คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD_RADEON

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ซีพียู Ryzen 7000 Series แบตฯ อึดเหลือใช้ โปรแกรมครบเครื่อง ค่าตัว 32,990 บาทเท่านั้น!!

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 บอดี้เดิม เติมความแรงด้วย Ryzen 7000 Series มี Office 2021 ติดเครื่องมาพร้อมใช้ ได้จอ OLED ขั้นเทพด้วย!!

NBS 230130 FB Link Review Zenbook 14 OLED 1

เมื่อพูดถึงโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมของ ASUS อย่าง ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านจะคิดถึงโน๊ตบุ๊คงานประกอบดี ฟีเจอร์ล้ำสมัยไม่ว่าจะ ASUS NumberPad 2.0 แป้นทัชแพดเปลี่ยนโหมดเป็น Numpad ได้, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบรวมกับปุ่ม Power พอร์ต USB-C Full Function รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้ด้านหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มีฟีเจอร์ถนอมสายตา SGS Eye Care Display และภาพบนหน้าจอยังลื่นไหลเพราะมีค่า Refresh Rate ถึง 90Hz ด้านตัวเครื่องก็ทนทานผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H การันตีความแข็งแรงทนทานอีกด้วย และทาง ASUS ก็ติดตั้ง Microsoft Office Home&Student 2021 มาให้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เปลืองเงินอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่าครบเครื่องมาก

Advertisementavw

ข้อดีถัดมา คือซีพียูของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ถูกอัพเกรดจาก Ryzen 5000 Series มาเป็น 7000 Series อย่าง AMD Ryzen 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด แล้ว คอร์ประมวลผลก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากได้รับการรับรองการจัดการพลังงานจาก Energy Star การันตีว่าตัวเครื่องจัดการพลังงานได้ดีใช้งานได้นาน ส่วนทีเด็ดของ Ryzen 7000 Series คือการ์ดจอออนบอร์ดถูกปรับแต่งให้ประสิทธิภาพดีขึ้น หากรุ่นก่อนใช้แต่งภาพและดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงได้ไหลลื่นอย่างเดียวล่ะก็ รุ่นใหม่นี้ก็ใช้เล่นเกมออนไลน์ปรับกราฟิคระดับกลาง~สูงได้เลยทีเดียว จัดว่าน่าประทับใจมาก

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

NBS Verdicts

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00072

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะใช้บอดี้ร่วมกับ Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้าและยกจุดเด่นต่างๆ อย่าง NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต USB-C Full Function มาแทบทั้งหมดและเปลี่ยนเพียงซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U อย่างเดียว จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น Zenbook รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ตาม แต่การอัพเกรดครั้งนี้กลายเป็นการเสริมจุดเด่นให้ Zenbook 14 OLED UM3402 ดียิ่งขึ้น ทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและกราฟิคการ์ดออนบอร์ดมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากจนดูแล้วคุ้มค่าเกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

หากเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปเทียบกับโน๊ตบุ๊คคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว ต้องถือว่า Zenbook 14 OLED รุ่นนี้สมบูรณ์แบบทั้งด้านสเปคที่ดีทรงพลังและดีไซน์สวยงามแข็งแรงดูหรูหรา ตอบโจทย์ตั้งแต่นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่อยากลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมไว้ใช้งานได้หลายปี ไม่ต้องกังวลว่าประสิทธิภาพจะลดลงหรือไม่พอใช้รันโปรแกรมในอนาคตเลยก็ได้ ยิ่งใครเป็นเซลส์ที่ต้องออกไปพบลูกค้าและพรีเซนต์งานโปรเจคต่างๆ ก็พกเครื่องติดตัวไปได้สะดวกเพราะน้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม และพาเนลจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 แล้ว จึงใช้พรู้ฟงานอาร์ทและการันตีสีบนหน้าจอว่ามีความเที่ยงตรงกับผลงานจริงที่ปริ้นท์ออกมาใช้งานอย่างแน่นอน

จุดสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มีเรื่องบอดี้เครื่องยกมาจาก Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนทั้งหมดไม่ได้ปรับดีไซน์เพิ่มความแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก หากวางเทียบคู่กันอาจจะแยกกันได้ยาก และการซีลตัวเครื่องทำมาแข็งแรงปิดสนิทมากถึงแม้จะดีกับความแข็งแรงสวยงามแต่ก็ไม่ถูกใจผู้ใช้ที่ต้องการเปิดฝาอัพเกรดด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หากมีชิ้นส่วนภายในเสียหรือจะอัพเกรด SSD แนะนำให้เอาเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการเป็นผู้จัดการให้จะดีที่สุด ลดความเสี่ยงว่าถ้าแกะทำเครื่องด้วยตัวเองแล้วจะเกิดความเสียหายด้วย 

ข้อดีของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. บอดี้เป็นอลูมิเนียมแข็งแรงดูหรูหราพรีเมี่ยม ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H แล้ว
  2. น้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 กิโลกรัม พกพาง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
  3. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้โดยรวมไว้กับปุ่ม Power ปลดล็อคสะดวกรวดเร็ว
  4. ขาบานพับจอออกแบบให้กางได้แบนราบ 180 องศา มีความแข็งแรงทนทานมาก
  5. ทัชแพดมี ASUS NumberPad 2.0 ใช้งานสะดวก กดพิมพ์ตัวเลขได้สะดวกรวดเร็ว
  6. หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED มีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทได้ดี
  7. หน้าจอมีค่า Refresh Rate 90Hz แสดงผลภาพได้ไหลลื่นต่อเนื่องลื่นไหลดีมาก
  8. มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้ครบเครื่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  9. ได้พอร์ต USB-C Full Function ถึง 2 ช่อง ใช้ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตฯ ได้ ใช้งานสะดวก
  10. แบตเตอรี่ 75Wh กับซีพียู Ryzen 5 7530U จัดการพลังงานดีมาก ใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  11. ลำโพงได้ harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้ ได้เสียง Dolby Atmos เนื้อเสียงดีน่าประทับใจ
  12. ได้ประกัน ASUS Perfect Warranty 1 ปีแรก ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402
  1. ดีไซน์ภายนอกยังคล้ายรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ความแตกต่างหรือโดดเด่นมากนัก
  2. ตัวเครื่องซีลมาแน่นมากจนเปิดฝาเองไม่ได้ หากจะซ่อมหรืออัพเกรดควรให้ศูนย์บริการจัดการ

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UM3402

Specification

Screenshot 2023 01 30 102049 1

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาระดับพรีเมี่ยมของทาง ASUS ที่ได้อัพเกรดซีพียูจาก AMD Ryzen 5000 Series มาเป็น Ryzen 7000 Series แล้ว โดยสเปคจะเป็นดังนี้

CPU AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz
GPU AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz
SSD M.2 NVMe SSD 512GB PCIe 3.0 x4
RAM 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
Display 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600
Connectivity USB-A 3.2 Gen 2 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, HDMI 2.1 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

Software Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
Weight 1.39 กิโลกรัม
Price 32,990 บาท (ASUS Shopee Mall)

Hardware & Design

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00070

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00055
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00056
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00061
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00046

บอดี้ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะยืนพื้นเหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อนหน้า นั่นคือบอดี้อลูมิเนียมเนื้อด้านมีความแข็งแรงสวยงาม บอดี้เป็นสีดำเหลือบน้ำเงินและตัดเว้นขอบล่างใต้ทัชแพดให้เว้าเข้ามาเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวกางเปิดหน้าจอได้ง่ายแถมยังวางบาลานซ์เครื่องได้ดีไม่มีอาการตัวเครื่องยกตามนิ้วขึ้นมาอีกด้วย ด้านที่วางข้อมือฝั่งซ้ายจะติดสติ๊กเกอร์การรับประกัน ASUS Perfect Warraty, Microsoft Office Home&Student 2021, ซีพียู AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon มาให้ ฝั่งขวาจะติดสติ๊กเกอร์โชว์ฟีเจอร์เด่นของ Zenbook 14 OLED UM3402 เอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้ทราบจุดเด่นของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ในทันที

ปุ่ม Power จะติดตั้งรวมเอาไว้กับชุดคีย์บอร์ด โดยอยู่ระหว่างปุ่ม Print Screen, Delete รองรับการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องได้โดยทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่แพ้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของสมาร์ทโฟนเลย ตัวปุ่มแข็งโดยใช้น้ำหนักกดมากกว่าปุ่มใช้งานของคีย์บอร์ดพอสมควร ลดโอกาสกดพลาดแล้วเผลอปิดเครื่องในนาทีสำคัญไปได้ระดับหนึ่ง ถ้าไม่ตั้งใจกดก็แทบไม่พลาดกดดับเครื่องเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00035

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00033
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00041
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00031
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00029

ก้านขาบานพับของหน้าจอจะติดเป็นแนวนอนทำมุมกับตัวบานหน้าจอเป็นตัว L เป็นโลหะแข็งแรง ติดก้านพลาสติกรองใต้ขอบล่างของหน้าจอเอาไว้ซัพพอร์ตและยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดริ้วรอยเวลากางหน้าจอทำงานได้ดีมากและสังเกตว่าตัวเครื่องจะยกขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้ถนัดมือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่วางราบไปกับพื้นโต๊ะอีกด้วย

ด้านการกางหน้าจอ ทางบริษัทก็ออกแบบให้ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 กางจอได้แบนราบ 180 องศา ทำให้องศาการมองเห็นกว้างมาก จะตั้งพิมพ์งานบนโต๊ะหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ปรับมุมหน้าจอให้มองเห็นได้ง่ายและยังกางจอวางราบกับพื้นโต๊ะให้เพื่อนร่วมงานดูหน้าจอร่วมกันได้ง่ายๆ อีกด้วย จัดเป็นดีไซน์ที่มีประโยชน์มากไม่แพ้การพับจอกลับเป็นแท็บเล็ตเลย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00078
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00079

ฝาหลังของ Zenbook 14 OLED จะเน้นความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรมากกว่าโลโก้ ASUS แบบเส้นกราฟิตี้ตรงกลางเครื่องฝั่งขวามือและสกรีนคำว่า ASUS Zenbook ไว้ตรงกลางขอบล่างของตัวเครื่องอีกจุด ดีไซน์ดูเรียบร้อยไม่หวือหวาสมกับที่ทางบริษัทเน้นออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมมีระดับ ช่วยเสริมบุคลิคให้กับเจ้าของเวลาเครื่องติดไปประชุมงานกับลูกค้าก็ดูดีมีระดับยิ่งขึ้น

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00025

ฝาด้านใต้ตัวเครื่องจะมีแถบยางกันลื่นและช่วยป้องกันบอดี้เกิดริ้วรอยทั้งหมด 3 เส้น โดยมีแถบเส้นยาวขอบล่างตัวเครื่องและเส้นสั้นอีก 2 เส้นตรงขอบบนใกล้กับขาบานพับหน้าจอ ตรงกลางมีช่องสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนภายในเครื่องแล้วเป่าออกทางช่องระบายความร้อนที่ช่องฝั่งขวาของตัวเครื่อง แม้ช่องลมเข้าและออกจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่ก็นำความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดี จากการทดลองใช้งานแม้จะรันโปรแกรมทดสอบอยู่ ความร้อนภายในเครื่องไม่มีการระอุหรือรบกวนผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ต้องถือว่าทาง ASUS จัดการเรื่องอุณหภูมิและระบบภายในเครื่องได้ดีมาก

Screen & Speaker

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00036

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00038
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00037
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00039
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00040

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED ของ Zenbook 14 OLED ใช้ดีไซน์แบบ NanoEdge โดยทำให้กรอบหน้าจอทั้ง 3 ด้านบางและขอบล่างสกรีนคำว่า ASUS Zenbook เอาไว้ แต่จอของเครื่องทดสอบจะไม่ได้เป็นจอทัชสกรีน ส่วนตัวผู้เขียนคาดว่าจะสงวนเอาไว้ให้รุ่น Ryzen 7 หรือเป็นรุ่นที่ไม่ได้นำมาจำหน่ายในประเทศไทยก็เป็นไปได้ 

คุณสมบัติของจอนี้นอกจากจะมองเห็นได้กว้าง 178 องศาโดยสีสันไม่เพี้ยนหรือมีเงาสะท้อนขึ้นบนจอ ก็ได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 และการันตีขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี มีความสว่างสูงสุด 550 nits มีค่า Refersh Rate 90Hz และเป็นจอ SGS Eye Care Display ลดแสงสีฟ้าถนอมสายตาผู้ใช้อีกด้วย

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00067

display 1
gamut
luminance 1

ขอบเขตสีหน้าจอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 99.8% sRGB, 92.6% Adobe RGB, 99.2% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้สูงถึง 165.9% sRGB, 114.3% Adobe RGB, 117.5% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.08~2.58 และหน้าจอนี้แสดงค่าสีได้สูงถึง 10-bit อีกด้วย จึงถือได้หน้าจอของ Zenbook 14 OLED นี้ยังคงยอดเยี่ยมคงเส้นคงวา ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ทหรือใช้แต่งภาพก็ได้ และคุณภาพสีของผลงานกับบนจอคอมก็จะได้ความเที่ยงตรงกันอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอเมื่อตั้งความสว่าง 100% วัดได้ 387.58 cd/m2 จัดว่าสว่างมากพอสู้แสงแดดที่สะท้อนบนหน้าจอได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟก็เร่งความสว่างจอสู้ได้สบายๆ แต่ถ้านั่งทำงานในอาคารหรือออฟฟิศขอแนะนำให้ตั้งความสว่างราว 40~50% ก็สว่างเหลือเฟือพอมองเห็นจอได้สบายๆ แล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00026
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00027

เสียงลำโพงของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้ทาง harman/kardon มาปรับจูนเสียงให้และให้เสียงแบบ Dolby Atmos เนื้อเสียงมีมิติและทิศทางเสียงดี สเตจเสียงถือว่ากว้างระดับหนึ่ง โทนเสียงของลำโพงจะเน้นเสียงร้องกับเครื่องดนตรีเป็นหลัก มีเสียงเบสจากลำโพงจะเน้นทางซัพพอร์ตให้โทนเสียงมีมิติฟังสนุกขึ้น เมื่อเปิดเสียงดัง 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงจะมีความดังราว 85dB ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงป็อปและแจ๊สน่าจะชอบลำโพงของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มากและยังฟังเพลงแนวร็อคได้ด้วย แต่ถ้าเป็นแนว EDM ถึงจะฟังได้สนุกระดับหนึ่งก็ตาม แต่เบสอาจจะไม่หนักและแรงปะทะยังไม่หนักแน่นมาก กรณีนั้นแนะนำให้ต่อลำโพงแยกไปอีกชุดจะดีกว่า 

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00042

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00053
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00054
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00049
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00048
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00047
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00044
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00051
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00052

คีย์บอร์ดของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ใช้ดีไซน์ Dished Keycaps เหมือน Zenbook 14 OLED รุ่นก่อน ซึ่งคีย์แคปจะดีไซน์ตรงกลางปุ่มโค้งลงเหมือนท้องจานลึก 0.2 มม. มีระยะกด 1.4 มม. ซึ่งข้อดีของคีย์แคปนี้ทาง ASUS ลดโอกาสตอนพิมพ์ให้ผิดน้อยลงและกดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งดีไซน์และระยะกดถือว่ากำลังดีใช้งานถนัดกว่าปุ่มแบบแบนมาก และตัวแป้นคีย์บอร์ดจะมีไฟ LED Backlit ปรับไฟสว่างได้ 3 ระดับ ทำงานแบบ Toggle โดยกดเพิ่มไปสว่างสุดแล้วกดอีกครั้งไฟจะดับลง ช่วยให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้นมาก

ปุ่มกดและคีย์ลัดสำคัญของคีย์บอร์ดจะมี Fn+Esc เพื่อสลับเลย์เอ้าท์ระหว่าง Function Hotkey กับปุ่ม F1~F12 ตามปกติได้ ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ด้านจะมี Home, End, Page Up/Down แยกไปเป็น Delete กับ Insert ซ้อนเลเยอร์เอาไว้ สามารถกด Fn ค้างไว้ก่อนแล้วกดเรียกคำสั่งเหล่านี้มาใช้งานได้เลย สามารถกดใช้งานได้สะดวกและทำงานได้รวดเร็วดี

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00043

ส่วน Function Hotkey บริเวณบรรทัดบนสุด ทาง ASUS ก็เซ็ตปุ่มใช้งานหลักเอาไว้ครบถ้วนกดใช้งานได้สะดวกหรือจะสลับปุ่ม F1~F12 มาใช้งานก็ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4~F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F7 – ปรับความสว่างหน้าจอ
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F10 – ปิด/เปิดกล้อง Webcam
  • F11 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool ขึ้นมาบันทึกภาพหน้าจอ
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง

ต้องถือว่าคีย์ลัดทั้งหมดนี้ของ ASUS Zenboook 14 OLED UM3402 เป็นคีย์พื้นฐานซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เรียกใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วและทางบริษัทก็เซ็ตไว้ให้เรียกใช้งานได้ง่ายดีด้วย แต่ถ้าให้ดีขึ้นอีกก็ขอแนะนำให้ทางบริษัทนำคำสั่ง Snipping Tool ตรง F11 ย้ายไปรวมไว้กับปุ่ม Print Screen ข้างๆ กันแล้วใส่คำสั่งสลับค่า Refresh Rate 60~90Hz มาให้จะดีกว่า ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้ภาพบนหน้าจอลื่นไหลหรือเน้นประหยัดพลังงานจะดีกว่า

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00057
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00058
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00063
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00062

ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 จะรวมชุดแป้น Numpad เอาไว้ให้ผู้ใช้กดใช้งานได้โดยเป็นแป้นแบบเลเซอร์ ตอนเปิดใช้งานจะเป็นแป้นทัชแพดธรรมดาแต่ถ้าแตะค้างตรงไอคอนกรอบสี่เหลี่ยมมุมบนขวาจะเปิดฟังก์ชั่น Numpad ขึ้นมาใช้งาน ส่วนไอคอนสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายมือจะใช้ปรับความสว่างของแป้นได้ หากแตะไอคอนมุมบนซ้ายแล้วลากออกจะเรียกโปรแกรม Calculator ขึ้นมาใช้งานได้ด้วย

ฟังก์ชั่นฝั่งทัชแพดของ NumberPad 2.0 ก็รองรับคำสั่ง Gesture ของ Windows 11 ครบถ้วน สามารถลากนิ้วตั้งแต่ 2~3 นิ้วเพื่อคุมการทำงานได้ง่ายๆ เวลาวางมือเพื่อพิมพ์งานแล้วสันมืออาจจะพาดตรงขอบของตัวทัชแพดเล็กน้อยแต่ก็ไม่เจออาการทัชแพดลั่นรบกวนการใช้งานเลย

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00064
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00065

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะถูกติดตั้งเอาไว้ 2 ฝั่งของตัวเครื่อง โดยฝั่งซ้ายมือจะเป็น USB-A 3.2 Gen 2 เพียงพอร์ตเดียวโดยอยู่ข้างๆ ช่องระบายความร้อน ส่วนฝั่งขวาจากซ้ายมือจะมีพอร์ต MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 Full Function x 2, Audio combo และ HDMI 2.1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

ส่วนนี้ถือว่าทางบริษัทให้พอร์ตใช้งานมาครบเครื่องทำงานได้สะดวกสบายมาก ฝั่งเจ้าของเครื่องไม่ต้องลำบากหา USB-C Multiport Adapter มาต่อแยกให้ลำบากเลย อย่างมากถ้าผู้ใช้คนไหนต้องใช้ SD Card ก็หา Card Reader มาต่อเพิ่มอีกสักหน่อยก็เพียงพอแล้ว

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00018

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00086
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00020
ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00019

น้ำหนักของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ทาง ASUS เคลมเอาไว้ที่ 1.39 กิโลกรัม แต่พอชั่งน้ำหนักดูแล้วมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมอแดปเตอร์หัวพอร์ต USB-C กำลังชาร์จ 65 วัตต์น้ำหนัก 224 กรัมแล้ว มีน้ำหนักรวมเพียง 1.58 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบาพกพาง่ายมาก จะใช้อแดปเตอร์ของตัวเครื่องอย่างเดียวหรือพกอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้ ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเวลาจัดอุปกรณ์ในกระเป๋ายิ่งขึ้น

Performance & Software

cpu 1

mb 1
ram 1

ASUS อัพเกรดซีพียูใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ให้เป็น AMD Ryzen 5 7530U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0~4.5GHz สถาปัตยกรรม TSMC 7nm FinFET รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน อิงจากหลักการอ่านรหัสซีพียู AMD ในปี 2023 แล้ว Ryzen 5 7530U จะเป็นซีพียูโมเดลปี 2023 สถาปัตยกรรม Zen 3 / Zen 3+ รุ่นมาตรฐาน ออกแบบมาใช้งานกับโน๊ตบุ๊คบางเบาค่า TDP 15~28 วัตต์ 

แรม Zenbook 14 OLED เป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ติดตั้งมาแบบ Dual Channel เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่งานเอกสาร Microsoft Office ไปจนงานตัดต่อแต่งภาพก็ยังพอมีให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ แต่น่าสังเกตว่าทาง ASUS ยังใช้แรม LPDDR4x ไม่ใช่ LPDDR5 บัส 5500MHz อย่างโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนิยมกัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัวแรมประเภทนี้ก็ได้บัสสูงพอและทำงานได้ไหลลื่นแล้ว ถ้าอัพเกรดมาแม้จะได้ความสดใหม่แต่ราคาสูงขึ้นแล้วประสิทธิภาพไม่หนีจากเดิมเกินไปอาจจะไม่คุ้มกันเท่าไหร่ แต่ถ้าในอนาคตเชื่อว่าทาง ASUS จะต้องมี Zenbook 14 OLED พร้อมแรม LPDDR5 ออกมาอย่างแน่นอน

gpu

การ์ดจอออนบอร์ดในซีพียูเป็น AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ ความเร็ว 2,000MHz รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ DirectX 12 ที่จำเป็นต้องใช้งานครบถ้วน จึงใช้ทำงานกราฟิคและโปรแกรมตัดต่อได้ดีอย่างแน่นอน

devicemgr 1

เมื่อเช็คพาร์ทในเครื่องด้วย Device Manager จะเห็นว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ติดตั้งชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0 มาประสานงานกับระบบ Windows Hello เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในเครื่อง ด้านเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ผลิตโดย EgisTec เป็นผู้ผลิตเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของทางไต้หวันเอง

ด้าน Wi-Fi PCIe Card เป็น MediaTek Filogic 330 MT7922 รองรับการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz แบนด์วิธ 160MHz เชื่อมต่อแบบ Dual band, MU-MIMO ความเร็ว Data Thoughput สูงสุดได้ 1.9Gbps และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัวอีกด้วย

ssd

 M.2 NVMe SSD ภายในเครื่องเป็นรุ่น INTEL SSDPEKNU512GZ เมื่อเช็คข้อมูลแล้วเป็น Intel 670p ความจุ 512GB เป็น QLC NAND โดยข้อดีจุดเด่นของ SSD นี้คือใช้ไฟน้อยประหยัดพลังงานและเย็น ส่วนความเร็วที่วัดได้จากโปรแกรม CrystalDiskMark 8 ได้ค่า Sequential Read 3,009.03 MB/s และ Sequential Write 1,643.15 MB/s ซึ่งความเร็วนี้จัดว่าสูงพอใช้ทำงานออฟฟิศและรันโปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้

3dmark

เมื่อนำ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 มาทดสอบกับโปรแกรม 3DMark Time Spy แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ย 1,428 คะแนน แยกเป็นคะแน CPU score 5,667 คะแนน และ Graphics score 1,262 คะแนน โดยคะแนนเฉลี่ยระดับนี้ถือว่าพอใช้เล่นเกมออนไลน์หลาๆ เกมในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน แต่ไม่เหมาะกับเกมฟอร์มใหญ่นักเพราะการ์ดจอออนบอร์ดอาจประมวลผลไม่ไหวและทำให้เฟรมเรทตกเป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

gaming r2

จากการทดสอบเล่นเกมทั้งหมด 3 เกม ได้แก่ Genshin Impact, DotA 2 และ Resident Evil Village ปรับกราฟิคสูงสุดจะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 5 7530U และการ์ดจอ AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ใน ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ได้รับการพัฒนามาพอสมควร ทำให้เล่นเกมออนไลน์ได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะ DotA 2 ซึ่งเป็นเกมเน้นใช้คอร์ซีพียูเป็นหลัก (CPU Intensive) จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงถึง 57 Fps

ด้านเกมยอดนิยมอย่าง Genshin Impact ก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ค่อนข้างดี แม้จะตั้งกราฟิคในระดับสูงและเปิดค่าเฟรมเรทเอาไว้ 60 Fps ตัวเกมก็ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 29 Fps ซึ่งถ้าใช้เล่นฆ่าเวลา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็พอเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่ข้อสังเกตที่พบระหว่างทดสอบ คือ เมื่อมีเอฟเฟคไฟหรือท่าไม้ตายเมื่อไหร่ ภาพจะหน่วงแล้วเฟรมเรทลดลงจนรู้สึกได้ ดังนั้นผู้เขีนยแนะนำว่าถ้าจะเล่น Genshin Impact ควรเปิดกราฟิคระดับกลางหรือต่ำเพื่อเน้นความไหลลื่นสูงสุดไปจะดีกว่า

กรณีเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village แม้เอนจิ้นเกมจะเอื้อ AMD Ryzen และ Radeon และทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 27 Fps ก็ตาม แต่ตอนทดลองเล่นจริงแล้วผู้เขียนไม่แนะนำนัก เนื่องจากเครื่องต้องเรนเดอร์กราฟิคอย่างต่อเนื่องและใช้พลังของกราฟิคการ์ดสูงมาก ทำให้ภาพหน่วงและตอบสนองได้ไม่เร็วเท่ากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบมีการ์ดจอแยก ดังนั้นถ้าเป็นเกมฟอร์มใหญ่เน้นประมวลผลภาพด้วยการ์ดจอแยก AMD Radeon Graphics 7 คอร์ใน AMD Ryze 5 7530U จะไม่แนะนำนัก

สรุปคือ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 สามารถเล่นเกมออนไลน์ทั่วไป เช่น DotA 2, Genshin Impact, PUBG หรือแม้แต่ Valorant ได้ไหลลื่นระดับหนึ่ง ส่วนเกมฟอร์มใหญ่จะเหมาะกับประเภทที่เน้นใช้ซีพียูทำงานเป็นหลัก (CPU Intensive) เช่น Civilization VI หรือ Total War ก็พอเล่นได้ แต่ถ้าเป็นเกมเน้นกราฟิคการ์ดเป็นหลักอาจต้องปรับกราฟิคระดับ Medium~Low ถึงจะเล่นได้ลื่นขึ้น

pcmark10

กลับกันถ้าเอา ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ไปทำงานจัดว่าทรงพลังไม่มีข้อกังขาแน่นอน โดยคะแนนจากโปรแกรมทดสอบการทำงานอย่าง PCMark 10 ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงมากถึง 5,903 คะแนน และถ้าดูแยกตามหมวดคะแนนจะเห็นว่า AMD Ryzen 5 7530U ทำคะแนนในกลุ่ม Essential อย่างการเปิดโปรแกรม, ประชุมงานออนไลน์หรือเปิดเว็บเบราเซอร์ได้ยอดเยี่ยม ถัดลงมาเป็นหมวด Productivity อย่างการเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและออฟฟิศไม่ว่าจะ Word, Excel ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน รองลงมาจะเป็นหมวด Digital Content Creation โดยเฉพาะการตัดต่อแต่งภาพจะทำได้ดีทีเดียว ส่วนการเรนเดอร์พรีวิวโมเดล 3D CG หรือตัดต่อวิดีโอต้องถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่โดดเด่นเท่ารุ่นมีการ์ดจอแยก

