คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_LAPTOP

แนะนำวิธีเลือกสเปคโน้ตบุ๊คในปี 2023 เทรนด์ปีนี้ไปถึงไหนแล้ว จ่ายซื้อราคานี้ได้สเปคเท่าไหร่ (ทั้งเกมมิ่งและทำงาน)

งาน CES 2023 หรืออีเวนต์ใหญ่สุดประจำปีของฝั่งพีซีได้จบไปแล้วสักพัก เช่นเคยคือเป็นต้นศักราชที่เหล่าเทคยักษ์ใหญ่พากันนำสินค้าเจนใหม่ของตัวเองมาเรียงแถวเปิดตัวเพียบ โดยเฉพาะ 3 ค่ายหลักอย่าง Intel, AMD และ NVIDIA ที่ก็ยังคงขนทัพซีพียูและการ์ดจอมากมายหลายรุ่น มาโชว์พลังดิบและความแรงกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลกพีซีในปีนี้ตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับฝั่งผู้ผลิตพีซีและโน้ตบุ๊คได้แก่ Acer, ASUS, Dell, Lenovo, MSI, Razer และอื่น ๆ ที่ต่างก็เร่งเอาคอมโน้ตบุ๊คซีรีส์ใหม่ตัวเองตามออกมาอวดติด ๆ ด้วยเหมือนกัน ทำให้ได้เห็นสเปคของทั้งรุ่นกลางรุ่นใหญ่หลายรุ่น บางยี่ห้อครบเลย คือไม่ต้องไปรอลุ้นหลังซีพียูการ์ดจอออกมาก่อนแล้วค่อยได้เห็นตามเหมือนในอดีตแล้ว

ดังนั้นวันนี้ทีมงานจึงถือโอกาสจะขอมาสรุปภาพรวมคร่าว ๆ ให้ฟังกันว่า ความน่าสนใจของวงการฮาร์ดแวร์พีซีในปีนี้เค้ามีอะไรบ้าง จะได้ทราบว่าเทรนด์สเปคต่าง ๆ ของคอมฝั่ง Windows ยุคนี้มันไปถึงไหนแล้ว เพื่อไกด์เป็นแนวทางสำหรับการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ในปี 2023 นี้ให้กับทุกคนครับ

 

ซีพียู Intel กลับมานำตลาด แต่การ์ดจอใหม่ยังเงียบกริบ

ถ้าใครตามข่าวมาบ้าง จะรู้ว่าก่อนหน้านี้กระแส Intel ในช่วงซีพียู Gen 8 -10 ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการลดขนาดซีพียูไม่ได้ และประสิทธิภาพก็ไม่ได้ดีก้าวกระโดดขึ้นจากก่อนหน้ามาก จนถูกฝั่ง AMD ที่ไล่ตามมาตลอดแซงทัน สุดท้ายคนก็อพยพลองย้ายไปใช้ซีพียู Ryzen โน้ตบุ๊คกันเยอะ (แถมติดใจซะด้วย) ทำให้ช่วงนั้นยอดขายโน้ตบุ๊คซีพียู Intel หดหายไประนาวอยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ ซีพียู Intel เริ่มได้ภาพลักษณ์ความนิยมกลับมาอีกครั้ง หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บน Gen 12 ที่เริ่มกันมาใช้สถาปัตยกรรมคอร์แบบไฮบริจด์เป็นครั้งแรก คือใช้แกนเล็กผสมแกนใหญ่ (เลิกเขียน C = จำนวนคอร์ แต่เขียนเป็น P = คอร์ใหญ่ + E คอร์เล็กแทน ข้อดีคือแกนรวมมันดูเยอะ ซึ่งคนชอบสเปคเห็นแล้วคลั่งไคล้ทันที) พร้อมการปรับเปลี่ยนแนวทางที่เน้นแข่งขันที่ประสิทธิภาพมากขึ้น แทนการลดขนาดชิปลงทุก 1-2 ปีเหมือนปีเก่า ๆ จนตอนนี้ถือว่าสามารถแก้มลทินเรื่องนี้ออกไปได้มากแล้ว

ล่าสุดซีพียู Gen 13 บนโน้ตบุ๊คเปิดตัวออกมา มีครบทุกรหัสสำหรับทุกตลาดให้เลือก ได้แก่ รหัส HX, H, P และ U แม้ภาพรวมจะยังคล้าย Gen 12 เหมือนเดิมแบบฝั่งเดสก์ท็อป แต่ปีนี้ประสิทธิภาพก็ก้าวกระโดดขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะรหัส HX ที่เป็นการเอาซีพียูระดับเดสก์ท็อปมายัดลงบนโน้ตบุ๊ค และปัจจุบันก็นับเป็นตระกูลที่ 2 ซึ่งแม้จะออกตามหลังตระกูลแรกติด ๆ แค่ครึ่งปี แต่มีการตีบวกหลายอย่างให้แบบไม่มีกั๊ก ทั้งจำนวนคอร์เธรด และประสิทธิภาพเธรดเดี่ยวเธรดรวม เลยได้ชื่อว่าปีนี้เป็นปีที่ซีพียู Intel มาแรงมาก




 

สาเหตุที่ Intel เน้นซีพียูรหัส HX มากเป็นพิเศษในปีนี้ คาดก็เพื่อต่อกรกับฝั่ง Apple ที่มีซีพียูระดับ M1 Max ออกมาเขย่าโลกก่อนหน้า (ปัจจุบัน M2 Max) ทำให้ต้องออกยาแรงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเดิมไว้ นี่จึงถือเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเราสุด ๆ ที่ได้เห็นการแข่งขันอันดุเดือดของโลกซีพียูจากปีที่แล้วลามมาถึงปีนี้จนได้

อย่างไรก็ตาม แม้ฝั่งซีพียูจะขาขึ้น แต่กระแสการ์ดจอ Intel Arc ที่ปูไว้เนิ่น ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วกลับหายไปแบบเงียบ ๆ สังเกตได้เลยว่าจะยังไม่เห็นโน้ตบุ๊ครุ่นเด่นตัวไหนในปีนี้เลือกใช้เลย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะพี่เริ่มเข้าตลาดช้าจริง ๆ แถมประสิทธิภาพก็ยังเป็นรองเจนเก่าคู่แข่งอยู่ ตั้งแต่ยังไม่โดนทิ้งห่างไปไกลด้วยเจนใหม่รอบนี้ด้วยซ้ำ

ดังนั้นในปีนี้เชื่อว่าการ์ดจอ Intel Arc บนโน้ตบุ๊คที่เคยลุ้นกันว่าจะเข้ามาเป็นมือที่ 3 ก็จะยังไม่อยู่ในลิสต์ให้เราตัดสินใจแน่นอน (เผลอ ๆ อาจจะไม่มีรุ่นเข้าไทยเลยด้วย) คงต้องอยู่กับ NVIDIA และ AMD กันไปต่ออีกปีครับ

 

ซีพียู AMD ยังมาตรฐานดี แต่มาตรฐานเดิม (ระวังโดนหลอก)

ไม่ได้อยากจะให้ร้ายค่ายแดงเท่าไหร่ แต่ปีนี้ AMD ค่อนข้างทำสาวกฝั่งโน๊ตบุ๊คน้อยใจ (แบบโดยภาพรวมนะ) จากการเปิดตัวซีพียู Ryzen 7000 มาแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่เยอะไปนิด กล่าวคือทุกรุ่นได้ใช้เลข 7000 ใหม่เหมือนกันหมดก็จริง แต่ดันใหม่แค่เลขหน้าสุดซึ่งเป็นเลขประจำปี เพราะตอนนี้มีซีพียูจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ใช้ชิป Zen 4 ตัวใหม่ล่าสุดของปีนี้ แต่ดันมี Zen 3+, Zen 3 และกระทั่ง Zen 2 โผล่มาด้วย ซึ่งใครที่ดูเลขดูชิปไม่เป็นอาจจะถูกอาถรรพ์เลข 7 ต้มเอาได้

จริง ๆ จะโทษ AMD ก็ไม่ได้ เพราะเค้าเคยประกาศอัปเดตวิธีการอ่านเลขรุ่นซีพียู Ryzen โน้ตบุ๊คแบบใหม่เอาไว้แล้ว (เริ่มใช้ปีนี้ปีแรกพอดี) ดังนั้นเราต้องลบภาพการอ่านเลข 7000 แบบเพียว ๆ ในหัวออกไป เปลี่ยนเป็นการดูจากเลขหลักที่ 3 เป็นหลักแทน เช่น 7040, 7030 และ 7020 เพราะมันคือตัวเลขที่บอกรุ่นชิป Zen ที่ใช้ ซึ่งจะแรงมากแรงน้อยกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับตรงนี้เป็นหลัก (เผลอ ๆ ตัวที่ไม่ใช่ 7040 ขึ้นไป ประสิทธิภาพอาจจะไม่ต่างจากตอน 6000 ลงมาเลยก็ได้ แค่ได้เลขหน้าใหม่เท่านั้น)


 

ปีนี้ AMD เปิดตัวซีพียูโน้ตบุ๊คมาทั้งหมด 5 ตระกูลหลัก เรียงความแรงจากมากไปน้อย ได้แก่

  • Ryzen 7045 | ชิป Zen 4 | โค้ดเนม Dragon Range | รุ่นรหัสท้าย HX
  • Ryzen 7040 | ชิป Zen 4 | โค้ดเนม Phoenix | รหัสท้าย HS / U
  • Ryzen 7035 | ชิป Zen 3+ | โค้ดเนม Rembrandt-R | รหัสท้าย HS / U
  • Ryzen 7030 | ชิป Zen 3 | โค้ดเนม Barcelo-R | รหัสท้าย U
  • Ryzen 7020 และ Athlon | ชิป Zen 2 | โค้ดเนม Mendocino | รหัสท้าย U

(อยากเห็นทุกรหัสแบบครบทุกรุ่นเต็ม ๆ เผื่อมีรุ่นใหม่อัปเดตในอนาคตอีก ให้ดูในลิงก์นี้)

นั่นก็เป็นส่วนของเลขรุ่นชิปไป แต่ส่วนของรหัสท้าย ก็ยังเป็นความน่างงต่อเนื่องอีกเหมือนเดิมในปีนี้ที่ AMD ยังแบ่งรหัสท้ายได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง จากข้อมูลคือน่าจะตั้งใจเทียบรหัส HX ของตัวเองกับ HX ของ Intel เพราะมีการวางคลาสให้มีความแรงใกล้เคียงเดสก์ท็อปเหมือนกัน

ถัดมาก็คือ HS ที่ก็น่าจะแข่งกับ H แต่ดันแตกออกเป็น 2 ขา คือมี HS ตัว Zen 3+ อีก ซึ่งตัวนี้ก็เดาว่าน่าจะเอาไว้แข่งกับ P (ทำไมตัวแรงกว่าไม่ใช่ H เหมือนเดิม) และท้ายสุดคือ U ที่ก็คงแข่งกับ U เหมือนกัน แต่ดันมีด้วยกันถึง 4 ชิปอีก เลยชวนชิปชวนงงไปใหญ่ เอาเป็นว่าเราคงไม่สามารถเทียบซีพียูกันที่รหัสท้ายได้ตรง ๆ ขนาดนั้น ไว้รอเทียบกันที่คะแนนทดสอบปลายทางเองคงจะดีที่สุดครับ

 

การ์ดจอ NVIDIA แรงเข้าขั้น การ์ดจอ AMD เงียบเหมือนเดิม

อย่างที่กล่าวไปหัวข้อต้นว่าการ์ดจอ Intel Arc คงต้องโดนตัดออกจากช้อยส์ไปก่อน (จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเตรียมข้อมูลด้วย) ปีนี้ NVIDIA ยังคงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านการ์ดจอเอาไว้ได้เหมือนเดิม แม้กระทั่งฝั่งโน้ตบุ๊คก็ยังเป็นต่อ AMD อยู่ไกล เปิดตัว GeForce RTX 4000 Series ทีเดียวครบทุกรุ่น ตั้งแต่ 4050 ยัน 4090 ซึ่งเป็นการมาในรอบ 2 ปีหลังจาก RTX 3000 ครองตลาดดีอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2021 และปีนี้เป็นปีแรกที่ใช้เลขรหัส 90 บนรุ่นโน้ตบุ๊คด้วย

  • RTX 4090 | 16GB | 256-bit | 1.45 – 2.04 GHz | 9,728 Cuda Core | 80-150W
  • RTX 4080 | 12GB | 192-bit | 1.35 – 2.28 GHz | 7,424 Cuda Core | 60-150W
  • RTX 4070 | 8GB | 128-bit | 1.23 – 2.17 GHz | 4,608 Cuda Core | 35-115W
  • RTX 4060 | 8GB | 128-bit | 1.47 – 2.37 GHz | 3,072 Cuda Core | 35-115W
  • RTX 4050 | 6GB | 128-bit | 1.6 – 2.37 GHz | 2,560 Cuda Core | 35-115W

ด้านเทคโนโลยี NVIDIA คงไม่ต้องพูดถึง ยัดมาแบบจัดเต็มนำเพื่อนเหมือนเดิมทั้ง DLSS 3 สำหรับอัปสเกลภาพ และ Max-Q Gen 5 เพิ่มการประหยัดพลังงานและใช้หน่วยความจำไดนามิก คาดว่าดีขึ้นหลายอย่าง ส่วนด้านประสิทธิภาพเคลมไว้แต่เนิ่น ๆ เลยว่าตัวเล็กสุด RTX 4050 ยังแรงกว่า RTX 3080 เสียอีก ด้วยอานิสงค์ของ DLSS 3 นี่แหละ (แต่ด้านพลังดิบอาจจะอีกเรื่องนะ)

ลองเปรียบเทียบสเปคกับ RTX 3000 Series รุ่นเก่าด้านล่างดู

  • RTX 3080 Ti | 16GB | 256-bit | 1.12 – 1.59 GHz | 7,424 Cuda Core | 80-150W
  • RTX 3080 | 8/16GB | 256-bit | 1.24 – 1.71 GHz | 6,144 Cuda Core | 80-150W
  • RTX 3070 Ti | 8GB | 256-bit | 1.03 – 1.48 GHz | 5,888 Cuda Core | 80-150W
  • RTX 3070 | 8GB | 256-bit | 1.29 – 1.62 GHz | 5,120 Cuda Core | 80-150W
  • RTX 3060 | 6GB | 192-bit | 1.28 – 1.7 GHz | 3,840 Cuda Core | 60-115W
  • RTX 3050 Ti | 4GB | 128-bit | 1.03 – 1.69 GHz | 2,560 Cuda Core | 35 – 80W
  • RTX 3050 | 4/6GB | 64/128-bit | 0.99 – 1.74 GHz | 2048 – 2560 Cuda Core | 35 – 80W

ปูอวย NVIDIA มาขนาดนี้จะบอกว่าการ์ดจอฝั่ง AMD ไม่พัฒนาเลยหรือเปล่า ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ปีนี้เปิดตัว Radeon RX 7000M และ 7000S Series รุ่นโน้ตบุ๊ครวม 4 รุ่น ตามหลัง RX 6000 ที่เคยออกมา 3 ตัวแรกในรอบปีครึ่ง (มีมาสมทบเพิ่มอีก 5 รุ่นด้วยตอน CES 2022) ครั้งนี้ใช้ของดีเหมือนฝั่งเดสก์ท็อปหมด ได้แก่ชิปใหม่ RDNA 3 มีเทคโนโลยี FSR และ RSR สำหรับการอัปสเกลภาพที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับ Raytracing และ AI ที่ก็เคลมว่าพัฒนาขึ้นเยอะ และรองรับการเข้ารหัสแบบ AV1 เต็มตัวแล้ว (เดิมมีเฉพาะถอดรหัส)

เฉพาะช่วงต้นปีนี้ AMD ยังเปิดตัวการ์ดจอโน้ตบุ๊คมาเพียง 4 รุ่น ที่มีสเปคระดับเริ่มต้น-กลาง (รหัส 600-700) เรียงความแรงจากมากไปน้อย ได้แก่

  • Radeon RX 7600M XT | 8GB | 128-bit | 2.3 GHz | 32CU / 2,048 Stream Processor | สูงสุด 120W
  • Radeon RX 7600M | 8GB | 128-bit | 2.07 GHz | 28CU / 1,792 Stream Processor | สูงสุด 90W
  • Radeon RX 7700S | 8GB | 128-bit | 2.2 GHz | 32CU / 2,048 Stream Processor | สูงสุด 100W
  • Radeon RX 7600S | 8GB | 128-bit | 1.86 GHz | 28CU / 1,792 Stream Processor | สูงสุด 75W

