้แล้วไปเลือกซื้อในงานเลยก็ได้

แต่นอกจากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON มาเล่นเกมแล้ว อุปกรณ์เสริมและการอัพเกรดสเปคเครื่องให้แรงขึ้นก็สำคัญ ซึ่งถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คมาแล้วก็อยากให้เตรียมเงินเผื่อไว้อัพเกรดเพิ่มแรม, ใส่ SSD เพิ่มหรือจะหาเกมมิ่งเกียร์ใหม่ๆ ซื้อพ่วงไปพร้อมกันทีเดียวเลย จะได้ครบเซ็ตพร้อมเล่นเกมในครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาซื้อแยกให้วุ่นวายในอนาคต

ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เกมเมอร์ที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ในงานดีหรือจะรออีเว้นท์แฟลชเซลส์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็อยากเชียร์ให้ไปดูสินค้าจริงในงานมากกว่า จะได้ลองจับถือดูตัวจริงให้เรียบร้อย และถ้าเครื่องไหนมีปัญหาตอนทดลองเปิดเครื่องจะได้ขอเปลี่ยนเครื่องได้ทันท่วงทีไม่ต้องเสียเวลาทำเคลมตามระบบออนไลน์ให้เสียเวลา จะได้เอาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องใหม่กลับบ้านมาเล่นเกมได้อย่างมีความสุข


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

Share image Edit Name 3acergameon 1

Share image Edit Name 2ssd 1

from:https://notebookspec.com/web/676372-10-gaming-laptop-commart-game-on

10 โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON 2022 จะ AMD, Intel ก็มี เลือกได้จะทำงานหรือเกมมิ่ง อ่านเสร็จจิ้มรุ่นเด็ดถูกตัวแน่นอน!!

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON 2022 ปลายปีนี้รุ่นเด็ดมีเพียบ จะสายออฟฟิศก็มีสายทำงานก็มา!!

Share image Edit Name 3acergameon 1

งาน COMMART GAME ON ปลายปี 2022 ที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ ใครที่หวังจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer ไว้ใช้สักเครื่องล่ะก็ ผู้เขียนก็มีโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ทั้งแบบทำงานและเกมมิ่งให้ซื้อ ยิ่งถ้าโน๊ตบุ๊คของใครใช้งานมาเกิน 3 ปีแล้วเริ่มทำงานช้าไม่ทันใจ ผู้เขียนก็คิดว่าควรเปลี่ยนเป็นโน๊ตบุ๊คใหม่ที่ประสิทธิภาพดีให้พร้อมใช้ทำงานหนักได้ดีขึ้นก็ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ผลลัพธ์ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน ส่วนเครื่องเก่าอาจยกให้คนใกล้ตัวหรือขายในตลาดมือสองให้ผู้ใช้คนอื่นได้เครื่องเก่าของเราไปใช้ทำงานแทน แล้วส่วนต่างมาหักลบค่าใช้จ่ายแทนไปเลยจะดีกว่า ถือเสียว่าลงทุนให้ได้อุปกรณ์ใหม่ที่ทำงานได้ดีขึ้นแทนก็เป็นเรื่องที่ดี

Advertisementavw

ยิ่งในช่วงปลายปี 2022 นี้ ทางบริษัทก็มีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 6000 Series และ Intel 12th Gen รุ่นใหม่ๆ มาให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อได้ตามความชอบและรสนิยมของแต่ละคน และโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ก็สามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ให้มีความจุมากขึ้นได้ ช่วยทำงานต่างๆ ได้ไหลลื่นยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ล่ะก็ อาจจะซื้อ RAM มาอัพเกรดเพิ่มให้เป็น 8~16GB ไปเลย จะได้ใช้งานได้ดีขึ้นอีก

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON

สรุปสเปค 10 โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON น่าใช้ ทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง อัพเกรดได้ใช้งานดี!

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD
IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Acer Aspire 5 A515-57-56RQ Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด
8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD
IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,990
Acer Aspire 5 A515-57-74M4 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด
8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD
IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

27,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 AMD Ryzen 5 6600U

AMD Radeon 660M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

100%
DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

1.17 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode, Power Delivery x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

45,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R74U AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

100%
DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

1.17 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode, Power Delivery x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

49,990
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,490
Acer Nitro 5 AN515-58-56HV Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

45,990
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

10 โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON

ผู้ใช้ที่กำลังมีแผนซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ปีนี้ก็มีโน๊ตบุ๊คสายทำงานและเกมมิ่งน่าสนใจให้เลือกซื้อมากมาย ซึ่งถ้าใครมีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพดีขึ้นหรือซื้อเครื่องใหม่มาใช้เริ่มงานใหม่ของตัวเองอยู่ล่ะก็ ผู้เขียนก็มีรุ่นแนะนำน่าใช้มาให้เลือก 10 รุ่น ดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-31F5 (17,900 บาท)
  2. Acer Aspire 5 A515-57-56RQ (24,990 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-57-74M4 (27,990 บาท)
  4. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)
  5. Acer Swift Edge SFA16-41-R74U (49,990 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)
  8. Acer Nitro 5 AN515-58-56HV (45,990 บาท)
  9. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  10. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-31F5 (17,900 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095513

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON รุ่นแรกอย่าง Acer Aspire 3 A315-31F5 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงเพื่อผู้ใช้ที่โน๊ตบุ๊คเก่าแล้วหรือนักศึกษาจบใหม่ก็น่าซื้อเครื่องนี้มาใช้มาก ขอแค่อัพเกรดแรมเป็น 8GB ขึ้นไปก็ใช้งานได้ดีแล้ว และข้อดีคือโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นซีพียู Intel Gen 12 ซึ่งประสิทธิภาพและยังจัดการพลังงานได้เยี่ยมด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ให้ใช้งาน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ ติดตั้งแรมมาให้ 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 มีน้ำหนัก 1.77 กิโลกรัม เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON สำหรับนักศึกษาทั้งที่เรียนอยู่หรือกำลังจะเริ่มงานใหม่เป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-31F5
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 5 A515-57-56RQ (24,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095551

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON เครื่องที่สองเป็น Acer Aspire 5 A515-57-56RQ รุ่นนี้มีฟีเจอร์เสริมเข้ามาได้แก่เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงแป้นทัชแพดและได้ Microsoft Office ตัวเต็มติดตั้งมาให้ แค่เปิดเครื่องตั้งค่าให้เรียบร้อยก็พร้อมทำงานทันทีและมีพอร์ต USB-C เสริมเข้ามาให้มากกว่า Aspire 3 ในข้อก่อนหน้าด้วย

ซีพียูในโน๊ตบุ๊คนี้เป็น Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้กับแรมออนบอร์ดอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย น้ำหนักเครื่องแค่ 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นโน๊ตบุ๊คที่สเปคและราคาคุ้มค่าลงตัวและไม่แพงเกินไปด้วย หากใครจะไปงานซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON รุ่นราคาไม่แรงมากก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-57-56RQ
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 24,990 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Aspire 5 A515-57-74M4 (27,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095623

หากใครชอบ Aspire 5 ในข้อก่อนแล้วแต่อยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกนิด จะมี Acer Aspire 5 A515-57-74M4 เครื่องนี้ให้เลือก ซึ่งสเปคและฟีเจอร์แทบทั้งหมดจะแชร์กับ Acer Aspire ในข้อก่อนแต่อัพเกรดซีพียูเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ได้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเดิม เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON สเปคน่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งที่น่ามองหาเลือกซื้อมาใช้งานมาก

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-57-74M4
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 27,990 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095704

Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากทาง Acer ที่ทางผู้จัดจำหน่ายน่าจะจัดเต็มในงานนี้อีกรุ่น โดยเครื่องนี้ได้ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล Microsoft Pluton และขนาดเครื่องใหญ่ 16 นิ้วแต่น้ำหนักเบาสุดๆ เพียง 1.17 กิโลกรัม หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz ได้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz มาให้ใช้งาน หน้าจอมีขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 และแรม 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz มาให้มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว กล้อง Webcam ความละเอียดเป็น Full HD ด้วย เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON รุ่นใหม่น่าสนใจเพื่อคนหาโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมเอาไว้ใช้มาก

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz
  • GPU :  AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (BaNANA)
5. Acer Swift Edge SFA16-41-R74U (49,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095737

ส่วน Acer Swift Edge SFA16-41-R74U รหัสนี้เป็น Swift Edge รุ่นที่แชร์สเปคร่วมกับเครื่องในข้อก่อนแทบทั้งหมด ยกเว้นซีพียูถูกอัพเกรดมาเป็น AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz และการ์ดจอออนบอร์ดเป็น AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz ซึ่งมีกำลังประมวลผลกราฟิคสูงขึ้นมาให้ใช้งานแทน ถือเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON สเปคดีตัวท็อปที่น่าใช้อีกรุ่นในงานนี้

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R74U
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU :  AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

Screenshot 2022 11 21 095852

ด้านเกมเมอร์ที่หาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาเล่นเกมสักเครื่องล่ะก็ โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ก็มีรุ่นน่าใช้อย่าง Acer Nitro 5 AN515-46-R12A ให้เลือกซื้อ ซึ่งสเปคนี้สามารถใช้ทำงานกราฟิคหรือเอาไว้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้อย่างแน่นอน แค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็พร้อมใช้งานได้ดีแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ติดตั้งมาให้ใช้ หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่อง 2.5 กิโลกรัม เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ที่น่าหาซื้อในงาน COMMART ครั้งนี้เป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p Full HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
7. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)

Screenshot 2022 11 21 100018

Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON รุ่นที่อัพเกรดซีพียูให้เป็นรุ่น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz แทน สำหรับสเปคส่วนอื่นของเครื่องนี้แชร์กับ Nitro 5 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด ซึ่ง Nitro 5 รุ่นนี้นอกจากได้ซีพียูรุ่นประสิทธิภาพสูงไว้ใช้รันงานและเกมได้อย่างลื่นไหลแล้ว ราคาก็เพิ่มจากข้อก่อนไม่กี่พันบาทเท่านั้น หากใครพร้อมจ่ายก็ขยับมาซื้อรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p Full HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 39,490 บาท (Advice)
8. Acer Nitro 5 AN515-58-56HV (45,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 100029

Acer Nitro 5 AN515-58-56HV รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ซึ่งแชร์บอดี้ภายนอกและสเปคบางส่วนร่วมกับสเปค AMD Ryzen แต่ปรับแต่งสเปคบางส่วนให้เป็นฝั่ง Intel มากยิ่งขึ้น โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะติดตั้งซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 เพิ่มแรมในเครื่องไป 16GB DDR5 บัส 4800MHz แทน ส่วนพอร์ต USB-C เป็น Thunderbolt 4 x 1 ช่องแทน จึงต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ที่น่าหาซื้อมาใช้งานมาก หากใครต้องการอ่านรีวิวฉบับเต็มสามารถคลิ๊กอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-56HV
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 45,900 บาท (ราคากลาง)
9. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

Screenshot 2022 11 21 100040

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ซีพียู Intel น่าใช้อีกรุ่นเป็นรหัส Acer Nitro 5 AN515-58-729S โดยรุ่นนี้แชร์สเปคทั้งหมดร่วมกับ Nitro 5 ในข้อก่อนทั้งหมดยกเว้นซีพียูที่ Acer อัพเกรดให้เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ (6P+8E) 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz ซึ่งรุ่นประสิทธิภาพสูงของทาง Intel แทน ทำให้ใช้ทำงานหนักอย่างเรนเดอร์ 3D CG หรือเล่นเกมก็ลื่นไหลยิ่งขึ้น และสเปคก็ดีมากพอใช้งานต่อไปได้อีก 3-5 ปีอย่างแน่นอน หากใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ตัวแรงไว้ใช้สักเครื่องแล้วใช้แทนเกมมิ่งพีซีได้ระดับหนึ่งด้วย ก็แนะนำรุ่นนี้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ (6P+8E) 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 49,900 บาท (ราคากลาง)
10. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

Screenshot 2022 11 21 100055

โน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON เครื่องสุดท้ายเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงของทางค่ายอย่าง Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ที่ผู้เขียนเคยเขียนรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ ส่วนจุดเด่นของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้แก่ระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม, ปุ่ม Turbo สำหรับเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่อง, หน้าจอขอบเขตสีกว้างพร้อมใช้ทำงานอาร์ทต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและได้ไฟคีย์บอร์ด Per-Key RGB อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมในเครื่อง 32GB DDR5 บัส 4800 MHz กับพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ซึ่งเหตุผลที่ผู้เขียนแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON รุ่นนี้เพราะมันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบ Desktop Replacement ซึ่งแรงจนทดแทนเกมมิ่งพีซีได้สบายๆ เหมาะกับผู้ใช้ที่มีพื้นที่ในห้องจำกัดหรือไม่ถนัดจะประกอบคอมฯ ด้วยตัวเอง ก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

ksp5 4 KSP with Specs L

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Acer COMMART GAME ON ปลายปีนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหรือจะหาโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปคดีๆ สักเครื่องก็หาได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้เขียนเองแนะนำให้ผู้อ่านไปเดินเที่ยวเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ในงานคอมมาร์ทไม่ใช่เพราะโปรโมชั่นอย่างเดียว แต่ในงานนี้ก็รวมเอาชิ้นส่วนอัพเกรดโน๊ตบุ๊คหรือแม้แต่อุปกรณ์เสริมมาให้เลือกแบบครบเครื่อง เมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คในงานแล้วคิดจะอัพเกรดแรมเพิ่ม SSD เข้าไปก็ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง แต่สั่งซื้อเพิ่มแล้วให้ผู้ขายจัดการดูแลต่อจนเสร็จในงานได้เลย ซึ่งสะดวกสบายกว่าสั่งซื้อนอกงานอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 1acer20000 1

Share image Edit Name 1swift 1

from:https://notebookspec.com/web/676129-10-laptop-acer-commart-game-on

6 โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 เพื่อคนทำงาน อัพเกรดได้สเปคคุ้ม เริ่มแค่ 26,990 บาท อัพเดทปลายปี 2022

Acer Intel Gen 12 รุ่นใหม่ปลายปี มีรุ่นเด็ดสเปคถูกใจคนทำงานให้เลือกเพียบ!