โดยรวมในแง่การทำงาน ต้องถือว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะทำงานเอกสาร, ประชุมออนไลน์หรือเปิดเว็บแอพฯ ขึ้นมาทำงานเป็นอย่างมากและพอตัดต่อแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ได้ดีระดับหนึ่ง อาจใช้พรีวิวโมเดล 3D CG เพื่อเสนองานให้กับลูกค้าได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นมันจะเหมาะกับงานสายเซลส์ที่ต้องไปพบลูกค้าประชุมงาน ติดต่อรับส่งเมล์และแก้ไฟล์เอกสารรวมไปถึงนักศึกษาที่หาโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานสักเครื่องหนึ่งมาก

r15
r20

ด้านผลคะแนนเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 เพื่อดูพลังการเรนเดอร์กราฟิคของซีพียู AMD Ryzen 5 7530U แล้ว จะเห็นว่าส่วนของ OpenGL ทำได้ 125.86 fps และ CPU ได้ 1,480 cb สรุปได้ว่าซีพียูนี้สามารถพรีวิวโมเดล 3D เพื่อนำเสนองานให้ลูกค้าดูได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่องแน่นอน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบพลังการทำงานของคอร์ซีพียูอย่างเดียว ได้คะแนน 3,423 pts จัดว่าสูงพอเรนเดอร์ภาพกราฟิคต่างๆ ได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครต้องทำงานกับโปรแกรมสาย Adobe Photoshop หรือแม้แต่ Lightroom ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และแม้แต่เรนเดอร์โมเดลด้วยโปรแกรม Blender ก็ใช้งานได้ค่อนข้างไหลลื่นอีกด้วย

myasus1

oled care
customer support
settings

โปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ จะมีฟังก์ชั่น ASUS OLED Care ไว้ตั้งค่าแสดงผลของพาเนล OLED ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาหน้าจอ Burn-in ลงไปได้ โดยผู้เขียนแนะนำให้เปิดฟังก์ชั่น OLED Care ทั้งหมดเอาไว้เลยเพื่อถนอมพาเนลให้อายุใช้งานนานที่สุด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นตั้งค่าตัวเครื่องในส่วนต่างๆ รวมทั้งหมวดการอัพเดทเฟิร์มแวร์ด้วย หากใครใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รวมไปถึงเครื่องของแบรนด์ ASUS แนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาเช็คเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ และอัพเดทเป็นระยะๆ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีต่อเนื่อง

Battery & Heat & Noise

batt 1

แบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นแบตเตอรี่ความจุ 75Wh แบบฝังไว้ในเครื่อง ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นในท้องตลาดต้องถือว่ามีความจุสูงทีเดียว เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยเปิดความสว่าง 50% เปิดเสียงลำโพง 10% แต่เมื่อซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 7530U ผู้เขียนขอแนะนำให้เปลี่ยนจากการกดโหมด Battery Saver ของ Windows 11 มาเปิดฟังก์ชั่น Radeon Chill ใน AMD Software: Adrenalin Edition แทน และใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube โดยครั้งนี้ผู้เขียนทดลองเพิ่มระยะเวลาใช้งานให้นานขึ้นจาก 30 เป็น 45~50 นาทีแทน ตัว AMD Ryzen 5 7530U ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานมากถึง 15 ชั่วโมง 10 นาที

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนได้ทดสอบโดยตั้งค่าตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ปล่อยเอาไว้ 30 นาที แบบเดียวกับที่ได้ทดสอบโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ มาก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งระยะเวลาใช้งานก็ไม่ต่างกันกับการทดสอบในรีวิวนี้ และหากเปลี่ยนวิธีการทดสอบเล็กน้อยโดยไม่ใช้ Radeon Chill แล้วใช้ระบบ Battery Saver แทน ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะลดลงเหลือราว 14 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งน้อยลงราว 40 นาที ดังนั้นถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen มาใช้งานก็ขอแนะนำให้ใช้ระบบ Radeon Chill แทน จะจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้นและแนะนำให้ลง AMD Chipset Driver ของโน๊ตบุ๊คเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยจะรีดประสิทธิภาพและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00028

ช่องระบายความร้อนของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะมีเพียงช่องเดียว โดยอยู่ถัดมาจากพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 ฝั่งซ้ายมือ เป็นช่องเล็กๆ ไม่กว้างมากแต่ก็ระบายความร้อนได้ดี เสียงตอนพัดลมโบลเวอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพจะดังราว 55~60dB เท่านั้น

temp

และแม้จะมีช่องระบายความร้อนเพียงช่องเดียวก็ตาม แต่เมื่อทดลองรันโปรแกรม Benchmark แล้วเช็คอุณหภูมิในเครื่องด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิในเครื่องจะวิ่งอยู่ราว 62.5~95.4 องศา มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 63.1 องศาเซลเซียสเท่านั้น และเวลาใช้งานจริงต้องถือว่าตัวเครื่องจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีมาก จะวางเครื่องบนหน้าตักเพื่อใช้งานก็ได้ไม่ร้อนมากแต่ถ้ารันโปรแกรมกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักๆ อย่าง Adobe Photoshop, Lightroom ตัวเครื่องจะอุ่นขึ้นมาระดับหนึ่ง แนะนำให้วางบนโต๊ะทำงานแทนจะดีกว่า

User Experience

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00074

แม้รูปลักษณ์ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 จะเหมือนกับ Zenbook 14 OLED ในรุ่นก่อนก็ตาม ใช้บอดี้เป็นอลูมิเนียมได้ความพกพาง่ายแข็งแรงทนทานและลวดลายดีไซน์เน้นความสวยเรียบหรูดูดีและได้ซอฟท์แวร์ใช้งานติดตั้งมาให้ครบทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เพียงเปิดเครื่องขึ้นมา Sign in ให้เรียบร้อยแล้วก็เริ่มทำงานได้ทันที และทัชแพดของ Zenbook 14 OLEd นี้ก็เป็น ASUS NumberPad 2.0 ชุด Numpad เลเซอร์ซึ่งใช้งานได้สะดวกมาก ไม่ต้องเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ระดับ 15.6 นิ้วก็ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเอกสารได้ดีไม่แพ้กัน

นอกจากซอฟท์แวร์จะครบ น้ำหนักก็ยังเบาพกง่าย เพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เขียนชอบมาก เวลาจะหยิบเครื่องติดตัวไปออฟฟิศหรือไปร้านกาแฟใกล้บ้านเพื่อนั่งทำงานก็เบาสบายพกง่าย ไม่ต้องใช้เป้ใบใหญ่แค่ใช้กระเป๋าสะพายข้างเส้นหนึ่งกับเซ็ตสาย USB-C และอแดปเตอร์ GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์อีกอันใส่กระเป๋าไปก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันแล้ว แต่อันที่จริงซีพียู Ryzen 5 7530U ของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก เพียงลง AMD Chipset Driver แล้วเข้า AMD Software: Adrenalin Edition เปิด Radeon Chill ใช้โหมด Power Saving เท่านี้ก็ใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้งวัน ส่วนตัวผู้เขียนจะตั้งสว่างหน้าจอ 50% แล้วปิดเสียงลำโพงกับไฟ LED Backlit ไป กลับถึงบ้านแบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้อีกพอสมควร

อุณหภูมิตอนใช้งานจริง แม้ตอนทดสอบ CPUID HWMonitor จะขึ้นว่าอุณหภูมิพุ่งไปสูงสุดถึง 95 องศาเซลเซียสก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงถ้าใช้งานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์ทำงานด้วยเว็บแอพฯ, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่เปิดดูหนังฟังเพลง ตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลาแถมพัดลมระบายความร้อนก็ไม่ได้ดังรบกวนเลยแม้แต่นิดเดียว อาจจะมีเสียงพัดลมแทรกเล็กๆ น้อยๆ เวลาเปิดโปรแกรมประเภท Photoshop, Lightroom อยู่บ้าง แต่เสียงพัดลมจะไปหมุนดังเต็มที่ก็ตอนเปิดเล่นเกมเท่านั้น จึงสรุปเรื่องอุณหภูมิได้ว่า ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 นั้นถ้าใช้งานทั่วไปก็เย็นแทบตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าเครื่องจะร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

ด้านพอร์ตก็มี HDMI, USB-A 3.2 และ MicroSD Card Reader ติดเครื่องมาให้ใช้งานเลย ไม่จำเป็นต้องหา USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ USB-C 3.2 Full Function เพื่อเพิ่มพอร์ตก็ได้ อย่างมากอาจจะหา SD Card Reader และหัวแปลง HDMI to VGA มาเผื่อเอาไว้กรณีต้องต่อโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าจะได้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว

จุดแข็งแต่ก็เป็นจุดสังเกตในเวลาเดียวกันอย่างพาเนล OLED ที่ได้ขอบเขตสีกว้าง สว่างและได้รับการรับรองจาก PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 600 แถมขอบเขตสียังกว้างถึง 100% DCI-P3 ถือเป็นพาเนลที่ดีมากๆ หากใครต้องทำงานเกี่ยวกับสีสันเป็นประจำ ต้องการหน้าจอที่ดีเอาไว้พรีเซนต์งานหรือเทียบสี ก็ใช้จอของ ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 เทียบสีได้เลย แต่ก็ต้องระวังว่าพาเนล OLED อาจมีปัญหา Burn-in หากเปิดความสว่างจอสูงสุดหรือใช้ภาพใดภาพหนึ่งค้างบนหน้าจอเป็นเวลานานๆ แต่ทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์ ASUS OLED Care มาใน MyASUS แล้ว ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องไป ให้เปิดฟีเจอร์ทั้งหมดในหมวดนี้เอาไว้ได้เลย จะได้ลดโอกาสจอไหม้ไปในตัว แต่นอกจากนั้น Zenbook 14 OLED UM3402 ถือเป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าใช้และได้ฟีเจอร์เกินค่าตัว 32,990 บาทมาก

Conclusion & Award

ASUS Zenbook 14 OLED Ryzen 7000 DSC00076

ASUS Zenbook 14 OLED UM3402 แม้จะอัพเกรดจากรุ่นก่อนเพียงแค่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 7530U แต่ก็ยังน่าสนใจ ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น Ryzen 5000 Series ซึ่งวางขายไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือเป็นการยกข้อดีทั้งหมดที่รุ่นก่อนมาใช้แล้วใส่ซีพียูที่ประสิทธิภาพดีขึ้นลงไปแทน ทั้งทำงานหนักได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมากจนแทบไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลย ยังไม่รวมถึงเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับยุค New Normal และซอฟท์แวร์ที่ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ด้วย เรียกว่าเปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อจากที่คั่งคางไว้ได้ทันที

หากคิดคำนวณแล้ว ราคาเครื่อง 32,990 บาท แลกกับฟีเจอร์และซอฟท์แวร์ทั้งหมดใน Zenbook 14 OLED UM3402 แล้วก็เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกัน ซื้อมาแล้วจบไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมอะไรเพิ่มให้เสียอารมณ์หรืองานสะดุดเลย ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าโน๊ตบุ๊คใครมีอายุราว 2 ปีขึ้นไปหรือมีเพื่อนถามหาโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าใช้สักเครื่องล่ะก็ นี่คือโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อหรือจะเอาไปแนะนำให้เพื่อนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น

award

NBS award 4 Mobility

best mobility

น้ำหนักเครื่อง 1.35 กิโลกรัม แม้จะรวมอแดปเตอร์เข้าไปก็หนักแค่ 1.58 กิโลกรัมเท่ากับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว แต่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมีให้ใช้เยอะไม่แพ้กันแถมยังพกง่ายหยิบใช้ถนัดอีกด้วย น่าจะถูกใจสายพกพาอย่างแน่นอน

award new Battery Life

best battery life

Zenbook 14 OLED UM3402 มีแบตเตอรี่ความจุ 75Wh ติดตั้งมาให้ เมื่อตั้งค่าการจัดการพลังงานแล้วก็ใช้งานได้นานมากถึง 15 ชั่วโมงทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวันเลยสักนิด และยังใช้อแดปเตอร์ GaN ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ได้ด้วย ถือว่าสะดวกเหลือเฟือ

NBS award Features

 

best features

AMD Ryzen 5 7530U, ASUS NumberPad 2.0, เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021 เป็นฟีเจอร์และซอฟท์แวร์เด่นๆ ที่ทางบริษัทใส่มาในโน๊ตบุ๊คบางเบาแต่ทรงพลังราคา 32,990 บาทเครื่องนี้ เรียกว่าคุ้มเกินค่าตัวไปมาก!

award new Graphic

best graphic

จอของ Zenbook 14 OLED UM3402 เป็นพาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz ได้ภาพลื่นไหล มีขอบเขตสียังกว้าง 100% DCI-P3 แถมได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 600 มาแบบครบเครื่อง ถูกใจสายกราฟิคแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/684943-review-asus-zenbook-14-oled-um3402

10 อันดับ เคสคอม 2023 เปิดตัวใหม่ ไฟ ARGB ประกอบง่าย สุด Cool! เย็นสุดขั้ว

10 อันดับ เคสคอมสุด Cool เปิดตัวใหม่ CES2023 งานดี เทคโนโลยีสุด พร้อมไฟ RGB จัดเต็ม

10 อันดับ

10 อันดับ เคสคอมรุ่นใหม่ปี 2023 ที่เรารวบรวมมาให้ในครั้งนี้ จัดมาตั้งแค่เคสสุดล้ำ ดีไซน์หรู ไปจนถึงเคสคอม สำหรับเกมเมอร์ และนักโอเวอร์คล็อก กับเทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยในการระบายความร้อน และเพิ่มฟังก์ชั่น สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ได้สะดวกมากยิ่ง ซึ่งนับว่าในปี 2023 จะมีเคสรุ่นใหม่ๆ มาให้กับเหล่านักประกอบคอมเลือกใช้งานกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเรื่องของการระบายความร้อน และการปรับแต่งที่น่าสนใจกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างเช่นที่เรานำเสนอนี้ จะมีบางรุ่นที่เสริมกลไกการระบายอากาศ บางรุ่นมาพร้อมกระจกเทมเปอร์ที่ดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น และบางรุ่นก็มาพร้อมชุด Liquid Cooling ในตัว ส่วนใหญ่เป็นผลดีต่อการเล่นเกม และการปรับแต่งในปัจจุบัน รวมถึงรองรับกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆ อีกด้วย วันนี้เรามาชมกันครับว่า จะมีเคสคอมรุ่นใด ที่ถูกใจคุณบ้าง เผื่อใครจะอยากเปลี่ยนเคสใหม่กันในปีนี้

10 อันดับ เคสคอม 2023

  1. Cyberpower Kinetix 360V
  2. Fractal Design – Torrent Compact Nano
  3. Lian Li – Lancool III
  4. Hyte Y60
  5. Thermaltake CTE
  6. Cooler Master Cooling X
  7. InWin POC Case
  8. COUGAR CRATUS
  9. MSI MEG Prospect 700
  10. ASUS HYPERION

1.Cyberpower Kinetix 360V

Cyberpower Kinetix 360V เป็นเคสคอมที่ออกแบบในแนวที่เรียกว่า Kinetic Enclosure หรือเป็นกล่องที่ขยับปรับเลื่อนได้ ซึ่งเมื่อปีก่อนก็จะมีของ Cyber Power ที่ทำออกมา แต่ตอนนั้นก็ลุ้นกันว่าจะออกมาวางตลาดมั้ย แต่ก็มีออกมาในบางรุ่น แต่สำหรับปีนี้ เป็นโมเดลพิเศษที่เรียกว่า Cyberpower Kinetix 360V Intelligent Airflow Series ที่มาโชว์ตัวในงาน CES 2023 เข้ามาใน 10 อันดับ เคสคอมครั้งนี้

Advertisementavw
10 อันดับ

ความโดดเด่นของเคสรุ่นนี้ อยู่ที่กลไกด้านหน้าของเคส ที่ขยับไปมาได้ เป็นแบบบานพับรูปทรงสามเหลี่ยม เลขาคณิต เปิดและปิดดูแล้วหวือหวา คล้ายกลไกของชุดไอรอนแมน ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือการขยับของบานพับเหล่านี้

เคสรุ่นนี้ อาจจะไม่ได้นำเสนอเรื่องของ airflow เป็นหลักอย่างเดียว แต่มองว่าน่าจะเป็นการออกแบบเชิงนวัตกรรม ด้วยการใส่กลไกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งภายในเคส ซึ่งถ้าถามว่าดีกว่าเคสปกติ หรือเคสที่มีพัดลมเคสด้านหน้าอย่างไร? 

10 อันดับ

ถ้าสังเกต เคสคอมบางเคสก็มีฝาเคสปิดทึบด้านหน้ามา บางทีต้องการจะให้ลมเข้ามากๆ ในช่วงที่ทำงานแบบ Full load ให้มีอากาศระบายได้ดีก็ทำได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ต้องการเคสที่ว่า เปิดให้ลมไหลเข้าตลอดเวลา เพราะบ้านเราเรื่องฝุ่นเป็นปัญหาสำคัญ การมีกลไกเปิด-ปิดแบบนี้ ก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวครับ อยากได้ลมก็เปิด ไม่ใช้ก็ปิดง่ายมากๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Cyberpowerpc


2.Fractal Design – Torrent Compact Nano

สำหรับเคสคอมจาก Fractal Design นี้ ดูเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ด้วยคาแรคเตอร์ที่ดูหรูหรา พรีเมียม และเป็นที่คุ้นหูคุ้นตากันหลายรุ่น เช่นเดียวกับ Torrent Nano ที่เป็นเคสขนาด Mid-Tower แต่ใส่ Air flow มาขั้นสุด กับรูปลักษณ์เคสในโทนสีขาว มีช่องระบายอากาศด้านหน้า ออกแบบมาได้ลึกล้ำดีทีเดียว

10 อันดับ

ความโดดเด่นอยู่ที่ พัดลมขนาดใหญ่ 18cm พร้อมแสงไฟ RGB สวยงาม สามารถควบคุมรอบพัดลมได้ เสียงรบกวนน้อย ส่วนพื้นที่ภายในดูกว้างขวาง เพราะย้ายช่องติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลายไปไว้ด้านบน ให้เดินสายได้สะดวก และมีทางลมดูดลมร้อนจากซีพียูได้โดยตรง

10 อันดับ

ส่วนภายในรองรับเมนบอร์ด mATX และมีช่อง PCI-Express ได้ถึง 3 สล็อต ติดตั้งการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ ที่เป็น RTX40 series ได้และการ์ดความยาวระดับ 33.5cm เลยทีเดียว ใครที่ชอบเคสแนวนี้ เค้ามีให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน สำหรับผมนะ สวยทุกสี ตามที่ปรากฏในคลิปนี้เลยครับ บ้านเรามีจำหน่ายแล้ว ราคาประมาณ 5 พันกว่าบาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: Fractal Design


3.Lian Li – Lancool III

เป็นเคสคอมที่เรียกว่า ถอดรหัสพันธุกรรมของสายพันธุ์ LANCOOL มาอย่างเต็มเปี่ยม แต่ที่โดดเด่น เราผมชอบมากคือ การเปิดช่องทางในส่วนต่างๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น ฝาข้าง หน้า และฝาปิดเพาเวอร์ซัพพลายที่อยู่ด้านล่าง กระจกข้างใสเทมเปอร์ ถอดออกง่าย รวมถึงมีพัดลมไฟ RGB มาให้แล้วถึง 4 ตัวด้วยกัน แบ่งเป็นหน้า 3 ตัว หลัง 1 ตัว พร้อมตะแกรงด้านหน้าให้ Air flow แบบสุดๆ

10 อันดับ
10 อันดับ

ด้านในรองรับ Radiator ชุดน้ำ 3 ตอน 360 ได้อีก 3 ตัว คือ ด้านบน ด้านล่างและด้านหน้า ติดตั้งพัดลม รวมกันได้ถึง 10 ตัว ผมว่าดีไซน์ได้ค่อนข้างอลังการทีเดียว เหมาะสำหรับคนที่จะใช้ชุดน้ำสำหรับซีพียู การ์ดจอ และอื่นๆ เพิ่มเติม

10 อันดับ

แถมด้วยช่อง Mount เพื่อติดตั้ง Storage ได้สูงสุดถึง 12 ตัว ในจุดต่างๆ ที่เค้าเตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต เพลตที่อยู่ด้านบนของเพาเวอร์ สามารถปรับเลื่อนได้หลายรูปแบบ ตรงนี่ถือเป็นจุดสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ เท่าที่ผมเช็คมาในบ้านเราพอมีจำหน่ายบ้างแล้ว ราคาประมาณ 4 พันปลายๆ เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: Lian Li


4.Hyte Y60

แต่ถ้าจะเป็นเคสคอมที่ดูโดดเด่น เป็นกระแสมากที่สุดใน CES 2023 ปีนี้ ก็ต้องเป็นค่ายนี้ครับ HYTE ในรุ่น Y60 ล่าสุด ดีไซน์แนวตู้ปลา ราคาดี มีกระจกเทมเปอร์ 3 ด้าน งานดูพรีเมียม น่าสนใจไม่น้อยเลย เป็นเคสแนวที่คล้ายๆ กับเคสกระจกหลายรุ่นในบ้านเรา เมืองนอกเค้ายกให้เป็น Good compact, Good Material เลยทีเดียว แล้วถ้าถามว่าแปลกหรือเด่นอย่างไร

10 อันดับ

ก็ยังคงต้องเริ่มกันตั้งแต่ดีไซนกระทัดรัด ดีไซน์พรีเมียม ด้านหน้าตัดมุม 45 องศา ไม่เหมือนใคร ส่วนตัวผมรู้สึกว่า มันมองฮาร์ดแวร์ได้ในหลายมิติ ดูแล้วกว้าง แถบด้านบนและล่างกว้างขวาง ให้พื้นที่ในการจัดวางอุปกรณ์ได้มากขึ้น เช่น ปั้มน้ำ หรือชุดพัดลม Radiator ช่องตะแกรง ทั้งด้านบน และด้านล่าง ช่วยระบายอากาศ 

10 อันดับ

ติดตั้งชุด Radiator ได้อย่างน้อย 2 ชุด ด้านหลัง และด้านบน สามารถวางการ์ดจอแนวตั้งได้ ด้านหลังเหลือพื้นที่มากมาย ให้เก็บสายหรือประกอบฮาร์ดแวร์อื่นเพิ่มได้ เช่น SSD เป็นต้น

10 อันดับ

นอกจากนี้ภายในเคสยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้งกราฟิกการ์ดแบบ Low-Profile ขนาดเล็กได้ ไม่ต้องไปหาแปลง Bracket ให้เสียเวลา และเสริมขาแขวนสายเพาเวอร์ที่ต่อการ์ดจอมาให้ในตัว พื้นที่ภายในรองรับการ์ดจอได้ยาวแบบ 3 พัดลมได้อีกด้วย บ้านเราพอมีให้ Pre-Order ในราคาประมาณ 8,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HYTE


5.Thermaltake CTE

เป็นเคสคอมในซีรีส์ที่เปิดตัวในงานได้สุดอลังการ สำหรับ Thermaltake CTE ที่ดีไซน์ออกมาในแบบที่เรียกว่า Centralized Thermal Efficiency ซึ่งเน้นที่การระบายความร้อน ปรับจูนอากาศให้ไหลเวียนได้ดี และจุดเด่นอยู่ที่การปรับหมุนเมนบอร์ดได้ในแบบ 90 องศา 

10 อันดับ

ตัวเคสผมว่าคล้ายกับการนำเอาจุดเด่นของหลายๆ รุ่นมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น Tower, V หรือ View ก็ตาม นำมาผสมผสานกันให้ลงตัว และภายในมีความยืดหยุ่น ปรับเลื่อน แกะ ประกอบได้หลากหลาย โดยเฉพาะการวางเมนบอร์ด ที่ปรับมุมได้ 90 องศา เพื่อให้รับลมหรือต่อเข้ากับ Block น้ำได้ลงตัวมากขึ้น

10 อันดับ

พัดลมและชุดน้ำก็วางกันได้แบบจุใจครับ ไม่มีกั๊ก ตามสไตล์ของค่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า หรือด้านหลัง ที่ใส่ Radiator แบบ 360mm ได้ 2 ชุด ยังไม่รวมด้านล่างเคส และด้านบนก็ติดตั้งแบบ 240mm ได้ โดยที่ทาง Thermaltake เค้าดีไซน์ทางลมให้เป็นแบบ ดูดลมเข้าทางด้านหน้าและหลัง และระบายลมร้อนออกทางด้านบน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

10 อันดับ

หลายคนอาจสงสัยว่า แบบนี้จะมีพื้นที่ติดตั้งเพาเวอร์ตรงจุดใด? ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเพาเวอร์ในแต่ละรุ่น จะวางไม่เหมือนกัน บางรุ่นข้างล่าง หรือบางรุ่นก็อยู่ด้านหลังเคส และบางทีก็อยู่ด้านบน เพราะซีรีส์นี้ออกมาถึง 6 รุ่นด้วยกัน และการจัดวางก็ต่างกันไปตามดีไซน์นั่นเอง

10 อันดับ

ส่วนความยาวของการ์ดจอไม่น่ากังวล เพราะเท่าที่ดู นอกจากจะวางได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอนแล้ว ยังปรับ 90 องศาได้อีกด้วย การ์ดแบบ 3 พัดลมก็วางได้ ไม่ได้ดูติดขัดแต่อย่างใด ใครที่รอราคา คงต้องอดใจอีกนิดครับ เพราะบ้านเรากำลังเปิดตัวครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Thermatake


6.Cooler Master Cooling X

ถ้าพูดถึงเคสคอมและชุดระบายความร้อน ไม่มีค่ายนี้ไม่ได้เลยครับ และใน CES 2023 ครั้งนี้ เค้าก็จัดแบบพิเศษมาให้กับ Cooling X ที่เป็นเคสออกแบบใหม่ ซึ่งมาพร้อมชุด Liquid Cooling มาในตัว สำหรับซีพียูและการ์ดจอ โดยใช้พื้นที่ฐานของตัวเคสแบบ Tower ด้วยบอดี้ทื่ใหญ่ วางตำแหน่งเอาไว้สำหรับเกมเมอร์ระด้บไฮเอนด์ รูปทรงคล้ายกับ Cosmos และยังผสมกับหน้าตาของรุ่นอื่นๆ มาไว้อีกด้วย ซึ่งช่วงหลังๆ ผมเองรู้สึกว่า ดีไซน์เค้าเริ่มไปไกลมาก

10 อันดับ

อย่างที่เห็นคือ ด้านหน้ามาพร้อมกับโลหะแบบตะแกรงดูดอากาศด้านนอก พร้อม Strip แสงไฟ ด้านข้างและด้านหลัง ก็เป็นช่องขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ถึงกับจะเป็นช่องลมทะลุไปยังภายในได้ทั้งหมด ซึ่งคล้ายกับว่าโครงสร้างภายนอก จะเป็นเหมือนครีบระบายความร้อน และใช้เป็นจุดไหลเวียนของเหลว โดยมีตัวปั้มและ Block อยู่ภายใน 

10 อันดับ

โดยเท่าที่ดูทิศทางการไหลของ Liquid Cooling ถ้าดูตามชาร์ทนี้แล้ว จะเป็นเหมือน มาจากด้านข้างซ้ายของเคส เข้าปั้ม ไหลไปยังซีพียู และ GPU แล้วไปยังฝาข้างด้านขวา แล้วไปเวียนที่ Radiator จากนั้นก็จะไหลกลับไปยังฝาข้างด้านซ้ายอีกครั้งหนึ่งแบบนี้