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ไม่ได้โดดเด่นขึ้นแบบก้าวกระโดด มีเทียบประสิทธิภาพให้ดูแค่เฉพาะกับของเก่าตัวเอง (ไม่เหมือนฝั่งซีพียูที่ชอบเอาคู่แข่งขึ้นสไลด์ตลอด) เลยยังขโมยซีนมาจากคู่แข่งแทบไม่ค่อยได้เหมือนเดิม ขณะที่ฝั่งเดสก์ท็อปภาพลักษณ์ดูสู่สีกว่านี้มาก ไม่รู้ด้วยว่าการที่ยังเลือกใช้ M, S ต่อท้ายชื่อ (เพื่อให้ต่างจากเดสก์ท็อป) มันส่งผลให้ภาพลักษณ์ไม่ดีขึ้นด้วยหรือเปล่า งานนี้ AMD อาจยังต้องเลือกใช้กลยุทธ์แข่งขันที่ด้านราคา หรือเอาประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานมาเป็นจุดขายหลักแทน เพื่อกระตุ้นความน่าสนใจของตัวเองให้อยู่

 

ยุคของแรม DDR5 เต็มตัว ตีคู่กับซีพียูและการ์ดจอใหม่พอดี

แรม DDR5 เริ่มเข้าตลาดมาสักพักในปี 2022 แต่ก็เป็นปีที่เปิดมาไม่ค่อยสวยหรูนัก เพราะเจอวิกฤตด้านราคาที่แรงมากตั้งแต่แรก ทั้งจากความเป็นของใหม่ที่แพงด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ตีคู่กับยุคที่ชิปขาดแคลนพอดี เลยกลายเป็นปีเปิดตัวที่ของขาดตลาดหนักสุด ๆ คือไม่เคยมีใครได้เห็นของ บอกว่ายังไม่เคยเปิดตัวปีนั้นเลยยังน่าเชื่อถือกว่า

แต่ปีนี้แหละที่หลายอย่างจะเริ่มนิ่งขึ้น ความขาดแคลนเริ่มลดลงไปบ้าง แรม DDR5 จะถูกนำมาใช้กับโน้ตบุ๊คแบบเป็นสามัญกว่าเดิม ดังนั้นรุ่นไหนที่เคยกั๊ก ๆ ใส่แรมมาให้มาแค่ 8GB ในปีก่อน ปีนี้ก็จะได้เห็นรุ่นตัวเลือก 16GB เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะตัวที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7000 ซึ่งโดนบังคับใช้แรม DDR5 อยู่แล้วก็จะมีให้เลือกแน่นอน ฉะนั้นใครที่ตัดสินใจจะซื้อเครื่องใหม่ปีนี้ก็จะได้ของใหม่ของแรงแบบจุก ๆ คูณสองกันไปเลย แต่ราคาก็จะแรงขึ้นคูณสองตามเหมือนกันนะ (ถ้ารวมการ์ดจอใหม่ด้วยก็แรงคูณสามไปอีก เพราะก็เพิ่งมาในรอบ 2 ปีเหมือนกัน)

ส่วนโน้ตบุ๊คฝั่งซีพียู Intel ซึ่ง Gen 13 ปีนี้อย่างที่บอกไปว่าเป็นตัวตีบวกจาก Gen 12 ดังนั้นคอนเซปต์ก็จะยังคงเหมือนเดิมคือใช้ได้กับทั้งแรม DDR4 และ DDR5 ตัวเลือกโน้ตบุ๊คในตลาดเลยจะยังคงหลากหลายกว่า AMD คือมีรุ่นลดต้นทุนแรมแต่ยังได้ซีพียูใหม่ด้วย ทั้งนี้เลยขึ้นอยู่กับว่าใครชอบและพร้อมจ่ายแบบไหนมากกว่ากัน (ส่วนกลุ่มโน้ตบุ๊คทำงานก็จะเน้นแรม LPDDR5 เหมือนเดิม ซึ่งมีมาก่อนนานแล้ว)

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าการลงทุนกับแรม DDR5 ในปีนี้เลยก็เป็นทางเลือกที่ไม่แย่ แม้ราคาจะแอบแรงหน่อยและต้องซื้อคู่กับซีพียูใหม่เท่านั้น แต่อย่าลืมว่ามันคือการข้ามเจนจาก DDR4 ที่อยู่มาแล้วร่วม 10 ปี ซึ่งความเร็วที่เพิ่มขึ้นมันก็สร้างความแตกต่างในการใช้งานจริงแน่นอน (ยิ่งกว่าซีพียูที่แรงขึ้นทีละน้อยทุกปีซะอีก) ดังนั้นใครที่ใช้งานโน้ตบุ๊คเก่ามาร่วม 4-5 ปีแล้ว หากพร้อมแล้วสำหรับการอัปเกรด นี่ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีมาก คิดเสียว่าเจ็บแต่จบ ลงทุนครั้งเดียวใช้ยาว ๆ ครับ (แต่ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ว่ากันนะ)

 

หน้าจอ OLED / Mini LED ตีตลาดหนักขึ้น และจอพับมาแรงกว่าเดิม

จบที่ฝั่งไส้ในไปแล้ว เรามาพูดถึงฝั่งไส้นอกกันบ้าง ไฮไลต์เด็ดอีกอย่างในปีนี้คือเราเห็นโน้ตบุ๊คเกมมิ่งหลายรุ่น ได้ใช้จอ Mini LED กันเยอะขึ้นแล้ว เช่น MSI Titan, Acer Predator, ASUS ROG เกือบทุกรุ่น และอื่น ๆ (ส่วนใหญ่ยังเฉพาะบนซีรีส์ท็อป) จากเดิมปีก่อนยังมีประปรายแค่ไม่กี่ตัว เรียกว่ากลายมาเป็นตัวเลือกกระแสหลักกระแสใหม่ที่ตีคู่พร้อมแรม DDR5 ให้เลยสำหรับคนงบถึง

เช่นเดียวกับจอ OLED ที่จริง ๆ เริ่มเยอะมาสักพักแล้วในปี 2022 ส่วนใหญ่ยังอยู่เฉพาะบนกลุ่มโน้ตบุ๊คทำงาน แต่จะเห็นเริ่มลามลงมาอยู่กับรุ่นกลาง ๆ เยอะขึ้น อย่าง ASUS Vivobook, Acer Swift บางรุ่นราคาไม่ถึง 30,000 บาท ก็ได้จอ OLED ที่ทั้งสีสวยและสีตรงเป๊ะกันหมดแล้ว ปีนี้ก็คงจะยิ่งจัดหนักกันมากกว่าเดิม รุ่นกลางอาจจะได้เห็น OLED 2K บวก ๆ กันเป็นปกติ หรือรุ่นเริ่มต้นอาจมีสิทธิ์ได้ใช้ OLED กับเค้าแล้วก็เป็นได้

ส่วนโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง ปีก่อนเห็นแค่ MSI กับ Razer อยู่สองเจ้าที่เจาะตลาดจอ OLED ปีนี้ก็อาจจะมีคู่แข่งโผล่มาเล็กน้อย แต่คงยังไม่เยอะเท่า Mini LED อยู่ดี เชื่อว่าน่าจะเพราะ OLED ยังคงต้นทุนสูงกว่าเหมือนเดิม แถมมีสิทธิ์จอเบิร์นได้ง่ายหากอยู่กับความร้อนของสเปคเกมมิ่งตลอดเวลา เลยยังไม่มีค่ายไหนสนใจเลือกใช้เป็นกิมมิกหลักเท่าไหร่ แต่ไม่แน่ เดี๋ยวรอลุ้นกลางปีอีกทีว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรเปิดมาเพิ่มเยอะรึเปล่า

ส่วนกระแสที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือโน้ตบุ๊คจอพับ OLED หลังจากได้รับอิทธิพลมาจากฝั่งมือถือ ในปี 2020 Lenovo ได้ออก ThinkPad X1 Fold สู่ตลาดนี้เป็นเจ้าแรกของโลก (แต่ขายจริง 2021) ตามด้วย X1 Fold Gen 2 ในปี 2022 และ ASUS ก็ออก ZenBook Fold 17 OLED ตามมาแข่งติด ๆ ปีนี้คงจะได้เห็นเทรนด์นี้ถูกต่อยอดขึ้นมาอีกในหลายยี่ห้อและหลายรุ่นแน่นอน แต่เชื่อว่าราคาคงยังไม่ถูกลงได้เร็ว ๆ นี้ เพราะยังเป็นของใหม่อยู่

 

สรุปแนวทางการเลือกสเปค และเรทราคาที่ได้

เนื่องจากวันที่เขียนบทความนี้คือหลังงาน CES หมาด ๆ ซึ่งคือช่วงยังมีโน้ตบุ๊คที่เปิดตัวไม่เยอะรุ่นมาก แถมรุ่นที่เปิดแล้วส่วนใหญ่ก็ยังมีเฉพาะรุ่นท็อป ทั้งที่ยังไม่วางขายหรือยังไม่มีราคาบอก ฉะนั้นข้อมูลด้านราคาที่ออกมาเลยจะเป็นในเชิงคาดการณ์อยู่เยอะ แต่ก็จะใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วผสมกับแนวโน้มจากปีก่อน บอกเล่าออกมาให้ตรงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ครับ

สเปคและเรทราคาโน้ตบุ๊คเกมมิ่งปี 2023

ปีนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพงที่ได้รับผลต่อเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา ดังนั้นราคาโน้ตบุ๊คจะไม่ค่อยถูกเหมือนแต่ก่อนเท่าไหร่ โดยเฉพาะเกมมิ่งรุ่นขวัญใจยอดนิยมของหลาย ๆ คน ปีนี้อาจจะแพงขึ้นกว่าอดีต 4,000 – 5,000 บาทเป็นอย่างน้อย แต่ก็แลกมากับข้อดีหลายอย่างที่มีเพิ่มบ้าง เช่น ชิปแรงก้าวกระโดดขึ้น, เทคโนโลยีเจนใหม่มาตรึม รวมถึงโน้ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นก็ค่อย ๆ ได้ดีไซน์ที่ดีใกล้เคียงรุ่นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

1. โน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นเริ่มต้น

สเปคมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Intel Core i5-13600H (4P+8E/16T) / AMD Ryzen 5 7640HS (6C/12T)
  • การ์ดจอ GeForce RTX 4050 (6GB) / Radeon RX 7600M (8GB)
  • แรม 16GB DDR4 Bus 3200 MHz / 8GB DDR5 Bus 4800 MHz
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB
  • จอ 15.6 นิ้ว, Full HD (1,920 x 1,080), IPS, 144Hz
  • Windows 11 Home

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Acer Nitro 5, ASUS TUF Dash F15/A15, Lenovo IdeaPad Gaming 3/3i, MSI Cyborg 15, HP Vitus 15, Dell G15 และอื่น ๆ โดยทุกรุ่นตอนนี้ยังไม่มีเปิดตัวของใหม่ เพราะปกติจะไปเปิดกันเยอะช่วงกลางปี ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 35,000 – 40,000 บาท (Cyborg 15 เริ่มต้นที่ 999 เหรียญ ~ 33,000 บาท ไม่รวมภาษี)

2. โน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นกลาง

สเปคมาตรฐานที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Core i7-13700H, i9-13900H (6P+8E/20T) / Ryzen 7 7735HS, Ryzen 9 7940HS (8C/16T)
  • การ์ดจอ GeForce RTX 4060, RTX 4070 (8GB) / Radeon RX 7600M XT (8GB), RX 7700M (10GB)
  • แรม 8/16GB DDR5 Bus 4800 MHz
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB/1TB
  • จอ 15.6-17.3 นิ้ว, Full HD, IPS, 144-165Hz หรือ QHD (2K), IPS, 240Hz
  • Windows 11 Home

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Acer Nitro 16/17, ASUS TUF Gaming A15/F15/A16/A17/F17, Lenovo Legion 5/5i, MSI Stealth 15, HP Vitus 16/Omen 16, Dell G15 และอื่น ๆ ตอนนี้มีบางรุ่นเปิดตัวมาแล้วแต่ยังไม่บอกราคา ส่วนอันที่ใส่ราคาคร่าว ๆ ก็บอกสเปคไม่ละเอียด ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 42,000 – 65,000 บาท (Nitro 16/17 เริ่มต้นที่ 1,200 เหรียญ ~ 40,800 บาท ไม่รวมภาษี)

3. โน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นกลาง-บน

สเปคในกลุ่มนี้ค่อนข้างกว้าง ส่วนใหญ่ถ้าเน้นซีพียูแรงสุดไปเลยอย่างรหัส HX ก็มักจะให้การ์ดจอเบาลงมาหน่อย หรือถ้าเน้นการ์ดจอก็จะลดต้นทุนซีพียูลงมาเป็นรหัส H, HS แทน (แล้วแต่ยี่ห้อมาก) ระบุไว้คร่าว ๆ คือ

  • ซีพียู Core i5 / i7 / i9 รหัส H, HX (สูงสุด 8P+16E/32T) / Ryzen 5 / Ryzen 7 / Ryzen 9 รหัส HS, HX (สูงสุด 16C/32T)
  • การ์ดจอ RTX 4080 (12GB), RTX 4090 (16GB) / Radeon RX 7800M (12GB) หรือสูงกว่า (ถ้ามี)
  • แรม 16/32GB DDR5 Bus 4800/5200 MHz
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB/1TB/2TB
  • จอ 15.6-17.3 นิ้ว QHD (2K), IPS/Mini LED, 240-250Hz
  • Windows 11 Home/Pro

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Predator Helios 16/18, ROG Zephyrus G14/416/M16, Lenovo Legion 7/7i, HP Omen 17, Dell G16 และอื่น ๆ คล้ายกับรุ่นกลางเลยคือมีหลายรุ่นเปิดมาแล้ว แต่รายละเอียดยังไม่เยอะ แถมตลาดนี้แอบจัดกลุ่มยากเพราะมีหลากรุ่นหลากราคาอย่างที่บอกไป ทำให้ต้องตีเลขเริ่มต้นไว้กว้าง ๆ หน่อยคือ 59,000 – 90,000 บาท (Helios 16 เริ่มต้นที่ 1,650 เหรียญ ~ 55,000 บาท ไม่รวมภาษี)

4. โน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นไฮเอนด์

สเปคคงไม่ต้องเดาเยอะ น่าจะเป็นแบบเกือบสุดถึงสุดทุกทางแล้วสำหรับซีรีส์นี้ คือ

  • ซีพียู Core i7 / i9 รหัส HX (สูงสุด 8P+16E/32T) / Ryzen 7 / Ryzen 9 รหัส HX (สูงสุด 16C/32T)
  • การ์ดจอ GeForce RTX 4090 (16GB)
  • แรม 32/64/128GB DDR5 Bus 4800/5200/5600/6400 MHz
  • SSD M.2 PCIe 4.0 2TB/4TB
  • จอ 15.6-18 นิ้ว FHD-QHD (2K), IPS, 165-480Hz หรือ Mini LED 240Hz / UHD (4K), Mini LED, 120-144Hz
  • Windows 11 Home/Pro

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ ROG Strix SCAR 16/17/18, MSI Titan GT77/Raider GE78HX, Alienware X14/X16/M16/M18, Razer Blade 16/18 และอื่น ๆ ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 100,000 – 180,000 บาท (อ้างอิงตามราคาปีที่แล้ว)

สเปคและเรทราคาโน้ตบุ๊คทำงานปี 2023

จริง ๆ ต้องยอมรับตามตรงว่าผู้เขียนเป็นสายเชี่ยวชาญโน้ตบุ๊คเกมมิ่งมากกว่าโน้ตบุ๊คทำงาน เลยจะให้ข้อมูลได้ไม่ครอบคลุมเท่า ที่สำคัญคือฝั่งโน้ตบุ๊คทำงานเค้าก็มีตัวเลือกเยอะมาก คือแทบจะในทุกหย่อมราคาเลย เช่นมีรุ่นที่ลดสเปคนี้ไปเพิ่มสเปคนี้แทนแต่ราคาเท่ากัน (หยิบย่อยกว่าฝั่งเกมมิ่งสุด ๆ) เลยจะลำบากในการจัดกลุ่มสเปคราคาหน่อย แต่ก็จะพยายามให้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากสุดเท่าที่เป็นไปได้ครับ