Share image Edit Name 2acer 1

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 ในช่วงปลายปีเช่นนี้จัดว่าคึกคักน่าสนใจมาก โดยทางบริษัทก็เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ซึ่งนอกจากอัพเดทพาเนลหน้าจอเป็น OLED แล้ว ยังเปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Gen 12 ซึ่งประสิทธิภาพและการจัดการพลังงานดีกว่า Intel Gen 11 อย่างชัดเจน สามารถรันโปรแกรมและงานหนักได้เป็นอย่างดีไม่พอ โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 รุ่นใหมๆ นี้ยังให้พอร์ต Thunderbolt และติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย จึงปลอดภัยใช้งานได้สบายใจแน่นอน

Advertisementavw

นอกจากนี้ ข้อดีของโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 ณ ตอนนี้ คือ มีซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานและรุ่นประสิทธิภาพสูงให้เลือกใช้ได้ และมันยังเปิดฝาอัพเกรด RAM และ SSD ให้มีความจุเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย ดังนั้นถ้าซื้อมาก็พร้อมใช้งานได้ยาวนานหลายปีแน่นอน ขอแค่เลือกรุ่นที่ตรงกับโจทย์การใช้งานของเราก็พอแล้ว

Acer Intel Gen 12

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 ตัวเด็ดทั้ง 6 รุ่นเพื่อสายทำงาน

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire Vero AV15-52-5876 Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4

HDMI 2.1 x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

26,990
Acer Aspire 5 A515-57-52RN Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

24,990
Acer Aspire 5 A515-57-798Q Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

27,990
Acer Aspire 7 A715-51G-51HN Intel Core
i5-1240P

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.15 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

31,990
Acer Swift 3 OLED SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 OLED SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990

6 Acer Intel Gen 12 รุ่นใหม่อัพเดทปลายปี 2022 ซื้อมาใช้เวิร์คแน่นอน

ผู้ใช้คนไหนที่มีแผนจะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่มาใช้งาน ไม่ว่าจะซื้อเลยหรือรออีเว้นท์ COMMART ก็ตาม ผู้เขียนก็ได้รวมโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 ทั้งหมด 6 รุ่น ซึ่งสเปคมันพร้อมใช้ทำงานเอกสารอย่างแน่นอน โดยมีรุ่นดังต่อไปนี้

  1. Acer Aspire Vero AV15-52-5876 (26,990 บาท)
  2. Acer Aspire 5 A515-57-52RN (24,990 บาท)
  3. Acer Aspire 5 A515-57-798Q (27,990 บาท)
  4. Acer Aspire 7 A715-51G-51HN (31,990 บาท)
  5. Acer Swift 3 OLED SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  6. Acer Swift 3 OLED SF314-71-75VF (35,990 บาท)
1. Acer Aspire Vero AV15-52-5876 (26,990 บาท)

vero

เครื่องแรกเป็น Acer Aspire Vero AV15-52-5876 โน๊ตบุ๊คดีไซน์รักษ์โลกสเปคดี อัพเกรดได้และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ที่มุมแป้นทัชแพดอีกด้วย ซึ่งรุ่นขนาด 15.6 นิ้วนี้มีแป้น Numpad และพอร์ต LAN ติดตั้งมาให้ใช้ ตอบโจทย์สายบัญชีและคนที่ต้องทำงานกับตัวเลขเป็นประจำอย่างแน่นอน หากต้องการอ่านรีวิวฉบับเต็มสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

รุ่นที่แนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมในเครื่องมี 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ตัวเครื่องหนักเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 รุ่นแรกที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า โปรแกรมครบเครื่องพร้อมใช้งานรุ่นหนึ่ง

สเปคของAcer Aspire Vero AV15-52-5876
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 26,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 5 A515-57-52RN (24,990 บาท)

aspire 5 1

รุ่นถัดมาเป็น Acer Aspire 5 A515-57-52RN ซึ่งตัวเครื่องมีขนาดใหญ่, ติดเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและชุด Numpad มาให้ ยิ่งไปกว่านั้น Aspire 5 นี้ยังอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD ได้ด้วย ซึ่งดีต่อนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่มจบใหม่แล้วได้งานทำเป็นอย่างมาก

สเปคของเครื่องนี้ยังใช้ Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.76 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครเน้นความคุ้มค่า สเปคดีพร้อมทำงานก็ซื้อ Acer Intel Gen 12 เครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-57-52RN
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 24,990 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Aspire 5 A515-57-798Q (27,990 บาท)

acer aspire 5 2

ส่วนของ Acer Aspire 5 A515-57-798Q นี้จะแชร์สเปคร่วมกับ Aspire 5 ในข้อก่อนทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะซีพียูที่ทาง Acer อัพเกรดขึ้นมาเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz หากใครต้องการซีพียูที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นสักหน่อยก็ขยับมา Acer Intel Gen 12 รุ่นนี้แทนได้

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-57-798Q
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 24,990 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire 7 A715-51G-51HN (31,990 บาท)

aspire 7

Acer Aspire 7 A715-51G-51HN เป็น Acer Intel Gen 12 รุ่นใหญ่ ณ ตอนนี้สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คมีการ์ดจอแยกเอาไว้ทำงานกราฟิคและเล่นเกมได้และยังได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาด้วย จัดว่าลงตัวน่าใช้งานทีเดียว

ซีพียูใน Aspire 7 เป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.15 กิโลกรัม หากใครต้องทำงานอาร์ต แต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอเป็นระยะๆ ล่ะก็ Acer Aspire 7 นี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 ที่น่าใช้มาก

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-51G-51HN
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)
5. Acer Swift 3 OLED SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

oled1

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่น่าใช้อย่าง Acer Swift 3 OLED SF314-71-50E8 เครื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะหน้าจอ OLED นั้นได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TÜV RHEINLAND eyesafe Certified และแสดงขอบเขตสีหน้าจอได้กว้าง 100% DCI-P3 แถมความละเอียดยังอยู่ระดับ 2.8K อีกด้วย

เครื่องนี้ที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์งานและแสดงผลภาพขึ้นจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ได้ไหลลื่น มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมออนบอร์ดความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว น้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม หากใครเน้นหน้าจอสวยขอบเขตสีกว้างก็ควรซื้อรุ่นนี้

สเปคของ Acer Swift 3 OLED SF314-71-50E8
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift 3 OLED SF314-71-75VF (35,990 บาท)

oled2

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 เครื่องสุดท้ายเป็น Acer Swift 3 OLED SF314-71-75VF ซึ่งแชร์สเปคกับ Swift 3 OLED ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ซึ่งถ้าต้องใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงมาประมวลผลทำงานต่างๆ ให้ดีขึ้น ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้จะดีสุด

สเปคของ Acer Swift 3 OLED SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)

acer laptop aspire 5 the design ksp 6

หากใครเป็นแฟนคลับแบรนด์ Acer เพราะชอบความคุ้มค่า, ดูแลง่ายและได้สเปคคุ้มค่าแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 เครื่องใหม่ไว้ทำงานสักเครื่อง ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีรุ่นน่าสนใจให้หาซื้อหลากหลายสเปค พร้อมใช้ทำงานต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ หากโน๊ตบุ๊คของใครเก่าแล้วเริ่มทำงานไม่ดี ก็แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Gen 12 รุ่นใหม่ไปเลยจะดีที่สุด งานจะได้ลื่นไหลไม่ติดขัดนั่นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1acer20000 1

Share image Edit Name 1swift 1

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

from:https://notebookspec.com/web/674927-6-recommend-acer-intel-gen-12-laptop

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่นปลายปี 2022 หัวใจ Intel Gen 12 การ์ดจอ NVIDIA เริ่ม 65,900 บาท

Acer Predator Helios 300 ปลายปีนี้มีตัวแรง Intel Gen 12 ให้ซื้ออยู่นะ

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

Acer Predator Helios 300 เป็นซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงระดับ Desktop Replacement จากทาง Acer ซึ่งสเปคนั้นสามารถทำงานสายครีเอเตอร์ได้สบายๆ ด้วยซีพียู Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce โดยเฉพาะรุ่นใหม่ล่าสุดที่อัพเกรดมาเป็น Intel 12th Gen ซึ่งมีทั้ง P-Core ไว้ทำงานหนักและ E-Core ใช้รันโปรแกรมเบื้องหลังและระบบ Windows แล้ว ประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานก็ไหลลื่นดีมาก และอุณหภูมิในเครื่องก็ไม่ร้อนนัก เพราะทาง Acer ติดตั้งระบบระบายความร้อนโลหะเหลวหรือ Liquid Metal ให้นำความร้อนออกจากตัวซีพียูได้ดีขึ้น และมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ซึ่งประสิทธิภาพสูง ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ QHD~UHD ได้อย่างไหลลื่นแล้ว ยังใช้ทำงานกราฟิคได้ดีมากอีกด้วย ดังนั้นครีเอเตอร์คนไหนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คแรงครบรอบด้านแล้วไม่อยากเปลืองพื้นที่ในห้อง ก็ซื้อ Acer Predator Helios 300 ไปต่อหน้าจอแยกก็พร้อมใช้ทำงานได้เลย

Advertisementavw

ส่วนฟังก์ชั่นเด่นประจำ Acer Predator Helios 300 นี้ คือ ปุ่ม Turbo สำหรับโอเวอร์คล็อกตัวเครื่องด้วยค่าที่ตั้งจากโรงงานให้ตัวเครื่องทำงานได้ดีกว่าเดิม หรือจะเปิด PredatorSense มาโอเวอร์คล็อกเครื่องด้วยตัวเองและปรับตั้งค่าพัดลมช่วยให้ระบายอากาศช่วยด้วยก็ได้ นอกจากนี้ Acer Predator ยังมีฟีเจอร์ปรับไฟคีย์บอร์ด Pulsar Lighting แบบ Per-Key RGB ได้ด้วย ดังนั้นจะประสิทธิภาพหรือความสวยงาม Acer Predator ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Acer Predator Helios 300

สเปคของ Acer Predator Helios 300 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Predator Helios 300 PH315-749G Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

65,900
Predator Helios 300 PH317-71ZW Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

17.3″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

66,900
Predator Helios 300 PH315-77UZ Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

77,900
Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่น ทำงานก็ลื่นเล่นเกมก็ดีไม่แพ้พีซี!

เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์คนไหนที่คิดอยากซื้อ Acer Predator Helios 300 เครื่องใหม่มาทำงานและเล่นเกมในช่วงปลายปีนี้แล้วกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี? ผู้เขียนก็เลือกรุ่นน่าสนใจทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งสเปคนั้นแรงตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)
  2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)
  3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)
  4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)

predator 1

Acer Predator รหัสแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Predator Helios 300 PH315-749G ซึ่งเป็นรุ่นราคาถูกและเข้าถึงง่ายที่สุด ได้ฟีเจอร์ของซีรี่ส์นี้มาครบถ้วน ส่วนสเปคของเครื่องนี้ได้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ใช้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม เป็น Acer Predator Helios 300 รุ่นใหม่ที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในตอนนี้ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-749G
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 65,900 บาท (Advice)
2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)

predator 2

รุ่นถัดมาเป็น Predator Helios 300 PH317-71ZW รุ่นนี้จะได้สเปคเหมือน Acer Predator Helios 300 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่เพิ่มเงินอีก 1,000 บาท เพื่อขยายขนาดหน้าจอเป็น 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ด้วย หากใครอยากได้จอใหญ่เต็มตาสักหน่อยก็ขยับมารุ่นนี้แทนดีกว่า

สเปคของ Predator Helios 300 PH317-71ZW
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 66,900 บาท (Advice)
3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)

predator 3

Predator Helios 300 PH315-77UZ รหัสนี้แม้ผู้เขียนจะไม่ได้หยิบมาแนะนำบ่อยๆ แต่โดยองค์รวมแล้วสเปคจัดว่าตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน สำหรับสเปคของเครื่องนี้จะอัพเกรดการ์ดจอขึ้นมาเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 และเพิ่มแรมเป็น 32GB DDR5 บัส 4800MHz แต่ขนาดหน้าจอจะอยู่ที่ 15.6 นิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ จะเอาติดตัวไปทำงานหรือต่อจอเล่นเกมที่บ้านก็ดีทั้งคู่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-77UZ
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 77,990 บาท (ราคากลาง)
4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

predator 4

ปิดท้ายด้วย Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ตัวท็อปของซีรี่ส์ Acer Predator Helios 300 ซึ่งเครื่องนี้จะสเปคเหมือนรุ่นในข้อก่อนแทบทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอที่อัพเกรดขึ้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกโดยราคาจะสูงขึ้นอีก 2,000 บาท ดังนั้นหากใครพร้อมจ่ายก็ซื้อรุ่นท็อปตัวนี้ไว้ใช้ก็ซื้อได้เลย และถ้าใครต้องการอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

Helios 300 KSP 1 1

สำหรับ Acer Predator Helios 300 ที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเรือธงของทาง Acer จัดเป็นซีรี่ส์ที่น่าสนใจและรุ่นใหม่นี้ก็อัพเกรดระบบระบายความร้อนมาเป็นอย่างดี แม้จะเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าประสิทธิภาพจะลดลงเลย และยังมีไฟ Per-Key RGB และยังโอเวอร์คล็อกได้ด้วย PredatorSense โปรแกรมตั้งค่าซึ่งติดมากับ Acer Predator ทุกเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครสนใจก็ซื้อมาใช้ได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1acergaming 1

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1vero 1

from:https://notebookspec.com/web/673027-4-recommend-acer-predator-helios-300

รีวิว Acer Aspire Vero Intel Gen 12 บอดี้รักษ์โลก สเปคดีคนทำงานรัก ผ่านมาตรฐาน Intel Evo ด้วย!

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 รุ่นใหม่ พกง่าย ใช้ดี แบตอึดสุดๆ แถมยังรักษ์โลก ครบเครื่อง!!

Share image Edit Name 3vero 1

แม้โน๊ตบุ๊คจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้รักษ์โลกนัก เพราะขั้นตอนการผลิตและวัสดุที่เลือกมาประกอบเครื่องก็ก่อขยะในโลกนี้แล้ว แต่ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้นตรงกันข้าม เพราะสินค้าตระกูล Vero จากทาง Acer จะเน้นใช้วัสดุและกรรมวิธีการผลิตที่รักษาสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ได้แก่ การใช้พลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) เป็นส่วนประกอบของตัวเครื่อง ซึ่งผสมรวมกับบอดี้ตัวเครื่อง 30% และคีย์แคปอีก 50% รวมทั้งทัชแพด OceanGlass ที่ทำจากขยะพลาสติกในทะเล ทำให้กระบวนการผลิต Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้นสร้างขยะน้อยลงยิ่งกว่าเดิม

Advertisementavw

ถัดมา Acer ยังไม่ทำสีตัวเครื่องเพื่อลดผลกระทบของ VOC (Volatile Organic Compound) หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งถ้าใช้งานตอนอากาศร้อนมากๆ แล้วสีอาจระเหยออกจากตัวเครื่องแล้วส่งผลเสียต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ทางบริษัทยังใช้น็อตแบบมาตรฐานซึ่งผู้ใช้สามารถถอดเปิดฝาอัพเกรดเครื่องได้ง่าย นอกจากนี้กล่องบรรจุสินค้าก็ยังนำมารีไซเคิลได้มากกว่า 90% ไม่ว่าจะพับกล่องบรรจุเครื่องเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊ค, กระดาษห่ออแดปเตอร์ที่พับเป็นขาตั้งโน๊ตบุ๊คได้ รวมไปถึงซองใส่โน๊ตบุ๊คก็ผลิตจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมเยอะ ลดปริมาณขยะที่พ่วงมากับผลิตภัณฑ์ลงไปได้

ส่วนของสเปค Acer Aspire Vero Intel Gen 12 ทางบริษัทก็ตั้งใจให้ลูกค้ายังใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปอีกหลายๆ ปี ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อสร้างขยะ ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงใช้น็อตแบบมาตรฐาน ให้เจ้าของเครื่องเปิดฝาอัพเกรดได้ด้วยตัวเองแล้วใส่สเปคและฟีเจอร์จากโรงงานมาให้ตอบโจทย์คนทำงาน ทั้งได้รับการรับรอง Intel Evo, มีพอร์ต Thunderbolt 4, หน้าจอขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E คลื่น 6GHz ซึ่งรับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร รวมทั้ง Acer VeroSense ซอฟท์แวร์ปรับโหมดการจัดการพลังงานให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้นและยังปลอดภัยเพราะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้อีกด้วย

Acer Aspire Vero Intel Gen 12

NBS Verdicts

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00149

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานซึ่งดีไซน์เน้นความรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่วัสดุที่เลือกมาประกอบตัวเครื่องไปจนกล่องสินค้าซึ่งนำมารีไซเคิลได้มากถึง 90% ช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ และทางบริษัทยังนำพลาสติก PCR มาผสมกับตัวเครื่อง Aspire Vero เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกใหม่และการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย ซึ่งถ้าใครต้องการมีส่วนร่วมและช่วยลดขยะบนโลกใบนี้แล้วจะหันมาใช้ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

ประสิทธิภาพการทำงานก็ดีแบบไม่ต้องกังวล เพราะ Aspire Vero รุ่นนี้ได้รับการรับรอง Intel Evo ช่วยการันตีประสิทธิภาพว่ามันใช้งานต่อเนื่องได้นาน, รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 กับพอร์ต Thunderbolt 4 รวมทั้งเปิดเครื่องสแตนบายใช้งานได้เร็วทันใจ ยิ่งไปกว่านั้นทาง Acer ยังติดตั้ง Windows 11 Home พร้อม Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้จากโรงงาน เปิดเครื่องมาใช้งานได้ทันทีและยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาตรงแป้นทัชแพดอีกด้วย ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ผู้ใช้อุ่นใจยิ่งขึ้นไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาใช้เครื่องของเราโดยพลการอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 เครื่องที่ได้รับมารีวิวนั้นใช้แรมเป็นออนบอร์ด ความจุ 16GB DDR4 บัส 3200MHz แต่ไม่มีช่องแรมแบบ SO-DIMM ให้ผู้ใช้ใส่แรมเพิ่มได้ด้วยตัวเองและยังมีช่อง M.2 NVMe SSD เพียงช่องหลักช่องเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องการอัพเกรดหรือถอดเปลี่ยนไดรฟ์เก่าที่เสื่อมสภาพแล้ว ก็ต้องถอดเปลี่ยนกับอันเก่าเท่านั้น แต่ถ้ารุ่นจัดจำหน่ายในประเทศไทยมีช่องแรม SO-DIMM และ M.2 NVMe SSD เพิ่มมาอีกอย่างละช่อง ก็จะดีต่อผู้ใช้เพราะสามารถอัพเกรดให้ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพดีขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อยก็ได้