10 อันดับ

เปิดฝาข้างออกได้ทั้ง 2 ด้าน จัดวางเพาเวอร์ไว้ด้านล่าง ด้านหลังมี Radiator 1 ชุดสำหรับซีพียู แต่ที่แอบสงสัยคือ ช่องด้านหลังที่เป็นพอร์ตแสดงผลด้านบนเคสนี้ เอาไว้ให้การเชื่อมต่อในแบบใดกันแน่ หรืออาจจะเป็นการวางอีกแนว และเปิดฝาด้านบน เพื่อต่อจอก็เป็นได้ครับ ใครชอบเคสแนวนี้ อดใจรอครับ ถ้ามีข้อมูลมาเพิ่มเติม จะเอามานำเสนออีกครั้งหนึ่งนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: wccftech.com


7.InWin POC Case

ใครที่เป็นนัก Mod ชอบเคสแบบมีสไตล์ มีชิ้นส่วนประกอบได้เองแบบอิสระ เคสรุ่นนี้ที่ InWin นำมาโชว์ในงาน น่าจะถูกใจคุณ ใช้แนวคิดคือ POC ออกแบบมาเป็นแผงโลหะ SECC แข็งแรงแบบโครงสร้างเคสปกตินี่เลย คุณสามารถนำมาประกอบจนกลายเป็นเคส Mini-ITX ได้ คล้ายกับการพับกระดาษ Origami อะไรแบบนั้น เคสจะเน้นสีสันที่สดใสหน่อย เพราะมีให้เลือกโทน เขียว/เหลือง (Tropical Sweetheart) และ น้ำเงิน/ดำ (Race Blue)

10 อันดับ

ตัวเคสมาพร้อมพัดลมขนาด 120mm มาให้ 1 ตัว รองรับการติดตั้งเพาเวอร์ยาว 16cm แต่ที่น่าสนใจคือ มีช่องสำหรับติดตั้งการ์ดจอแบบแนวตั้งได้อีกด้วย มี PCI-Express 4.0 riser cable ให้ และรองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่ 3.5 สล็อต ยาวถึง 34cm ได้อีกด้วย

10 อันดับ

อย่างไรก็ดีในงานนี้ เท่าที่ได้เห็นไม่ได้มีความแปลกตากับโครงสร้างเคสเพียงอย่างเดียว แต่บรรจุภัณฑ์ที่เค้าใส่มาในแต่ละชิ้นนั้น ยังเป็นแบบซองกระดาษ รีไซเคิล ห่อมาให้อีกด้วย เซอร์ไพรซ์กันไปใหญ่ 

10 อันดับ

เคสแบบนี้ ชวนให้ผมนึกถึงบ้านน็อคดาวน์ในปัจจุบัน ที่คุณสามารถจัดการได้เอง เพราะเมื่อแกะของออกมาจากห่อ จะเป็นโลหะแบนเรียบ และคุณต้องมาพับงอในบางจุด แล้วไขน็อตยึดเพิ่มความแข็งแรง  เพื่อประกอบให้กลายเป็นเคสแบบ 3 มิติให้พร้อมใช้งาน

ตอนที่เห็นภาพเคสที่ประกอบสำเร็จแล้ว ส่วนตัวรู้สึกค่อนข้างทึ่ง แล้วน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีกับเคส Custom ในอนาคต ถ้ามีเรื่องของราคาเราจะมาอัพเดตให้ฟังกันอีกครั้งครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: InWin


8.COUGAR CRATUS

ถ้าพูดถึงเคสล้ำๆ หลายคนก็น่าจะนึกถึงค่ายนี้ COUGAR ที่มีเคสสวยล้ำอีกรุ่นหนึ่งมาลงตลาด ในชื่อ CRATUS สำหรับผมมองว่า มันเหมือนกับแชสซีส์ของรถแข่งเลยทีเดียว กับรูปลักษณ์ที่ดูดุดัน โครงสร้างท่อโลหะ ผสานกับกระจกเทมเปอร์ ที่มีการดัดโค้ง ให้ดูลงตัว ภายในกว้างขวาง เหมาะกับการติดตั้งอุปกรณ์ และสายนักโมดิฟาย ที่แทบจะสวยมาจากโรงงาน 

10 อันดับ

กระจกเทมเปอร์ เป็นคีย์หลักที่สร้างความโดดเด่น เพราะมีให้ถึง 4 ด้าน ด้านหน้าดัดโครงให้เข้ากับโครงเคส ยาวไปจนถึงด้านบน และ

10 อันดับ

การจัดทิศทางลม ใช้การดูดลมเย็นจากด้านหน้า และด้านล่าง ให้หมุนเวียนภายในเคส แล้วปล่อยลมร้อนออกทางด้านหลัง พร้อมแสงไฟ ARGB สวยเวอร์วัง ปรับแต่งได้ ด้วยการกดปุ่ม RGB บนตัวเคส แต่ก็มีหัวต่อ เพื่อเสียบเข้ากับเมนบอร์ด ในการใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย 

10 อันดับ

จัดวางเคสได้ตั้งแต่ ATX ไปจนถึง E-ATX ซึ่งทำให้การวางการ์ดจอ ใส่ได้ยาวถึง 46cm ถ้าไม่ได้ติดตั้ง Radiator ด้านข้างเมนบอร์ด พร้อมพื้นที่ด้านหลังติดตั้ง SSD 2.5″ ได้ถึง 3 ตัวด้วยกัน และช่องสำหรับ HDD 3.5″ การติดตั้งชุดระบายความร้อน ทำได้ทั้งชุดพัดลมได้สูงสุด 9 ตัว และชุดน้ำ ติดตั้ง Radiator 360mm ได้ 

ที่ชอบเลยก็คือ ด้านหลังมีช่องเก็บสายเคเบิล ที่เปิดออกได้ ไม่ต้องแกะให้วุ่นวาย ความหนาที่มากพอสำหรับ ม้วนสายเอาไว้ในนั้น แทบจะมองไม่เห็นสายต่อเลยก็ว่าได้

10 อันดับ

เรื่องของราคายังไม่ได้เคาะออกมาเป็นทางการ ส่วนตัวมองว่า ถ้าคุณชอบเคสแบบนี้ ที่เปิดให้ลมเข้าหลายด้าน กระจกเทมเปอร์ที่โชว์ได้เกือบทุกอณู พร้อมกับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร กำเงินรอไว้ได้เลยครับ ไตรมาสแรกปีนี้ได้ลุ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: COUGAR


9.MSI MEG Prospect 700

มาถึงเคสที่ 9 แล้ว เคสนี้ ไม่ได้ถือว่าใหม่มาก เพราะเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2565 และสื่อบ้านเราก็ได้รีวิวกันไปบ้างแล้ว แต่ที่นำมาเพราะความล้ำสมัย มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี โดยเฉพาะการมีพาแนลบนตัวเคส สำหรับปรับแต่งสิ่งต่างๆ ภายใน 

10 อันดับ

กระจกเทมเปอร์สวยใสด้านข้าง เปิดกางได้ง่าย รวมถึงฝาปิดข้าง ที่เก็บสายไฟ ก็กว้างขวางดีทีเดียว

10 อันดับ

จอเป็นแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ ปรับโหมดไฟ ARGB ได้ เลือกได้หลายแบบ รวมถึงปรับรอบพัดลม มีโพรไฟล์ ตั้งเวลาเปิด-ปิดหน้าจอ ซิงก์กับซอฟต์แวร์บนเมนบอร์ดได้เช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับที่มีอยู่บนเกมมิ่งพีซีบางรุ่นของ MSI 

10 อันดับ

ภายในติดตั้งชุดน้ำ Radiator 360mm ได้ มีพัดลมให้เป็นแบบ ARGB จำนวน 4 ตัว หน้า 3 หลัง 1 ขนาด 140mm พาแนลด้านหลังปรับเลื่อนได้ สำหรับการวาง Radiator หรือจะใช้เป็นพัดลมก็ได้เช่นกัน พื้นที่ภายในวางการ์ดจอตัวใหญ่ๆ 3 พัดลมได้สบายๆ กว้างขวาง

10 อันดับ

แต่เรื่องของมิติ ก็อาจจะดูใหญ่พอสวมควร แต่ถ้ามองว่า ตั้งใจจะจับฮาร์ดแวร์แรงๆ รุ่นใหญ่ ยัดเข้าไปให้ได้ รวมถึงชุดน้ำ ผมว่า MSI รุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้เลย เคาะราคาอยู่ที่ประมาณ 14,900 บาทครับ มีจำหน่ายแล้ว สนใจก็ไปตำกันได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


10.ASUS HYPERION

เป็นเคสเกมมิ่งสำหรับคอเกม ที่มีความโดดเด่นในด้านการออกแบบ ซึ่งหากคุณเป็นแฟนบอยของ ASUS ROG เคสนี้ น่าจะเป็นทางของคุณ ตัวเคสขนาดใหญ่ เพิ่มระดับความสูง ให้อากาศไหลเวียนได้มากขึ้น และรองรับ Radiator ขนาด 420mm ได้ถึง 2 ตัวด้วยกัน กับการออกแบบรูปลักษณ์ที่ยังล้ำสมัย พร้อมใส่สีสันไฟ RGB มาเป็นทางเลือกให้กับการแต่งคอม กับการจัดวางเคส ที่ใช้โครงรูปตัว X ในการกระจายน้ำหนัก

10 อันดับ

ภายในเปิดให้เป็นห้องขนาดใหญ่ รับการติดตั้งเมนบอร์ด E-ATX ได้ พร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้สามารถรองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่อย่าง GeForce RTX4090 ได้สบาย ซึ่งสามารถใส่การ์ดจอได้ยาวสุดถึง 46cm เลยทีเดียว โดยให้พื้นที่แนวตั้งสูงสุด 13cm เผื่อการ์ดจอตัวใหญ่ จะได้ไม่ติดขอบฝาเคส

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโครงอะลูมิเนียม สำหรับรับกราฟิกการ์ดแบบ 2-way ยึดไม่ให้ตัวการ์ดห้อย หรือเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงยังจัดสายเคเบิลได้ง่ายกว่าเดิม

10 อันดับ

พื้นที่ด้านหลังเมนบอร์ดกว้างพอในการจัดเก็บสาย พร้อมกับแถบยาง เพื่อใช้ในการรัดจัดเก็บให้เป็นระเบียบ เช่นเดียวกับฝาปิดอะคลิลิคทางด้านหลัง ให้เปิดออก และใส่สายเข้าไปได้ โดยมีคอนโทรลเลอร์ ARGB มาในตัว เพื่อใช้ต่อเข้ากับบรรดาอุปกรณ์ที่รองรับ AURA Sync ซึ่งติดตั้งชุดอุปกรณ์ไฟ RGB เพิ่มได้ถึง 8 ชิ้นและพัดลมแบบ PWM 6 ตัว

10 อันดับ

นับว่าเป็นเคสคอมอีกรุ่นหนึ่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนและโมดิฟายได้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบประกอบคอมเซ็ตด้วยตัวเอง และเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปได้สะดวก การระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


Conclusion

10 อันดับ เคสคอม 2023 ที่เราได้รวบรวมมาในครั้งนี้ ในแต่ละรุ่นถือว่ามีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากมองกันที่นวัตกรรมแล้ว CYBERPOWERPC ถือว่ามีลูกเล่นที่น่าสนใจทีเดียว แต่ถ้าจะเน้นที่การระบายความร้อน MSI, COUGAR และ Cooler Master ก็มีทิศทางในการปรับแต่งเคสของตน เพื่อให้ผู้ใช้ได้นำไปใช้งานได้เลย แทบจะไม่ต้องเพิ่มเติมสิ่งอื่นใดมากนัก และยังรองรับการติดตั้ง Radiator ได้มากกว่า 1 ชุดอีกด้วย แต่ถ้าชอบความล้ำสมัย สวยงามเคสจาก COUGAR, MSI และ ASUS ก็ตอบโจทย์เกมเมอร์ และนักโมดิฟายได้ดี แต่ถ้าชอบความเก๋ไก๋ ดูไม่ซ้ำใคร สวยได้แม้จะมินิมอล เคสจาก InWin และ Hyte น่าจะเป็นสิ่งที่คุณชื่นชอบได้เป็นอย่างดีครับ ความชอบของคุณเป็นแบบใด เลือกใช้กันได้ตามสะดวก แล้วอย่าลืมคอมเมนต์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันบ้างนะครับ แล้วพบกันกับการรวบรวมข้อมูลไอทีครั้งต่อไปครับ

from:https://notebookspec.com/web/684474-10-pc-case-ces-2023

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มิตรแท้สายประหยัดเอาอยู่ทุกงานออฟฟิศ หัวใจ Ryzen 7000 Series ใหม่แกะกล่อง! ค่าตัว 16,400 บาทเท่านั้น!

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

รีวิว Lenova IdeaPad 1 1

Lenovo IdeaPad เป็นโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนมักคิดถึงเมื่อจะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่และมันมีสายตระกูลแยกย่อยไปอีกมากพอควร ส่วน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ซีพียู AMD Ryzen 7000 Series ก็ยังคงคอนเซปท์โน๊ตบุ๊คสายทำงานราคามิตรรักนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือเพิ่งจบใหม่ได้งานทำก็หาโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีราคาเพียง 16,400 บาท ถือว่าราคาสมเหตุผลมาก ยิ่งใครทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บทำงานผ่านทางเบราเซอร์เป็นหลักล่ะก็ IdeaPad 1 ก็นับว่าเหลือเฟือมาก

Advertisementavw

ด้านบอดี้ตัวเครื่องแม้จะเป็นพลาสติกแต่งานประกอบถือว่าแข็งแรงทนทานและดีไซน์ยังสวยเรียบง่าย น่าจะถูกใจผู้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบอดี้สวยเรียบง่ายแน่นอน ภายในเครื่องได้ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ติดตั้งมาให้ หาก SSD ติดเครื่องรันงานได้ไม่เร็วไม่ทันใจก็อัพเกรดไปใช้รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงขึ้นได้และแรมยังเป็น LPDDR5 จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้ทาง Lenovo จะติดตั้งมา 8GB ก็ยังทำงานได้เร็วทันใจไม่เจออาการเครื่องหน่วงทำงานช้าแน่นอน

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

NBS Verdicts

IdeaPad Slim 1 DSC00272

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รุ่นใหม่ที่อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen 3 7320U แล้วและทาง Lenovo ตั้งราคามาเพียง 16,400 บาท ถือเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปคดีราคาเป็นมิตรกับผู้ใช้มาก เมื่อดูประกอบกับสเปคแล้วก็ถือว่าทาง Lenovo ให้มาคุ้มค่า ได้ M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz และจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ด้วยก็นับว่าคุ้มค่าสุดๆ หาคู่เปรียบเทียบในระดับราคาใกล้เคียงกันได้ค่อนข้างยาก ซึ่งรุ่นที่สเปคไล่เลี่ยกันราคาอาจราคาสูงขึ้นไปถึงระดับ 19,990 บาทหรือสูงกว่านั้นได้เลย และน้ำหนักตัวเครื่องยังเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์แล้วก็อยู่ราว 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายไม่ลำบากแน่นอน

นอกจากนี้กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ในตัวก็มีประสิทธิภาพสูงพอทำงานกราฟิคหรือใช้เปิดเล่นเกมออนไลน์ก็ใช้งานได้ดีระดับหนึ่งทีเดียวและยังรองรับชุดคำสั่ง AV1 ด้วย เวลาเปิดดู Livestream หรือดูคลิปความละเอียดสูงบน YouTube ก็รันได้ลื่นไหลแถมยังได้พอร์ตพื้นฐานต่างๆ ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบเครื่องไม่ว่าจะ USB-A, USB-C, HDMI หรือแม้แต่ SD Card Reader ก็มีให้ใช้ด้วย จึงไม่ต้องหาพอร์ตมาต่อเสริมให้เปลืองเงินเลย

ด้านข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีอยู่เล็กน้อย อย่างแรกคือคีย์บอร์ดจะไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ เวลาใช้งานในที่แสงน้อยแล้วผู้ใช้คนไหนไม่ถนัดพิมพ์สัมผัสอาจจะทำงานได้ไม่สะดวกนัก และการอัพเกรดจะทำได้แค่ถอดเปลี่ยน M.2 NVMe SSD ได้อย่างเดียว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้งานสเปคเดิมจากโรงงานแล้วหันไปซื้อ External HDD/SSD มาเซฟงานแทนจะสะดวกกว่ามาก

ข้อดีของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาให้ใช้จากโรงงานแล้ว
  2.  แรมออนบอร์ดมีความจุ 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz ประสิทธิภาพดีและประหยัดแบตเตอรี่
  3. กราฟิคการ์ดออนบอร์ด AMD Radeon 610M ใช้เล่นเกมออนไลน์หรือทำงานได้ดี
  4. จัดการอุณหภูมิในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี แม้รันงานเต็มที่ตัวเครื่องก็ไม่ร้อนเลย
  5. มีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบถ้วนทั้ง USB-A, USB-C, SD Card Reader ไม่ต้องใช้ตัวแปลง
  6. มี Privacy Shutter ให้เลื่อนปิด Webcam เมื่อไม่ต้องการใช้งาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
  7. หน้าจอสามารถกางได้กว้างมากราว 170 องศา สามารถปรับมุมองศาหน้าจอให้มองได้สะดวก
  8. บอดี้ตัวเครื่องแม้เป็นพลาสติกแต่ก็ประกอบมาได้แข็งแรงทนทานและแกะอัพเกรดได้สะดวก
  9. น้ำหนักเครื่อง 1.5 กิโลกรัม สำหรับโน๊ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว ถือว่าเบาพกพาง่าย
  10. ประสิทธิภาพต่อราคาถือว่าคุ้มค่า เพียง 16,400 บาทก็หาซื้อมาใช้งานได้ง่ายๆ
  11. แบตเตอรี่ 42Wh สามารถใช้งานได้นานถึง 11 ชั่วโมงด้วย Radeon Chill
ข้อสังเกตของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
  1. แรมเป็นแบบออนบอร์ดจึงอัพเกรดได้เฉพาะ M.2 NVMe SSD เท่านั้น
  2. ไม่มีไฟ LED Backlit ถ้าใช้งานในที่แสงน้อยอาจทำงานไม่สะดวกบ้าง

รีวิว Lenovo IdeaPad 1 15AMN7

Specification

lenovo laptops ideapad 1i gen 7 14 AMD hero

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานเน้นความคุ้มค่า ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำเจ้าต่างๆ ได้ ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากเปลี่ยนเครื่องแต่ไม่อยากจ่ายแพงอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคของ IdeaPad 1 รุ่นใหม่จะเป็นดังนี้

สเปคของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7
CPU AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz
GPU AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
SSD M.2 NVMe SSD 256GB
RAM 8GB LPDDR5 บัส 5500MHz
Display 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
Connectivity USB 2.0 x 1, USB-A 3.1 Gen 1 x 1, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 1.4b x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1

Software Windows 11 Home
Weight 1.58 กิโลกรัม
Price 16,400 บาท

Hardware & Design

IdeaPad Slim 1 DSC00263

IdeaPad Slim 1 DSC00289
IdeaPad Slim 1 DSC00290
IdeaPad Slim 1 DSC00281

ดีไซน์ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะยังใช้บอดี้ร่วมกับ IdeaPad รุ่นก่อนหน้า มีความเรียบง่ายและสีตัวเครื่องเป็นสีเงินตัดกับกรอบหน้าจอสีดำ ทำให้ดูสวยเรียบร้อยและติดสติ๊กเกอร์แสดงคุณสมบัติเด่นและรุ่นซีพียูของตัวเครื่องเอาไว้ตรงที่วางข้อมือฝั่งว้าย ส่วนด้านขวามือจะเป็นป้ายอลูมิเนียมของ Lenovo ติดไว้ ซึ่งเหมือนกันกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นของทางบริษัท ส่วนมุมบนขวาเหนือคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Power และไฟ LED แสดงสถานะติดเอาไว้อีกดวงหนึ่งเพื่อบอกว่า ณ ตอนนี้เครื่องเปิดอยู่หรือไม่

IdeaPad Slim 1 DSC00276
IdeaPad Slim 1 DSC00301
IdeaPad Slim 1 DSC00256
IdeaPad Slim 1 DSC00257

ช่องระบายความร้อนของ IdeaPad 1 จะถูกดีไซน์ซ่อนเอาไว้ขอบส่วนบนเหนือแป้นคีย์บอร์ดและเป็นช่องเล็กเพียงช่องเดียวเท่านั้น เนื่องจากทาง Lenovo ติดตั้งพัดลมโบลวเวอร์เอาไว้เพียงตัวเดียว ก้านบานพับหน้าจอดีไซน์นก้านเดียวขนาดใหญ่ติดเอาไว้และมีฐานขาของหน้าจอติดเอาไว้ด้านในเครื่อง เมื่อลองกางหน้าจอดูแล้วต้องถือว่ามันแข็งแรงไม่มีอาการโยกคลอน ดังนั้นก้านบานพับและชิ้นส่วนขยับได้ของเครื่องนี้ถือได้ว่าแข็งแรงทนทาน กางเปิดพับปิดหลายครั้งไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00275

ด้านดีไซน์ก้านบานพับของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกออกแบบให้มันกางได้กว้างมากราว 170 องศา มันจึงปรับมุมองศาให้เข้ากับมุมสายตาได้ง่าย จะวางบนโต๊ะทำงานตามปกติหรือวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็ใช้ได้สะดวกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังกางให้เพื่อนร่วมงานดูเนื้อหาบนหน้าจอเวลาทำงานด้วยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น 

IdeaPad Slim 1 DSC00298

ฝาหลังของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นพลาสติกสีเงินเหมือนตัวเครื่องแถบโซนคีย์บอร์ด แต่มีเพลตโลโก้ของทาง Lenovo ติดไว้ตรงมุมบนซ้ายมือของตัวเครื่องดูเรียบง่ายไม่รกเกะกะ ถูกใจผู้ใช้ที่ชอบดีไซน์ที่เรียบร้อยไม่หวือหวาอย่างแน่นอน

IdeaPad Slim 1 DSC00240

ฝาใต้ตัวเครื่องเป็นพลาสติกเนื้อด้าน มีแถบยางกันลื่นและรองเครื่องอยู่ไว้ 3 เส้น แบ่งเป็นเส้นสั้น 2 เส้นด้านล่างทั้งสองฝั่งใกล้ๆ กับลำโพงกับแถบยางเส้นยาวที่ขอบบนของฝาใต้ตัวเครื่องเหนือจากช่องนำลมเครื่องไประบายความร้อน มีน็อตหัวแฉก Philips Head 10 ดอกขันล็อคฝาใต้เข้ากับตัวเครื่อง ใช้ไขควงธรรมดาขันถอดใส่เข้ากลับได้ตามต้องการและยังเปิดฝาอัพเกรดได้สะดวกซ่อมเครื่องได้ง่ายมาก

Screen & Speaker

IdeaPad Slim 1 DSC00266

IdeaPad Slim 1 DSC00269
IdeaPad Slim 1 DSC00267
IdeaPad Slim 1 DSC00270
IdeaPad Slim 1 DSC00271

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นจอขอบบางฝั่งซ้ายและขวา ส่วนขอบบนจะหนาขึ้นเพื่อติดตั้งชุดกล้อง, ไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของกล้องและไมโครโฟนสำหรับพูดคุยสื่อสารเวลาประชุมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีบานสไลด์ Privacy Shutter ติดตั้งมาให้สไลด์ปิด Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งานได้อีกด้วย แม้จะเป็นฟีเจอร์เล็กน้อยแต่ก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้รู้สึกดีขึ้น เมื่อไม่ต้องการใช้งานและไม่อยากให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะระบบเข้ามาเปิดกล้องโดยพลการก็สามารถสไลด์ปิดกล้องทิ้งได้เลย

ถ้าสังเกต จะเห็นว่าขอบบนหน้าจอจะไม่ได้ราบเป็นระนาบเดียวเหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่วไปแต่จะทำหยักเป็นสันยื่นขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนกับโน๊ตบุ๊คตระกูล Yoga ให้เจ้าของเครื่องกางเปิดหน้าจอได้สะดวกขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00300

Screenshot 5
luminance
display

อย่างไรก็ตาม หน้าจอของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่เป็นเกรดพื้นฐานทั่วไป สามารถมองเห็นภาพและข้อความบนหน้าจอได้กว้าง 178 องศาก็ตาม แต่บางมุมหน้าจออาจจะมีเงาขึ้นมาบนหน้าจอเล็กน้อย และเมื่อทดสอบด้วย DisplayCal 3 และใช้เครื่อง Colorchecker ของ Calibrite วัดค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงของหน้าจอนี้ได้ 54.8% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 ส่วน Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีโดยรวมทั้งหมดของจอนี้ทำได้อยู่ที่ 55% sRGB, 37.9% Adobe RGB, 38.9% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 0.11~4.74 ซึ่งแม้จะแสดงภาพและสีสันบนหน้าจอได้ดีและพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ก็ตาม แต่ถ้าทำงานอาร์ทแต่งภาพถ่ายจากกล้องแนะนำให้ต่อหน้าจอเฉพาะทางใช้งานจะดีกว่า

ความสว่างหน้าจอที่วัดได้จาก DisplayCal 3 เมื่อปรับความสว่าง 100% จะได้ความสว่าง 234.39 cd/m2 ซึ่งสว่างพอใช้ทำงานในออฟฟิศได้สบายๆ แต่อาจมีเงาสะท้อนตอนมีแสงอาทิตย์ส่องกระทบหรืออยู่นอกอาคารอาจจะสู้แสงในบางโอกาสไม่ได้บ้าง ดังนั้นถ้าใครนั่งทำงานชานนอกร้านกาแฟบ่อยๆ อาจจะใช้งานไม่สะดวกเล็กน้อย

IdeaPad Slim 1 DSC00244
IdeaPad Slim 1 DSC00245
IdeaPad Slim 1 DSC00246
IdeaPad Slim 1 DSC00247

ลำโพงของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นลำโพงคู่กำลังขับ 3 วัตต์ (1.5 วัตต์ x 2) เมื่อปรับเสียงลำโพงดังสุด 100% แล้ววัดด้วยเครื่องวัดเสียงได้ความดังราว 83dB แต่เนื้อเสียงเมื่อทดลองฟังแล้วโทนเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องนำเด่นขึ้นมาและเบสสนับสนุนเสียงได้ระดับหนึ่ง แต่แรงปะทะจะน้อยและไม่โดดเด่นนัก ซึ่งถ้าใช้ประชุมออนไลน์, เปิดดูคลิปและ Podcast ต่างๆ ใน YouTube ก็ถือว่าพอฟังได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่โดดเด่นนักและผู้เขียนแนะนำว่าถ้าต้องการฟังเพลงให้ได้อรรถรสควรต่อลำโพงหรือใส่หูฟังเพลงแทนจะดีที่สุด

Keyboard & Touchpad

IdeaPad Slim 1 DSC00277

IdeaPad Slim 1 DSC00278
IdeaPad Slim 1 DSC00279
IdeaPad Slim 1 DSC00283
IdeaPad Slim 1 DSC00280
IdeaPad Slim 1 DSC00282
IdeaPad Slim 1 DSC00284
IdeaPad Slim 1 DSC00288
IdeaPad Slim 1 DSC00285

