คลังเก็บป้ายกำกับ: INTEL_GEN_12

MSI PRODP20ZA คอมจิ๋ว เทรดหุ้น เล่นเกมเบาๆ ต่อได้ 3 จอ ดูหนัง 4K เริ่มหมื่นกว่า

MSI PRODP20ZA มินิพีซีขนาดฝ่ามือ เล่นเกมเบาๆ ดูหนัง 4K เทรดหุ้น ต่อได้ 3 จอ ประหยัดไฟ

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มินิพีซีเครื่องจิ๋ว แต่ประสิทธิภาพเกินตัว พร้อมการเชื่อมต่อครบครัน รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ ปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลายสไตล์ เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานในยุคใหม่ได้หลายรูปแบบ ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 series และแรม DDR4 รวมถึงกราฟิก Radeon Graphic ที่ตอบสนองได้ทั้งงานในสำนักงานทั่วไป งานเอกสาร และการทำบัญชี ไปจนถึงการตกแต่งภาพ รวมถึงการใช้งานส่วนตัว เช่นท่องอินเทอร์เน็ต ขายของออนไลน์ และความบันเทิงภายในบ้าน หรือเป็นพีซีเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ด้วยมิติที่เล็กกว่าเคสคอมทั่วไปหลายเท่า น้ำหนักเบา จึงติดตั้งได้ง่าย ใช้งานในจุดต่างๆ ของบ้านหรือสำนักงานได้ดี รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายรุ่นใหม่ กับดีไซน์ที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และที่น่าสนใจคือ ประหยัดการใช้พลังงานลง ใครที่ชอบด้วยงบประมาณเริ่มต้นเพียง 15,000 บาท กับการรับประกัน 2 ปีอุ่นใจ ในแบบ Onsite Pickup & Return อีกด้วย ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

MSI PRODP20ZA มินิพีซีตัวจิ๋ว เพื่องานและความบันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  1. มิติที่เล็กมาก ขนาดเทียบเท่าฝ่ามือเองครับ เทียบกับเราเตอร์ขนาดย่อมๆ ก็ยังได้ เล็กกว่าพีซี 6-8 เท่าเลยทีเดียว เพราะขนาด 2.6L เท่านั้น ประหบัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้เยอะ
  2. น้ำหนักประมาณ 1.5Kg เท่านั้นครับ วางมุมไหนก็ได้ โต๊ะไม่เอียงแน่นอน
  3. ออกแบบให้วางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้หมด แล้วแต่ผู้ใช้จะดีไซน์ จัดโต๊ะคอมได้ง่ายขึ้น
  4. วางตรงไหนในห้องก็ได้ แทบจะเป็นดีไซน์แบบเดียวกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นในปัจจุบัน ต่อสายเข้าจอ ก็พร้อมทำงาน เพราะมี WiFi ในตัว
  5. ด้านหน้าทันสมัย เน้นเส้นสายสะดุดตา ติดอยู่นิดนึง คือปุ่มอาจจะดูกลมกลืนไปกับลายด้านหน้าอยู่บ้าง แต่ก็มีแสงไฟสถานะให้พอสังเกตครับ
  6. ด้านข้างซ้ายปิดทึบ ใช้วางแนวนอนได้, ด้านขวามีช่องระบายอากาศ สำหรับพัดลมซีพียู
  7. ด้านหลังจัดพอร์ตมาให้เยอะพอสมควร เช่น USB 3.2, USB 2.0, พอร์ตแสดงผล HDMI, DP และ VGA
  8. การใช้พลังงาน มาพร้อมอแดปเตอร์ 120W ขนาดย่อมๆ มาให้ ไม่เปลืองไฟครับ
  9. ต่อได้ 3 จอเลยครับ สำหรับคนที่ต้องใช้งานหลายจอพร้อมกัน

ข้อสังเกต

  • มีไฟสถานะแสดงผลไม่มาก
  • ไม่รองรับการอัพเกรดการ์ดจอแยก
  • ใช้แรมแบบ SODIMM เท่านั้น

Specification

Description
CPU MODEL AMD Ryzen 3 5300G, 4 core/ 8 thread
CPU COOLING Air cooling
MEMORY DDR4 SO-DIMM 2 slot, Max. 64GB
STORAGE SSD 256GB, PCIe GEN3x4
2x M.2 slot
2x 2.5″ Drive bay
WIRELESS LAN INTEL/3168.NGWG, 802.11ac 1×1+BT 4.2
AUDIO Realtek ALC233, 2.1 Channel HD Audio
I/O PORTS (FRONT) 1 x USB 3.2 Gen 2 Type A
1 x USB 3.2 Gen 2 Type C
Front Audio Mic-In x1,
Headphone x1
I/O Port (Rear) USB 3.2 Gen 2 Type A x1
USB 2.0 TYPE A x3
LAN (RJ-45) x1
WiFi Antenna x2
VGA x1
HDMI x1
DP Out x1
COM Port x1
Power 120W Adaptor
Keyboard/ Mouse RF1430, MA04
PRODUCT DIMENSIONS (WXDXH) 160.55 x 193.3 x 85mm
WEIGHT 1.42Kg.
VESA SIZE 75 x 75 mm
Source: MSI Pro DP20Z

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA


Hardware / Design

MSI PRODP20ZA

การออกแบบของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามินิมอลกว่ารุ่นที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เสียอีก เพราะตัวถังแค่ 2.3L เท่านั้น มิติประมาณ 16cm x 19.3cm x 8.5cm หากเทียบกับเกมมิ่งตัวน้องอย่าง Trident AS ก็ยังเล็กกว่ามาก แต่จะพอๆ กับ MSI CUBI 5 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี Pro DP20ZA มีความคล่องตัว และสนับสนุนการติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมได้มากกว่า

ด้านหน้าออกแบบมาในโทนสีดำ มีเส้นสายที่มีการสลับไปมา ดูมีมิติ และทันสมัย แทรกปุ่มเพาเวอร์และแสงไฟสถานะมาด้วย พร้อมพอร์ตต่อพ่วง และโลโก้ MSI สีเงิน ซึ่งเป็นแนวที่เราอาจไม่ได้เห็นกันบ่อยบนพีซีขนาดเล็ก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบ ไม่มีลวดลายมากนัก

MSI PRODP20ZA

เมื่อมาดูกันแบบใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าเส้นสายที่อยู่ด้านหน้านี้ จะมีมิติยื่นออกมา สลับกับภายในที่เป็นสีดำเงา โดยปุ่มเพาเวอร์จะซ่อนอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งหากไม่ได้กด หรือมีแสงไฟสถานะลอดออกมา ก็แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นปุ่มเปิดการทำงาน ไฟจะมีสีฟ้าและสีขาว อยู่ตรงด้านบนขวา ใกล้กันก็จะเป็นพอร์ต Front panel ที่อยู่หน้าเครื่อง ประกอบด้วย USB Type-C, Type-A และหูฟัง ไมโครโฟน

MSI PRODP20ZA

ด้านข้างขวา จะเป็นช่องระบายความร้อน โดยเราจะเห็นพัดลมพื้นฐานของทาง AMD ดูดลมเข้ามาจากช่องนี้ เพื่อระบายความร้อนให้กับฮีตซิงก์ของซีพียู ที่อยู่ด้านใน และโลโก้ Pro series และใกล้ๆ กับช่องพัดลม และใกล้กับด้านหน้าจะมีระบุไว้ว่า Design and Engineering by MSI

MSI PRODP20ZA

ด้านซ้ายจะเป็นช่องเล็กๆ สำหรับติดตั้ง VESA Mount กับด้านหลังจอมอนิเตอร์ และฝาผนังเป็นแบบ 75mm x 75mm ส่วนตัวมองว่าเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายแบบ ไม่ว่าจะใช้ติดตั้งจอทีวีในบ้าน สำนักงาน สำหรับต้อนรับแขก พรีเซนเทชั่น หรือจะต่อกับจอภาพบางรุ่น เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ยิ่งใช้งานแบบไร้สาย ก็จะทำให้โต๊ะไม่ดูรกรุงรังอีกด้วย

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA วางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขึ้นอยู่กับการจัดวางองค์ประกอบบนโต๊ะ และความสะดวก ด้วยความกว้าง x ยาวระดับ 160.5 x 193mm เท่านั้น จึงไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน เรียกว่าโต๊ะขนาด 120cm ก็ยังเหลือพื้นที่ใช้สอยได้อีกมากมาย

ด้านหน้าที่มีพอร์ตต่อพ่วงมาให้ทั้ง USB และแจ๊ค 3.5mm อีกด้านจะเป็นโลโก้ MSI บนเพลทสีเงินสวยงาม

และอีกสองด้านที่เหลือ จะเป็นช่องระบายอากาศ ซึ่งมาในแบบตะแกรงขนาดเล็ก เพื่อให้อากาศไหลเวียนในตัวเคสได้ดีขึ้น ซึ่งหากดูตามการใช้งานแล้ว พีซีเครื่องนี้แทบไม่เกิดความร้อนขึ้นมากมายนัก โดยพัดลมซีพียูสามารถจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีทีเดียว

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังตัวเครื่องมาพร้อมช่องระบายความร้อนแบบตะแกรงช่องเล็กและพอร์ตต่อพ่วงมากมาย รวมถึงจุดติดตั้งเสาสัญญาณ WiFi อีกด้วย และเป็นจุดที่ใช้ไขน็อต เพื่อแกะฝาครอบ สำหรับการอัพเกรด

MSI PRODP20ZA

การดีไซน์โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว แตกต่างจากมินิพีซีทั่วไป ทั้งเส้นสาย พอร์ตการเชื่อมต่อ เพียงแต่อาจจะเน้นไปที่ Business เป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ใส่เรื่องของแสงสีมากมายนัก แต่ก็เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ดี ดูมินิมอลมากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI PRODP20ZA

พอร์ตการเชื่อมต่อด้านหน้า มีเป็นพอร์ต USB 3.2 Gen2 Type-C ที่ใช้ได้ทั้งการชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ส่วนที่เป็น Type-A ผมว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่มี External HDD หรือ SSD ที่ต่อภายนอก โอนถ่ายไฟล์ข้อมูลได้ไว เพราะเป็น USB 3.2 Gen2 ความเร็วระดับ 10Gbps เร็วกว่า Gen1 เท่าตัวเลยทีเดียว หรือใครสะดวกจะใช้พอร์ตด้านหลัง จะใช้พอร์ตนี้ในการต่อ เมาส์ คีย์บอร์ดได้เช่นกัน

ใกล้กันจะเป็นแจ๊ค 3.5mm ที่ทาง MSI ใส่แยกเอามาไว้ให้เป็น หูฟัง และไมโครโฟน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จะต่างจากบนโน๊ตบุ๊คที่เป็นคอมโบมาให้ อาจจะไม่สะดวก เมื่อต้องแยกใช้ไมโครโฟน กับเอาท์พุตเสียง เพื่องานในสำนักงาน

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อหลักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A 2 พอร์ต จุดนี้ผมมองว่าเหมาะกับการต่อเมาส์ คีย์บอร์ดเป็นหลัก เพราะไม่ได้เน้นความเร็ว ส่วนด้านล่างจะเป็น USB 3.2 Gen2 ซึ่งตอบโจทย์พรินเตอร์รุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล และอื่นๆ ที่เน้นเรื่องความเร็ว ใกล้กันเป็นพอร์ตเชื่อมต่อเครือข่าย RJ-45 สำหรับ Gigabit LAN และพอร์ตแสดงผล ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ เพราะมีให้ถึง 3 พอร์ตด้วยกัน ประกอบด้วย

  • VGA สำหรับต่อจอพื้นฐานแอนาลอกบนความละเอียด Full-HD
  • DisplayPort ต่อจอแสดงผลดิจิตอล รองรับความละเอียด 4K เหมาะกับจอรุ่นใหม่
  • HDMI ใช้ได้ทั้งจอมอนิเตอร์ โปรเจกเตอร์ และจอพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไป
MSI PRODP20ZA

เสาสัญญาณ WiFi รองรับ 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ทำให้การเชื่อมต่อของคุณไม่ติดขัด เพราะมีให้เลือกทั้ง LAN และ WiFi


Inside / Upgrade

MSI PRODP20ZA

การแกะอัพเกรดทำได้ค่อนข้างง่ายบน MSI PRODP20ZA นี้ เพราะไขน็อตเพียง 4 ตัวเท่านั้น สามารถไขออกได้ทั้ง 2 ด้านซ้ายและขวา

MSI PRODP20ZA

ด้านที่เป็นช่องระบายอากาศ จะเห็นพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ พร้อมฮีตซิงก์ติดตั้งมากลางตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ การกระจายลมออกไปได้ทั่วๆ ภายในเคส และให้ลมออกได้ถึง 3 ด้านด้วยกัน โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด AMD Ryzen 7 5700G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดที่วางจำหน่าย

MSI PRODP20ZA

พื้นที่ติดตั้ง Storage ด้านใน ติดตั้งได้ถึง 3 แบบ และยังอัพเกรดได้ โดยที่ติดตั้งมาให้เริ่มต้นเป็น SSD M.2 NVMe PCIe 256GB การถอดใช้เพียงไขควงแกะน็อตยึดเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบเล็กน้อย

MSI PRODP20ZA

ด้านล่างจะเป็นสล็อตสำหรับติดตั้งแรมเป็นแบบ SODIMM DDR4 3200 เดิมจะติดตั้งมาให้ 8GB มาตรฐาน แต่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้จากสล็อตที่เหลือ อัพเกรดได้สูงสุด 64GB (32GB x2)

MSI PRODP20ZA

แรมในแบบ SODIMM DDR4 3200 8GB จาก Samsung ที่ติดตั้งมาในระบบ

MSI PRODP20ZA

ด้านบนของโมดูล SSD M.2 เป็นพอร์ต SATA III เพิ่มเติมมาให้ สำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 2.5″ หรือสำหรับโน๊ตบุ๊ค รวมถึง SSD SATA III เพิ่มได้อีก 2 ตัวด้วยกัน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้แล้ว อีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเมนบอร์ด ก็สามารถแกะเปิดออกมาได้ ให้คุณสามารถอัพเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มีสล็อต M.2 PCIe รองรับการติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe เพิ่มได้อีก 1 โมดูล รวมเป็น 2 โมดูลทั้งด้านหน้าและหลัง ได้ทั้งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และความเร็วที่จาก SSD อีกด้วย เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกจะใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบต่อภายนอก


Performance / Software

MSI PRODP20ZA

โปรแกรม CPUz รายงานซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI PRODP20ZA รุ่นนี้เป็น AMD Ryzen 3 5300G เป็นแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุดประมาณ 4.2GHz ซีพียูรุ่นนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มของกราฟิกในตัว ให้ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความบันเทิง หรือเล่นเกมเบาๆ แต่อาจจะไม่ได้เจาะจงสำหรับงานเฉพาะทาง เช่นงานตัดต่อ แต่งภาพจริงจังหรืองานด้านวิศวกรรมโหดๆ ได้มากนัก

MSI PRODP20ZA

ติดตั้งแรม DDR4 3200 ในแบบ SODIMM 8GB และใส่เพิ่มอีก 8GB เป็น 16GB มีให้ติดตั้งได้ 2 สล็อต

MSI PRODP20ZA

การทดสอบเบื้องต้นบน CPUz นี้ เทียบกับซีพียูรุ่นพี่อย่าง AMD Ryzen 7 2700X ที่เป็นแบบ 8 core/ 16 thread ซีพียู Ryzen 3 สามารถเบียดบี้ได้อย่างสูสี และโดดเด่นในงาน Single core ด้วยสัญญาณนาฬิกาที่สูง แม้จะเป็นรองในแง่ของ Multi-thread เพราะคอร์ เธรดน้อยกว่านั่นเอง

MSI PRODP20ZA

กราฟิกเป็นแบบ Integrate ที่มาในตัวซีพียู AMD Ryzen 3 รุ่นนี้ กับ Radeon Graphic ที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับการเล่นเกมโดยตรง เพราะจะเน้นที่การทำงาน ดูหนัง กับงานกราฟิกพื้นฐาน แต่ก็สามารถเล่นเกมที่ไม่ใช้ทรัพยากรมากๆ หรือแนวเกมออนไลน์ เช่น Genshin, Chrono Odyssy รวมถึงเกมพีซีที่แค่ปรับ Detail ก็สามารถเล่นได้ในหลายๆ เกม สามารถชมในส่วนการทดสอบเกมด้านล่างนี้ได้

MSI PRODP20ZA

การทดสอบ PCMark10 ให้ผลออกมาได้น่าพอใจ เพราะถ้าเทียบกับพีซีพื้นฐานขนาดใหญ่ MSI Pro DP20ZA นี้ ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร กับคะแนนรวมที่มากถึง 5,621 คะแนน รวมถึงคะแนน Essentials และ Productivity ที่มาแตะเกือบ 10,000 เพราะหลายครั้งที่เราทดสอบมาใน 2 ส่วนนี้ เฉลี่ยจะอยู่ที่ 10,000 ต้นๆ แสดงถึงความไม่ธรรมดาของซีพียูและการทำงานในภาพรวม

MSI PRODP20ZA

สำหรับ CINEBench นั้น จะเป็นการทดสอบด้านกราฟิก 3D Animation แม้ว่าจะเป็นซีพียูน้องเล็กอย่าง AMD Ryzen 3 แต่ก็สามารถผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก แม้ว่าจะทำคะแนนได้ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับซีพียูรุ่นพี่ๆ ที่มี Core/ Thread จำนวนมากกว่า แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพลังของซีพียูระดับ 4 core นี้ ก็พอจะช่วยให้ใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้จะแนะนำให้ใช้งานกับโปรแกรมขั้นสูงเช่นนี้ เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และอาจใช้เวลาในการประมวลผลมากเกินไป แต่ถ้าเป็นโมเดล AMD Ryzen 7 ก็พอจะช่วยงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRODP20ZA

กับผลทดสอบด้านเกมกราฟิก ด้วยโปรแกรม 3DMark กับกราฟิก Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 3 5300G นี้ แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็แสดงศักยภาพได้ดีในระดับหนึ่ง โดยคะแนนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ผ่านการทดสอบมาได้ อยู่ในเกณฑ์ของกราฟิกบนซีพียูในหลายๆ รุ่น อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการเล่นเกม ร่วมไปกับการใช้งานพื้นฐาน บนเคสขนาดเล็กเช่นนี้ แนะนำโมเดลที่เป็น Ryzen 7 5700G ที่จะช่วยเพิ่มเฟรมเรตได้พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกม

MSI PRODP20ZA

เราทดสอบการเล่นเกม เพื่อให้เห็นศักยภาพของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ กับเกมพื้นฐานแนว MOBA อย่าง DOTA2 กับการปรับ Detail Fastest mode บนความละเอียด Full-HD เพื่อเน้นความลื่นไหล ตัวเกมสามารถให้เฟรมเรตได้ถึง 80-90fps. แต่ถ้าปรับเป็น High ให้เฟรมเรตเฉลี่ยที่ 47-48fps. แม้จะมีเอฟเฟกต์จากเวทย์ของฮีโรก็ตาม แนะนำตั้งค่านี้ได้เลยหากต้องการเล่น

MSI PRODP20ZA

ส่วนเกม PUBG บนความละเอียด Full-HD 1080p ตั้งค่า Very Low Detail ให้เฟรมเรตได้ในระดับ 39-45fps มีบ้างที่ขึ้นไป 50fps. บางจังหวะ แต่ก็ทำให้เล่นเกมนี้ได้ แนะนำให้ตั้ง Render scale ในระดับ 70-90 จะไม่กระทบต่อเฟรมเรตมากนัก และเล่นเกมได้สบายตามากขึ้น

MSI PRODP20ZA

มาสู่บททดสอบในด้านงานวีดีโอกันบ้าง ด้วยการ Export คลิปวีดีโอความละเอียด Full-HD มีความยาว 15 นาที ใส่เอฟเฟกต์ทั่วไป ด้วยการ Insert ภาพและเสียง ระบบใช้เวลาในการทำงานประมาณ 32 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น อย่างที่ได้แนะนำไปว่า หากต้องการจะเน้นไปที่การทำงานที่หนักมากขึ้น กับโปรแกรมเฉพาะทาง ทางเลือกของโมเดลรุ่น AMD Ryzen 7 มีความน่าสนใจ ส่วนในช่วงการใช้งานอาจมีบางจังหวะที่กระตุกเล็กน้อย เช่น ระหว่างการเลื่อนไทม์ไลน์ และพรีวิวภาพ เป็นปกติของการใช้งานที่เป็นซีพียูรุ่นน้องเล็ก และการ์ดจอแบบออนบอร์ดนั่นเอง แต่ในภาพรวมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง

MSI PRODP20ZA

และในครั้งนี้เราใช้งานร่วมกับจอแสดงผล MSI PRO MP241X ซึ่งเป็นจอที่ให้พื้นที่แสดงผล 23.8″ ใกล้เคียงกับ MSI PRO MP243 ความละเอียด Full-HD โดยเป็นจอพาแนล VA ให้ความสว่างสดใส และมุมมองที่กว้างใกล้เคียงกับ IPS เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะนำไปใช้ในสำนักงาน กับความสว่างสดใส และสีสันที่คมชัด ปรับแต่งได้ง่ายผ่านทางปุ่ม OSD ด้านหลังจอ มาพร้อมพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เลือกทั้ง HDMI และ VGA เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน

MSI PRODP20ZA

แต่ที่น่าสนใจคือ MSI PRO MP241X รุ่นนี้ มี VESA Mount ด้านหลัง สำหรับติดตั้งกับ Wall mount หรือ Arm table เพื่อแขวนหรือติดกับขาจับจอบนโต๊ะได้ง่าย รวมถึงเมื่อใช้ร่วมกับอแดปเตอร์ ก็จะสามารถต่อ MSI Pro DP20ZA เข้ากับด้านหลังจอ เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานได้อีกด้วย นับว่าเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับการทำงานในทืุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ทำให้แบ่งหน้าจอในการใช้งานได้สะดวก และใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเอกสาร ตรวจเช็คไฟล์งาน หรือจะด้านความบันเทิง ดูหนัง พร้อมดูหุ้นไปพร้อมกัน ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เช่น การเพิ่มหรือลด Scale บนหน้าจอ ก็ช่วยให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นแล้ว

MSI PRODP20ZA

ด้วยมุมมองที่กว้าง ก็ทำให้การใช้งานด้านภาพและวีดีโอได้ชัดเจน ผิดเพี้ยนน้อย รวมถึงใช้ในการแบ่งปันหน้าจอให้กับคนข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าหรือสมาชิกภายในบ้านให้เห็นได้อย่างชัดเจน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถต่อจอแสดงผลได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ผ่านทางพอร์ตสัญญาณ Output ที่อยู่ทางด้านหลังของ MSI PRODP20ZA ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort และ VGA ให้คุณขยายศักยภาพการทำงานของคุณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การท่องอินเทอร์เน็ตหาข้อมูล เทรดหุ้น ไปจนถึงการสตรีมมิ่งได้แบบลื่นๆ เลยทีเดียว


Battery / Heat / Noise

MSI PRODP20ZA

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอุณหภูมิในการทำงาน เห็นเคสเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็จัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะกับพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ และครอบคลุมอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วทั้งเมนบอร์ด ลมที่พัดเข้าไป ก็สามารถกระจายลมไปได้ทั่ว ลดความร้อนได้ดี โดยอุณหภูมิสูงสุดในการทดสอบบนแบบ Full load บนโปรแกรม FURmark อยู่ที่ราว 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65-68 องศาเซลเซียสเท่านั้น ถือว่าทำได้ดี เพราะโอกาสการใช้งานซีพียูระดับ 100% แบบนี้ มีไม่มากนัก ฉะนั้นหากเป็นการทำงานโดยทั่วไปน่าจะอยู่ที่ราว 55-60 องศาเซลเซียส เท่านั้น


Conclusion / Award

MSI PRODP20ZA

สรุปภาพรวมของ MSI PRODP20ZA รุ่นนี้ ผมว่าเหมาะกับคนที่ต้องการคอมทำงาน หรือใช้ในสำนักงานยุคใหม่ เน้นความมินิมอล ดูมันสมัย ลองนึกภาพดูครับว่า บ้านที่เป็นแบบ Smart Home ใช้งานไร้สายให้มากที่สุด โต๊ะคอมที่ไม่ต้องเทอะทะ และพีซีที่จัดวางได้ในทุกแนว ตกแต่งห้องได้สวย แต่ทำงานที่เหมือนกับใช้คอมเครื่องใหญ่ จะต่อ 3 จอก็ง่าย ทำงานเอกสาร ท่องเน็ตหาข้อมูล หรือจะเทรดหุ้น สตรีมมิ่งวีดีโอไปพร้อมกัน ก็ยังได้ครับ

แต่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ใช่สำหรับคอเกม ด้วยสเปคที่ไม่ได้ใส่การ์ดจอแยกมาให้ จะเล่นได้ในบางเกม ที่ไม่ได้เรียกใช้ทรัพยากรมากมายนัก เกมออนไลน์พอเล่นได้แบบที่เราได้ทดสอบบน DOTA2 และ PUBG ที่เล่นได้ลื่นในระดับ Low หรือ Medium Detail ในแง่ของการอัพเกรด ก็ยังทำได้ แม้ในเคสจะมีพื้นที่จำกัดก็ตาม เพราะเพิ่มได้ทั้ง SSD และ RAM บนสล็อตที่เหลือ 

สุดท้ายก็คือ พอร์ตที่ให้มาก็เรียกว่าเกือบครบครัน ให้คุณต่อพ่วงอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมี WiFi มาในตัวอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท การรับประกัน 3 ปี เป็นแบบ Onsite Pickup and Return อุ่นใจได้ในการใช้งาน โดยซีรีย์ DP20ZA จะมีทั้งหมด 3 รุ่น

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

  • MSI PRODP20ZA 5M-205TH เริ่มต้น 23210.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-206TH 18920.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-207TH 15070.-

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA

from:https://notebookspec.com/web/682753-msi-pro-dp20za-mini-pc

จอคอมมือสอง 2023 น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี เช็คอย่างไรให้ได้ของดี คุ้มค่า

จอคอมมือสอง 2023 รุ่นไหนน่าใช้ เลือกอย่างไรดี จอคอมเกมมิ่ง วิธีเช็คง่ายๆ ก่อนเลือกซื้อ

จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง อย่าไปซื้อ! ปี 2023 แล้วซื้อจอใหม่ดีกว่า… มักคำเตือนแบบนี้มักจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจเคยเจอ เมื่อรู้ว่าเราจะซื้อจอมือ 2 มาใช้งาน ซึ่งก็อาจจะเป็นคำเตือนที่ดี แต่บางทีก็ขัดกับใจใครบางคน เพราะบางทีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากได้จอคอมใหญ่ๆ ความละเอียดสูงมาใช้ 2K, 4K หรือยิ่งได้รีเฟรชเรตสูงๆ 144Hz ขึ้นไป แบบจอเกมมิ่ง ก็ยิ่งดี แต่ราคาต้องเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าด้วย การที่จะได้จอที่ถูกใจมานั้น คงไม่ใช่แค่กำเงินที่มี แล้วเดินไปหาอย่างเดียว เพราะคุณจะต้องพอเช็คสภาพจอ รวมถึงกลไกต่างๆ ในการขายของจากบรรดาพ่อค้า วันนี้เรามาดูกันครับว่า การจะเลือกจอมือ 2 เหล่านี้ จะซื้ออย่างไร ที่ไหนและต้องเช็คอะไรบ้าง


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย?