อีกอย่างที่น่ากังขา คือทาง Acer ยังติดตั้งช่องอแดปเตอร์หัวเข็มแบบเก่ามาบนตัวเครื่อง แต่ให้อแดปเตอร์แบบหัว USB-C มาในกล่อง ซึ่งดูขัดกันและคิดว่าทางบริษัทน่าตัดพอร์ตนี้ทิ้งไปหรือให้เป็น Thunderbolt 4 x 2 ช่องไปเลยจะดีกว่า หรือถ้ามองในมุมกลับกัน ทาง Acer อาจจะให้ไว้เพื่อเป็นพอร์ตเสริมเผื่อให้ต่ออแดปเตอร์รุ่นเก่าของทาง Acer ก็เป็นไปได้

ข้อดีของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12
  1. ดีไซน์และบอดี้ตัวเครื่องแข็งแรง ใช้วัสดุรีไซเคิลช่วยลดการสร้างขยะพลาสติก
  2. สันตัวเครื่องส่วนล่างของหน้าจอดีไซน์ให้ยกตัวเครื่องขึ้น ช่วยให้วางมือพิมพ์งานสะดวก
  3. บรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุรีไซเคิล สามารถประยุกต์เป็นแท่นวางหรือซองใส่โน๊ตบุ๊คได้ทั้งหมด
  4. ติดตั้ง Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021 มาจากโรงงาน
  5. มีพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ใช้ต่อหน้าจอหรือชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้
  6. ได้รับการรับรอง Intel Evo การันตีว่าทำงานได้ดีและใช้งานได้นานหลายชั่วโมงแน่นอน
  7. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E คลื่น 6GHz รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร
  8. หน้าจอขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ใช้แต่งภาพหรือพรู้ฟสีงานอาร์ตได้อย่างแน่นอน
  9. ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-1255U มาให้ ประสิทธิภาพการทำงานและจัดการพลังงานดี
  10. แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมง ไม่ต้องกังวลเมื่อไปทำงานนอกสถานที่
  11. ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้ปลอดภัยและสะดวกขึ้น
  12. ตัวเครื่องขนาด 15.6 นิ้วแต่น้ำหนักราว 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น พกพาสะดวกไม่หนักมาก
ข้อสังเกตของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12
  1. แรมเป็นออนบอร์ดอัพเกรดได้เฉพาะ M.2 NVMe SSD ต้องรอดูโมเดลขายไทยอีกครั้ง
  2. มีช่องต่ออแดปเตอร์แบบหัวเข็มแถมมาทั้งที่อแดปเตอร์ในกล่องเป็น USB-C หากเป็นไปได้น่าเปลี่ยนช่องอแดปเตอร์แบบเก่าเป็น Thunderbolt 4

รีวิว Acer Aspire Vero Intel Gen 12

Specification

verospec

Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ในตระกูล Aspire Vero ที่อัพเกรดซีพียูเป็น Intel Gen 12 แล้ว ทำให้ประสิทธิภาพตอนทำงานดีขึ้นแต่ก็ประหยัดพลังงานด้วย จึงสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เกิน 10 ชั่วโมงทีเดียว โดยมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ ACER ASPIRE VERO AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB อัพเกรดได้ถึง 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)
สำหรับเครื่องที่ได้รับมารีวิวจะมีรายละเอียดสเปคดังนี้
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB อัพเกรดได้ถึง 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสี 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI 2.1 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.5 กิโลกรัม

Hardware & Design

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00145

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00130
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00129
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00132
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00114
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00131
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00128

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 รุ่นใหม่ที่นี้ เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ในซีรี่ส์ Vero ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับ Aspire Vero รุ่นก่อนหน้านี้จะเห็นว่าทาง Acer ไม่ได้ปรับดีไซน์บอดี้มากนัก ยังยึดดีไซน์เป็นแบบมาตรฐาน Clamshell อยู่ แต่จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงินมาเรียน่า บลู เพื่อให้คำนึงถึงมหาสมุทรของโลก, สีเทา คอบเบิลสโตน เกรย์ สื่อถึงความยั่งยืนซึ่งเป็นจุดประสงค์ของโน๊ตบุ๊คตระกูล Aspire Vero เพื่อความยั่งยืนเมื่อเน้นการรีไซเคิลให้มากยิ่งขึ้น และสีดำ สตาร์รี่ แบล็ค เพื่อเตือนใจผู้ใช้ว่าถ้าเราปล่อยให้มลพิษปกคลุมชั้นบรรยากาศจนบดบังดวงดาวเอาไว้จะพลาดอะไรไปมากมายทีเดียว ซึ่งสีดำจะต้องรอทาง Acer ว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่ และลูกเล่นของบอดี้ Aspire Vero นั้นจะเป็นแบบเม็ดพลาสติกแทรกอยู่ตามบอดี้และฝาหลังเครื่อง แต่กรอบหน้าจอจะเป็นพลาสติกเนื้อด้านสีดำเพียงส่วนเดียวเท่านั้น

รายละเอียดดีไซน์บนตัวเครื่อง อย่างแรกจะเห็นได้ทันทีว่าทางบริษัทไม่ติดสติ๊กเกอร์บอกสเปคของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 มาเลย แต่ใช้วิธีการเซาะร่องสลักคุณสมบัติเอาไว้ตามส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องแทน ได้แก่ โลโก้ Intel Evo ฝั่งซ้ายของที่วางข้อมือ ฝั่งขวามีโลโก้ PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) เอาไว้ส่วนบนและริมของทัชแพดด้วย ถัดลงมาที่ขอบเครื่องเซาะร่องสลักเป็นซีรี่ส์ Aspire Vero อีกจุดหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนชื่นชอบการทำบอดี้เช่นนี้มาก ไม่ต้องมีสติ๊กเกอร์ติดให้รกเกะกะแต่ก็บอกคุณสมบัติเด่นได้ครบถ้วนแล้ว

ส่วนขอบตัวเครื่องถัดลงมาจากทัชแพดจะถูกเซาะร่องเว้นไว้เล็กน้อยให้จับแล้วกางหน้าจอได้ง่ายยิ่งขึ้นและขอบตัวเครื่องมุมบนขวาใกล้ขาฐานหน้าจอจะมีช่องระบายความร้อนแบบเป่าลมออกขอบตัวเครื่องอยู่อีกหนึ่งช่อง

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00091

ด้านขอบล่างของตัวเครื่องจะเห็นว่า Aspire Vero ออกแบบให้ขอบล่างถัดลงมาจากหน้าจอยื่นออกมาพร้อมมีก้านพลาสติกสีฟ้า เมื่อกางหน้าจอแล้วสันเครื่องส่วนนี้จะยกบอดี้ขึ้นเล็กน้อยให้ผู้ใช้สามารถวางมือพิมพ์งานได้สะดวกและถูกหลักสรีระศาสตร์ และมีก้านพลาสติกเอาไว้กันไม่ให้บอดี้สัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง ไม่ให้ตัวเครื่องมีรอยขูดและรอยขนแมวติดมา

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00135

เมื่อกางหน้าจอแล้ว Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะกางได้กว้างราว 120 องศา สามารถกางให้เข้ากับมุมสายตาของเราได้สะดวก ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะทำงานหรือไว้บนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็สามารถปรับให้เข้ากับมุมสายตาของเราได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นในกล่องบรรจุภัณฑ์ก็มีกระดาษห่ออแดปเตอร์ซึ่งพับเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊คได้ด้วย ซึ่งเมื่อพับแล้วก็ยกตัวเครื่องขึ้นให้พิมพ์งานได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00095

ฝาหลังของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะไม่มีโลโก้หรือลวดลายอะไร ยกเว้นโลโก้ของ Acer ซึ่งสลักเป็นตัวพิมพ์เล็กไว้ตรงขอบบนของฝาหลังเครื่อง ดูแล้วทางบริษัทน่าจะเน้นสีสันฝาหลังตัวเครื่องและเม็ดสีพลาสติก PCR ที่แทรกอยู่ในฝาหลังเป็นหลักเพื่อความโดดเด่นแตกต่าง

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00076

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00079
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00077
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00088
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00084

ด้านใต้ตัวเครื่อง Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะมียางพลาสติกสีฟ้ารองตัวเครื่องเอาไว้ 4 มุมเพื่อป้องกันบอดี้ตัวเครื่องสัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรงและยึดตัวฝาใต้เครื่องไว้ด้วยน็อตหัวแฉกแบบมาตรฐาน 11 ดอก มีช่องดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนตรงกับพัดลมโบลวเวอร์ในเครื่อง และสังเกตจะเห็นว่าทาง Acer จะมีโลโก้บริษัทอยู่ตรงมุมขวาบนและขอบล่างตัวเครื่องเป็นลูกศรพร้อมลูกโลกรีไซเคิลด้วย เพื่อย้ำว่า Acer Aspire Vero นั้นเน้นการรีไซเคิลและรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นใจความสำคัญ

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00139

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00099
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00100
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00144
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00140
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00142
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00104

ส่วนกล่องบรรจุภัณฑ์ของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะนำไปรีไซเคิลใช้เป็นอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ได้ โดยทางบริษัทก็สกรีนวิธีการพับและใช้งานมาให้ที่ตัวกล่องด้วย โดยกล่องใส่เครื่องและอแดปเตอร์จะพับเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊คได้, กระดาษห่ออแดปเตอร์จะพับเป็นขาตั้งโน๊ตบุ๊ค หรือแม้แต่ซองใส่โน๊ตบุ๊คก็เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% จึงป้องกันตัวเครื่องได้ดีและไม่จำเป็นต้องรีบซื้อซองใส่โน๊ตบุ๊คใหม่ก็ได้

Screen & Speaker

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00105

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00107
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00106
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00108
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00109

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะเป็นกรอบหน้าจอสีดำและขอบข้างหน้าจอสองฝั่งดีไซน์ให้บางลงเพิ่มพื้นที่การแสดงผล ขอบบนหน้าจอมีกล้อง Webcam ความละเอียด Full HD พร้อม Ace TNR ลด Noise ของกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนพร้อมฟีเจอร์ Acer Purified Voice เป็นระบบ AI ลดเสียงรบกวนติดตั้งมาให้

display vero

gamut 1
luminance 1

ความละเอียดหน้าจอเมื่อเช็คในส่วนของ Advanced display จะเห็นว่าจอของ Acer Aspire Vero มีความละเอียด Full HD และปรับ Refresh Rate ได้ 2 ระดับ คือ 48Hz หรือ 60Hz ซึ่งการปรับได้สองระดับเช่นนี้จะช่วยประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น

ด้านขอบเขตสีเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ว จะเห็นว่าขอบเขตสีหน้าจอของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 ในส่วนของ Gamut coverage ซึ่งเป็นการตั้งค่าขอบเขตสีจากโรงงานจะมีขอบเขตสีกว้าง 98.3% sRGB, 69.3% Adobe RGB, 72.4% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตจนเสร็จแล้วขอบเขตสีกว้างขึ้นเป็น 102.4% sRGB, 70.6% Adobe RGB, 72.6% DCI-P3 ส่วนค่า Delta-E เฉลี่ยเพียง 0.11~0.81 เท่านั้น เมื่อต่ำกว่า 2 ก็ถือว่าเที่ยงตรงพอใช้แต่งภาพถ่ายบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คนี้ได้เลย

ความสว่างหน้าจอตัวโปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้ 280.69 cd/m2 จัดว่าสว่างพอสู้แสงแดดได้อย่างแน่นอน หากใครพกเครื่องไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟหรือนั่งทำงานแล้วแสงแดดสะท้อนหน้าจอ ก็ปรับความสว่างสู้แสงแดดได้แต่ถ้านั่งทำงานในห้องอาคารแนะนำให้ปรับความสว่างลงเหลือ 60% ก็เพียงพอแล้ว

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00081
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00080
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00065
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00067

ลำโพงของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะวางตัวแปลกกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย โดยวางตัวเป็นแนวนอนอยู่ขอบด้านล่างของตัวเครื่องทั้งสองฝั่งแทน ส่วนเนื้อเสียงของลำโพงจะเน้นเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องนำเป็นหลัก มีเสียงเบสซัพพอร์ตเล็กน้อยแต่ไม่โดดเด่นและไม่ค่อยมีแรงปะทะเท่าที่ควร หากเอาไว้ดูคลิป YouTube ทั่วไปจัดว่าไม่มีปัญหาแต่ถ้าฟังเพลงแนะนำให้ต่อลำโพงแยกเพื่อให้มีเสียงเบสหนักแน่นขึ้นจะดีกว่า และยิ่งถ้าใครฟังเพลงแนว R&B หรือฮิปฮอปเป็นหลักยิ่งควรต่อลำโพงแยกไปเลยจะดีกว่า

Keyboard & Touchpad

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00110

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00112
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00111
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00115
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00117
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00121
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00120

คีย์บอร์ดของ Acer Aspire Vero นั้นจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless พร้อมไฟ LED Backlit สีขาวแบบสว่างรอบปุ่มและลอดตัวอักษรให้พอมองเห็นชัดเจน ซึ่งตัวเครื่องเวอร์ชั่นขายไทยจะมีตัวอักษรไทยสกรีนมาอย่างแน่นอน ดีไซน์แป้นคีย์บอร์ดจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วรวมเอาปุ่ม Power มาไว้มุมบนขวามือเหนือปุ่ม Backspace เพื่อความสวยงาม แต่การเซ็ตปุ่มเช่นนี้ในช่วงแรกอาจจะเผลอกดผิดได้เนื่องจากจุดนั้นปกติแล้วจะเป็นปุ่ม Delete หากใครเพิ่งเปลี่ยนมาใช้โน๊ตบุ๊คนี้อาจจะต้องปรับตัวสักหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจจะกดผิดแล้วกลายเป็นดับเครื่องแทนได้

ปุ่มและคีย์ลัดต่างๆ ของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะเซ็ตรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ ได้แก่ ปุ่มลูกศรที่มีคำสั่ง Home, End, Page Up, Page Down หรือแม้แต่ปุ่ม Delete รวมกับคำสั่ง Insert และ Print Screen ที่กดเรียกแอพฯ Snipping Tool มาใช้งานได้ โดยกดปุ่ม Fn ค้างเอาไว้ก่อนแล้วกดใช้คำสั่งเหล่านี้ได้เลย

หากสังเกตจะเห็นว่าทาง Acer สกรีนปุ่ม R, E แบบพลิกกลับด้านและทำเป็นตัวอักษรสีเหลือง เพื่อสื่อถึงคำว่า “Recycled” เพื่อให้ผู้ใช้ตระหนักถึงการนำขยะหรือสิ่งของต่างๆ กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดการสร้างขยะโดยไม่จำเป็นนั่นเอง

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00124

คำสั่ง Function Hotkey ของ Acer Aspire Vero จะถูกเซ็ตรวมไว้กับปุ่ม F1~F11 แต่สังเกตว่าทางบริษัทปล่อยปุ่ม F12 ว่างเอาไว้ ซึ่งถ้าทาง Acer ปล่อยให้ผู้ใช้สามารถเซ็ตคีย์ลัดให้ปุ่มดังกล่าวได้ตามต้องการน่าจะดีกว่านี้ ส่วนคำสั่งที่ถูกเซ็ตค่ามาจากโรงงานได้แก่

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมโครโฟน
  • F5~F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F8 – ปุ่ม Log out สั่งล็อคหน้าจอ
  • F9 – Airplane Mode
  • F10 – ปิดเปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 – ปุ่มปรับความสว่างของไฟ LED Backlit บนคีย์บอร์ด

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00126
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00127

ทัชแพดของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะมีขนาดไล่เลี่ยกับทัชแพดของโน๊ตบุ๊คทำงานหลายๆ รุ่น ในปัจจุบันนี้ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งไว้ตรงมุมบนซ้ายมือและมีโลโก้ PCR อยู่มุมล่างขวาของตัวแป้น ซึ่งการตอบสนองจัดว่าทำงานได้อย่างรวดเร็วและรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วนอีกด้วย แต่เวลาวางมือแล้วสันมือขวาจะพาดไปบนแป้นทัชแพดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ค่อยพบปัญหาทัชแพดลั่นนัก หรือถ้าไม่ต้องการให้แป้นรวนก็กด F10 เพื่อล็อคการทำงานทัชแพดแล้วเปลี่ยนไปใช้เมาส์แทนก็ได้

Connector / Thin & Weight

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00136
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00137

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะติดตั้งเอาไว้สองฝั่งของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, Thunderbolt 4, HDMI 2.1, USB-A 3.2, Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 และ Kensington Lock
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