คีย์บอร์ดแบบ Full-size ของ Lenovo IdeaPad 1 เป็นคีย์บอร์ดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่แยกชุดปุ่มลูกศรออกมาจากชุดคีย์บอร์ดปุ่มหลักและมีปุ่ม Function Key ติดตั้งมาให้โดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะปุ่มลูกศรที่มี Page Up/Down, Home, End ที่รวมเอาไว้กับปุ่มลูกศร มีปุ่ม Insert อยู่กับ Numpad 0 และเครื่องหมายมหัพภาค (.) เป็นปุ่ม Del ที่ต้องกด Fn ร่วมด้วยถึงจะทำงาน ด้านปุ่ม Function Key ในบรรทัดบนถัดจาก F12 จะมี Insert ซึ่งมีคำสั่ง User Define Key ให้เจ้าของเครื่องตั้งค่าเรียกโปรแกรมหรือคำสั่งอื่นๆ ได้และ Print screen เมื่อกด Fn แล้วจะเรียกโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมาใช้งานได้ ส่วนปุ่ม Esc จะมี Fn Lock ติดตั้งมาให้กดสลับเลเยอร์ของ F1~F12 กับ Function Hotkey ด้วย

ส่วนจุดน่าสนใจของคีย์บอร์ด IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็น Multimedia Key เหนือชุด Numpad โดยมีปุ่มเล่น/หยุดเพลงชั่วคราว, หยุดเล่นเพลง, เล่นเพลงก่อนหน้าและปุ่มเล่นเพลงถัดไปติดมาให้ใช้งานเช่นเดียวกันกับโน๊ตบุ๊ค IdeaPad รุ่นก่อนหน้า ช่วยให้ใช้ทำงานได้สะดวกทีเดียว ส่วนตัวปุ่มจะมีระยะกดสั้น ใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็ทำงานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไม่มีไฟ LED Backlit ติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าใครยังพิมพ์สัมผัสไม่ถนัดอาจใช้งานในที่แสงน้อยไม่สะดวก ซึ่งดูน่าเสียดายอยู่บ้างที่ทาง Lenovo ไม่ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้มาให้ใช้ด้วย

IdeaPad Slim 1 DSC00287

ปุ่ม F1~F12 ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมี Function Hotkey ติดตั้งมาให้ใช้งาน โดยคำสั่งจะมีส่วนคล้ายกับ IdeaPad หลายๆ รุ่นและมีคีย์ให้ใช้งานดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F5~F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – เปิดคำสั่ง Settings
  • F10 – Windows Lock
  • F11 – ปุ่มคีย์ลัด Windows+Tab เรียกโปรแกรมที่เปิดอยู่ขึ้นมาให้เลือกสลับใช้งาน
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator

แม้ Function Hotkey ของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะคล้ายกับคีย์ลัดของ IdeaPad หลายๆ รุ่นที่วางจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ก็ตามแต่ก็มีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับเครื่องแต่ละรุ่นด้วย และทางบริษัทก็ติดตั้งคีย์ลัดที่จำเป็นต้องใช้งานอย่างคำสั่งเรียก Calculator ตรง F12 ซึ่งอยู่ใกล้ชุด Numpad พอดี ซึ่งถ้าผู้ใช้ปรับตัวได้แล้วก็จะใช้งานได้สะดวกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนคิดว่าทาง Lenovo ควรจะเปลี่ยนปุ่มเรียกคำสั่ง Settings ของ Windows 11 ออกไปแล้วใส่ปุ่มปิดการทำงานทัชแพดเข้ามาแทนจะดีกว่า เนื่องจากบางครั้งผู้ใช้บางคนอาจจะต่อเมาส์แยกแล้วไม่อยากให้ทัชแพดมารบกวนการทำงานจะได้ปิดทิ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น

IdeaPad Slim 1 DSC00291
IdeaPad Slim 1 DSC00293

ทัชแพดของ IdeaPad 1 จะมีขนาดใหญ่และรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน ใช้งานได้สะดวกพอควร แต่ตัวแป้นจะติดตั้งใกล้มือซ้ายเป็นพิเศษ เวลาวางมือแล้วสันมือซ้ายจะพาดลงไปบนตัวแป้นพอดี แต่ก็ไม่ค่อยเจอปัญหาทัชแพดลั่นอย่างที่ผู้ใช้บางคนกังวลอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการป้องกันเอาไว้ก่อนก็สั่งปิดการทำงานในคำสั่ง Settings ได้เช่นกัน

Connector / Thin & Weight

IdeaPad Slim 1 DSC00297
IdeaPad Slim 1 DSC00296

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งซ้ายและขวา โดยจะมีพอร์ตใช้งานดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 1, HDMI 1.4b, USB-C 3.2 Gen 1 (ใช้ถ่ายโอนไฟล์เท่านั้น), Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – SD Card Reader, USB 2.0
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

ถึง IdeaPad 1 15AMN7 จะเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพง แต่ทาง Lenovo ก็ยังติดตั้งพอร์ตพื้นฐานมาให้ใช้งานค่อนข้างครบถ้วนทีเดียว ไม่ว่าจะ USB-A, USB-C ก็มีให้ใช้งาน แม้แต่ USB 2.0 ก็ยังให้มาด้วยเผื่อใช้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดเพื่อทำงาน จะได้ไม่รบกวน USB-A 3.2 ฝั่งซ้ายมือนั่นเอง และยังได้ Wi-Fi 6 อีกด้วย ซึ่งโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้บางรุ่นยังเป็น Wi-Fi 5 อยู่ด้วยซ้ำ ก็กล่าวได้ว่าทาง Lenovo ให้พอร์ตมาครบพอใช้งานดีทีเดียว

IdeaPad Slim 1 DSC00235

IdeaPad Slim 1 DSC00239
IdeaPad Slim 1 DSC00236
IdeaPad Slim 1 DSC00308

น้ำหนักของตัวเครื่องในหน้าสเปคนั้นเคลมเอาไว้ 1.58 กิโลกรัม เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วได้ 1.59 กิโลกรัม ถือว่าน้ำหนักใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ เมื่อรวมอแดปเตอร์กำลังชาร์จ 65 วัตต์ น้ำหนัก 320 กรัมเข้าไปแล้ว น้ำหนักสุทธิจะอยู่ที่ 1.91 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเทียบกับบรรดาโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วด้วยกันแล้ว ต้องถือว่า Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเบาพกพาง่าย สามารถพกเครื่องติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากจะผู้ชายหรือผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็พกได้สบายๆ แน่นอน 

Inside & Upgrade

IdeaPad Slim 1 DSC00248

การอัพเกรด IdeaPad 1 15AMN7 สามารถขันน็อตที่ล็อคฝาใต้ตัวเครื่องออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ตามขอบแล้วดึงฝาใต้ตัวเครื่องออกได้ทันที แต่เมื่อดูบนเมนบอร์ดแล้วจะเห็นว่าจุดที่อัพเกรดได้ มีแต่ M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2242 ที่ติดแผ่นเหล็กยืดระยะให้ยาวขึ้นเป็น M.2 2280 เพียงตัวเดียวเท่านั้น หัวอินเตอร์เฟสได้อัพเกรดเป็น PCIe 4.0 แต่แรมของเครื่องนี้จะเป็นออนบอร์ดจึงอัพเกรดอะไรได้ไม่มาก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าอย่างมากอาจจะถอดเปลี่ยน SSD ตัวหลักเปลี่ยนเป็นรุ่นอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นแทนก็พอแล้วหรือจะใช้งานเดิมๆ ไปเลยก็ดีเช่นกันแล้วหาซื้ออุปกรณ์เสริมมาใช้งานควบคู่กันจะดีกว่า

Performance & Software

cpu

mb
ram

ซีพียูของ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ถูกอัพเกรดมาเป็น AMD Ryzen 3 7320U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4~4.1GHz ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นปรับปรุงรุ่นใหม่ของทาง AMD โดยมีค่า TDP 15 วัตต์ จึงจึดการพลังงานดีใช้งานได้หลายชั่วโมงและขนาดทรานซิสเตอร์ในตัวชิปเล็กเพียง 6 nm

เมนบอร์ดของ IdeaPad 1 นั้น ทาง Lenovo เป็นผู้ผลิตเองและติดตั้งอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 มาให้ใช้งานแล้ว สามารถเลือกติดตั้ง M.2 NVMe SSD ขนาด M.2 2280 รุ่นใหม่ความเร็วสูงได้ มีแรมออนบอร์ดมา 8GB LPDDR5 มีความเร็วรับส่งข้อมูลสูง ใช้เปิดเบราเซอร์และโปรแกรมต่างๆ เอาไว้แล้วใช้งานได้ค่อนข้างลื่นไหลต่อเนื่อง

314002974 619270526469025 4210931403582844625 n

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจยังไม่ทราบวิธีการอ่านรหัสของ AMD Ryzen 7000 Series ว่าเป็นเช่นไร โดยทาง AMD ได้เปลี่ยนวิธีการตั้งชื่อรหัสรุ่นซีพียูใหม่โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 นี้เป็นต้นไป โดยวิธีการอ่านชื่อรุ่นตัวเลข 4 หลักกับ 1 ตัวอักษร จะเป็นดังนี้

  • ตัวเลขหลักแรก – ใช้บอก Model Year หรือปีที่ซีพียูรุ่นดังกล่าวเปิดตัว โดยเริ่มจากรหัส 7 คือปี 2023, รหัส 8 คือปี 2024 และรหัส 9 คือปี 2025 และคาดว่าปี 2026 ทาง AMD จะประกาศการใช้ตัวเลขใหม่อีกครั้งหนึ่ง
  • ตัวเลขหลักที่สอง – Segment ของซีพียู โดยซีพียูแต่ละรุ่นจะแยกเป็น Tier ทั้งหมด 2 ระดับ คือ รุ่นธรรมดาและรุ่นบนซึ่งมีตัวเลขสูงกว่า จากภาพคือ
    • X1XX ~ X2XX – Athlon โดย X1XX เป็น Silver และ X2XX เป็น Gold
    • X3XX ~ X4XX – Ryzen 3 ซึ่ง X3XX เป็นรุ่นธรรมดา X4XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X5XX ~ X6XX – Ryzen 5 ซึ่ง X5XX เป็นรุ่นธรรมดา X6XX เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง
    • X7XX ~ X8XX – Ryzen 7 ซึ่ง X7XX เป็นรหัสเฉพาะ Ryzen 7 เท่านั้น ส่วน X8XX อาจะเป็น Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 ก็ได้ แต่มีประสิทธิภาพสูง
    • X9XX – รหัสเฉพาะ Ryzen 9 เท่านั้น
  • ตัวเลขหลักที่สาม – บ่งบอกสถาปัตยกรรมของซีพียูว่าเป็นรุ่นใด โดยแบ่งแยกดังนี้
    • 1 – Zen 1 / Zen+
    • 2 – Zen 2
    • 3 – Zen 3 / Zen 3+
    • 4 – Zen 4
    • 5 – Zen 5
  • ตัวเลขหลักที่สี่ – แยกโมเดลในรุ่นว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงหรือรุ่นมาตรฐาน โดยใช้เลข 0 แทนรุ่นมาตรฐานในซีรี่ส์ ถ้าเป็นเลข 5 แทนรุ่นประสิทธิภาพสูง
  • ตัวอักษรท้ายชื่อ – Form Factor และค่า TDP เอาไว้จำกัดความว่าซีพียูตัวนั้นๆ โดดเด่นเรื่องใด
    • HX – รุ่นประสิทธิภาพสูงสุด ค่า TDP 55 วัตต์ขึ้นไป
    • HS – รุ่นประสิทธิภาพสูงเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งบางเบาเหรือ Creator ค่า TDP 35 วัตต์ขึ้นไป
    • U – โน๊ตบุ๊คบางเบาคุณภาพสูง (Premium Ultrathin) ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • C – ซีพียูเพื่อ Chromebook โดยเฉพาะ ค่า TDP 15~28 วัตต์
    • e – เป็นรุ่นย่อยของรหัส U แต่ถูกออกแบบให้ทำงานแบบไม่ใช้พัดลม ค่า TDP 9 วัตต์

จะเห็นว่าตั้งแต่ AMD Ryzen 7000 Series เป็นต้นไป วิธีการอ่านชื่อเรียกรุ่นของทาง AMD จะถูกเปลี่ยนมาใช้แบบนี้แทน หากใครต้องการทราบว่าซีพียูในโน๊ตบุ๊คของตนเองเป็นแบบใด ก็สามารถยึดตามนี้ได้เลย และหากจำกัดความให้กับ AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แล้ว ก็คือ

AMD Ryzen 3 ผลิตในปี 2023 เป็นรุ่นมาตรฐาน สถาปัตยกรรม Zen 2 ผลิตมาเพื่อใช้ในโน๊ตบุ๊คบางเบาประสิทธิภาพสูง ค่า TDP 15~28 วัตต์

gpu z

กราฟิคการ์ดออนบอร์ดของ AMD Ryzen 3 7320U จะเป็น AMD Radeon 610M แบบ 2 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz ใช้ประมวลผลกราฟิคต่างๆ ไม่ว่าจะแสดงภาพขึ้นหน้าจอ, ตัดต่อแต่งภาพหรือแม้แต่ใช้ทำงานก็ได้ รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และได้ Ray Tracing ในตัวและยังรองรับการเข้ารหัสแบบ AV1 อีกด้วย

devicemgr

พาร์ทภายในเครื่องเมื่อเช็คใน Device Manager แล้ว นอกจากชิป TPM 2.0 สำหรับใช้ทำงานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัย Windows 11 และ AMD PSP 10.0 แล้ว ก็ได้ Wi-Fi PCIe Card รุ่น Realtek RTL8852BE ซึ่งรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ในตัว ซึ่งจากการใช้งานจริง ต้องถือว่าชิป Realtek ตัวนี้ทำงานได้ดีมากและสเปคถือว่าคุ้มค่าอีกด้วย นั่นเพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 20,000 บาท มักได้ชิป Wi-Fi 5 เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า IdeaPad 1 นี้คุ้มค่ามาก

crystaldiskmark

M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB จากโรงงานเป็นของ Samsung รหัส MZAL4256HBJD-00BL2 เมื่อทดสอบความเร็วอ่านเขียนข้อมูลด้วย CrystalDiskMark 8 แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 1,768.56 MB/s และ Sequential Write 1,337.42 MB/s ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าเร็วพอสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งแล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนคิดว่ายังช้าไปไม่ทันใจจะอัพเกรดเป็นรุ่นอื่นที่มีความเร็วสูงกว่านี้ก็ได้เพราะอินเตอร์เฟส SSD ก็เป็น PCIe 4.0 แล้ว แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าแทนที่จะเปลี่ยน SSD ก็ขอแนะนำให้ซื้อ External Harddisk/SSD แบบ USB-C สำหรับเซฟงานแยกไปเลยจะดีกว่า

Screenshot 1 1

ประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 3 7320U ด้านการเล่นเกม เมื่อทดสอบด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนเฉลี่ย 633 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,306 คะแนน และ Graphics score 554 คะแนน ซึ่งเป็นระดับคะแนนทั่วไปของโน๊ตบุ๊คพร้อมการ์ดจอออนบอร์ด ในแง่การเล่นเกมต้องถือว่าอยู่ในระดับทั่วไป

จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมดูแล้ว AMD Ryzen 3 7320U ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 พอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 โดยปรับกราฟิคสูงสุดได้และไม่กระตุกตอนมีเอฟเฟคในเกมเยอะๆ แน่นอน แต่เมื่อเป็นเกมที่เน้นกราฟิคมากขึ้นอย่าง Genshin Impact ต้องปรับกราฟิคระดับ Low แต่ยังเปิดเฟรมเรทระดับ 60 fps ถึงพอจะเล่นได้บ้าง แต่เมื่อเป็นเกมฟอร์มใหญ่อย่าง Resident Evil Village จะเกิดอาการหน่วงและแล็คอย่างเห็นได้ชัด

สรุปได้ว่า IdeaPad 1 ถ้าเล่นเกมเน้นกราฟิคอย่าง Genshin Impact หรือ Resident Evil Village จะไม่เหมาะนักและต้องปรับกราฟิคระดับ Low ถึงจะพอเล่นได้ แต่ถ้าเน้นทางซีพียูเป็นหลักอย่าง DotA 2 จะเล่นได้แน่นอนหรือถ้าเป็นเกม 8-bit และ JRPG พอร์ตมาจากเครื่องคอนโซลก็ไม่มีปัญหา

Screenshot 2

ด้านการทำงาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ทำคะแนนเฉลี่ยในโปรแกรมทดสอบอย่าง PCMark 10 ไปได้ 4,162 คะแนน ใช้ทำงานทั่วไปอย่างประชุมงานออนไลน์, เปิดเว็บเบราเซอร์, ทำงานเอกสารได้ดี แต่ด้านการแต่งภาพทำงานอาร์ทต้องถือว่าพอใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ไหลลื่นเท่ากับโน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกเพื่อรันงานกราฟิคโดยเฉพาะ ดังนั้นลักษณะการทำงานที่เหมาะกับ IdeaPad 1 เป็นงานเอกสารและเน้นเปิดเว็บทำงานดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก หากเป็นนักศึกษา, พนักงานออฟฟิศหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทก็เหมาะกับมันอย่างแน่นอน

Screenshot 3
Screenshot 4

การทดสอบจำลองโมเดล 3D ด้วย CINEBENCH R15 จะเห็นว่า Ryzen 3 7320U ทำคะแนน OpenGL ได้ 63.14 fps ได้คะแนน CPU 757 cb ด้านของ CINEBENCH R20 ซึ่งเน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูแล้วจะได้คะแนน CPU 1,787 pts ซึ่งผลคะแนนจากทั้งสองโปรแกรมนี้ถือว่าตัว IdeaPad 1 พอจะใช้รันงานกราฟิคทั่วไป อย่างการตัดต่อหรือแต่งภาพได้และพอใช้พรีวิวโมเดล 3D ได้ระดับหนึ่ง แต่ใช้โมเดลในโปรแกรม Blender อาจจะไม่ไหลลื่นไหลนักแต่ก็พอใช้ทำงานได้ระดับหนึ่ง

vantage 1

นอกจากนี้ ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะมีโปรแกรม Lenovo Vantage สำหรับปรับแต่งตัวเครื่อง, อัพเดทเฟิร์มแวร์หรือแม้แต่ต่อประกันภายในตัวได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใครซื้อ IdeaPad 1 มาใช้งานแล้ว ควรเปิดโปรแกรมนี้มาอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั้งหมดควบคู่กับระบบ Windows Update ให้เฟิร์มแวร์ในเครื่องเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเสมอจะได้ทำงานได้ดีที่สุด

Battery & Heat & Noise

IdeaPad Slim 1 DSC00252

แบตเตอรี่ใน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นแบตเตอรี่ขนาดไม่ใหญ่มาก มีความจุ Typical Capacity 3,735mAh หรือ 42Wh ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 3,635mAh หรือ 40Wh ขนาดตัวแบตเตอรี่ไม่ใหญ่มากและวางตัวยาวสุดขอบลำโพงทั้งสองด้าน

Screenshot 2023 01 27 104148

batt
Screenshot 2023 01 27 122605

ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้เหลือ 50%, ลดเสียงลำโพงเหลือ 10% และใช้โหมด Battery Saver เปิด Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 42Wh จะใช้งานได้นานเพียง 6 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งถือว่าไม่นานเท่าที่ควร ถ้าไปพบลูกค้าหรือเข้าห้องเรียนจดเลคเชอร์อาจจะใช้งานได้ไม่จบวัน

ในทางกลับกันวิธีการยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้นานยิ่งขึ้นสำหรับโน๊ตบุ๊ค AMD Ryzen โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็น Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 ให้ใช้ AMD Software: Adrenalin Edition ตั้งค่า Graphics Profile เป็น Power Saving และเปิด Radeon Chill และจำกัด Min FPS ให้เหลือ 30 Fps เพื่อลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น เปิดความสว่างและเสียงเท่ากันและใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาทีเท่ากัน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 จะใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง 53 นาที เท่ากับได้เพิ่มมาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง จัดเป็นวิธีการตั้งค่าจัดการพลังงานที่ดี ช่วยให้ใช้ทำงานได้นานขึ้นมากและแม้จะจำกัด FPS ลงมาแต่ก็ยังใช้ทำงานออฟฟิศหรือเปิดดูหนังฟังเพลงก็ได้สบายๆ 

IdeaPad Slim 1 DSC00258

normaltemp
gaming temp

นอกจากนี้จุดเด่นของ AMD Ryzen 3 7320U คือเรื่องอุณหภูมิในเครื่องเวลาใช้งาน ซึ่งตอนใช้งานตามปกติแล้วเครื่องจะไม่ร้อนและพัดลมแทบจะไม่หมุนส่งเสียงรบกวนเลย และพอเช็คด้วยโปรแกรม CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิของซีพียูวิ่งอยู่ราว 36~43 องศาเซลเซียสเท่านั้น พอเปิดเกมแล้วปรับโหมดตัวเครื่องเป็น Performance แล้ว อุณหภูมิขึ้นไปเป็น 36~74 องศาเซลเซียส เฉลี่ยราว 48 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมแม้จะรันเต็มที่แล้วก็ตามแต่พอวัดด้วยเครื่องวัดเสียงแล้ว เสียงพัดลมดังสุดราว 55dB ซึ่งดังพอได้ยินว่าเครื่องกำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่ไม่หนวกหูอย่างแน่นอน

User Experience

IdeaPad Slim 1 DSC00272

ประสบการณ์การใช้งาน Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักมาราว 1 สัปดาห์ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คราคา 16,400 บาทในยุคปี 2023 นั้นใช้งานได้ดีเกินตัว แม้จะมีแรมแค่ 8GB ก็ตาม แต่พอเป็น LPDDR5 ซึ่งเป็นแรมออนบอร์ดและประสิทธิภาพสูงพอควร ก็สามารถรันงานต่างๆ ให้เสร็จได้เร็วขึ้นมาก ยิ่งถ้าใครทำงานโดยใช้เบราเซอร์ เปิด WordPress, Google Doc ฯลฯ เป็นหลัก ต้องถือว่าพลังของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นดีพอใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้ดีมากโดยเฉพาะงานเอกสารหรือแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ เพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ถือว่าดีเหลือเฟือพลังประมวลผลเหลือใช้และยังเย็นตลอดเวลาอีกด้วย จัดเป็นตัวเลือกที่น่าใช้มากๆ

ด้านการพกพา น้ำหนัก Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 รวมอแดปเตอร์อยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเกินไปและเทียบกับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นต้องถือว่าน้ำหนักเบาใส่กระเป๋าพกไปไหนมาไหนได้สะดวกหรือสาวๆ ที่มีกระเป๋าสะพายใบเล็กจะถือติดมือยกไปไหนมาไหนก็ไม่หนักจนเกินไป เพราะตัวเครื่องอย่างเดียวหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่จากการทดลองใช้งานจริงผู้เขียนไม่แนะนำให้กดโหมด Battery Saver ของ Windows แต่ให้กด Fn+Q ปรับโหมดการทำงานแล้วใช้ควบคู่กับโปรแกรม AMD Software: Adrenalin Edition ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ในหัวข้อก่อนหน้าแทน จะทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่า และระยะเวลาใช้งานก็อยู่ได้นานใกล้เคียงกับที่โปรแกรม BatteryMon ทดสอบได้จริงด้วย ดังนั้นในแง่แบตเตอรี่และการจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 3 7320U นั้นก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เรื่องน่าติดใจเล็กน้อยหากใครจะใช้ Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 เครื่องนี้อีก 2~3 ปี อย่างแรกคือเรื่องแรมแม้มีความจุ 8GB LPDDR5 ก็ตาม แต่เมื่อเปิดเบราเซอร์ 10 แท็บและมีโปรแกรมอีกสัก 1~2 โปรแกรม เรื่องจะเริ่มหน่วงอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้บริหารจัดการโปรแกรมและแท็บเบราเซอร์ให้ดีอย่าเปิดทิ้งเอาไว้เยอะเกินจำเป็นจะดีกว่า เพียงเท่านี้ก็ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีอย่างแน่นอน

Conclusion & Award

Lenovo IdeaPad Slim 1

Lenovo IdeaPad 1 15AMN7 แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คธรรมดาๆ หน้าตาเรียบง่ายบอดี้พลาสติกที่สร้างมาเพื่อนักศึกษาและคนทำงาน ตีตลาดด้วยราคาเบาๆ เพียง 16,400 บาท แต่ได้ซีพียู AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำงานได้ดีเกินตัว ซึ่งทั้ง 4 คอร์ 8 เธรด ในเครื่องนั้นสามารถรันงานพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเปิดเบราเซอร์, ทำงานเอกสารหรือแม้แต่ดูหนังดู YouTube เพื่อความบันเทิงได้สบายๆ และยังจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิด Radeon Chill แล้ว แม้จะตั้งค่าความสว่างหน้าจอเอาไว้ 50% ก็ยังใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ดังนั้นในแง่สเปคต่อราคาถ้าหาเอาไว้ทำงานถือว่าคุ้มมากและน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม กับตัวเครื่อง 15.6 นิ้ว ถือว่าพกง่ายติดตัวไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายอีกด้วย

ด้านสเปคต่อราคาระดับนี้ถือว่า IdeaPad 1 15AMN7 เป็นโน๊ตบุ๊คที่เข้ามาเขย่าตลาดโน๊ตบุ๊คราคาต่ำกว่า 20,000 บาทให้มีสีสันได้อีกครั้ง ดังนั้นถ้าทาง Lenovo ทำตลาดและเปิดตัวโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ออกมาเรื่อยๆ ก็น่าจะจับใจผู้ใช้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแต่สเปคดีได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

award

award new value

best value

IdeaPad 1 15AMN7 ราคา 16,400 บาท แต่ได้ AMD Ryzen 3 7320U รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สบายๆ ดีต่อผู้ใช้ที่ยังเรียนอยู่หรือเพิ่งได้งานใหม่ ถือว่าเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินมาก

NBS award 4 Mobility

best mobility

ปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักยืนพื้น 1.8~2.5 กิโลกรัม แต่ IdeaPad 1 15AMN7 มีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาพกง่าย ติดตัวไปทำงานหรือเข้าห้องเรียนก็ได้สบายๆ

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ 42Wh ปกติแล้วจะอยู่ได้ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเปิด Radeon Chill แล้วก็ใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าระบบจัดการพลังงานของ AMD Ryzen 7320U ทำได้ดีขึ้นมาก ลบข้อครหาว่า AMD แรงแต่กินไฟไปได้อย่างสวยงาม

from:https://notebookspec.com/web/684449-review-lenovo-ideapad-1-15amn7

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน ทำไงดี? 7 วิธีเช็ค แก้ไข จัดการได้เอง ลดปัญหาความร้อน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน แก้ได้ใน 7 วิธี ตรวจเช็ค ปรับแต่ง ซ่อมแซม เปลี่ยนใหม่ จ่ายเบาๆ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน เป็นปัญหาที่หลายคนพบอยู่ แม้จะปี 2023 แล้วก็ตาม แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้สังเกต จนกว่าจะเจออาการหลังเล่นเกมต่อเนื่อง จนการ์ดจอร้อนขึ้น เกิดจอฟ้า เด้งออกจากเกม หรือภาพแตก แต่สิ่งนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากการ์ดจอทำงานผิดเพี้ยน พัดลมเสียหายเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการตั้งค่าการ์ดจอด้วย รวมถึงเรื่องของระบบการจ่ายไฟของเพาเวอร์ซัพพลาย ดังนั้นการแก้ไข ก็ต้องว่ากันไปตามอาการ แต่สามารถตรวจเช็คในเบื้องต้นได้ ด้วยการไล่ไปทีละขั้นตอน หรือถ้าใครมีเมนบอร์ด ที่มีสล็อต PCIe x16 มากกว่า 1 สล็อตหรือมีการ์ดจอตัวอื่นสำรอง หรือสามารถหยิบยืมมาได้ ก็จะช่วยให้วิเคราะห์อาการได้ชัดเจนมากขึ้น และบางทีอาจจะยังไม่ต้องส่งช่างซ่อมหรือส่งเคลมก็ได้ เรามาดูกันว่า จะสามารถเช็คอาการผิดปกติเหล่านี้ และมีวิธีการแก้ไขอย่างไรได้บ้าง


พัดลมการ์ดจอไม่หมุน แก้ไขอย่างไร?


จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เมื่อพัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่จะตามมาจากอาการพัดลมการ์ดจอไม่หมุน นั่นคือ ปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องของความร้อนสะสม เมื่อเปิดใช้งาน หากไม่ได้เล่นเกม ก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเล่นเกมแบบต่อเนื่อง ที่เมื่อการ์ดจอเริ่มทำงานหนัก แต่

Advertisementavw
พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การ์ดจออยู่ในเครื่องแกะเปิดเครื่องไม่เป็น แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพัดลมการ์ดจอไม่หมุน เรื่องนี้ก็สำคัญ เพราะหลายคน ก็ไม่ค่อยสะดวกในการแกะหรือเปิดเครื่องเอง หรือบางทีประกอบร้าน ก็อยากจะให้ร้านแกะเช็คให้ง่ายกว่า วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ

อุณหภูมิขึ้นสูงจนผิดปกติ: ให้สังเกตดูว่า เล่นเกมอยู่ แล้วเด้งหลุดออกจากเกมมั้ย หรือลองฟังเสียงพัดลมการ์ดจอดูได้ เวลาที่เล่นเกมหนักๆ ถ้าพัดลมยังทำงาน ส่วนใหญ่จะพอมีเสียงให้เราได้ยินบ้าง รวมถึงเช็คด้วยซอฟต์แวร์ที่ใช้เช็คฮาร์ดแวร์ก็ได้ จะเห็นรายละเอียดได้ชัดขึ้น เช่น OCCT, HWMonitor, MSI Afterburner และอื่นๆ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

GPUz: แนะนำเลยครับ สำหรับโปรแกรมนี้ เพราะตัวเล็ก ฟรี โหลดมาใช้ง่าย เช็คสเปคการ์ดจอพีซีและโน๊ตบุ๊คได้รวดเร็ว บอกรายละเอียดของการ์ดจอออนบอร์ดและแยกได้ครบถ้วน แม่นยำ โดยดูที่ชื่อการ์ดจออยู่ด้านล่างแล้วเลือกการ์ดจอรุ่นที่ต้องการดูข้อมูลได้ทันที จะแสดงทั้งชื่อรุ่นการ์ดจอ, สถาปัตยกรรมของการ์ดจอรุ่นนั้น ๆ รวมถึง เวอร์ชั่นของ DirectX และอื่น ๆ ได้ละเอียดมาก ส่วนหน้า Sensors จะใช้สำหรับเช็คสถานะการทำงานของการ์ดจอ เช่น GPU Clock, Memory Clock และดูอุณหภูมิ ทำให้เราทราบถึงความผิดปกติของการ์ดจอได้ทันที แถบอุณหภูมิจะไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าโปรแกรม GPUz นี้ ไม่ได้ระบุความเร็วรอบของพัดลมมาให้ แต่ก็พอดูได้ว่าการ์ดจอร้อนผิดปกติอย่างรวดเร็วหรือเปล่า

แสดงผลผิดปกติ: ส่วนใหญ่ถ้าอาการเป็นถึงขั้นนี้แล้ว ก็แทบจะเรียกว่าเป็นปัญหาหนัก เพราะการ์ดจออาจเกิดความเสียหาย จนการแสดงผลผิดเพี้ยน เช่น แตกเป็นลายๆ ภาพหาย ไปจนถึงเล่นเกมภาพค้างไปเลยก็มี แบบนี้ไม่ควรใช้ต่อ ส่งเคลมหรือร้านซ่อมให้เช็คให้ทันทีดีที่สุด


1.สลับเปลี่ยนไปใช้สล็อตอื่น

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้ในเวลานั้นเลย โดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นใด ให้วุ่นวาย และช่วยให้การตรวจเช็คพัดลมการ์ดจอไม่หมุนได้ง่ายที่สุด แต่เงื่อนไขเดียวที่จำเป็นก็คือ เมนบอร์ดของคุณนั้นจะต้องมีสล็อต PCIe x8 หรือ x16 อย่างน้อย 2 สล็อต สังเกตง่ายๆ คือ เป็นสล็อตแบบยาว เพื่อให้ติดตั้งการ์ดจอได้ แต่เมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ทำได้ มักจะเป็นเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตระดับกลางขึ้นไป เช่น Intel B หรือ Z series หรือจะเป็น AMD B หรือ X series เป็นต้น

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ตัวอย่างเช่น เมนบอร์ด ASRock X570 AQUA ที่มาพร้อมสล็อต PCIe x16 มาถึง 3 สล็อตด้วยกัน ทำให้คุณสามารถสลับสล็อตได้ตามสะดวก เพื่อเช็คการทำงานของการ์ดจอได้ แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยคือ บางสล็อตนั้น จะใช้ช่องทาง PCIe ร่วมกับ SSD ในแบบ M.2 ที่อยู่ใกล้กัน หากคุณติดตั้ง SSD M.2 อยู่ใกล้กันนั้น ก็อาจจะทำให้การ์ดจอไม่ทำงาน

โดยพื้นฐานหากการ์ดจอทำงานปกติ พัดลมไม่ได้เสียหาย หรือติดขัด สล็อตบนเมนบอร์ดเชื่อมสัญญาณได้ตามปกติ หลังจากที่ต่อสายไฟเลี้ยงแล้ว การ์ดจอก็จะทำงานได้ และพัดลมการ์ดจอก็จะหมุนได้ตามปกติ แต่ถ้าพัดลมไม่หมุน ก็คงจะต้องหาสาเหตุกันต่อไป


2.เช็คสายต่อไฟเลี้ยง

บางครั้งก็เป็นปัญหาที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน เพราะหลายคนติดตั้งเมนบอร์ด ใส่แรม เสียบการ์ดจอ และติดตั้งฮีตซิงก์ระบายความร้อน ชุดน้ำครบถ้วน แต่มาลืมสายไฟต่อการ์ดจอที่เป็นแบบ 6+2 pins ที่เป็นคอนเน็กเตอร์อยู่บนการ์ดจอ ก็ไม่สามารถทำงานได้ จอไม่แสดงผล รวมถึงพัดลมการ์ดจอก็ไม่ทำงานเช่นกัน ดังนั้นควรจะต้องตรวจเช็คจุดนี้เป็นจุดแรกๆ หรือต้องต่อสายให้ครบ เพื่อให้ระบบทำงานได้ตามปกติ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

แต่ในบางครั้งการใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบถอดสายได้ (Full modular) เวลาที่มีการเคลื่อนย้าย หรือดึงรั้งสายไปมา อาจทำให้สายต่อหลุดหลวม ก็อาจจะทำให้การ์ดจอไม่ทำงาน หรือพัดลมการ์ดจอไม่หมุนได้เช่นกัน อย่าลืมเช็คสายที่ต่อจากเพาเวอร์ซัพพลายพร้อมกันไปด้วย และบางครั้งสายพัก เสียหาย ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับเพาเวอร์ที่ใช้งานมานาน หรือมีการถอดเคลื่อนย้ายบ่อยนั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน
source: pcguide

สุดท้ายต้องไม่ลืมว่า ไฟเลี้ยงจากเพาเวอร์ซัพพลาย +12V ต้องเพียงพอต่อการใช้งานของการ์ดจอ ซึ่งในเบื้องต้น อาจจะต้องตรวจเช็คจากค่าการใช้พลังงาน และต้องไม่ลืมบวกกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ในพีซีที่คุณประกอบเข้าไปด้วย ดังนั้นอาจจะดูข้อมูลจากผู้ผลิตการ์ดจอแต่ละรายได้เช่นกัน และในบางครั้งเราจะพบว่า การ์ดจออาจดับหรือทำงานผิดปกติ เมื่อเพาเวอร์ไม่สามารถจ่ายไฟได้ตามปกตินั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน
source: tech4gamer

3.เช็คสภาพพัดลม

หากคุณมองว่าจากสองข้อแรกที่ผ่านมา ไม่มีอะไรผิดปกติ เพาเวอร์ซัพพลายใหม่ สล็อตการ์ดจอบนเมนบอร์ดทำงานได้ แต่สุดท้ายแล้วพัดลมการ์ดจอไม่หมุน จะทำอย่างไร

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ควรทำต่อไป ก็คือ การเช็คสภาพพัดลมการ์ดจอ ว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่พัดลมการ์ดจอที่ทำงานมาหนัก ใช้งานมานาน ก็มักจะเกิดสิ่งสกปรกขึ้นได้ โดยเฉพาะอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีฝุ่น น้ำมัน ความชื้น ซึ่งก็จะทำให้พัดลมไม่หมุน หรือหมุนช้าลงได้ เนื่องจากสิ่งสกปรกไปเกาะอยู่ที่แกนพัดลม ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ต้องใช้วิธีทำความสะอาด เพราะถือว่าไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของพัดลม

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อีกเรื่องหนึ่งคือ พัดลมการ์ดจอถูกใช้งานมานาน เช่น หมุนอยู่ตลอดทั้งวัน หรือมีชั่วโมงทำงานจำนวนมาก อย่างเช่น ที่เรามักจะพบอยู่บนการ์ดจอขุดบิตคอยน์ Cryptocurrency ที่ทำงานแบบ 24/7 ก็มีผลทำให้พัดลมเสียหายได้เช่นกัน แบบนี้ถือว่าเกิดความเสื่อมขึ้นกับพัดลม มีเพียงการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนพัดลมใหม่เท่านั้น ที่จะแก้ไขได้ผลดีที่สุด

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ พัดลมยังอยู่ในสภาพปกติหรือไม่ อย่างเช่น ใบพัดเสียหาย แตกหัก เนื่องจากอุบัติเหตุ หรือที่มักจะเจอกันบ่อยคือ มีสายสัญญาณหรือของบางอย่าง หล่นลงไปในพัดลมการ์ดจอ ก็อาจะทำให้เสียหายได้เช่นกัน และถ้าเสียหายแบบนั้น ก็จะไม่อยู่ในเงื่อนไขของการรับประกัน และคุณต้องหาทางซ่อมเองครับ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

แต่ถ้าเช็คสภาพพัดลมแล้ว ยังแค่สกปรก พอจะมีโอกาสทำความสะอาด และกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หรือพอจะหมุน เพื่อทำงานได้ไปสักระยะ ก็แนะนำว่าให้ทำความสะอาด เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย


4.ทำความสะอาด

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การทำความสะอาดการ์ดจอ ในกรณีที่พัดลมการ์ดจอไม่หมุน ก็ทำได้หลายวิธี มีตั้งแต่ใช้การเป่าฝุ่นธรรมดา ไปจนถึงแกะฮีตซิงก์และพัดลมออกมาปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาด โดยเตรียมอุปกรณ์อย่างเช่น ที่เป่าลม แปรงปัดฝุ่น น้ำยาเช็ดทำความสะอาด

การทำความสะอาดมีด้วยกันหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ง่ายๆ เลย ขั้นพื้นฐาน ไม่ต้องถอดฮีตซิงก์ คือการใช้แปรงขนอ่อน ที่มีความยาว ค่อนๆ ปัด ให้ขนแปรงซอกซอนเข้าไปในช่องต่างๆ อาจจะใช้พัดลมคอยเป่าลม ให้ฝุ่นกระจายออกมาได้เร็วมากขึ้น

VGA card cleaning 2023 8 1

หรือการใช้เครื่องเป่าลม เป่าไปยังพัดลมของตัวการ์ด แต่ให้จับใบพัดลมให้แน่นๆ เพื่อไม่ให้ใบพัดทำงาน เพื่อป้องกันความเสียหาย อันเนื่องจากใบพัดลมหมุนรอบสูง จากการถูกลมเป่าใส่นั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ส่วนถ้าเอาแบบฮาร์ดคอร์ ก็อาจจะแกะฮีตซิงก์ และใบพัดลมแยกออกมาจากตัวการ์ด จากนั้นทำความสะอาดทีละชิ้น ใช้ตัวเป่าลมอัดลมไปทั้ง 2 ด้านของครอบพัดลมที่แกะออกมา จากนั้นใช้แปรงขนอ่อน ค่อยๆ ไล่ผุ่นที่อยู่ภายในออกมา โดยเฉพาะบริเวณแกนพัดลม แล้วใช้ไม้พันสำลีเล็กๆ ชุบแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาเช็คตามซอกหลืบของพัดลม


5.เช็คการตั้งค่าพัดลม

หากเป็นการ์ดจอในอดีต พัดลมจะทำงานทันที เมื่อเริ่มต้นบูตระบบ หรือเปิดใช้งาน แต่ในปัจจุบันการ์ดจอมีการปรับเปลี่ยน ให้พัดลมสามารถทำงานตามรอบที่กำหนด หรืออุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้ได้ เมื่อไม่ได้ใช้งานการ์ดจอหนัก เช่น ไม่ได้เล่นเกม เปิดดูเว็บทำงานทั่วไป พัดลมการ์ดจอจะไม่หมุน จนกว่าจะร้อนสูงถึงระดับ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียส จึงจะเริ่มหมุน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อย่างเช่น การ์ดจอของทาง MSI ที่มีฟีเจอร์ Zero Frozr ซึ่งจะไม่หมุน เมื่ออุณหภูมิการ์ดจอต่ำกว่า 60 องศา ส่วนหนึ่งเพื่อการลดเสียงรบกวนในขณะทำงาน โดยตรงนี้ผู้ผลิตบางค่าย ก็จะมีซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้ให้ได้ปรับแต่งกัน คือจะปิดการทำงาน กรณีที่อยากให้พัดลมการ์ดจอทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือบางค่าย ก็จะมีโหมดให้ปรับจูน ทั้งโหมด Silent เน้นเสียงรบกวนน้อย, OC สำหรับการโอเวอร์คล็อกเพิ่มความเร็ว หรือโหมดเกม ตรงนี้ก็จะเป็นโพรไฟล์ให้ผู้ใช้เลือกตามความเหมาะสมนั่นเอง ดังนั้นหากไม่มั่นใจว่าการที่พัดลมการ์ดจอไม่หมุน อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อย่างทาง Gigabyte เอง ก็มี 3D Active Fan ที่ให้พัดลมทำงานตามอุณหภูมิที่เหมาะสม นอกเหนือจากชุดพัดลมที่ออกแบบมาให้ และบางรุ่นที่เป็น 3 พัดลม ก็มี ALTERNATE SPINNING ในการจัดทิศทางการหมุนให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ส่วนทาง PowerColor ก็มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Mute Fan ที่จะไม่ให้พัดลมการ์ดจอหมุน หากอุณหภูมิไม่ถึง 60 องศาเซลเซียส เพื่อลดโหลดการใช้พลังงาน และลดเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้นขณะที่ใช้งานนั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ดังนั้นช่วงแรก อาจจะยังไม่ต้องตกใจ ให้ลองเล่นเกม แล้วเปิดดูอุณหภูมิตามไปด้วย หรือใช้โปรแกรมอย่าง FURMARK และโปรแกรมอย่าง MSI Afterburner ตั้งค่าให้แสดงอุณหภูมิของการ์ดจอตามไปด้วย หากตัวเลขขึ้นสูงเกินกว่าระดับ 60 องศาเซลเซียส แล้วพัดลมยังไม่ทำงาน อีกทั้งมีอาการผิดปกติ ก็อาจเป็นไปได้ว่าพัดลมการ์ดจออาจจะเสียได้


6.เปลี่ยนพัดลมการ์ดจอใหม่

สำหรับขั้นตอนนี้ อาจจะเหมาะกับผู้ใช้ที่พอมีพื้นฐานด้านช่าง การแกะชิ้นส่วนอุปกรณ์อยู่บ้าง รวมถึงเคยทำมาก่อน แม้ว่าจะไม่ได้ซับซ้อน แต่ก็บางจุดที่ควรจะต้องระมัดระวัง มีเครื่องมือให้พอใช้งาน และที่สำคัญจะต้องหาซื้อชิ้นส่วนที่เป็นชุดพัดลม นำมาเป็นพาร์ทสำหรับเปลี่ยนกับพัดลมตัวเก่าที่ใช้งานไม่ได้แล้ว

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องเตรียมประกอบด้วย ไขควง 4 แฉก อุปกรณ์เซาะหรือง้างชิ้นส่วน ฮีตซิงก์หรือคีมเล็กๆ ที่ใช้ในการดึงสายไฟ รวมถึงสิ่งที่ใช้ในการทำความสะอาด เพราะไหนๆ ก็แกะพัดลม ฮีตซิงก์ออกมาแล้ว ก็น่าจะทำความสะอาดตัวการ์ดไปด้วยเลย เพื่อให้ตัวการ์ดสะอาดเหมือนใหม่ ใช้งานต่อไปได้ยาวๆ

หาซื้ออะไหล่ที่ไหนได้บ้าง?

เรื่องการซื้อหาอะไหล่พัดลมมาเปลี่ยน มีด้วยกันหลากหลายที่เลยทีเดียว ว่ากันตั้งแต่หน้าร้านออนไลน์ในบ้านเรา มีตั้งแต่ร้านออนไลน์ไอทีทั่วไป หรือจะเป็นบรรดา Store ต่างๆ รวมถึงตลาดออนไลน์ กลุ่มหรือ Group ที่เป็น Facebook group ที่เป็นกลุ่มสินค้าไอทีมือสอง กลุ่มการ์ดจอ หรือจะเป็นกลุ่มที่เป็นสายขุด (Cryptocurrency) ที่มักมีอะไหล่มาแลกเปลี่ยนกันอย่างมากมาย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ถ้าใครชอบการการันตี มีของให้เลือก และมีช่องทางการชำระเงินที่สะดวก ทางเลือกอย่าง Shopee หรือ Lazada เหล่านี้ก็น่าสนใจ ยังไม่รวมถึงตลาดออนไลน์ระดับโลกขนาดใหญ่อย่าง Amazon ก็มีตัวเลือกให้มากมายเลยทีเดียว

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การแกะชิ้นส่วนพัดลม ยากง่ายขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย ว่ามีงานประกอบละเอียดมากน้อยเพียงใด เพราะการ์ดบางรุ่นแกะตัวล็อคกับน็อตไม่กี่จุด พร้อมดึงขั้วต่อพัดลมออกเท่านั้น แต่บางรุ่นซ้อนชั้นพัดลม ฮีตซิงก์และตัวล็อคขนาดเล็ก การแกะพัดลมออกมา ก็ต้องพิถีพิถันมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหาย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องระวังมีอยู่หลายส่วนเลย หากต้องการจะแกะพัดลม ฮีตซิงก์การ์ดจอด้วยตัวเอง ตั้งแต่เรื่องของไฟฟ้าสถิตย์ ควรมีถุงมือ หรือคลายประจุก่อนทำการแกะทุกครั้ง ชิ้นส่วนหรือน็อตบางตัว มีขนาดเล็ก อยู่ลึกหรือมีความซับซ้อน ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เครื่องมือมีให้พร้อมเอาไว้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นไขควง ชุดแกะแยกชิ้นส่วน รวมถึงเมื่อแกะออกมาแล้ว หาที่จัดเก็บชิ้นส่วนต่างๆ ให้ดี อย่าให้หาย การวางตัวการ์ดที่ไม่มีฮีตซิงก์ ระวังอย่าให้ตกกระแทกหรือให้สิ่งใดกระทบจนเสียหายหรือเป็นรอย ถ้าคิดว่าต้องซ่อมหรือรอพัดลมอะไหล่นาน แนะนำว่าเก็บใส่ซองบับเบิลกันกระแทกเอาไว้ ดีที่สุด


7.ส่งซ่อมกับช่างผู้ชำนาญ

หากถึงที่สุดแล้ว พยายามทำหลายๆ ทาง แต่พัดลมการ์ดจอ ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ การส่งร้านซ่อม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้การ์ดจอของคุณกลับมาทำงานได้ตามปกติ ร้านซ่อมเหล่านี้มีอยู่มากมายทั่วประเทศ หรือสามารถเข้าไป Search ข้อมูล เอาแบบที่อยู่ใกล้บ้าน ติดตามงานได้สะดวกดีที่สุด รวมถึงเข้าไปดู Feedback จากบรรดาลูกค้าที่เข้ามาคอมเมนต์อีกทางหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ แต่วิธีนี้ แนะนำสำหรับคนที่ใช้การ์ดจอหมดประกันแล้ว หากยังมีประกัน ให้ส่งเคลมตัวแทนจำหน่ายน่าจะเหมาะสมกว่า

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องสังเกตก็คือ ควรเลือกร้านซ่อมที่วางใจได้ มีผลงานที่สามารถพิจารณาได้ และน่าไว้วางใจ มีการรับประกันงานซ่อม สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง อัพเดตงานบ่อย โดยที่ผู้ใช้อาจจะตรวจสอบได้จากเพจหน้าร้าน หรือบางร้านก็โปรโมตผลงานผ่านทาง Community หรือ Facebook Group ต่างๆ ที่เหลือก็เป็นการสอบถามเรื่องค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการซ่อม หากพึงพอใจ ก็ติดต่อเพื่อส่งซ่อมได้ทันที

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การส่งซ่อมควรมีที่อยู่ร้าน ตำแหน่งแน่ชัด รวมถึงช่องทางการติดต่อที่สะดวก เพื่อให้เราสามารถตามงานได้ง่าย หรือเป็นไปได้ หากไปส่งด้วยมือที่ร้านได้ก็ยิ่งดี ย้ำครับว่าอย่าลืมสอบถามการรับประกันงานซ่อม เป็นระยะเวลาเท่าใด หลังจากซ่อมเสร็จแล้ว อย่างน้อยการันตีว่า หากเกิดปัญหาจะได้รับการดูแลต่อเนื่องไป ไม่หายกันไปไหน

ได้รับการ์ดจอที่ซ่อมกลับมาแล้ว ก็อย่าลืมรีเช็ค ทดลองใช้งานด้วยว่า พัดลมหมุนตามปกติหรือไม่ มีเสียงรบกวนหรือไม่ ใบพัดเสถียรดีหรือเปล่า รวมถึงลดความร้อนการ์ดจอได้ตามปกติมั้ย? หากไม่มีปัญหาอะไรใช้งานได้ตามปกติ ก็ถือว่าคุ้มค่า!


Conclusion

Gigabyte GeForce RTX 3060 Ti GAMING OC 014

สุดท้ายนี้หากคุณต้องเจอกับปัญหา พัดลมการ์ดจอไม่หมุน และยังไม่รู้จะหาทางแก้อย่างไร ลองนำวิธีการตรวจเช็คและแก้ไขทั้ง 7 ข้อนี้ ไปลองปรับใช้กันดูครับ เพราะบางครั้งอาจจะเกิดจากแค่ไดรเวอร์หรือการปรับแต่งบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป เพียงแค่เข้าไปปรับแก้เล็กน้อย ก็ใช้งานได้ตามปกติแล้ว หรือถ้าเกิดจากความสกปรก เนื่องจากใช้งานมานาน และการ์ดจอของคุณหมดประกันไปแล้ว อยากจะลองทำความสะอาดด้วยตัวเอง ก็สามารถลองทำดูได้ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และเน้นที่ความระมัดระวัง แต่ถ้ากังวลไม่อยากทำเอง ก็มีผู้ให้บริการทำความสะอาดการ์ดจออยู่มากมายเลยทีเดียว เช่นเดียวกับร้านซ่อม หากซ่อมเปลี่ยนพัดลมเอง อาจจะไม่ได้ยาก หากคุณหาพาร์ทของพัดลมให้ตรงรุ่นได้ แต่ราคาอาจจะสูง หรือใช้เวลา ส่วนถ้าส่งร้านซ่อมบางครั้งราคาอาจจะสูงบ้าง แต่ก็วางใจได้ว่ามีช่างที่ชำนาญในการซ่อมแซม ซึ่งก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความสะดวก และค่าใช้จ่ายของคุณ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 ที่ผ่านมา การ์ดจอราคาถูกลงมาเยอะแล้ว หากคุณคิดว่าเอามาซ่อมอาจไม่คุ้มค่า หรือน่าจะได้เวลาเปลี่ยนใหม่ ก็แนะนำเลยครับ เพราะคุณจะได้เทคโนโลยีใหม่ แรงมากขึ้น และการรับประกันแบบเต็มๆ ไม่ต้องลุ้น หรือหากจะลองมาดูรุ่นของการ์ดจอเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่หน้าจัดสเปคพีซีของเรากันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/681180-graphic-card-fan-not-spin

รวม 7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รวมรุ่น Intel, AMD น่าใช้ให้เลือกทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง!

จะโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาดูทางนี้ รวมรุ่นเด็ดในใจผู้เขียนมาฝาก!

Share image Edit Name 1acereditorchoice 1

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เช่นนี้ หลายคนก็คงจะมองหาของขวัญชิ้นใหม่ให้ตัวเองหรือคนใกล้ตัวอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่พ้นว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี จะเป็นโน๊ตบุ๊คทำงานหรือเกมมิ่งก็มีให้เลือกหลากรุ่นหลายสเปค มีซีพียูทั้ง AMD, Intel ให้เลือก และมีราคาหลากหลายระดับตั้งแต่ช่วงไม่เกิน 20,000 บาท ไปจนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงแบบ Desktop Replacement ราคาเกือบ 90,000 บาทให้เลือกซื้อกัน

Advertisementavw

หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความแล้วและเป็นช่วงปลายปีเช่นนี้ ผู้เขียนจึงขอรวบรวมรุ่นดีสเปคโดนในใจของผู้เขียนมาแนะนำกัน ว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วมีรุ่นไหนเป็นรุ่นแนะนำในใจของผู้เขียนบ้าง ซึ่งบทความนี้จะรวมทั้งสายทำงานและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทั้งหมดในที่เดียวและผู้เขียนมั่นใจว่าถ้าผู้อ่านซื้อไปใช้งานน่าจะถูกใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี 7 รุ่นจากใจผู้เขียน รวมหมดทั้งสายเกมมิ่งและสายทำงาน!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

18,990
Acer Aspire 3 A315-54S1 Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

19,850
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR

1.4 กก.

USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

33,450
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

1.17 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

46,290
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-58-911C Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

52,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.6 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

84,990

Nitro Laptop KSP1 Static KSP Image Right Left L

7 โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี รุ่นนี้ผู้เขียนแนะนำ ซื้อไปใช้ไม่ผิดหวังแน่นอน

สิ้นปีนี้หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊ค Acer มาหลายบทความ เชื่อว่ามีผู้ใช้หลายท่านอยากให้ฟันธงว่าซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีถึงจะคุ้มที่สุด โดยบทความนี้ผู้เขียนรวบรวมโน๊ตบุ๊ค Acer 7 รุ่นที่สเปคและประสิทธิภาพคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานให้เลือกกัน โดยมีรายชื่อรุ่นดังนี้

  1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)
  4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)
  7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)
1. Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 (18,990 บาท)

acer1 1

เครื่องแรกเป็น Acer Aspire 5 A515-45-R6F9 สเปค AMD Ryzen ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วไปหรือจะสั่งผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าก็ยังหาซื้อได้เป็นระยะๆ ซึ่งเครื่องนี้นอกจากราคาจะถูกสุดในกลุ่มแล้ว สเปคยังดีพอใช้ทำงานเอกสารและเล่นเกมออนไลน์ได้ดีระดับหนึ่ง ขอแค่เพิ่มแรมไป 16GB DDR4 เท่านี้ก็พอแล้ว

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ กับหน้าจอแยกขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้จากโรงงาน มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย น้ำหนักเพียง 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเป็นตัวคุ้มเพื่อคนทำงานที่ผู้เขียนยังเห็นว่าคุ้มค่าน่าซื้อมาก หากหาโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีไว้ทำงานแล้วเจอรุ่นนี้ทำโปรโมชั่นลดราคาอยู่ก็ตัดสินใจซื้อได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 5 A515-45-R6F9
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1~4.0GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 3 A315-54S1 (19,850 บาท)

acer2 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้ซีพียู Intel แนะนำให้ดูรุ่นที่เป็น Intel 12th Gen ไปจะดีที่สุด อย่าง Acer Aspire 3 A315-54S1 จะดีกว่า โดยผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16GB ก็เพียงพอ และข้อดีคือโน๊ตบุ๊ค Acer เครื่องนี้ราคาไม่เกิน 20,000 บาทอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับทำงานและแสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ ติดตั้งพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 มาให้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 ได้ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.77 กิโลกรัม นับเป็นรุ่นสเปคสูสีกันกับสเปค AMD ในข้อก่อนหน้า ดังนั้นถ้าใครชอบสเปค Intel แล้วจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีก็มีเครื่องนี้ให้เลือกซื้อ

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-54S1
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 19,850 บาท (Advice)
3. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (33,450 บาท)

acer3 1

ส่วนใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีแล้วอยากได้พาเนลจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-75VF เป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำ เพราะมันได้หน้าจอความละเอียดสูง, Microsof Office ติดตั้งมาให้ใช้และสเปคครบเครื่องแค่ Sign in ก็พร้อมทำงานทันทีและได้ซีพียู Intel 12th Gen รุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาให้ด้วย

ซีพียูของ Acer Swift 3 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักแค่ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเครื่องนี้นอกจากหน้าจอดี ซอฟท์แวร์ครบ ยังได้ซีพียูรุ่นประสิทธิภาพสูงติดมาให้ใช้อีกด้วย หากคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ต้องถือว่าเครื่องนี้เป็นรุ่นสเปคลงตัวสำหรับสายทำงานเลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5~4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED HDR
  • Ports : USB-C 3.2 รองรับ Thunderbolt x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 33,450 บาท (Advice)
4. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (46,290 บาท)

acer4 1

หากคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้ทำงานและพกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ สเปคทันสมัยด้วยก็ต้อง Acer Swift Edge SFA16-41-R76R รุ่นนี้ที่ทาง Acer ติดตั้ง AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูง กราฟิคการ์ดออนบอร์ดพร้อมใช้ทำงานกราฟิคและเล่นเกมออนไลน์ได้ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้พร้อมโปรแกรม Microsoft Office แท้ติดตั้งมาครบเครื่องอีก หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7~4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840×2400) พาเนล OLED คุณภาพสูง ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 และขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น หากถามว่าโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีที่เป็นขวัญใจของผู้เขียนก็ยกให้เครื่องนี้เป็นการส่วนตัว หากใครอยากซื้อมาใช้ทำงานเชื่อว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครมีงบประมาณจำกัดอาจจะซื้อรุ่น AMD Ryzen 5 แทนก็ได้

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon 680M
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 46,290 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

acer5 1

ส่วนโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีมาเล่นเกม Acer Nitro 5 AN515-46-R12A รุ่นเริ่มต้นตัวนี้ก็ถือว่าราคากำลังดีแต่สเปคคุ้มใช้ได้ แค่เพิ่มแรมเป็น 16GB DDR5 ก็ใช้เล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันได้สบายๆ และเมื่อเทียบสเปคต่อราคาแล้ว ผู้เขียนถือว่าเป็น Nitro 5 รุ่นที่คุ้มมาก

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ในตัว มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นที่ผู้เขียนคิดว่าสเปคต่อราคาคุ้มค่าที่สุด ขอแค่เติมแรมสักนิดแล้วจะใส่ M.2 NVMe SSD เข้าไปอีกนิด เท่านี้ก็น่าใช้มากแล้ว

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3~4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-58-911C (52,990 บาท)

acer6 1

Acer Nitro 5 AN515-58-911C เครื่องนี้ก็เป็นรหัสที่ผู้เขียนแนะนำถ้าคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเอาไว้เล่นเกม เพราะตัวนี้เป็นรุ่นซีพียู Intel Core i9 ตัวแรงและสเปคองค์รวมจัดว่าคุ้มค่า อาจจะใส่ M.2 NVMe SSD เสริมเข้าไปให้อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นอีกนิดเท่านี้ก็เล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ แล้ว

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มาให้ มีพอร์ต USB-C รองรับ Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำสเปคนี้เพราะเพิ่มเงินเพียง 3,000 บาทจากรุ่น Intel Core i7-12700H ก็ได้เครื่องนี้แล้ว ได้ซีพียูประสิทธิภาพดีกว่าเดิมและถ้าเฉลี่ยเงินผ่อนต่อเดือนก็ต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ถ้าใครคิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี ตัวนี้เป็นรุ่นที่ดีหากมีงบประมาณพร้อมจ่ายอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-911C
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 52,990 บาท (ราคากลาง)
7. Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 (84,990 บาท)

acer7 1

โน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีเครื่องสุดท้ายที่ผู้เขียนแนะนำยกให้ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409 เป็นรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ซีพียูที่ทรงพลังกว่าเครื่องที่ผู้เขียนได้รีวิวไปก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน และประสิทธิภาพโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ดีกว่าจะประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องอย่างชัดเจน

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz เรียกว่าครบเครื่องพร้อมรับงานทุกแบบได้สบายๆ มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ มีน้ำหนัก 2.6 กิโลกรัม หากใครคิดว่าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดี เอาแบบเครื่องเดียวจบเลยก็มี Predator Helios 300 เครื่องนี้ให้เลือก

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-9409
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8~5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 84,990 บาท (ราคากลาง)

aspire ksp 3 1 Static KSP Image Right Left L

สำหรับผู้ใช้ที่คิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer รุ่นไหนดีในช่วงปลายปี 2022 ต้นปี 2023 เช่นนี้ ทั้ง 7 รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นส่วนตัวหรือถ้าจะเอาในลิสท์นี้เป็นบรรทัดฐานเลือกซื้อก็ได้ ขอแค่ทำการบ้านแล้วเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุด จะได้ซื้อมาแล้วถูกใจไม่ต้องเสียดายในภายหลัง


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 2acer 2022 office

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

from:https://notebookspec.com/web/680704-7-acer-laptop-editor-choice

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 8 รุ่นในงบ 2000.- แข็งแรง วางคอมได้ ดีไซน์สวย

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 8 รุ่น จัดโต๊ะคอมให้ถูกใจคุณรับปี 2023 นี้ แข็งแรง ดูดี มีฟังก์ชั่นเยอะ

โต๊ะคอมพิวเตอร์-ราคาถูก

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก เป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายคนมองหา ในปัจจุบันโต๊ะคอมมีให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ เพราะนอกจากจะทำให้คุณนั่งเล่นเกมหรือดูหนัง เทรดหุ้น ได้อย่างสบายใจแล้ว หรือคนทำงานก็ได้ใช้ฟังก์ชั่นสะดวก ราคาก็ยังถูกลง ในปัจจุบันการจ่าย 2,000 บาทกับการเลือกโต๊ะคอมดีๆ สักรุ่น ก็มีให้ใช้ เพียงแต่ผู้ใช้เอง จะต้องเลือกสรรให้เหมาะสมกับตัวเอง เช่น วัสดุ ขนาด ความแข็งแรง งานประกอบ ไปจนถึงฟังก์ชั่นเสริม ที่เพิ่มเติมเข้ามา เช่น แสงไฟ LED, ที่วางแก้วน้ำ หรือที่แขวนหูฟัง เพราะสิ่งเหล่านี้ จะลดการใช้พื้นที่บนโต๊ะได้ไม่น้อย และทำให้วางสิ่งสำคัญอื่นๆ ได้มากขึ้น เช่น สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต พรินเตอร์ กรอบรูป หรือจะเป็นต้นไม้เล็กๆ สักต้น และถ้าวันนี้คุณยังไม่มีไอเดียในการเลือกโต๊ะคอมเอาไว้ในใจ เรามีแนวทางดีๆ กับตัวอย่างโต๊ะคอมในงบสายกระเป๋ามาฝากกันครับ

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 2000 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

มิติและการจัดวาง โต๊ะคอมมีด้วยกันหลายขนาด ดังนั้นก็ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง พื้นที่จัดวาง เพราะจะช่วยให้คุณออกแบบ โซนพื้นที่ทำงานหรือเล่นเกมของคุณให้ลงตัวมากที่สุด ไม่เกะกะ และยังทำความสะอาดง่าย ซึ่งรวมถึงการตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ของคุณ ไม่รกห้องหรือเกะกะ ทำความสะอาดง่าย โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก ก็มีตัวเลือกให้คุณได้ใช้งานได้ไม่น้อยเลย

Advertisementavw
Conclusion Content MSI

แข็งแรงรองรับการจัดวางพีซีได้ สิ่งนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายคนมักจะชอบวางพีซีบนโต๊ะ มากกว่าบนพื้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ต่อสาย และอุปกรณ์ต่อพ่วง ที่ง่ายกว่า ดังนั้นการเลือกโต๊ะคอมที่มีโครงสร้างแข็งแรง จุดยึดที่แน่นหนา รวมถึงพื้นโต๊ะที่ไม่เป็นรอยง่าย ก็ทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ปัจจุบันก็มีวัสดุให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ ไม้พาติเคิล ไม้อัด ไม้ยาง โลหะ กระจก ความสวยงามและความทนทาน ก็มีมากน้อย ลดหลั่นกันไป

ประกอบง่าย ดูแลสะดวก เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะคนที่ซื้อโต๊ะคอมมาเป็นแพ๊คแล้วประกอบเอง ถ้ามีชิ้นส่วนเยอะ ความซับซ้อนมาก ก็จะยิ่งใช้เวลานาน และอาจประกอบผิดได้ ซึ่งบางชิ้นติดผิดแล้วขยับออกไม่ได้ เสียแล้วเสียเลย แบบนี้ต้องระวัง หากไมชำนาญ และเครื่องมือไม่พร้อม แนะนำให้เลือกแบบที่ประกอบเสร็จ หรือมีช่างมาติดตั้งให้ จะลดปัญหาไปได้มากทีเดียว

Desktop PC table 2022 Cov3

ขนาด พื้นที่วางของบนโต๊ะ อยากให้เลือกโต๊ะคอม ที่มีพื้นที่ใช้งานกว้างกว่าการจัดวางพื้นฐานเล็กน้อย เพราะอย่าลืมว่า คุณอาจจะต้องใช้พื้นที่ในการวางสิ่งอื่นๆ หรือเป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติม เช่น การวางมือถือ พรินเตอร์ กระดาษจดบันทึก หรือของใช้ส่วนตัว รวมถึงการเล่นเกม ที่ต้องอาศัยพื้นที่ในการเลื่อนเมาส์ได้แบบไม่ติดขัด เพราะคุณอาจจะเสียอารมณ์อย่างมาก ขณะที่เล่นแล้วต้องสะดุด หากใช้งานทั่วไป ไม่มีของเยอะ วางคอมใต้โต๊ะความยาว 120cm ก็เพียงพอ แต่ถ้าวางคอมบนโต๊ะ เป็นคอเกม มีอุปกรณ์ต่อพ่วงเสริม แนะนำที่ 140cm ขึ้นไป เพื่อให้จัดโต๊ะคอมได้สะดวกกว่า

ฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก ก็มีให้เลือกตามความเหมาะสม หากคุณคิดว่าจำเป็นต้องใช้ หรือคุ้มค่าใช้จ่าย เช่น ลิ้นชักเก็บของ ชั้นวางของเล็กๆ ช่องใส่แก้วน้ำ แสงไฟ RGB หรือจะเป็นที่แขวนหูฟังก็ตาม ยิ่งเป็นโต๊ะรุ่นใหม่ๆ ในสไตล์ Ergonomic Design ที่ปรับระดับความสูงได้ แบบนี้ราคาก็จะสูงตามไปด้วย

ปรับระดับได้ นับว่าเป็นสไตล์ของโต๊ะทำงานในแบบ Ergonomic design ที่หลายค่ายทำออกมาแข่งขันกัน ซึ่งข้อดีของโต๊ะแบบนี้ก็คือ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามอิริยาบทได้ เช่นอาจจะยืน นั่งหรือบางครั้งก็สลับกันไปมา ลดความเมื่อยล้า แต่ก็มีข้อสังเกตในการเลือกคือ มอเตอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมักจะรับบทหนัก หากผู้ใช้จะปรับเลื่อนบ่อยๆ รวมถึงการรับน้ำหนัก ซึ่งควรจะให้อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนด ลดความเสียหายระหว่างการใช้


1.NEOLUTION QUORA – 2,090 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

สำหรับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูกจาก NEOLUTION รุ่นนี้ ต้องถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะมีส่วนขยายเพิ่มเติมให้ผู้ใช้ จัดวางสิ่งของต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าพื้นที่โต๊ะที่ขนาด 60cm x 100cm โดยพื้นโต๊ะเป็นพาติเคิล 1.5cm ทับด้วยเมลามีน ที่มีความแข็งแรง ไม่เป็นรอยง่าย เป็นแบบแผ่นเรียบ ให้การเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ บนโต๊ะได้สะดวก เพียงพอสำหรับการวางจอคอมขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก ติดตั้งบนโครงสร้างขาตั้งโลหะสีดำ โดยไม่มีโครงสร้างตรงกลางมาให้เกะกะ งานประกอบค่อนข้างปราณีต พร้อมใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานมากอย่างครบครัน เช่น ที่วางแก้ว ที่แขวนหูฟัง แต่จะไม่ได้เจาะรูลอดสายไฟมาให้ มีส่วนขยายพื้นที่ด้านข้างมาให้ จัดโต๊ะคอมได้ค่อนข้างสะดวกทีเดียว ราคาอยู่ที่ 2,090 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์ดูทันสมัย ความยาวอยู่ที่ 100cm
มีที่วางแก้ว แขวนหูฟังมาด้วย

ไปช้อปได้ที่: NEOLUTION


2.Index Living Mall เอช-ลาร่า/พีเอสทู – 2,190 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมกึ่งทำงานจากทาง INDEX ที่ดูแตกต่างที่สุดในการรวมโต๊ะคอมครั้งนี้ เพราะมาในสไตล์ของโต๊ะไม้ที่ดูพรีเมียม และมีทั้งที่วางคีย์บอร์ด สไลด์เก็บได้ และลิ้นชักเก็บของ บนท็อปโต๊ะขนาด 60cmx120cm เรียกว่าพอเหมาะกับการใช้งาน ผลิตจากไม้พาร์ทิเคิลบอร์ด และปิดผิวหน้าด้วยเมลามีนที่เคลือบเลซิ่น ลดการเกิดรอย เหมาะกับคนที่เป็นเกมเมอร์ ที่เล่นเกมบนโน๊ตบุ๊คหรือจะวางจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ก็ยังไหว โต๊ะคอมรุ่นนี้ไม่ได้เจาะช่องลอดสาย ที่แขวนหูฟังหรือที่วางแก้วน้ำแยกมาให้ แต่ก็เสริมฟังก์ชั่้นอื่นๆ มาให้แทน ราคาอยู่ที่ 2,190 บาทเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมลิ้นชัก ที่วางคีย์บอร์ดแยก ไม่ได้เจาะรู หรือที่วางแก้วมาให้
ได้ท็อปโต๊ะ 120cm

ไปช้อปได้ที่: Index


3.IKEA LAGKAPTEN / ADILS – 2,290 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก
ที่มา: IKEA

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบพื้นที่จัดวางของเยอะๆ หรือใช้งานพื้นที่โต๊ะแบบที่ต้องวางคอมไว้บนโต๊ะได้ด้วย แนะนำโต๊ะจาก IKEA รุ่นนี้เลย เพราะใช้งานง่าย ติดตั้งประกอบสะดวก วัสดุท็อปโต๊ะเป็นบอร์ดออนเฟรม ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลและปิดทับด้วยกรอบไม้ พาร์ติเคิลบอร์ด หรือไฟเบอร์บอร์ด ความหนาพอสมควร และขาแยกต่างหาก สามารถไขน็อตยึดได้เอง มีขาโต๊ะให้ถึง 5 ขาด้วยกัน รองรับน้ำหนักพื้นที่ตรงกลางโต๊ะ มิติความยาวมากถึง 200cm มากกว่าโต๊ะรุ่นอื่นๆ และกว้าง 60cm มีให้เลือกเฉดสีของโต๊ะและขามากถึง 8 รูปแบบ สนนราคาอยู่ที่ 2,290 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ความยาวโต๊ะมากถึง 200cm เรียบง่าย ไม่มีลูกเล่นเสริม
มีขาโต๊ะให้ 5 ขา

ไปช้อปได้ที่: IKEA


4.BAIERDI MALL – 2,340 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก
ที่มา: BAIERDI MALL

โต๊ะคอมแบบนั่งคู่ สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเป็นคู่ หรือสู้เป็นทีม กับดีไซน์ให้ความทันสมัย เน้นความสปอร์ต กับดีไซน์ขาด้านข้างตัว K มิติกว้างxยาวอยู่ที่ 60cm x 180cm จะใช้พื้นที่วางคอมก็สะดวก หรือจะเน้นวางแผ่นรองเมาส์ไซส์ XL ก็สบาย ท็อปโต๊ะหนา 1.6cm และวัสดุแบบไฟเบอร์ มุมโต๊ะมีความโค้งมน จะได้ไม่สะดุดหรือชนง่ายๆ ขาโต๊ะโลหะชิ้นใหญ่ เสริมจุดยึดขาทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน 2 ชั้น และมีสติ๊กเกอร์ประดับมาด้วย มีช่องลอดสายไฟมาให้ 2 จุดซ้าย-ขวา นอกจากนี้ก็มีที่แขวนหูฟังมาให้ ทำความสะอาดได้ไม่ยาก ราคาอยู่ที่ 2,340 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้พื้นที่โต๊ะกว้างขึ้น ยาว 180cm ไม่มีช่องลอดสายไฟ
มีที่ลอดสายไฟ และที่แขวนหูฟัง

ไปช้อปได้ที่: BAIERDI MALL


5.Nubwo ND-600S – 2,390 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมสไตล์เกมมิ่งที่มาในแบบล้ำๆ และความยาวของพื้นโต๊ะระดับ 120cm และกว้างถึง 75cm ด้วยกัน มีให้เลือกทั้งแดง ดำและน้ำเงิน โครงสร้างฐานที่เป็นโลหะ ให้สมดุลได้ดีพอสมควร ผิวสัมผัสเป็นแบบลายไฟเบอร์คาร์บอน เพื่อความสปอร์ตและมีช่องลอดสายไฟมาให้ เช่นเดียวกับ ที่แขวนหูฟัง ซึ่งทำมาค่อนข้างใหญ่พอสมควร แต่ไม่มีที่วางแก้วมาด้วย ตรงกลางมีโครงสร้างมายึดขาโต๊ะทั้งสองด้านเอาไว้ มีการทำลวดลายและเส้นสายไว้ดูสะดุดตา เคาะราคามาประมาณ 2,390 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้พื้นโต๊ะได้กว้างมากขึ้น 75cm จุดยึดขาโต๊ะใกล้ที่วางขา
มีช่องลอดสายไฟ และที่แขวนหูฟัง

ไปช้อปได้ที่: Nubwo


6.Furradec CT-2013 – 2,410 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

มาถึงโต๊ะคอมเกมมิ่ง ที่มาในสไตล์ Ergonomic กันบ้าง สำหรับค่าย Furradec นี้ ที่มาในขนาด 60cm x 120cm ในมิติความกว้างxยาว ตัวโครงสร้างเป็นโลหะแข็งแรง เป็นโทนสีดำทั้งหมด พ่นสีมาได้สวยงาม มิติของฐานไม่ใหญ่ แต่น่าจะโดนใจใครที่ไม่ชอบขาแบบเอียงๆ เพราะเค้าออกแบบมาเป็นขาตรง พร้อมตัวยกระดับให้สูงจากพื้น มีตัวจับยึดขาโต๊ะไม่เกะกะ เวลาที่นั่งเหยียดขา และด้านบนโต๊ะใช้เป็น MDF เคลือบผิวด้วย PVC ไม่เป็นรอยง่าย ให้ฟังก์ชั่นมาแบบครบๆ ไม่ว่าจะเป็น ที่วางแก้ว ที่แขวนหูฟัง และมีเจาะรูลอดสายไฟมาให้ทั้งสองด้านอีกด้วย จากบางร้านทำโปรฯ ได้ค่อนข้างดีทีเดียว เคาะราคาที่ 2,410 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดูไซน์ขาโต๊ะแนวตั้ง ไม่เกะกะ
มีที่ลอดสายไฟ ที่แขวนหูฟัง และที่วางแก้ว

ไปช้อปได้ที่: Furradec


7.Tengu Musashi – 2,490 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

เป็นโต๊ะคอมในสไตล์เกมมิ่ง ที่มาในโครงสร้างที่สะดุดตา ราคาสบายกระเป๋า อยู่ที่ราว 2,490 บาท ขาโต๊ะมีให้เลือกสีขาวและดำ เป็นแบบโลหะ จุดยึดค่อนข้างแข็งแรง เมื่อดูจากด้านข้างจะเหมือนตัว K ที่มีการกระจายน้ำหนักไปยังพื้นได้มากขึ้น พื้นโต๊ะหุ้มด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมช่องลอดสายไฟ และตัวครอบ โดยมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมอย่าง ที่วางแก้ว และที่แขวนหูฟังมาให้ครบครัน ไฮไลต์ที่สำคัญคือ แสงไฟ LED ที่ปรับได้ 4 โหมดด้วยกัน อยู่มุมโต๊ะด้านซ้ายและขวา โดยมีขนาดกว้างxยาว 60cm x 120cm และความสูงที่ 75cm ตามมาตรฐาน ติดตั้งขายึดจอคอมได้

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีที่แขวนหูฟัง ลอดสายไฟและที่วางแก้ว มีขอบด้านข้างโต๊ะมาด้วย
แสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม

ไปช้อปได้ที่: Tengu


8.Nubwo-X NXGD-400 – 2,690 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมสายเกมมิ่ง ที่มีความสปอร์ท โดดเด่นด้วยพื้นโต๊ะที่เป็นท็อปหุ้มด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ มีมิติกว้างxยาว อยู่ที่ 62cm x 119cm เหมาะกับการจัดวางเคสขนาดกลางและเล็ก และจอมอนิเตอร์ พร้อมแผ่นรองเมาส์ได้พอดีๆ โครงสร้างโลหะประกอบง่าย ความสูงจากพื้น 75cm ตามมาตรฐาน และแสงไฟ LED ที่อยู่ด้านข้างทั้งสองด้าน ช่วยประดับโต๊ะให้ดูมีมิติ และความเป็นเกมมิ่งอย่างเด่นชัด มีความแข็งแรง พร้อมช่องลอดสายไฟ 2 ช่องซ้าย-ขวา และที่วางแก้วมาให้ ด้านหลัง รวมถึงที่แขวนหูฟัง เรียกว่าจัดมาอย่างครบครัน สนนราคาเคาะอยู่ที่ประมาณ 2,690 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมช่องลอดสาย ที่วางแก้วและแขวนหูฟัง
มีแสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม

ไปช้อปได้ที่: NUBWO


Conclusion

ท็อปโต๊ะ วัสดุขาตั้ง ที่แขวนหูฟัง ที่วางแก้ว ราคา
1.NEOLUTION QUORA 60cmx100cm โลหะ มี มี 2,090
2.Index Living Mall เอช-ลาร่า 60cmx120cm โลหะ ไม่มี ไม่มี 2,190
3.IKEA LAGKAPTEN / ADILS 60cm x 200cm โลหะ ไม่มี ไม่มี 2,290
4.BAIERDI MALL 60cm x 180cm โลหะ มี ไม่มี 2,340
5.Nubwo ND-600S 75cm x 120cm โลหะ มี ไม่มี 2,390
6.Furradec CT-2013 60cm x 120cm โลหะ มี มี 2,410
7.Tengu Musashi 60cm x 120cm โลหะ มี มี 2,490
8.NUBWO-X NXGD-400 62cm x 119cm โลหะ มี มี 2,690

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูกในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่โต๊ะพื้นฐานทั่วไป ที่ใช้ในการเรียนในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโต๊ะทำงาน และโต๊ะคอมสำหรับเล่นเกม การเลือกใช้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ตามที่ได้แนะนำไปในเบื้องต้น บรรดาโต๊ะคอมที่เรารวบรวมมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากคุณชื่นชอบ ก็สามารถคลิ๊กลิงก์ไปหาข้อมูลหรือร้านจำหน่ายได้จากบทความนี้ สำหรับคนที่ชอบโต๊ะยาวๆ มีตัวเลือกจาก IKEA และ BAIERDI MALL ที่ระดับ 180cm – 200cm ให้เลือก สามารถวางอุปกรณ์เสริมและคอมไว้บนโต๊ะได้ แต่ถ้าเน้นฟังก์ชั่นมีหลายรุ่นที่เป็นโต๊ะคอเกมมิ่ง ที่มีทั้งแขวนหูฟัง และวางแก้วให้ครบ แต่จะมีเพียงบางรุ่นเท่านั้น ที่มีแสงไฟ LED มาให้ที่โต๊ะเลย เช่น Tengu Musashi เป็นต้น ส่วนถ้างบจำกัด 2,000 บาท ก็มี NEOLUTION QUORA ที่ให้ฟังก์ชั่นมาแน่นๆ ในงบประมาณนี้มาเลย เพียงแต่จะได้ความยาวโต๊ะ 100cm ซึ่งถ้าคุณใช้งานในพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว ก็ถือว่าลงตัวครับ

และเรื่องที่สำคัญอย่างมากก็คือ การปรับสรีระการนั่งให้เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า และพักสายตาจากการทำงานหรือเล่นเกมบ้าง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง แม้คุณจะเลือกโต๊ะคอมได้ตามต้องการแล้วก็ตาม อย่าลืมพักผ่อน และจัดท่าทางการนั่งของคุณให้ดีด้วยครับ โอกาสหน้าพบกันใหม่

from:https://notebookspec.com/web/679110-8-gaming-desktop-2022

ลือ NVIDIA จะปรับราคา RTX 4080 ลง วันเดียวกับที่ RX 7000 วางขาย อ้างไม่ได้ลดแข่ง แม้คะแนนอีกฝั่งสูสีและถูกกว่า

เพิ่งจะตัดการ์ดจอรุ่นเล็ก RTX 4080 แรม 12GB ทิ้งไปไม่นาน ตอนนี้ NVIDIA มีแววอยู่ในสถานะที่ต้องจำใจตัดราคาตัวรุ่นใหญ่ตามไปอีก เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าเพิ่งมีข่าวผลทดสอบการ์ดจอคู่แข่งอย่าง RX 7900 XTX หลุดออกมา พบว่าประสิทธิภาพโดยรวมสูสีกับ RTX 4080 (16GB) มาก แต่ราคาฝั่ง AMD นั้นถูกกว่าถึง 200 เหรียญเลย ซึ่งถ้าเราเป็นผู้บริหาร NVIDIA เห็นแบบนี้ก็คงนั่งเก้าอี้ไม่ติดเท่าไหร่ อาจจะต้องทำอะไรสักอย่าง

และล่าสุดก็ดูมีแนวโน้มที่คล้ายจะเป็นอย่างนั้นจริง leaker ชื่อ Harukaze5719 บนทวิตเตอร์ ระบุข่าวลือจากตัวแทนจำหน่ายในจีนว่า NVIDIA จะมีการปรับราคาการ์ดจอ RTX 4080 ลง ภายในกลางเดือนธันวาคม 2022 นี้ ซึ่งก็คือช่วงเดียวกับที่ทั้ง RX 7900 XTX และ 7900 XT วางขายพอดีเลย