จอคอมมือสองน่าซื้อมั้ย ข้อนี้ต้องถามใจคุณดูก่อนว่า คุณพร้อมที่จะรับสภาพได้แค่ไหน มีความอดทนมากพอมั้ย และจอที่คุณมองไว้ เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งเอาไว้หรือไม่ เพราะราคาจะเป็นตัวกำหนด บางครั้งถูกมากไป ก็ได้ลุ้น แพงไปก็อาจจะไม่คุ้ม ฉะนั้นก็ต้องอยู่กลางๆ แต่หากคุณได้จอดีๆ มาใช้ ในราคาที่ถูกกว่าราคากลางในตลาด ก็ถือว่าคุณโชคดีมาก แต่กว่าจะได้จอมือสองแบบนั้นก็คงจะไม่ง่าย

Advertisementavw
จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง ก็คล้ายกับของมือสองอื่นๆ ในตลาด มีให้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การได้ของที่ถูกใจ ในราคาถูกมาใช้ แต่ของเหล่านั้น ก็ถูกใช้งานมาแล้ว โอกาสที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดความเสียหายก็มีเช่นกัน เช่นเดียวกับสภาพของจอ บางคนก็ดูแลดี เก็บรักษาอยู่ในห้อง แต่บางคนก็ไม่ได้ดูแล มีกระแทกบ้าง สัตว์เลี้ยงมาแทะ ซนชนจนหล่นตกแตก หรือบางทีก็ชอบเอานิ้วจิ้มจอ เป็นต้น ก็อาจจะมีผลต่อการใช้งานเช่นกัน

จอคอมมือสอง

รวมถึงของที่ใช้แล้ว ก็มีความเสื่อมเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นจอที่มีอายุในตลาดมายาวนาน และใช้งานต่อเนื่อง ลองนึกสภาพว่า ผู้ใช้ไม่เหมือนกัน บางท่านก็อาจจะเปิดใช้ทำงานแค่วันละ 5-8 ชั่วโมง ส่วนเกมเมอร์บางคน อาจจะเล่นต่อเนื่องวันละ 12 ชั่วโมง ความเสื่อมสภาพของหน้าจอ หรืออายุการทำงาน ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อครบปี โอกาสที่คุณจะรับไปใช้ต่อ แล้วเกิดปัญหาหรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนได้บ้าง ก็มีอยู่ไม่น้อย

จากข้อมูลพื้นฐานของผู้ผลิต จอภาพในแบบ LED นั้น จะมีอายุการใช้งานราวๆ 80,000-120,000 ชั่วโมง หรือราวๆ 20 ปี ในกรณีที่ใช้วันละ 8 ชั่วโมงนะ (อ้างอิง: digitalworld839.com) ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่อาจทำให้แผงวงจรหรือพาแนลเสียหายได้

จอคอมมือสอง

ยังไม่รวมถึงสภาพแวดล้อมหรือการจัดเก็บดูแล บางบ้านอยู่ในห้องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ก็จะยังอยู่ในสภาพที่ดี เพราะชิ้นส่วนภายใน ไม่เจอกับอุณหภูมิที่สูง ก็จะทนทานกว่าจอภาพที่อยู่ในห้องธรรมดา อากาศร้อน หรือบางทีก็เสี่ยงกับความชื้น เช่นวางใกล้หน้าต่าง หรือสัตว์เลี้ยง แมลง มด สิ่งเหล่านี้ มีส่วนทำให้จอภาพเสียได้ไวขึ้น

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าคุณได้จอคอมมือสองที่ถูกใจ ในราคาถูกลงเกือบครึ่ง สภาพดี มีประกัน แบบนี้ใครก็อยากเสี่ยง ไม่มีผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ดังนั้นถ้าคุณชอบของดี ราคาโดน เราไปดูรายละเอียดกันครับ ว่าจะเลือกอย่างไรบ้าง


ซื้อที่ไหนดี?

หลายคนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อจอคอมมือ 2 มาใช้เป็นการชั่วคราว และเก็บเงินซื้อจอใหม่ที่ดีกว่า อาจจะด้วยสาเหตุที่จอเก่าเสีย ส่งต่อให้คนอื่นหรือบางทีก็งบประมาณจำกัด ต้องการจะใช้จอที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งของใหม่อาจจะราคาสูงเกินเอื้อม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าซื้อจอได้ที่ไหนบ้าง เรามีข้อมูลมาเป็นแนวทางครับ

ห้างไอที ร้านตู้ มีร้านเยอะ ความหลากหลายอยู่ที่จังหวะ ราคาอาจสูงบ้าง แต่เห็นของ เช็คสภาพได้เลย ร้านออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลาย ชำระผ่านแพลตฟอร์ม ราคาอยู่ที่สภาพและความต้องการ จัดส่งมั่นใจได้ กลุ่มและคอมมูนิตี้ มีให้เลือกเยอะ ราคาดี มีให้บิดกับพ่อค้า ความไว้วางใจ ชำระเงิน ส่งของ เร็วช้าอยู่ที่เครดิต

ห้างไอที: ห้างเหล่านี้ หลายๆ แห่งจะมีบรรดาร้านที่มีจำหน่ายอุปกรณ์คอมมือสองอยู่ด้วย จะมีทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่ บางร้านก็จะมีหน้าร้านออนไลน์เอาไว้ด้วย คุณสามารถสอบถามข้อมูล ราคา ก่อนจะเข้าไปดูตัวจริงที่ร้าน ข้อดีของการซื้อแบบนี้อยู่ที่ การได้เห็นตัวจริงสินค้า สภาพ มีร้านการันตี หน้าร้านชัดเจน ต่อรองราคาได้ และมั่นใจเรื่องการบริการ แต่อาจจะมีให้เลือกไม่หลากหลาย รวมถึงราคาอาจจะสูงเล็กน้อย เพราะร้านมีค่าใช้จ่าย รวมถึงเราต้องเดินทางไป และบางครั้งก็อาจจะไม่มีของที่เราต้องการ

จอคอมมือสอง

ร้านค้าออนไลน์: ในนี้เราจะรวมเว็บไซต์ที่เป็นตลาดซื้อขายเข้าไปด้วย ซึ่งในบ้านมีให้เลือกเข้าไปช้อปมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, Kaidee หรือ Pantipmarket เป็นต้น ข้อดีของร้านค้าเหล่านี้คือ แพลตฟอร์มที่ช่วยในการจัดการ ตั้งแต่ คัดกรองสินค้า ผู้จำหน่าย รวมถึงการค้นหา การชำระเงิน ส่วนใหญ่จะปลอดภัย สะดวก แต่ที่เหลือคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องเช็คสินค้าและดูรายละเอียดให้ครบถ้วน ก่อนจ่ายเงิน และหลังจัดส่ง รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สอบถามรายละเอียดในแต่ละร้านได้โดยไม่ต้องโทรหา หรือเดินหาด้วยตัวเอง แค่แชทผ่านช่องทางที่กำหนด ทำราคาได้ค่อนข้างดี มีระบบจัดส่งที่วางใจได้ แต่คุณจะไม่ได้เห็นสินค้าแบบสัมผัสได้ หรือว่าทดสอบได้นั่นเอง

จอคอมมือสอง

Group หรือ Community: ส่วนใหญ่จอคอมมือสองจะเป็นกลุ่มใน Facebook ที่มักรวมกันเป็น Community ที่มีคนที่เป็นสมาชิกที่ชื่นชอบในสินค้าหรืออุปกรณ์แบบเดียวกัน เช่น กล้อง การ์ดจอ คอมพิวเตอร์ รวมถึงจอคอมด้วยเช่นกัน ข้อดีของ Community แบบนี้คือ ไม่ใช่แค่การมองหาแล้วซื้อ แต่คุณยังเปิดรับสินค้า ให้ผู้ขายเข้ามานำเสนอได้ บางครั้งแข่งกันเรื่องราคา ผู้ซื้อก็จะได้ราคาพิเศษไป แม้จะเป็นข้อดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ซื้อก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มไม่ได้เป็นแพลตฟอร์ม การคัดกรองค่อนข้างยาก มีทั้งผู้ที่จำหน่ายจริง และคนที่ไม่สุจริตเข้ามาแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ขั้นตอนที่สำคัญคือ การชำระเงิน การส่งของ จนกว่าจะถึงปลายทาง เพราะโอกาสที่ผิดพลาดก็มีสูง จากเคสต่างๆ เช่น โอนเงินแล้ว แต่ไม่ส่งของ ส่งของไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ส่งของเสียมาให้ หรือบางครั้งก็เป็นการหมุนเงินก่อน กว่าจะส่งของก็เป็นเดือนๆ หรือบางทีก็ไม่ส่ง การติดตามก็ยาก ช่วงหลายปีมานี้ ก็มีการใช้วิธี Verify ตัวบุคคล การสร้างเครดิตผู้ขาย รวมถึงการชำระแบบผ่านกลางแอดมินเป็นต้น

ห้างไอที ร้านค้าออนไลน์ Group หรือ Community
ความสะดวก ต้องเดินทางไป ดูข้อมูลง่าย ดูข้อมูลง่าย
ความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มีหลายร้านให้เลือก มีผู้ค้าจำนวนมาก
เช็คสินค้า เช็คได้ทันที ดูจากภาพ วีดีโอ ดูจากภาพ วีดีโอ
การชำระเงิน สะดวกจ่ายได้เลย หลายช่องทางตามสะดวก ขึ้นอยู่กับผู้ขาย
การจัดส่ง รับกลับได้ทันที รอร้านตามกระบวนการ ช้า/เร็ว อยู่ที่ความรับผิดชอบผู้ขาย
การรับประกัน เช็คได้ที่ร้าน ตามเงื่อนไข ตามที่ตกลงกับผู้ขาย
ความเชื่อมั่น มีหน้าร้านอุ่นใจ มีแพลตฟอร์มคืนได้ อยู่ที่เครดิตและความรับผิดชอบ
ราคา บวกจากปกติอยู่บ้าง ตามกลไกตลาด ถูก แพงอยู่ที่จังหวะและความต้องการ

เลือกอย่างไร?

ก่อนจะเลือกจอคอมมาใช้งาน ก็ต้องดูจากความต้องการของตนเองก่อนว่า อยากได้จอแบบไหน มาใช้งานอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ก่อนที่จะไปส่องจอคอมมือสอง เพราะจอแต่ละแบบก็มีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งราคาก็จะต่างกันด้วย เราไปดูกันก่อนว่าจอแบบไหน มีลักษณะอย่างไร

จอคอมมือสอง

จอคอมใช้งานทั่วไป: โดยพื้นฐานจะใช้สำหรับงานทั่วไป เช่นงานเอกสาร การเรียนรู้ หรือทำรายงาน แต่งภาพบ้าง สามารถใช้จอใหญ่ระดับ 24″-27″ ได้ ความละเอียด Full-HD และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา เช่น Low Blue Light อัตรารีเฟรชเรตพื้นฐาน 60Hz อาจจะรองรับ HDR ได้บ้าง พาแนล IPS ปรับแต่งได้บ้าง แต่อาจไม่ถึงขั้นมี Game Mode ราคาจะไม่ค่อยสูง เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน หรือสำนักงาน

จอคอมทำงานเฉพาะทาง: จอคอมในกลุ่มนี้ ต้องการขอบเขตสี และความแม่นยำของสีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์หรืองานด้านการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก 3 มิติ แอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟิก รวมถึงงานด้านภาพ ตัดต่อวีดีโอ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ จอต้องมีการแสดงภาพที่แม่นยำ สีสันคมชัด มองเห็นในมุมต่างๆ ได้ไม่ผิดเพี้ยน ปัจจุบัน เช่น มีขอบเขตสีครอบคลุมระดับ 100% sRGB พร้อมความแม่นยำของสี Delta E (ΔE) < 2 (น้อยกว่า 2) ความละเอียดสูง เพื่อให้รองรับงานและแอพพลิเคชั่นได้ดี เช่น 2K หรือ 4K มีความสว่างสูง ลดแสงสะท้อน การมีอัตรารีเฟรชเรตสูง ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าจอทั่วไป ก็ทำให้ราคาของจอภาพพุ่งสูงกว่าจอแบบอื่นๆ

จอคอมมือสอง

จอคอมเล่นเกม: Gaming monitor เป็นจอคอมที่เราเห็นได้บ่อย เมื่อค้นหาคำว่า จอเกมมิ่ง จอเล่นเกมนี้จะต่างจากแบบทั่วไปในหลายด้าน ว่ากันตั้งแต่พื้นที่แสดงผล ตั้งแต่ 24″ ขึ้นไป หากคุณอยากใช้จอใหญ่ 27″-29″ อาจจะยังไม่ทำให้คุณต้องถอยร่นจากจอมากนัก เห็นได้เต็มตายิ่งขึ้น รวมถึงความละเอียด ส่วนใหญ่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เทคโนโลยีจัดเต็ม 24″ Full-HD เป็นตัวเริ่มต้น แต่ถ้าเครื่องคอมคุณแรงพอ การ์ดจอเทพ จัดไป 2K (1440p) และ 4K (2160p) แต่อย่าลืมอัตรารีเฟรชเรตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่ 144Hz จะเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีทีเดียว

จอคอมมือสอง

นอกจากนี้หากคุณเลือกจอที่มีการปรับแต่งเพิ่มได้ เช่น Game Mode ให้เลือก รวมถึงเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น nVIDIA G-Sync หรือ AMD FreeSync เป็นต้น เช่นเดียวกับฟีเจอร์ที่ติดกับตัวจอมาด้วย ในการช่วยให้การเล่นเกมสนุกหรือได้เปรียบมากขึ้น เช่น Crosshair หรือ Night Vision เป็นต้น และที่สำคัญถ้าได้ปุ่มที่ปรับแต่ง OSD ได้ง่าย ยิ่งใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งได้ก็จะดีไม่น้อย แต่ทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อม Gaming monitor ที่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

จอคอมมือสอง

จอคอมสำหรับความบันเทิง: จะเน้นไปที่จอคอมที่มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ให้ความละเอียดสูง และมีสีสันสดใส ไม่จำเป็นต้องมีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงมาก แต่ให้การสนับสนุนด้านภาพที่ดี มีความสว่างสูง และมุมมองที่กว้าง เพื่อการรับชมได้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงพาแนลแบบ IPS ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย บนจอกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น OLED, Mini OLED, QuantumDot เป็นต้น ที่นอกจากจะให้ความคมชัดสดใส สีดำดำสนิทแล้ว ก็ยังสนับสนุนหรือได้ Certified DisplayHDR ที่ทำให้การแสดงผลมีความกลมกลืนสวยสมจริง ให้ขอบเขตสีที่กว้าง และผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดการแสดงผลให้เข้ากับการใช้งานได้อีกด้วย สนนราคาก็ขึ้นอยู่กับพาแนลที่ใช้และเทคโนโลยีที่เติมเข้ามานั่นเอง


เช็คสภาพจอได้อย่างไร?

เมื่อได้รับจอคอมมาแล้วต้องเช็คอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ซื้อจอมือสองมาใช้ โดยเฉพาะคนที่ซื้อแบบออนไลน์ และไม่ได้ทดสอบมาก่อน แนะนำว่าให้รีบทดสอบก่อนภายใน 7 วัน ที่มักจะเป็นประกันแบบสากล มีความผิดปกติจะได้แจ้งกับผู้ขายให้ได้รับทราบก่อน เผื่อว่าอาจจะต้องส่งคืน หรือส่งเคลม (อย่างไรก็ดี ย้ำกันอีกทีว่า การซื้อของมือสอง ก็อาจจะไม่ได้ใหม่กริ๊บ สวยไร้ริ้วรอยเสมอไป ยกเว้นว่าคุณได้มาครอบครอง ก็ถือว่าโชคดีสุดๆ)

จอคอมมือสอง

สภาพโดยทั่วไป น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายที่สุด ก่อนจะไปดูสิ่งอื่นๆ ว่ากันที่ กรอบจอ ไม่อ้า ไม่กางออก ไม่แตกหัก งานประกอบเรียบสนิท ไม่มีคราบกาวไหลเยิ้ม อย่างน้อยถ้าเป็นงานซ่อม ก็ต้องออกมาดี รวมถึงด้านหลังจอ ควรยึดกับฐานได้แน่น ไม่หลวมหลุดแกว่งไปมา ซึ่งจะบอกถึงความแข็งแรงได้ดี

จอคอมมือสอง

ฐานขาตั้ง ข้อต่อ ขาตั้งจอควรมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ หากเป็นจอที่ปรับมุม ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หรือ Pivot ได้ ก็ควรให้เป็นไปตามนั้น ยกเว้นว่าคุณยอมรับสภาพนั้นอยู่แล้ว เพื่อราคาที่ถูกลงมากๆ ก็เป็นข้อยกเว้น เพราะอย่าลืมว่า เวลาที่ใช้งาน สายตาคุณจะไม่แกว่งไปตามจอภาพนั่นเอง

จอคอมมือสอง

ปุ่มปรับแต่ง สำคัญมากๆ สำหรับการใช้งาน เพราะบางครั้งคุณต้องปรับเลื่อนเลือกฟังก์ชั่น เพิ่ม-ลดความสว่าง หรือการเปลี่ยนโหมดการใช้งาน บางรุ่นมีแค่ OSD settings มาให้ แต่ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ หากปุ่มเสียไปกด เลื่อน เลือกไม่ได้ ก็จะปรับอะไรไม่ได้เลย จึงต้องเช็คให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

พอร์ตสัญญาณ ควรจะต้องใช้ได้ทุกช่อง ให้ต่อสายจากคอมมาเช็คในทุกๆ พอร์ต ไม่ว่าจะเป็น VGA, DVI, HDMI หรือ DisplayPort บางรุ่นมี USB Type-A, Type-C สำหรับ PD Charging หรือช่อง Audio-Out มาอีกด้วย วันนี้คุณอาจไม่ได้ใช้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ ยิ่งมีฟีเจอร์ KVM หรือ Display-Out ต่อจอเสริมได้ ก็ควรจะต้องใช้งานได้ตามปกติ

จอคอมมือสอง

ระบบไฟ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้อแดปเตอร์ตัวแปลงไฟ หรือต่อสาย Powercord ต่อตรงก็ตาม ต้องแน่น ไม่หลุดหลวม เพราะโอกาสที่เกิดการลัดวงจร หรือภาพดับบ่อยๆ สามารถส่งผลเสียต่อการใช้งานอยู่ไม่น้อยเลย

จอคอมมือสอง

อุปกรณ์เสริม บางครั้งอาจจะครบ หรือไม่ครบ ก็ไม่ได้เป็นประเด็น แต่สิ่งที่ควรมี ก็ต้องมี เช่น น็อตสกรูสำหรับยึดจอเข้ากับขาตั้ง หรือสายไฟ สายสัญญาณ ในส่วนอื่นๆ ที่เสริมมานั้น ก็แล้วแต่กรณีไป ซึ่งถ้าเป็นเฉพาะของจอรุ่นนั้นๆ ก็ควรต้องสอบถามผู้ขายให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

หลังจากที่เช็คสภาพจอโดยทั่วไปแล้ว ก็ได้เวลาเช็คสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสดงผล แม้จะเป็นจอคอมมือสอง แต่ก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสว่าง ภาพที่คมชัด ไม่มี Dead/Bright dot จนรบกวนการใช้งาน ไปจนถึงไม่มีเส้น แตก ลายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง เป็นต้น แล้วจะเช็คได้อย่างไร?

เช็คบนวินโดว์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจเช็ค ด้วยการเปิดจอในหน้า Desktop ว่างๆ ด้วยการคลิ๊กขวาบนเดสก์ทอป จากนั้นเลือก View > เอาเครื่องหมายหน้า Show icon ออก แล้วเปลี่ยนสีของหน้าจอ ไปเป็นสีต่างๆ แล้วสังเกตสิ่งเหล่านี้

จอคอมมือสอง
  • เปิดหน้าจอสีขาว ต้องไม่มีจุดดำหรือ Dead pixel หรือถ้ามีมากสุดแค่จุดเดียว ก็ทำให้คุณเสียสมาธิและเสียอารมณ์ในการใช้งานได้แล้ว ยกเว้นว่าคุณรับได้
  • เปิดหน้าจอสีดำ ต้องไม่มีจุดสะดุดตา สีขาวหรือสีแดง ที่เป็น Hot pixel หรือ Bright pixel เพราะจะอารมณ์เดียวกันกับ Dead pixel และเป็นไปได้ว่า จะมีแนวโน้มเกิดขึ้นเพิ่มได้อีกด้วย
  • ไม่มีเส้นในแนวยาว หรือแนวตั้งปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะตอนเปิดจอใหม่ๆ หรือใช้งานไปนานๆ ก็ตาม
  • อาการแสงรั่ว ตรงนี้อยู่ที่การผลิตจอ ซึ่งเราแทบจะไม่เห็นกันในจอรุ่นใหม่ๆ ถามว่าน่ากังวลมั้ย ก็อาจจะมีอยู่บ้าง เมื่อเราใช้ในสภาพแวดล้อมที่มืดๆ ตรงจุดที่รั่วออกมาเยอะ อาจทำให้ความชัดลดลง และมีความรำคาญบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณงบน้อยจริง ต้องซื้อจอรุ่นเก่า พอรับได้ก็ดี แต่ถ้าจะซื้อจอกลางเก่ากลางใหม่ ก็ให้สังเกตเอาไว้หน่อยครับ รั่วเล็กน้อย แค่ขอบมุม พอได้ แต่ถ้ารั่วออกมากินพื้นที่จอเยอะเกินไป ก็ลองคุยกับผู้ขายดูอีกที

แต่ถ้าในกรณีที่ไม่แน่ใจจอคอมมือสองที่ได้มานี้ ใช้งานได้ดีมั้ย อยากจะเช็คการแสดงผลให้ละเอียดไปกว่านั้น ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ทดสอบมาเป็นตัวช่วยได้ เรียกว่า DPT หรือ Dead Pixel Tester ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โปรแกรมนี้สามารถแสดงผลให้เราทราบได้เลยว่า มีความผิดปกติใด เกิดขึ้นกับจอคอมมือสองที่ซื้อมาบ้าง ไม่ใช่แค่ Dead/ Hot/ Bright Pixel เท่านั้น แต่การแสดงผลสีขาว/ ดำ หรือวงกลม สมดุล เส้นขอบแนว ก็ทำได้หมด จากตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมนี้

จอคอมมือสอง ซื้อได้ ควรระวัง
สภาพโดยรวม ไม่แตกร้าว เบี้ยวหัก เสียหาย แตก งอ ชิ้นส่วนหาย
ขาตั้ง ฐาน รับน้ำหนักจอได้ สมดุล ปรับหมุนปกติ เอียง พับ เขย่าหรือเสียสมดุลเมื่อใช้
จอภาพ แสดงผลชัดเจน สว่าง สีสดใส ไม่มัว ภาพคมชัด ไม่กระพริบ จอสีเหลือบ มีเส้น หรือ Dead pixel เยอะ
พอร์ต ใช้งานได้ครบ ต่อพ่วงได้ตามปกติ พอร์ตเสีย สัญญาณขาดหาย ขั้วต่อเบี้ยง เอียง เสียบไม่แน่น
ปรับแต่ง ปุ่มใช้งานปกติ ตั้งค่าการทำงานได้ เปิด OSD settings ไม่ได้ ปุ่มพัง กดไม่ติด
เสียง เสียงดัง ฟังชัด ไม่ขาดหาย เสียงแตก ติดๆ ดับๆ
ประกัน ประกันศูนย์ ประกันร้าน ประกันใจ

Conclusion

จอคอมมือสอง

นอกจากคอมมือสอง จอคอมมือสองก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด หรือบางทีอาจจะหามาใช้เป็นจอสำรอง และนำไปใช้เป็นจอเสริม ต่อแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย แต่จากที่ว่ามาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การมองหาจอคอมให้ได้แบบที่ต้องการ บางครั้งก็ไม่ได้ง่าย และมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อมีการซื้อหาแบบออนไลน์ เพราะหลายท่านก็ไม่สะดวก ที่จะเดินทางไปดูที่ร้าน หรือชอบซื้ออยู่กับบ้านมากกว่า ดังนั้นการพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่เร่งรีบ หรือเช็คให้ถี่ถ้วนจะเป็นการดี นอกเหนือจากให้ความสำคัญกับสเปค ความสวยงาม บางครั้งถ้าถึงขั้นจะต้องขอ Live เพื่อดูการใช้งานจริงๆ ได้ ก็คงต้องทำ เพราะเมื่อเงินโอนออกจากคุณไปแล้ว โอกาสจะได้คืนก็จะยากขึ้น ในกรณีที่ปลายทางไม่มีของอยู่จริง หรือเป็นมิจฉาชีพมาหลอกคุณนั่นเอง การเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีแพลตฟอร์มก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรืออยากจะไปช้อปดูหน้าร้าน จ่ายเพิ่มอีกหน่อย แต่ได้เห็นของเช็คสภาพได้เลย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณคร่ำหวอดในตลาดมากพอ และรู้ช่องทางซื้อ จะทางไหนก็เลือกหากันได้เลย ตามความสะดวกของแต่ละบุคคลครับ


2nd hand gaming monitor 2023 63

จอคอมไม่ติด ไฟกระพริบ เช็คอาการ แก้ไขใน 7 ขั้นตอนปี 2023

from:https://notebookspec.com/web/684875-select-2nd-hand-display-2023

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ลดสูงสุด 4,000 เริ่ม 28,990 บาท เท่านั้น!! ใครอยากได้จัดไปเลย!!

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค intel 1

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊คร้าน BaNANA น่าซื้อไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ถ้ามองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเอาไว้เล่นเกมสักเครื่องในช่วงต้นปี 2023 นี้ ทาง BaNANA ก็จัดโปรโมชั่นร่วมกับทาง Intel เป็นงาน Intel Brand Fair โดยมีโค้ดส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท และยังเลือกผ่อนกับบัตรเครดิตได้นานสุด 0% 24 เดือนอีกด้วย โดยอีเว้นท์นี้จัดถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566 นี้ ซึ่งจะสั่งซื้อที่หน้าเว็บไซต์แล้วไปรับสินค้าที่หน้าร้านเลยหรือรอให้สินค้ามาส่งที่บ้านก็ได้เช่นกัน จัดว่าสะดวกมากๆ 

Advertisementavw

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel จากแบรนด์ต่างๆ ที่มีโปรโมชั่นจากทาง BaNANA จะมีตั้งแต่ Intel Core i3 จนถึง i9 เลือกได้ทั้ง Intel 11th Gen ซึ่งประสิทธิภาพยังดีพร้อมเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ หรือแม้แต่ Intel 12th Gen รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมคอร์ 2 ชุด โดยมี P-Core ไว้รันงานหลักและ E-Core ไว้รันโปรแกรมเบื้องหลังได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ให้เกมเมอร์ได้โดนกัน!

สเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ CPU

GPU

SSD

RAM

Software

Display

Weight

Connectivity ราคา
(บาท)
ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 144Hz

2.3 กก.

Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

28,990
Acer Nitro 5 AN515-58-55UB Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Acer Nitro 5 AN515-58-50WD Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 165Hz

100% sRGB

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

35,990
ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 144Hz

2.3 กก.

Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,900
MSI Katana GF76 12UD-010TH Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

17.3″ FHD IPS 144Hz

2.6 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

45,590
ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 300Hz

2.3 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

74,990
ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS 300Hz

2.3 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

84,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ

BNN Cover intel Brand Fair 160123 310123 category banner medium 1

จากครั้งก่อนผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อโดยรวมทุกแบบทั้งโน๊ตบุ๊คทำงานและเกมมิ่งเอาไว้ด้วยกัน แต่ถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเอาไว้เล่นเกมหรือทำงานครีเอทีฟสักเครื่อง ผู้เขียนได้เลือกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อทั้งหมด 7 รุ่นมาแนะนำให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปใช้งานกัน เริ่มต้นราคาไม่เกิน 30,000 บาทไปจนสเปคแรงระดับ Desktop Replacement ได้เลย โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W (28,990 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-55UB (33,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)
  4. ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W (35,900 บาท)
  5. MSI Katana GF76 12UD-010TH (45,590 บาท)
  6. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W (74,990 บาท)
  7. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W (84,990 บาท)
1. ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W (28,990 บาท)

tuf1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องแรกเป็น ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W ซึ่งทาง BaNANA นำมาลดราคาเป็นพิเศษ ซึ่งลูกค้าจะได้รับของแถมแล้วยังแลกซื้อกระเป๋าเดินทางในราคาพิเศษได้และยังผ่อน 0% 24 เดือนได้อีกด้วย ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB จะสามารถใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

TUF Gaming F15 เครื่องนี้ติดตั้ง Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มาให้กับจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ มีน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม และราคาเครื่องยังไม่ถึง 30,000 บาท จึงถึงว่า TUF Gaming F15 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN111W
CPU Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 28,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-55UB (33,990 บาท)

nitro1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเครื่องถัดมาเป็น Acer Nitro 5 AN515-58-55UB ซึ่ง Acer ได้เปลี่ยนบอดี้ตัวเครื่องเป็นแบบใหม่, ใส่พอร์ต Thunerbolt 4 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery 100 วัตต์มาให้และยังเปิดฝาอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ แถมขอบเขตสีหน้าจอยังกว้างระดับ 100% sRGB อีกด้วย ถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ใช้งานและแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครทำงานอาร์ทแต่งหรือวาดภาพทำงานอยู่บ่อยๆ ล่ะก็ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อมากอีกเครื่องหนึ่งเลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-55UB
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 33,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (35,990 บาท)

nitro2 1

ด้าน Acer Nitro 5 AN515-58-50WD เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อเช่นกัน โดยทางร้านจัดโปรโมชั่นใช้โค้ด BNINTBFJ10 แล้วจะลดราคาสินค้าได้ 1,000 บาท และยังได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางได้อีกด้วย ส่วนสเปคต้องถือว่าแชร์กับ Nitro 5 ข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ให้รีดเฟรมเรทได้ดีขึ้น ถ้าใครเน้นเล่นเกมเป็นหลักก็ขยับมาซื้อเครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-50WD
CPU Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 8GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
Connectivity Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 2.5 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
4. ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W (35,900 บาท)

tuf2 1

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อ ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W เป็นรุ่นที่ได้การ์ดจอตัวแรงอย่าง RTX 3060 มาใช้เล่นเกมแล้วและสเปคจัดว่าจบจากโรงงาน อย่างมากก็เพิ่ม SSD เข้าไปให้มีความจุมากขึ้นเป็น 1TB ก็ใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีขึ้นมากแล้ว ผู้อ่านที่สนใจรุ่นนี้อยู่สามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงในซีรี่ส์เดียวกันได้ที่นี่

TUF Gaming F15 ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.3 กิโลกรัม ต้องถือว่าเป็นตัวแรงราคาคุ้มที่มีให้เลือกใน Intel Brand Fair ครั้งนี้เลยย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-HN016W
CPU Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7~4.5GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity Thunderbolt 4 รองรับ DisplayPort x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 35,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
5. MSI Katana GF76 12UD-010TH (45,590 บาท)

katana 1

MSI Katana GF76 12UD-010TH เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อจากแบรนด์ MSI อีกรุ่น ซึ่งทางบริษัทได้ติดตั้งระบบระบายความร้อน Cooler Boost รุ่นปรับแต่งใหม่มาให้ใช้งาน, ได้ซีพียู Intel 12th Gen และหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 17.3 นิ้ว อีกด้วย โดยทาง BaNANA ได้จัดโปรโมชั่นให้ผู้ที่สั่งซื้อได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางไปใช้ได้ด้วย

ซีพียูของ Katana GF76 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ใช้งาน พอร์ตและการเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ในตัว น้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม

สเปคของ MSI Katana GF76 12UD-010TH
CPU Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz
Display 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
Connectivity USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight  2.6 กิโลกรัม
Price 45,490 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
6. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W (74,990 บาท)

strix1 1

ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W เองก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อสเปคระดับท็อปเพื่อเกมเมอร์ที่ไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องนี้แทนได้เลย โดยจุดเด่นของมัน ได้แก่ ROG Keystoe II สำหรับตั้งค่าโปรไฟล์ตัวเครื่องว่าถ้าใส่หรือถอดชิป NFC ตัวนี้จะทำงานในโหมดใด, มี ASUS NumberPad สำหรับพิมพ์ตัวเลขได้, ปุ่มมาโครสำหรับตั้งค่าตอนเล่นเกมและอื่นๆ ซึ่งถือว่าครบเครื่องในฐานะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งเลย หากใครสนใจเครื่องนี้อยู่สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของ Strix Scar 15 เครื่องนี้จัดว่าทรงพลังสมค่าตัวโดยได้ Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz การเชื่อมต่อและพอร์ตมี Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่า ASUS ROG Strix Scar 15 รุ่นนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อสเปคแรงและราคาสมเหตุผลดีมากรุ่นหนึ่ง หากใครหาเครื่องแรงน่าลงทุนซื้อมาใช้แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้มาเล่นได้เลย

สเปคของ ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZW-HF187W
CPU Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 1TB
RAM 32GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz
Connectivity Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 74,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)
7. ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W (84,990 บาท)

Screenshot 2023 01 23 112102 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อรุ่นสุดท้ายเป็น ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W เช่นกัน ซึ่งรุ่นนี้ราคาจะอยู่ที่ 84,990 บาท เมื่อซื้อจะได้รับของแถมและแลกซื้อกระเป๋าเดินทางได้ แถมยังผ่อน 0% 24 เดือนได้ด้วย โดยสเปคจะแชร์กับ Strix Scar 15 ในข้อก่อนทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอแยกจะอัพเกรดเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 แทน ซึ่งประสิทธิภาพนั้นแรงพอใช้ทำงานและเล่นเกมทุกเกมในปัจจุบันได้สบายๆ ไปอีกหลายปีแน่นอน

สเปคของ ASUS ROG Strix Scar 15 G543ZS-HF010W
CPU Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5.0GHz
GPU NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
SSD M.2 NVMe SSD 1TB
RAM 32GB DDR5 บัส 4800MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300Hz
Connectivity Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

Software Windows 11 Home
Weight 2.3 กิโลกรัม
Price 84,990 บาท (คลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่)

alex abazis BUhfBTwiQqs unsplash

เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่กำลังคิดจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าเป็นรุ่นใหม่ให้ทำงานได้ดีขึ้นอยู่ล่ะก็ ผู้เขียนแนะนำให้ดูเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel ร้าน BaNANA น่าซื้อในบทความนี้หรือจะดูที่หน้าเว็บไซต์ BaNANA แล้วเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ทีหลังก็ได้เช่นกัน โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใครใช้โน๊ตบุ๊คอายุเฉลี่ย 3-5 ปีแล้ว ประสิทธิภาพย่อมเทียบกับรุ่นใหม่พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเปลี่ยนก็จะช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นและเสร็จเร็วกว่าเดิม เป็นผลดีต่อเจ้าของเครื่องอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1katanagf66gen12

Share image Edit Name 1aceri5 1

from:https://notebookspec.com/web/683850-7-intel-gaming-laptop-banana-2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ลดคุ้ม 8 รุ่น ขายของออนไลน์ เล่นเน็ต ดูหนังปี 2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 สุดประหยัด 8 รุ่น งานเอกสาร แต่งภาพ ดูหนัง เล่นเกมออนไลน์ ปี 2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 งบประหยัดที่อาจจะดูยาก แต่ก็พอหาซื้อได้ สำหรับคนที่งบจำกัด เช่น 8 โน๊ตบุ๊คสุดราคาต่ำกว่าหมื่นที่เรานำมาเป็นตัวอย่าง ที่ต้องการได้โน๊ตบุ๊คมาทำงานเบาๆ เช่นการเรียน ขายของออนไลน์ ทำเอกสาร ท่องเน็ตหรือดูหนังเพลินๆ ได้ ปี 2023 นี้ก็มีให้เลือกเยอะ แต่ก็ต้องมีข้อพิจารณาหลายจุด เพราะโน๊ตบุ๊คราคานี้ ส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตบุ๊คมือสอง จะมีตั้งแต่สภาพกลางเก่า กลางใหม่ หรือถ้าโชคดีอาจจะได้โน๊ตบุ๊คที่ใช้งานน้อย สภาพสวยมาใช้ นอกจากนี้อาจจะมีมือใหม่ๆ หลุดมาบ้าง สเปคประหยัด แต่รองรับงานพื้นฐานต่างๆ ได้พอสมควร ซึ่งถ้าใครมองว่าไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องเหล่านี้ ก็ตามเรามาเลยครับ วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากกันครับ

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ปี 2023

  1. HP Chromebook 11MK G9
  2. Toshiba Dynabook R82
  3. Lenovo ThinkPad T530
  4. HP Elitebook 725 G3
  5. Dell latitude e7250
  6. Toshiba Satellite R35M
  7. Fujitsu Lifebook A574/K
  8. Acer TravelMate Spin B3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาท สเปคอะไร? ใช้อะไรได้บ้าง?

บางส่วนก็ต้องทราบกันก่อนว่า โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทนี้ อาจจะหาซื้อโน๊ตบุ๊คมือหนึ่งได้ยากมาก และส่วนใหญ่ก็จะเกินกว่า 5 พันบาท ไปแตะที่ 6-7 พันบาท ที่เป็นตัวเริ่มต้น ยกเว้นว่าจะมีโปรโมชั่นให้เลือกในบางโอกาส หรือบางเทศกาลพิเศษ ซึ่งหากใครที่ซื้อทัน ก็ถือว่าโชคดี เพราะมักจะมีจำกัด ดังนั้นโน๊ตบุ๊คที่เราได้เจอราคานี้ในท้องตลาด ก็จะมีของมือสอง ที่ตกรุ่น หรือเป็นรุ่นเก่า ใช้งานมาพอสมควรให้เลือกใช้ ซึ่งหากคุณคิดว่า ไม่พร้อมกับการซื้อโน๊ตบุ๊คมือสอง ที่อาจจะต้องลุ้นกันว่าจะใช้ได้ดีแค่ไหน ก็แนะนำว่าเก็บเงินเพิ่ม เพื่อซื้อของใหม่ ในปัจจุบันพอจะมีให้เลือกในงบ 9,900 บาท

Advertisementavw
โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

แต่ถ้าคุณไม่มีทางออก การเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมือ 2 ก็ควรต้องพิจารณาในหลายๆ ส่วน เช่น

สภาพ: ควรจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นมือสองในราคาที่ประหยัดแบบนี้ หากได้โน๊ตบุ๊คสภาพดี มีการดูแล ใช้งานได้ตามปกติ ไม่สวยมาก แต่โดยรวมใช้ได้ ก็น่าสนใจ แต่ถ้าสภาพเกินจะรับไหว เช่น บานพับหัก บอดี้แตก ทัชแพดพัง ปุ่มหลุด พอร์ตเสีย จอสีเพี้ยนหรือเปิดเครื่องแล้วเสียงดังผิดปกติ แม้ราคาจะดี แต่เลี่ยงได้ ก็เลี่ยงครับ เพราะเราซื้อไปใช้ ไม่ได้ซื้อไปซ่อมต่อ เพราะฉะนั้นดูให้ละเอียดก่อนจะจ่ายเงินครับ

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

ประสิทธิภาพ: อาจจะเป็นเรื่องรองลงมา แต่ว่าก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะคุณจะต้องใช้ไปอีกนานกับเครื่องนี้ มันควรจะตอบสนองงานของคุณได้ดีมากพอ เพราะทำงานไปกระตุกไป เปิดไฟล์ช้ามาก ย้ายไฟล์เยอะๆ ก็แฮงก์อีก แบบนี้คงไม่ดี การเลือกโน๊ตบุ๊คให้มีประสิทธิภาพ เหมาะกับเงินที่จ่ายไป ไม่ใช่เรื่องยากนัก เช่น ดูราคาในรุ่นต่างๆ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อาจไม่ต้องถูกสุด แต่อยู่ในงบที่คุณมี และให้สเปคที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ซีพียู แรม SSD การ์ดจอ เป็นต้น

ระยะเวลาการใช้งาน: อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่เจอกันก็คือ แบตเตอรี่ ที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานและการจัดเก็บ ซึ่งอาการที่เจอก็คือ ไม่เก็บประจุ ทำให้ใช้งานได้ไม่นาน หรือบางครั้งต้องเสียบชาร์จไปด้วยตลอดเวลาเมื่อใช้งาน เพราะชาร์จไฟไม่เข้าแล้ว ถ้าแบบนี้ผมไม่แนะนำครับ เพราะค่อนข้างลำบากในการนำไปใช้ข้างนอก อีกทางเลือกหนึ่งก็อาจใช้การเปลี่ยนแบตฯ ใหม่ ซึ่งราคาเริ่มที่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน แล้วแต่รูปแบบ ขนาดและรุ่นของโน๊ตบุ๊ค ซึ่งในปัจจุบันสามารถหาได้เกือบทุกรุ่นในตลาด

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

การรับประกัน: โน๊ตบุ๊คมือสอง ส่วนใหญ่จะใกล้หมดประกัน หรือหมดไปแล้ว ยิ่งเป็นเจนเนอเรชั่นเก่าๆ ก็มักจะไม่มี เลยเป็นแค่การรับประกันของร้าน อาจจะเป็นวันหรือเดือนเท่านั้น ตรงนี้อาจต้องเจรจากับทางร้านเป็นเอกสารชัดเจน เพื่อความสบายใจ แต่หลายร้านก็มีบริการที่ดี แม้จะหมดประกันไปแล้วก็ตาม

ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คมือสอง โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 แบบนี้ จะได้สเปคอะไร เอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง?

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สเปคของโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทนี้ มีค่อนข้างหลากหลาย เพราะขึ้นอยู่กับร้านหรือผู้ขายที่จะตีราคาตามสภาพ ความสดใหม่ และสเปคที่มีความแรง ตามซีพียู การ์ดจอ แรมเป็นต้น แต่ที่เรามักจะพบกันบ่อยๆ เวลานี้ ก็จะเป็น Intel Core Gen3 หรือ Gen4 และ Intel Celeron เป็นบางครั้ง รวมถึง AMD A8 เป็นต้น โดยพื้นฐานจะเป็นซีพียู 2 core หรือ 4 core รวมถึงแรมเริ่มต้น 4GB ส่วนการจัดเก็บข้อมูลอาจเป็นฮาร์ดดิสก์หรือ SSD 240-256GB เป็นต้น บนหน้าจอระดับ 13.3″ ไปจนถึง 15.6″ โดยมีกราฟิก

ซึ่งหากเรามองกันที่สเปคเหล่านี้ ในแง่ของประสิทธิภาพ การทำงานพื้นฐาน เช่น งานด้านเอกสาร ท่องเว็บไซต์ ดูหนัง เรียกว่าใช้งานได้ แต่อาจจะเปิดไฟล์ขนาดใหญ่ได้ช้า หรือว่าเปิดหน้าเว็บเยอะๆ พร้อมกันไม่สะดวกนัก เนื่องจากแรมมีค่อนข้างน้อย รวมถึงซีพียูที่ไม่ได้รองรับการทำงานแบบมัลติทาส์กกิ้ง หลายอย่างพร้อมๆ กันได้มากนักนั่นเอง

แต่ถ้าใครรับได้กับงบประมาณที่ไม่สูง แต่ได้โน๊ตบุ๊คมาทำงาน แล้วค่อยอัพเกรดในภายหลังก็ได้ อย่างน้อยๆ เพิ่มแรมกับ SSD ในปัจจุบันก็มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก

แต่ก่อนที่จะไปดูโน๊ตบุ๊คในงบประมาณ 5,000 บาท ทีมงานของแจ้งไว้ก่อนว่า โน๊ตบุ๊คที่นำมาให้ชมกันนี้ “เป็นเพียงแนวทาง และตัวอย่างของสเปค ราคา เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำ” การตัดสินใจเลือกซื้อ เป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล หากสนใจก็สามารถนำไปเป็นไอเดียในการเลือกซื้อกันต่อไปครับ ส่วนถ้าอยากจะลองเข้าไปดูในรายละเอียด สามารถคลิ๊กได้จาก “ตัวเลขราคา” ของแต่ละรุ่นกันได้เลย


1.HP Chromebook 11MK G9

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

เป็นโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ที่เรียกว่าเป็น Chromebook ซึ่งใช้ซีพียูโมบาย และใช้ระบบปฏิบัติการ ที่เป็น Chrome OS แต่สามารถดาวน์โหลดแอพฯ มาใช้ รวมถึงได้หน้าจอขนาดกระทัดรัด 11.6″ HD (1366 x 768) พกพาสะดวก ซีพียู MediaTek MT8183 ความเร็ว 2GHz มาให้ พร้อมแรม LPDDR4x 8GB ออนบอร์ด ส่วนการจัดเก็บข้อมูลมีแค่ 32GB แต่ผู้ใช้สามารถเลือกเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud storage ได้ หรือใช้ External Drive ในการจัดเก็บ กราฟิกจาก ARM Mali G72 MP3 ซึ่งเหมาะสำหรับการเล่นเกมออนไลน์บนโมบายได้ดี น้ำหนักประมาณ 1.34Kg เท่านั้น รองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ Bluetooth ได้อีกด้วย พอร์ตมีทั้ง USB 2.0, USB-C ซึ่งใช้เป็น PD Charging และ DP ได้อีกด้วย ราคา 3,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ราคาประหยัด มี Storage มาเพียง 32GB
น้ำหนักเบา

2.Toshiba Dynabook R82

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊คกึ่งแท็ปเล็ต ที่มีทีเด็ดน่าใช้ ถอดจอได้ ทัชสกรีน น้ำหนักเบา พอร์ตจัดมาให้เต็ม ขุมพลังจาก Intel Core M-5Y10C ทำงานแบบ 2 core/ 4 thread และความเร็วสูงสุด 2.0GHz ถือว่าให้การทำงานที่เหมาะกับงานใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นซีพียูที่ใช้ในแบรนด์อื่นๆ หลายรุ่นอีกด้วย หน้าจอขนาด 12.5″ แต่พิเศษคือ ความละเอียดสูงถึง 1920 x 1200 และเป็นแบบทัชสกรีน มีแรม DDR3 4GB และใส่ SSD M.2 128GB มาให้อีกด้วย ส่วนกราฟิกเป็น Intel Graphic HD 5300 พอร์ตก็ไม่น้อยเช่นกัน มีทั้ง USB 3.0, HDMI, VGA, MicroSD card reader และ RJ-45 โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาท อยู่ที่ 4,590 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
พับจอ ถอดจอได้ มีแรมให้ 4GB
ความละเอียดหน้าจอสูง

3.Lenovo ThinkPad T530

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

แต่ถ้าจะว่ากันที่โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทบ้านเรา Lenovo ThinkPad ก็น่าจะอยู่ในใจใครหลายคน ด้วยบอดี้ที่เรียกว่า ยังมีมนต์เสน่ห์ ไม่ล้าและไม่ล้ำ แต่ฟังก์ชั่นมาแบบจัดเต็ม เช่นเดียวกับความอึดทน ที่มีให้บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ พร้อมด้วยขุมพลังอย่าง Intel Core i5-3230M แม้ว่าจะค่อนข้างเก่าไปสักนิด เพราะรุ่นใกล้เคียงกันขยับไปที่ Gen3, Gen4 กันแล้ว แต่ในแง่ขององค์ประกอบถือว่าดี และราคาไม่ถึง 5 พันอีกด้วย ให้แรม DDR3 8GB พร้อมใช้ อัพเกรดเพิ่มได้ และฮาร์ดดิสก์ 500GB กับกราฟิก Intel HD Graphics 4600 หน้าจอใหญ่ 15.6″ HD (1366 x 768) กว้างขวาง ดูสบายตา ให้พอร์ตมาแบบครบๆ เช่น USB 3.0, Mini-DisplayPort, VGA, RJ-45 และ SD Card Reader น้ำหนักตัวประมาณ 2.1Kg ราคาอยู่ที่ 4,890 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้แรม 8GB และ HDD 500GB น้ำหนักค่อนข้างเยอะ
ความทนทานสูง

4.HP Elitebook 725 G3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊คในกลุ่มทำงาน และการใช้งานทั่วไป บอดี้กระทัดรัด หน้าจอ 12.5″ ความละเอียด HD (1366×768) มาพร้อมซีพียู AMD PRO A8-8600B ทำงานแบบ 4 core/ 4 thread ความเร็วสูงสุด 3.0GHz ใช้พลังงานต่ำ และมีกราฟิกในตัว AMD Radeon R6 ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีในระดับหนึ่ง เช่น การดูหนัง ฟังเพลง และงานเอกสาร แต่ที่น่าสนใจคือ ให้แรม DDR3 8GB และ SSD 128GB เช่นเดียวกับพอร์ตต่อพ่วง มีให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, พอร์ต Type-C รวมถึงพอร์ตแสดงผล VGA และ RJ-45 สำหรับต่อ LAN เช่นเดียวกับ WiFi ก็มีมาในตัวอีกด้วย ซึ่งจากตัวอย่างเคาะราคาไว้ที่ 5,390 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ความบาง กระทัดรัด ให้ SSD 128GB
ให้แรมมา 8GB

5.Toshiba Satellite R35M

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในราคาระดับนี้ แม้จะเกินไปบ้าง คืออยู่ที่ 5,590 บาท แต่ถ้าดูจากสเปคและฟังก์ชั่นที่มีให้ ก็น่าใช้งาน เพราะได้ซีพียู Intel Core i5-4210U เป็นตัวประหยัดไฟ ทำงานในแบบ 2 core/ 4 thread ความเร็วสูงสุด 2.7GHz แคชขนาด 3MB รองรับแรม DDR3L ได้ที่ 16GB นั่นหมายความว่า ถ้าบนโน๊ตบุ๊คมีสล็อตเพิ่ม ก็จะอัพเกรดได้ ซึ่งพื้นฐานในรุ่นนี้มีให้ 4GB แต่เพิ่มได้ในภายหลัง โดยชุดเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ 500GB และมีกราฟิก Intel HD มาในซีพียู ให้พอทำงาน ความบันเทิงได้ดีในระดับหนึ่ง พอร์ตพื้นฐานมีให้ เช่น USB 3.0, LAN, VGA หรือจะเป็นช่องต่อหูฟัง รองรับการใช้งาน WiFi กับหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ ที่น่าจะเป็น HD และมี NumPad มาให้ในตัว ใครชอบจอใหญ่ๆ โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้

จุดเด่น ข้อสังเกต
จอและคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ แรมพื้นฐาน 4GB
มีฮาร์ดดิสก์มา 500GB

6.Dell latitude e7250

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

เป็นโน๊ตบุ๊คในซีรีส์ทำงาน ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในบ้านเรา ด้วยความเรียบง่ายของการออกแบบ แต่ให้ความทนทาน และฟังก์ชั่นมาไม่น้อยเลยหน้าจอขนาด 12″ ความละเอียด HD พกพาสะดวก ภาพสีสันสดใส และยังให้ซีพียูตัวแรงอย่าง Intel Core i5-5300U มาอีกด้วย กับการทำงาน 2 core/ 4 thread ความเร็วบูสท์สูงสุด 2.9GHz รองรับแรม DDR3 ติดตั้งมาให้แล้ว 8GB ทำงานต่างๆ ได้ไหลลื่น และยังมีกราฟิกอย่าง Intel® HD 5500 ที่มาบนซีพียูให้ใช้งาน สามารถแชร์หน่วยความจำให้อัตโนมัติ พร้อมกับกล้องเว็บแคม และมี Windows 10 พร้อมใช้ โดยมีทั้งพอร์ต USB, RJ-45 และ HDMI มาให้ครบ ในราคา 5,500 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้แรมมา 8GB
ซีพียูค่อนข้างใหม่ Intel Gen 5

7.Fujitsu Lifebook 574/K

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่เห็นในตลาดมือสองบ้านเราค่อนข้างเยอะ จัดเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงาน ที่มีความอึดทนอีกรุ่นหนึ่ง อย่างในรุ่น A574/K นี้ มาในดีไซน์ที่ค่อนข้างบึกบึน กับพื้นสีดำ ตัดเส้นสายสีแดง ปุ่มใหญ่ กดได้สนุกพร้อม NumberPad มาในตัว ทัชแพดขนาดใหญ่ มีระบบสแกนลายนิ้วมือ โดยให้ซีพียู Intel Core i3-4100M ทำงานแบบ 2 core/ 4 thread ความเร็ว 2.5GHz ตัวเลือกเป็นแรม DDR3 4GB อัพเกรดได้ ฮาร์ดดิสก์ 320GB กราฟิก Intel® HD Graphics 4600 รองรับงานและความบันเทิงได้ดีพอตัว แสดงผลบนจอขนาด 15.6″ HD พร้อมการเชื่อมต่อ WiFi โดยมีพอร์ตต่อพ่วงมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, HDMI, ที่พิเศษก็คือ มีไดรฟ์ DVD มาด้วย เผื่อสำหรับใครจะใช้สื่อประเภทนี้อยู่ เคาะราคาที่ 5,790 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ซีพียู Intel Gen 4 ขนาดบอดี้ค่อนข้างใหญ่

8.Acer TravelMate Spin B3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

ขยับมาที่โน๊ตบุ๊คแบบทัชสกรีน เอาใจสายพกพา ขีดเขียน เน้นความคล่องตัวกันบ้าง กับโน๊ตบุ๊คจากทาง Acer TravelMate Spin พับจอในโหมดต่างๆ ได้ เช่น แท็ปเล็ต เตนท์ หรือสแตนก็ตาม จุดเด่นอยู่ที่ฟังก์ชั่น เพราะเป็นจอทัชสกรีนขนาดเล็ก 11.8″ แบบ Gorilla Glass จนเหมือนแท็ปเช็ตมากกว่า แต่ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาพร้อมซีพียู Intel Celeron N4020 ประหยัดไฟ ความเร็วบูสท์ 2.0GHz และมีแคชขนาดใหญ่ เพื่อความคล่องตัว แต่ที่น่าสนใจคือ ได้แรม DDR4 มาที่ 4GB และ SSD 64GB กราฟิก Intel UHD Graphics 600 ให้ความทนทานผ่าน MIL-STD 810H ทนละอองน้ำ แรงกระแทกในระดับหนึ่ง แบตอึดใช้ได้นาน พร้อมการเชื่อมต่อ WiFi น้ำหนักประมาณ 1.49Kg. พอร์ตมีทั้ง USB 3.2, Type-C และ HDMI ราคา 5,990 บาท ในนี้แจ้งว่าประกัน 2 ปีอีกด้วย

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับพับหน้าจอในโหมดต่างๆ ได้ มี SSD 64GB
ให้เป็นแรม DDR4