จะเห็นว่าพอร์ตของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้นมีมาให้ครบถ้วน แต่ผู้เขียนก็ข้องใจว่าทำไมทางบริษัทยังให้ช่องต่ออแดปเตอร์แบบเก่ามาคู่กับพอร์ต Thunderbolt 4 ทั้งที่อแดปเตอร์ในกล่องเป็นหัวแบบ USB-C แล้ว หรือเพราะทางบริษัทเผื่อพอร์ตนี้เอาไว้ให้ต่ออแดปเตอร์ของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นภายในค่ายก็เป็นไปได้ แต่อันที่จริง ผู้เขียนคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ก็น่าจะเปลี่ยนช่องอแดปเตอร์แบบเข็มเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 อีกช่องไปเลย จะได้เอาไว้ต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพิ่มได้อีกช่องด้วย

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00047

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00049
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00048
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00159
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00094

น้ำหนักของตัวเครื่องจากหน้าสเปคของทาง Acer เคลมว่า Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นี้มีน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม แต่พอชั่งจริงแล้วหนักเพียง 1.36 กิโลกรัมเท่านั้น พอรวมอแดปเตอร์เข้าไปอีก 313 กรัม จะหนักเพียง 1.67 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าไม่หนักอย่างที่คิดและยังพกพาได้ง่ายด้วย ซึ่งถ้าใครจะพกโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปไหนมาไหนก็พกได้ง่ายๆ ไม่ลำบากมาก

Inside & Upgrade

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00050

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00061
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00056
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00079

การเปิดฝาอัพเกรด Acer Aspire Vero นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ขันน็อตหัวแฉกมาตรฐานทั้ง 11 ดอกออก แล้วเอาการ์ดแข็งไล่ตามกรอบตัวเครื่องก็สามารถเปิดฝาเครื่องได้แล้ว และไม่ต้องห่วงเรื่องตะเข็บตัวเครื่องจะเกี่ยวเครื่องแน่นเกินไปจนถอดได้ยาก แต่จะมีน็อตที่อยู่ใต้สติ๊กเกอร์ประกันอีก 1 ตัวซ่อนอยู่ ดังนั้นถ้าต้องการอัพเกรดแนะนำให้ทางร้านผู้จัดจำหน่ายดูแลตั้งแต่ซื้อเครื่องมาเลยดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ภายในของ Acer Aspire Vero นั้นไม่ค่อยเอื้อการอัพเกรดมากนัก เนื่องจากแรมเป็นออนบอร์ดมาแล้ว จะมีเฉพาะ M.2 NVMe SSD อีกช่องหนึ่งเท่านั้นที่ถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งรุ่นนี้จะเป็นโมเดลจากต่างประเทศ คาดว่าเมื่อจำหน่ายในประเทศไทยจะมีช่อง SO-DIMM ให้เพิ่มแรมได้อีก 1 ช่อง เหมือนรุ่นที่เป็น Intel 11th Gen 

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram 1

สเปคของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะติดตั้งซีพียู Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz มาให้ รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้งานครบถ้วน และยังจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี ส่วนเมนบอร์ดรองรับ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากอัพเกรด SSD ให้มีความเร็วสูงขึ้นก็ถอดเปลี่ยนได้เลย

integrated gpu

การ์ดจอในเครื่องเป็นแบบออนบอร์ด รุ่น Intel Iris Xe Graphics ซึ่งติดมากับซีพียู รองรับชุดคำสั่งประมวลผลค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ซึ่งเพียงพอต่อการทำงานตัดต่อแต่งภาพอย่างแน่นอน

devicemgr

ด้านชิ้นส่วนในเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager แล้ว จะเห็นว่า Acer Aspire Vero Intel Gen 12 ตัวนี้ติดตั้งทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ ELAN มาให้ มีชิป TPM 2.0 และการ์ด Wi-Fi PCIe รุ่น Intel AX211 รองรับ Wi-Fi 6E มีแบนด์วิธคลื่นกว้าง 160MHz อีกด้วย ดังนั้นมันจึงต่ออินเตอร์เน็ตทำงานได้เสถียรอย่างแน่นอน

ssd 1

M.2 NVMe SSD จากโรงงานเป็นรุ่นยอดนิยมของโน๊ตบุ๊คทำงานหลายรุ่นอย่าง Micron 2450 เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s รองรับการอ่านเขียนไฟล์ได้มากสุด 300 TBW และมีระบบเข้ารหัส AES-256 ในตัวให้ข้อมูลมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 จะได้ความเร็ว Sequential Read 3,619.15 MB/s และ Sequential Write 3,457.79 MB/s ซึ่งจัดว่าเร็วพอสำหรับใช้โหลดไฟล์งานและเปิดโปรแกรมในเครื่องอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตัวที่มีความเร็วสูงกว่านี้ก็ได้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าเอาเงินที่จะอัพเกรด SSD ไปลงกับ RAM และซื้อ External HDD ไว้เซฟงานเพิ่มเติมแทนจะดีกว่า

r15 1
r20 1

เมื่อทดสอบการเรนเดอร์กราฟิคด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 แล้ว จะเห็นว่า Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะทำคะแนน OpenGL ได้ 80.37 fps และคะแนนซีพียูได้ 1,129 cb ส่วนของ CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบซีพียูเป็นหลักจะได้คะแนน CPU 2,925 pts ซึ่งคะแนนและผลการทดสอบนี้ถือว่าสูงพอใช้เรนเดอร์โมเดล 3D ต่างๆ ได้สบายๆ และยังนำไป Preview ตัวอย่างงานกราฟิคให้ลูกค้าดูได้อย่างแน่นอน

3dmark 1

ด้านการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนเฉลี่ย 1,807 คะแนน แยกเป็น CPU score 6,190 คะแนน และ Graphics score 1,607 คะแนน ช่วยยืนยันได้ว่าซีพียู Intel Core i7-1255U ในเครื่องมีประสิทธิภาพสูงแต่ด้วยกราฟิคการ์ดออนบอร์ดเช่นนี้ก็ไม่เหมาะจะใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันอย่างแน่นอน ยกเว้นเกมอินดี้ที่ไม่กินทรัพยากรมากก็ยังเล่นได้ระดับหนึ่ง

pcmark10 1

แต่ในแง่การทำงาน เมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 จะได้คะแนนเฉลี่ย 5,089 คะแนน ซึ่งจุดเด่นของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 จะเป็นการเปิดโปรแกรม, ประชุมออนไลน์และทำงานผ่านเบราเซอร์เป็นหลัก ถัดมาเป็นการใช้งานโปรแกรมออฟฟิศอย่าง Microsoft Word, Excel ส่วนการตัดต่อแต่งภาพนั้นถือว่าใช้งานได้แต่อาจจะไม่โดดเด่นเท่าโน๊ตบุ๊ครุ่นที่มีการ์ดจอแยกในตัวนั่นเอง แต่ถ้าใช้แต่งภาพทั่วไปไม่มีปัญหาแน่นอน

1

Screenshot 2022 10 17 164239
Screenshot 2022 10 17 164305
Screenshot 2022 10 17 164314

โปรแกรมภายในเครื่องนอกจากโปรแกรม Acer Care Center ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับอัพเดทและปรับแต่งตัวเครื่องแล้ว โน๊ตบุ๊ค Acer Aspire Vero จะมีโปรแกรมเฉพาะของตัวเองอย่าง VeroSense ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับตั้งค่าจัดการพลังงานของตัวเครื่องโดยเฉพาะติดตั้งมาให้ใช้งานด้วย โดยผู้ใช้สามารถปรับโหมดการทำงานได้ว่าจะเน้นประหยัดพลังงานสูงสุดในโหมด Eco+ หรือจะเร่งประสิทธิภาพให้ทำงานเต็มที่ใน Performance Mode ก็ได้และยังตั้งค่าการชาร์จแบตเตอรี่ให้เครื่องได้ด้วย

Battery & Heat & Noise

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00064

แบตเตอรี่ของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 เป็นแบบลิเธียมโพลีเมอร์ ความจุแบบ Typical Capacity อยู่ที่ 3,634mAh (55.9Wh) ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 3,545mAh (54.5Wh) ซึ่งเป็นความจุมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ รุ่น ในปัจจุบันนี้

batt 1

ระยะเวลาใช้งานเมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ปรับโหมดตัวเครื่องเป็นโหมดประหยัดพลังงาน, ลดความสว่างหน้าจอต่ำสุดและเปิดเสียงลำโพงดังเพียง 10% แล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าระบบจัดการพลังงานของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้นทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก เพราะใช้งานต่อเนื่องได้นานร่วม 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะพกโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปทำงานก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางคันอย่างแน่นอน อย่างมากอาจจะเตรียมพาวเวอร์แบงค์ที่มีกำลังชาร์จ 65 วัตต์ติดกระเป๋าไว้สักอันก็เพียงพอแล้ว

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00052

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00058
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00059
Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00054

ระบบระบายความร้อนของ Acer Aspire Vero จะเป็นชุดซิ้งค์พาดซีพียูและเม็ดแรมบนเมนบอร์ดแล้วส่งถ่ายความร้อนผ่านทางฮีตไปป์สองเส้นตรงไปยังครีบระบายความร้อนหน้าพัดลมโบลวเวอร์แล้วระบายความร้อนตรงออกจากเครื่องไป ซึ่งเสียงตอนใช้งานตามปกติจะเบาจนแทบไม่ได้ยิน ส่วนตอนเปิดโปรแกรมตัดต่อภาพหรือวิดีโอจะเป็นเสียงหวีดดังขึ้นมานิดหน่อย แต่ไม่รบกวนเพื่อนร่วมงานอย่างแน่นอน

heat 1

อุณหภูมิของตัวเครื่องเมื่อเปิดโปรแกรม Benchmark ให้รันงานเต็มที่แล้ววัดด้วยโปรแกรม CPUID HWMonitor แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิทั้ง Package ของซีพียูนั้นไม่ได้สูงมาก เฉลี่ยที่ 42 องศา และอุณหภูมิอยู่ในช่วง 39~93 องศาเซลเซียส ซึ่งแม้จะสูงสักหน่อยก็ตามแต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ และตอนใช้งานจริงตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลา ไม่ร้อนมากจนรบกวนผู้ใ้ช

User Experience

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00151

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 แม้จะเน้นขายเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องรีไซเคิลและรักษาธรรมชาติก็ตาม แต่ในแง่ประสิทธิภาพและการใช้งานก็ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะได้รับการรับรองเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ที่ทำงานและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดพลังงานไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน และยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ช่วนรักษาความปลอดภัยและยังมีพอร์ต Thunderbolt 4 อีกด้วย นอกจากนี้ทาง Acer ยังติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 มาในเครื่อง ดังนั้นเมื่อเปิดเครื่องก็พร้อมทำงานทันที ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแม้แต่น้อยก็ได้

ด้านการดีไซน์ตัวกล่องให้นำไปรีไซเคิลใช้งานอย่างอื่นได้ก็เป็นคอนเซปท์ที่ดีเช่นกัน เพราะผู้ใช้ไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมให้เสียเงินเลย เพราะทางบริษัทออกแบบให้นำบรรจุภัณฑ์ในกล่องมาใช้งานได้สะดวก อย่างพับกล่องใส่เครื่องเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊ค, ซองห่ออแดปเตอร์ตัวเครื่องก็ใช้เป็นแท่นวางพกพา หรือแม้แต่ซองใส่โน๊ตบุ๊คจากโรงงานที่เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% ก็เอามาใส่เครื่องตอนพกไปไหนมาไหนได้อีกด้วย เรียกว่าลดปริมาณการก่อขยะลงไปได้มาก

ส่วนการพกพาเครื่องไปไหนมาไหน ผู้เขียนยอมรับว่า Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้น นอกจากจะมีขนาดกำลังดี พกพาง่ายแล้ว งานประกอบยังแข็งแรงและโครงบอดี้พลาสติกทาง Acer ยังฉีดมาแข็งแรงจนไม่ต้องกังวลเลยว่ามันจะกระทบเสียหาย แม้แต่ริ้วรอยตัวเครื่องยังเกิดยากด้วยซ้ำ และน้ำหนักเครื่องที่ชั่งแล้วอยู่ราว 1.36 กิโลกรัมนั้น ถือว่าเบาไม่ลำบากไหล่อย่างแน่นอน ถ้าเทียบกับตระกูลยอดนิยมของ Acer อย่าง Swift 3 นั้น ถือว่าหนักกว่ากันเพียงไม่กี่กรัมเท่านั้น และเมื่อมีพอร์ต Thunderbolt 4 ด้วย ก็ไม่ต้องพกอแดปเตอร์ติดตัวไปเสมอๆ ก็ได้ ซึ่งผู้เขียนเลือกเอาอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์ชาร์จร่วมกับสมาร์ทโฟนไปเลย ก็สะดวกสุดๆ และลดน้ำหนักของข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ในกระเป๋าไปได้มาก

พลังการประมวลผลของ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 นั้น จัดว่าเหลือเฟือสำหรับโปรแกรมต่างๆ ในปัจจุบันนี้แล้ว ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรมเอกสารหรือรันเบราเซอร์หลายๆ แท็บพร้อมกันก็ไม่มีปัญหา แรมที่มีให้ 16GB DDR4 ในเครื่องและรันด้วยซีพียู Intel Core i7-1255U มันก็ใช้ทำงานออฟฟิศทุกแบบได้สบายๆ หรือแม้แต่ตัดต่อแต่งภาพก็ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ก็ไม่ต้องกังวลเลย เพราะจากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานมาแล้ว แบตเตอรี่ก็อยู่ได้ทั้งวันสบายๆ ยิ่งถ้าใครพกคอมพิวเตอร์ไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ, นั่งประชุมงานหรือนั่งเรียนทั้งวันก็ไม่มีปัญหา

Conclusion & Award

Acer Aspire Vero Intel Gen 12 DSC00155

ผู้ใช้หลายๆ คนรวมถึงผู้เขียนด้วย ก็จะได้ยินคำโฆษณาว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีฟีเจอร์เด่นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำงานได้เร็วแสดงผลได้ไว แต่มีไม่กี่รุ่นที่ชูจุดเด่นว่า “ฉันใช้วัสดุรีไซเคิล ฉันรักษ์สิ่งแวดล้อม” เหมือนกับ Acer Aspire Vero Intel Gen 12 เครื่องนี้เลย และแม้จะเน้นว่ารักษาธรรมชาติอย่างไร แต่สเปคและฟีเจอร์ที่อัดเข้ามาในเครื่องแล้วการันตีว่าผ่านมาตรฐานเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo แล้ว ก็เชื่อมือได้เลยว่าผู้ใช้ที่ซื้อ Aspire Vero เครื่องนี้ไปจะใช้ทำงานได้อย่างไหลลื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอน

หลังจากได้ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานมาสัปดาห์กว่า ก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทั้งดีทั้งครบเครื่อง แล้วเมื่อรุ่นราคาสูงสุดตั้งราคามาเพียง 30,990 บาท ก็กล่าวได้ว่านี่คือโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ที่ครบเครื่องทั้งซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ราคาไม่แพงเกินไปหาซื้อได้ง่ายด้วย ก็เป็นรุ่นที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้หยิบมาพิจารณาเมื่อจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ด้วย จะได้โน๊ตบุ๊คที่คุณภาพดีและยังรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว

award

award new Battery Life

best battery life

ระยะเวลาทำงานโดยใช้แบตเตอรี่อย่างเดียวของ Aspire Vero Intel Gen 12 นั้นนานร่วม 12 ชั่วโมง และอาจจะเกินไปถึง 13 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าใครเน้นระยะเวลาใช้งานเป็นประเด็นหลัก เชื่อว่า Aspire Vero เครื่องนี้น่าจะชนะใจผู้อ่านท่านนั้นได้ง่ายๆ 

NBS award 4 Mobility

best mobility

ขนาดตัวเครื่อง 14~15.6 นิ้ว และน้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ช่วง 1 กิโลกรัมต้นๆ และยังมีพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้อย่างนี้ ผู้เขียนเชื่อว่ามันเหมาะกับผู้ใช้ที่หาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาไว้พกติดตัวไปไหนมาไหนอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/671548-review-acer-aspire-vero-intel-gen-12

4 Acer Aspire Vero สเปคคุ้มรักผู้ใช้ บอดี้รักษ์โลก ได้ซอฟท์แวร์ครบเครื่อง อัพเดทปลายปี 2022

Acer Aspire Vero ช่วงปลายปี 2022 นี้มีรุ่นคุ้มให้เลือก แถมตัวเครื่องยังรักษ์โลกด้วยนะ