อย่างที่ทราบกันว่าโน้ตบุ๊คทำงานคือรุ่นที่เน้นตัวเครื่องน้ำหนักเบา พกพาง่าย และงานใช้แบตเตอรี่ได้หลายชั่วโมง ดังนั้นซีพียูที่ใช้จะเน้นรหัส P, U (Intel) และ HS, U (AMD) ซึ่งเป็นตัวประหยัดพลังงานเป็นหลัก และจะมีตัวเลือก Core i3, Ryzen 3, Intel Processor, Athlon Gold มาให้เลือกเพิ่มเติมสำหรับราคาประหยัด (หรือกระทั่งซีพียู Arm อย่าง Snapgragon แต่ก็ยังน้อยมากอยู่) เดี๋ยวมาดูกันว่าโน้ตบุ๊คที่ได้จะอยู่เรทราคาเท่าไหร่

1. โน้ตบุ๊คทำงานรุ่นเริ่มต้น

สเปคมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Intel U300 (1P+4E/6T) Core i3-1315U (2P+4E/8T) / AMD Ryzen 3 7335U (4C/8T) / Athlon Gold 7220U (2C/4T) / Snapdragon 7c
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics (64EU) / Radeon 610M/660M (2/4 Core)
  • แรม 4/8GB DDR4/LPDDR4/LPDDR5 Bus สูงสุด 3200 (หรือ DDR5 Bus 4800 เฉพาะ AMD)
  • SSD M.2 PCIe 3.0/4.0 256-512GB
  • จอ 14/15.6 นิ้ว, Full HD (1,920 x 1,080), IPS, 60Hz
  • Windows 11 Home

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Acer Aspire 3, ASUS ExpertBook L1, Lenovo V14, Infinix InBook, RedmiBook 15 และอื่น ๆ โดยทุกรุ่นตอนนี้ยังไม่มีเปิดตัวของใหม่ เพราะปกติจะไปเปิดกันเยอะช่วงกลางถึงปลายปี ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 10,000 – 18,000 บาท (อ้างอิงจากราคาปีที่แล้ว) ส่วนใหญ่คนที่สนใจโน้ตบุ๊คตลาดนี้มักหยิบรุ่นเก่าลดราคา 1-2 ปีที่แล้วมาเปรียบเทียบด้วย เพราะซื้อของใหม่ที่ซีพียูเจนใหม่อย่างเดียวใช่ว่าจะดีเสมอไป ต้องดูความคุ้มอย่างอื่นรวม ๆ กัน

2. โน้ตบุ๊คทำงานรุ่นกลาง

สเปคมาตรฐานที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Intel Core i5/i7 รหัส U / Core i5 รหัส P / AMD Ryzen 5/Ryzen 7 รหัส U/HS
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics (80EU) / Radeon 660M (4 Core) / บางรุ่นเริ่มมีการ์ดจอแยก เช่น MX550/MX570 หรือ NVIDIA เจนเก่า
  • แรม 8/16GB DDR4/LPDDR4/LPDDR5 Bus สูงสุด 3200 (หรือ DDR5 Bus 4800 เฉพาะ AMD)
  • SSD M.2 PCIe 3.0/4.0 512GB
  • จอ 14-17.3 นิ้ว, FHD/QHD (2K), IPS/OLED 60-90Hz
  • Windows 11 Home

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ ASUS Vivobook OLED, Acer Aspire 5, MSI Modern, Dell XPS, Lenovo IdeaPad Slim, Huawei MateBook และอื่น ๆ โดยทุกรุ่นตอนนี้ยังไม่มีเปิดตัวของใหม่ เพราะปกติจะไปเปิดกันเยอะช่วงกลางถึงปลายปี ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 18,000 – 32,000 บาท (อ้างอิงจากราคาปีที่แล้ว)

3. โน้ตบุ๊คทำงานรุ่นกลาง-บน

สเปคมาตรฐานที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Intel Core i7 รหัส U/P/H / AMD Ryzen 7/Ryzen 9 รหัส U/HS
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics (96EU) / Radeon 760M/780M (8-12 Core) / บางรุ่นมีการ์ดจอแยก เช่น RTX 4050
  • แรม 16/32GB LPDDR5/DDR5 Bus สูงสุด 6400
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB/1TB
  • จอสัมผัส 14-17.3 นิ้ว, QHD (2K) / UHD 4K, IPS/OLED 60-120Hz
  • Windows 11 Home/Pro

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ ASUS Zenbook, HP Envy, Lenovo Yoga/ Yoga Slim, Microsoft Surface และอื่น ๆ ที่เหมือนกับรุ่นกลางธรรมดา แต่เป็นตัวเลือกซีพียูที่สเปคสูงกว่า, ความจุเยอะกว่า, แบตอึดขึ้น, อัปเกรดจอหรือภายนอกบางอย่างเพิ่มเติม และเน้นวัสดุโลหะเกรดพรีเมียมไปเลย ราคาเปิดตัวคาดการณ์คือ 32,000 – 70,000 บาท (อ้างอิงจากราคาปีที่แล้ว)

3. โน้ตบุ๊คทำงานรุ่นไฮเอนด์

สเปคมาตรฐานที่คนน่าจะสนใจเยอะสำหรับโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ คือ

  • ซีพียู Intel Core i7/i9 รหัส H / AMD Ryzen 7/Ryzen 9 รหัส HS (หรือนอกเหนือจากนี้)
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics (96EU) / Radeon 760M/780M (8-12 Core) / บางรุ่นมีการ์ดจอแยก เช่น RTX 4050, 4060
  • แรม 16/32GB LPDDR5/DDR5 Bus สูงสุด 6400
  • SSD M.2 PCIe 4.0 1TB
  • จอสัมผัส 14-17.3 นิ้ว/จอพับ, QHD (2K) / UHD 4K, IPS/OLED/Mini-LED 60-120Hz
  • Windows 11 Home/Pro

โน้ตบุ๊คยอดนิยมในกลุ่มนี้ จะเป็นรุ่นที่มีการออกแบบที่แหวกแนวไปเลย เช่น ASUS Zenbook Pro Duo OLED (รุ่นที่มีหน้าจอพิเศษที่ 2), ASUS Zenbook 17 Fold (จอพับ), Lenovo ThinkPad X1 Fold (จอพับ), Microsoft Surface Laptop Studio และอื่น ๆ ฉะนั้นสเปคจะไม่ใช่ประเด็นหลักที่มีผลต่อราคา แต่คือกิมมิกด้านการออกแบบและความไม่เหมือนใครล้วน ๆ ราคาเปิดตัวคาดการณ์ของโน้ตบุ๊คกลุ่มนี้ (กว้างมาก) อยู่ที่ 60,000 – 130,000 บาท (อ้างอิงจากราคาปีที่แล้ว)

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับบทความแนะนำการเลือกสเปคโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ประจำปี 2023 นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผนเลือกซื้อคอมใหม่ปีนี้กันอยู่ หรือหากไม่ได้สนใจตอนนี้ก็มาศึกษาหรือใช้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพีซีร่วมกันแทนได้ ต้องขออภัยด้วยครับถ้าหากมีข้อมูลบางอย่างผิดพลาดบ้าง รวมถึงยังไม่ได้เขียนครอบคลุมถึงวงการคอมประกอบ DIY ด้วย หากมีโอกาสเดี๋ยวได้ทำเพิ่มเติมแน่นอน ขอบพระคุณมาก ๆ สำหรับการติดตามซึ่งได้อ่านกันมาจนถึงตรงนี้

from:https://droidsans.com/windows-laptops-2023-specs-guideline/

แชมป์ใหม่โน้ตบุ๊ค… ผลทดสอบซีพียู Core i9-13980HX บนเรือธง MSI คะแนนทะลุ 30K ขึ้นแซง Threadripper ไปแล้ว

เคยมีคนบอกว่าถ้ายุคที่ซีพียูโน้ตบุ๊คแรงพอ ๆ กับเดสก์ท็อปมาถึงเมื่อไหร่ วันนั้นวงการคอมประกอบอาจจะอยู่กันยากขึ้น ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้นเราบอกไม่ได้ แต่วันนี้มันได้พาเรามาถึงจุดที่ใกล้ที่สุดของความแรงนั้นที่ว่าแล้วจริง ๆ ถ้าใครติดตามข่าวซีพียูมาตลอดจะคุ้นเคยกันว่า Intel ได้ออกซีพียูรหัส HX มาตั้งแต่ซีรีส์ Gen 12 โดยวางตลาดเป็นรุ่นที่แรงที่สุด ใช้ซิลิคอนที่ผลิตขนาดเดียวกับชิปเดสก์ท็อปเลย ซึ่งตอนแรกที่เป็น Gen 12 ก็ว่าแรงซัดจัดเต็มทะลุโลกมาก ๆ แล้ว ขึ้นเป็นท็อปตารางคะแนนทุกตัว

ล่าสุด Gen 13 ทะลุขีดจำกัดขึ้นไปอีก ชนิดที่ว่ากลายเป็นรุ่นต่อกร AMD Threadripper หรือกระทั่ง Intel Xeon ของตัวเองเลยก็ว่าได้ โดยทางช่อง YouTube ชื่อว่า Jarrod’sTech เป็นคนแรก ๆ ที่ได้ลองจับโน้ตบุ๊คเรือธงล่าสุดปีนี้ของ MSI อย่าง GE78 Raider HX ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่ารุ่นนี้ได้ใช้ซีพียูตัวท็อปสุดอย่าง Core i9-13980HX แน่นอน ทางช่องเทสคะแนน Cinebench R23 ของมันให้ดูกันจะ ๆ ได้ Single-Core ไปที่ 2,135 คะแนน และ Multi-Core 30,498 คะแนน ขึ้นเป็นที่หนึ่งของโลกโน้ตบุ๊คระดับคอนซูมเมอร์ไปโดยปริยาย

เท่านั้นยังไม่พอ หากเอาคะแนน Multi ไปเทียบกับรุ่นใหญ่ พบว่า i9-13980HX (สเปค 8P+16E/32T, 55/157W) ตัวนี้แซง Threadripper 2990WX รุ่นปี 2018 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (สเปค 32C/64T, 250W, Multi = 30,054 คะแนน) ถือเป็นการข้ามหน้าข้ามตาทั้งเรื่องจำนวนคอร์เธรดรวมที่น้อยกว่า และข้ามไปเตะซีพียูเบอร์ใหญ่ที่เป็นระดับเดสก์ท็อปกันเลย (แต่ก็อย่างว่า ตัวนั้นมันก็เก่า 5 ปีมาแล้ว)

อย่างไรก็ตาม จริง ๆ ผลเทสครั้งนี้เราควรจะได้รู้สเปคของ RTX 4090 โน้ตบุ๊คพร้อมกันด้วย แต่ทางช่องบอกว่าติดสัญญา embargo กับ NVIDIA เผยแพร่ไม่ได้อยู่ ซึ่งก็ทำให้น่าเสียดาย เอาเป็นว่าค่อย ๆ ไล่ตื่นเต้นกันไปทีละอย่างก็แล้วกัน เพราะของจริงเราจะได้เห็นกันหลังวันที่ 8 กุมภานู่น จะได้มีเวลาเก็บเงินซื้อเพิ่มกันอีกเดือนครับ (เหรอ)

 

 

ที่มา : VideoCardz

from:https://droidsans.com/core-i9-gen-13-scores-30k-on-cinebench-r23/

BOE โชว์เทคโนโลยีจอ 600Hz ตัวแรกของโลก ทดสอบครั้งแรกบนโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง พร้อมสาธิตเล่นเกม DOTA 2 ให้ดู

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ BOE เค้ามีเทคโนโลยีหน้าจอล้ำ ๆ ออกมาให้ดูก่อนใครได้ตลอดจริง ๆ อย่างเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เพิ่งเปิดตัวจอมอนิเตอร์ขนาด 27 นิ้ว อัตรารีเฟรช 500Hz ตัวแรกของโลกไป แต่ยังไม่ทันได้อึ้งกันครบปีเลย ล่าสุดดันของแรงกว่าออกมาให้ดูอีกแล้ว โชว์เทคโนโลยีการผลิตหน้าจออัตรารีเฟรช 600 Hz ได้สำเร็จเป็นเจ้าแรก แถมเลือกเอามาสาธิตให้ดูด้วยโน้ตบุ๊คอีกต่างหาก

ทาง BOE ได้โชว์ความสำเร็จนี้ครั้งแรกในงาน World Display Industry Conference 2022 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศจีน โดยสาธิตเป็นวิดีโอเดโม่ที่ด้านในมีโน้ตบุ๊คเกมมิ่งจอ 16 นิ้วไม่ทราบรุ่นอยู่ตัวหนึ่ง ใช้สเปคการ์ดจอเป็น NVIDIA RTX และกำลังเล่นเกม DOTA 2 ให้ดูอยู่ ซึ่งก็ได้อธิบายว่าเครื่องนี้ใช้หน้าจอเป็น 600 Hz อย่างที่กล่าวไป แต่ก็ไม่มีข้อมูลอื่นบอกแล้วว่ามันบ่งบอกความเป็น 600Hz ไว้ยังไงบ้าง (FPS เกมก็ไม่มี)

หากเครื่องดังกล่าวเป็นของจริง นี่ก็เป็นการทะลุขีดจำกัดในวงการพีซีไปไกลทีเดียว เพราะยังไม่เคยมีโน้ตบุ๊คเกมมิ่งแบรนด์ไหนทำสำเร็จมาก่อน ใกล้เคียงสุดก็คือ Alienware x17 R2 ที่ใช้หน้าจอ 17 นิ้ว Full HD อัตรารีเฟรชอยู่ที่ 480Hz ส่วนวงการพีซีก็คือแชมป์เก่าของตัวเองอย่างจอมอนิเตอร์ 500Hz ตัวที่กล่าวไป

นอกจากจอ 600Hz นี้แล้ว ในงานเดียวกันนี้ทาง BOE ก็ยังขนทัพเทคโนโลยีจออื่น ๆ ของตัวเองมาสาธิตพร้อมกันด้วย เช่น จอ Mini-LED ขนาด 34 นิ้ว แบบ ultra-wide อัตรารีเฟรช 165Hz ที่มาพร้อมมาตรฐาน HDR1000 มีค่าคอนทราสต์จัดถึง 100,000:1 อีกตัวก็เป็นจอทีวีแบบ Mini-LED 4K ขนาด 86 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี MLED backlight ด้วย เรียกสุดทุกตัวไม่เป็นสองรองใครจริง ๆ กับแบรนด์นี้


 

 

ที่มา : VideoCardz, ITHome

from:https://droidsans.com/boe-world-first-600hz-display-panel-on-laptops/

Microsoft ยืนยัน Windows 11 22H2 ทำประสิทธิภาพเล่นเกมลดลงจริงบนพีซีบางรุ่น เตรียมหยุดปล่อยอัปเดตให้เครื่องที่เจอไปก่อน

เรียกว่าเป็น OS ใหม่ที่ดูเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงสำหรับ Windows 11 เพราะนอกจากจะเจอวิกฤตคนอยากเปลี่ยนมาใช้น้อยอยู่แล้ว ไม่นานมานี้อุตส่าห์ปล่อยอัปเดตใหญ่เวอร์ชัน 22H2 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่เพื่อดึงใจคนเพียบ แต่ดูเหมือนไม่ได้มาแค่ฟีเจอร์อย่างเดียว เพราะดันมีรายงานว่าตัวอัปเดตไปทำให้โน้ตบุ๊กที่มีการ์ดจอ NVIDIA บางรุ่นมีประสิทธิภาพเล่นเกมลดลง หรือบางเครื่องก็เจออาการจอฟ้าบ่อยด้วย ทำเอาคนหวั่นไม่อยากใช้ไปกันใหญ่

ในช่วงแรกที่มีรายงานเรื่องนี้ออกมา (ปลายเดือนกันยายน) ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากใครกันแน่ระหว่าง Microsoft กับ NVIDIA แต่ทาง NVIDIA ได้ออกโรงประกาศก่อนว่าให้ผู้ใช้ลองแก้ด้วยการอัปเดตแอป GeForce Experience ดู ซึ่งผู้ใช้บางรายก็พบว่าไม่หาย

ล่าสุดผ่านไป 1 เดือนกว่า ๆ ทาง Microsoft เป็นฝ่ายออกมาประกาศรับทราบปัญหาบ้าง ซึ่งก็ได้ยอมรับตรง ๆ แล้วว่าการอัปเดต Windows ของตัวเองนี่แหละที่เป็นสาเหตุที่แท้จริง โดยมีส่วนไปทำให้บางเกมและบางแอปสั่งเปิดใช้ฟีเจอร์การ debug GPU เองโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไปมีผลกับประสิทธิภาพกราฟิกหรือ FPS ของเกมโดยตรง (ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้)

ทาง Microsoft จึงประกาศว่าเตรียมจะหยุดปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 22H2 ให้อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวไปก่อน และหากพีซีรุ่นที่ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นมาให้อัปเดตได้ผ่าน Windows Update พยายามเลี่ยงใช้เครื่องมือ Update Now และ Media Creation Tool อัปเดตเอง เพราะอาจเสี่ยงเป็นรุ่นที่กำลังมีปัญหาอยู่ตอนนี้ได้เหมือนกัน

ส่วนรุ่นที่อัปไปแล้วและยังเจอปัญหานี้อยู่ ทาง Microsoft ระบุให้ลองอัปเดตเกมทุกเกมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพราะบางเกมอาจแก้ได้จากตัวเองเลย แต่ถ้าภาพรวมยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องดาวน์เกรดไปใช้งานรุ่น 21H2 หรือต่ำกว่านี้แทนก่อน และหากมีการออกเวอร์ชันแก้ไขเมื่อไหร่ ทาง Microsoft จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง และกลับมาทยอยปล่อยอัปเดตให้เป็นปกติครับ

 

 

ที่มา : Microsoft, TechSpot

from:https://droidsans.com/microsoft-confirms-windows-11-22h2-update-is-killing-game-performance/

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมดี อัพเกรดนิดก็แรงแล้ว อัพเดทปลายปี 2022

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ปลายปี 2022 นี้หาได้ไม่ยาก สเปคดีด้วย!