Conclusion

ซีพียู แรม Storage กราฟิก จอภาพ ราคา
1.HP Chromebook
11MK G9
MediaTek
MT8183
LPDDR4x
8GB
SSD 32GB ARM Mali
G72 MP3
11.6″ HD 3,990
2.Toshiba Dynabook
R82
Intel Core M-5Y10C DDR3 4GB SSD 128GB Intel Graphic
HD 5300
12.5″ FHD 4,590
3.Lenovo ThinkPad
T530
Intel Core i5-3230M DDR3 8GB HDD
500GB
Intel HD Graphics
4600
15.6″ HD 4,890
4.HP Elitebook
725 G3
AMD PRO
A8-8600B
DDR3 8GB SSD 128GB Radeon R6 12.5″ HD 5,390
5.Toshiba Satellite
R35M
Intel Core i5-4210U DDR3L 4GB HDD 500GB Intel HD Graphic 15.6″ HD 5,590
6.Dell latitude
e7250
Intel Core i5-5300U DDR3 8GB SSD 128GB Intel HD Graphic
5500
12″ HD 5,500
7.Fujitsu Lifebook
574/K
Intel Core i3-4100M DDR3 4GB HDD 320GB Intel HD Graphics
4600
15.6″ HD 5,790
8.Acer TravelMate
Spin B3
Intel Celeron N4020 DDR4 4GB SSD 64GB Intel UHD Graphics
600
11.8″ 5,990

สุดท้ายนี้ก็คงต้องฝากกันไว้ สำหรับใครที่ต้องการใช้โน๊ตบุ๊คราคาประหยัด และมีงบจำกัด โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 เหล่านี้ ก็พอจะตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เน้นเล่นเกมเป็นหลัก เพราะจากองค์ประกอบ และสเปคพื้นฐาน มุ่งเน้นไปที่การใช้งานทั่วไป สิ่งที่อยากจะแนะนำเพิ่มเติม ก็คือ เลือกและดูรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ตรวจเช็คสิ่งต่างๆ ให้เรียบร้อย รวมถึงถ้ามีโอกาส อาจจะอัพเกรดบางอย่างเพิ่มเติม ให้ใช้งานได้ลื่นมากขึ้น ส่วนถ้าใครเน้นโน๊ตบุ๊คมือสองเล่นเกม ผมแนะนำว่ามือสองในงบหมื่นต้นๆ ก็พอมีให้เลือกเช่นกัน เอาไว้โอกาสหน้าจะมาแนะนำกันอีกครั้ง ขอบคุณที่ติดตามกันครับ

from:https://notebookspec.com/web/681810-8-notebook-value-5000-2023

CES 2023 – พาไปชมโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ไลฟ์สไตล์ บาง แรง Intel Gen 13 + RTX เพื่อ Creator และเกมเมอร์

โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ใน CES 2023 ขุมพลัง Intel Gen 13 + GeForce RTX 40 โฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำๆ

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI ที่เปิดตัวครั้งใหญ่ในงาน CES 2023 ครั้งนี้ จัดว่ายกทัพมาครบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป เกมเมอร์ และทำงานจริงจัง เรียกว่า All New เลยทีเดียว เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่ถูกปรับใหม่ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น ยังยกเครื่องมาใหม่ ใส่ขุมพลัง Intel Gen 13 รุ่นล่าสุด เกือบทุกซีรีส์ และหลายรุ่นก็มาพร้อมแรม DDR5 แล้ว พร้อมกับ SSD PCIe รุ่นใหม่ กับการ์ดจอระดับ GeForce RTX 40 series อีกด้วย บนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทาง MSI เติมเข้ามาให้กับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คได้สัมผัสกันอย่างจุใจเลยทีเดียว โดยในครั้งนี้จะเป็นส่วนของโน๊ตบุ๊คพกพก โน๊ตบุ๊คทำงาน และไลฟ์สไตล์ ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คใหม่สไตล์ล้ำสมัย มาใช้งานในปีนี้ ไม่ควรพลาดครับ


โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ ในงาน CES 2023


MSI Creator series

มากันที่โน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตัดต่อวีดีโอ ตกแต่งภาพ กราฟิกดีไซน์และเหล่ายูทูปเบอร์ อย่าง Creator มีด้วยกัน 2 ซีรีส์ อย่าง Creator Z16 HX Studio และ Creator Z17 HX Studio จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสอดคล้อง ไม่ว่าจะเป็นความบาง เบา มิติที่ดูกระชับ ขอบจอบาง โดยบอดี้นั้นขึ้นรูปในแบบ CNC ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ซึ่งบางเพียง 19mm และน้ำหนักเบาเพียง ปปปKg. เท่านั้น

Advertisementavw
โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน เพื่อตอบสนองการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายข้อมูลหรือการแสดงผลก็ตาม โดยที่ MSI CREATOR Z16 HX Studio นี้ มีทั้ง USB 3.2 Gen2 และ Thunderbolt 4 รวมถึงพอร์ต HDMI มาด้วย

และที่สุดของการทำงานคือ ขุมพลังอย่าง Intel Core i9-13950HX ซึ่งเป็นซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานแบบมัลติทากส์กรวมกันถึง 24 core และยังเป็นรุ่นใหม่ Intel Core Gen 13 จึงทำให้การทำงานในด้านคอนเทนต์ วีดีโอ กราฟิก 3 มิติ และงานด้านสตูดิโอ ภาพและเสียง ไหลลื่นได้ดีทีเดียว

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไม่เพียงแค่นั้น เพราะทาง MSI ยังได้ใส่ขั้นสุดของเทคโนโลยีกราฟิกมาให้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยกราฟิกการ์ด GeForce RTX ที่สนับสนุน nVIDIA Studio มาด้วย เพื่อให้สายทำงานและนักสร้างคอนเทนต์ได้ยกระดับการทำงานให้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน 3D, Video และการบรอดแคส โดยทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ GeForce RTX ได้อย่างลงตัว

20230104 135156 1600x1200 1

จุดที่เป็นไฮไลต์อีกสิ่งหนึ่งบนโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ก็คือ ชุดระบายความร้อน Vapor Chamber ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Cooler Boost มาพร้อมพื้นที่หน้าสัมผัสขนาดใหญ่ ช่วยลดเสียงรบกวน และให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้น เพิ่มเสถียรภาพในการทำงาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ความละเอียด QHD+ (2560×1600) ให้ความแม่นยำสีสูง เพื่อการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น 100% DCI-P3 และ Delta-E <2 อีกด้วย โดยหน้าจอนี้ยังผ่าน Calman Verify ด้วยการ Calibrate สีบนหน้าจอ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ด้านภาพและวีดีโอได้อย่างเหมาะสม

โน๊ตบุ๊ค MSI

และไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความบันเทิง ด้วยระบบเสียงชั้นยอดจากลำโพง 2W จำนวน 4 ตัว ที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ รองรับเสียงคุณภาพสูง Hi-Res Audio และระบบเสียง DTS กับบิตเรตที่สูง เก็บรายละเอียดได้ดี พลังเสียงจัดจ้าน

สามารถปรับแต่ง และตรวจเช็คระบบการทำงานต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ MSI Center ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่าจอ ระบบเสียง หรือการเลือกโหมดใช้งาน รวมถึงการมอนิเตอร์อุณหภูมิ ความเร็ว หรือการใช้แรมได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

ด้วยคุณภาพและการออกแบบที่ลงตัว พร้อมความทนทานระดับ Military Grade ทำให้มั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่การทำงานในสำนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเดินทาง พกพา เคลื่อนย้ายไปใช้งานนอกบ้านได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยในงานมีการจัดแสดงโน๊ตบุ๊ค MSI CREATOR 2 รุ่นด้วยกันคือ CREATOR Z16 HX Studio และ CREATOR Z17 HX Studio โดยจะต่างกันในแง่ของมิติ และดีไซน์อยู่เล็กน้อย องค์ประกอบส่วนใหญ่จะคล้ายกัน


MSI Modern series

สำหรับโน๊ตบุ๊ค MSI Modern ที่มาโชว์ตัวในงาน CES 2023 ครั้งนี้ มี 2 โมเดลด้วยกัน ตามไลน์เดิมที่เคยวางอยู่ในตลาด ประกอบด้วย Medern 14 C13M และ Modern 15 B13M ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ แม้จะค่อนข้างคล้ายคลึงกับในรุ่นก่อน แต่ก็มีการปรับปรุงในเรื่องของวัสดุ และดีไซน์อยู่พอสมควร ทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงคอนเซปต์ บาง กระทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเท่าเดินประมาณ 1.4Kg เท่านั้น สำหรับ Modern 14 โดยที่ MSI Modern รุ่นใหม่ปี 2023 นี้ มาในสไตล์ที่ Slim บางลง และบางสุดเพียง 19.35mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมกันนี้ยังได้เปลี่ยนไปใช้ขุมพลังรุ่นใหม่ อย่าง Intel Core Gen 13 ที่ให้การประมวลผลที่รวดเร็ว และมาคู่กับกราฟิกอย่าง Intel Iris Xe Graphic รุ่นใหม่ ในการตอบสนองด้านกราฟิก หรือด้านความบันเทิง โดยที่ยังใช้ร่วมกับแรมในแบบ DDR4 3200 และอัพเกรดเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ส่วนคีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบปุ่มใหญ่ ตอบสนองไวเช่นเดียวกัน และมีแสงไฟ Backlit สว่างขึ้นบนคีย์อีกด้วย โดยมีปุ่ม Hot key มากมายให้ใช้ พร้อมทัชแพดขนาดใหญ่กว่าเดิม และสนับสนุนการใช้งาน Multi-Gesture

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงมีมาอย่างครบครัน อาทิ USB-A, USB-C 3.2 Gen2 ใช้กับ PD-In ชาร์จไฟได้ แสดงผล และต่อสัญญาณไปยังจอนอกได้อีกด้วย รวมถึงมี HDMI และ Micro-SD card reader มาอีกด้วย

และ MSI ไม่เคยลืมที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง ปลอดภัยให้กับโน๊ตบุ๊คทุกๆ รุ่น เช่นเดียวกับ MSI Modern นี้ ก็ให้ความทนทานในระดับ MIL-STD-810G เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ละอองน้ำ รวมถึงการกระแทก

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยสามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ MSI Center ได้เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ในการตรวจเช็ค ปรับแต่ง และอัพเดตสิ่งต่างๆ ในระบบผ่านทางโปรแกรมนี้ได้ทันที


MSI Prestige series

สำหรับ โน๊ตบุ๊ค MSI Prestige เป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบา ดีไซน์ลงตัว พกพาสะดวก โดยมี 3 โมเดลคือ Prestige 13 EVO, Prestige 14 EVO และ Prestige 16 EVO พร้อมจบได้ทุกงาน กับการออกแบบที่พิเศษมากขึ้น ด้วยวัสดุ Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแรง และน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โดยที่ Prestige 13 EVO นี้ เบาเพียง 990 กรัมเท่านั้น แต่ให้ขุมพลังในการทำงาน พร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมาอย่างครบครัน และระยะเวลาในการทำงานต่อการชาร์จที่ยาวนานเลยทีเดียว เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นการใช้งานนอกสถานที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก หน้าจอ 13.3″ แต่เพื่อให้งานได้นานขึ้น MSI ใส่แบตระดับ 75Whrs มาให้ ซึ่งรองรับการใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ยังสนับสนุน Fast Charging โดยสามารถชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที ด้วยการชาร์จผ่าน PD-Charging 20V และสเปคยังระบุมาว่า ใช้ได้นานกว่า 1.5 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 15 นาทีเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอภาพขนาด 13.3″ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบ ให้พื้นที่การมองภาพแบบเต็มตา สามารถทำงานหรือใช้ในความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ สีสันสดใส ความละเอียดระดับ Full-HD และยังเป็นพาแนล IPS ให้ค่า sRGB 100%

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลังที่นำมาใส่ไว้ในโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 นี้ มาพร้อม Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ ตอบสนองในงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ และประหยัดพลังงาน แต่ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลแจ้งมาว่า ทำงานร่วมกับแรม DDR5 แล้ว และมีกราฟิก Intel Iris X รุ่นใหม่มาอีกด้วย

คีย์บอร์ดปุ่มขนาดใหญ่ กดง่าย สวยงาม และยังสว่างชัดเจนในที่มืด ด้วยแสงไฟ Backlit เป็นแบบสีเดียว เปิด-ปิดได้ ทัชแพดกว้างกว่าเดิม รองรับ Multi-Gesture ด้วยเช่นกัน

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงก็ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ของโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ต HDMI และUSB-A 3.2 พร้อม micro-SD card reader

ระบบความปลอดภัย มีมาให้แบบจัดเต็ม โดยโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 EVO นี้ มาพร้อมกล้อง IR FHD camera รองรับการสแกนใบหน้า เพื่อเข้าเครื่อง อีกทั้งเพิ่มในส่วนสแกนลายนิ้วมือมาให้ บนปุ่มเพาเวอร์ สำหรับการ Log-in เข้าระบบอีกด้วย และไม่พลาดกับฟีเจอร์อย่าง Tobii Aware ที่เข้ามาเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ เมื่อไม่ได้ใช้งานอยู่หน้าจอ โดยระบบจะเบลอหน้าจอให้อัตโนมัติ ป้องกันการลอบมองหรือเข้าใช้งาน โดยไม่ได้รับอนุญาต

โน๊ตบุ๊ค MSI

อีกรุ่นหนึ่งเป็น MSI Prestige 16 Studio จะเป็นรุ่นที่เพิ่มฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา เพื่อมอบพลังในการสร้างสรรค์ผลงาน แก่เหล่านักสร้างคอนเทนต์ทั้งหลาย ดีไซน์ที่เน้นไปทางพรีเมียม ดูหรูหรา แต่ยังคงความ Mobility บางเบา พกพาสะดวก พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันเช่นกัน บนขุมพลัง Intel Core Gen 13

มาพร้อมการสนับสนุน nVIDIA Studio ร่วมกับกราฟิการ์ด GeForce RTX ทำให้การทำงานในด้าน 3D, Video หรือการบรอดแคสนั้นไหลลื่น

โน๊ตบุ๊ค MSI

เสริมความมั่นใจด้วยระบบระบายความร้อน Dynamic Cooler Boost ที่ออกแบบฮีตซิงก์และฮีตไปป์ พัดลมให้ลดความร้อนในระหว่างการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยพื้นฐานการออกแบบ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Ultra-Slim ก็ไม่ผิดไปนัก เพราะบางเพียง 16.85mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอแสดงผลที่ให้มาบน MSI Prestige 16 Studio นี้ ให้พื้นที่แสดงผล 16″ ความละเอียด QHD+ 2560×1600 ขอบจอบางพิเศษ ให้ค่า DCI-P3 100% ความแม่นยำของสีสูง Delta-E <2 พร้อม Calman verified และเทคโนโลยี True Color และพิเศษคือ เป็นพาแนลแบบ Mini LED ซึ่งเม็ดพิกเซลเล็กลง แต่ให้ความสว่างสดใสมากขึ้น เหมาะทั้งการทำงาน และความบันเทิง ที่ให้สีสันสดใสสวยงาม รองรับระบบเสียง Hires และ DTS เพื่อเพิ่มอรรถรสในด้านความบันเทิง และไมโครโฟน ที่รองรับการสนทนาได้อย่างคมชัด

พอร์ตให้มาแบบจัดเต็มเช่นกัน เพราะมีทั้ง Thunderbolt 4, HDMI, USB 3.2 Type-A และ microSD card reader สำหรับ MSI Prestige 16 Studio นี้ มาพร้อมการใช้งานที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ และให้แบตเตอรี่ระดับ 82Whrs มาอีกด้วย เหมาะกับคนที่ใช้งานนอกบ้าน หรือไปพรีเซนต์งานลูกค้านอกสถานที่ และสนับสนุนการชาร์จไวด้วย PD Charging 100W


MSI Stealth series

โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คทำงาน ที่สามารถเล่นเกมได้ดี บนบอดี้ที่บางเบา หากเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คทั่วไป กับดีไซน์ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ มีสไตล์ Stealth 14 Studio นั้น มาในโทนสีที่ดูเคร่งขรึม มีให้เลือกทั้ง Star Blue และ Pure White ที่จะเหมือนยานอวกาศ มีการตัดเส้นสายได้อย่างลงตัว จุดเด่นอยู่ที่บางเพียง 19mm และน้ำหนักแค่ 1.8Kg เท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นที่คว้ารางวัล Gaming Award ในงานนี้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

กับความเบาบางนี้ ยังแฝงด้วยความแข็งแรง เพราะผลิตจาก Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ทำให้เบาลงกว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้วัสดุทั่วไป อีกทั้งลดการเกิดรอยนิ้วมือบนบอดี้ได้ง่ายอีกด้วย

20230104 134037 1600x1200 2

นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว MSI ยังได้เติมสีสันมาบน Stealth 14 Studio รุ่นนี้ ด้วยแสงไฟ RGB บนคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นบบ RGB per-key คือแยกสีบนปุ่มได้อิสระ และด้านหลังเครื่องยังมีแสงไฟที่ปรับแต่งเพิ่มเติมได้

20230104 135637 1600x1200 1

พอร์ตต่อพ่วงตอบโจทย์ในการใช้งานครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C รองรับ PD Charging รวมถึง USB 3.2 Type-A และ Thunderbolt 4 พร้อมพอร์ตแสดงผล HDMI มาในตัว

ยกระดับความแรงด้วยซีพียู Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ในแบบ H-series ที่พร้อมสำหรับงานด้านภาพ สตูดิโอ วีดีโอและการบรอดแคส รวมถึงการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 รุ่นล่าสุด ให้ประสิทธิภาพที่มากพอสำหรับคอเกม และยังใช้พลังงงานได้อย่างคุ้มค่า รองรับ Ray-tracing ทั้งในงานและการเล่นเกม เช่นเดียวกับสนับสนุนไดรเวอร์ nVIDIA Studio ด้วยเช่นกัน โดยมีชุดคอนโทรลกราฟิกอย่าง MUX switch มาในตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการสนับสนุนแรม DDR5 ที่ให้แบนด์วิทธิ์สูง และรองรับ SSD PCIe Gen4 อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 14″ ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึง QHD+ 2560×1600 และอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 240Hz ให้ภาพที่ดูสวย นุ่มนวล เพิ่มระดับความบันเทิงให้เร้าใจมากขึ้นด้วยลำโพงที่ติดตั้งมาให้ 2 ชุด และยังมีซับวูเฟอร์อีก 2 ชุด พร้อมระบบเสียง Nahimic สนับสนุน Hi-res Audio โดยที่ผู้ใช้ยังเพิ่มความสนุกสนานกับระบบเสียงรอบทิศทาง ด้วยการต่อพ่วงลำโพงบลูทูธเข้าไปเท่านั้น ก็จะได้มิติของเสียงที่เร้าใจมากขึ้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

Vapor Chamber ขนาดใหญ่ เพื่อการระบายความร้อนให้กับซีพียูและกราฟิกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น ลดเสียงรบกวน

โน๊ตบุ๊ค MSI

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็น โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ซึ่งฟีเจอร์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน จะต่างกันในส่วนของมิติ และฟังก์ชั่นบางรายการ แต่ยังคงมาพร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และแรม DDR5 รวมถึงกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 เพียงแต่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น 16″
บนความละเอียด QHD+ 2560×1600 เช่นกัน แต่อัตรารีเฟเรชเรต 120Hz

20230104 134059 1600x1200 1

โดยที่เสริมระบบความปลอดภัยมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น Webcam shutter ปิดกล้องแบบ Manual ด้วยตัวเอง ชุดสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเข้าระบบ พร้อมกล้อง FHD IR Camera ที่ใช้ในการสแกนใบหน้าได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

เช่นเดียวกับระบบพลังงาน ที่ให้แบตขนาดใหญ่ถึง 99.9Whrs มาด้วย เรียกว่าเป็นไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานนอกสถานที่ทำงานได้ยาวนานมากขึ้น และที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ใช้ชุดระบายความร้อนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ กับไปป์ไลน์จำนวนมาก พัดลม 2 ตัว และเทคโนโลยี Cooler Boost 5 อีกด้วย

ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบ WiFi 6E ร่วมกับ Intel KILLER ที่ให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็ว เชื่อมต่อได้ไว ช่องทางขนาดใหญ่ในการติดต่อ และการสนับสนุน 2.5G LAN


MSI Summit series

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit มีมาโชว์ตัวในงานนี้ถึง 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย Summit E13 Flip Evo, Summit E14 Flip Evo และ Summit E16 โดยโน๊ตบุ๊คซีรีส์นี้ มุ่งเป้าไปที่งานธุรกิจ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบความบางเบา แต่ให้การใช้งานได้อย่างหลากหลาย จุดเด่น ไม่ได้อยู่ที่ขนาดกระทัดรัด และขุมพลังที่แรงเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมหน้าจอที่พับได้ 360 องศา เป็นแบบทัชสกรีน รวมถึงใช้ร่วมกับปากกา MSI Pen ได้อีกด้วย เช่นเดียวกับระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานต่อการชาร์จ และระบบความปลอดภัย ที่ทาง MSI จัดมาให้อย่างครบครัน พร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel EVO เพื่อยืนยันว่า โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ให้ทั้่งประสิทธิภาพที่ดี น้ำหนักเบา การเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่ และประหยัดไฟใช้งานได้นาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo และ E14 Flip Evo โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม มีให้เลือกทั้งตัวเคสสีดำ ตัดเส้นสายสีทอง และแบบสีขาวทั้งตัว ทำให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น นั่งที่ทำงาน พบลูกค้า จิบกาแฟในคาเฟ่ และการพรีเซนเทชั่น ให้ความยืดหยุ่นด้วยการปรับพับหน้าจอเพื่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น โหมดโน๊ตบุ๊คปกติ, Tablet mode, Desk mode และ Tent mode

20230104 135055 1600x1200 1

หน้าจอแสดงผล 13.4″ FHD+ (Summit E13 Flip Evo) และ 14″ QHD (E14 Flip Evo) เป็นพาแนล IPS ให้ความคมชัดสูง ระดับ sRGB 100% พร้อมขอบจอที่บางพิเศษ ให้พื้นที่ในการรับชมกว้างขึ้น รองรับการทัชสกรีน และสนับสนุน MSI Pen สำหรับการเขียน จดบันทึกบนหน้าจอ

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลัง Intel Core Gen13 ใหม่ล่าสุด และกราฟิก Intel Iris Xe ที่รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงครบครัน และทำงานร่วมกับแรม LPDDR5 รุ่นใหม่แล้ว และการสนับสนุน SSD M.2 PCIe Gen4

คีย์บอร์ดกดได้ไว ปุ่มใหญ่ ตอบสนองเร็ว พร้อมแสงไฟ Backlit สีขาวสว่างสดใส เพื่อการใช้งานในที่แสงน้อย เช่นเดียวกับทัชแพดขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งาน รองรับ Multi-Gesture ใช้หลายนิ้วพร้อมกัน ในการเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ พอร์ตสำคัญมีให้ใช้งานครบครัน โดยเฉพาะพอร์ตความเร็วสูงอย่าง Thunderbolt 4, USB Type-A หรือจะเป็น HDMI และ microSD card reader ก็ตาม

โน๊ตบุ๊ค MSI

ทนทานด้วยการผ่านการรับรอง MIL-STD-810G ที่แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยให้ใช้งานได้อย่างอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตกกระแทก แรงสั่นสะเทือน หรือความร้อนเย็นมากๆ และความชื้นเป็นต้น โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo มาพร้อมแบตเตอรี่ 70Whrs ใช้ได้นาน 14 ชั่วโมง ส่วน Summit E14 Flip Evo จะเป็นรุ่น 72Whrs รองรับการใช้งานได้ถึง 13 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ อีกทั้งสนับสนุน PD-Charging อีกด้วย ชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที

นอกจากนี้ยังมี Tobii Aware เพื่อป้องกันผู้อื่นมาแอบมองข้อมูล หรือใช้งานขณะที่คุณไม่อยู่ที่หน้าจอ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับกล้องเว็บแคม ที่มีปุ่มสำหรับเปิด-ปิดหน้ากล้อง ในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หลังจากเลิกประชุม ที่สำคัญคือ ให้การป้องกันอย่างเต็มระบบ ไม่ว่าจะใช้การสแกนใบหน้าผ่าน FHD IR Camera หรือการสแกนลายนิ้วมือเข้าใช้งาน

ส่วน MSI Summit E16 Flip นั้น เป็นโน๊ตบุ๊คในซีรีส์เดียวกัน แต่ออกแบบมาเพื่อ นักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ รวมถึงนักสร้างงานอิสระ ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่มากขึ้น ในการทำงาน โดยสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ รองรับการทัชสกรีน และ MSI Pen พับได้ 360 องศา พร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และกราฟิก GeForce RTX 40 series รวมถึงแรม LPDDR5

ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 82Whrs เพื่อการทำงานในแต่ละวันได้ยาวนานระดับ 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ อีกทั้งรองรับ PD-Charging 20V อีกด้วย เพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการระบบระบายความร้อนในแบบ Dynamic Cooler Boost ที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และมีเสียงรบกวนที่น้อย ไม่ทำให้การชมภาพยนตร์ หรือการนำเสนอผลงานของคุณถูกรบกวน


Conclusion

นอกจากโน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มบางเบา พกพาสะดวก และตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันเหล่านี้แล้ว MSI ยังยกทัพเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมาอวดโฉมภายในงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น MSI Titan, Raider, Pulse, Katana รวมถึงซีรีส์ใหม่อย่าง MSI Cyborg ที่จัดเต็มทั้งด้านประสิทธิภาพและการแสดงผลอันยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถเข้าไปดูบทความโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่เหล่านี้ได้ที่นี่ และเชื่อเหลือเกินว่าจะยังมีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ทะยอยเปิดตัวกันอย่างสนุกจากทาง MSI ให้คุณได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่มในช่วงปี 2023 นี้ ทาง Notebookspec จะนำข่าวสาร และการรีวิวมาให้ได้ชมกันอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง MSI ที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปเยี่ยมชมและสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างใกล้ชิดในงาน CES 2023 มา ณ ที่นี้ด้วย รวมถึงขอบคุณผู้ชมทุกท่าน และขอต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่ 2023 นี้ด้วยครับ

from:https://notebookspec.com/web/681406-msi-intel-gen-13-rtx-ces-2023

รวม 7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รวมรุ่น Intel, AMD น่าใช้ให้เลือกทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง!

จะโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาดูทางนี้ รวมรุ่นเด็ดในใจผู้เขียนมาฝาก!