Share image Edit Name 1vero 1

Acer Aspire Vero เป็นโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์ใหม่จากทาง Acer ซึ่งออกแบบมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งจุดเด่นของมันก็ยังยกการอัพเกรดเครื่องได้สะดวกของตระกูล Aspire มา ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถอัพเกรดเพิ่ม SSD และ RAM ได้ไม่พอ ทางบริษัทยังติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ที่ทัชแพดของตัวเครื่องและมีพอร์ต USB-C ให้ใช้ต่ออุปกรณ์เสริมหรือโอนถ่ายข้อมูลได้สะดวกขึ้น และบางรุ่นก็ยังเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 อีกด้วย เมื่อเอา USB-C Multiport Adapter มาต่อก็แยกออกเป็นพอร์ตต่างๆ ให้ใช้งานได้อีกมากมาย และถ้าพกไปทำงานตามร้านกาแฟก็เอาสาย USB-C กับปลั๊ก GaN ชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คได้ ช่วยลดปริมาณข้าวของเครื่องใช้ในกระเป๋าไปอีกชิ้นด้วย

Advertisementavw

แต่จริงๆ แล้ว Aspire Vero ไม่ได้ยึดจุดเด่นเรื่องสเปคและการอัพเกรดอย่างเดียว แต่ทางบริษัทเน้นเรื่องดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้คงคอนเซปท์รีไซเคิลข้าวของเครื่องใช้ในกล่องได้แทบทุกชิ้น เริ่มจากกล่องใส่เครื่องที่สามารถพับกล่องใหญ่ให้กลายเป็นฐานวางโน๊ตบุ๊คได้, พับซองห่ออแดปเตอร์ให้กลายเป็นฐานวางโน๊ตบุ๊คได้หรือแม้แต่ซองใส่เครื่องก็ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลมา 100% จะเอาไว้ใส่เครื่องหรือรองโน๊ตบุ๊คตอนใช้งานก็ได้ และทางบริษัทก็ยังสกรีนลวดลายวิธีการพับใช้งานไว้ให้ผู้ใช้ทำตามได้ง่ายๆ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็นได้และลดขยะไปอีกระดับหนึ่งด้วย

Acer Aspire Vero

นอกจากกล่องบรรจุภัณฑ์ Aspire Vero ก็ใช้พลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled resin) หรือพลาสติกรีไซเคิลหลังบริโภคมาผสมรวมเป็นชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อลดการใช้พลาสติกใหม่ลงไป ซึ่งตัวเครื่องใช้พลาสติก PCR เข้ามาผสม 30% และปุ่มแป้นคีย์บอร์ดก็ผสมพลาสติกดังกล่าวเข้ามาถึง 50% และทัชแพด OceanGlass ก็นำขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งเอาไว้ในทะเลมารีไซเคิลเพื่อลดปริมาณขยะลงไปและใส่ลูกเล่นดีไซน์ตัวอักษร R, E บนแป้นคีย์บอร์ดสกรีนแบบกลับหลังเพื่อสื่อถึงการ Recycled ให้ผู้ใช้นำของใช้รอบตัวกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งเพื่อลดปริมาณขยะอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น สีของ Aspire Vero ก็เป็นสีของพลาสติกชิ้นนั้นโดยตรง ไม่พ่นสีเพื่อลดผลกระทบทางลบของ VOC (Volatile Organic Compound) หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งถ้าอุณหภูมิตัวเครื่องสูงถึงระดับหนึ่งแล้ว มันอาจจะระเหยแล้วฟุ้งกระจายในอากาศและก่อผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ได้อีกด้วย และสีตัวเครื่องทั้ง 3 สี ยังมีความหมายเฉพาะเพื่อสื่อถึงการรักษ์โลกในแบบต่างๆ ด้วย ได้แก่

  • สีน้ำเงิน มาเรียนน่า บลู – สื่อถึงมหาสมุทรของโลกและร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ให้ผู้ใช้คำนึงถึงขยะที่ถูกทิ้งลงทะเลในแต่ละปีว่ามีปริมาณเยอะและอาจส่งผลเสียในระยะยาวได้
  • สีเทา คอบเบิลสโตน เกรย์ – สื่อถึงสีเทาของหิน เป็นนัยยะถึงจุดประสงค์ของโน๊ตบุ๊ค Aspire Vero ว่าการใช้วัสดุรีไซเคิลนั้นเป็นพื้นฐานของความยั่งยืนในอนาคต
  • สีดำ สตาร์รี่ แบล็ค – สื่อเพื่อเตือนใจผู้ใช้ ว่าจะพลาดอะไรไปบ้างหากปล่อยให้มลพิษปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลกแล้วบดบังดวงดาวบนท้องฟ้าไปจนหมด

จึงกล่าวได้ว่าดีไซน์และวัสดุที่เลือกมาประกอบ Aspire Vero นั้นคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสวยงามด้วย และยิ่งไปกว่านั้นทาง Acer ก็ติดตั้งซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home & Student มาให้ด้วย ทำให้ผู้ใช้ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้เปลือง เปิดเครื่องแล้วก็พร้อมทำงานทันที

สรุปสเปค Acer Aspire Vero ทั้ง 4 รุ่นน่าซื้อ สเปคดีน่าใช้ บอดี้รักษ์โลก ซื้อมาใช้เวิร์คแน่นอน

สรุปสเปค Acer Aspire Vero CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire Vero AV15-51-518U Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

19,990
Acer Aspire Vero AV15-51-76YC Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

21,990
Acer Aspire Vero AV15-732P Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

23,090
Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990

4 Acer Aspire Vero สเปคดีรักผู้ใช้ บอดี้รักษ์โลก ซื้อมาใช้ยังไงก็เวิร์คแน่นอน

ผู้ใช้ที่มองหาโน๊ตบุ๊คใหม่เอาไว้ทำงานสักเครื่องแล้วคิดว่า Aspire Vero บอดี้รักษ์โลกนี้ถูกใจตรงรสนิยมของตัวเองแล้วล่ะก็ ผู้เขียนก็มี Vero ให้เลือกซื้อทั้งหมด 4 รุ่นทีเดียว โดยสเปคจะคละกันทั้ง Intel รุ่นที่ 11 และรุ่นที่ 12 ให้เลือกซื้อ และสเปคจัดว่าตอบโจทย์สายทำงานอย่างแน่นอน หากแรม 8GB DDR4 ในเครื่องไม่พอใช้งานก็อัพเกรดเพิ่มอีกนิดก็ใช้งานได้สบายๆ อีกหลายปี ซึ่งมีรุ่นย่อยดังนี้

  1. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)
  2. Acer Aspire Vero AV15-51-76YC (21,990 บาท)
  3. Acer Aspire Vero AV15-732P (23,090 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)
1. Acer Aspire Vero AV15-51-518U (19,990 บาท)

vero1

Aspire Vero AV15-51-518U เป็นเครื่องแรกที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำในบทความนี้ ซึ่งจุดเด่นจากที่ผู้เขียนได้แนะนำไปแล้ว โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้สเปคดีทีเดียวโดยใช้ซีพียู Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น จะเห็นว่า Aspire Vero นั้นราคาเริ่มต้นก็ไม่แพง สเปคก็จัดว่าน่าใช้มากอีกด้วย ถ้าซื้อไว้มั่นใจว่าคุ้มค่าแน่นอน

สเปคของ acer Aspire Vero AV15-51-518U
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 19,990 บาท (BaNANA)
2. Acer Aspire Vero AV15-51-76YC (21,990 บาท)

vero2

เครื่องถัดมาเป็น Aspire Vero AV15-51-76YC รุ่นนี้จะแชร์สเปคและดีไซน์ตัวเครื่องร่วมกับ Vero ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดเปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz แทน ให้ผู้ใช้ที่อยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงจาก Intel ได้เลือกเอาไว้ใช้ทำงาน หากใครพร้อมจ่ายเงินสองหมื่นบาทต้นๆ เอาไว้ใช้งาน ก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ acer Aspire Vero AV15-51-76YC
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 21,990 บาท (Advice, BaNANA)
3. Acer Aspire Vero AV15-732P (23,090 บาท)

vero3

ถัดมาเป็น Aspire Vero AV15-732P รหัสนี้จะเป็นตัวท็อปสุดของซีรี่ส์ Intel 11th Gen แล้ว ซึ่งแชร์สเปคกับ Aspire Vero ในข้อก่อนหน้าทั้งหมด แต่ทางบริษัทเลือกอัพเกรดแรมมาให้จากโรงงานเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz แทน ซึ่งถ้าใครไม่อยากเปิดฝาอัพเกรดให้เสียเวลาหาสเปคจบจากโรงงานเลยก็เหมาะกับเครื่องนี้มากไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งเครื่องอีกด้วย

สเปคของ acer Aspire Vero AV15-732P
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 23,090 บาท (Advice)
4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)

vero4

Aspire Vero AV15-52-79Z9 รุ่นนี้เป็นรหัสสุดท้ายที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำในบทความนี้ โดยทางบริษัทได้อัพเกรดซีพียูของเครื่องขึ้นมาเป็น Intel 12th Gen แล้ว และติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้พร้อมใช้งานและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อีกด้วย

ซีพียูเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.76 กิโลกรัม ซึ่งเครื่องนี้เป็น Aspire Vero สเปคล่าสุดจากทาง Acer เหมาะกับผู้ใช้ที่มองหา Intel 12th Gen อยู่เป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer aspire Vero AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)

ksp2 4 KSP with Specs L

จะเห็นว่า Aspire Vero ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้จะมีทั้งรุ่นซีพียู Intel 11th Gen ซึ่งปรับราคาให้ถูกลงและซื้อได้ง่ายแล้ว ยังมีรุ่นใหม่ซีพียู Intel 12th Gen มาให้เลือกซื้อด้วย นอกจากนี้แต่ละรุ่นยังให้ฟีเจอร์ดีๆ มาทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรวมทั้งพอร์ต USB-C และมีรุ่นที่ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ ด้านซอฟท์แวร์ก็ได้มาครบถ้วนทั้ง Microsoft Windows และ Office Home & Student เลย หากใครจะซื้อไว้ทำงานล่ะก็ Aspire Vero ก็เป็นโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์หนึ่งที่น่าซื้อมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1helios300 1

Share image Edit Name 2acerlaptop 1

acer oled cover

from:https://notebookspec.com/web/671296-4-recommend-acer-aspire-vero

7 โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รวมรุ่นเด่นน่าโดนไว้ใช้งาน เริ่มแค่ 9,990 บาท อัพเดทปลายปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท สเปคน่าสนใจมีให้เลือกเพียบ! ปลายปี 2022 ก็มีรุ่นดีๆ ให้เลือกเพียบ

Share image Edit Name 2acerlaptop 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทเป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคาไม่แพงถูกใจผู้ใช้หลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่มีโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าซึ่งบอดี้ตัวเครื่องเริ่มไม่ดี ทำงานไม่ลื่นแล้วอยากรู้ว่าช่วงปลายปี 2022 นี้มีโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทรุ่นไหนน่าเลือกน่าซื้อบ้าง จะได้เตรียมตัวได้ถูกว่าจะซื้อในงาน COMMART เร็วๆ นี้ หรือจะรอโปรโมชั่นผ่านหน้าร้านออนไลน์ให้ได้ราคาถูกและสเปคคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

Advertisementavw

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท ณ ตอนนี้จะมีรุ่นและตัวเลือกให้เลือกซื้อหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นซีพียู AMD, Intel และระบบปฏิบัติการก็หลากหลายไม่ว่าจะ Windows 11 Home ซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนคุ้นเคย, Chrome OS เพื่อผู้ชอบความแปลกใหม่และเน้นใช้งานเว็บแอพฯ และเรียนออนไลน์เป็นหลักหรือมาเป็น DOS ให้ผู้ใช้เลือกติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการได้ตามสะดวกด้วย น่าจะถูกใจผู้ใช้กลุ่มโปรแกรมเมอร์อย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท ทั้ง 7 รุ่น สเปคน่าใช้น่าโดน!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Chromebook 11 C733-C52V Intel Celeron N4120

Intel UHD Graphics

e.MMC 32GB

4GB LPDDR4x
2400MHz

Chrome OS

11.6″ HD IPS

1.26 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

9,900
Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 AMD Ryzen 3 Pro 5450U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

DOS

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

13,790
Acer TravelMate TMP214-41-R2SP AMD Ryzen 5 PRO 4650U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
256GB

8GB DDR4
3200 MHz

DOS

14″ HD TN

1.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

VGA x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

14,290
Acer Aspire 3 A315-R48D AMD Ryzen 3 5300U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,900
Acer Aspire 3 A315-58-38C3 Intel Core
i3-1115G4

Intel Iris Xe Graphics 

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
2933 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,990
Acer Aspire 3 A315-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Acer Aspire 3 A315-565G Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
2933 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

18,490

KSP3 1

7 โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท น่าซื้อไว้ใช้งาน อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้ที่มีกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ แล้วกำลังตัดสินใจว่าช่วงปลายปี 2022 นี้จะมีโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทรุ่นไหนน่าซื้อมาใช้งานบ้าง ณ ตอนนี้ผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊ค Acer มาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน โดยมีรุ่นและรายละเอียดดังนี้

  1. Acer Chromebook 11 C733-C52V (9,900 บาท)
  2. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)
  3. Acer TravelMate TMP214-41-R2SP (14,290 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-R48D (16,900 บาท)
  5. Acer Aspire 3 A315-58-38C3 (16,990 บาท)
  6. Acer Aspire 3 A315-31F5 (17,900 บาท)
  7. Acer Aspire 3 A315-565G (18,490 บาท)
1. Acer Chromebook 11 C733-C52V (9,900 บาท)

chromebook 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Chromebook 11 C733-C52V ซึ่งเครื่องนี้แตกต่างจากโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นตรงระบบปฏิบัติการเป็น Chrome OS ซึ่งไม่กินสเปคเครื่องมากนัก ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่เน้นใช้งานเว็บแอพฯ ผ่านเบราเซอร์ Google Chrome เป็นหลักและประยุกต์เอาความเข้าใจตอนใช้สมาร์ทโฟนมาปรับเข้ากับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้เลย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics กับหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS มีหน่วยความจำแบบ e.MMC ความจุ 32GB ติดตั้งมาให้กับระบบปฏิบัติการ Chrome OS มีแรมอีก 4GB LPDDR4x บัส 2400MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.26 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าพกพาง่ายตอบโจทย์ผู้ใช้ที่เน้นทำงานผ่านเบราเซอร์เป็นหลัก

สเปคของ Acer Chromebook 11 C733-C52V
  • CPU : Intel Celeron N4120 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.6GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • SSD : แบบ e.MMC ความจุ 32GB
  • RAM : 4GB LPDDR4x บัส 2400MHz
  • Display : 11.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Chrome OS
  • Weight : 1.26 กิโลกรัม
  • Price : 9,990 บาท (BaNANA)
2. Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 (13,790 บาท)

tvm1 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทรุ่นถัดมาเป็น Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7 ตอบโจทย์คนหาโน๊ตบุ๊คสเปคแรงเอามาลงระบบปฏิบัติการใช้เองอย่างแน่นอน และข้อดีของโน๊ตบุ๊คตระกูล TravelMate นั้น ต้องยกให้ความแข็งแรงและอัพเกรดได้สะดวก และรุ่นนี้มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาตรงแป้นทัชแพดอีกด้วย

สเปคเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 3 Pro 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ ไว้เรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB กับระบบปฏิบัติการ DOS ติดตั้งมาให้ มีแรมในเครื่อง 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทมาติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการเองล่ะก็ แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-41-G2-R8Q7
  • CPU : AMD Ryzen 3 Pro 5450U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 13,790 บาท (Advice)
3. Acer TravelMate TMP214-41-R2SP (14,290 บาท)

tvm2 1

Acer TravelMate TMP214-41-R2SP รหัสนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทน่าใช้อีกรุ่น ซึ่งสเปคและจุดเด่นทั้งหมดแชร์กับ Acer TravelMate ในข้อก่อนแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 PRO 4650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz มาให้ใช้แทน ซึ่งถ้าใครอยากได้ซีพียูรุ่นที่แรงขึ้นอีกสักนิดเผื่อเอาไว้รันงานหนักๆ ล่ะก็ แนะนำให้เพิ่มเงินสักนิดมาซื้อ Acer TravelMate รุ่นนี้ไปใช้จะตอบโจทย์ที่สุด 