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไป เป็นระดับราคาในใจของผู้ใช้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าจะไม่ตอบโจทย์ขอบเขตงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ยิ่งในช่วงปี 2022 นี้ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทจากแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าก็จัดสเปคมาให้ดีพร้อมเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้สบายๆ ปรับกราฟิคระดับ High แล้วเล่นบนจอ Full HD ได้ลื่นไหล แถมยังมีรุ่นย่อยให้เลือกมากมาย ทั้งรุ่นที่ใช้ซีพียู AMD, Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ก็มี เป็นระดับราคาที่มีรุ่นน่าใช้และตัวเลือกเยอะทีเดียว

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอย้ำเสมอไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เมื่อเจอสเปคและแบรนด์ที่ชอบแล้วกำลังจะสั่งซื้อ ขอให้ผู้อ่านโฟกัสตรงแรมของตัวเครื่องไว้ว่า ถ้าได้มาแค่ 8GB ก็ขอให้เตรียมเงินเอาไว้ราว 1,000~1,500 บาท เพื่อซื้อแรมอีก 8GB มาอัพเกรด จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น แล้วจะเพิ่มหรือเปลี่ยน SSD ในเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้เลย

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
MSI Bravo 15 B5DD-406TH AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
MSI GF63 Thin 11UD-1031TH Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.86 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 3

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W AMD Ryzen 7 4800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990
Hp Victus Gaming 15-fb0068AX AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

27,490
Colorful X15 XS Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

Mini-DisplayPort x 1

MicroSD Card Reader x 1

LAN x 1

Mic-in x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
120Hz

2.25 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

28,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เล่นเกมลื่น ทำงานก็แจ่ม อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท มาใช้เพราะเครื่องเก่าเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ หรือรันงานหนักไม่ไหวแล้วล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีเครื่องรุ่นใหม่สเปคดี อัพเกรดได้ให้เลือกถึง 7 รุ่นทีเดียว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)
  5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)
1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)

bravo15

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคแรงพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีก็มี MSI Bravo 15 B5DD-406TH ให้เลือกซื้อ โดยรหัส Bravo จะเป็นรหัส AMD Ryzen และ Radeon จับคู่กัน ทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง AMD S.A.M. ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงว่าการ์ดจอในเครื่องเก่าไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพจัดว่าไว้ใจได้ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ MSI Bravo 15 B5DD-406TH
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)

thin

รุ่นถัดมาเป็น MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel ซึ่งในระดับราคา 30000 บาท ก็ได้สเปคแรงไปใช้งาน เพิ่มแรมอีก 8GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอน และข้อดีอีกอย่างของตระกูล Thin นั่นคือตัวเครื่องหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม เวลาพกไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ได้ทั้งหน้าตาเรียบร้อย, น้ำหนักเบาและสเปคแรงทีเดียว

สเปคของ MSI GF63 Thin 11UD-1031TH
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

nitro5

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน, สเปคต่อราคาคุ้มค่าและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อย่างละ 2 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ซึ่งในงบ 30000 บาท เมื่อจ่ายซื้อแล้วยังมีเงินเหลือเอาไว้ซื้อชิ้นส่วนอัพเกรดได้สบายๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทนี้ ต้องถือว่า Acer Nitro 5 เป็นรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า เหลือเงินเอาไว้ซื้อ RAM, SSD และเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)

asus

ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ที่สเปคยังดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้ดี อัพเกรดเพิ่มแรมอีกสักหน่อยก็แรงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกหลายปี และแม้ซีพียูจะเป็น AMD Ryzen 4000 Series แต่ตัวชิปก็ยังแรงเอาอยู่แน่นอน

ซีพียูของ TUF Gaming A15 เป็น AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จะเห็นว่า TUF Gaming A15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าใช้ได้ ทำงานกราฟิคก็ดีเล่นเกมก็ไหลลื่นแน่นอน

สเปคของ ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W
  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (Advice, BaNANA)
5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

hp2

 

 

 

Hp Victus Gaming 15-fb0068AX รหัสนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคสำหรับผู้ที่ชอบ AMD Ryzen จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่ๆ ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของ Hp Victus Gaming 15 จัดว่าแรงหายห่วงแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.29 กิโลกรัม ซึ่งตัว Hp Victus Gaming 15 นี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่เว่อร์จนเป็นเป้าสายตาเกินไปด้วย

สเปคของ Hp Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)

colorful

ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแบรนด์แต่ขอสเปคคุ้มไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ Colorful X15 XS นี้นอกจากหน้าตาจะสวยดูดี สเปคก็แรงตั้งแต่เปิดกล่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ไม่ต้องอัพเกรด เล่นเดิมๆ ได้เลย และตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.9 กิโลกรัม จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จึงไม่ต้องเผื่อเงินมาซื้อแรมไปอัพเกรดเลย พอร์ตที่เครื่องมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 หากใครไม่เกี่ยงว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำล่ะก็ Colorful X15 XS นั้นน่าสนใจสุดๆ

สเปคของ Colorful X15 XS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)

lenovo

ด้าน Lenovo ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA ให้เลือก โดยรุ่นนี้ยังเป็นบอดี้เก่าแบบตระกูล IdeaPad อยู่ ไม่ได้เป็นทรงที่หยิบยืมจาก Legion มาก็ตาม แต่ก็น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามากแน่นอน

ซีพียูของ IdeaPad Gaming เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 2.25 กิโลกรัม จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่น่าซื้ออีกรุ่นไม่แพ้เครื่องอื่น

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 28,990 บาท (ราคากลาง)

jeff hardi yRAK7Vcyl Q unsplash

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็จะมีผสมกันทั้งรุ่นเก่าและใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่คุ้นหูคนไทยหรือจะแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกันอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องชื่อชั้นของแบรนด์แต่เน้นด้านของสเปค ก็น่าจะได้ของดีคุ้มค่าไปใช้งานอย่างแน่นอน

ถัดมาเรื่องสเปค หลายคนก็อยากได้ของรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกัน แต่ราคาก็จะแพงจนเงินไม่พอจ่าย หรือถ้ากัดฟันซื้อแล้วเงินทองก็น่าจะมีปัญหาไปอีกหลายเดือนก็ไม่คุ้มกัน ดังนั้นต่อให้ซีพียูและการ์ดจอเก่าไปสัก 1 รุ่น แต่ราคาถูกกว่าชัดเจนก็น่าจะดีกว่าแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรด RAM, SSD แทนน่าจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

Share image Edit Name 3game 1

Share image Edit Name 1laptop2022 1

from:https://notebookspec.com/web/669447-7-gaming-laptop-under-30000-baht-2

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 2022 ของแดง AMD Advantage แบตอึด 10 ชม. แรงสะใจ!! ราคา 69,990 บาท

ASUS ROG Zephyrus G14 แรงและแบตอึด!! ดีจบทั้งเกมมิ่งและทำงาน!!

Share image Edit Name 3g142 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในภาพจำของใครหลายๆ คนคงจะเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่หนาหนักและดีไซน์ล้ำอนาคตไม่ใช่เครื่องมินิมอลแบบ ASUS ROG Zephyrus G14 รุ่นใหม่นี้ซึ่งได้ดีไซน์สวยเรียบหรูแต่ก็ยังได้สเปคแรงฟีเจอร์ล้นเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นถ้าใครเป็นแฟนคลับ AMD ก็น่าจะตกหลุมรักเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ง่ายๆ นั่นเพราะ Zephyrus G14 รุ่นนี้เป็น AMD Advantage หรือที่เกมเมอร์เรียกกันว่า “แดงทั้งเครื่อง” นั่นเอง

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 อย่างแรกคือฝาหลังแบบเจาะรูที่ ASUS เรียกว่า AniMe Matrix โดยใช้เครื่อง CNC กับเทคนิค Vapor deposition process ให้ได้ช่องไฟ LED ปรับเปลี่ยนเล่นเล่นลวดลายได้ 14,969 ลาย ตัดกับเครื่องสีเทา Eclipse Gray ได้อย่างสวยงาม ได้ตัวเครื่องบางและน้ำหนักเบาเพียง 1.72 กิโลกรัม ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 6000 Series กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S หรือ RX 6800S พร้อมชิป MUX Switch ไว้จัดการทำงานได้ว่าจะให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานหรือเรียกใช้เต็มประสิทธิภาพก็ได้ ทำให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชม. ทีเดียว

ระบบระบายความร้อนภายใน ASUS ROG Zephyrus G14 อย่าง ROG Intelligent Cooling ก็เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น ด้วยชุด Vapor Chamber กับโลหะเหลว (Liquid Metal) จาก Thermal Grizzly ช่วยให้ระบายความร้อนจากซีพียูและการ์ดจอได้อย่างรวดเร็วจับคู่กับพัดลม Arc Flow Fans พร้อมดีไซน์ช่องระบายอากาศ Anti-Dust Tunnel 2.0 ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องความร้อนสูงจน Throttle Down แม้แต่น้อย ถ้าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปก็ยอดเยี่ยมด้วยฟีเจอร์ 0dB สั่งหยุดพัดลมทำงานชั่วคราวในโหมด Silent ไม่ให้เสียงพัดลมรบกวนเพื่อนร่วมงานร่วมโต๊ะคนอื่น จะพกไปทำงานในที่สาธารณะที่ไหนก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ตอบโจทย์ครบทุกมิติทั้งทำงานและเล่นเกม

ASUS ROG Zephyrus G14

หน้าจอ ROG Nebula Display ขนาด 14 นิ้ว ก็ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราส่วน 16:10 ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz และ Response Time 3ms มีฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด Adaptive-Sync รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ด้วย แสดงผลขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 การันตีโดย PANTONE Validated เรียกว่าก้าวข้ามความเกมมิ่งมายังสายครีเอเตอร์ได้แบบย่อมๆ ส่วนลำโพงทั้ง 4 ดอก รองรับ Dolby Atmos มีไมโครโฟน 3D Mic Array พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Two-Way AI Noise Cancellation และคีย์บอร์ดก็มีปุ่ม Hotkeys ให้ใช้งาน 4 ปุ่ม ตั้งค่าได้ มี N-Key Rollover ในตัว รัวปุ่มในนาทีสำคัญตัดสินแพ้ชนะได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปุ่มจะทำงานไม่ทันอย่างแน่นอน

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 ในฐานะที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD Advantage ก็มีฟีเจอร์เด่นอยู่ในตัวหลายอย่างซึ่งผู้ใช้บางท่านอาจยังไม่ทราบ อย่างแรกคือ AMD SmartShift Max ฟีเจอร์ที่ซีพียูและจีพียูจะสื่อสารกันโดยตรงและใช้ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ว่างานหรือเกมนั้นพึ่งพากำลังของซีพียูหรือการ์ดจอมากกว่าแล้วถ่ายเทค่าวัตต์เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้ทำงานดีขึ้น โดย AMD เคลมว่าฟีเจอร์นี้ทำให้โน๊ตบุ๊คทำงานดีขึ้นถึง 14%

ถัดมาคือ AMD Smart Access Memory หรือ AMD S.A.M. เป็นฟีเจอร์เฉพาะเมื่อพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นใช้ซีพียู AMD Ryzen 5000 Series หรือ AMD Ryzen 3000 Series (บางรุ่น) แล้วจับคู่กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6000 Series ซีพียู AMD Ryzen จะสื่อสารกับแรมการ์ดจอโดยตรงเพื่อเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงขึ้น ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลและได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงยิ่งขึ้น นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่อัดฟีเจอร์มาเยอะ ครบเครื่องที่สุดอีกเครื่องหนึ่งซึ่งเกมเมอร์ไม่ควรมองข้าม!

NBS Verdicts

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00090

ASUS ROG Zephyrus G14 นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสุดทรงพลัง ฟีเจอร์ครบเครื่อง ซอฟท์แวร์ครบครันพร้อมใช้งานและจัดการพลังงานได้ดีเหลือเชื่อ จนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นต้องถอยให้ เพียงอัพเดท AMD Chipset Driver (ขณะที่ทดสอบเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506) และไดรเวอร์การ์ดจอเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เท่านี้ Zephyrus G14 ก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ยอดเยี่ยม จะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไว้พกไปทำงานออฟฟิศก็ได้หรือจะต่อจอแยกแล้วเล่นเกมที่บ้านก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

นอกจากประสิทธิภาพแล้ว ฟีเจอร์และการออกแบบก็จัดว่ายอดเยี่ยม ไม่ว่าจะฝาหลังเครื่องพร้อมไฟ LED “AniMe Matrix” การกางหน้าจอแล้วยกแป้นคีย์บอร์ดขึ้นเล็กน้อยด้วย ErgoLift Hinge รวมไปถึงการปลดล็อคเครื่องด้วยกล้องสแกนใบหน้า IR Camera ทำให้ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านก็ใช้งานได้ทันทีเหมือนกับพี่ใหญ่ในซีรี่ส์อย่าง ASUS ROG Zephyrus M16 ด้วย และยังติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home&Student 2021 มาพร้อมใช้งานเหมือนโน๊ตบุ๊คสายออฟฟิศเครื่องหนึ่งเลย ส่วนสายครีเอเตอร์จะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เอาไว้ใช้ตัดต่อแต่งภาพก็ไม่มีปัญหา การันตีคุณภาพด้วย PANTONE Validated แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนยกให้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังอยากได้เป็นเจ้าของเองเสียด้วยซ้ำ

ส่วนข้อสังเกต แม้ผู้เขียนจะได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวสัปดาห์หนึ่งก็หาข้อสังเกตได้เพียงจุดเดียว นั่นคือ M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM ในเครื่องมีสล็อตสำหรับอัพเกรดอย่างละช่องเท่านั้น ดังนั้น Zephyrus G14 เครื่องนี้อาจจะไม่โดนใจเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่อยากเพิ่มแรมไป 32~64GB DDR5 หรือใส่ M.2 NVMe SSD เพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าดูชิ้นส่วนบนเมนบอร์ดประกอบก็จะเห็นทันทีว่าชุด Vapor Chamber กินพื้นที่ไปจนแทบหมดแล้ว ซึ่งถ้าเป็นผู้เขียนเอง ก็อาจจะหาทางออกอื่นอย่างเสริมเกมมิ่งฮาร์ดดิสก์ต่อแยกภายนอกอย่าง Game Drive เพิ่มเข้าไปแทนก็พอชดเชยกันได้อยู่