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเดียวกันอ้างว่าการปรับราคาลงของ NVIDIA ครั้งนี้ไม่ได้มีเหตุผลมาจาก AMD แต่เป็นการพิจารณาด้วยตัวเองล้วน ๆ โดยมองว่าสัดส่วนราคาระหว่าง RTX 4090 และ RTX 4080 นั้นยังห่างกันน้อยเกินไป ทำให้แยกเซคเม้นตลาดได้ไม่ชัดเจน ซึ่งนั่นก็ดูเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเหมือนกัน เพราะตอนนี้การ์ดจอ RTX 4080 ยอดขายออกมาไม่ค่อยดี ตรงข้ามกับ RTX 4090 ที่ยอดจองเต็มตั้งแต่ล็อตแรก ๆ คาดเพราะลูกค้ากลุ่ม Hi-End ที่งบถึงก็มักจะไปซื้อรุ่นใหญ่สุดกันหมด

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า NVIDIA จะปรับราคา RTX 4080 จาก 1,199 เหรียญ ลงมาเหลือเท่าไหร่ เพื่อให้แยกจากราคา 1,599 เหรียญ ของ RTX 4090 ให้เหมาะสมกว่าเดิม แต่ถ้าออกมา 999 เหรียญจริงนี่ก็จะตลกหน่อย เพราะมันเท่ากับ RX 7900 XTX เป๊ะ จะบอกว่าไม่ได้ลดแข่งกันเลยสักนิดนี่ก็กระไรอยู่นะ

 

 

ที่มา : TechRadar, VideoCardz

from:https://droidsans.com/nvidia-may-cut-an-rtx-4080-price-but-not-because-of-amd-it-swears/

ประกอบคอม งบ 30000 กับ 5 สเปคเล่นเกม FPS เทรดหุ้นจอใหญ่ แคสสตรีม คอมใหม่ 2023

ประกอบคอม งบ 30000 สเปคไหนดี 5 คอมเล่นเกมจอใหญ่ ตัดต่อ แต่งภาพ คอมมือใหม่ปี 2023 อัพเกรดได้

PC Spec 30K Cov1

ประกอบคอม งบ 30000 ต่อเนื่องจากในครั้งที่แล้ว ที่เราได้จัดสเปคคอม 20000 บาทให้ไป หลายคนอยากจะขยับช่วงราคา ไม่ให้อึดอัดเกินไป และในช่วงนี้ต้องถือว่าฟินสุดๆ เพราะอุปกรณ์หลายอย่างลดราคาลงมาถล่มกันท้ายปี เป็นโอกาสดีที่คอเกม จะอัพเกรดหรือประกอบคอมใหม่ เตรียมเล่นในปี 2023 ในครั้งนี้เรามีไอเดียสเปคคอมสำหรับเกมเมอร์ที่จะเริ่มต้นกับการเล่นเกม 5 สเปค สำหรับเป็นคอมเครื่องแรก ในการเล่นเกมใหม่ๆ บนจอขนาดใหญ่ อัพเกรดได้ โดยมีซีพียูตัวแรงอย่าง Intel Core i5 หรือ AMD Ryzen 5 หรือ Ryzen 7 มาพร้อมการ์ดจอตัวแรง อย่าง GeForce RTX หรือ Radeon RX 6000 series ที่ช่วยให้การเล่นไหลลื่นมากขึ้น และเลือกให้อัพเกรดได้ ใครที่มีงบประมาณอยู่ราวๆ นี้ จะสามารถประกอบคอมเล่นเกมได้อย่างสนุกต้อนรับปีใหม่กันได้เลย

ประกอบคอม งบ 30000 สเปคไหนดี 5 เล่นเกมจอใหญ่


Spec 1 – AMD Ryzen 7 7600X

ประกอบคอม งบ 30000

เริ่มกับสเปคแรกนี้ ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท ขอบอกก่อนว่าเซ็ตนี้เหมาะกับคนที่ต้องการไปต่อได้ เก็บเงินสำหรับซื้อการ์ดจอมาเพิ่มในอนาคต และยังได้สเปคใหม่ล่าสุด และแรงพอสำหรับการทำงานในด้านต่างๆ ด้วยการใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X ที่ราคาหมื่นต้นๆ ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่ ให้ประสิทธิภาพในการทำงานในด้านต่างๆ ได้ดี เพราะมาพร้อมการทำงานแบบ 6 core/ 12 thread เข้าคู่กับแรม DDR5 5200 ซึ่งช่วยให้แบนด์วิทธิ์กว้างขึ้น ระบบสามารถประมวลผลได้รวดเร็ว โดยสามารถอัพเกรดเพิ่มได้บนเมนบอร์ด B650 ที่ถือว่าเป็นชิปเซ็ตตัวรอง แต่สนับสนุนการปรับแต่งได้อย่างสนุก เช่นเดียวกับ SSD ที่เตรียมไว้ให้ 500GB บนอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ที่ให้ความเร็วได้มากกว่า 3,000MB/s (Read) ซึ่งช่วยให้การเปิดไฟล์ เปิดโปรแกรม เข้าเกม หรือโอนถ่ายข้อมูลได้ไหลลื่น และคุณยังอัพเกรดเป็น SSD PCIe 5.0 ที่มีความเร็วสูงได้ในอนาคตอีกด้วย

Advertisementavw

แม้ว่าจะไม่ได้มีการ์ดจอแยกมาให้ในชุดนี้ เพราะเตรียมเอาไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากจะเน้นการทำงานเป็นหลัก หรือยังไม่มีการ์ดจอที่เป็นตัวเลือกที่ถูกใจเวลานี้ หรืออาจจะรอการ์ดจอตัวกลางๆ อย่าง GeForce RTX4060/ RTX4070 รุ่นใหม่ หรือจะเป็น Radeon RX7000 series รุ่นเรือธงออกสู่ตลาดในราคาที่เหมาะสม โดยการ์ดจอที่ว่ามานี้ ราคาเริ่มตั้งแต่หมื่นกลางๆ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ก็จะได้ลุ้นใช้งานกัน แต่คุณยังสามารถใชกราฟิก Radeon Graphic ที่อยู่บนซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นนี้ได้ด้วย ซึ่งเราได้เคยทดสอบให้ได้ชมกันไปแล้วในการประกอบคอม AMD Ryzen 7600X โดยผลที่ได้กับการเล่นบน DOTA2 นั้นไหลลื่นสบายตา ในโหมด Medium หรือ Fastest และ Resident Evil Village ก็ไม่ธรรมดาว่ากันที่ 35-40fps. โดยเฉลี่ยกับการตั้งค่าแบบกลางๆ อีกด้วย ใครวางแผนรอการ์ดจอรุ่นใหม่ สเปคนี้ได้ของสดใหม่ยกชุด

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 7600X


Spec 2 – AMD Ryzen 5 + RX6700XT

ประกอบคอม งบ 30000

แต่ถ้าคุณไม่ชอบการรอ อยากได้แบบเล่นเกมจัดเต็ม Full-HD เล่นได้ระดับ 80-100fps. หรือจะเล่นบนจอใหญ่ 2K แล้วไหลลื่น เป็นแฟนเกม Call of Duty: warzone 2, Resident Evil, Dying Light หรือ GTA ก็จัดมาให้เป็น AMD Ryzen 5 5500 อาจจะเป็นน้องกลาง ที่ค่อนไปทางเล็ก แต่สเปคไม่ธรรดา จะว่าไปก็สามารถรีดประสิทธิภาพจากการ์ดจอแรงๆ ได้ดีพอตัว กับการทำงาน 6 core/ 12 thread บูสท์ได้สูงถึง 4.2GHz และมีแรม Kingston DDR4 3200 ใส่มาให้ 16GB เพื่อให้สอดคล้องกับการเล่นเกม ที่โดดเด่นกว่าน้องเล็กในระดับเดียวกัน เพราะนอกจากจะให้ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ รองรับ Ryzen 7 ได้แล้ว ยังมีสล็อตแรมมาให้ถึง 4 สล็อต มีงบเมื่อไร ก็อัพเพิ่มได้อีกสบายๆ พร้อมสล็อต M.2 ที่รองรับ PCIe 4.0 เราเตรียมเอาไว้ให้ 500GB หากจะอัพเกรด ก็เปลี่ยนตัวเดิมได้เลยทันที แม้จะไม่ได้มีแสงสีจัดจ้าน แต่เรื่องการสนับสนุนไว้ใจได้

และจุดสำคัญคือ การใส่การ์ดจอตัวเทพ ราคาเบาๆ มาให้อย่าง Radeon RX6700XT ที่เวลานี้ ราคาหล่น จนน่าจับจอง อย่างในงาน Commart ที่ผ่านมา ราคาแค่หมื่นนิดๆ เท่านั้น ใครโชคดีได้นาทีทอง ก็เหลือประมาณหมื่นบาท สามารถเล่นเกมโหดๆ ระดับ AAA ได้ไม่ยาก จากเกมที่ว่ามาด้านบน คุณสามารถปรับในโหมด High Detail ได้เลย บางเกมรองรับ FSR ก็ยิ่งทำให้ไหลลื่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังอัพเกรดเพิ่มได้อีกหน่อย เพราะเพาเวอร์ที่จัดมาให้ 750W 80+ และเคสสวยๆ ออกแบบแสงไฟตามใจชอบได้เลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 + RX6700XT


Spec 3 – AMD Ryzen 5 + RTX3060Ti

ประกอบคอม งบ 30000

มากันที่สเปคที่ 3 กับประกอบคอม งบ 30000 ซึ่งสเปคนี้ อาจจะเกินงบประมาณอยู่บ้าง แต่ก็จัดมาแบบครบๆ เอาใจคนที่ชอบความแรงขึ้นอีกระดับ เพราะให้เป็น AMD Ryzen 5 5600 ที่ขยับความแรงขึ้นมาอีกขั้น ได้ซีพียู 6 core/ 12 thread แต่เพิ่มความเร็วในการบูสท์ได้มากกว่า เหมาะกับการเล่นเกมในระดับ 1-4 core ที่ซีพียูสามารถดันการ์ดจอตัวแรงๆ ได้ดียิ่งขึ้น หรือใครงบประมาณสูงในอนาคต อยากจะขยับไป RTX3070/ RTX3080 หรือจะเป็น Radeon RX6800 ก็ยังไหว และงานนี้เราก็ใส่เป็น GeForce RTX3060Ti มาให้ เอาใจคอเกมในทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Action สไตล์มุมมองบุคคลที่สาม หรือจะเป็นเกม Racing ที่เน้นการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ชอบเล่นกับจอยพวงมาลัย ก็ยังสนุก โดยเฉพาะแนวขับรถแข่ง โดยให้แรม DDR4 16GB บนเมนบอร์ดชิปเซ็ต B550 จาก MSI

ส่วน SSD ที่ให้มาเป็น M.2 PCIe 4.0 x4 ความเร็วระดับ 3,300MB/s Read ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ติดตั้งเกมได้ 2-3 เกมใหญ่ เล่นได้อย่างจุใจ แต่ถ้าต้องการจะอัพเกรด ก็สามารถเปลี่ยนที่เป็นความจุได้ ไม่ว่าจะเป็นแรม หรือ SSD ก็ตาม หรือถ้าใช้งานเป็นหลัก ยังมีพอร์ต SATA III ให้ได้ใช้ สำรองข้อมูลหรือย้ายเกมไปไว้ก็ยังเรียกใช้ได้สะดวก เพาเวอร์ระดับ 650W ที่จัดการชุดนี้ได้อยู่หมัดและเคสพัดลม ARGB สวยๆ มาให้ ใครที่รู้สึกว่าอยากได้เมนบอร์ดตัวใหญ่ ใส่แรมเพิ่มได้อีก อาจเพิ่มอีกประมาณพันบาท ก็มี MSI B550-Pro ที่เป็นบอร์ด ATX ตัวใหญ่ อัพเกรดเพิ่มได้อีกหลายอย่างเลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: AMD Ryzen 5 + RTX3060Ti


Spec 4 – Intel Core i5 + RTX3060Ti

ประกอบคอม งบ 30000

สำหรับสเปคที่ 4 ในการประกอบคอม งบ 30000 บาทนี้ ขยับเพิ่มมาที่ 34,000 บาท แต่ได้สเปคที่น่าสนใจ เอาใจคนที่เล่นเกมหนัก ลงโปรแกรมเยอะ และต้องการขยับขยายการทำงานได้พอสมควร เริ่มจากซีพียู Intel Core i5 12400F รุ่นพิมพ์นิยม ทำงานแบบ 6 core (Core-P) และ 12 thread สามารถรีดประสิทธิภาพจากการ์ดจอรุ่นกลางๆ พี่รองอย่าง GeForce RTX3070 หรือจะเป็น RX6700XT ได้ไม่ยาก แต่หลักๆ สเปคนี้ เน้นที่การเล่นเกม เฟรมเรตสูง โดยมีการ์ดจอ GeForce RTX3060Ti ที่เอาใจคอเกมในสไตล์ต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Action FPS, MOBA, RTS หรือเกมแนว Racing จัดมาได้แบบเต็มที่ และมีแรมระบบมาให้เป็น DDR4 3200 16GB รวมถึงใส่ SSD M.2 NVMe PCIe จากทาง WD SN350 แม้จะเป็นแบบ PCIe 3.0 x4 แต่ก็ให้ความจุมาถึง 1TB ใส่เกมกันได้อย่างสนุก โดยมีเพาเวอร์จากทาง Corsair 750W ให้มีช่องว่างในการอัพเกรดได้ และเคสสวยใส พัดลมแสงไฟ RGB จัดมาให้เต็ม จากทาง AeroCool ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งการทำงาน เล่นเกม Full-HD 1080p รวมถึงการวีดีโอสตรีมมิ่ง 4K กันแบบลื่นๆ แต่ถ้าในอนาคตจะใช้ในการแคสสตรีม อยากให้เพิ่มเป็น Intel Core i7 และแรมเป็น 32GB เท่านี้ก็ไหลลื่นมากขึ้นแล้ว

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: Intel Core i5 + RTX3060Ti


Spec 5 – Intel Core i5 + RX6650XT

ประกอบคอม งบ 30000

มาที่เซ็ตที่ 5 ราคาอาจจะดูดุไปบ้าง แต่อยากให้ดูที่สเปคหลักที่เราจัดให้มา ไม่ใช่แค่เพียงเน้นการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรองรับการอัพเกรดอีกด้วย แม้จะเป็น Intel Core i5 แบบเซ็ตที่ 4 แต่ด้วยความเป็นซีพียูรุ่นที่แรงกว่าของ Core i5-12500 ทั้งความเร็ว Base clock และ Boost clock ก็มีส่วนทำให้การเล่นเกม และการรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอได้ดีขึ้น จับคู่มากับเมนบอร์ด Intel B660 รุ่นใหม่ จากทาง ASRock ซึ่งให้สล็อตแรมมาถึง 4 สล็อต อัพเกรดเพิ่มเติมจากเดิมที่ใส่มา DDR4 16GB เมื่อคุณพร้อมเมื่อไร หรือยากจะให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น ก็อัพเกรดบนสล็อตที่เหลือได้ โดยมี SSD M.2 PCIe 3.0 x4 ความเร็วประมาณ 2,200MB/s Read มาใช้งาน ความจุประมาณ 500GB ติดตั้งเกม 2-3 เกมได้ไม่ยาก แต่ถ้าคุณมีงบประมาณในภายหลัง ยังมีสล็อต M.2 เหลือให้อีก 1 ช่อง แต่แนะนำให้ซื้อเป็น SSD M.2 PCIe 4.0 มาเป็นตัวหลัก เพราะคุณจะได้ศักยภาพในการจัดการไฟล์ โอนถ่ายข้อมูล เข้าสู่เกม เปิดโปรแกรมได้แบบลื่นๆ อีกด้วย

ส่วนการ์ดจอเมื่อเซ็ตประกอบคอม งบ 30000 ราคานี้มาให้ ก็แทบจะไม่ต้องกั๊ก เพราะตัวคุ้มยังอยู่ที่ Radeon RX6700XT ที่ดีกรีความแรงไม่เป็นรองคู่แข่ง แต่ทำราคาได้เร้าใจ เรียกว่าเกมไหนๆ ก็ใส่ได้แบบหมดปลอก Action, Racing หรือจะเน้นเป็นแนว Openworld เปิดแมปกันสนุก จะเป็น Call of Duty: warzone 2, Resident Evil, Forza Horizon 5 หรือจะแนว Red Dead Redemption จัดมาให้ทุกภาค เล่นแบบ 1080p ก็ไหลลื่น หรือจะเป็น 2K บนจอ 27″ ก็ยังน่าสนใจ โดยมีเพาเวอร์จาก Zalman 700W และเคสสุดล้ำจาก Thermaltake มาอีกด้วย ถ้าเน้นเล่นเป็นหลัก พักน้อยก็แนะนำเลย

ดูรายละเอียดสเปคนี้เพิ่มเติม: Intel Core i5 + RX6700XT


Conclusion

ประกอบคอม งบ 30000
ประกอบคอม งบ 30000 Spec 1 Spec 2 Spec 3 Spec 4 Spec 5
ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X AMD Ryzen 5 5500 AMD Ryzen 5 5600 Intel Core i5-12400F Intel Core i5-12500
เมนบอร์ด MSI B650 ASUS A520 MSI B550 MSI H610 ASRock B660
แรม DDR5 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB
SSD M.2 500GB M.2 500GB M.2 500GB M.2 1TB M.2 500GB
กราฟิกการ์ด Radeon Graphic RX6700XT RTX3060Ti RTX3060Ti RX6700XT
เพาเวอร์ซัพพลาย 750W 80+ White 750W 80+ Bronze 650W 80+ Bronze 750W 80+ Bronze 700W 80+ White
เคส Tsunami Deepspace AeroCool Glider Cosmo Tsunami Deepspace AeroCool Quantum Mesh Tt Versa T27
ราคา 30,730 31,500 33,040 34,250 35,990

จัดมาให้แล้วครับ สำหรับคนที่ถามเรื่องสเปคประกอบคอม งบ 30000 บาท ราคานี้ย้ำว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นของ Banana และ Advice จากระบบจัดสเปคของ Notebookspec นี้เองครับ และถ้าคุณต้องการจะปรับแต่งในส่วนใด สามารถคลิ๊กเข้าไปในลิงก์ที่อยู่ด้านใต้ของแต่ละสเปคกันได้เลย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้นครับ หากคุณมีงบประมาณมากกว่านี้ หรือมีไอเดียที่จะแชร์ให้กับเพื่อนๆ ในการเลือกฮาร์ดแวร์ ก็สามารถอัพเดตกันได้เลยในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ และสำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกคอมสเปคไหนดี และอยากให้เราแนะนำกัน ก็ใส่ข้อมูลสเปค การใช้งานที่คุณต้องการเอาไว้ได้ เพื่อที่จะให้ทางทีมงานหรือเพื่อนๆ มาให้ข้อแนะนำกันได้เลยครับ


PC Spec 20000 Cov1

จัดสเปคคอม งบ 20000 แต่งภาพ เล่นเกมลื่น การ์ดจอ RTX เกมเมอร์อัพเกรดเพิ่มได้

from:https://notebookspec.com/web/677388-5-pc-spec-30000-game-2022

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD, Intel มี Office แท้! แรงคุ้มถูกใจสายทำงาน เริ่ม 29,990 บาท!

รวมโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นเด่นทั้ง AMD, Intel มาให้เลือก ได้ Office แท้ทุกเครื่องแน่นอน!!

Share image Edit Name 1acerlightweight 1

ยุคนี้ที่เทคโนโลยีและเทคนิคการย่อขนาดชิ้นส่วนภายในอุปกรณ์ไอทีได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยขึ้น จึงมีกลุ่มโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ออกมาวางขายมากขึ้น ซึ่งข้อดีนอกจากเรื่องน้ำหนักเบาตัวเครื่องก็บางพกพาสะดวก ใส่กระเป๋าสะพายข้างหรือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คแบบสะพายข้างแฟชั่นสวยๆ ให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 หลายรุ่นในปัจจุบันก็ติดตั้งพอร์ต USB-C ที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ จึงใช้ปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์และสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าไปก็ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้โน๊ตบุ๊คทำงานได้เมื่อจำเป็นอีกด้วย และยังไม่รวมฟังก์ชั่นเฉพาะของโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นที่ทางบริษัทปรับแต่งมาให้เป็นพิเศษด้วย

Advertisementavw

นอกจากนี้ โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ก็มีซีพียู Intel ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้ดีรอบด้านไม่ว่าจะงานเอกสารหรือจะใช้เรนเดอร์กราฟิคหรือแต่งภาพก็ได้ ด้านของโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD นอกจากได้ราคาน่าคบหาแล้ว Ryzen 6000 Series ณ ปัจจุบันนี้ก็มีกราฟิคการ์ดออนบอร์ดประสิทธิภาพสูงขึ้นจนใช้ทำงานกราฟิคหรือใช้เล่นเกมได้เสียด้วยซ้ำ โดยตั้งค่าตัวเกมด้วย AMD Software: Adrenalin Edition เล็กน้อยก็รันเกมได้ไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ในตอนนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกมากทีเดียว และประสิทธิภาพก็น่าประทับใจอย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 สเปคดีมี Office แท้ให้ใช้ด้วย!

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-512-51E2 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K
(2160×1440)
IPS

1.25 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Swift 5 SF514-56M4 Intel Core
i5-1240P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

ทัชสกรีน
14″ WQXGA
(2560×1440)
IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,990
Acer Swift 3 SF314-71-50E8 Intel Core
i5-12500H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

31,990
Acer Swift 3 SF314-71-75VF Intel Core
i7-12700H

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR5
4800MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2800×1800)
OLED

อัตราส่วน 16:10

1.4 กก.

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 AMD Ryzen 5 6600U

AMD Radeon 660M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

45,990
Acer Swift Edge SFA16-41-R76R AMD Ryzen 7 6800U

AMD Radeon 680M

M.2 NVMe
1TB

16GB LPDDR5
6400MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

16″ WQUGA
(3840×2400)
OLED

อัตราส่วน 16:10

100% DCI-P3

VESA DisplayHDR True Black 500

USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery

USB-A 3.2 Gen 1 x 2

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

49,990

acer laptop swift edge the design 1

6 โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 พกง่ายทำงานดีแบตเตอรี่ทนทาน ทำงานเวิร์คแน่นอน

ผู้ใช้คนไหนกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 เครื่องใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้นมาใช้แทนเครื่องเก่าที่น้ำหนักมากพกพาลำบากอยู่ ณ ตอนนี้ก็มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกถึง 6 รุ่น ทั้งซีพียู AMD, Intel รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)
  2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)
  4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)
  5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)
  6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-512-51E2 (29,990 บาท)

acer1

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นแรกเป็น Acer Swift 3 SF314-512-51E2 ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ซึ่งจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว ได้ซีพียู Intel 12th Gen ได้จอความละเอียดสูง 2K กับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้กับปุ่ม Power อีกด้วย ช่วยเสริมความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เพื่อแสดงผลขึ้นจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS ได้ดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเบาพกง่าย มีฟีเจอร์ติดมาให้ครบเครื่องพอใช้งาน เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ที่ราคาดีและฟีเจอร์ติดมาให้ใช้เยอะพอสมควรอีกด้วย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-51E2
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (Speed Computer Shopee)
2. Acer Swift 5 SF514-56M4 (39,990 บาท)

acer2

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นถัดมาเป็น Acer Swift 5 SF514-56M4 ซึ่งวัสดุตัวเครื่องหรูหรายิ่งขึ้นและได้หน้าจอทัชสกรีนความละเอียด 2K มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ที่ปุ่ม Power และบอดี้ดีไซน์ให้ยกฐานตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยเมื่อกางหน้าจอใช้งานและยังมีพอร์ต Thunderbolt ด้วย จัดว่าน่าใช้มาก

ซีพียูของ Swift 5 เป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ส่วนหน้าจอทัชสกรีนมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรม 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มาให้ใช้งาน มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม ซึ่งโน๊ตบุ๊คนี้เมื่อเป็นจอทัชสกรีนแล้ว ก็ใช้นิ้วแตะเลือกโปรแกรมหรือแอพฯ ที่ต้องการบนหน้าจอได้เลย ไม่ต้องใช้เมาส์ก็ได้เช่นกัน

สเปคของ Acer Swift 5 SF514-56M4
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3~4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 39,990 บาท (Chaikamol Group Shopee)
3. Acer Swift 3 SF314-71-50E8 (31,990 บาท)

acer3

หากผู้ใช้คนไหนทำงานสายอาร์ทตัดต่อแต่งภาพหรืออยากใช้หน้าจอ OLED ล่ะก็ Acer Swift 3 SF314-71-50E8 นับว่าน่าใช้มาก เพราะได้จอ OLED ความละเอียด 2.8K และยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และพอร์ต Thunderbolt และ Microsoft Office อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและกราฟิคงานขึ้นจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ได้เป็นอย่างดี มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมในเครื่องเป็นแบบออนบอร์ดความจุ 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม หากมองหาโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 จอสวยสักเครื่องก็แนะนำเป็นรุ่นจอ OLED ตัวนี้เอาไว้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-50E8
  • CPUIntel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 31,990 บาท (BaNANA)
4. Acer Swift 3 SF314-71-75VF (35,990 บาท)

acer4

แม้ Intel Core i5-12500H จะทำงานได้ดีแต่ผู้เขียนมั่นใจว่ามีผู้ใช้บางคนที่รันงานหนักจนต้องหารุ่นซีพียู Intel Core i7 มาใช้ถึงจะตอบโจทย์ แต่ก็อยากได้จอ OLED ด้วยก็เพิ่มเงินเล็กน้อยแล้วซื้อ Acer Swift 3 SF314-71-75VF รหัสนี้แทน เพราะได้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ทำให้รันงานหนักได้ดีขึ้นและแชร์สเปคส่วนอื่นร่วมกับ Acer Swift 3 ในข้อก่อนแทบทั้งหมด หากใครมีเงื่อนไขตามที่ผู้เขียนกล่าวถึงไปข้างต้นก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-71-75VF
  • CPUIntel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2800×1800) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10
  • Ports : USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.4 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 (45,990 บาท)

acer5

Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1 นี้เป็น Acer Swift ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูงพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้และน้ำหนักเบาเพียง 1.17 กิโลกรัม, ได้หน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด 4K OLED คุณภาพสูงไม่พอ ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นได้ทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือและชิป Microsoft Pluton เข้ามาช่วยซัพพอร์ตชิป TPM 2.0 อีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนสนใจจะซื้อรุ่นนี้อยู่แล้วสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

Swift Edge รุ่นเริ่มต้นติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz มาให้ มีหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500 มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 กับแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz มาให้ครบเครื่อง มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.17 กิโลกรัม ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดของ Ryzen 6000 Series นั้นทรงพลังพอใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ณ ตอนนี้ได้ โดยใช้ซอฟท์แวร์ AMD Software: Adrenalin Edition ช่วยตั้งค่าเล็กน้อยก็เล่นเกมได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R4B1
  • CPUAMD Ryzen 5 6600U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.9-4.5GHz
  • GPU :  AMD Radeon 660M แบบ 6 คอร์ ความเร็ว 1,900MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (BaNANA)
6. Acer Swift Edge SFA16-41-R76R (49,990 บาท)

acer6

โน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 รุ่นสุดท้ายเป็น Acer Swift Edge SFA16-41-R76R ซึ่งแชร์สเปคกับ Swift Edge ในข้อก่อนหน้าแทบทั้งหมดแต่อัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz รุ่นประสิทธิภาพสูงสุดและได้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz แทน ซึ่งเมื่อมีคอร์การ์ดจอออนบอร์ดเยอะขึ้นก็ช่วยให้เรนเดอร์งานกราฟิคได้ดีและถ้าเล่นเกมก็ได้เฟรมเรทมากขึ้นอีกด้วย หากผู้ใช้คนไหนต้องการโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ซีพียู AMD ที่ดีสุด ณ ตอนนี้ ก็ต้องเป็น Acer Swift Edge รุ่นนี้เลย