สเปคของ Acer TravelMate TMP214-41-R2SP
  • CPU : AMD Ryzen 5 PRO 4650U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด HD (1366×768) พาเนล TN
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, VGA x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : DOS
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,290 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-R48D (16,900 บาท)

aspre3r48d 1

Acer Aspire 3 A315-R48D รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทที่ดูคุ้มค่าสุด ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ เพราะได้ Numpad เอาไว้พิมพ์ตัวเลข, มีระบบปฏิบัติการ Windows 11 ติดตั้งมาให้ อัพเกรดเพิ่มแรมไป 8GB ขึ้นไปก็ทำงานได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอน

ซีพียูของ Aspire 3 นี้เป็น AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์ พร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มีแรมออนบอร์ดความจุ 4GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม ถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท สเปคดีอัพเกรดได้ด้วยล่ะก็ แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-R48D
  • CPU : AMD Ryzen 3 5300U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.6-3.8GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 6 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 16,900 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 3 A315-58-38C3 (16,990 บาท)

aspire3a315 1

หากผู้ใช้คนไหนหาโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าอยากได้ซีพียู Intel ไว้ใช้ Acer Aspire 3 A315-58-38C3 รุ่นนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน แม้ซีพียูจะเป็น Intel 11th Gen แต่ก็ใช้งานได้ดี ทำงานได้ไหลลื่นอย่างแน่นอน

ซีพียู Intel ในเครื่องเป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ ส่วนแรมในเครื่องมีความจุ 4GB DDR4 บัส 2933MHz รองรับการอัพเกรดเพิ่มความจุได้ มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.7 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทดีๆ เอาไว้ใช้งานสักเครื่องแล้วไม่เกี่ยงว่าเป็น Intel 11th Gen ก็ซื้อเครื่องนี้มาใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-38C3
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 16,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Aspire 3 A315-31F5 (17,900 บาท)

aspre331f5 1

หากอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel 12th Gen ล่ะก็ Acer Aspire 3 A315-31F5 รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้หลายๆ คนแน่นอน เพราะซีพียูคอร์มี 2 ชุดแยกกันทำงาน อัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจเครื่องนี้อยู่สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มีแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.77 กิโลกรัม หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์โน๊ตบุ๊ค Intel Gen 12 ราคาไม่เกิน 20000 บาทล่ะก็ Acer Aspire 3 เครื่องนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-31F5
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
7. Acer Aspire 3 A315-565G (18,490 บาท)

aspire3565g 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาท รุ่นสุดท้าย ผู้เขียนแนะนำ Acer Aspire 3 A315-565G รุ่นนี้ที่ติดตั้งซีพียู Intel 11th Gen มาให้ นั่นเพราะได้ซีพียู Intel Core i5 มาให้พร้อมใช้งานทันทีและมีระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home ติดตั้งมาครบพร้อมทำงานทันทีอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz จับคู่การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 2933MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.7 กิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนใช้โน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งซีพียูนี้มาให้ในเครื่องและประสิทธิภาพกับการจัดการพลังงานถือว่าทำได้ดีทีเดียว หากไม่เกี่ยงว่ามันเก่าไปรุ่นหนึ่งแล้วก็ซื้อมาใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-565G
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2933MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 18,490 บาท (Advice)

KSP6

ปลายปี 2022 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer ราคาไม่เกิน 20000 บาทมีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเพียบทั้งซีพียู AMD และ Intel แต่สังเกตว่าหลายๆ รุ่นจะติดตั้งแรมมาราว 4-8GB เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าจะไม่พอใช้งาน หากเป็นไปได้ แนะนำว่าพอซื้อเครื่องมาแล้วก็อัพเกรดให้แรมอยู่ที่ 8GB ขึ้นไป จะทำงานได้ไหลลื่นเปิดโปรแกรมแล้วไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro pc cover

Share image Edit Name 1nitrointel 1

Share image Edit Name 3acer 1

from:https://notebookspec.com/web/670939-7-acer-laptop-under-20000-baht

รีวิว ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ครบเครื่องในราคา 31,990 บาท ได้ปากกา, จอทัชพาเนลเทพ, สแกนลายนิ้วมือ ลองใช้แล้วจะชอบ!

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ทำงานอย่างสะดวก อัพเกรดเพิ่มแรมสบายๆ น่าใช้ไปอีก!

Share image Edit Name 1vivobook 1

ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ใช้หลายๆ คน จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น รวมทั้ง ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้เริ่มเปลี่ยนผ่านพาเนลหน้าจอจาก IPS ที่ได้รับความนิยมมาหลายปีมาใช้พาเนล OLED มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจอ OLED ของ ASUS Vivobook รุ่นนี้นอกจากจะได้ความละเอียดสูง 2.8K (2880×1800) อัตราส่วน 16:10 แล้ว ยังปิดด้วยกระจก Corning Gorilla Glass NBT ที่มีความแข็งแรง แสดงผลแบบ HDR แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรง Delta-E <2 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600 รวมทั้งปรับค่า Refresh Rate ได้ 2 ระดับ คือ 60Hz หรือ 90Hz ก็ได้ เป็นจุดเด่นแรกของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้

Advertisementavw

ถัดมา เมื่อ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้มีชื่อย่อย “Flip” แล้ว มันจึงพับหน้าจอกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้และมี ASUS Pen 2.0 เอาไว้เขียนวาดบนหน้าจอได้สะดวก พิมพ์งานได้ดีด้วยปุ่มคีย์บอร์ด Full-sized ดีไซน์ Dished key caps ซึ่งตรงกลางปุ่มจะโค้งลง 0.2 มิลลิเมตร ทำให้ทรงปุ่มคีย์บอร์ดช่วยนำร่องตอนพิมพ์งานไปในตัวพิมพ์ได้แม่นยำ และยังกดปุ่มตัวเลขได้ง่ายเพราะทัชแพดเป็น ASUS NumberPad 2.0 ด้วย เวลาต้องพิมพ์ตัวเลขในโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2021 ที่แถมมาในเครื่องได้ง่าย

นอกจากนี้ฟีเจอร์ดีๆ ที่ทาง ASUS ติดตั้งมาให้ใน ASUS Vivobook S 14 Flip OLED มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power, บานชัตเตอร์สไลด์ปิดกล้องเว็บแคม 3DNR ความละเอียด Full HD ช่วยป้องกันผู้อื่นแฮ็คเข้ามาใช้กล้องโดยไม่ได้อนุญาต, พอร์ต Thunderbolt 4 ไว้ต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ในตัว, ระบบระบายความร้อน ASUS IceCool ให้เครื่องเย็นตลอดเวลา, ลำโพงพร้อมชิป Smart amp ที่ได้เสียงดังกว่าปกติ 3.5 เท่า จูนเสียงโดย harman/kardon รองรับเสียงแบบ Dolby Atmos พร้อมซีพียู Intel 12th Gen ประสิทธิภาพสูง ก็ถือว่า ASUS Vivobook S 14 Flip OLED เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาประสิทธิภาพดีและน่าใช้มาก

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED

NBS Verdicts

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00163

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่น่าใช้ ไม่ใช่แค่เพราะติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen มาให้ แต่ต้องรวมถึงหน้าจอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED แสดงผลขอบเขตสีได้ 100% DCI-P3 ได้การันตี VESA DisplayHDR True Black 500 และพับเครื่องกลับเป็นแท็บเล็ตได้และยังมีปากกา ASUS Pen 2.0 แถมมาให้ในแพ็คเกจ ใช้วาดเขียนหรือจดบันทึกเข้าไปในเครื่องได้สะดวก จัดว่าใช้งานได้ดีและสะดวกมาก

ด้านความปลอดภัยก็ครบครัน เนื่องจากทางบริษัทติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรวมมาให้กับปุ่ม Power และมีบานสไลด์ปิดกล้องเว็บแคมด้วย ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของเจ้าของเครื่องได้ดียิ่งขึ้น ไม่ให้ใครขโมยใช้โดยพลการได้ หรือจะทำงานก็สะดวกด้วย ASUS NumberPad 2.0 ติดตั้งมาตรงทัชแพดให้กดตัวเลขได้สะดวกยิ่งขึ้น และทางบริษัทยังมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้ควบคู่กับ Windows 11 Home ด้วย ผู้ใช้ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมเพิ่มเลย

ด้านการอัพเกรดก็จัดว่าครบเครื่องแต่ก็ยังน่าสังเกต คือ แม้ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED จะถูกออกแบบมาให้บางเบา แต่ก็ยังเพิ่มแรมจากที่ติดออนบอร์ดมา 8GB DDR4 บัส 3200MHz ไปได้มากสุด 16GB DDR4 ให้ผู้ใช้กลุ่มที่ต้องรันโปรแกรมใหญ่หรือเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกันได้ดีแน่นอน แต่ในเครื่องก็จะมีช่อง M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 เพียงช่องเดียว หาก SSD จากโรงงานเร็วไม่พอก็อาจจะถอดอัพเกรดเป็นรุ่นอื่นที่รวดเร็วกว่านี้ก็ได้

ส่วนพอร์ตของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED มีทั้งจุดที่ดีและน่าสังเกตควบคู่กัน ซึ่งทางบริษัทก็ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ใช้ จะต่อผ่าน USB-C Multiport Adapter ขยายเป็นพอร์ตอื่นๆ รวมถึงต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้ในพอร์ตเดียวและยังมีพอร์ตพื้นฐาน เช่น USB-A, HDMI, Audio combo ติดตั้งมาในตัว แต่จุดสังเกตเล็กน้อยคือ พอร์ต USB 2.0 นั้นหากเลือกได้ ก็อยากให้เปลี่ยนเป็น MicroSD Card Reader แทนจะยอดเยี่ยมที่สุด

ข้อดีของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง พับหน้าจอกลับได้ 360 องศา ใช้เป็นแท็บเล็ตได้ในตัว
  2. ขนาดตัวเครื่องเบาพกพาง่ายเพียง 1.5 กิโลกรัม เหมาะกับผู้ที่พกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหน
  3. มีปากกา ASUS Pen 2.0 แถมมาให้ใช้วาดเขียนและจดได้ง่าย ชาร์จด้วยพอร์ต USB-C
  4. ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้
  5. ใช้ซีพียู Intel Core i5-12500H ซึ่งประสิทธิภาพสูง รันงานหนักได้เป็นอย่างดี
  6. มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 และมีช่อง SO-DIMM ให้ใส่เสริมได้อีก 8GB อีกด้วย
  7. มีพอร์ต Thunderbolt 4 กับพอร์ตพื้นฐานอย่าง HDMI, USB-A ติดตั้งมาให้ครบถ้วน
  8. หน้าจอ 14 นิ้ว มีความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 ด้วย
  9. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็ว
  10. มีบานสไลด์ปิดกล้องเว็บแคมเวลาไม่ใช้งาน ป้องกันการถูกเจาะระบบเข้ามาใช้งาน
  11. ระบบระบายความร้อน ASUS IceCool ระบายความร้อนได้ดี ไม่เกิดอาการ Throttle ลดประสิทธิภาพระหว่างใช้งานแม้แต่น้อย
  12. แป้นทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 พิมพ์ตัวเลขได้สะดวกเหมือน Numpad จริงๆ
  13. ปุ่มคีย์บอร์ด Dished Key Caps ทรงปุ่มโค้งและขนาด Full-size พิมพ์ได้สะดวกแม่นยำ
ข้อสังเกตของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED
  1. ถ้าเปลี่ยน USB 2.0 เป็น MicroSD Card Reader จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้มากกว่า
  2. ไม่มีคีย์ลัดปรับค่า Refresh Rate ของหน้าจอติดมาให้ที่ Function Hotkey

รีวิว ASUS Vivobook S 14 Flip OLED

Specification

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED

ASUS Vivobook 14 Flip OLED เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานหน้าจอทัชที่พับเครื่องเป็นแท็บเล็ตได้, มีปากกาสไตลัสให้ใช้เขียนจดบนหน้าจอได้สะดวก และยังได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ที่ปุ่ม Power อีกด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊คน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง โดยมีรายละเอียดสเปคดังนี้

สเปคของ Asus Vivobook S 14 Flip OLED TP3402ZA-KN501WS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz เพิ่มแรม SO-DIMM ได้อีก 8GB
  • Display : จอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR ค่า Refresh Rate 60~90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 และได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, Thunderbolt 4 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 1080p Full HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.5 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00158

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00189
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00191
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00182
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00192

ดีไซน์ของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED จะดูเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดเก็บเอาไว้ตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะก้านบานพับหน้าจอและก้านพลาสติกรองบอดี้ตัวเครื่องติดไว้ 4 มุม ได้แก่ ขอบล่างของก้านบานพับหน้าจอและขอบล่างที่วางข้อมือ เวลาพับเป็นแท็บเล็ตแล้ววางบนพื้นโต๊ะ บอดี้จะไม่เกิดรอยขูดเสียหาย และขอบด้านล่างใต้ทัชแพดจะตัดบอดี้เฉียงไว้เล็กน้อยให้ผู้ใช้ใช้มือข้างเดียวกางจอเปิดเครื่องใช้ได้สะดวกขึ้น ซึ่งทางบริษัทบาลานซ์น้ำหนักได้ดี ไม่มีอาการตัวเครื่องกระดกตามหน้าจอขึ้นมาเลย

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าระหว่างแป้นคีย์บอร์ดกับทัชแพด จะมีเส้นระยะเส้นเสียงแนวนอน (Sound Wave) พร้อมคำว่า “Ready To Explore” กับโลโก้ Sound by harman/kardon การันตีว่าลำโพงของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ได้รับการจูนเสียงลำโพงมาเรียบร้อยแล้ว เป็นรายละเอียดดีไซน์เล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเครื่องดูสวยแตกต่าง ไม่เรียบเกินไป

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00168

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00170
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00147

ตัวก้านบานพับหน้าจอของตระกูล Flip จะเป็นก้านดีไซน์แผ่นแบน เมื่อกางหน้าจอจะพลิกกลับให้พับจอกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตแล้ว ก็ใช้นิ้วหรือปากกา ASUS Pen 2.0 ทำงานกับโปรแกรมต่างๆ ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ทันที หากใครต้องเข้าประชุมหรือเลคเชอร์จดโน๊ตบันทึกข้อมูลอยู่บ่อยๆ ก็ซื้อ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED เอาไว้ใช้งานรับหมดทุกหน้าที่ได้เลย

เมื่อเปิดฝาจะเห็นฐานบานพับหน้าจอกับตัวก้านจอว่าทาง ASUS ใช้ก้านโลหะยึดระหว่างเครื่องและจอเอาไว้ และมีระยะห่างระหว่างชิ้นส่วนใหญ่สองชิ้นพอดีจึงกางได้มั่นคงแข็งแรงทีเดียว ต่อให้พับกลับไปมาระหว่างโหมดโน๊ตบุ๊คและแท็บเล็ตหลายๆ ครั้งก็ไม่มีปัญหา ซึ่งผู้เขียนเองก็ทดลองพับจอกลับเป็นแท็บเล็ตแล้วกลับเป็นโน๊ตบุ๊คหลายต่อหลายครั้ง ตัวบานพับก็ยังแข็งแรงทนทานไม่มีอาการหลวมให้รู้สึกเลยแม้แต่นิดเดียว

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00155

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00156
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00154

ฝาหลังของตัวเครื่องจะใช้ดีไซน์เรียบๆ สีเดียวแต่ติดเพลตดีไซน์เฉพาะของ ASUS Vivobook ไว้ฝั่งขวามือ โดยแยกเป็นสองชิ้นทั้งลายแถบเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้และเพลตบอกซีรี่ส์ ASUS Vivobook พร้อมคำขวัญอย่าง “Explore The Possibilities”, #GoFurther, #BeFearless ด้วย 

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00150

ด้านใต้เครื่องจะมีช่องสำหรับรับอากาศเย็นเข้าทั้งหมด 3 แถว ตีเส้นช่องแนวเฉียงและเว้นระยะระหว่างช่องส่วนกลางและฝั่งซ้าย, ขวาของตัวเครื่องเอาไว้เล็กน้อย ส่วนช่องระบายความร้อนอยู่ที่ด้านหลังและข้างเครื่องฝั่งซ้ายมือเมื่อวางเครื่องใช้งานตามปกติ ติดแถบยางรองใต้เครื่องไว้ 3 เส้น เป็นเส้นยาวขอบบนและเส้นสั้นอีกสองเส้นขอบล่างทั้งสองมุมถัดจากลำโพงเครื่องเข้ามา

Screen & Speaker

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00193

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00196
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00198
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00199
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00200