ข้อดีของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง ได้ความสวยเรียบหรูไม่เป็นเกมมิ่งเกินไป
  2. บานพับ ErgoLift Hinge ยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้สะดวกและกางไดด้ราบ 180 องศา
  3. มีไฟ AniMe Matrix เสริมความสวยโดดเด่นให้กับฝาหลังของตัวเครื่อง ตั้งเอฟเฟคได้
  4. สเปคเป็น AMD Advantage รีดประสิทธิภาพของ Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
  5. ติดตั้งระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber มาให้ ระบายความร้อนได้ดีมาก
  6. หน้าจอ ROG Nebula Display ได้ความละเอียดและ Refresh Rate สูง ขอบเขตสีกว้าง ได้รับการการันตี PANTONE Validated รองรับ Dolby Vision HDR ด้วย
  7. ติดตั้งกล้อง IR Camera มาสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน
  8. ได้แรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้มากสุด 24GB DDR5
  9. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 2 ช่อง รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort ทั้งคู่ มีช่องซ้ายรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery 65 วัตต์
  10. มีพอร์ตใช้งานครบเครื่องทั้ง MicroSD Card Reader, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2 อีก 2 ช่องด้วย
  11. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 ในตัว
  12. ลำโพง Dolby Atmos จำนวน 4 ดอก รองรับเสียง Hi-Res ดูหนังฟังเพลงดีมีมิติมาก
  13. ระบบจัดการพลังงานทำได้ดีมาก ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง
  14. น้ำหนักเครื่องเบาพกพาสะดวก เพียงแค่ 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น
  15. มีซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
ข้อสังเกตของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. อัพเกรดได้เล็กน้อย มี M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM อย่างละช่องเท่านั้น
  2. ไม่มีพอร์ต LAN ติดตั้งมาให้ ถ้าต้องการใช้งานต้องต่อผ่าน USB-A to LAN แทน
  3. ควรอัพเดท AMD Chipset Driver เวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เพื่อให้รีดประสิทธิภาพได้เต็มที่

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14

Specification

g14 spec

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คกลุ่ม Advantage Edition ซึ่งเป็นสเปค AMD ล้วนทั้งซีพียูและการ์ดจอ ซึ่งสเปคของจัดว่าทรงพลังและครบเครื่อง ตอบโจทย์ทั้งใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz แยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้สูงสุด 24GB DDR5
    • รุ่น GA402RK -L8150WS ติดตั้งแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync, Pantone Validated
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)
รุ่นย่อยอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14

Hardware & Design

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00091

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00070
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00072
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00060
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00058

ดีไซน์ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ยังเน้นความเรียบง่ายเหมือนกับ ROG Zephyrus รุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะตัวเครื่องดีไซน์เรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งและตัวเครื่องสีเทา Eclipse Gray ดูเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นประสิทธิภาพสูงสักเครื่องหนึ่ง ทั้งที่เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเต็มตัว

จุดที่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า คือ ปุ่ม Power ทรงหกเหลี่ยมอสมมาตรและขอบบนของตัวเครื่องที่ติดโลโก้ Zephyrus เอาไว้ แต่เปลี่ยนจากเพลตสะท้อนแสงแล้วสกรีนตัวอักษรเอาไว้ข้างในเป็นตัวอักษรบนพื้นบอดี้พลาสติกระหว่างช่องระบายความร้อนสองช่อง ทาบอยู่บนไฟ LED แสดงสถานะทั้ง 3 ดวงที่ขอบบนของตัวเครื่องแทน และสังเกตจะเห็นว่าด้านข้างซ้ายและขวาขอบบนเครื่องจะมีลำโพงติดตั้งเอาไว้อีก 2 ดอก เพื่อให้ได้เสียง Dolby Atmos ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00087

ขอบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 ทั้งส่วนของหน้าจอและตัวเครื่องจะตัดเฉียงเข้าหากันเหมือนเครื่องหมายมากกว่า (>) เมื่อพับจอแล้วจะดูดติดด้วยแม่เหล็ก กำลังดูดดีมากและใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวก็กางหน้าจอได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ใช้มืออีกข้างจับเครื่องจะกางได้ง่ายกว่า

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00057

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00056
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00054
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00017

ก้านบานพับหน้าจอแบบ ErgoLift Hinge เอกลักษณ์เฉพาะของโน๊ตบุ๊ค ASUS ก็ถูกนำมาใส่ให้ ASUS ROG Zephyrus G14 ด้วยเช่นกัน หากดูดีไซน์ภายในจะเห็นว่าก้านบานพับถูกออกแบบให้มีความโค้งและขาตั้งติดเข้ากับขอบล่างหน้าจอแบบแนวนอน พอกางหน้าจอก็จะดันตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย เพิ่มพื้นที่ว่างใต้ตัวเครื่องให้ดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนและช่วยให้ผู้ใช้วางมือพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น และทางบริษัทก็ติดก้านพลาสติกมาซัพพอร์ตให้ขอบล่างของหน้าจอไม่สัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันรอยขูดเสียหายไปในตัวอีกด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00100

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00095
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00028
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00026
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00024

ฝาหลังของ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวนี้จะเป็นแบบทูโทน คือ ส่วนของฝาหลังแบบเรียบติดเพลต ROG เอาไว้มุมล่างซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาเป็นช่องไฟ LED เจาะรูด้วยเครื่อง CNC เทคนิค Vapor deposition process สามารถปรับเล่นลวดลายไฟบนฝาหลังได้กว่า 14,969 ลาย ซึ่งทาง ASUS เรียกว่า AniMe Matrix จัดเป็นเอกลักษณ์บนฝาหลังซึ่งไม่มีใครเหมือน ได้ความแตกต่างและสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้าใครชอบความโดดเด่นก็เล่นเอฟเฟคไฟให้มีเอกลักษณ์ของตัวเองได้เลย

ด้านฝาหลังจะเห็นว่าเมื่อกางแล้ว จะไม่เห็นเพลตคำว่า Zephyrus และช่องระบายความร้อน แต่ถ้าพับหน้าจอเก็บเครื่องจะเห็นป้ายโลโก้อย่างชัดเจน ได้ความเรียบร้อยแต่ก็ซ่อนดีไซน์โฉบเฉี่ยวแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ในตัว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00021

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00120
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00122

ด้านใต้ของ ASUS ROG Zephyrus G14 จะใช้โครงหลักเป็นพลาสติกเนื้อแข็งและโซนตรงกลางเครื่องจะเป็นแผ่นอลูมิเนียมเจาะช่องลมเข้าเอาไว้ให้ดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้าไประบายความร้อนในเครื่อง ติดยางรองเครื่องไว้ 2 เส้นเป็นแนวยาวและยึดน็อตหัว Philips Head เอาไว้ทั้งหมด 11 ดอกด้วยกัน ซึ่ง 3 ดอก จะอยู่ตรงแผ่นอลูมิเนียมแล้วปิดด้วยจุกยางไว้

Screen & Speaker

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00045

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00048
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00046
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00049
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00051

จอ ROG Nebula Display ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ขนาดอยู่ที่ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms มีฟีเจอร์ Adaptive-Sync ป้องกันภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกมหรือคอนเทนต์ที่ภาพเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่ให้ภาพฉีกขาด พาเนลมีคุณภาพสูง รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ได้รับการรับรอง Pantone Validated และทาง ASUS เคลมขอบเขตสีจากโรงงาน 100% DCI-P3 ใช้แต่งภาพได้สบายๆ

display 2

gamut 2
luminance 2

ความละเอียดหน้าจอระดับ QHD โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 2560×1440 พิกเซล แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 จะเพิ่มอัตราส่วนหน้าจอในแนวตั้งขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 16:10 ทำให้ความละเอียดจอเพิ่มเป็น 2560×1600 พิกเซล ปรับค่า Refresh Rate ได้ว่าจะใช้ 60Hz หรือ 120Hz ซึ่งถ้าใช้ทำงานแล้วไม่อยากเปลืองแบตเตอรี่ก็ปรับลงมา 60Hz ก่อน พอจะเล่นเกมก็ปรับขึ้น 120Hz ทีหลังก็ได้

ขอบเขตสีหน้าจอบนหน้าสเปคอยู่ที่ 100% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตหน้าจอด้วย DisplayCal 3 จะเห็นว่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าจากโรงงานอยู่ที่ 99.7% sRGB, 84.9% Adobe RGB, 98.2% DCI-P3 ซึ่งถือว่ากว้างใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ แต่พอคาลิเบรตเสร็จแล้วขอบเขตสีหน้าจอในหัวข้อ Gamut volume เพิ่มขึ้นเป็น 146.3% sRGB, 100.8% Adobe RGB, 103.6% DCI-P3 และความเที่ยงตรงสีของหน้าจอหรือค่า Delta-E ได้เฉลี่ยเพียง 0.07~1.54 เท่านั้น จัดว่าสีสันบนหน้าจอทั้งเที่ยงตรงและขอบเขตสีกว้างมาก นอกจากเล่นเกมแล้วยังเอาไปทำงานเกี่ยวกับภาพและสีสันได้สบายๆ

ด้านความสว่าง ทางผู้ผลิตเคลมว่า ASUS ROG Zephyrus G14 มีความสว่างถึง 500 nits ซึ่งโปรแกรม DisplayCal 3 เองก็วัดได้สว่าง 499.85 cd/m2 ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ จะนั่งทำงานนอกอาคารอย่างร้านกาแฟหรือโดนแสงอาทิตย์ส่องสะท้อนบนหน้าจอก็ไม่มีปัญหา ถ้านั่งทำงานในออฟฟิศผู้เขียนแนะนำว่าเปิดความสว่างราว 60% ก็สว่างพอแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00052
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00053
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00018
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00019
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00013
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00014

ลำโพงทั้ง 4 ดอกที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ตรงบอดี้ส่วนบนเหนือคีย์บอร์ดและด้านใต้ตัวเครื่องโซนละ 2 ดอกด้วยกัน รองรับเสียง Dolby Atmos และได้เสียงคมชัดระดับ Hi-Res ซึ่งเสียงตอนผู้เขียนทดลองฟังเพลงก็ได้มิติ เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลงก็ไม่มีปัญหา

ด้านการฟังเพลง ลำโพงชุดนี้จัดว่ามีมิติสเตจเสียงกว้าง รายละเอียดของเครื่องดนตรีกับนักร้องไม่กลบกันส่วนเบสมีน้ำหนักและกำลังขับพอสมควรแต่ไม่ถึงกับปะทะเป็นลูกๆ เป็นแบบช่วยขับให้เสียงเพลงมีมิติดียิ่งขึ้น เสริมความเด่นของเครื่องดนตรีและนักร้องนำให้มีพลัง ถือว่าลำโพงของ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ได้เสียงน่าประทับใจ เสียงไม่แห้งไม่ต้องต่อลำโพงแยกก็ได้ ความดังของลำโพงเมื่อวัดด้วยอุปกรณ์วัดเสียงแล้วอยู่ราว 80~85dB

Keyboard & Touchpad

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00063

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00061
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00062
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00073
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00127
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00126

คีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นแบบ Tenkeyless ขนาดปุ่มเท่ากับแป้นคีย์บอร์ดมาตรฐานทั่วไป รองรับ N-Key Rollover ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มบนคีย์บอร์ดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันได้แล้วคำสั่งจากปุ่มนั้นๆ ไม่ตกหล่น มีไฟ LED Backlit ปรับเอฟเฟคไฟ RGB ได้ตามต้องการในโปรแกรม Armoury Crate

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00066

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00077
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00075
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00074
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00123
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00125
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00124

ปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ บนคีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็ติดตั้งมาครบถ้วนทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง ได้แก่ปุ่ม Windows Lock ที่รวมเอาไว้กับปุ่ม Windows, คีย์ลัดที่ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ปุ่ม ได้แก่ Home, End, Page Up, Page Down เหมือนกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นของ ASUS นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Macro อีก 4 ปุ่ม แยกพิเศษให้เกมเมอร์สามารถเซ็ตมาโครได้ด้วย ค่าจากโรงงานจะเป็นฟังก์ชั่นลดหรือเพิ่มเสียง, ปิดหรือเปิดไมค์และคำสั่งเรียกโปรแกรม Armoury Crate ขึ้นมาใช้งาน

ข้อดีอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คจาก ASUS คือ เมื่อกดคีย์ลัดเพื่อตั้งค่าตัวเครื่องแล้ว บนหน้าจอจะมีกรอบแจ้งเตือนเป็นรูปภาพลอยขึ้นมาให้เห็นราว 1-2 วินาที เพื่อแจ้งผู้ใช้ว่าตัวเครื่องเปลี่ยนการตั้งค่าตามสั่งแล้ว เป็นฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเข้าใจได้ง่ายและดูใส่ใจผู้ใช้ดีมาก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00076

Function Hotkey ตรงบรรทัดบนสุดของคีย์บอร์ดจะถูกเซ็ตเป็นคำสั่ง F1-F12 มาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน แต่ถ้าไม่ต้องการก็ตั้งค่าในโปรแกรม Armoury Crate ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1 – ปิดเสียงลำโพง
  • F2~F3 – ลดหรือเพิ่มแสงไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F4 – คีย์ลัด AURA Sync เปลี่ยนเอฟเฟคไฟคีย์บอร์ด 
  • F5 – ปุ่มปรับโหมดของตัวเครื่อง เลือกได้ระหว่าง Silent, Performance, Turbo
  • F6 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool
  • F7~F8 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F9 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F10 – เปิดหรือปิดทัชแพด
  • F11 – Sleep Mode
  • F12 – Airplane Mode

สังเกตว่าถัดจากปุ่ม F1-F12 แล้วจะเป็นปุ่ม Delete อีกเพียงปุ่มเดียว ไม่มีปุ่ม Print Screen เหมือนโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัดออกไปไม่มีปัญหานักเพราะทาง ASUS เลือกใส่เป็นคีย์ลัดเรียก Snipping Tool แทนแล้ว จะตัดออกไปก็ไม่มีปัญหาต่อการใช้งานนัก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00078
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00081
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00130
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00129

ทางบริษัทเคลมว่าทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกอัพเกรดให้ขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนราว 50% ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและสูงสุดขอบความสูงที่วางข้อมือและเยื้องมากินพื้นที่ Alt ฝั่งซ้ายเล็กน้อย พอวางมือแล้วสันมือส่วนแม่โป้งจะทาบลงบนแป้นคีย์บอร์ดไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าต่อเมาส์แยกอยู่ก็กดปิดทัชแพดทิ้งไปก็ได้ การตอบสนองของแป้นทัชแพดสามารถลากเคอร์เซอร์, คลิ๊กเมาส์และใช้ Gesture Control ของ Windows ได้ครบถ้วนไม่มีปัญหา

ทัชแพดนี้ จากที่ลองพกไปใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปถือว่ามีขนาดใหญ่ ใช้งานสะดวกและลากเมาส์บนหน้าจอจากขอบสู่ขอบได้สะดวกสบายมาก หากพกไปทำงานในร้านกาแฟแล้วต้องแชร์โต๊ะทำงานกับผู้อื่นแล้วไม่สะดวกหยิบเมาส์ออกมา ก็ใช้ทัชแพดอย่างเดียวก็สะดวกไม่แพ้กัน

Connector / Thin & Weight

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00082
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00083

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกติดตั้งไว้ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ฝั่งเท่านั้น ซึ่งพอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, HDMI 2.0b, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-A 3.2 Gen 2 x 2
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

จะเห็นว่าพอร์ตเชื่อมต่อของ ROG Zephyrus G14 มีให้ใช้งานครบเครื่อง ไม่ต้องพึ่ง USB-C Multiport Adapter ก็ได้และยังมี MicroSD Card Reader ติดมาให้โอนไฟล์ภาพและคลิปออกมาได้โดยตรงซึ่งสะดวกมากและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ไม่ได้ติดตั้งมาให้เสียด้วย นอกจากนี้สังเกตว่าพอร์ต USB-C ทั้ง 2 ช่องใช้ต่อหน้าจอแยกได้ หากนับรวมกับ HDMI 2.0b เท่ากับว่า ROG Zephyrus สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 จอพร้อมกันทีเดียว

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Wi-Fi 6E ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและเสถียรกว่า Wi-Fi 6 มาก แต่สังเกตว่าทาง ASUS ไม่ได้ให้พอร์ต LAN มาด้วย ถ้าต้องใช้งานก็หาซื้อ USB-A to LAN มาเผื่อเอาไว้สักอันก็ช่วยได้มากแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09995

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09997
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09996

น้ำหนักของ ASUS ROG Zephyrus G14 จากหน้าสเปคเคลมไว้ 1.72 กิโลกรัม แต่พอชั่งจริงด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมกับอแดปเตอร์ 240 วัตต์ น้ำหนัก 706 กรัมจะหนักเพียง 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้านับเฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวก็เบากว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ถ้ารวมอแดปเตอร์ก็หนักเท่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวเท่านั้น ถือว่าไม่หนักเกินไป ใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายๆ

ทว่าตอนพก ROG Zephyrus G14 ไปทำงานนอกออฟฟิศก็ไม่ต้องเอาอแดปเตอร์ของเครื่องติดตัวไปก็ได้ เพราะพอร์ต USB-C ฝั่งซ้ายมือของเครื่องรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery อยู่แล้ว แค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไปก็ชาร์จไฟให้เครื่องได้เลย ส่วนอแดปเตอร์ของเครื่องก็ไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศไว้ใช้งานเวลาต้องรันงานหนักๆ แทน

Inside & Upgrade

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09999

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00005
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00006
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00007
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00008
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00022
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00023

การเปิดฝาอัพเกรด ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถขันเปิดฝาใต้ตัวเครื่องได้ง่ายๆ ด้วยน็อตหัวแฉก Philips Head หรือหัวแฉกบวกทั้งหมด 11 ดอกออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ขอบเพื่อปลดฝาแล้วเริ่มอัพเกรดได้เลย จุดสังเกตคือ น็อตตรงกลางตัวเครื่อง 3 ดอกจะมีจุกยาง 3 เม็ดอุดเอาไว้เพื่อความสวยงาม อย่าลืมดึงจุกยางแล้วขันออกด้วย หากฝืนดึงจะทำให้ฝาหลังเสียหายได้ นอกจากนี้น็อตสองดอกตรงกลางและมุมล่างขวา รวม 3 ดอกจะมีจุกจับไม่ให้น็อตหลุดออกจากเบ้า เมื่อขันน็อตหลวมแล้ก็เอาการ์ดไล่ขอบเปิดฝาได้เลย

ภายในเครื่องจะเห็นว่าครึ่งบนจะเป็นชุด ROG Intelligent Cooling เป็นชุด Vapor Chamber กับพัดลมระบายความร้อนแบบเป่าออกด้านข้างและหลังของตัวเครื่อง ด้านล่างสุดเป็นแบตเตอรี่ขนาด 76Wh ส่วน M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ติดตั้งอยู่ตรงกลางฝั่งซ้ายและแรม SO-DIMM DDR5 อยู่ฝั่งขวามือและมีแผ่นพลาสติกป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ปิดมาให้

สังเกตจะไม่เห็นการ์ด Wi-Fi PCIe นั่นเพราะทาง ASUS เอาไปซ้อนอยู่ใต้ M.2 NVMe สาเหตุเพราะพื้นที่เมนบอร์ดมีจำกัดและชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ชิดกันหมด ไม่มีพื้นที่ติดตั้งหัวต่อ M.2 NVMe ตัวที่ 2 เลย ถ้าจะอัพเกรดก็ต้องถอดไดรฟ์เก่าออกอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนแรมเป็น Onboard กับ SO-DIMM อีก 1 ช่อง แยกเป็นตัวละ 8GB DDR5 รองรับความจุสูงสุด 24GB DDR5 นั่นคือถอดแรม 8GB DDR5 เดิมจากโรงงานออกแล้วใส่ตัวใหม่ความจุ 16GB เข้าไปแทน ให้เป็น 8+16GB ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าความจุ 16GB จากโรงงานก็เยอะพอใช้งานแล้ว แต่ถ้าทำงานใช้โปรแกรมกินแรมเยอะๆ ก็ยังพออัพเกรดเพิ่มได้

ในแง่การใช้งานและเล่นเกม ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน๊ตบุ๊คที่ดีและจบในตัวอยู่แล้ว เหมาะกับเกมเมอร์หรือผู้ใช้ที่ซื้อมาใช้งานและไม่ค่อยมีแผนอัพเกรดมาก ส่วนผู้ใช้ที่มีแผนหรือชอบอัพเกรดเครื่องอาจจะอึดอัดอยู่บ้าง ซึ่งผู้เขียนมองว่าถ้าอยากลงเกมเอาไว้เล่นอยู่หลายเกม อาจจะซื้อฮาร์ดดิสก์แบบ Game Drive ต่อภายนอกมาต่อผ่านพอร์ต USB แทนก็เป็นทางออกที่ดี

Performance & Software

cpu 1

ซีพียูของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ 6 นาโนเมตร ค่า TDP สูงสุด 35 วัตต์ จัดว่าประหยัดพลังงานดีแต่ก็ยังได้ประสิทธิภาพสูงอยู่

อนึ่ง ผู้ใช้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรหัสท้ายตัวเลของ AMD ว่ามีรหัส U ซึ่งเป็นซีพียูเน้นประหยัดพลังงาน, รหัส H เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง หรือ HX เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงสุดของ AMD แต่รหัส HS หรือ HS Design Standard เป็นซีพียูกลุ่ม Mobile แบบพิเศษซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ AMD Ryzen 4000 H-Series เป็นต้นมา โดยมีจุดเด่นดังนี้

  1. เป็นซีพียูสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบประสิทธิภาพสูง แต่ใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นรหัสเดียวกัน 20% ให้ใช้งานด้วยแบตเตอรี่นานยิ่งขึ้น
  2. ค่า TDP สูงสุดแค่ 35 วัตต์ แต่ใช้คอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงเหมือนรหัส H ทั่วไป
  3. จัดการอุณหภูมิของตัวชิปเซ็ตได้ดี ไม่ร้อนและลดเสียงตอนโน๊ตบุ๊คทำงานเบาลงด้วย

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าซีพียูที่มีรหัส HS ก็คือซีพียูรหัส H แบบพิเศษที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น เย็นและประสิทธิภาพดีเท่ากันนั่นเอง ดังนั้นถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนติดตั้งซีพียู AMD Ryzen แบบ HS Design Standard อยู่ ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงแน่นอน

mb
ram 2

ด้านอินเตอร์เฟสของ SSD ในเครื่องเป็น PCIe 4.0 x4 มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ให้ใช้งานตั้งแต่เริ่ม โดยแยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB รองรับการอัพเกรดได้มากสุด 24GB ซึ่งถ้าใครต้องการอัพเกรดอาจจะเปิดฝาอัพเกรดอีกเล็กน้อยก็ได้ แต่ถ้าใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพก็ดีเพียงพอตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอยู่แล้ว

discrete gpu

การ์ดจอแยกในเครื่องติดตั้ง AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6 มาให้ เป็นการ์ดจอแยกประสิทธิภาพดี มี 1,792 Unified Shader รองรับ DirectX 12 รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing ซึ่งครบพร้อมใช้ ช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

device mgr 1

พาร์ทภายในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้งชิ้นส่วนสำคัญมาครบเครื่อง ได้แก่ กล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง ทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello, ชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0

ชิป Wi-Fi PCIe ในเครื่องเป็น MediaTek Filogic 330 (MT7922) รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับความถี่คลื่น 2.4GHz, 5GHz, 6GHz ครบถ้วน แบนด์วิธคลื่น 160MHz และรองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และตัวการ์ดนี้มีฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ครบเครื่อง ได้แก่ MU-MIMO, MU-OFDMA, QoS และ WPA3 อีกด้วย

ssd 2

M.2 NVMe SSD ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้ง Micron 2450 มาให้ใช้งาน โดย SSD รุ่นนี้เป็น M.2 2280 176-Layer NAND อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 โดยทางผู้ผลิตเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานแต่ประสิทธิภาพก็ถือว่าดีใช้ได้ มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s มีความทนทานต่อการเขียนข้อมูลทับลงในไดรฟ์ได้ 600 TBW

ความเร็วจากการทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 จะได้ Sequential Read 3,627.46 MB/s และ Sequential Write 3,474.24 MB/s จัดว่ารวดเร็วกว่าหน้าสเปคที่เคลมเอาไว้อย่างชัดเจน หากเน้นทำงานและเล่นเกมก็ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและรับส่งข้อมูลได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ก็น่าเปลี่ยนเป็น Kingston Fury Renegade, WD Black SN850, Samsun 980 PRO แทนก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน

r15 1
r20 1

ส่วนการทำงานกับโปรแกรม 3D เรนเดอร์โมเดลต่างๆ เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenGL 191.46 fps และคะแนน CPU 1,930 cb ซึ่งผู้เขียนได้ลองรันการทดสอบนี้ซ้ำอีกหลายครั้งแล้ว พบว่าคะแนนซีพียูจะได้ใกล้เคียงกับการทดสอบครั้งนี้ แต่คะแนน OpenGL จะขึ้นลงอยู่ช่วง 191~199 fps กล่าวคือ ถ้าใครจะใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 ทำงานหรือพรีวิว 3D Model ให้ลูกค้าดูก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ด้าน CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูเป็นหลักได้ CPU 4,854 pts จัดว่าทำได้ดีเพียงพอจะใช้ทำงานหนักๆ อย่างเรนเดอร์ภาพและงานกราฟฟิคต่างๆ ก็ทำได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าซีพียูเป็น AMD แล้วจะทำงานได้ดีหรือไม่? 

3dmark

การทดสอบเล่นเกมโดยรัน 3DMark Time Spy จะได้คะแนนเฉลี่ยรวม 8,040 คะแนน แยกเป็น CPU score 8,788 คะแนน และ Graphics score 7,922 คะแนน ซึ่งคะแนนในระดับนี้หากจะเล่นเกมที่ความละเอียดจอ 1080p~2K ปรับกราฟฟิคเอาไว้ระดับ High ก็ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

Screenshot 2022 08 26 194608

ในแง่ใช้ทำงานทั่วไป ASUS ROG Zephyrus G14 ทำคะแนนใน PCMark 10 ได้สูงมากถึง 7,301 คะแนน เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น จะใช้ทำงานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์หรือแอพฯ มาทำงาน ตัดต่อวิดีโอแต่งภาพหรือแม้แต่ทำงานเอกสารก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ดังนั้นในแง่การทำงานไม่ว่าจะงานออฟฟิศทั่วไปหรืองานสายครีเอเตอร์ก็ทำได้ดีแน่นอน

g14 1080p

ด้านการเล่นเกม จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 แม้จะเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S แต่เมื่ออัพ AMD Chipset Driver และไดรเวอร์การ์ดจอเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว ก็เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA บนหน้าจอ 1080p ได้สบายๆ ได้เฟรมเรทเฉลี่ยสูงมากและยิ่งถ้าเกมไหนใช้เอนจิ้นเอื้อทาง AMD อย่าง Resident Evil Village ก็จะได้เฟรมเรทสูงเป็นพิเศษด้วย

ประสบการณ์การเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 บทความละเอียดจอ 1080p ใช้คำว่า “แรงเหลือเฟือ” ได้อย่างเต็มปาก ด้วยพลังของ Ryzen จับคู่กับ Radeon ทำให้ภาพของเกมลื่นไหลต่อเนื่องรวมทั้งโหลดฉากได้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่เห็นการเรนเดอร์แผนที่ต่อหน้าเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางเครื่องเลย โดยเฉพาะ SCUM ถ้าเครื่องไม่แรงพอ เฟรมเรทเฉลี่ยก็จะไม่เกิน 60 Fps และบางครั้งก็จะมีอาการโหลดแผนที่สดๆ ให้เห็นด้วย แต่ Zephyrus G14 ไม่มีอาการนี้แม้แต่น้อย ด้านของ Apex Legends ก็สามารถเรนเดอร์ฉากตอนเล่นได้เร็วทันใจ กวาดเมาส์เร็วๆ เพื่อไล่ตามเป้าหมายก็ไม่มีอาการภาพฉีกหรือเกิดอาการเฟรมเรทตกเลย ดังนั้นสรุปได้ว่า ROG Zephyrus G14 สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 1080p ได้สบายๆ

g14 native

หากขยับมาความละเอียด WQXGA ที่ 2560×1600 พิกเซลซึ่งเป็นความละเอียดดั้งเดิมของจอนี้ (Native Resolution) จะเห็นว่า Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ถึงจะเทียบกับ 1080p แล้วเฟรมเรทจะลดลงไปบ้างแต่ยังเล่นได้ดีและลื่นไหลอยู่ แต่สำหรับ Resident Evil Village ก็ยังเป็นข้อยกเว้นอยู่ดี เนื่องจากการตั้งกราฟฟิคในเกมยังใช้ประโยชน์จาก AMD FidelityFX เข้ามาเสริมให้เฟรมเรทตอนเล่นเกมยังสูงอยู่เช่นเดิม

ถ้าเป็นเกมอื่นที่ไม่ได้เอื้อทาง AMD เต็มที่อย่าง SCUM การได้เฟรมเรทเฉลี่ย 40 Fps แล้วมีบางช่วงบางตอนเฟรมเรทเพิ่มขึ้นไปแตะระดับใกล้เคียง 60 Fps และยังเสถียรไม่มีการ “เกมเด้ง” หรือภาพหน่วง, กระตุกระหว่างเล่นเกมเลย ด้านของ Apex Legends ก็ยังเล่นได้ไหลลื่นดีไม่มีปัญหา เฟรมเรทสูงและภาพลื่นต่อเนื่องไม่แพ้ตอนเล่นบนความละเอียด 1080p เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นสรุปได้เลยว่าสเปค Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 2K ไม่ว่าจะ QHD หรือ WQXGA ก็เล่นได้สบายๆ

ในส่วนนี้ผู้เขียนขอเสริมให้เกมเมอร์เป็นพิเศษ ว่าถ้าจะต่อหน้าจอเกมมิ่งเข้ากับ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ แนะนำให้ต่อผ่าน HDMI 2.0b ด้านข้างตัวเครื่องก่อนเป็นจอแรก แล้วค่อยต่อจอ 2, 3 ผ่าน USB-C จะดีสุด เนื่องด้วยสเปคของ HDMI 2.0b จะรีดค่า Refresh Rate ได้ดีกว่านั่นเอง และหากผู้ใช้คนไหนอยากทราบว่าตอนนี้ AMD FidelityFX รองรับเกมไหนบ้าง? สามารถดูรายชื่อเกมได้ที่นี่

Screenshot 2022 08 25 002816

Screenshot 2022 08 25 003238
Screenshot 2022 08 25 003224
Screenshot 2022 08 25 003212
Screenshot 2022 08 25 003127
Screenshot 2022 08 25 003119
Screenshot 2022 08 25 003102
Screenshot 2022 08 25 003051
Screenshot 2022 08 25 002843

ด้านซอฟท์แวร์ปรับแต่งและมอนิเตอร์ประจำ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวหลักเป็น ASUS Armoury Crate ซึ่งซอฟท์แวร์นี้ใช้มอนิเตอร์การทำงาน, ปรับโหมดตัวเครื่อง, ตั้งค่าปุ่มมาโครหรือแม้แต่ตั้งเอฟเฟคไฟ AniMe Matrix บนฝาหลังตัวเครื่องได้ด้วย เป็นซอฟท์แวร์ที่ตั้งฟังก์ชั่นการทำงานให้เครื่องนี้ได้ครบเครื่องมาก

ด้านการตั้งค่าตัวเครื่องจะมีเคล็ดลับ 2 แบบ หากต้องการใช้งานทั่วไปแนะนำให้เลือกตรง GPU Mode ให้เป็น Optimized แล้วปล่อยให้เครื่องจัดการตัวเองได้เลย แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมแล้วจะรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงสุด ให้เลือกเป็น Ultimate แล้วรีเซ็ตเครื่องหนึ่งครั้ง ก็จะได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงขึ้นอย่างแน่นอน

Screenshot 2022 08 25 003253

Screenshot 2022 08 25 003316
Screenshot 2022 08 25 003326
Screenshot 2022 08 25 003344

ด้าน MyASUS จะเป็นซอฟท์แวร์สำหรับตั้งค่าการใช้งานทั่วไปและอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั่วไปในตัวเครื่อง ช่วย Optimize การทำงานต่างๆ, มอนิเตอร์ตัวเครื่องและใช้ติดต่อกับทาง ASUS ในกรณีต้องการให้ทีมช่างของ ASUS ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้อีกด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00010