สเปคของ Acer Swift Edge SFA16-41-R76R
  • CPUAMD Ryzen 7 6800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.7-4.7GHz
  • GPU :  AMD Radeon 680M แบบ 12 คอร์ ความเร็ว 2,200MHz
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR5
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQUGA (3840×2400) พาเนล OLED อัตราส่วนจอ 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 500, TUV Rheinland eyesafe Certified
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ DisplayPort alt-mode และ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 6GHz รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 1080p Full HD Camera, Acer TNR
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.17 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (CHI CHANG Shopee)

acer laptop swift edge the security

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Acer น้ำหนักเบา 2022 ณ ช่วงปลายปีนี้มีรุ่นน่าใช้ให้เลือกหลายรุ่น ไม่ว่าจะรุ่นสเปคคุ้มราคาไม่เกิน 30,000 บาท, จอทัชสกรีนหรือได้ซีพียู AMD Ryzen 6000 Series ก็มีให้เลือก และทุกรุ่นก็มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้จากโรงงานอีกด้วย เมื่อซื้อมาก็เปิดเครื่องใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1swift 1

Share image Edit Name 2acer 1

Share image Edit Name 1acer20000 1

from:https://notebookspec.com/web/678008-6-acer-light-weight-laptop-2022-to-2023

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 รุ่นใหม่ AM5 ไม่มีการ์ดจอ แต่เล่นเกมได้ ทำตามขั้นตอนกันได้เลย

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 ทำเองได้ ไม่กี่ขั้นตอน พร้อมปรับแต่ง AMD EXPO การ์ดจอไม่มี ก็เล่นเกมได้

มือใหม่

มือใหม่ประกอบคอม วันนี้เรามาประกอบเซ็ตคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่กันดีกว่า เรามาเอาใจสาวกค่ายแดงอย่าง AMD กันบ้าง ด้วยการประกอบคอม AMD Ryzen 7000 บนซ็อกเก็ต AM5 รุ่นใหม่ล่าสุด ให้ดูกันไปครับว่าจะต่างจากซ็อกเก็ต AM4 แบบเดิมอย่างไร รวมถึงวันนี้จะตอบคำถามที่หลายคนคาใจ เรื่องกราฟิกที่อยู่ในตัวซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ จะสามารถเล่นเกมได้ดีเพียงใดถ้าไม่ได้ใช้กราฟิกการ์ดแยก และที่สำคัญครั้งนี้เราได้เมนบอร์ดที่สนับสนุน AMD EXPO ในการปรับโพรไฟล์แรมเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย รวมถึงแรมที่เราได้มาเป็น Kingston FURY BEAST DDR5 6000 ก็จะได้ลองใช้ AMD EXPO ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแนะนำการตั้งค่าเบื้องต้นในการเพิ่มความเร็วแรมแบบง่ายๆ ไปจนถึงการทดสอบความเร็ว ให้เห็นความแตกต่างๆ ระหว่างความเร็วแรมพื้นฐาน และหลังจากที่ตั้งเป็น AMD EXPO แล้ว


ประกอบคอม AMD Ryzen 5 7600X


อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบ

  • ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X
  • เมนบอร์ด ASUS ROG CROSSHAIR X670E HERO
  • แรม Kingston FURY Beast DDR5 32GB EXPO
  • SSD 1TB PCIe 4.0
  • กราฟิก Radeon Graphic
  • เพาเวอร์ซัพพลาย DEEPCOOL DQ850-M-V2L
  • เคส DEEPCOOL CL500

อุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องมีหลักๆ ประกอบไปด้วย

Advertisementavw
มือใหม่
  • ไขควง 4 แฉก เป็นไปได้ขอเป็นแบบแม่เหล็ก จะช่วยป้องกันทำน็อตหล่นลงไปในเคสได้ดีทีเดียว
  • ซิลิโคนช่วยนำพาความร้อนให้ซีพียู เลือกตามความเหมาะสม และงบประมาณ หรือจะใช้ที่มากับฮีตซิงก์ก็ได้
  • สายรัด เคเบิลไทร์หรือสายจัดเก็บสายไฟ
  • บรรดาน็อตขนาดต่างๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เมนบอร์ด การ์ดจอ พัดลมเป็นต้น

อุปกรณ์ที่ใช้

มือใหม่

ซีพียู: AMD Ryzen 5 7600X เป็นน้องรอง ที่เป็นซีพียูในระดับ 5nm ใหม่ล่าสุด บนแพลตฟอร์ม AM5 ซ็อกเก็ต 1718 ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread ความเร็ว Boost สูงสุดที่ 5.3GHz มีรหัส X ต่อท้าย ซึ่งหมายถึง การปลดล็อค เพื่อโอเวอร์คล็อก บนเมนบอร์ดชิปเซ็ต AMD X670, X670E, B650 series เป็นหลัก รองรับแรม DDR5 และ AMD EXPO มีกราฟิกมาในตัว สนนราคาเวลานี้ราวๆ 12,500 บาท

มือใหม่

เมนบอร์ด: เรียกว่าตัวท็อปอีกรุ่นหนึ่งของ ASUS ก็ว่าได้ เพราะใช้ชิปเซ็ต X670E ที่จะพิเศษกว่ารุ่นพื้นฐานทั่วไปตรงที่ รองรับ PCIe 5.0 ได้ทั้งกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ และ SSD M.2 NVMe PCIe 5.0 ที่กำลังจะออกมาในอนาคต เมนบอร์ดนี้จากทาง ASUS ในรุ่น ROG CROSSHAIR X670E HERO

จุดเด่นที่มาพร้อมกับซีรีส์ของ ROG รุ่นนี้ก็คือ ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 18+2 phase รองรับการโอเวอร์คล็อก ทั้งซีพียูและแรม ที่ทำได้สูงสุด DDR5 6400MHz สนับสนุน PCIe 5.0 พร้อมชุดระบายความร้อนในจุดต่างๆ แสงไฟ RGB และมีพอร์ต USB 4 ในแบบ Type-C มาให้ใช้อีกด้วย การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 6E เรียกว่าออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ตัวจริงโดยเฉพาะ

มือใหม่

RAM: เป็นแรมรุ่นใหม่จากทาง Kingston FURY Beast DDR5 32GB เป็นแบบ 16GB x2 ผมว่าเป็นแรมที่น่าสนใจอย่างมาก หากเทียบกับ แรม DDR5 6000 ในท้องตลาดเวลานี้ เพราะราคาใกล้เคียงกับ DDR5 5200 บนความจุเดียวกันหลายรุ่น แต่เร็วกว่า และยังรองรับ AMD EXPO ในการปรับเพิ่มความเร็วแรมได้ง่ายๆ ด้วยโพรไฟล์โอเวอร์คล็อกที่ทาง AMD พัฒนาขึ้นมา ผู้ใช้ไม่ต้องไปเซ็ตค่าเองให้วุ่นวายอีกด้วย

SSD: เป็นแบบ M.2 NVMe PCIe ตรงนี้คุณเลือกได้นะ ว่าจะใช้แบบ PCIe 3.0/ 4.0 ไปก่อน เอาของเดิมที่มีอยู่ แล้วรอ SSD PCIe 5.0 ออกมา แล้วซื้อมาติดตั้งในภายหลัง หรือถ้าคุณมี SSD ในแบบ SATA ก็อาจจะเอามาใช้ก่อนได้

กราฟิกการ์ด: ครั้งนี้เราเน้นที่ขั้นตอนการประกอบ ไม่ได้เน้นที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ แต่อยากจะให้เห็นความสามารถของ Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นนี้ ที่เค้าใส่กราฟิกมาให้ใช้งานกันแล้ว แต่ก็จะติดตั้งกราฟิกการ์ดให้ดูเป็นแนวทาง สำหรับเพื่อนๆ ที่จะประกอบคอมด้วยครับ

มือใหม่

เพาเวอร์ซัพพลาย: DEEPCOOL DQ850-M-V2L เป็นเพาเวอร์ระดับ 850W และมี 80+ Gold การันตี เรื่องของการจ่ายไฟคุ้มค่า มาพร้อมสายถอดได้ทั้งหมด พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ หัวต่อมีให้แบบครบครัน ในราคาสบายกระเป๋า แต่แนะนำว่าหากคุณจะใช้กับการ์ดจอ RTX4000 series รุ่นใหม่ แนะนำรุ่น 1000W ขึ้นไปและ อาจจะต้องหาตัวแปลง PCIe 5.0 มาใช้ ในกรณีที่ไม่เป็นรุ่นที่มี 12VHPWR มาให้ครับ


เตรียมพื้นที่ภายในเคส

มือใหม่
  1. เคสที่ใช้วันนี้จาก DEEPCOOL CL500 ชอบตรง ถอด แกะ ส่วนต่างๆ ออกมาได้หมด
  2. ภายในกว้าง ติดตั้งง่าย ใส่ชุดน้ำสะดวก รองรับการ์ดจอขนาดใหญ่
  3. ถอดฝาทุกด้านออก
  4. เช็คน็อตหรือหมุดรองเมนบอร์ดให้ครบ
  5. จัดสายต่างๆ เอาไว้ด้านหลัง

ติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย

มือใหม่
  1. จะติดตั้งก่อนหรือหลังวางเมนบอร์ดก็ได้
  2. จะวางคว่ำหรือหงาย ให้ดูด้านบนตัวเคส หากมีช่องระบายอากาศ หันพัดลมขึ้น ช่วยดูดลมร้อน แต่ถ้าปิดทึบ หันแบบใดก็ได้
  3. หากเป็นแบบถอดสายได้ อย่าลืมต่อสายให้ครบก่อน จะต้องใช้อะไร ติดตั้งแล้ว ใส่เพิ่มลำบาก
  4. สายเพาเวอร์ 24-pins, 8-pins CPU, 6+2 pins VGA, SATA power, Molex สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ
  5. ไขให้แน่น แล้วลองลากสายไปยังจุดที่จะต่อในส่วนต่างๆ เพื่อเช็คระยะ
  6. เตรียมวางเมนบอร์ด

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ หรือไม่ถนัดกับการจัดการสิ่งต่างๆ ภายในเคส เบื้องต้นผมอาจะให้ติดตั้งซีพียู และชุดระบายความร้อนบนเมนบอร์ดข้างนอก ก่อนจะนำเมนบอร์ดลงในเคสอีกที แต่ถ้ามองว่าไม่จำเป็น ก็เอาเมนบอร์ดลงเคสไปก่อนได้เลยครับ


ติดตั้งซีพียู

มือใหม่

การติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7000 series บน AM5 ไม่ได้ซับซ้อนมากมากนัก จุดสังเกต การติดตั้งซีพียู AMD AM5 ด้วยกระดองที่ออกแบบมาใหม่ ไม่ได้มี Pin อยู่บนซีพียูแล้ว รวมถึงการปรับเลย์เอาท์การออกแบบใหม่ จึงเกิดมาเป็นกระดองหรือหน้าสัมผัสแปลกๆ แบบนี้ การจับและการวางลงบนซ็อกเก็ต อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม

  1. ซีพียู AMD “X” series จะไม่มีฮีตซิงก์มาให้ เพื่อให้คุณมีทางเลือกในชุดระบายความร้อนได้ตามใจ
  2. ทางเลือกในการใช้งาน ใช้ซิงก์ AM4 รุ่นเก่าก็ได้ หรือจะใช้ฮีตซิงก์ซื้อแยกก็ได้เช่นกัน
  3. แกะซีพียูออกจากกล่องด้วยความระวังครับ หน้ากล่องเค้าจะเป็นแบบนี้เลย กล่องบางแบบนี้ ไม่มีฮีตซิงก์นะครับ
  4. เมื่อพร้อมแล้ว ติดตั้งซีพียูลงบนเมนบอร์ดได้เลย
  5. สังเกตง่ายๆ หากเราวางเมนบอร์ดแนวตั้ง ก็วางแนวของตัวอักษรของซีพียูเป็นแนวตั้ง
  6. หรือสังเกตบากบนซีพียูกับซ็อกเก็ต จะตรงกัน ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีต ที่ต้องดูตามลูกศร

วางซีพียูลงบนเมนบอร์ด

มือใหม่
  1. งัดกระเดื่องหรือสลัก ขึ้นมาได้เลยครับ  วิธีคือ กดตัวล็อคลงไป แล้วดันออกทางด้านข้าง
  2. ยังไม่ต้องเอาฝาครอบซ็อกเก็ตออกครับ เพื่อความปลอดภัยต่อพินภายใน
  3. จากนั้นวางซีพียูลงไปตรงๆ ให้ดูบากให้ตรงกันครับ ที่สำคัญจับซีพียูแน่นๆ ถ้ารู้สึกมือลื่นให้ไปล้างมือ แล้วเช็ดให้แห้งครับ
  4. เมื่อวางลงไปแล้ว ดันฝาครอบลงไปช้าๆ จากนั้นฝาปิดจะหลุดออก แล้วกดตัวล็อคให้แน่น เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น

ติดตั้งฮีตซิงก์

มือใหม่

ยังไม่จบแค่นี้ครับ เรามาได้ประมาณ 30% แล้ว เรามาใส่ฮีตซิงก์กัน การติดตั้งฮีตซิงก์ AMD แจ้งว่าคุณสามารถใช้ฮีตซิงก์เดิมที่เป็น AM4 ได้ รวมถึงฮีตซิงก์แบบที่คุณซื้อแยกมาใช้ได้ แต่ครับ แต่… ย้ำแบบนี้ คุณจะยังไม่สามารถใช้ฮีตซิงก์ที่จะต้องเปลี่ยน Backplate ด้านหลังได้ตอนนี้นะครับ เพราะ AMD ออกแบบมาให้ Backplate เป็นชิ้นเดียวกับซ็อกเก็ตเลย ดังนั้นคุณอาจจะต้องเช็คตรงนี้ด้วย หากคุณมีฮีตซิงก์ตัวโปรดของคุณอยู่

ตัวอย่างเช่น ที่ผมใช้ DEEPCOOL GAMMAXX 400XT รุ่นนี้ เพราะเปลี่ยนแค่ตัวล็อคบนขาฮีตซิงก์เท่านั้น และใช้ตัวล็อคเดิมบนเมนบอร์ดได้เลย หรือจะลองกับฮีตซิงก์ตัวเดิมที่เป็น AM4 ก็ได้นะครับ วางได้เหมือนกัน มาวางฮีตซิงก์กัน

มือใหม่
  1. แต่ก่อนอื่น ทาซิลิโคนก่อนครับ เลือกตามสะดวกครับ แตะ ป้าย ทา ถู ขอแค่ฮีตซิงก์แปะหน้าสัมผัส แล้วกระจายให้ทั่ว เพื่อการนำพาความร้อนที่ดี ใช้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องถึงขนาดหนาเตอะ มือใหม่ต้องระวังครับ เพราะอาจจะหกเลอะไปด้านนอกได้
  2. ถ้าฮีตซิงก์หรือปั้มน้ำ มีพลาสติกปิดกันรอย ดึงออกด้วยครับ ไม่อย่างนั้นอาจร้อนจนดับได้
  3. หันทิศทางของพัดลมให้เหมาะครับ รูปแบบปกติคือ พัดลมเป่าผ่านฮีตซิงก์ ให้ลมเย็น ผ่านซิงก์ ไปยังด้านหลัง และมีพัดลมดูดออกทางด้านหลัง
  4. อย่าลืมต่อสายไฟพัดลมให้เรียบร้อย
  5. ส่วนถ้าเป็นชุดน้ำปิด หรือ AIO และมีไฟพัดลม RGB ด้วย ให้เช็คครับว่า ต้องต่อเข้ากับจุดไหนบ้าง เพราะบางรุ่นมาพร้อม Fan hub หรือบางรุ่นก็มีชุดสายพ่วงมาให้ ต่อให้ครบ จะได้เย็นด้วย สวยด้วยครับ
มือใหม่

ติดตั้งแรม

มือใหม่

มาติดตั้งแรมกันครับ บนเมนบอร์ดโดยพื้นฐาน ถ้าเราเห็นเมนบอร์ดชิปเซ็ตกลางๆ ถึงรุ่นประหยัด จะมีแรมให้ 2 สล็อต ส่วนถ้าเป็นชิปเซ็ตรุ่นท็อป มักจะมีให้ 4 สล็อตแรม อย่างเช่น X670E รุ่นนี้ วิธีการติดตั้งให้เริ่มแบบนี้ครับ มือใหม่ทำตามได้เลย

  1. หากเป็นแรม 2 สล็อต ส่วนใหญ่เริ่มจากแถวไหนก็ได้ แต่มักจะติดตั้งกันที่สล็อตแรก
  2. ส่วนถ้ามีแรม 4 สล็อต เช่นเดียวกับเมนบอร์ดนี้ เค้าจะนับแบบนี้ครับ A1, A2, B1 และ B2
  3. ผู้ผลิตแนะนำให้เริ่มที่สล็อต A2 ตามด้วย B2 หรือตามความเข้าใจของหลายคนคือ สล็อตที่ 2 และสล็อตที่ 4 นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะ ส่วนหนึ่งคุณจะให้ระบบทำงานแบบ Dual-channel ได้ในการติดตั้งแบบนี้ รวมถึงการเปิดใช้ XMP ในกรณีที่ใช้ในระบบ Intel อีกด้วย
  4. แต่ถ้าคุณมีแรม 4 แถว อยากใส่ให้ครบก็ได้ ใส่เต็มได้ทุกแถวครับ จะต่างความจุก็ใช้ได้เช่นกัน ส่วนผลที่ออกมา ก็ขึ้นอยู่กับสเปคของแรมด้วย

ติดตั้ง SSD

มือใหม่
  1. เมนบอร์ดรุ่นนี้มีสล็อต M.2 มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกันครับ M1_1 และ M2_2 เป็น PCIe 5.0 ส่วน M2_3 และ M2_4 เป็น PCIe 4.0
  2. สำหรับคนที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ และต้องการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ หรือสมมติว่ามี SSD PCIe 5.0 แล้ว แนะนำ ติดตั้งสล็อตด้านบน ใกล้กับสล็อต PCIe x16 นี้ หรือสล็อตด้านล่าง
  3. ส่วนอีก 2 สล็อตจะเป็น PCIe 4.0
  4. เวลาติดตั้ง มือใหม่ให้ดูบากบนโมดูล M.2 และสล็อตเป็นหลัก ให้เสียบลงไปเฉียงๆ แบบนี้ แล้วปิดฮีตซิงก์ได้เลย
  5. บางรุ่นจะมีตัวล็อคโมดูลมาให้ก่อน จากนั้นค่อยวางฮีตซิงก์
  6. แต่บางรุ่นก็จะไม่มีฮีตซิงก์ให้ จะหามาเพิ่มเติมเองก็ได้เช่นกัน
  7. ส่วนถ้ามี SSD หรือฮาร์ดดิสก์ในแบบ SATA อย่าลืม ต่อสายสัญญาณ และสายเพาเวอร์เข้าไปด้วย หน้าตาเป็นแบบนี้
มือใหม่

ถ้าจะถามว่าความจุ SSD เท่าไรถึงจะพอ เอาแบบนี้ครับ ง่ายๆ

  • มือใหม่ใช้งานทั่วไป ไม่มีข้อมูลมาก ท่องเน็ต ดูเว็บเป็นหลัก 240-256GB ก็พอ
  • ทำงาน มีข้อมูล ลงโปรแกรมขนาดใหญ่บ้าง วางไว้ที่ 480GB ขึ้นไป
  • เล่นเกมเป็นหลัก ทำงานด้านภาพ วีดีโอ ให้เริ่มที่ 1TB เพราะลงโปรแกรม กับเกมได้เยอะ

วางเมนบอร์ดลงในเคส

มือใหม่
  1. หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้เวลานำเมนบอร์ดลงไปในเคส
  2. เช็คหมุดตัวรองเมนบอร์ดให้ครบ ขาดอันไหน ใส่เพิ่ม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการประกอบค็
  3. ใส่ฝาปิดด้านหลัง หรือ IO shield ลงไปก่อน แต่ถ้าเป็นแบบ Pre-Install ก็ขยับให้ตรงด้านหลังกับหมุดรองบอร์ด
  4. ไขน็อตยึดเข้าไป เป็นไปได้ยึดให้ครบทุกจุด น็อตที่ใช้เป็นแบบเกลียวละเอียด
  5. แนะนำว่าให้ใช้ไขควงที่เป็นแม่เหล็ก เพื่อป้องกันน็อตหล่นลงบอร์ด

ติดตั้งการ์ดจอ

มือใหม่

ในการประกอบคอมมือใหม่ครั้งนี้เราตั้งใจว่าจะใช้กราฟิกออนบอร์ด บนซีพียู AMD มาทดสอบให้ได้ชมความสามารถกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ AMD ใส่กราฟิกลงบนซีพียู X series นอกเหนือจาก G series แต่ก็นำการ์ดจอแยก มาประกอบให้ได้ดูกัน จะได้ครบทุกองค์ประกอบนั่นเอง

  1. ให้เช็คพื้นที่ในการติดตั้งภายในเคสให้ดี ว่ามีความยาวมากพอ หรือมีสิ่งใดติดขัดหรือไม่
  2. เริ่มติดตั้งที่สล็อตหลักที่เป็นสล็อตแรก ใกล้กับซ็อกเก็ตของซีพียู เพราะจะเป็นสล็อตที่รองรับความเร็วมาตรฐานล่าสุดเอาไว้ อย่างเช่น PCIe 4.0 หรือ PCIe 5.0
  3. ให้ถอดฝาปิดตรงสล็อตด้านหลังเคสออก ส่วนใหญ่ 2 หรือ 3 ชิ้น
  4. เสียบการ์ดลงไปที่สล็อตตรงๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงคลิ๊ก เมื่อตัวล็อคทำงาน
  5. เมื่อมั่นใจว่าแน่นดีแล้ว ให้ไขน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่นหนา
  6. จากนั้นต่อสายไฟ ตามรูปแบบของ Power connector บนตัวการ์ด

ต่อสายไฟและสายสัญญาณ

มือใหม่
  1. สายไฟ 24-pins จ่ายไฟหลักต่อบนเมนบอร์ด
  2. สายไฟ 8-pins จ่ายไฟซีพียู มีอยู่ 2 ชุด ใช้งานทั่วไป ต่ออันเดียว ใช้ซีพียูแรงๆ และ OC ด้วย ต่อ 2 ชุด
  3. สายไฟ 6+2 pins ต่อการ์ดจอ แต่ถ้าเป็นการ์ดรุ่นใหม่ ต้องใช้หัวต่อ PCIe 5.0 หรือใช้ตัวแปลง
  4. สาย HD Audio ต่อ Sound บน Front panel
  5. สาย USB 2.0 ใช้กับ Front panel
  6. สาย Front USB 3.2
  7. สายสัญญาณ Front panel (Power, Reset, HDD LED, PW LED)

เมื่อต่อสายทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ให้ตรวจเช็คอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ จากนั้นต่อสายสัญญาณจากจอภาพ เข้าสู่พอร์ตแสดงผล ในกรณีนี้ ผมขอใช้เป็นการ์ดจอ AMD Radeon ที่มากับซีพียู และถอดการ์ดจอแยกออกไปเลย เพื่อที่จะได้ผลการทดสอบร่วมกับการ์ดจอ AMD Radeon Graphic ล้วนๆ


เข้า BIOS ตั้งค่า

มือใหม่

สิ่งที่สำคัญคือ เข้าไปตั้งค่าใน BIOS กัน สำหรับคนที่ใช้ระบบนี้ และมีแรม DDR5 ความเร็วสูง อย่างเช่น ในครั้งนี้ เรามาพร้อมแรม Kingston FURY Beast DDR5 6000 ความจุ 32GB และรองรับ AMD EXPO ในการเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย ตรงนี้อธิบายนิดนึงครับว่า ปกติแรมที่คุณใช้อาจเป็นมาตรฐาน DDR5 4800 หรือ DDR5 5200 ก็จะเป็นระดับค่าพื้นฐานในการใช้งาน แต่ในกรณีที่บางคนมีงบประมาณสำหรับแรมความเร็วสูง อย่างเช่น DDR5 6000 แบบนี้ คุณจะทำความเร็วนั้นได้ มีเพียงการโอเวอร์คล็อกเท่านั้น

มือใหม่

แต่คนที่ทำไม่เป็นหรือเป็นมือใหม่ ก็อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะขึ้นอยู่กับขนาดแรม ค่า CL แรงดันไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะยุ่งยากพอสมควร แต่ AMD EXPO จะทำให้ง่ายขึ้น ด้วยการเซ็ตค่าในไม่กี่คลิ๊ก ก็ทำให้ความเร็วของแรม DDR5 สูงขึ้นได้ คล้ายกับการใช้งาน Intel XMP Profile นั่นเอง แต่ความสำเร็จหรือการใช้งานบนความเร็วนั้นๆ ได้ ตัวแรม ก็ต้องรองรับ AMD EXPO นี้ด้วย

มือใหม่

ทดสอบแรม

มือใหม่

ทดสอบแรม เปรียบเทียบกันระหว่างการความเร็วแรมพื้นฐานที่ยังไม่ได้เปิด AMD EXPO และหลังจากเปิดใช้งาน ด้วยการทดสอบ Cache & Memory Benchmark บน AIDA64 ซึ่งผลที่ได้ชัดเจนว่า ค่าการอ่านข้อมูลเมื่อเปิด AMD EXPO แล้ว ทำให้แรม Kingston รุ่นนี้ ไปได้ถึง DDR5 6000 มีประสิทธิภาพสูงกว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานอยู่มากพอสมควร ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับผู้ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่นี้


ทดสอบการ์ดจอ

มือใหม่

เรามาทดสอบความสามารถในการเล่นเกมของ AMD Radeon Graphic ที่ใส่เข้ามาในซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ ด้วยเกม DOTA2 ผลที่ได้คือ การตั้งค่าความละเอียด 1080p ที่ Detail: Fastest ได้เฟรมเรตที่มากถึง 198fps.++ ส่วนถ้าตั้งค่า High จะไปได้ถึง 30-40fps. เลยทีเดียว ภาพสวย และยังลื่นไหลได้ดี

มือใหม่

ขยับมาที่เกม Resident Evil Village เกมนี้แม้จะโหดหินหน่อย แต่เราก็ตั้งค่ากราฟิก Texture Quality ไว้ที่ High และเป็นใช้ FSR หรือ AMD FidelityFX™ Super Resolution ผลที่ได้คือ เฟรมเรตอยู่ที่ประมาณ 36-40fps. และเล่นได้ลื่นพอสมควร ถือว่ากราฟิกที่ให้มาบนซีพียูรุ่นนี้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


Conclusion

มือใหม่

เชื่อได้ว่าด้วยขั้นตอนเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นประโยชนสำหรับใครที่เป็นมือใหม่อยากจะประกอบคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่อยู่บ้าง กับขั้นตอนที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ในการจัดสเปคประกอบคอมด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะมีเป็นวีดีโอให้คุณได้เป็นข้อมูลเสริมในการประกอบคอมของเซ็ตนี้เอาไว้ให้ด้วยครับ และอย่าลืมหากต้องการจัดสเปค หรืออยากจะทดลองจัดสเปคเริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง เข้ามาจัดสเปคกันได้แบบฟรีๆ หรือถ้าชอบ ก็สามารถลิงก์ไปยังร้านเพื่อสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งเราอัพเดตข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้สเปคที่สดใหม่กันอยู่เสมอครับ และหากมีติดขัดในส่วนใด สามารถสอบถามกันมาได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/675278-amd-ryzen-5-am5-radeon-graphic