Share image Edit Name 1acereditorchoice 1

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เช่นนี้ หลายคนก็คงจะมองหาของขวัญชิ้นใหม่ให้ตัวเองหรือคนใกล้ตัวอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่พ้นว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี จะเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานหรือเกมมิ่งก็มีให้เลือกหลากรุ่นหลายสเปค มีซีพียูทั้ง AMD, Intel ให้เลือก และมีราคาหลากหลายระดับตั้งแต่ช่วงไม่เกิน 20,000 บาท ไปจนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงแบบ Desktop Replacement ราคาเกือบ 90,000 บาทให้เลือกซื้อกัน

Advertisementavw

หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความแล้วและเป็นช่วงปลายปีเช่นนี้ ผู้เขียนจึงขอรวบรวมรุ่นดีสเปคโดนในใจของผู้เขียนมาแนะนำกัน ว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วมีรุ่นไหนเป็นรุ่นแนะนำในใจของผู้เขียนบ้าง ซึ่งบทความนี้จะรวมทั้งสายทำงานและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทั้งหมดในที่เดียวและผู้เขียนมั่นใจว่าถ้าผู้อ่านซื้อไปใช้งานน่าจะถูกใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี 7 รุ่นจากใจผู้เขียน รวมหมดทั้งสายเกมมิ่งและสายทำงาน!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

18,990
Acer Aspire 3 A315-54S1 Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,850
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

33,450
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

1.17 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

46,290
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-58-911C Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

52,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.6 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

84,990

Nitro Laptop KSP1 Static KSP Image Right Left L

7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รุ่นนี้ผู้เขียนแนะนำ ซื้อไปใช้ไม่ผิดหวังแน่นอน

สิ้นปีนี้หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความ เชื่อว่ามีผู้ใช้หลายท่านอยากให้ฟันธงว่าซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีถึงจะคุ้มที่สุด โดยบทความนี้ผู้เขียนรวบรวมโน๊ตบุ๊ค Acer 7 รุ่นที่สเปคและประสิทธิภาพคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานให้เลือกกัน โดยมีรายชื่อรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)
  4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)
  7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)
1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)

acer1 1

เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 สเปค AMD Ryzen ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วไปหรือจะสั่งผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าก็ยังหาซื้อได้เป็นระยะๆ ซึ่งเครื่องนี้นอกจากราคาจะถูกสุดในกลุ่มแล้ว สเปคยังดีพอใช้ทำงานเอกสารและเล่นเกมออนไลน์ได้ดีระดับหนึ่ง ขอแค่เพิ่มแรมไป 16GB DDR4 เท่านี้ก็พอแล้ว

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ กับหน้าจอแยกขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้จากโรงงาน มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย น้ำหนักเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นตัวคุ้มเพื่อคนทำงานที่ผู้เขียนยังเห็นว่าคุ้มค่าน่าซื้อมาก หากหาโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีไว้ทำงานแล้วเจอรุ่นนี้ทำโปรโมชั่นลดราคาอยู่ก็ตัดสินใจซื้อได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R6F9
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)

acer2 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้ซีพียู Intel แนะนำให้ดูรุ่นที่เป็น Intel 12th Gen ไปจะดีที่สุด อย่าง Acer Aspire 3 A315-54S1 จะดีกว่า โดยผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16GB ก็เพียงพอ และข้อดีคือโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องนี้ราคาไม่เกิน 20,000 บาทอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับทำงานและแสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ ติดตั้งพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 มาให้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 ได้ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.77 กิโลกรัม นับเป็นรุ่นสเปคสูสีกันกับสเปค AMD ในข้อก่อนหน้า ดังนั้นถ้าใครชอบสเปค Intel แล้วจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีก็มีเครื่องนี้ให้เลือกซื้อ

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-54S1
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 19,850 บาท (Advice)
3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)

acer3 1

ส่วนใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้พาเนลจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-75VF เป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำ เพราะมันได้หน้าจอความละเอียดสูง, Microsof Office ติดตั้งมาให้ใช้และสเปคครบเครื่องแค่ Sign in ก็พร้อมทำงานทันทีและได้ซีพียู Intel 12th Gen รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาให้ด้วย

ซีพียูของ Acer Swift 3 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักแค่ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเครื่องนี้นอกจากหน้าจอดี ซอฟท์แวร์ครบ ยังได้ซีพียูรุ่นประสิทธิภาพสูงติดมาให้ใช้อีกด้วย หากคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ต้องถือว่าเครื่องนี้เป็นรุ่นสเปคลงตัวสำหรับสายทำงานเลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 33,450 บาท (Advice)
4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)

acer4 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้ทำงานและพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ สเปคทันสมัยด้วยก็ต้อง Acer Swift Edge SFA16-41-R76R รุ่นนี้ที่ทาง Acer ติดตั้ง AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูง กราฟิคการ์ดออนบอร์ดพร้อมใช้ทำงานกราฟิคและเล่นเกมออนไลน์ได้ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้พร้อมโปรแกรม Microsoft Office แท้ติดตั้งมาครบเครื่องอีก หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2400) พาเนล OLED คุณภาพสูง ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 และขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น หากถามว่าโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีที่เป็นขวัญใจของผู้เขียนก็ยกให้เครื่องนี้เป็นการส่วนตัว หากใครอยากซื้อมาใช้ทำงานเชื่อว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครมีงบประมาณจำกัดอาจจะซื้อรุ่น AMD Ryzen 5 แทนก็ได้

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon 680M
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 46,290 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

acer5 1

ส่วนโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาเล่นเกม Acer Nitro 5 AN515-46-R12A รุ่นเริ่มต้นตัวนี้ก็ถือว่าราคากำลังดีแต่สเปคคุ้มใช้ได้ แค่เพิ่มแรมเป็น 16GB DDR5 ก็ใช้เล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ และเมื่อเทียบสเปคต่อราคาแล้ว ผู้เขียนถือว่าเป็น Nitro 5 รุ่นที่คุ้มมาก

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ในตัว มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นที่ผู้เขียนคิดว่าสเปคต่อราคาคุ้มค่าที่สุด ขอแค่เติมแรมสักนิดแล้วจะใส่ M.2 NVMe SSD เข้าไปอีกนิด เท่านี้ก็น่าใช้มากแล้ว

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)

acer6 1

Acer Nitro 5 AN515-58-911C เครื่องนี้ก็เป็นรหัสที่ผู้เขียนแนะนำถ้าคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้เล่นเกม เพราะตัวนี้เป็นรุ่นซีพียู Intel Core i9 ตัวแรงและสเปคองค์รวมจัดว่าคุ้มค่า อาจจะใส่ M.2 NVMe SSD เสริมเข้าไปให้อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นอีกนิดเท่านี้ก็เล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ แล้ว

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้ มีพอร์ต USB-C รองรับ Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำสเปคนี้เพราะเพิ่มเงินเพียง 3,000 บาทจากรุ่น Intel Core i7-12700H ก็ได้เครื่องนี้แล้ว ได้ซีพียูประสิทธิภาพดีกว่าเดิมและถ้าเฉลี่ยเงินผ่อนต่อเดือนก็ต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ถ้าใครคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ตัวนี้เป็นรุ่นที่ดีหากมีงบประมาณพร้อมจ่ายอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-911C
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 52,990 บาท (ราคากลาง)
7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)

acer7 1

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเครื่องสุดท้ายที่ผู้เขียนแนะนำยกให้ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 เป็นรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ซีพียูที่ทรงพลังกว่าเครื่องที่ผู้เขียนได้รีวิวไปก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน และประสิทธิภาพโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ดีกว่าจะประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องอย่างชัดเจน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz เรียกว่าครบเครื่องพร้อมรับงานทุกแบบได้สบายๆ มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ มีน้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม หากใครคิดว่าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี เอาแบบเครื่องเดียวจบเลยก็มี Predator Helios 300 เครื่องนี้ให้เลือก

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 84,990 บาท (ราคากลาง)

aspire ksp 3 1 Static KSP Image Right Left L

สำหรับผู้ใช้ที่คิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีในช่วงปลายปี 2022 ต้นปี 2023 เช่นนี้ ทั้ง 7 รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นส่วนตัวหรือถ้าจะเอาในลิสท์นี้เป็นบรรทัดฐานเลือกซื้อก็ได้ ขอแค่ทำการบ้านแล้วเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุด จะได้ซื้อมาแล้วถูกใจไม่ต้องเสียดายในภายหลัง


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

from:https://notebookspec.com/web/680704-7-acer-laptop-editor-choice

รีวิว MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เหล้าใหม่ในขวดเก่า เล่นเกมหนักแค่ไหนก็เย็นกับราคา 47,490 บาท

MSI Katana GF66 Intel Gen 12 แม้บอดี้จะเก่าแต่ฟังก์ชั่นโดยรวมดีขึ้นเยอะ ระบายความร้อนได้โอเคมากด้วย!

Share image Edit Name 1katanagf66gen12

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตระกูล MSI Katana ด้วยฝีมือการดีไซน์ของคุณ Nagano Tsuyoshi เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์ยอดนิยมอีกรุ่นของ MSI และ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 รุ่นล่าสุดนี้แม้จะคงดีไซน์ภายนอกเอาไว้เช่นเดิม แต่ทางบริษัทก็จัดการอัพเกรดสเปคและชิ้นส่วนต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เริ่มต้นจากซีพียู Intel ในเครื่องได้อัพเกรดจาก Intel Rocket Lake รุ่น 11 เป็น Intel Alder Lake รุ่น 12 เป็นอย่างแรกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์รวมของตัวเครื่องให้ดียิ่งขึ้นและรีดพลังของการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ให้ได้เต็มที่ รวมทั้งปรับแต่งระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ให้ชุดพัดลมโบลวเวอร์คู่และฮีตไปป์ 6 เส้นภายในเครื่องนำความร้อนได้ดีขึ้น ส่วนระบบเสียงและลำโพงได้ Nahimic by SteelSeries บริษัทคู่ใจมาช่วยปรับจูนเสียงให้ได้ความคมชัดระดับ Hi-Res และติดตั้งพอร์ตใช้งานมาครบถ้วนเช่นเดิม

Advertisementavw

สเปคภายในเครื่องก็ยังน่าสนใจ เริ่มจากอินเตอร์เฟสของ M.2 NVMe SSD ซึ่งอัพเกรดเป็น PCIe 4.0 x4 ให้รองรับ SSD ความเร็วสูงรุ่นใหม่ๆ และเพิ่มแรมไปได้สูงสุด 64GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านระบบการจัดการพลังงานของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ก็น่าสนใจ แม้จะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ดีไซน์เด่นอีกอย่างคือ มันสามารถกางหน้าจอให้แบนราบไปกับพื้นโต๊ะได้ด้วย

MSI Katana GF66 Intel Gen 12

NBS Verdicts

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09820 Medium

MSI Katana GF66 Intel Gen 12 นับเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของตระกูล Katana แต่ถึงจะเป็นรุ่นปรับปรุงสเปค อัพเกรดซีพียูให้เป็น Intel Core i7-12700H ก็ทำให้ประสิทธิภาพองค์รวมดีขึ้นมากแล้ว และทาง MSI ยังจัดการระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นมาก ลบความคิดและปัญหาเก่าๆ ว่า MSI Katana นั้นแรงแต่ร้อนให้เย็นลงแล้วใช้งานได้เต็มพลังต่อเนื่องประสิทธิภาพไม่ลดลง ด้านงานประกอบตัวเครื่องยังแข็งแรงทนทานและยังกางจอได้แบนราบไปกับพื้นโต๊ะ จึงปรับจอให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย

ถัดมาเป็นพาร์ทภายในตัวเครื่อง ได้แก่ อินเตอร์เฟสของ M.2 NVMe SSD ซึ่งเป็น PCIe 4.0 x4 ซึ่งรองรับ NVMe รุ่นใหม่ความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้น ส่วนแรมรองรับความจุสูงสุด 64GB DDR4 บัส 3200MHz ซึ่งถ้า 16GB จากโรงงานมีไม่พอใช้ทำงาน 3D ต่างๆ ก็เพิ่มได้ให้ทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดปัญหาคอขวดติดเรื่อง RAM ไม่พอใช้งานเลย

ส่วนจุดสังเกตของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า นั่นคือมีช่องให้ใส่ M.2 NVMe SSD เพียงช่องเดียวไม่มีช่องสำรองหรือแม้แต่ช่องต่อฮาร์ดดิสก์ 2.5″ SATA III ก็โดนถอดหัวเชื่อมต่อออกไปแล้วปล่อยเป็นช่องว่างเอาไว้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ผู้เขียนแนะนำให้ย้ายหัว M.2 PCIe ไปไว้แทน 2.5″ SATA III แล้วทำเป็น 2 หัวคู่กันไปเลยหรือไม่ก็นำหัว SATA III กลับมา จะได้มีไดรฟ์อัพเกรดฮาร์ดดิสก์ให้ใช้อีกช่องให้ใช้ประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

อีกจุดสังเกต คือพาเนลหน้าจอ IPS ยังเป็นเกรดทั่วไป ไม่ใช่แบบคุณภาพสูงเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบันนี้ที่ได้พาเนลเอื้องานสายครีเอเตอร์ด้วย ดังนั้นพาเนล IPS เกรดทั่วไปในโน๊ตบุ๊คราคา 47,490 บาท จึงดูไม่สมตัวนัก ส่วนตัวคิดว่าถ้าทางบริษัทมี MSI Katana GF66 รุ่นย่อยปรับสเปคก็ควรลงทุนกับพาเนล IPS คุณภาพดีกว่านี้ให้แสดงขอบเขตสีหน้าจอได้กว้าง 100% sRGB ด้วย

ข้อดีของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน ดีไซน์เรียบง่ายไม่ดึงดูดสายตาเกินไป
  2. ตัวเครื่องดีไซน์ให้กางจอได้แบนราบ 180 องศา ปรับองศาจอให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย
  3. ซีพียูได้ Intel Core i7-12700H เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง รันโปรแกรมและเกมได้ลื่นไหล
  4. การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ใช้เล่นเกมและทำงานกราฟิคได้ดี
  5. ได้แรมจากโรงงาน 16GB DDR4 อัพเกรดได้สูงสุด 64GB ช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  6. อินเตอร์เฟสของ M.2 NVMe SSD เป็น PCIe 4.0 x4 รองรับ NVMe รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
  7. ระบบการจัดการพลังงานทำได้ดีขึ้น ช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 7 ชั่วโมง
  8. ชุดพัดลม Cooler Boost 5 ระบายความร้อนได้ดีขึ้น ประสิทธิภาพตอนใช้งานไม่ลดลง
  9. มีพอร์ต USB 2.0 เสริมเข้ามาให้ใช้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดได้ ไม่ต้องใช้ช่อง USB-A 3.2 Gen 1
  10. กดฟังก์ชั่นเปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) ค้างบนจอได้ ช่วยให้เล่นเกม FPS ได้สะดวกขึ้น
ข้อสังเกตของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12
  1. ยังมีช่องใส่ M.2 NVMe SSD ช่องเดียว ไม่มีช่องเสริมให้เพิ่มความจุฮาร์ดดิสก์
  2. พาเนล IPS ของหน้าจอยังเป็นเกรดทั่วไป ไม่เป็นขอบเขตสีกว้างเหมือนแบรนด์คู่แข่ง
  3. พอร์ต USB-C เป็นแบบโอนไฟล์อย่างเดียว แต่แบรนด์คู่แข่งระดับราคาไล่เลี่ยกันได้ Thunderbolt 4 หรือ USB-C พร้อม DisplayPort Alt-mode แล้ว

รีวิว MSI Katana GF66 Intel Gen 12

Specification

gf66 gen12 spec

MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ในตระกูล Katana ที่อัพเกรดซีพียูเป็น Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake ช่วยให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด สำหรับสเปคมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ค่า TGP 60 วัตต์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, LAN RJ45 x 1, HDMI x 1 รองรับความละเอียด 4K 60Hz, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 47,490 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09813 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09818 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09785 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09790 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09792 Medium

ดีไซน์ของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 แม้จะเป็นรุ่นใหม่รหัสใหม่ก็ตาม แต่บอดี้ก็ยังเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า ทั้งจุดวางข้อมือตัดขอบเฉียงฝั่งซ้ายและขวาเล็กน้อยให้ดูเหมือนคมของดาบคาตานะ มีสติ๊กเกอร์ Intel กับ NVIDIA ตรงที่พักข้อมือฝั่งซ้าย ส่วนเหนือแป้นคีย์บอร์ดมีช่องเจาะเป็นดีไซน์ให้ดูเท่ล้ำสมัยและช่วยเรื่องดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนในตัวเครื่องได้เล็กน้อย และสังเกตว่าขอบบนของตัวเครื่องกับขอบล่างหน้าจอจะห่างกันให้กางหน้าจอได้กว้างยิ่งขึ้น

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09779 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09830 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09829 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09772 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09770 Medium

ซึ่งเมื่อกางหน้าจอแล้วจะเห็นว่าขาบานพับจอของ MSI Katana GF66 สามารถหมุนได้จนจอราบไปกับพื้นโต๊ะ ดังนั้นไม่ว่าจะวางเครื่องไว้กับพื้นโต๊ะหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับองศาหน้าจอให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย เมื่อเปิดฝาใต้เครื่องดูแล้วจะเห็นว่าฐานบานพับหน้าจอเป็นก้านสั้นล็อคเข้ากับฐานโลหะภายในเครื่องซึ่งแข็งแรงมาก ไม่มีอาการโยกหรือสั่นตอนกางหน้าจอแม้แต่น้อย

ส่วนโค้งเฉียงนอกจากริมตัวเครื่องใต้ที่รองข้อมือทั้งสองด้าน จะเห็นว่าตัวเครื่องระหว่างช่องระบายความร้อนด้านหลังถูกออกแบบให้โค้งเข้าเล็กน้อย เป็นดีไซน์ล้อไปกับขอบตัวเครื่องส่วนหน้าส่วนที่วางข้อมือถัด รวมถึงขอบล่างของฝาหลังหน้าจอก็ถูกปาดเฉียงเล็กน้อยช่วยให้ถือโน๊ตบุ๊คด้วยมือเดียวแล้วกระชับจับถือถนัดมือยิ่งขึ้น

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09777 Medium

ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ตาม แต่ฝาหลังของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ไม่มีลวดลายตามสมัยนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ มีแต่โลโก้รูปมังกรที่สลักเอาไว้ขอบบนกึ่งกลางหน้าจอเท่านั้น ดูไม่สะดุดตาเกินไปและได้ลุคเรียบร้อยเหมือน GF63 Thin เหมาะกับใครที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบร้อยเอาไว้ทำงานมาก

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09748 Medium

ฝาใต้ตัวเครื่องถูกเจาะช่องดึงลมเข้าเป็นแบบรังผึ้งให้ดึงลมเข้าไประบายความร้อนในระบบ Cooler Boost 5 แล้วระบายลมร้อนออกทางด้านหลังเครื่อง 2 ช่องกับช่องซ้ายมืออีกช่องหนึ่ง มีแถบยางกันเครื่องไถลติดเอาไว้ 4 จุด โดยคู่ล่างจะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ช่วยป้องกันฝาล่างของตัวเครื่องโดนกับพื้นโต๊ะโดยตรง และทาง MSI ใช้น็อตหัวแฉกแบบ Philips Head ทั้งหมด 13 ตัว ขันล็อคให้ฝาและตัวเครื่องล็อคเป็นชิ้นเดียวกัน

Screen & Speaker

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09780 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09782 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09781 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09783 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09784 Medium

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate 144Hz และสามารถปรับตั้งค่า Refresh Rate ลดลงเหลือ 60Hz ได้ด้วย กรอบหน้าจอดีไซน์ให้ขอบฝั่งซ้ายและขวาบางเป็นพิเศษให้มีพื้นที่แสดงผลด้านข้างกว้างยิ่งขึ้น แต่ขอบบนล่างจะหนากว่าระดับหนึ่ง ส่วนกล้องเว็บแคมความละเอียด HD และไมโครโฟนถูกติดเอาไว้ตรงกึ่งกลางขอบบนของหน้าจอ

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09786 Medium

 

display resolution 1
gamut 1
luminance 1

พาเนลหน้าจอ IPS ของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 สามารถแสดงผลได้กว้าง 178 องศา ทั้งในแนวตั้งและนอน เมื่อมองเข้ามาแล้วจะไม่เห็นเงาสะท้อนขึ้นมาบนจอแบบพาเนล TN ส่วนขอบเขตสีเมื่อวัดด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ว ได้ค่า Gamut Coverage หรือขอบเขตสีจริงของหน้าจอ 58% sRGB, 40.3% Adobe RGB, 41.5% DCI-P3 ส่วน Gamut Volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีทั้งหมดของจอนี้ทำได้ 58.5% sRGB, 40.3% Adobe RGB, 41.5% DCI-P3 มีค่า Delta-E เฉลี่ยที่ 0.06~1.15 อิงจากผลการทดสอบนี้ถือว่าจอ MSI Katana GF66 แสดงผลสีสันได้เที่ยงตรง แต่ขอบเขตสีกว้างแค่ไล่เลี่ยกับจอของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คทั่วไปในปัจจุบันนี้เท่านั้น หากใช้แต่งภาพอัพโหลดโซเชียลเน็ตเวิร์คถือว่าพอใช้งานได้ แต่ถ้าทำงานจริงจังควรต่อหน้าจอแยกสำหรับทำงานอาร์ทโดยเฉพาะจะดีที่สุด

ความสว่างหน้าจอสูงสุดโดยโปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้ 260.78 cd/m2 จัดว่าสว่างเพียงพอใช้ทำงานในอาคารได้อย่างแน่นอน และจากการใช้งานจริงแม้จะปรับความสว่างไว้ 50% ก็ยังมองสว่างเห็นชัด แต่ความสว่างระดับนี้อาจจะสู้แสงแดดสะท้อนหน้าจอได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

nahimic Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09752 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09753 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09767 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09768 Medium

ด้านลำโพง Hi-Res จูนเสียงโดย Nahimic by SteelSeries หากใช้เล่นเกมถือว่าเสียงดีฟังชัดได้อรรถรส แต่ตอนฟังเพลงถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่โดดเด่นมากนัก โดยเสียงเครื่องดนตรีกับนักร้องจะเด่นนำเป็นหลัก ทว่าเสียงเบสไม่ค่อยมีแรงปะทะมากนัก แต่ก็ยังมีซอฟท์แวร์ของ Nahimic มาให้ปรับโทนเสียงให้ได้มิติดีขึ้นระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามถ้าใครอยากฟังเพลงให้ได้เสียงเต็มอรรถรสแนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09791 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09787 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09789 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09793 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09794 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09806 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09799 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09795 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09797 Medium

คีย์บอร์ดของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เป็นแบบ Full-size มีไฟ LED Backlit สีแดงติดตั้งมาให้และปรับความสว่างได้โดยกด Fn+F8 มีไฟแสดงสถานะพิเศษติดมาที่ปุ่ม F1 เพื่อบอกว่าลำโพงปิดอยู่, Caps Lock, Num Lock, Power ซึ่งแสงไฟสว่างมองเห็นชัดในที่แสงน้อยดีมาก

สังเกตว่าเลย์เอ้าท์ของคีย์บอร์ดนี้เป็นแบบแชร์ร่วมกันกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI หลายๆ รุ่นในตอนนี้ ตัวอย่างเช่น MSI Bravo 15 ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ข้อดีคือมีฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมติดตั้งมาให้ครบถ้วน ทั้งปุ่มปรับเพิ่มรอบความเร็วพัดลม, เปิด Crosshair ช่วยเล็งเป้า, เล่นหรือหยุดเพลงและปุ่มดับหน้าจอโน๊ตบุ๊ค มีปุ่ม Ctrl ยาวเท่ากับปุ่ม Shift ทำให้กดใช้ได้ง่าย หากมีปัญหาก็ส่งเคลมซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ได้รวดเร็ว

แต่ฟังก์ชั่นที่ขาดไปอย่างไม่มีปุ่ม Windows Lock หรือแม้แต่ไม่มีปุ่ม Function Hotkey ติดมาให้ตรง F12 ก็ยังอยู่เช่นเดิม ทำให้ใช้ประโยชน์จากการกางจอได้ราบไปกับพื้นโต๊ะได้ไม่เต็มที่เหมือนที่ MSI Modern 14, 15 ทำได้ ซึ่งน่าเสียดายไปหน่อย

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09803 Medium

Function Hotkey ของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เองก็แชร์ร่วมกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นอื่นในค่ายและไม่มีฟังก์ชั่นเกมมิ่งติดมาให้ใช้งานเช่นกัน โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F5 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F6 – ปิด/เปิดเว็บแคม
  • F7 – เรียกโปรแกรม MSI Center
  • F8 – ปรับความสว่างไฟ LED Backlit
  • F9~F10 – ลด/เพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F11 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม

ดังนั้นเมื่อ Katana GF66 รุ่นไมเนอร์เชนจ์นี้ยังแชร์คีย์บอร์ดร่วมกันกับ Bravo 15 จุดน่าเสียดายต่างๆ ก็ยังมีอยู่เช่นเดิม ไม่ว่าจะไม่มีคีย์ลัดล็อคปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด ต้องกดผ่านทาง MSI Center แทน และ F12 ไม่มีคีย์ลัดให้ใช้งาน ทั้งที่บรรทัด F1~F12 ก็เป็นคีย์ใช้งานทั่วไปแล้วทั้งที ก็อยากให้ MSI เอาปุ่มลัดพลิกหน้าจอกลับ 180 องศาใส่มาให้เลยจะได้ใช้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09804 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09805 Medium

แป้นทัชแพดของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 มีความกว้างจากขอบสู่ขอบอยู่ระหว่างปุ่ม Alt ทั้งสองฝั่งพอดี สามารถกด Fn+F4 ล็อคปิดการทำงานได้ เมื่อวางมือไว้ตรงปุ่ม WASD แล้ว สันมือซ้ายจะทาบลงขอบของแป้นทัชแพดพอดี เวลาใช้งานจริงแป้นสามารถตอบสนองได้เร็วและรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน ใช้ทำงานได้สะดวกระดับหนึ่ง

Connector / Thin & Weight

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09807 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09808 Medium

พอร์ตเชื่อมต่อของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ถูกติดตั้งเอาไว้สองฝั่งของเครื่อง ส่วนด้านหลังจะเป็นช่องสำหรับฮีตไปป์ของ Cooler Boost 5 โดยรุ่นไมเนอร์เชนจ์ตัวนี้จะมีพอร์ต USB 2.0 ติดตั้งมาเพิ่มอีกช่องไว้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดได้ ส่วนพอร์ตต่างๆ มีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องอแดปเตอร์, USB-A 3.2 Gen 1, USB 2.0 
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio combo, USB-A 3.2 Gen 1, USB-C 3.2 Gen 1, HDMI รองรับความละเอียด 4K 60Hz, LAN RJ45
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

พอร์ตต่างๆ ของ MSI Katana GF66 ยังคล้ายกับรุ่นก่อน ยกเว้น USB 2.0 ซึ่งถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาให้ แม้จะดูเล็กน้อยแต่ก็ได้ใช้ต่อเมาส์หรือคีย์บอร์ดเกมมิ่งแน่นอน ส่วนพอร์ต USB-A 3.2 ก็ใช้ต่อ Game Drive หรือ External Harddisk ไว้โอนถ่ายไฟล์ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยรวมถือว่าครบพอใช้งานแล้ว

สิ่งที่ผู้เขียนติดใจอยู่ คือ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 มีราคาสูงถึง 47,490 บาทแล้ว แต่ได้พอร์ต USB-C 3.2 แบบโอนไฟล์อย่างเดียว ต่อจอแยกแบบ DisplayPort Alt-mode หรือชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery เหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในระดับราคาไล่เลี่ยกันก็รู้สึกว่าน่าเสียดายมาก หากเป็นไปได้อย่างน้อยทาง MSI ก็น่าทำให้มันต่อหน้าจอแยกได้ก็ยังดี หากเป็นไปได้ผู้เขียนก็หวังว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ทาง MSI จะนำข้อสังเกตนี้ไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09744 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09746 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09745 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09831 Medium

น้ำหนักของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ทางบริษัทเคลมในสเปคบนเว็บไซต์ไว้ 2.25 กิโลกรัม เมื่อชั่งจริงแล้วอยู่ที่ 2.22 กิโลกรัม เมื่อรวมอแดปเตอร์กำลังไฟ 180 วัตต์ ของ Chicony น้ำหนัก 602 กรัมเข้าไปแล้ว ทั้งแพ็คเกจจะมีน้ำหนักรวม 2.86 กิโลกรัม ถือว่าหนักระดับหนึ่งถ้าพกไปไหนควรใส่กระเป๋าเป้ไปจะไม่กดไหล่จนเกิดอาการบาดเจ็บตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน 