แบตเตอรี่ของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นลิเธียม โพลีเมอร์ ความจุ 76Wh ขนาดใหญ่โดยวางตัวยาว ขอบทั้งสองฝั่งของแบตเตอรี่ติดกับลำโพงของตัวเครื่อง มีความจุแบบ Typical Capacity 4,920mAh และ Rated Capacity ที่ 4,770mAh ซึ่งความจุนี้ถือว่าให้เยอะกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ใช้งานได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ ปิดไฟ RGB, AniMe Matrix, ปรับลดความสว่างหน้าจอให้ลงมาต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10% และปรับโหมดตัวเครื่องให้เข้าโหม Silent แล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 76Wh ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง 19 นาทีทีเดียว โดยปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันหากใช้งานด้วยแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาในเครื่องจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมง แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ เครื่องมาก

อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีจุดสังเกตหนึ่ง คือ ก่อนได้ผลทดสอบนี้ ผู้เขียนได้ทดสอบเครื่องตามปกติโดยใช้ชิปเซ็ตไดรเวอร์แบบยังไม่ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506 จะใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ราว 5 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น แต่เมื่ออัพเดท AMD Chipset Driver แล้ว ก็ได้ระยะเวลาใช้งานนานขึ้นมาก ดังนั้นถ้าใครซื้อ ROG Zephyrus G14 มา ขอให้อัพเดท Chipset Driver ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00002
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00001
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00004

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00012
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00011
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00085
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00086

ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber ผสานโลหะเหลวและระบายความร้อนออกจากเครื่องด้วยพัดลม Arc Flow Fans ด้านหลังและด้านข้างเครื่องฝั่งละ 2 ช่อง ซึ่งชุดระบายความร้อนนี้มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ภายในตัวเครื่องครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารก็ไม่มีเสียงรบกวนด้วยฟีเจอร์ 0dB แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมจะได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนค่อนข้างชัดเจน แต่ข้อดีคือชุด Vapor Chamber นี้ทำงานได้ดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสูงเกินหรือ Throttle Down ลดประสิทธิภาพการทำงานลงเลยแม้แต่น้อย

temp 1

ส่วนอุณหภูมิที่ CPUID HWMonitor วัดได้ตอนทดสอบเล่นเกม จะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS (ดูที่ AMD Radeon Graphics ซึ่งเป็นการ์ดจอออนบอร์ดแทน) ได้อุณหภูมิ 48~87 องศาเฉลี่ย 77 องศาเซลเซียส การ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S อยู่ที่ 48~97 องศา เฉลี่ย 78 องศาเซลเซียส ไม่มีตัวเลขติดแดงโชว์ว่าอุณหภูมิร้อนเกินไปเลย และความร้อนที่ลงไปยัง M.2 NVMe SSD ซึ่งอยู่ถัดลงมาก็ไม่สูงมาก เฉลี่ยเพียง 58 องศาเซลเซียสเท่านั้น กล่าวคือ ROG Intelligent Cooling สามารถคุมความร้อนของซีพียูและการ์ดจอได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าเล่นเกมแไปแล้วอุณหภูมิตัวเครื่องจะสูงเกินจนใช้งานได้ไม่ดีไม่เต็มประสิทธิภาพ

User Experience

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00106

ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ลงตัวทั้งด้านเกมมิ่งก็เล่นเกมได้ดี ทรงพลังเล่นเกมหนักๆ ได้ไม่มีปัญหาและยังใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงและยังชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทางพอร์ต USB-C 3.2 ด้านซ้ายของตัวเครื่องได้ ขอแค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จเกิน 65 วัตต์ กับสาย USB-C สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ จะไปนั่งทำงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทำงานอย่างแน่นอน แต่ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเบราเซอร์ใช้งานตามปกติก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คบางเบาหลายรุ่นเลย

ความปลอดภัยตอนใช้งานก็จัดว่าดีมาก เพราะ ROG Zephyrus G14 รุ่นก่อนหน้าไม่มีระบบปลดล็อคตัวเครื่องแบบ Biometric ติดมาให้ แต่รุ่นใหม่นี้ได้กล้อง IR Camera เอาไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ ทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello เพียงแค่กางจอให้กล้องสแกนหน้าเพียงอึดใจก็ปลดล็อคพร้อมใช้งานได้ทันที เป็นฟังก์ชั่นช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมากด้วย

ซึ่งผู้เขียนก็ได้เอาเครื่องนี้ติดไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ ก็ยอมรับว่าหน้าตาของมันเรียบร้อยขึ้นไม่ออกเกมมิ่งเกินไป แต่ประสิทธิภาพการทำงานจัดว่ารันโปรแกรมใหญ่กินทรัพยากรหนักๆ ได้ดีมากจนพลอยให้รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นทำงานช้าลงเสียอย่างนั้น และเรื่องการจัดการพลังงาน ผู้เขียนเลือกตั้งค่าเครื่องให้การ์ดจอทำงานแบบ Optimize แล้วปรับเข้าโหมด Silent เพื่อใช้ทำงานทั่วไป อย่างเปิดเว็บไซต์และทำงานเอกสารก็ใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวัน ไม่ต้องกลุ้มวิ่งหาปลั๊กมาต่อชาร์จเครื่องเลยก็ยังได้ ยิ่งถ้าใครเป็นสายทำงานแบบ Cafe Hopper ทำงานร้านนี้แล้วไปกินข้าวแล้วแวะอีกร้านต่อ มั่นใจว่าแบตเตอรี่ 76Wh ใน ASUS ROG Zephyrus G14 จะพร้อมใช้งานได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

ด้านการเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าทรงพลังไม่แพ้สเปคอื่นอย่าง และเป็น AMD Advantage ขอเพียงแค่ลง AMD Chipset Driver และอัพเดทไดรเวอร์การ์ดจอให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ปัญหาจุกจิกไม่ว่าจะเรื่องเฟรมเรทเหวี่ยง, เกมเด้ง, ภาพกระตุกใดๆ ไม่มีให้เห็นตอนใช้งานเลยแม้แต่น้อย เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ซื้อเครื่องเดียวต่อจอแยกเล่นเกมหรือทำงานกราฟฟิคหนักๆ ได้เลย และราคา 69,990 บาท ก็ถือว่าไม่แพงไม่ถูกไปอีกด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนก็ประกอบเกมมิ่งพีซีสเปค AMD ล้วนใช้งานเป็นเครื่องหลักอยู่ ก็ขอยืนยันว่าปัจจุบันนี้สเปคซีพียู AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon นอกจากประสิทธิภาพดี ยังไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจเหมือนในอดีตแล้วด้วย

Conclusion & Award

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00104

หลังจากได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวหนึ่งสัปดาห์ก็ประทับใจเครื่องนี้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องประสิทธิภาพ, การจัดการพลังงาน, พอร์ตเชื่อมต่อและยังได้กล้องสแกนใบหน้าด้วย เรียกว่าฝั่งฮาร์ดแวร์มีให้แบบครบถ้วน ส่วนซอฟท์แวร์ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้แบบครบเครื่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแค่ไม่กี่รุ่นที่ได้ซอฟท์แวร์ครบเครื่องระดับนี้ ถ้าซื้อมาแค่เปิดเครื่องอัพเดทไดรเวอร์ให้ครบก็พร้อมใช้งานทันที

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องลูกเล่นและดีไซน์ตัวเครื่องต้องยกให้ไฟ AniMe Matrix ที่เป็นเอกลักษณ์ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้กับดีไซน์ ErgoLift Hinge ช่วยยกตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นหรือจะกางหน้าจอจนราบไปเลยก็ยังได้ และน้ำหนักเครื่อง 1.69 กิโลกรัม นั้นจัดว่าเบามากเมื่อในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คด้วยกัน ดีต่อคนทำงานหรือเกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่ง เป็นจุดตัดที่ลงตัวที่สุด ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองหากจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สักเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกอย่างแน่นอน 

award

NBS award 7 Design

best design

การออกแบบตัวเครื่องที่สวยเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานน้ำหนักเบา เอื้อต่อหลักสรีระศาสตร์ด้วยบานพับ ErgoLift Hinge และน้ำหนักเบาเพียง 1.69 กิโลกรัมนั้นเป็นการดีไซน์ที่ดีมาก และยังมีกล้อง IR Camera ให้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ด้วย จัดเป็นการดีไซน์ที่ใส่ของดีมาให้ครบทุกด้าน

award new Gaming

best gaming

ประสิทธิภาพของ AMD Advantage เมื่อจับคู่ AMD Ryzen 7 6800HS กับ AMD Radeon RX 6700S แล้ว ทำให้ ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ปรับกราฟฟิคสูงสุดก็ยังได้เฟรมเรทสูงและลื่นไหล จัดว่าน่าประทับใจมาก

award new Battery Life

best battery life

ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง อยู่ยาวกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ได้ทดสอบมาก่อนหน้านี้มาก ไม่ต้องกลัวว่าทำงานยังไม่เสร็จแล้วแบตเตอรี่จะหมดก่อน และยังรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery กำลังไฟ 65 วัตต์อีก จัดว่าครบเครื่องมาก

from:https://notebookspec.com/web/664268-review-asus-rog-zephyrus-g14

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ใครอยากได้โน๊ตบุ๊คใหม่ต้องดู! ตอบโจทย์คนทำงานและเกมเมอร์ชัวร์!

ไม่ต้องสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี บทความนี้คัดมาให้แล้ว!

Share image Edit Name 2laptop7 1

เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนก็อยากรู้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีมาใช้งาน ยิ่งถ้าใครไม่ได้ติดตามเรื่องของโน๊ตบุ๊คอย่างต่อเนื่องแล้วเดินเข้าร้านขายคอมพิวเตอร์แล้วเจอโน๊ตบุ๊คหลากรุ่นหลายแบรนด์ก็ต้องมีตาลายเลือกไม่ถูกกันบ้างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะตัวแทนขายของแต่ละแบรนด์ก็จะเอารุ่นเด่นสเปคดีที่ตัวเองอยากขายมาตั้งโชว์กันอย่างเต็มที่ แต่จะตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่ ก็ต้องแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านบางคนอาจจะไม่สะดวกนั่งอ่านนั่งหาข้อมูลโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่น หรือหาแล้วอาจจะยิ่งสงสัยเพราะแต่ละแบรนด์ก็มีรุ่นย่อยเยอะไปหมดจนเลือกซื้อไม่ถูกก็เป็นได้ ดังนั้นผู้เขียนจึงเลือกโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อในช่วงปลายปี 2022 มาแนะนำเป็นแนวทางเลือกซื้อ จะได้หารุ่นที่ถูกใจมาใช้งานได้ในราคาที่คุ้มที่สุด

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี

สเปคโดยสรุปของโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีทั้ง 7 รุ่น 

สเปคของโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ,
น้ำหนัก
การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-59-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Macbook Air M1 Apple M1

CPU 8 คอร์

GPU 7 คอร์

M.2 NVMe
256GB

Unified Memory 8GB

macOS Monterey

13.3″ QHD
(2560×1440)
IPS

1.29 กก.

Thunderbolt 4 x 2

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,900
ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K HDR OLED

Refresh Rate 90Hz

1.39 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2

USB-A 3.2 Gen 2 x 1

HDMI 2.0b x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

34,990
Fujitsu Ultralight CH-X Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

13.3″ FHD IPS

749 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

35,990
Colorful X15 Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
MSI Alpha 15 B5EEK-094TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

 USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Gigabyte Aorus 15 XE5 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti 

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990

ซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี? เลือก 7 รุ่นนี้สิ ดีแน่นอน

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี? ในบทความนี้ผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่น ซึ่งคละกันทั้งรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานหรือเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังน่าใช้อยู่ ซื้อไปก็ใช้ก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน โดยมีโน๊ตบุ๊ครุ่นแนะนำดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 – ราคาเป็นมิตรอัพเกรดสะดวก (17,900 บาท)
  2. Macbook Air M1 – ดีรอบด้านและยังน่าใช้ (32,900 บาท)
  3. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA – ฟีเจอร์ครบเครื่องและคุ้มค่า (34,990 บาท)
  4. Fujitsu Ultralight CH-X – เบาที่สุดในโลกและสเปคยังไม่ตกยุค (35,990 บาท)
  5. Colorful X15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ถูกที่สุด (29,980 บาท)
  6. MSI Alpha 15 B5EEK-094TH – แรงเหลือๆ เอาใจสาย AMD (33,990 บาท)
  7. Gigabyte Aorus 15 XE5 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแรงไม่ง้อพีซี ราคาเป็นมิตร (69,990 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 – ราคาเป็นมิตรอัพเกรดสะดวก (17,900 บาท) 

aspire3

ถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีแล้วอยากได้ความคุ้มค่าล่ะก็ Acer Aspire 3 A315-59-31F5 นี้ถือว่าตอบโจทย์เพราะนอกจากจะอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้แล้ว ยังราคาไม่แพงมาก ไม่เกิน 20,000 บาทเท่านั้น หากผู้ใช้คนไหนสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สำหรับ Acer Aspire 3 รุ่นใหม่จะมีรุ่นติดตั้งซีพียู Intel Core i5 ขึ้นไปและมีการ์ดจอแยกให้เลือกด้วย แต่ถ้าใครทำงานเอกสารและเปิดเบราเซอร์เป็นส่วนใหญ่ก็ซื้อสเปคเริ่มต้นเครื่องนี้ได้ โดยรุ่นนี้ติดตั้ง Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics มาให้ หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้และหนักเพียง 1.77 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าราคาไม่แพงมากและตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษาอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-31F5
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
2. Macbook Air M1 – ดีรอบด้านและยังน่าใช้ (32,900 บาท)

airm1

แม้ Apple จะเปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ชิป Apple M2 ออกมาแล้วก็ตาม แต่ถ้าถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี Macbook Air M1 รุ่นเริ่มต้นก็ยังน่าใช้ เพราะของชิป Apple M1 ก็ยังทำงานได้ไหลลื่นดีมาก โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เน้นใช้งานเอกสาร, เปิดเว็บเบราเซอร์ไปจนโปรแกรมอย่าง Photoshop และ Lightroom ก็ยังรับไหวอยู่

สเปคของรุ่นเริ่มต้นเป็นชิป Apple M1 แบบซีพียู 8 คอร์ และจีพียูอีก 7 คอร์ มีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง macOS Monterey มาให้พร้อมแรมแบบ Unified Memory อีก 8GB ด้วยกัน ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 2, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ได้และเบาเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าแม้จะเก่าตกรุ่นไปบ้างแต่ก็ยังน่าใช้อยู่หากถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี

สเปคของ Macbook Air M1
  • CPU : Apple M1 แบบ 8 คอร์
  • GPU : จีพียู Apple M1 แบบ 7 คอร์ 
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : Unified Memory 8GB
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FaceTime Camera 720p HD
  • Software : macOS Monterey
  • Weight : 1.29 กิโลกรัม
  • Price : 32,900 บาท (ราคากลาง)
3. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA – ฟีเจอร์ครบเครื่องและคุ้มค่า (34,990 บาท)

zenbook

ในโจทย์โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีก็มีโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen น่าใช้อย่าง ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA เป็นตัวเลือกที่ดีและน่าใช้มาก โดยทาง ASUS เองก็ใส่ฟีเจอร์ดีๆ มาแบบจัดเต็มไม่ว่าจะทัชแพดแบบพิเศษ ASUS NumberPad, ดีไซน์ปุ่มคีย์บอร์ดแบบ Dished Keycaps และยังติดตั้งหน้าจอ OLED คุณภาพสูงมาให้อีกด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงที่เป็นสเปค Intel ได้ที่นี่

ด้านสเปคติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K HDR พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz กับ M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มและแรมอีก 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น นับเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีที่ติดตั้งซีพียู AMD ประสิทธิภาพดีและประหยัดพลังงานมาให้ใช้และได้ฟีเจอร์มาครบเครื่องมาก

สเปคของ ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K HDR พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort/PD, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 34,990 บาท (Advice)
4. Fujitsu Ultralight CH-X – เบาที่สุดในโลกและสเปคยังไม่ตกยุค (35,990 บาท) 

fujitsu

รุ่นถัดมาในโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ผู้เขียนแนะนำเป็น Fujitsu Ultralight CH-X ที่แม้จะวางขายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สเปคโดยรวมก็ยังทำงานได้เป็นอย่างดีและติดตั้งซอฟท์แวร์มาให้ครบเครื่องพร้อมใช้งานไม่พอ ตัวเครื่องยังเบาพกง่ายหนักไม่เกินกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของ Fujitsu Ultralight รุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel 11th Gen อย่าง Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องเบาเพียง 749 กรัมเท่านั้น หากใครชื่นชอบโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาพกสบายก็ควรซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เลย 