หน้าจอขนาด 14 นิ้วของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED จะดีไซน์ขอบหน้าจอบางที่ริมทั้งสองด้านและรีดขอบหน้าจอส่วนบนให้บางที่สุดแต่ยังติดตั้งกล้องเว็บแคมแบบ 3DNR ความละเอียด Full HD กับไมค์พร้อมระบบ AI-Noise Cancelling มาให้ เวลาไม่ต้องการใช้กล้องก็ใช้เล็บเลื่อนบานสไลด์ปิดกล้องเอาไว้ได้ ซึ่งถ้าบานสไลด์ปิดกล้องอยู่จะเห็นเป็นจุดสีส้มอยู่

display

จุดเด่นของหน้าจอนี้ นอกจากพาเนล OLED แล้ว ยังได้ความละเอียดสูง 2.8K (2880×1800) พิกเซล ปรับค่า Refresh Rate ได้ว่าต้องการใช้งานตามปกติก็คงเอาไว้ 60Hz หรือชอบภาพลื่นไหลก็เปลี่ยนไป 90Hz ก็ได้ ด้านขอบเขตสีทางบริษัทเคลมเอาไว้ 100% DCI-P3 ได้รับการรับรองจากทาง PANTONE Validated รวมทั้ง VESA DisplayHDR True Black 500 การันตีว่าจอนี้แสดงผลสีดำได้ดำสนิทแน่นอน

gamut
luminance

ด้านขอบเขตสีหน้าจอเมื่อทดสอบและตั้งค่าด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 จะเห็นว่าหน้าจอก่อนตั้งค่าแสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% sRGB, 94.5% Adobe RGB และ 99.8% DCI-P3 ซึ่งขอบเขตสีเดิมจากโรงงานก็จัดว่าใกล้เคียงกับที่ ASUS เคลมเอาไว้แล้ว และพอคาลิเบรตเสร็จจะเห็นว่าขอบเขตสีของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ดีขึ้นมาก โดยเพิ่มขึ้นไปเป็น 170.9% sRGB, 117.7% Adobe RGB และ 121% DCI-P3 ได้ค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E เฉลี่ย 0.09 เท่านั้น ถือว่าหน้าจอของ ASUS Vivobook นี้ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ต, แต่งภาพถ่ายหรือนักวาดภาพจะซื้อเอาไว้วาดภาพประกอบก็ดีมาก ใช้งานสะดวกเหมือนวาดด้วยเมาส์ปากกาไม่มีผิด

หน้าจอความสว่างเอาไว้ 100% เมื่อวัดด้วย DisplayCal 3 จะได้ค่าความสว่าง 375.81 cd/m2 ซึ่งสว่างพอใช้งานได้เป็นอย่างดี สามารถเร่งความสว่างสู้แสงแดดที่ส่องสะท้อนจอตอนใช้งานนอกอาคารได้สบายๆ หรือถ้าแสงแดดลอดหน้าต่างมาสะท้อนจอก็ไม่มีปัญหาแน่นอน และถ้าใช้ในออฟฟิศ ผู้เขี่ยนแนะนำให้ปรับความสว่างไว้ 60% ให้ความสว่างอยู่ราว 200 cd/m2 ก็สว่างเพียงพอแล้ว

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00152
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00151
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00144
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00145

ลำโพงของตัวเครื่องทั้ง 2 ดอกที่ harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้และมีชิป Smart Amp ไว้เร่งเสียงให้ดังกว่าเดิม 3.5 เท่านั้น เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดเสียงแล้วจะได้ความดังราว 85dB ส่วนเนื้อเสียงจะแตกต่างจากลำโพงโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งผู้เขียนเคยทดลองรีวิวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งโทนเสียงจะเน้นไปทางเครื่องดนตรีกับนักร้องเป็นหลัก มีเสียงเบสของลำโพงคอยซัพพอร์ตเสียงให้มีมิติยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ดังจนกลบเสียงอื่นไปจนหมด ถือว่ามิติเสียงนั้นใช้ดูหนังฟังเพลงได้ดีทีเดียว

Keyboard & Touchpad

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00171

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00183
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00184
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00176
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00172
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00175
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00174

คีย์บอร์ดของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED เป็นคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless แต่ดีไซน์ปุ่มให้เป็น Full-size ทรงปุ่มเป็น Dished Key caps โดยตรงกลางปุ่มจะเว้าเข้าไปเป็นแอ่งเหมือนจาน (Dish) โค้ง 0.2 มม. ซึ่งเมื่อทดลองพิมพ์ต้องถือว่าตัวปุ่มจะไกด์ปลายนิ้วให้ผู้ใช้กดลงไปตรงกลางปุ่มพอดี กดง่ายและตอบสนองเร็วใช้ได้และมีไฟ LED Backlit ให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สะดวกขึ้นด้วย

Function Key ถูกเซ็ตอัพเอาไว้ตามปุ่มต่างๆ บนแป้นคึย์บอร์ด ได้แก่ Home, End, Page Up, Page Down ตรงปุ่มลูกศร บางปุ่มที่มีคำสั่งตรงกันข้ามก็ถูกรวบเอาไว้ด้วยกัน เช่น Delete กับ Insert เป็นต้น และถ้าใครอยากล็อค Function Hotkey ตรง F1~F12 สามารถกด Fn+Esc เพื่อเปลี่ยนโหมดได้ และสังเกตตรงปุ่ม Enter จะเห็นว่าขอบล่างปุ่มมีแถบสีขาวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล ASUS Vivobook ติดอยู่ด้วย

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00179

คีย์ลัดของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ที่ปุ่ม F1~F12 นั้น ทางบริษัทก็จัดการ Mapping ปุ่มฟังก์ชั่นสำหรับโน๊ตบุ๊คสายทำงานติดตั้งมาครบถ้วน โดยมีปุ่มดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม
  • F9 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F10 – ปิดหรือเปิดกล้องเว็บแคม
  • F11 – เรียกโปรแกรม Snipping Tool
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS

จะเห็นว่า Function Hotkey ที่ปุ่ม F1~F12 ของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED มีคำสั่งตั้งค่าตัวเครื่องติดมาให้ครบถ้วน แต่น่าเสียดายเล็กน้อยว่าถ้าทาง ASUS ย้ายคำสั่ง Snipping Tool ไปรวมกับปุ่ม Print Screen แทน แล้วเสริมคำสั่งปรับค่า Refresh Rate หน้าจอเข้ามาล่ะก็ น่าจะดีต่อผู้ใช้ที่ชอบหน้าจอที่แสดงผลภาพได้ไหลลื่นไหลด้วย

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00185

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00186
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00187
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00215
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00214

ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 จะมีปุ่มลัด F6 สำหรับปิดเปิดการทำงานอยู่ เมื่อกดแล้วตัวระบบจะแสดงภาพขึ้นมาบนหน้าจอด้วยว่าทัชแพดทำงานอยู่หรือไม่ ด้านการใช้งานจริงตัวแป้นสามารถตอบสนองการลากเคอร์เซอร์ได้รวดเร็วและใช้ Gesture Control ได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา หากใครนั่งทำงานแล้วหยิบเมาส์ออกมาไม่ถนัดนักก็ใช้ทัชแพดได้เลย

ส่วนแป้น ASUS NumberPad 2.0 จะมีคำสั่งอยู่ 2 ไอคอน คือ มุมบนซ้ายหากแตะแล้วยกนิ้วออก จะลดความสว่างของไฟแป้น Numpad ถ้าแตะแล้วลากนิ้วออกจะเรียกเครื่องคิดเลขขึ้นมา ส่วนฝั่งขวามือเป็นปุ่มเปิดปิด Numpad จะทำงานต่อเมื่อแตะค้างเอาไว้ราว 1 วินาที แต่ตอนใช้งานจริงแม้จะเปิด Numpad ค้างเอาไว้ก็ยังลากเคอร์เซอร์เมาส์ไปมาได้ตามปกติและถ้าตรงไหนต้องกรอกตัวเลขก็แตะพิมพ์เลขได้เลย ถือว่าทางบริษัทเซ็ตฟังก์ชั่นการทำงานให้แป้นทัชแพดนี้ทำงานได้ดีมาก ไม่มีอาการรวนมารบกวนตอนใช้งานเลยแม้แต่น้อย

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00229

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00226
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00228
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00223
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00224

ปากกา ASUS Pen 2.0 ในกล่องจะเป็นปากกา USI Stylus แบบให้ฝังแบตเตอรี่เอาไว้ในตัว ตัวด้ามจะมีปุ่มควบคุมการทำงาน 2 ปุ่มและมีปุ่มท้ายด้าม เมื่อกดแล้วเครื่องจะเปิดโปรแกรม Microsoft Sketch Board ขึ้นมาให้วาดภาพจดไอเดียได้ ตอนแบตเตอรี่ปากกาใกล้หมดจะมีไฟสีส้มกระพริบเตือนผู้ใช้ ซึ่งมีพอร์ต USB-C ที่ตัวด้ามให้เสียบชาร์จแบตฯ ได้ด้วย ด้านการวาดและเขียนจดถือว่าตอบสนองได้ดีไม่แพ้กับเมาส์ปากกาแบรนด์ชั้นนำหลายๆ รุ่นเลย

อย่างไรก็ตาม จุดที่ขอกล่าวถึงเป็นส่วนตัว คือตัวปากกาหากใครคุ้นเคยกับ ASUS Pen บางรุ่นที่ต้องใส่แบตเตอรี่ AAA มาก่อนแล้วเปลี่ยนมาใช้ปากกาด้ามนี้เป็นครั้งแรกก็น่าจะเข้าใจผิดว่าต้องหมุนปลายด้ามปากกาเพื่อเปิดกระบอกใส่ถ่าน แต่เวอร์ชั่นใหม่นี้ต้องสไลด์ท้ายด้ามขึ้นเปิดพอร์ต USB-C แล้วเสียบสายชาร์จแทน ซึ่งผู้เขียนคิดว่าหากทาง ASUS จะเปลี่ยนดีไซน์ปากกาเช่นนี้ ควรติดสติ๊กเกอร์บอกผู้ใช้สักนิด อย่างมีคำว่า “Slide” พร้อมลูกศรสักนิด ไม่อย่างนั้นผู้ใช้ที่คุ้นกับปากกาด้ามนี้แต่เป็นเวอร์ชั่นใส่ถ่านต้องได้ส่งเคลมหรือซื้อด้ามใหม่อย่างแน่นอน

Connector / Thin & Weight

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00208
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00209

พอร์ตเชื่อมต่อของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้จะมีพอร์ตติดตั้งเอาไว้ทั้งสองฝั่งของตัวเครื่อง โดยฝั่งซ้ายจะมี USB 2.0 เพียงพอร์ตเดียว ส่วนฝั่งขวาไล่จากซ้ายมี Audio combo, Thunderbolt 4, USB-A 3.2 Gen 2, HDMI 2.1 และช่องต่ออแดปเตอร์ของโน๊ตบุ๊ค

ซึ่งพอร์ตของตัวเครื่องถือว่าทาง ASUS ให้มาครบเครื่อง แต่ผู้เขียนยังกังขาที่พอร์ต USB 2.0 ด้านซ้าย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนอยากให้ทาง ASUS เปลี่ยนเป็น MicroSD Card Reader จะดีกว่า ผู้ใช้จะได้เอาการ์ดจากกล้องมาต่อแล้วโอนไฟล์เข้าออกเครื่องได้สะดวก ไม่ต้องผ่านตัวแปลงใดๆ ให้วุ่นวายและยังเอาไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่างๆ ได้มากขึ้น

หากเป็นไปได้ผู้เขียนแนะนำให้ถอดช่องอแดปเตอร์ออกแล้วเปลี่ยนเป็น Thunderbolt 4 x 2 ช่องจะดีกว่า เพราะโน๊ตบุ๊คสายทำงานของ ASUS หลายๆ รุ่นก็ให้อแดปเตอร์หัว USB-C มาหลายรุ่นแล้ว ถ้า ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ทำตามนั้น นอกจากได้ใจผู้บริโภคยังได้พอร์ตอเนกประสงค์เพิ่มอีกช่องด้วย หรือไม่อย่างนั้นก็เปลี่ยนเป็น Kensington Lock แทนก็ได้ความปลอดภัยให้เจ้าของเครื่องอุ่นใจขึ้นอีก

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00136

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00138
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00137

น้ำหนักของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ที่เคลมเอาไว้หน้าเว็บไซต์อยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม พอชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วได้น้ำหนักราว 1.58 กิโลกรัม เมื่อรวมกับอแดปเตอร์และ ASUS Pen 2.0 น้ำหนัก 320 กรัม จะหนักสุทธิ 1.91 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักร่วม 2 กิโลกรัมถือว่าไม่ได้หนักเกินไป และอแดปเตอร์เฉพาะของเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องพกติดตัวไปด้วยเสมอๆ แค่หาปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์กับสาย USB-C ติดกระเป๋าไป ส่วนอแดปเตอร์ทิ้งไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศก็ได้ ช่วยลดน้ำหนักและจำนวนของใช้ในกระเป๋าให้น้อยลงด้วย

Inside & Upgrade

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00140

ถ้าจะอัพเกรด ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ก็ทำได้ง่ายๆ โดยใช้ไขควงหัวแฉก Philips Head ขันน็อต 10 ดอกออก แล้วเอาปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบตัวเครื่องแล้วเปิดฝาเครื่องได้เลย โดยฝาเครื่องนี้ไม่มีตัวกิ๊บดึงฝาเข้ากับเครื่องหรือน็อตแบบมีตัวรองเลย ตอนเปิดเครื่องขอแค่ระวังตอนงัดตะขอขอบฝาเครื่องแตกก็พอ โดยรวมถือว่าฝาใต้เครื่องของ Vivobook S 14 Flip OLED ก็ยังถอดและใส่เข้าได้ง่ายไม่แพ้ Vivobook รุ่นอื่นในซีรี่ส์เลย

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00149

เมื่อเปิดฝาเครื่องจะเห็นว่าภายในจะมีแบตเตอรี่กับแผงเมนบอร์ดแบ่งพื้นที่กันอยู่ครึ่งหนึ่ง มีช่องต่อ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 พร้อมกรอบโลหะป้องกัน SSD ด้วย ถัดมาเป็นช่อง RAM SO-DIMM ปิดด้วยกรอบอลูมิเนียม อัพเกรดเพิ่มความจุได้มากสุด 16GB DDR4 รองรับบัส 3200MHz ดังนั้นถ้าใครซื้อมาแล้วกลัวแรมออนบอร์ดไม่พอใช้ก็เปิดฝาอัพเกรดได้เลย

ส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างประทับใจที่ทาง ASUS ให้พอร์ต SO-DIMM สำหรับอัพเกรดแรมมา แล้วยังมีกรอบอลูมิเนียมมาปิดแผ่นแรมด้วย แต่ก็แลกกับอินเตอร์เฟส PCIe สำหรับ M.2 NVMe SSD เพียงช่องเดียว ซึ่งส่วนนี้หากดูบนเมนบอร์ดที่มีพื้นที่จำกัดก็ต้องเลือกใส่แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นถ้าใครรู้สึกว่า M.2 NVMe SSD จากโรงงานช้าเกินไปแนะนำให้โคลนย้ายข้อมูลไป SSD ตัวที่เร็วกว่าหรือเปลี่ยนไปซื้อ External SSD มาใช้งานแทนเลยก็ดี

Performance & Software

cpu

mb
ram

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED รุ่นนี้ติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake รหัส Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz มาให้ใช้งาน มีค่า TDP สูงสุด 45 วัตต์ รองรับชุดคำสั่งที่จำเป็นใช้งานครบถ้วน ใช้รันโปรแกรมที่กินทรัพยากรหนักได้เป็นอย่างดี

เมนบอร์ดของ Vivobook S 14 Flip OLED เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 รองรับ SSD ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี มีแรมออนบอร์ดติดตั้งมา 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีช่องแรม SO-DIMM สามารถอัพเกรดเพิ่มได้มากสุด 16GB DDR4 ด้วย ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องเปิดเบราเซอร์หลายแท็บหรือเปิดโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องหนักๆ ได้เป็นอย่างดี

gpu

การ์ดจอออนบอร์ดใน Intel Core i5-12500H เป็น Intel Iris Xe Graphics รองรับ DirectX 12 และชุดคำสั่งสำหรับเรนเดอร์กราฟิคครบถ้วน ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ครบถ้วน สามารถใช้เรนเดอร์ภาพหรือตัดต่อคลิป Vlog ต่างๆ ได้อย่างแน่นอน 

device mgr

พาร์ตในเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager แล้ว จะเห็นว่า ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ FocalTech มาให้ ใช้การ์ด Wi-Fi ของ MediaTek MT7921 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax เป็นรุ่นเสาอากาศ Dual band 2×2 รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัวและมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาให้รักษาความปลอดภัยร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ด้วย

ssd

สำหรับ M.2 NVMe SSD จากโรงงานใน ASUS Vivobook S 14 Flip OLED เป็น Micron 2450 ความจุ 512GB โดยสเปคของไดรฟ์นี้ใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ขนาด M.2 2280 ซึ่งความจุนี้มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s ค่าความทนทานตอนอ่านเขียนข้อมูล 300 TBW มีระบบเข้ารหัสข้อมูล AES-256 ในตัวอีกด้วย

เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ผลที่ได้จะเห็นว่า SSD นี้ทำความเร็ว Sequential Read ได้ 2,940.12 MB/s และ Sequential Write 883.42 MB/s เมื่อเขียนไฟล์ลงไดรฟ์ราว 71% ซึ่งถ้าใครจะใช้ SSD เดิมจากโรงงานก็ถือว่าใช้งานได้ แต่ขอแนะนำให้บริหารพื้นที่ในไดรฟ์ให้ดี อย่าเก็บไฟล์เอาไว้ในเครื่องเกิน 50% เพื่อให้ตัว SSD มีพื้นที่จัดการบริหารไฟล์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

หากผู้ใช้คนไหนต้องการเปลี่ยน SSD ในเครื่องให้เป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพดีขึ้น แนะนำให้ดู Transcend MTE220S, Samsung 980, WD Black SN 750SE ฯลฯ มาเปลี่ยนแล้วเอาไดรฟ์เดิมจากโรงงานไปทำ External SSD แทนก็ดีเช่นกัน นั่นเพราะ M.2 NVMe SSD ที่ซื้อแยกโดยเฉพาะจะมีซอฟท์แวร์สำหรับปรับแต่งและอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้ตัวไดรฟ์โดยเฉพาะและเร่งประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นได้ด้วย 

r15
r20

ด้านการทดสอบเรนเดอร์โมเดล 3D CG แล้ว จะเห็นว่าตัว ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ใช้งานได้เป็นอย่างดี โดย CINEBENCH R15 ทำคะแนน OpenGL ได้ 57.09 fps และ CPU 1,124 cb และเมื่อรันโปรแกรม CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบกำลังการประมวลผลของซีพียูเท่านั้น จะได้คะแนน 2,653 pts ทีเดียว ดังนั้นถ้าผู้ใช้คนไหนต้องทำงาน 3D Model และกราฟิคล่ะก็ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้ก็สามารถเรนเดอร์และนำเสนอโมเดลให้ลูกค้าได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่องกระตุกค้างแน่นอน

3dmark

ด้านการทดสอบเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy จะเห็นว่าตัว ASUS Vivobook S 14 Flip OLED จะทำคะแนนรวมเฉลี่ยได้ 997 คะแนน แยกเป็น CPU score 4,533 คะแนน และ Graphics score 877 คะแนน ก็สรุปได้ว่า Vivobook รุ่นนี้ไม่เหมาะกับการเล่นเกมนักและก็ไม่ได้เป็นใจความหลักของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังพอเปิดเกม 8-bit เล่นฆ่าเวลาได้ระดับหนึ่ง

pcmark10

ส่วนของ PCMark 10 สำหรับทดสอบเวลานำโน๊ตบุ๊คนี้ไปทำงานจริง จะเห็นว่ามันสามารถทำงานได้ดีทีเดียว โดยได้คะแนนเฉลี่ย 5,020 คะแนน ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คบางเบาสายทำงานหลายๆ รุ่น หากจำแนกผลคะแนนเป็นหมวดต่างๆ จะเห็นว่าการใช้งานทั่วไปอย่างเปิดโปรแกรม, ประชุมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือเปิดเบราเซอร์นั้น Vivobook S 14 Flip OLED ทำงานได้ดีไม่มีปัญหา และจะใช้งานกับโปรแกรมออฟฟิศอย่าง Word, Excel หรือแม้แต่โปรแกรมแต่งภาพก็ทำได้ดีไม่แพ้กันเลย ต้องถือว่าตัวซีพียูและการ์ดจอออนบอร์ดใน Intel Core i5-12500H ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีปัญหา

แต่หากมองในส่วนที่ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ไม่ถนัด ก็จะเป็นงานตัดต่อวิดีโอและเรนเดอร์จำลองโมเดลที่ทำคะแนนทดสอบออกมาได้ในระดับพอใช้งานได้ ทว่าถ้าใครเน้นงานปั้นโมเดล 3D หรือตัดต่อวิดีโอความละเอียดเกิน Full HD และใส่เอฟเฟคกับรายละเอียดเยอะๆ ล่ะก็ แนะนำให้หารุ่นมีการ์ดจอแยกติดตั้งมาด้วยจะทำงานได้ดีกว่า

Screenshot 2022 09 21 094202

Screenshot 2022 09 21 094221
Screenshot 2022 09 21 094235
Screenshot 2022 09 21 094304
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00219
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00221
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00220

ด้านการตั้งค่า ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ให้ทำงานได้ดีที่สุดจะมีโปรแกรม MyASUS ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งใช้มอนิเตอร์ตัวเครื่องและตั้งค่าการแสดงผลหน้าจอรวมทั้งมีโหมดถนอมการแสดงผลของพาเนลหน้าจอ OLED รวมทั้งเมื่อใช้งานแล้วมีปัญหาก็สามารถแจ้งปัญหาเพื่อให้ทาง ASUS เข้ามาช่วยดูแลจัดการตัวเครื่องผ่านทางโปรแกรมนี้ได้อีกด้วย

หากให้ดี ผู้เขียนแนะนำว่าเมื่อซื้อ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED มาแล้ว ก็เปิด MyASUS มาเปิดการตั้งค่า OLED Care เอาไว้ให้หมด ซึ่งมันจะช่วยถนอมพาเนลนี้ให้ใช้งานได้โดยไม่เกิดอาการ Burn-in เมื่อใช้งานไปหลายปีด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00143

แบตเตอรี่ของ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED เป็นแบบลิเธียม โพลีเมอร์ ความจุ 70Wh มีขนาดใหญ่จนขอบแบตเตอรี่ติดลำโพงทั้งสองฝั่ง มีความจุ Typical Capacity 6,072mAh และ Rated Capacity 5,895mAh จัดว่ามีความจุเยอะ และทาง ASUS เคลมว่าใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

batt

ซึ่งระยะเวลาใช้งาน เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยลดความสว่างหน้าจอต่ำสุด, ปิดไฟ LED Backlit, ลดเสียงลำโพงให้ดังเพียง 10% แล้วตั้งค่าตัวเครื่องเป็นโหมดประหยัดพลังงาน แล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่า ASUS Vivobook S14 Flip OLED สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุถด 8 ชั่วโมง 28 นาที ซึ่งในฐานะซีพียู Intel H-Series ซึ่งเป็นซีพียูคอร์ประสิทธิภาพสูงนั้น แม้จะใช้งานได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมง แต่ใช้ได้ราวนี้ก็ถือว่านานทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้โปรแกรม BatteryMon จะแจ้งเราว่าใช้งานได้ราว 8 ชั่วโมงครึ่งก็ตาม แต่จากที่นำเครื่องไปใช้งานจริงแบบ Cafe Hopper หยิบโน๊ตบุ๊คติดตัวไปนั่งทำงานร้านโน้นทีร้านนี้ที ก็ใช้งานต่อนเื่องได้ทั้งวันไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน อย่างมากอาจเตรียม Power Bank ความจุสูง กำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไปเตรียมเอาไว้สักก้อนเผื่อใช้ชาร์จในกรณีจำเป็นก็เพียงพอแล้ว แต่อันที่จริง แบตเตอรี่ 70Wh ใน ASUS Vivobook S 14 Flip OLED กับระบบจัดการพลังงานถือว่าทำงานได้ดี ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลยก็ได้

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00141

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00148
ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00153

ระบบระบายความร้อน ASUS IceCool ในเครื่องจะใช้ฮีตไปป์ 2 เส้น ขนาด 8 และ 6 มม. เดินแนวจากซีพียู Intel Core i5-12500H ตรงไปยังฮีตซิงค์ที่ติดอยู่ขอบตัวเครื่องหน้าพัดลมโบลวเวอร์ 2 ด้านเพื่อระบายความร้อนออกจากเครื่อง ด้านเสียงระบบระบายความร้อนต้องถือว่าเบามากจนแทบไม่ได้ยิน และแม้จะรันโปรแกรมใหญ่ๆ อยู่ก็ยังได้ยินเสียงหวีดเบาๆ เท่านั้น ไม่ได้รบกวนหูตอนใช้งานแม้แต่น้อย ถ้าพกเครื่องไปทำงานตาม Co-working space ก็ไม่มีรบกวนผู้อื่นที่ใช้สถานที่ร่วมกันอย่างแน่นอน

heat

เมื่อรันโปรแกรม Benchmark เพื่อเค้นเครื่องให้ทำงานเต็มที่แล้วเช็คอุณหภูมิด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิ Package ของ Intel Core i5-12500H ใน ASUS Vivobook S 14 Flip OLED จะอยู่ที่ 48~98 องศา เฉลี่ย 57 องศาเซลเซียส และเมื่อเอามือจับตามส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องแล้ว ความร้อนจากชุดระบายความร้อนก็ไม่ได้แผ่ออกไปทั่วแค่ตัวเครื่องอุ่นขึ้นเล็กน้อยและจะร้อนจริงๆ ก็ตรงปลายเครื่องเหนือช่องระบายความร้อนเท่านั้น

แต่เมื่อใช้งานจริง Intel Core i5-12500H ใน ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ก็ไม่ได้รันเต็มที่ตลอดเวลาและตอนใช้งานจริงเครื่องก็เย็นตลอดเวลาอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากได้เครื่องนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอุณหภูมิที่โปรแกรมวัดได้เลยก็ได้ โดยเฉพาะคนที่เน้นใช้โปรแกรมออฟฟิศหรือวาดภาพเป็นหลัก ผู้เขียนได้ทดลองใช้งานดูแล้วก็ไม่เจอปัญหาเรื่องอุณหภูมิเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นสบายใจได้เลย

User Experience

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00164

จากที่ผู้เขียนนำ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ไปใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักมาราวสัปดาห์ ก็พบจุดที่ชอบและกังขานิดหน่อย ซึ่งจุดที่เสียดายก็คงหนีไม่พ้นพอร์ต USB 2.0 ที่อยากให้ทางบริษัทเปลี่ยนเป็น MicroSD Card Reader แทน นั่นเพราะถ้ามีพอร์ตนี้เราก็สามารถถอดเมมโมรี่การ์ดจากกล้องหน้ารถหรือ Action Camera ที่ติดอยู่กับหมวกกันน็อคมาโหลดไฟล์ได้ทันที แม้บางคนอาจจะแย้งว่าใช้สมาร์ทโฟนโหลดเอาก็ได้ แต่ถ้าโหลดตรงเข้าคอมพิวเตอร์ก็นำไปใช้ได้ง่ายกว่าอย่างแน่นอน

แต่นอกจากเรื่อง MicroSD Card Reader นี้แล้ว ผู้เขียนกลับชอบ Vivobook รุ่นนี้มาก จุดแรกคือบอดี้ตัวเครื่องที่เป็นอลูมิเนียมแล้ว เรียกว่าแข็งแรงสวยงามไม่แพ้ตระกูล Zenbook เลย และยังมีปากกา ASUS Pen 2.0 แถมมาให้ จึงเซ็นเอกสารสำคัญบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วส่งให้ผู้รับได้ในทันที ไม่ต้องปริ้นท์กระดาษและใช้หมึกเซ็นให้เสียเวลาเลยแม้แต่นิดเดียว และถ้าจะวาดภาพก็พับกลับเป็นแท็บเล็ตแล้ววาดได้ทันทีทุกที่

จุดถัดมาที่ชอบ คือทาง ASUS ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาด้วย เวลาพกเครื่องไปไหนมาไหนก็พกแต่ปลั๊ก GaN กับสาย USB-C ก็ชาร์จแบตเตอรี่ให้เครื่องนี้ได้ทันที หรือถ้าจะต่อหน้าจอที่มีพอร์ต USB-C ที่รองรับ Thunderbolt ก็ต่อใช้งานได้สะดวกมาก และ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นี้ก็ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาก็ตัดประเด็นเรื่องอัพเกรดทิ้งไปได้เลย เพราะบนเมนบอร์ดก็มีช่อง SO-DIMM ให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB DDR4 ติดมาให้ ดังนั้นถ้าซื้อมาใช้งานแล้วรู้สึกว่าแรมไม่พอก็เปิดฝาอัพเพิ่มได้ทันทีอีกด้วย

ส่วนที่ชอบเป็นพิเศษและเป็นเงื่อนไขหลักเวลาพิจารณาจะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องของผู้เขียนเอง คือระบบยืนยันตนแบบชีวมาตร (Biometric) ซึ่ง Vivobook S 14 Flip OLED มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้โดยรวมไว้กับปุ่ม Power ก็ดึงดูดความสนใจของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี ยิ่งในปัจจุบันนี้ที่ยังไม่ควรถอดหน้ากากอนามัยตอนอยู่ในที่สาธารณะนั้น การปลดล็อคเครื่องด้วยเซนเซอร์สแกนใบหน้าก็ไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด แต่ถ้าสแกนลายนิ้วมือเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาทันที ซึ่งผู้เขียนชอบฟังก์ชั่นนี้มากเพราะตอนไปนั่งตามร้านกาแฟก็ไม่ต้องปลดหน้ากากแต่เอานิ้วนาบตรงปุ่ม Power ก็ปลดล็อคเครื่องใช้ทำงานได้ทันที ไม่ต้องปลดหน้ากากออกใส่เข้าใหม่อยู่อย่างนั้นให้เสียเวลา

Conclusion & Award

ASUS Vivobook S 14 Flip OLED DSC00167

หากจะหาโน๊ตบุ๊คที่ครบเครื่องเอาไว้ทำงานสักรุ่น ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นับเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกๆ ที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้ผู้อ่านไปลองจับลองเล่นตัวจริงดูจะได้เห็นว่า ASUS Vivobook นั้นได้อัพเกรดจากโน๊ตบุ๊คทั่วไปซีรี่ส์หนึ่งให้พรีเมี่ยมยิ่งขึ้น จะกล่าวว่างานประกอบแข็งแรงไล่เลี่ยกับ Zenbook ก็ไม่ผิด ได้เลยและยังมีฟีเจอร์ดีๆ ติดมาให้เยอะมากไม่ว่าจะจอทัชพาเนล OLED ขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรง, มีปากกา ASUS Pen 2.0 ให้ใช้และทัชแพดเป็น ASUS NumberPad 2.0 ให้กดสลับโหมดเป็น Numpad พิมพ์ตัวเลขได้รวดเร็ว แถมยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย นับเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับคนทำงานที่ดีและฟีเจอร์ครบเครื่องที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้เขียนกำลังคิดจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ ก็คงตัดสินใจซื้อเครื่องนี้ไปใช้โดยไม่คิดมาก

ส่วนตัวถ้าจะหาอุปกรณ์เสริมให้ ASUS Vivobook S 14 Flip OLED ล่ะก็ ผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16GB ก่อนเป็นอย่างแรก ส่วนเรื่อง M.2 NVMe SSD ในเครื่อง ผู้เขียนแนะนำให้หา External SSD ที่ใช้พอร์ต USB-C จะใช้งานได้ดีและสะดวกกว่าแน่นอน และใครจะเพิ่ม USB-C Multiport Adapter มาเผื่อต่อพอร์ตอื่นๆ เช่น LAN หรือ SD/MicroSD Card Reader ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนเลย

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

ตัวเครื่อง ASUS Vivobook S 14 Flip OLED นั้นหนัก 1.5 กิโลกรัม จัดว่าไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ แต่อเนกประสงค์กว่า เพราะมีพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้ เลยไม่ต้องติดอแดปเตอร์เฉพาะไปไหนมาไหนเสมอ 

award new Graphic

best graphic

หน้าจอทัชพาเนล OLED ขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรงของ Vivobook S 14 Flip OLED นี้ ตอบโจทย์ช่างกล้องที่หาโน๊ตบุ๊คหน้าจอดีๆ เอาไว้ทำงาน และมี ASUS Pen 2.0 เอาไว้เขียนบนหน้าจอได้โดยตรงด้วย ก็ไม่ต้องวุ่นวายหาเมาส์ปากกามาต่อแยกเพื่อเซ็นเอกสารหรือวาดภาพเลย

from:https://notebookspec.com/web/670281-review-asus-vivobook-s-14-flip-oled