Inside & Upgrade

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09755 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09757 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09758 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09761 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09773 Medium

การอัพเกรด MSI Katana GF66 Intel Gen 12 มีจุดแข็งที่บอร์ดรองรับ RAM ได้สูงสุด 64GB DDR4 บัส 3200MHz ได้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ไว้ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ได้แต่ก็มีเพียงช่องเดียว ไม่มีหัว M.2 PCIe ตัวรอง แม้แต่หัว SATA III ก็โดนถอดออกไปทำให้มีช่องติดตั้งฮาร์ดดิสก์จำกัด ถ้าใครจะซื้อเครื่องนี้ไว้เล่นเกมก็ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ภายนอกแบบ Game Drive เท่านั้น และมีพื้นที่ว่างภายในเครื่องข้างแบตเตอรี่แทน

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าไม่เอาหัว SATA III กลับมาใส่ให้ ก็ย้ายเอา M.2 PCIe ส่วนเหนือแบตเตอรี่ไปไว้ข้างๆ แทน แล้วใส่หัว PCIe 4.0 x4 มาเป็นคู่แล้วมีซิลิโคนซัพพอร์ตใต้ตัว M.2 SSD สักนิดจะดีที่สุด

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram
ram2

ซีพียูใน MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ติดตั้ง Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz สถาปัตยกรรม Alder Lake ค่า TDP 45 วัตต์ ขนาดทรานซิสเตอร์ 10 นาโนเมตรมาให้ รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ครบถ้วน

เมนบอร์ดในเครื่องผลิตโดย MSI เอง โดยอินเตอร์เฟสของ M.2 NVMe SSD เป็นแบบ PCIe 4.0 x4 จึงรองรับ SSD ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ๆ ได้ดี มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ติดตั้งมาให้จากโรงงานด้วย

tgp

integrated gpu 1
discrete gpu

การ์ดจอใน MSI Katana GF66 มี 2 ตัว ได้แก่ แบบออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับแสดงผลภาพขึ้นบนหน้าจอเวลาใช้ทำงานเอกสาร, เปิดเว็บไซต์หรือดูหนังฟังเพลงแล้ว ก็มี NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีค่า TDP 60 วัตต์ สำหรับเล่นเกมหรือทำงานกราฟิคตัดต่อแต่งภาพ โดยการ์ดจอทั้งสองตัวรองรับชุดคำสั่งต่างๆ ครบถ้วน ทั้ง DirectX 12, OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, PhysX เหมือนกันหมด ยกเว้นว่าการ์ดจอ NVIDIA จะรองรับเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง CUDA และ Ray Tracing เพิ่มเข้ามาด้วย

device mgr

ชิ้นส่วนในเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager จะมีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาให้ใช้ร่วมกับ Windows 11 กับชิป Intel AX201 ใช้เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว มีเทคโนโลยี MU-MIMO, OFDMA, Intel vPro ครบถ้วน มีเสาสัญญาณแบบ 2×2 มีแบนด์วิธสัญญาณ 160MHz จึงใช้เปิดเว็บไซต์และเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ssd 1

M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ในเครื่องเป็น Micron 2450 รุ่นยอดนิยมที่ติดตั้งมาในโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบัน ส่วนความเร็วหลังจากทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ Sequential Read 2,931.35 MB/s และ Sequential Write 874.14 MB/s ซึ่งถือว่ายังไม่เร็วนัก และในเมื่ออินเตอร์เฟสของ SSD เป็น PCIe 4.0 แล้ว ก็แนะนำให้หา WD Black SN770, Kingston Fury Renegade หรือจะเป็น PNY XLR8 CS3040 มาติดตั้งแทนดีกว่า แล้วเอา Micron 2450 ไปทำเป็น External SSD เซฟงานแทนจะดีที่สุด

r15 1
r20 1

กลับกันเมื่อทางบริษัทอัพเกรดซีพียูใน MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เป็น Intel Core i7-12700H แล้ว ก็ใช้ทำงานได้ดีขึ้นมาก เมื่อทดสอบการเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 จะทำคะแนน OpenGL ได้ 237.58 fps และได้คะแนน CPU สูงถึง 2128 cb ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้สามารถเปิดตัวอย่างโมเดลให้ลูกค้าดูได้สบายๆ ส่วนการทดสอบด้วย CINEBENCH R20 ได้คะแนน CPU 4,869 pts ซึ่งสูงมาก ถือว่าพลังประมวลผลของคอร์ซีพียูนั้นใช้เรนเดอร์งาน 3D ได้ลื่นไหลแน่นอน หากครีเอเตอร์สายปั้นโมเดลหรือทำ CG เอฟเฟคก็น่าซื้อไปใช้

pcmark10 1

ส่วนการทำงานเมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 6,864 คะแนน เทียบชั้นโน๊ตบุ๊ครุ่นราคาสูงกว่าหลายๆ รุ่นได้สบายๆ และใช้ทำงานได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะทำงานเอกสาร, เปิดเว็บไซต์หรือทำงานอาร์ทก็ได้ ซึ่งถ้าพิจารณาตามหมวดหมู่คะแนน จะเห็นว่า Katana GF66 จะเด่นเรื่องงานแต่งภาพและเรนเดอร์โมเดล 3D CG ส่วนงานตัดต่อวิดีโอถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง

3dmark Medium

ด้านการเล่นเกมจะได้คะแนนเฉลี่ย 5,869 คะแนนจาก 3DMark Time Spy หากดูแยกจะเห็นว่า MSI Katana GF66 ทำคะแนน CPU score ได้สูงถึง 10,337 คะแนน ส่วนของ Graphics score ทำได้ 5,454 คะแนน ถือว่าประสิทธิภาพของ Intel Core i7-12700H ทรงพลังและรีดกำลังของ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ได้หมดจดและซีพียูนี้มักจะถูกนำไปจับคู่กับการ์ดจอตัวแรงหลายๆ รุ่น เช่น RTX 3070 Ti, 3080 Ti เป็นประจำ ดังนั้นในแง่ประสิทธิภาพไม่ต้องห่วงเลย

katana benchmark graph

ด้านการเล่นเกม ผู้เขียนนำ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ไปทดลองเล่นเกมฟอร์มใหญ่ยอดนิยมในปัจจุบันนี้ โดยปรับกราฟิคสูงสุดทุกเกมยกเว้นเฉพาะ Forza Horizon 5 เกมเดียวที่จะปรับกราฟิคลงมาระดับ High ไม่ถึงระดับ Ultra หรือ Extreme เพราะการ์ดจอมี VRAM ไม่พอให้ใช้งาน

จากกราฟจะเห็นว่า Katana GF66 ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันทุกเกมได้สบายๆ ได้เฟรมเรทเฉลี่ยตอนเล่นเกม FPS เกิน 60 fps หมดและได้ภาพไหลลื่นมาก แต่ถ้าเป็นเกมแนว 3rd Person Shooting อย่าง SCUM หรือ Forza Horizon 5 จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้เกิน 40 fps ซึ่งยังถือว่าลื่นระดับหนึ่ง ซึ่ง MSI Katana จะเล่นเน้นใช้พลังกราฟิคการ์ด (GPU Intensive) ได้ดีระดับหนึ่ง แต่จะเล่นเกมเน้นใช้กำลังประมวลผลของซีพียู (CPU Intensive) ได้ดีมาก

msi center main

นอกจากนี้ ใน MSI Katana GF66 Intel Gen 12 ก็มี MSI Center ไว้ใช้มอนิเตอร์, ตั้งค่าเครื่องให้เข้ากับเกมและโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมและอัพเดทเฟิร์มแวร์ต่างๆ ได้ หากซื้อโน๊ตบุ๊คนี้มาแล้วแนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาใช้งานด้วย จะดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้เต็มที่ยิ่งขึ้น 

Battery & Heat & Noise

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09762 Medium

แบตเตอรี่ลิเธียม โพลีเมอร์ใน MSI Katana GF66 Intel Gen 12 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ติดตั้งไว้ติดลำโพงฝั่งขวาตามภาพแต่ด้านซ้ายจะมีพื้นที่วางพอติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ช่องหนึ่ง มีความจุ Typical Capacity 4,700mAh (53.5Wh) และ Rated Capacity 4,562mAh (52Wh) เป็นความจุทั่วไปของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน

BatteryMon 96 Charge 12 2 2022 2 03 15 PM 50

ด้านการทดสอบ ผู้เขียนเปลี่ยนจากการลดแสงหน้าจอให้ต่ำสุดเป็นตั้งค่าความสว่างเอาไว้ 50% ให้สมกับการใช้งานจริงที่สุด เปิดลำโพง 10% และปรับตัวเครื่องเข้าโหมดประหยัดพลังงานแล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีแล้ว โน๊ตบุ๊คนี้จะใช้งานได้นานสุด 7 ชั่วโมง 19 นาที กับแบตเตอรี่ความจุ 53.5Wh แล้ว ต้องถือว่าเป็นระยะเวลาใช้งานที่ดีทีเดียว เพราะปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คกับซีพียู Intel Alder Lake หลายๆ รุ่นจะใช้งานได้นานสุดราว 5~6 ชั่วโมงเท่านั้น

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09763 Medium

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09811 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09810 Medium
MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09769 Medium

ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 จะมีพัดลมโบลวเวอร์คู่ แยกเป็นตัวใหญ่ฝั่งขวามือกับช่องระบายความร้อนแยกสองทางและตัวเล็กด้านซ้ายซึ่งเข้ามาเสริมให้ระบายความร้อนได้เร็วยิ่งขึ้นและมีฮีตไปป์ทองแดงประกบลงกับซีพียูและการ์ดจอฝั่งละคู่ ช่วยนำความร้อนออกจากเครื่องไปได้อย่างรวดเร็ว

hwmonitor heat when benchmarking

อุณหภูมิของ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เมื่อรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คอุณภูมิสูงสุดในเครื่องด้วย CPUID HWMonitor แม้จะเห็นว่าอุณหภูมิในเครื่องวิ่งขึ้นลงตั้งแต่ 51~100 องศาเซลเซียสแล้วเฉลี่ยอยู่ระดับราว 51 องศาก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริง บริเวณที่มือสัมผัสโดนนั้นไม่ร้อนเลย ไม่ว่าจะแป้นคีย์บอร์ดและที่วางข้อมือก็ตาม เพราะจุดเกิดความร้อนจะอยู่แถบเหนือแป้นคีย์บอร์ดขึ้นไป ดังนั้นต่อให้เล่นเกมหรือทำงานนานๆ หลายชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา

User Experience

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09821 Medium

แม้ MSI Katana GF66 Intel Gen 12 จะเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ถอดซีพียู Intel Rocket Lake 11th Gen ออกแล้วใส่ Intel Alder Lake 12th Gen ลงไปแทนแล้วใส่ USB 2.0 เสริมเข้ามาอีกช่องแล้วปรับแต่งระบบระบายความร้อนให้ดีขึ้นจนทำงานหรือเล่นเกมต่อเนื่องไปหลายชั่วโมงก็ไม่ร้อนแล้ว แต่หน้าตาก็ยังดูเรียบร้อยไม่หวือหวาเป็นเป้าสายตาตอนพกเครื่องไปทำงานหรือเข้าห้องเรียนเลย แต่ถ้ามองเผินๆ อาจจะเข้าใจผิดเป็นรุ่นร่วมค่ายอย่าง GF63 Thin ก็เป็นไปได้

เรื่องประสิทธิภาพในส่วนนี้ไม่มีปัญหาไม่ต้องกังวลเลย เพราะว่า Intel Core i7-12700H พอได้สเปคองค์รวมในเครื่องดีระดับหนึ่ง มันสามารถใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ดีมากและมีฟังก์ชั่นลูกเล่นเล็กๆ อย่างการเปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) ซึ่งผู้เขียนชอบเป็นส่วนตัวเพราะมันช่วยให้ตอนเล่นเกม FPS สามารถเปิดฉากยิงได้เร็วและเลื่อนเป้าได้แม่นขึ้น ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti จากที่ทดสอบมาแนะนำให้เล่นเกมกับจอระดับ 1080p จะเหมาะกับการ์ดจอนี้ที่สุด หากเกมไหนเล่นแล้วเฟรมเรทไม่สูงพอก็ยังมี NVIDIA DLSS มาช่วยฉุดเฟรมเรทให้ภาพไหลลื่นขึ้นระดับหนึ่ง 

ด้านการพกพาติดตัวออกไปออฟฟิศหรือนั่งทำงานตามร้านกาแฟ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังที่ออกแบบมาเพื่อโน๊ตบุ๊คเท่านั้น ให้ดีแนะนำเป็นใบใหญ่ใส่เครื่องขนาด 17.3 นิ้วได้ไปเลย เพราะระหว่างทดสอบผู้เขียนนำมันใส่กระเป๋าเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตามปกติ พบว่าตัวเครื่องหนาจนช่องใส่โน๊ตบุ๊คแน่นและขอบเครื่องดันแนวซิปปิดกระเป๋าจนแทบรูดปิดไม่ได้ และพอร์ต USB-C ของเครื่องนี้ก็ใช้โอนไฟล์เข้าออกได้อย่างเดียว ไม่รองรับการต่อหน้าจอแยกหรือชาร์จแบตเตอรี่ด้วยปลั๊ก GaN เลย ถ้าต้องไปประชุมงานหรือพบลูกค้านานหลายชั่วโมงควรพกอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไปเลย เผื่อกรณีฉุกเฉินหรือต้องใช้เครื่องเต็มประสิทธิภาพจะได้ใช้งานไม่ติดขัด

Conclusion & Award

MSI Katana GF66 Gen 12 DSC09822 Medium

MSI Katana GF66 Intel Gen 12 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบอดี้เดิมแต่ปรับสเปคและแก้ไขบางส่วนที่เป็นปัญหาในรุ่นก่อนให้ดีขึ้น ทำให้มันเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาก พอใช้เล่นเกมและรันงานต่างๆ ได้ดีแถมหน้าตาก็เรียบร้อยน่าจะถูกใจผู้ใช้หลายคนแน่นอน ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่านี่คือ Katana GF66 ที่ถ้าปรับแต่งเรื่องพอร์ตให้ทันสมัยขึ้นอีกนิดตามที่ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ มันจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่น่าใช้มาก

นอกจากเกมเมอร์แล้ว MSI Katana GF66 ก็เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายแบบ ทั้งนักเรียนนักศึกษาหาโน๊ตบุ๊คใช้ทำรายงานและเรียนได้, พนักงานออฟฟิศที่โน๊ตบุ๊ค Intel Evo ตัวเล็กบางเบาแบตเตอรี่ทนทานแต่พลังของซีพียูไม่จัดจ้าน ตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพไม่เร็วทันใจเท่า Intel รหัส H ก็รับเจ้า Katana GF66 ไปใช้งานได้เลย

award

award new Gaming

best gaming

MSI Katana GF66 Intel Gen 12 จัดสเปคมาดี ใช้เล่นเกมฟอร์มใหญ่บนจอ 1080p ได้สบายๆ และมีฟีเจอร์ลูกเล่นเล็กน้อยอย่างเป้าเล็ง Crosshair ติดมาให้ ถือว่าน่าใช้มาก แถมยังได้ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ซึ่งระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนติดตั้งมาให้ในตัว ดังนั้นถ้าเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา

award new performance

best performance

แม้หลักๆ จะอัพเกรดแค่ซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H สถาปัตยกรรม Alder Lake แต่มันกลับยกระดับประสิทธิภาพตัวเครื่องโดยองค์รวมให้ดีขึ้นชัดเจนและยังจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ได้ดีขึ้นด้วย

from:https://notebookspec.com/web/679951-review-msi-katana-gf66-intel-gen-12

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12 ฉบับเข้าใจง่าย แต่ละคอร์ใช้ทำอะไร?? แล้วใช้กับ Windows 10 ได้ไหม?

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12 นั้นต่างจาก Intel Gen 11 คนละเรื่อง! เอาความเข้าใจเก่ามาใช้ไม่ได้หรอกนะ!

Share image Edit Name 1gen12 1

Intel Gen 12 ถือเป็นการปรับดีไซน์ซีพียูครั้งใหญ่ของทาง Intel จากที่ในอดีตจะมีแต่คอร์ชุดเดียวและระบบ Hyper-Threading ทำให้แต่ละคอร์ของซีพียูทำงานส่งและรับข้อมูลได้พร้อมๆ กันในครั้งเดียว จึงได้ประสิทธิภาพดีขึ้นเป็นสองเท่าเหนือกว่าซีพียูในอดีตที่ทำทีละงานจนเสร็จแล้วค่อยรับคำสั่งต่อไป แต่เมื่อดีไซน์นี้ใช้งานมาต่อเนื่องหลายปีจนขาดความสดใหม่และบริษัทคู่แข่งก็มีนวัตกรรมนี้เหมือนกันแล้วทำราคาได้ถูกกว่าจนผู้ใช้เริ่มเบนความสนใจไป มันจึงทำให้ทาง Intel ต้องเริ่มหานวัตกรรมใหม่ๆ มาเสริมในซีพียูบ้าง นั่นคือการปรับดีไซน์โครงสร้างของซีพียูนั่นเอง

Advertisementavw

Intel 12th Generation หรือ Intel Alder Lake จึงเป็นซีพียูรุ่นแรกที่มีคอร์เป็น 2 ชุด โดยมี P-Core (Performance Core) และ E-Core (Efficiency Core) แล้วมี Intel Thread Director (ITD) ซึ่งฝังเอาไว้ในตัวคอยดูและแจกแจงงานต่างๆ ให้คอร์แต่ละแบบโดยเหมาะสม โดยหลักการทำงานเมื่ออิงจากเอกสารเผยแพร่ของทาง Intel บนหน้าเว็บไซต์ รูปแบบการทำงานของ Intel Gen 12 ก็จะแตกต่างไปจากซีพียู Intel รุ่นก่อนโดยซีพียูใช้ P-Core รันงานทั้งหมดก่อน และเมื่อ AI ใน ITD ตรวจเจอและประเมินแล้วว่างานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ P-Core ก็จะส่งงานต่อให้ E-Core รับหน้าที่ต่อเพื่อให้ซีพียูสามารถทำงานได้เต็มที่

วิธีดูคอร์ Intel Gen 12

ซึ่งตัว ITD จะมีอัลกอริธึ่มประเมินการทำงานแยกเป็น 4 ระดับ และทำงานได้รวดเร็ว จากสื่อต่างประเทศได้เผยแพร่รูปแบบการทำงานของ Intel Gen 12 ว่าจะรันงานแยกเป็น 4 Class ตามลำดับดังนี้

  • Class 3 : รันงานรอง โดยไม่เข้าไปกวนงานหลัก
  • Class 0 : โปรแกรมทั่วไป
  • Class 1 : งานที่ใช้ชุดคำสั่ง AVX/AVX2
  • Class 2 : งานที่ใช้ชุดคำสั่ง AVX-VNNI

แต่ถึง Intel Gen 12 จะดูน่าสนใจ มีรูปแบบการทำงานที่ล้ำสมัยเหนือคู่แข่งเท่าไหร่ก็ตาม แต่เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ในโลกที่มีซอฟท์แวร์เก่ารันอยู่มากพอสมควร และวิธีการนับคอร์เธรดของ Intel Gen 12 ก็ยังใช้ความเข้าใจเดิมอย่างที่ผ่านมาไม่ได้อีกด้วย จึงต้องหาข้อมูลแยกแต่ละรหัสไปว่าถ้าเป็นรุ่นนี้ทาง Intel ติดตั้ง P-Core, E-Core มาให้อย่างละกี่คอร์กันแน่

เมื่อ Intel 12th Generation นับคอร์แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป

coreandthreadfor12thgen

 

ในอดีต ภาพจำของซีพียู Intel แต่ละรุ่นของแต่ละคนก็จะจำกันง่ายๆ ว่า Intel Core i3 จะมีอยู่ 2 คอร์ 4 เธรด ขยับมา Core i5 เป็น 4 คอร์ 8 เธรด เท่ากับ Intel Core i7 แต่พอเป็นตัวท็อปก็จะได้ความเร็วเยอะขึ้นอะไรแบบนี้เป็นต้น แต่ความเข้าใจนั้นใช้กับ Intel 12th Gen แล้ว นั่นเพราะการดีไซน์แบบ Scalable Client Architecture ปรับเพิ่มลดจำนวน P-Core, E-Core ได้ ทำให้คอร์เธรดของซีพียูบางรหัสอาจจะเหมือนกัน แต่บางรุ่นแม้จะใช้ชื่อ Intel Core i7 เหมือนกัน แต่อาจได้คอร์เยอะกว่าด้วยซ้ำซึ่งจุดนี้ทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อเห็นรุ่นซีพียูแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้เปิดหาข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ ark.intel.com สักนิดเพื่อดูจำนวน P-Core ซึ่งเป็นคอร์หลักใช้งานจริงซึ่งสำคัญกว่า E-Core ก่อน ว่าซีพียูรุ่นนั้นมีมาให้กี่คอร์กันแน่

ด้านการนับจำนวนและหลักการทำงานของซีพียู Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake ทาง Intel ก็ได้ทำคลิปสรุปวิธีการทำงานออกมาให้ชมก่อนหน้านี้แล้ว โดยคอร์ทั้งสองชุดจะทำงานดังนี้

  • P-Core (Performance Core) – คอร์ใช้งานหลักแบบประสิทธิภาพสูงพร้อมฟีเจอร์ Hyper-Threading ซึ่ง E-Core จะไม่มีฟีเจอร์นี้ รับหน้าที่รันงานหลักทั้งหมดก่อน ITD จะเข้ามาดึงงานบางอย่างออกไปไว้ที่ E-Core ซึ่งจะใช้เล่นเกม, ตัดต่อวิดีโอ, AI Workload ฯลฯ จะมารันอยู่กับคอร์ชุดนี้เป็นหลัก
  • E-Core (Efficiency Core) – คอร์ชุดเล็กสำหรับรันงานเบื้องหลังเพื่อให้ P-Core ทำงานได้เต็มที่ ไม่มี Hyper-Threading และมีขนาดแค่ 1/4 ส่วนของ P-Core เป็นงานไม่กินพลังงานมาก เช่น เช็คอีเมล์, อัพเดท Patch ของ Windows และอาจจะซัพพอร์ต P-Core บ้างเล็กน้อย
  • Intel Thread Director (ITD) – ระบบจัดสรรการทำงานของคอร์ภายในตัวซีพียูโดยไม่พึ่งระบบปฏิบัติการภายในตัวเครื่องเหมือน Intel 11th Gen ลงไป โดยทาง Intel พัฒนาฟังก์ชั่นนี้ร่วมกับ Microsoft และจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อนำซีพียู Intel Gen 12 ไปใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ขึ้นไป เพราะชุดคำสั่งบริหารคอร์ซีพียูของ Windows 11 จะไม่เข้ามาก้าวก่าย ITD นั่นเอง
ตัวอย่างซีพียู Intel Gen 12 รุ่นยอดนิยมในโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้
สเปคของซีพียู Intel Gen 12 คอร์, เธรด ความเร็ว ค่า TDP การ์ดจอ สถาปัตยกรรม
Intel Core
i3-1215U
6 คอร์ 8 เธรด

แยกเป็น

2 P-Core
4 E-Core

3.3~4.4GHz 12 วัตต์ Intel UHD Graphics Intel 7
Intel Core
i5-12500H
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.3~4.5GHz 35 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i5-1240P
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.3~4.4GHz 20 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i7-1255U
10 คอร์ 12 เธรด

แยกเป็น

2 P-Core
8 E-Core

3.5~4.7GHz 12 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics  Intel 7
Intel Core
i7-1260P
12 คอร์ 16 เธรด

แยกเป็น

4 P-Core
8 E-Core

3.4~4.7GHz 20 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7
Intel Core
i7-12700H
14 คอร์ 20 เธรด

แยกเป็น

6 P-Core
8 E-Core

3.5~4.7GHz 35 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7

จากตารางจะเห็นว่าซีพียู Intel Gen 12 หลายๆ รุ่นแม้จะเขียนปริมาณคอร์และเธรดเยอะก็ตาม แต่เป็นการเขียนโดยรวบ P-Core, E-Core เข้าหากันอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่ได้ติดตามเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเกิดการเข้าใจผิดได้ หากนำซีพียูรุ่น Intel Core i7-12700H มาเป็นตัวอย่างแล้วคิดจำนวนคอร์เธรดที่เขียนโดยรวมข้างบนจะเป็นดังนี้

  • คอร์ – คำนวณแบบไม่รวม Hyper-Threading เมื่อบวกแล้วได้ 6+8 = 14 คอร์
  • เธรด – คำนวณแบบรวม Hyper-Threading เมื่อบวกแล้วได้ 6+6+8 = 20 เธรด

และถ้าสังเกตจะเห็นจุดน่ากังขาที่ i3-1215U และ i7-1255U มี 2 P-Core เท่ากัน แต่ใช้วิธีเพิ่ม E-Core จาก 4 ไป 8 คอร์แทนเพื่อให้มีคอร์รันงานเบื้องหลังมากยิ่งขึ้นและพอนับคอร์รวมก็จะดูมีให้ใช้งานเยอะและน่าจะทำงานได้เร็ว แต่ในแง่การใช้งานจริงอาจจะทำงานได้ไล่เลี่ยกันไม่ต่างกันอย่างที่ควรก็ได้

เทคโนโลยีใหม่ก็ต้องมีบั๊กแซมมาเป็นเรื่องปกติ เพราะโปรแกรมต่างๆ ยังไม่คุ้นเคย

intel 12th gen core 1

นับจากวันที่ 4 พฤษจิกายน พ.ศ. 2564 หลังจาก Intel เปิดตัวสถาปัตยกรรม Alder Lake และเริ่มวางจำหน่ายในท้องตลาดหลังจากนั้นมาไม่นาน ทว่าปัญหาของการออกแบบชุดคอร์แยกเป็น 2 ชุด ก็ยังตามมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังได้รับการแก้ไขให้เรียบร้อยเป็นระยะๆ ซึ่งปัญหาที่ผู้ใช้ต่างประเทศพบเจอเมื่ออัพเกรดมาเป็น Intel 12th Gen แล้ว จะมีดังนี้

  1. (ได้รับการแก้ไขแล้วเมื่อ 25 มกราคม พ.ศ. 2565) เกิดปัญหาเมื่อบางเกมที่ใช้ Denuvo DRM (Digital Right Management) เมื่อรันบน Intel 12th Gen แล้วเล่นเกมไม่ได้
  2. เกิดปัญหาผู้ใช้ชื่อ CrissTi แจ้งเข้ามาในเว็บบอร์ดของ Intel ว่าเมื่อใช้ i7-12700K แล้วรันโปรแกรม 3 เธรด เกิดปัญหาว่าซีพียูทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทางผู้เชี่ยวชาญของ Intel จึงแจ้งให้โหลด Intel SSU สำหรับ Windows ไปติดตั้งเพิ่มเติม
  3. ExamSoft ผู้ให้บริการซอฟท์แวร์ด้านการศึกษาแจ้งว่า Intel Gen 12 ใช้กับซอฟท์แวร์ของทางบริษัทไม่ได้และเกิดปัญหาตอนใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์ Melissa Esq. เป็นผู้โพสท์ปัญหาดังกล่าวเอง
  4. ล่าสุดเมื่ออัพเดทระบบปฏิบัติการ Windows 11 เป็นแพทช์ 22H2 แล้ว ITD จัดสรรคอร์ให้โปรแกรมผิดพลาด โดยผู้ใช้ชื่อ kuugkjv-8772 ได้โพสท์ในเว็บบอร์ดของ Microsoft ว่าโปรแกรม HandBrake ถูก ITD นำไปรันบน E-Core จนประสิทธิภาพลดลง จึงต้องสั่งปิด E-Core ใน BIOS ของเมนบอร์ดเพื่อลดปัญหานี้

อีกจุดน่าสังเกตจากสื่อต่างประเทศ คือ Intel Alder Lake รุ่นที่เพิ่งวางตลาดใหม่ๆ มีชุดคำสั่ง Intel AVX-512 (Intel Advanced Vector Extensions 512) ใช้เร่งประสิทธิภาพการคำนวณเวคเตอร์เพื่อเสริมการทำงานเชิงวิศวกรรม, วิทยาศาสตร์ และงานหนักต่างๆ ติดตั้งมาใน P-Core เท่านั้น ถ้าใช้ E-Core ก็ใช้ชุดคำสั่งนี้ไม่ได้ ต้องสั่งปิดใน BIOS ของเมนบอร์ดซึ่งผู้ใช้พีซีก็ไม่มีปัญหา แต่ฝั่งโน๊ตบุ๊คจะปิดได้แค่บางรุ่นเพราะเหตุผลเรื่องการยืดระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นนั่นเอง

ถ้าใช้ Intel Gen 12 ต้อง Windows 11 เท่านั้น?