สเปคของ Fujitsu Ultralight CH-X
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 749 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Colorful X15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ถูกที่สุด (29,980 บาท) 

colorful

ด้านเกมเมอร์ที่คิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี นาทีนี้ Colorful X15 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้จัดว่าน่าสนใจมาก เพราะได้สเปคแรงคุ้มค่าด้วยซีพียู Intel 12th Gen จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX แล้วราคายังไม่เกิน 30,000 บาทเสียด้วยซ้ำ

สเปคของ Colorful X15 รุ่นแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz เรียกว่าครบเครื่องพร้อมเล่นเกมและทำงานได้อย่างแน่นอน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถ้าใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ก็แนะนำให้ดู Colorful X15 เครื่องนี้เอาไว้เผื่อใช้ได้เลย

สเปคของ Colorful X15
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
6. MSI Alpha 15 B5EEK-094TH – แรงเหลือๆ เอาใจสาย AMD (33,990 บาท)

msialpha

MSI Alpha 15 B5EEK-094TH เครื่องนี้ก็เป็นรุ่นน่าสนใจในโจทย์โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีเช่นกันและราคาไม่แพงเกินไปแต่สเปคคุ้มค่า เป็นโน๊ตบุ๊คแบบ AMD Advantage ใช้ซีพียูและการ์ดจอแยก AMD ทั้งหมด และทางผู้ผลิตก็จัดสเปคมาดีไม่แพ้เกมมิ่งเครื่องอื่นอย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าสูสีกับ NVIDIA GeForce RTX 3060 ทีเดียว ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งานกับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ มีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครคิดว่าจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีสักรุ่นล่ะก็ รุ่นนี้ก็จัดว่าน่าสนใจทีเดียว

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-094TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 33,990 บาท (ราคากลาง)
7. Gigabyte Aorus 15 XE5 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแรงไม่ง้อพีซี ราคาเป็นมิตร (69,990 บาท) 

aorus

โน๊ตบุ๊ครุ่นสุดท้ายในโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ยกให้ Gigabyte Aorus 15 XE5 เป็นรุ่นดีแนะนำให้ซื้อด้วยสเปคที่แรงระดับ Desktop Replacement แรงจนแทนที่เกมมิ่งพีซีได้ มีกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องให้ใช้งานได้ทันทีอีกด้วย จัดว่าน่าใช้มาก

ซีพียูใน Gigabyte Aorus 15 XE5 ติดตั้ง Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz มากับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB กับ Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนตัวเครื่องหนัก 2.4 กิโลกรัม ซึ่งตัวเครื่องถือว่าหนักระดับหนึ่งแต่ก็แรงจัดจ้านไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ได้ ซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เครื่องเดียวก็โอเคแล้ว

สเปคของ Gigabyte Aorus 15 XE5
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p IR HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)

student g82c6e52f3 1280

จะเห็นว่าในช่วงปี 2022 นี้ถ้าถามหาว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ก็จะมีทั้งรุ่นเก่าน่าใช้คละกับรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาแล้วสเปคคุ้มค่าน่าซื้อผสมกัน ซึ่งทั้ง 7 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำก็เป็นส่วนหนึ่งของรุ่นน่าซื้อในตอนนี้ และผู้ใช้บางคนอาจจะมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจนอกเหนือจากที่แนะนำก็เป็นไปได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ดีสุดเมื่อสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ให้เริ่มดูจากโจทย์การใช้งานของแต่ละคนก่อนว่าอยากได้โน๊ตบุ๊คแบบไหน อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงานหรือเล่นเกมแล้วค่อยดูว่างบประมาณที่พร้อมจ่ายซื้อเครื่องมีอยู่เท่าไหร่ ถ้าตอบโจทย์สองข้อนี้ได้ก็สามารถเลือกโน๊ตบุ๊คได้ระดับหนึ่งแล้ว และจะไปลงรายละเอียดว่าอยากได้ซีพียูรุ่นไหน ชอบแบรนด์ใดทีหลังก็ค่อยว่ากัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

rogstrixscar17se cover

Share image Edit Name 1helios300 1

swift3 cover

from:https://notebookspec.com/web/660085-7-recommended-laptop-in-2022

Xiaomi เปิดตัว Redmi G 2022 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งจอ 2.5K 165 Hz ซีพียู Intel Gen 12 ราคาเริ่มต้น 40,900 บาท

หลายคนอาจจะเคยเห็นสินค้าโน้ตบุ๊คตระกูล Redmi เฉพาะในรุ่นทำงาน อย่าง RedmiBook ก็ค่อนข้างขายดีในบ้านเรา แต่รู้หรือไม่ว่า Redmi เองก็มีโน้ตบุ๊คตระกูลเกมมิ่งกับเค้าด้วย ซึ่งล่าสุด Xiaomi ได้เปิดตัว Redmi G 2022 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสุดแรงตัวใหม่ สานต่อความแรงจากรุ่น G 2021 ในปีที่แล้ว ปีนี้อัปเกรดใหม่หมดทั้งซีพียู Intel Gen 12 และแรม DDR5 พร้อมอัปเกรดจอจาก 1080p 144Hz เป็น 2.5K 165Hz แล้ว

จุดเด่นมาพร้อมกับพอร์ตที่จัดเต็มเยอะเหมือนเดิม ดีไซน์เครื่องและโลโก้ Redmi G อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจอคุณภาพสูง 100% sRGB สีสันระดับ 10-bit รองรับมาตรฐาน VESA DisplayHDR 400 ตัดแสงสีฟ้าในตัว, คีย์บอร์ดเป็นแบบ Full Size และแรงจัดด้วยการ์ดจอตระกูล RTX 3000 เช่นเคย



 

สเปคเบื้องต้นของ Redmi G 2022

  • Core i5-12450H (4P+4E/12T) หรือ Core i7-12650H (6P+4E/16T)
  • NVIDIA GeForce RTX 3050 / 3050 Ti 
  • Ram 16GB DDR5 4800MHz (8GB x2)
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB
  • จอ 16” 2.5K (2,560 x 1,600) IPS 16:10 165Hz (contrast ratio 1200:1, 500 nits)
  • Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2
  • แบต 55 Wh (อะแดปเตอร์ 180W)
  • น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม, หนา 2.51 ซม.
  • Windows 11 Home

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อ มาพร้อมกับ Thunderbolt x1, USB-A 3.2 x3, USB-A 2.0 x1, HDMI 2.1, Mini DisplayPort 1.4, SD card reader และ Headset 3.5 คีย์บอร์ดเป็นขนาด Full-Size มี Numpad พร้อมไฟ backlit สีขาว, ลำโพงขนาด 2W x2 แบบ 7.1 Channel ระบบ DTS X และกล้องเว็บแคม 720p

ราคา Redmi G 2022

  • รุ่น Core i5-12450H / RTX 3050 ราคา 7,499 หยวน หรือประมาณ 40,900 บาท
  • รุ่น Core i7-12650H / RTX 3050 ราคา 7,999 หยวน หรือประมาณ 43,500 บาท
  • รุ่น Core i7-12650H / RTX 3050 Ti ราคา 8,299 หยวน หรือประมาณ 45,100 บาท

ทาง Xiaomi เปิดขายก่อนเฉพาะในประเทศจีน ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าไทยรึเปล่า เพราะว่ารุ่น G 2021 ก็ไม่ได้ทำตลาดบ้านเรา แต่ก็มีร้านค้าย่อยบางร้านเอามาขายบ้างบน Shopee ซึ่งราคาถูกกว่าตอนเปิดตัวเยอะซะด้วย ดังนั้นต้องรอลุ้นข่าวจะ Xiaomi ประเทศไทยกันอีกทีครับ


 

 

ที่มา : Xiaomi

from:https://droidsans.com/xiaomi-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-redmi-g-2022-%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%a1/

Xiaomi เปิดตัว Redmi G 2022 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งจอ 2.5K 165 Hz ซีพียู Intel Gen 12 ราคาเริ่มต้น 40,900 บาท

หลายคนอาจจะเคยเห็นสินค้าโน้ตบุ๊คตระกูล Redmi เฉพาะในรุ่นทำงาน อย่าง RedmiBook ก็ค่อนข้างขายดีในบ้านเรา แต่รู้หรือไม่ว่า Redmi เองก็มีโน้ตบุ๊คตระกูลเกมมิ่งกับเค้าด้วย ซึ่งล่าสุด Xiaomi ได้เปิดตัว Redmi G 2022 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสุดแรงตัวใหม่ สานต่อความแรงจากรุ่น G 2021 ในปีที่แล้ว ปีนี้อัปเกรดใหม่หมดทั้งซีพียู Intel Gen 12 และแรม DDR5 พร้อมอัปเกรดจอจาก 1080p 144Hz เป็น 2.5K 165Hz แล้ว

จุดเด่นมาพร้อมกับพอร์ตที่จัดเต็มเยอะเหมือนเดิม ดีไซน์เครื่องและโลโก้ Redmi G อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจอคุณภาพสูง 100% sRGB สีสันระดับ 10-bit รองรับมาตรฐาน VESA DisplayHDR 400 ตัดแสงสีฟ้าในตัว, คีย์บอร์ดเป็นแบบ Full Size และแรงจัดด้วยการ์ดจอตระกูล RTX 3000 เช่นเคย



 

สเปคเบื้องต้นของ Redmi G 2022

  • Core i5-12450H (4P+4E/12T) หรือ Core i7-12650H (6P+4E/16T)
  • NVIDIA GeForce RTX 3050 / 3050 Ti 
  • Ram 16GB DDR5 4800MHz (8GB x2)
  • SSD M.2 PCIe 4.0 512GB
  • จอ 16” 2.5K (2,560 x 1,600) IPS 16:10 165Hz (contrast ratio 1200:1, 500 nits)
  • Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2
  • แบต 55 Wh (อะแดปเตอร์ 180W)
  • น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม, หนา 2.51 ซม.
  • Windows 11 Home

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อ มาพร้อมกับ Thunderbolt x1, USB-A 3.2 x3, USB-A 2.0 x1, HDMI 2.1, Mini DisplayPort 1.4, SD card reader และ Headset 3.5 คีย์บอร์ดเป็นขนาด Full-Size มี Numpad พร้อมไฟ backlit สีขาว, ลำโพงขนาด 2W x2 แบบ 7.1 Channel ระบบ DTS X และกล้องเว็บแคม 720p

ราคา Redmi G 2022

  • รุ่น Core i5-12450H / RTX 3050 ราคา 7,499 หยวน หรือประมาณ 40,900 บาท
  • รุ่น Core i7-12650H / RTX 3050 ราคา 7,999 หยวน หรือประมาณ 43,500 บาท
  • รุ่น Core i7-12650H / RTX 3050 Ti ราคา 8,299 หยวน หรือประมาณ 45,100 บาท

ทาง Xiaomi เปิดขายก่อนเฉพาะในประเทศจีน ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าไทยรึเปล่า เพราะว่ารุ่น G 2021 ก็ไม่ได้ทำตลาดบ้านเรา แต่ก็มีร้านค้าย่อยบางร้านเอามาขายบ้างบน Shopee ซึ่งราคาถูกกว่าตอนเปิดตัวเยอะซะด้วย ดังนั้นต้องรอลุ้นข่าวจะ Xiaomi ประเทศไทยกันอีกทีครับ


 

 

ที่มา : Xiaomi

from:https://droidsans.com/xiaomi-launched-redmi-g-2022/

GPD Win Max 2 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งไซส์มินิ จอ 10.1 นิ้ว สเปคแรงด้วย Core i7-1260P / Ryzen 7 6800U รองรับ eGPU

ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเครื่องเกมพกพาระบบ Windows กำลังได้รับความสนใจมากเลย ทั้ง Steam Deck หรือ AYA ที่ปล่อยออกมาหลากหลายรุ่น ซึ่งสเปคของเครื่องเกมพวกนี้ก็แรงพอที่จะเล่นเกมในปัจจุบันได้แบบลื่น ๆ (ปรับกราฟิก Low) และนอกจาก 2 ค่ายดังกล่าวแล้ว ยังมีค่ายต้นตำรับโน้ตบุ๊คเกมมิ่งไซส์มินิอย่าง GPD อีกด้วย โดยล่าสุดได้เผยโฉม Win Max 2 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่มากับหน้าจอกระทัดรัด 10.1 นิ้ว พร้อมสเปคแรง ๆ ให้เลือกได้ทั้ง Core i7 12th Gen / Ryzen 7 6800U และยังมากับคีย์บอร์ดพร้อมคอนโทรลเลอร์ในตัวอีกต่างหาก

เครื่องเล่นเกมพกพาระบบ Windows อย่าง Steam Deck และ AYA จะมีรูปร่างหน้าตาแบบเกมมิ่งจ๋า ๆ ด้วยตัวเครื่องที่มีเฉพาะหน้าจอและคอนโทรลเลอร์ขนาบซ้าย-ขวา แต่สำหรับค่าย GPD จะถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างเป็นโน้ตบุ๊คทั่วไปที่ถูกลดขนาดลงมาให้สามารถพกพาได้ง่าย และสามารถถือเล่นได้ด้วย (แต่น่าจะถือนานไม่ได้…)

GPD Win Max 2 ถูกเรียกว่าเป็น Handheld Gaming PC ที่มากับหน้าจอแบบ IPS ขนาด 10.1 นิ้ว ที่มีขอบบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน รองรับการแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุดถึง 2560 x 1600 (ค่า Default อยู่ที่ 1920 x 1200) อัตราส่วน 16:10, DCI-P3 80.2%, ความสว่างสูงสุด 450 nits และครอบด้วย Gorilla Glass นอกจากนี้หน้าจอของ GPD Win Max 2 รองรับการสัมผัส 10 จุด และรองรับปากกาสไตลัส ที่มีแรงกด 4096 ระดับด้วย

ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม-แมกนีเซียมอัลลอยเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องบิน ก็เลยมีความทนทานและมีน้ำหนักที่เบาพอที่จะถือเล่นแบบเครื่องเกมพกพาได้ โดยบริเวณคีย์บอร์ดด้านบนจะมีคอนโทรลเลอร์ซ่อนเอาไว้ มาแบบครบ ๆ ทั้งก้านอนาล็อกซ้าย-ขวา, ปุ่ม D-Pad, ปุ่ม A B X Y ส่วนด้านหลังก็มีปุ่ม L R ด้วย (มี Touchpad อยู่ตรงกลางด้านบน)

พอร์ตต่าง ๆ ก็จัดมาให้แบบไม่กั๊ก มีทั้ง HDMI 2.1, Thunderbolt 4 รองรับชาร์จ PD 100W, USB 3.2 Gen2 (C), USB 3.2 Gen2 (A), ช่องเสียบ microSD Card, รูหูฟัง + ไมค์ 3.5 มม. และมีเว็บแคมความละเอียด 2MP

สเปคมีให้เลือกทั้งแบบ AMD Ryzen 7 6800U และ Intel 12th Gen Core i7-1260P รองรับ RAM Dual channel LPDDR5-5200 สูงสุด 32GB และ PCIe 4.0 M.2 SSD สูงสุด 2TB และยังรองรับการใช้งาน eGPU เพิ่มความแรงเวลาเล่นเกมอยู่บ้านอีกต่างหาก แถมยังมีลำโพงในตัวให้มาถึง 4 ตัวด้วยนะ

GPD Win Max 2 รุ่น AMD สามารถเล่นเกม Elden Ring ที่ความละเอียด 1920 x 1200 ปรับกราฟิก Medium ได้เฟรมเรทที่ 34 fps, เล่น God of War ปรับ Low ได้ 45 fps, Forza Horizon 5 ปรับ High ได้ 54 fps, FIFI 22 ปรับแบบ Ultra ได้ถึง 132 fps

แบตเตอรี่ขนาด 67Wh ที่ GPD เคลมว่าสามารถเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 5 ชม. ทำงานเอกสารต่อเนื่องได้ 14 ชม. หรือจะดูหนังแบบออฟไลน์ก็ได้ถึง 6 – 8 ชม. รองรับชาร์จไวแบบ PD 100W ชาร์จจาก 0 – 50% ในเวลาแค่ 20 นาที

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลและวันวางจำหน่ายของ GPD Win Max 2 ออกมาว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ดูจากสเปคที่ให้มาขนาดนี้ คาดว่าน่าจะแพงหูดับแน่นอนครับ

 

ที่มา : GPD

from:https://droidsans.com/gpd-win-max-2-mini-gaming-laptop-10-1-inch-display-qwerty-keyboard/