Screenshot 2022 12 15 161221

ด้านซีพียูนอกจากจะเป็นดีไซน์ใหม่แตกต่างจากที่คุ้นเคย, ยังมีบั๊กและซอฟท์แวร์แบบเก่ายังไม่คุ้นเคยกับดีไซน์เช่นนี้ ระบบปฏิบัติการ Windows ก็ไม่เว้น โดยทาง Intel และ Microsoft ได้ร่วมกันออกแบบระบบปฏิบัติการ Windows 11 ให้ใช้งานกับ Intel Alder Lake ได้ดีที่สุดโดยระบบปฏิบัติการจะไม่เข้ามาจัดสรรการทำงานของคอร์ซีพียูเหมือน Windows รุ่นก่อนหน้า

ในทางกลับกัน ผู้ใช้บางคนที่ยังอยากใช้ Windows 10 อยู่แต่ก็อยากใช้ Intel Gen 12 ก็ไม่ได้ โดยทางสื่อต่างประเทศอย่าง AnandTech ได้กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวเอาไว้ว่าถ้าทำเช่นนี้ ตัว Windows 10 เองจะมอง E-Core เป็นชุดคอร์ประสิทธิภาพต่ำ ไม่ทราบเรื่องความเร็วประมวลผลและไม่รู้ว่าจะจัดสรรงานอะไรให้คอร์ชุดนี้ทำดี ผิดกับ Windows 11 ซึ่งมีชุดคำสั่งกำหนดความสำคัญของการทำงาน (Instruction Prioritization model) ทำให้ Intel Alder Lake ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

intel 12th gen core 5

ในทางกลับกัน ผู้ใช้ที่ชอบและคุ้นเคยกับ Windows 10 ก็จะถูกจำกัดไว้กับซีพียู Intel Gen 11 ที่มีคอร์ประมวลผลชุดเดียวไปโดยปริยาย จะอัพเดทมาเป็น Intel Gen 12 ก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่ หรือไม่ก็ต้องยอมย้ายมาเป็น Windows 11 แทน และก็อาจจะได้พบกับบั๊กที่กล่าวไปข้างต้นเข้ามารบกวนการทำงานอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Jarrod’s Tech ก็ได้ทดสอบเอา Intel Gen 12 ไปใช้กับ Windows 10 และ 11 ว่าได้ผลแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในแง่การใช้ทำงานกับโปรแกรมทั่วไปอาจจะไม่แตกต่างกันมาก ยกเว้นใครที่จะประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วใช้ Intel Gen 12 ไม่ควรใช้ Windows 10 เลย ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าผลการทดสอบเมื่อใช้ Windows 10 กับ Intel Gen 12 นอกจาก FPS เฉลี่ยจะทำได้แพ้ Windows 11 แล้ว ในส่วนผลการทดสอบ 1% Low หรือค่าเฟรมเรทต่ำสุดเฉลี่ย 100 เฟรม จะเห็นว่า Windows 10 ทำได้แย่กว่า Windows 11 อย่างชัดเจน จึงเป็นการบังคับกลายๆ ว่า Intel Alder Lake ต้อง Windows 11 เท่านั้น

ผลการทดสอบจาก Notebookspec

 

r20 zenbook 14 oled
r20
r20 vivobook s14 1
r20yoga6
r20swiftedge
r20 thinkpad z16

จากบทความทดสอบและรีวิวโน๊ตบุ๊คซีพียู Intel Alder Lake มาเทียบกับคู่แข่งอย่าง AMD Ryzen 6000 Series ที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกันเท่าที่ทำได้ คือ เป็นซีพียูที่มี Hyper-Threading จำนวน 16 เธรดเท่ากัน และเทียบคะแนนด้วย CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบการทำงานของคอร์ซีพียูเป้นหลัก จะเห็นได้ว่าพลังการประมวลผลต่อคอร์ของ Intel Alder Lake กับ AMD Ryzen ไม่ว่าจะ 5000, 6000 Series ก็ได้คะแนนไล่เลี่ยกันทั้งหมด แต่ถ้าเป็น Ryzen PRO Series กลับกลายเป็นทำคะแนนได้ฉีกขึ้นไปเลย

ในมุมของผู้เขียนเอง คิดว่าเหตุผลที่ Intel Alder Lake ทำคะแนนได้ระดับไล่เลี่ยกันเช่นนี้ สันนิษฐานว่ามาจาก ITD ที่โยกการ Benchmark ด้วย CINEBENCH R20 ลงไปที่ E-Core ก็เป็นไปได้ เพราะด้านการทดสอบด้วย PCMark 10 นั้น Intel Alder Lake ก็ทำคะแนนได้ดีไม่แพ้กับ AMD Ryzen เลยด้วยซ้ำ

batt 2
batt

ฝั่งของ BatteryMon เอง ผู้เขียนพยายามเลือกโน๊ตบุ๊ค 2 รุ่นที่แบตเตอรี่มีความจุใกล้เคียงกันที่สุด 2 รุ่น ซึ่งฝั่ง Intel Alder Lake มีขนาด 74Wh กับ AMD Ryzen 6000 Series มี 72Wh เท่านั้น เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นว่าระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของทั้งสองฝั่งสูสีกัน แม้ฝั่ง AMD จะจัดการพลังงานได้ดีกว่าจนใช้ได้ 13 ชั่วโมงก็ตาม แต่ฝั่ง Intel ก็ใช้งานได้ร่วม 12 ชั่วโมงทีเดียว ซึ่งค่อนข้างน่ากังขาเล็กน้อยที่แม้ Intel จะมี E-Core ก็ตาม แต่ระยะเวลาใช้งานยังทำได้นานระดับหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่นั้นแม้จะเห็นว่าใช้งานได้นานเท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็มีตัวแปรในแง่การใช้งานจริงเยอะมากไม่ว่าผู้ใช้จะเสียบชาร์จแบตเตอรี่เมื่อไหร่, ปรับความสว่างและระดับเสียงลำโพงดังมากน้อยแค่ไหนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

intel 12th gen core 6

จากข้อสังเกตและวิธีการดูคอร์ซีพียู Intel Gen 12 ที่ได้นำเสนอไป จะเห็นว่าการยกเครื่องสถาปัตยกรรมครั้งใหม่นี้จะมีวิธีการนับจำนวนคอร์ไม่เหมือนเดิม เอาความคุ้นเคยเก่าในอดีตมาเทียบไม่ได้เลย ถ้าให้ดีก็ควรค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลของทาง Intel เสริมเข้าไปด้วยว่าซีพียูรุ่นดังกล่าว ทางบริษัทติดตั้ง P-Core, E-Core มาให้เท่าไหร่กันแน่ ซึ่งถ้า P-Core มีมากเท่าไหร่ก็จะทำงานประมวลผลได้ดียิ่งขึ้น ในทางกลับกันก็จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานมากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นว่า Intel Alder Lake ยังมีบั๊กต่างๆ ออกมาเนืองๆ ก็ตาม แต่ก็เพราะเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ต้องให้เวลาการปรับปรุงพัฒนาต่อไปด้วย ซึ่งถ้าต่อไปการทำคอร์ 2 ชุดได้รับการพัฒนาชุดคำสั่งภายในให้ดีขึ้นแล้ว ก็เชื่อว่ามันจะทำงานได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ถ้าใครเป็น Early Adopter รีบซื้อมาใช้งานก่อนก็ต้องคอยติดตามและหาข้อมูลวิธีการปรับแต่ง Intel Gen 12 เป็นระยะๆ ด้วยจะได้ใช้ซีพียูนี้ทำงานได้ดีที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง

laptop screen cover

shutdown cover

Share image Edit Name 2acer 2022 office

from:https://notebookspec.com/web/679436-how-to-determine-intel-gen-12-core

MSI PRO AP242 All-in-One PC ฟังก์ชั่นครบ แต่งภาพ เทรดหุ้น จบได้ทุกงาน สำนักงานยุคใหม่

MSI PRO AP242 ออลอินวันพีซียุคใหม่ ต่อได้ 3 จอ กล้องชัดลำโพงเสียงจัด ความปลอดภัยสุดล้ำ

MSI PRO AP242

MSI PRO AP242 เป็นออลอินวันพีซี ที่มาแบบครบเครื่อง ราคาเบาๆ เริ่มที่ 2 หมื่นกว่าบาท แต่ได้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งจอมาในตัว ขุมพลัง Intel Core i5 Gen12 และแรม 8GB หน้าจอ 24″ Full-HD พาแนล IPS คมชัดและมุมมองที่กว้าง มิติกำลังพอเหมาะ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย สะดวกกับการจัดวางบนโต๊ะหรือคนที่มีพื้นที่ทำงานจำกัด พร้อมกล้องเว็บแคม Full-HD และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน โดยให้ความปลอดภัยมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นการ สแกนใบหน้าหรือ Tobii Aware รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 รวมถึงพอร์ตต่อพ่วงมากมาย เช่น USB-C, HDMI และ DP เป็นต้น รองรับการต่อจอภายนอกเพิ่มได้อีก 2 จอและซอฟต์แวร์เสริมการทำงาน ในการตรวจเช็ค ปรับปรุงตั้งค่า เพื่อการใช้งานที่คล่องตัว การรับประกัน 3 ปี พร้อม On-site pickup and return ติดต่อ รับซ่อม และส่งคืน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สนนราคาอยู่ที่ 27,400 บาท

MSI PRO AP242 สวยลงตัว งาน บันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  • มิติที่บางเบา กระทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก
  • มาพร้อมความปลอดภัยครบครัน
  • รองรับการสแกนใบหน้าเข้าระบบ
  • กล้องเว็บแคม Full-HD
  • มีระบบรักษาความเป็นส่วนตัว Tobii Aware
  • ลำโพงด้านหลัง ให้พลังเสียงในระดับที่ดี
  • รองรับการต่อจอภายนอกเพิ่มได้
  • มีพอร์ต USB-C
  • ประกอบง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
  • มี Windows 11 Home มาในตัว
  • รับประกัน 3 ปี พร้อม On-site pickup and return

ข้อสังเกต

  • พอร์ต USB ความเร็วสูงอยู่ด้านหลัง การต่ออุปกรณ์ต้องขยับเล็กน้อย
  • ถ้าเพิ่มแรมเป็น 16GB จะทำให้ไหลลื่นมากขึ้น
  • การปรับ OSD ต้องใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ Display Kit

Specification

Description
CPU Intel® Core™ i5-12400
OS Windows 11 Home
CHIPSET Intel® H610
STORAGE 1x 256GB M.2 SSD (auto switch)
1x 2.5” HDD / SSD
GRAPHICS Intel® UHD Graphics
PANEL RESOLUTION 23.8″ IPS Grade Panel LED Backlight (1920*1080 FHD) with MSI Anti-Flicker technology
AUDIO SPEAKER 2x 2.5W
I/O 1x USB 3.2 Gen 2 Type C
1x USB 3.2 Gen 2 Type A
2x USB 3.2 Gen 1 Type A
2x USB 2.0 Type A
1x RJ45
1x HDMI out (2.0)
1x DP out (1.4)
1x Mic-in
1x Line-out
AUDIO Realtek ALC897
LAN Realtek RTL8111H
WIRELESS LAN Intel Wireless AC 3168
Intel Wireless AX201
BLUETOOTH 4.2 (with Intel AC 3168) / 5.2 (with Intel AX201)
WEBCAM Built-in FHD Webcam which supports Windows Hello
Removable webcam cover design
KEYBOARD / MOUSE Optional
AC ADAPTER 120W
ADJUSTMENT (TILT) -5° ~ 20°
NET WEIGHT 4.63 kg / 10.21 lbs
Price 27,400 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม: MSI PRO AP242


Install

MSI PRO AP242

ในปัจจุบันเรียกว่าแทบแยกไม่ออก สำหรับ All-in-One PC กับจอมอนิเตอร์ของทาง MSI เพราะอย่างที่เห็นคือดีไซน์มาบาง กระทัดรัดมากๆ ครับ เรื่องการจัดวางองค์ประกอบ และปุ่มควบคุมที่ถูกซ่อนเอาไว้ ก็ดูลงตัวไม่น้อยเลย แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า การประกอบติดตั้งใช้งาน จะยุ่งยากมั้ย มาดูขึ้นตอนกันครับ

MSI PRO AP242

จากชิ้นส่วนที่มีอยู่ในกล่องนั้น ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ชิ้นหลักอยู่ที่ขาตั้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการใช้งาน จะมีสลักที่เป็นล็อคแบบนี้ สำหรับต่อเข้าไปด้านหลังจอ

MSI PRO AP242

เริ่มแรกให้นำชิ้นขาตั้ง วางให้ตรงกับจุดยึดบริเวณด้านหลังของจอ และกดลงไป โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ตัวล็อคที่อยู่บนขาตั้ง จะทำงานอัตโนมัติ และถ้าต้องการถอดขาตั้งออก ก็เพียงปลดล็อค แล้วดึงออกจากด้านหลังเครื่องได้เลย

MSI PRO AP242

ชิ้นวงกลมที่ให้มาด้วยนี้ ใช้เป็นตัวฐาน ติดตั้งได้แบบไม่ต้องใช้ตัวล็อคเช่นกัน แค่เสียบขาตั้งลงไป แล้วหมุนฐานครึ่งรอบ เมื่อล็อคกันดีแล้ว ก็ใช้งานได้ทันที

MSI PRO AP242

ทั้งหมดทุกชื้นที่นำมาประกอบกัน ไม่ต้องใช้เครื่องมืออื่นใด ที่เหลือจะมีตัวเก็บสายกลมอันเล็กที่สามารถประกบเข้ากับขาตั้ง และเสียบสายเพื่อใช้งานได้เลย

MSI PRO AP242

สำหรับออลอินวันพีซีรุ่นนี้ ใช้ตัวแปลงที่เป็นอแดปเตอร์ 120W @6.15A โดยเป็นแจ๊คหัวกลม ต่อเข้ากับพอร์ตด้านหลังตัวเครื่อง สายที่ให้มาความยาวมากกว่า 3 เมตร ซึ่งช่วยให้คุณจัดการพื้นที่วางได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

MSI PRO AP242

นอกจากนี้ในกล่องยังมีเมาส์ คีย์บอร์ดแบบไร้สายในแบบคอมโบ เพื่อนำมาใช้ร่วมกันกับตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ ใช้ตัวรับ-ส่งสัญญาณตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ประหยัดพอร์ตบนพีซี เพื่อไปใช้งานกับอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติมได้

MSI PRO AP242

เมาส์ไร้สายที่ให้มาด้วยนี้โมเดล MA004 ขนาดมาตรฐาน ไม่ได้เป็นไซส์เล็ก จับกระชับมือดีทีเดียว ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน แต่ที่ชื่นชอบก็คือ มีสวิทช์เปิด-ปิดการใช้งานมาอีกด้วย


Hardware & Design

MSI PRO AP242

มาในเรื่องดีไซน์ของ MSI PRO AP242 ออกแบบให้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง เพื่อจะได้เหลือพื้นที่ใช้สอยบนโต๊ะมากขึ้น ตัวฐานเป็นแบบวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 23cm เท่านั้น และวัดความยาวของจอได้ประมาณ 54cm แต่ผมมองว่าเป็นจอที่กว้าง เพราะออกแบบขอบจอมาให้บาง แทบจะเป็นแบบไร้ขอบ บนหน้าจอระดับ 23.8” เช่นนี้ ทำให้สัดส่วนพื้นที่ในการแสดงผลกับบอดี้มีมากกว่า 80% เลยทีเดียว

ขอบด้านข้างสังเกตได้ว่ามิตินั้นบางพอสมควร ซึ่งเป็นแบบที่ถูกใช้อยู่ในจอของ MSI หลายรุ่น เพื่อให้พื้นที่ในการแสดงผลที่กว้างมากขึ้น

MSI PRO AP242

ขอบด้านล่าง ก็แทบจะเรียกได้ว่า บางเป็นพิเศษ แต่ก็เสริมความแข็งแรงมาด้านใน ทำให้ดูเหมือนเป็นแค่จอภาพ ที่ไม่มีพีซีติดตั้งมาด้านหลังด้วย ซึ่งจากที่เรานำจอ MSI Modern MD241 มาวางคู่กัน เกือบแยกไม่ออกเลยทีเดียว ว่าฝั่งไหนเป็นพีซี มีโลโก้ MSI สีขาววางอยู่ตรงกลาง

MSI PRO AP242

มาดูที่ด้านข้างกันบ้าง จุดหนาสุด ถ้าวัดเฉพาะขอบจอด้านหน้า มาที่ส่วนยื่นบริเวณที่เป็นชุดคอมทางด้านหลัง ความหนาประมาณ 5.5cm เท่านั้น โดยขาตั้งให้สมดุลได้ค่อนข้างดี เพราะไม่โยกคลอนได้ง่าย และรองรับการปรับได้รูปแบบเดียวคือ มุมก้ม-เงย อยู่ที่ระกับ -5 – 20 องศา ซึ่งพอให้การใช้งานบนโต๊ะทำงานได้สะดวกในระดับหนึ่ง

MSI PRO AP242

แม้ว่าการปรับเลื่อนจะได้เพียงมุมก้ม-เงย แต่ด้วยความเบาของตัวเครื่องที่อยู่ราวๆ 4Kg. และ MSI ยังดีไซน์ตัวฐาน ให้เอียงเล็กน้อย ทำให้คุณจับตัวเครื่องหันซ้าย-ขวาได้ไม่ยาก ทดแทนการปรับตัวหมุนที่ฐานได้ดีทีเดียว

MSI PRO AP242

กล้องเว็บแคมที่ติดตั้งมาบน MSI PRO AP242 All-in-One PC เครื่องนี้ ให้ความละเอียดระดับ Full-HD มีความคมชัดสูง ซึ่งมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่วางใกล้กัน สำหรับตรวจเช็คการเคลื่อนไหว รวมถึงไมโครโฟนในการตัดเสียงรบกวนในการสนทนาได้ดีเลย

MSI PRO AP242

เชื่อว่าหลายคนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย ในการเลือกใช้พีซีสักเครื่อง คงไม่ได้หยุดแค่การ กรอกพาสเวิร์ดแล้วเข้าใช้งานได้เลย เพราะบางคนก็แอบมองรหัสเรา ก็แอบใช้ได้แล้ว MSI PRO AP242 มีระบบ Log-in ได้ทั้ง ใส่รหัสหรือการสแกนใบหน้าด้วยกล้องเว็บแคม ผ่านทาง Windows Hello นั่นเอง

Tobii Aware

MSI PRO AP242

แต่นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน อย่างการตั้งรหัสเข้าเครื่อง หรือการสแกนใบหน้าแล้ว MSI ยังได้เสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Tobii Aware ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับกล้องเว็บแคมของ MSI ในการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น ด้วยเงื่อนไขหลักๆ คือ

  • Privacy Screen – เมื่อคุณไม่ได้นั่งอยู่หน้าเครื่อง ระบบจะเบลอหน้าจอให้ทันที และจะกลับมาชัดเหมือนเดิม เมื่อคุณเข้ามานั่งใช้งาน แต่จะเพิ่มความปลอดภัยไปอีกชั้น นั่นคือ ระบบจะ Lock Windows ทันที เพื่อไม่ให้ผู้อื่น มาแอบเข้าใช้งานได้ ซึ่งตรงนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาล็อคอินใหม่ เพราะแค่คุณมาอยู่ตรงหน้ากล้อง ระบบก็เปิดให้พร้อมใช้งานได้แล้ว
  • Peeker Detection – และเป็นเรื่องปกติที่เมื่อคุณนั่งหันหน้าเข้าคอม บางคนที่อาจจะไม่ประสงค์ดี แอบยื่นหน้ามาดูจอได้ ระบบนี้จะทำให้หน้าจอเบลอ เมื่อกล้องตรวจพบว่ามีใบหน้าเข้ามาใกล้หน้าจอ หรือยู่ด้านหลังของคุณ
  • Auto Lock Windows – ระบบนี้จะช่วยเสริมการทำงานของ Privacy Screen ด้วยการ Lock หน้าจอให้ทันที เมื่อคุณเดินออกไปจากหน้าคอม โดยผู้ใช้เลือกเวลาได้ว่า จะให้ล็อคหลังจากที่ออกไปจากหน้าจอเมื่อไร มีให้เลือกตั้งแต่ 0-5 นาที
MSI PRO AP242

ตัวอย่างดังเช่นภาพด้านบนนี้ เมื่อคุณออกห่างจากหน้าจอ ระบบจะทำการเบลอหน้าจอให้ทันที หรือในกรณีที่มีคนจะแอบใช้คอมของคุณ เมื่อไม่อยู่ที่โต๊ะ ระบบก็จะเบลอหน้าจอเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นความปลอดภัย 2 ชั้น กรณีที่คุณซีเรียสกับความเป็นส่วนตัว

MSI PRO AP242

MSI ให้กล้องเว็บแคมความละเอียด Full-HD ภาพคมชัด เห็นรายละเอียดได้ครบ รองรับ Windows Hello ล็อกอินด้วยใบหน้า และยังมีของเล่นเล็กๆ มาให้ครับ Webcam Cover สำหรับคนที่ใช้กล้องเว็บแคมเป็นประจำ และต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องกลัวใครมา Hack กล้องเว็บแคมคุณได้ ดูมินิมอลดีทีเดียว

MSI PRO AP242

ด้วยความเป็น ออล-อิน-วันพีซี ข้อดีก็คือ รวมคอมพิวเตอร์และจอเอาไว้ด้วยกันแล้ว จึงประหยัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้มากทีเดียว เหลือพื้นที่ให้คุณใช้งานได้อีกมากมาย โดยเฉพาะคนที่มีห้องเล็กๆ หรือต้องทำงานบนโต๊ะมาตรฐาน 120cm นอกจากนี้ ยังไม่ต้องต่อสายต่างๆ ให้วุ่นวาย อย่างเช่น MSI PRO AP242 เครื่องนี้ มีทั้ง WiFi, กล้องเว็บแคม และจอคอมในตัวอยู่แล้ว ที่เหลือก็แค่ต่อ สายไฟ AC เข้ากับเครื่องเท่านั้น ก็ใช้งานได้ทันที


Screen & Speaker

MSI PRO AP242

จอ IPS ที่มากับ MSI เครื่องนี้ มองเห็นได้ชัด ด้วยมุมมองที่กว้าง ให้ความละเอียดที่ระดับ Full-HD 1080p และยังเป็นจอแบบ Anti-Glare ลดแสงสะท้อน เข้ากับการใช้งานในออฟฟิศได้ดีเลยทีเดียว หรือจะใช้ใกล้กับบริเวณที่มีแสงมาก ก็ยังมองเห็นได้ชัด รองรับกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ดูหนัง หรือแม้กระทั่งการตกแต่งภาพ หรือท่องอินเทอร์เน็ตก็ตาม

MSI PRO AP242

ท่องเว็บ เล่นอินเทอร์เน็ตและเทรดหุ้น น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคน เลือก ออลอินวันพีซีมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะสะดวก จบในตัวและได้จอใหญ่ ไม่ต้องไปซื้ออะไรเพิ่ม กับการแสดงผลถือว่า 24″ กำลังดี ให้พื้นที่แสดงผลข้อมูลกว้างขวาง เรียกว่าแค่กรอกตาไปมา ก็มองได้ทั่ว เรื่องความคมชัดและสีสันสดใส ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่ว่าจะใช้ดูหุ้น กราฟ รวมถึงต้องมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน จุดที่น่าสนใจคือ สามารถเปิดดูกราฟ และข้อมูลการเทรดไปพร้อมๆ กัน หรือจะแบ่งหน้าจอ เพื่อดูข่าว และเทรดคริปโตไปพร้อมกันได้ ประสิทธิภาพแรงพอสำหรับการใช้งานมัลติทาส์กได้ดีทีเดียว

MSI PRO AP242

ชมภาพยนตร์และการสตรีมมิ่ง ในด้านความบันเทิงสีสันที่สดใสคือหัวใจของจอบนออลอินวันจาก MSI เครื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงให้แค่ภาพที่คมชัด แต่ยังเลือกการแสดงผลได้อย่างเต็มตา ยิ่งเป็นวีดีโอในแบบ Full screen และปรับแสงที่เหมาะสมบน OSD ในโหมด Cinema ก็ได้ความสว่างสดใสมากขึ้น และหน้าจอแสดงผลเอง ยังรองรับการปรับ HDR ได้อีกด้วย การดูวีดีโอสตรีมมิ่งบอกได้เลยว่า ภาพดูสดใสและแสงที่ได้มีความอิ่มมากขึ้น แบบที่แทบจะไม่ต้องไปแตะกับค่าอื่นๆ เลย

MSI PRO AP242

ในแง่ของการทำงาน หน้าจอขนาด 24″ เช่นนี้ ก็เหมาะกับการใช้งานพื้นฐานต่างๆ ได้ไม่ยาก หากเป็นงานเอกสาร ซอฟต์แวร์สำนักงาน ให้คุณลองปรับ Scale ของหน้าจอได้อย่างเหมาะสม จากเดิม 100% โดยส่วนตัวมองว่าเป็นหน้าจอที่กำลังพอเหมาะ ซึ่งมองเห็นฟอนต์ได้ง่าย รวมถึงการทำงานในด้านของภาพหรือวีดีโอ ก็อยู่ในระดับที่ดี แต่อาจจะไม่ได้กว้างขนาดที่เวลาคุณวาง Tools ต่างๆ จะมองเห็นได้ครบทุกจุด แต่ก็แนะนำว่าให้ลองปรับขนาดของ Font เล็กลงอีกหน่อย ก็จะทำให้ใช้งานด้านนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRO AP242

อย่างไรก็ดีหากคุณมองว่ายังได้พื้นที่การทำงานบน ออลอินวัน MSI รุ่นนี้ไม่เต็มอิ่ม หรืออยากได้จอส่วนต่อขยาย สำหรับใช้งานอื่นๆ ด้วย เช่น การแสดงหน้าจอพรีวิวฟุตเทจวีดีโอ หรือจะให้โชว์ไฟล์บน File Explorer ไว้ใช้งาน หรือการเปรียบเทียบเอกสาร MSI PRO AP242 รุ่นนี้ สามารถต่อจอแสดงผลผ่านทาง HDMI ได้อีกด้วย อย่างเช่น ในครั้งนี้เราได้จอ MSI Modern MD241 มาใช้งานร่วมกัน ซึ่งดูลงตัวมากขึ้น

MSI PRO AP242

เพราะจอรุ่นนี้ นอกจากจะให้ความละเอียดระดับ 1080p แล้วยังมาพร้อมกับคุณภาพในด้านการแสดงผลสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแม่นยำสี และเทคโนโลยีถนอมสายตา ที่สำคัญยังรองรับการปรับหมุนในแนวต่างๆ ได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ก้ม-เงย, ปรับความสูง, หันซ้าย-ขวา และการปรับ Pivot 90 องศา เรียกว่าปรับจูนเข้ากับ

MSI PRO MP242 รุ่นนี้ เค้าใส่เทคโนโลยีถนอมสายตามาเต็ม ไม่ว่าจะเป็น การลดแสงสีฟ้า, ลดการกระพริบของจอ และเป็นจอที่ลดแสงสะท้อนมาให้ เอาง่ายๆ ว่าวันนี้คุณจะสามารถเคลียร์เอกสาร ดูหนัง หรือจะเทรดหุ้นกันได้ยาวๆ แบบไม่แสบตา ซึ่งเดิม MSI จะใส่ไว้ในจอระดับงานธุรกิจ และวันนี้ก็เอามาลงในจอทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวัน


OSD settings

MSI PRO AP242

โดยพื้นฐานของจอบนออลอินวัน MSI รุ่นนี้ มีปุ่มด้านหลังมาให้ก็จริง แต่ใช้สำหรับเป็นปุ่มเพาเวอร์ และเพิ่ม-ลดความสว่าง แต่ทาง MSI เสริมซอฟต์แวร์อย่าง DisplayKit มาให้ ซึ่งคุณจะสามารถปรับแต่งการแสดงผลของจอได้เหมือนกับการปรับใช้ OSD เลยทีเดียว แต่สะดวกกว่า เพราะใช้เมาส์คลิ๊กเท่านั้น

MSI PRO AP242

ในหน้าแรก Split Window จะให้คุณเลือก Split หน้าต่างโปรแกรมได้ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 2 หรือ 4 หน้าต่างบนหน้าจอเดียวกัน

MSI PRO AP242

และยังตั้งค่าในหน้าของ Display ได้อีกด้วย เลือกการปรับแต่งทั้งแนวตั้งหรือแนวนอน ความละเอียด อัตรารีเฟรชเรต ไปจนถึงการแสดงผล

MSI PRO AP242

มาถึงส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้ และเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณปรับแต่งค่าต่างๆ ของหน้าจอได้ถูกใจ เพราะคุณสามารถเลือกโพรไฟล์การแสดงผลได้ถึง 7 โพรไฟล์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นใช้งานทั่วไป เล่นเกม FPS, RTS หรือการชมภาพยนตร์และถนอมสายตา แต่ที่น่าสนใจก็คือ ระบบจะให้การปรับเห็นผลในแบบเรียลไทม์ เรียกว่าปรับก็เห็นผลลัพทธ์ได้ทันที ส่วนตัวผมมองว่าสะดวกกว่าการกดปุ่มเยอะเลย

MSI PRO AP242

แท็ป Tools เป็นเครื่องมือที่ช่วยปรับจูนเมาส์ คีย์บอร์ด และการซูม-ย่อขยายหน้าจอ และการจัดการเรื่องสัญญาณภาพต่อภายนอกได้รวดเร็ว คล้ายกับการกด Win+P แต่ทุกอย่างรวมเอาไว้ในที่เดียว ปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่าเดิม

MSI PRO AP242

MSI ก็ให้จอระดับคุณภาพมาบน ออลอินวันพีซี รุ่นนี้ด้วย เพราะให้ค่า Gamut Volume ไปถึง 98.5% sRGB แสดงให้เห็นถึงความเป็นจอ High Gamut ที่เป็นจอระดับ Creator ได้ในระดับเริ่มต้น และยังได้ค่า Delta-E น้อยกว่า 2 จัดว่ามีความเที่ยงตรงของสีมากพอสมควร รองรับการใช้งานด้านภาพและวีดีโอพื้นฐานได้ดี เช่น การพรีเซนเทชั่นงานวีดีโอ และการทำชิ้นงาน เพื่อนำเสนอและงานพิมพ์ให้กับงานลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง

MSI PRO AP242

ด้วยระบบเสียง dts ที่มาบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้ จัดว่าเร้าใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะการชมภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นไซไฟ ไม่ว่าจะเป็น Avenger: End Game, Transformer หรือใครชอบแนวยกพลขึ้นบก อย่าง Saving Private Ryan ที่จัดว่าระทึกเร้าใจ แต่แนะนำว่า หากจะให้เสียง มีความแน่นทุ้ม ลองขยับจอเข้าไปใกล้ผนังสัก 15-20cm จะได้อรรถรสในการฟังมากขึ้น


Keyboard & Mouse

MSI PRO AP242

เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ที่มีมาให้ใช้งานคู่กับ MSI ดูลงตัวกับการใช้งานได้ดีทีเดียว เพราะใช้ USB Receiver เพียงตัวเดียวเท่านั้น ทำให้โต๊ะทำงานของคุณดูโล่ง สะอาดตา และมีที่วางของอย่างอื่นได้อีกมากมาย

MSI PRO AP242

เมาส์ไร้สายรุ่นนี้ มาในมิติกำลังพอเหมาะถนัดมือสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่เคลื่อนไหวได้สะดวก โดยเฉพาะกับคนที่ชอบเมาส์เบาๆ ตอบสนองได้ดี ใช้ถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อนเท่านั้น เท่าที่ลองก็ใช้งานกันแบบยาวๆ หรือจะพกไปใช้กับโน๊ตบุ๊คนอกบ้านก็ได้นะ พกพาใส่กระเป๋าไปได้ไม่เกะกะ

MSI PRO AP242

สำหรับมือผู้รีวิวเอง ก็ประมาณนี้เลยขนาดกำลังดี และมีปุ่มด้านข้างมาให้ เลือกใช้งานหรือ Undo ได้ตามสะดวก ปุ่มคลิ๊กเสียงดังเล็กน้อย แต่ก็นุ่มนวล เช่นเดียวกับ Scroll wheel ที่ทำขึ้นมาให้ใช้งานถนัดมือ

MSI PRO AP242

คีย์บอร์ดไร้สายตัวบาง ขนาดกระทัดรัด แต่ก็มี Number Pad มาให้ พร้อมปุ่มขนาดใหญ่ ที่ให้การกดที่แม่นยำ และมีปุ่มฟังก์ชั่นมัลติมีเดียมาให้ใช้ เช่น เพิ่ม-ลดเสียง, Play/ Pause หรือจะ FW/RW รวมถึงไฟสถานะ การตอบสนองอยู่ในระดับที่ดี กดไม่ต้องลึก เหมาะกับคนที่ชอบการพิมพ์สัมผัส รวมถึงคนที่เล่นอินเทอร์เน็ต คีย์หาข้อมูลเป็นประจำ


Connector

MSI PRO AP242

สำหรับพอร์ตต่อพ่วง มีให้ใช้งานอย่างครบครันเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเพราะความเป็นพีซี ไม่ได้เป็นจอแสดงผลเพียงอย่างเดียว เลยทำให้ไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์พีซี หรือโน๊ตบุ๊คมากนัก เหมาะทั้งการใช้งานทั่วไปในบ้าน สำนักงานหรือธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าคุณจะมีฮาร์ดไดรฟ์ต่อภายนอก พรินเตอร์ แฟลชไดรฟ์ เพราะมีพอร์ต USB Type-A ให้รวม 5 พอร์ตด้วยกัน หรือจะใช้ต่อจอเพิ่ม เพื่อขยายพื้นที่การทำงาน ด้วยพอร์ต HDMI และ DisplayPort

  • 1x USB 3.2 Gen 2 Type C
  • 1x USB 3.2 Gen 2 Type A
  • 2x USB 3.2 Gen 1 Type A
  • 2x USB 2.0 Type A
  • 1x RJ45
  • 1x HDMI out (2.0)
  • 1x DP out (1.4)
  • 1x Mic-in
  • 1x Line-out
MSI PRO AP242

แต่จุดที่ติดตั้งพอร์ต อาจจะอยู่ลึกเข้าไปนิดหน่อย อาจจะต้องเอียงตัวจอ ให้สามารถติดตั้งพอร์ตได้ง่ายกว่าเดิม และมีจุดที่ติดอยู่นิดหน่อยก็คือ ด้วยการที่พอร์ตความเร็วสูง USB 3.2 อยู่ในบริเวณด้านใต้นี้ด้วย การต่อพอร์ตก็จะยุ่งยากหน่อย เพราะคุณอาจจะต้องก้มลงมาดู เวลาใส่หรือถอด หากเป็นไปได้ก็ให้มองหาสาย USB Extended ต่อมาวางไว้ด้านหน้า ก็จะง่ายขึ้น

MSI PRO AP242

ด้านข้างก็มีพอร์ตมาให้ แต่เป็น USB 2.0 Type-A เหมาะกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่าง USB Flash drive หรือ USB Receiver เพราะไม่ต้องใช้ความเร็วสูงมากนัก อีกทั้งอยู่ตรงด้านขวาของตัวเครื่องใช้งานได้ง่ายกว่า

MSI PRO AP242

โดยการต่อจอเพิ่ม ก็สามารถเลือกได้ว่าคุณจะต่อจากพอร์ตใด มีให้เลือกทั้งแบบ HDMI และ DP ขึ้นอยู่กับจอที่คุณนำมาใช้ อย่างเช่น MSI Modern MD241 ที่มี HDMI มาให้ คุณอาจจะเลือกจออีกรุ่นที่เป็น DP เพื่อการขยายเป็น 3 จอก็ได้เช่นกัน


Performance & Software

MSI PRO AP242

หลังจากที่เราได้ลองใช้งานในโหมดการทำงานต่างๆ กันมาพอสมควรแล้ว ต่อไปจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรมทดสอบในด้านต่างๆ กัน

MSI PRO AP242

CPUz รายงานข้อมูลซีพียูเป็น Intel Core i5-12400 ทำงานแบบ 6 core/ 12 thread และความเร็วบูสท์อยู่ที่ราวๆ 4.4GHz ทำงานคู่กับชิปเซ็ต Intel H610 พร้อมการเชื่อมต่อแบบ PCI-Express 3.0

MSI PRO AP242

มีแรมมาให้เป็น DDR4 3200 ความจุ 8GB ซึ่งสามารถอัพเกรดเพิ่มเติมได้ในภายหลัง แนะนำอยากจะให้อัพเกรดเพิ่ม เพื่อให้การใช้งานไหลลื่นมากกว่า และยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกราฟิกการ์ดได้อีกด้วย

MSI PRO AP242
MSI PRO AP242

โดยกราฟิกที่มาพร้อมกับซีพียูรุ่นนี้ เป็นกราฟิกในเจนเนอเรชั่นใหม่อย่าง Intel UHD Graphic 730 และบน GPUz ก็รายงานมาตรงกัน ซึ่งมีชุด Shader แชร์แรมร่วมกับระบบอัตโนมัติ รวมถึงความเร็วในการบูสท์สูงกว่า 1,450MHz เลยทีเดียว

MSI PRO AP242

จากนั้นมาดูการทดสอบแรก เทียบกับซีพียูพีซีอย่าง Intel Core i7-10700 ที่มีจำนวน Core/ Thread มากกว่า ซีพียูบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้เรียกว่าหายใจรดต้นคอก็ว่าได้ เพราะมีคะแนน Multi-thread ห่างอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับทำคะแนนได้ดีกว่าในส่วนของ Single-thread

MSI PRO AP242

ส่วน SSD ที่ติดตั้งมาให้นั้น เป็นรุ่น WD SN530 ความจุ 256GB ประสิทธิภาพจัดว่าอยู่ในระดับเบื้องต้น ความเร็วประมาณ 2,485MB/s สำหรับการ Read และ Write ใกล้ๆ 1,000MB/s แม้จะดูไม่ร้อนแรงจัดมากนัก แต่ก็เร็วกว่า SSD พื้นฐานและไวกว่า HDD พอสมควร คุณอาจจะเริ่มต้นใช้งานไปก่อน และอัพเกรดหรือเปลี่ยนในภายหลังก็ได้ แต่ที่น่าสนใจคือ MSI All-in-One รุ่นนี้ ยังรองรับการอัพเกรดเพิ่มเติมได้ หรือจะเพิ่มด้วยชุดคิทอัพเกรด HDD ในแบบ SATA ก็ได้เช่นกัน

MSI PRO AP242

ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark10 คะแนนในภาพรวมไปได้มากถึง 5,029 คะแนน ซึ่งจัดว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งมาจากการที่ซีพียูตอบโจทย์งานในส่วนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Productivity กับงานด้านเอกสารและงานวีดีโอ Digital Content ทำให้มั่นใจได้ว่า ผู้ใช้จะสามารถใช้งานเหล่านี้ได้ไหลลื่นพอสมควร

สำหรับ 3DMark แม้จะดูโหดหินไปสักหน่อย เพราะใช้กราฟิกของซีพียูเป็นหลัก รวมถึงแรมมีให้ 8GB ก็อาจจะอึดอัดไปบ้าง แต่ก็ยังทำผลทดสอบผ่านออกมาได้ แม้ตัวเลขไม่ได้สูงมากนัก แต่อย่าลืมว่าเป็นพีซีออลอินวัน ที่ใช้กราฟิกในตัว ซึ่งคะแนนทีได้นี้ เป็นเครื่องยืนยันความสามารถในด้านเกมได้ดีในระดับหนึ่ง ยังพอตอบโจทย์เกมออนไลน์แบบง่ายๆ ได้อีกด้วย

MSI PRO AP242

ขยับมาที่ DOTA2 กันบ้าง บนความละเอียดระดับ Full-HD ด้วยการตั้งค่า Detail ในระดับต่างๆ ดังนี้ เน้นที่ความลื่นไหล ลองที่โหมด Fastest ภาพอาจไม่สวย ตัวละครจะดูแปลกๆ แต่เฟรมเรตไปได้เกือบ 100fps. เมื่อมีเอฟเฟกต์โจมตีด้วยเวทย์ใหญ่ แต่ถ้าเน้นไหลลื่นด้วย ภาพดีกว่าเดิมพอสมควร Medium ดูเหมาะ เพราะ Hero ของคุณยังดูสวยอลังการ เล่นไปได้ราวๆ 55fps. สวยๆ แต่ถ้าเอาภาพงามๆ ตัวละครคมกริบ High ได้แต่เฟรมเรตไม่ถึง 30fps. ไม่แนะนำครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ถ้าคุณอัพแรมเพิ่มขึ้น จะได้ความสวยงามกับเฟรมเรตที่ดีขึ้นอีกระดับได้ไม่ยาก

MSI PRO AP242

มากันที่เรื่องของอุณหภูมิในการทำงานบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้กัน ทดสอบกันแบบโหดๆ เพื่อจำลองการทำงานกับการเรียกใช้ซีพียูหนักๆ Full load 100% ตามภาพที่ปรากฏอยู่นี้ และมีซอฟต์แวร์ตรวจเช็คสถานะ MSI Center แสดงให้เห็นถึงการออกแบบชุดระบายความร้อน ที่คอนโทรลได้ในระดับ 77-78 องศาเซลเซียสเท่านั้น กับความเร็วที่พุ่งไปมากกว่า 3GHz โดยพัดลมทำงานไปประมาณ 50% ก็ถือว่า MSI ก็มีการจัดวางโครงสร้างได้ดี ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องของความร้อนขณะใช้งาน

MSI PRO AP242

MSI Center นอกเหนือจากการเป็นซอฟต์แวร์ตรวจสอบ บอกสถานะระบบได้แล้ว ยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายให้ได้เลือกใช้ ซึ่งหากเริ่มติดตั้งเราจะสามารถเลือกธีมของการใช้งานคุณได้อีกด้วย เช่น Gaming, Work, Entertainment ในส่วนนี้เราแนะนำให้คุณจัดการได้ตามความเหมาะสม หรือเลือกที่จะไม่ใช้ฟังก์ชั่นบางอย่างก็ได้เช่นกัน แต่โดยส่วนตัวมองว่า หากคุณได้ลองปรับจูนหรือใช้โหมดการทำงานที่เหมาะกับตัวคุณดู จะพบว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ


Conclusion

Conclusion Content MSI

สุดท้ายนี้ ถ้าใจให้ผมสรุปกับการใช้งานและความชื่นชอบบน All-in-One PC จากทาง MSI PRO AP242 รุ่นนี้ เรื่องแรกคือ ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน หากใครไม่อยากจะยุ่งยากกับการถอด ประกอบ เดินสายหรือมีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนเกินไป พีซีรุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้ครับ เพราะง่ายตั้งแต่ประกอบ ไปจนถึงการใช้งาน กล้องชัด ความลื่นไหลของการทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะงานเอกสาร ท่องเว็บ เทรดหุ้น ดูคริปโตหรือจะดูหนัง 4K ระบบก็อยู่ในระดับที่พร้อม แต่ถ้าจะให้ดี อัพเกรดเพิ่มความจุ SSD และใส่แรมเป็น 16GB ก็จะทำให้งานต่างๆ ต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนการเล่นเกม เพราะกราฟิกเป็นแบบออนซีพียูเท่านั้น กราฟิกเกมเบาๆ ออนไลน์ให้ความสนุกได้ แต่ถ้าเกมจะโหดหนัก เลือกใช้งานพีซีมีการ์ดจอแยกจะเหมาะกว่า

นอกจากนี้หน้าจอที่ชัด มุมมองกว้างช่วยให้การใช้งานสะดวกกว่า ระบบความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม Tobii Aware ก็ใช้ง่ายมาก แทบไม่ต้องคีย์รหัสทุกครั้ง เพราะระบบจัดการ Lock และ Unlock ให้ทันที พอร์ตต่อพ่วงก็มีให้ใช้ครบครัน โดยเฉพาะพอร์ต USB Type-A ก็มีให้ถึง 5 พอร์ต และมี USB-C มาให้อีก เลือกติดตั้งอุปกรณ์ได้บนพื้นที่โต๊ะตามความเหมาะสม และที่ดูน่าสนใจก็ตรงมี Windows 11 Home มาให้ เปิดเครื่องก็พร้อมใช้งานได้ทันทีอีกด้วย ในราคา 27,400 บาท ถือว่าน่าใช้งานไม่น้อยเลย

MSI PRO AP242 Series ราคา 27,400 บาท รับประกัน 3 ปีเต็ม
ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/nbsWTB

ติดตามโปรโมชั่นได้ที่:https://msi.gm/Promotionth
MSI Facebook: https://www.facebook.com/MSIThailandOfficial
MSI Call Center: 02 409 2984(8.30 –17.30 น.)
#MSI #Monitor

รับเพิ่มฟรี! ของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ จาก MSI
เมื่อเขียนรีวิวการใช้งานสินค้าที่ร่วมรายการ
ดูเพิ่มเติมที่นี่: https://msi.gm/ShoutOutTH

from:https://notebookspec.com/web/674578-msi-pro-ap242-all-in-one-pc-2022

4 โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท มี Gen 11, 12 ให้เลือก ติด Office แท้มาให้!

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ปลายปี 2022 มีรุ่นเด็ดให้เลือกพร้อม Microsoft Office แท้ติดเครื่องมาด้วย คุ้มชัวร์!

Share image Edit Name 2acer 2022 office

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ไม่ว่าจะเป็นรหัสไหนก็เป็นซีพียูซีรี่ส์ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยอมรับ เพราะกำลังการประมวลผล, ชุดคำสั่งและคอร์เธรดที่มีให้ใช้ตอบโจทย์การทำงานออฟฟิศในแบบต่างๆ ได้ดีมาก จะรันงาน เปิดโปรแกรมหลายตัวพร้อมกันก็ไม่มีปัญหา และแม้จะเป็นรุ่นสูงสุดของซีพียู Intel Core Series ก็ใช้งานแบตเตอรี่ต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลย

Advertisementavw

ในช่วงปลายปี 2022 จนถึงช่วงไตรมาสแรกปี 2023 นี้ โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ในราคา 30,000 บาทก็ยังหาซื้อได้ระดับหนึ่ง โดยเป็นซีพียู Intel Gen 11 มาใช้งานได้และมี Gen 12 คละมาให้เลือกซื้อด้วย และนอกจากซีพียูแล้ว ทางบริษัทก็ติดตั้งโปรแกรมสำคัญสำหรับคนทำงานอย่าง Microsoft Office Home & Student 2021 มาด้วย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลูกค้าไปได้แล้วเอาเงินส่วนดังกล่าวไปซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างเมาส์, คีย์บอร์ดมาเสริมโต๊ะทำงานได้เลย

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7

Intel Core i7 Gen 11 และ Gen 12 มีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง?

ksp2 4 KSP with Specs XL Medium

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ในบทความนี้จะมีคละกันทั้ง 11th, 12th Gen ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ก็ใช้ทำงานได้ดีไม่แพ้กันเลย แต่ Intel 12th Gen อาจจะได้เปรียบว่ามี E-Core เสริมมาช่วยจัดการงานจิปาถะอย่างรันระบบของ Windows, รันเมล์ใหม่ๆ เข้า Inbox โดยไม่ต้องพึ่งพลังของคอร์ชุดหลัก โดยสเปคและรุ่นของซีพียู Intel ในบทความนี้จะมี 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

สเปคซีพียูของโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 คอร์, เธรด ความเร็ว ค่า TDP การ์ดจอ สถาปัตยกรรม
Intel Core
i7-1165G7
4 คอร์ 8 เธรด 2.8~4.7GHz 12 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics 10nm SuperFin
Intel Core
i7-1195G7
4 คอร์ 8 เธรด 2.9~5.0GHz 12 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics 10nm SuperFin
Intel Core
i7-1255U
10 คอร์
12 เธรด

แยกเป็น

2 P-Core
8 E-Core

3.5~4.7GHz 12 วัตต์ Intel Iris Xe Graphics Intel 7

จะเห็นว่า Intel Core i7 แม้จะเป็น 11th Gen ก็ยังมีคอร์และเธรดมากพอให้ใช้ทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วน Intel 12th Gen อย่าง i7-1255U แม้จะดูมีคอร์เธรดให้ใช้เยอะ แต่ถ้าดูรายละเอียดจะเห็นว่าตัวซีพียูมี P-Core ซึ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพสูงมาแค่ 2 คอร์แล้ว Hyperthreading เป็น 4 เธรดเท่านั้น และเมื่อนำคอร์ซีพียูอย่างเดียวจะได้ 10 คอร์ เมื่อรวม Hyperthreading เข้าไปจะได้เพิ่มอีก 2 คอร์ จะได้ 12 เธรดตามข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ของ Intel นั่นเอง

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ตัวเด็ด 4 รุ่นน่าใช้ ทำงานสะดวกเรียนก็สบาย

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-58-774U Intel Core
i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD TN

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

23,900
Acer Aspire 5 A515-57-77VG Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

27,990
Acer Aspire Vero AV15-51-76YC Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

21,900
Acer Aspire Vero AV15-732P Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.8 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

23,390

4 โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ราคาไม่เกิน 30,000 บาทน่าใช้ ได้ Office แท้ไว้ทำงานด้วย

ผู้ใช้ที่กำลังอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ราคาไม่เกิน 30,000 บาท เอาไว้ใช้งานสักรุ่น ณ ตอนนี้ก็ยังหาซื้อได้และราคาไม่แพงมากและมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาด้วย โดยทั้ง 4 รุ่นมีดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-58-774U (23,900 บาท)
  2. Acer Aspire 5 A515-57-77VG (27,990 บาท)
  3. Acer Aspire Vero AV15-51-76YC (21,900 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-732P (23,390 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-58-774U (23,900 บาท)

acer1 Medium 1

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 รุ่นแรกเป็น Acer Aspire 3 A315-58-774U ซึ่งนอกจากซีพียูแล้ว หากอัพเกรดแรมเป็น 16GB DDR4 ก็แรงพอใช้ทำงานและเรียนได้สบายๆ อีก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย และน้ำหนักเครื่องยังอยู่ที่ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น

ซีพียูเป็น Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 หากใครหาโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ไว้ใช้ รุ่นนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-774U
  • CPU : Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8~4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 23,900 บาท (Advice)
2. Acer Aspire 5 A515-57-77VG (27,990 บาท)

acer2 Medium 1

ถัดมาเป็น Acer Aspire 5 A515-57-77VG ซึ่งทาง Acer ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Microsoft Office แท้และได้ USB-C แบบรองรับ Thunderbolt มาให้ใช้งานและยังได้ Intel Core i7 Gen 12 อีกด้วย และแม้จะเป็นตระกูล Aspire แต่ก็ได้บอดี้อลูมิเนียมซึ่งสวยและแข็งแรงดี

ซีพียูเป็นรุ่น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้กับแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.76 กิโลกรัม นับว่ามีฟีเจอร์ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้งฝั่งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ แม้ราคาจะสูงอยู่บ้างแต่ก็น่าลงทุนหาซื้อมาใช้งาน

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-57-77VG
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 27,990 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Aspire Vero AV15-51-76YC (21,900 บาท)

acer3 Medium 1

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ตระกูล Aspire Vero จะได้บอดี้แบบพลาสติกรีไซเคิลและยังได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและ Microsoft Office Home & Student ติดตั้งมาให้ด้วย โดยรุ่นดังกล่าวคือ Acer Aspire Vero AV15-51-76YC ซึ่งยังหาซื้อตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำหลายๆ แห่งได้อยู่

ซีพียูของ Aspire Vero รหัสนี้เป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9~5.0GHz มีการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเครื่อง 1.8 กิโลกรัม ซึ่งแม้จะทำตลาดมาร่วมหนึ่งปีแล้ว แต่จากสเปคโดยรวมเมื่ออัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็น่าใช้งานมาก

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-51-76YC
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9~5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 21,990 บาท (Advice)
4. Acer Aspire Vero AV15-732P (23,390 บาท)

acer4 Medium 1

โน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 รุ่นสุดท้ายเป็น Acer Aspire Vero AV15-732P ซึ่งแชร์สเปคและฟีเจอร์ทั้งหมดร่วมกับ Aspire Vero ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมด ยกเว้นว่าทางบริษัทอัพเกรดแรมเป็น 16GB DDR4 มาให้จากโรงงาน เรียกว่าซื้อมาทำงานได้ทันทีถูกใจคนหาโน๊ตบุ๊คจบจากโรงงานอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-732P
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9~5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 23,390 บาท (Advice)

acer laptop aspire 5 performance ksp1 1 Medium

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Acer Intel Core i7 ในช่วงราคา 30,000 บาทนั้นหาได้ไม่ยากและได้ซอฟท์แวร์มาครบเครื่องคุ้มค่าทีเดียว ทั้ง Microsoft Office Home & Student, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและยังมีรุ่น Intel 12th Gen ให้เลือกด้วย ให้ดีผู้เขียนแนะนำอัพเกรดรุ่นที่มีแรม 8GB เป็น 16GB เท่านี้ก็ใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สบายๆ ไม่มีปัญหาแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acerlaptop 1

Share image Edit Name 1swift 1

Share image Edit Name 3vero 1

from:https://notebookspec.com/web/678634-4-acer-intel-core-i7-laptop